ม็อบ 10 สิงหา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ม็อบ-10-สิงหา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Aug 2022 06:07:01 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: บรรยากาศ #ม็อบ10สิงหา ประชาธิปไตยต้องไปต่อ สดจากลานพญานาค ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต | THE STANDARD https://thestandard.co/rally-10-august/ Thu, 11 Aug 2022 06:07:01 +0000 https://thestandard.co/?p=665957

บรรยากาศ #ม็อบ10สิงหา ประชาธิปไตยต้องไปต่อ สดจากลานพญาน […]

The post ชมคลิป: บรรยากาศ #ม็อบ10สิงหา ประชาธิปไตยต้องไปต่อ สดจากลานพญานาค ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

บรรยากาศ #ม็อบ10สิงหา ประชาธิปไตยต้องไปต่อ สดจากลานพญานาค ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

The post ชมคลิป: บรรยากาศ #ม็อบ10สิงหา ประชาธิปไตยต้องไปต่อ สดจากลานพญานาค ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
#ม็อบ10สิงหา65 คืนสู่ลานพญานาค ในรอบ 2 ปี ชูเลือกตั้งครั้งหน้า คือประตูสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง https://thestandard.co/assembly-100865/ Thu, 11 Aug 2022 03:19:02 +0000 https://thestandard.co/?p=665814 ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (10 สิงหาคม) ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ […]

The post #ม็อบ10สิงหา65 คืนสู่ลานพญานาค ในรอบ 2 ปี ชูเลือกตั้งครั้งหน้า คือประตูสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (10 สิงหาคม) ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กลุ่มสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นัดหมายจัดชุมนุมในรอบ 2 ปี หลังจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้อ่านแถลงการณ์ 10 ข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ กระทั่งในเวลาต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และสั่งให้เลิกการกระทำนั้น

 

สำหรับการชุมนุมในวันนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. มีแกนนำหลายคนได้ขึ้นปราศรัยในการชุมนุมครั้งนี้ เช่น ครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เป็นต้น โดยเนื้อหาการปราศรัยส่วนใหญ่เป็นการขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งหน้าในช่วงเดือนมีนาคม 2565 ด้วยส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพียงการลงคะแนนเสียงเท่านั้น และการเรียกร้องให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มแกนนำกลุ่มราษฎร เช่น ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ เบนจา อะปัญ เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ อดีตแกนนำทั้ง 2 ราย เป็นเพียงผู้เข้าร่วมเท่านั้น 

 

ในช่วงท้ายของการปราศรัย แกนนำได้ขึ้นอ่านแถลงการณ์พร้อมกัน เพื่อประกาศเจตจำนง ยึดมั่น และยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้องคือ 

 

  1. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและองคาพยพ ต้องลาออก
  2. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
  3. ปฏิรูปสถาบันฯ ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนประชาชนให้พิจารณาการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป การเลือกตั้งในครั้งหน้าไม่ได้เป็นเพียงการออกมาใช้สิทธิเลือกผู้แทน หรือการเปลี่ยนแปลงตัวแสดงในสภา แต่ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันมองการเลือกตั้งในครั้งหน้าในฐานะปฏิบัติการทางการเมือง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ที่สุด ที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกคนจะออกมารวมพลังพร้อมกัน พื่อเป็นประตูบานแรกสู่การอภิวัฒน์ทางสังคมการเมืองอย่างแท้จริง จึงได้ขอประกาศหลักคิด 6 ประการ เพื่อเป็นรากฐานแก่ฝ่ายประชาธิปไตย ในการนำเราสู่ชัยชนะในสนามการต่อสู้ครั้งหน้า

 

  1. การเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้งทั่วไป แต่มันคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวต่อสู้ระลอกปัจจุบัน
  2. การเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการออกไปใช้สิทธิใช้เสียงทั่วๆ ไป แต่มันคือปฏิบัติการทางการเมืองในการแสดงอำนาจในเชิงจำนวนที่แท้จริงของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย
  3. การเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการลงคะแนนเสียง แต่คือตัวชี้วัดความเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อโดยรวมทั้งหมดของสังคมการเมืองไทย
  4. การเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทน แต่มันคืออาวุธในการกลับขั้วอำนาจทางการเมืองที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งไม่มีอาวุธใดสามารถทดแทนได้
  5. การเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้ง แต่เป็นการเปิดโครงสร้างโอกาสทางการเมือง และเป็นประตูบานแรกสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
  6. การเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้ง แต่มันคือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การปฏิรูปในทุกองคาพยพของสังคมอย่างแท้จริง

 

บางช่วงของแถลงการณ์ระบุด้วยว่า “ดังนั้น การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการต่อสู้ แต่มันคือจุดเริ่มต้น คือหลักชัยแรกที่พวกเราฝ่ายประชาธิปไตยจำเป็นต้องได้มา เพื่อให้ความมุ่งหวังของพวกเราในการสร้างสรรค์สังคมแห่งประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค สามารถเกิดขึ้นได้จริงบนแผ่นดินแห่งนี้”

 

หลังจากเสร็จสิ้นการปราศรัยลง กลุ่มศิลปินวงสามัญชนได้ขึ้นแสดงดนตรี เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนประกาศสิ้นสุดการชุมนุม

 

ม็อบ10สิงหา ม็อบ10สิงหา ม็อบ10สิงหา ม็อบ10สิงหา ม็อบ10สิงหา ม็อบ10สิงหา

The post #ม็อบ10สิงหา65 คืนสู่ลานพญานาค ในรอบ 2 ปี ชูเลือกตั้งครั้งหน้า คือประตูสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนอ่านคำวินิจฉัยส่วนตัว ‘อุดม’ ตุลาการเสียงข้างน้อย หนึ่งเดียว ชี้ #ม็อบ10สิงหา ไม่ล้มล้างการปกครอง https://thestandard.co/revise-personal-rulings-of-udom/ Thu, 16 Dec 2021 11:25:05 +0000 https://thestandard.co/?p=572256 อุดม

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวิน […]

The post ย้อนอ่านคำวินิจฉัยส่วนตัว ‘อุดม’ ตุลาการเสียงข้างน้อย หนึ่งเดียว ชี้ #ม็อบ10สิงหา ไม่ล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุดม

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยตามมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เสียง ว่า 3 แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ซึ่งประกอบด้วย อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทั้ง 3 คนรวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทำการที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ ‘ความเห็นส่วนตนของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 19/2564 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 เรื่อง การกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่’

 

‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ คือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อย 1 เสียงจากตุลาการทั้งหมด 9 เสียง 

 

อุดมเขียนคำวินิจฉัยความเห็นส่วนตน ใจความสำคัญมีว่า 

 

  • เมื่อพิจารณาจากคำกล่าวของผู้ถูกร้องทั้งสามแล้ว ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ที่ผู้ถูกร้องที่ 3 (ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล) กล่าวนั้น จะเห็นได้ว่ามีแผนเป็นขั้นเป็นตอน…ข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อดังกล่าว หากมีผลสำเร็จจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ เพราะการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ การจะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องดังกล่าว ที่จะต้องผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติของรัฐสภาให้ถูกต้องยังไม่ปรากฏชัดแต่อย่างใด 
  • พฤติการณ์การกระทำที่กล่าวถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวและต่อเนื่องในการชุมนุมครั้งอื่นต่อมาอีก จึงไม่ใช่การกระทำโดยกระบวนการที่ถูกต้องทางนิติบัญญัติโดยแท้จริงในขณะนี้ 
  • แต่เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงประการอื่นว่าจะมีการกระทำอย่างอื่นให้สำเร็จดังกล่าวอย่างฉับพลันทันทีในขณะนั้นโดยอำนาจประการอื่นที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ 

 

สรุป 

 

ข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องจึงยังไม่พอฟังได้ว่า การกระทำขณะเกิดเหตุเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

 

ส่วนการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นใดหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก 

 

แต่ห้ามมิให้มีการกระทำในลักษณะที่กล่าวถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวอีกต่อไป เพราะหากมีการกระทำเช่นนั้นอีกหลายครั้งต่อเนื่องกันไปเป็นระยะ จะเป็นกระบวนการที่นำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง  

 

จึงมีความเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามขณะเกิดเหตุไม่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง แต่ห้ามมิให้มีการกระทำในลักษณะที่กล่าวถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวอีกต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 74

 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 ประกอบด้วย

 

  1. วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

 

  1. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. ปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. วิรุฬห์ แสงเทียน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. นภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

  1. บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 

ผู้ร้อง 

ณฐพร โตประยูร ผู้ร้อง 

 

ผู้ถูกร้อง 

 

  1. อานนท์ นำภา ผู้ถูกร้องที่ 1 

 

  1. ภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ถูกร้องที่ 2

 

  1. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ผู้ถูกร้องที่ 3

 

  1. พริษฐ์ ชิวารักษ์ ผู้ถูกร้องที่ 4 

 

  1. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ผู้ถูกร้องที่ 5

 

  1. สิริพัชระ จึงธีรพานิช ผู้ถูกร้องที่ 6   

 

  1. สมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ถูกร้องที่ 7 

 

  1. อาทิตยา พรพรม ผู้ถูกร้องที่ 8  

 

อ้างอิง:

The post ย้อนอ่านคำวินิจฉัยส่วนตัว ‘อุดม’ ตุลาการเสียงข้างน้อย หนึ่งเดียว ชี้ #ม็อบ10สิงหา ไม่ล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูใหญ่ยื่นอัยการสูงสุด ส่งเรื่องให้ ศาล รธน. วินิจฉัยว่า คำวินิจฉัย #ม็อบ10สิงหา เป็นการล้มล้างประชาธิปไตยหรือไม่ https://thestandard.co/judgment-mob-10-august/ Thu, 09 Dec 2021 05:39:32 +0000 https://thestandard.co/?p=569354 ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (9 ธันวาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษ […]

The post ครูใหญ่ยื่นอัยการสูงสุด ส่งเรื่องให้ ศาล รธน. วินิจฉัยว่า คำวินิจฉัย #ม็อบ10สิงหา เป็นการล้มล้างประชาธิปไตยหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (9 ธันวาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก อรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุม เข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 19/2564 การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ซึ่งมี อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เป็นผู้ปราศรัย เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 49 หรือไม่ 

 

มี ประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับเรื่อง

 

อรรถพลชี้ว่า มายื่นหนังสือเพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณาข้อเท็จจริงถึงผลการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมขอให้สั่งการให้เลิกคำวินิจฉัยดังกล่าว เนื่องจากมีการนำผลของคำวินิจฉัยไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง ขยายผลกดดันพรรคการเมืองตรงข้าม เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบของประชาชน และละเมิดเสรีภาพของประชาชน 

 

ขณะที่ประยุทธ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับหนังสือ และเปิดเผยว่า ขั้นตอนจากนี้จะนำหนังสือดังกล่าวส่งต่ออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา หากมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป 

 

ส่วนกรอบเวลาในการพิจารณาคำร้อง ในฐานะทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่สามารถก้าวล่วงได้ เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด ซึ่งการดำเนินเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

The post ครูใหญ่ยื่นอัยการสูงสุด ส่งเรื่องให้ ศาล รธน. วินิจฉัยว่า คำวินิจฉัย #ม็อบ10สิงหา เป็นการล้มล้างประชาธิปไตยหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จบแล้วแต่ยังไม่จบ’ พีระพันธุ์ถอดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมล้มล้างการปกครอง ชี้ทำความผิดอาญา ไม่ใช่นักโทษทางความคิด https://thestandard.co/peeraphan-dismissed-the-constitutional-court-ruling/ Fri, 12 Nov 2021 04:40:36 +0000 https://thestandard.co/?p=558980 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภา

วานนี้ (11 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษา […]

The post ‘จบแล้วแต่ยังไม่จบ’ พีระพันธุ์ถอดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมล้มล้างการปกครอง ชี้ทำความผิดอาญา ไม่ใช่นักโทษทางความคิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภา

วานนี้ (11 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 16 พรรคประชาธิปัตย์ ไ้ด้เขียนข้อความแสดงความคิดเห็นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การชุมนุม #ม็อบ10สิงหา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นการล้มล้างการปกครองว่า

 

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 จับใจความได้ว่า การพูดถึงสถาบันหลักของชาติที่ปวงชนชาวไทยถวายความเคารพสักการะด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ในการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 มีลักษณะของการปลุกระดมและใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ เป็นการเรียกร้องโจมตีในที่สาธารณะที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายและใช้ความรุนแรงในสังคม เป็นการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ อีกทั้งเป็นการเซาะกร่อนเพื่อทำลาย หรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ดำรงอยู่คู่กันกับชาติไทยเป็นเนื้อเดียวกันนับแต่อดีตถึงปัจจุบันและจะต้องดำรงอยู่ด้วยกันต่อไปในอนาคตเพื่อธำรงความเป็นชาติไทย ต้องสิ้นสลาย ไม่ว่าจะโดยการพูด การเขียน หรือการกระทำต่างๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่า หรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อ่อนแอลง ย่อมแสดงให้เห็นถึงการมีเจตนาเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

 

พีระพันธุ์ระบุอีกว่า เป็นคำวินิจฉัยที่บอกว่าสิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องพยายามตะโกนอธิบายว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นการกระทำผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ ที่มิใช่เป็นเพียงแค่อาชญากรรมตามกฎหมายอาญาธรรมดาๆ หากแต่เป็นการบ่อนทำลายชาติและสถาบันหลักของชาติที่จะต้องดำรงอยู่คู่กันกับชาติเพื่อธำรงความเป็นชาติไทยตลอดไปให้ต้องสิ้นสลาย อันเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรงยิ่ง เป็นการตอกย้ำว่าเมื่อไรที่คนพวกนี้ต้องติดคุก พวกเขาคือ ‘นักโทษผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง’ ไม่ใช่ ‘นักโทษทางความคิด’

 

พีระพันธ์ุระบุว่า มันจบแล้ว จากนี้ไปการชุมนุมในลักษณะนี้ รวมทั้งท่อน้ำเลี้ยงและอีแอบ ผู้เป็น ‘ชนกลุ่มน้อย’ คือผู้ทำลายล้างรัฐธรรมนูญ คือผู้ทำลายล้างสถาบันฯ คือผู้ทำลายล้างชาติ คือผู้กระทำผิดอาญาร้ายแรง ไม่ใช่ผู้ใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป ข้อคลางแคลงสงสัยของผู้รักษากฎหมายจนทำให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นแบบที่ผ่านมาก็จบลงด้วย

 

ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ถูกร้องมีลักษณะเป็นขบวนการที่มีเจตนาเดียวกัน แม้เหตุการณ์ตามคำร้องผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากยังคงให้ผู้ถูกร้อง รวมทั้งกลุ่มในลักษณะองค์กรเครือข่ายกระทำการเช่นว่านั้นต่อไป ย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งว่า “…ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 รวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทำการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย…” หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้จนบ้านเมืองสิ้นสลาย ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมาพูดกันถึงปัญหาอื่นของชาติและของประชาชนอีกต่อไป

 

จึงเป็นหน้าที่ของผู้รักษากฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดทุกกลุ่มทุกระดับทั้งในประเทศและต่างประเทศมาลงโทษให้ได้ ไล่เรียงย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นวันกระทำความผิดเรื่อยมาจนปัจจุบันและอนาคต ซึ่งรวมทั้งผู้ที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ สิ่งของ ทุนทรัพย์ รวมทั้งกองเชียร์และอีแอบ ที่พูดจา ส่งเสียงเชียร์ หรือกระทำด้วยวิธีการใดให้ผู้กระทำความผิดมีจิตใจที่ ‘ฮึกเหิม’ มากยิ่งขึ้น ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลายฉบับ มิฉะนั้น ผู้รักษากฎหมายจะกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียเอง

 

“สำหรับพวกเราคนไทยทั้งปวง เรามาร่วมกันปกป้องสถาบันหลักของชาติ เพื่อธำรงความเป็นชาติของเราดีกว่าครับ” พีระพันธุ์ระบุในท้ายที่สุด

 

อ้างอิง:

The post ‘จบแล้วแต่ยังไม่จบ’ พีระพันธุ์ถอดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมล้มล้างการปกครอง ชี้ทำความผิดอาญา ไม่ใช่นักโทษทางความคิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปริญญาชี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำประชาชนสับสนเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข https://thestandard.co/prinya-thaewanarumitkul-opinion-about-constitutional-court-decision/ Thu, 11 Nov 2021 11:46:08 +0000 https://thestandard.co/?p=558855 ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ก […]

The post ปริญญาชี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำประชาชนสับสนเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย กรณีคำร้องของ ณฐพร โตประยูร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของ อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ชุมนุมปราศรัยในวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรค 1 หรือไม่ โดยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญสรุปว่า พฤติกรรมของผู้ถูกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรค 1

 

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในทางกฎหมาย วัตถุแห่งคดีของมาตรา 49 คือ มีการใช้สิทธิเสรีภาพที่เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ และหากศาลเห็นว่าเป็นการล้มล้างจริงๆ ก็มีอำนาจสั่งให้ยุติการกระทำได้ ซึ่งเป็นกลไกป้องกันตนเองของรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญให้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม และรัฐธรรมนูญก็มีกลไกในการป้องกันไม่ให้เสรีภาพที่ให้ไปนั้นย้อนกลับมาทำลายล้างรัฐธรรมนูญ หรือระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญ

 

ปริญญาชี้ว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีองค์ประกอบสองส่วน คือ ระบอบประชาธิปไตย และประมุขคือพระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญมาตรา 49 มุ่งคุ้มครองทั้งสองอย่าง ไม่ใช่แค่อย่างหนึ่งอย่างใด คือ จะเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีประมุขไม่ใช่พระมหากษัตริย์ไม่ได้ หรือ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยก็ไม่ได้ เพราะทั้งประชาธิปไตยและประมุขคือพระมหากษัตริย์นั้นต้องไปด้วยกัน เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

“รัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เขียนเรื่องนี้ไว้คือรัฐธรรมนูญปี 2492 โดยในตอนแรกนั้น รัฐธรรมนูญ 2492 บัญญัติว่า ‘ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย’ แล้วก็เว้นวรรคจากนั้นจึงตามด้วยประโยค ‘มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข’ ทำให้ชัดเจนว่ามีสองเรื่องและคุ้มครองทั้งสองอย่าง รัฐธรรมนูญหลังจากนั้นก็เว้นวรรคระหว่างสองประโยคนี้มาโดยตลอด จนถึงรัฐธรรมนูญฉบับ 2521 จึงจับสองประโยคมาติดกัน และจากนั้นฉบับปี 2534 ก็เติมคำว่า ‘อัน’ เป็นตัวเชื่อมประโยคเข้าไป เป็น ‘ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ มาจนถึงทุกวันนี้ ทีนี้พอสองประโยคนี้มาเชื่อมติดกัน ก็เลยทำให้คนจำนวนไม่น้อยสับสน และเข้าใจไปว่า ‘ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ ก็คล้ายๆ กับ ‘ระบอบราชาธิปไตย’ ซึ่งความจริงแล้วแตกต่างกันมาก เพราะระบอบราชาธิปไตยนั้นพระราชาทรงเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ส่วนระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ปริญญากล่าว

 

ปริญญากล่าวต่อไปว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็คืออำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของปวงชนชาวไทย ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ทรงอยู่เหนือการเมือง คือ ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ทูลเกล้าฯ ขึ้นไป ผิด-ถูก หรือถ้าคนจะไม่ชอบก็เป็นเรื่องของคนที่ทูลเกล้าฯ คือ นายกรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ นี่ก็คือหลัก The King Can Do No Wrong นั่นเอง คือ พระมหากษัตริย์ไม่อาจทรงกระทำผิด เพราะท่านทรงอยู่เหนือการเมือง ซึ่งมีผิดมีถูก มีคนชอบมีคนไม่ชอบ และดังนั้นจึงทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง

 

“ถ้าถามว่าการเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่นั้น ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นการล้มล้างอย่างหนึ่งอย่างใดในสองอย่าง คือล้มล้างประชาธิปไตย หรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือล้มล้างทั้งสองอย่างหรือไม่ หากไม่ได้ล้มล้างอันหนึ่งอันใด และยังอยู่ในขอบเขตของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็จะไปถือว่าเป็นการล้มล้างระบอบการปกครองไม่ได้ ส่วนจะเห็นด้วย เห็นต่าง หรือจะเป็นการไปก้าวล่วงหรือไม่ คำพูดคำจาเหมาะสมหรือเลยเถิดไปหรือไม่ หรือไปเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใดหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” ปริญญาให้ความเห็น

 

“คือถ้าเป็นแค่การปฏิรูป ไม่ใช่ให้ยกเลิก ไม่น่าถึงขั้นนับว่าเป็นการล้มล้าง ตัวอย่างของการล้มล้างระบอบการปกครองคือการรัฐประหาร ยกเลิกรัฐธรรมนูญ แล้วอำนาจก็เป็นของคณะปฏิวัติ และคณะปฏิวัติก็กลายเป็นรัฏฐาธิปัตย์ไปแทนปวงชน ทั้งนี้ ตามบรรทัดฐานของศาลฎีกาที่วางไว้ว่า คณะปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองบ้านเมืองเป็นผลสำเร็จ หัวหน้าคณะปฏิวัติสั่งสิ่งใดต่อประชาชนคือกฎหมาย และย่อมมีอำนาจยกเลิก เปลี่ยนแปลง และออกกฎหมาย ส่วนตัวเรียนว่านี่คือการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เพราะอำนาจจะตกเป็นของคณะปฏิวัติ ไม่ใช่ของประชาชนอีกต่อไป เพียงแต่ว่าคณะปฏิวัติไม่ได้แตะต้องในส่วนของประมุขคือพระมหากษัตริย์” ปริญญากล่าว 

 

“เป็นไปได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านอาจจะสับสนกับมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่า ‘พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้’ คือ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญท่านจะใช้มาตรานี้ก็ยังจะดีกว่า” ปริญญาระบุ “ถ้าพยายามเข้าใจศาลรัฐธรรมนูญ ก็เข้าใจได้ว่าศาลท่านคงพยายามตีกรอบ เพราะศาลอาจจะเห็นว่าเลยเถิดไป แต่อำนาจศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 49 มีแค่อำนาจให้หยุดการกระทำหากเป็นการล้มล้าง ศาลรัฐธรรมนูญต้องการให้หยุด ซึ่งการจะสั่งให้หยุดได้ก็ต้องวินิจฉัยก่อนว่าเป็นการล้มล้างระบอบการปกครอง ก็เลยออกมาอย่างนี้ ซึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยก็จะไปเปรียบเทียบกับตอนที่ กปปส. ล้อมหน่วยเลือกตั้ง ที่ก็มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญหลายครั้งว่าเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ศาลรัฐธรรมนูญท่านไม่รับคำร้องเลย โดยให้เหตุผลว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะมีการไปเปรียบเทียบกับการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครอง แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นเคยว่าอะไร

 

“ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ผู้ถูกร้องมีเจตนาแฝงที่จะล้มล้างไม่ใช่แค่ปฏิรูป ตามหลักกฎหมายนั้น กรรมเป็นเครื่องแสดงเจตนา ก็ต้องรอฟังคำวินิจฉัยฉบับจริงว่าศาลมีพยานหลักฐานในเรื่องกรรมหรือการกระทำอะไรของผู้ถูกร้องที่ทำให้ศาลท่านสรุปเช่นนั้น สำหรับผลในทางกฎหมายของคำวินิจฉัยคือ การให้ยุติการกระทำ แม้การกระทำจะจบลงไปแล้ว แต่ศาลคงหมายความว่าอย่าทำอีกในอนาคต ทีนี้ประเด็นสำคัญคือจะมีผลไปถึงคดีอาญาหรือไม่นั้น ผมเรียนว่าหลักกฎหมายและวิธีพิจารณาความอาญานั้นแตกต่างกันมากกับวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ คือ ทางอาญาถ้าผิดจะมีโทษทางอาญาคือจำคุก หรือรุนแรงกว่านั้น จึงต้องมีหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ และหลักพิสูจน์จนสิ้นสงสัย ศาลอาญาจึงไม่สามารถตัดการรับฟังจำเลยหรือพยานจำเลย แล้วดูแค่กระดาษอย่างเดียวได้ดังเช่นศาลรัฐธรรมนูญ” ปริญญากล่าว

 

“ขอเรียนว่า ผมรู้สึกเสียดายที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ทิ้งโอกาสในการวางหลักการของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหลัก The King Can Do No Wrong ให้คนเข้าใจ ซึ่งจะเป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะทำให้ความเห็นต่างเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย จะเห็นด้วยหรือไม่ หรือเห็นต่าง ก็ให้รับฟังกันอย่างสร้างสรรค์ แต่พอท่านตัดสินแบบนี้ ความเห็นต่างในเรื่องนี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และทำให้คนแบ่งข้างด้วยเรื่องนี้กันมากขึ้น และจะกระทบไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น สังคมจะเหวี่ยงออกจากกันเป็นสองขั้วมากขึ้น และจะนำมาซึ่งความแตกแยกในสังคมอีกครั้งได้” ปริญญากล่าวอีกว่า ตอนที่นักศึกษาจัดชุมนุมนั้น ตนเป็นรองอธิการบดีที่อนุญาตให้จัดกิจรรมการชุมนุม ก็ถูกโจมตีว่าให้ท้ายนักศึกษา ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ทราบเลยว่าจะมีข้อเรียกร้องเช่นนี้ แต่เมื่อเป็นเรื่องขึ้นมาแล้วก็ต้องมาช่วยกันหาทางออก หาทางแก้ปัญหา อยากเปรียบเทียบว่า เหมือนกับลูกที่มีข้อเสนอถึงพ่อแม่ให้พ่อแม่ปรับปรุงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เราไม่ชอบ ก็เลยบอกว่าไม่ได้ นี่คือการล้มล้างพ่อแม่ ซึ่งผลคือจะยิ่งทำให้มีปัญหากันในบ้านมากขึ้น

 

“เรียนว่าเรื่องนี้มันมีที่มาตั้งแต่การยุบพรรค แล้วเริ่มเกิดการยึดโยงไปถึงสถาบันฯ ผมเรียนว่าเรื่องนี้ปัญหาทั้งหมดจริงๆ แล้วสาเหตุหลักมาจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่ยึดมั่นในหลัก The King Can Do No Wrong ที่พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญแต่ทรงอยู่เหนือการเมือง ทำอะไรก็อ้างถึงสถาบันฯ แล้วศาลรัฐธรรมนูญเองก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจว่า พระมหากษัตริย์ทรงมายุ่งเกี่ยวในการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบ โดยประโยคที่ขาดไปคือ ‘ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ’ ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องระหว่างพระมหากษัตริย์กับนายกฯ เลยกลายเป็นว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจให้นายกฯ หรือใครก็แล้วแต่ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งหากเอาตามนี้ก็จะเป็นระบอบราชาธิปไตย ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วคนผิดแทนที่จะเป็น พล.อ. ประยุทธ์ ก็เลยกลายเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรง Do Wrong ซึ่งทำให้เรื่องจึงลุกลามไปถึงพระมหากษัตริย์ แล้วเกิดเป็นข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ไม่ทราบศาลรัฐธรรมนูญท่านเห็นที่มาที่ไปที่มาจากท่านเองด้วยตรงนี้หรือไม่” ปริญญากล่าว

 

ปริญญาเห็นว่า ตอนนี้ก็ต้องช่วยกันแก้ไขครั้งนี้ให้เรื่องที่เลยเถิดไปกลับมาอยู่ในขอบเขต โดยเรื่องของการปฏิรูปสถาบันฯ นั้น ถ้าเสนออย่างสร้างสรรค์ในขอบเขตของกฎหมาย และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งประกอบด้วยระบอบประชาธิปไตย และประมุขคือพระมหากษัตริย์ เราควรจะรับฟังกันได้ และย้ำว่ารัฐธรรมนูญของไทยนับจากเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 เราเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เปลี่ยนไม่ได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ประมุขเป็นแบบอื่น หรือประมุขเป็นพระมหากษัตริย์แต่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยก็ไม่ได้ 

 

ทั้งนี้ ปริญญากล่าวว่า เราเคยทะเลาะกันหนักกว่านี้และเคยแก้ไขกันมาได้แล้ว หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ก็เคยเกิดการฆ่านักศึกษาที่มาจากข่าวเท็จด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแก้ไขมาตรา 112 เพิ่มโทษจาก 7 ปี เป็น 15 ปี จากขั้นต่ำไม่มีก็เป็นมีขั้นต่ำ 3 ปี โดยภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา นักศึกษาก็เข้าป่าและลุกขึ้นสู้ จนเกิดนโยบาย 66/2523 เปิดโอกาสให้นักศึกษามอบตัว มอบอาวุธ โดยไม่เอาความผิด เหตุการณ์จึงสงบลงและคลี่คลายได้ จึงเป็นตัวอย่างว่าการทะเลาะกันหนักขึ้นจะทำให้เหตุการณ์ไปกันใหญ่ ดังนั้น ความเห็นต่างจึงควรอยู่ในที่ทาง ในขอบเขตคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยให้มีการปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอกันและอย่างยุติธรรม 

 

“คราวนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่อย่าให้มันถึงขั้นเหวี่ยงกันแรงไปกว่านี้ โดยควรจะลดแรงเหวี่ยงลงทั้งสองข้าง ตนขอเสนอแนะว่า ให้ความเห็นต่างของเรานั้นเป็นความเห็นต่างที่อยู่ในขอบเขตของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยากชวนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ หากมีลูกๆ หลานๆ ในบ้านเห็นต่าง อาจจะพูดจาท้าทาย ฟังแล้วรู้สึกไม่ชอบ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังต้องอยู่ในบ้านเดียวกัน จึงต้องหาทางพูดคุยกันต่อไปให้ได้ การใช้วิธีการแบบที่ศาลรัฐธรรมนูญทำ คือ ห้ามโดยไม่ได้ยึดโยงหลักกฎหมายให้คนยอมรับได้นั้น ไม่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงอยากให้ใช้สันติภาพ และกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย คือ ใช้หลักกฎหมาย รับฟังข้อเท็จจริงเพียงพอ และต้องปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอกัน ปัญหาความแตกแยกนี้ก็จะเบาลงมาและแก้ไขได้ในที่สุดครับ” ปริญญากล่าวปิดท้าย

 

ภาพ: แฟ้มภาพ 

The post ปริญญาชี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำประชาชนสับสนเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมวาทะ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชุมนุม 10 สิงหาคม 2563 เป็นการล้มล้างการปกครอง https://thestandard.co/constitutional-court-institutional-reform-proposal/ Thu, 11 Nov 2021 08:33:16 +0000 https://thestandard.co/?p=558714 constitutional-court-institutional-reform-proposal

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำนิจฉัยกรณีการช […]

The post รวมวาทะ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชุมนุม 10 สิงหาคม 2563 เป็นการล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
constitutional-court-institutional-reform-proposal

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำนิจฉัยกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตร 49 และให้เลิกกระทำการ ในเวลาต่อมาก็มีการแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัย ทั้งนักวิชาการ แกนนำความเคลื่อนไหว ทนายความในคดีดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์ #ปฏิรูปไม่ใช่ล้มล้าง ที่เกิดข้อถกเถียงเป็นจำนวนมาก

 

THE STANDARD รวมวาทะหลังการศาลรัฐธรรมอ่านคำนิจฉัยเสร็จสิ้น

 

อ่านสรุปคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ:

 

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

constitutional-court-institutional-reform-proposal

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post รวมวาทะ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชุมนุม 10 สิงหาคม 2563 เป็นการล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธาชี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้นพาประเทศสู่ความสุ่มเสี่ยง-คับแคบ ไม่มีทางสร้างชาติให้มั่นคงได้ https://thestandard.co/phitha-pointed-out-the-ruling-of-the-constitutional-court/ Thu, 11 Nov 2021 02:25:14 +0000 https://thestandard.co/?p=558512 พรรคก้าวไกล

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้ […]

The post พิธาชี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้นพาประเทศสู่ความสุ่มเสี่ยง-คับแคบ ไม่มีทางสร้างชาติให้มั่นคงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคก้าวไกล

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีการชุมนุม 10 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะขีดเส้นทางที่สุ่มเสี่ยงและคับแคบให้แก่สังคมไทย

 

พิธาระบุว่า ในขณะที่การประชุม Universal Periodic Review หรือ UPR ของสหประชาชาติเพื่อทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ หลายประเทศ ตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงถึงท่าทีของประเทศไทยต่อเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยตัวแทนของประเทศไทยพยายามแก้ต่างกับนานาชาติว่า เรื่องกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นประเด็นที่คนไทยสามารถถกเถียง และแก้ไขกฎหมายได้ผ่านกลไกรัฐสภา

 

ตัดภาพกลับมาที่ศาลรัฐธรรมนูญในเวลาไล่เลี่ยกัน ศาลได้วินิจฉัยให้การกระทำรวมถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเพื่อขอให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ รวมถึงให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครอง ซึ่งคำวินิจฉัยที่น่ากังขานี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับสิ่งที่ตัวแทนประเทศไทยได้ชี้แจงกับนานาประเทศ

 

แต่ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ผลของคำวินิจฉัยในวันนี้อาจจะนำพาสังคมไทยมุ่งหน้าไปบนเส้นทางที่น่าเป็นห่วง สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญทำในวันนี้เป็นมากกว่าคำวินิจฉัย แต่เป็นการขีดอนาคตประเทศไทยให้เดินไปตามเส้นทางที่สุ่มเสี่ยงและคับแคบ

 

พรรคก้าวไกลเชื่อเสมอว่า การปกป้องสิ่งหนึ่งไม่จำเป็นต้องทำลายอีกสิ่งหนึ่ง เราสามารถปกป้องสิ่งที่เรารักด้วยการพยายามปรับเข้าหากันบนฐานของเหตุและผล

 

ประเทศไทยไม่ได้อับจนหนทางขนาดที่ผู้มีอำนาจต้องกอดแน่นอยู่กับอดีต แล้วกระทำต่อผู้คนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในฐานะภัยต่อความมั่นคงของชาติ

 

ประเทศไทยไม่ได้อับจนหนทางขนาดที่ผู้มีอำนาจต้องมองคนรุ่นใหม่เป็นศัตรู แล้วหันปากกระบอกปืนเข้าใส่อนาคตของชาติ

 

ความพยายามที่จะทำลายอีกฝ่ายหนึ่งลงอย่างราบคาบของผู้มีอำนาจในห้วงเวลาที่ประเทศต้องการอนาคตมากที่สุดเช่นนี้ ไม่มีทางสร้างชาติที่มั่นคงได้เลย

 

“สุดท้ายผมและพรรคก้าวไกลยังเชื่อว่า สังคมไทยยังพอมีเวลาที่จะเลือกทางเดินอีกแบบ เพื่อไปสู่อนาคตที่ชาติเป็นของคนทุกคนโดยเสมอหน้ากัน พวกเรายังยืนยันที่จะทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างดีที่สุด เพื่อเดินทางไปข้างหน้าร่วมกันกับประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม” พิธาระบุทิ้งท้าย

The post พิธาชี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้นพาประเทศสู่ความสุ่มเสี่ยง-คับแคบ ไม่มีทางสร้างชาติให้มั่นคงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จับตา ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ชุมนุม 10 สิงหาฯ ล้มล้างการปกครองหรือไม่ https://thestandard.co/constitutional-court-decision-2/ Wed, 10 Nov 2021 11:08:14 +0000 https://thestandard.co/?p=558377 Constitutional Court decision

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/vid […]

The post ชมคลิป: จับตา ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ชุมนุม 10 สิงหาฯ ล้มล้างการปกครองหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Constitutional Court decision

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

 

วิดีโอ: วชิระ มากทรัพย์

The post ชมคลิป: จับตา ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ชุมนุม 10 สิงหาฯ ล้มล้างการปกครองหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุการณ์ หลังศาลวินิจฉัยชุมนุม 10 สิงหา ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ เป็นการล้มล้างการปกครอง https://thestandard.co/constitutional-court-decision/ Wed, 10 Nov 2021 10:50:46 +0000 https://thestandard.co/?p=558364 Constitutional Court decision

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) บรรยากาศภายนอกศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะ […]

The post สรุปเหตุการณ์ หลังศาลวินิจฉัยชุมนุม 10 สิงหา ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ เป็นการล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Constitutional Court decision

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) บรรยากาศภายนอกศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญยังอ่านคำวินิจฉัยกรณี ณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของอานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ในการชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรค 1 หรือไม่ 

 

ต่อมาในเวลา 15.30 น. ปนัสยาได้เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดี เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมตามที่ผู้ถูกร้องร้องขอ และออกมานั่งฟังการวินิจฉัยอยู่ด้านนอกพร้อมกับมวลชนที่มาร่วมให้กำลังใจ 

 

หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสร็จสิ้นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 พร้อมสั่งการให้ผู้ถูกร้องเลิกกระทำการลักษณะนี้ต่อไปในอนาคต 

 

ปนัสยาได้อ่านแถลงการณ์ใจความว่า ไม่อาจเห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับยืนยันว่า 10 ข้อเรียกร้อง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือมีเจตนาเป็นไปเพื่อล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง และไม่เป็นการกระทำที่มีเจตนาเพื่อทำลายหรือล้างผลาญให้สูญสิ้นสลายหมดไปตามที่ ณฐพร โตประยูร ผู้ร้องกล่าวอ้าง 

 

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า กังวลหรือไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้จะมีผลผูกพันไปถึงคดีอื่นด้วย ปนัสยากล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ แต่ก็อาจจะมีผลไปถึงคดีอาญาอื่นได้ แต่ก็กังวลว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าล้มล้างการปกครองแล้ว การล่ารายชื่อให้ยกเลิกมาตรา 112 นั้น จะนำเข้าสู่สภาได้อีกหรือไม่ จึงขอเวลาในการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ แต่ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ต่อไป จนกว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน

 

ด้านกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า หลังจากนี้จะนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง ว่ามีส่วนใดที่คำวินิจฉัยเกินอำนาจศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงไปกระทบต่อสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญกำหนด ตามมาตรา 49 วรรค 2 หรือไม่ เนื่องจากมีคำสั่งห้ามบุคคลอื่นหรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการในลักษณะนี้อีกในอนาคต 

 

พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าหลักฐานของฝั่งผู้ร้องครบถ้วนตามกระบวนการหรือไม่ เพราะแม้แต่การขอไต่สวนพยานทั้ง 8 ปากของฝั่งผู้ถูกร้อง ก็ถูกคัดค้านจากศาลรัฐธรรมนูญ

 

Constitutional Court decision Constitutional Court decision Constitutional Court decision Constitutional Court decision Constitutional Court decision Constitutional Court decision Constitutional Court decision Constitutional Court decision

The post สรุปเหตุการณ์ หลังศาลวินิจฉัยชุมนุม 10 สิงหา ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ เป็นการล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลชี้ชุมนุม 10 สิงหา ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน เป็นการล้มล้างการปกครอง และให้เลิกกระทำการในอนาคต https://thestandard.co/constitutional-court-institutional-reform-proposal-is-overthrow-of-rule/ Wed, 10 Nov 2021 10:38:55 +0000 https://thestandard.co/?p=558358 ปฏิรูปสถาบัน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ศาลวินิจฉัยว่า กรณีการชุมนุมปราศร […]

The post ศาลชี้ชุมนุม 10 สิงหา ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน เป็นการล้มล้างการปกครอง และให้เลิกกระทำการในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปฏิรูปสถาบัน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ศาลวินิจฉัยว่า กรณีการชุมนุมปราศรัยของอานนท์, ภาณุพงศ์ และปนัสยา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่าเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 แม้การชุมนุมจะเลิกไปแล้ว แต่ยังมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง กระทำผิดซ้ำ และขอให้เลิกการกระทำในอนาคต

 

ขณะที่รายละเอียดคำวินิจฉัย สรุปเบื้องต้น โดยศาลรัฐธรรมนูญระบุ การกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1, 2 และ 3 เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีการจัดตั้งกลุ่มในลักษณะเครือข่าย อภิปราย ปลุกเร้า ทำให้เกิดความวุ่นวาย แตกแยกในสังคม มีการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ในการชุมนุมหลายครั้ง มีการลบแถบสีน้ำเงินในธงชาติ เป็นการละเมิดมาตรา 6 ตามรัฐธรรมนูญ

 

ศาลยังระบุว่า พระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป และอยู่ในสถานะเคารพสักการะ จะถูกละเมิดมิได้ เพื่อธำรงความเป็นชาติไทยไว้ ขณะที่ประวัติศาตร์การปกครอง อำนาจการปกครองเป็นของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และราชอาณาจักรไทยได้ธำรงการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาโดยตลอด

The post ศาลชี้ชุมนุม 10 สิงหา ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน เป็นการล้มล้างการปกครอง และให้เลิกกระทำการในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจแสดงหมายจับ ‘เบนจา อะปัญ’ คุมตัวไป สน.ทองหล่อ คดีชุมนุม #ม็อบ10สิงหา อ่านแถลงการณ์ 5 ข้อหน้าซิโน-ไทย https://thestandard.co/arrest-warrant-for-benja-apan/ Thu, 07 Oct 2021 12:33:24 +0000 https://thestandard.co/?p=545898 Benja Apan

วันนี้ (7 ตุลาคม) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบา […]

The post ตำรวจแสดงหมายจับ ‘เบนจา อะปัญ’ คุมตัวไป สน.ทองหล่อ คดีชุมนุม #ม็อบ10สิงหา อ่านแถลงการณ์ 5 ข้อหน้าซิโน-ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Benja Apan

วันนี้ (7 ตุลาคม) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ลุมพินี เบนจา อะปัญ สมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาจากคดีความฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีการชุมนุมวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ที่บริเวณแยกราชประสงค์​ 

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่า เบนจาถูกออกหมายจับโดยเป็นหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 241/2564 ลงวันที่ 3 กันยายน 2564 ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอามาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนร่วมกันมากกว่า 5 คนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และร่วมชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากการชุมนุมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 โดยเบนจาได้อ่านประกาศแถลงการณ์ 5 ข้อเรียกร้องที่หน้าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จึงควบคุมตัว ก่อนนำส่ง สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

The post ตำรวจแสดงหมายจับ ‘เบนจา อะปัญ’ คุมตัวไป สน.ทองหล่อ คดีชุมนุม #ม็อบ10สิงหา อ่านแถลงการณ์ 5 ข้อหน้าซิโน-ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย ‘อานนท์-ไมค์-รุ้ง’ ปราศรัยชุมนุม 10 ส.ค. 2563 ล้มล้างการปกครองหรือไม่ 10 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/constitutional-court-to-read-the-ruling-anon-mike-rung/ Wed, 22 Sep 2021 12:50:32 +0000 https://thestandard.co/?p=539512 อานนท์-ไมค์-รุ้ง

วันนี้ (22 กันยายน) ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่ […]

The post ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย ‘อานนท์-ไมค์-รุ้ง’ ปราศรัยชุมนุม 10 ส.ค. 2563 ล้มล้างการปกครองหรือไม่ 10 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อานนท์-ไมค์-รุ้ง

วันนี้ (22 กันยายน) ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่ ณฐพร โตประยูร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของ อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง, พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, สิริพัชระ จึงธีรพานิช, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ อาทิตยา พรพรม รวม 8 คน ชุมนุมปราศรัยเพื่อเสนอข้อเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

.

โดยศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเฉพาะการกระทำในการชุมนุมปราศรัยของอานนท์, ภาณุพงศ์ และ ปนัสยา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องทั้ง 3 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอัยการสูงสุด สถานีตำรวจภูธร (สภ.) คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง 

 

โดยศาลเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เวลา 15.00 น.

The post ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย ‘อานนท์-ไมค์-รุ้ง’ ปราศรัยชุมนุม 10 ส.ค. 2563 ล้มล้างการปกครองหรือไม่ 10 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. เผย จับกุมผู้ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา 48 คน ยึดมอเตอร์ไซค์ 122 คัน พร้อมปรับกำลังรับมือ ยังไม่ขอกำลังทหาร https://thestandard.co/carmob-100864-7/ Wed, 11 Aug 2021 06:44:26 +0000 https://thestandard.co/?p=524157 Phukphong Phongpetra

วันนี้ (11 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผู้บัญชาก […]

The post ผบช.น. เผย จับกุมผู้ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา 48 คน ยึดมอเตอร์ไซค์ 122 คัน พร้อมปรับกำลังรับมือ ยังไม่ขอกำลังทหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phukphong Phongpetra

วันนี้ (11 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงสรุปการชุมนุมของเครือข่ายแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่จัดกิจกรรมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มต้นคือบริเวณแยกราชประสงค์ และเคลื่อนขบวนไปยังเส้นทางต่างๆ ได้แก่ ซิโน-ไทย ทาวเวอร์, ถนนพระราม 9 บริษัทของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และกลุ่มบริษัท King Power ซอยรางน้ำ ขณะที่บางส่วนเคลื่อนไปยังบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่เกรงว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนโดยรอบได้ เจ้าหน้าที่จึงมีการประกาศเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มใช้หนังสติ๊ก ลูกแก้ว และพลุ ยิงใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงมีการตอบโต้ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 นาย อีกทั้งจากการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณโดยรอบการชุมนุม ตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มพกอาวุธ เช่น หนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกเหล็ก เพื่อนำมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ชุมนุม

 

จากกรณีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 48 คน เป็นชาย 45 คน หญิง 3 คน ​(ผู้ใหญ่ 33 คน เยาวชน 15 คน) โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีในข้อหารวมตัวกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป, ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน, ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ไม่ทำตามคำสั่งเจ้าพนักงาน และเผาทำลายทรัพย์สิน โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อหาเป็นรายบุคคลไป

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 122 คัน บางส่วนพบว่าไม่มีป้ายทะเบียนและหนังสือจดทะเบียน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบว่ามาร่วมชุมนุมก็จะดำเนินคดี

 

พร้อมยืนยันว่าอาวุธที่เจ้าหน้าที่ใช้ ได้รับมาตรฐานสากลและถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ในส่วนของประชาชนบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เจ้าหน้าที่จะพยายามหลีกเลี่ยงเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ เปิดเผยอีกว่า ตามที่กลุ่มทะลุฟ้ามีการประกาศนัดชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อไปกรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิตในวันนี้ ยืนยันว่าตำรวจเตรียมกำลังและความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์แล้ว แม้จะพบว่าการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมามีการใช้กระสุนจริงกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชุมนุมแต่ตำรวจยังมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และตำรวจยังคงใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนตามหลักสากล โดยไม่ได้ใช้อาวุธปืน พร้อมทั้งยืนยันว่าตำรวจไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ชุมนุม เพียงแต่รักษาความสงบและบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แต่หากพบว่าสถานการณ์ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นการก่อจลาจลหรือก่อเหตุร้าย ก็จะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง พร้อมย้ำว่าขณะนี้ตำรวจยังควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้ ยังไม่ต้องขอกำลังสนับสนุนจากทหาร

 

ด้าน พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ยอมรับว่า การเปลี่ยนรูปแบบการชุมนุมเป็นคาร์ม็อบทำให้เกิดผลกระทบด้านการจราจรเป็นวงกว้าง เนื่องจากการกำหนดเป้าหมายและเส้นทางไม่แน่นอน ประกอบกับมีการเผาทำลายตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร เมื่อผู้ชุมนุมเลิกแล้วจึงไม่สามารถคุมสัญญาณไฟได้จนเกิดผลกระทบกว้างขึ้น ส่วนการชุมนุมในวันนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเส้นทางโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แก่ ถนนพญาไท, ถนนพหลโยธิน, ถนนดินแดง, ถนนราชวิถี, ซอยพหลโยธิน 2, ทางลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และถนนวิภาวดีรังสิต ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไปใช้ถนนรอบนอกเส้นทางดังกล่าว และสามารถติดตามข่าวสารได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.trafficpolice.go.th หรือเฟซบุ๊ก 1197สายด่วนจราจร

The post ผบช.น. เผย จับกุมผู้ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา 48 คน ยึดมอเตอร์ไซค์ 122 คัน พร้อมปรับกำลังรับมือ ยังไม่ขอกำลังทหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพสถานการณ์ชุมนุมแยกดินแดง https://thestandard.co/carmob-100864-6/ Tue, 10 Aug 2021 14:21:42 +0000 https://thestandard.co/?p=523936 ม็อบ 10 สิงหา

วันนี้ (10 สิงหาคม) สถานการณ์การชุมนุมตั้งแต่ช่วงเวลา 1 […]

The post ประมวลภาพสถานการณ์ชุมนุมแยกดินแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบ 10 สิงหา

วันนี้ (10 สิงหาคม) สถานการณ์การชุมนุมตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้รถน้ำเข้าสกัดกั้นผู้ชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ทำให้สถานการณ์มีความตึงเครียดมากขึ้น

 

ขณะที่ในเวลาต่อมา พบมีการทุบตู้จราจรกลางแยกพร้อมเผาหุ่นฟาง ก่อนที่ตู้จราจรจะเกิดเพลิงไหม้ จากนั้นตำรวจได้ทำการยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังตำรวจบางส่วนยิงกระสุนยางจากบนทางด่วนด้วย

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมซึ่งจัดกิจกรรมคาร์ม็อบในวันนี้ ได้ประกาศยุติการชุมนุมผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณโดยรอบกลับบ้านและประกาศกับประชาชนว่ามีความจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์

 

สถานการณ์ยังคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่เดินแถวเข้าสลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงออกมา รวมถึงฝั่งเจ้าหน้าที่ด้วย

 

 

ภาพ: ภานุมาศ สงวนวงษ์, ธนัญชัย แก้วโสวัฒนะ / Thai News Pix

ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม / THE STANDARD

The post ประมวลภาพสถานการณ์ชุมนุมแยกดินแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บรรยากาศล่าสุด #ม็อบ10สิงหา บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง หลังประกาศยุติชุมนุม https://thestandard.co/carmob-100864-5/ Tue, 10 Aug 2021 12:43:59 +0000 https://thestandard.co/?p=523898

บรรยากาศล่าสุด #ม็อบ10สิงหา บริเวณสามเหลี่ยมด […]

The post ชมคลิป: บรรยากาศล่าสุด #ม็อบ10สิงหา บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง หลังประกาศยุติชุมนุม appeared first on THE STANDARD.

]]>

บรรยากาศล่าสุด #ม็อบ10สิงหา บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง หลังประกาศยุติชุมนุม

 

The post ชมคลิป: บรรยากาศล่าสุด #ม็อบ10สิงหา บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง หลังประกาศยุติชุมนุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา เคลื่อนคาร์ม็อบจากแยกราชประสงค์ไปไล่เครือข่ายรัฐบาล https://thestandard.co/carmob-100864-4/ Tue, 10 Aug 2021 11:55:31 +0000 https://thestandard.co/?p=523861 ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (10 สิงหาคม) ตั้งแต่เวลา 14.00 น. กลุ่มแนวร่วมธร […]

The post แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา เคลื่อนคาร์ม็อบจากแยกราชประสงค์ไปไล่เครือข่ายรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (10 สิงหาคม) ตั้งแต่เวลา 14.00 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เคลื่อนขบวนคาร์ม็อบออกจากแยกราชประสงค์ เพื่อทำกิจกรรมขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเครือข่ายรัฐบาล 

 

เวลา 14.40 น. เคลื่อนขบวนถึงหน้าอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ ถนนอโศกมนตรี เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเป็นต้นเหตุที่ทำให้การจัดสรรวัคซีนมีปัญหา และซิโน-ไทย เป็นกลุ่มนายทุนที่สนับสนุนรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์

 

ต่อมา เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วม อ่านประกาศฉบับที่ 2 ของกลุ่ม โดยใจความสำคัญคือการประกาศหมุดหมายสำคัญของขบวนการ เพื่อแสดงจุดยืนของกลุ่มให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยมุ่งเป้าตรงไปยังนายทุน ขุนศึก และศักดินา 3 รากเหง้าปัญหา ซึ่งเป็นตัวถ่วงรั้งความเจริญของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก และให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ตามวิถีประชาธิปไตย ไม่ใช่วิถีเผด็จการ และเป็นรัฐบาลของประชาชน ซึ่งจะต้องเข้ามาดำเนินการ 5 ข้อ คือ

 

  • ควบคุมสถานการณ์โรคระบาดให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ
  • แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปกติ
  • ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 
  • ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างสถาบันการเมือง กองทัพ ศาล และสถาบัน เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ
  • คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับประชาชน

 

จากนั้นได้บีบแตร และสาดสีใส่ป้ายชื่อบริษัท รวมถึงมีการปาหุ่นผ้าขนาดเล็กเสมือนร่างของผู้เสียชีวิตจากโควิดเพราะการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล และโปรยกระดาษข้อเรียกร้อง

 

เวลา 15.25 น. จากนั้นกลุ่มแนวร่วมได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังจุดที่สอง ที่กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าคือที่ตั้งบริษัทของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่อยู่บริเวณถนนอโศก-ดินแดง ผู้ชุมนุมได้นำหุ่นผ้าลักษณะเดียวกันมาวางไว้ใต้สะพาน หน้าปากซอยทางเข้าบริษัท จากนั้นเคลื่อนขบวนต่อมาที่หน้าคิง เพาเวอร์ ถนนรางน้ำ เมื่อมาถึงแกนนำได้ปราศรัยให้เหตุผลว่าที่ต้องมาที่นี่ เพราะกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ มีการสนับสนุนและเป็นนายทุนของรัฐบาล จากนั้นได้ทำกิจกรรมปาสีใส่ป้ายชื่อ ก่อนที่ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หนึ่งในแกนนำจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 17.10 น. โดยระบุว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสิ้นสุดกิจกรรมในวันนี้ แต่การต่อสู่ยังไม่สิ้นสุด โดยให้มวลชนแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางแยกดินแดง

 

The post แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา เคลื่อนคาร์ม็อบจากแยกราชประสงค์ไปไล่เครือข่ายรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.น. แถลง ดำเนินคดีชุมนุมรวมแล้ว 300 คดี อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล 104 คดี https://thestandard.co/police-announced-reported-300-cases-on-rally/ Tue, 10 Aug 2021 10:11:46 +0000 https://thestandard.co/?p=523809 ปิยะ ต๊ะวิชัย

วันนี้ (10 สิงหาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำ […]

The post บช.น. แถลง ดำเนินคดีชุมนุมรวมแล้ว 300 คดี อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล 104 คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยะ ต๊ะวิชัย

วันนี้ (10 สิงหาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ทางการเมืองในวันที่ 10 สิงหาคม

 

พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่าการชุมนุมในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ นัดรวมตัวกันบริเวณแยกราชประสงค์ มีการเคลื่อนขบวนไปยัง แยกราชประสงค์, แยกอโศก, บริษัทซิโน-ไทยฯ, ถนนพระราม 9, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และห้าแยกลาดพร้าว จึงขอเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประกาศควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งกิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 โดยการขับขี่รถยนต์ในลักษณะรวมกันเป็นจำนวนมากบนท้องถนนถือมีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก

 

ซึ่งการดำเนินคดีในห้วงที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 300 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 196 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 104 คดี และจะพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่กระทำผิดต่อไป

 

รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง ส่วนการนำอาวุธ อาทิ หนังสติ๊ก ที่นำมาซุกซ่อนบนรถพยาบาล รวมถึงกระเป๋าอื่นๆ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนขบวนไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และอาจจะมีการเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้าศาลอาญา ซึ่งได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้กว่า 4 กองร้อย รวมถึงบริเวณที่เกี่ยวข้องทั้งต้นทางและปลายทาง

 

ส่วน พล.ต.ต. จิรสันต์ กล่าวถึงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมากที่สุด คือจุดรวมตัวบริเวณโดยรอบแยกราชประสงค์ แนะนำให้หลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริถึงแยกประตูน้ำ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเฉลิมเผ่าถึงแยกราชประสงค์ ถนนเพลินจิตตั้งแต่แยกราชประสงค์ถึงแยกชิดลม

The post บช.น. แถลง ดำเนินคดีชุมนุมรวมแล้ว 300 คดี อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล 104 คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา จัดขบวนคาร์ม็อบ เคลื่อนออกจากแยกราชประสงค์ https://thestandard.co/carmob-100864-3/ Tue, 10 Aug 2021 08:50:56 +0000 https://thestandard.co/?p=523750 ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (9 สิงหาคม) เมื่อเวลา 13.30 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศ […]

The post แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา จัดขบวนคาร์ม็อบ เคลื่อนออกจากแยกราชประสงค์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบ10สิงหา

วันนี้ (9 สิงหาคม) เมื่อเวลา 13.30 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่นัดรวมตัวจัดกิจกรรมคาร์ม็อบบริเวณแยกราชประสงค์ ได้มีการตั้งหัวขบวนบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า และจะเคลื่อนขบวนไปทางเพลินจิต ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป้าหมายของการชุมนุมในครั้งนี้จะไปหยุดที่บริเวณใด

 

ในเวลาต่อมาได้มีการประกาศเพิ่มเติมจากเฟซบุ๊กของกลุ่มว่าจะมุ่งหน้าจากแยกอโศกไปยังอาคารซิโน-ไทย ซึ่งเป็นธุรกิจของตระกูล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

 

ภาพ: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

The post แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุม #ม็อบ10สิงหา จัดขบวนคาร์ม็อบ เคลื่อนออกจากแยกราชประสงค์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: 15.20 #ม็อบ10สิงหา คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ https://thestandard.co/carmob-100864/ Tue, 10 Aug 2021 08:35:01 +0000 https://thestandard.co/?p=523751 ม็อบ 10 สิงหา

15.20 #ม็อบ10สิงหา คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์

The post ชมคลิป: 15.20 #ม็อบ10สิงหา คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบ 10 สิงหา

15.20 #ม็อบ10สิงหา คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์

The post ชมคลิป: 15.20 #ม็อบ10สิงหา คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>