ม.110 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ม-110/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 11 Nov 2024 10:02:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชูศักดิ์เผย ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับเพื่อไทย ไม่รวมความผิดตามมาตรา 112 และ 110 เชื่อยกร่างทันเปิดสมัยประชุมสภา https://thestandard.co/reveals-pheu-thais-draft-of-the-amnesty-bill/ Mon, 11 Nov 2024 10:02:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1007256 ชูศักดิ์

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำน […]

The post ชูศักดิ์เผย ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับเพื่อไทย ไม่รวมความผิดตามมาตรา 112 และ 110 เชื่อยกร่างทันเปิดสมัยประชุมสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาพิจารณาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต่อสภา โดยระบุว่าทีมงานกำลังยกร่างกันอยู่ พร้อมยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เอาแค่เรื่องการกระทำที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองว่าครอบคลุมแค่ไหนก็เป็นเรื่องที่ยาก

 

สื่อมวลชนถามว่า เนื้อหาของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับพรรคเพื่อไทย จะไม่แตะมาตรา 112 และ 110 หรือไม่ ชูศักดิ์กล่าวว่าเป็นไปตามที่เคยมีมติไปแล้ว คำว่าไม่แตะ อย่าไปเข้าใจในแบบที่เป็นปัญหาอยู่ ไม่แตะในที่นี้หมายความว่าไม่ใช่การแก้หรือยกเลิก 

 

“แต่การนิรโทษกรรมคือการกระทำเหล่านั้นยังเป็นความผิดอยู่ เพียงแต่ไม่ต้องรับโทษด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีมติที่จะไม่ยุ่งหรือไม่นิรโทษกรรมพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ใช่การยกเลิกหรือไม่ยกเลิก” ชูศักดิ์กล่าว

 

ชูศักดิ์มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถยื่นร่างนิรโทษกรรมของพรรคเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในการเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 12 ธันวาคมอย่างแน่นอน แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าจะต้องทำตามระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรตามลำดับ ไม่ใช่ว่ายื่นร่างเข้าไปแล้วจะได้รับการพิจารณาทันที แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าเมื่อถึงวาระในการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พรรคเพื่อไทยจะยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรค รวมกับอีก 4 ร่าง เพื่อรอการพิจารณาอย่างแน่นอน

The post ชูศักดิ์เผย ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับเพื่อไทย ไม่รวมความผิดตามมาตรา 112 และ 110 เชื่อยกร่างทันเปิดสมัยประชุมสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. เสียงแตก ปม กมธ.นิรโทษกรรม เสนอรายงาน คาใจรวม ม.112 หรือไม่ แต่พิเชษฐ์ตัดจบก่อนลงมติ https://thestandard.co/sitting-of-the-house-of-representatives-171024/ Thu, 17 Oct 2024 11:10:15 +0000 https://thestandard.co/?p=997249

วันนี้ (17 ตุลาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 […]

The post สส. เสียงแตก ปม กมธ.นิรโทษกรรม เสนอรายงาน คาใจรวม ม.112 หรือไม่ แต่พิเชษฐ์ตัดจบก่อนลงมติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 ตุลาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 33 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เข้าสู่วาระพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้รับฟังและอภิปรายแสดงความเห็น ก่อนจะลงมติว่าเห็นชอบส่งรายงานให้รัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไปหรือไม่

 

ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ แถลงยืนยันว่า การเสนอรายงานนิรโทษกรรมไม่ใช่การแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมาย และไม่ใช่การยกเลิกความผิด การกระทำนั้นยังคงเป็นความผิดตามกฎหมาย เพียงแต่สมควรมีการยกเว้นความรับผิดเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประเทศชาติสามารถพัฒนาต่อไปได้ การตรากฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือนำพาประเทศให้เดินหน้าต่อไปเพื่อไม่ให้จมปลักอยู่กับความขัดแย้ง

 

“ขอย้ำต่อที่ประชุมว่า รายงานนี้เลื่อนการพิจารณามา 2-3 ครั้งเพื่อความเข้าใจร่วมกันว่ารายงานนี้ไม่ใช่การพิจารณาร่างกฎหมาย เป็นเพียงการศึกษาของกรรมาธิการที่รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้ ดังนั้น ที่ประชุมควรรับทราบรายงานเพื่อนำผลการศึกษาไปประกอบการพิจารณาของผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาหรือยกร่าง พ.ร.บ. ในอนาคตต่อไป” ชูศักดิ์กล่าว

 

สส. เห็นต่าง คาใจรวมคดี ม.110 และ 112 หรือไม่

 

จากนั้นสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น โดยสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย เช่น ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ และ นพดล ปัทมะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าการนิรโทษกรรมไม่ได้มีผลในการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่แล้ว

 

ขณะที่สมาชิกจากพรรคประชาชนแสดงความเห็นสนับสนุน อาทิ พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่การทำอะไรที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แต่เป็นการแสดงเจตจำนงทางการเมืองว่ารัฐบาลจะตั้งใจยุติความขัดแย้งของสังคม พาประเทศไทยไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

“การนิรโทษกรรมโดยไม่รวมคดีที่มีความอ่อนไหวเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ การละเลยผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ณ เวลานี้ ถือเป็นการเพิกเฉยต่อวัตถุประสงค์ในการตั้งกรรมาธิการนี้มาด้วยซ้ำ” พนิดากล่าว

 

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านด้วย

 

ในช่วงหนึ่ง สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หากต้องการให้ชาติบ้านเมืองเดินหน้า เกิดความสามัคคี เราพร้อมให้เกิดการนิรโทษกรรม แต่ต้องแยกให้ชัดเจนว่าอะไรที่สามารถนิรโทษกรรมได้หรือไม่ได้ ซึ่งในกรรมาธิการนี้ไม่ได้มีการแยกแยะดังกล่าว

 

“วันนี้ถ้าเราดึงสถาบันฯ เข้ามา ย้อนถามท่านสักนิด ท่านเคยทำความเดือดร้อนอะไรให้พวกเรา มีใครได้รับผลกระทบจากการกระทำของสถาบันฯ บ้าง ไม่มีครับ พระองค์ท่านมีแต่ให้ ชาติบ้านเมืองอยู่ได้เพราะสิ่งนี้” สนองกล่าว

 

สนองระบุต่อไปว่า หากรายงานฉบับนี้ผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรี และมีการร่างกฎหมายออกมาโดยอ้างมติเห็นชอบของสภาให้นิรโทษกรรมมาตรา 110 หรือ 112 ที่ก้าวล่วงถึงสถาบันฯ ยืนยันว่าคนของพรรคภูมิใจไทยจะไม่เป็นมิตร และไม่ยินยอมต่อการกระทำครั้งนี้ และขอแสดงเจตนารมณ์จงรักภักดีต่อสถาบันฯ อย่างถึงที่สุด

 

ขณะที่ นันทนา สงฆ์ประชา สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า เรามีจุดยืนที่จะปกป้องมาตรา 112 ด้วยชีวิต พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการแตะต้องมาตรา 112

 

“เราไม่มีทางพิจารณา ไม่ว่าใครทั้งสิ้นที่ทำความผิดมาตรา 112 เพราะไม่ใช่ความผิดทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยเราจะไม่ร่วมพิจารณาทุกกรณี รวมถึงรายงานฉบับนี้ด้วยถ้ายังมีมาตรา 112” นันทนากล่าว

 

ด้าน ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ หากปล่อยเรื่องนี้ไปอาจถูกร้องเรียนในเรื่องจริยธรรมได้ และตนเองยังสงสารเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มากมาย แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวกลับไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบเลย

 

“ผมมีโอกาสได้เจอน้องคนหนึ่ง ไบรท์-ชินวัตร จันทร์กระจ่าง วันนี้อยู่ในคุก ก่อนที่จะเข้าคุกได้เจอเขา เขาสำนึกผิดแล้วก็น่าเห็นใจ แต่หลายท่านที่โดนคดีต่างๆ เดินทางออกนอกประเทศอย่างสบาย” ธนกรกล่าว

 

กรรมาธิการย้ำ รายงานไม่มีผลผูกพัน

 

ต่อมา นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ลุกขึ้นชี้แจงในประเด็นการนิรโทษกรรมความผิดในมาตรา 110 และ 112 ที่สมาชิกยังมีความกังวล โดยระบุว่า กรรมาธิการมีความเห็นในรายงานว่า มาตรา 110 และ 112 เป็นคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง และกรรมาธิการไม่ได้มีข้อสรุปว่าควรจะนิรโทษกรรมคดีในความผิดดังกล่าวหรือไม่ เพียงแต่เสนอข้อดี-ข้อเสียไว้เท่านั้น

 

นอกจากนี้ กรรมาธิการไม่ประสงค์จะลงมติเพื่อหาข้อสรุป เพราะจำนวนบุคคลไม่สามารถสะท้อนความเชื่อและความคิดเห็นได้ จึงเปิดโอกาสให้กรรมาธิการทุกคนแสดงความเห็นและให้เหตุผล แล้วพิจารณาจากน้ำหนักของเหตุผล ไม่ใช่การนับจำนวนว่ามีใครเห็นด้วยมากน้อยเท่าใด

 

นิกรย้ำว่า รายงานของกรรมาธิการเป็นเพียงข้อเสนอแนะ ไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำตามหรือไม่ เป็นเพียงแค่การสรุปความเห็นของสมาชิก จึงมองว่าไม่จำเป็นต้องลงมติ หรือแม้กระทั่งปฏิเสธความเห็นเหล่านี้ไป

 

“อย่างเช่น วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อยู่ในคณะรัฐมนตรี ถ้าเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในเมื่อมติของพรรคคือไม่เห็นด้วย ท่านวราวุธก็ต้องไม่เห็นด้วยในคณะรัฐมนตรีอยู่แล้วเหมือนกับพรรคอื่นๆ ดังนั้นเรื่องเหล่านี้จะไม่เป็นสิ่งผูกมัดทั้งในทางการเมืองและข้อกฎหมาย” นิกรทิ้งท้าย

 

จากนั้น ผศ. ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมาธิการ ชี้แจงหลักกฎหมายในประเด็นเรื่องมาตรา 110 และ 112 โดยระบุว่า ที่สมาชิกบางท่านยกตัวอย่างว่ามีประเทศอื่นๆ ซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน แต่ประเทศดังกล่าวก็ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า แม้จะมีกฎหมายลักษณะเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยมีการบังคับใช้อย่างกว้างขวางและรุนแรงเหมือนมาตรา 112 ของไทย

 

ผศ. ดร.เข็มทอง กล่าวต่อไปว่า ขณะที่สมาชิกบางคนผูกโยงมาตรา 112 ไว้กับมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญไทย ที่ระบุว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้” แต่มาตรา 112 เป็นคนละเรื่องกับพระมหากษัตริย์

 

ส่วนที่อ้างว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขมาตรา 112 อย่างที่พรรคก้าวไกลกระทำ แต่นิรโทษกรรมครั้งนี้เป็นการกระทำที่เบาเสียยิ่งกว่าการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะแม้นิรโทษกรรมแล้วกฎหมายก็ยังอยู่ หากได้รับนิรโทษกรรมแล้วกระทำผิดซ้ำก็ถูกลงโทษได้อีก จึงไม่ได้ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ได้เป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง

 

พิเชษฐ์ตัดบทปิดประชุมก่อนลงมติ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสมาชิกแต่ละฝ่ายอภิปรายเสร็จ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ในเมื่อสมาชิกยังมีความเห็นต่างอยู่มาก จึงควรให้กรรมาธิการชี้แจงเนื้อหาในรายงานเพิ่มเติมด้วย และหากจะมีการลงมติก็ไม่มีปัญหา

 

แต่ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ แย้งว่า กรรมาธิการใช้เวลาชี้แจงยาวกว่าสมาชิกแล้ว เมื่อประธานปิดการอภิปรายแล้วก็ควรลงมติเลย ไม่เช่นนั้นหากให้กรรมาธิการอภิปรายอาจจะใช้เวลานานกว่าสมาชิกถึง 3 เท่า สภาจะเดินต่อไม่ได้

 

ทำให้ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้น กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นวันนี้คงไม่จบ ขอปิดประชุม ก่อนจะสั่งปิดประชุมในเวลา 16.48 น. ทันที แม้จะมีสมาชิกตะโกนทักท้วง แต่พิเชษฐ์ไม่สนใจและเดินลงจากบัลลังก์

The post สส. เสียงแตก ปม กมธ.นิรโทษกรรม เสนอรายงาน คาใจรวม ม.112 หรือไม่ แต่พิเชษฐ์ตัดจบก่อนลงมติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.นิรโทษกรรม ส่งรายงานให้สภาพิจารณา พร้อมข้อสังเกตให้ ครม. ดำเนินการโดยเร็ว https://thestandard.co/amnesty-committee-report-parliament/ Thu, 01 Aug 2024 09:59:36 +0000 https://thestandard.co/?p=966127

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา นิกร จำนง เลขานุการคณ […]

The post กมธ.นิรโทษกรรม ส่งรายงานให้สภาพิจารณา พร้อมข้อสังเกตให้ ครม. ดำเนินการโดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา นิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แถลงข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก่อนเสนอรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป 

 

ผลการศึกษาพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประกอบด้วย ช่วงเวลาในการนิรโทษกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงปัจจุบัน ประเด็นคดีที่ควรได้รับการนิรโทษกรรม แบ่งเป็น คดีหลัก, คดีรอง และคดีที่มีความอ่อนไหว เนื่องจากความขัดแย้งครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้มีข้อมูลสถิติต้องพิจารณาจำนวนมาก เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรม 

 

  • คดีหลักคือคดีที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยตรง เป็นการกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง 

 

  • คดีรองคือคดีที่พ่วงมากับคดีหลัก หรือคดีที่มีความผิดลหุโทษ อย่างไรก็ดี การพิจารณาคดีรองต้องพิจารณาด้วยว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ 

 

  • ส่วนคดีที่มีความอ่อนไหวคือคดีที่ยังเป็นข้อขัดแย้งถกเถียงในสังคมอยู่

 

ส่วนรูปแบบและกระบวนการในการนิรโทษกรรม ใช้การนิรโทษกรรมโดยใช้รูปแบบผสมผสาน และกำหนดนิยามของคำว่า การกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง คือการกระทำที่มีพื้นฐานมาจากความคิดที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หรือต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง ในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งหรือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

 

คณะกรรมาธิการวิสามัญยังเห็นว่า ควรกำหนดขอบเขตของการนิรโทษกรรม ตลอดจนข้อดี-ข้อเสียของการนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมในคดีหลัก, คดีรอง และคดีที่มีความอ่อนไหว โดยเฉพาะความเห็นของกรรมาธิการแต่ละคนในคดีความผิดตามมาตรา 110 และ 112 (ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์) โดยกรรมาธิการแสดงความเห็นออกเป็น 3 แนวทาง ดังนี้ 

 

แนวทางที่ 1 ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหว 

 

แนวทางที่ 2 เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหวโดยมีเงื่อนไข โดยกรรมาธิการที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ได้เสนอเงื่อนไขในการนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหว (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112) ของกรรมาธิการ และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหวโดยมีเงื่อนไขด้วย 

 

แนวทางที่ 3 เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหวโดยไม่มีเงื่อนไข

 

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญยังตั้งข้อสังเกต ได้แก่

 

  1. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อนำไปเป็นแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมโดยเร็ว พร้อมทั้งออกนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และแจ้งผลของการพิจารณาหรือการปฏิบัติตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญมายังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งผลดังกล่าวไปยังคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ เพื่อติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาต่อไป

 

  1. ข้อมูลสถิติคดีจากหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะบางประการของกลุ่มชุมนุม ทำให้สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาได้ว่าคดีใดเป็นคดีที่เป็นการกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง และข้อมูลที่ควรใช้เป็นหลักในการพิจารณาคือข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากเป็นข้อมูลที่รวบรวมสถิติไว้อย่างเป็นระบบ มีความชัดเจนพอสมควร และฟ้องร้องเป็นคดีแล้ว อย่างไรก็ตาม ในแต่ละฐานความผิดยังสมควรต้องสืบค้นจำนวนผู้กระทำความผิดมาประกอบการพิจารณาด้วย 

 

  1. ฐานความผิดนั้นมีความยึดโยงกับการนิรโทษกรรมอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ฐานความผิดนั้นสามารถเป็นกรอบในการพิจารณาว่าฐานความผิดใดที่มีผลสืบเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพิจารณาเรื่องการนิรโทษกรรม หรือการดำเนินการอื่นใด และประเด็นฐานความผิดเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 และมาตรา 112 นั้น ยังคงเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวอยู่

 

  1. ถึงแม้โดยหลักการเห็นว่าไม่ควรนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 288 และมาตรา 289 (การฆ่าผู้อื่น และการฆ่าเจ้าพนักงาน) อย่างไรก็ดี มีการแสดงข้อกังวลว่า การจะนิรโทษกรรมคดีใด ไม่ควรพิจารณาจากข้อหาเพียงอย่างเดียว เพราะอาจมีคดีที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ปกติ หรือถูกกลั่นแกล้งว่ากระทำความผิดตามมาตราดังกล่าว กล่าวคือ ผู้ถูกดำเนินคดีไม่มีเจตนา ไม่ได้กระทำผิด หรือไม่มีผู้เสียชีวิตจริง ในกรณีนี้ควรให้มีการสืบพยานเพื่อให้ทราบว่า ผู้ถูกดำเนินคดีเป็นผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่

ถ้าผู้ถูกดำเนินคดีไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดก็ควรให้สิทธิเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการนิรโทษกรรม เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการอำนวยความยุติธรรม

 

  1. สภาผู้แทนราษฎรควรมีข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายบริหารว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม สมควรที่คณะรัฐมนตรีจะได้กำหนดนโยบายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมดำเนินการตามกลไกของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมตามแนวทางที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอ

 

  1. การกำหนดให้ผู้ได้รับนิรโทษกรรมได้รับสิทธิที่ต้องสูญเสียไปโดยผลของคำพิพากษากลับคืนมา สามารถกระทำได้ โดยต้องกำหนดไว้ในกฎหมายอย่างชัดแจ้งว่าจะคืนสิทธิใดบ้าง และเมื่อการนิรโทษกรรมที่จะเกิดขึ้นนี้ มุ่งหมายในการคลี่คลายประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น จึงควรคืนสิทธิทางการเมืองให้กับผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรม

The post กมธ.นิรโทษกรรม ส่งรายงานให้สภาพิจารณา พร้อมข้อสังเกตให้ ครม. ดำเนินการโดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกรขอ กมธ.วิสามัญ ศึกษา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่นับความผิด ม.110, 112 เป็นแรงจูงใจการเมือง ชี้กระทบความมั่นคงของชาติ https://thestandard.co/thanakorn-amnesty-bill-study-110-112/ Sat, 20 Apr 2024 09:29:51 +0000 https://thestandard.co/?p=924941 ธนกร วังบุญคงชนะ

วันนี้ (20 เมษายน) ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำ […]

The post ธนกรขอ กมธ.วิสามัญ ศึกษา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่นับความผิด ม.110, 112 เป็นแรงจูงใจการเมือง ชี้กระทบความมั่นคงของชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกร วังบุญคงชนะ

วันนี้ (20 เมษายน) ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ระบุว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมี ชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สรุปให้ชัดเจนเกี่ยวกับคำนิยามเรื่อง ‘แรงจูงใจทางการเมือง’ และความผิด 25 ฐานที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมืองใดว่าเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมบ้าง

 

ธนกรกล่าวว่า ขอให้พิจารณาไม่รวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 และ 112 ซึ่งเกี่ยวกับการประทุษร้ายหมิ่นประมาทฯ สถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท ขอให้ กมธ. และอนุ กมธ. พิจารณาให้รอบคอบ เพราะความผิดทั้ง 2 มาตรา เป็นความผิดร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐคือประมุขของประเทศ ซึ่งไม่สามารถยอมรับได้ 

 

ทั้งนี้แม้ว่าบางพรรคการเมืองได้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่รวมความผิดเกี่ยวกับมาตราดังกล่าวให้ได้รับการนิรโทษกรรมต่อสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วก็ตาม แต่ตนขอย้ำในหลักการกฎหมายว่าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและขอคัดค้านจนถึงที่สุด เนื่องจากสถาบันฯ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ 

 

ธนกรกล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง กมธ.วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พิจารณาตามหลักกฎหมายให้ดี ให้ถูกต้อง รอบคอบ เพื่อสรุปกำหนดนิยาม เรื่อง แรงจูงใจทางการเมือง ต้องไม่เหมารวมผู้กระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 110 และ 112 ให้ได้รับการนิรโทษกรรม แต่หากกลับกัน มีการเหมารวมยกเข่ง เชื่อว่าเรื่องนี้จะทำให้คนทั้งประเทศที่รักเทิดทูนและปกป้องสถาบันฯ นั้นออกมาคัดค้านในเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน รวมทั้งผมด้วย

The post ธนกรขอ กมธ.วิสามัญ ศึกษา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่นับความผิด ม.110, 112 เป็นแรงจูงใจการเมือง ชี้กระทบความมั่นคงของชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง 5 จำเลย ไม่มีความผิดทุกข้อกล่าวหา กรณีถูกฟ้องผิด ม.110 ปมขบวนเสด็จ จากเหตุเมื่อปี 2563 https://thestandard.co/criminal-court-dismisses-110-cases-2563/ Wed, 28 Jun 2023 04:03:10 +0000 https://thestandard.co/?p=808617 Breaking News

วันนี้ (28 มิถุนายน) ศาลอาญา อ่านคำพิพากษา ระบุใจความสำ […]

The post ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง 5 จำเลย ไม่มีความผิดทุกข้อกล่าวหา กรณีถูกฟ้องผิด ม.110 ปมขบวนเสด็จ จากเหตุเมื่อปี 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Breaking News

วันนี้ (28 มิถุนายน) ศาลอาญา อ่านคำพิพากษา ระบุใจความสำคัญ เห็นว่าในวันเกิดเหตุ (14 ตุลาคม 2563) ตำรวจไม่ได้จัดการเส้นทางเสด็จให้เรียบร้อย โดยพบว่าเส้นทางยังมีรถจอดอยู่ริมถนน และไม่มีการแสดงสัญลักษณ์หรือประกาศแจ้งก่อนการเคลื่อนขบวนเสด็จ

 

จากการสืบพยาน พบว่าความเข้าใจของผู้อยู่ในเหตุการณ์ไม่เท่ากัน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ในที่เกิดเหตุ ก็เพิ่งทราบว่าจะมีขบวนเสด็จ และไม่ทราบว่าเป็นขบวนเสด็จของพระองค์ใด

 

ขณะขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน มีการชักล้อมรถของเจ้าหน้าที่ ประชาชนจึงเข้าใจว่าจะมีการสลายการชุมนุม จึงได้ตะโกนโห่ร้องและชูสามนิ้วเพื่อประท้วงตำรวจ ไม่ใช่ประท้วงต่อขบวนเสด็จ

 

เมื่อประชาชนทราบว่าเป็นขบวนเสด็จก็เคลื่อนผ่านไปได้ ไม่ได้มีการขว้างปาสิ่งของหรือขัดขวางขบวนเสด็จ

 

ย้อนอ่านการต่อสู้คดีนี้ได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

tlhr2014.com/archives/56935

 

อ้างอิง:

The post ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง 5 จำเลย ไม่มีความผิดทุกข้อกล่าวหา กรณีถูกฟ้องผิด ม.110 ปมขบวนเสด็จ จากเหตุเมื่อปี 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
“จะยืนหยัดต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป” ผู้ต้องหาคดี ม.110 เผยหลังศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 5 คน โดยไม่มีเงื่อนไข https://thestandard.co/accused-of-m-110-cases-revealed-after-the-criminal-court-granted-temporary-release/ Wed, 31 Mar 2021 11:21:12 +0000 https://thestandard.co/?p=471276 ผู้ต้องหาคดี ม.110

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษ […]

The post “จะยืนหยัดต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป” ผู้ต้องหาคดี ม.110 เผยหลังศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 5 คน โดยไม่มีเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ต้องหาคดี ม.110

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เอกชัย หงส์กังวาน, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth) และผู้ต้องหาอีก 2 คน รวม 5 คน เดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 นัดสั่งคดี กรณีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวาย มาตรา 215 และกีดขวางการจราจร กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

 

ต่อมา พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาและคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง 16-20 ปี โดยอัยการนำตัวไปส่งฟ้องที่ศาล และจำเลยทั้งหมดจะต้องดำเนินการขอยื่นประกันตัว โดยศาลได้สอบคำให้การจำเลย โดยจำเลยทั้ง 5 คนให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

 

ล่าสุด ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวทั้ง 5 คน โดยไม่มีเงื่อนไข วงเงินประกันผู้ต้องหา 3 คน คือบุญเกื้อหนุนและผู้ต้องหาอีก 2 คน ศาลตีวงเงินคนละ 2 แสนบาท ขณะที่เอกชัยและสุรนาถศาลตีวงเงินประกันคนละ 3 แสนบาท พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 26 เมษายน เวลา 09.00 น.

 

“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ศาลอาญาให้ประกันตัวเราในวันนี้ ถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ที่ดี แต่เป็นที่แน่นอนว่าการต่อสู้ของพวกเรายังไม่จบเพียงเท่านี้ เรายังต้องเดินทางมาที่ศาลอาญาอยู่ เพื่อที่จะต่อสู้กับคำกล่าวหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเรายังคงยืนยันเช่นเดิมว่ามันไม่เป็นธรรม และไม่ได้มองถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันนั้นด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่เราอยากจะยืนยันกับประชาชนทุกคนในประเทศนี้ว่า อย่างไรก็ตามแต่ ถ้าเรายังอยู่ตรงนี้ได้ เราจะอยู่ตรงนี้แน่นอน ไม่หนีไปไหน เพราะพาสปอร์ตหมดอายุแล้ว เรายืนยันในความบริสุทธิ์ของเราเหมือนเดิม และจะยืนหยัดต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป” บุญเกื้อหนุนกล่าว

 

ผู้ต้องหาคดี ม.110 ผู้ต้องหาคดี ม.110 ผู้ต้องหาคดี ม.110 ผู้ต้องหาคดี ม.110 ผู้ต้องหาคดี ม.110

 

The post “จะยืนหยัดต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป” ผู้ต้องหาคดี ม.110 เผยหลังศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 5 คน โดยไม่มีเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาอนุญาตปล่อยชั่วคราว คดีขบวนเสด็จ ม.110 ทั้ง 5 คน วงเงินประกันคนละ 2-3 แสน ไม่ระบุเงื่อนไข https://thestandard.co/criminal-court-granted-permission-for-temporary-release-of-the-procession/ Wed, 31 Mar 2021 10:20:05 +0000 https://thestandard.co/?p=471238 BREAKING-NEWS

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษ […]

The post ศาลอาญาอนุญาตปล่อยชั่วคราว คดีขบวนเสด็จ ม.110 ทั้ง 5 คน วงเงินประกันคนละ 2-3 แสน ไม่ระบุเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING-NEWS
วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เอกชัย หงส์กังวาน, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth) และผู้ต้องหาอีก 2 คน รวม 5 คน เดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 นัดสั่งคดี กรณีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวาย มาตรา 215 และกีดขวางการจราจร กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563
 
 
ต่อมา พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาและคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง 16-20 ปี โดยอัยการนำตัวไปส่งฟ้องที่ศาล และจำเลยทั้งหมดจะต้องดำเนินการขอยื่นประกันตัว ต่อมาศาลสอบคำให้การจำเลย โดยจำเลยทั้ง 5 คนให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
 
 
ล่าสุด ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวทั้ง 5 คน โดยไม่มีเงื่อนไข วงเงินประกันผู้ต้องหาคน 3 คน คนละ 2 แสนบาท ขณะที่เอกชัยและสุรนาถศาลตีวงเงินประกันคนละ 3 แสนบาท พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 26 เมษายน เวลา 09.00 น.

The post ศาลอาญาอนุญาตปล่อยชั่วคราว คดีขบวนเสด็จ ม.110 ทั้ง 5 คน วงเงินประกันคนละ 2-3 แสน ไม่ระบุเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหา ม.110: พวกเราขอยืนยันในความบริสุทธิ์ https://thestandard.co/francis-m110-suspect-confirmed-in-his-innocent/ Wed, 31 Mar 2021 06:34:11 +0000 https://thestandard.co/?p=471132 ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหา ม.110: พวกเราขอยืนยันในความบริสุทธิ์

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษ […]

The post ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหา ม.110: พวกเราขอยืนยันในความบริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหา ม.110: พวกเราขอยืนยันในความบริสุทธิ์

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เอกชัย หงส์กังวาน, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือฟรานซิส นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth) และผู้ต้องหาอีก 2 ราย รวม 5 ราย เดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 นัดสั่งคดี กรณีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต มีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ในความผิดฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ ให้เกิดความวุ่นวาย มาตรา 215 และกีดขวางการจราจรฯ กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินีเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

 

ต่อมา พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง 16-20 ปี โดยอัยการนำตัวไปส่งฟ้องที่ศาล และจำเลยทั้งหมดจะต้องดำเนินการขอยื่นประกันตัว

 

คดีนี้ถือได้ว่าเป็นคดีมาตรา 110 คดีแรกในประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย หากศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ทั้ง 5 จะต้องถูกจองจำจนกว่ากระบวนการพิจารณาจะสิ้นสุด

 

ขณะที่ก่อนหน้าฟังคำสั่งอัยการ ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ได้อ่านแถลงการณ์ต่อหน้าสื่อ โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

มีอยู่คืนหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสออกมากินอาหารมื้อเย็นกับนักข่าวท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียง เขาบอกกับผมว่ามีคำในภาษาอังกฤษคำหนึ่งที่เขาจะใช้เป็นคำที่อธิบายความเป็นตัวของผมได้มากที่สุด และเขาบอกกับผมว่าคำนั้นคือคำว่า ‘Eccentric’ ซึ่งทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะผมเชื่อมาตลอดว่าคำนี้เป็นคำที่ไม่ดี และมันถูกใช้กับคนที่นอกจากอยู่ด้วยยากแล้ว ยังเป็นคนที่ Toxic อีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผมกลับไปค้นคำนี้อีกครั้ง ความหมายที่ออกมามันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมทราบเลย คำว่า Eccentric มีไว้เพื่ออธิบายคนที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่มีความคิดและความฝันที่ไกลกว่า และมีหัวใจที่พร้อมช่วยเหลือคนอื่นเมื่อมีคนต้องการ

 

เมื่อผมนึกกลับไปตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มเดินทางบนเส้นทางชีวิตเส้นนี้ และการเดินทางที่ทำให้ผมเป็นอย่างที่ผมเป็น ทำให้ผมภูมิใจเป็นอย่างมากที่คำนี้เป็นคำที่ตรงกับบุคลิกที่ผมเป็นในวันนี้

 

และวันนี้เองที่ผมได้ยืนอยู่ตรงหน้าทุกคน พร้อมกับคำกล่าวหาและบทลงโทษที่เกินกว่ามนุษยชนคนธรรมดาคนหนึ่งต้องได้ประสบพบเจอ ผมและผู้ต้องหาอีก 4 คน ได้ถูกกล่าวหาอย่างไร้มูลเหตุความเป็นจริง ว่ามีความพยายามจักประทุษร้ายต่อเสรีภาพองค์ราชินีและองค์รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 อย่างที่ผมและคนอื่นๆ ได้แจ้งมาตลอด พวกเราหาได้มีความประสงค์หรือความพยายามที่จะกระทำตามข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ และพวกเรายืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกเรามาตลอด

 

แต่หลังจาก 5 เดือนผ่านไปพร้อมกับความอัปยศและความยากลำบาก พวกเราได้รับทราบถึงข้อสรุปจากอัยการสูงสุดว่า ได้ตัดสินใจที่จะดำเนินคดีผมกับพวกเราอีก 4 คน และด้วยการนี้เองที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เตรียมการส่งคดีนี้ฟ้องร้องต่อศาลอาญา ณ รัชดาภิเษกเช่นเดียวกัน และเมื่อถึงครานั้นจะเป็นช่วงการดำเนินการยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป ถ้าหากไม่สำเร็จ พวกเราทั้งห้าคนจะต้องถูกฝากขัง และถูกลิดรอนเสรีภาพของพวกเราโดยทันที

 

‘เสรีภาพ’ คำนี้ที่ผมและคนอื่นๆ ที่มาก่อนหน้าผมได้ต่อสู้เรียกร้องเพื่อมันมาตลอด พวกเราเชื่อถือเรื่อยมาว่ามนุษยชนทุกคนได้ถือกำเนิดมา ถูกสร้างขึ้นมา และริเริ่มขึ้นมาเพื่อให้เป็นอิสระเสรี คำพูดเหล่านี้ยังคงเป็นจริงอยู่ตลอด แกร่งกล้าและหนักแน่นเหมือนที่คำพวกนี้เคยกล่าวและเขียนไว้ครั้งแรกเมื่อสามศตวรรษที่แล้ว และด้วยประโยคและคำพวกนี้ทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ด้วยความจริงที่ว่าเพียงแค่ช่วงเวลาเสี้ยวหนึ่ง พวกเราได้มีโอกาสต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เพื่อความยุติธรรม เคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนของผม ผมเชื่อว่าเรายังมีอะไรอีกมากที่ยังต้องช่วยเหลือเกื้อกูลและทำต่อ ถึงจุดนี้ผมคงพูดเพียงแค่ว่า มันเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนี้

 

ถ้าหากความเป็นอยู่ของผมต้องจบลงในขณะที่ถูกจองจำ ผมจะเผชิญหน้าต่อไปโดยปราศจากความเสียใจทั้งสิ้น ต่อกรกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มและความพึงพอใจที่ได้รู้ว่าสิ่งที่เราได้สละชีพให้จะมีความหมาย และชื่อเสียงเรียงนามของผมจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ โดยที่รู้ว่าจิตวิญญาณ จิตใต้สำนึก และความศรัทธาของเราจะไม่มีวันถูกทำลายได้อย่างแน่นอน ตามที่ดันเตผู้เป็นอมตะได้กล่าวไว้ว่า “ความยุติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์บนสรวงสวรรค์ จะชั่งน้ำหนักเวรกรรมของผู้ที่จิตใจชั่วช้าเย็นชา กับผู้ที่อุทิศตนเพื่อคนอื่นต่างกันเรื่อยไป” 

 

สิ่งที่ผมได้เคยทำเพื่อประชาชนนี้ สิ่งที่ผมได้อุทิศตนเพื่อสิทธิและความเสรี ถือว่าเป็นความยินดีอย่างหาที่สุดไม่ ขอให้โชคชะตาได้กรุณาทั้งประชาชนและประเทศไทยแห่งความเสรีต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหา ม.110: พวกเราขอยืนยันในความบริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการส่งตัว 5 ผู้ต้องหาฟ้องศาลอาญา ในคดีขบวนเสด็จ มาตรา 110 เตรียมหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาทยื่นประกัน https://thestandard.co/the-royal-procession-section-110/ Wed, 31 Mar 2021 05:24:28 +0000 https://thestandard.co/?p=470890

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษ […]

The post อัยการส่งตัว 5 ผู้ต้องหาฟ้องศาลอาญา ในคดีขบวนเสด็จ มาตรา 110 เตรียมหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาทยื่นประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เอกชัย หงส์กังวาน, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือฟรานซิส นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth), ชนาธิป ชัยชะยางกูร และ ภาณุภัทร ไผ่เกาะ 5 ผู้ต้องหา เดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 นัดสั่งคดี กรณีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต มีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง พร้อมคัดค้านการประกันตัวในความผิดฐาน ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ ให้เกิดความวุ่นวาย มาตรา 215 และกีดขวางการจราจรฯ กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินีเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

 

เอกชัยเปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์มายื่นประกันตัว ส่วนจำนวนเท่าใดไม่ขอเปิดเผย คดีนี้ก่อนหน้านี้ในชั้นฝากขัง ศาลเคยไม่ให้ประกันตัวเพราะโทษสูงกลัวหลบหนี และอยู่ระหว่างการสอบสวน ต่อมาศาลปล่อยตัว วันนี้อัยการส่งฟ้อง การสอบสวนสิ้นสุดแล้ว ซึ่งเวลาผ่านมาเกือบ 5 เดือน หากตนหลบหนีก็ทำได้ง่าย แต่ตนไม่เคยคิดที่จะหนี ส่วนประเด็นที่เคยร้องขอให้อัยการสอบพยานเพิ่มนั้น เท่าที่คุยกับทนายความระบุอัยการรับ แต่ยังไม่จำเป็นต้องพิจารณาตอนนี้ เข้าใจว่าวันนี้ส่งฟ้องไปก่อน ทั้งนี้ ตนไม่ได้มาขอความเมตตาจากศาล แต่ต้องการความเป็นธรรม 

 

ขณะที่บุญเกื้อหนุน ได้อ่านคำแถลงอันมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า เราไม่มีความประสงค์ หรือความพยายามที่จะกระทำตามข้อกล่าวหา และเรายืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกเรามาตลอด แต่หลังจาก 5 เดือนผ่านไป พร้อมกับความอัปยศและความยากลำบาก พวกเราได้รับทราบถึงข้อสรุปจากอัยการ ได้ตัดสินใจเตรียมการส่งคดีฟ้องต่อศาลอาญา และจะเป็นช่วงการดำเนินการยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป ถ้าหากไม่สำเร็จ พวกเราทั้ง 5 คนจะต้องถูกขัง และถูกลิดรอนเสรีภาพของพวกเราโดยทันที 

 

“พวกเราได้มีโอกาสต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เพื่อความยุติธรรม กับเพื่อนของผมอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ และถึงขนาดนั้นเอง ผมเชื่อว่าเรายังมีอะไรอีกมากที่ต้องช่วยเหลือ เกื้อกูลและทำต่อ ถึงจุดนี้ผมคงเพียงพูดแค่ว่า มันเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนี้ ถ้าหากความเป็นอยู่ของผมต้องจบลงในขณะที่ถูกจองจำ ผมจะเผชิญหน้าต่อไปโดยปราศจากความเสียใจทั้งสิ้น ต่อกรกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มและความพึงพอใจ ที่ได้รู้ว่าสิ่งที่เราได้สละชีพให้จะมีความหมาย และชื่อเสียงเรียงนามของผมจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ โดยที่รู้ว่าจิตวิญญาณ จิตใต้สำนึก และความศรัทธาของเราจะไม่มีวันถูกทำลายได้อย่างแน่นอน” บุญเกื้อหนุนกล่าว 

 

ด้าน พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความผู้ต้องหา กล่าวถึงเรื่องการปล่อยชั่วคราวหากถูกยื่นฟ้องว่า ตามหลักการตามกฎหมายผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี จะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และก่อเหตุภยันตรายประการอื่น หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อพนักงานสอบสวน ถ้าเอาข้อเท็จจริงมาประกอบกับข้อกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องได้รับการปล่อยชั่วคราวร้อยเปอร์เซ็นต์ 

 

มีรายงานว่า ผู้ต้องหาได้เตรียมหลักทรัพย์คนละ 3 เเสนบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวหากถูกฟ้องตกเป็นจำเลย จากนั้นในเวลา 11.00 น. ทางพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา

 

 

The post อัยการส่งตัว 5 ผู้ต้องหาฟ้องศาลอาญา ในคดีขบวนเสด็จ มาตรา 110 เตรียมหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาทยื่นประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING: อัยการสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดี #ขวางขบวนเสด็จ ม.110 คัดค้านประกัน เตรียมส่งตัวไปศาลอาญา หวังได้รับการประกันตัว https://thestandard.co/breaking-prosecutors-sue-5-suspects-blocking-royal-caravan/ Wed, 31 Mar 2021 04:28:16 +0000 https://thestandard.co/?p=471033 BREAKING: อัยการสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดี #ขวางขบวนเสด็จ ม.110 คัดค้านประกัน เตรียมส่งตัวไปศาลอาญา หวังได้รับการประกันตัว

วันนี้ (31 มีนาคม) พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ท […]

The post BREAKING: อัยการสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดี #ขวางขบวนเสด็จ ม.110 คัดค้านประกัน เตรียมส่งตัวไปศาลอาญา หวังได้รับการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING: อัยการสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดี #ขวางขบวนเสด็จ ม.110 คัดค้านประกัน เตรียมส่งตัวไปศาลอาญา หวังได้รับการประกันตัว

วันนี้ (31 มีนาคม) พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดี ‘ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี’ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 รวม 5 ราย ได้แก่ เอกชัย หงส์กังวาน, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ และผู้ต้องหาอีกสองราย โดยอัยการมีการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง 16-20 ปี โดยอัยการจะนำตัวไปส่งฟ้องที่ศาล และจำเลยทั้งหมดจะต้องดำเนินการขอยื่นประกันตัว

 

ทนายความเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบสวน บุญเกื้อหนุนได้รับการประกันในชั้นสอบสวน ส่วนเอกชัยและสุรนาถ ชั้นสอบสวนถูกฝากขัง แต่ในชั้นศาล ศาลได้ยกคำร้องฝากขังให้ปล่อยตัว

 

“ทั้งหมดมารายงานตัวตามหมายเรียก ให้ความร่วมมือพนักงานสอบสวน อัยการ เราหวังว่าศาลจะเห็นถึงข้อเท็จจริงว่าทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จะได้รับความเป็นธรรม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แกนนำ ไม่มีโอกาสที่จะไปกระทำความผิดซ้ำหรือปราศรัย หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการประกันตัว” ทนายความกล่าว

 

ภาพ: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

The post BREAKING: อัยการสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดี #ขวางขบวนเสด็จ ม.110 คัดค้านประกัน เตรียมส่งตัวไปศาลอาญา หวังได้รับการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน สุรนาถ ผู้ต้องหาคดี ม.110 หลังถูกจับระหว่างจะไปมอบตัว https://thestandard.co/the-court-does-not-guarantee-suranat/ Fri, 23 Oct 2020 04:59:27 +0000 https://thestandard.co/?p=411701

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับก […]

The post ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน สุรนาถ ผู้ต้องหาคดี ม.110 หลังถูกจับระหว่างจะไปมอบตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม สุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth) หนึ่งในแกนนำเครือข่ายรณรงค์ด้านเด็กและเยาวชน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินี หรือรัชทายาท หรือต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 กรณีเข้าร่วมชุมนุมคณะราษฎร และอยู่ในเหตุการณ์รถขบวนเสด็จผ่านบริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต ได้ยื่นคำร้องต่อศาลไว้ โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ขณะที่สุรนาถเตรียมตัวจะเดินทางไปมอบตัวที่ สน.ดุสิต 

 

หลังรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว สุรนาถได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันเหตุการณ์วันนั้นตนเป็นเพียงผู้เข้าร่วมชุมนุม และไม่มีเจตนาในการขัดขวางขบวนเสด็จ และหวังว่าศาลจะพิจารณาให้ประกันตัว

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวสุรนาถไปควบคุมไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เพื่อทำการสอบสวนก่อนที่จะมีการยื่นคำร้องฝากขังต่อไป

 

ล่าสุดศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า สุรนาถถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 3 ข้อหา และศาลได้อนุญาตฝากขังเป็นเวลา 7 วัน 

 

ในคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนชี้แจงว่า ที่ต้องฝากขังเพราะยังจำเป็นต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก อีกทั้งต้องตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษ พนักงานสอบสวนยังได้แจ้งว่าจะขอคัดค้านการยื่นประกันตัวของผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

 

สำหรับเหตุผลที่ศาลยกคำร้องขอประกันตัวระบุว่า เนื่องจากพฤติการณ์ ข้อกล่าวหาตามคำร้องฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง หากหลบหนีจะเสียหายมาก หากข้อกล่าวหาเป็นจริงย่อมเสี่ยงที่จะหลบหนีหรือก่อเหตุร้าย อีกทั้งผู้ต้องหาเพิ่งถูกจับกุม สมควรให้ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนสักระยะก่อน ในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีผู้ถูกออกหมายจับในคดีเดียวกันแล้ว 2 ราย ประกอบไปด้วย เอกชัย หงส์กังวาน ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว และ บุญเกื้อหนุน เป้าทอง ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน สุรนาถ ผู้ต้องหาคดี ม.110 หลังถูกจับระหว่างจะไปมอบตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>