ยิ่งยศ เทพจำนงค์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ยิ่งยศ-เทพจำนงค์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 04 Apr 2026 06:40:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นั่งแท่นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมเปิดตัวทีม 5 รองโฆษกฯ https://thestandard.co/police-chief-appoints-trairong-spokesperson/ Sat, 04 Apr 2026 06:39:08 +0000 https://thestandard.co/police-chief-appoints-trairong-spokesperson/ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมทีมรองโฆษก ภายหลังการแต่งตั้ง

วันนี้ (4 เมษายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญช […]

The post ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นั่งแท่นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมเปิดตัวทีม 5 รองโฆษกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมทีมรองโฆษก ภายหลังการแต่งตั้ง

วันนี้ (4 เมษายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. และอดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขอเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (เออร์ลีรีไทร์)

 

เพื่อให้การดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ผบ.ตร. จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งรองโฆษกฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเป็นทางการ

 

นอกจากนี้ เพื่อให้การทำงานของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความครอบคลุมในทุกมิติ ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสูงร่วมเป็นทีมรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 นาย ประกอบด้วย:

 

  • พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  • พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
  • พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1
  • พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ

 

สำหรับบทบาทและภารกิจสำคัญของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติชุดใหม่ จะมุ่งเน้นการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างองค์กรตำรวจกับประชาชน โดยรับหน้าที่สื่อสารและสร้างความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ได้แก่ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การตรวจสอบความโปร่งใส การบูรณาการองค์ความรู้เพื่อสังคม และกิจการต่างประเทศ ตลอดจนการเป็นช่องทางสื่อสารภายในองค์กรระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ ทีมโฆษกฯ ตั้งเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารบนพื้นฐานของความจริง ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส และทันต่อเหตุการณ์อย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งขยายช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนในทุกแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจในสายตาประชาชน

 

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และการแจ้งเตือนภัยต่างๆ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ

 

  • Facebook Page: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • Facebook Page: กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • TikTok: @Saranitetpolice
  • TikTok: สาระกับสารนิเทศ

 

ภาพ: 3 คนในปกเดียวค่ะ

The post ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นั่งแท่นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมเปิดตัวทีม 5 รองโฆษกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งอนุมัติ 14 นายพลตำรวจ ลาออกตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล มีผล 1 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/thai-police-generals-early-retire/ Wed, 01 Apr 2026 07:23:12 +0000 https://thestandard.co/thai-police-generals-early-retire/ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงนามอนุมัติ 14 นายพลตำรวจลาออก

วันนี้ (1 เมษายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายง […]

The post ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งอนุมัติ 14 นายพลตำรวจ ลาออกตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล มีผล 1 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงนามอนุมัติ 14 นายพลตำรวจลาออก

วันนี้ (1 เมษายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจระดับสูง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 184/2569 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2569 เรื่อง อนุญาตให้ข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการ

 

คำสั่งดังกล่าวเป็นการอนุมัติตาม โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 (รอบเมษายน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 เพื่ออนุญาตให้ข้าราชการตำรวจระดับนายพล จำนวน 14 นาย ลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

 

สำหรับรายชื่อนายตำรวจระดับชั้นนายพลทั้ง 14 นาย ที่ยื่นความจำนงขอเข้าร่วมโครงการและได้รับการอนุมัติ ประกอบด้วย:

 

  • พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)
  • พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)
  • พล.ต.ท.ดิเรก ธนานนท์นิวาส ที่ปรึกษา (สบ 8) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.)
  • พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ จเรตำรวจ
  • พล.ต.ต.ชวนนท์ ประเทศรัตน์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (รอง ผบช.ตชด.)
  • พล.ต.ต.ปรีดา อิ่มเจริญ รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (รอง ผบช.กมค.)
  • พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบช.ภ.4)
  • พล.ต.ต.เทิดพงษ์ ลิมปิทีป ผู้บังคับการตรวจสอบภายใน 2 (ผบก.ตส.2)
  • พล.ต.ต.บัณฑิต นิลอ่อน ผู้บังคับการกองคดี 2 (ผบก.กค.2)
  • พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 5 (ผบก.อก.ภ.5)
  • พล.ต.ต.วิระศักดิ์ แย้มแสง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการเดินเรือ (สบ 6) กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.)
  • พล.ต.ต.วีร์ จิระรัตนวรรณ ผู้บังคับการอำนวยการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ผบก.อก.รร.นรต.)
  • พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหทินนิลกุล อาจารย์ (สบ 6) กลุ่มงานอาจารย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.)
  • พล.ต.ต.สุระพันธ์ ไทยประเสริฐ ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 4 (ผบก.อก.ภ.4)

The post ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งอนุมัติ 14 นายพลตำรวจ ลาออกตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล มีผล 1 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ออก 5 มาตรการประหยัดพลังงาน ชูปรับเครื่องแต่งกาย-ตรวจเยี่ยมหน่วยผ่านออนไลน์ https://thestandard.co/police-chief-energy-saving-measures-online/ Fri, 13 Mar 2026 05:32:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1187074 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงมาตรการประหยัดพลังงาน 5 ข้อ

วันนี้ (13 มีนาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บั […]

The post ผบ.ตร. ออก 5 มาตรการประหยัดพลังงาน ชูปรับเครื่องแต่งกาย-ตรวจเยี่ยมหน่วยผ่านออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงมาตรการประหยัดพลังงาน 5 ข้อ

วันนี้ (13 มีนาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการด่วนให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเมินว่าอาจขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม โดยมุ่งเน้นไปที่การประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่:

 

  • สายงานป้องกันปราบปรามและการรักษาความสงบเรียบร้อย: ให้ยึดหลักการจัดผลัดปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทในแต่ละพื้นที่ โดยต้องคงขีดความสามารถในการตอบสนองต่อการแจ้งเหตุและเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงทีเช่นเดิม เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
  • สายงานบริการประชาชนและงานสนับสนุน: ให้พิจารณาปรับลดจำนวนข้าราชการตำรวจที่เข้ามาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้ง ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของภารกิจ โดยส่งเสริมให้ประชาชนยื่นขออนุญาตหรือรับบริการผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการเดินทางของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ สำหรับภารกิจส่วนอื่น ๆ ให้หัวหน้าหน่วยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาระดับประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนด 5 มาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายและทุกหน่วยงานในสังกัดยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 

1. มาตรการส่วนบุคคล: รณรงค์ลดการใช้พลังงานในที่พักอาศัยและยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถยนต์ทางราชการ หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง ให้พิจารณาเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นลำดับแรกและหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัว

 

2. มาตรการในสถานที่ปฏิบัติราชการ: ควบคุมการเปิดใช้แสงสว่างและเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับจำนวนผู้มาปฏิบัติงาน บูรณาการพื้นที่ทำงานให้อยู่ในสถานที่เดียวกันเพื่อลดการใช้ห้อง ตลอดจนปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ไม่ได้ใช้งาน

 

3. มาตรการระดับหน่วยงาน: ให้งดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ตลอดจนการเดินทางไปราชการต่างประเทศ รวมถึงให้พิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยงาน เป็นการตรวจผ่านระบบออนไลน์ทดแทน ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนทางราชการ

 

4. มาตรการด้านสถานศึกษาและศูนย์ฝึกอบรม: ให้สถานศึกษาและหน่วยฝึกอบรมในสังกัด ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน การฝึกอบรม รวมถึงการประชุมสัมมนา เป็นรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการเดินทางของกำลังพล

 

5. มาตรการแต่งกายและลดการใช้ทรัพยากร: กำหนดให้ข้าราชการตำรวจแต่งกายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางการประหยัดพลังงาน (เพื่อลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ) รวมถึงรณรงค์ลดการใช้ลิฟต์ ประหยัดกระดาษ และลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองต่าง ๆ ภายในสำนักงาน

The post ผบ.ตร. ออก 5 มาตรการประหยัดพลังงาน ชูปรับเครื่องแต่งกาย-ตรวจเยี่ยมหน่วยผ่านออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ร่วมดูแลรับคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ https://thestandard.co/police-security-middle-east-thais-return/ Sun, 01 Mar 2026 07:57:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1183104 ภาพกราฟิกข่าว ผบ.ตร. สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ดูแลคนไทยกลับจากตะวันออกกลาง

วันนี้ (1 มีนาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บั […]

The post ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ร่วมดูแลรับคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกข่าว ผบ.ตร. สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ดูแลคนไทยกลับจากตะวันออกกลาง

วันนี้ (1 มีนาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยให้ทุกหน่วยพร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมงนั้น

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขานรับนโยบาย โดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการด่วนไปยังหน่วยต่างๆ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงในราชอาณาจักร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

 

ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำความผิดกฎหมายที่จะส่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามต่างๆ รวมทั้งเตรียมมาตรการรองรับ ณ ท่าอากาศยาน ในกรณีมีการเดินทางรับคนไทยกลับเข้าประเทศไทย จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุและมาตรการรองรับความแออัดในพื้นที่ท่าอากาศยานในกรณีฉุกเฉิน โดยประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือแนะนำผ่านสายด่วน 1155 และจัดล่ามแปลภาษารองรับการสื่อสาร

 

นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ประสานข้อมูลข่าวสารกับต่างประเทศ ประเทศสมาชิก องค์การตำรวจสากล หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และใช้กลไกช่องทางกงสุล (ฝ่ายตำรวจ/ทูตฝ่ายตำรวจ) ในการประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้ความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัวภัย หรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และให้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

The post ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ร่วมดูแลรับคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มอาวุธปืนเถื่อน ปิดล้อมจุดเสี่ยง ระดมกวาดล้างทั่วประเทศ https://thestandard.co/police-chief-crackdown-illegal-guns/ Wed, 25 Feb 2026 00:52:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1181446 ตำรวจปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนในปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศ

วานนี้ (24 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผ […]

The post ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มอาวุธปืนเถื่อน ปิดล้อมจุดเสี่ยง ระดมกวาดล้างทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนในปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศ

วานนี้ (24 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งไปยังผู้บัญชาการหน่วยต่าง ๆ ให้ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอาวุธสงคราม

 

เนื่องจากสถานการณ์อาชญากรรมมีแนวโน้มการก่อเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญ โดยคนร้ายมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุต่างๆ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว แบบ ป.12 เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปี

 

ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. (ด้านการสืบสวน) และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. (ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ควบคุม กำกับดูแลภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยยึดหลักยุทธวิธีตำรวจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ อำนวยการ บริหารจัดการเหตุ และลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง

 

นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงพื้นที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายและปิดล้อมตรวจค้น ระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจำหน่าย และวงจรการใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน และอาวุธสงคราม ทั้งทางออนไลน์และในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกำหนดแผนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ ให้ครอบคลุมลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม โดยเฉพาะเส้นทางการลำเลียงหรือพกพาอาวุธ เส้นทางเข้า-ออก จุดล่อแหลม จุดเสี่ยง และบริเวณสถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง

 

รวมทั้งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญและสถานที่สาธารณะ โดยประสานความร่วมมือกับพนักงานรักษาความปลอดภัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มและความถี่ของการตรวจตราโดยเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร และเจ้าหน้าที่สืบสวน พร้อมจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี และกำหนดวงรอบการตรวจของสายตรวจในการหยุดตรวจ เดินตรวจ และพูดคุยพบปะประชาชน (Stop Walk and Talk) กำหนดจุดแสดงกำลังและจุดตรวจสัมพันธ์ให้ครอบคลุมพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบระบบการแจ้งเหตุของภาคเอกชน กล้องวงจรปิด (CCTV) และการตรวจตราสิ่งของบริเวณทางเข้า-ออกอาคารสถานที่ต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย

 

พร้อมกันนี้ สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักด้านข่าวกรองทางสื่อสังคมออนไลน์ สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน และอาวุธสงครามทางออนไลน์ โดยประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

 

รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายแรงสะเทือนขวัญจากข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ และให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมติดตามเฝ้าระวังโซเชียลมีเดียทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัว หรือการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา หรือกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย

The post ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มอาวุธปืนเถื่อน ปิดล้อมจุดเสี่ยง ระดมกวาดล้างทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง https://thestandard.co/police-election-security-neutrality/ Thu, 05 Feb 2026 06:17:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1174083 เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกล (Video Conference) เพื่อติดตามสถานการณ์และกำชับมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง

 

โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด โดยระดมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เข้าประจำการดูแลความปลอดภัย ณ หน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วยทั่วประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ ศลต.ตร. ซึ่งได้เปิดปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม และจะดำเนินภารกิจต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

ในที่ประชุม ผบ.ตร. ได้แสดงความห่วงใยและกำชับเป็นพิเศษในประเด็นการป้องกันเหตุความรุนแรงและการละเมิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่เสี่ยงหลายแห่ง โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม แผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง (พิทักษ์เลือกตั้ง/66) อย่างเคร่งครัด ทั้งในช่วงก่อนวันเลือกตั้งและวันเลือกตั้งจริง

 

โดยเน้นย้ำมาตรการป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกรูปแบบ อาทิ การซื้อสิทธิขายเสียง การลักลอบจำหน่ายสุราในเวลาต้องห้าม และการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาใช้สิทธิ

 

“ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนซักซ้อมความเข้าใจในข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่สำคัญที่สุด ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม” โฆษก ตร. กล่าว

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง https://thestandard.co/police-new-year-2569-accidents/ Wed, 07 Jan 2026 03:50:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1162095 โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง

วันนี้ (7 มกราคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญ […]

The post โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง

วันนี้ (7 มกราคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรการ 3 ด้านหลัก

 

ประกอบด้วย การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกจราจร และการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งผลการปฏิบัติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้

 

โดยในด้านการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางมาตรการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายและสถานที่จัดงานสำคัญทั่วประเทศ ส่งผลให้การเฝ้าระวังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขณะที่โครงกาฝากบ้านกับตำรวจ ในช่วงระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 มีประชาชนเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 9,071 หลัง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบ้านทุกหลังมีความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ได้ทยอยส่งคืนให้แก่เจ้าของครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว

 

สำหรับสถานการณ์ด้านการจราจรและการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ได้สรุปสถิติในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 พบว่าเกิดอุบัติเหตุสะสม 1,511 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,464 คน และเสียชีวิต 272 ราย ซึ่งสถิติดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดผ่านการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรกว่า 17,550 ครั้งทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดใน 10 ข้อหาหลัก รวมสะสม 491,436 ราย โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับซึ่งพบผู้กระทำผิด 18,098 ราย และมีการตรวจพบผู้กระทำผิดซ้ำในข้อหาดังกล่าวจำนวน 139 ราย ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณข้าราชการตำรวจทั่วประเทศที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง รวมถึงขอบคุณภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

The post โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งเข้มความปลอดภัยปีใหม่ 2569 ยกระดับปราบอาชญากรรม-คุมจราจร-ฝากบ้าน 4.0 มอบความอุ่นใจเป็นของขวัญประชาชน https://thestandard.co/police-home-safety-obs-app-new-year-2026/ Mon, 22 Dec 2025 02:10:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1156681 police-home-safety-obs-app-new-year-2026

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม  พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู […]

The post ผบ.ตร. สั่งเข้มความปลอดภัยปีใหม่ 2569 ยกระดับปราบอาชญากรรม-คุมจราจร-ฝากบ้าน 4.0 มอบความอุ่นใจเป็นของขวัญประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-home-safety-obs-app-new-year-2026

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม  พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลังในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 

 

โดยครอบคลุมทั้งการป้องกันอาชญากรรม การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการเฝ้าระวังเหตุไม่สงบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ

 

ในด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ตำรวจได้เริ่มระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเน้นหนักในคดีอาวุธปืน ยาเสพติด การพนัน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกลุ่มผู้มีอิทธิพล พร้อมกำชับให้เพิ่มความถี่ในการจัดสายตรวจออกตรวจตราตามสถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว และจุดเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด 

 

นอกจากนี้ยังมีการกวดขันสถานบริการห้ามพกพาอาวุธและยาเสพติด รวมถึงการคุมเข้มจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเปิดโครงการ ตำรวจร่วมใจ ยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ หรือ ฝากบ้าน 4.0 ผ่านแอปพลิเคชัน OBS ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 เพื่อดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา

 

สำหรับมาตรการความมั่นคง ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังเหตุการณ์ก่อความไม่สงบและการฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายในช่วงวันหยุดยาว โดยมีการจัดเตรียมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี ชุดเคลื่อนที่เร็ว และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ให้พร้อมเผชิญเหตุและสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ทันทีทั่วประเทศ 

 

ขณะที่โรงพยาบาลตำรวจและกองบินตำรวจได้จัดเตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินและอากาศยานเพื่อรองรับการส่งกลับทางสายการแพทย์หากเกิดกรณีวิกฤต พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำมาตรการอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2669 โดยจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก อาทิ เมาแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดอุบัติเหตุและเร่งระบายรถในเส้นทางหลักให้คล่องตัวที่สุด

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ผบ.ตร. มุ่งหวังให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถตามหลักยุทธวิธี เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยและมีความสุขกับครอบครัว 

 

พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยหากพบเห็นเหตุผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปีใหม่นี้เป็นเทศกาลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

The post ผบ.ตร. สั่งเข้มความปลอดภัยปีใหม่ 2569 ยกระดับปราบอาชญากรรม-คุมจราจร-ฝากบ้าน 4.0 มอบความอุ่นใจเป็นของขวัญประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง สว.อังคณา ร้องขอให้คุ้มครองหลังถูกข่มขู่ พร้อมสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย-ดูแลความปลอดภัย https://thestandard.co/police-protect-senator-angkhana-threatened/ Sat, 18 Oct 2025 11:16:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1132331 สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง สว. อังคณา ร้องขอให้คุ้มครองหลังถูกข่มขู่ พร้อมสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย-ดูแลความปลอดภัย

วันนี้ (18 ตุลาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บั […]

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง สว.อังคณา ร้องขอให้คุ้มครองหลังถูกข่มขู่ พร้อมสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย-ดูแลความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง สว. อังคณา ร้องขอให้คุ้มครองหลังถูกข่มขู่ พร้อมสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย-ดูแลความปลอดภัย

วันนี้ (18 ตุลาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบกรณีที่วันนี้ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และคณะนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ได้เข้ายื่นเรื่องขอให้ ผบ.ตร.ดูแลความปลอดภัย

 

พร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่คุกคาม ข่มขู่ และใช้ความรุนแรงทางออนไลน์จากกรณีแสดงความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยให้ดำเนินการตามกระบวนการในสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็วที่สุด รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้วย

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเราให้ความสำคัญกับกรณีที่เกิดขึ้น ให้ความสำคัญกับสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทุกคน ตำรวจมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครอง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่ออังคณารู้สึกไม่ได้รับความปลอดภัยและร้องขอการคุ้มครอง ถือเป็นสิทธิการขอคุ้มครองความปลอดภัยภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ซึ่งครอบคลุมทั้งตัวอังคณา และบุคคลใกล้ชิด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวด้วยว่า กรณีนี้จะดำเนินการตรวจและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่อังคณา อ้างว่ามีการข่มขู่ให้เกิดความตกใจกลัว การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อดัดแปลงภาพให้ผู้อื่นเสียหาย รวมทั้งการกระทำอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง สว.อังคณา ร้องขอให้คุ้มครองหลังถูกข่มขู่ พร้อมสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย-ดูแลความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. ร่วมยุทธการกองทัพ ส่ง 6 กองร้อยตรึงชายแดน จ.สระแก้ว ยึดคืนหนองจาน – หนองหญ้าแก้ว รักษาแผ่นดินไทย https://thestandard.co/thailand-border-operation-sa-kaeo/ Fri, 10 Oct 2025 10:51:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1129142 ชายแดน สระแก้ว หนองจาน หนองหญ้าแก้ว

วันนี้ (10 ตุลาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงาน […]

The post ตร. ร่วมยุทธการกองทัพ ส่ง 6 กองร้อยตรึงชายแดน จ.สระแก้ว ยึดคืนหนองจาน – หนองหญ้าแก้ว รักษาแผ่นดินไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายแดน สระแก้ว หนองจาน หนองหญ้าแก้ว

วันนี้ (10 ตุลาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว หลังครบกำหนดเส้นตายที่ฝ่ายไทยให้ชาวกัมพูชาอพยพออกจากพื้นที่ทับซ้อน บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว 

 

โดยยืนยันว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับไปยังตำรวจในพื้นที่ ทั้งตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมยุทธการกับกองทัพเพื่อรักษาแผ่นดินไทย รักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่

 

โฆษก ตร. ระบุว่า การปฏิบัติการจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและยุทธวิธีตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ให้ตรวจสอบความพร้อมของ ยุทโธปกรณ์ กำลังพล และการมี ข่าวที่แม่นยำ เพื่อป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ และเตรียมพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงรองรับทุกสถานการณ์ โดยเน้นย้ำว่าตำรวจมีหน้าที่หลักในการ บังคับใช้กฎหมาย หากมีการกระทำใดที่ละเมิดกฎหมายไทยจะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

 

นอกจากนี้ ในวันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ใช้ กำลังตำรวจภูธรภาค 2 เป็นตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 6 กองร้อย หรือ 1,020 นาย เข้าสนับสนุนกำลังของกองทัพในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้กำลังพลมีความพร้อมและมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน

 

เพื่อเป็นการให้ขวัญกำลังใจและควบคุมการปฏิบัติการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ในวันพรุ่งนี้ (11 ตุลาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วด้วยตนเอง

 

พร้อมกันนี้ โฆษก ตร. ได้ขอความร่วมมือประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ดังกล่าว และขอให้ร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการโดยตรง และระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือสร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ โดยสามารถสอบถามหรือแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วน 1599 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

The post ตร. ร่วมยุทธการกองทัพ ส่ง 6 กองร้อยตรึงชายแดน จ.สระแก้ว ยึดคืนหนองจาน – หนองหญ้าแก้ว รักษาแผ่นดินไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมเข้ม 3 จังหวัดชายแดนตะวันออก ‘สระแก้ว จันทบุรี ตราด’ ป้องกันเหตุความมั่นคงจากปมไทย-กัมพูชา https://thestandard.co/eastern-border-provinces-thailand-security-update/ Mon, 09 Jun 2025 05:41:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1083137 ชายแดนตะวันออก

วันนี้ (9 มิถุนายน) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชากา […]

The post ตำรวจคุมเข้ม 3 จังหวัดชายแดนตะวันออก ‘สระแก้ว จันทบุรี ตราด’ ป้องกันเหตุความมั่นคงจากปมไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายแดนตะวันออก

วันนี้ (9 มิถุนายน) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ได้สั่งการด่วนไปยังทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย หลังเกิดสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี 

 

โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ ตรึงกำลัง คัดกรองเข้ม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องอธิปไตย คุ้มครองประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ชายแดน

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ เปิดเผยว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ตำรวจภูธรภาค 2 เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นเหตุร้าย โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งกำหนดให้เป็น ‘พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ’

 

ในการนี้ ได้มีการระดมกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้ง ตำรวจทางหลวง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจสอบยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัย ทั้งในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง รวมถึงจุดพักคอยและที่พักอาศัยที่ต้องสงสัย

 

ผบช.ภ.2 ยังกล่าวเน้นย้ำถึงการทำงานเชิงรุก โดยให้เจ้าหน้าที่ “สืบสวนหาข่าวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด วางแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า และสนับสนุนภารกิจของทุกหน่วยอย่างเป็นระบบ”

 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งชุดสืบสวน-เคลื่อนที่เร็ว-ยุทธวิธีพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานลงพื้นที่ในจุดสำคัญต่าง ๆ อาทิ ตลาดนัด สถานีขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว และจุดที่มีประชาชนหนาแน่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และพนักงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

 

มาตรการที่สำคัญอีกประการคือ การกำชับให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและจราจรทุกนาย ‘เปิดสัญญาณไฟวับวาบ’ ขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงตัวตนให้ชัดเจน และใช้ยุทธวิธี Stop-Walk-Talk ในการพบปะ พูดคุย และทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 

มาตรการทั้งหมดนี้ถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยเชิงรุกอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการลักลอบ การกระทำผิด หรือการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก 

 

โดย พล.ต.ท. ยิ่งยศ ย้ำว่า “เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องปฏิบัติภารกิจด้วยความตั้งใจสูงสุด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ”

 

ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

The post ตำรวจคุมเข้ม 3 จังหวัดชายแดนตะวันออก ‘สระแก้ว จันทบุรี ตราด’ ป้องกันเหตุความมั่นคงจากปมไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท. ยิ่งยศ สั่งปรับปรุง 117 โรงพัก กำชับความพร้อมพนักงานสอบสวน จี้แก้ปัญหาโรงพักสกปรก-ห้องขังเหม็น https://thestandard.co/police-region-2-station-renovation-2025/ Sat, 03 May 2025 07:53:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1070907 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมและสั่งการปรับปรุงสถานีตำรวจ 117 แห่งในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการ […]

The post พล.ต.ท. ยิ่งยศ สั่งปรับปรุง 117 โรงพัก กำชับความพร้อมพนักงานสอบสวน จี้แก้ปัญหาโรงพักสกปรก-ห้องขังเหม็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมและสั่งการปรับปรุงสถานีตำรวจ 117 แห่งในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า ได้สั่งการกำชับไปยังสถานีตำรวจทั้ง 117 แห่งในสังกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถานีตำรวจหรือโรงพัก ซึ่งถือเป็นหัวใจของงานตำรวจ และเป็นจุดแรกที่ประชาชนเข้ามาสัมผัส โดยเฉพาะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จำเป็นต้องยกระดับการให้บริการประชาชนควบคู่ไปกับการดูแลนักท่องเที่ยว

 

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ได้ตระเวนตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูความพร้อมในทุกด้าน ทั้งกำลังพล งานสอบสวนสืบสวน งานสายตรวจจราจร รวมถึงความสะอาดเรียบร้อยและความพร้อมในการให้บริการประชาชน โดยได้กำชับไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ให้สำรวจความพร้อมของพนักงานสอบสวน ตรวจสอบจำนวนให้สอดคล้องกับปริมาณงาน พิจารณาปรับเกลี่ยกำลังพลตามความเหมาะสม รวมถึงดูแลสุขภาพ สภาพความเครียด และขวัญกำลังใจของพนักงานสอบสวน เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจเยี่ยมที่ผ่านมา พบว่าสถานีตำรวจหลายแห่งยังขาดการดูแลเรื่องความสะอาดและความเป็นระเบียบเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องควบคุมผู้ต้องหาและห้องน้ำ ที่บางแห่งมีสภาพทรุดโทรมและส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ จึงได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกโรงพักเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน ทั้งในส่วนพื้นที่บริการประชาชนและห้องควบคุมผู้ต้องหา

 

“ผู้ต้องหาไม่ใช่นักโทษ เขาคือผู้ที่ยังบริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ห้องควบคุมคือพื้นที่แห่งนิติธรรม ไม่ใช่ที่กักขังไร้มนุษยธรรม ภาพเหล่านี้สะท้อนทั้งคุณภาพของหน่วยงาน และภาวะผู้นำโดยตรง ถ้าแค่เรื่องการดูแลความสะอาดยังทำไม่ได้ เรื่องอื่นคงไม่ต้องพูดกันให้มากความ ผมขอสั่งให้ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สว. หัวหน้า สภ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระดับเร่งตรวจสอบและแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดห้ามมีข้ออ้าง” พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวย้ำ

 

ผบช.ภ.2 ระบุด้วยว่า จะยังคงตระเวนตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจในสังกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามการปรับปรุงแก้ไขและประเมินความพร้อมในทุกด้านต่อไป

The post พล.ต.ท. ยิ่งยศ สั่งปรับปรุง 117 โรงพัก กำชับความพร้อมพนักงานสอบสวน จี้แก้ปัญหาโรงพักสกปรก-ห้องขังเหม็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลพิพากษาจำคุก-ปรับเงิน เจ้าของโรงแรมให้ที่พักบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เอื้อขบวนการพาคนข้ามแดน พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 https://thestandard.co/hotel-owner-sentenced-mule-accounts/ Sat, 22 Feb 2025 06:46:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1044736 คอลเซ็นเตอร์ โรงแรม

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญช […]

The post ศาลพิพากษาจำคุก-ปรับเงิน เจ้าของโรงแรมให้ที่พักบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เอื้อขบวนการพาคนข้ามแดน พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอลเซ็นเตอร์ โรงแรม

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการตาม 7 มาตรการเข้มปราบปรามต่างด้าวทำผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีปฏิบัติการกวาดล้างกดดันขบวนการพาคนข้ามแดนเพื่อไปเป็นบัญชีม้า ทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งชายแดนจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด อย่างเข้มข้น ช่วยเหลือเหยื่อและจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก

 

และขอเตือนผู้ประกอบการโรงแรมที่พักทุกรูปแบบ โดยเฉพาะโรงแรมเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายห้ามให้ที่พักพิงแก่บุคคลที่ครอบครองและใช้บัญชีเงินฝากของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) แก๊งอาชญากรคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งผู้ขับขี่ รถรับจ้าง ห้ามรับงานนำพาบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปส่งยังชายแดน เพราะเท่ากับให้การสนับสนุนช่วยเหลือขบวนการคอลเซ็นเตอร์เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายข้อ มีโทษตามกฎหมายทั้งจำคุกและปรับ โดยมีคดีตัวอย่างที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับมากกว่า 5 ล้านบาท

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวว่า ล่าสุดกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว สืบสวนพบเกสต์เฮาส์ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ที่พักพิงแก่บัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงเข้าจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งล่าสุดศาลจังหวัดสระแก้วตัดสินลงโทษเจ้าของโรงแรมเถื่อนในอำเภออรัญประเทศที่ให้ที่พักพิง ศาลพิพากษาลงโทษ เอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาในคดีโรงแรมเถื่อน ดังนี้ จำคุก 3 เดือน (รอลงอาญา 2 ปี) ปรับ 5,000 บาท และปรับเพิ่มวันละ 1,000 บาท ตั้งแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (5,528 วัน) เป็นเงินรวม 5,528,000 บาท ยังต้องปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

 

“ดำเนินคดีกับที่พักโรงแรมเกสต์เฮาส์ต่าง ๆ ที่ให้พักพิงบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2 คดี ดำเนินคดีกับผู้ขับรถรับจ้างนำพาบัญชีม้า 5 ราย เบื้องต้นฐานขับรถสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับผู้ประกอบการโรงแรมเถื่อน ให้ที่พัก ที่ซ่อนของอาชญากรที่ครอบครองใช้บัญชีเงินฝากของผู้อื่น (บัญชีม้า) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เสี่ยงโทษหนัก หากเจ้าของโรงแรมที่รู้เห็นเป็นใจหรือเพิกเฉยให้ที่พักแก่บัญชีม้า อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าว

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า โรงแรม เกสต์เฮาส์ ที่ให้ที่พักพิงมิจฉาชีพออนไลน์ อาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน มาตรา 59 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน มาตรา 35 ผู้จัดการต้องจัดให้มีการบันทึกรายการต่างๆ เกี่ยวกับผู้พักและจำนวนผู้พักในแต่ละห้อง ลงในบัตรทะเบียนผู้พัก มาตรา 56 ผู้จัดการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 35 ต้องระวางโทษปรับทางปกครองตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท

 

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 7 ในความผิดฐานฟอกเงิน ผู้ใดสนับสนุนการกระทำผิด หรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้กระทำผิดหลบหนี หรือเพื่อมิให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ มาตรา 60 ผู้ใดกระทำผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท มาตรา 61 นิติบุคคล กระทำผิดตามมาตรา 7 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 200,000-1,000,000 บาท

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวว่า ขอเตือนผู้ประกอบการอย่าปล่อยให้โรงแรมหรือที่พักของคุณกลายเป็นแหล่งซ่อนตัวของอาชญากร เจ้าของกิจการต้องตรวจสอบผู้เข้าพัก ป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการมิจฉาชีพ พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยให้แจ้งตำรวจทันที ขออย่าทำมาหากินกับขบวนการเหล่านี้ที่สร้างความเดือดร้อนให้คนจำนวนมาก และย้ำว่าตำรวจภูธรภาค 2 ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด จริงจัง ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่จังหวัดชายแดนในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 เป็นที่พัก เส้นทางผ่านของขบวนการมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนโดยเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ หากผู้ใดมีข้อมูล เบาะแส สามารถแจ้งตำรวจภูธรภาค 2 ได้ทาง สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเพจเฟซบุ๊กตำรวจภูธรภาค 2

The post ศาลพิพากษาจำคุก-ปรับเงิน เจ้าของโรงแรมให้ที่พักบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เอื้อขบวนการพาคนข้ามแดน พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไทยให้ความมั่นใจสหรัฐฯ ดูแลด้านความปลอดภัย ทหารเรืออเมริกัน 5,400 นายขึ้นฝั่งพักผ่อนชลบุรี-พัทยา ช่วง 27-31 ม.ค. นี้ https://thestandard.co/thai-us-military-cooperation-visit/ Thu, 23 Jan 2025 10:19:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1033584 ทหารเรืออเมริกัน

วันนี้ (23 มกราคม) ที่ตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) ลู แฟม รองผู […]

The post ตำรวจไทยให้ความมั่นใจสหรัฐฯ ดูแลด้านความปลอดภัย ทหารเรืออเมริกัน 5,400 นายขึ้นฝั่งพักผ่อนชลบุรี-พัทยา ช่วง 27-31 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารเรืออเมริกัน

วันนี้ (23 มกราคม) ที่ตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) ลู แฟม รองผู้ช่วยทูตประจำหน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐอเมริกา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบ พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อหารือด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร กรณีเรือของกองทัพสหรัฐอเมริกา จำนวน 4 ลำ เทียบท่าในจังหวัดชลบุรี ในช่วงระหว่างพักการฝึก ระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2568 โดยมีกำลังพลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,400 นาย พักในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ขณะที่เรือเทียบท่าในพื้นที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) สัตหีบ และ สภ.แหลมฉบัง

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ เปิดเผยว่า การเข้าหารือวันนี้เป็นไปด้วยดี ได้ให้ความเชื่อมั่นแก่รองผู้ช่วยทูตถึงแผนและมาตรการในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ซึ่งในการดูแลความปลอดภัยเรือรบทั้ง 4 ลำที่เทียบท่าในพื้นที่นั้น ตำรวจภูธรภาค 2 ประสานงานกับฐานทัพเรือสัตหีบและมีมาตรการดูแลอย่างเข้มข้น

 

ขณะที่ในส่วนของการอำนวยการจราจรนั้น ตำรวจท้องที่ที่เกี่ยวข้องวางแผนการจัดการไว้แล้ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ พร้อมประสานงานฝ่ายปกครองและผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงในการร่วมกันดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความประทับใจ

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า กรณีกำลังพลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,400 นาย จะเดินทางมาพักผ่อนในเขตพื้นที่เมืองพัทยานั้น ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีมีมาตรการในการดูเรื่องความปลอดภัย โดยตั้งกลุ่มไลน์ และแจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่มีหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละพื้นที่ เพื่อติดต่อประสานงานในการอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในการพักผ่อน และดูแลความปลอดภัย แก่กำลังพลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วยความยินดี ให้เกิดความประทับใจ

 

โดย สภ.เมืองพัทยา ประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการในพื้นที่ทราบ และเพิ่มกำลังสายตรวจในเครื่องแบบและฝ่ายสืบสวนให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้ง ตำรวจภูธรจังหวัด (ภ.จว.) ชลบุรี ได้เพิ่มกำลังชุดสายตรวจไดนามิก และชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษของ ภ.จว.ชลบุรี ร่วมปฏิบัติหน้าที่ โดยเพิ่มวงรอบในการตรวจในห้วงเวลาดังกล่าวด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

 

“ขอเชิญชวนพี่น้องชาวชลบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยเป็นหูเป็นตา ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีเบาะแส แจ้งเหตุด่วน ให้โทร. 191 ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าว

The post ตำรวจไทยให้ความมั่นใจสหรัฐฯ ดูแลด้านความปลอดภัย ทหารเรืออเมริกัน 5,400 นายขึ้นฝั่งพักผ่อนชลบุรี-พัทยา ช่วง 27-31 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเร่งล่าตัว ‘จ่าเอ็ม’ ผู้ต้องหายิงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกัมพูชา สืบพบใช้เส้นทางหลบหนีผ่านจังหวัดสระแก้ว มุ่งหน้าประเทศเพื่อนบ้าน https://thestandard.co/thailand-cambodian-activist-shooting-manhunt/ Wed, 08 Jan 2025 12:39:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1028340 จ่าเอ็ม

วันนี้ (8 มกราคม) ที่ตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจ […]

The post ตำรวจเร่งล่าตัว ‘จ่าเอ็ม’ ผู้ต้องหายิงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกัมพูชา สืบพบใช้เส้นทางหลบหนีผ่านจังหวัดสระแก้ว มุ่งหน้าประเทศเพื่อนบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จ่าเอ็ม

วันนี้ (8 มกราคม) ที่ตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้ช่วยตรวจสอบติดตามจับกุม จ่าเอ็ม-เอกลักษณ์ แพน้อย อดีตทหารเรือ ผู้ต้องหายิง ลิม กิมยา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวกัมพูชา เสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา

 

โดยเหตุเกิดย่านบางลำพู กรุงเทพมหานคร หลังศาลอนุมัติหมายจับลงวันที่ 8 มกราคม 2568 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืน ซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน โดยได้สั่งการด่วน พล.ต.ต. ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 นำกำลังเข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัยที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นช่องทางหลบหนี

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวว่า ทราบว่าเมื่อเวลา 01.23 น. ของวันที่ 8 มกราคม ตำรวจสถานีตำรวจภูธรคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ได้รับการประสานจากตำรวจนครบาลให้ตรวจสอบ โดยสันนิษฐานว่าคนร้ายจะหลบหนีมาในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 จากการประสานของตำรวจนครบาลทำให้ทราบว่าคนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์เทาในการหลบหนี มุ่งหน้าไปชายแดนจังหวัดสระแก้ว

 

จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบรถต้องสงสัยมุ่งหน้าไปทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ช่วงเวลาประมาณ 23.41 น. ของวันที่ 7 มกราคม และตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบรถยนต์คันดังกล่าวอีกจุดใกล้ชายแดน ปรากฏภาพชายตัวสูง สวมเสื้อขาว ลงจากรถแล้วเดินหายไป คาดว่าจะใช้เป็นช่องทางหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า ตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ทำการตรวจสอบย้อนเส้นทางในการหลบหนีเพื่อหาหลักฐานอื่นๆ ในการสืบสวนจับกุมผู้เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยรายงานล่าสุดได้เรียกพยานอย่างน้อย 2 คนมาให้ข้อมูลแล้ว

 

คดีนี้ พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจนครบาล ประสานงานกันเพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

The post ตำรวจเร่งล่าตัว ‘จ่าเอ็ม’ ผู้ต้องหายิงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกัมพูชา สืบพบใช้เส้นทางหลบหนีผ่านจังหวัดสระแก้ว มุ่งหน้าประเทศเพื่อนบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนัฏสั่งโรงงานไฟไหม้ระยองหยุดประกอบกิจการทันที หลังมีผู้บาดเจ็บ 4 สัญชาติ 7 คน กำชับอุตสาหกรรมดูแลโรงงานลักษณะเดียวกันให้ปลอดภัย https://thestandard.co/rayong-factory-incident-safety-halt/ Wed, 18 Dec 2024 11:29:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1021070 โรงงานไฟไหม้ระยอง

วันนี้ (18 ธันวาคม) ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ถังแก๊สบริเวณน […]

The post เอกนัฏสั่งโรงงานไฟไหม้ระยองหยุดประกอบกิจการทันที หลังมีผู้บาดเจ็บ 4 สัญชาติ 7 คน กำชับอุตสาหกรรมดูแลโรงงานลักษณะเดียวกันให้ปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานไฟไหม้ระยอง

วันนี้ (18 ธันวาคม) ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ถังแก๊สบริเวณนอกอาคารหลอมเหล็กภายในบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เมื่อเวลาประมาณ 10.39 น. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน เป็นชาวจีน เมียนมา กัมพูชา และไทย

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวว่า จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงลุกไหม้รถเครน 1 คัน รถบรรทุก 18 ล้อ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน บริเวณข้างอาคารหลอมและรีดเหล็ก ส่วนอาคารโรงงานไม่ได้ถูกเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ ขณะที่คนขับรถเครนกำลังใช้เครนเคลื่อนย้ายถังแก๊ส ได้เกิดอุบัติเหตุสายสลิงที่ใช้ยกถังแก๊สหลุด ทำให้ถังแก๊สร่วงกระแทกพื้น เกิดประกายไฟลุกไหม้

 

ด้านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการโดยด่วนให้ ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองลงพื้นที่ และสั่งให้บริษัทหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดในทันที

 

พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า เอกนัฏเน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรมต้องเข้มงวดทั้งการกำกับโรงงานตามระเบียบและระบบสาธารณูปโภคภายใน โดยเฉพาะโรงงานที่ประกอบกิจการซึ่งมีวัตถุอันตรายไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามกฎหมายวัตถุอันตรายและกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลโรงงานลักษณะนี้อย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

 

โดยในวันพรุ่งนี้ (19 ธันวาคม) จะส่งทีมตรวจสอบ นำโดย ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบต่อไป

The post เอกนัฏสั่งโรงงานไฟไหม้ระยองหยุดประกอบกิจการทันที หลังมีผู้บาดเจ็บ 4 สัญชาติ 7 คน กำชับอุตสาหกรรมดูแลโรงงานลักษณะเดียวกันให้ปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ชลบุรี เปิดบริษัทฟอกเงิน ยึดทรัพย์-คฤหาสน์-รถหรู รวม 152 ล้านบาท https://thestandard.co/call-center-gang-chonburi-province/ Fri, 13 Dec 2024 04:23:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1019144 แก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ (13 ธันวาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชกา […]

The post ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ชลบุรี เปิดบริษัทฟอกเงิน ยึดทรัพย์-คฤหาสน์-รถหรู รวม 152 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
แก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ (13 ธันวาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แถลงผลการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เปิดสำนักงานในทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจับกุมได้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายฟอกเงินเพิ่มเติม 5 คน เป็นคนไทย 3 คน คนจีน 2 คน ยึดทรัพย์รวมมูลค่า 152 ล้านบาท

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในการสืบสวนขยายผลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังนั้นหลังจากจับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เปิดสำนักงานในจังหวัดชลบุรีได้แล้ว จึงขยายผลยึดทรัพย์ต่อเนื่อง

 

โดยล่าสุดรวบรวมหลักฐานออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิด 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มพนักงานออฟฟิศ จำนวน 11 คน 2. กลุ่มบัญชีม้า (รวมจัดหาบัญชีและยิงโฆษณา) จำนวน 15 คน และ 3. กลุ่มบอส หรือระดับสั่งการ และเครือข่ายฟอกเงิน จำนวน 9 คน รวมออกหมายจับทั้งหมด 35 คน จับกุมได้แล้ว 21 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 14 คน ซึ่งบางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศ อยู่ในกระบวนการติดตามจับกุม

 

จากการสืบสวนสอบสวนเครือข่ายนี้พบว่า ผู้ก่อเหตุจะแปลงเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซี จากนั้นจะโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลนิรนามต่างๆ และยังพบว่าตัวการระดับสั่งการซึ่งเป็นคนจีน นำเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนบางส่วนมาใช้ในประเทศไทย โดยใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้อบ้านหรู รถยนต์ ทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงประกอบกิจการในนามบริษัทนอมินี โดยใช้บริษัทนอมินีที่เปิดขึ้นมาซื้อและถือครองทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ จึงประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบ นำไปสู่การติดตามจับกุมและตรวจสอบยึดทรัพย์สิน ดำเนินการตามกฎหมาย

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม ได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์มังกรเทาดำเพิ่มเติม 5 คน เป็นคนไทย 3 คน คนจีน 2 คน และตรวจยึดทรัพย์สินที่สำคัญ ดังนี้

 

  1. บ้านหรู เนื้อที่ 3 งาน 12.5 ตร.ว. อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มูลค่า 65 ล้านบาท
  2. บ้านหรู เนื้อที่ 3 งาน 6.2 ตร.ว. อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มูลค่า 75 ล้านบาท
  3. รถยนต์ Lexus สีขาว มูลค่า 8 ล้านบาท
  4. รถยนต์ Benz สีขาว มูลค่า 3.5 ล้านบาท
  5. รถยนต์ Mazda สีดำ มูลค่า 4 แสนบาท

 

และทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งหมดมูลค่ากว่า 152 ล้านบาท

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวย้ำว่า เร่งรัดขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องต่อไป และขอให้คนไทยที่คิดจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เช่น รับจ้างเปิดบัญชี เป็นธุระจัดหาซิมผีบัญชีม้า รวมถึงการเข้าไปร่วมทำธุรกิจหรือถือครองทรัพย์สินซึ่งอาจเข้าข่ายนอมินี จะมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากความผิดเรื่องคอลเซ็นเตอร์แล้ว ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ. 2542 ด้วย

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและเบาะแสคนต่างชาติหรือคนไทยต้องสงสัยเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรภาค 2

The post ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ชลบุรี เปิดบริษัทฟอกเงิน ยึดทรัพย์-คฤหาสน์-รถหรู รวม 152 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุยิงกันในบ้านพัก ‘สุนทร วิลาวัลย์’ อดีต อบจ.ปราจีนบุรี จน สจ. โต้ง เสียชีวิต เกิดจากขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ตร. คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด https://thestandard.co/suntorn-wilawan-local-political-shooting-incident/ Thu, 12 Dec 2024 02:18:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1018686 สุนทร วิลาวัลย์

วานนี้ (11 ธันวาคม) เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรว […]

The post สรุปเหตุยิงกันในบ้านพัก ‘สุนทร วิลาวัลย์’ อดีต อบจ.ปราจีนบุรี จน สจ. โต้ง เสียชีวิต เกิดจากขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ตร. คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุนทร วิลาวัลย์

วานนี้ (11 ธันวาคม) เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าควบคุมเหตุยิงกันในบ้านพักของ สุนทร วิลาวัลย์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี ในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี

 

โดย พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รรท.ผบช.ภ.2) เปิดเผยหลังเกิดเหตุว่า ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีคุมตัวผู้ต้องสงสัย ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมพยานในที่เกิดเหตุ ได้แก่ อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก และอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายสืบสวน และพนักงานสอบสวน ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. โดยช่วงก่อนเกิดเหตุ โต้ง-ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) พร้อมพวก เข้าไปในบ้านสุนทร ก่อนกลับออกมาแล้วกลับเข้าไปใหม่ หลังจากนั้นมีเสียงปืนหลายนัด และต่อมา สจ. โต้ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับให้นำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ และย้ำว่าหากสืบสวนสอบสวนพบว่าใครเกี่ยวข้องกระทำผิด ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เด็ดขาด เป็นธรรม ไม่ละเว้นใครทั้งนั้น เบื้องต้นมีรายงานว่าสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น

The post สรุปเหตุยิงกันในบ้านพัก ‘สุนทร วิลาวัลย์’ อดีต อบจ.ปราจีนบุรี จน สจ. โต้ง เสียชีวิต เกิดจากขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ตร. คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งปรับระเบียบการรับตำรวจ กรณีสังคมมองหลักสูตรต่างๆ เป็นช่องโหว่เด็กฝาก ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ จากนี้จะหาทางป้องกัน https://thestandard.co/police-adjust-enrollment-system/ Mon, 12 Jun 2023 10:17:42 +0000 https://thestandard.co/?p=802212 หลักสูตร กอส. 

วันนี้ (12 มิถุนายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. ย […]

The post ผบ.ตร. สั่งปรับระเบียบการรับตำรวจ กรณีสังคมมองหลักสูตรต่างๆ เป็นช่องโหว่เด็กฝาก ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ จากนี้จะหาทางป้องกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลักสูตร กอส. 

วันนี้ (12 มิถุนายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งให้ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบการรับบุคคลเป็นตำรวจสัญญาบัตรให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ฯ

 

รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนหลังมีประเด็นข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับกรณีของ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก และข้าราชการตำรวจรายอื่นๆ ของหลักสูตร กอส. 

 

โดย พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาตัวหลักสูตร กอส. และหลักสูตรอื่นๆ ในการรับคนเป็นตำรวจไม่ได้มีปัญหา แต่หลังจากนี้คณะทำงานที่มี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายบริหาร เป็นประธาน ก็จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบการรับบุคคลเข้ามา รวมถึงขั้นตอนในการสอบแข่งขันให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ จะมุ่งเน้นเรื่องของบุคคลภายในที่มีคุณวุฒิตรงกับสายงานหรือหน่วยใดที่มีความต้องการเป็นพิเศษเฉพาะทาง 

 

ส่วนประเด็นของ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือ ผู้กองแคท ที่ถูกวิจารณ์จากสังคมนั้น พล.ต.ท. ยิ่งยศกล่าวว่า เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร้องขอตำแหน่งเพื่อบรรจุคุณวุฒิด้านสังคมศาสตร์ ไม่ใช่นิเทศศาสตร์ แต่นิเทศศาสตร์อยู่ในสายงานที่คุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ ฉะนั้นผู้กองแคทจึงมีสิทธิที่จะเข้าทุกประการ 

 

ย้ำว่าไม่ใช่เพราะเป็นคุณวุฒิขาดแคลน เพราะตามขั้นตอนหากต้น​สังกัดหน่วยงานใดที่ต้องการบุคลากรตรงตามสายงานเฉพาะ จะต้องทำเรื่องเสนอมายัง ผบ.ตร. เพื่อทำเรื่องก่อนพิจารณาอนุมัติและส่งกลับไปยังต้นสังกัดเพื่อเปิดรับบุคคลภายนอก ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานกำลังพลเพื่อบรรจุตามขั้นตอน เนื่องจากสำนักงานกำลังพลไม่มีสิทธิพิจารณารับตำแหน่งนั้นๆ ได้เอง 

 

ส่วนที่มองว่าหลักสูตรต่างๆ มีช่องโหว่ เป็นช่องว่างทำให้มีการฝากเด็กเข้ามาเป็นตำรวจนั้น พล.ต.ท. ยิ่งยศกล่าวยอมรับว่า ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคณะทำงานชุดนี้ก็จะหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้คนคิดว่ามีช่องโหว่ดังกล่าว โดยเฉพาะการล็อกสเปกคุณวุฒิให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อลดข้อครหาว่ารับบุคคลที่เป็นเด็กฝากเข้ามาเป็นตำรวจ

The post ผบ.ตร. สั่งปรับระเบียบการรับตำรวจ กรณีสังคมมองหลักสูตรต่างๆ เป็นช่องโหว่เด็กฝาก ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ จากนี้จะหาทางป้องกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. มั่นใจชุดทำคดีแตงโม โปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ ชี้ใครที่ทำคดีเสียหาย คลาดเคลื่อน เตรียมรับผิดชอบการกระทำ https://thestandard.co/tangmo-nida-090565/ Mon, 09 May 2022 12:49:17 +0000 https://thestandard.co/?p=626519 คดีแตงโม

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต. […]

The post ตร. มั่นใจชุดทำคดีแตงโม โปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ ชี้ใครที่ทำคดีเสียหาย คลาดเคลื่อน เตรียมรับผิดชอบการกระทำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีแตงโม

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต. อุดร ยอมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) และ พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุม 3 ชั่วโมงกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ที่สังคมตั้งข้อสงสัยหลายประการจากการแถลงข่าวของ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม วันนี้ 

 

โดย พล.ต.ต. อุดรกล่าวว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ โดยตนขอยืนยันว่าตำรวจชุดคลี่คลายคดีทำงานด้วยความยุติธรรมและโปร่งใส ข้อมูลที่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีและไม่ได้รับผิดชอบได้นำมาแถลงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานในคดีนี้เป็นรูปแบบมีคณะกรรมการ มีการประชุมติดตามความคืบหน้า สรุปผลเป็นระยะๆ เสมอมา และยังมีผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบุคคลใดมาสร้างความกดดัน เบี่ยงเบน หรือสั่งการให้คดีนี้บิดเบี้ยว และไม่มีใครจะเอาตำแหน่งของตัวเองมาทำคดีให้เสียหายอย่างแน่นอน

 

ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าตำรวจนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาพิสูจน์ทราบ ประกอบแผน หรือสำนวนเพื่อสืบหาความข้องเกี่ยวในพยานหลักฐานนั้นเป็นไปตามกรอบกฎหมาย มีสถานที่ที่เหมาะสม และอยู่ในวันเวลาราชการ

 

ด้าน พล.ต.ต. ยิ่งยศระบุว่า คดีนี้ทุกขั้นตอนตำรวจทำงานภายใต้กฎหมายวิธีพิจารณาความคดีอาญา อีกทั้งการจะอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญต้องเป็นไปตามที่กฎหมายรองรับและมีองค์กรรับรองอย่างถูกต้อง ตำรวจไม่สามารถเอาบุคคลเพียงคนเดียวที่กฎหมายไม่รองรับมาอ้างอิงเป็นพยานในคดีนี้ได้ แต่กลับกัน สิ่งที่ใช้ได้คือผู้เชี่ยวชาญที่ต้องเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง และผ่านการรับรองจนสามารถขึ้นให้การในชั้นศาลได้

 

ฉะนั้นกลุ่มบุคคลที่ออกมาแถลงข่าวและตั้งประเด็นสงสัยจนอาจทำให้คดีเสียหาย ทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว และทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ซึ่งตำรวจปล่อยผ่านไม่ได้

 

โดยประเด็นที่มีการเผยแพร่คลิปที่อ้างว่าเป็นร่างของแตงโมในการแถลงข่าวที่เกิดขึ้น จะใช่ร่างแตงโมจริงหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอัยการการสอบสวนแล้ว ไม่สามารถก้าวล่วงในส่วนนี้

 

ทั้งนี้ สื่อมวลชนได้สอบถามว่าเหตุใดบุคคลภายนอก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีเข้าถึงข้อมูลในสำนวนการสอบสวนของตำรวจได้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวนำข้อมูลที่อ้างมาจากแหล่งไหน ซึ่งหากใครเป็นคนส่งข้อมูลให้ก็ต้องเตรียมตัวรับผลจากกระทำ เช่นเดียวกับบุคคลที่นำมาเผยแพร่ 

 

และกรณีการลักศพที่มีการพูดถึง ว่าร่างผู้เสียชีวิตถูกนำออกไปพิสูจน์นั้น ขอยืนยันตามหลักการวัตถุพยานว่าสิ่งใดที่อยู่ในการครอบครองของเจ้าพนักงาน ซึ่งยังไม่สิ้นสุดอายุความ เจ้าพนักงานสามารถนำออกมาตรวจสอบได้ตลอดเวลา และทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

 

ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น พล.ต.ท. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (ผบช.ภ.1) ระบุว่า ตนมั่นใจในการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนี้ เจ้าหน้าที่ทุกนายทำตามกระบวนการกฎหมายอย่างโปร่งใส และทำคดีตามพยานหลักฐาน ส่วนกรณีที่ผู้ใดกล่าวหาว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็พร้อมให้ตรวจสอบ และจะไปแจ้งที่ไหนก็ได้ชุดเราไม่หวั่นไหว พร้อมชี้แจงตลอดเวลา

 

ส่วนกรณีคลิปที่นำมาเปิดเผยอ้างว่ามีการเคลื่อนย้ายร่างนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และตนไม่ทราบเจตนาของบุคคลดังกล่างที่ออกมาแถลงข่าววันนี้ว่าต้องการอะไร แต่การกระทำดังกล่าวไม่ได้ทำให้ตนและชุดทำงานสูญเสียกำลังใจแต่อย่างใด ส่วนใครเป็นคนสร้างหลักฐานเท็จต้องติดตามต่อไป 

 

ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และเมื่อไปสู่ชั้นอัยการและศาล เชื่อว่าความจริงทุกอย่างจะปรากฏ พร้อมระบุว่าคณะทำงานชุดนี้ไม่มีใครเกลือเป็นหนอน ส่งข้อมูลดังกล่าวให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน รวมทั้งบุคคลที่ออกมาจัดแถลงตั้งข้อสงสัยที่อ้างว่ามีหลักฐาน ไม่เคยส่งให้ตำรวจได้พิสูจน์ตรวจสอบแต่อย่างใด

The post ตร. มั่นใจชุดทำคดีแตงโม โปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ ชี้ใครที่ทำคดีเสียหาย คลาดเคลื่อน เตรียมรับผิดชอบการกระทำ appeared first on THE STANDARD.

]]>