รถจักรยานยนต์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รถจักรยานยนต์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 15 May 2026 08:53:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 TTB ร่วมทุน MBK ปั้น ‘ทีทีบี ลีสซิ่ง’ รุกตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่น Top 3 ดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้าน มองทุนต่างชาติบุกตลาดลีสซิ่งไทย หากขาด ‘พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น’ รอดยาก https://thestandard.co/ttb-mbk-form-leasing-venture/ Fri, 15 May 2026 05:03:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1207434 ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด

ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสู […]

The post TTB ร่วมทุน MBK ปั้น ‘ทีทีบี ลีสซิ่ง’ รุกตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่น Top 3 ดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้าน มองทุนต่างชาติบุกตลาดลีสซิ่งไทย หากขาด ‘พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น’ รอดยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด

ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยที่มีมูลค่าสินเชื่อรวมราว 90,000 ล้านบาทต่อปี ล่าสุด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ได้ร่วมทุนกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK ผ่านบริษัท ทีทีบี คอนซูมเมอร์ จำกัด และบริษัท เอ็มบีเค เอฟไอเอ็นบี โฮลดิ้ง จำกัด จัดตั้ง บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด เพื่อรุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์

 

 
 

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่า การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของฝั่ง MBK ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าฐานรากมายาวนานเกือบ 20 ปี มาผสานกับ TTB ที่มีจุดเด่นด้านข้อมูล (Data) เทคโนโลยี บรรษัทภิบาล และที่สำคัญคือ ‘ต้นทุนทางการเงิน’ (Cost of Fund) ที่ต่ำกว่าในฐานะบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์

 

บริษัทวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็น Top 3 ของตลาดภายในปี 2572 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะต้องชิงส่วนแบ่งการตลาดให้ได้ราว 10% เพื่อขยับจากอันดับ 6 เดิมของ MBK ขึ้นไปแข่งกับผู้นำตลาดอันดับ 1 และ 2 ที่ครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ราว 20-25% สำหรับเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อคงค้าง วางเป้าหมายปีแรกไว้ที่ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 9,000-10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา มียอดคำขอสินเชื่อแล้วเกือบ 3,000 ราย และอนุมัติไปแล้วประมาณ 2,000 ราย

 

สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะแรกจะโฟกัสที่ ‘สินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่’ เป็นหลัก โดยยังไม่ขยายเข้าสู่ตลาดจำนำทะเบียนรถที่เริ่มอิ่มตัว ส่วนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) บริษัทยังมองว่ามีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาชาร์จแบตเตอรี่และเงินดาวน์ที่สูงถึง 20% ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลักที่ต้องใช้รถทำมาหากิน จึงเน้นไปที่รถจักรยานยนต์สันดาปขนาดเล็ก แต่ก็พร้อมปรับตัวหากโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV เปลี่ยนแปลงไป

 

ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด 1

ข้อมูลยอดขายภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย

 

ชู Data & AI ดึงลูกค้าเข้าระบบ คุม NPL ต่ำกว่า 5%

 

ปัจจุบันความเข้มงวดของสถาบันการเงินทำให้อัตราการซื้อรถด้วย ‘เงินสด’ ในตลาดเพิ่มขึ้นจาก 20-25% เป็น 25-30% ซึ่งบริษัทประเมินว่าลูกค้ากลุ่มนี้อาจถูกผลักออกไปใช้เงินกู้นอกระบบ ทีทีบี ลีสซิ่ง จึงนำเทคโนโลยี AI และ Data เข้ามาใช้ประมวลผลประวัติการชำระเงินจากเครดิตบูโรมาทำ Credit Scoring เพื่อประเมินความเสี่ยงและแยกกลุ่มลูกค้าให้แม่นยำขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อในระบบได้

 

กลยุทธ์การแข่งขันจะไม่ใช้การหั่นราคา แต่จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงและประเภทผลิตภัณฑ์ โดยเป็นไปตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนดสำหรับรถทั่วไป ด้วยโมเดลการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ 5% ซึ่งการที่มีธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ttb เข้ามาร่วมกันดำเนินธุรกิจ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในการบริหารจัดการทั้งในส่วนของการขยายพอร์ต การควบคุมคุณภาพพอร์ต และการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

 

ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด 2

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด

 

เมื่อถูกถามในประเด็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแก้กฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว โดยเปิดกว้างให้ 8 ธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงบางส่วนในภาคธุรกิจการเงิน สามารถให้ต่างชาติลงทุนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยทวีความรุนแรงขึ้นจากเม็ดเงินทุนข้ามชาติ

 

มงคล ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ ระบุว่า ภาพการแข่งขันนี้ว่า ทีทีบี ลีสซิ่ง ไม่ได้มีความกังวลต่อการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติ เนื่องจากตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์เกี่ยวพันกับ ‘กลุ่มเปราะบาง’ สูงมาก ผู้กู้ส่วนใหญ่ใช้รถเพื่อประกอบอาชีพแบบวันต่อวัน เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือไรเดอร์เดลิเวอรี

 

“กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เปราะบางมากๆ ถ้าไม่เข้าใจเขา โอกาสเป็นหนี้เสียจะสูงมาก การที่ต่างชาติจะเข้ามา เขาต้องมีพาร์ตเนอร์ที่เป็น Local Partner ท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคคนไทย เข้าใจพฤติกรรมของวินมอเตอร์ไซค์ ไม่สามารถเข้ามาลุยด้วยตัวเองได้ง่ายๆ” มงคลกล่าว

The post TTB ร่วมทุน MBK ปั้น ‘ทีทีบี ลีสซิ่ง’ รุกตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่น Top 3 ดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้าน มองทุนต่างชาติบุกตลาดลีสซิ่งไทย หากขาด ‘พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น’ รอดยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ติด S-Guard สกัดรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้าเขตคลองเตย จับปรับแล้วกว่า 2 พันราย https://thestandard.co/bma-s-guard-motorcycle-sidewalk-klong-toey/ Sat, 25 Apr 2026 02:34:45 +0000 https://thestandard.co/bma-s-guard-motorcycle-sidewalk-klong-toey/ ภาพ เจ้าหน้าที่ กรุงเทพมหานคร และ อุปกรณ์ S-Guard กั้น รถจักรยานยนต์ ไม่ให้วิ่งบนทางเท้า บริเวณเขตคลองเตย

วันนี้ (25 เมษายน) สิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุกา […]

The post กทม. ติด S-Guard สกัดรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้าเขตคลองเตย จับปรับแล้วกว่า 2 พันราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เจ้าหน้าที่ กรุงเทพมหานคร และ อุปกรณ์ S-Guard กั้น รถจักรยานยนต์ ไม่ให้วิ่งบนทางเท้า บริเวณเขตคลองเตย

วันนี้ (25 เมษายน) สิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า บริเวณจุดตัดถนนพระรามที่ 4 เชื่อมถนนสุขุมวิท หรือแยกพระโขนง ในพื้นที่เขตคลองเตย

 

โดยสิทธิชัยเปิดเผยว่า บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องการขับขี่บนทางเท้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจุดกลับรถอยู่ไกลและซอยอยู่ใกล้กัน ทำให้มักเกิดการขับขี่ย้อนศร ประกอบกับสภาพถนนที่แคบ เมื่อมีรถขนาดใหญ่จอดสะสมเต็มทั้ง 3 ช่องจราจร รถจักรยานยนต์จึงแทรกตัวได้ยากและเลือกฝ่าฝืนขึ้นมาขับขี่บนทางเท้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด

 

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานเขตคลองเตยได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ S-Guard หรือแท่งเหล็กกั้นบนทางเท้า ซึ่งก่อนดำเนินการได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้เส้นทาง เนื่องจากเป็นจุดที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและมีทั้งชาวไทยรวมถึงชาวต่างชาติสัญจรหนาแน่น โดยสิทธิชัยได้เน้นย้ำและขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตลอดจนผู้ใช้รถประเภทอื่น ๆ ช่วยกันสร้างจิตสำนึกและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด

 

จากการลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในบริเวณดังกล่าว ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าใกล้จุดติดตั้ง S-Guard และประชาชนผู้สัญจรไปมา ต่างให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า สถานการณ์บนทางเท้าดีขึ้นอย่างชัดเจน สามารถช่วยลดความเสี่ยงอันตรายและมลภาวะทางเสียงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่มักสวมหูฟังขณะเดินเท้าที่ระบุว่า รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากขึ้นเมื่อมีอุปกรณ์ป้องกัน

 

นอกจากนี้ รูปแบบของ S-Guard ยังถูกออกแบบมาให้สามารถสกัดกั้นรถจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังคงอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ทางเท้ากลุ่มอื่น ๆ อาทิ ผู้ใช้งานรถวีลแชร์ ผู้ขับขี่รถจักรยาน หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องลากกระเป๋าเดินทาง ให้สามารถสัญจรผ่านได้อย่างคล่องตัว

 

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานเขตคลองเตยได้ยกระดับมาตรการกวดขันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งจุดตรวจและการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการผู้กระทำผิด โดยสถิติในช่วงปี 2568-2569 พบผู้ฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้าแล้วกว่า 2,000 ราย มีการเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงินกว่าแสนบาท และส่งฟ้องต่อศาลผ่านพนักงานอัยการอีกกว่า 1,000 คดี

 

ทั้งนี้ สำนักงานเขตยังได้เน้นการป้องกันเชิงกายภาพในจุดเสี่ยงที่ไม่สามารถจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังได้ตลอดเวลา โดยดำเนินการติดตั้ง S-Guard เพิ่มเติมใน 4 จุดสำคัญ ได้แก่ บริเวณสามแยกพระโขนง หน้ากล้วยน้ำไท ถนนพระรามที่ 4 และถนนเกษมราษฎร์ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนผู้ใช้ทางเท้า สอดรับกับนโยบายของกรุงเทพมหานครที่มุ่งเน้นว่าทางเท้าเป็นของทุกคนและทางเดินต้องมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

The post กทม. ติด S-Guard สกัดรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้าเขตคลองเตย จับปรับแล้วกว่า 2 พันราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงกรานต์โชคชัย 4 ไม่เหมือนใคร สนุกสุดมันส์ สนั่นทั้งถนน https://thestandard.co/songkran-chokchai-4-party/ Wed, 15 Apr 2026 02:51:34 +0000 https://thestandard.co/songkran-chokchai-4-party/ บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง

บรรยากาศสงกรานต์ย่านโชคชัย 4 ปีนี้ขับเคลื่อนด้วยจังหวะเ […]

The post สงกรานต์โชคชัย 4 ไม่เหมือนใคร สนุกสุดมันส์ สนั่นทั้งถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง

บรรยากาศสงกรานต์ย่านโชคชัย 4 ปีนี้ขับเคลื่อนด้วยจังหวะเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ที่เร่งเครื่องแข่งกับจังหวะเพลงจากลำโพงริมทาง สร้างความครึกครื้นไปตลอดแนวถนน

 

ภาพของเทศกาลในพื้นที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสงกรานต์ในเมือง จากความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม สู่ความสนุกที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แม้บางมุมจะดูแตกต่างจากภาพจำเดิม แต่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงในทุกปี

 

ตลอดเส้นถนนโชคชัย 4 และพื้นที่เชื่อมต่ออย่างลาดพร้าว-วังหิน เริ่มมีผู้คนออกมาร่วมเล่นน้ำกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงบ่าย หลายจุดเปิดเพลงสร้างสีสัน ขณะที่ผู้ร่วมกิจกรรมกระจายตัวอยู่ตามแนวถนน ไม่ได้รวมตัวหนาแน่นในจุดเดียว

 

มีทั้งรถกระบะที่ขับผ่านพร้อมอุปกรณ์เล่นน้ำ และกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาเพิ่มความคึกคัก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวตลอดเส้นทาง

 

ด้านการจราจรยังคงไหลไปได้เป็นช่วง ๆ แม้จะมีจังหวะชะลอตัวตามกิจกรรมริมทาง แต่โดยรวมยังสามารถสัญจรผ่านพื้นที่ได้ ท่ามกลางบรรยากาศสงกรานต์ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในย่านนี้

 

บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 1บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 2บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 3บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 4บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 5บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 6บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 7บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 8บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 9บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 10บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 11บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 12บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 13บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 14บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 15บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 16บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 17บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 18บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 19บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 20บรรยากาศผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคักที่ถนนโชคชัย 4 พร้อมรถจักรยานยนต์และเสียงเพลง 21

 

ภาพ: ฌาณารัฐ ภักดีอาสา

The post สงกรานต์โชคชัย 4 ไม่เหมือนใคร สนุกสุดมันส์ สนั่นทั้งถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปถ. สรุป 3 วันอันตรายสงกรานต์ 69 เสียชีวิตสะสม 95 ราย สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย-งดขายเหล้าเด็กต่ำกว่า 20 ปี https://thestandard.co/songkran-69-3-day-road-deaths/ Mon, 13 Apr 2026 05:22:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1197612 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วง 3 วันอันตรายสงกรานต์ 2569 มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 95 ราย

วันนี้ (13 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ. […]

The post ศปถ. สรุป 3 วันอันตรายสงกรานต์ 69 เสียชีวิตสะสม 95 ราย สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย-งดขายเหล้าเด็กต่ำกว่า 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วง 3 วันอันตรายสงกรานต์ 2569 มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 95 ราย

วันนี้ (13 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยข้อมูลประจำวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของช่วงการรณรงค์ 7 วันอันตราย

 

พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุรวม 171 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 169 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 24 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 10 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ จังหวัดแพร่ จำนวน 9 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดจำนวน 3 ราย

 

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนดและการดื่มแล้วขับ โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือหมู่บ้าน และถนนของกรมทางหลวง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดอยู่ระหว่าง 15.01 – 18.00 น. และกลุ่มผู้บาดเจ็บรวมถึงผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี

 

เมื่อรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 10 – 12 เมษายน 2569 พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 515 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บสะสม 486 คน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 95 ราย โดยจังหวัดลำปางเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด จำนวน 25 ครั้งและ 25 คนตามลำดับ ส่วนกรุงเทพมหานครมียอดผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดจำนวน 6 ราย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังมีอีก 30 จังหวัดทั่วประเทศที่สามารถรักษาสถิติไม่มีผู้เสียชีวิตหรือมียอดผู้เสียชีวิตเป็นศูนย์ได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ ในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งตรงกับวันมหาสงกรานต์ คาดว่าจะมีประชาชนออกมาเล่นน้ำและสัญจรท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจตามมาด้วยการสังสรรค์และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทาง ศปถ. จึงได้ประสานไปยังทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย และห้ามจำหน่ายให้แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยเด็ดขาด

 

พร้อมทั้งกำชับให้ใช้กลไกในระดับพื้นที่เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา และป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนออกนอกพื้นที่ ตลอดจนเตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

 

นอกจากมาตรการบังคับใช้กฎหมายแล้ว ศปถ. ยังได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความระมัดระวัง โดยขอความร่วมมือไม่สาดน้ำใส่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยตรง เนื่องจากอาจทำให้รถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ รวมถึงขอให้หลีกเลี่ยงการลงไปเล่นน้ำบริเวณกลางถนนซึ่งเสี่ยงต่อการถูกรถเฉี่ยวชน

 

พร้อมกันนี้ ยังแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนริมขอบท้ายรถกระบะขณะรถกำลังเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันอันตรายจากการพลัดตกและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

The post ศปถ. สรุป 3 วันอันตรายสงกรานต์ 69 เสียชีวิตสะสม 95 ราย สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย-งดขายเหล้าเด็กต่ำกว่า 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปสถิติสงกรานต์ 69 สองวันแรก อุบัติเหตุ 317 ครั้ง ยอดเสียชีวิต 71 ราย https://thestandard.co/songkran-2026-accident-fatalities/ Sun, 12 Apr 2026 05:53:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1197359 อินโฟกราฟิก สรุป สถิติอุบัติเหตุ สงกรานต์ 2569 สองวันแรก เสียชีวิต 71 ราย บาดเจ็บ 317 ราย

วันนี้ (12 เมษายน) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรว […]

The post สรุปสถิติสงกรานต์ 69 สองวันแรก อุบัติเหตุ 317 ครั้ง ยอดเสียชีวิต 71 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิก สรุป สถิติอุบัติเหตุ สงกรานต์ 2569 สองวันแรก เสียชีวิต 71 ราย บาดเจ็บ 317 ราย

วันนี้ (12 เมษายน) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569 ของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ ‘ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ’ โดยเกิดอุบัติเหตุ 208 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 185 คน ผู้เสียชีวิต 50 ราย

 

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 12 ครั้ง น่าน 10 ครั้ง แพร่ สุราษฎร์ธานี และหนองคาย จังหวัดละ 8 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 14 คน น่าน และสุราษฎร์ธานี 10 คน หนองคาย 9 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และพิษณุโลก จังหวัดละ 3 ราย

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 45.71 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.76 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 19.05 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 61 โดยส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 48.56 เป็นเส้นทางตรง ร้อยละ 79.05 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 09.01–12.00 น. ร้อยละ 21.90

 

พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ประสบอุบัติเหตุสูงสุด คือ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ร้อยละ 62.71 แบ่งเป็น ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 56.78 และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ร้อยละ 5.93

 

ทั้งนี้ สรุปสถิติรวม 2 วัน (10-11 เมษายน 2569) ของการรณรงค์ พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 344 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 71 ราย

 

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ น่าน 17 ครั้ง ลำปาง 16 ครั้ง สงขลา และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 13 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ น่าน และลำปาง 17 คน สุพรรณบุรี และสุราษฎร์ธานี 14 คน และตรัง 12 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี และพิษณุโลก 4 ราย กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท นครปฐม นครราชสีมา ลำปาง และอุบลราชธานี จังหวัดละ 3 ราย

 

ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในปี 2569 เมื่อเทียบกับปี 2568 (ข้อมูลสะสม 2 วัน) พบว่าลดลง โดยในปี 2568 มีผู้เสียชีวิต 81 ราย ขณะที่ปี 2569 มีผู้เสียชีวิต 71 ราย ลดลงร้อยละ 12.35 เช่นเดียวกับจำนวนอุบัติเหตุสะสม โดยปี 2568 เกิดอุบัติเหตุ 473 ครั้ง ส่วนปี 2569 เกิดอุบัติเหตุสะสม 344 ครั้ง ลดลงร้อยละ 27.27

 

นพ.โสภณ ระบุว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิต เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล สะท้อนถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และการไม่สวมหมวกนิรภัย

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงภูมิลำเนาแล้ว ขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทางและท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ และบางพื้นที่เริ่มมีการเล่นน้ำสงกรานต์แล้ว ศปถ. จึงได้ประสานจังหวัดและกรุงเทพมหานครให้ตรวจตราพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชน พร้อมติดป้ายเตือนในพื้นที่เล่นน้ำ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ผ่านเส้นทาง รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกับผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 

นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามการเร่ขายในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยว และบริเวณจัดงานรื่นเริง

The post สรุปสถิติสงกรานต์ 69 สองวันแรก อุบัติเหตุ 317 ครั้ง ยอดเสียชีวิต 71 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 10 เม.ย. เสียชีวิต 20 ราย ศปถ. กางแผนรับมือจราจรหนาแน่น สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น https://thestandard.co/songkran-road-accidents-deaths/ Sat, 11 Apr 2026 08:36:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1197114 ภาพถนนที่มีรถยนต์จำนวนมากและการบังคับใช้กฎหมายจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ. […]

The post เปิดสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 10 เม.ย. เสียชีวิต 20 ราย ศปถ. กางแผนรับมือจราจรหนาแน่น สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถนนที่มีรถยนต์จำนวนมากและการบังคับใช้กฎหมายจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 135 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 132 คน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด และการตัดหน้ากระชั้นชิด

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ ศปถ. พบว่า

 

  • รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด โดยส่วนใหญ่มักเกิดบนเส้นทางตรงและถนนทางหลวง
  • ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ 15.01 – 18.00 น. ขณะที่กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 60 – 69 ปี

 

ข้อมูลระดับจังหวัด

 

  • จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด: ตรัง และสงขลา (จังหวัดละ 8 ครั้ง)
  • จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด: ตรัง (9 คน)
  • จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปราจีนบุรี และสงขลา (จังหวัดละ 2 ราย)
  • จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์): มีจำนวนทั้งสิ้น 59 จังหวัด

 

สำหรับสถานการณ์การเดินทางในวันนี้ ศปถ. ประเมินว่าถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่นในทุกเส้นทาง เนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังต่างจังหวัด ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นบางช่วง ศปถ. จึงได้ประสานงานไปยังทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด

 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำการใช้กลไกท้องถิ่น ท้องที่ ตลอดจนอาสาสมัครประจำด่านชุมชน และ ด่านครอบครัว เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด

 

เจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายต่อพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ดื่มแล้วขับ, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถย้อนศร, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, แซงในที่คับขัน, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ, ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย และการบรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ

 

ในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะ ศปถ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดูแลผู้โดยสารที่อาจตกค้างในสถานีขนส่ง พร้อมตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถโดยสาร โดยพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งที่กำหนด และให้กวดขันจับกุมการใช้รถตู้ส่วนบุคคลที่ลักลอบประกอบการขนส่งผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด

The post เปิดสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 10 เม.ย. เสียชีวิต 20 ราย ศปถ. กางแผนรับมือจราจรหนาแน่น สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Grab ทุ่ม 10 ล้าน! อัดฉีด ‘อินเซนทีฟพิเศษ’ ช่วยค่าน้ำมันพาร์ทเนอร์คนขับ-ไรเดอร์ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง https://thestandard.co/grab-drivers-fuel-subsidy/ Wed, 18 Mar 2026 06:51:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1188720 โลโก้ Grab พร้อมภาพคนขับและไรเดอร์กำลังรับอินเซนทีฟค่าน้ำมัน 10 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเท […]

The post Grab ทุ่ม 10 ล้าน! อัดฉีด ‘อินเซนทีฟพิเศษ’ ช่วยค่าน้ำมันพาร์ทเนอร์คนขับ-ไรเดอร์ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Grab พร้อมภาพคนขับและไรเดอร์กำลังรับอินเซนทีฟค่าน้ำมัน 10 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ล่าสุด แกร็บได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นและประกาศมอบ ‘อินเซนทีฟพิเศษ’ เพื่อแบ่งเบาภาระของคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร รวมถึงบริการเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน Grab เพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการรวมมูลค่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ (18 มีนาคม) จนถึง 1 เมษายน 2569

 

อินเซนทีฟดังกล่าวจะมอบให้กับคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเท่านั้น โดยอัตราการให้อินเซนทีฟจะแตกต่างกันไปตามแต่ระดับ (Tiering) ของคนขับและไรเดอร์ ซึ่งแกร็บจะโอนเข้ากระเป๋าเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ของคนขับและไรเดอร์อัตโนมัติภายในวันที่ 6 เมษายน 2569

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทและ รักษาความสมดุลให้เกิดกับทุกภาคส่วนมากที่สุด

The post Grab ทุ่ม 10 ล้าน! อัดฉีด ‘อินเซนทีฟพิเศษ’ ช่วยค่าน้ำมันพาร์ทเนอร์คนขับ-ไรเดอร์ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
​การไฟฟ้าแจงปมคลื่นสัญญาณรบกวนรีโมตรถจักรยานยนต์ ซ.อินทราภรณ์ 10 พร้อมระงับใช้อุปกรณ์ชั่วคราว https://thestandard.co/mea-signal-interference-suspend/ Thu, 05 Mar 2026 11:28:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1184715 ภาพรีโมตสมาร์ตคีย์รถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากสัญญาณรบกวน

วันนี้ (5 มีนาคม) จากเหตุการณ์ประชาชนในพื้นที่บริเวณถนน […]

The post ​การไฟฟ้าแจงปมคลื่นสัญญาณรบกวนรีโมตรถจักรยานยนต์ ซ.อินทราภรณ์ 10 พร้อมระงับใช้อุปกรณ์ชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรีโมตสมาร์ตคีย์รถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากสัญญาณรบกวน

วันนี้ (5 มีนาคม) จากเหตุการณ์ประชาชนในพื้นที่บริเวณถนนอินทราภรณ์ ซอย 10 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง ประสบปัญหารถจักรยานยนต์ที่ใช้ระบบสมาร์ตคีย์ ไม่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้เนื่องจากมีสัญญาณรบกวน

 

ต่อมาการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ชี้แจง ผ่านสำนักข่าว THE STANDARD ระบุว่า รับทราบปัญหาและไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กรณีดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับ ระบบสื่อสารโครงข่ายสำหรับการควบคุมระบบไฟฟ้า ของ MEA ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัดต่อกระแสไฟฟ้าผ่านคลื่นวิทยุ

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่โดยทันที สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ขอความร่วมมือให้ปิดการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวชั่วคราว ซึ่ง MEA ได้รับทราบและดำเนินการระงับการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน MEA ได้เร่งประสานให้บริษัทผู้รับจ้างเข้าลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทางเทคนิคอย่างละเอียด

 

ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. และ MEA ยังคงอยู่ระหว่างการร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงของสัญญาณรบกวนดังกล่าวมาจากสาเหตุใดแน่ชัด เพื่อนำไปสู่การแก้ไข

 

MEA ขออภัยเป็นอย่างยิ่งในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับประชาชนในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้ที่ Line: MEA Connect (@MEAthailand) สัญลักษณ์โล่สีเขียวนำหน้าชื่อบัญชีทางการ เลือกเมนู ติดต่อ MEA Call Center Online 1130 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง และติดตามข่าวสารงานบริการของ MEA ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th

The post ​การไฟฟ้าแจงปมคลื่นสัญญาณรบกวนรีโมตรถจักรยานยนต์ ซ.อินทราภรณ์ 10 พร้อมระงับใช้อุปกรณ์ชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘คลื่นหน่วยงานรัฐ’ กวนสัญญาณรีโมต ไขปริศนารถสตาร์ทไม่ติดซอยอินทราภรณ์ 10 https://thestandard.co/government-waves-remote-car-interference/ Thu, 05 Mar 2026 06:56:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1184574 ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10

วันนี้ (5 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริ […]

The post ‘คลื่นหน่วยงานรัฐ’ กวนสัญญาณรีโมต ไขปริศนารถสตาร์ทไม่ติดซอยอินทราภรณ์ 10 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10

วันนี้ (5 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณถนนอินทราภรณ์ ซอย 10 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เพื่อสำรวจความผิดปกติของสัญญาณรบกวนที่ส่งผลให้รถจักรยานยนต์จำนวนมากไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ตามปกติ

 

ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือรถที่ใช้ระบบรีโมตในการเปิดและสตาร์ทรถ โดยรุ่นที่พบปัญหาอย่างชัดเจนคือ Yamaha รุ่น XMAX, NMAX และ Grand Filano นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถยนต์บางคันที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถกดล็อกรถได้ด้วยเช่นกัน แต่ในส่วนของรถยนต์นั้นจะยังสามารถขับขี่ได้ตามปกติ

 

อย่างไรก็ตามทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดังกล่าวตั้งแต่วานนี้ 4 มีนาคม และสรุปสาเหตุเบื้องต้นว่าเกิดจากหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งมีการปล่อยคลื่นสัญญาณเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แรงเกินไป

 

คลื่นสัญญาณดังกล่าวได้เกิดการทับซ้อนและเข้าไปรบกวนระบบสัญญาณของรถจักรยานยนต์ที่ใช้รีโมตในการเปิด-ปิดและสตาร์ทรถ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มเติมของหน่วยงานดังกล่าว

 

ทั้งนี้วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดในพื้นที่ดังกล่าว คือการนำรถออกให้พ้นจากจุดที่มีสัญญาณรบกวน

 

  • กรณีรถไม่ได้ล็อกคอ: ผู้ขับขี่สามารถเข็นรถหรือให้ผู้อื่นช่วยยันรถออกไปจากพื้นที่เกิดเหตุในระยะประมาณ 100-300 เมตร เมื่อพ้นรัศมีคลื่นสัญญาณรบกวน ระบบรีโมตจะกลับมาทำงานและรถจะสามารถสตาร์ทติดได้ตามปกติ
  • กรณีรถล็อกคอไว้: จะไม่สามารถเข็นได้ จำเป็นต้องใช้วิธีช่วยกันยกรถออกไปให้พ้นระยะของสัญญาณในระยะ 100-300 เมตรเช่นเดียวกัน

 

ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 1ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 2ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 3ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 4ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 5ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 6ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 7ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 8ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 9ช่างภาพลงพื้นที่สำรวจความผิดปกติสัญญาณรบกวนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สตาร์ทไม่ติดบริเวณซอยอินทราภรณ์ 10 10

The post ‘คลื่นหน่วยงานรัฐ’ กวนสัญญาณรีโมต ไขปริศนารถสตาร์ทไม่ติดซอยอินทราภรณ์ 10 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อิหร่าน พบอิหร่านเป็นคู่ค้าอันดับ 95 ของไทยในปี 2568 จาก 245 ประเทศ https://thestandard.co/thailand-iran-trade-relations-2025/ Mon, 02 Mar 2026 07:49:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1183426 ภาพอินโฟกราฟิก แสดงข้อมูลความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อิหร่าน ประจำปี 2568 พร้อมสถิติการส่งออก-นำเข้าและสินค้าสำคัญ

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ แสดงให้เห็นว่า อิหร่านเป็นประเท […]

The post ส่องความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อิหร่าน พบอิหร่านเป็นคู่ค้าอันดับ 95 ของไทยในปี 2568 จาก 245 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิก แสดงข้อมูลความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อิหร่าน ประจำปี 2568 พร้อมสถิติการส่งออก-นำเข้าและสินค้าสำคัญ

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ แสดงให้เห็นว่า อิหร่านเป็นประเทคู่ค้าอันดับที่ 95 ของไทยจากทั้งหมด 245 ประเทศที่ไทยมีการค้าขายด้วยในปี 2568

 

โดยไทยมียอดส่งออกไปที่อิหร่านอยู่ที่ 4,487.21 ล้านบาท หดตัวจากปีก่อนหน้า 4.98 %YoY ส่วนการนำเข้าจากอิหร่านอยู่ที่ 310.19 ล้านบาท หดตัวจากปีก่อนหน้า 87.91%YoY ทำให้ไทยเกินดุลการค้าอยู่ที่ 4,177.02 ล้านบาท

 

สำหรับเชื้อเพลิง ไทยนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงจากอิหร่านในปี 2568 อยู่ที่ 17.32 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไทยนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นอันดับ 1 โดยในปี 2568 นำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถึง 416,060.06 ล้านบาท

 

เปิด 5 อันดับ สินค้าส่งออกสำคัญไทยไปยังอิหร่านในปี 2568

 

  • ผลไม้กระป๋องและแปรรูป
  • ยางพารา
  • ผลิตภัณฑ์ยาง
  • รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ
  • เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์

 

เปิด 5 อันดับ สินค้านำเข้าสำคัญ จากอิหร่านมายังไทยในปี 2568

 

  • ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้
  • สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป
  • นมและผลิตภัณฑ์นม
  • แผงวงจรไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม

 


 

ส่องความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อิหร่าน พบอิหร่านเป็นคู่ค้าอันดับ 95 ของไทยในปี 2568 จาก 245 ประเทศ

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post ส่องความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อิหร่าน พบอิหร่านเป็นคู่ค้าอันดับ 95 ของไทยในปี 2568 จาก 245 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 มาตรการ สคบ. เยียวยา-ลดภาระค่าใช้จ่าย อุทกภัยชาวใต้ https://thestandard.co/ocpb-flood-relief-south-info/ Wed, 03 Dec 2025 09:11:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1151048 4 มาตรการ สคบ. เยียวยา-ลดภาระค่าใช้จ่าย อุทกภัยชาวใต้

สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการ สำ […]

The post 4 มาตรการ สคบ. เยียวยา-ลดภาระค่าใช้จ่าย อุทกภัยชาวใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 มาตรการ สคบ. เยียวยา-ลดภาระค่าใช้จ่าย อุทกภัยชาวใต้

สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งออกมาตรการบรรเทาทุกข์ 4 ด้านหลักแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ประสบภัย เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภค

 

ครอบคลุมตั้งแต่ การซ่อมรถยนต์น้ำท่วม (ประเมินฟรี ลดราคาอะไหล่หรือค่าแรง), การพักชำระหนี้เช่าซื้อรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ สูงสุด 6 เดือน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง, ไปจนถึงการยกเว้นค่าส่งสินค้าออนไลน์ในพื้นที่ประสบภัย และการขยายเวลาหรือเปลี่ยนเที่ยวบินได้ฟรีสำหรับผู้โดยสารสายการบิน

 

นอกจากนี้ สคบ. ยังเข้มงวดตรวจสอบการขายรถยนต์มือสอง ต้องระบุประวัติตามความเป็นจริง และเข้มงวดคุณภาพวัสดุก่อสร้างหลังน้ำลด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

 

4 มาตรการ สคบ. เยียวยา-ลดภาระค่าใช้จ่าย อุทกภัยชาวใต้ 1

 

ภาพประกอบ: ยุทธพล ธไนศวรรย์

The post 4 มาตรการ สคบ. เยียวยา-ลดภาระค่าใช้จ่าย อุทกภัยชาวใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. เปิดยอดผู้เสียชีวิตบนถนนทะลุ 10,847 ราย สั่งตำรวจเป็นแบบอย่างวินัยจราจร ลั่นพร้อมใช้ AI คลี่คลายรถติด https://thestandard.co/police-deaths-ai-traffic-jam/ Wed, 19 Nov 2025 11:13:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1145129 รอง ผบ.ตร. เปิดยอดผู้เสียชีวิตบนถนนทะลุ 10,847 ราย สั่งตำรวจเป็นแบบอย่างวินัยจราจร ลั่นพร้อมใช้ AI คลี่คลายรถติด

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. […]

The post รอง ผบ.ตร. เปิดยอดผู้เสียชีวิตบนถนนทะลุ 10,847 ราย สั่งตำรวจเป็นแบบอย่างวินัยจราจร ลั่นพร้อมใช้ AI คลี่คลายรถติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. เปิดยอดผู้เสียชีวิตบนถนนทะลุ 10,847 ราย สั่งตำรวจเป็นแบบอย่างวินัยจราจร ลั่นพร้อมใช้ AI คลี่คลายรถติด

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมบริหารจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงประเด็นหลัก 2 เรื่องคือ การเพิ่มความคล่องตัวของการจราจร และ การลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อเตรียมรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

 

พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่เกิดจากปริมาณรถที่หนาแน่นเกินศักยภาพถนน จึงต้องร่วมมือกับหน่วยงานวิศวกรรมเพื่อออกแบบมาตรการให้การจราจรเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง และมุ่งเน้นการสร้างวินัยจราจรให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย

 

รอง ผบ.ตร. แสดงความเป็นห่วงต่อสถิติอุบัติเหตุ โดยระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 พฤศจิกายน 2568 มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนแล้วกว่า 10,847 ราย ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าผู้เสียชีวิตจากสงคราม โดยเฉพาะในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีเยาวชนเสียชีวิตจากการขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนปัญหาการไม่สวมหมวกนิรภัยและการขาดจิตสำนึก

 

“ไม่ต้องการให้ทำผิดกฎจราจร แต่หากทำผิดกฎจะต้องว่ากล่าวตักเตือน เมื่อตักเตือนแล้วยังทำซ้ำก็ต้องออกใบสั่ง…วันนี้บอกว่าเมาไม่ขับเพราะว่ากลัวตำรวจจับ อย่างนี้แก้ไม่ได้ แต่หากเราเมาแล้วเรากลัวอุบัติเหตุที่จะเกิดกับคนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณมาก” พล.ต.อ.สำราญ กล่าว

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการลดอุบัติเหตุ โดยจะ เพิ่มความเข้มงวดในจุดเกิดอุบัติเหตุบ่อย และ ตรวจเข้มเมาแล้วขับ พร้อมกำชับให้ตำรวจทุกนายต้องเป็นแบบอย่างในการรักษาวินัยจราจร

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำชับให้ทุกโรงพักสำรวจและตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดจากสภาพถนน พฤติกรรมผู้ขับขี่ และทัศนวิสัย ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อรับมือช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมาตรการที่เป็นรูปธรรมคือ การกวดขันวินัยจราจรแบบมีเหตุผล และการสำรวจจุดเสี่ยงทุกระดับเพื่อปรับปรุงถนน

 

รวมถึงการ นำทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI มาร่วมวางแผนแก้รถติดอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบัน กทม. มีการติดตั้งระบบ AI บริหารไฟจราจรแล้วประมาณ 20 จุด และเตรียมขยายผลให้ครอบคลุมมากขึ้น

 

พล.ต.อ.สำราญ ยังได้เตือนประชาชนถึงกรณีใบสั่งค้างชำระ โดยปัจจุบันมีสำนวนคดีค้างชำระกว่า 12,000 คดี และได้ส่งฟ้องศาลไปแล้ว 768 คดี พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนรีบชำระค่าปรับตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม

The post รอง ผบ.ตร. เปิดยอดผู้เสียชีวิตบนถนนทะลุ 10,847 ราย สั่งตำรวจเป็นแบบอย่างวินัยจราจร ลั่นพร้อมใช้ AI คลี่คลายรถติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายแดนสระแก้วสั่งห้ามรถเข็น-รถมอเตอร์ไซค์ป้ายทะเบียนกัมพูชาข้ามจุดผ่านแดนไทย มีผลทันทีวันนี้ https://thestandard.co/border-tension-aranyaprathet/ Mon, 23 Jun 2025 05:31:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1087919 border-tension-aranyaprathet

วันนี้ (23 มิถุนายน) ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภอ […]

The post ชายแดนสระแก้วสั่งห้ามรถเข็น-รถมอเตอร์ไซค์ป้ายทะเบียนกัมพูชาข้ามจุดผ่านแดนไทย มีผลทันทีวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
border-tension-aranyaprathet

วันนี้ (23 มิถุนายน) ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังจากกองกำลังบูรพามีคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์และยานพาหนะดัดแปลงทุกประเภทที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนกัมพูชา เข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวทันทีตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

 

มาตรการเด็ดขาดของไทยครั้งนี้เป็นการยกระดับตอบโต้มาตรการของกัมพูชาที่ประกาศงดรับน้ำมันและก๊าซจากประเทศไทย ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกก่อนเปิดด่านในเวลา 09.00 น. ตึงเครียดผิดปกติ จากเดิมที่เคยมีแรงงานกัมพูชาจำนวนมากขับขี่รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และรถชาลี มารอข้ามแดนเพื่อเข้ามาทำงานในตลาดโรงเกลือ แต่เช้านี้ภาพดังกล่าวได้หายไปโดยสิ้นเชิง

 

มาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

กองกำลังบูรพาได้กำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัยสูงสุดบริเวณชายแดน และป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย

 

โดยครอบคลุมถึงจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี๋ยน-สตึงบท, จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ หลังประตูด่านฝั่งกัมพูชาเปิด เจ้าหน้าที่ไทยได้เข้าหยุดยานพาหนะที่พยายามข้ามแดนไว้ทันที สร้างความสับสนให้กับแรงงานกัมพูชาหลายราย

 

เจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาได้เข้ามาเจรจา โดยระบุว่า “ไม่ทราบล่วงหน้า” ถึงมาตรการเข้มข้นของไทยครั้งนี้ ขณะที่แรงงานบางคนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องนำรถเข้ามาเพื่อดำเนินการด้านเอกสารกับศุลกากร มิฉะนั้นจะเสียค่าปรับ

 

อย่างไรก็ตาม การเจรจาระดับหน่วยปฏิบัติการระหว่างไทย-กัมพูชาดำเนินไปด้วยดี โดยทั้งสองฝ่ายย้ำจุดยืนให้แรงงานกัมพูชาเข้าใจตรงกันว่า รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และรถเข็น ไม่สามารถข้ามแดนได้ แต่ยังคงสามารถจอดรถไว้ฝั่งกัมพูชา และเดินข้ามผ่านช่องทางสำหรับคนเดินเข้าสู่ฝั่งไทยได้ตามปกติ

 

แม้สถานการณ์ในช่วงสายจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ยังคงอยู่ภายใต้สายตาและการควบคุมที่เข้มข้นของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ โดยขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผ่อนปรนหรือกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด

 

 รถจักรยานยนต์เขมรถูกห้ามเข้าด่านคลองลึก  รถจักรยานยนต์เขมรถูกห้ามเข้าด่านคลองลึก  รถจักรยานยนต์เขมรถูกห้ามเข้าด่านคลองลึก  รถจักรยานยนต์เขมรถูกห้ามเข้าด่านคลองลึก

 

The post ชายแดนสระแก้วสั่งห้ามรถเข็น-รถมอเตอร์ไซค์ป้ายทะเบียนกัมพูชาข้ามจุดผ่านแดนไทย มีผลทันทีวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิเดมิตสึ จับมือ ฟิล์ม รัฐภาคย์ เปิดตัว Team Christmas https://thestandard.co/idemitsu-empowering-the-future-with-ratthapark-wilairot/ Wed, 11 Jun 2025 10:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1084085 Idemitsu Honda Team Christmas

บริษัท อิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวความร่ […]

The post อิเดมิตสึ จับมือ ฟิล์ม รัฐภาคย์ เปิดตัว Team Christmas appeared first on THE STANDARD.

]]>
Idemitsu Honda Team Christmas

บริษัท อิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ฟิล์ม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ตำนานนักบิดชาวไทย ในการสนับสนุนทีมแข่งรถจักรยานยนต์ภายใต้ชื่อ “Idemitsu Honda Team Christmas” 

 

งานแถลงข่าวความร่วมมือในครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “Idemitsu Empowering the Future with Ratthapark Wilairot” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ การกีฬาแห่งประเทศไทย 

 

ในงานมี ยูอิจิ คูโจ ประธานบริษัท อิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.จักรกริช วหาวิศาล ประธานกรรมการบริหาร ร่วมประกาศความมุ่งมั่นในการสนับสนุนกีฬาแข่งรถอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยผู้บริหารจาก ไทยฮอนด้า, นักกีฬา และสื่อมวลชนร่วมงานคับคั่ง

 

โดยทีม “Idemitsu Honda Team Christmas” ซึ่งชื่อทีมตั้งชื่อตาม คุณพ่อคริสมาส วิไลโรจน์ ตำนานนักแข่งรถ ผู้เป็นแรงบันดาลใจสูงสุดของฟิล์ม 

 

ซึ่งทาง “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ กล่าวว่า “ผมทุ่มเทสร้างทีมนี้ขึ้นมาด้วยใจ ด้วยความหวังว่าจะพานักแข่งรุ่นใหม่สู่ความสำเร็จในเวทีระดับชาติและนานาชาติ การตั้งชื่อทีมเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณพ่อของผม เป็นสิ่งที่มีความหมายมากที่สุด”

 

สำหรับทีมแข่ง Idemitsu Honda Team Christmas ของ ฟิล์ม รัฐภาคย์ มีนักบิดประกอบด้วย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว (รุ่น SB1 Pro 1000 ซีซี), “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤติสาร (รุ่น SS1 Pro 600 ซีซี) และ “ฟาร์ม” ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ (รุ่น SB2 1000 ซีซี)

The post อิเดมิตสึ จับมือ ฟิล์ม รัฐภาคย์ เปิดตัว Team Christmas appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง’ จ่ออยู่ภายใต้กำกับดูแลของ ธปท. ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 68 https://thestandard.co/hire-purchase-leasing-thailand/ Fri, 06 Jun 2025 12:57:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1082637 hire-purchase-leasing-thailand

ธปท. จ่อเรียกธุรกิจการให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถ […]

The post ‘ธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง’ จ่ออยู่ภายใต้กำกับดูแลของ ธปท. ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
hire-purchase-leasing-thailand

ธปท. จ่อเรียกธุรกิจการให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รายงานตัว ก่อนธุรกิจดังกล่าวจะเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงิน

 

วันนี้ (6 มิถุนายน) ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ‘พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568’ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

 

“โดยกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดให้ ธปท. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายอื่น เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงิน”

 

ทั้งนี้ ธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับประชาชน โดยปริมาณธุรกรรมมีค่อนข้างสูง ล่าสุด ณ สิ้นปี 2567 ยอดธุรกรรมคงค้างอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งมีนัยต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและกระทบประชาชนในวงกว้าง และประมาณ 1 ใน 3 ของยอดธุรกรรมคงค้างดังกล่าว เป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ

 

“ในระหว่างนี้ ขอให้ผู้ประกอบธุรกิจเตรียมความพร้อมในการรายงานตัวกับ ธปท. เพื่อรองรับการกำกับดูแลและถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ธปท. ในระยะข้างหน้า โดย ธปท. จะแจ้งวันและระยะเวลาในการรายงานตัวให้ทราบต่อไป”

ภาพ: AnupongTermin / Shutterstock

The post ‘ธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง’ จ่ออยู่ภายใต้กำกับดูแลของ ธปท. ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมินสัญญาณไฟ-ฝ่าไม้กั้นรถไฟแยกอโศก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจักรยานยนต์ซ้ำซาก https://thestandard.co/asoke-intersection-railway-barrier-accident-risk/ Fri, 02 May 2025 12:46:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1070737 อุบัติ แยกอโศก

เมื่อช่วงเย็นหลังเลิกงานวันนี้ (2 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว […]

The post เมินสัญญาณไฟ-ฝ่าไม้กั้นรถไฟแยกอโศก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจักรยานยนต์ซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุบัติ แยกอโศก

เมื่อช่วงเย็นหลังเลิกงานวันนี้ (2 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจสภาพการจราจรบริเวณที่หยุดรถไฟอโศก ถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดตัดทางรถไฟที่สำคัญในเส้นทางรถไฟสายตะวันออก และเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบราง ทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (สถานีมักกะสัน) และรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีเพชรบุรี) ทำให้มีผู้สัญจรหนาแน่น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

 

จากการสังเกตพบว่าบริเวณดังกล่าวมีปัญหาการจราจรที่น่ากังวล โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บางส่วนที่มักไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟและเสียงเตือน เมื่อมีขบวนรถไฟกำลังจะเคลื่อนผ่าน แม้ไม้กั้นทางรถไฟจะเริ่มทำงานและเคลื่อนตัวลงปิดกั้นเส้นทาง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลายคันยังคงพยายามเร่งความเร็วเพื่อฝ่าข้ามทางรถไฟไปให้ได้ บางส่วนถึงกับขับขี่เบี่ยงหลบในลักษณะที่เสี่ยงอันตราย

 

พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น ซึ่งมีปริมาณรถสะสมมาก ทำให้บริเวณจุดตัดทางรถไฟแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง 

 

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต แต่ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 63 ระบุว่า เมื่อมีสัญญาณเตือนรถไฟ เสียงสัญญาณ หรือมีเครื่องกั้นลดลง หรือมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร และรอจนกว่าจะได้รับสัญญาณให้ผ่านไปได้

 

ผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามสัญญาณ หรือพยายามขับรถผ่านในขณะที่ไม้กั้นกำลังเคลื่อนลงหรือปิดอยู่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

นอกจากโทษปรับตามกฎหมายจราจรแล้ว หากการฝ่าฝืนนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของการรถไฟฯ เช่น ไม้กั้นเสียหาย หรือเกิดอุบัติเหตุกับขบวนรถไฟ ผู้กระทำผิดอาจต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติม และอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

The post เมินสัญญาณไฟ-ฝ่าไม้กั้นรถไฟแยกอโศก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจักรยานยนต์ซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คมนาคม เตรียมหารือตำรวจ พบไม่ใส่หมวกกันน็อกให้พานั่งโรงพัก 1 ชั่วโมง หวังให้เสียเวลา จะได้ใส่หมวกกันน็อกเพิ่มขึ้น https://thestandard.co/mot-prepares-discuss-police-not-wearing-helmet-hospital-1-hr/ Thu, 07 Nov 2024 06:16:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1005745 รมว.คมนาคม เตรียมหารือตำรวจ พบไม่ใส่หมวกกันน็อก

วานนี้ (6 พฤศจิกายน) ที่กระทรวงอุตสาหกรรม สุริยะ จึงรุ่ […]

The post รมว.คมนาคม เตรียมหารือตำรวจ พบไม่ใส่หมวกกันน็อกให้พานั่งโรงพัก 1 ชั่วโมง หวังให้เสียเวลา จะได้ใส่หมวกกันน็อกเพิ่มขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คมนาคม เตรียมหารือตำรวจ พบไม่ใส่หมวกกันน็อก

วานนี้ (6 พฤศจิกายน) ที่กระทรวงอุตสาหกรรม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ฌอง ท็อด ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ร่วมแถลงข่าวเปิดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางท้องถนนของสหประชาชาติ ภายใต้แคมเปญ #MakeASafetyStatement

 

สุริยะกล่าวว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนถือเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ล่าสุดประเทศไทยกำหนดเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเป็น 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 กระทรวงคมนาคมจึงเร่งผลักดันการดำเนินงานให้เกิดความปลอดภัยทุกมิติ เช่น ยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาตขับรถ การพัฒนามาตรฐานยานยนต์ให้เป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุทางถนน และนำมาซึ่งความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข

 

ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับและพัฒนากระบวนการออกใบอนุญาตขับรถให้มีคุณภาพ โดยจะนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ให้บริการประชาชน พิจารณาและปรับปรุงกฎระเบียบรับรองการตรวจคัดกรองสุขภาพ และตรวจประเมินสมรรถนะผู้ขับรถ อีกทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาระบบให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองแพทย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

 

สุริยะกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและสมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย เบื้องต้นหารือกันเรื่องการซื้อรถจักรยานยนต์ 1 คันควรต้องแถมหมวกกันน็อก 2 ใบ ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่แถมให้ 1 ใบ คาดว่าตรงนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้

 

นอกจากนั้นจะไปหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อพบกรณีขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก เบื้องต้นจะยังไม่ให้ปรับโดยทันที แต่จะเชิญไปที่โรงพักเพื่อนั่งรอไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เชื่อว่าตรงนี้ถ้าเกิดความไม่สะดวกขึ้นหลังจากนี้คนก็จะสวมหมวกกันน็อกกันมากขึ้น

 

ขณะที่สมศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญของไทย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยต่อปี 18,000 ราย พิการกว่า 10,000 ราย และบาดเจ็บกว่า 1 ล้านราย มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ในด้านการรักษาพยาบาลกระทรวงสาธารณสุขมุ่งพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพเพื่อลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

 

ทั้งนี้ การป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีท และจัดให้มีโครงการขับขี่ปลอดภัยใส่ใจสุขภาพเพื่อตรวจสุขภาพประเมินความพร้อมผู้ขับขี่ รวมถึงตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนคลินิกอาชีวเวชกรรมสู่การเป็นศูนย์เชี่ยวชาญการประเมินสมรรถนะทางสุขภาพของผู้ขับขี่ (Medical Fitness to Drive) ให้ได้อย่างน้อย 24 แห่งทั่วประเทศในปี 2568

 

The post รมว.คมนาคม เตรียมหารือตำรวจ พบไม่ใส่หมวกกันน็อกให้พานั่งโรงพัก 1 ชั่วโมง หวังให้เสียเวลา จะได้ใส่หมวกกันน็อกเพิ่มขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เล่นใหญ่! ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่บนรันเวย์แฟชั่น ดึง ‘เจฟ ซาเตอร์’ และ ‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ https://thestandard.co/thai-honda-motorcycle-jeff-satur/ Fri, 01 Nov 2024 10:04:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1002594 ไทยฮอนด้า

ขนาดครั้งแรกยังทำถึง! ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจ […]

The post เล่นใหญ่! ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่บนรันเวย์แฟชั่น ดึง ‘เจฟ ซาเตอร์’ และ ‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยฮอนด้า

ขนาดครั้งแรกยังทำถึง! ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เนรมิต EM GLASS ศูนย์การค้า EMSPHERE ให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นโชว์สุดอลัง! ‘The Ultimate Runway Show’ เพื่อเปิดตัว 2 พรีเซนเตอร์ตัวแทนรถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่บนเวทีแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของไทยฮอนด้า

 

ถือเป็นการทลายกำแพงทุกมิติจริงๆ สำหรับไทยฮอนด้าที่เลือกเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ‘New Honda Giorno+’ และ ‘All New Honda LEAD125’ ภายใต้คอนเซปต์การตอบสนองตัวตนของคนรุ่นใหม่ทุกสไตล์บนรันเวย์แฟชั่น เพราะไม่เพียงสร้างอิมแพ็กต์ให้กับผู้ร่วมงานเท่านั้น แต่ยังการดึง เจฟ-วรกมล ซาเตอร์ และ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่และสไตล์ที่แตกต่างของรถจักรยานยนต์ทั้งสองรุ่นผ่านตัวตนที่ชัดเจนของพรีเซนเตอร์ได้เป็นอย่างดี

 

สร้างเสียงฮือฮาทันทีเมื่อ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ พระเอกหนุ่มมากความสามารถ ขี่จักรยานยนต์ All New Honda LEAD125 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่รอบคัน มาบนรันเวย์แฟชั่น เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเรียบง่าย แต่ยังคงตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันได้อย่างเต็มที่ พร้อมโชว์ลีลาการตีกลองที่หลายคนไม่เคยเห็น ตอกย้ำตัวตนที่ใช่ เป็นได้มากกว่า

 

ส่วน เจฟ ซาเตอร์ นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ ที่กำลังโด่งดังสุดๆ ในเอเชีย เปิดตัวมาพร้อมกับ New Honda Giorno+ อัปลุคใหม่ให้โมเดิร์นชิคกว่าที่เคย ภายใต้คอนเซปต์ ‘Rise to New High พาสไตล์คุณเหนือสไตล์ใคร’ เผยโฉมสีสันใหม่ 6 สี 7 สไตล์ สะท้อนตัวตนที่แตกต่างในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมโชว์พลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ สะกดทั้งรันเวย์แฟชั่นโชว์ไว้อยู่หมัด

 

All New Honda LEAD125 มาพร้อมดีไซน์ใหม่รอบคัน เสริมลุคสปอร์ต ยกระดับความมินิมัลให้เท่มากขึ้น พร้อมด้วยความสะดวกสบายรอบคัน ทั้งช่องชาร์จไฟสำรอง USB Type-C และช่องเก็บของใต้เบาะแบบ Maximal จุของได้เต็มที่

 

สำหรับ New Honda Giorno+ กลับมาครั้งนี้พร้อมคอนเซปต์ ‘Rise to New High พาสไตล์คุณเหนือสไตล์ใคร’ เปลี่ยนโฉมฝาครอบหน้าพร้อม Emblem สีโครเมียมสะดุดตา ให้การขับขี่ที่คล่องตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไฮแฟชั่นแบบครอบคลุมทั้งดีไซน์และการใช้งาน

 

ใครที่สนใจเป็นเจ้าของ All New Honda LEAD125 และ New Honda Giorno+ พร้อมวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

 

ไทยฮอนด้า ไทยฮอนด้า

The post เล่นใหญ่! ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่บนรันเวย์แฟชั่น ดึง ‘เจฟ ซาเตอร์’ และ ‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ฮาร์ลีย์นำขบวน’ 74 ปีของจักรยานยนต์เกียรติยศ สัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ https://thestandard.co/harley-74-years-symbol-of-security/ Mon, 08 Apr 2024 11:30:22 +0000 https://thestandard.co/?p=920719

ทีมข่าว THE STANDARD มีโอกาสได้ร่วมบันทึกภาพการฝึกซ้อมข […]

The post ‘ฮาร์ลีย์นำขบวน’ 74 ปีของจักรยานยนต์เกียรติยศ สัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทีมข่าว THE STANDARD มีโอกาสได้ร่วมบันทึกภาพการฝึกซ้อมขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ฮาร์ลีย์นำขบวน ที่ถนนอักษะ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะออกมาฝึกตามวงรอบเพื่อให้รถมีสมรรถนะพร้อมต่อการเรียกใช้งานตลอดเวลา

 

ความเป็นมาของจักรยานยนต์เกียรติยศ 

 

เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ตำรวจสันติบาลมีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยเป็นการนำจักรยานยนต์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson) ระบบเกียร์มือ มีรถพ่วงข้างออกตรวจบริเวณรอบพระราชวังดุสิตและพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ซึ่งถือเป็นภารกิจการถวายความปลอดภัยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ต่อมาใน พ.ศ. 2511 กองพลาธิการกรมตำรวจ ได้จัดซื้อจักรยานยนต์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันรุ่นใหม่ให้ตำรวจสันติบาลเพื่อใช้ในภารกิจ เช่น นำ-แซงขบวนถวายความปลอดภัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นำ-แซงขบวนเพื่อให้เกียรติบุคคลในระดับประมุขรัฐ หรือหัวหน้ารัฐบาลในฐานะแขกรัฐบาล เอกอัครราชทูตต่างประเทศที่เข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นตราตั้ง อักษรสาส์นตราตั้ง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศไทย

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจักรยานยนต์เกียรติยศจึงถูกนำมาใช้ในภารกิจ นำ-แซงขบวนถวายพระเกียรติ เทิดพระเกียรติ ถวายความปลอดภัย และรักษาความปลอดภัยสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงพระราชอาคันตุกะ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ผู้นำรัฐบาลต่างประเทศ และแขกรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

 

จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรมตำรวจ เป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2541 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ได้กลายเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบภารกิจถวายความปลอดภัยและอารักขาบุคคลสำคัญของขบวนรถจักรยานยนต์เกียรติยศ ซึ่งขบวนรถฮาร์ลีย์-เดวิดสันนี้ นับเป็นต้นแบบของรถจักรยานยนต์นำขบวนอื่นๆ รวมถึงขบวนของตำรวจนครบาลด้วย

 

ทำไมต้องเป็น ‘ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน’ 

 

เนื่องจากในบางภารกิจของจักรยานยนต์เกียรติยศต้องใช้ความเร็วสูง จึงจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ และมีสมรรถนะที่ดีกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป ซึ่งรถฮาร์ลีย์-เดวิดสันเหมาะต่อการใช้ในภารกิจนำ-แซงขบวน อีกเหตุผล คือ กองบัญชาการตำรวจสันติบาลใช้รถจักรยานยนต์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันเป็นจักรยานยนต์เกียรติยศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2493 อยู่แล้ว 

 

ปัจจุบันจักรยานเกียรติยศของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีจำนวนทั้งสิ้น 70 คัน ใช้ปฏิบัติภารกิจได้จำนวน 65 คัน ประกอบด้วยรุ่น

 

  • Harley-Davidson รุ่น Pan Shovel Police ขนาด 1,200 ซีซี 
  • Harley-Davidson รุ่น Electra Glide Police ขนาด 1,200 ซีซี
  • Harley-Davidson รุ่น Road King Police ขนาด 1,340 ซีซี
  • Harley-Davidson รุ่น Electra Glide Police ขนาด 1,690 ซีซี
  • Harley-Davidson รุ่น Electra Glide Police ขนาด 1,745 ซีซี
  • Harley-Davidson รุ่น Electra Glide Police ขนาด 1,868 ซีซี

 

การฝึกตำรวจขับฮาร์ลีย์นำขบวน

 

ผู้ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เกียรติยศ จะต้องเข้ารับการฝึกโครงการขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าเพื่อฝึกหลักสูตรอบรมขับขี่ปลอดภัย หลังจากนั้นจึงเข้าฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ขับขี่จักรยานยนต์เกียรติยศจำนวน 5 วัน รูปแบบการฝึก เช่น สถานีฝึกจูงรถ สถานียกรถ สถานีสลาอ่าม สถานีเลขแปด และสถานีวงกลม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์เกียรติยศมีความสามารถในการขับขี่รถทั้งในรูปแบบขบวนช้าและเร็ว

 

ซึ่งที่ผ่านมาจักรยานยนต์เกียรติยศได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญ เช่น ขับรถนำ-แซงขบวนเกียรติยศในพิธีมอบกุญแจเมืองแด่สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย องค์ที่ 4 เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556 และขับรถนำ-แซงขบวนเกียรติยศ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

ประชาชนที่สนใจเยี่ยมชมจักรยานยนต์เกียรติยศ กองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์จักรยานยนต์เกียรติยศไว้ที่บริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการรวบรวมทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่พร้อมประวัติในแต่ละรุ่นให้ประชาชนทุกคนได้ร่วมศึกษา

 

The post ‘ฮาร์ลีย์นำขบวน’ 74 ปีของจักรยานยนต์เกียรติยศ สัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาให้ประกันตำรวจ คฝ. ขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่าย ตีหลักประกัน 3 แสน ใช้ตำแหน่งพ่อ-หัวหน้า https://thestandard.co/supreme-court-allow-bail-with-guarantee/ Thu, 18 Jan 2024 11:04:05 +0000 https://thestandard.co/?p=889375 นรวิชญ์ บัวดก

วันนี้ (18 มกราคม) ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วครา […]

The post ศาลฎีกาให้ประกันตำรวจ คฝ. ขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่าย ตีหลักประกัน 3 แสน ใช้ตำแหน่งพ่อ-หัวหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นรวิชญ์ บัวดก

วันนี้ (18 มกราคม) ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก ผู้บังคับหมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) จำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว

 

จากกรณีขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย บริเวณหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท ถึงแก่ความตาย

 

ตีราคาประกัน 300,000 บาท โดยให้ศาลอาญาพิจารณาหลักประกัน ซึ่งศาลอาญาได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่งของบิดาและผู้บังคับบัญชาของจำเลยเป็นประกันตามวงเงินประกันที่ศาลฎีกากำหนด และได้ออกหมายปล่อยจำเลยในวันนี้แล้ว

 

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 มกราคม ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เพิ่มโทษ ส.ต.ต. นรวิชญ์ เป็น 5 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ซึ่งต่อมา ส.ต.ต. นรวิชญ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา 

The post ศาลฎีกาให้ประกันตำรวจ คฝ. ขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่าย ตีหลักประกัน 3 แสน ใช้ตำแหน่งพ่อ-หัวหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>