มูเตลู Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มูเตลู/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 14 Jan 2026 04:34:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอกไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ https://thestandard.co/anutin-phuket-shrine-golden-fence/ Wed, 14 Jan 2026 04:32:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1165024 อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้

วันนี้ (14 มกราคม) เวลา 09.37 น. บรรยากาศที่ศาลเจ้าจุ้ย […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอกไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้

วันนี้ (14 มกราคม) เวลา 09.37 น. บรรยากาศที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่และมีอายุยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำในพื้นที่ภาคใต้ และไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

 

อนุทินและคณะ ได้ไหว้ประจำศาลเจ้า และสักการะองค์กิ๋วอ๋องไต่เต๋ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จ มีอำนาจวาสนา และแคล้วคลาดปลอดภัย ก่อนที่อนุทินจะปิดทองที่ประตูศาลเจ้า จากนั้นติดทองที่รั้ว พร้อมกล่าวว่า ต้องสร้างรั้วด้วย ตามนโยบาย พรรคภูมิใจไทย “รั้วทองคำ”

 

จากนั้น อนุทินได้เดินมารับพรที่จุดเดิม ที่ได้อวยพร ให้อนุทินมีสุขภาพแข็งแรง สมหวังดังปรารถนา ก่อนกล่าวขานรับตามธรรมเนียมจีนว่า “โฮ้ โฮ้ โฮ้”

 

ต่อมา อนุทินได้ตีระฆังทั้งสิ้น 37 ครั้ง พร้อมกล่าวว่า ‘ซา จับ ฉิก’ ซึ่งแปลว่า 37 ในภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นหมายเลขของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

 

ทั้งนี้ อนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การติดทองบนรั้วมีความหมายว่า ประเทศไทยมีรั้วเป็นทองคำ ซึ่งต่อให้ถูกเผาก็ยังเป็นทอง ใครทำอะไรไม่ได้ ส่วนการเคาะระฆังจำนวน 37 ครั้งนั้น ทำเพื่อความสบายใจว่า ตนเองไม่ได้มู

 

จากนั้น อนุทินเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ร่วมกับผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญ ถือเป็นการเบิกฤกษ์เบิกชัย ในการหาเสียงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะเดินทางไปหาเสียงต่อในพื้นที่จังหวัดพังงาช่วงบ่ายวันนี้

 

อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ 1อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ 2อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ 3อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ 4อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอก ไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ 5

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ติดทองที่รั้ว บอกไทยมีรั้วเป็นทองคำ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะอินไซต์สายมูครึ่งปีแรก 2568 LINE ดูดวง เผยคนไทย ‘มูการเงิน’ นำโด่ง ‘ความรัก’ สะท้อนเศรษฐกิจสุดฝืดเคือง https://thestandard.co/thailand-2568-mutelu-trends/ Wed, 30 Jul 2025 04:43:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1101604

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กดดันและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น […]

The post เจาะอินไซต์สายมูครึ่งปีแรก 2568 LINE ดูดวง เผยคนไทย ‘มูการเงิน’ นำโด่ง ‘ความรัก’ สะท้อนเศรษฐกิจสุดฝืดเคือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กดดันและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกหา ‘ที่พึ่งทางใจ’ และ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ เป็นแรงยึดเหนี่ยวในการใช้ชีวิต พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ที่ทั้งเข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

 

LINE ดูดวง เผยอินไซต์ครึ่งปีแรกของปี 2568 พบว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการหาที่พึ่งทางใจอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก LINE TODAY ระบุว่า ยอดเข้าชม ‘แท็บดูดวง’ ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นถึง 66.6% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่าในช่วงเวลาที่ชีวิตเผชิญแรงกดดัน การแสวงหาที่พึ่งทางใจยังคงเป็นพลังบวกที่ช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านความท้าทายไปได้

 

เทรนด์การขอพรในปี 2568 นี้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยพบว่าคนไทยหันมาขอพรด้าน ‘การเงิน’ มากกว่าเรื่องความรักอย่างมีนัยสำคัญ ‘พระพิฆเนศ’ ได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมขอพรมากที่สุด ด้วยความเชื่อในเรื่องโชคลาภและความมั่งคั่ง โดยบริการขอพรจากพระพิฆเนศปางมหาเศรษฐีที่วัดดั๊กดูเศรษฐ์ ประเทศอินเดีย ได้รับความนิยมสูงสุด

 

การเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างจากปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่ง ‘พระแม่ลักษมี’ ผู้โดดเด่นด้านการขอพรเรื่องความรักได้รับความนิยมสูงสุด การที่เทรนด์การขอพรเคลื่อนไปตามสภาพเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง บ่งชี้ว่าความไม่มั่นคงทางรายได้ได้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้คนมากขึ้น

 

ปรากฏการณ์ ‘ดาวราหูย้ายราศี’ ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำเทรนด์การมูเพื่อโชคลาภให้ชัดเจนยิ่งขึ้น LINE ดูดวง พบว่ายอดการขอพร ‘พระราหู’ ในเดือนพฤษภาคมพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2567 ถึงกว่า 5.5 เท่า สิ่งนี้สะท้อนความเชื่อที่ว่าราหูย้ายไม่ใช่เรื่องร้ายเสมอไป แต่สามารถเพิ่มความมั่นใจในเรื่องดวงชะตาได้

 

ในฝั่งของสายบุญยุคใหม่ยังคงนิยมทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ โดยบริการยอดฮิตอันดับหนึ่งบน LINE ดูดวง คือ ‘บริจาคโลงศพ’ ตามมาด้วย ‘ห่มผ้าพระธาตุ’ และบริการที่มาแรงอย่าง ‘ทำบุญสะเดาะเคราะห์’ ซึ่งเป็นการรวมการทำบุญหลายรูปแบบไว้ในคลิกเดียว โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริการนี้มียอดใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 121% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

 

สำหรับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนิยม ‘ขอพร’ มากที่สุดผ่าน LINE ดูดวง ได้แก่ หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ, พระแม่ลักษมี ตึกเกษรวิลเลจ และหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม

 

ขณะที่สถานที่ยอดนิยมในการ ‘แก้บน’ ได้แก่ หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ, ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ และหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม ข้อมูลที่น่าสนใจคือ บริการแก้บนจะมียอดใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษในช่วงหลังการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่ง ‘หลวงพ่อทันใจ’ ยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

 

อินไซต์เหล่านี้เป็นมากกว่าสถิติ แต่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของสังคมไทยในปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีและความเชื่อได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ผู้คนใช้บริการ ‘สายมู’ ในโลกดิจิทัล ไม่ใช่แค่เพื่อความสบายใจ แต่เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นใจและเป็นเกราะป้องกันความรู้สึกไม่มั่นคงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

The post เจาะอินไซต์สายมูครึ่งปีแรก 2568 LINE ดูดวง เผยคนไทย ‘มูการเงิน’ นำโด่ง ‘ความรัก’ สะท้อนเศรษฐกิจสุดฝืดเคือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รำถวาย ‘เทพออพติมัส ไพรม์’ แห่งตลาดน้อย แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสายมู https://thestandard.co/optimus-prime-shrine-talat-noi/ Thu, 20 Feb 2025 13:13:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1044280

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) เวลา 17.30 น. ช่างภาพทีมข่าว THE […]

The post รำถวาย ‘เทพออพติมัส ไพรม์’ แห่งตลาดน้อย แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสายมู appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) เวลา 17.30 น. ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่วงเวียนถนนข้าวหลาม ย่านตลาดน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งมี ‘ออพติมัส ไพรม์’ หุ่นยนต์ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่องดัง Transformers ยืนตระหง่านอยู่ และนับเป็นอีกแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสายมูที่จะกราบไหว้บูชา 

 

ก่อนหน้ามีการกล่าวอ้างว่า ออพติมัส ไพรม์ สามารถประทานพรให้คำขอเป็นจริง จนทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเริ่มเดินทางมาแก้บน โดยนำน้ำแดง น้ำมันเครื่อง พร้อมดอกดาวเรืองมาถวายเพื่อสักการะ โดยในวันนี้มียูทูเบอร์สัญชาติฮ่องกงจ้างนางรำไทยใส่หน้ากากหลวงพี่ดำ ทำคอนเทนต์สักการะหุ่นยนต์ดังกล่าวด้วย

 

The post รำถวาย ‘เทพออพติมัส ไพรม์’ แห่งตลาดน้อย แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสายมู appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘มูเก็ตติ้ง’ กำลังสร้างเม็ดเงินให้กับ ‘เชียงราย-ไทย’ โตหมื่นล้าน | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-09092024-3/ Mon, 09 Sep 2024 06:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=981314

‘มูเก็ตติ้ง’ การผสมผสานของความเชื่อกับธุรกิจ กำลังสร้าง […]

The post ชมคลิป: ‘มูเก็ตติ้ง’ กำลังสร้างเม็ดเงินให้กับ ‘เชียงราย-ไทย’ โตหมื่นล้าน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘มูเก็ตติ้ง’ การผสมผสานของความเชื่อกับธุรกิจ กำลังสร้างเม็ดเงินให้กับเชียงรายและเศรษฐกิจไทยโตหมื่นล้าน จากกลุ่ม Gen Z และผู้หญิง ที่มีกำลังซื้อสูง ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ‘มูเก็ตติ้ง’ กำลังสร้างเม็ดเงินให้กับ ‘เชียงราย-ไทย’ โตหมื่นล้าน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIS เปิดตัว ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/ais-guan-yu-639-mutelu-numbers/ Tue, 27 Aug 2024 11:53:23 +0000 https://thestandard.co/?p=976129

ในยุคที่ ‘การมูเตลู’ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไ […]

The post AIS เปิดตัว ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่ ‘การมูเตลู’ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่คน ‘มู’ เต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ในโลกของเทคโนโลยี อย่าง AIS ที่กระโดดเข้ามารวมวงด้วยการส่ง ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท

 

เหตุผลที่ AIS ตัดสินใจเจาะตลาดนี้อย่างจริงจัง เพราะ คณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS มองว่าผู้บริโภคสายมูเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบและหลงใหลในความเชื่อและความศรัทธาในด้านต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“AIS มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผ่านเบอร์มงคลในหลากหลายรูปแบบ ผ่านการทำงานร่วมกับกูรูชั้นนำที่เชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์ของตัวเลขในด้านเบอร์โทรศัพท์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์มงคล เบอร์สวย เบอร์ที่ได้ผลรวมดี หรือแม้แต่เบอร์ที่เหมาะกับอาชีพต่างๆ”

 

ยังมีผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เผยว่า 88% ของคนไทยเชื่อเรื่องการมูเตลู และ 52% มองว่าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งยืนยันถึงมุมมองของ AIS ต่อตลาดเบอร์มงคลว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

 

ตัวเลขสะท้อนถึงความนิยม โดย AIS สามารถสร้างรายได้จากเบอร์มงคลถึงปีละ 1 พันล้านบาท และเติบโตขึ้นเกือบ 10% ทุกปี ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ 70% ของลูกค้าที่เปิดเบอร์มงคลจะมี 2 เบอร์ขึ้นไป และ 90% ของผู้ใช้จะไม่ทิ้งเบอร์ แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อแบรนด์ที่สูงลิ่ว

 

นอกจากนี้ผู้ใช้เบอร์มงคลยังมี ARPU (รายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้า 1 คน) สูงถึง 800 บาทต่อเดือน เทียบกับเบอร์ทั่วไปที่ 448 บาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความเชื่อและความหวัง

 

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการจับมือกับ แมน การิน (แมน แมทจิเชียน) ที่ได้ร่วมมือกันมาแล้วนับ 10 ปี ซึ่งเหตุผลที่เลือกตัวเลข ‘639’ เพราะว่ากันว่าเป็นเลขแห่งชัยชนะ ความมั่งคั่ง และการเติบโตในหน้าที่การงาน โดยแมน การิน ถึงกับกล่าวว่า “คนจีนยกให้กวนอูเป็นเทพแห่งสวรรค์ อยากชนะเหนือคู่แข่ง เติบโตในหน้าที่การงาน เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือการสอบแข่งขัน และเรื่องของความยุติธรรม โดนกลั่นแกล้ง ให้บูชาเทพกวนอู”

 

ความนิยมของเบอร์มงคลไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดย 30% ของคนเปิดเบอร์ใหม่เลือกเบอร์มงคลหรือเบอร์สวย และในปีนี้ AIS คาดว่าจะมีรายได้จากเบอร์มงคลสูงถึง 1.3 พันล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มให้บริการมา 10 ปี AIS ได้ปล่อยเบอร์มงคลออกสู่ตลาดแล้วกว่า 1.2 ล้านเบอร์ ขณะที่เบอร์มงคลตระกูลกวนอูขายไปแล้ว 20,000 เบอร์

 

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจเบอร์มงคลมากขึ้น คณาธิปเผยว่า “คนอายุต่ำกว่า 30 ปี เริ่มสนใจเบอร์สวยและเบอร์มงคล” แสดงให้เห็นว่า แม้ในยุคดิจิทัล ความเชื่อแบบดั้งเดิมก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ โดยส่วนใหญ่ผู้ซื้อเบอร์มงคลมีเป้าหมายเพื่อเสริมโชคลาภและเพิ่มโอกาสทางการเงิน

 

และแม้ว่าเทคโนโลยี eSIM จะกำลังมาแรง แต่ AIS เชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่อธุรกิจเบอร์มงคล เพราะ “คนมองว่าเบอร์เป็นเหมือน Identity” เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีใดๆ โดยเบอร์มงคลตระกูลกวนอูจะขายในราคา 199 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนสำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ ขั้นต่ำ 399 บาทต่อเดือน

 

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้โลกจะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่ความเชื่อและความศรัทธายังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คน การที่บริษัทเทคโนโลยีอย่าง AIS หันมาทำตลาด ‘มูเก็ตติ้ง’ อย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในจิตใจของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่แม้จะเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี แต่ก็ยังคงแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

The post AIS เปิดตัว ‘เบอร์ตระกูลกวนอู 639’ เสริมทัพตลาดเบอร์มงคลที่ว่ากันว่ามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อต่างประเทศรายงาน คนไทยฝากความหวังไว้กับเครื่องรางและของขลังหลังเศรษฐกิจชะลอ จับตาตลาดมูเตลูโตแรง https://thestandard.co/thais-place-faith-in-lucky-charms-amid-slow-economic-growth/ Sun, 21 Jul 2024 11:43:03 +0000 https://thestandard.co/?p=960920

สื่อต่างชาติรายงานว่า ตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความเชื […]

The post สื่อต่างประเทศรายงาน คนไทยฝากความหวังไว้กับเครื่องรางและของขลังหลังเศรษฐกิจชะลอ จับตาตลาดมูเตลูโตแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สื่อต่างชาติรายงานว่า ตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาและโชคลางในไทยกำลังขยายตัวต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ของโควิดท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

 

สำนักข่าว Kyodo News รายงานว่า อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า มีบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับศรัทธาที่จดทะเบียนระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ปี 2567 แล้ว 12 บริษัท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2566 ที่จดทะเบียนทั้งหมด 33 แห่ง และปี 2565 รวม 24 แห่ง

 

โดยบริษัทเหล่านี้ดำเนินกิจการทั้งแบบเปิดเป็นร้านค้าทางกายภาพและร้านค้าออนไลน์ โดยนำเสนอสินค้าเกี่ยวกับความเชื่อที่หลากหลาย สำหรับสินค้ายอดนิยม ได้แก่ สร้อยข้อมือเครื่องรางเทพเจ้า สร้อยพลอย ที่เชื่อกันว่ามีพลังทางจิตวิญญาณ และวอลล์เปเปอร์หน้าจอโทรศัพท์มือถือ

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผู้คนนับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เปิดกว้างและมีรูปปั้นเทพในศาสนาฮินดูตามสถานที่ต่างๆ โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดูมักจะได้รับความนิยมและขายดีเป็นพิเศษ เช่น พระพิฆเนศ พระศิวะ และพระแม่ลักษมี ฯลฯ

 

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งข้อสังเกตว่า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด นอกจากนี้การเติบโตนี้ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ผู้คนแสวงหาโชคและการสนับสนุนทางจิตใจในช่วงเวลาที่ท้าทาย

 

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวเพียง 1.5% หลังจากปี 2566 ขยายตัวเพียง 1.9% ชะลอตัวจากปี 2565 ที่ขยายตัว 2.5%

 

โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา KKP Research ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นช้าลงหลังโควิดไม่ได้เป็นเพียงการโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่อาจเป็นเพราะศักยภาพเศรษฐกิจไทยกำลังถดถอยลง โดยมีแนวโน้มจะเติบโตได้ต่ำกว่า 2% ในระยะข้าง นับว่าต่ำกว่าระดับที่ธนาคารโลกและธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินไว้ที่ 2.7-3%

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยผลสำรวจที่ระบุว่า จากคำตอบของผู้ทำแบบทดสอบกว่า 1,200 คน กว่า 88% ของผู้เข้าร่วมทั้งหมดให้คำตอบว่าเชื่อเรื่องการมู และกว่า 52% ของคนไทยให้นิยามการมูเตลูว่าเป็น ‘เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ’ โดยผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่

 

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเชิงศรัทธามีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 10 ปี จาก 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็น 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 ตามข้อมูลจาก Future Market Insight 2023

 

อ้างอิง:

 

The post สื่อต่างประเทศรายงาน คนไทยฝากความหวังไว้กับเครื่องรางและของขลังหลังเศรษฐกิจชะลอ จับตาตลาดมูเตลูโตแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Passion Calling: โลกใหม่ของ ก๊อตจิ กับ ยาดมสายมูฯ https://thestandard.co/life/passion-calling-godji-freshluck/ Sat, 18 May 2024 06:00:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=934712

ก๊อตจิเล่าถึงความรู้สึกเดิมที่เขามีต่อธุรกิจว่าเป็น ‘คน […]

The post Passion Calling: โลกใหม่ของ ก๊อตจิ กับ ยาดมสายมูฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก๊อตจิเล่าถึงความรู้สึกเดิมที่เขามีต่อธุรกิจว่าเป็น ‘คนละโลก’ กับตัวเอง และไม่เคยคิดว่าตัวเองเหมาะสมหรือมีความสนใจในการเป็นผู้ประกอบการ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีโอกาสได้ทำงานในวงการบันเทิง ทำให้เขาได้ลองทำหลายๆ อย่างจนเริ่มมีความคิดที่ว่า บางทีฉันก็อยากทำแบบนั้น แม้จะรู้สึกย้อนแย้งในตัวเองก็ตาม ก๊อตจิเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจจากการจับพลัดจับผลู และพบว่าเมื่อได้ก้าวเข้ามาจริงๆ กลับรู้สึกโอเคกับมัน แสดงให้เห็นว่าการลองทำบางสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจนำไปสู่การค้นพบความสามารถหรือความชอบใหม่ๆ ในตัวเรา

 

สมัยก่อนรู้สึกว่าไม่ใช่คนที่ชอบทำธุรกิจเลย เอาจริงๆ ถ้าไม่ได้ทำงานวงการบันเทิงคือเป็นชาวบ้านคนหนึ่งเลย เป็นพนักงานประจำออฟฟิศคนหนึ่งที่ตื่นเช้ามาตอกบัตร แล้วตอนเย็นก็เลิกงานกลับบ้าน นั่นแหละชีวิต ก๊อตจิอยากมีแค่นี้ แต่พอได้มาทำงานวงการบันเทิงก็มีโอกาสได้ทำหลายๆ อย่าง แล้วก็จับพลัดจับผลูได้มาทำธุรกิจยาดม FRESHLUCK กับเพื่อนที่มีความเชื่อในเรื่องเดียวกัน”

 

 

จุดเริ่มต้นของ FRESHLUCK

 

การเริ่มต้นทำธุรกิจยาดมสายมูเตลูมาจากความสนิทสนมและความเชื่อร่วมกันระหว่างก๊อตจิกับเพื่อนๆ อีกสองคน (หมอดูต๊อกแต๊ก-ณฐอร นพเคราะห์ และ ไปป์-ปรัษฐา สุวรรณานนท์) ที่มีความเชื่อในสายมูเตลู และมักจะพากันไปตระเวนไหว้พระตามวัดต่างๆ อยู่เสมอ จนวันหนึ่งระหว่างการเดินทาง พวกเขาก็ปิ๊งไอเดียในการสร้างแบรนด์ยาดม FRESHLUCK ขึ้นมาโดยบังเอิญ ซึ่งถูกจุดประกายจากทริปการเดินทางไปไหว้พระในภาคอีสานที่ก๊อตจิและเพื่อนๆ ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ในทริปนี้ต้องนั่งรถตู้เดินทางไกลไปยัง 9 วัดในภาคอีสาน ซึ่งเป็นการเดินทางที่ทั้งยาวนานและท้าทาย ในขณะที่ทุกคนเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและอาจขาดใจ ทุกคนหยิบยาดมขึ้นมาดมพร้อมๆ กัน สร้างความสดชื่นและฟื้นฟูพลังให้กับทุกคนจนมีแรงและไปไหว้พระต่อได้ จากเหตุการณ์นี้ก๊อตจิและเพื่อนๆ ได้รับแรงบันดาลใจว่า ยาดมไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูพลังในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพได้

 

 

หลังจากที่เกิดไอเดียขึ้นมา ก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะพัฒนาสูตรหรือว่าชื่อแบรนด์ รวมถึงเรื่องสีและกลิ่นต่างๆ ใช้เวลาราว 2 ปีกว่าถึงจะได้เปิดตัวยาดมออกมา ในชื่อแบรนด์ FRESHLUCK เราคิดจากไอเดียที่ว่า หนึ่ง ยาดมต้องหอมและสดชื่น วัตถุประสงค์ของการดมยาดมทำให้เรา Fresh ทำให้เราสดชื่น ทำให้มีแรงฮึบแล้วมีแรงที่จะไปต่อ ดังนั้นคำว่า Fresh ก็เลยกระโดดขึ้นมา อีกหนึ่งคำก็คือทำเกี่ยวกับสายมู เลยนึกถึงคำว่า Lucky ที่หมายถึงความโชคดี อย่างน้อยแล้วคุณดมแล้วคุณเจอกับความโชคดีได้ ซึ่งจริงๆ แล้วก๊อตจิคิดว่าโชคดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วคำจำกัดความของคำว่าโชคดีก็ไม่เหมือนกัน ส่วนตัวคำว่าโชคดีมันง่ายมากๆ เลยสำหรับเรา สมมติว่าหลงทาง แล้วเราไปถามทางแล้วมีคนบอกทางให้จนสามารถไปถึงเป้าหมายปลายทางในวันนั้นได้ คือเราโชคดีแล้ว 

 

“หลายคนอาจมองหาแต่ความสุขก้อนใหญ่ มองหาโชคก้อนใหญ่ แต่ว่าจริงๆ แล้วในชีวิตประจำวันเรามีโชคเล็กๆ มีความสดชื่นอันเล็กๆ ทำให้เรารู้สึกชุบชูจิตใจได้ ดังนั้นคำว่าโชคดีเราเลยเอามาใส่ในแบรนด์ของเรา มีคำว่าสดชื่น มีคำว่าโชคดี มีคำว่า Fresh มีคำว่า Luck ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ FRESHLUCK นั่นเอง”​

 

 

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากความเชื่อ

 

FRESHLUCK ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องมีการออกแบบที่น่าสนใจทั้งในเรื่องของสีและกลิ่นด้วย เพื่อให้ดึงดูดใจผู้ใช้ และทำลายความเชื่อเดิมๆ ที่ว่ายาดมเป็นสิ่งที่เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นที่จะใช้ แบรนด์ต้องการให้ยาดมกลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ทุกคนอยากถือ และไม่รู้สึกลำบากใจเมื่อใช้ในที่สาธารณะ มีการเลือกใช้สีมงคลในการออกแบบยาดม โดยเชื่อมโยงกับความเชื่อส่วนบุคคล และความเชื่อโบราณเรื่องสีมงคลที่เสริมดวงในด้านต่างๆ เช่น การงาน, การเงิน, สุขภาพ และความรัก เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไม่เพียงเสริมดวงให้กับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังสร้างความรู้สึกดีเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ด้วย

 

“การเชื่อมโยงระหว่างยาดมกับความเชื่อมูเตลู คือแต่ละคนจะมีบุคลิกภาพที่ต่างกัน เช่น คนเกิดวันจันทร์เป็นคนที่อ่อนไหวง่าย เราก็จะสร้างสรรค์กลิ่นยาดมขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์หรืออุดรูรั่วของบุคลิกภาพของคนวันนั้นๆ เช่น ถ้าคุณเป็นคนมีจิตใจโลเล กลิ่นบางอย่างในยาดมจะช่วยให้ใจรู้สึกสงบนิ่งมากขึ้น หรือว่าคุณเป็นคนที่เต็มไปด้วยพลัง มีพลังในการทำงานมากในแต่ละวัน พูดเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว ก็จะมีกลิ่นที่เมื่อดมเข้าไปจะช่วยทำให้คุณสงบ ทำให้คุณเย็นลง เพื่อจะได้มีสมาธิในการทำงาน แนวคิดในเรื่องของสีก็จะเป็นสีมงคลที่เสริมดวงของคนแต่ละวัน แล้วเรื่องกลิ่นก็จะเป็นกลิ่นที่เสริมบุคลิกภาพของคนที่เกิดในแต่ละวันเช่นกัน” 

 

 

ความเชื่อ = ที่พึ่งทางใจ

 

ก๊อตจิแชร์ความเชื่อส่วนตัวที่ว่าการให้นั้นจะนำพาสิ่งดีๆ กลับมาหาเรา เช่น น้ำใจ, รอยยิ้ม, เงิน, ค่าจ้าง และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จากผู้อื่น นอกจากนี้เขายังมีความเชื่อเกี่ยวกับการไหว้พระและเทพ ซึ่งให้ความรู้สึกว่าเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ในสังคมที่มีปัญหาเกิดขึ้นได้ทุกวัน การมีที่พึ่งทางจิตใจทำให้ใจสงบ และมีแนวทางในการแก้ปัญหา

 

ก๊อตจิไม่ได้เน้นการบนบานศาลกล่าวเพื่อขอสิ่งตอบแทนที่ชัดเจนจากเทพ แต่เน้นการไหว้เพื่อขอความสงบและความชอบธรรมในชีวิต เขาเล่าถึงประสบการณ์ในการขอพรโดยใช้วิธีการที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง เช่น ของานที่ได้เงินดีและไม่หนักมาก นอกจากนี้ยังเชื่อว่าควรให้ก่อนจะได้รับ โดยการถวายบุญและคุณงามความดีที่ได้ทำมา ซึ่งเป็นการสร้างความเมตตาจากเทพนั่นเอง

 

เวลาของาน ให้ของานที่ได้เงินนะ บางคนตอนขอก็ สวัสดีค่ะ เทพขา…ของานเยอะๆ นะคะ ได้ดิ เจ้านายให้เป็น 10 งาน ไม่มีเงินเพิ่มสักงานเลย ก็เราขอไม่ครบไง ความเชื่อส่วนตัวก๊อตจิคือต้องขอประมาณว่า เทพขา…ขอให้หนูได้งานที่ได้เงินเยอะๆ ก็คือได้งานที่มันให้เงิน หรือเทพขา…ขอให้หนูทำงานน้อยๆ แต่ได้เงินเยอะๆ นะคะ บอกให้ชัดเจน อันนี้เป็นความเชื่อนะ ย้ำว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล” 

 

กลุ่มเป้าหมายของยาดม FRESHLUCK 

 

ก๊อตจิมองว่ามี 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ใช้ยาดมทั่วไป กลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีนิสัยชอบดมยาดมในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว จุดเด่นที่นำมาสู้ตลาดยาดมคือการเน้นย้ำถึงคุณสมบัติของยาดมสมุนไพรที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น วานิลลา, เจอราเนียม, ส้มซิตรัส, ไม้สน และลาเวนเดอร์ โดยยาดมแต่ละกลิ่นได้รับการออกแบบมาให้มีความเป็นเอกลักษณ์ และสามารถเปลี่ยนประสบการณ์การดมยาดมให้ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงความหอมและความพิเศษที่แตกต่างจากยาดมทั่วไป อีกกลุ่มคือกลุ่มสายมู เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เจาะจงไปที่ผู้ที่มีความสนใจในเรื่องของศาสตร์สายมูเตลูและการเสริมดวง ยาดมจึงมีการออกแบบมาให้เกี่ยวข้องกับวันเกิดและสีมงคล เพื่อช่วยเสริมดวงและนำพาโชคลาภในแต่ละวันที่ผู้ใช้ต้องการกำลังใจหรือโชคดี นอกจากนี้ยังมีการสร้างการ์ดเทพประจำวันที่ได้แรงบันดาลใจจากการไปวัด ซึ่งผู้ใช้สามารถพกพาไปกับตัวเพื่อเป็นการเสริมดวงและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจได้

 

ตอนแรกเปิดขายใน LINE Ads ก่อน ปรากฏว่าพอเราประชาสัมพันธ์ไปคนก็เริ่มเห็นแล้ว ตอนนั้นมีคนซื้อวันแรกที่วางขายก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันนะ ว่าคนเขาจะอย่างไร คนเขาจะชอบไหม คนเขาจะอยากลองไหม แต่พอลงไปกระแสตอบรับค่อนข้างดี มีคนถามหา แล้วก็มีคนสั่งซื้อมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ใจเราก็มาละ ใจเราก็ฟู มันได้จริงๆ สำหรับคอนเซปต์แล้วก็อะไรต่างๆ ที่เราวางกันไว้ว่าอยากให้เป็นแบรนด์ยาดมที่แตกต่าง ก็รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกดีใจที่ทุกคนให้การตอบรับเป็นอย่างดี”

 

 

สร้างแบรนด์ทั้งทีต้องมีอุปสรรคมากมายที่ต้องเจอ

 

เมื่อไรที่เกิดปัญหา เมื่อไรที่ปวดหัว เมื่อไรที่จุกจิกอะไรต่างๆ ดมยาก่อนอย่างแรก ตั้งสติก่อน จะเอาไงดี ดังนั้นตั้งสติแล้วค่อยๆ แก้ไปในแต่ละอย่าง อย่างที่บอกถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นมา สิ่งที่เราทำได้คือค่อยๆ แก้ไขกันไป สำหรับธุรกิจเราก็ถือว่าเป็นน้องใหม่มากๆ บางเรื่องเราก็ไม่รู้ แต่พอมาทำแบรนด์ตัวเอง มี 100% ก็ใส่ 120% ใส่ทุกอย่าง เรารู้สึกว่ายังมีแรงอยู่ เรารู้สึกว่าอยากทำ ในช่วงแรกๆ ทุกคนแหละ มันน่าจะมีแพสชันซึ่งเราก็เป็นแบบนั้น เราใส่เต็มทุกอย่างเลย งานประจำของก๊อตจิ ปกติถ่ายงานบางทีก็ถ่ายงานเช้า บางทีเริ่ม 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม กลับบ้านไปคือแพ็กของแล้วก็ Live ขายของต่อ พูดตรงๆ เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร มันอยู่ในช่วงกอบโกย เราก็ต้องทำต้องลงแรงไป 100% เลย เรื่องของงานประจำก็ยังต้องทำอยู่ เรื่องของงานพิเศษธุรกิจที่เราเพิ่งทำก็ทำกันทุกอย่างเราให้ 100% เลย” 

 

มุมมองของก๊อตจิต่ออาชีพที่สอง

 

“สมัยนี้หลายๆ คนบอกว่าทำอาชีพเดียวไม่พอ อย่างน้อยต้องทำอาชีพเสริม 1-2 งาน ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง ทำงานประจำอาจไม่พอแล้วก็เลยต้องแบ่งเวลาวันเสาร์และวันอาทิตย์ไปทำงานเสริมเพื่อให้อยู่ได้ ในงานประจำของเราอาจตอบสนองได้ว่า อันนี้คือเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเงินที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่ว่าเมื่อไรที่เราต้องการอะไรเพิ่มเติม หรือต้องการอะไรที่มากขึ้น ดังนั้นก็ต้องหาอะไรที่มาเติมเต็มตรงนี้ อาชีพเสริมก็เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มได้ เราต้องยอมรับเลยว่าอย่างน้อยเงินมีส่วนช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้นไม่มากก็น้อย ดังนั้นเป็นอีกหนึ่งอย่างที่จะมาตอบสนองความต้องการของเราได้ ถ้าเกิดว่าเรามีอาชีพที่หนึ่งและอาชีพที่สองเสริมขึ้นมา”​

 

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้เมื่อเข้าสู่วงการธุรกิจ

 

สมัยก่อนไม่เคยคิดเลยว่าเราจะทำธุรกิจ เพราะรู้สึกห่างไกลจากชีวิตมาก พอเริ่มต้นทำตั้งแต่แรก เรารู้ว่าความยากลำบากของการทำธุรกิจเป็นอย่างไร เวลาเราไปดูธุรกิจอื่นที่เขาเติบโต ใหญ่โต หรือธุรกิจที่เป็นพันๆ ล้าน ก็มองว่าเขาเก่งจังเลยนะเรื่องการบริหาร เรื่องการทำธุรกิจต่างๆ กว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้เหนื่อยมากๆ นะ แล้วคนที่เขาเริ่มต้นจากศูนย์ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะคนที่เริ่มต้นจากศูนย์ไม่มีตัวช่วยอะไรเลย เริ่มต้นไปถึงขั้นนั้นได้เขาเก่งมากๆ มีหนึ่งอย่างที่ทำให้ก๊อตจิรู้สึกเปลี่ยนความคิดไปเลย เราเคยคิดว่าคนทำธุรกิจทำไมต้องมีธุรกิจหลายๆ อย่าง ทำไมเขาอยากมีเงินเยอะๆ เหรอ ตอนแรกเราก็คิดแบบนั้น พอได้มาทำธุรกิจเองก็รู้สึกว่าแค่ทำไปไม่กี่เดือนนะ อยากมีอีก เพราะเหมือนว่าเราได้พัฒนาธุรกิจของเรา”

 

ก๊อตจิทิ้งท้ายกับเราว่า เธอรู้สึกดีใจกับการตอบรับที่ได้จากการทำตามแพสชันในการสร้างแบรนด์ยาดม FRESHLUCK ทั้งความชื่นชอบและความพึงพอใจจากลูกค้า เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รู้สึกดีที่สุด โดยเฉพาะรีวิวเกี่ยวกับกลิ่นของยาดมที่เป็นเอกลักษณ์ หอมสดชื่น และไม่รุนแรงจนเกินไป ซึ่งต่างจากยาดมอื่นๆ ที่มีกลิ่นแรงจนตีจมูก และด้านความเชื่อส่วนบุคคลในการดมยาดมเพื่อเสริมดวงก็เป็นส่วนหนึ่งของฟีดแบ็กที่ได้รับ ลูกค้าบางคนเล่าว่าหลังจากดมยาดมแล้วพวกเขาได้งาน ก๊อตจิเน้นย้ำว่าการเสริมดวงด้วยการดมยาดมหรือการมูเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เสริมสร้างความสดชื่น ความสบายใจ แต่ความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีการทำงานหรือการกระทำใดๆ เพื่อมุ่งมั่นไปให้ถึงเป้าหมายของตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสนับสนุนทางจิตใจเพื่อให้มีพลังและแรงใจในการทำงาน และเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน แต่สุดท้ายเธอก็ยืนยันว่า ทุกคนสามารถค้นพบความโชคดีในทุกวันไปกับ FRESHLUCK ได้แน่นอน

 

ขอบคุณสถานที่: The Standard Bangkok

The post Passion Calling: โลกใหม่ของ ก๊อตจิ กับ ยาดมสายมูฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คนไทยกับ ‘การมูเตลู’ โอกาสทองสำหรับธุรกิจยุคใหม่ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-25032024-3/ Mon, 25 Mar 2024 06:29:15 +0000 https://thestandard.co/?p=915119 การมูเตลู

ผลการศึกษาชี้ พฤติกรรม ‘การมูเตลู’ หรือความเชื่อเหนือธร […]

The post ชมคลิป: คนไทยกับ ‘การมูเตลู’ โอกาสทองสำหรับธุรกิจยุคใหม่ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
การมูเตลู
  • ผลการศึกษาชี้ พฤติกรรม ‘การมูเตลู’ หรือความเชื่อเหนือธรรมชาติที่แตกต่างกันของคนไทยในแต่ละเจเนอเรชัน อาจเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: คนไทยกับ ‘การมูเตลู’ โอกาสทองสำหรับธุรกิจยุคใหม่ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
88% ของคนไทยเชื่อเรื่องมูเตลู! โอกาสทองสำหรับธุรกิจยุคใหม่ในวันที่ผู้คนต้องพึ่งเรื่องเหนือธรรมชาติเพื่อเยียวยาจิตใจ https://thestandard.co/88-of-thai-people-believe-in-mutelu/ Sun, 24 Mar 2024 02:56:16 +0000 https://thestandard.co/?p=914762 มูเตลู

ในยุคปัจจุบัน ‘การมูเตลู’ หรือความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมช […]

The post 88% ของคนไทยเชื่อเรื่องมูเตลู! โอกาสทองสำหรับธุรกิจยุคใหม่ในวันที่ผู้คนต้องพึ่งเรื่องเหนือธรรมชาติเพื่อเยียวยาจิตใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูเตลู

ในยุคปัจจุบัน ‘การมูเตลู’ หรือความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทยทุกเพศทุกวัย ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เผยให้เห็นถึงพฤติกรรมการมูเตลูที่แตกต่างกันของคนไทยในแต่ละเจเนอเรชัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่

 

จากผลสำรวจคนไทยกว่า 1,200 คน พบว่า 88% เชื่อเรื่องการมูเตลู และ 52% มองว่าการมูเตลูเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ คนไทยส่วนใหญ่มูเพื่อตัวเองมากกว่าครอบครัว และแม้ว่าเราจะขอพรเพื่อตัวเองแล้วนั้นยังคงมีความแตกต่างที่น่าสนใจเมื่อเจาะลึกลงไปในหัวข้อที่ว่า ผู้ชายกับผู้หญิงมูต่างกันอย่างไร ซึ่งพบว่าในเพศชายมีแนวโน้มที่จะต้องการผู้รับฟังเมื่อเทียบกับผู้หญิง

 

พฤติกรรมการมูเตลูตามเจเนอเรชัน:

 

Gen X (43-58 ปี)

  • มูแบบดั้งเดิม เน้นการสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ
  • มูเพื่อสุขภาพ
  • มักไปวัดวาอาราม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
  • นิยมบูชาพระเครื่อง วัตถุมงคล
  • เชื่อในเรื่องโหราศาสตร์ เลขศาสตร์
  • ให้น้ำหนักกับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ 

Gen Y (27-42 ปี)

  • มูแบบเปิดกว้าง เน้นการขอพรเรื่องเงินและโชคลาภ
  • มูเพื่อการงานและการเงิน
  • มูแบบผสมผสาน ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบใหม่
  • นิยมบูชาเครื่องรางของขลัง
  • เชื่อในเรื่องดวงและไสยศาสตร์
  • ให้น้ำหนักกับรีวิวและข้อมูลออนไลน์ 

Gen Z (11-26 ปี)

  • มูแบบมินิมัล เน้นการผสมผสานการมูเข้ากับไลฟ์สไตล์
  • มูเพื่อการงานและการเรียน
  • มูแบบออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว
  • นิยมบูชาเครื่องรางของขลังที่มีดีไซน์ทันสมัย
  • เชื่อในเรื่องดวงและไสยศาสตร์
  • ให้น้ำหนักกับอินฟลูเอ็นเซอร์บนโลกออนไลน์ 

กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับธุรกิจ:


Gen X

  • เน้นการเสริมพลังใจ เพิ่มพลังกาย เช่น กิจกรรมเดิน-วิ่ง 9 วัด บทสวดมนต์/บทอวยพรมงคล
  • สินค้า/บริการเพื่อสุขภาพ
  • สื่อสารผ่านช่องทางออฟไลน์ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ
  • เน้นความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย

 

Gen Y

  • เน้นการเปิดประสบการณ์มูแบบใหม่ เช่น ทริปมูเตลู สินค้า/บริการลิมิเต็ดเอดิชัน สินค้า/บริการที่ช่วยเสริมดวง เสริมโชคลาภ
  • สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์
  • เน้นความแปลกใหม่ น่าสนใจ

 

Gen Z

  • เน้นการมูแบบมินิมัล สินค้า/บริการที่มีสไตล์ เสริมความสนุกสนาน เช่น สินค้าสีมงคล สติกเกอร์มงคล
  • สินค้า/บริการที่ช่วยเสริมดวง เสริมโชคลาภ
  • สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์
  • เน้นความทันสมัย สวยงาม เข้าถึงง่าย

 

การมูเตลูสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และค่านิยมของคนไทย ธุรกิจที่เข้าใจพฤติกรรมการมูเตลูของแต่ละเจเนอเรชันจะสามารถพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงใจลูกค้า สร้างการจดจำ และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ

The post 88% ของคนไทยเชื่อเรื่องมูเตลู! โอกาสทองสำหรับธุรกิจยุคใหม่ในวันที่ผู้คนต้องพึ่งเรื่องเหนือธรรมชาติเพื่อเยียวยาจิตใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนมูรับปีใหม่ สร้างคอนเทนต์ลง IG ที่ ‘ฮ่องกง’ พร้อมคูปองแจกฟรีรอบใหม่ 100 ดอลลาร์ https://thestandard.co/mutelu-in-hong-kong/ Wed, 24 Jan 2024 08:35:57 +0000 https://thestandard.co/?p=890673

เริ่มต้นศักราชใหม่ 2024 เชื่อเหลือเกินว่าผู้อ่าน THE ST […]

The post ชวนมูรับปีใหม่ สร้างคอนเทนต์ลง IG ที่ ‘ฮ่องกง’ พร้อมคูปองแจกฟรีรอบใหม่ 100 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เริ่มต้นศักราชใหม่ 2024 เชื่อเหลือเกินว่าผู้อ่าน THE STANDARD ต่างก็อยากนำพาสิ่งดีๆ เข้าสู่ชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมสร้างความมั่นใจและกำลังใจในการใช้ชีวิตตลอดทั้งปีพญามังกรนี้ 

 

พอขึ้นชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตแล้ว เราเชื่อว่า ‘ฮ่องกง’ น่าจะเป็นหมุดหมายปลายทางลำดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะนึกถึงอย่างแน่นอน เมื่อแพลนถึงทริปท่องเที่ยว ‘สายมู’ (ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Agoda พบว่า ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยในลำดับที่ 4 ณ ช่วงครึ่งปีแรก 2023) 

 

แต่นอกเหนือจากความมูและความมงคลของชีวิตแล้ว เรามองว่าเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของฮ่องกงที่ดีงามและชวนให้ใจฟูได้ไม่แพ้กันก็คือ ความสวยงามและความยูนีกเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างในฮ่องกง ที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปยืนนิ่งๆ ณ จุดใด สถานที่ไหนก็ตาม เราก็สามารถหยิบสมาร์ทโฟนหรือกล้องคู่ใจขึ้นมาถ่ายรูปได้เกือบจะทุกสถานที่ ทุกโอกาส สมกับความเป็นดินแดนแห่ง Instagrammable ที่แท้จริง 

 

 

เก็บให้ครบทุกมุม ทุกจุด พร้อมของแถมเป็นพลุริมอ่าววิกตอเรียที่ Hong Kong Cultural Centre

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ฮ่องกงขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเลิศด้านศิลปะและวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นในที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์มากมายหลายแห่งตามแต่ละวัตถุประสงค์การใช้งานและพื้นที่จัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น Hong Kong Museum of Art, Hong Kong Palace Museum, M+ หรือ Xiqu Centre เป็นต้น ซึ่งมิวเซียมแต่ละแห่งก็ล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และน่าสนใจแทบทั้งสิ้น 

 

แต่สาเหตุที่เราขออนุญาตหยิบยก Hong Kong Cultural Centre หรือศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงขึ้นมาก็เพราะว่า สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านจิมซาจุ่ย ย่านท่องเที่ยวยอดนิยมที่พลุกพล่านเป็นอย่างมาก (อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก K11 MUSEA ศูนย์การค้าชื่อดังของฮ่องกง ซึ่งถูกยกให้เป็น Instagrammable Place อีกแห่งหนึ่งของฮ่องกง) 

 

ความดีงามของศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ก็คือ ความโดดเด่นของดีไซน์สถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร ที่เราสามารถทำคอนเทนต์เก๋ๆ ได้เกือบทุกมุม ทุกจุด 

 

 

ภาพ: Wikimedia Commons 

 

ตัวอย่างเช่น เสารับตัวอาคารรอบตึกที่ทำมุมเรขาคณิตเป็นลักษณะสามเหลี่ยม พร้อมแสงและเงาที่ตกกระทบตามช่วงเวลาที่มาถ่ายกี่ครั้งก็ได้ภาพคูลๆ เก็บกลับมาเสมอ 

 

และความพิเศษในยามค่ำคืนก็คือ การที่เราสามารถรับชมการแสดงพลุแสง สี เสียง A Symphony of Lights ได้แบบชิดติดขอบอีกต่างหาก ด้วยความได้เปรียบของสถานที่แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ติดกับวิกตอเรีย ฮาร์เบอร์ เรียกได้ว่าครบเครื่อง รับจบในที่เดียวอย่างแท้จริง 

 

  

 

ภาพ: การท่องเที่ยวฮ่องกง (HKTB: Hong Kong Tourism Board) 

 

ตะลุยกินอาหารแสนอร่อย เสพวัฒนธรรมท้องถิ่นและแสง สี แบบ Local ที่ Temple Street Night Market ตลาดกลางคืนที่ได้ชื่อว่าคนพลุกพล่านที่สุดของฮ่องกง! 

 

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการได้ไปเปิดประสบการณ์การเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นระหว่างออกเดินทางท่องโลกกว้าง เราเชื่อว่า ‘Temple Street Night Market’ หรือตลาดกลางคืน Temple Street ที่ตั้งอยู่ในย่านเหยามาเต่ยแห่งนี้ จะต้องเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณตกหลุมรักอย่างแน่นอน 

 

ตลาดกลางคืน Temple Street ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และมีความยูนีกในตัวเองค่อนข้างสูง ทั้งยังสามารถมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวทั้งท้องถิ่นหรือต่างถิ่นได้ชนิดที่ว่า ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวใดในฮ่องกงจะเทียบเคียงเลยก็ว่าได้ (ตามคำบอกเล่าของชาวฮ่องกงท้องถิ่น) โดยจุดเด่นของตลาดกลางคืนแห่งนี้คือ การเป็นแหล่งรวมตัวของร้านอาหารสตรีทฟู้ดท้องถิ่นที่มีทั้งคาวและหวานให้เลือกลิ้มชิมรสอย่างหลากหลายทั่วถึง 

 

 

นอกจากนี้ยังมีร้านค้าท้องถิ่นที่ขายผลิตภัณฑ์และสินค้าของฮ่องกงให้คุณเลือกช้อปอีกต่างหาก ซึ่งความพิเศษในช่วงตั้งแต่ธันวาคม 2023 เป็นต้นมา คือการที่รัฐบาลโดยการท่องเที่ยวฮ่องกงได้จัดเต็มโปรโมตตลาดกลางคืน Temple Street ให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนให้ได้ ด้วยการจัดกิจกรรมโปรโมตตลอดจนการตกแต่งแสง สี ยามค่ำคืนแบบอลังการ  

 

หนึ่งในนั้นคือการทำงานร่วมกันกับ Street Artist และสถาปนิกชาวฮ่องกงอย่าง Stanley Siu เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเป็นกิมมิกน่ารักๆ ติดตั้งตามส่วนต่างๆ ตามแนวยาวของถนนตลาดกลางคืนแห่งนี้ เช่น ไฟนีออนรูปค้างคาวและเหรียญขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี, เครื่องหมายจราจรหรือป้ายบอกทางที่ถูกตัวการ์ตูนน่ารักๆ กราฟิกสุดเก๋บอมบ์ใส่ และไฟจากเครื่องโปรเจกเตอร์ที่ฉายไปยังพื้นผิวท้องถนนเพื่อสร้างสีสันในยามค่ำคืน ฯลฯ เรียกได้ว่าจัดเต็มชนิดที่หากพลาดไม่ได้ไปเหยียบตลาดกลางคืนแห่งนี้จะต้องเสียใจอย่างแน่นอน 

 

  

 

 

ได้ทั้งมูเรื่องเรียนและทำคอนเทนต์เท่ๆ (แต่สำรวม) ที่วัดหมั่นโหมว (Man Mo Temple)

 

Man Mo Temple หรือวัดหมั่นโหมว ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นเรื่องการขอพรด้านการเรียนรู้และพละกำลังวังชาเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชาและถวายแด่เทพเจ้าแห่งวรรณกรรม (หมั่น: Man) และเทพเจ้าแห่งสงคราม (โหมว: Mo) ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1847-1862 จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง 

 

นอกเหนือกจากการขอพรกับเทพเจ้าหมั่นและเทพเจ้าโหมว ด้วยการที่วัดหมั่นโหมวมีลักษณะของการออกแบบภายในที่สงบเงียบ มีแสงลอดผ่านทำมุมพอดิบพอดี พร้อมๆ กับการตกแต่งด้วยกระดิ่งแขวนเหนือเพดาน พร้อมธูปวงขดแดง ทั้งหมดจึงล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สวยงามและมีเอกลักษณ์ในตัวเองเป็นที่สุด 

 

อย่างไรก็ดี เราขอแนะนำให้ใครก็ตามที่เดินทางมาไหว้พระขอพรยังสถานที่แห่งนี้และมีความประสงค์จะถ่ายรูปทำคอนเทนต์ให้งดใช้แฟลชในการถ่ายรูป รวมถึงสงบเงียบและสำรวม ไม่รบกวนผู้อื่นที่เดินทางมาสักการะเทพเจ้า ตามคำแนะนำของทางการฮ่องกงและวัด

 

ปัจจุบันวัดหมั่นโหมวได้รับการประกาศให้เป็นอนุสรณ์สถานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ได้รับการประกาศในปี 2010) ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันความพิเศษและมนตร์ความขลังของวัดแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี 

 

 

 

 

แต่ถ้าคิดอะไรไม่ออก ลองกำเงินไปใช้บริการ Hong Kong Night Bus Tour เพลิดเพลินกับแสง สี ยามค่ำคืนในฮ่องกง

 

อีกความพิเศษตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2023 – 31 มีนาคม 2024 คือการที่ทางการท่องเที่ยวฮ่องกง (HKTB) ชวนเหล่านักท่องเที่ยวออกชื่นชมแสง สี ของฮ่องกงในยามราตรีผ่าน ‘Hong Kong Night Bus Tour’ หรือทัวร์รถบัสเคล้าแสง สี ยามราตรีในตัวเมืองฮ่องกงผ่านแลนด์มาร์กที่น่าสนใจ 

 

โดยสนนค่าบริการเพียง 20 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อคน หรือราว 90 บาทเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเลือกทัวร์ได้ 3 รูทท่องเที่ยว ประกอบด้วย 

 

1. Big Bus Hong Kong Island Night Tour: ทัวร์ท่องเที่ยวสำรวจประวัติศาสตร์เกาะฮ่องกง การทรานส์ฟอร์มเปลี่ยนผ่านยุคสมัยต่างๆ ในย่านใจกลางเมือง

 

2. Big Bus Kowloon Night Tour: ทัวร์ท่องเที่ยวสำรวจผ่านย่านช้อปปิ้งและพื้นที่ของฮ่องกงที่ไม่เคยหลับใหลจากเวสต์เกาลูน สู่มงก๊ก เหยามาเต่ย จรดจิมซาจุ่ย

 

3. Rickshaw Bus H2K Night Tour: ทัวร์ท่องเที่ยวฮ่องกงด้วยรถบัสสองชั้นแบบเปิดประทุน (ชั้นสองเป็นแบบ Open-View เปิดรับลมยามราตรี) ที่เดินทางสำรวจแลนด์มาร์กมากกว่า 10 แห่ง 10 จุด ในฮ่องกง 

 

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: Discover Hong Kong

 

 

เที่ยวฮ่องกงแบบชิลๆ รับทันทีเงินขวัญถุงเที่ยวยามราตรี Hong Kong Night Treats คูปอง 100 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

และความพิเศษอีกประการของการมาเที่ยวฮ่องกงในปี 2024 ที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้เป็นอันขาดก็คือ การที่การท่องเที่ยวฮ่องกง (HKTB) ได้กลับมาแจกคูปองสนับสนุนการท่องเที่ยวให้กับเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอีกแล้ว (ต่อเนื่องจากแคมเปญปี 2023) 

 

แคมเปญใหม่นี้คือ Hong Kong Night Treats ที่การท่องเที่ยวฮ่องกงจะสนับสนุนบัตรกำนัลมูลค่า 100 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 445 บาท ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2023 เป็นต้นไป จนถึง 31 มีนาคม 2024 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1 ล้านใบตลอดทั้งแคมเปญ 

 

ซึ่งเราสามารถนำคูปอง Hong Kong Night Treats ไปใช้เป็นเวาเชอร์ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่มกับร้านอาหารหรือบาร์ที่เข้าร่วมโครงการได้ทันทีหลังเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป จำกัดสิทธิ์การใช้งาน 1 ครั้ง ต่อ 1 คน และสามารถดูเงื่อนไขรวมทั้งสำรวจรายชื่อร้านอาหารหรือบาร์ที่เข้าร่วมโครงการ Hong Kong Night Treats ได้ที่เว็บไซต์: Discover Hong Kong

 

ย้ำอีกครั้งว่าใครที่มีแพลนไปเที่ยวฮ่องกง อย่าลืมไปนำพาสปอร์ตไปแลกคูปอง Hong Kong Night Treats ที่ศูนย์นักท่องเที่ยว Arrivals Level Terminal 1 สนามบินนานาชาติฮ่องกง หรือจุดแลกคูปองตามแลนด์มาร์กต่างๆ (คลิกดูจุดรับคูปองได้จากลิงก์ในพารากราฟบน) 

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรเที่ยวฮ่องกงดีๆ เจอกันได้ที่งาน ‘เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก’ (TITF) ครั้งที่ 29 ตั้งแต่วันที่ 25-28 มกราคม 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 7 พบเราได้ที่ Hong Kong Pavilion! มาเลือกช้อปข้อเสนอและแพ็กเกจการเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมของที่ระลึกดีไซน์เก๋จำนวนจำกัด เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ฮ่องกงประเภทใดก็ได้ พร้อมร่วมกิจกรรมเด็ด! เข้าฟังอาจารย์คฑาแจกเคล็ดลับวิธีสักการะที่ถูกต้องและหลักฮวงจุ้ยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนในวันที่ 27 และ 28 มกราคมนี้เท่านั้น!

 

ส่วนใครที่ยังลังเลใจและอยากไปเที่ยวฮ่องกงสักครั้ง เราขอป้ายยาแรงๆ อีกสักรอบว่า ไปเที่ยวเถอะฮ่องกง แล้วคุณจะไม่ผิดหวังในดินแดนแห่งนี้ ความอร่อยของอาหาร เสน่ห์ของวัฒนธรรม บ้านเมืองและสถาปัตยกรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ที่สำคัญอย่าลืมว่าช่วงนี้เที่ยวแล้วยังได้รับคูปองสนับสนุนอีกคนละ 100 ดอลลาร์ฮ่องกงอีกด้วยนะ ไม่ไปไม่ได้แล้ว!

The post ชวนมูรับปีใหม่ สร้างคอนเทนต์ลง IG ที่ ‘ฮ่องกง’ พร้อมคูปองแจกฟรีรอบใหม่ 100 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สายมูเตลูถวายกุหลาบแดง ขอพรองค์เทพเจ้าหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ตามความเชื่อ ต้อนรับวันวาเลนไทน์ https://thestandard.co/trimurati-ctw-before-valentines-day/ Thu, 09 Feb 2023 13:51:48 +0000 https://thestandard.co/?p=748228 ไหว้พระตรีมูรติ

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่ลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นท […]

The post สายมูเตลูถวายกุหลาบแดง ขอพรองค์เทพเจ้าหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ตามความเชื่อ ต้อนรับวันวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไหว้พระตรีมูรติ

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่ลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 17.19-18.19 น. ประชาชนร่วมสักการะบูชาและขอพรองค์เทพเจ้าที่หลายคนเชื่อว่าเป็นองค์พระตรีมูรติ ตามความเชื่อ โดยในวันนี้ถือเป็นวันพฤหัสบดีก่อนเทศกาลวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์

 

ทั้งนี้ตามความเชื่อ พระตรีมูรติถือเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ทั้งในเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน และโดดเด่นมากที่สุดคือด้านความรัก จนถูกยกให้เป็นเทพแห่งความรัก 

 

ช่วงใกล้วันวาเลนไทน์จะมีประชาชนจำนวนมากที่มีความเชื่อในด้านเทพเจ้าพราหมณ์ ฮินดู เดินทางมาขอพรเฉพาะเรื่องความรักที่ศาลพระตรีมูรติแห่งนี้ โดยจะนำกุหลาบสีแดง พวงมาลัย หรือผลไม้ มาถวายเพื่อบูชาขอให้สมความปรารถนา

 

นอกจากการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสายมู (มูเตลู) แล้ว ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองวันวาเวนไทน์ด้วยธีม ‘LOVE CHROMOSOME เมื่อความรักมีหลากหลายรูปแบบ’ จัดต่อเนื่องตลอดเดือนแห่งความรัก ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์นี้

 

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว THE STANDARD ได้สอบถามนักวิชาการเฉพาะด้าน ได้อธิบายไว้ว่า ศาลพระสทาศิวะที่ตั้งอยู่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่ ‘ศาลพระตรีมูรติ’ อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ศาลพระสทาศิวะเป็นที่สักการะของคนไทยที่มีความเชื่อว่า สามารถขอพรได้ทุกสิ่ง จะมีความสุขสมหวัง สมปรารถนา ส่วนศาลพระตรีมูรติที่หลายคนต้องการสักการะเพื่อขอพรเรื่องความรักโดยตรง สามารถเดินทางไปยังหน้าตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ได้

 

ไหว้พระตรีมูรติ  

The post สายมูเตลูถวายกุหลาบแดง ขอพรองค์เทพเจ้าหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ตามความเชื่อ ต้อนรับวันวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สายมู’ ขอพรองค์พระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง ตามความเชื่อ ให้ปีหน้าเป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป https://thestandard.co/mutelu-lord-ganesha/ Thu, 29 Dec 2022 10:03:36 +0000 https://thestandard.co/?p=730546 องค์พระพิฆเนศ

วานนี้ (28 ธันวาคม) ที่เทวาลัยพระพิฆเนศ แยกรัชดา-ห้วยขว […]

The post ‘สายมู’ ขอพรองค์พระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง ตามความเชื่อ ให้ปีหน้าเป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
องค์พระพิฆเนศ

วานนี้ (28 ธันวาคม) ที่เทวาลัยพระพิฆเนศ แยกรัชดา-ห้วยขวาง ทีมช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่เก็บภาพบรรยากาศประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าสักการะองค์เทพ ตามความเชื่อส่วนบุคคลที่ว่า เทวาลัยแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และพระพิฆเนศเป็นตัวแทนแห่งเทพผู้บันดาลให้ประสบผลสำเร็จ และสมความปรารถนา

 

สำหรับเทวาลัยพระพิฆเนศ ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกห้วยขวาง มีประธานเทวสถานคือ องค์พระพิฆเนศ ปางยืนประทานพร มี 4 กร แต่ละกรทรงถือบ่วง, วัชระ (สายฟ้า), งา และขนมโมทกะ ประดิษฐานบนดอกบัวบาน

 

ผู้ที่เดินทางมาสักการะกล่าวว่า เทวสถานแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องบันดาลความรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและความรัก ใครก็ตามที่เป็นสายมูเตลู (ผู้ที่เชื่อในเรื่องโชคชะตาและโหราศาสตร์) จะต้องเดินทางมาขอพรที่แห่งนี้

 

ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะมีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมาขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลกันจำนวนมาก ส่วนมากขอให้ปีหน้า 2566 ทำการงานสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ และเป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป

 

องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ องค์พระพิฆเนศ

The post ‘สายมู’ ขอพรองค์พระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง ตามความเชื่อ ให้ปีหน้าเป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘วอลเปเปอร์เสริมดวง’ ใช้อย่างไรให้ปัง? อินไซต์ที่คิดและคำนวณโดย dtac เจ้าตลาดสายมูตัวจริง [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/dtac-mutelu-2/ Thu, 08 Dec 2022 15:20:05 +0000 https://thestandard.co/?p=721360 dtac

แม้โลกจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากวิทยาศา […]

The post ‘วอลเปเปอร์เสริมดวง’ ใช้อย่างไรให้ปัง? อินไซต์ที่คิดและคำนวณโดย dtac เจ้าตลาดสายมูตัวจริง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
dtac

แม้โลกจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าความเชื่อเรื่องการเสริมดวงเป็นเรื่องที่ไม่เคยล้าสมัย แถมรูปแบบการ ‘มูเตลู’ ของคนไทยก็เริ่มเปลี่ยนไป และมีความวาไรตี้มากขึ้น แบรนด์แฟชั่นยังหันมาจับตลาดสายมู ผ่านคอลเล็กชันเครื่องประดับ ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์เครื่องสำอาง ที่บางคอลเล็กชันก็อิงกับความเชื่อเรื่องสีมงคล แล้วเบลนด์ไปกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ รวมไปถึงรูปแบบของวอลเปเปอร์บนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สร้างสรรค์ไอเดียและดีไซน์ออกมาให้น่ารัก แต่ยังคงความขลังจากการนำศาสตร์ต่างๆ มาผสมผสาน เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่สายมูแทบทุกคนต้องมีไว้ใช้งาน เพราะเปลี่ยนได้เรื่อยๆ ตามสถานการณ์ และเรื่องที่อยากจะเสริมในช่วงนั้นๆ  

 

dtac

 

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เคยทำการสำรวจพบว่าคนไทยกว่า 52 ล้านคน ยกให้เรื่องพยากรณ์ โหราศาสตร์ ลายมือ ไพ่ยิปซี มีผลต่อความเชื่อมากที่สุด รองลงมาคือเรื่องของพระเครื่องวัตถุมงคล สีมงคล และเลขมงคลตามลำดับ 

 

จะเห็นได้ว่าศาสตร์ที่ยังครองความเชื่อมาโดยตลอดก็คือ ‘เลขมงคล’ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา และพลังของศาสตร์ตัวเลข ก็เป็นศาสตร์เก่าแก่ที่เกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์มายาวนาน อีกทั้งเชื่อมโยงกับ ‘ความมงคล’ แบบที่คนไทยคุ้นเคย เช่น เลขบ้านมงคล ฤกษ์มงคล วันมงคล เลขทะเบียนรถมงคล 

 

พอพูดถึงศาสตร์ตัวเลขเมื่อไร หรืออิงตามผลลัพธ์ที่เห็นๆ มา เจ้าตลาดที่ใครๆ ก็ยกให้เป็นผู้นำด้านศาสตร์ตัวเลขก็คือ dtac ที่จับตลาดเลขมงคลมากว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2548) เป็นแบรนด์ที่เอาจริงเรื่อง ‘เบอร์มงคล’ ด้วยศาสตร์ที่คำนวณจากดวงดาวโหราศาสตร์อย่างแท้จริง ก่อนจะเพิ่มความปังและขลังสู่ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ เพราะ dtac เชื่อว่าเบอร์จะมงคลได้ จะต้องตรงดวง และถ้ายิ่งดวงดี ก็จะยิ่งมงคล จึงนำจุดนี้เข้ามาสร้างจุดขาย และเจาะตลาดผู้บริโภคได้ตรงเป้ามากยิ่งขึ้น  

 

dtac

 

dtac ที่ไม่เพียงแต่เข้าใจความขลังและพลังของเลขมงคล แต่ยังได้ อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา มาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความขลัง และที่สำคัญคือการนำ data มาปรับพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อย่างช่วงปีที่ผ่านมา ข้อมูลหลังบ้านของ data ยังพบว่า ลูกค้าสมัครบริการเสริมด้านข่าวสารและบันเทิงที่ใช้บริการดูดวงมากถึง 20% ของลูกค้าบริการเสริมทั้งหมด หมายความว่าคนไทยไม่ได้มองหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อสร้างความมงคลให้กับชีวิตเท่านั้น แต่ยังมองเป็น ‘ที่พึ่งทางใจ’ ในช่วงที่เศรษฐกิจก็แย่ สภาพจิตใจก็ยุ่งเหยิง dtac จึงปรับมุมคิด พลิกแพลงศาสตร์ตัวเลขนำไปผนวกกับราศีให้กลายเป็น ‘วอลเปเปอร์เสริมดวง’ ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา จึงเลือกที่จะนำกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้ต้องให้ปังกว่าเดิม 

 

ทั้งนี้ dtac ยังได้ศึกษาลึกลงไปอีกขั้นจนเข้าใจความต้องการของสายมูอย่างลึกซึ้ง พบว่า คนไทยกลุ่มที่ใช้วอลเปเปอร์มือถือเสริมดวง และมีคนใกล้ตัวใช้อยู่สูงถึง 92.6% วัตถุประสงค์ในการใช้วอลเปเปอร์มือถือเสริมดวงคือ 31.3% เพื่อเรียกทรัพย์ 24.2% เสริมเรื่องงานให้รุ่ง 16.8% มุ่งเรื่องรักให้ปัง 11% หวังอยากให้ผู้ใหญ่เมตตา และ 7.9% อยากมีสุขภาพที่ดี 

 

และด้วยจุดเด่นวอลเปเปอร์เสริมดวงที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนมีที่พึ่งทางใจอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา ไม่ต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหนๆ แค่โหลดชีวิตก็ปังได้ แถมยังเปลี่ยนได้ตามเรื่องที่ต้องการเสริมดวง  

 

dtac

 

ในวาระการก้าวผ่านปี 2565 เพื่อให้เข้าสู่ปี 2566 ของคนไทยมีแต่สิ่งดีๆ dtac จึงมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับทุกคนฟรี! เพื่อให้ปีเถาะเป็นปีทองของทุกคน ผ่าน ‘วอลเปเปอร์กระต่ายมงคล’ ที่จะมอบความมหามงคลให้กับคุณตลอดปี 

 

ความขลังและปังของ ‘วอลเปเปอร์กระต่ายมงคล’ ที่ dtac มอบให้กับคนไทยเป็นของขวัญนี้ เกิดจากการรวมพลัง 3 ศาสตร์มงคลไว้ในวอลเปเปอร์เดียว ทั้งกระต่ายมงคล เครื่องรางมงคล และคู่เลขมงคล โดย อ.ช้าง ทศพร กูรูด้านศาสตร์ตัวเลข รวมไปถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ มีให้เลือก 4 แบบ เสริมครอบคลุมครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 

 

กระต่ายมงคล พลังกังหันนำโชค: เสริมการงานให้ประสบแต่ความสำเร็จ ดึงดูดความโชคดี นำพาบารมีและชัยชนะ ประกอบกับคู่เลข 45 ที่จะนำพาความก้าวหน้ามาสู่ชีวิต 

กระต่ายมงคล พลังถุงทอง: เสริมเงินทองให้ไหลมาเทมาทั่วทุกสารทิศ ดึงดูดทรัพย์สินให้กลายเป็นทรัพย์สมบัติ ประกอบกับคู่เลข 89 ช่วยผลักดันชีวิตให้ก้าวหน้าไปไกลอย่างรวดเร็ว

กระต่ายมงคล พลังด้ายแดง: เสริมความรักให้สมปรารถนา เปิดโชคชะตาให้นำพาเนื้อคู่ เป็นที่รักด้วยเสน่ห์เมตตามหานิยม ประกอบกับคู่เลข 46 คอยนำพาแต่ความสุขมาให้ชีวิต

กระต่ายมงคล พลังต้นไม้ทอง: เสริมความสุขอุดมสมบูรณ์ ให้ชีวิตมีแต่ความสิริมงคล มั่นคงด้วยทรัพย์สมบัติอย่างมหาศาล ประกอบกับคู่เลข 56 ที่จะคอยเพิ่มพูนแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต

 

อ่านมาถึงตรงนี้ยังไม่ชัวร์ว่าปีหน้าคุณควรจะเสริมดวงด้านไหน และควรโหลดวอลเปเปอร์ลายไหนดี dtac สรุปดวงปีหน้าของแต่ละราศีโดย อ.ช้าง ทศพร มาให้แล้ว คลิกอ่านดวงของคุณพร้อมโหลด ‘วอลเปเปอร์กระต่ายมงคล’ มาเสริมความมงคลให้แก่ชีวิตตลอดปี 2566 ได้เลยตอนนี้ ฟรี! ที่ www.dtac.co.th/s/TheStandard 

The post ‘วอลเปเปอร์เสริมดวง’ ใช้อย่างไรให้ปัง? อินไซต์ที่คิดและคำนวณโดย dtac เจ้าตลาดสายมูตัวจริง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Udonthani 8 ที่เที่ยวสายมูเสริมมงคล ‘มูกลางคืนก็ปังมูกลางวันก็เฮง’ ที่อุดรธานี ดินแดนแห่งความเชื่อ https://thestandard.co/udonthani-mutelu-tourist-attraction/ Fri, 22 Jul 2022 13:51:12 +0000 https://thestandard.co/?p=657774 เที่ยวอุดรธานี

ไม่กี่ปีมาที่ผ่าน อุดรธานีได้รับความนิยมมากในฐานะดินแดน […]

The post Udonthani 8 ที่เที่ยวสายมูเสริมมงคล ‘มูกลางคืนก็ปังมูกลางวันก็เฮง’ ที่อุดรธานี ดินแดนแห่งความเชื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เที่ยวอุดรธานี

ไม่กี่ปีมาที่ผ่าน อุดรธานีได้รับความนิยมมากในฐานะดินแดนแห่งความเชื่อ มีนักเดินทางชาวไทยและเทศต่างพากันมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดนี้มากมาย ตั้งแต่ไหว้พญานาคที่คำชะโนด ชมดาวและความงามของพระพุทธไสยาสน์ ณ วัดป่าภูก้อน หรือขอเงินขอพรจากวัดสระมณี อุดรธานีกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองบาดาล ศูนย์รวมของความเชื่อที่หลากหลายของอีสานเหนือ และหากใครอยากเที่ยวแบบสายมูเตลู เสริมสิริมงคลให้ชีวิต นี่คือ 8 สถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สมควรสักการะยิ่งยามเมื่อเยี่ยมเยือน

 

เที่ยวอุดรธานี

 

ท้าวเวสสุวรรณ, ศาลหลักเมือง

ท้าวเวสสุวรรณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดอุดรธานี อีกทั้งยังเป็นตราสัญลักษณ์ของจังหวัดอีกด้วย ผู้มีจิตศรัทธานิยมมาขอให้ผู้ที่คิดร้ายแก่ตนต้องแพ้ภัยตัวเองไปหรือกลับมาเป็นมิตร มีเคล็ดลับในการมูคือ เมื่อขอพรเสร็จแล้วให้ลูบกระบอกของท้าวเวสสุวรรณ ว่ากันว่าท่านจะประทานพรให้

 

องค์ท้าวเวสสุวรรณตั้งอยู่ที่บริเวณลานหน้าศาลหลักเมืองอุดรธานี ที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึง 3 สิ่งให้ได้สักการะบูชา นั่นก็คือ ท้าวเวสสุวรรณ, ศาลหลักเมือง และหลวงพ่อพระพุทธโพธิ์ทอง สามารถเดินทางมาสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในช่วงกลางคืนวิหารศาลหลักเมืองและพระพุทธโพธิ์ทองจะไม่เปิดให้เข้าชม

 

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

ที่อยู่: ศาลหลักเมือง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000

Map: City Pillar Shrine or San Lak Mueang 

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

องค์ศรีสุขคเณศ, วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี

องค์ศรีสุขคเณศ แสดงถึงความศรัทธาแห่งความสำเร็จ ผลงานการสร้างของวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ร่วมกับชมรมศิษย์ศิลป์ถิ่นอุดร เป็นการผสมผสาน 2 ความเชื่อ นั่นก็คือ ‘พระพิฆเณศวร’ กับ ‘พ่อปู่ศรีสุทโธ’ ออกมาเป็นพระพิฆเณศวร 8 กร นาคปรก 9 เศียร เชื่อกันว่าเป็นมหามงคลแห่งความสุขและความสำเร็จ 

 

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

ที่อยู่: 25 ถนนโพศรี ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี)

Map: Sirasukkanes Vocational College Udon Thani

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

หากไปอุดรธานีแล้วเห็นคนวิ่งวนรอบอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม หรือที่ชาวอุดรธานีเรียกกันสั้นๆ ว่า อนุสาวรีย์หลวงประจักษ์ฯ ก็อย่าได้ตกใจไปว่าทำไมถึงมีคนมาวิ่งในวงเวียนกลางแยกแบบนี้ เพราะที่นี่เขานิยมมาขอพรเรื่องความสำเร็จในเรื่องการงาน การเรียน การสอบแข่งขันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสอบเข้าโรงเรียน สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือสอบบรรจุข้าราชการ พอได้ตามความประสงค์แล้วก็มาวิ่งแก้บนรอบอนุสาวรีย์ฯ กันตามจำนวนที่ได้กล่าวไว้

 

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

ที่อยู่: 51 ถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000

Map: Kromluang Prachak Sinlapakhom Monument

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

ศาลเทพารักษ์

ศาลเทพารักษ์ ประจำจังหวัดอุดรธานี ที่นี่เห็นจะเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับคนรักตัวเลข เพราะเป็นที่ที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องโชคลาภ การเงิน หรือแม้กระทั่งการงาน แอบกระซิบบอกหน่อยว่า จะมาขอทั้งทีก็มีเคล็ดลับในการขอเหมือนกันนะ คือต้องกลั้นหายใจขอพร เชื่อว่าท่านจะประทานพรให้สุขสมหวัง

 

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

ที่อยู่: ศาลเทพารักษ์ ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000

Map: Thepharak Shrine

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

วัดคำชะโนด

สถานที่สำหรับทั้งสายมูและสายเที่ยว คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก ‘คำชะโนด’ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเมืองบาดาลที่อยู่คู่กับชาวอุดรธานีมาหลายช่วงอายุคน มีจุดไฮไลต์ 3 จุดหลักนั่นก็คือ ศาลพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา, ต้นมะเดื่อยักษ์ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่เรื่องโชคลาภเด่นเป็นอันดับหนึ่ง แต่ห้ามขอเรื่องความรักล่ะ ว่ากันว่ามักจะไม่สมหวังดังใจหมาย

 

นอกจากตำนานเรื่องพญานาคและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้แล้ว ยังมีความน่าสนใจที่ที่ตั้งของคำชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะกลางน้ำ เต็มไปด้วยต้นไม้ และยังคงมีสัตว์เล็กเหลืออยู่บ้าง มีเส้นทางเดินรอบเกาะให้ชมความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ได้ยาวๆ 

 

เวลาทำการ: 09.00-16.00 น.

ที่อยู่: 288 หมู่ 11 ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

Map: Wat Kham Chanot

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

วัดสระมณี

มีตำนานเล่าต่อๆ กันมาว่า สมัยก่อนวัดสระมณีจะมีสระอยู่สระหนึ่งที่อยู่ดีๆ ก็มีลูกแก้วลอยขึ้นจากสระมาเปล่งแสงระยิบระยับเมื่อชาวบ้านมาสร้างวัด ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ยังคงสืบทอดความเชื่อเรื่องพญานาคมาจนถึงปัจจุบัน จุดไฮไลต์สำคัญคือพญานาค 4 ตระกูลรอบโบสถ์ นั่นก็คือ พญาวิรูปักข์นาคราช พญานาคตระกูลสีทอง, พญาเอราปถนาคราช พญานาคตระกูลสีเขียว, พญาฉัพพยาปุตตนาคราช พญานาคตระกูลสีรุ้ง และพญากัณหาโคตมนาคราช พญานาคตระกูลสีดำ

 

เวลาทำการ: 06.00-18.00 น.

ที่อยู่: วัดสระมณี ตำบลผักตบ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 41130

Map: Wat Sa Mani

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

วัดป่าภูก้อน

สักการะพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่มีความยาวถึง 20 เมตร พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี ที่สร้างจากหินอ่อนแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ตั้งอยู่ที่วิหารสังฆบิดร อาคารหลักของวัดป่าภูก้อน ทางด้านหลังอาคารสามารถมองลงไปเห็นวิวความเขียวขจีของเมืองอุดรได้มากถึง 180 องศา

 

เวลาทำการ: 08.30-17.00 น.

ที่อยู่: วัดป่าภูก้อน ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี 41380

Map: Wat Pa Phu Kon

 

 


 

เที่ยวอุดรธานี

 

ศาลเจ้าปู่-ย่า

ศาลเจ้าปู่-ย่า สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอุดรธานี และยังศาลเจ้าที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศไทย ตามความเชื่อเรื่องที่ตั้งของคนจีน มีจุดไหว้ทั้งหมด 6 จุดด้วยกัน คือ

  • ทีตี่แป่บ้อ หรือศาลเทพยดาฟ้าดิน
  • องค์เจ้าปู่-เจ้าย่า
  • ศาลเจ้าพ่อหนองบัว
  • ตี่จู่เอี๊ย หรือศาลเจ้าที่
  • พระสังกัจจายน์
  • องค์เทพฉั่งง่วนส่วย เทพเจ้าแห่งการศึกษา

 

ที่นี่ยังมีศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ที่รวบรวมปรัชญาความรู้และวัฒนธรรมของคนจีนแผ่นดินใหญ่ และประวัติความเป็นมาของชาวจีนในอุดรธานีไว้ด้วยกัน จุดประสงค์เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ถึงรากเหง้าของตน ไม่ให้ประวัติศาสตร์ที่นี่หายไปตามกาลเวลา

 

เวลาทำการ: 09.00-19.00 น.

ที่อยู่: ศาลเจ้าปู่-ย่า ถนนนิตโย อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41380

Map: ศาลเจ้าปู่ย่า

 

 

 

ภาพ: รินรดา พุทธพงษ์, Shutterstock

อ้างอิง:

The post Udonthani 8 ที่เที่ยวสายมูเสริมมงคล ‘มูกลางคืนก็ปังมูกลางวันก็เฮง’ ที่อุดรธานี ดินแดนแห่งความเชื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้ก่อนไปมู แห่ขอพร ‘หลวงพ่อปลดหนี้’ วัดพระธาตุวาโย อันซีนเมืองแปดริ้ว https://thestandard.co/dtac-mutelu/ Tue, 14 Jun 2022 09:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=641381 หลวงพ่อปลดหนี้

รถสีขาวติดสติกเกอร์รถคันนี้สีแดง วันนี้เสื้อสีฟ้ามงคล ใ […]

The post รู้ก่อนไปมู แห่ขอพร ‘หลวงพ่อปลดหนี้’ วัดพระธาตุวาโย อันซีนเมืองแปดริ้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลวงพ่อปลดหนี้

รถสีขาวติดสติกเกอร์รถคันนี้สีแดง วันนี้เสื้อสีฟ้ามงคล ใส่สูทสุดทางการแต่ข้อมือสวมสร้อยหินสีรับทรัพย์ วอลเปเปอร์มือถือเสริมดวง รักพุ่ง งานรุ่ง เขียวเหนี่ยวทรัพย์ รอยสักยันต์ พลังแห่งตัวเลขเดือนละ 2 งวด มือถือเบอร์เก่าว่าดีแล้ว แต่ขอเพิ่มเบอร์มงคลตามวันเกิด

 

ตามปรากฏการณ์ที่คนไทยมีต่อความเชื่อ ความศรัทธา เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือให้กำลังใจต่อการดำเนินชีวิต หรืออีกนัยหนึ่งที่เราคุ้นชื่อที่เรียกกันว่า ‘สายมู’ หรือชื่อเต็ม ‘มูเตลู’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนและต้องการตัดสินใจ โดยถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ตรง หรือมีคนรอบข้างเชื่อหรือศรัทธาสิ่งต่างๆ กันมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามข้อมูลวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีงานวิจัย ‘Marketing in the Uncertain World’ ระบุว่าคนไทยกว่า 52 ล้านคน มีความเชื่อในโชคลาง หรือเป็นสายมูเตลู โดย 58% มีความเชื่อจากการรับฟังคนรอบข้างหรือบุคคลใกล้ชิด ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจแย่ รายได้หาย หนี้สินท่วม ชีวิตติดขัด ทำให้คนยิ่งดิ้นรนสู้ทุกช่องทาง ถนนทุกสายเริ่มมุ่งหน้าไปที่วัดพระธาตุวาโย หรือวัดห้วยน้ำทรัพย์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากมีข่าวว่ามีคนขอพรหลวงพ่อปลดหนี้และได้รับโชค คนที่เฮงที่สุดถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หลังมาขอพร ทำให้จากเดิมวัดที่เงียบสงบมีคนเดินทางมาสักการะจำนวนหลักร้อยต่อวัน เป็นหลักพัน และมากันเนืองแน่นเพิ่มถึงหลักหมื่นต่อวัน

 

 

อารีย์ เขตรขันธ์ หรือ จั่น แม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ที่แผงในวัดพระธาตุวาโย เล่าให้ฟังว่าขายลอตเตอรี่ดีขึ้นตั้งแต่กลางปี 2564 หลังจากมีคนมาไหว้พระแล้วถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 โดยซื้อจากแผงหนึ่งในวัดพระธาตุวาโย ทำให้เธอขายดีไปด้วย ซึ่งเมื่อก่อนขายได้แค่เล่มเดียวต่องวด (1 เล่ม มีจำนวนลอตเตอรี่ 100 ใบ) ตอนนี้ขายดีกว่าเดิมหลายเท่า บางงวดขายได้ถึง 20 เล่ม เพราะคนมากันเยอะมาก พอไหว้พระขอพรเสร็จ สบายใจ ก็ลองเสี่ยงโชค คนที่มาซื้อลอตเตอรี่จากแผงที่วัดพระธาตุวาโยถือว่าโชคดีกันมาก เคยมีคนมาขอพรหลวงพ่อปลดหนี้แล้วถูกรางวัลที่ 1 ไป 30 ล้านบาท ล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีคนจากสุรินทร์ได้โชคถูกรางวัลที่ 1 ไป 12 ล้านบาท ซึ่งพอได้โชคแล้วกลับมาฉายหนังกลางแปลงแก้บน

 

เอกพล เรือนทิพย์ หรือ อ็อฟ เจ้าหน้าที่วัดพระธาตุวาโย เล่าว่า “คนเดินทางมาวัดเพื่อไหว้พระทำบุญเพิ่มขึ้นทุกปี ตอนนี้ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะมีคนเดินทางมาราวกว่าหมื่นคน มาไหว้หลวงพ่อปลดหนี้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางชนะมาร หรือปางมารวิชัย โดยเชื่อกันว่าอธิษฐานขอพรเรื่องปลดหนี้สิน ทำมาค้าขายรุ่ง โชคลาภ จะสมหวัง โดยเฉพาะวันใกล้หวยออกจะมีคนมาไหว้เพิ่มขึ้นอีก การติดต่อสื่อสารเลยยิ่งสำคัญเพิ่มขึ้นด้วย ไม่ว่าจะใช้ในการโทรหากัน ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้โซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันต่างๆ ในการซื้อของจ่ายเงิน”

 

ยิ่งคนมาหนาแน่นมากขึ้น ยิ่งต้องใช้งานมือถือเพิ่มขึ้น ทั้งผู้ที่เดินทางเยือน และผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้าในบริเวณวัด เพราะปัจจุบันอินเทอร์เน็ตบนมือถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ตามข้อมูลดีแทคล่าสุดไตรมาส 1/65 มีการใช้งานดาต้าเฉลี่ย 26.1 GB ต่อคนต่อเดือน

 

 

สิงหนาถ เขตสมัคร หรือ สิงโต เจ้าหน้าที่ดูแลแผงที่วัด และให้เช่าบูชาวัตถุมงคล เล่าว่า “ส่วนใหญ่ใช้มือถืออัปเดตดูแลเพจหลวงพ่อปลดหนี้วัดพระธาตุวาโย และกลุ่มเพจวัตถุมงคลหลวงพ่อปลดหนี้ รวมทั้งโพสต์วัตถุมงคลหน้าเพจให้คนที่สนใจ โทรคุยขายของ เช็กข้อมูลผ่านแอปบนมือถือ ส่วนถ้ามือถือใครไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ปล่อย WiFi ช่วยให้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ โดยเฉพาะตอนโอนเงินซื้อขาย ใช้งานซิมดีแทคมาตลอด สัญญาณดีขึ้นๆ พัฒนาขึ้นทุกวัน พออินเทอร์เน็ตดี ช่วยขายของออนไลน์ หรือโพสต์เพจง่ายขึ้น”

 

ดีแทคได้เร่งขยายเครือข่ายต่อเนื่อง รองรับพฤติกรรมการใช้งานทุกพื้นที่ทั่วไทย รวมถึงพื้นที่วัดพระธาตุวาโย โดยยังมุ่งเน้นขยายคลื่นความถี่ต่ำ โดยไตรมาสที่ผ่านมามีการติดตั้งสถานีฐานบนคลื่นความถี่ต่ำเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,800 สถานีฐาน ล่าสุดสถานีฐานบนเครือข่าย 700 MHz ได้รับการติดตั้งแล้วจํานวนทั้งสิ้นประมาณ 15,600 สถานีฐาน (ข้อมูลในไตรมาส 1/65) โดยพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงประสบการณ์สําหรับลูกค้าทั้ง 4G และ 5G

 

คลื่น 700 MHz เป็นคลื่นย่านความถี่ต่ำ ดีแทคนำมาขยาย ซึ่งเหมาะกับการครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล ที่สำคัญยังสามารถนำมาเพิ่มคุณภาพสัญญาณในเมือง อาคารสูง คอนโดมิเนียม และที่พักอาศัย โดยดีแทคนำมาพัฒนาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้ง 4G และ 5G รองรับการใช้บริการและพฤติกรรมของลูกค้าได้ทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น

 

อารีย์กล่าวเสริมว่า “ตอนนี้ขายลอตเตอรี่สะดวกมาก มีมือถือเครื่องเดียวก็รับเงินหรือโอนเงินค่าซื้อลอตเตอรี่ได้ทันที เราจับจ่ายซื้อของอะไรแต่ละวันก็จ่ายผ่านมือถือ มีอินเทอร์เน็ตดีแทคแล้วใช้งานได้ดีเลย ชีวิตสะดวกกว่าเดิมเยอะมาก ว่างก็เปิดมือถือดูหนัง แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยว่างหรอก คนมากันที่วัดพระธาตุวาโยหนาแน่นมากๆ สังเกตได้จากบางวันมีคนต่อแถวองค์พระธาตุเพื่อรอนมัสการ ต้องวนรอบโบสถ์ 2-3 รอบ”

 

“พวกเราเชื่อว่าหลวงพ่อปลดหนี้ชอบให้คนมาไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ สร้างบุญกุศล และทำดี ส่วนเรื่องโชคอยู่ที่ดวงใครทำบุญมาแค่ไหนมากกว่า” เอกพลกล่าวทิ้งท้าย

The post รู้ก่อนไปมู แห่ขอพร ‘หลวงพ่อปลดหนี้’ วัดพระธาตุวาโย อันซีนเมืองแปดริ้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูให้รวย มูให้ปัง พลังความสำเร็จ สำรวจ ‘พลังมู สู่อัตลักษณ์ความเป็นไทย’ https://thestandard.co/power-of-mutelu-to-thai-identity/ Mon, 13 Jun 2022 06:27:35 +0000 https://thestandard.co/?p=641155 มูเตลู

ในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กท […]

The post มูให้รวย มูให้ปัง พลังความสำเร็จ สำรวจ ‘พลังมู สู่อัตลักษณ์ความเป็นไทย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูเตลู

ในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เห็นข่าวหนึ่งซึ่งน่าสนใจ คือข่าวทีม ส.ก. จากพรรคเพื่อไทยไปลงพื้นที่ที่ตลาดห้วยขวาง และได้ไปทำพิธีบูชาพระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาดห้วยขวางที่ใครๆ ก็รู้จักกันดี ข่าวระบุว่าพรรคจะผลักดันให้เทวาลัยพิฆเนศและตลาดห้วยขวางเป็น Soft Power จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจดี

 

จากบทความก่อน ‘เจาะลึกพลัง ‘มูเตลู’ Soft Power ของไทยที่สร้างรายได้มหาศาล’ (https://thestandard.co/key-messages-mutelu-amulet-and-commercial-buddha/)  

 

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ได้จากพลังมูเตลู โดยเฉพาะตลาดพระเครื่องก็สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้มากถึงกว่าปีละ 40,000 ล้านบาท และในท้ายบทความผู้เขียนได้ทิ้งท้ายว่าจะพาทุกท่านไปสำรวจความสำเร็จในเชิงการท่องเที่ยว ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากพลังมูเตลูสามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดและให้กับพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่อย่างไร และจะพาไปสำรวจความสำเร็จธุรกิจมูเตลูอย่างแบรนด์ไลลา (Leila Amulets) และธุรกิจเบอร์มงคล ว่าความสำเร็จสามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจมากน้อยแค่ไหน  

 

ดังนั้นบทความนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกท่านไปสำรวจความสำเร็จของ Soft Power มูเตลูที่ติดค้างกันไว้ ว่ามูแล้วรวย มูแล้วปังอย่างไร

 

เที่ยวมู สู่เม็ดเงินมหาศาล

หากกล่าวถึงพลังมูเตลูในความสำเร็จเชิงการท่องเที่ยว หลายคนคงนึกถึงประเทศสำคัญประเทศหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวด้านนี้ได้มหาศาลคือ เมียนมา คนไทยจำนวนมากแม้กระทั่งตัวผู้เขียนเองก็เคยซื้อทัวร์เพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวชมหรือไปสักการะบูชาขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญๆ ในเมียนมา ไม่ว่าจะไปดูพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี ไปกราบไหว้ขอพรพระธาตุเจดีย์สำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุอินทร์แขวน หรือไปชมทุ่งมหาเจดีย์ที่เมืองพุกาม รวมถึงไปทำพิธีมูขอพรจากเทพศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเทพทันใจ หรือเทพกระซิบ จนเทพทั้ง 2 องค์ถูกยืมมาอยู่ที่วัดในประเทศไทยหลายต่อหลายวัด เพื่อดึงดูดนักแสวงบุญให้มาท่องเที่ยว ให้มามู หรือแม้แต่ถูกยืมมาดัดแปลงจากเทพทันใจเป็นพระองค์อินทร์ทันใจก็มีมาแล้ว

 

จากข้อมูลกระทรวงโรงแรมและการท่องเที่ยวของเมียนมา รายงานว่า เมียนมามีรายได้จากการท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2557 ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังระบุว่า ในปีเดียวกันนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมียนมาเป็นจำนวนมากกว่า 3.5 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาลกว่า 1,140 ล้านดอลลาร์ หรือราว 37,620 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจากไทย ญี่ปุ่น และจีน คิดเป็นสัดส่วน 67% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในปี 2557

 

กลับมามองในประเทศไทย โดยภาพรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมพลังมูเตลูในปี 2562 ผลการสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ประมาณการว่าการเดินทางไปทำบุญของประชาชนภายในประเทศสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบได้มากถึง 10,800 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 0.36 ต่อมูลค่าการท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับที่ค่อนข้างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ และมีโอกาสต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศควบคู่ไปกับภาคบริการการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะมีมูลค่าโดยรวมแล้วยังสามารถช่วยให้เกิดการกระจายรายได้เชิงพื้นที่ได้อย่างดี เนื่องจากศาสนสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของไทยมีอยู่กระจายทั่วทุกจังหวัด

 

ไม่เพียงเท่านั้นจากข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ยังระบุว่าจากการเติบโตของกระแสไอ้ไข่หรือเจ้าไข่ วัดเจดีย์ ทำให้มีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวในจังหวัดสูงถึงกว่า 970 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 1.2 ล้านคน สามารถสร้างรายได้เข้าจังหวัดได้มากถึง 5,572 ล้านบาท

 

พลังรวย พลังมู สู่ท้องถิ่นและชุมชน

นอกจากการสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลและทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในประเทศแล้ว พลังมูเตลูนี้ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในชุมชนบริเวณใกล้เคียงสถานที่ท่องเที่ยวนั้นด้วย ซึ่งผู้เขียนขอยกตัวอย่าง 3 สถานที่ที่เป็นที่รู้จักกัน อย่าง ‘ไอ้ไข่หรือเจ้าไข่’ จังหวัดนครศรีธรรมราช ‘คำชะโนด’ จังหวัดอุดรธานี และ ‘หลวงพ่อทันใจ’ จังหวัดเชียงใหม่ 

 

ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงวัดไอ้ไข่นั้น เปิดร้านขายเครื่องเซ่นไหว้หลายสิบร้าน บริเวณทางเข้าวัดเจดีย์ สามารถสร้างรายได้ถึงหลักแสน โดยการขายรูปปั้นไก่ที่นำไปถวายไอ้ไข่ ตั้งแต่ราคาตัวละ 10 บาท ถึงราคาหลัก 10,000 บาท

 

หรือสถานที่มูเตลูสำคัญอย่าง ‘เกาะคำชะโนด’ พี่น้องชาวบ้านที่มีฝีมือในการทำบายศรีก็พากันทำบายศรีออกมาให้ผู้ที่มาสักการะบูชาได้บูชากัน ตลอด 2 ข้างทางถนนสายบ้านสันติสุข ตำบลบ้านดุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ทางเข้าเกาะคำชะโนด ชาวบ้านเปิดร้านขายบายศรีรูปพญานาคกว่า 30 ร้าน สร้างรายได้อย่างต่ำเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งชาวบ้านบางรายทำมาแล้วกว่า 10 ปี

 

หรือบริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ‘หลวงพ่อทันใจ’ จังหวัดเชียงใหม่ ก็จะเห็นว่ามีชาวบ้านจำนวนมากมาเปิดร้านขายพวงมาลัยดอกมะลิ เพื่อให้ผู้ที่มากราบไหว้หลวงพ่อทันใจได้ซื้อไปถวายหรือแก้บนจากที่เคยได้มามูไว้ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านทั่วไปได้วันละไม่ต่ำกว่า 400-500 บาท

 

เห็นไหมว่า สถานที่มูเตลูเหล่านี้นอกจากจะสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้กับประเทศแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้หรือกระจายรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพหลักอย่างการทำการเกษตร หรืออาจจะกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวเลยก็เป็นได้

 

ขายมู สู่รายได้ธุรกิจกว่าพันล้าน

‘ไลลา’ คืออะไร ไลลา คือศูนย์รวมเครื่องรางของขลังขวัญใจคนหนุ่มคนสาวสายมูเตลู อันเป็นสายที่เข้มข้นด้วยรสนิยม ค่านิยม ความเชื่อในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไลลา คือแบรนด์เครื่องรางชั้นนำที่โด่งดังมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

 

ความสำเร็จของไลลา จะเห็นได้ว่าไลลาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในเดือนกันยายน 2559 เริ่มต้นมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แต่เพียงเวลาแค่ไม่ถึง 3 ปี ไลลาสามารถสร้างมูลค่ายอดขายในปี 2562 ได้สูงถึง 139,481,213 บาท มีมูลค่าบริษัท ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 10,332,469 บาท (เพิ่มขึ้น 1033.25% ของทุน) ต้องเรียกได้ว่าไลลาเป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างมาก ผู้ที่นิยมบูชามาใส่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มดาราวัย ลิซ่า มาริโอ้ ฯลฯ

 

ความสำเร็จหนึ่งของไลลาคือกานำเอาเครื่องรางของขลังของไทยมาผสานกับการเป็นเครื่องประดับ และออกแบบเครื่องรางให้ดูมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น เกิดกระแสเติบโตของธุรกิจและความนิยมอย่างรวดเร็ว มีร้านเช่าบูชาหลายแห่ง แต่ละแห่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ชิดลม, สยามพารากอน, สยามดิสคัฟเวอรี่ และเอ็มโพเรียม

 

ไลลา คือการทำให้วัตถุมงคลกลายเป็นเครื่องประดับที่สอดรับกับแฟชั่นสมัยนิยม ดังคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าของแบรนด์วัตถุมงคลไลลาที่กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการทำไลลาเกิดจากการพยายามเอาเครื่องรางของขลังของไทยมาผสานกับเครื่องประดับและออกแบบเครื่องรางให้ดูแฟชั่นมากขึ้น ดังนั้นวัตถุมงคลไลลาจึงไม่ใช่การสร้างวัตถุศักดิ์สิทธิ์แบบเดิมๆ ขึ้นมาเพียงเท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบให้เกิดความสวยงามจากเหล่าจิวเวลรีดีไซเนอร์ด้วย 

 

ความสวยงามและความเก๋ไก๋ของวัตถุมงคลไลลาถึงขั้นที่ผู้เขียนคอลัมน์ Fashion Inspirations นิตยสาร Vogue กล่าวว่า ของขลังในอดีตที่ผู้ใหญ่จับให้ห้อยพระไม่ก็ผูกสายสิญจน์แบบเก่านั้นทำให้คนรุ่นใหม่ ‘กลัวเชย’ หรือคิดว่าของขลังจากวัดมีไว้สำหรับคนแก่เท่านั้น

 

แต่สำหรับของขลังไลลากลับเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการพระเครื่องไทยเลยก็ว่าได้ โดยการดึงเอาความเชื่อแต่โบราณของไทยมาจับคู่กับความเป็นแฟชั่น จนถึงขนาดมีคำกล่าวว่า “เราเห็นเบี้ยแก้พญาเสือโคร่งทำให้ฉุกคิดถึงกลิ่นอายความเป็น Gucci ขึ้นมาทันที” นี่คือ Creative Economy

 

ไม่เพียงแต่ธุรกิจมูเตลูด้านวัตถุมงคลอย่าง Leila Amulets เท่านั้น 3 ค่ายมือถือที่เห็นช่องทางเติบโตที่จะเพิ่มฐานลูกค้าด้วยการตลาดเบอร์มงคล ก็ลงมาทำตลาดด้วยพลังมูเตลูนี้ด้วยเช่นกัน หากอ้างอิงจากงานสัมมนา Marketing In The Uncertain World ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ตลาดเบอร์มงคลถือว่าเติบโตสวนกระแสวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาอยู่ โดยผลวิจัยพบว่าคนไทยกว่า 52 ล้านคนเชื่อในเรื่องความเชื่อเรื่อง ‘โชคลาง’ คนไทยกว่า 74% มีความเชื่อเรื่องเบอร์มงคล ตลาดเบอร์มงคลมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

 

มูลค่าตลาดซื้อขายเบอร์มงคลในแต่ละปีมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10 เปอร์เซ็นต์ 3 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ใช้การตลาดมูเตลูโดยใช้แคมเปญเบอร์มงคลจากอาจารย์หรือหมอดูชื่อดังต่างๆ มาการันตีความ ‘เฮง’ จึงสามารถช่วยดึงผู้บริโภคให้กลับมาใช้งานค่ายมือถือของตนเองได้จำนวนมาก

 

พร้อมรับพลังมู สู่อัตลักษณ์ความเป็นไทย

 

จากข้อมูลข้างต้นคำถามของผู้เขียนก็คือ เราพร้อมแล้วหรือยังกับการยอมรับความเป็นตัวตนของเรา ตัวตนที่เราพยายามปิดบังและบางครั้งแอบรู้สึกอายและรังเกียจตัวเองด้วยซ้ำไป ดังนั้นก้าวแรกของการผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องรางของขลังในฐานะตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เราต้องเปลี่ยนชุดความคิดของเราเกี่ยวกับพุทธพาณิชย์ แขก คำ ผกา กล่าวว่า “อย่าบอกว่าเงินกับวัดไปด้วยกันไม่ได้ เรายอมรับเถอะว่าศาสนากับทุนนิยมมันหนีกันไม่พ้น”

 

ศาสนามันมีหลายมิติ ทั้งในแง่ที่หันหลังให้โลก และแง่ที่เป็นหนึ่งเดียวกับโลก ศาสนาพุทธเองก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปของโลก เพียงแต่ผู้เขียนคิดว่าเราเพียงปล่อยให้ความเชื่อเหล่านี้เป็นสิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตย แยกรัฐออกจากศาสนาและความเชื่อ เลิกกำหนดว่าความเชื่อไหนถูกหรือผิด และที่สำคัญที่สุดคือ เลิกปฏิเสธความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา พร้อมกับยอมรับว่า ‘มูเตลู คือความเป็นไทย คือเอกลักษณ์ คืออัตลักษณ์อันทรงพลัง’

 

อ้างอิง:

The post มูให้รวย มูให้ปัง พลังความสำเร็จ สำรวจ ‘พลังมู สู่อัตลักษณ์ความเป็นไทย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว! ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานที่รวมศาสตร์ความมูและเรื่องผีๆ เข้าด้วยกัน https://thestandard.co/thailand-goosebumps-festival/ Sat, 28 May 2022 08:04:53 +0000 https://thestandard.co/?p=635060 เทศกาลขนหัวลุก

เริ่มแล้ววันนี้กับ ‘เทศกาลขนหัวลุก’ ที่จัดขึ้นระหว่างวั […]

The post เริ่มแล้ว! ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานที่รวมศาสตร์ความมูและเรื่องผีๆ เข้าด้วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลขนหัวลุก

เริ่มแล้ววันนี้กับ ‘เทศกาลขนหัวลุก’ ที่จัดขึ้นระหว่างวันนี้ – 29 พฤษภาคมนี้ ณ โรงงานรถไฟมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ งานที่รวมเอาศาสตร์ความเชื่อของคนไทย ทั้งเรื่องมู เรื่องผี เรื่องบุญบาป ฯลฯ มาไว้ในงานเดียวกัน

 

สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่คู่กับความเชื่อและเรื่องผีมานานแสนนาน ไม่ว่าจะชนชั้นไหนๆ ล้วนมีความเชื่อฉบับตนเอง ทุกภูมิภาคมีตำนานผี, วัด, วัง, โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย ล้วนแต่มีเรื่องราว หลากความเชื่อ หลากศาสตร์มูเตลู จนอาจกล่าวได้ว่า เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็น Soft Power ที่ทำให้ชาวต่างชาติบินมามูถึงถิ่น คนไทยเองก็ไม่น้อยหน้า มีทริปตามรอยสายบุญ-สายของขลังอยู่ร่ำไป 

 

ในเมื่อมูกันนัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงหยิบธีมนี้มาจัดเทศกาลเสียเลยในชื่อ ‘เทศกาลขนหัวลุก’ ครั้งแรกของงานเทศกาลที่รวบรวมเรื่องราววัฒนธรรมไทยด้านความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผีภาคต่างๆ, กิจกรรมชมสุดยอดพระเครื่องของไทย, เลือกซื้อสินค้าแนวมู, ทำบุญบริจาคทาน, ไหว้พระฟังเทศน์, ชมรถไฟไทยโบราณกว่าร้อยปี ฯลฯ มูแล้วต้องมูให้สุด ของกินในงานยังเป็นของกินเสริมความเชื่อ ลูกชิ้นลงยันต์ลวกด้วยน้ำซุปปลุกเสก กินแล้วเสริมมงคลชีวิต

 

มาดูกันว่าในงานมีอะไรให้เล่นบ้าง

 

🔺 สายบูชา: นิทรรศการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของไทย 5 ภาค พร้อมกิจกรรมประมูลพระนาคนาปรกจำลอง

🔺 สายมู: ดูดวงไพ่ยิปซีกับหมอดูชื่อดัง ซุ้มนี้คนดูเยอะมาก ต้องต่อคิว

🔺 สายอาสา: พื้นที่ทำกิจกรรมและนิทรรศการโดยมูลนิธิโพธิวัฒนาสงเคราะห์และมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันทำบุญโลงศพ

🔺 สายเพลิน: สนุกแบบงานวัดแบบดั้งเดิม ชิงช้าสวรรค์ ยิงปืนจุกน้ำปลา และสาวน้อยตกน้ำ

🔺 สายบุญ: ร่วมทำบุญ สวดมนต์ และฟังเทศน์ จากพระเกจิชื่อดัง เช่น พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม, พระครูยติธรรมานุยุต เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ ฯลฯ

🔺 สายสยอง: ชวนมาฟังเรื่องลี้ลับและการละเล่นชวนสยอง เช่น กิจกรรมเปิดตำนานลี้ลับ 10 ที่เที่ยวไทย, กิจกรรมสาธิตการเล่นผีถ้วยแก้ว และกิจกรรมทางผีผ่าน 33 เมตร วัดใจสุดสยอง กลุ่ม 3 คน ตะเกียง 1 ดวง กับเส้นทาง 33 เมตร วู้…

🔺 สายย่อ: มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

🔺 สายพิเศษ: ชมโรงเก็บรถไฟประวัติศาสตร์ โรงงานมักกะสัน อาคารเก่าแก่กว่า 100 ปี และหัวรถจักร

 

เทศกาลขนหัวลุก จัดขึ้นวันนี้ – 29 พฤษภาคมนี้ เวลา 15.00-22.00 น. ณ โรงงานรถไฟมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ 

 

เข้าชมฟรี! แต่ถ้าแต่งชุดผี เล่นเครื่องเล่นฟรีในทุกกิจกรรม 

 

ไม่ต้องรอฮาโลวีนก็ขนหัวลุกได้ 

 

เทศกาลขนหัวลุก

สายสิญจน์ปลุกเสกโดยเจ้าประคุณสมเด็จธงชัย (วัดไตรมิตร) 

สำหรับผู้ลงทะเบียน 35,000 คนแรก

 

เดินตามป้ายงานไปเรื่อย จะพาไปโซนสยอง ซึ่งเป็นไฮไลท์หลักของงาน

 

เห็นทางเข้าแบบนี้เข้าไปเลยจ้า มืดมากนะ เดินระวังด้วย

 

ซุ้มเล่าเรื่องลี้ลับ ท่ามกลางเสียงโหยหวน มืดๆ และลมเย็นๆ 

 

เทศกาลขนหัวลุก

ไหว้พระขอพร

 

เครื่องเล่นทางผีผ่าน อารมณ์เดียวกับบ้านผีสิง คิวยาวมาก

ด้านนอกมีชิงชาสวรรค์ให้เล่นด้วย บริเวณนี้คล้ายงานวัด

 

เทศกาลขนหัวลุก

พวกกิจกรรมอื่นๆ ในงานวัดก็อยู่บริเวณนี้

 

ชมหัวรถจักรรถไฟของไทย มีรอบบรรยายด้วย 

 

ซุ้มขายของมูฯ

 

อุปกรณ์มูฯ ต่างๆ

เทศกาลขนหัวลุกซุ้มจำหน่ายของที่ระลึกในงาน กระเป๋าลายผีไทย

เทศกาลขนหัวลุก

ส่วนใครที่มาเร็วตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด เราแนะนำให้แวะไปยังร้านกาแฟบนรถไฟ ‘Double Slash ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้างาน ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

The post เริ่มแล้ว! ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานที่รวมศาสตร์ความมูและเรื่องผีๆ เข้าด้วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนเที่ยว ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานรวมศาสตร์ความมูฯ และความเชื่อผีๆ ตั้งแต่อาหารยันพระเครื่อง 27-29 พ.ค. 65 รถไฟมักกะสัน https://thestandard.co/goosebumps-festival-2565/ Sun, 15 May 2022 11:47:16 +0000 https://thestandard.co/?p=629184 เทศกาลขนหัวลุก

สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่คู่กับความเชื่อและเรื่องผีมานาน […]

The post ชวนเที่ยว ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานรวมศาสตร์ความมูฯ และความเชื่อผีๆ ตั้งแต่อาหารยันพระเครื่อง 27-29 พ.ค. 65 รถไฟมักกะสัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลขนหัวลุก

สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่คู่กับความเชื่อและเรื่องผีมานานแสนนาน ไม่ว่าจะชนชั้นไหนๆ ล้วนมีความเชื่อฉบับตนเอง ทุกภูมิภาคมีตำนานผี, วัด, วัง, โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย ล้วนแต่มีเรื่องราว หลากความเชื่อ หลากศาสตร์มูเตลู จนอาจกล่าวได้ว่า เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็น Soft Power ที่ทำให้ชาวต่างชาติบินมามูฯ ถึงถิ่น คนไทยเองก็ไม่น้อยหน้า มีทริปตามรอยสายบุญ สายของขลังอยู่ร่ำไป 

 

ในเมื่อมูฯ กันนัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จึงหยิบธีมนี้มาจัดเทศกาลเสียเลยในชื่อ ‘เทศกาลขนหัวลุก’ ครั้งแรกของงานเทศกาลที่รวบรวมเรื่องราววัฒนธรรมไทยด้านความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผีภาคต่างๆ กิจกรรมชมสุดยอดพระเครื่องของไทย เลือกซื้อสินค้าแนวมูฯ ทำบุญบริจาคทาน ไหว้พระฟังเทศน์ ชมรถไฟไทยโบราณกว่าร้อยปี มูฯ แล้วต้องมูฯ ให้สุด ของกินในงานยังเป็นของกินเสริมความเชื่อ ลูกชิ้นลงยันต์ ลวกด้วยน้ำซุปปลุกเสก กินแล้วเสริมมงคลชีวิต

 

เทศกาลขนหัวลุก จัดขึ้นในวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2565 เวลา 15.00-22.00 น. 

ณ โรงงานรถไฟมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ เข้าชมฟรี! แต่ถ้าแต่งชุดผี เล่นเครื่องเล่นฟรีในทุกกิจกรรม 

 

ไม่ต้องรอฮาโลวีนก็ขนหัวลุกได้ 

 

ภาพ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

The post ชวนเที่ยว ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานรวมศาสตร์ความมูฯ และความเชื่อผีๆ ตั้งแต่อาหารยันพระเครื่อง 27-29 พ.ค. 65 รถไฟมักกะสัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสความขลังและการตลาดสุดปังของ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ จาก dtac ต้นฉบับศาสตร์แห่งตัวเลขและผู้นำการตลาดสายมู [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/dtac-auspicious-number/ Fri, 17 Dec 2021 11:20:46 +0000 https://thestandard.co/?p=572668 dtac

หากพูดถึงตลาดเบอร์มงคล ‘dtac’ น่าจะเป็นผู้เล่นรายแรกที่ […]

The post ถอดรหัสความขลังและการตลาดสุดปังของ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ จาก dtac ต้นฉบับศาสตร์แห่งตัวเลขและผู้นำการตลาดสายมู [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
dtac

หากพูดถึงตลาดเบอร์มงคล ‘dtac’ น่าจะเป็นผู้เล่นรายแรกที่รุกตลาดนี้ตั้งแต่ยุคที่ศึกชิงลูกค้าระหว่างค่ายมือถือกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด กลยุทธ์ทุกรูปแบบถูกหยิบมาใช้เพื่อแย่งชิงลูกค้าใหม่ให้ย้ายค่ายและรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ ทั้งอัดแพ็กเกจรายเดือนแบบเหมาจ่าย ชวนลูกค้าย้ายค่ายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ หรือลดราคาสมาร์ทโฟนแถมพ่วงแพ็กเกจรายเดือน อัดโปรผ่อน 0% นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ พัฒนาเครือข่ายให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ไม่มีสะดุด ไปจนถึงพริวิเลจต่างๆ และบริการหลังการขายที่หวังจะเรียกลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ แต่ที่ทุกค่ายทำได้ดีที่สุดก็คือรักษา ‘ฐานลูกค้ากลุ่มเดิม’ ของตัวเองไว้ เพราะเอาจริงๆ ในฐานะผู้บริโภค ยักษ์ใหญ่ในตลาด ณ เวลานั้นต่างก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

dtac

 

เมื่อความเชื่อมีผลกับการตัดสินใจเปลี่ยน

จนกระทั่ง dtac มองเห็นพลังของศาสตร์ตัวเลข ศาสตร์เก่าแก่ที่เกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์มายาวนาน และเชื่อมโยงกับ ‘ความมงคล’ แบบที่คนไทยคุ้นเคย อาทิ เลขบ้านมงคล ฤกษ์มงคล วันมงคล เลขทะเบียนรถมงคล ศาสตร์ตัวเลขทรงพลังกับความเชื่อของคนขนาดที่ว่า ราคาของเลขทะเบียนรถยนต์บางตัว เบอร์มงคลบางเบอร์ พุ่งสูงเฉียดเจ็ดหลักก็มีคนยอมจ่าย ถ้าเบอร์นั้นจะนำพาความโชคดี ความร่ำรวย และทุกสิ่งที่ต้องการ ประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่กระทบทั้งประชาชน บ้านเมือง ลามมาถึงเศรษฐกิจ ทำให้สัดส่วนของคนที่พึ่งพากับความเชื่อ พลังที่มองไม่เห็น สิ่งที่สามารถเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้มีมากขึ้น ซึ่งผลสำรวจระบุว่า คนไทยกว่า 52 ล้านคนในปัจจุบันมีความเชื่อเรื่อง ‘โชคลาง’ 

 

dtac จึงเล็งเห็นว่า เบอร์มงคลเป็นมากกว่าเบอร์โทรศัพท์ พร้อมจับมือกับ หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา ใช้หลักโหราศาสตร์เพื่อค้นหาเบอร์มงคลเฉพาะคุณที่แท้จริง โดยอิงจากความสัมพันธ์กับดวงดาวที่เชื่อกันว่า ตัวเลขแต่ละตัวจะเป็นตัวแทนของดาวแต่ละดวง   

 

dtac

 

การตลาดแบบ Personalize หยิบความเชื่อมาผสมกับ Data เฉพาะบุคคล กลายเป็น ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ ขั้นกว่าของเบอร์มงคล

จนถึงวันนี้ dtac จับตลาดเลขมงคลมากว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2548) แม้ผู้เล่นค่ายอื่นจะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด แต่เพราะเป็นผู้เล่นเจ้าแรกของไทยที่เอาจริงเรื่อง ‘เบอร์มงคล’ ด้วยศาสตร์ที่คำนวณจากดวงดาวโหราศาสตร์อย่างแท้จริง ทำให้ลูกค้าไว้วางใจเหมือนผูกดวงชะตาไว้กับ dtac พร้อมนำเอา Data มาทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด

 

จึงปรับกลยุทธ์ใหม่ ส่งแคมเปญ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ นำ 3 ทฤษฎีแห่งเบอร์มงคล ตั้งแต่ ‘ผลรวม’ ของตัวเลขทั้ง 10 หลักในเบอร์โทรศัพท์ ผนวกเข้ากับทฤษฎี ‘คู่เลข’ โดยการดูคู่ตัวเลขในแต่ละตำแหน่งของเบอร์โทรศัพท์ และ ‘วัน / เดือน / ปีเกิด’ เข้ามาพิจารณา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับราศีเกิด เพราะตัวเลขวันเกิดเป็นตัวเลขที่ติดตัวเรามา ส่งผลให้พื้นดวงของแต่ละคนต่างกัน การค้นหาเบอร์มงคลด้วยการนำวัน / เดือน / ปีเกิด มาใช้นั้น จึงเข้าใกล้ความเป็นตัวเรามากที่สุด และค้นหา ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ ที่แม่นยำที่สุด พร้อมสร้างความเชื่อใหม่ที่ว่า เบอร์มงคลจริงๆ จะต้องเป็นเบอร์ที่มาจากวัน / เดือน / ปีเกิด ของตัวเอง ไม่ใช่แค่เลขสวยอย่างเดียวเท่านั้น เป็นการตีโจทย์ใหม่ที่รู้ใจผู้บริโภคมากกว่าเดิม จนสามารถดันยอดขายซิมโทรศัพท์มือถือของทางค่ายให้โตขึ้นถึง 3 เท่า 

 

สุขภาพเบอร์ดีหรือไม่ เช็กได้ด้วยตัวเอง

ที่เล่ามาทั้งหมด ไม่ต้องเข้าไปที่ช็อปให้ยุ่งยาก ไม่ต้องโทรนัดคิวหมอช้างเป็นการส่วนตัว เพราะคุณสามารถค้นหา ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ ได้ด้วยตัวเอง หรือเช็กว่าเบอร์ที่ใช้อยู่สุขภาพเบอร์ดีหรือไม่ที่เว็บไซต์ dtac.co.th/s/thestandard กรอกเบอร์โทรได้ทุกค่าย เช็กได้ทุกคน ใส่วัน / เดือน / ปีเกิด แล้วรอรับคำทำนายเบอร์พร้อมลำดับเกรดความปังตั้งแต่เบอร์ระดับ D ถึง A+ ด้วยการคำนวณ 3 ศาสตร์ ศาสตร์ผลรวม ศาสตร์คู่เลขมงคลที่เสริมด้านการงาน การเงิน และความรัก และศาสตร์คำนวณจากวันเกิดมาใช้เป็นเลขประจำตัว ประจำราศี ซึ่งไม่ใช่เบอร์ A+ หนึ่งเบอร์ จะเหมาะกับคนทุกคนทุกเบอร์ หากเปลี่ยนวันเกิดจากเบอร์ A+ ก็สามารถเป็นเบอร์เกรดอื่นได้ 

 

dtac

 

หากผลลัพธ์ปรากฏมาว่าเบอร์ที่ใช้ไม่ใช่! ก็เลือกเบอร์ใหม่จากเบอร์มงคลเฉพาะคุณที่แนะนำโดยหมอช้างได้ หรือจะค้นหาเบอร์ที่ชอบที่ dtac คัดสรรมาให้ได้แล้ว จากเว็บไซต์ dtac.co.th/s/thestandard2 หรือจะเข้าไปเลือกที่ศูนย์บริการ dtac ทั่วประเทศ ก็สะดวกเหมือนกัน

 

ถ้าให้ตีความปรากฏการณ์ยอดขายเบอร์มงคลที่เพิ่มขึ้น 3 เท่าหลังเปิดตัวแคมเปญ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ เป็นเพราะแคมเปญเปิดตัวในจังหวะที่คนไทยกำลังมองหาที่พึ่งทางใจในยามยากก็มีส่วน แต่ในมุมการตลาดกลับมองว่า นี่เป็นหนึ่งใน Personalized Marketing หรือการทำตลาดเฉพาะบุคคล เพราะการอัปเกรดจากเบอร์มงคลทั่วๆ ไปให้กลายเป็น ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ ไม่เพียงลูกค้าจะรู้สึกถึงความ Exclusive แต่ยังเป็นเบอร์ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากอัปเกรดความโชคดีด้านไหนเป็นพิเศษ ทั้งการงาน การเงิน และความรัก ด้วยตัวเองตามที่คุณต้องการ มงคลยิ่งขึ้นไปอีก เพราะทุกอย่างที่บอกมาไม่ต้องเสียค่าเบอร์ ไม่ต้องเสียค่าครู ซึ่งเหมือนกับอาจารย์ช้าง ทศพร มาเลือกเบอร์ให้เองกับมือ จ่ายเพียงแค่ค่าแพ็กเกจ

 

ที่สำคัญถ้าอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม ‘ดีแทคเบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ ยังมี ‘ดีแทคทีมมงคล’ ทีมนักพยากรณ์ของอาจารย์ช้าง และพนักงานที่ dtac shop ผู้ผ่านการเทรนโดยตรงกับหมอช้าง มาคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ตรวจเบอร์มงคล หาเบอร์มงคล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเบอร์ที่เหมาะกับคุณ 

 

 

ปีนี้ dtac ขอส่งความมงคลถึงมือคุณ ตอบโจทย์ให้กับทุกคนที่ต้องการที่พึ่งทางใจ ให้คุณดวงดี ดวงปัง ตลอดปี 2565 ด้วยของขวัญส่งท้ายปี ‘Wallpaper มงคลเฉพาะคุณ’ เอาใจสายมูยุค 4.0 อัปพลังความเฮงให้ดีทั่วถึงทุกด้าน มีเบอร์มงคลแล้ว Wallpaper ก็ต้องมงคลด้วย ช่วยเสริมดวงให้มงคลขึ้นไปอีก เพราะเชื่อว่าภาพหน้าจอสามารถส่งพลังบวกให้กับชีวิตได้ แต่ dtac ทั้งทีจะเป็นแค่ภาพมงคลทั่วไปที่ใครก็ใช้กันไม่ได้! หมอช้างจึงคำนวณความมงคลมาให้แบบเฉพาะเจาะจงตามราศีเกิด พร้อมเลขมงคลเฉพาะราศีนั้น

 

แต่ละราศีในปี 2565 ก็มีเรื่องต้องเสริมดวงต่างกันไป บางราศีควรเสริมโชคเรื่องงาน ราศีคุณอาจต้องเติมแต้มบุญเรื่องการเงิน ส่งผลให้เลขมงคลของแต่ละราศีต้องเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ชีวิตจะได้ดีไปอีกขั้น หมอช้างเลยคำนวณตัวเลขมงคลใส่ไว้ใน Wallpaper ของแต่ละราศีมอบให้เป็นของขวัญ เข้าไปโหลดมาใช้กันได้ฟรีๆ ที่ dtac app หรือเว็บไซต์  https://www.dtac.co.th/s/stdwallpaper จะได้ดวงดีไปด้วยกันตลอดปี 

 

 “Wallpaper มงคลเฉพาะคุณ” ราศีไหนเลขอะไรมงคล ไปเช็กกัน

 

อยากเป็นคนดวงดี 2565 ช้าไม่ทันการณ์ เพราะ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ จะถูกคัดเลือกจากเบอร์ในระบบกว่า 100,000 เบอร์ เหลือแค่เพียงหลัก 10 เบอร์ หรือ 100 เบอร์เท่านั้น ที่จะเป็นเบอร์มงคลเฉพาะคุณจริงๆ ช้าหมดอดเฮงนะบอกเลย หรือจะลองเข้าไปเช็กสุขภาพเบอร์ของคุณก่อนตามเว็บไซต์ที่ให้ได้ สแกนเบอร์ที่ dtac คัดมาให้เป็น ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ ดูสักหน่อย อาจมีเลขที่คุณมองหาก็ได้ คิดเสียว่าเป็นจังหวะเหมาะในการโละเรื่องแย่ๆ ทิ้งไปในปีเก่า แล้วอัปเกรดชีวิตใหม่ เบอร์ใหม่ เป็นคุณคนใหม่ที่โชคดียิ่งกว่า


‘เปลี่ยน (เบอร์มงคลเฉพาะคุณ) เลยวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่มงคลกว่า’

The post ถอดรหัสความขลังและการตลาดสุดปังของ ‘เบอร์มงคลเฉพาะคุณ’ จาก dtac ต้นฉบับศาสตร์แห่งตัวเลขและผู้นำการตลาดสายมู [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจมส์ จิรายุ – โบว์ เมลดา กับหลายบทเรียนอันว่าด้วยศาสตร์ ‘มหานิยม’ บนเส้นทางบันเทิง https://thestandard.co/jirayu-tangsrisuk-maylada-susri/ Fri, 26 Nov 2021 13:21:39 +0000 https://thestandard.co/?p=564768 เจมส์ จิรายุ - โบว์ เมลดา

ประวัติศาสตร์และสังคมไทยเดินทางกว่า 700 ปี และตลอดระยะเ […]

The post เจมส์ จิรายุ – โบว์ เมลดา กับหลายบทเรียนอันว่าด้วยศาสตร์ ‘มหานิยม’ บนเส้นทางบันเทิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจมส์ จิรายุ - โบว์ เมลดา

ประวัติศาสตร์และสังคมไทยเดินทางกว่า 700 ปี และตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้ สิ่งที่ยังมีให้เห็นและถูกพูดถึงในสังคมอยู่เสมอคงไม่พ้น ‘มูเตลู’ 

 

ความเชื่อเรื่องเวทมนตร์ อาคม และคาถาเหนือธรรมชาติ ที่แม้ว่าจะเจือจางลงตามวิทยาศาสตร์ที่ก้าวล้ำ แต่ภาพยนตร์วัยรุ่นย้อนสมัยผสมกลิ่นอายโรแมนติก ‘อโยธยามหาละลวย’ กลับนำความพิเศษนี้มาให้ทุกท่านได้สัมผัสอีกครั้งผ่านฝีมือการแสดงของ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข ในบท เรียวสึ และ โบว์-เมลดา สุศรี ในบท ออสร้อย

 

เพื่อดึงแฟนๆ เข้าสู่โลกที่รายล้อมไปด้วยเวทมนตร์คาถา THE STANDARD POP จึงถือโอกาสนี้ชวน เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และโบว์-เมลดา สุศรี สองพระนางจากภาพยนตร์แห่งคาถาอาคม ‘อโยธยามหาละลวย’ มาร่วมพูดคุยและเสกคาถาค้นหามนต์วิเศษที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของพวกเขา ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ 

 

 

ในเมื่อภาพยนตร์พาเราย้อนสมัย ถ้าอย่างนั้นช่วยพาเราย้อนกลับไปในวันแรกที่ทั้งสองคนเข้าวงการหน่อยได้ไหมว่า ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร ตอนที่ได้แคสต์งานแรก เล่นละครเรื่องแรก ร้องเพลงครั้งแรก

เจมส์: งานแรกของผม จริงๆ มีภาพยนตร์ก่อนหน้านั้นครับ แต่ว่าตอนนั้นอยู่พิษณุโลก ก็ยังไม่ได้อะไร แต่มาจริงจังตอนเป็นคุณชายพุฒิภัทรนี่แหละครับคือเรื่องแรกในชีวิตเลย (สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร – 2556) แล้วก็มาแบบงงๆ ครับ เพราะว่ามาแล้วก็ได้ทำงานเลย คือเข้ากรุงเทพฯ มาแค่ 2 เดือน แทบจะไม่ได้เวิร์กช็อปหรือเรียนแอ็กติ้งเหมือนคนอื่น มันเลยกลายเป็นความตื่นเต้นที่ทำให้แค่บทสั้นๆ ผมก็จำไม่ได้แล้ว และเป็นเรื่องน่าตกใจ เพราะสิ่งที่เราเห็นตรงหน้าคือคนในทีวีที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน เราเคยเห็นเขาแค่ในทีวี แล้วผมอยู่ต่างจังหวัดมาโดยตลอด พออายุ 19 ปีได้เข้ามากรุงเทพฯ แล้วเห็นแบบนี้ก็มหัศจรรย์นะในตอนนั้น

 

เรียกว่าเป็นเวทมนตร์ไหม เป็นหนึ่งในเวทมนตร์ใหม่ในชีวิตที่เราเจอ

เจมส์: ประมาณนั้นก็ได้ครับ เพราะว่าทุกๆ อย่างมันดูเหมือนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ที่เราได้อยู่ ได้สัมผัส แล้วก็ได้ทำงาน มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ผมจำได้ว่าตัวเองมือสั่น ขาสั่น ใจสั่น แล้วก็ไม่ได้คิดเรื่องอะไรเลย คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อให้รอดไปได้เป็นวันๆ หรือว่าแค่รอดไปแค่เป็นชั่วโมง ผมก็ดีใจแล้ว ผมรู้สึกว่าเวลาในแต่ละวัน แต่ละวินาทีมันช่างช้าเหลือเกิน

 

แต่มันเป็นความสนุกไหม

เจมส์: เป็นความกลัวมากกว่าครับ ผมว่าอาจจะไม่ได้เรียกว่าสนุกด้วยซ้ำ มันเป็นความเครียด คือพอทำไม่ได้ก็ถูกด่า ด้วยความที่โปรดักชันละครถูกกำหนดด้วยเวลา เพราะมีเรื่องงบประมาณมาเกี่ยวข้อง ถ้าเราเล่นไม่ได้ก็จะทำให้คนอื่นช้าไปด้วย

ผมจะมือสั่นตลอดเวลา แล้วผมจำได้เลยมันมีซีนเข้ากับนางเอกเบลล่า เวลาช่วง 4 ทุ่ม ซึ่งละครจะตัดคิว 4 ทุ่ม แล้วเป็นเลิฟซีนเบาๆ ที่เรามาปลอบนางเอกแล้วก็ต้องจับมือเขา จับมือแบบอินเสิร์ตเลยนะ ก็จับแบบนี้ (ทำมือสั่น) แล้วป้าแจ๋ว (ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์) ก็วอมาด่าว่า “อะไรเนี่ย! แค่นี้ทำไมพูดไม่ได้! จะ 4 ทุ่มแล้วนะ” หลังจากนั้นมาผมสั่นกว่าเดิม ทุกคนบอกให้ผมใจเย็นๆ ผมใจเย็นอยู่ นี่คือใจเย็นแล้ว ใจเย็นได้แค่นี้ (หัวเราะ) เหมือนใจมันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยตอนนั้น จำได้เลย มันน่าตื่นเต้นมากตอนนั้น

 

ทุกๆ อย่างมันดูเหมือนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ที่เราได้อยู่ ได้สัมผัส แล้วก็ได้ทำงาน มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น


แล้วเมื่อไรที่เรารู้สึกว่ามัน Stable แล้ว

เจมส์: ผ่านไป 1 ปีก็ยังไม่ Stable นะครับ คือตอนนั้นซีรีส์ละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ มี 5 เรื่อง (คุณชายธราธร, คุณชายปวรรุจ, คุณชายพุฒิภัทร, คุณชายรัชชานนท์, คุณชายรณพีร์) นั่นหมายความว่าต้องถ่าย 7 วัน เพราะว่าต้องไปกองอื่นด้วย ผมอยู่อย่างนั้น 7 วันเป็นเวลา 1 ปี ก็ยังไม่เสถียรอยู่ดี ด้วยความที่เรายังก้าวข้ามไม่ได้ ก่อนถ่ายทำต้องมาอ่านบทก่อน เราก็จะถูกเรียกมาอ่านบทในห้องดำ ให้จำให้ได้ ซึ่งตอนอ่านบทก็ไม่ได้เกร็ง เพราะว่าคนไม่เยอะ แต่พอเริ่มนับ ห้า สี่ โอ้โห! ตื่นเต้นมาก แล้วก็จำไม่ได้อยู่ดี คือมันก็ยังไม่เสถียร แต่ว่าก็ก้ำกึ่งมาเรื่อยๆ จนมา 2-3 ปีหลังถึงจะเริ่มชิน เพราะว่าเราเริ่มทำงานกันบ่อย ก็เริ่มชินขึ้นเรื่อยๆ

 

พอ Stable แล้วจากความกลัวมันเริ่มเปลี่ยนเป็นความสนุกหรือยัง

เจมส์: ยังนะ (หัวเราะ) คือในช่วงที่ผ่านไปได้มันก็ไม่สนุกอยู่ดี เพราะว่าพอเริ่มจำบทได้ มันก็มีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามา ก็ต้องแสดงคาแรกเตอร์นั้นคาแรกเตอร์นี้ เราต้องถูกการดีไซน์ขึ้นมา เวลาเจอซีนยากๆ เราก็จะรู้สึกว่า ‘ทำไมไม่ได้สักทีวะ’ แล้วก็จะภาวนาว่า…ขอให้ฝนตก! 

 

 

อันนี้คือการใช้เวทมนตร์เหรอ

เจมส์: ใช่! ผมจะภาวนาว่า ขอให้ฝนตกเถอะ โดยเฉพาะอันไหนที่ยาวๆ ซีนยากๆ ดราม่า พูดประมาณ 1-2 หน้ากระดาษ ขอเลย ฝนตกเถอะ ไม่ไหวแล้ว ไปถ่ายวันอื่นเถอะ คือขอให้มันผ่านๆ ไป ซึ่งตอนนั้นก็แค่คิดให้มันไปวันหน้า แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าสุดท้ายก็วนมาถึงอยู่ดี แต่ก็ยังขอให้ผ่านไปก่อนเถอะ แบบไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังมีความท้าทายใหม่ๆ ขึ้นมาอีก

โบว์: มันจริงมาก เราเคยเป็นกันหมด เหมือนอย่างบทยาวๆ ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากถ่ายแล้ว วันนี้ไม่ไหวแล้ว เรายังไม่พร้อม ก็ขอให้ฝนตกได้ไหม หรือไม่ก็ไฟมีปัญหา มอนิเตอร์ดับ รถไฟแบตฯ หมด ทำงานต่อไม่ได้แล้ว เราขอหมดเลย สิ่งศักสิทธิ์มีจริง 

 

แล้วเมื่อไรที่เราเริ่มรู้สึกสนุกกับมันแล้ว

เจมส์: จริงๆ มันเพิ่งมาปีหลังๆ นี้เองครับ (หัวเราะ) มันใช้เวลานานมาก แต่ผมก็หาทางออกตลอดเวลานะ ไม่ใช่ไม่หา ก็พยายามหาว่าจะทำอย่างไรกับมันดี แต่ว่าเรื่องพวกนี้มันต้องใช้เวลาจริงๆ ต้องใช้เวลาในการสั่งสมประสบการณ์ เรารู้ว่าเขาต้องการอะไร เราต้องการอะไร และตัวละครต้องการอะไร คือเราต้องคิดให้รอบด้าน ซึ่งเวลากับประสบการณ์จะค่อยๆ ตอบเราต่อไปเรื่อยๆ 

 

 

แล้วโบว์ล่ะ ตอนเข้าวงการแรกๆ เป็นอย่างไรบ้าง

โบว์: การเข้าวงการของโบว์ส่วนใหญ่จะเริ่มมาจากแม่เลยค่ะ แม่จะเป็นคนให้โอกาสตลอด ทั้งเป็นนักร้อง เป็นนางแบบ เป็นนักแสดง แม่ให้ไปเรียนแอ็กติ้ง ต่อให้จะเจอครูที่สอนไปดุไป เราก็พยายามอย่างเต็มที่นะ แล้วสุดท้ายค่อยไปบอกแม่ว่า ไม่เอาแล้ว ไม่เรียนแล้ว ครูดุ

เวลาเราไปประกวด ไปแคสต์โฆษณา ต่อให้ได้หรือไม่ได้ แม่ก็จะสอนตลอดว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าได้ก็โชคดีไป ทำให้เราไม่ได้รู้สึกคาดหวังกับอะไร แล้วเราก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไร ซึ่งก็ส่งผลมาตอนโตด้วย โบว์เลยเป็นคนไม่ค่อยคาดหวังอะไรสักเท่าไรค่ะ

แต่พอแม่สอนให้โบว์ไม่คาดหวัง เราก็จะรู้สึกว่าแม่ก็อย่าคาดหวังกับโบว์ด้วย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

เจมส์: ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี

โบว์: เรื่องเรียนก็บอกแม่เหมือนกันค่ะ ว่าอย่าคาดหวัง อย่าหวังว่าจะได้เกรด 4

เจมส์: อันนี้เริ่มไม่ดีละ

โบว์: ไม่ มันแล้วแต่ความถนัดของคนไง แม่เล็งเห็นตั้งแต่ช่วงประถมฯ แล้วค่ะว่าเราเป็นอะไรที่ใช้สมองไม่ได้ ต้องเป็นแนวกิจกรรมมากกว่า

แต่พอเราไม่คาดหวังอะไรเลย บางทีมันไม่มีจุดหมาย ไม่มีเป้าหมาย แล้วหนูรู้สึกว่าพอเราโตมาแบบนี้ พออายุ 24 ปี เราเพิ่งจะมารู้สึกว่า เฮ้ย เราจะทำตามแม่ทุกอย่างไม่ได้ คนเรามันโตนะ คนอื่นเขาขับรถไปทำงาน มีธุรกิจ มีความคิดที่จะทำโน่นทำนี่ สร้างโน่นสร้างนี่แล้ว แต่ตัวหนูไม่คิดอะไรเลย เราเป็นคนที่แล้วแต่มาตลอดแบบนี้ หลังๆ ก็เลยอยากจะมีรีสอร์ต มีโรงแรมเป็นของตัวเอง อยากทำเพราะว่าตั้งแต่มหาวิทยาลัยแล้ว ที่เราอยากจะเรียนอะไร เราก็ไม่ได้เรียนอย่างที่เราต้องการ ก็เลยตั้งคำถามว่า ทำไมนะ

 

เรามีสิ่งที่เราอยากได้ เรามีสิ่งที่เราอยากทำ อยากที่จะเป็นของตัวเราเองจริงๆ ที่ไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้ 


ตอนนี้ที่ตั้งคำถามแล้ว ตอบคำถามได้จบหรือยังว่าเราอยากได้อะไร

 

โบว์: เรามีสิ่งที่เราอยากได้ เรามีสิ่งที่เราอยากทำ อยากที่จะมีเป็นของตัวเราเองจริงๆ ที่ไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้ เริ่มดื้อขึ้น แล้วแม่ก็จะไม่ชินกับเรา แต่ก็เป็นอะไรที่ทุกคนจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนที่หลายๆ คนก็จะบอกว่า ผู้ใหญ่จะมองว่าเราเป็นเด็กเสมอ อย่างไรเราก็เป็นเด็ก เวลาหนูอยู่กับแม่ หนูเป็นเด็กอยู่แล้ว เพราะเราก็รู้สึกว่าแม่ก็ทำให้เรา เราไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก ทุกวันนี้ก็เลยต้องจับเข่าคุยกันอยู่เรื่อยๆ

 

แล้วเจมส์มีเรื่องอะไรแบบนี้บ้างไหม

 

เจมส์: ของผมไม่มีครับ แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ อย่างครอบครัวผม เขาก็คงคาดหวังแหละ แต่ผมก็คงไม่ได้ทำอะไรตามที่เขาคาดหวังเท่าไร จนเขาคงชินไปเอง แล้วผมทำสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เขาก็คงเห็นว่าเราเอาตัวรอดได้

โบว์: แล้วป้าข้างบ้านคาดหวังกับเราไหม ป้าข้างบ้านคาดหวังกับเราเสมอนะ

 

แล้วพวกป้าข้างบ้าน ที่ไม่ได้หมายถึงป้าข้างบ้านจริงๆ แต่เป็นเสียงลือ เสียงเล่าอ้างต่างๆ เสียงพวกนี้มีผลกับเราไหม

โบว์: ของโบว์ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงอะไรกับพวกนี้เท่าไร ด้วยความว่าน่าจะอยู่วงการมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วย ก็เลยได้เรียนรู้ว่าเราต้องเป็นตัวเอง จะให้อะไรมาเปลี่ยนเราไม่ได้

เจมส์: คือผมไม่ค่อยรู้เหมือนกันครับ อาจจะมีคนพูดกันแหละ แต่ผมไม่ค่อยได้รับมาฟังเลย ด้วยความที่ผมดื้อมาก ขนาดกับพ่อแม่ก็ดื้อ

โบว์: ดื้อเงียบ

เจมส์: ใช่ แต่ว่าคือผมก็ไม่ได้ปฏิเสธนะ แต่ก็ไม่ทำ ด้วยความที่ผมเป็นคนขี้เกียจอธิบาย ไม่ชอบความขัดแย้ง และชอบหนีปัญหา ในช่วงหนึ่งเราเลยพูดไปส่งๆ แล้วก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็มีทางออก ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่ง ก็เลยเป็นที่มาของเพลง ‘ดื้อ’ ของผม ขอ Tie-in เลยนะ (หัวเราะ)

 

มิวสิกวิดีโอเพลง ดื้อ (Cause of you)


ภาพยนตร์เรื่องนี้มันเกี่ยวกับไสยศาสตร์ใช่ไหม ก็เลยอยากรู้ว่าสองคนมีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์มากน้อยแค่ไหน

 

เจมส์: ของผมไม่เลยครับ คือผมด้วยความที่ดื้อแหละ ก็เลยกลายเป็นว่าเราเชื่อตัวเองเป็นหลัก แต่ว่าไม่ได้ขวางโลกขนาดนั้นนะครับ ถ้าเกิดใครอยากไปมูเตลูอะไร ผมก็ไปร่วมได้ พูดคุยได้เป็นปกติ ไม่ได้แอนตี้ขนาดนั้น

โบว์: สำหรับโบว์เป็นอะไรที่สนุกนะของพวกนี้ อย่างดูดวง แล้วยิ่งเขาทักแม่นเราว่ามันใช่มากๆ ยิ่งแบบ Amazing ได้ไงอะ

เจมส์: ผมว่าจริงๆ ถ้าเกิดเจอคนแม่นๆ ก็อาจจะสนุกก็ได้นะ แต่พอเราไม่ได้เชื่อ ก็เลยไม่ได้ขวนขวาย มันก็เลยอาจจะไม่ได้เจอคนที่คลิกกันก็ได้

 

พอเรามีความเชื่อเรื่องนี้ เราได้มีการไปขอพร ไหว้พระ ทำบุญ แก้เคล็ดแบบนี้ไหม

โบว์: ส่วนใหญ่จะสวดมนต์ค่ะ ในส่วนของโบว์ถ้าปฏิบัติเองจะดี บางคนอาจจะไปขอพรพระแล้วดี เหมือนคนที่เขาถูกหวยบ่อยๆ นั่นคือเขาขอเก่ง ขอแล้วได้ แต่ของโบว์ต้องทำเองถึงจะได้

 

 

ช่วงหลังๆ เราจะเห็นภาพยนตร์หรือละครหลายเรื่อง เอาประวัติศาสตร์มาตีความใหม่ คิดว่าอะไรคือการตีความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ‘อโยธยา’ ในเรื่องนี้

เจมส์: ส่วนใหญ่ผมมักจะได้เล่นละครพีเรียดที่มีแต่เรื่องราวในประวัติศาสตร์ การเสียกรุง และการรักษาเอกราช แต่เรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวของวัยรุ่นสมัยนั้น วัยรุ่นจริงๆ เลยนะครับ ที่ไปเที่ยวโรงชำเราหรือโคมแดง แล้วก็มีเรื่องของเวทมนตร์คาถา ไสยศาสตร์ที่อยู่ในนั้น มีการสักยันต์มาเพื่อต่อสู้กัน แก่งแย่งชิงดีกัน ซึ่งผมว่ามันเป็นอีกรสชาติหนึ่งของภาพยนตร์พีเรียดของไทย 


ผมว่าถ้าเรามองภาพรวมๆ ถ้าอังกฤษมี Harry Potter ผมว่าในไทยพีเรียดเรื่องนี้ มันเป็นความแฟนซีของมนตร์ดำหรือเวทมนตร์คาถา มันก็สนุกดี เราเคยได้ยินเรื่องแบบนี้กันมา การรักษาด้วยยาผีบอก หรือการเสกข้าวสารอะไร ซึ่งความแฟนซีแบบนี้มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถสะท้อนประวัติศาสตร์ สะท้อนวัฒนธรรมในยุคสมัยนั้นได้ ว่าคนไทยในสมัยก่อนมีความเชื่อในสิ่งนี้อยู่

โบว์: เหมือนภาพยนตร์เรื่องนี้เจาะให้ละเอียดขึ้นในพาร์ตที่คนไม่เคยสนใจ

 

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ อโยธยามหาละลวย

 

เราค่อนข้างสนใจตัวละคร ‘เรียวสึ’ มากๆ เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นใครหยิบตัวละครลูกครึ่งญี่ปุ่นในสมัยอยุธยามาบอกเล่าเท่าไร

เจมส์: ใช่ ประเด็นนี้ก็สำคัญครับ เพราะผู้กำกับ พี่ใหม่ ภวัต และทีมสร้างทั้งหมดตั้งใจว่า จะเล่าประวัติศาสตร์ในตอนนั้นที่มีคนต่างชาติโล้สำเภามาค้าขาย ซึ่งเป็นสีสันของยุคนั้น เพื่อให้เห็นสภาพสังคมในตอนนั้นว่าเป็นอย่างไร

 

คือตัวเรียวสึ เป็นตัวละครที่มีปมด้วยความที่เสียพ่อและแม่ไป แล้วถูกเลี้ยงโดยหลวงตา เลยมีคำถามอยู่ในใจเยอะ พอออกเดินทางเพื่อที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง แต่ดันไปเจอออสร้อย เป็นคำตอบที่อยู่ระหว่างทาง แบบอะไรก็ไม่รู้

โบว์: ด้วยความสวยและความสาวของหนู ชนะคาถาไปเลย ต้องไปดูนะว่าทำไมเรียวสึถึงมีแต่หนูในหัว

เจมส์: ส่วนคาถาอาคมในตัวบทภาพยนตร์ ผมถูกสอนขึ้นมาเพื่อใช้ปกป้องตัวเอง หลักๆ เป็นเรื่องของการต่อสู้ และคาถาอาคมด้านการต่อสู้ แต่ว่าหลวงตาก็จะบอกเสมอว่า ห้ามไปใช้เพื่อทำร้ายผู้อื่น

 

เล่าเรื่องประสบการณ์ฉากแอ็กชันให้ฟังหน่อย

เจมส์: พอเราเล่นหนังบู๊ หรือฉากแอ็กชันก็ต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่า แผลเต็มตัวแน่ๆ ซึ่งก็เลือดทุกวันจริงๆ ที่ออกบู๊ ในหนังเรื่องนี้มันยากตั้งแต่เราต้องใช้ดาบสองมือแบบดาบซามูไร เพราะเราเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น แล้วการบู๊ก็ต้องแยกร่าง กระโดดข้ามช้าง โน่นนี่นั่นเต็มไปหมดเลย ก็ต้องใช้จินตนาการในการเล่นด้วย ก็แฟนซีและสนุกดี

 

เราเป็นผู้หญิงก็สามารถนำผู้ชายได้ ช่วยได้เท่าที่เราทำได้ สามารถดูแลตัวเองได้ แล้วก็ค่อยพึ่งพาผู้ชายเฉพาะเรื่องที่จำเป็นต้องพึ่งพา

 

แล้วในส่วนของ ‘ออสร้อย’ ตัวละครนี้มีความน่าสนใจอย่างไร แล้วมีความเหมือนหรือแตกต่างจากโบว์อย่างไร

โบว์: ถ้าเป็นพาร์ตของออสร้อย ตัวนางเอกจะอยู่ในโรงชำเราเลยค่ะ เป็นนักร้อง แล้วก็จะมีอาคมมีคาถาเหมือนกัน เป็นคาถาเมตตามหานิยม แล้วก็คาถาป้องกันตัวไม่ให้เจออันตราย แต่ว่าไม่สามารถสู้กับคนที่มีอาคมแรงกว่าตัวเรา อย่างเช่น พระเอก หรือคนที่เข้ามาจีบเรา ตัวออสร้อยเองเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย แต่จะทำให้เห็นผู้หญิงในมุมที่ไม่ว่าจะสมัยไหนก็สามารถเป็นคนที่เริ่มก่อนได้ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เช่น การเริ่มจีบก่อน

 

ถ้าเทียบกับโบว์ ก็จะมีทั้งเหมือนและต่างบ้าง ความคล้ายก็คือเราคิดเหมือนกับออสร้อยเรื่องการเริ่มจีบใครก่อน เราคิดว่าจีบก่อนจะเป็นอะไร ไม่เป็นไรนิ

เจมส์: ตัวออสร้อยในวัฒนธรรมสมัยก่อนมันอาจจะขัดก็ได้ แต่ถ้าเกิดเป็นสมัยนี้มันคือเรื่องปกติ อาจจะเป็นการสะท้อนว่า จริงๆ แล้วความรักอาจจะไม่ได้มีถูกมีผิด ไม่ได้มีว่าใครจะต้องเป็นคนเริ่มก่อน

รู้สึกว่าตัวละครตัวนี้มีความเป็น Feminist เยอะมากน้อยขนาดไหน

โบว์: ค่อนข้างเลยค่ะ คือตัวละครตัวนี้มีศักดิ์ศรีมากๆ มองว่าการรักเดียวใจเดียวเป็นสิ่งสำคัญ แล้วก็มองว่าเราเป็นผู้หญิงก็สามารถนำผู้ชายได้ ช่วยได้เท่าที่เราทำได้ สามารถดูแลตัวเองได้ แล้วก็ค่อยพึ่งพาผู้ชายเฉพาะเรื่องที่จำเป็นต้องพึ่งพา

 

 

ถ้าในชีวิตจริงเราสามารถมีคาถาอาคมติดตัวได้หนึ่งอย่าง อยากมีคาถาอะไร

เจมส์: ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขเฉยๆ ครับ มันจะดูพระเอกไปไหม แต่ผมเป็นสายประนีประนอมอยู่แล้ว เวลาทำงานถ้าเกิดมีเรื่องอะไรที่แย่ๆ เราจะรู้สึกหม่นหมองไปด้วย เราทำงานหนักอยู่แล้ว ถ้าเราได้ทำงานด้วยความสุข ผมว่าก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกับตัวผมเองและคนอื่นด้วย

โบว์: ของโบว์ก็คงเป็นเมตตามหานิยม ให้คนอยู่ด้วยแล้วมีความสุข สนุกไปกับเรา เอ็นดูเราเวลาทำงานด้วย เพราะโบว์เป็นประเภทที่คนเห็นครั้งแรกอาจจะไม่ได้ชอบ ต้องได้คุยและรู้จักกันก่อน ถึงจะผ่อนคลายขึ้น


อะไรคือการกระทำที่จะทำให้เกิดเมตตามหานิยมได้ดีที่สุด

โบว์: ทำตัวน่ารัก ไม่เรื่องมาก อะไรที่เรารู้สึกว่ามันน่ารัก เราก็ทำให้น่ารักสิ ถ้าเราคิดแต่เรื่องดีๆ หน้าตาเราก็จะแจ่มใส คนก็อยากเข้าหาเรามากขึ้น

เจมส์: ในความคิดผม ผมว่าเราต้องเป็นผู้ให้ เมื่อเราตั้งใจที่จะให้จริงๆ เดี๋ยวเราก็จะได้สิ่งที่ดีกลับมาเอง เป็นผู้ให้โดยพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด หรือเรื่องที่ยากที่สุดก็ตาม ถ้าเกิดเราเป็นผู้ให้ เมื่อไรที่เราให้เขาแล้ว เราและผู้รับก็จะมีความสุข

 

ณ ตอนนี้ คิดว่าอะไรคือคาถาสำคัญที่ทำให้เรายังรักษามาตรฐานของตัวเอง ให้อยู่ตรงนี้ได้ อยู่ในวงการบันเทิงได้

โบว์: ความเป็นตัวเอง การเป็นตัวเองดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องไปเปรียบว่าเราต้องไปทำตามคำพูดใครหรือว่าเหมือนใคร หรือทำตามบรรทัดฐานที่ใครวางไว้ จะมียุคหนึ่งที่นางเอกต้องเรียบร้อย ต้องไม่พูดก่อน และมีข้อห้ามเยอะ โบว์เลยอยากมาเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มาเปลี่ยนจุดยืนของนักแสดงหญิง


เราเคยคิดจะเปลี่ยนตัวเองให้ลองเรียบร้อยเหมือนคนอื่น แล้วจำไม่ได้ จำคาแรกเตอร์ตัวเองตอนเรียบร้อยไม่ได้ (หัวเราะ) กลัวทำอะไรไม่ต่อเนื่อง ก็เลยเลือกที่จะเป็นตัวเองดีกว่า มันเป็นเรื่องปกติที่จะทำอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วต้องเป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้องนะ ไม่ใช่ว่าไปยืนกระดกเหล้าให้เด็กๆ เห็น หรือเชิญชวนให้ใครสูบบุหรี่แบบนั้น

 

หนึ่ง เราต้องรู้จักตัวเองก่อน สองคือเราต้องรู้จักคน สังคม วัฒนธรรม ต้องรู้ให้รอบด้านให้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร และสามก็คือต้องต่อสู้กับตัวเองให้ได้


เจมส์เคยอยู่ในช่วงเวลาแบบนั้นไหม ค้นหาว่า ‘พระเอก’ ต้องทำตัวแบบไหน 

เจมส์: คือช่วงแรกผมก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ว่าตัวผมจริงๆ เป็นอย่างไร เพราะผมเข้ามาและถูกหล่อหลอมให้เป็นอย่างนั้นไปโดยปริยาย แต่ว่าพอสักพักหนึ่ง ผมเริ่มทะเลาะกับตัวเองไปเรื่อยๆ จนตกตะกอนแล้วก็กลายเป็นผมในทุกวันนี้


ย้อนกลับไปที่คำถามก่อนหน้านี้ อะไรคือคาถาสำคัญในการรักษามาตรฐานในวงการบันเทิงสำหรับเจมส์

เจมส์: สำหรับผมคือ หนึ่งเราต้องรู้จักตัวเองก่อน สองคือเราต้องรู้จักคน สังคม วัฒนธรรม ต้องรู้ให้รอบด้านให้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร และสามก็คือต้องต่อสู้กับตัวเองให้ได้


เรามองอนาคตของตัวเองในวงการไว้ว่าอย่างไร หรือสิ่งที่อยากจะทำต่อไปในอนาคต

โบว์: ณ ตอนนี้โบว์รู้สึกว่าทำอะไรก็ได้ที่มีความสุข ใช้ความสุขนำทาง ส่วนแพลนทำรีสอร์ตก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ซื้อที่เรียบร้อยแล้ว เพราะช่วงโควิดขายที่กันเยอะมาก เราก็เลยซื้อไว้แล้วให้เขาทำนาไปก่อน ซึ่งภาพรีสอร์ตในฝันของเราก็คงต้องมีต้นไม้เยอะๆ ห้องสบายๆ เหมือนได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง


เจมส์: ผมก็คงพัฒนาในสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีขึ้น จริงๆ มันดู Simple มาก แต่ผมทำมาเกือบหมดทุกอย่างในโลกแล้วนะ แล้วตอนนี้ก็ยังทำอยู่ด้วย แต่ถ้าสโคปแค่ในวงการบันเทิงแล้วเรามีความสามารถพอ ก็คงอยากยกระดับผลงานในวงการบันเทิงไทยให้ดีขึ้น

 

 

แล้วในส่วนของผลงานเพลงล่ะ 

เจมส์: ก็ทำไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ Succeed หรอก อาจจะเป็นเพราะว่าผมยังหาตัวเองไม่เจอ ที่มันรวมถึงตัวเพลงด้วย สไตล์การร้องด้วย การทำเพลงด้วย และการโปรโมตด้วย

 

ด้วยความที่ผมแอบเป็น Perfectionist เบาๆ เวลาที่ผมรู้สึกติด คือผมก็จะทิ้ง แล้วผมก็รู้ตัวว่างานนี้ ผมมีอาการทิ้งเบาๆ แล้วก็กลับมาปลอบใจตัวเองว่า มันอาจจะเป็นการทดลองก็ได้เนอะ แล้วก็คิดไว้ว่า ถ้าเกิดครั้งนี้ทำแล้วมันเป็นแบบนี้ ก็แค่ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้แค่นั้นเอง

 

โบว์: โบว์รู้สึกว่าเสียงพี่ดีมากเลย แต่แค่พี่ยังหาดนตรีที่เข้ากับเสียงพี่ไม่เจอ

 

เจมส์: คืออย่างในงานเพลง มันเหมือนงานแสดงของผมตอนแรกเลย คือผมรู้ว่า ผมอยากทำอะไร แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะทำมันอย่างไร

 

 

สุดท้ายแล้วในฐานะของนักแสดงและคนที่อยู่ในวงการละคร เวลามีคนพูดถึงละครในแง่ที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์สังคม และติดภาพเดิมอยู่ เรารู้สึกอย่างไรกับคำวิจารณ์เหล่านี้

เจมส์: มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ คือในมุมหนึ่งเขาก็จะพยายามบอกว่านี่คือการสะท้อนสังคม วัฒนธรรมที่เป็นอยู่ แต่เรื่องจริงๆ ผมว่าละครไม่ได้ฉีกจากเวย์เดิม เพราะมันมีเรื่องให้คิดเยอะ ในเรื่องของการทำ เรื่องคนทำ เรื่องของผู้ฟัง ผู้ชมในแบบเก่าที่มีอยู่

ซึ่งคนใหม่ๆ ที่เข้ามา เขาก็จะไปแย่งพื้นที่อันเก่าตรงนั้นไม่ได้อยู่แล้ว เขาก็จะต้องไปหาเวย์ใหม่ เรื่องแบบนี้เลยไม่มีวันตายตัว เพราะสุดท้ายวันหนึ่งเขาก็ต้องหาคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ไปเสิร์ฟคนสมัยใหม่ หรือคนที่คิดแบบเขาอยู่แล้ว

โบว์: เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน คิดแบบที่คนอื่นคิด แล้วหนูก็เห็นด้วยกับพี่เจมส์ สิ่งที่เราทำได้ก็คือทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด

เจมส์: ใช่ หน้าที่ของนักแสดงเราก็คือ อยู่ตรงไหนก็ได้ที่เราชอบ และทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ถ้าเกิดเราไม่ชอบในส่วนนี้ เราก็แค่ไปทำในส่วนอื่น

The post เจมส์ จิรายุ – โบว์ เมลดา กับหลายบทเรียนอันว่าด้วยศาสตร์ ‘มหานิยม’ บนเส้นทางบันเทิง appeared first on THE STANDARD.

]]>