ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ม็อบแฮร์รี่-พอตเตอร์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 29 Apr 2024 07:55:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลอาญาจำคุก ‘ทนายอานนท์’ 2 ปี 20 วัน คดี ม.112 ปราศรัยในม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ 2 เมื่อปี 2564 https://thestandard.co/arnon-convicted-lese-majeste-harry-potter-protest/ Mon, 29 Apr 2024 07:55:23 +0000 https://thestandard.co/?p=928032 ทนายอานนท์

วันนี้ (29 เมษายน) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศา […]

The post ศาลอาญาจำคุก ‘ทนายอานนท์’ 2 ปี 20 วัน คดี ม.112 ปราศรัยในม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ 2 เมื่อปี 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายอานนท์

วันนี้ (29 เมษายน) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ1676/2564 พนักงานอัยการ สำนักงานอาญากรุงเทพใต้ ยื่นฟ้อง อานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

 

ในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง

 

จากกรณีที่จัดการปราศรัยถึงข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ ในกิจกรรม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน’ หรือ #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์2 ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 

 

ศาลพิเคราะห์พยานคู่ความทั้งสองฝ่ายรับฟังได้ว่า พยานโจทก์ทั้งผู้ที่ได้ยิน ได้ฟังจำเลยกล่าวปราศรัยในวันเกิดเหตุ และที่ได้ทราบและอ่านคำกล่าวปราศรัยของจำเลยในภายหลัง ล้วนเบิกความให้ความเห็นสรุปรวมว่า จำเลยกล่าวใส่ความสถาบันฯ กล่าวหมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ แม้ว่าจำเลยจะเบิกความว่า จำเลยวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา พูดเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ และออกมาเรียกร้อง 

 

เมื่อพิจารณาถึงข้อความคำปราศรัยของจำเลยตามแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยมุ่งหมายกล่าวถึงรัชกาลที่ 10 โดยตรง หากจำเลยมุ่งหมายจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์และวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล​จำเลยก็หาต้องกล่าวถึงในลักษณะดังกล่าวในคำปราศรัยด้วยไม่ ไม่มีเหตุจำเป็นอย่างใดที่จำเลยจะต้องยกเอาสถาบันอันเป็นที่เคารพของประชาชนมากล่าวเปรียบเทียบเปรียบเปรยในทางที่เสื่อมเสีย

 

อีกทั้งเมื่อพิจารณาข้อความคำปราศรัยและบริบทในการอ้างพระนามในคำปราศรัยแล้ว เห็นว่าจำเลยเจตนาให้ประชาชนหรือผู้ที่ได้ฟังคำปราศรัย เป็นการใส่ความทำให้เสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ด้อยค่า 

 

ข้ออ้างของจำเลยที่นำสืบดังกล่าวขัดต่อเหตุผล ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติเหตุยกเว้นความผิดหรือยกเว้นโทษได้ทำนองเดียวกันกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 และ 330 การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 และ 18, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 และ 51, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง มาตรา 4 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

 

ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ จำคุก 3 ปี 

 

ฐานร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ 

 

เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 เดือน 

 

ฐานร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 150 บาท

 

ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละ 1 ใน 3 

 

คงจำคุกฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ จำคุก 2 ปี 

 

ฐานร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 20 วัน 

 

ฐานร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 100 บาท 

 

คงจำคุกรวม 2 ปี 20 วัน และปรับ 100 บาท 

 

ให้นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 2841/2566 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 56/2567 ของศาลอาญา ริบเครื่องปั่นไฟ จำนวน 1 เครื่อง ลำโพง 8 ตัว พาวเวอร์แอมป์ 1 เครื่อง เครื่องผสมสัญญาณเสียง 1 เครื่อง เครื่องรับสัญญาณไมโครโฟน 1 ตัว และไมโครโฟนไร้สาย 2 ตัว

 

ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รายงานว่า ปัจจุบันอานนท์ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคดีมาตรา 112 รวม 3 คดีด้วยกัน รวมโทษจำคุกหลังลดหย่อนของทั้ง 3 คดีแล้วอยู่ที่ 10 ปี 20 วัน

 

ทั้งนี้ อานนท์ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จากการปราศรัยและโพสต์ข้อความในช่วงปี 2563-2564 รวมทั้งสิ้น 14 คดี

The post ศาลอาญาจำคุก ‘ทนายอานนท์’ 2 ปี 20 วัน คดี ม.112 ปราศรัยในม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ 2 เมื่อปี 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแขวงดุสิตยกฟ้องมายด์และพวก จัดชุมนุมม็อบแฮร์รี่ฯ ปี 2563 ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับคนละ 200 บาท ใช้เครื่องเสียง https://thestandard.co/dusit-court-dismiss-harry-mob/ Mon, 28 Nov 2022 12:40:39 +0000 https://thestandard.co/?p=716885 ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ศาลแขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ศาลน […]

The post ศาลแขวงดุสิตยกฟ้องมายด์และพวก จัดชุมนุมม็อบแฮร์รี่ฯ ปี 2563 ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับคนละ 200 บาท ใช้เครื่องเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ศาลแขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีการชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย หรือ #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวงเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ชลธิชา แจ้งเร็ว, สุวรรณา ตาลเหล็ก, ณรงค์ ดวงแก้ว, ชูเวช เดชดิษฐรักษ์, ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ และ ชาติชาย แกดำ จำเลยทั้ง 6 ในความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินฯ, พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 จําเลยทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นแกนนํากลุ่มเครือข่ายต่างๆ และเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ หรือเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบให้มีกิจกรรมการรวมกลุ่มชุมนุมสาธารณะ ร่วมกับ อานนท์ นําภา พวกของจําเลย ซึ่งถูกแยกฟ้องเป็นอีกคดีที่ศาลอาญา (คดีมาตรา 112) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘ชุมนุมเพื่อขับไล่จอมวายร้าย และปกป้องประชาธิปไตย ด้วยการร่วมกันเสกคาถาผู้พิทักษ์ เพื่อปกป้องประชาธิปไตย และขับไล่อํานาจมืดจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการตั้งเวทีปราศรัยอยู่บริเวณทางเท้าฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์ รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดําเนินกลาง 

 

ต่อมาพวกจำเลยชักชวนให้ประชาชนมาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย โดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของ พ.ต.อ. วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร หัวหน้าสถานีตํารวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขว่าการจัดการชุมนุมต้องให้ความสะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ข้อความหรือป้ายต่างๆ ต้องเป็นข้อความที่ไม่หมิ่นประมาท ดูหมิ่นผู้อื่น และต้องไม่ยุยงปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 

 

ขณะที่จําเลยทั้ง 6 คนได้ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีพูด ร้องเพลง ปราศรัยโจมตีรัฐบาล เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เรียกร้องให้ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

 

ซึ่งมีประชาชนสนใจเข้าร่วมชุมนุมและรับฟังปราศรัยจํานวนมาก ประมาณ 200-300 คน ยืนกันหนาแน่นแออัด ไม่เว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ผู้ใช้ทางเท้าได้รับความเดือดร้อน ไม่สะดวกในการสัญจรผ่านตามปกติ 

 

ประชาชนผู้ร่วมชุมนุมมีลักษณะสนใจฟังและคล้อยตามคําพูดของจําเลยทั้ง 6 กับพวก มีการร่วมกันปรบมือ ตะโกนโห่ร้อง แสดงความพึงพอใจ ผู้ชุมนุมถือป้ายแสดงข้อความต่างๆ ในลักษณะดูหมิ่นรัฐบาล สถาบันฯ ให้ได้รับความเสียหาย ยุยงเสียดสีบุคคลให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จําเลยทั้ง 6 กับพวกไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคโควิดตามที่ราชการกําหนด จึงเป็นการชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ

 

ภายหลังฟังคำพิพากษา กิตติศักดิ์ กองทอง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทนายความในคดีกล่าวว่า คดีนี้อัยการฟ้อง 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลยกฟ้อง 2 ข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และให้ลงโทษปรับจำเลยทั้ง 6 คน คนละ 200 บาท กรณีใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ศาลให้เหตุผลที่ยกฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุมจริง ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามมาตรการการชุมนุม มีการเว้นระยะห่างและป้องกันโรคติดต่อ 

 

ส่วนที่มีการลงมาบนพื้นถนนบ้างก็เป็นเวลาเพียงนิดเดียว เจ้าหน้าที่มาบอกก็เชื่อฟัง การชุมนุมก็ใช้ระยะเวลาไม่นาน ในส่วนที่มีป้ายข้อความการชุมนุมโจมตีรัฐบาลและสถาบันฯ โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นความผิดอย่างไร ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

The post ศาลแขวงดุสิตยกฟ้องมายด์และพวก จัดชุมนุมม็อบแฮร์รี่ฯ ปี 2563 ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับคนละ 200 บาท ใช้เครื่องเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สน.ปทุมวัน ยื่นฝากขังอานนท์ ข้อหา ม.112 ชุมนุมแฮร์รี่ พอตเตอร์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว https://thestandard.co/pathumwan-police-station-anon-detention-on-m112/ Wed, 11 Aug 2021 07:14:38 +0000 https://thestandard.co/?p=524182 อานนท์ นำภา

วันนี้ (11 สิงหาคม) พ.ต.ต. เวียงแก้ว สุภาการณ์ พนักงานส […]

The post สน.ปทุมวัน ยื่นฝากขังอานนท์ ข้อหา ม.112 ชุมนุมแฮร์รี่ พอตเตอร์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อานนท์ นำภา

วันนี้ (11 สิงหาคม) พ.ต.ต. เวียงแก้ว สุภาการณ์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ยื่นคำร้องฝากขัง อานนท์ นำภา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เเละข้อหาอื่นๆ ไปยื่นคำร้องขอฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 สิงหาคม เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา

 

คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ในวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 16.00 น. ที่ลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมีกิจกรรมการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน เวลาประมาณ 17.35-18.09 น. ในระหว่างดำเนินกิจกรรมการชุมนุมดังกล่าว ผู้ต้องหาได้กล่าวปราศรัยดูหมิ่น ใส่ความหมิ่นประมาทสถาบันฯ ผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถยนต์กระบะ ด้วยเจตนาให้เสื่อมพระเกียรติ ถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่อมาหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้

 

วันเกิดเหตุผู้กล่าวหาที่ 2 ได้รับชมการถ่ายทอดสดการปราศรัยของผู้ต้องหาผ่านเฟซบุ๊ก และเห็นว่าข้อความที่ผู้ต้องหาปราศรัยในวันเกิดเหตุเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบันฯ จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกฐานหนึ่งด้วย

 

ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับ ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2564 และในวันเดียวกันได้จับกุมผู้ต้องหาได้ตามหมายจับดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหาทราบว่า ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน 

 

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ระหว่างเวลาประมาณ 15.30-19.00 น.

 

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน

 

ท้ายคำร้องระบุว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอประกันตัวต่อพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวว่า หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น เนื่องจากตามเนื้อหาในการปราศรัยของผู้ต้องหา จากบันทึกการถอดเทปกลุ่มผู้ชุมนุมกิจกรรมเสกคาถาแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นการกล่าวถึงสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพรักของประชาชนไทยในลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท อันเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ในฐานะประชาชนชาวไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารคนหนึ่ง ถือเป็นการกระทำความผิดอันร้ายแรง ผู้ต้องหามีความรู้ด้านกฎหมายและประกอบอาชีพทนายความ ยิ่งต้องเข้าใจว่าการกระทำของตนเองเป็นการลบหลู่ ดูหมิ่นสถาบันฯ อันเป็นความผิด นอกจากนี้ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด

 

หากปล่อยไปสามารถกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวโดยไม่ได้รับการพิจารณาโทษ จะยิ่งเป็นเยี่ยงอย่างให้บุคคลอื่นกระทำตาม จะยิ่งกระทบถึงพระเกียรติคุณสถาบันฯ  

 

อีกทั้งยังเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขของศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ อ.287/2564 ที่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหานี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาไม่ไปกระทำกิจกรรมที่กระทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ และไม่ร่วมการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอีกด้วย และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ พบว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ซึ่งยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อโรคได้ในอัตราเร่งที่สูงมาก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศ ประกอบกับเชื้อโรคได้กลายพันธุ์เป็นหลายสายพันธุ์ และสามารถแพร่กระจายได้ง่าย อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศอาจกระทบต่อประเทศไทยที่ยังอยู่ในระดับรุนแรงจนไม่อาจวางใจได้

 

หากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครซึ่งจะรับตัวผู้ต้องหาไปคุมขังนั้น ก็มีมาตรการและขั้นตอนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยเรือนจำมีประสานกับสำนักงานสาธารณสุขพื้นที่ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานในการเตรียมการรองรับกรณีมีผู้ติดเชื้อได้ทันที, มีการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ศบค.) ประจำเรือนจำ, มีการคัดกรองและตรวจหาเชื้อโควิดในผู้ต้องขัง หากพบเชื้อให้เอกซเรย์ปอดทุกราย รวมถึงให้ยาและรักษาให้เร็ว เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง, มีการใส่คลอรีนผสมในน้ำสำหรับอาบของผู้ต้องขัง, กรณีผู้ต้องขังป่วย มีการแจ้งให้ญาติทราบเป็นการเฉพาะรายทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นอีกด้วย รวมทั้งเชื่อว่าถ้าผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้ว ก็จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (3) จากเหตุดังกล่าวข้างต้น หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว

The post สน.ปทุมวัน ยื่นฝากขังอานนท์ ข้อหา ม.112 ชุมนุมแฮร์รี่ พอตเตอร์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อานนท์ มอบตัวคดีชุมนุม ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์ 2’ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ตำรวจเตรียมขอศาลฝากขังพรุ่งนี้ https://thestandard.co/anon-nampa-surrender-to-the-rally-case/ Tue, 10 Aug 2021 00:18:44 +0000 https://thestandard.co/?p=523534 Anon Nampa

วานนี้ (9 สิงหาคม) เมื่อเวลา 18.19 น. อานนท์ นำภา แกนนำ […]

The post อานนท์ มอบตัวคดีชุมนุม ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์ 2’ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ตำรวจเตรียมขอศาลฝากขังพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Anon Nampa

วานนี้ (9 สิงหาคม) เมื่อเวลา 18.19 น. อานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุใจความว่า “ผมกำลังจะเดินทางไปมอบตัวที่ สน.ปทุมวัน ตามหมายจับคดีแฮร์ รี่พอตเตอร์ 2 ที่หน้าหอศิลป์ ฝากขบวนต่อให้เพื่อนๆ ช่วยกันสู้ต่อนะครับ ยืนยันในสันติวิธี และยืนหยัดในข้อเรียกร้องให้ถึงที่สุด เชื่อมั่นและศรัทธา” 

 

ต่อมาเวลา 19.00 น. อานนท์ได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในโรงพัก อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน รวมถึงมวลชนที่มารอให้กำลังใจให้รออยู่ด้านนอกโรงพัก 

 

จากนั้นเวลา 19.11 น. ทวิตเตอร์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ทวีตข้อความระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน แสดงหมายจับต่อหน้าอานนท์ ในคดี #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ ปี 2 โดยอานนท์ถูกกล่าวหาใน 3 ข้อหาหลักด้วยกัน ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นตำรวจได้อ่านบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบต่อไป

 

ด้าน วีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า การเดินทางมามอบตัวของอานนท์ดังกล่าว สืบเนื่องจากอานนท์ได้ไปร่วมกิจกรรมครบรอบ  1 ปี ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน’ หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ 2 ที่บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำบันทึกจับกุม ซึ่งอานนท์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

วีรนันท์กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นไม่ได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน จะนำตัวอานนท์ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้ ในวันพรุ่งนี้ (10 สิงหาคม) ทำให้คืนนี้อานนท์ยังคงต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ปทุมวัน 

The post อานนท์ มอบตัวคดีชุมนุม ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์ 2’ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ตำรวจเตรียมขอศาลฝากขังพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนวร่วมกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปี ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ โหมโรงก่อนชุมนุมใหญ่ 7 สิงหาคมนี้ https://thestandard.co/1y-anniversary-harry-potter-mob/ Tue, 03 Aug 2021 13:30:59 +0000 https://thestandard.co/?p=521057

วันนี้ (3 สิงหาคม) แนวร่วมกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรมรำลึก 1 ป […]

The post แนวร่วมกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปี ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ โหมโรงก่อนชุมนุมใหญ่ 7 สิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 สิงหาคม) แนวร่วมกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรมรำลึก 1 ปี ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อกิจกรรม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย’ ซึ่งมีการปราศรัยจากแกนนำของเครือข่ายต่างๆ มุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงตลอด 1 ปีที่ผ่านมาของสถาบันฯ และประชาชน สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการโหมโรงก่อนการชุมนุมใหญ่วันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยมวลชนทยอยปักหลักมาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับวันนี้ แกนนำคนสำคัญอย่าง อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร และ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย เนื้อหาหลักเป็นการชี้ให้เห็นการบริหารงานที่ล้มเหลวในสถานการณ์โควิดของรัฐบาล รวมทั้งการบริหารที่ผ่านมา รวมถึงการจัดสรรงบประมาณของสถาบันและกองทัพ โดยต้องการให้มีการปรับลด เพื่อนำมาใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลประชาชนจากสถานการณ์โควิด และยังมีการระบุถึงภารกิจการเคลื่อนไหวในปีนี้ว่า จะมีการเสนอกฎหมายให้ยกเลิกมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของสถาบันฯ โดยหวังให้ ส.ส. รับช่วงต่อจากประชาชนในเรื่องนี้ต่อไป 

 

ทั้งนี้ ก่อนการเริ่มต้นกิจกรรม พ.ต.อ. พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ได้เข้าประกาศเตือนว่าการชุมนุมในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และคำสั่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขอให้ยุติการชุมนุม ขณะที่บริเวณโดยรอบ ตำรวจ สน.ปทุมวันจำนวนหนึ่งได้มาดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณเวณสกายวอล์กและดูแลการจราจร 

 

ด้าน อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กล่าวว่า ในวันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้จะมีการชุมนุมใหญ่ โดยเป็นกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทั้งหมด โดยเนื้อหาจะเรียกร้องไปถึงรัฐบาลและสถาบันฯ 

 

สำหรับแนวทางการชุมนุมจะยึดหลักสันติวิธีขั้นสูงสุด ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจของประชาชน โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเองก็ไม่ได้อยากทำร้ายประชาชน

 

แต่หากรัฐใช้ความรุนแรง ในทางกฎหมายประชาชนมีสิทธิ์ป้องกันตนเอง ซึ่งคาดว่าอาจมีการเผชิญหน้ากัน เพราะรัฐพยายามสร้างเงื่อนไขการชุมนุมให้เกิดความรุนแรง แต่ไม่ได้กังวล เพราะทุกคนมีเครื่องมือสื่อสารอยู่ในมือในการบันทึกข้อเท็จจริง จึงขอให้ประชาชนติดตามการนัดหมายจากทางเพจและช่องทางการสื่อสารจากเครือข่ายของกลุ่มผู้ชุมนุม

 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐอาจมีการประกาศกฎอัยการศึกนั้น อานนท์กล่าวว่า “หากกล้าทำก็ลองดู ถ้าอยากให้ประเทศไปถึงทางตัน” 

 

ล่าสุดเวลา 19.00 น. หลังจากภัสราวลีลงจากเวทีปราศรัย วงดนตรีสามัญชนได้บรรเลงดนตรีเพลงพิราบขาว

 

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันยืนจุดเทียนเพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากโควิด และเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ เป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนยุติการชุมนุม โดยนัดหมายการชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 7 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนไปยังเป้าหมาย

 

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์

The post แนวร่วมกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปี ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ โหมโรงก่อนชุมนุมใหญ่ 7 สิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“บ้านเมืองไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง” ทนายอานนท์ เปิดใจหลังถูกแจ้งความกรณีปราศรัยม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ https://thestandard.co/arnon-explains-after-got-reported-to-police-on-harry-potter-mob/ Wed, 05 Aug 2020 16:53:12 +0000 https://thestandard.co/?p=386151

ความคืบหน้าหลังจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มม […]

The post “บ้านเมืองไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง” ทนายอานนท์ เปิดใจหลังถูกแจ้งความกรณีปราศรัยม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าหลังจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มมอกะเสดนัดจัดกิจกรรมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายใต้ชื่อกิจกรรม #เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย โดยนำเอาวรรณกรรมชื่อดัง ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ มาใช้เป็นไฮไลต์ของกิจกรรม ซึ่งในวรรณกรรมเรื่องนี้มีตัวร้ายที่ถูกเรียกว่า ‘คุณก็รู้ว่าใคร’ เพราะตัวละครในเรื่องต่างตกอยู่ภายใต้ความกลัว ไม่กล้าเอ่ยชื่อตรงๆ และเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมเสกคาถาเวทมนตร์

 

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ. อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ อานนท์ นำภา ทนายความ กรณีจัดชุมนุมปราศรัยละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะ โดยนำเอกสาร คลิปเสียง และคลิปวิดีโอมามอบเป็นหลักฐาน

 

สำหรับกิจกรรมการปราศรัยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อ อานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนขึ้นเวที โดยก่อนหน้านั้นเขาประกาศแล้วว่าจะมาพูดเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอานนท์กล่าวว่าเรื่องนี้ทุกคนจะต้องพูดในที่สาธารณะ โดยพูดด้วยความเคารพ การพูดเช่นนี้ไม่ใช่การพูดเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการพูดเพื่อให้สถาบันอยู่อย่างถูกต้องชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรพูดเรื่องเหล่านี้แทนประชาชน

 

อานนท์กล่าวถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยในหลายประเด็น ส่วนหนึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งขณะที่เป็นรัฐบาล คสช. และหลังการเลือกตั้งที่ส่งผลต่อพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย

 

โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้รายงานถึงตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราศรัยของอานนท์ในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์จำนวน 4 ประเด็น ดังนี้

 

  1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งหลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2560) ผ่านประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำร่างดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ต่อมาได้มีข้อสังเกตพระราชทาน นายกรัฐมนตรีจึงรับทูลเกล้าฯ กลับมาแก้ไข และทูลเกล้าฯ อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เนื้อหาส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อสังเกตพระราชทาน

 

  1. กฎหมายจัดการทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ โดยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 โดยที่ไม่ปรากฏว่าหน่วยงานใดจัดทำร่างและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และไม่แน่ชัดว่ามีการพิจารณากันเมื่อใด 

 

สำหรับเหตุผลในการออกที่ระบุไว้ท้ายพระราชบัญญัติฯ อธิบายว่า โดยที่ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์เป็นทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ที่ทรงใช้ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ จึงสมควรให้การจัดการทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อให้การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินนั้นเป็นไปโดยเหมาะสมตามที่จะทรงมีพระราชวินิจฉัยและเป็นไปตามโบราณราชประเพณี ซึ่งจะสอดคล้องกับการจัดระเบียบราชการในพระองค์ตามที่ได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์ขึ้นใช้บังคับแล้วด้วย

 

ทั้งนี้ พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 ที่ออกใหม่นี้ยังมีข้อแตกต่างที่สำคัญจากกฎหมายเดิมใน 3 ประการ

 

  1. การออก พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 สภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 (พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ) ด้วยคะแนนเห็นชอบ 376 เสียง ไม่เห็นชอบ 70 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง 

 

  1. งบประมาณที่ใช้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 ที่ใช้เวลาพิจารณาและถกเถียงกันในสภาผู้แทนราษฎรยาวนาน จนกระทั่งผ่านออกมาบังคับใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้กำหนดการใช้จ่ายงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้ ซึ่งเว็บไซต์ประชาไทสรุปไว้ว่างบประมาณแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 รายจ่ายโดยตรง 19,685 ล้านบาท ส่วนที่ 2 รายจ่ายโดยอ้อม 10,043 ล้านบาท รวม 29,728 ล้านบาท และยังมีโครงการที่ใช้ชื่อเกี่ยวเนื่อง 1,262 ล้านบาท

 

โดยในวันนี้ อานนท์ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ความสำคัญและจำเป็นที่ต้องพูดถึงการขยายอำนาจของสถาบันกษัตริย์ก็เพื่อให้สังคมร่วมกันตั้งคำถามและหาทางแก้ปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของพวกเราทุกคน 

 

“ถ้าการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้เป็นผล ทำให้สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองและอยู่ใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ดอกผลของการต่อสู้จะตกแก่คนไทยทุกคน รวมถึงคนที่ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มนี้ด้วย เชื่อมั่นและศรัทธาในประชาชน”

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post “บ้านเมืองไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง” ทนายอานนท์ เปิดใจหลังถูกแจ้งความกรณีปราศรัยม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>