ยศวริศ ชูกล่อม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ยศวริศ-ชูกล่อม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 https://thestandard.co/jeng-sooksek-imprisoned-udd-terrorism/ Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1167190 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดา […]

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

​ก่อนการอ่านคำพิพากษาบุตรสาวของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้ยื่นคำร้องแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปอีก 1 นัด โดยระบุว่ายศวริศมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

 

​อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้เคยอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษามาแล้ว 30 วันตามคำร้องขอ จึงมีคำสั่งให้นายประกันติดตามตัวจำเลยมาศาล มิฉะนั้นจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกัน

 

​ต่อมา บุตรสาวจึงได้ประสานนำตัวยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลอาญาด้วยรถแท็กซี่สาธารณะ โดยยศวริศปรากฏตัวในสภาพอิดโรย ต้องนั่งรถเข็นเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี โดยที่ข้อมือซ้ายยังมีป้ายชื่อผู้ป่วยและผ้าก๊อซปิดแผลเจาะสายน้ำเกลือติดอยู่

 

​ยศวริศได้แถลงต่อศาลด้วยตนเอง ขอความเมตตาเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าหากต้องเข้าเรือนจำในขณะที่อาการยังวิกฤต อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาจนถึงแก่ชีวิตได้ ทางคณะผู้พิพากษาจึงได้หารือกับผู้บริหารศาลอาญา ก่อนมีความเห็นให้ดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบขั้นตอน

 

​ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

 

​ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ยศวริศ ชูกล่อม (จำเลยที่ 7) และ สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ (จำเลยที่ 12) มีความผิดจริง โดยพฤติการณ์ของจำเลยเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในที่เกิดเหตุ และกระทำการข่มขืนจิตใจให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ และมิใช่เพียงการร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ตามที่ต่อสู้คดี ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 

​ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษดังนี้:

 

  • ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) จำเลยที่ 7: จำคุกรวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ จำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
  • สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ จำเลยที่ 12: พิพากษาลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต

 

​ภายหลังสิ้นสุดคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

 

​สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 กลุ่มแนวร่วม นปช. ได้จัดการชุมนุมต่อเนื่องเพื่อกดดันให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภาและยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยมีการเคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญ ทั้งบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์

 

​คำฟ้องระบุถึงพฤติการณ์ที่รุนแรง อาทิ การใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79, การสะสมกำลังพลและอาวุธสงคราม, และการฝึกกำลังคนเพื่อปฏิบัติการในลักษณะก่อการร้าย

 

เส้นทางการต่อสู้คดี:

 

  • ศาลชั้นต้น: พิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน
  • ศาลอุทธรณ์: เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 พิพากษาแก้ โดยลงโทษจำคุกยศวริศ และสุขเสก (ตามอัตราโทษข้างต้น) ส่วนจำเลยแกนนำคนอื่นๆ ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น
  • ศาลฎีกา: มีคำพิพากษาในวันนี้ (20 มกราคม 2569) ให้ยืนตามศาลอุทธรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความของจำเลยทั้งสอง

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. https://thestandard.co/udd-appeal-postponed-jeng/ Tue, 16 Dec 2025 06:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1155268 ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังค […]

The post ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ. 2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตเลขาธิการ นปช. กับพวก รวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

สืบเนื่องจากกรณีช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 พวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อเนื่อง เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อ้างว่า อภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์ นอกจากนั้น ยังเดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ด้วย ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด M79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังคน และฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย

 

จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย

 

ต่อมาวันที่ 9 มกราคม 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก ยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน สุขเสก พลตื้อ จำเลยที่ 12 ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น อัยการโจทก์กับจำเลยที่ 7 และที่ 12 ยื่นฎีกา

 

ล่าสุดวันนี้ (16 ธันวาคม) จำเลยที่ 12 ทนายของจำเลยที่ 12 และนายประกันของจำเลยที่ 7 มาศาล ส่วนยศวริศ จำเลยที่ 7 ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาล ทนายของจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเลื่อน พร้อมใบรับรองแพทย์ ประกอบกับภาพถ่ายจำเลยที่ 7 นอนโรงพยาบาล ซึ่งใบรับรองแพทย์ได้ระบุว่า จำเลยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์แนะนำให้รักษาตัว 30 วัน จึงไม่มาศาล และขอให้เลื่อนอ่านฎีกาไปอีก 30 วัน

 

พิเคราะห์แล้วทางจำเลยมีใบรับรองแพทย์ระบุว่า เป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ประกอบภาพนอนโรงพยาบาล จึงเชื่อว่าจำเลยป่วยและไม่สามารถมาศาลได้ เห็นสมควรอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังอ่านคำพิพากศาลฎีกา เป็นวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น.

The post ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการเลื่อนสั่งคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ‘เจ๋ง ดอกจิก – ศรีสุวรรณ จรรยา’ กับพวก เหตุยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยชั่วคราว https://thestandard.co/postpone-case-director-general-of-the-rice-department/ Thu, 25 Jul 2024 05:10:05 +0000 https://thestandard.co/?p=962677

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเ […]

The post อัยการเลื่อนสั่งคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ‘เจ๋ง ดอกจิก – ศรีสุวรรณ จรรยา’ กับพวก เหตุยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 3 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กับพวกรวม 5 คน ในคดีที่ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวหาว่า กลุ่มผู้ต้องหารวม 5 คนเกี่ยวกับกรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีการเรียกรับทรัพย์สินรวมทั้งผลประโยชน์อื่นๆ 

 

โดยในวันนี้ยศวริศและศรีสุวรรณ พร้อมด้วยผู้ต้องหารายอื่นๆ เดินทางมาฟังคำสั่งอัยการ 

 

ศรีสุวรรณกล่าวว่า ตัวเองและภรรยาในฐานะผู้ต้องหา ต้องเดินทางมารายงานตัวตามนัด หลังจากนี้เตรียมที่จะยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการ เพราะมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาตัวเองไม่ได้มีการหารือกับกลุ่มผู้ต้องหาคนอื่น โดยเฉพาะยศวริศที่เจอกันเพียงครั้งเดียว กระทั่งมาเจอกันในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน 

 

ช่วงที่ผ่านมาตัวเองยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน เพราะยังมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือ แต่ส่วนของการร้องเรียนหน่วยงานและบุคคล ยอมรับว่าจะต้องมีการทบทวนบทบาทหน้าที่ อีกทั้งต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด เพราะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ตัวเองร้องเรียนไปแล้วได้รับการตรวจสอบจนประสบความสำเร็จ ดังนั้นหลังจากที่ตัวเองถูกดำเนินคดีจึงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นผลมาจากการที่ตัวเองเดินสายร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง

 

ด้านยศวริศกล่าวยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์แม้จะถูกกล่าวหา แต่ก็มั่นใจในพยานหลักฐานที่จะนำไปใช้ต่อสู้ในชั้นศาล ส่วนประเด็นกับศรีสุวรรณนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์ใจกันเป็นการส่วนตัว 

 

หลังจากสัมภาษณ์แล้วเสร็จ ทั้งคู่ได้มีการจับมือให้กำลังใจกันและกัน ก่อนจะเดินขึ้นไปพบพนักงานอัยการ

 

ขณะที่ ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานอัยการรับผิดชอบคดีนี้ แจ้งว่า คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนยังไม่แล้วเสร็จ จึงให้ไปฟังคำสั่งในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น.

 

ขณะเดียวกันหัวหน้าพนักงานอัยการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงยื่นขออนุญาตต่อ สุรพันธ์ กิจพ่อค้า อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ขอไม่ฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดและปล่อยชั่วคราวไป โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีคำสั่งอนุญาตไม่ฝากขัง ให้ปล่อยตัวชั่วคราว และให้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 

 

สำหรับคดีนี้ ณัฏฐกิตติ์ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ ศรีสุวรรณ จรรยา กับพวก มีพฤติการณ์เรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องทุจริต จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด โดยยศวริศกับพวกถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดคนละ 6 ข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวน กองปราบปราม นำสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567

The post อัยการเลื่อนสั่งคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ‘เจ๋ง ดอกจิก – ศรีสุวรรณ จรรยา’ กับพวก เหตุยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ๋ง ดอกจิก-เลขา ปฏิเสธทุกข้อหาคดีรีดทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ขอให้การชั้นศาลเท่านั้น https://thestandard.co/jeng-dokjik-and-secretary-denies-all-charges/ Wed, 28 Feb 2024 07:54:00 +0000 https://thestandard.co/?p=905275

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผ […]

The post เจ๋ง ดอกจิก-เลขา ปฏิเสธทุกข้อหาคดีรีดทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ขอให้การชั้นศาลเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือ การ์ตูน เลขาเจ๋ง และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันเรียกรับทรัพย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้เข้ายื่นเอกสารวานนี้ (27 กุมภาพันธ์ )

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า เบื้องต้นทั้งคู่ได้นำเอกสารมายื่นต่อพนักงานสอบสวน และยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ในการซักถามถึงประเด็นต่างๆ ทั้งคู่ตอบเพียงว่าไม่รู้ไม่เห็น ดังนั้นกระบวนการหลังจากนี้ต้องพูดคุยกันในชั้นศาลเท่านั้น 

 

ส่วนประเด็นการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พนักงานสอบสวนยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบอยู่ ส่วนพยานหลักฐานอื่นๆ เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะนำมายื่นหรือไม่ก็ได้ แต่ยืนยันว่าขณะนี้พยานหลักฐานที่มีเพียงพอต่อการดำเนินคดีทั้งคู่แล้ว 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการขยายผลไปถึงผู้เสียหายวงที่ 3 แล้ว ซึ่งมีความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว วงนี้เจ้าหน้าที่จะขอทำเงียบๆ เพราะไม่อยากให้กระทบต่อระบบราชการ แต่ผู้เสียหายพร้อมที่จะเข้ามาให้การแล้ว และจะสอบไว้เป็นพยาน

The post เจ๋ง ดอกจิก-เลขา ปฏิเสธทุกข้อหาคดีรีดทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ขอให้การชั้นศาลเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยืนยัน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะก่อเหตุพัวพันขบวนการรีดทรัพย์ นัด ‘ศรีสุวรรณ’ ส่งคำให้การกลางเดือน ก.พ. https://thestandard.co/asset-extortion-case/ Wed, 07 Feb 2024 11:11:18 +0000 https://thestandard.co/?p=897206

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ […]

The post ตำรวจยืนยัน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะก่อเหตุพัวพันขบวนการรีดทรัพย์ นัด ‘ศรีสุวรรณ’ ส่งคำให้การกลางเดือน ก.พ. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีเรียกรับทรัพย์จากอธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า 

 

วันนี้เป็นการประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีอย่างเป็นทางการครั้งแรก เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีทั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อไป พร้อมมอบภารกิจให้กับคณะกรรมการแต่ละชุดได้ดำเนินการ 

 

โดยประเด็นที่มีการหารือกันในวันนี้ คือการกระทำความผิดต่างๆ และการรวบรวมพยานหลักฐานในทุกเรื่อง เช่น การกระทำผิดที่เข้าข่ายคดีฟอกเงิน ซึ่งได้มอบหมายให้ทีมพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงหารือเรื่องการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มเติมด้วย

 

ส่วนกรณีว่าที่ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะกระทำความผิดหรือไม่นั้น พล.ต.ต. สุวัฒน์ ระบุว่า ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งหนังสือยืนยันมาแล้วว่า ผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐขณะก่อเหตุรีดทรัพย์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะหาพยานหลักฐานมาประกอบเพิ่มเติมอีก 

 

ขณะที่ผู้เสียหายวงอื่นๆ ตอนนี้มีผู้ทยอยเข้ามาให้ข้อมูลและร้องเรียนเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้เสียหายทั้งหมดกี่วง ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างแกะรอยจากข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ ศรีสุวรรณ จรรยา หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

 

ส่วนกรณีที่ เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในวันนี้จะเป็นวงผู้เสียหายวงใหม่หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังต้องรอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นก่อน ยังไม่สามารถนำมารวมกับคดีเก่าได้ 

 

เช่นเดียวกับ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ที่วันนี้ได้เข้ามาให้ข้อมูลในคดีเพิ่มเติม แต่ทั้งสองคนจะให้ข้อมูลในประเด็นใดบ้างนั้น ขอให้ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโฆษกในคดีนี้เป็นผู้ให้ข้อมูล เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพและถูกต้อง  

 

พล.ต.ต. สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ศรีสุวรรณ จรรยา ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาและปฏิเสธคำให้การ โดยมีนัดหมายจะนำเอกสารดังกล่าวเข้ามามอบให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ที่ บก.ปปป. เวลา 10.00 น. ซึ่งศรีสุวรรณอาจเข้ามาด้วยตัวเองหรือมอบหมายผ่านตัวแทนมาก็ได้ และเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายยังไม่หลบหนี เพราะยังสามารถติดต่อนายประกันได้  

 

ส่วนจะมีความกังวลว่าผู้ต้องหาจะเตรียมพยานหลักฐานมาแก้ต่างข้อกล่าวหาที่ถูกตำรวจตั้งไว้ได้หรือไม่นั้น พล.ต.ต. สุวัฒน์กล่าวว่า ตนเองชอบหากผู้ต้องหาจะแก้ต่างหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ เพราะจะยิ่งเป็นการผูกมัด และเป็นประโยชน์ต่อตำรวจเอง

The post ตำรวจยืนยัน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะก่อเหตุพัวพันขบวนการรีดทรัพย์ นัด ‘ศรีสุวรรณ’ ส่งคำให้การกลางเดือน ก.พ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ๋ง ดอกจิก พาเลขาฯ เปิดใจเป็นคนกลางช่วยอธิบดีกรมการข้าว ฐานะคนเสื้อแดงไม่มีตบทรัพย์ ผิดหวังถูกหักหลังตอนจบ https://thestandard.co/jeng-dokjik-01022024/ Thu, 01 Feb 2024 05:46:57 +0000 https://thestandard.co/?p=894710 เจ๋ง ดอกจิก

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ยศวริศ ชูกล […]

The post เจ๋ง ดอกจิก พาเลขาฯ เปิดใจเป็นคนกลางช่วยอธิบดีกรมการข้าว ฐานะคนเสื้อแดงไม่มีตบทรัพย์ ผิดหวังถูกหักหลังตอนจบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ๋ง ดอกจิก

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือ การ์ตูน อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงชี้แจงกรณีตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ 

 

จากกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลการจับกุมมาจาก ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ปมเรียกรับทรัพย์ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว จำนวน 3 ล้านบาท

 

ยศวริศกล่าวว่า วันนี้ตนได้รับความเสื่อมเสีย ตัวของการ์ตูนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม สำหรับตนเองขอยืนยันว่า ไม่ได้ถูกจับกุมแต่เป็นการติดต่อขอมอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต ตนทราบว่ามีหมายจับจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวไป โทรศัพท์ส่วนตัวถูกยึดไปตั้งแต่วันแรก ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ได้พยายามนั่งนึกทบทวนทุกเรื่องราวเพื่อมาเล่าให้ฟัง

 

เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ศรีสุวรรณกับตนเจอข้อพิรุธในกรมฝนหลวงเกี่ยวกับการทุจริต เมื่อเจอข้อพิรุธจึงนัดหมายกันเพื่อไปร้องที่กรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20 ธันวาคม 2566 เมื่อยื่นข้อร้องเรียนเสร็จสิ้นจึงมีการแถลงข่าวและโปรยต่อถึงเรื่องข้อทุจริตของกรมการข้าว

 

ยศวริศกล่าวว่า ตนกับศรีสุวรรณมีข้อมูลตรงกันเรื่องกรมการข้าวว่ามีการทุจริตมหาศาล และในเย็นวันนั้น เพื่อนของตนที่อยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงโทรศัพท์มาพูดคุยทำนองว่า อย่าไปยุ่งกับคนนี้ อธิบดีกรมนี้เปรียบเหมือนน้องชาย คนนี้เป็นคนเสื้อแดงเหมือนกัน เมื่อตนเห็นว่าเป็นพรรคพวก ในคืนวันที่ 20 ธันวาคม ตนจึงรีบโทรศัพท์ไปหาอธิบดีกรมการข้าว

 

จากนั้นเวลา 23.00 น. อธิบดีกรมการข้าวโทรกลับมาแต่ตนไม่ได้รับสาย และได้มาคุยกันอีกครั้งในเช้าวันที่ 21 ธันวาคม โดยอธิบดีกรมการข้าวเป็นผู้เอ่ยขอนัดหมายกินกาแฟกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างทางที่ตนกำลังจะไปโรงแรม อธิบดีฯ ก็ขอเปลี่ยนสถานที่เป็นที่กรมการข้าว ทั้งนี้ ตลอดทางอธิบดีฯ พยายามโทรศัพท์ตามตนหลายรอบ 

 

จากนั้นเมื่อไปถึง ตนจึงโทรศัพท์หาเพื่อนที่ฝากฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกว่าได้เจออธิบดีกรมการข้าวแล้ว เพื่อนคนนั้นย้ำว่าขอให้ช่วยน้องเขา น้องเขาเป็นคนดี น้องเขาไม่มีปัญหา จากนั้นตนก็ขึ้นไปที่ห้องทำงาน เจอกับภรรยาอธิบดีฯ ที่รออยู่แล้วด้วย ตนจึงยืนยันว่าที่มาวันนี้มาเพื่อช่วย

 

ยศวริศกล่าวต่อว่า อธิบดีฯ แสดงตัวว่าตัวเขาเป็นคนเสื้อแดง ช่วยคนเสื้อแดงมาตลอด ขอยืนยันว่าไม่มีข้อกังขาใดๆ พร้อมขอบคุณที่ตนเข้ามาช่วย

 

ตนเองจึงแนะนำให้จากนี้ไปอธิบดีกรมการข้าวประสานกับเลขาฯ ของตนคือการ์ตูน ซึ่งเป็นผู้ติดตาม เมื่อจบการสนทนาตนก็ลากลับ อธิบดีฯ และภรรยาก็ลงไปส่งตนที่รถ พร้อมกับกราบสวัสดีอีกครั้งและย้ำว่าขอให้ตนช่วย

 

ส่วนกรณีที่ภรรยาอธิบดีไปติดต่อกับศรีสุวรรณที่บ้าน ตนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร เป็นเพียงผู้ประสานเพียงเท่านี้ ตนขอยืนยันว่า เข้าไปช่วยคุยไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในแก๊งปลดทรัพย์ ตนไม่คิดเลยว่าในกรมการข้าวจะมีงูเห่า ตนเป็นชาวนาไม่ใช่แก๊งตบทรัพย์

 

ยศวริศกล่าวอีกว่า ถ้ามีการร้องเรียนก็ต้องมีการสอบสวน ถ้าคนเราไม่ผิดหรือไม่มีแผล จะมาเคลียร์ปัญหา มาเจรจาทำไม ส่วนตนไม่รู้หรอกว่าผิดหรือถูก ตนถ้าพบพิรุธก็มีหน้าที่เตรียมร้องเรียนตาม ซึ่งที่ผ่านมาตนกับศรีสุวรรณร้องเรียนมาหลายกรณี ส่วนมากเป็นการร้องเรียนการทุจริตองค์กร เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ที่ผ่านมาตนไม่เคยจัดการปัญหากับใครมาก่อน และจากกรณีนี้ตนไม่ได้เงินสักบาทเดียว วันนี้ตัวของการ์ตูนกำลังมีอนาคตที่ดี กำลังมีแนวทางในสังคม เขาต้องร้องไห้เสียใจทุกวัน เขาผิดตรงไหน เขาไปเป็นแก๊งตบทรัพย์เมื่อไร เขามีหน้าที่แค่ไปประสานงานระหว่างผู้ร้องเรียนกับผู้ถูกร้อง

 

ยศวริศกล่าวว่า ส่วนบุคคลใด สื่อใด ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตน ตนกำลังให้ทนายความรวบรวมทุกกรณี ขอให้เตรียมรับหมายศาลกันให้ดี แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเองก็เหมือนกัน ที่กล่าวหาเกินเหตุเกินควร ออกมาชี้แจงรายวันว่าจับตัวการใหญ่ ตนก็จะใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการทุกนายไม่เว้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเสียหายสำหรับตนมาก

 

“จะผิดหรือไม่ผิด ใช่หรือไม่ใช่ กระบวนการทางศาลจะมีหน้าที่พิพากษา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐมาพูดจนประชาชนคนไทยทั้งประเทศมาพิพากษาตนเรียบร้อยแล้ว” ยศวริศกล่าว

 

จากนั้นยศวริศได้ยกพานธูปเทียนขึ้นและกล่าวว่า ตนขอสาบานว่าเรื่องทั้งหมดที่มีการกล่าวหาว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ เรียกทรัพย์เพื่อประโยชน์ตนเองและผู้อื่น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ 

 

หากพิสูจน์ความจริงแล้ว ใครก็ตามที่กล่าวหาตน ที่พิพากษาตน ขอให้ได้รับผลไม่ดี ขอให้ชีวิตไม่มีความสุข ขอให้ต้องรับผลจากการกระทำของตนเอง

 

ด้านพิมณัฏฐากล่าวยืนยันว่า วันนี้ตนไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นตัวกลางระหว่างภรรยาอธิบดีกรมการข้าวกับใคร ตนไม่อยากพาดพิงถึงบุคคลอื่น ส่วนที่ตนพยายามตามยอดเงินคือตนพยายามชี้แจงว่าหากโอนไม่ครบ ตนที่เป็นคนเจรจาจะถูกมองว่ายักยอกเงิน

 

ยศวริศกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการแต่งตั้งสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ตนเองได้รับการแต่งตั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน และถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 18 ธันวาคม แต่ขณะเดียวกัน ขัดแย้งกับเอกสารที่ระบุว่ามีการแต่งตั้งในวันที่ 28 กันยายน ส่วนที่เห็นภาพตนเองเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงมีป้ายชื่อที่ปรึกษารัฐมนตรีนั่งประชุมนั้น ตนเข้าออกรัฐสภาและทำเนียบเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะไปหาเพื่อน ส่วนที่มีป้ายนั้นเจ้าหน้าที่ทำเนียบเป็นผู้จัดเตรียมไว้ น่าจะไม่รู้ว่าตนเองถูกปลดจากตำแหน่งไปแล้ว

 

ยศวริศยืนยันว่า ตนเองไม่รู้จัก หมู ที่ปรึกษาของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ตนเองยังไม่มีการพูดคุยกับศรีสุวรรณแต่อย่างใด ในส่วนของข้อสงสัยที่บอกว่า ตนเองและศรีสุวรรณต่างขั้วกันนั้นทำไมถึงมาจับมือร้องเรียนกัน ตนเองมองว่าหากมีเรื่องทุจริตก็สามารถเข้ามาร้องเรียนตรวจสอบร่วมกันได้ เช่นเดียวกันกับที่ตนเองเคยอยู่เสื้อแดง แต่ขณะนี้ไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติได้

 

เมื่อถามว่า หลังจากเกิดเหตุได้เข้าไปพูดคุยชี้แจงกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี แล้วหรือไม่ ยศวริศระบุว่า รอเคลียร์ตัวเองให้ใสสะอาดก่อนถึงจะเข้าไปหาและชี้แจงอีกครั้ง

 

พร้อมทิ้งท้ายฝากให้สื่อมวลชนตรวจสอบภรรยาของอธิบดีกรมการข้าว เนื่องจากได้รับข้อมูลว่ามีการเปิดบริษัทด้วยเงินสดจำนวน 600 กว่าล้านบาท ว่าเป็นการร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

 

ยศวริศกล่าวย้ำว่า สาเหตุที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการน่าจะเป็นเรื่องทางการเมืองที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นใคร ก่อนที่จะฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปเฝ้าหน้าบ้านว่า การทำแบบนี้เป็นการลิดรอนสิทธิและคุกคาม

The post เจ๋ง ดอกจิก พาเลขาฯ เปิดใจเป็นคนกลางช่วยอธิบดีกรมการข้าว ฐานะคนเสื้อแดงไม่มีตบทรัพย์ ผิดหวังถูกหักหลังตอนจบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใครจะเข้ากระทรวงเกษตรฯ ต้องระวัง! ธรรมนัส​เตือนมีเบ็ดรอบกระทรวง พร้อมสั่งสอบข้อเท็จจริงปมศรีสุวรรณ https://thestandard.co/thammanat-phromphao-29012024/ Mon, 29 Jan 2024 07:06:42 +0000 https://thestandard.co/?p=893389 Thammanat Phromphao

วันนี้ (29 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ […]

The post ใครจะเข้ากระทรวงเกษตรฯ ต้องระวัง! ธรรมนัส​เตือนมีเบ็ดรอบกระทรวง พร้อมสั่งสอบข้อเท็จจริงปมศรีสุวรรณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thammanat Phromphao

วันนี้ (29 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​เกษตร​และ​สหกรณ์​ กล่าวถึงกรณีที่ ศรี​สุวรรณ​ จรรยา และ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกกล่าวหาในกรณีร่วมกันตบทรัพย์ร่วมอธิบดีกรมการข้าวว่า ผู้ร้องเรียนร้องมายังกระทรวงแล้วถึงโครงการต่างๆ ซึ่งอยู่ในปีงบประมาณ 2565-2566 ซึ่งไม่เกี่ยวกับปีงบประมาณ 2567 ที่ตนกำลังบริหารจัดการอยู่ 

 

ร.อ. ธรรมนัส​ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเป็นเรื่องเก่าๆ ที่เรากำลังจะไปทำความสะอาดบ้านและตนทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่ร้องขึ้นมาตนจะทำหนังสือไปถึงปลัดกระทรวง​ ซึ่งเป็นหัวหน้าของข้าราชการ ให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง​ เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าส่อในทางทุจริต​ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแต่ละเรื่อง 

 

ร.อ. ธรรมนัส​ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเรื่องของบุคคลภายนอกนั้นยืนยันเหมือนเดิมว่าจะต้องตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหา​ซึ่งในเวลานี้มีจำนวน 3 คน​ และตนได้สั่งการให้ปลัดตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเกี่ยวข้องกับข้าราชการหรือไม่​ และให้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ 

 

ส่วนอธิบดีกรมการข้าวที่เป็นประเด็นสังคมนั้น ตนเองได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ​กระทรวง​ทั้งสองคนที่กำกับดูแลกรมดังกล่าว​ลงไปดู​ด้วยตัวเอง และให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดอย่างปลัดกระทรวงรับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน​ คือ ผู้ถูกร้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ​ ต้องให้ปลัดเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน​ ส่วนผู้ถูกกล่าวหาก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการนั้น​ ร.อ. ธรรม​นัส​ กล่าวว่า​ เนื่องจากเป็นเรื่องประเด็นสำคัญที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ จะต้องเร่งตรวจสอบให้ได้ และจะมานำเสนอประชาชนต่อไป โดยไม่ว่าตนจะทำเรื่องอะไรตนก็ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีและ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับทราบ 

 

ร.อ. ธรรมนัส​ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นรัฐมนตรีท่านใด เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นอกจากกรมการข้าวแล้ว​ ยังมีกรมอื่นอีกหรือไม่​ ร.อ. ธรรม​นัส​ กล่าวว่า​ จากการรับข้อมูลจากตำรวจ​ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงเกษตรฯ เท่านั้น พร้อมกับกล่าวอีกว่า​ ตนมีฝ่ายกฎหมายกว่า​ 20 คนทั้งแต่งตั้งและไม่แต่งตั้ง แต่ตนเตือนแล้ว​ตั้งแต่ยุคที่แล้ว จะทำอะไรต้องพึงระวัง เพราะตนมีฝ่ายกฎหมายที่มีประสบการณ์ทั้งที่แต่งตั้งและไม่แต่งตั้ง ยอมรับว่ามีหลายกลุ่ม​ แต่ยังไม่เป็นประเด็น 

 

ส่วนคลิปเสียงที่ออกมามีการพาดพิงถึงกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนั้น ร.อ. ​ธรรมนัส​ กล่าวว่า​ ตนได้มอบหมายให้ไปตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงข้อกฎหมาย ต้องยอมรับว่ากระทรวงเกษตรฯ มีหน่วยงานถึง​ 14 กรม เป็นการบริหารงานคนเกือบ 1 แสนคน​ แต่ละคนที่มีปัญหาจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกล่าวย้ำว่า ตนไม่ยอมให้มีเรื่องแบบนี้ ในยุคตนก็ไม่มีเด็ดขาด

 

ส่วนที่กรณี ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง​ ดอกจิก​ ที่มีการกล่าวอ้างว่า มีผู้ใหญ่ให้มาเคลียร์ โดยเฉพาะที่ปรึกษา​ ร.อ. ธรรมนัส​ กล่าวว่า​ ขณะนี้กำลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่มีการพาดพิงถึงผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ตนจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ที่ถูกพาดพิงเกี่ยวข้องอย่างไร แต่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วน่าจะเป็นเรื่องของราคาคุยมากกว่า​ พร้อมฝากว่า ขอให้พึงระวังว่าจะคุยอะไรกับนักกฎหมายต้องระวัง​ เพราะนักกฎหมายไม่โง่

 

ส่วนห่วงหรือไม่ว่าจะกระทบต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ที่เป็นประเด็นตลอดจะถูกปรับ ครม.​ ร.อ. ธรรมนัส​ กล่าวว่า​ เรื่องอะไรที่เสียหายได้เกิดในยุคของตนทำงาน​ ทุกเรื่องในยุคนี้​ต้องโปร่งใส สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเก่าๆ ทั้งนั้น จำเป็นต้องปัดกวาดทั้งกระทรวง

 

“กระทรวงเกษตรมีเบ็ดอยู่รอบกระทรวง ใครจะเดินเข้าไประวังติดเบ็ด ตรรกะง่ายๆ ถ้าอธิบดีกรมการข้าวเขาผิดจริง เขาคงไม่เปิดตัวแบบนี้ พยานหลักฐานที่เขามีอยู่ในมือค่อนข้างแน่น” ร.อ. ธรรมนัส กล่าว

The post ใครจะเข้ากระทรวงเกษตรฯ ต้องระวัง! ธรรมนัส​เตือนมีเบ็ดรอบกระทรวง พร้อมสั่งสอบข้อเท็จจริงปมศรีสุวรรณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจขยายผลคดีข่มขู่เรียกเงิน 3 ล้าน พบทำเป็นขบวนการ มีหน่วยงานอื่นเคยถูกเรียกเงินหลักร้อยล้านบาท https://thestandard.co/expand-threat-case-demand-3-million-baht/ Mon, 29 Jan 2024 06:28:20 +0000 https://thestandard.co/?p=893372

วันนี้ (29 มกราคม) ภายหลังการประชุมชุดสืบสวนนำโดยตำรวจจ […]

The post ตำรวจขยายผลคดีข่มขู่เรียกเงิน 3 ล้าน พบทำเป็นขบวนการ มีหน่วยงานอื่นเคยถูกเรียกเงินหลักร้อยล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 มกราคม) ภายหลังการประชุมชุดสืบสวนนำโดยตำรวจจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

 

ในคดีที่ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน, ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกแจ้งข้อกล่าวหากรณีข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาทจาก ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า การสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยเฉพาะคำให้การของอธิบดีกรมการข้าวที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก และยังมีพยานหลักฐานอื่นๆ อีกหลายส่วน

 

ซึ่งทำให้สามารถระบุถึงพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าวได้ชัดเจนว่ามีการวางแผนทำเป็นขั้นตอน ทั้งคนชี้เป้า คนเคลียร์ คนรับเงิน และยังพบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกหลายคน ซึ่งจะต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำ โดยมีคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นคนให้ข้อมูลกับระดับผู้สั่งการในขบวนการดังกล่าวให้ทำการร้องเรียนในที่ต่างๆ และยังมีข้อมูลว่ามีหน่วยงานอื่นที่ถูกเรียกรับทรัพย์จากกลุ่มดังกล่าวในระดับร้อยล้านบาท แต่ยังไม่มีการจ่ายเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานดังกล่าวว่าจะเข้ามาให้ข้อมูลหรือไม่

 

ทั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีผู้สั่งการในระดับที่สูงขึ้นไปอีกนอกเหนือจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ขอยืนยันว่าตำรวจยังต้องการตัว ‘ปลาใหญ่’ กว่านี้ แต่ไม่ขอระบุเป็นนักการเมืองหรือไม่ ส่วนกรณีของอธิบดีกรมฝนหลวงที่อาจจะถูกกลุ่มนี้เรียกรับเงินนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูล ซึ่งหากตำรวจพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกรณีอื่นก็จะเปิดเผยให้รับทราบ

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันว่า ชุดพนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองมาแต่อย่างใด และยังไม่มีใครติดต่อมา ส่วนกรณีที่ในคลิปเสียงสนทนามีการกล่าวอ้างถึงบุคคลอื่นในขบวนการ เช่น นักข่าวหรือตำรวจ ก็อาจต้องเรียกมาชี้แจง แต่ผู้ต้องหาก็สามารถกล่าวอ้างหรือมีสิทธิ์พูดอย่างไรก็ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรับฟัง แต่จะดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

The post ตำรวจขยายผลคดีข่มขู่เรียกเงิน 3 ล้าน พบทำเป็นขบวนการ มีหน่วยงานอื่นเคยถูกเรียกเงินหลักร้อยล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจหาหลักฐานทำคดีขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าวต่อ หลัง 3 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ-ไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ https://thestandard.co/police-srisuwan-evidence-finding/ Mon, 29 Jan 2024 03:19:23 +0000 https://thestandard.co/?p=893264 ศรีสุวรรณ จรรยา

ความคืบหน้ากรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริ […]

The post ตำรวจหาหลักฐานทำคดีขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าวต่อ หลัง 3 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ-ไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศรีสุวรรณ จรรยา

ความคืบหน้ากรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แจ้งข้อกล่าวหากับ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน, ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ฐานข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท จาก ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว

 

วันนี้ (29 มกราคม) พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธ ไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์กับคดี ในขั้นตอนต่อไปจะส่งเอกสารหลักฐานทุกอย่างที่ได้มาไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาใช้ประกอบสำนวน

 

และวันนี้เจ้าหน้าที่จะประชุมคณะทำงานสอบสวนรวมทั้งทีมกฎหมาย เพื่อพิจารณาว่าคดีนี้ยังขาดอะไรอีกบ้าง ต้องแสวงหาอะไรเพิ่มเติมเพื่อมาประกอบสำนวนอีกหรือไม่

 

มีรายงานว่าวานนี้ (28 มกราคม) ณัฏฐกิตติ์ และ ธัญญรัตน์ ไชยศิริคุณากร ภรรยาของณัฏฐกิตติ์ ได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. โดยนำหลักฐานบัญชีธนาคาร 20 บัญชี มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย

 

ธัญญรัตน์กล่าวถึงส่วนที่ผู้ต้องหาออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยเรียกรับเงินหรือรับผลประโยชน์ว่า เป็นเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเรา

 

เมื่อถามว่ายืนยันในความบริสุทธิ์ของอธิบดีฯ หรือไม่ ธัญญรัตน์กล่าวย้ำว่า ขอให้ไปดูตามสื่อว่าโครงการต่างๆ เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ส่วนที่ผู้ต้องหาเรียกรับเงินมาจากสาเหตุอะไรนั้นต้องไปถามเขาเอง ตนยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบ

The post ตำรวจหาหลักฐานทำคดีขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าวต่อ หลัง 3 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ-ไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศรีสุวรรณ – เจ๋ง ดอกจิก – พิมณัฏฐา’ ปฏิเสธข้อหาเรียกรับเงิน ขอส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน https://thestandard.co/srisuwan-reject-accepting-cash/ Sat, 27 Jan 2024 07:13:27 +0000 https://thestandard.co/?p=892877 ศรีสุวรรณ จรรยา

วันนี้ (27 มกราคม) พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำร […]

The post ‘ศรีสุวรรณ – เจ๋ง ดอกจิก – พิมณัฏฐา’ ปฏิเสธข้อหาเรียกรับเงิน ขอส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศรีสุวรรณ จรรยา

วันนี้ (27 มกราคม) พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน, ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ 

 

พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ต้นปี 2566 เริ่มมีหนังสือร้องเรียนบัตรสนเท่ห์ไปหาตัวผู้เสียหาย จนเมื่อช่วงปลายปี 2566 เริ่มมีข้อมูลรับแจ้งมาและมีการไปคุยเพื่อไปเรียกรับผลประโยชน์ ทำให้มีพยานหลักฐานพอสมควร  

  

พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวต่ออีกว่า วันที่ 4 มกราคม 2567 ผู้กล่าวหามาแจ้งความให้ดำเนินคดี และตำรวจก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนขอศาลออกหมายจับ และนำไปสู่การจับกุมเมื่อวานนี้ (26 มกราคม) โดยตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหามีการวางแผนมาตั้งแต่ต้นปี 2566 หรือไม่

   

ในรายละเอียดความสัมพันธ์ของทั้ง 3 คนและการเรียกรับเงิน ขณะนี้สามารถบอกได้เพียงว่าทั้ง 3 คนไปร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่เห็นความสัมพันธ์กันจนนำไปสู่การขอหมายจับ ทั้งพยานหลักฐานเส้นเงิน คลิปเสียง รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ด้วย และตอนนี้อยู่ระหว่างการขยายผล

 

พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทั้ง 3 คน และยังไม่ขอให้รายละเอียดอะไรมาก โดยจะขอกลับไปทำคำชี้แจงโดยละเอียดส่งให้ภายหลัง ซึ่งตามหลักการจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน

 

ส่วนที่ศรีสุวรรณระบุว่า มีการโยนเงิน 5 แสนบาททิ้ง เนื่องมาจากเห็นว่ามีใครไม่รู้นำเงินมาแขวนไว้ และให้ภรรยานำมาให้ดู เมื่อไม่ใช่เงินตนเองก็ปัดทิ้งนั้น พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวว่า ผู้ต้องหาจะให้การอะไรก็ได้ แต่ตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ที่สุด และเบื้องต้นมั่นใจว่าพยานหลักฐานแน่นหนาและค่อนข้างสมบูรณ์ โดยจะใช้ความยุติธรรมในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

ส่วนภรรยาของศรีสุวรรณที่ระบุว่าเป็นคนทิ้งเงิน 5 แสนบาทนั้นจะโดนข้อหาด้วยหรือไม่ พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีความผิดด้วยหรือไม่ โดยจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

ส่วนกรณีที่ เจ๋ง ดอกจิก แจ้งว่า ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งทางการเมืองแล้ว พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาก็ต้องทำคำให้การชี้แจงมา แล้วตำรวจก็ต้องไปตรวจสอบว่าลาออกแล้วจริงหรือไม่ และตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำให้การ ส่วนเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานแล้วจะมีการสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องก็เป็นขั้นตอนหลังจากนี้

The post ‘ศรีสุวรรณ – เจ๋ง ดอกจิก – พิมณัฏฐา’ ปฏิเสธข้อหาเรียกรับเงิน ขอส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ แจงปมตำรวจจับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ยืนยันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ถ้าพบผิดต้องให้ออกตามข้อบังคับ https://thestandard.co/peeraphan-explain-yoswarit-arrest-is-personal/ Fri, 26 Jan 2024 12:57:30 +0000 https://thestandard.co/?p=892741 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พีระพันธุ์ สาลีรัฐว […]

The post หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ แจงปมตำรวจจับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ยืนยันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ถ้าพบผิดต้องให้ออกตามข้อบังคับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตำรวจนอกเครื่องแบบรวบตัว ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก สมาชิกพรรค ภายในทำเนียบรัฐบาล กรณีมีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้านบาทว่า ยศวริศเป็นสมาชิกพรรค ต้องไปดูก่อนหากเขามีความผิดต้องให้เขาออก เราไม่เอาอยู่แล้วถ้ามีพฤติการณ์ลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสีย เรามีสิทธิ์ให้เขาออก หรือเขาอาจจะมาลาออกก็ได้เป็นสิทธิ์ของเขา และต้องดูผลการตรวจสอบของตำรวจว่าเป็นอย่างไร ถ้าดูแล้วไม่เหมาะสมก็คงต้องให้ออก แต่อะไรก็แล้วแต่ไม่เกี่ยวกับตน ไม่เกี่ยวกับพรรค และเขาไม่ได้เป็นคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 แล้ว ตนปรับเปลี่ยนไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 แล้ว แต่วันเดียวกันนี้ตนมีการประชุมมอบนโยบายเขตตรวจราชการที่ 4, 9 และ 11 ที่ทำเนียบ เขารู้ก็แวะเวียนมา 

 

พีระพันธุ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เขาไปทำอะไร และทำจริงแค่ไหน เราไม่ทราบ เขาไปเกี่ยวกับ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ตนไม่รู้เลย ก็ต้องให้เขาไปว่ากันเอง แต่ตนไม่รู้เรื่อง ไปลงข่าวว่าตนประสานตำรวจเข้ามาจับกุมนายยศวริศที่ทำเนียบ ตนไม่รู้เรื่อง เอาข่าวที่ไหนมา ตนไม่รู้จักตำรวจ ให้ไปถามตำรวจว่าใครติดต่อมา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการบริหารพรรคจะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้หรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่า ถ้ามีคนเสนอเรื่องในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค และข้อมูลข้อเท็จจริงเข้าลักษณะที่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคก็คงต้องให้ออก อาจต้องให้เขามาชี้แจงในที่ประชุม ทั้งนี้เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เรายังไม่รู้ข้อเท็จจริงเลยว่าเป็นอย่างไร 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวได้คุยกับยศวริศหรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ได้คุย เขามาหรือใครมาตนก็มีห้องให้นั่งต่างหาก ตนก็เพิ่งรู้เรื่องดังกล่าว

The post หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ แจงปมตำรวจจับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ยืนยันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ถ้าพบผิดต้องให้ออกตามข้อบังคับ appeared first on THE STANDARD.

]]>