รถพุ่มพวง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รถพุ่มพวง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 14 May 2026 09:18:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 กรมการขนส่งทางบกแจงดราม่ารถพุ่มพวง วิ่งในทำเนียบฯ ชี้ใช้ในพื้นที่ปิด เตรียมดันกฎหมายรถเศรษฐกิจชุมชน คุมความปลอดภัยควบคู่สร้างรายได้ https://thestandard.co/transport-dept-clarifies-pum-puang-van-incident/ Thu, 14 May 2026 09:18:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1207206 ภาพรถลักษณะรถพุ่มพวงจอดอยู่ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (14 พฤษภาคม) กรมการขนส่งทางบก ออกเอกสารชี้แจงกรณ […]

The post กรมการขนส่งทางบกแจงดราม่ารถพุ่มพวง วิ่งในทำเนียบฯ ชี้ใช้ในพื้นที่ปิด เตรียมดันกฎหมายรถเศรษฐกิจชุมชน คุมความปลอดภัยควบคู่สร้างรายได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรถลักษณะรถพุ่มพวงจอดอยู่ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (14 พฤษภาคม) กรมการขนส่งทางบก ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ภาพการขับขี่รถลักษณะรถพุ่มพวง ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้องตามกฎหมาย โดยยืนยันว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการจัดอีเวนต์เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ซอฟต์พาวเวอร์ด้านสินค้าเกษตร ซึ่งดำเนินการภายในพื้นที่ปิด หรือพื้นที่จำกัดเฉพาะภายในทำเนียบรัฐบาล ไม่ได้มีการนำรถออกวิ่งบนทางสาธารณะที่มีการจราจรทั่วไป

 

กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่สามารถควบคุมได้ และมีวัตถุประสงค์เชิงสัญลักษณ์เพื่อการสื่อสารภาพลักษณ์เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกยอมรับว่า สังคมให้ความสนใจประเด็นความปลอดภัยและการนำรถดัดแปลงลักษณะต่างๆ มาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยปัจจุบันยังพบรถที่ใช้ในวิถีชีวิตชุมชนจำนวนมาก เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือรถเกษตรกรรมบางประเภท ที่อาจไม่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบัน เนื่องจากโครงสร้างรถไม่สอดคล้องกับมาตรฐานทางวิศวกรรมสำหรับรถยนต์ทั่วไป

 

ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางบกเห็นว่า ยานพาหนะลักษณะดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน จึงอยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายและระเบียบรองรับกลุ่มรถเศรษฐกิจชุมชน เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนประเภทอื่น ๆ

 

สำหรับแนวทางสำคัญในการยกร่างกฎหมาย ประกอบด้วย

 

  • สนับสนุนการสร้างรายได้ โดยผลักดันให้รถสามารถรับรองสถานะได้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยใช้เครื่องมือทำกินได้อย่างมั่นคง
  • กำหนดมาตรฐานความปลอดภัย โดยพิจารณาหลักเกณฑ์ทางเทคนิคให้เหมาะสมกับลักษณะรถแต่ละประเภท เพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

 

กรมการขนส่งทางบกย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประชาชน สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนนควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานที่เหมาะสม

The post กรมการขนส่งทางบกแจงดราม่ารถพุ่มพวง วิ่งในทำเนียบฯ ชี้ใช้ในพื้นที่ปิด เตรียมดันกฎหมายรถเศรษฐกิจชุมชน คุมความปลอดภัยควบคู่สร้างรายได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินควงศุภจี ขับรถพุ่มพวงขาย เปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เริ่ม 15 พ.ค. https://thestandard.co/thai-help-thai-project-reduce-prices/ Tue, 12 May 2026 04:21:59 +0000 https://thestandard.co/thai-help-thai-project-reduce-prices/ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post อนุทินควงศุภจี ขับรถพุ่มพวงขาย เปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เริ่ม 15 พ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน’ โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วย

 

การเปิดโครงการไทยช่วยไทย เป็นการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รับผิดชอบการบริหารโครงการ ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการและราคาสินค้าจำเป็น

 

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สนับสนุนการคัดเลือกและประสานรถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนเครือข่ายจุดจำหน่ายและจุดกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าราคาพิเศษเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

 

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเปิดงาน อนุทิน ได้ขับรถพ่วงสามล้อที่ดัดแปลงมาเป็นรถพุ่มพวง พร้อมด้วย ศุภจี รอบตึกสันติไมตรี ก่อนจะขับรถสามล้อไปยังหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และสวมบทบาทเป็นพ่อค้ารถพุ่มพวงขายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา

 

ภายหลัง ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีอะไรมาขายบ้าง นายกรัฐมนตรีตอบว่า รถพุ่มพวงมีขายทุกอย่าง ทั้งแตงกวา แตงไทย ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ก่อนที่ ศุภจี จะพูดเสริมว่า ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันซื้อ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รถพุ่มพวงนี้จะตระเวนขับขายไปตามหมู่บ้าน ราคาต่ำกว่าราคาตลาดถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละผู้ประกอบการและสินค้า อย่างพวกเครื่องปรุง ซีอิ๊วขาว ซอสต่าง ๆ ที่แกะสลากออกเพื่อลดต้นทุนค่าการตลาด แต่คุณภาพข้างในก็คือซอสแบรนด์ปกติ แม้กระทั่งน้ำปลาก็มีรสชาติและคุณภาพเชื่อถือได้ ไม่มีลดคุณภาพของส่วนผสม

 

ศุภจี กล่าวเสริมต่อว่า นี่เป็นการต่อยอดจากที่กรมการปกครองนำสินค้าเหล่านี้ไปวางกระจายทั่วทุกอำเภอ ไปตามชุมชนต่างๆ ที่ห่างไกลด้วย

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเชิญชวนประชาชนคนไทยให้เข้าร่วมในโครงการไทยช่วยไทย ว่า นี่เป็นของถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปอยู่แล้ว หากประชาชนเห็นการออกร้านขายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ให้รับรู้เลยว่านี่เป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดและห้างสรรพสินค้า เพราะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ประกอบการต่าง ๆ ซื้อแบบไม่ต้องเกรงใจ ตามกำลังความสามารถที่มี ซึ่งเป็นสินค้าราคาที่ต่ำลง แต่คุณภาพ มาตรฐาน รสชาติ และส่วนผสมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

 

ศุภจี กล่าวย้ำว่า ที่ราคาถูกกว่าตลาดเป็นความตั้งใจ เป็นราคาที่ประหยัดส่งถึงคนไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่ร่วมกับกรมการปกครอง ที่ร่วมกันลงทะเบียนก่อนหน้านี้

 

ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเสริมว่า สินค้าเหล่านี้เริ่มแรกเราส่งให้ผู้ประกอบการนำไปขาย เพื่อเอารายได้มาซื้อของเติมใส่ในรถพุ่มพวง โดยมีรัฐบาลช่วย และยังช่วยเรื่องบัตรเติมน้ำมันด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากประชาชนอยากให้โครงการนี้มีต่อไป แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้น จะสามารถทำได้หรือไม่ ศุภจี กล่าวว่า สามารถทำต่อไปได้ เพราะเรามีความตั้งใจจะนำสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ประกอบการรายเล็กมาร่วมในโครงการนี้ และตั้งใจจะทำต่อในระยะยาวอยู่แล้ว

 

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังหยิบคะน้า และซอสปรุงรส เครื่องปรุงต่าง ๆ ขึ้นมา พร้อมกล่าวว่า “นี่ถ้ามีพริกก็สามารถหั่นและผัดได้เลย” ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อนี้ก็สามารถนำมาทำเป็นเมนูผัดแห้งได้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี และศุภจี จะกลับมาที่ตึกสันติไมตรี เพื่อดูสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยจากแบรนด์ต่างๆ

 

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน

 

ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน

 

สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเบื้องต้นจะมีรถพุ่มพวงทั่วประเทศรวม 3,800 คัน จุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอ รวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 1นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 2นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 3นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 4นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 5นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 6นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 7นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 8

The post อนุทินควงศุภจี ขับรถพุ่มพวงขาย เปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เริ่ม 15 พ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ กางแผนช่วย ปชช.-SMEs เตรียมขยายรถพุ่มพวงธงฟ้า พร้อมคลอดมาตรการปุ๋ยธงเขียว มอบส่วนลดสูงสุด 2,100 บาท https://thestandard.co/deputy-pm-unveils-smes-farmers-support/ Sat, 11 Apr 2026 08:39:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1197117 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ แถลงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและ SMEs

วันนี้ (11 เมษายน) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีแล […]

The post รองนายกฯ กางแผนช่วย ปชช.-SMEs เตรียมขยายรถพุ่มพวงธงฟ้า พร้อมคลอดมาตรการปุ๋ยธงเขียว มอบส่วนลดสูงสุด 2,100 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ แถลงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและ SMEs

วันนี้ (11 เมษายน) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยระบุว่า รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย เพื่อส่งต่อสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดกว่า 3,000 รายการ กระจายจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

ในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วประเทศที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องหมาย มอก. หรือ อย. เพื่อให้มีความพร้อมในการวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ

 

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อขอลดอัตราค่าธรรมเนียม (GP) และทางกระทรวงฯ จะช่วยสนับสนุนค่าขนส่งสินค้า นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย รัฐบาลจะจัดทำคูปองส่วนลดแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อจูงใจให้หันมาทดลองใช้สินค้าจาก SMEs มากขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการตลาดร่วมกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์และขยายฐานตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

 

สำหรับการดูแลประชาชนในพื้นที่ที่มีความต้องการพิเศษ ศุภจี ย้ำว่าจะมีการกระจายร้านธงฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการใช้กลยุทธ์รถพุ่มพวง เพื่อนำส่งสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อส่งมอบอุปกรณ์การศึกษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง

 

ในส่วนของการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดตั้งตลาดนัด 1,000 แห่ง โดยใช้พื้นที่ของส่วนราชการเป็นพื้นที่จำหน่าย พร้อมทั้งจะใช้กลไกของรัฐในการเข้าซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรในลักษณะการนำตลาด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ

 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้กล่าวถึงการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ว่าได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการออกสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง และร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการศึกษาความต้องการใช้ปุ๋ยที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยให้สหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะรับหน้าที่เจรจากับผู้ประกอบการเพื่อนำแม่ปุ๋ยมาจำหน่ายในโครงการ เพื่อให้เกษตรกรได้ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการและมีคุณภาพ

 

สำหรับสถานการณ์ราคาปุ๋ยในปัจจุบัน แม้จะยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับขึ้นราคา แต่กระทรวงฯ ทราบดีถึงแนวโน้มต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงได้เตรียมมาตรการรับมือผ่านโครงการธงเขียว ซึ่งผ่านการอนุมัติจาก ครม. แล้ว โดยจะมีการเพิ่มปริมาณและงบประมาณการช่วยเหลือ

 

  • เพิ่มวงเงินอุดหนุน: จากเดิม 200 บาทต่อกระสอบ (จำนวน 5 กระสอบ) ปรับเพิ่มเป็น 300 บาทต่อกระสอบ
  • อุดหนุนเพิ่มเติม: หากมีความต้องการใช้สูงขึ้น จะอุดหนุนเพิ่มให้อีก 50 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับบัตรดินดี: เกษตรกรที่มีบัตรดินดี จะได้รับปุ๋ยเพิ่มอีก 1 กระสอบ พร้อมคูปองส่วนลดปุ๋ยอินทรีย์มูลค่า 250 บาท

 

ทั้งนี้ หากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการครบถ้วนตามเงื่อนไข (มีสมุดทะเบียนเกษตรกรเล่มเขียว, บัตรดินดี และคูปอง) จะสามารถรับสิทธิประโยชน์ส่วนลดรวมได้สูงสุดถึง 2,100 บาท โดยกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการมาตรการทั้งหมดโดยทันที

The post รองนายกฯ กางแผนช่วย ปชช.-SMEs เตรียมขยายรถพุ่มพวงธงฟ้า พร้อมคลอดมาตรการปุ๋ยธงเขียว มอบส่วนลดสูงสุด 2,100 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก https://thestandard.co/supajee-cost-living-measures/ Fri, 10 Apr 2026 00:50:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1196517 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงมาตรการช่วยค่าครองชีพต่อที่ประชุมรัฐสภา

ในเวลาประมาณ 20.25 น. ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตร […]

The post ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงมาตรการช่วยค่าครองชีพต่อที่ประชุมรัฐสภา

ในเวลาประมาณ 20.25 น. ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) คนที่ 2 ของวันนี้ (9 เมษายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวาระการแถลงนโยบายของ ครม. ที่ลุกขึ้นชี้แจงการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา

 

 
 

ศุภจียืนยันว่า รัฐบาลตระหนักดีถึงวิกฤตที่ซับซ้อน ทั้งมิติภูมิรัฐศาสตร์และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมกางแผนรับมือแบบเป็นรูปธรรมในคลัสเตอร์การค้า การผลิต และการบริการ ภายใต้หลักการลดภาระ เพิ่มรายได้ และปรับโครงสร้างใหม่

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษทันทีในวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ภายหลังจากการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น เพื่อยกระดับการจัดการวิกฤตค่าครองชีพให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว

 

เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ ช่วยค่าครองชีพ ผุดไอเดียรถพุ่มพวงช่วยกลุ่มเปราะบาง

 

ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องค่าครองชีพ ศุภจีระบุว่าได้ขับเคลื่อนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อส่งต่อสินค้าไปยังร้านค้าปลีกค้าส่งกว่า 300 แห่งใน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้มากกว่า 3,000 รายการ โดยมีการลดราคาสูงสุดถึง 58% ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการฐานราก โดยนำสินค้าชุมชนและ SMEs เข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้าทั่วไปแล้ว 200-300 รายการ พร้อมประสานกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐาน มอก. และประสานกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง อย. เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้ประชาชน

 

สำหรับการดูแลกลุ่มเปราะบาง กระทรวงพาณิชย์เน้นการส่งตรงถึงมือประชาชนผ่านโครงการธงฟ้า 518 จุด และใช้กลยุทธ์ ‘รถพุ่มพวง’ เข้าถึงชุมชนที่ห่างไกลภายใต้งบประมาณที่จำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นอกจากนี้ ยังมีบัตรเติมน้ำมันและสินค้าราคาพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วม ขณะเดียวกัน ยังเตรียมลงพื้นที่สถานศึกษาอย่างน้อย 1,000 แห่งตามที่กระทรวงศึกษาธิการชี้เป้า เพื่อนำชุดนักเรียนและสินค้าราคาพิเศษไปแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง รวมถึงเชื่อมโยงผลผลิตการเกษตรไปยังตลาดนัด 1,000 แห่งทั่วประเทศ

 

“ในยามวิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลไม่ได้แบ่งแยกฝ่ายบริหารหรือฝ่ายค้าน แต่มุ่งส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชนทุกคน” ศุภจีเน้นย้ำ

 

จัดระเบียบ 5 กลุ่ม คุมเข้มราคาสินค้า

 

ส่วนประเด็นการบริหารจัดการราคาสินค้าตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ศุภจีได้อธิบายกระบวนการทำงานว่ามีการทบทวนและจัดระดับความเข้มงวดเป็น 5 มาตรการหลัก ได้แก่

 

  • กลุ่มที่ควบคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาดซึ่งต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคา
  • กลุ่มที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนราคาเพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจา
  • กลุ่มที่ไม่ต้องขอขึ้นราคาแต่ต้องแจ้งข้อมูลปริมาณ
  • กลุ่มที่ควบคุมการขนย้ายและส่งออกที่ต้องขออนุญาตเพื่อป้องกันการขาดแคลนในประเทศ เช่น น้ำมันปาล์ม

 

และ 5. กลุ่มมาตรการบริหารเฝ้าระวังราคาเฉพาะทาง เช่น น้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ การขนส่ง และน้ำตาลทราย ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะควบคุมอยู่

 

ยอมรับปุ๋ยยูเรียเหลือใช้ถึงกลาง พ.ค. เร่งเจรจาเรือปุ๋ยออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

 

ด้านสถานการณ์ปุ๋ยซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกร รองนายกฯ และ รมว. พาณิชย์ชี้แจงว่าไทยยังมีสต๊อกปุ๋ยในประเทศ 340,000 ตัน ซึ่งภาพรวมเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม แต่ประเด็นที่น่ากังวลและอาจขาดแคลนคือ ‘ปุ๋ยยูเรีย’ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 36% ของปุ๋ยทั้งหมด และมีสต๊อกรองรับถึงเพียงกลางเดือนพฤษภาคม เนื่องจากแหล่งนำเข้าหลักประสบปัญหาการขนส่งจากภาวะวิกฤต ขณะที่ปุ๋ยชนิดอื่นอีก 64% ยังสามารถบริหารจัดการได้

 

รัฐบาลจึงเตรียมนำเสนอโครงการ ‘แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง’ เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อจัดหาปุ๋ยให้ตรงกับสภาพดินของแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งเจรจาเพื่อนำเรือขนส่งของไทยที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซออกมาให้ได้ ควบคู่กับการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เจรจานำเข้าปุ๋ยสำเร็จรูปเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาปุ๋ยอย่างไม่เป็นธรรมไปแล้วถึง 48 คดี และยังมีโครงการธงเขียวเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม

 

ในส่วนของเม็ดพลาสติกที่ขาดแคลนบางประเภท รัฐบาลได้นำเข้ามาอยู่ในกลุ่มควบคุมปริมาณความเพียงพอ โดยเตรียมตั้งคณะทำงานบูรณาการข้ามกระทรวง ประกอบด้วยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อวิจัย พัฒนา และหาแนวทางลดการใช้พลาสติกอย่างตรงจุด

 

พร้อมรับมือการไต่สวนมาตรา 301 สหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ ศุภจียังได้ตอบข้อกังวลในด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยประเด็นการรับมือมาตรการไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา รัฐบาลถือเป็นเรื่องใหญ่และได้ตั้งคณะกรรมการรับมือจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเตรียมส่งคำชี้แจงภายในวันที่ 15 เมษายนนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ละเลยแต่อย่างใด

 

ส่วนตัวชี้วัดทูตพาณิชย์ที่ 5% นั้น จะรับไปทบทวนเพื่อเน้นทั้งปริมาณและคุณภาพของการส่งออกให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

 

สำหรับการปกป้อง SMEs ซึ่งคิดเป็น 99% ของจำนวนบริษัททั้งหมด รัฐบาลได้แก้ปัญหาสินค้าต่างชาติตีตลาดด้วยการสแกนสินค้านำเข้าผิดปกติแบบเรียลไทม์ และเตรียมมาตรการไต่สวนอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดหาที่ปรึกษากฎหมายให้กลุ่ม SMEs สู้คดีฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีการเปิดคลินิกการค้า ส่งเสริม Local Content และอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาต ควบคู่ไปกับการกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินีอย่างเข้มงวด ทำให้การจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง

 

ด้านคลัสเตอร์นโยบายด้านการบริการและการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อดึงศักยภาพเมืองรองและเมืองน่าเที่ยวออกมาใช้อย่างเต็มที่ มีการบูรณาการจัดทำปฏิทินท่องเที่ยว 365 วัน

 

ศุภจีได้อธิบายถึงข้อกังวลเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือว่า การท่องเที่ยว 365 วันไม่ได้หมายความว่าต้องไปจังหวัดเชียงใหม่ทุกวัน แต่เป็นการจัดสรรปฏิทินให้สอดคล้องกับฤดูกาลและจุดเด่นของแต่ละจังหวัด เช่น หน้าฝนไปจังหวัดหนึ่ง หน้าร้อนไปอีกจังหวัดหนึ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ตลอดทั้งปี ควบคู่ไปกับการเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นอย่างจริงจัง

 

ในช่วงท้ายของการอภิปราย ศุภจีได้กล่าววิงวอนต่อที่ประชุมว่า วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ตนเองยินดีรับฟังและนำข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยไม่เกี่ยงงอน แต่ขอความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภาให้นำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริง เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน

 

“อย่าสร้างความตระหนก แต่ช่วยกันสร้างให้ทุกคนตระหนัก ว่าเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว” ศุภจีทิ้งท้าย

The post ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อวิกฤตพลังงาน กลายเป็นวิกฤตปากท้องของผู้คน https://thestandard.co/key-messages-oil-shock-cost-living-crisis/ Tue, 24 Mar 2026 10:01:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1190732 ภาพชุดแสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันต่อปากท้องและรายได้ของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทย

“ไม่ได้ตั้งใจจะหยุดงาน แต่ถูกบังคับให้หยุดเพราะไม่มีน้ำ […]

The post เมื่อวิกฤตพลังงาน กลายเป็นวิกฤตปากท้องของผู้คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพชุดแสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันต่อปากท้องและรายได้ของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทย

“ไม่ได้ตั้งใจจะหยุดงาน แต่ถูกบังคับให้หยุดเพราะไม่มีน้ำมัน”

 

ยังมีคนจำนวนมากที่ต้องใช้น้ำมันในการทำงาน ใช้น้ำมันเพื่อหารายได้มาจุนเจือตัวเองและครอบครัว แต่เมื่อไม่มีน้ำมัน รายได้ของพวกเขาก็เท่ากับ ‘ศูนย์’ ทันที

 

ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก การขาดแคลนน้ำมัน ไปจนถึงการกักตุนน้ำมันของคนบางกลุ่มที่รอกอบโกยกำไรหลังจากรัฐบาลเลิกพยุงราคา ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ หรือพูดง่ายๆ คือ ‘ไม่มีน้ำมันให้เติม’ กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เรากำลังเผชิญร่วมกัน

 

ถ้ามองในระดับมหภาค นี่คือวิกฤตทางตัวเลข เป็นเรื่องระดับนโยบายและกลไกตลาด แต่ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลข เพราะในความเป็นจริง วิกฤตพลังงานกำลังค่อยๆ ซึมลึกลงไปในชีวิตของผู้คนธรรมดา และเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น ‘วิกฤตปากท้อง’ อย่างชัดเจน

 

ตั้งแต่เกษตรกรที่ต้องแข่งกับเวลา แรงงานรายวันที่รายได้ผูกกับงานในแต่ละวัน ไปจนถึงพนักงานโรงงานที่ต้องหยุดงาน และคนขับรถขนส่งที่ต้องหยุดงานเพราะไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันพอใช้ ทุกคนกำลังเผชิญความเสี่ยงแบบเดียวกัน คือรายได้ที่ไม่แน่นอนในขณะที่รายจ่ายยังคงเดิม

 

และยิ่งในประเทศไทยที่หลายคนไม่มีเงินสำรองเพียงพอต่อการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การหยุดงานโดยไม่เต็มใจเพียงไม่กี่วันอาจหมายถึงผลกระทบที่ยาวนานกว่าที่คิด

 

“เคลื่อนที่ไม่ได้ รายได้เป็นศูนย์” วิกฤตรถพุ่มพวง-รถส่งของ

 

อาชีพที่ต้องพึ่งพาการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะพุ่มพวงที่ใช้น้ำมันดีเซล ที่ต้องขับรถตระเวนเข้าไปในชุมชนหรือหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขายสินค้าในแต่ละวัน กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขาดแคลนน้ำมัน

 

สำหรับคนกลุ่มนี้ ‘การเคลื่อนที่’ คือรายได้รายวัน แต่ทันทีที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้เพียงพอ รถออกไม่ได้ ของก็ไปไม่ถึงลูกค้า รายได้ในวันนั้นจึงหายไปทันทีโดยไม่มีทางเลือกอื่นมาทดแทน เราจึงเห็นข่าวที่ว่ารถพุ่มพวงหรือรถส่งของมีสินค้าเต็มคันรถ แต่ต้องจอดนิ่งอยู่กับที่เพราะไม่มีเชื้อเพลิงพอจะออกวิ่ง

 

สถานการณ์นี้ยังส่งผลไปถึงลูกค้าในชุมชน โดยเฉพาะในจังหวัดพื้นที่ห่างไกลที่พึ่งพารถพุ่มพวงเป็นแหล่งซื้อของหลัก เมื่อรถไม่มา นอกจากคนขายจะไม่มีรายได้ คนซื้อเองก็เข้าถึงสินค้าได้ยากขึ้นเช่นกัน

 

ส่วนกลุ่มคนขับรถบรรทุกขนส่งที่รายได้ผูกอยู่กับจำนวนรอบที่วิ่งได้ในแต่ละวัน ก็รับผลกระทบไปเต็มๆ ญาติของครอบครัวหนึ่งซึ่งทำอาชีพขับรถหกล้อรับจ้างขนส่งให้โรงงาน เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ปกติแล้วเขาจะได้รับเงินเป็นรอบ ยิ่งวิ่งได้มาก รายได้ก็ยิ่งมาก แต่ในช่วงที่ผ่านมาเขาต้องหยุดงานไปเกือบสัปดาห์เต็ม ไม่ใช่เพราะไม่มีงานแต่เพราะไม่กล้าออกไปวิ่ง

 

สาเหตุสำคัญคือข้อจำกัดในการเติมน้ำมันที่บางปั๊มให้เติมได้เพียง 200-500 บาทต่อครั้ง ทำให้หากรับงานหนึ่งเที่ยวเขาอาจต้องตระเวนหาปั๊มน้ำมันหลายแห่งตลอดเส้นทาง โดยไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีน้ำมันให้เติมหรือไม่

 

ความเสี่ยงที่น้ำมันอาจหมดกลางทาง กลายเป็นต้นทุนที่แบกรับไม่ไหว การตัดสินใจ ‘หยุดวิ่ง’ จึงกลายเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แม้จะหมายถึงการไม่มีรายได้เลยในช่วงนั้น และต้องหันไปหารายได้ทางอื่นแทน ด้วยการหันไปช่วยครอบครัวขายอาหารตามสั่ง ที่สร้างรายได้ให้ครอบครัวได้น้อยกว่างานปกติที่เขาทำอยู่

 

แม้ล่าสุดจะเริ่มกลับมารับงานได้บ้างจากการอาศัยข้อมูลพิกัดปั๊มน้ำมันที่มีการแชร์กันในกลุ่มคนขับรถ แต่ความไม่แน่นอนก็ยังคงอยู่ ทำให้เขาต้องปรับตัวด้วยการนำรถจักรยานยนต์ขึ้นไปบนรถบรรทุกทุกครั้งที่ออกงาน เพื่ออย่างน้อย หากน้ำมันหมดระหว่างทางเขายังมีทางกลับบ้าน

 

‘ความเสี่ยงทางรายได้’ ที่รอไม่ได้ของเกษตรกร

 

สำหรับกลุ่มเกษตรกร เราอาจจะเห็นการโต้เถียงกันตามโซเชียลมีเดีย ที่ผู้คนบางส่วนมองว่าภาพชาวไร่ชาวสวนที่ไปนอนรอเติมน้ำมันอยู่หน้าปั๊ม หรือเอาถังแกลลอนใส่มารอเติมเต็มท้ายรถกระบะ คือการกักตุนน้ำมันเกินพอดี

 

แต่ถ้าดูอีกมุมหนึ่ง น้ำมันคือหนึ่งในตัวกำหนดจังหวะชีวิตของเกษตรกร พวกเขาต้องใช้น้ำมันจำนวนมากไปเติมรถไถ รถเกี่ยวข้าว เครื่องยนต์ทางเกษตรกรรมต่างๆ เพื่อเริ่มต้นปลูกผลผลิตไปจนถึงการเก็บเกี่ยว หากเริ่มปลูกพืชผลช้าเกินกำหนดเพราะไม่มีน้ำมันมาเติมรถไถ หรือเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทันจนเน่าเสียคาต้น รายได้ทั้งหมดของพวกเขาที่ลงทุนลงแรงไปกับค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ายา ค่าปุ๋ย จะเท่ากับศูนย์ในทันที

 

เกษตรกรที่ต้องต่อคิวรอเติมน้ำมันจึงอาจไม่ใช่แค่ความต้องการกักตุนน้ำมันอย่างที่คิด แต่เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถรอได้ เพราะถ้าไม่มีน้ำมันไปทำงานของตัวเอง พวกเขาเสี่ยงจะต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอยู่ในวงจรหนี้ไม่รู้จบ

 

เรื่องนี้ส่งผลกระทบไปออกจากไร่นาไปยังแรงงานรายวันด้วยเช่นกัน ผู้ประกอบการในฟาร์มผักออแกนิกรายหนึ่ง เล่าให้ THE STANDARD ฟังว่า ด้วยราคาสินค้าที่พุ่งขึ้นหลายอย่าง ทั้งน้ำมัน ปุ๋ย ถุงพลาสติกใส่สินค้าที่ตอนนี้หาซื้อแทบไม่ได้แล้วเพราะโรงงานผลิตได้น้อยลง รวมถึงคนทำมาค้าขายพากันซื้อกักตุนไว้ก่อน พอในฟาร์มมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่งานในฟาร์มน้อยลง ขายสินค้าได้น้อยลง จึงจำใจต้องเลิกจ้างพนักงานรายวันในฟาร์มด้วยเหมือนกัน

 

แรงงานรายวัน ไม่มีน้ำมัน = ไม่มีงาน

 

สำหรับแรงงานรับจ้างรายวันจำนวนมาก น้ำมันไม่ใช่แค่ต้นทุนแต่คือตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้พวกเขาออกไปหาเงิน เช่นคนรับจ้างตัดหญ้าที่ต้องใช้น้ำมันมาเติมเครื่องตัดหญ้าเพื่อรับงาน ที่อาจจะรับงานไว้แล้ว แต่พอหาน้ำมันมาเติมไม่ได้ก็ต้องยกเลิกงานในวันนั้น รายได้ที่ควรจะได้ก็กลายเป็นศูนย์

 

หรือแรงงานก่อสร้างจำนวนมากที่เป็นแรงงานรายวัน มีหลายคนถูกเลิกจ้างเพราะไซต์ก่อสร้างทำงานช้าลงเพราะไม่มีน้ำมันมาเติมรถขุด รถปูน และรถขนวัสดุ ไปจนถึงแรงงานรายวันในภาคเกษตรกรที่ถูกเลิกจ้างด้วยเช่นกัน

 

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้รุนแรงขึ้นคือคนกลุ่มนี้ไม่มีเงินเดือนประจำ และไม่มีเงินเก็บมากพอจะรองรับในวันที่ตัวเองไม่ได้ทำงาน รายได้ของพวกเขาผูกอยู่กับงานในวันนั้น และวิกฤตน้ำมันไม่ได้กระทบแค่ต้นทุนของผู้ประกอบการหรือความล่าช้าของงาน แต่กำลังกระทบถึงรายได้ของคนตัวเล็กในแต่ละวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

พนักงานภาคอุตสาหกรรมถูกปรับลดเงินเดือนทันที

 

ภาคอุตสาหกรรมก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน เมื่อการขนส่งไม่สามารถทำได้เหมือนอย่างปกติ รถบรรทุกสินค้าหลายสิบคันต้องหยุดวิ่งกะทันหันเพราะหาน้ำมันมาเติมไม่ได้ วัตถุดิบจำนวนมากจึงไม่สามารถส่งไปถึงโรงงานได้ตามปกติ

 

ผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งเล่าให้ทีมข่าว THE STANDARD ฟังว่า โรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งหนึ่งออกประกาศลดกำลังการผลิตลง เพราะไม่มีวัตถุดิบมาทำสินค้า และมันส่งผลต่อชั่วโมงการทำงานของพนักงานที่ถูกลดลง จากเดิมทำงาน 5 วัน ตอนนี้เหลือเพียง 3 วัน พอเวลาทำงานน้อยลง บริษัทก็ขอปรับเงินเดือนใหม่ด้วยการจ่ายแค่ครึ่งเดียวของเงินเดือนทั้งหมด

 

ภาคธุรกิจขาดรายได้อย่างหนัก เช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือนที่ถูกปรับลดเงิน ในขณะที่รายจ่ายของคนทำงานทั้งค่ากินอยู่ ค่าบ้าน ค่าน้ำมัน หรือหนี้สินต่างๆ ยังเท่าเดิม

 

สภาพการณ์ทั้งหมดทำให้เห็นว่าตอนนี้วิกฤตน้ำมันไม่ได้กระทบแค่ระบบเศรษฐกิจในภาพใหญ่ แต่กำลังกระทบความสามารถในการหาเลี้ยงชีพของคนไทยจำนวนมากไปพร้อมกัน ตั้งแต่เกษตรกรที่ต้องแข่งกับเวลา แรงงานที่รายได้ผูกกับงานในแต่ละวัน ไปจนถึงพนักงานโรงงานที่ต้องหยุดงาน ทุกคนกำลังเผชิญความเสี่ยงแบบเดียวกันคือรายได้ที่ไม่แน่นอน ในขณะที่รายจ่ายยังคงเดิม

 

และยิ่งในประเทศไทยที่หลายคนไม่มีเงินสำรองเพียงพอต่อการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การหยุดงานโดยไม่เต็มใจเพียงไม่กี่วันอาจหมายถึงผลกระทบที่ยาวนานกว่าที่คิด

The post เมื่อวิกฤตพลังงาน กลายเป็นวิกฤตปากท้องของผู้คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รถพุ่มพวง’ คือคำตอบ แก้ปัญหาร้านออนไลน์ตรวจสินค้าก่อนซื้อไม่ได้ และตอบสนองลูกค้าที่ไม่อยากออกจากบ้านเพราะโควิด-19 https://thestandard.co/phumphuang-hawking-answering-lifestyle-during-the-pandemic/ Sat, 09 Jan 2021 03:33:25 +0000 https://thestandard.co/?p=441049 ‘รถพุ่มพวง’ คือคำตอบ แก้ปัญหาร้านออนไลน์ตรวจสินค้าก่อนซื้อไม่ได้ และตอบสนองลูกค้าที่ไม่อยากออกจากบ้านเพราะโควิด-19

บ้านเราอาจคุ้นเคยกันดีกับ ‘รถพุ่มพวง’ ซึ่งเต็มไปด้วยของ […]

The post ‘รถพุ่มพวง’ คือคำตอบ แก้ปัญหาร้านออนไลน์ตรวจสินค้าก่อนซื้อไม่ได้ และตอบสนองลูกค้าที่ไม่อยากออกจากบ้านเพราะโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รถพุ่มพวง’ คือคำตอบ แก้ปัญหาร้านออนไลน์ตรวจสินค้าก่อนซื้อไม่ได้ และตอบสนองลูกค้าที่ไม่อยากออกจากบ้านเพราะโควิด-19

บ้านเราอาจคุ้นเคยกันดีกับ ‘รถพุ่มพวง’ ซึ่งเต็มไปด้วยของกินและวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร ซึ่งมักจะขับรถเข้าไปยังตรอก ซอก ซอย ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังตลาดด้วยตัวเอง วิธีการนี้กำลังถูก Ito-Yokado หนึ่งในร้านค้าปลีกรายใหญ่ของแดนซามูไร หยิบไปใช้เป็นโมเดลธุรกิจแบบใหม่

 

Ito-Yokado ระบุว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตแบบเคลื่อนที่นี้จะเข้ามาแก้จุดอ่อนของร้านค้าออนไลน์ ซึ่งไม่สามารถเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคหยิบ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อได้ รวมไปถึงตอบสนองต่อผู้บริโภคที่ไม่อยากออกจากบ้านเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 

 

รถบรรทุกแต่ละคันสามารถบรรทุกสินค้าได้ 1,200 รายการใน 450 หมวดหมู่รวมถึงอาหารสดอาหารแช่แข็ง และของกระจุกกระจิกประจำวัน ค่าจัดส่ง 10 เยน หรือราว 2.90 บาท จะถูกเพิ่มเข้าไปในราคาของแต่ละรายการ

 

สำหรับธุรกิจใหม่นี้ Ito-Yokado ได้ร่วมมือกับ Tokushimaru ซึ่งจะเป็นผู้จัดหารถบรรทุก ส่วนพนักงานของ Ito-Yokado จะทำหน้าที่ขับรถบรรทุกและขายสินค้า

 

การมีซูเปอร์มาร์เก็ตแบบเคลื่อนที่จะทำให้ Ito-Yokado สามารถขยายไปยังฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องหลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้าน อันเป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 และผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรไม่หนาแน่น 

 

Ito-Yokado เริ่มทดลองใช้รถบรรทุกของชำในเดือนเมษายนและในเดือนธันวาคม โดยมีรถทั้งสิ้น 16 คัน ขณะเดียวกันได้วางเป้าหมายที่จะขยายให้ได้ 100 คันไปทั่วญี่ปุ่นภายในปี 2022  

 

สำหรับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่นั้นค่อนข้างง่ายในการดำเนินการ เนื่องจากการเลือกสินค้าสามารถยืดหยุ่นได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าร้านค้าแบบดั้งเดิม อีกทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าที่เน่าเสียง่ายเป็นหลัก ดังนั้นธุรกิจจึงไม่เอื้ออำนวยต่อการขายทางออนไลน์ แต่รถขายของชำสามารถแก้ปัญหานี้ได้ อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มว่าจะมีคู่แข่งเข้ามาในสนามมากขึ้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง: 

The post ‘รถพุ่มพวง’ คือคำตอบ แก้ปัญหาร้านออนไลน์ตรวจสินค้าก่อนซื้อไม่ได้ และตอบสนองลูกค้าที่ไม่อยากออกจากบ้านเพราะโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขอผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว หลังพบคู่สามี-ภรรยา รถพุ่มพวง เร่ขายนนทบุรี-กรุงเทพฯ ติดโควิด-19 https://thestandard.co/request-close-contacts-husband-wife-pumphuang-hawking-nonthaburi/ Tue, 22 Dec 2020 03:20:28 +0000 https://thestandard.co/?p=434332 ขอผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว หลังพบคู่สามี-ภรรยา รถพุ่มพวง เร่ขายนนทบุรี-กรุงเทพฯ ติดโควิด-19

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีเปิดเผยกรณีเคสผู้ป่วยโคว […]

The post ขอผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว หลังพบคู่สามี-ภรรยา รถพุ่มพวง เร่ขายนนทบุรี-กรุงเทพฯ ติดโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขอผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว หลังพบคู่สามี-ภรรยา รถพุ่มพวง เร่ขายนนทบุรี-กรุงเทพฯ ติดโควิด-19

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีเปิดเผยกรณีเคสผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันจำนวน 2 ราย เป็นคู่สามี-ภรรยา สัญชาติไทย อายุ 39 ปี และ 37 ปี อาชีพค้าขาย ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 

 

โดยระบุไทม์ไลน์ในการตระเวนขายของหลายจุดในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีการขายของทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ที่หยุดพัก สำหรับเส้นทางการค้าขายจะออกเดินทางจากบ้านที่สมุทรปราการถึงตลาดกุ้งเวลา 09.00 น. แล้วรับของมาขาย โดยวิ่งตามซอย ดังนี้ 

 

– วันอังคารเข้าวัดรวก (บางกรวย) ไปวัดโชติการาม, วัดเขียน และวัดตึก

 

– วันพุธเข้าซอยแผ่นดินทองไปหลังเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ แล้วกลับรถ เลาะตามซอย เข้าวัดสมรโกฏิ ไปวัดกลางบางซื่อ เข้าค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ ไปวัดนครอินทร์

 

– วันพฤหัสบดีเข้ารามอินทรา กม.8 ไปวัดสุวรรณประสิทธิ์ ถนนตัดใหม่ เข้าซอยคู้บอน 27

 

– วันศุกร์เข้าวัดบางอ้อยช้าง บางกรวย ไปวัดรวก, วัดโชติการาม, วัดเขียน และวัดตึก

 

– วันเสาร์ไปถนนสวนผัก ซอย 50 (บางกรวย) ถึงรางรถไฟ ข้ามรางรถไฟ เลาะริมถนนตามทางรถไฟ ออกสวนผัก (พระราม 7) 

 

– วันอาทิตย์ไปซอยเสรีไทย 50 คู้บอน

 

 

ทั้งนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำโดยจะนัดวันมารอรถกระบะสีขาวป้ายแดง ทะเบียน 8681 สมุทรปราการ ลูกค้าจะเรียกว่า ‘รถขายหอยป้ายแดง’

 

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีระบุถึงคำแนะนำสำหรับผู้สัมผัสในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวว่า

 

– หากไม่มีอาการป่วยให้หยุดพักงาน ใส่หน้ากากอนามัย และสังเกตอาการจนครบ 14 วัน 

 

– ส่วนผู้ที่มีอาการป่วยให้ไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน และติดต่อคลินิกโรคติดต่อทางเดินหายใจ พร้อมทั้งแจ้งประวัติเสี่ยง 

 

– ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันควรมาตรวจ แม้จะไม่มีอาการเจ็บป่วย

 

– หากท่านใดสัมผัสผู้ป่วยหรือสงสัยว่าตนเองสัมผัส สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสอบถามไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โทร. 06 1394 5402-3

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

https://www.facebook.com/944802815716443/posts/1574304936099558/

The post ขอผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว หลังพบคู่สามี-ภรรยา รถพุ่มพวง เร่ขายนนทบุรี-กรุงเทพฯ ติดโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุ๊กตุ๊กพุ่มพวงหนึ่งเดียวของนานา ซอย 4 https://thestandard.co/tuktuk-one-and-only-in-soi-nana/ Thu, 23 Apr 2020 15:14:09 +0000 https://thestandard.co/?p=357199

“เสียดาย มาเจอผมตอนเย็นแล้ว ไม่อย่างนั้นได้เห็นของเต็มร […]

The post ตุ๊กตุ๊กพุ่มพวงหนึ่งเดียวของนานา ซอย 4 appeared first on THE STANDARD.

]]>

“เสียดาย มาเจอผมตอนเย็นแล้ว ไม่อย่างนั้นได้เห็นของเต็มรถกว่านี้” ภูริภพ ทีภูงา คนขับรถตุ๊กตุ๊ก อายุ 46 ปี กล่าวกับ THE STANDARD หลังจากที่เราพบเจอรถตุ๊กตุ๊กที่ปรับตัวมาเป็นรถพุ่มพวง ขายตั้งแต่ผักจนถึงของสดจากตลาดคลองเตย 

 

โดยภูริภพยอมรับว่าขับรถตุ๊กตุ๊กพุ่มพวงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว โดยสามารถหารายได้พอเลี้ยงปากท้องไปท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ซึ่งทำให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวซึ่งปกติใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กของเขาในสถานการณ์ปกติห่างหายไปเกือบทั้งหมด 

 

ภูริภพยอมรับว่าช่วงแรกก็อายที่ต้องปรับรถมาขายของจากตลาด บางครั้งก็โดนหัวเราะใส่ แต่พอเวลาผ่านไป เขายอมรับว่ารู้สึกภูมิใจที่ยังสามารถปรับตัวมาสร้างรายได้ในช่วงวิกฤตนี้ 

 

ส่วนไอเดียการปรับตัวนั้น เขาไม่ทราบว่าใช่คนแรกของกรุงเทพฯ หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เขายืนยันว่าคือคันแรกของนานา ซอย 4 อย่างแน่นอน 

 

กลุ่มลูกค้าช่วงเวลาที่ผ่านมาของตุ๊กตุ๊กคันนี้ ภูริภพเปิดเผยว่าเป็นคนในชุมชนนานา ซอย 4 แล้วเขายังขับวนไปยังไซต์ก่อสร้างรวมถึงชุมชนต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น ซึ่งรายได้ถือว่าน้อยลงกว่าปกติมาก แต่ก็สามารถประทังชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านพ้นไปได้  

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ตุ๊กตุ๊กพุ่มพวงหนึ่งเดียวของนานา ซอย 4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป เรื่องเล่าจาก ‘รถพุ่มพวง’ ตลาดเคลื่อนที่ ที่พึ่งพายามยากในยุคเคอร์ฟิว https://thestandard.co/moving-market-dependent-of-people-while-curfew/ Tue, 07 Apr 2020 12:37:32 +0000 https://thestandard.co/?p=351499

“มะเขือเปราะ มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ พริกขี้หนู มะนาว หอมแ […]

The post ชมคลิป เรื่องเล่าจาก ‘รถพุ่มพวง’ ตลาดเคลื่อนที่ ที่พึ่งพายามยากในยุคเคอร์ฟิว appeared first on THE STANDARD.

]]>

“มะเขือเปราะ มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ พริกขี้หนู มะนาว หอมแดง ถุงละ 10 บาทครับ” เชื่อว่าเสียงเหล่านี้น่าจะเป็นเสียงที่คุ้นเคยของใครหลายคน 

 

เสียงประกาศตามสายของ ‘รถพุ่มพวง’ ในตำนาน ที่ยังพบเจอได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ

 

ยิ่งในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ทำให้หลายคนไม่อยากออกจากบ้านไปซื้อของในตลาดหรือห้างสรรพสินค้าที่ต้องพบเจอผู้คนเป็นจำนวนมาก รถพุ่มพวงจึงกลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนหันมาใช้บริการในช่วงเวลานี้

The post ชมคลิป เรื่องเล่าจาก ‘รถพุ่มพวง’ ตลาดเคลื่อนที่ ที่พึ่งพายามยากในยุคเคอร์ฟิว appeared first on THE STANDARD.

]]>