ยุทธศักดิ์ สุภสร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ยุทธศักดิ์-สุภสร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 01 May 2026 03:36:58 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ฝัน ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องรอบคอบ ชั่งน้ำหนักบนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม https://thestandard.co/landbridge-geopolitics-economy-environment/ Fri, 01 May 2026 03:36:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1202970 ภาพรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมแผนที่โครงการแลนด์บริดจ์ และข้อความเตือนให้พิจารณาปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ

อนุทินสั่งปัดฝุ่น ‘แลนด์บริดจ์’ ขุมทรัพย์ล้านล้านบาท &n […]

The post ฝัน ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องรอบคอบ ชั่งน้ำหนักบนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมแผนที่โครงการแลนด์บริดจ์ และข้อความเตือนให้พิจารณาปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ

อนุทินสั่งปัดฝุ่น ‘แลนด์บริดจ์’ ขุมทรัพย์ล้านล้านบาท

 

“แลนด์บริดจ์” อภิมหาโปรเจกต์ล้านล้านบาท บนหมุดหมายฮับท่าเรือน้ำลึกภาคใต้ คือความฝันเชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านหลายรัฐบาล นานนับทศวรรษ หากแต่ยังไม่เคยก้าวข้ามเส้นจาก ‘แนวคิด’ สู่ ‘ความจริง’ ได้อย่างแท้จริง

 

 
 

กระทั่งในช่วงหลัง รัฐบาลของเศรษฐา ทวีสิน ได้หยิบโครงการนี้ขึ้นมาเป็นนโยบายเรือธงอีกครั้ง พร้อมเดินหน้าเชิงรุก ผ่านการโรดโชว์บนเวทีโลก หวังจุดประกายความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ให้ “แลนด์บริดจ์” ไม่ใช่เพียงภาพฝันในเอกสาร แต่กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

 

ส่วนประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับนั้น ทุกรัฐบาลย้ำมาโดยตลอดว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวที่มากกว่าการผลักดันไทยเป็นฮับโลจิสติกส์ในภูมิภาค กระทั่งมาถึง รัฐบาลอนุทิน 2 ที่ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ให้ไปศึกษา เดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมมอบหมายให้พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว

 

รวมถึง การไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

แต่ขณะเดียวกัน ล่าสุด ‘แลนด์บริดจ์’ ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการลงทุนขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากภาคประชาชน สังคม บรรดานักธุรกิจ และนักลงทุน

 

โดยวานที่ผ่านมา มีการยื่นญัตติด่วน ขอรัฐสภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ตั้งข้อสังเกตรัฐบาลเร่งผลักดันทั้งที่ไม่เคยระบุในนโยบาย อาจไม่คุ้มค่า พร้อมเสนอทางเลือกลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาคใต้ใช้งบน้อยกว่า

 

ภาพรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมแผนที่โครงการแลนด์บริดจ์ และข้อความเตือนให้พิจารณาปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ 1

 

‘วราวุธ’ ชี้บริบทภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยน แลนด์บริดจ์ ‘ต้องศึกษารอบคอบ’

 

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ว่า ยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการในคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

“แต่ส่วนตัวมองว่าหัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการท่าเรือน้ำลึกที่ชุมพรและระนองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการขนถ่ายสินค้าและการเชื่อมต่อระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ทางถนน หรือระบบท่อส่ง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรอยู่บนพื้นราบหรือทางยกระดับ”

 

เนื่องจากพื้นที่แห่งนั้นอุดมสมบูรณ์มาก การดำเนินการจะต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเปรียบเทียบต้นทุนกับเวลาที่ประหยัด และเมื่อเทียบกับการผ่าน ‘ช่องแคบมะละกา’

 

อย่างไรก็ตาม “ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องฟังเสียงของพี่น้องชาวชุมพรและระนองในฐานะเจ้าของพื้นที่ด้วย” วราวุธ ย้ำ

 

“ในฐานะที่ผมเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกคนคงทราบดีว่าผมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากแค่ไหน”

 

​นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการจะขยายพื้นที่นิคมฯ ในบริเวณนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีเขตอุทยานแห่งชาติอยู่มาก แต่การพัฒนาประเทศต้องอาศัยความสมดุล

 

”เปรียบเหมือนรถยนต์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมคือคันเร่ง ถ้าเหยียบอย่างเดียวโดยไม่แตะเบรกเลยก็จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเหยียบแต่เบรกประเทศก็ไม่พัฒนา จึงต้องมาชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่ได้กับสิ่งที่ต้องเสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่”

 

กนอ. มีระบบแต้มต่อระบบคาร์บอนเครดิต จากเวิลด์แบงก์ (World Bank)

 

วราวุธ ระบุว่า ไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การลดภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่ต้องการขับเคลื่อนกฎหมาย Low Carbon ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Global Value Chain ซึ่งการที่กนอ. มีระบบคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับจากเวิลด์แบงก์ (World Bank) จะเป็นแต้มต่อที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก

 

ภาพรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมแผนที่โครงการแลนด์บริดจ์ และข้อความเตือนให้พิจารณาปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ 2

 

วราวุธ กล่าวว่าได้มอบโจทย์สำคัญให้กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่าจะต้องยกระดับมาตรฐานโรงงานในนิคมฯ ให้เป็นต้นแบบแก่โรงงานทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการของเสีย น้ำเสีย หรือมลพิษทางอากาศ กนอ. ต้องทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า เมื่อเข้ามาอยู่ในนิคมฯ

 

  1. ท่านจะได้รับการบริการที่ดี และ 2. ท่านจะมีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลที่นำไปอวดชาวโลกได้ว่า โรงงานของท่านอยู่ในระบบนิเวศที่ไม่ก่อปัญหากับชุมชน

 

นอกจากนี้ การที่โรงงานมาอยู่รวมกันในนิคมฯ แทนที่จะกระจายตัวอยู่ด้านนอก จะช่วยให้ควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งเรื่องโลจิสติกส์และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลดีต่อประชาชนที่อยู่โดยรอบ

 

ยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวเสริมว่า กนอ. พร้อมรับนโยบาย ONE MIND มาถ่ายทอดสู่แผนปฏิบัติ เอื้อต่อการลงทุนยุคใหม่ตามมาตรฐาน OECD และสานต่องานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งในพื้นที่ EEC และการพัฒนา Smart Port มาบตาพุด

 

สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า กนอ. จะเร่งขับเคลื่อนแผนงาน 5 Quick Win เปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) โดยนำเทคโนโลยีคลาวด์อัจฉริยะมาใช้บริหารจัดการข้อมูลและบริการแบบ One Stop Service

The post ฝัน ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องรอบคอบ ชั่งน้ำหนักบนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ทุนใหญ่อสังหา ยึดทำเลทองบางนา-ตราด ผุด ‘นิคมอารยะ’ เตรียมจ้างงาน 1.4 หมื่นคน รับอุตสาหกรรมไฮเทค https://thestandard.co/bangna-trad-industrial-hub/ Thu, 24 Apr 2025 11:16:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1067910 bangna-trad-industrial-hub

3 ทายาททุนใหญ่วงการอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มเจ้าสัวเจริญ-โส […]

The post 3 ทุนใหญ่อสังหา ยึดทำเลทองบางนา-ตราด ผุด ‘นิคมอารยะ’ เตรียมจ้างงาน 1.4 หมื่นคน รับอุตสาหกรรมไฮเทค appeared first on THE STANDARD.

]]>
bangna-trad-industrial-hub

3 ทายาททุนใหญ่วงการอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มเจ้าสัวเจริญ-โสภณพนิช-โรจนะ ผนึก กนอ.สร้าง ‘นิคมอารยะ’ ปักทำเลทองบางนา-ตราด กม.32 หวังรับต่างชาติลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทค ชี้โอกาสดึงดูดเมกะโปรเจกต์ หนุนจ้างงาน ดัน GDP ไทย

 

ยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า วันนี้ (24 เม.ย.) กนอ. และ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ได้ลงนาม MOU จัดตั้ง ‘นิคมอุตสาหกรรมอารยะ’ ภายในโครงการ ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ บริเวณกิโลเมตรที่ 32 ถนนบางนา-ตราด อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 73 ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ. บนพื้นที่ประมาณ 1,891 ไร่ 

 

ด้านกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ พัฒนาภายใต้แนวคิด Industrial Tech Ecosystem ระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อบุกเบิกระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และโลจิสติกส์แบบครบวงจร ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในไทย บนที่ดินสีม่วงขนาดใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร รวมถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเชื่อมต่อสู่มอเตอร์เวย์ไปยังพื้นที่ EEC โดยจะมุ่งดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทค

 

สุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการ กนอ. รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้คาดว่าจะดึงดูดการลงทุนโรงงาน 58,240 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นดึงดูดการลงทุนจากบริษัทใหญ่ทั้งในและต่างประเทศที่เป็นอุตสาหกรรม S-curve ซึ่งขณะนี้นักลงทุนมาไทยมีทั้ง ไต้หวัน จีน และยุโรป 

 

“นิคมนี้ถือว่าเป็นแปลงใหญ่แปลงสุดท้ายอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์, EV, ยาและเวชภัณฑ์, โลจิสติกส์ และ Data Center โดยโรงงานที่ตั้งในนิคมฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนตามนโยบายรัฐ และโครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ กนอ. แล้ว” สุเมธ กล่าว 

 

ทั้งนี้ กนอ.จะเดินหน้าพัฒนาที่ดินที่คาดว่าจะสามารถอนุมัติที่ดินใหม่ได้ในปีนี้ 50,000 ไร่ โดยเชื่อว่าการลงทุนทั้งหมดนี้จะสามารถเพิ่ม GDP ได้ 1%”

 

สำหรับ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ มาจากแนวคิด การสร้างระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่ ที่ยังไม่มีในไทย ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ Industrial-Tech Ecosystem จากการร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ 

 

  1. บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
  2. บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) 
  3. บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด หรือเอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท

 

โดยมีมูลค่าการลงทุนโครงการกว่า 2 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ บนทำเลถนนบางนา-ตราด กม.32 จ. สมุทรปราการ ซึ่งง่ายต่อการคมนาคมไปยังย่าน CBD ซึ่งเตรียมพร้อมจ้างงานส่งเสริมแรงงานในพื้นที่ กว่า 14,560 อัตรา

The post 3 ทุนใหญ่อสังหา ยึดทำเลทองบางนา-ตราด ผุด ‘นิคมอารยะ’ เตรียมจ้างงาน 1.4 หมื่นคน รับอุตสาหกรรมไฮเทค appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Vijit Chao Phraya’ ปรากฏการณ์แห่งแสงสี เพิ่มสีสันให้แม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุม APEC กระตุ้นการท่องเที่ยวต่างชาติช่วงไฮซีซัน https://thestandard.co/vijit-chao-phraya/ Sun, 13 Nov 2022 02:48:31 +0000 https://thestandard.co/?p=708286 Vijit Chao Phraya

วานนี้ (12 พฤศจิกายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าก […]

The post ‘Vijit Chao Phraya’ ปรากฏการณ์แห่งแสงสี เพิ่มสีสันให้แม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุม APEC กระตุ้นการท่องเที่ยวต่างชาติช่วงไฮซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Vijit Chao Phraya

วานนี้ (12 พฤศจิกายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะสื่อมวลชนลงเรือที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เพื่อชมกิจกรรม ‘Vijit Chao Phraya’ ปรากฏการณ์แห่งแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน

 

ทั้งนี้ เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศพร้อมทั้งขยายเวลาการท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน โดยจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายน 2565 บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน 6 พื้นที่หลัก

 

  1. สะพานพระราม 8: มีการประดับตกแต่งแสงไฟ และการแสดง Light Show & Laser จัดแสดงทุกวัน วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น.

 

  1. ป้อมวิไชยประสิทธิ์: การแสดง Projection Mapping ประกอบแสงสีและเอฟเฟกต์พิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองวิถีแห่งสายน้ำจากอดีตจวบปัจจุบัน จัดแสดงทุกวัน วันละ 6 รอบ เวลา 19.15 น., 19.45 น., 20.15 น., 20.45 น., 21.15 น. และ 21.45 น. (มีการแสดงเอฟเฟกต์พิเศษช่วงวันหยุดในวันที่ 12-13, 17-19 และ 26-27 พฤศจิกายน 2565)

 

  1. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : การแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ ผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ บอกเล่าเรื่องราวของประเพณีอันเรืองงามคู่สายน้ำเจ้าพระยา จัดแสดงช่วงวันหยุดในวันที่ 12-13, 17-19 และ 26-27 พฤศจิกายน 2565 วันละ 3 รอบ เวลา 19.30 น., 20.30 น. และ 21.30 น.

 

  1. สะพานพระพุทธยอดฟ้า: การแสดง Illumination Light Show ประกอบดนตรีและเสียงสภาพแวดล้อม ที่สื่อถึงประสบการณ์การเดินทางแห่งความสุขในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย จัดแสดงทุกวัน วันละ 6 รอบ เวลา 19.15 น., 19.45 น., 20.15 น., 20.45 น., 21.15 น. และ 21.45 น. (มีการแสดงเอฟเฟกต์พิเศษในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565)

 

  1. ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก: การฉาย Projection Mapping ไปยังพื้นผิวอาคาร เป็นเสมือนบทสรุปถ่ายทอดเรื่องราวของเสน่ห์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา และนำเสนอ Soft Power สำคัญในเมืองไทย จัดแสดงทุกวัน วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น.

 

  1. ไอคอนสยาม: การประดับไฟตกแต่ง ICONSIAM Bangkok Illumination ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยพลังงานสะอาด และการแสดง The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงทุกวัน วันละ 4 รอบ เวลา 18.15 น., 19.15 น., 20.15 น. และ 21.15 น.

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศในแต่ละพื้นที่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่มุมมองในการชมแสงสีได้สวยงามที่สุดจะเป็นการล่องเรือในเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาและริมแม่น้ำฝั่งตรงข้าม เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเรืออาหาร เรือนำเที่ยว โรงแรม ที่พัก ตลอดจนร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ทำการแสดง

 

Vijit Chao Phraya Vijit Chao Phraya

The post ‘Vijit Chao Phraya’ ปรากฏการณ์แห่งแสงสี เพิ่มสีสันให้แม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุม APEC กระตุ้นการท่องเที่ยวต่างชาติช่วงไฮซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท. เปิดแผนปี 66 เน้นพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างคุณค่าสู่ High Value & Sustainable Tourism https://thestandard.co/tat-2023-plan/ Tue, 19 Jul 2022 11:21:54 +0000 https://thestandard.co/?p=655994 ททท.

เมื่อวานนี้ (18 กรกฎาคม) ในงานแถลงแผนเพื่อสื่อสารทิศทาง […]

The post ททท. เปิดแผนปี 66 เน้นพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างคุณค่าสู่ High Value & Sustainable Tourism appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท.

เมื่อวานนี้ (18 กรกฎาคม) ในงานแถลงแผนเพื่อสื่อสารทิศทางและแนวทางการส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวของ ททท. ประจำปี 2566 ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า ในปี 2566 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าเน้นพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสมดุล และสร้างคุณค่าการเดินทางสู่ High Value & Sustainable Tourism

 

การพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. กระตุ้นความต้องการเดินทาง (Drive Demand) 2. สร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายและทรงคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว (Meaningful Travel) 3. ต่อยอดพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Shape Supply) ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่ 4. ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (High Value and Sustainability) 

 

สำหรับตลาดต่างประเทศ ปี 2566 นับเป็นปีแห่งความท้าทายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่บทต่อไปอย่างแข็งแรงอีกครั้งในตลาดต่างประเทศ ททท. ยังให้ความสำคัญกับการรักษาคู่ค้าโดยเฉพาะธุรกิจสายการบิน โดยดึงฐานลูกค้าเดิมในพื้นที่ตลาดหลัก และกระตุ้นความต้องการของนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น กลุ่ม Millennial กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Silver-Age-People (SAP) นอกจากนี้ยังเจาะขยายฐานตลาดกลุ่มความสนใจพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่ม Health & Wellness กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬา กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกลุ่มตลาดเฉพาะใหม่ๆ เช่น กลุ่ม Digital Nomad และกลุ่ม Telework

 

ทางด้านตลาดในต่างประเทศ ททท. หวังกระตุ้นการเดินทางของคนไทยผ่านแคมเปญสื่อสาร ‘เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม’ พร้อมต่อยอดจากแคมเปญแต่ละภาค ‘365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย…เที่ยวได้ทุกวัน’ นอกจากนี้ยังมีแคมเปญเฉพาะแต่ละภาค เช่น ภาคเหนือ เสิร์ฟประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบวันวานกับ ‘เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ’, ภาคกลาง เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z ผ่านแคมเปญ ‘Trendy C2’, ภาคตะวันออก พาชิลซึมซับประสบการณ์ ‘Story สาย สบาย’, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พาตะลอนเที่ยวสุด ‘หลงรักอีสานได้ทุกวัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว 20 จังหวัด พร้อมนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวธีม 3 ธรรม ได้แก่ ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม และภาคใต้ สัมผัสท่องเที่ยวรสจัดจ้าน ‘หรอยแรง แหล่งใต้’ ดึงคนไทยเที่ยวภาคใต้ตลอดทั้งปี ควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเพื่อสร้างสมดุลทางการท่องเที่ยว 

 

ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2566 ให้กลับมาในอัตราร้อยละ 80 ของปี 2562 โดยคาดว่าจะมีรายได้รวมทั้งสิ้น 1.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากต่างประเทศ 9.7 แสนล้านบาท และรายได้หมุนเวียนจากตลาดคนไทย 7.6 แสนล้านบาท ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ท่องเที่ยวที่เอื้ออำนวยในทุกด้าน (Best Case Scenario) คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 2.38 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยสัดส่วนของรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 8.8 แสนล้านบาท

 

ภาพ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อ้างอิง:

The post ททท. เปิดแผนปี 66 เน้นพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างคุณค่าสู่ High Value & Sustainable Tourism appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่า ททท. มอง ‘คริปโตฯ คืออนาคต’ เตรียมจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ Bitkub เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับ ‘นักท่องเที่ยว’ ที่ถือสกุลเงินดิจิทัล https://thestandard.co/yuthasak-supasorn-say-crypto-is-the-future/ Tue, 30 Nov 2021 03:29:38 +0000 https://thestandard.co/?p=565850 นักท่องเที่ยว

ประเทศไทยกำลังตั้งเป้าที่จะดึงดูด ‘มหาเศรษฐีคริปโตเคอร์ […]

The post ผู้ว่า ททท. มอง ‘คริปโตฯ คืออนาคต’ เตรียมจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ Bitkub เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับ ‘นักท่องเที่ยว’ ที่ถือสกุลเงินดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักท่องเที่ยว

ประเทศไทยกำลังตั้งเป้าที่จะดึงดูด ‘มหาเศรษฐีคริปโตเคอร์เรนซี’ เพื่อเติมชีวิตชีวาให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดใหญ่

 

Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงคำสัมภาษณ์ของ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่ระบุว่า ททท. กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศและหน่วยงานแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในท้องถิ่น เพื่อปูทางสำหรับการยอมรับโทเคนดิจิทัลเพื่อการเดินทาง ซึ่งอาจช่วยให้ประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวสามารถชดใช้รายได้บางส่วนที่สูญเสียไปจากการระบาดของไวรัสไปมากถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 2.7 ล้านล้านบาท

 

“มีคนมั่งคั่งจากการถือสกุลเงินดิจิทัล และพวกเขาอาจต้องการใช้ความมั่งคั่งที่พวกเขาได้รับ” ยุทธศักดิ์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ “หากพวกเขาสามารถใช้สกุลเงินของพวกเขาที่นี่โดยไม่ต้องแลกหรือต้องเผชิญกับภาษีของรัฐบาล มันจะสร้างความสะดวกให้กับพวกเขา”

 

อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาสักระยะก่อนที่นักเดินทางจะเริ่มใช้ Bitcoin, Ethereum และโทเคนดิจิทัลอื่นๆ สำหรับการเดินทาง เนื่องจากไทยก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ที่สกุลเงินดิจิทัลยังไม่ถูกกฎหมาย แต่หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐกำลังวางรากฐานสำหรับการยอมรับในวงกว้างเมื่อการเดินทางทั่วโลกกลับสู่ภาวะปกติ

 

ขณะนี้ ททท. อยู่ระหว่างการเจรจากับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ Bitkub Online ซึ่งเป็นบริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สำหรับตั้งหน่วยงานใหม่ในปีหน้า เพื่อจัดการกับการออก ‘เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี’ ของตัวเอง ผลิตกระเป๋าเงิน และสร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับแผนดังกล่าว

 

ประเทศไทย ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนในเกาะเขตร้อนที่เต็มไปด้วยชายหาดอันบริสุทธิ์และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 40 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่การระบาดใหญ่ทำให้ประเทศปิดพรมแดนมานานกว่าหนึ่งปี ก่อนที่จะเปิดให้นักเดินทางที่ได้รับวัคซีนอีกครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว

 

“ประเทศไทยต้องการฟื้นตัวประมาณ 80% ของรายได้จากการท่องเที่ยวก่อนเกิดโรคระบาดในปี 2023 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงครึ่งเดียวในปี 2019 เราสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้โดยการรับคนอย่างรัสเซล โครว์ หรือผู้ถือคริปโตเคอร์เรนซีอย่างทิม คุก มาเที่ยวที่นี่” ยุทธศักดิ์กล่าว

 

ผู้ว่า ททท. คาดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิดภายในปี 2024 และเสริมว่าประเทศตั้งเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงประมาณ 1 ล้านคนในไตรมาสแรกของปีหน้า ในขณะเดียวกันหวังว่า 10% ของผู้ถือคริปโตเคอร์เรนซีจะเดินทางมายังประเทศไทยในที่สุด

 

“คริปโตเคอร์เรนซีคืออนาคต เราจึงต้องทำให้ประเทศไทยเป็น Crypto-Positive Society เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพกลุ่มนี้” ผู้ว่า ททท. กล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

อ้างอิง:

The post ผู้ว่า ททท. มอง ‘คริปโตฯ คืออนาคต’ เตรียมจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ Bitkub เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับ ‘นักท่องเที่ยว’ ที่ถือสกุลเงินดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ธุรกิจท่องเที่ยว-ศูนย์การค้า’ หนุนยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวไทย หันเน้นเชิงคุณภาพแทนปริมาณ พร้อมเชื่อมต่อภาคส่วนต่างๆ เป็นระบบนิเวศ https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-2021-40/ Sun, 28 Nov 2021 02:41:49 +0000 https://thestandard.co/?p=565059 ธุรกิจท่องเที่ยว

การสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์ความต้ […]

The post ‘ธุรกิจท่องเที่ยว-ศูนย์การค้า’ หนุนยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวไทย หันเน้นเชิงคุณภาพแทนปริมาณ พร้อมเชื่อมต่อภาคส่วนต่างๆ เป็นระบบนิเวศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธุรกิจท่องเที่ยว

การสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวในมิติหลังโควิด-19 จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย ขณะที่การปรับมายด์เซ็ตของทุกภาคส่วนเข้าหากันและมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน จะช่วยหนุนให้ประเทศไทยรั้งตำแหน่ง Best Destination เอาไว้ได้ในระยะยาว

 

จากเวทีสัมมนาหัวข้อ ‘Reforming Thailand’s Tourism การท่องเที่ยวไทยเดินหน้าต่ออย่างไร’ ทั้งหน่วยงานรัฐ คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน 3 ราย คือสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, เซ็นทรัลพัฒนา และ ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ต่างมองเห็นความท้าทายหลักของภาคการท่องเที่ยวของไทยอยู่ที่การปรับมายด์เซ็ตของทุกภาคส่วนเข้าหากัน และมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน เพื่อช่วยกันสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของไทย ให้สามารถรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่จะมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นหลังวิกฤตโควิด-19

 

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. เตรียมพร้อมสำหรับการยกระดับการท่องเที่ยวเอาไว้แล้ว โดยจะไม่ได้ทำแค่ยกระดับซัพพลายเชนเท่านั้น แต่จะเปลี่ยนและสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยอีกครั้ง หลังจากที่เสียหายไปค่อนข้างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กว่า 2 ปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ สิ่งที่ ททท. จะให้ความสำคัญหลักๆ คือการสร้างและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ หรือ Responsible Tourism และการท่องเที่ยวในรูปแบบดิจิทัล หรือ Digital Tourism ซึ่งเป็นโปรดักต์ที่ ททท. มีอยู่แล้ว เช่น วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และผู้คนในภาคบริการ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งเติมเต็มเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวใหม่ๆ ดังกล่าวก็คือ การเปลี่ยนวิธีการทำการตลาดและการสื่อสารแนวใหม่ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงและดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ประเทศไทยยิ่งขึ้น

 

“ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าประเทศไทยไม่ได้ต้องการนักท่องเที่ยวที่เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก แต่เราต้องการนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากขึ้น ซึ่งก็ตรงกับเทรนด์การท่องเที่ยวหลังโควิด-19 ที่นักท่องเที่ยวก็มองสิ่งที่เติมเต็มการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มจะใช้เวลาในสถานที่ท่องเที่ยวระยะยาวขึ้น ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่เน้นท่องเที่ยวในจำนวนสถานที่ที่เยอะ แต่ใช้เวลาสั้นๆ” ผู้ว่าฯ ททท. กล่าว

 

สอดคล้องกับ ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ที่มองว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตที่เริ่มเห็นบ้างแล้วในตอนนี้ก็คือ นักท่องเที่ยวเชิงปริมาณจะเริ่มหายไปและแทนที่ด้วยนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากขึ้น ซึ่งกลุ่มที่มาแทนจะมีความเป็นปัจเจกสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ มองว่าประเทศไทยมีจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Wellness Tourism, Eco Tourism, Transformative Tourism และ Staycation หรือ Workation ซึ่งจะมาช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากภาพจำการท่องเที่ยวแบบเดิม คือ Cheap Tourism

 

อย่างไรก็ตาม การจะชูจุดเด่นใหม่ๆ นี้ขึ้นมาได้จำเป็นต้องปรับมายด์เซ็ตของทุกภาคส่วนก่อน เพื่อให้เห็นเป้าหมายเดียวกัน และประสานงานกันในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก

 

“จากการทำงานใน Phuket Sandbox มา เราพบว่าทีมเอกชนได้เข้าไปช่วยในโปรเจกต์ร่วมกับภาครัฐเยอะมาก คีย์เวิร์ดคือประสานงานและต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ซึ่งเมื่อเราทำงานแบบประสานกันและมีการติดตามผลที่จริงจัง จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้” ภูมิกิตติ์กล่าว

 

โดยโจทย์หลักต่อไปของภูเก็ตเองคือการเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่เป็นจังหวัดที่พึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจแบบสปริงบอร์ด หรือสร้างการต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจอื่นๆ ให้ได้ ซึ่งในนามสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตก็ได้นำเสนอเรื่องนี้ต่อ ครม. ไปแล้ว โดยเน้นปฏิรูปกฎหมายการท่องเที่ยว และเสนอขอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทุนรัฐ-เอกชน (PPP) ในระดับจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตให้มั่นคงขึ้น

 

ด้าน วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจศูนย์การค้าเป็นหนึ่งใน Ecosystem การท่องเที่ยวที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มกับการท่องเที่ยวของไทยได้ด้วยการเชื่อมโยงไปสู่ Ecosystem อื่นๆ

 

โดยเซ็นทรัลพัฒนาวางแผนเพิ่มมูลค่าให้การท่องเที่ยวไทย ดังนี้

  1. การกระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจ SMEs รวมถึงธุรกิจฐานราก
  2. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อขยายขนาดของ Ecosystem โดยปัจจุบันเซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าใน 14 เมือง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึง 40 เมืองรอง
  3. สนับสนุนการท่องเที่ยวระยะยาว ซึ่งสอดรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากขึ้น โดยเชื่อว่าเมื่อสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวอยู่เมืองไทยนานมากขึ้นโดยนำเสนอจุดเด่นด้านทรัพยากรและวัฒนธรรมที่เหมาะสม มูลค่าการท่องเที่ยวของไทยก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
  4. ยกระดับขึ้นเป็น Shopping Destination เทียบชั้นกับฮ่องกงและสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือจากทางภาครัฐให้ทบทวนภาษีนำเข้าก่อน จึงจะสร้างเป็นจุดเด่นได้

 

ขณะที่ นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวของไทยนั้น ต้องสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดีขึ้นจากเดิม ทั้งมาตรฐานด้านสาธารณสุข มาตรฐานบริการและความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งเหล่านี้ฝั่งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องใน Ecosystem ต้องใช้เงินทุนในการลงทุนสร้างมาตรฐานใหม่ ดังนั้นรัฐเองก็สามารถสนับสนุนได้ด้วยซอฟต์โลนต่างๆ

 

ทั้งนี้ มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตว่า Healthcare และ Digital จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับทุกภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะท่องเที่ยว ฉะนั้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขึ้นใหม่จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งมือ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเกิดความเชื่อมั่นและกล้ามาท่องเที่ยว มาจับจ่ายใช้สอยในประเทศได้อย่างแท้จริง

The post ‘ธุรกิจท่องเที่ยว-ศูนย์การค้า’ หนุนยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวไทย หันเน้นเชิงคุณภาพแทนปริมาณ พร้อมเชื่อมต่อภาคส่วนต่างๆ เป็นระบบนิเวศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่า ททท. ยื่นหนังสือสอบผู้ประกอบการโรงแรม-ร้านอาหารกว่า 512 แห่ง ทำผิดเงื่อนไข ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ https://thestandard.co/hotel-operator-restaurant-break-the-conditions-we-travel-together/ Wed, 16 Dec 2020 09:21:29 +0000 https://thestandard.co/?p=432177 ผู้ว่า ททท.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเท […]

The post ผู้ว่า ททท. ยื่นหนังสือสอบผู้ประกอบการโรงแรม-ร้านอาหารกว่า 512 แห่ง ทำผิดเงื่อนไข ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่า ททท.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินทางมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อมูลผู้เข้าข่ายกระทำความผิด เนื่องจากพบความผิดปกติของธุรกรรมทางการเงินในโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ พร้อมรายชื่อผู้ประกอบการที่เข้าข่ายกระทำผิดเงื่อนไขของโครงการฯ ต่อ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

 

ทั้งนี้ ททท. ตรวจพบธุรกรรมที่ต้องสงสัยมีแนวโน้มการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการฯ หลายรูปแบบ ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นโรงแรม ร้านค้า และประชาชนที่ร่วมขบวนการ พบว่ามีโรงแรมที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องสงสัยจำนวนประมาณ 312 แห่ง ในส่วนของร้านค้ามีประมาณ 202 แห่ง ส่วนผู้ที่ใช้สิทธิ์ตามโครงการฯ ก็ยังคงสามารถเข้าพักหรือใช้สิทธิ์ต่างๆ ตามเงื่อนไขได้เช่นเดิม

 

อย่างไรก็ตาม ยุทธศักดิ์กล่าวเพิ่มว่า การยื่นเอกสารครั้งนี้ เพื่อใช้ประกอบการสืบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และป้องกันการกระทำผิดในส่วนของการขยายจำนวน และเวลาในการใช้สิทธิ์ของโครงการฯ นี้ ในเฟส 2 ต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ผู้ว่า ททท. ยื่นหนังสือสอบผู้ประกอบการโรงแรม-ร้านอาหารกว่า 512 แห่ง ทำผิดเงื่อนไข ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท. เผยทัวร์จีนกลุ่มแรก 41 คน เดินทางถึงไทยเย็นนี้ อยู่ยาว 30 วัน แต่ต้องกักตัว 14 วัน https://thestandard.co/tat-say-chinese-tour-first-group-arrived-thailand/ Tue, 20 Oct 2020 08:05:31 +0000 https://thestandard.co/?p=410223 ททท. เผยทัวร์จีนกลุ่มแรก 41 คน เดินทางถึงไทยเย็นนี้ อยู่ยาว 30 วัน แต่ต้องกักตัว 14 วัน

วันนี้ (20 ตุลาคม) ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที […]

The post ททท. เผยทัวร์จีนกลุ่มแรก 41 คน เดินทางถึงไทยเย็นนี้ อยู่ยาว 30 วัน แต่ต้องกักตัว 14 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท. เผยทัวร์จีนกลุ่มแรก 41 คน เดินทางถึงไทยเย็นนี้ อยู่ยาว 30 วัน แต่ต้องกักตัว 14 วัน

วันนี้ (20 ตุลาคม) ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) กลุ่มแรกเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จำนวนประมาณ 41 คน บินมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 17.00 น. และคาดว่ากลุ่มดังกล่าวจะอยู่ในไทยเป็นระยะเวลา 30 วัน

 

ยุทธศักดิ์ย้ำว่า นักท่องเที่ยวทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การลงสนามบิน การตรวจหาเชื้อโควิด-19 และการกักตัว 14 วันในโรงแรมที่เข้าร่วมเป็นสถานกักตัวทั้งในรูปแบบ Alternative State Quarantine (ASQ) และ Alternative Local State Quarantine (ALSQ) และที่สำคัญนักท่องเที่ยวทุกคนจะมีแอปพลิเคชัน ‘หมอชนะ’ ไว้ติดตามตัวตนขณะที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวได้แสดงความต้องการไปเที่ยวในพื้นที่ทะเลเป็นหลักหลังจากพ้นกำหนดกักตัวแล้ว

 

ทั้งนี้ ยุทธศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ 2 จะเข้ามาในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากนครกวางโจว ประมาณ 100 ราย ซึ่งเครื่องบินโดยสารจะมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเช่นกัน ขณะที่เที่ยวบินอื่นๆ ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการสื่อสารว่าจะเข้ามาลงที่สนามบิน หรือในพื้นที่ ASQ โดยตรง 

 

ยุทธศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตนในฐานะผู้ว่าฯ ททท. มองว่าหากสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้จะเป็นการชุมนุมแบบดาวกระจายเป็นแฟลชม็อบทั่วประเทศ แต่ก็ยังมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบในภาคอุตสากรรมท่องเที่ยวแต่อย่างใด

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ททท. เผยทัวร์จีนกลุ่มแรก 41 คน เดินทางถึงไทยเย็นนี้ อยู่ยาว 30 วัน แต่ต้องกักตัว 14 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Health and Wellness Tourism ความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อทางรอดของการท่องเที่ยวไทย https://thestandard.co/health-and-wellness-tourism/ Sun, 31 May 2020 10:26:24 +0000 https://thestandard.co/?p=368446

Health and Wellness Tourism ความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อทา […]

The post Health and Wellness Tourism ความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อทางรอดของการท่องเที่ยวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Health and Wellness Tourism
ความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อทางรอดของการท่องเที่ยวไทย

โดย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน), ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน), ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 

The post Health and Wellness Tourism ความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อทางรอดของการท่องเที่ยวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ททท. ย้ำ “เราจะชนะได้ ผู้ประกอบการต้องรอดก่อน” https://thestandard.co/economic-forum-the-future-of-tourism/ Sun, 31 May 2020 09:11:57 +0000 https://thestandard.co/?p=368419

หากจะถามว่าโควิด-19 สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไหนมากที่ส […]

The post ผู้ว่าฯ ททท. ย้ำ “เราจะชนะได้ ผู้ประกอบการต้องรอดก่อน” appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากจะถามว่าโควิด-19 สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไหนมากที่สุด หนึ่งในคำตอบ ต้องมีชื่อของ ‘อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว’ อย่างแน่นอน

 

ใน THE STANDARD ECONOMIC FORUM หัวข้อ ‘The Future of Tourism ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยแห่งอนาคต’ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกริ่นว่า การท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือนมกราคม ตั้งแต่ช่วงที่จีนห้ามชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อรวมกับมาตรการของประเทศอื่นๆ ไตรมาสแรกจึงมีนักท่องเที่ยวเพียง 6.75 ล้านคน 

 

มีการประเมินว่า ดีที่สุดปี 2020 นี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางทั่วโลกจะลดลง 58% แย่ที่สุดจะลดลงมากถึง 78% สำหรับไทยเองจากที่มีนักท่องเที่ยวเดือนละ 2-3 ล้านคน ภาพประวัติศาสตร์ที่เราได้เห็นคือ มีนักท่องเที่ยวเป็น 0 ในช่วงที่ผ่านมา

 

ในปีนี้ ททท. พยายามประคับประคองให้นักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 60% ทั้งในแง่รายได้ ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 1.23 ล้านล้านบาท ซึ่งปกติอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 14-16 ล้านคน จากปกติแล้วมีปีละเกือบ 40 ล้านคน

 

“เราต้องเตรียมยุทธศาสตร์ไว้ เพราะถึงอย่างไรการท่องเที่ยวจะกลับมา แต่จะกลับมาช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโรคในบ้านเรา”

 

ระยะสั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การดึงนักท่องเที่ยวภายในประเทศกลับมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งแต่ละปีมีประมาณ 12-13 ล้านคน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และเชื่อว่ามีไม่น้อยที่อยากกลับไปเที่ยวแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มมีการออกเที่ยวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

 

ส่วนการดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จะให้เป็นไปในลักษณะของการจับคู่ (Travel Bubble) ระหว่างประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเลือกกลุ่มและกำหนดจำนวนก่อน

 

สำหรับมาตรการช่วยเหลือมีแน่นอน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน หนึ่ง คือการประชุมสัมมนา ซึ่งจะได้ขับเคลื่อนไปทั้งหมด เช่น รถ ที่พัก ผู้ประกอบการ สอง คือการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น การกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อ รวมทั้งให้ผู้ประกอบการด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลานี้คือต้องใช้จุดแข็งด้านสุขภาพเข้ามาช่วยดึงความเชื่อมั่น สำหรับรายละเอียดที่ชัดเจน กำลังคุยกันอยู่ คาดว่าในเดือนกรกฎาคมน่าจะสามารถเริ่มออกหมัดได้ 

 

ในระยะยาว ผู้ว่าฯ ททท. เชื่อว่า ภูมิทัศน์การท่องเที่ยวจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน และต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 18 เดือน กว่าที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะกลับมาเหมือนเดิม แน่นอนว่าในระหว่างนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบกับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการจำกัดคนและการรักษาระยะห่าง จะทำให้เรื่องของ Economy of Scale ใช้ไม่ได้ ต้นทุนจะสูงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ การปรับโมเดลธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเติมเต็ม 

 

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกลุ่มมิลเลนเนียลจะกลับมาเที่ยวเป็นกลุ่มแรก ธุรกิจจึงต้องปรับให้สอดรับ นอกจากนี้การท่องเที่ยวจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจะกลับมา ซึ่งเราจะได้นักท่องเที่ยวคุณภาพอย่างที่เราอยากเห็น กลุ่มนี้ใช้จ่ายมากกว่า 1 แสนบาทต่อคนต่อทริป ซึ่งจะเข้ามาช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปได้ 

 

“เราจะชนะได้ ผู้ประกอบการต้องรอด เมื่อวันหนึ่งสถานการณ์กลับมาปกติ หากไม่มีผู้ประกอบการ เราก็อยู่ไม่ได้”

 

ผู้ว่าฯ ททท. ทิ้งทายว่า หลัก 3R ที่ผู้ประกอบการควรทำคือ Remodel ปรับตัวเอง ต้องมองตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น Reskill/Upskill เพิ่มทักษะของพนักงาน และ Rebalance ธุรกิจต้องมีความสมดุล

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล 

The post ผู้ว่าฯ ททท. ย้ำ “เราจะชนะได้ ผู้ประกอบการต้องรอดก่อน” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวราคาถูก! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคิดจะทำอะไรในปี 2561? https://thestandard.co/lifestyle-travel-tourism-authority-of-thailand-2018/ https://thestandard.co/lifestyle-travel-tourism-authority-of-thailand-2018/#respond Fri, 21 Jul 2017 11:55:29 +0000 https://thestandard.co/?p=15374

     ใกล้เข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ บรรดาหน่ว […]

The post ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวราคาถูก! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคิดจะทำอะไรในปี 2561? appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ใกล้เข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ บรรดาหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็เริ่มคิดวางแผนงาน สารพันโครงการผุดขึ้นมาเป็นกระจาด พร้อมค่าใช้จ่ายประมาณการใช้ในปีหน้า ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ย่อมต้องถือธรรมเนียมปฏิบัติตามนั้น โอ๊ะโอ… ถ้าคุณคิดว่าเราจะนำงบประมาณมาแสดงให้ดูล่ะก็ ผิดแล้ว เพราะสิ่งที่เราหยิบมานำเสนอคือแผนการตลาดว่าในปี 2561 ททท. มีแผนอะไร และมีโปรเจกต์ใดให้คนชอบเที่ยวได้ตื่นเต้นกันบ้าง

 

สนับสนุนการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เน้นการเที่ยวเชิงลึก

     สำหรับปี 2561 ททท. ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยวร้อยละ 8 ตามที่รัฐบาลกำหนด โดยยังคงมุ่งเน้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และจะผลักดันแนวทางการทำการตลาด 3 แนวทางคือ

  1. สร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อหวังชะลอความเสื่อมโทรมของทรัพยากร
  2. เพิ่มเนื้อหาสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้สินค้าท่องเที่ยวไทย
  3. ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ ด้วยการนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวแบบ Thai Local Experience เน้นองค์ความรู้แบบไทยแท้ ใกล้ชิดชุมชน มากกว่าการเที่ยวแบบฉาบฉวย

 

 

     แน่นอนว่าทั้ง 3 แนวทางยังคงทำผ่านโครงการเดิมจากปี 2560 ได้แก่ โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค ที่ตอกย้ำแนวคิด การท่องเที่ยวคือการค้นพบตัวเองในกลุ่มเจนวาย, โครงการเก๋ายกก๊วน ชวนเที่ยวไทย มอบสิทธิพิเศษในการเดินทางให้นักท่องเที่ยววัยเก๋า, โครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด Plus เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และ โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว มอบส่วนลดและข้อเสนอพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวในวันจันทร์-พฤหัสบดี ทว่าปีนี้จะขยายผลความร่วมมือให้กว้างออกไป ซึ่งหมายความว่า ต่อไปนักท่องเที่ยวไทยจะมีโปรโมชันและส่วนลดต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิมสำหรับผู้ที่เดินทางเที่ยวในวันธรรมดา

 

 

     สำหรับ ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ยังคงเป็นธีมหลักในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในประเทศเช่นเคย แต่ต่อยอด ส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางจริงมากขึ้น

     โดยสื่อสารให้นักเดินทางรู้สึกว่าการท่องเที่ยวเชิงลึกไม่จำเป็นต้องบุกป่าฝ่าดง หรือลงทุนลงแรงจนเหน็ดเหนื่อยเสมอไป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตีโจทย์และขยายขอบเขตมากขึ้นจนเกิดแนวคิดที่ว่า ‘หนึ่งประสบการณ์ลึกซึ้งมากคุณค่ากว่าที่คิด’ กล่าวคือ ประสบการณ์ที่เกิดจากการท่องเที่ยวนั้นเป็นการส่งมอบความสุข มีความหมายลึกซึ้ง เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าอันน่าจดจำ

 

สวรรค์ของนักกิน จากอาหารถิ่นสู่มิชลินสตาร์

     ตั้งแต่ต้นปี เรารับรู้นโยบายเกี่ยวอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประกาศนโยบาย ‘ครัวไทยไปครัวโลก’ ของรัฐบาล ไปจนถึงงบประมาณ 150 ล้านบาทที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหมายมั่นปั่นมือให้ ‘มิชลิน ไกด์’ (Michelin Guide) เป็นหนึ่งในยุทธวิธีฉกาจที่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวสายกินกว่าค่อนโลกให้มาเยือนประเทศ ซึ่งแน่ชัดอยู่แล้วว่าในแผนงานปี 2561 ททท. ต้องนำ ‘อาหาร’ มาเป็นอีกหนึ่งตัวชูโรง เพื่อสานต่อนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

     นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวไว้ในงานแถลงเปิดแผนการตลาดด้านท่องเที่ยว ปี 2561 ว่า “อาหารเป็นจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงตั้งแต่สภาพภูมิศาสตร์ไปจนถึงความเป็นอยู่ ฉะนั้นอาหารจึงเป็นมากกว่าปัจจัย 4 และ ททท. พร้อมที่จะให้คนทั่วโลกประจักษ์ว่า คุณค่าของอาหารไทยไม่ได้มีเพียงแค่ความอิ่มปากอิ่มท้อง แต่สามารถสร้างความอิ่มใจ อิ่มเอม เพราะอาหารไทยคือหนึ่งในความภูมิใจของคนทั้งชาติ”

 

 

     การชูโรงด้านอาหารของ ททท. คาดว่าจะไม่ได้มาในรูปแบบแคมเปญใหญ่ที่งอกเงยมาตีคู่กับโครงการเดิม แต่มาในรูปแบบส่งเสริมแคมเปญเก่าอย่าง ‘ท้าเที่ยวข้ามภาค’ ‘วันธรรมดาน่าเที่ยว’ หรือ ‘12 เมืองต้องห้ามพลาด Plus’ ซึ่งในแต่ละพื้นที่และหน่วยงานในระดับจังหวัดต่างๆ จะเน้นนำเสนอเมนูอาหารถิ่นมากขึ้น อย่างล่าสุดก็มีการจัดประกวด ‘เชฟชุมพล สร้างชุมชน’ โดยรับสมัครเชฟท้องถิ่นจังหวัดระยองมาทำอาหารถิ่น รวมถึงการเปิดตัวหนังสือคู่มือท่องเที่ยวตามรอยอาหาร 8 Trip and Tip ที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ วันนี้ (21 กรกฎาคม)

     และแน่นอนที่สุด ปลายปีนี้กับคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่ 6 ในเอเชียที่มีคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นของตนเอง

     นอกจากนี้ตามเวทีและการประกวดต่างๆ รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ในแวดวงอาหาร คุณจะเห็นการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมากขึ้นในการโปรโมตเมนูสตรีทฟู้ดตามย่านต่างๆ รวมถึงร้านที่นำเสนออาหารถิ่นในรูปโฉมผิดแปลกจากขนบเดิม แต่ยังสามารถสะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยได้ในทุกคำที่ลิ้มรสอย่างร้าน ‘ซาหมวย’

 

 

ความหลากหลาย เสน่ห์ของประเทศไทย

     ในด้านตลาดต่างประเทศ ททท. เน้นกลุ่มกระแสหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Luxury, กลุ่ม Executive Lady, กลุ่มครอบครัว, กลุ่ม Millennial, กลุ่ม Gen X และกลุ่ม LGBT พร้อมกลุ่มความสนใจพิเศษอีก 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Honeymoon & Wedding, กลุ่ม Health & Wellness, กลุ่ม Sport Tourism และกลุ่ม Green Tourism

 

 

     และยังคงใช้แคมเปญ Amazing Thailand เช่นเคย แต่ขยายการสื่อสารจาก ‘Open to the New Shades’ ซึ่งนิยามการท่องเที่ยวไทยว่าเป็นการค้นพบ ค้นหาสิ่งใหญ่มาขยายใหญ่ขึ้นให้เป็น ‘Million Shades of Thailand’ ชูความหลากหลายของประเทศไทยทั้งด้านวัฒนธรรม ผู้คน อาหาร และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะสามารถมอบประสบการณ์ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ในหลายมิติ

 

 

     นอกเหนือจากนี้ ททท. ยังเล็งคุณภาพของนักท่องเที่ยวประเภท First Visit ซึ่งมีกำลังทรัพย์ และมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในแถบ CIS (เครือรัฐเอกราช ซึ่งแยกตัวออกจากรัสเซีย Commonwealth of Independent States) และลาตินอเมริกา โดยมีการเปิดสำนักงานใหม่ขึ้นที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล และเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

 

 

     และพยายามเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดบนให้มียอดค่าใช้จ่ายต่อวัน ต่อหัว เพิ่มมากขึ้น โดยเน้นโปรโมตในประเทศแถบเอเชียเป็นหลัก

     ที่สำคัญคือพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทยจากแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก เป็น ‘Prefer Destination’ หรือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเลือกจะมาเพราะอยากมา ไม่ใช่มาเพราะค่าใช้จ่ายถูก ประหยัดเงินในกระเป๋า

 

 

     ที่เราหยิบยกมาเป็นเพียงทิศทางการตลาดและภาพรวมคร่าวๆ ที่ ททท. หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คิดจะทำในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งภาพรวมปีนี้เป็นเรื่องของอาหารและการใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ส่วนโปรเจกต์ย่อยที่ตามมาต่อๆ ไปนั้นจะเป็นอะไรบ้าง ต้องติดตามให้ดี

     แน่นอนว่า THE STANDARD ไม่พลาดนำมาฝากแน่นอน

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai 

The post ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวราคาถูก! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคิดจะทำอะไรในปี 2561? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-travel-tourism-authority-of-thailand-2018/feed/ 0