ยุโรป Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ยุโรป/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 15 Aug 2025 03:54:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ยุโรปเผชิญวิกฤตไฟป่า หลังคลื่นความร้อนปกคลุม อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส https://thestandard.co/europe-wildfires-heatwave/ Wed, 13 Aug 2025 04:49:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1106471 europe-wildfires-heatwave

หลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตอนใต้ กำลังประสบกับเหตุ […]

The post ยุโรปเผชิญวิกฤตไฟป่า หลังคลื่นความร้อนปกคลุม อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส appeared first on THE STANDARD.

]]>
europe-wildfires-heatwave

หลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตอนใต้ กำลังประสบกับเหตุไฟป่าอย่างรุนแรง หลังคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม อุณหภูมิร้อนจัดพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน ชาวยุโรปหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

 

อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และประเทศแถบบอลข่าน ออกประกาศแจ้งเตือนความร้อนระดับสีแดง เตือนถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่รุนแรงจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสเปน (Aemet) รายงานว่า อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 44 องศาเซลเซียสในเมือง Seville และ Cordoba ขณะที่ภาคใต้ของโปรตุเกสก็อาจมีอุณหภูมิสูงเช่นเดียวกัน

 

นักวิเคราะห์ระบุว่า คลื่นความร้อนและสภาพอากาศแห้งแล้งที่เป็นต้นเหตุให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้นทั่วภูมิภาคยุโรปตอนใต้ในฤดูร้อนปีนี้

 

ไฟป่ายุโรป คลื่นความร้อน ไฟป่ายุโรป คลื่นความร้อน ไฟป่ายุโรป คลื่นความร้อน ไฟป่ายุโรป คลื่นความร้อน

 

อ้างอิง:

The post ยุโรปเผชิญวิกฤตไฟป่า หลังคลื่นความร้อนปกคลุม อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุโรปร้อนระอุ หลายประเทศออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนหนักสุดในรอบปี https://thestandard.co/europe-heatwave-july/ Wed, 02 Jul 2025 09:17:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1092008 europe-heatwave-july

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม […]

The post ยุโรปร้อนระอุ หลายประเทศออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนหนักสุดในรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
europe-heatwave-july

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2025 หลายประเทศต้องประกาศเตือนภัยและใช้มาตรการป้องกันเร่งด่วน หลังอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในบางพื้นที่ของโปรตุเกสที่แตะระดับ 46.6°C และทางตอนใต้ของสเปนที่สูงถึง 46°C

 

  • โปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี ถือเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

 

  • ฝรั่งเศส ออกประกาศเตือนภัยระดับ “แดง” ใน 16 แคว้น และระดับ “ส้ม” ในอีก 68 แคว้น ทำให้โรงเรียนกว่า 1,350 แห่งต้องปิดการเรียนการสอน ขณะที่หอไอเฟลต้องปิดชั้นบนสุดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

 

  • อิตาลี สั่งห้ามทำงานกลางแจ้งในช่วงเวลาร้อนที่สุดของวันในบางพื้นที่ พร้อมออกประกาศเตือนภัยระดับแดงใน 17 เมืองใหญ่

 

  • กรีซ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และตุรกี ก็ออกประกาศเตือนภัยเช่นกัน หลายพื้นที่ต้องรับมือกับไฟป่าที่ลุกลามจากความร้อนจัดและลมแรง

 

อุณหภูมิของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยังเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมให้คลื่นความร้อนในครั้งนี้รุนแรงยิ่งขึ้น

 

หน่วยงานสาธารณสุขในหลายประเทศแนะนำให้กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง พักผ่อนในที่เย็น ดื่มน้ำมากๆ และระมัดระวังอาการของภาวะขาดน้ำและลมแดด

 

นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในปีนี้ถือว่า เร็วผิดปกติในฤดูร้อน และรุนแรงมากขึ้นจากภาวะโลกร้อน โดยยุโรปกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น เร็วเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

 

คาดว่าคลื่นความร้อนนี้จะยังคงปกคลุมยุโรปอีกหลายวัน ก่อนจะเริ่มบรรเทาลงบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังมีประกาศเตือนภัยหลายพื้นที่ที่ยังคงมีผลต่อเนื่อง

 

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

คลื่นความร้อนยุโรป กรกฎาคม 2025 แตะ 46 องศา

 

ภาพ: Reuters 

The post ยุโรปร้อนระอุ หลายประเทศออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนหนักสุดในรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาครงเรียกร้องยุโรป-เอเชียผนึกกำลัง หลีกเลี่ยงการถูกบีบบังคับจากมหาอำนาจ https://thestandard.co/macron-europe-asia-unity-urged/ Sat, 31 May 2025 05:03:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1080594

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขึ้นกล่าวสปีชขณะ […]

The post มาครงเรียกร้องยุโรป-เอเชียผนึกกำลัง หลีกเลี่ยงการถูกบีบบังคับจากมหาอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขึ้นกล่าวสปีชขณะเข้าร่วมงานประชุมด้านความมั่นคง Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ โดยเรียกร้องให้ยุโรปและบรรดาประเทศในเอเชียแปซิฟิกผนึกกำลังกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบีบบังคับจากมหาอำนาจ ท่ามกลางความแตกแยกของสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเป็น ‘ความเสี่ยงหลัก’ ที่โลกกำลังเผชิญในขณะนี้

 

มาครงเดินทางเยือนภูมิภาคนี้ในขณะที่ฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับเอเชียมากยิ่งขึ้น เพื่อชดเชย ‘ความไม่แน่นอน’ จากมาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ผู้นำจีน ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรปอีกหลายประเทศก็ได้เยือนภูมิภาคนี้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทานและการค้าระดับโลก

 

มาครงระบุว่า ผมขอพูดอย่างชัดเจน ฝรั่งเศสเป็นเพื่อนและพันธมิตรของสหรัฐฯ และก็เป็นมิตร รวมถึงมีความร่วมมือกับจีนด้วย แม้ในบางครั้งจะมีความเห็นไม่ตรงกันหรือแข่งขันกัน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า เอเชียและยุโรปมี ‘ผลประโยชน์ร่วมกัน’ ในการป้องกันไม่ให้ระเบียบโลกล่มสลาย

 

ผู้นำฝรั่งเศสยังระบุอีกว่า ยุคของการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนั้นได้ผ่านไปแล้วอย่างแน่นอน ขณะนี้คือเวลาของพันธมิตรเชิงปฏิบัติการ (Coalitions of Action) ซึ่งต้องการให้ประเทศที่สามารถดำเนินการร่วมกันได้ เตรียมความพร้อมให้ตัวเองอย่างเต็มที่ในการที่จะทำเช่นนั้น

 

มาครงยังวิจารณ์การตอบสนองของตะวันตกต่อสงครามในยูเครนและสถานการณ์ในฉนวนกาซา โดยเตือนว่าความล้มเหลวในการจัดการกับวิกฤตเหล่านี้ อาจทำลายความน่าเชื่อถือของตะวันตกในสายตาของประชาคมโลก โดยเฉพาะพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หากเราถือว่ารัสเซียสามารถยึดครองบางส่วนของดินแดนยูเครนได้โดยไม่มีข้อจำกัด ไม่มีแรงกดดัน และไม่มีการตอบโต้จากระเบียบโลก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับไต้หวัน?

 

นอกจากนี้ มาครงยังเรียกร้องให้จีนยับยั้งเกาหลีเหนือจากการมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่รัสเซียในการทำสงครามกับยูเครนอีกด้วย โดยเอเชียไม่ควรมองสงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นเรื่องไกลตัว โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างพันธมิตรใหม่ระหว่างยุโรปและเอเชีย เพื่อรักษาระเบียบโลกและหลีกเลี่ยงการถูกบีบบังคับจากมหาอำนาจ

 

ภาพ: Edgar Su / Reuters

 

อ้างอิง:

The post มาครงเรียกร้องยุโรป-เอเชียผนึกกำลัง หลีกเลี่ยงการถูกบีบบังคับจากมหาอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ยุโรป’ ภูมิภาคที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ถอยหลังสู่ภาวะถดถอย เตือนปรับตัวช้าเสี่ยงล้าหลังสหรัฐฯและเอเชียยุคทรัมป์ 2.0 https://thestandard.co/europes-wealth-at-risk/ Wed, 22 Jan 2025 08:56:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1033135

‘ยุโรป’ ภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในโลก […]

The post เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ยุโรป’ ภูมิภาคที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ถอยหลังสู่ภาวะถดถอย เตือนปรับตัวช้าเสี่ยงล้าหลังสหรัฐฯและเอเชียยุคทรัมป์ 2.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ยุโรป’ ภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในโลก ซึ่งประกอบด้วยผู้คนกว่า 731 ล้านคนใน 48 ประเทศ เข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้นเรื่อยๆ

 

โดยบรรดาผู้บริหารยุโรปออกโรงเตือนว่า หากยุโรปไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับโลกเร่งตัวขึ้นในยุคทรัมป์ 2.0 อาจพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เตือนยุโรปล้าหลังเอเชียและสหรัฐฯ ด้านนวัตกรรม

 

Mario Greco ซีอีโอของ Zurich Insurance แสดงความเห็นในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า “ยุโรปล้าหลังกว่าคู่แข่งในเอเชียและสหรัฐฯ เสมอมาในด้านนวัตกรรม”

 

โดยการพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลทั้งหมดนั้น ยุโรปไม่ได้มีการลงทุนในด้านนี้อย่างที่สหรัฐฯ และจีนทำ รวมถึงการบูรณาการตลาดการเงินในยุโรปยังคงเป็นประเด็นว่าการทำธุรกิจในยุโรปมีความซับซ้อนเพียงใด และนี่คือสาเหตุที่ยุโรปต้องตื่นตัว

 

Greco กล่าวเสริมว่า ยุโรปมีความเข้มงวดมากเกินไปกับกฎระเบียบ และกำลังขัดขวางความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางโลกที่เข้าสู่ยุคทรัมป์ 2.0 ภายใต้นโยบาย ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ (America First) 

 

หมายความว่าภูมิภาคยุโรปจะต้องปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตัวเองให้มากขึ้นตาม โดยจะเห็นได้จากการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับในวันแรกของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ การถอนตัวจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิกถอนเป้าหมายการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 50% ตลอดจนการเคลื่อนไหวเพื่อปราบปรามผู้อพยพ

 

ขณะเดียวกันด้านนโยบายระดับโลก นอกจากสหรัฐฯ จะระบุว่าอาจเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% จากเม็กซิโกและแคนาดาในเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ทรัมป์ยังส่งสัญญาณเตือนว่าสหภาพยุโรปว่า ‘จำเป็นต้องซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รวมถึงน้ำมันและก๊าซ’ มิฉะนั้นจะตกเป็นเป้าหมายของภาษีนำเข้า

 

ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายของยุโรปควรจะตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่และยกเลิกกฎระเบียบ เมื่อเผชิญกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นและการแข่งขันจากสหรัฐฯ และจีน

 

ด้าน Vincent Van Peteghem รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของเบลเยียม กล่าวว่า “รัฐบาลใหม่ของทรัมป์ควรส่งเสียงที่ปลุกให้ยุโรปตื่น ซึ่งแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การตอบโต้ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยุโรปควรเน้นไปที่ความท้าทายของยุโรป นั่นก็คือความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงและช่องว่างด้านผลผลิตที่เพิ่มขึ้นที่เรากำลังเผชิญอยู่

 

ขณะที่ Steven van Rijswijk ซีอีโอของ ING กล่าวว่า ยุโรปควรต้องมีกฎระเบียบที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันมากขึ้นทั่วทั้งสหภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งภาคการผลิตและแรงงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับทวีปนี้ นอกจากนี้ Rijswijk ตั้งข้อสังเกตว่ายุโรปยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมอีกด้วยหรือไม่

 

Ana Botín ประธานบริหารของ Banco Santander กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องพัฒนากรอบการทำงาน เพื่อกระตุ้นการเติบโต เพราะยุโรปมีความเสี่ยงที่จะล้าหลัง ซึ่งที่ผ่านมานวัตกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในยุโรป เรามีสตาร์ทอัพจำนวนมาก แต่ปัญหาวันนี้คือชาวยุโรปเริ่มต้นที่นี่ แต่ธุรกิจหลายรายขยายไปยังสหรัฐฯ ซึ่งสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายกว่า และบริษัทต่างๆ มีภาระงานด้านเอกสารน้อยกว่า

 

Eric Lombard รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส มองว่าเมื่อวันนี้สหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร นั่นหมายความว่าสหภาพยุโรปจะต้องเพิ่มความพยายามในการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

 

ระเบิดเวลา ‘เยอรมนีและฝรั่งเศส’ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจถดถอย 2 ปีติดต่อกัน

 

ขณะเดียวกันรายงานข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ในปี 2024 เศรษฐกิจยูโรโซนเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการชะลอตัวของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศส ขณะที่ IMF คาดการณ์ว่าในปี 2025 GDP ของยูโรโซนจะขยายตัวเพียง 1.2% และอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.3%

 

“โดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของยุโรป เศรษฐกิจหดตัว 0.2% ในปี 2024 นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่เศรษฐกิจถดถอย”

 

นอกจากนี้ IMF ยังมองว่าความตึงเครียดของสงครามการค้าทั่วโลกและแรงกดดันทางการเมืองในภูมิภาคจะเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อยูโรโซนในปี 2025 โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามการค้าระลอกใหม่ภายใต้ทรัมป์ 2.0 จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้น ท่ามกลางความท้าทายด้านวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งยังคงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั่วทั้งยุโรป

 

อีกทั้งหลังจากนี้นโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีสินค้ายุโรปอาจเกิดขึ้น ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป เนื่องจากพึ่งพาการส่งออกอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างยานยนต์ เครื่องจักร และเคมีภัณฑ์มานาน

 

“ส่งผลให้วันนี้เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้อ่อนไหวต่อความผันผวนของอุปสงค์โลก ที่สำคัญการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของคู่ค้ารายใหญ่ เช่น จีน ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของการส่งออกในยูโรโซนอีกด้วย”

 

ภาพ: Peter Adams, Scott Olson / Getty Images

อ้างอิง:

The post เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ยุโรป’ ภูมิภาคที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ถอยหลังสู่ภาวะถดถอย เตือนปรับตัวช้าเสี่ยงล้าหลังสหรัฐฯและเอเชียยุคทรัมป์ 2.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ค้นหาโอกาสลงทุน หลังผลการเลือกตั้งยุโรปเปลี่ยนขั้ว | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-11072024-2/ Thu, 11 Jul 2024 06:13:13 +0000 https://thestandard.co/?p=956349

CFP® ผู้อำนวยการกลยุทธ์การลงทุน SCB Chief Investment Of […]

The post ชมคลิป: ค้นหาโอกาสลงทุน หลังผลการเลือกตั้งยุโรปเปลี่ยนขั้ว | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

CFP® ผู้อำนวยการกลยุทธ์การลงทุน SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวน และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ค้นหาโอกาสลงทุน หลังผลการเลือกตั้งยุโรปเปลี่ยนขั้ว | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน https://thestandard.co/uniqlo-is-liked-by-europeans/ Wed, 10 Jul 2024 06:39:32 +0000 https://thestandard.co/?p=955939

ตลาดจีนไม่หอมหวานแล้ว! UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเดินเ […]

The post คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดจีนไม่หอมหวานแล้ว! UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเดินเกมใหม่ เดินหน้าเปิดร้านในยุโรปแทนจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยแนวคิดการออกแบบคอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายจนมัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด ส่วนจีนไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนจนต้องปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร

 

Nikkei Asia รายงานว่า ปัจจุบันธุรกิจของ UNIQLO ร้านค้าปลีกจำหน่ายเสื้อผ้าที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น เริ่มมีชื่อเสียงในตลาดยุโรปแล้ว เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงง่ายควบคู่ไปกับการปล่อยคอลเล็กชันใหม่ออกมาตามฤดูกาล ทั้งนี้ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก หนึ่งในนั้นอาจเป็นเพราะการแข่งขันจากแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นค่ายอื่นๆ อย่าง ZARA และ H&M ที่มีความรุนแรงและแต่ละค่ายก็มีสินค้าใหม่ออกมาให้เลือกอย่างหลากหลาย

 

ถึงวันนี้ Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ หันมาเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนประเทศจีน โดยร้านที่เปิดจะเป็นร้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งในช่วงไตรมาส 2 ได้ทยอยเปิดในกรุงโรมของอิตาลี และเอดินบะระในสหราชอาณาจักรแล้ว จนทำให้สาขาในโซนยุโรปเพิ่มขึ้น 76 แห่ง จากปัจจุบันที่มีสาขาทั้งหมด 2,469 แห่งทั่วโลก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำหรับทิศทางต่อจากนี้ UNIQLO วางแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่งในปีนี้ที่ลอนดอน, อิตาลี, ฝรั่งเศส และโปแลนด์ โดยทุกๆ ร้านจะเปิดตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ขายประมาณ 1,300 ตารางเมตร

 

Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Fast Retailing กล่าวว่า เมื่อมาดูผลประกอบการในยุโรปปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2023 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 2,900 ล้านเยน และเมื่อเทียบกับรายได้ในญี่ปุ่นที่มีสาขา 800 แห่ง ทำรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านเยน ขณะที่ประเทศจีน รวมถึงฮ่องกงและไต้หวัน UNIQLO มีสาขาทั้งหมด 1,031 แห่ง ทำรายได้อยู่ที่ 601 ล้านเยน

 

เรียกได้ว่าตลาดยุโรปมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น สะท้อนจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 38.4%

 

ด้าน Jun Kawahara นักวิเคราะห์อาวุโสของ Daiwa Securities กล่าวว่า UNIQLO มีแนวคิดการออกแบบสินค้าที่มีคุณภาพสูง และเสื้อผ้าทุกคอลเล็กชันยังสามารถจับคู่ใส่แล้วเข้ากันได้ดี ที่สำคัญกลุ่มผู้บริโภคในยุโรปไม่ได้มอง UNIQLO เป็นฟาสต์แฟชั่น แต่มีห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และให้ความสำเร็จกับเทรนด์ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น จึงทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดยุโรปอย่างรวดเร็ว

 

สอดคล้องกับ Dana Dyusheyeva ในวัย 24 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอน กล่าวว่า เสื้อชั้นในของ UNIQLO ออกแบบมาทนทาน รวมถึงแจ็กเก็ตขนเป็ดน้ำหนักเบาจนสามารถสวมใส่ได้ทั้งปี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังเข้าไม่ถึง นั่นคือสิ่งที่บริษัทต้องทำต่อไปคือสร้างการจดจำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ขณะที่ตลาดจีน UNIQLO เริ่มน่าเป็นห่วง ในบางสาขามียอดขายต่อเดือนต่ำมากจนต้องเลือกปิดสาขาที่ไม่ทำยอดขายและกำไร สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ แน่นอนว่าทำให้ต้องพิจารณาการเปิดร้านใหม่ๆ

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมแฟชั่นต้องทำงานกันอย่างหนัก ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งจากยักษ์ใหญ่ เริ่มตั้งแต่ ZARA และ H&M ยังไม่รวมถึงแบรนด์สินค้ารายเล็กๆ ที่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดด้วยเช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอลิมเปียกอส ทีมแรกจากกรีซ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยุโรป https://thestandard.co/olympiacos-win-the-uefa/ Thu, 30 May 2024 03:39:39 +0000 https://thestandard.co/?p=939115 โอลิมเปียกอส

ชื่อของโอลิมเปียกอส เป็นที่คุ้นเคยในกลุ่มแฟนบอลเป็นอย่า […]

The post โอลิมเปียกอส ทีมแรกจากกรีซ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอลิมเปียกอส

ชื่อของโอลิมเปียกอส เป็นที่คุ้นเคยในกลุ่มแฟนบอลเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในรายการใหญ่ของยุโรปอย่าง ‘แชมเปียนส์ลีก’ ที่ยอดทีมจากดินแดนเทพนิยายเคยได้แวะเวียนไปแข่งขันอยู่บ้าง และผลมักลงเอยที่การจอดรอบแบ่งกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง

 

แต่ครั้งล่าสุดในรายการยูฟ่ายูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีกรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง โอลิมเปียกอส ทีมดังจากกรีซที่สามารถทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก พบ ฟิออเรนตินา ทีมจากอิตาลีที่เข้าชิง 2 ครั้งติด

 

การแข่งขันดำเนินไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ จนในนาทีที่ 116 อายูบ เอล คาบี จัดการซัลโวประตูชัยให้ โอลิมเปียกอส เฉือนชนะม่วงมหากาฬไปได้ 1-0 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกจากกรีซที่คว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ และนับเป็นแชมป์คอนเฟอเรนซ์ลีกสมัยแรกของทีมด้วย

 

 

The post โอลิมเปียกอส ทีมแรกจากกรีซ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เชี่ยวชาญประเมินผลกระทบดอลลาร์แข็งค่า ชี้ชาติเอเชียเจ็บหนักสุด แต่ยุโรปก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ญี่ปุ่นลั่น พร้อมแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน https://thestandard.co/experts-assess-the-impact-of-a-strong-dollar/ Wed, 24 Apr 2024 06:44:47 +0000 https://thestandard.co/?p=926126

สกุลเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไ […]

The post ผู้เชี่ยวชาญประเมินผลกระทบดอลลาร์แข็งค่า ชี้ชาติเอเชียเจ็บหนักสุด แต่ยุโรปก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ญี่ปุ่นลั่น พร้อมแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สกุลเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างเหนียวแน่น และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็นปัจจัยน่าปวดหัวต่อรัฐบาลนานาประเทศทั่วโลกในการสรรหามาตรการรับมือ โดยเฉพาะบรรดาชาติในเอเชียที่เหล่านักวิเคราะห์ประเมินว่าเจ็บหนักสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ 

 

ความกังวลดังกล่าวมีขึ้นหลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ และค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มขยับขึ้นเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน โดยการฟื้นตัวครั้งล่าสุดหลังจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในเดือนมีนาคมที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด ยังผลักดันให้ตลาดเลื่อนแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกไปอีก ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่อ่อนไหวระหว่างค่าเงินดอลลาร์กับอัตราดอกเบี้ย

 

ทั้งนี้ ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากการที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าก็คือ เอเชีย เริ่มต้นที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นที่อ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 บีบให้ญี่ปุ่นต้องออกมาส่งสัญญาณความจำเป็นที่จะต้องแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน 

 

ขณะที่ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ก็ไม่น้อยหน้า หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นราว 7% เมื่อเทียบกับค่าเงินวอนภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว แถมยังทำสถิติสูงสุดในรอบปี ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลวอชิงตัน เพื่อพร้อมดำเนินมาตรการจำเป็นหากต้องเข้าแทรกแซงตลาด ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยได้พบบ่อยนัก 

 

James Lord หัวหน้าฝ่าย FX และกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ของ Morgan Stanley กล่าวว่า การออกแถลงการณ์ร่วมกันสามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า หากรัฐบาลเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่นต้องการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน สหรัฐฯ ก็ไม่มีความจำเป็นในการคัดค้านแต่อย่างใด 

 

ขณะเดียวกัน ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากค่าเงินดอลลาร์แกร่งก็คือ ค่าเงินรูปีอินเดีย และค่าเงินดองของเวียดนาม ซึ่งขณะนี้สกุลเงินทั้งสองชาติทำสถิติอ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าที่สุดในรอบสี่ปี ทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียเริ่มหารือเรื่องการแทรกแซงอย่างจริงจัง 

 

นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนในตลาดต่างจับตาดูค่าเงินหยวนในตลาด ซึ่งอ่อนค่าลงน้อยกว่าบรรดาสกุลเงินอื่นๆ โดยผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งชี้ว่า เงินหยวนที่อ่อนค่าอาจส่งผลบวกต่อภาคการส่งออกของประเทศ แต่รัฐบาลจีนอาจไม่ยอมให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามากเกินไป เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เงินทุนไหลออกประเทศได้

 

ในส่วนของภูมิภาคยุโรป แม้ว่าค่าเงินยูโรจะไม่ได้อ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยล่าสุดอยู่ที่ 1.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า บรรดาธนาคารต่างๆ ภายในยุโรปได้ปรับลดการคาดการณ์ค่าเงินยูโรต่อดอลลาร์ลง ซึ่งอาจกระทบต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในปีนี้

 

รายงานระบุว่า ก่อนที่จะมีข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ ตลาดส่วนใหญ่มองว่า ECB และ Fed กำลังเคลื่อนไหวมุ่งสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยขณะนี้ ECB คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเดือนมิถุนายน ขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed เลื่อนออกไปอยู่ในเดือนกันยายน ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบห้าเดือน 

 

Kenneth Broux หัวหน้าฝ่ายวิจัย FX ของ Societe Generale ชี้ว่า หากเงินยูโรยังคงอ่อนค่าลงต่ำกว่า 1.05 ดอลลาร์สหรัฐ บวกกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ยุโรปก็อาจต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้น ECB อาจจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก

 

ญี่ปุ่นพร้อมแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

 

Shunichi Suzuki รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น เปิดเผยต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ระบุชัดว่า ตนได้เกริ่นถึงความจำเป็นในการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในระหว่างการประชุมไตรภาคีญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 

 

ทั้งนี้ Suzuki กล่าวว่า การประชุมกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในครั้งนั้น ทางญี่ปุ่นได้อธิบายถึงผลกระทบสาหัสที่ญี่ปุ่นได้รับจากการที่ค่าเงินอ่อนค่าลงอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งการหารือในเรื่องดังกล่าว แม้ว่าญี่ปุ่นจะไม่ได้ระบุชัดเกี่ยวกับการดำเนินการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน แต่ Suzuki อธิบายว่า ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นถือเป็นการปูพื้นวางรากฐานสำหรับญี่ปุ่นในการดำเนินการที่เหมาะสม (ในตลาดสกุลเงิน) เพื่อจัดการค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากเกินไป 

 

แม้ว่าจะไม่ได้ระบุรายละเอียดว่า ญี่ปุ่นจะดำเนินการอย่างไร แต่คำเตือนครั้งใหม่ล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น กดให้เงินเยนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 154.85 เยน นับเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 ส่งผลให้ตลาดเริ่มตื่นตัวมากขึ้น สำหรับสัญญาณการแทรกแซงจากรัฐบาลโตเกียวเพื่อหนุนค่าเงินเยน

 

รายงานระบุว่า รัฐบาลของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ตกลงที่จะ ‘ปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิด’ เกี่ยวกับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในการเจรจาทางการเงินไตรภาคีครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสหรัฐฯ ได้ยอมรับข้อกังวลจากโตเกียวและโซลเกี่ยวกับการที่ค่าเงินอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา 

 

ภายหลังการประชุมไตรภาคี ทั้งสามฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งชี้ว่า คำเตือนที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นจากหัวหน้าฝ่ายการเงินของทั้งสามประเทศ ซึ่งแทรกอยู่ในแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุม ถือเป็นการยินยอมอย่างไม่เป็นทางการของรัฐบาลวอชิงตันที่เปิดทางให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อจำเป็น

 

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดสกุลเงินครั้งล่าสุดในปี 2022 โดยเริ่มครั้งแรกในเดือนกันยายนและอีกครั้งในเดือนตุลาคม เพื่อพยุงค่าเงินเยน

 

Hideo Kumano หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัย Dai-ichi Life กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินเยนอาจมีความผันผวนในช่วงวันหยุด Golden Week ของญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า ดังนั้นทางการอาจเพิ่มคำเตือนเพื่อให้ผู้ค้าเฝ้าระวังโอกาสของการแทรกแซง ซึ่งไม่ว่าจะมีการแทรกแซงหรือไม่ แต่ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมากก็ทำให้ตลาดตื่นตัวถึงโอกาสเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่น 

 

ในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นประจำในวันที่ 23 เมษายน Shunichi Suzuki เน้นย้ำว่า ทางการญี่ปุ่นจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานในต่างประเทศ เพื่อจัดการกับความผันผวนที่มากเกินไปในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ พร้อมย้ำว่า ทางการญี่ปุ่นจับตาดูการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด และญี่ปุ่นพร้อมดำเนินการมาตรการใดๆ ต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มากเกินไปโดยไม่ตัดทางเลือกใดๆ

 

ทั้งนี้ ค่าเงินเยนที่ลดลงล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในรอบห้าเดือน และเสริมความคาดหวังว่า Fed ไม่น่าจะเร่งรีบลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2024 

 

แม้ว่าค่าเงินเยนที่อ่อนค่าจะช่วยเพิ่มการส่งออก แต่กลับกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่น เนื่องจากจะทำให้ค่าครองชีพของครัวเรือนสูงขึ้นจากการผลักดันต้นทุนการนำเข้า และทำให้ราคาสินค้านำเข้าโดยเฉพาะราคาพลังงานแพงขึ้น 

 

แรงกดดันสู่ BOJ เพิ่มขึ้น

 

ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมาก ยังทำให้หลายฝ่ายจับตาดูความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เนื่องจากอาจส่งผลต่อจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปโดย BOJ หลังจากที่ Kazuo Ueda ผู้ว่าการ BOJ ส่งสัญญาณเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ธนาคารกลางมีความพร้อมที่จะเพิ่มความเข้มงวดในนโยบาย หากเงินเยนอ่อนค่าลง 

 

ทั้งนี้ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวในระหว่างการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ย้ำชัดว่า BOJ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อขยับเข้าสู่เป้าที่ตั้งไว้ที่ 2% 

 

BOJ มีกำหนดจะประชุมหารือพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายการเงินในการประชุมระหว่างวันที่ 25-26 เมษายน ท่ามกลางการคาดการณ์ของตลาดที่เชื่อว่า BOJ จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งในการประชุม BOJ ครั้งก่อนหน้า BOJ คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ในอีกสามปีข้างหน้า 

 

อ้างอิง: 

The post ผู้เชี่ยวชาญประเมินผลกระทบดอลลาร์แข็งค่า ชี้ชาติเอเชียเจ็บหนักสุด แต่ยุโรปก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ญี่ปุ่นลั่น พร้อมแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เที่ยวยุโรปให้แตกต่าง ผ่าน 4 อาหารมีชื่อที่ควรไปลองถึงถิ่นสักครั้ง https://thestandard.co/life/europe-trip-through-4-foods/ Wed, 04 Oct 2023 01:50:54 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=849532

เราเชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินชื่ออาหารเหล่านี้มาก่อน ไม่ว่า […]

The post เที่ยวยุโรปให้แตกต่าง ผ่าน 4 อาหารมีชื่อที่ควรไปลองถึงถิ่นสักครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราเชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินชื่ออาหารเหล่านี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแชมเปญ, พาร์เมซานชีส, กามองแบร์ชีส, พาร์มาแฮม หรือแม้แต่เหล้าวิสกี้อย่างไอริชวิสกี้ และอีกสารพันอย่างของกินดื่มมีชื่อจากยุโรป ที่แม้หูจะคุ้นชื่อแต่ในใจยังมีเรื่องแอบสับสนอยู่บ้าง เช่น ทำไมแชมเปญถึงต้องมาจากฝรั่งเศส ทำไมสปาร์กลิงไวน์อื่นๆ ซึ่งเป็นไวน์พรายฟองเหมือนกันถึงใช้คำว่าแชมเปญบ้างไม่ได้ ไหนจะพาร์เมซานชีสอีก ทำไมอิตาลีถึงเรียกว่า Parmigiano Reggiano ทั้งๆ ที่เป็นพาร์เมซานชีสเหมือนกัน ฯลฯ คำตอบทั้งหมดนั้นง่ายแสนง่าย เราจะพาคุณไปรู้จักกับ GI หรือคำไทยเรียกว่า ‘สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์’

 

 

GI คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

 

GI ย่อมาจากคำว่า Geographical Indication แปลเป็นไทยว่า ‘สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์’ เป็นเครื่องหมายสินค้าที่เจาะจงแหล่งผลิต ซึ่งก่อให้เกิดคุณภาพและชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ อย่างสินค้าไทย เช่น มะขามหวานเพชรบูรณ์, กาแฟดอยช้าง, ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ฯลฯ ด้วยสภาพอากาศ สภาพของดิน และวิธีการเพาะปลูก ทำให้สินค้าเหล่านั้นมีรสชาติเฉพาะ ไม่สามารถเลียนแบบได้ แม้นำพืชชนิดเดียวกันไปปลูกในพื้นที่ใดก็ตาม

 

เช่นเดียวกับยุโรป หากคุณอยากกินพาร์เมซานชีสของแท้ต้องเป็นพาร์เมซานชีสที่ผลิตขึ้นทางตอนเหนือของอิตาลีเท่านั้น หรือแชมเปญ เครื่องดื่มพรายฟองยอดนิยม ต้องมาจากแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส ที่บ่มขึ้นด้วยกรรมวิธีโบราณจากองุ่นในแคว้นโดยเฉพาะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมสินค้า GI จึงมีราคาแพงมากกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ 

 

สินค้า GI ในทวีปยุโรปคิดเป็นมูลค่าตลาดมากกว่า 77,000 ล้านยูโร หรือเท่ากับ 15% ของสินค้าอาหารส่งออกทั้งหมด นอกจากความสุนทรีในการกินแล้ว สินค้า GI ยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ให้พัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ปักหมุดนักชิมให้มาเยี่ยมเยือน เกิดการสร้างงานและอาชีพ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ได้ด้วย

 

สินค้า GI ใดบ้างที่เราสมควรไปลองถึงถิ่นเมื่อเยือนยุโรป

 

อันที่จริงยุโรปมีสินค้าผลิตภัณฑ์ GI ที่คนทั่วโลกรู้จักเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นแชมเปญ, พาร์เมซานชีส, กามองแบร์ชีส, พาร์มาแฮม ฯลฯ แต่ถ้าคุณเป็นนักชิมตัวยงและยังตระเวนเที่ยวแต่เมืองใหญ่ เราแนะนำให้คุณเขยิบออกจากเมืองคุ้นเคย สู่แหล่งผลิตสินค้า GI ที่นอกจากจะได้สัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมแล้ว ยังได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ที่คุณหาซื้อที่ไหนไม่ได้ (นอกจากเอาตัวเองมา!)

 

 

1. Champagne, ฝรั่งเศส

 

ไวน์พรายฟองสีเหลืองอร่ามที่ผู้คนมักใช้ในโอกาสพิเศษหรือดื่มเพื่อเฉลิมฉลองอย่างแชมเปญ เป็นสินค้า GI ที่ผลิตขึ้นในแร็งส์ (Riems) และเอแปร์เน (Epernay) เมืองเล็กในแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปารีส ด้วยสภาพอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว และมีแสงแดดจัดในฤดูร้อน ประกอบกับดินชอล์กสีขาวที่มีสภาพอุ้มน้ำได้ดี ทำให้องุ่นที่ปลูกในแคว้นชองปาญไม่ว่าจะเป็น Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว บวกกับเทคนิคการบ่ม 2 ครั้งแบบโบราณที่ทำให้แชมเปญเกิดฟองตามธรรมชาติ ฟองมูสที่ได้จึงเนื้อเนียนละเอียด รสชาติหลากหลาย มีทั้งกลิ่นซิตรัส แอปเปิ้ล แพร์ บริยอช ไปจนถึงกลิ่นดอกไม้ และความหวานตั้งแต่ระดับ Brut Nature (แทบไม่มีความหวาน) ไปจนถึง Doux (หวานมาก)

 

 

Where to go: สำหรับคนที่อยากแวะไปแถวแคว้นชองปาญ เราแนะนำให้คุณนั่งรถไฟออกจากปารีสขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส และเช่ารถสักคันขับชมวิวตระเวนไร่ไวน์ ชิมแชมเปญรสชาติเยี่ยมจากชาโตว์ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองแร็งส์ (Reims) ที่นอกจากจะมีวิหารเก่าแก่อย่างมหาวิหารแร็งส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักแล้ว เขตพื้นที่นอกเมืองยังเป็นเขตปลูกองุ่นสำคัญของแคว้น แหล่งผลิตแชมเปญระดับพรีเมียมที่มีการบ่มยาวนานกว่าแชมเปญจากพื้นที่อื่น

 

When: ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

 

 

2. Parmigiano Reggiano, อิตาลี

 

รู้หรือไม่ว่า พาร์เมซานชีสที่เรากินส่วนใหญ่ล้วนเป็นของปลอม?! ใจเย็นไว้ก่อน คำว่าปลอมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการปลอมแปลงชีส พาร์เมซานชีสยังคงผลิตจากนมวัวเช่นเคย หากแต่ถิ่นกำเนิดของพาร์เมซานชีสแท้จริงมาจากอิตาลี และถูกเรียกในชื่อ ‘Parmigiano Reggiano’ ชีสแข็งอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมใน 5 เมืองของอิตาลี คือ Parma, Reggio Emilia, Modena, Bologna และ Mantua โดยสิ่งที่ทำให้ Parmigiano Reggiano เป็นชีสที่ไม่สามารถผลิตที่ไหนก็ได้คือ แบคทีเรียบางชนิดที่มีเฉพาะพื้นที่ดังกล่าว และต้องใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการบ่มอย่างน้อย 1 ปี และอาจถึง 3 ปี เพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น 

 

Parmigiano Reggiano ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ของสหภาพยุโรปที่เรียกว่า PDO ภายใต้ชื่อ Parmigiano Reggiano ซึ่งหมายความว่า วัตถุดิบและกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนต้องอยู่ใน 5 เมืองดังกล่าวเท่านั้น ด้วยช่องว่างทางการตลาดบวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดพาร์เมซานชีสมากมายในทวีปอื่นๆ นอกเหนือยุโรป โดยเป็นชีสแข็งที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Parmigiano Reggiano แต่มีการบ่มน้อยกว่าและราคาถูกกว่า (มาก)

 

 

Where to go: มาถึงอิตาลีทั้งทีคุณจะไม่อยากลองชิม Parmigiano Reggiano ของแท้กันเหรอ? ไม่ว่าจะเป็น Parma, Reggio Emilia, Modena, Bologna และ Mantua ต่างมีทัวร์ชิมชีสกันทั้งนั้น แต่ถ้าเลือกเพียง 1 ที่เราแนะนำให้คุณปักหมุดที่ Parma หรือ Bologna สองเมืองใหญ่ที่คนไทยคุ้นหู ซึ่งนอกจากสถานที่เที่ยวทางด้านสถาปัตยกรรมและอาหารอร่อยๆ แล้ว คุณยังสามารถหาโรงงานทำชีส แล้วเข้าร่วมทัวร์ชิมชีส ทำเวิร์กช็อป และชมเทคนิคดั้งเดิมที่ใช้ในกระบวนการผลิต Parmigiano Reggiano ได้โดยตรง รับรองว่าลองแล้วจะลืมรสพาร์เมซานชีสอื่นไปเลย

 

When: ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

 

 

3. Prosciutto di Parma, อิตาลี

 

หากพูดถึงแฮมที่มีชื่อเสียง ชนิดที่คนไม่เคยกินก็รู้จัก ต้องยกให้แฮมจากเมืองพาร์มา หรือที่เรารู้จักในนาม ‘พาร์มาแฮม’ หรือ ‘Prosciutto di Parma’ วัสดุดิบสำคัญในอาหารอิตาลีที่มักนำไปเสิร์ฟเป็นจานเรียกน้ำย่อย อยู่บนหน้าพิซซ่า หรือกินคู่กับสลัด การทำพาร์มาแฮมเป็นเทคนิคการถนอมอาหารพิเศษที่เกิดขึ้นในเมืองพาร์มา สามารถนับย้อนไปได้ถึงสมัยโรมัน 

 

จุดเด่นคือการนำเอาขาหลังของหมูพันธุ์พื้นเมืองที่มีอายุ 9-12 เดือน ที่ถูกเลี้ยงด้วยเวย์และธัญพืชท้องถิ่น ไปหมักเกลือทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อดูดความชื้นและทำให้เนื้อหมูมีรสเค็ม ก่อนนำมาล้างจนสะอาด และบ่มผ่านอากาศอีกครั้งเป็นเวลา 10-12 เดือน จึงนำมากินได้ ทุกขั้นตอนในการหมัก Prosciutto di Parma เป็นกรรมวิธีดั้งเดิมทั้งหมด จึงไม่มีการใส่สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ เพิ่มเติม

 

Prosciutto di Parma ได้รับการคุ้มครองโดยสหภาพยุโรปในรูปแบบ PDO เช่นกัน ซึ่งต้องเป็นแฮมที่ผลิตในภูมิภาคพาร์มาด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมเท่านั้นจึงจะสามารถขายได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้ชื่อ ‘Prosciutto di Parma’

 

 

Where to go: แม้ Prosciutto di Parma จะถูกบ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของเมืองพาร์มา ทว่าแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดนั้นกลับเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้แม่น้ำอย่าง Langhirano ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบพิเศษทำให้พาร์มาที่นี่มีความหวานและอร่อยไม่เหมือนใคร นักชิมที่มาที่นี่นอกจากทัวร์โรงงานผลิตพาร์มาแฮมแล้ว อย่าลืมแวะชมปราสาทหลังเก่า Torrechiara Castle ซึ่งมีอายุมากกว่า 600 ปี ในช่วงปลายยุคกลาง และยังสามารถเที่ยวชมไร่ไวน์และโรงงานทำ Parmigiano Reggiano ในละแวกได้ด้วย เรียกว่าเมืองเดียวครบ!

 

When: ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

 

 

4. Port Wine, โปรตุเกส

 

ไวน์ท่าเรือชื่อดังจากโปรตุเกสที่โด่งดังไปทั่วโลก และมีตำนานการผลิตชวนหัวกว่าไวน์ชนิดไหนๆ เมื่ออยู่มาวันหนึ่งชาวอังกฤษไม่สามารถนำเข้าไวน์จากฝรั่งเศสได้ พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการบุกเบิกทำไร่องุ่นในโปรตุเกสเสียเอง โดยยึดพื้นที่บริเวณหุบเขา Douro Valley เป็นแหล่งผลิต ทั้งปลูกและบ่ม ก่อนจัดส่งกลับอังกฤษผ่านเมืองท่า Oporto เป็นที่มาของชื่อ Port Wine นั่นเอง

 

จุดเด่นของ Port Wine คือ กรรมวิธีบ่มที่มีการเพิ่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์หรือเครื่องดื่มประเภทบรั่นดีเข้าไป ทำให้มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงกว่าชนิดอื่น ส่วนใหญ่มักมีรสชาติหวานแต่แรง เสิร์ฟเป็นไวน์ของหวาน และเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตและชีส

 

ปัจจุบัน Douro Valley เป็นแหล่งผลิตไวน์แห่งแรกของโลกที่ได้รับการกำหนดขอบเขตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และตัว Port Wine เองก็ได้ขึ้นทะเบียนรับความคุ้มครองในแบบ PDO จากสหภาพยุโรปในหลากหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น Port Wine, Porto, Port, Vinho do Porto หรือ Oporto ซึ่งอ้างอิงได้ว่า เฉพาะไวน์ที่ผลิตใน Douro Valley ของโปรตุเกสโดยวิธีการดั้งเดิมเท่านั้นที่จะใช้ชื่อเหล่านี้ได้

 

 

Where to go: ไม่ใช่เฉพาะ Port Wine ที่น่าสนใจ แต่เมือง Porto นั่นน่าเที่ยวมาก ทั้งยังถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ถูกผสานกับความทันสมัยของยุคปัจจุบัน สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เรือโบราณ วิถีชีวิตผู้คนถูกหลอมรวมกลายมาเป็น Porto ที่นี่มี Port Wine House ให้เยี่ยมชมเยอะมาก เริ่มตั้งแต่ Graham’s Port Wine Cellars ผู้ผลิตพอร์ตไวน์รายใหญ่เจ้าแรกๆ ที่ส่ง Port Wine สู่อังกฤษ หรือ Kopke เฮาส์ไวน์เก่าแก่ที่ผลิตไวน์มากถึง 8 ล้านขวดต่อปี ที่นี่มีทัวร์ไวน์เทสติ้งและทัวร์ชมโรงบ่มไวน์ โดยการจัดแสดงเป็นมิวเซียมให้ชมแบบเพลินๆ นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถออกไปชมทัศนียภาพสวยๆ ของ Douro Valley ที่หนาตาไปด้วยไร่องุ่น โดยมีฉากหลังเป็นแม่น้ำ Douro อีกด้วย

 

When: ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤศจิกายน)

 

อันที่จริงทวีปยุโรปมีสินค้า GI เยอะมาก และหลายชิ้นก็มีขายในบ้านเรา ขอเพียงเราสังเกตแหล่งกำเนิดและตราสัญลักษณ์การรับรองจากสหภาพยุโรปสักนิด ก็จะได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพในไทยเช่นกัน แต่นั่นแหละ การบินไปชิมถึงแหล่งกำเนิดย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ บินไปยุโรปคราวหน้าอย่าลืมปักหมุดแวะเมืองเหล่านี้ เชื่อเราเถอะว่าการท่องเที่ยวครั้งนั้นของคุณจะสนุกและเปิดโลกมากทีเดียว

 

ภาพ: Getty Images, Shutterstock

https://www.facebook.com/IPKey.eu

 

#IPKeySEA

The post เที่ยวยุโรปให้แตกต่าง ผ่าน 4 อาหารมีชื่อที่ควรไปลองถึงถิ่นสักครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุโรปเจอฤดูร้อนที่ระอุสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 61,000 ราย https://thestandard.co/europe-hottest-summer-2022/ Tue, 11 Jul 2023 11:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=815484

ผลการศึกษาล่าสุดเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า เมื่อปี 2022 […]

The post ยุโรปเจอฤดูร้อนที่ระอุสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 61,000 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลการศึกษาล่าสุดเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า เมื่อปี 2022 ยุโรปเผชิญกับฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นเหตุให้ประชาชนกว่า 61,000 คนเสียชีวิต โดยคณะนักวิจัยได้เรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องผู้คนจากคลื่นความร้อนที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าเดิมในช่วงปีต่อๆ ไป

 

เมื่อปีที่ผ่านมาทวีปยุโรปเผชิญกับฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยประเทศต่างๆ ในภูมิภาคดังกล่าวได้รับผลกระทบจากความร้อนรุนแรง ขณะที่ภัยแล้งได้ทำให้พืชผลเสียหาย และเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ด้วยกัน

 

ทีมนักวิจัยจาก Eurostat ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสถิติของสหภาพยุโรป ศึกษาข้อมูลของอุณหภูมิและอัตราการเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2015-2022 จาก 832 ภูมิภาคใน 35 ประเทศของยุโรป ครอบคลุมประชากรกว่า 543 ล้านคน ซึ่งผลออกมาระบุว่า ฤดูร้อนของปี 2022 มีค่าการตายส่วนเกิน (Excess Death) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนี้ นักวิจัยจากสถาบัน Barcelona Institute for Global Health หรือ ISGlobal ของสเปน และสถาบันด้านการวิจัยสุขภาพ Inserm ของฝรั่งเศส ได้สร้างแบบจำลองเพื่อประเมินอัตราการเสียชีวิตของประชากรยุโรปจากภัยความร้อนในแต่ละภูมิภาคในทุกๆ สัปดาห์ของฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งผลออกมาว่า มีผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนจำนวน 61,672 คนระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 4 กันยายน 2022 และคลื่นความร้อนยังรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 18-24 กรกฎาคม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวสูงถึง 11,600 คน

 

ฮิชาม อาเชบัค (Hicham Achebak) นักวิจัยจาก Inserm กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า “นี่เป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ…ถึงแม้เราจะทราบดีถึงผลกระทบของคลื่นความร้อนกับอัตราการเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2003 แต่ตัวเลขนี้ก็ทำให้เราเห็นว่ามีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน” 

 

เมื่อปีที่ผ่านมาฝรั่งเศสเผชิญกับอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูร้อนในปีก่อนๆ โดยเพิ่มขึ้นถึง 2.43 องศาเซลเซียส ส่วนในสวิตเซอร์แลนด์ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามมาติดๆ ที่ 2.3 องศาเซลเซียส ต่อด้วยอิตาลีที่เพิ่มขึ้น 2.28 องศาเซลเซียส และฮังการีเพิ่มขึ้น 2.13 องศาเซลเซียส ตามลำดับ

 

ในปีที่แล้วอิตาลีมียอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสูงสุดที่ 18,010 คน ตามมาด้วยสเปนที่ 11,324 คน และเยอรมนีที่ 8,173 คน ซึ่งการศึกษาระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี และประมาณ 63% ของผู้เสียชีวิตเนื่องจากคลื่นความร้อนเป็นผู้หญิง 

 

งานวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าทวีปยุโรปร้อนขึ้นเป็น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยในขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเกือบ 1.2 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม แต่เมื่อปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของยุโรปสูงขึ้นราว 2.3 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 

 

งานวิจัยยังประเมินด้วยว่า ถ้าไม่มีการดำเนินการเพื่อปกป้องผู้คนจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในแต่ละปี ภายในปี 2030 ประชากรยุโรปจะเผชิญกับการเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสูงถึง 68,000 คนต่อปี ยิ่งไปกว่านั้นอาจสูงถึง 94,000 คนในปี 2040 และ 120,000 คนในปี 2050 ตามลำดับ

 

“การคาดการณ์นี้ เราประเมินจากความเปราะบางในปัจจุบันและความเป็นไปได้ในอนาคต” อาเชบัคให้สัมภาษณ์ “หากเราใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพมากพอ สิ่งที่คาดการณ์ไว้อาจจะลดระดับความรุนแรงลง” 

 

อานา ราเคล นูเนส (Ana Raquel Nunes) ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัยวอร์วิกของอังกฤษ กล่าวว่า “การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการเพื่อปกป้องประชาชนที่เปราะบางจากผลกระทบของคลื่นความร้อน”

 

โคลอี บริมิคอมบ์ (Chloe Brimicombe) นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยกราซ ออสเตรีย กล่าวเสริมว่า การศึกษานี้ “แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ของการป้องกันคลื่นความร้อนจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่ โดยคำนึงถึงอายุและเพศเป็นสำคัญ”

 

แฟ้มภาพ: I Wei Huang via Shutterstock

อ้างอิง:

The post ยุโรปเจอฤดูร้อนที่ระอุสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 61,000 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิกฤตไม่จบ อสังหายุโรปเสี่ยงราคาร่วงหนัก | Morning Wealth 17 เม.ย. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-17042023/ Mon, 17 Apr 2023 01:16:27 +0000 https://thestandard.co/?p=777463 อสังหา ยุโรป เสี่ยง

วิกฤตไม่จบ อสังหายุโรปเสี่ยงราคาร่วงหนัก   จับตาภา […]

The post ชมคลิป: วิกฤตไม่จบ อสังหายุโรปเสี่ยงราคาร่วงหนัก | Morning Wealth 17 เม.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อสังหา ยุโรป เสี่ยง

วิกฤตไม่จบ อสังหายุโรปเสี่ยงราคาร่วงหนัก

 

จับตาภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในยุโรป เสี่ยงเข้าสู่วิกฤตต่อจากภาคธนาคาร รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

มุมมองเศรษฐกิจหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด และมุมมองเศรษฐกิจไทย พูดคุยกับ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยการลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: วิกฤตไม่จบ อสังหายุโรปเสี่ยงราคาร่วงหนัก | Morning Wealth 17 เม.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ECB’ เผยความคืบหน้าดิจิทัลยูโร เตรียมเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ยันไร้แผนจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล https://thestandard.co/ecb-digital-euro-progress/ Tue, 24 Jan 2023 03:43:30 +0000 https://thestandard.co/?p=741097

Fabio Panetta สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิ […]

The post ‘ECB’ เผยความคืบหน้าดิจิทัลยูโร เตรียมเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ยันไร้แผนจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fabio Panetta สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 มกราคม) ว่าสกุลเงินดิจิทัลยูโรพร้อมให้ทุกคนใช้งานได้ฟรี ก่อนย้ำว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพื่อสนับสนุนการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลยูโรให้แพร่หลาย โดยที่ทาง ECB ไม่มีเจตจำนงในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของผู้ใช้งาน 

 

การเปิดเผยครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ทาง ECB กำลังดำเนินการเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลยูโร และอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบเพื่อการใช้งานที่แพร่หลายกว้างขวางมากขึ้น รวมถึงหวังว่าจะสามารถบรรเทาความกังวลว่าสกุลเงินดิจิทัลที่อาจรบกวนระบบการเงินและเป็นช่องทางในการเก็บเกี่ยวข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนแก่ธนาคารกลางมากเกินไป

 

รายงานระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลยูโรเป็นการอ้างสิทธิ์โดยตรงในงบดุลของธนาคารกลาง เช่นเดียวกับเงินสด ดังนั้นจึงถือว่าปลอดภัยกว่าเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์

 

ทั้งนี้ Panetta ได้กล่าวกับทางคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของรัฐสภายุโรปว่า เงินดิจิทัลยูโรจะเป็นสิ่งที่ดีต่อสาธารณะ ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่บริการพื้นฐานจะไม่มีค่าใช้จ่าย ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้เงินดิจิทัลยูโรเพื่อชำระเงินให้กับบุคคลอื่น เช่นเดียวกับในกรณีของเงินสด

 

ในส่วนของความกังวลของบรรดาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่เกรงว่าสกุลเงินดิจิทัลจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ และทำให้ลูกค้าทิ้งไปธนาคารไปยังสกุลเงินดิจิทัลยูโรของธนาคารกลางที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ทาง Panetta กล่าวว่า ECB จะไม่มีบริการบัญชีให้กับประชาชน และจะไม่อนุญาตให้ผู้คนชำระเงินแบบปกติตามโปรแกรมเพื่อให้ครอบคลุมธุรกรรมต่างๆ เช่น ตั๋วเงินหรือค่าเช่า เนื่องจากยูโรดิจิทัลไม่ได้อยู่ในธุรกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับบรรดาธนาคารพาณิชย์

 

Panetta เชื่อว่า ภายใต้การดูแลของคนกลางที่ติดต่อโดยตรงกับผู้ใช้งาน สกุลเงินดิจิทัลยูโรเหมาะกับการใช้งานกรณีบริการการชำระเงินแบบมีเงื่อนไขและบริการการชำระเงินล่วงหน้า

 

รายงานระบุว่า ในกรณีที่มีการออกเงินดิจิทัลยูโรได้สำเร็จ ECB สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันสแตนด์อโลนสำหรับการชำระเงินของตนเองได้ หรืออนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์รวมเงินยูโรดิจิทัลเข้ากับแพลตฟอร์มของตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าแอปของ ECB เองจะรวมเฉพาะฟังก์ชันการชำระเงินพื้นฐานเท่านั้น และรับประกันว่าจะสามารถใช้งานได้ทุกที่ในเขตประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโร ซึ่งมีประชากรประมาณ 350 ล้านคน

 

Panetta กล่าวว่า ECB จะไม่กำหนดข้อจำกัดใดๆ ทำให้ผู้คนสามารถชำระเงินด้วยเงินดิจิทัลยูโรได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไร หรือกับใคร

 

นอกจากนี้ Panetta กล่าวว่า ECB มีเป้าหมายที่จะแก้ไขข้อกังวลหลักเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการรักษาความลับ ทำให้การใช้งานเงินดิจิทัลยูโรไม่มีเป้าหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่าแนวทางดังกล่าวของ ECB อาจเป็นปัญหาในภายหลังได้ เนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้มีการใช้เงินดิจิทัลยูโรเพื่อการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการหลีกเลี่ยงภาษี 

 

ทั้งนี้ ขณะนี้ทางสมาชิกสภานิติบัญญัติ EU กำลังอยู่ในระหว่างการหาตัวเลือกเพื่อติดตามการใช้งาน โดยเงินดิจิทัลยูโรในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสร้าง และยังคงอยู่ห่างไกลจากการใช้งานจริงอีกหลายปี 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post ‘ECB’ เผยความคืบหน้าดิจิทัลยูโร เตรียมเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ยันไร้แผนจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเศรษฐศาสตร์มองแง่ดีขึ้น คาด ‘ยูโรโซน’ สามารถเลี่ยง Recession ได้ในปีนี้ https://thestandard.co/eurozone-can-avoid-recession/ Mon, 23 Jan 2023 11:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=740918

แม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมองว่า ‘ยูโรโซน’ น่าจะเป็นเขตเศรษ […]

The post นักเศรษฐศาสตร์มองแง่ดีขึ้น คาด ‘ยูโรโซน’ สามารถเลี่ยง Recession ได้ในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมองว่า ‘ยูโรโซน’ น่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจที่หดตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ล่าสุด กลับชี้ให้เห็นว่ายูโรโซนน่าจะหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ในปีนี้ ท่ามกลางความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกที่พลิกฟื้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ผลการสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus Economics คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยูโรโซน หรือเขตเศรษฐกิจที่ใช้เงินสกุลยูโรจะขยายตัว 0.1% ในปี 2023 นับว่าดีกว่าผลสำรวจเดือนก่อน ที่ประเมินว่ายูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ 

 

โดยคาดการณ์ที่ดีขึ้นเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ลดลง การสนับสนุนจากภาครัฐ  และการเปิดเศรษฐกิจของจีนเร็วกว่าคาด น่าจะเพิ่มอุปสงค์ทั่วโลก

 

การอัปเกรดมุมมองครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่และผู้นำธุรกิจทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ประจำปีที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ยอมรับในมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น ขณะเดียวกันกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่งสัญญาณว่าจะปรับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในเร็วๆ นี้

 

ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกังวลว่ายุโรปจะเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในปีนี้ เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

 

โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการของ IMF เคยเตือนว่า ประเทศครึ่งหนึ่งของสหภาพยุโรปจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้

 

ขณะที่ Susannah Streeter นักวิเคราะห์จาก Hargreaves Lansdown กล่าวว่า ภัยคุกคามจากวิกฤตพลังงานที่น่ากลัวกำลังลดลง และอัตราเงินเฟ้อก็ลดลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้

 

Andrew Kenningham หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำยุโรปของ Capital Economics กล่าวว่า การรับรู้ของเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เดือนตุลาคม นอกจากนี้ การสนับสนุนจากรัฐบาลก็มากกว่าที่คาดไว้ ขณะที่ภาคยานยนต์ก็ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน

 

Anna Titareva นักเศรษฐศาสตร์จาก UBS กล่าวว่า ขณะนี้มีโอกาสน้อยกว่า 30% ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ลดลงจากประมาณ 90% เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว เนื่องจาก การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่ผ่อนคลาย ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และเงินออมส่วนเกิน ได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซน นอกจากนี้ ยุโรปยังประสบความสำเร็จในการเติมก๊าซเข้าคลังน้ำมันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เป็นการช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนพลังงานอย่างมาก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post นักเศรษฐศาสตร์มองแง่ดีขึ้น คาด ‘ยูโรโซน’ สามารถเลี่ยง Recession ได้ในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: EU เผยร่างแผนเทคโนโลยีสะอาดสำหรับอนาคต ลดพึ่งพานำเข้า | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-18012023-3/ Wed, 18 Jan 2023 06:20:51 +0000 https://thestandard.co/?p=738859

สหภาพยุโรป (EU) เปิดเผย สรุปร่างแผนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพ […]

The post ชมคลิป: EU เผยร่างแผนเทคโนโลยีสะอาดสำหรับอนาคต ลดพึ่งพานำเข้า | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • สหภาพยุโรป (EU) เปิดเผย สรุปร่างแผนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ที่ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานในอนาคตของภูมิภาคและเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตร รวมถึงเป็นหลักประกันความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของ EU ท่ามกลางความท้าทายจากสหรัฐฯ หรือจีนที่ EU กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: EU เผยร่างแผนเทคโนโลยีสะอาดสำหรับอนาคต ลดพึ่งพานำเข้า | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
EU เปิดร่างแผนเทคโนโลยีสะอาดสำหรับอนาคต ดึงงบสนับสนุนจากเงินอุดหนุนพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้า https://thestandard.co/eu-technology-for-future/ Wed, 18 Jan 2023 03:32:37 +0000 https://thestandard.co/?p=738718 EU

สำนักข่าว AP รายงานว่า ทางสหภาพยุโรป (EU) ได้แสดงจุดยืน […]

The post EU เปิดร่างแผนเทคโนโลยีสะอาดสำหรับอนาคต ดึงงบสนับสนุนจากเงินอุดหนุนพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
EU

สำนักข่าว AP รายงานว่า ทางสหภาพยุโรป (EU) ได้แสดงจุดยืนเดินหน้าผลักดันการใช้พลังงานสะอาดภายในภูมิภาค ด้วยการเปิดเผยสรุปร่างแผนสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งไม่เพียงจะตอบโจทย์ความต้องการพลังงานในอนาคตของภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตร รวมถึงเป็นหลักประกันความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของ EU ท่ามกลางความท้าทายจากสหรัฐฯ กับจีน ที่ EU กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

 

ทั้งนี้ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปได้นำเสนอโครงร่างสำหรับ ‘แผนอุตสาหกรรมข้อตกลงสีเขียว’ ซึ่งจะทำให้การผลักดันผ่านการอุดหนุนสำหรับอุตสาหกรรมสีเขียวและโครงการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั่วทั้งสหภาพยุโรปได้รับการสนับสนุนด้วยเงินทุนจำนวนมากได้ง่ายขึ้น ตลอดจนช่วยผลักดันให้ EU บรรลุเป้าหมายสู่ชาติเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 ตามที่ได้ลั่นวาจาไว้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า EU เห็นช่องในการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดและนวัตกรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นผู้นำก่อนที่ระบบเศรษฐกิจเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังจะล้าสมัย

 

รายงานระบุว่า Von der Leyen ใช้สุนทรพจน์ที่ World Economic Forum ในเมือง Davos เพื่อกล่าวว่า นอกเหนือจากการเลี้ยงดูอุตสาหกรรมของตนเอง กลุ่มประเทศ 27 ชาติจะมีพลังมากขึ้นในการต่อต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพื่อต่อกรกับสหรัฐฯ และจีน

 

โดยท่าทีดังกล่าวมีขึ้น ในขณะที่ EU กำลังพยายามลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียนับตั้งแต่สงครามในยูเครนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว สหภาพยุโรปก็ตระหนักอีกเช่นกันว่า EU ไม่ต้องการพึ่งพาจีนในเรื่องวัสดุหายาก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาแบตเตอรี่ แหล่งกักเก็บ ไฮโดรเจน และพลังงานลม เช่นกัน

 

ทั้งนี้ แม้จะแสดงความไม่พอใจสหรัฐฯ กับจีน แต่ Von der Leyen กลับตำหนิจีนอย่างหนัก และย้ำถึงความร่วมมือกับสหรัฐฯ ที่ EU กับสหรัฐฯ จำเป็นต้องยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อต่อต้านรัสเซีย

 

ร่างแผนการดังกล่าวของ Von der Leyen จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับการอภิปรายระหว่างประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป ก่อนที่ผู้นำทั้ง 27 ชาติสมาชิกจะพบกันในการประชุมสุดยอดในวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นความยั่งยืนด้านพลังงาน

 

รายงานระบุว่า เพื่อทำให้แผนการดังกล่าวกลายเป็นจริง สหภาพยุโรปจำเป็นต้องหาสมดุลในความสามารถของผู้นำทางเศรษฐกิจ เช่น เยอรมนีและฝรั่งเศสจะกระจายความช่วยเหลือจากรัฐ และในอีกด้านหนึ่งจะให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศสมาชิกขนาดเล็กซึ่งไม่มีอำนาจการยิงดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ทางประธานคณะกรรมาธิการยุโรปไม่ได้มีการกล่าวถึงรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง 

 

ขณะเดียวกัน Mario Centeno ประธานธนาคารกลางโปรตุเกส ได้ออกมาแสดงความเห็นคาดการณ์ว่า ทางธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB น่าจะจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2-3 ครั้งในการประชุมของธนาคารกลางยุโรปอีก 2-3 ครั้งที่จะมีขึ้นในปีนี้

 

โดยความเห็นดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่มีข้อมูลรายงานแสดงให้เห็นการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป แม้ว่าจะยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB โดยเบื้องต้น อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 9.2% ถือเป็นการปรับตัวลดลงของราคาเป็นเดือนที่สองติดต่อกันทั่วทั้งยูโรโซน

 

ทั้งนี้ ในปี 2022 ธนาคารกลางยุโรปได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 4 ครั้ง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีของ EU เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2% โดย ECB กล่าวในเดือนธันวาคมว่า จะเดินหน้าปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2023 แม้จะเห็นสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัวแล้วก็ตาม เพื่อจัดการกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่จะทำให้เกิดเงินเฟ้อได้ทุกเมื่อ

 

ท่าทีของ ECB ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งเตือนให้ ECB ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้มาก เพราะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงอาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาค

 

อ้างอิง:

 

The post EU เปิดร่างแผนเทคโนโลยีสะอาดสำหรับอนาคต ดึงงบสนับสนุนจากเงินอุดหนุนพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานในศูนย์กลางการขนส่งทั่วโลกประท้วง-นัดหยุดงาน เพิ่ม 4 เท่าในปี 2022 ผู้เชี่ยวชาญเตือนสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นปีนี้ https://thestandard.co/labor-disruptions-at-world/ Mon, 09 Jan 2023 10:29:01 +0000 https://thestandard.co/?p=734634 ศูนย์กลางการขนส่ง

เกิดเหตุประท้วงและนัดหยุดงานในศูนย์กลางการขนส่งทั่วโลก […]

The post แรงงานในศูนย์กลางการขนส่งทั่วโลกประท้วง-นัดหยุดงาน เพิ่ม 4 เท่าในปี 2022 ผู้เชี่ยวชาญเตือนสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์กลางการขนส่ง

เกิดเหตุประท้วงและนัดหยุดงานในศูนย์กลางการขนส่งทั่วโลก ตั้งแต่ยุโรปไปถึงเกาหลีใต้ เพิ่ม 4 เท่าในปี 2022 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูง ด้านผู้เชี่ยวชาญประเมิน สถานการณ์ปีนี้อาจรุนแรงขึ้น หากเศรษฐกิจโลกแย่ลง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่อง

 

ตามรายงานของ Crisis24 ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทางทะเล ระบุว่า เกิดการประท้วงหรือนัดหยุดงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของท่าเรืออย่างน้อย 38 ครั้งในปี 2022 มากกว่าปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่การระบาดใหญ่ทำให้การค้าโลกหยุดชะงักถึง 4 เท่า

 

โดยผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพแรงงานหลายแห่งอธิบายว่า ในปีที่ผ่านมา แรงงานจำนวนมากรู้สึกถึงผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งมาจากราคาเชื้อเพลิงและอาหารสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากเกิดสงครามในยูเครน ขณะที่ค่าจ้างกลับหยุดนิ่ง ทำให้แรงงานกล้าที่จะเรียกร้องค่าจ้างมากขึ้น

 

โฆษกของ Crisis24 ยังกล่าวอีกว่า เหตุความไม่สงบไม่น่าจะลดลงในปีนี้ และในความเป็นจริงอาจเลวร้ายลงด้วย ในกรณีที่เศรษฐกิจโลกไม่ดีขึ้น

 

ขณะที่ John Ahlquis ศาสตราจารย์จาก School of Global Policy and Strategy แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก กล่าวว่า “ขณะเดียวกัน โควิดสายพันธุ์ใหม่ก็ยังคงสร้างปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน และทำให้พนักงานมีอิทธิพลมากขึ้นในการเจรจาต่อรองสัญญา” 

 

โดยตัวอย่างเหตุประท้วงและการนัดหยุดงานสำคัญในปีก่อนคือ เหตุคนขับรถบรรทุกชาวเกาหลีใต้ประท้วงหยุดงาน 2 ครั้งในระยะเวลา 6 เดือน ทำให้การดำเนินงานของตู้คอนเทนเนอร์ในเมืองปูซานประสบภาวะหยุดชะงัก และเหตุพนักงานท่าเรือของเยอรมนีและสหราชอาณาจักรนัดหยุดงาน ทำให้เกิดวิกฤตในท่าเรือบางแห่งของยุโรป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post แรงงานในศูนย์กลางการขนส่งทั่วโลกประท้วง-นัดหยุดงาน เพิ่ม 4 เท่าในปี 2022 ผู้เชี่ยวชาญเตือนสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: แนะจัด Asset Allocation ให้รอดรับมือวิกฤตหนี้ยุโรป | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-04012023-2/ Wed, 04 Jan 2023 04:19:25 +0000 https://thestandard.co/?p=732575

จัด Asset Allocation อย่างไร ให้รอดรับมือวิกฤตหนี้ยุโรป […]

The post ชมคลิป: แนะจัด Asset Allocation ให้รอดรับมือวิกฤตหนี้ยุโรป | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

จัด Asset Allocation อย่างไร ให้รอดรับมือวิกฤตหนี้ยุโรป พูดคุยกับ ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: แนะจัด Asset Allocation ให้รอดรับมือวิกฤตหนี้ยุโรป | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญการไหลออกรายสัปดาห์มากสุดเป็นประวัติการณ์! Barclays เตือนนักลงทุนตั้งรับตลาดหุ้น Bumpy ช่วงเริ่มปีใหม่ https://thestandard.co/stock-markets-most-weekly-outflows/ Sat, 24 Dec 2022 05:27:33 +0000 https://thestandard.co/?p=728098

นักลงทุนเทขายหุ้นมากสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ […]

The post ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญการไหลออกรายสัปดาห์มากสุดเป็นประวัติการณ์! Barclays เตือนนักลงทุนตั้งรับตลาดหุ้น Bumpy ช่วงเริ่มปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักลงทุนเทขายหุ้นมากสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี หลังธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกส่งสัญญาณว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้อคือสิ่งสำคัญที่สุด และจะใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป ด้าน Barclays เตือนนักลงทุนควรเตรียมใจเริ่มต้นปี 2023 แบบเป็นหลุมเป็นบ่อ

 

ตามรายงานล่าสุดของ BofA Global Research ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดเมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม) กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) ทั่วโลกมีการไหลออกมากเป็นประวัติการณ์ถึง 41,900 ล้านดอลลาร์ โดยกองทุนและหุ้นของสหรัฐฯ ก็เผชิญกับแรงเทขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบสัปดาห์เช่นกัน โดยพบการไหลออก 17,200 ล้านดอลลาร์ และ 27,800 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

 

ในรายงาน BofA กล่าวว่า การขายสินทรัพย์ที่ขาดทุนแล้วเข้าซื้อใหม่ในราคาเดิมเพื่อนำส่วนที่ขาดทุนมาลดหย่อนภาษีเงินได้จากการลงทุน หรือ Tax Loss Harvesting คือเหตุผลเบื้องหลังของการเทขายครั้งนี้

 

นักลงทุนยังขายพันธบัตรระดับลงทุน (Investment Grade) และให้ผลตอบแทนสูงเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พันธบัตรท้องถิ่นในตลาดเกิดใหม่ดึงดูดเงินไหลเข้าสุทธิเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่หุ้นในตลาดเกิดใหม่บันทึกการไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 3 เพิ่มขึ้นสุทธิ 3,200 ล้านดอลลาร์

 

การเทขายหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างแสดงท่าทีว่าจะใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวต่อไปในปีหน้า นับเป็นการทำลายความหวังของนักลงทุนว่าโลกจะกลับเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดเมื่อวันอังคาร (20 ธันวาคม) ของ BOJ

 

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ตลาดหุ้นยังมีเงินไหลเข้าสุทธิอยู่ที่ 166,500 ล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่านักลงทุนยังไม่ยอมจำนนทั้งหมด แม้ปี 2023 อาจมีการย่อตัวลงอีก เมื่อเปรียบเทียบกัน กองทุนพันธบัตร (Bond Funds) พบการไหลออกถึง 257,000 ล้านดอลลาร์

 

กระนั้นการดีดตัวขึ้นของหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปีได้หยุดชะงักลงแล้ว เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดที่เปิดเผยออกมาในสัปดาห์นี้ ได้สนับสนุนมุมมองของ Fed ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถแบกรับนโยบายการเงินที่ตึงตัวต่อไปได้ โดยไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยดัชนีอ้างอิงต่างๆ ขณะนี้ก็อยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างมั่นคง และมีผลงานแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008

 

Emmanuel Cau นักยุทธศาสตร์ของ Barclays ระบุว่า ด้วยปัญหามากมายในปี 2022 ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นักลงทุนควรเตรียมใจสำหรับการเริ่มต้นปี 2023 ที่เป็นหลุมเป็นบ่อ (Bumpy) โดยการถกเถียงเรื่องเงินเฟ้อกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่างๆ การเปิดประเทศของจีน และความขัดแย้งในยูเครน มีแนวโน้มว่าจะครอบงำวาระของตลาดต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญการไหลออกรายสัปดาห์มากสุดเป็นประวัติการณ์! Barclays เตือนนักลงทุนตั้งรับตลาดหุ้น Bumpy ช่วงเริ่มปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กูรูมองข้อตกลงกำหนดเพดานราคาก๊าซธรรมชาติของ EU ไม่ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและไม่ตอบโจทย์ความเป็นจริง https://thestandard.co/eu-gas-prices-15022023/ Wed, 21 Dec 2022 03:24:19 +0000 https://thestandard.co/?p=726632

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ชาติสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) […]

The post กูรูมองข้อตกลงกำหนดเพดานราคาก๊าซธรรมชาติของ EU ไม่ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและไม่ตอบโจทย์ความเป็นจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ชาติสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุข้อตกลงในการกำหนดเพดานราคาก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบของภาคครัวเรือนจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวจะถูกนำมาใช้หากราคาสัญญาก๊าซพุ่งขึ้นเกินระดับ 180 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงเป็นเวลา 3 วัน และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป

 

อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมาธิการยุโรปยังคงเปิดช่องให้การกำหนดราคาเพดานก๊าซดังกล่าวสามารถถูกยกเลิกได้ทันที หากมีการประเมินว่าก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศสมาชิก เช่น การหยุดชะงักของแหล่งอุปทาน กระทบต่อกลไกสนับสนุนก๊าซธรรมชาติระหว่างประเทศ หรือกระเทือนต่อแผนความพยายามลดการใช้ก๊าซในยุโรป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ก่อนหน้านี้กลุ่ม EU เคยพูดคุยกันว่าจะกำหนดเพดานราคาก๊าซไว้ที่ 275 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง แต่แผนดังกล่าวถูกคัดค้านจากสเปน โปแลนด์ และกรีซ ที่มองว่าตัวเลขดังกล่าวสูงเกินไป จนมีการปรับลดลงมาอยู่ที่ 180 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงในที่สุดหลังมีการหารืออย่างเข้มข้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

 

แผนการดังกล่าวได้รับการคัดค้านจากเยอรมนี ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาค ก่อนที่จะกลับมายกมือผ่านแผนกำหนดเพดานราคาก๊าซ โดยมีเงื่อนไขที่เปิดทางให้ EU สามารถยุติการใช้เพดานราคาก๊าซตามที่ระบุไว้ได้ ขณะที่ออสเตรีย และเนเธอร์แลนด์ ของดออกเสียง โดยให้เหตุผลว่าแผนการดังกล่าวเสี่ยงกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและความมั่นคงทางซัพพลายพลังงานของประเทศ 

 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคนยังมองว่ากลไกที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ และอาจไม่สามารถต้านทานความเป็นจริงของวิกฤตอุปทานก๊าซในปี 2023 ขณะที่ชาติสมาชิกส่วนใหญ่ของ EU ยังคงกังวลว่าประเทศของตนอาจจะดำเนินการอย่างยากลำบากในการจัดซื้อก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตอื่นๆ มาเติมคลังก๊าซสำรองรองรับการใช้งานในฤดูหนาวปีหน้า

 

Rob Jetten รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า กลไกดังกล่าวยังคง “ไม่ปลอดภัย” แม้ว่าจะมีการปรับปรุงล่าสุดก็ตาม พร้อมฟันธงว่ามาตรการดังกล่าวนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานของยุโรป เสี่ยงต่อความมั่นคงของอุปทาน และมีผลกระทบทางการเงินในวงกว้าง 

 

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสามารถของกลไกในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน โดย Nathan Piper หัวหน้าฝ่ายวิจัยน้ำมันและก๊าซของ Investec ระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายระหว่างการกำหนดเงื่อนไขและบังคับใช้ กับความเป็นจริงของความมั่นคงของอุปทานพลังงาน เพราะในความเป็นจริงแล้วหากจำเป็นต้องใช้น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจริงๆ สมาชิก EU ย่อมยินดีที่จะควักเงินจ่าย ไม่ว่าราคาพลังงานดังกล่าวจะอยู่ที่เท่าใดก็ตาม 

 

รายงานข่าวระบุอีกว่า ในระหว่างที่ยุโรปแสวงหาแหล่งพลังงานแห่งใหม่ ยุโรปก็ต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาค เช่น จีน ที่เร่งหาแหล่งพลังงานป้อนเข้าประเทศเช่นกัน โดยทั้ง EU และจีน ต่างก็เป็นชาติที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศมากกว่า 70% ของพลังงานทั้งหมด

 

ด้าน Janko Lukac นักวิเคราะห์อาวุโสของ Moody’s Investors Service เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยระบุว่า ประสิทธิภาพของการจำกัดราคาซื้อจากสหภาพยุโรปฝ่ายเดียวนั้นไม่แน่นอนอย่างมาก ซึ่ง Lukac มองว่าตลาด LNG ทั่วโลกและเชิงโครงสร้างจะอยู่ภาวะช็อตในอีก2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้นหากผู้ซื้อจากต่างประเทศยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้น ยุโรปก็จะเสี่ยงที่จะเสียปริมาณการซื้อขายพลังงานดังกล่าวไปให้กับผู้ซื้อรายอื่นที่พร้อมจ่ายแพงกว่า 

 

อ้างอิง: 

The post กูรูมองข้อตกลงกำหนดเพดานราคาก๊าซธรรมชาติของ EU ไม่ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและไม่ตอบโจทย์ความเป็นจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ยุโรปยังอ่วม วิกฤตพลังงานไม่จบ แพงลากยาวอีก 4 ปี | Morning Wealth 20 ธ.ค. 2565 https://thestandard.co/morning-wealth-20122022/ Tue, 20 Dec 2022 01:40:10 +0000 https://thestandard.co/?p=725961 ราคาก๊าซ

เกาะติดประเด็นยุโรปกำหนดเพดาน ‘ราคาก๊าซ’ หลังต้นทุนพุ่ง […]

The post ชมคลิป: ยุโรปยังอ่วม วิกฤตพลังงานไม่จบ แพงลากยาวอีก 4 ปี | Morning Wealth 20 ธ.ค. 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาก๊าซ

เกาะติดประเด็นยุโรปกำหนดเพดาน ‘ราคาก๊าซ’ หลังต้นทุนพุ่ง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่วิกฤตพลังงานอาจลากยาวถึงปี 2026 รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

ทำความรู้จัก บมจ.วอริกซ์ สปอร์ต หรือ WARRIX ผู้นำธุรกิจ Sport-Health & Lifestyle ครบวงจร เทรนด์ในอนาคต และการเติบโตของ WARRIX จะเป็นอย่างไร พูดคุยกับ วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จํากัด (มหาชน) หรือ WARRIX

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

 

The post ชมคลิป: ยุโรปยังอ่วม วิกฤตพลังงานไม่จบ แพงลากยาวอีก 4 ปี | Morning Wealth 20 ธ.ค. 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>