มุกดาหาร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มุกดาหาร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 13 Apr 2025 05:24:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศปถ. รายงานอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์ 2 วัน เกิดขึ้น 460 ครั้ง เสียชีวิตรวม 59 ราย จังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุมากสุด https://thestandard.co/songkran-road-accidents-2025/ Sun, 13 Apr 2025 05:24:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1064065 songkran-road-accidents-2025

วันนี้ (13 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ. […]

The post ศปถ. รายงานอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์ 2 วัน เกิดขึ้น 460 ครั้ง เสียชีวิตรวม 59 ราย จังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุมากสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
songkran-road-accidents-2025

วันนี้ (13 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 ในวันที่สองของการรณรงค์ ‘ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ’ พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 248 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 257 คน และเสียชีวิต 30 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธาน ศปถ. เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำวันที่ 12 เมษายน 2568 ว่า ยอดอุบัติเหตุสะสม 2 วัน (11-12 เมษายน 2568) มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว 460 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 458 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 59 ราย

 

สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 23 ครั้ง รองลงมาคือ จังหวัดเชียงราย 16 ครั้ง และจังหวัดพัทลุง 15 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ จังหวัดมุกดาหาร 25 คน จังหวัดลำพูน 21 คน และจังหวัดเชียงราย 16 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 9 ราย และจังหวัดลำพูน 3 ราย

 

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในวันที่สองยังคงเป็น การขับรถเร็ว ซึ่งมีสถิติสูงถึง 59 ครั้ง รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ 55 ครั้ง และ ตัดหน้ากระชั้นชิด 52 ครั้ง โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น รถจักรยานยนต์ ตามด้วย รถปิกอัพ/กระบะ และ รถเก๋ง

 

พ.ต.อ. ทวี เน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน (11-17 เมษายน 2568) โดยระบุว่า ตัวเลขที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นช่วงของการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ได้มีการตั้งด่านชุมชนและมีมาตรการเชิงรุก รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อตรวจตราและตักเตือนผู้ขับขี่ในเรื่องการสวมหมวกนิรภัยและการดื่มแล้วขับ

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อุบัติเหตุส่วนใหญ่ (51%) เกิดขึ้นบนถนนทางหลวง แต่หลังจากนี้คาดการณ์ว่าอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นบนถนนท้องถิ่นซึ่งเป็นถนนขนาดเล็กมากขึ้น พร้อมย้ำเตือนว่า แม้ตัวเลขสถิติจะลดลง แต่ยังคงต้องไม่ประมาท เนื่องจากสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นการขับรถเร็ว

The post ศปถ. รายงานอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์ 2 วัน เกิดขึ้น 460 ครั้ง เสียชีวิตรวม 59 ราย จังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุมากสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
PQS มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2570 ผนึกภาคีเกษตรกรและชุมชน สร้างความยั่งยืนภาคเกษตรกรรมผ่านโครงการ Eco Park https://thestandard.co/pqs-net-zero-2570/ Sun, 02 Feb 2025 07:16:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1037326 pqs-net-zero-2570

จังหวัดมุกดาหารเป็น 1 ใน 5 ของจังหวัดที่มีมูลค่าเศรษฐกิ […]

The post PQS มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2570 ผนึกภาคีเกษตรกรและชุมชน สร้างความยั่งยืนภาคเกษตรกรรมผ่านโครงการ Eco Park appeared first on THE STANDARD.

]]>
pqs-net-zero-2570

จังหวัดมุกดาหารเป็น 1 ใน 5 ของจังหวัดที่มีมูลค่าเศรษฐกิจน้อยที่สุดของประเทศไทย แม้ว่าจะเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมีภูมิประเทศติดกับแม่น้ำโขง อีกทั้งยังเป็น ‘ประตูสู่อินโดจีน’ ด้วยก็ตาม 

 

อย่างไรก็ตาม ในการปลุกชีพจรเศรษฐกิจท้องถิ่น หน่วยงานรัฐไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ความร่วมมือจากภาคเอกชนจึงเป็นโซลูชันทางลัดที่สามารถช่วยเสริมแรงให้กับหน่วยงานภาครัฐได้ ซึ่งหนึ่งในแรงสนับสนุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดมุกดาหารก็คือบริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS

 

 

โดย PQS เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังและแป้งดัดแปร โดยมีโรงงานผลิต 3 แห่ง ตั้งอยู่ใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดมุกดาหาร สกลนคร และกาฬสินธุ์ โดยแต่ละแห่งมีกำลังการผลิต 100,000 ตันต่อปี ส่วนกำลังการผลิตแป้งมันสำปะหลังดัดแปร 150 ตันต่อวัน หรือประมาณ 30,000-40,000 ตันต่อปี

 

และล่าสุดเมื่อปี 2566 ได้ริเริ่มแนวคิดในการพัฒนาใช้ประโยชน์พื้นที่ Secure Supply เพาะปลูกมันสำปะหลังเพื่อส่งเข้าโรงงานของบริษัท ซึ่งมีพื้นที่ขนาด 250 ไร่ ด้วยการสร้างต้นแบบความยั่งยืนของพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังภายใต้แนวคิด ‘PQS Eco Park’ ซึ่งเน้นการพัฒนาร่วมกับชุมชนในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกต้นไม้เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Eco System) ให้กลับมาสมบูรณ์

 

นอกจากนี้ PQS ยังส่งเสริมให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศเกษตร โดยให้เกษตรกรจากชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอีกด้วย โครงการนี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้านการผลิต และมุ่งเน้นสร้างผลกระทบเชิงบวกด้วย การนำผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังกลับมาใช้ประโยชน์ในแบบ ‘Waste to Value’ เป็นการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์อย่างมาก

 

“การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกเพียงเพื่อตัวเราเองอีกต่อไป แต่เป็นมรดกที่ทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลัง เราทุกคนจึงต้องร่วมแรงร่วมใจเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าปัจจุบัน” รัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

รัฐวิรุฬ

 

ส่วนโครงการธนาคารต้นไม้ของ PQS เป็นการสร้างต้นแบบความยั่งยืนของพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังและส่งเสริมความยั่งยืนในระบบเกษตรกรรมและชุมชน บริษัทมีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ โดยเน้นการฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างแหล่งอาหารตามธรรมชาติให้กับชุมชน นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง (Climate Change) ช่วยให้พืชไร่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ 

 

โดยปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกในพื้นที่บริเวณที่เป็นที่ตั้งของโรงงานเป็นเฟสแรก ซึ่งเริ่มมีการปลูกป่าเพื่อเป็นแหล่งเงินออม สร้างแหล่งอาหารตามธรรมชาติ จะช่วยลดการพึ่งพิงจากแหล่งอาหารภายนอกและส่งเสริมการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนในชุมชน รวมทั้งเตรียมจัดตั้ง Social Enterprise ร่วมกับสมาชิกกลุ่มธนาคารต้นไม้ 

 

“โครงการปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินเพื่อสร้างความยั่งยืน และบริษัทมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Net Zero Carbon ภายในปี 2570” รัฐวิรุฬห์กล่าว 

 

โครงการปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน

 

นอกจากนี้ PQS ยังสร้างความยั่งยืนให้วัตถุดิบของบริษัทและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตร โดยร่วมกับโรงเรียนคำป่าหลายสรรพวิทย์เป็นโครงการนำร่อง เปิดหลักสูตรวิชาปลูกมันสำปะหลัง เพื่อปลูกฝังเยาวชนรุ่นหลังให้รู้วิธีแก้ไขปัญหาการเพาะปลูก และการทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับเยาวชนอีกด้วย 

 

ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 โตกว่า 40% 

 

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2568 PQS คาดการณ์ว่ารายได้รวมจะเติบโตไม่น้อยกว่า 40% มาจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นราว 30% จากโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) แห่งใหม่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มจากแป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modify Starch) ที่ทำรายได้และอัตรากำไรดีกว่าแป้งมันปะหลัง

 

“ธุรกิจแป้งมันเติบโตได้ต่อเนื่องตามกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ยังมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 2-3% ขณะเดียวกันยังต้องติดตามค่าเงินบาทที่จะมีผลต่อผลประกอบการ” รัฐวิรุฬห์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่าตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก อาจได้รับผลกระทบบ้างจากนโยบายกีดกันการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ดังนั้นบริษัทจึงวางแผนกระจายตลาดส่งออกใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต

 

ปัจจุบัน PQS มีสัดส่วนรายได้หลักจากแป้งมันสำปะหลัง 70-80% ส่วนที่เหลือมาจากผลพลอยได้ ได้แก่ กากมันสำปะหลัง รายได้จากไฟฟ้าชีวมวล แต่ภาพในช่วง 3-5 ปี บริษัทจะเพิ่มรายได้จากแป้ง Modify มากขึ้นกว่า 50% ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตหรือจากการเข้าซื้อกิจการ (M&A)

The post PQS มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2570 ผนึกภาคีเกษตรกรและชุมชน สร้างความยั่งยืนภาคเกษตรกรรมผ่านโครงการ Eco Park appeared first on THE STANDARD.

]]>
เท้ง-ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกชาวมุกดาหารเลือกพรรคประชาชนยกทีม เข้าบริหารงบ 1,300 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิต https://thestandard.co/people-party-mukdahan-local-election/ Wed, 29 Jan 2025 00:38:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1035547 แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร

วานนี้ (28 มกราคม) ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร แกนนำพรร […]

The post เท้ง-ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกชาวมุกดาหารเลือกพรรคประชาชนยกทีม เข้าบริหารงบ 1,300 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร

วานนี้ (28 มกราคม) ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร แกนนำพรรคประชาชน เช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ อภิชาติ ศิริสุนทร ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ช่วย สุพจน์ สุอริยพงษ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มุกดาหาร เบอร์ 1 พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) 24 เขต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมาที่มุกดาหารหลายครั้งเพื่อมาดูงานและศึกษาปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการแพทย์ทางไกล ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร ปัญหาที่ดิน ปัญหาการค้าชายแดน และยังมีอีกหลายเรื่องที่รอการตัดสินใจของชาวมุกดาหารว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตของลูกหลาน ซึ่งตนมั่นใจอย่างยิ่งว่าทุกนโยบาย สุพจน์และทีม ส.อบจ. ของพรรคประชาชนจะเข้าไปผลักดันจนเป็นผลสำเร็จได้

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ตนเองมั่นใจเพราะตอนนี้พรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวในสภาที่เสนอกฎหมายเปลี่ยนประเทศมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน การกระจายอำนาจ การศึกษา การปฏิรูปกองทัพยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แต่อีกหลายปัญหา ลำพังการทำงานในสภาไม่เพียงพอ เช่น แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นปัญหาที่หลายคนมองว่าเกิดขึ้นจากการอยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ซึ่งต้องรองบประมาณจากกรมชลประทานลงมา แต่สำหรับตนแล้วไม่ใช่ กว่ากรมชลประทานจะของบแล้วสร้างเสร็จต้องใช้เวลาหลายปี แต่กลไกที่แก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้เลยคือนายก อบจ.

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนเป็นพรรคประชาชน สิ่งหนึ่งที่พวกเราสื่อสารอย่างชัดเจนมาโดยตลอดก็คือพวกเราตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ประชาชนทุกคน การชนะการเลือกตั้ง การได้ตำแหน่งนายก อบจ., ส.อบจ. หรือ สส. ในสภา เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เรามีอำนาจสร้างการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ และเราต้องการทำงานการเมืองระยะยาว มีความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวา มั่นคงในเป้าหมายในหลักการ

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า สุพจน์คือคนที่มีคุณสมบัติครบทุกด้านข้างต้น ทำงานรับใช้ประชาชนมาโดยตลอด มีประสบการณ์ทำงานตรงในฝ่ายบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาก่อน มีความมั่นคง ยึดหลักการตรงไปตรงมา เมื่อครั้งสมัยคณะก้าวหน้า ชาวมุกดาหารมอบความไว้วางใจให้เป็นอันดับ 3 ต่อมาการเลือกตั้งปี 2566 สุพจน์ได้ลงเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกลเขต 1 ซึ่งชาวมุกดาหารได้มอบความไว้วางใจให้เป็นอันดับ 2 แต่จะแพ้กี่สนามสุพจน์ก็ไม่เคยท้อถอย ถือเป็นความพ่ายแพ้เล็กๆ แต่เป้าหมายนั้นยิ่งใหญ่กว่า คนแบบนี้คือคนที่จะเข้ามาเป็นผู้แทน เป็นปากเสียงแก้ไขปัญหาให้ชาวมุกดาหารได้จริงๆ

 

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกทั้ง อบจ. และ ส.อบจ. โดยหน้าที่ของ ส.อบจ. ที่สำคัญคือการผ่านงบประมาณในสภา อบจ. นั่นเท่ากับว่านายก อบจ. ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ แต่ต้องใช้คนที่ผลักดันนโยบายร่วมกันไปในทิศทางเดียวกันเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นจึงต้องกาพรรคประชาชนทั้งสองใบ

 

“การเลือกตั้ง 4 วันต่อจากนี้ ปากกาในมือของทุกคนมีมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท หรือก็คืองบประมาณของ อบจ.มุกดาหาร 4 ปีต่อจากนี้ การตัดสินใจกาของทุกท่านจะเป็นการตัดสินใจว่าเงินภาษีของทุกคนจะถูกใช้จ่ายอย่างไร ไม่มีใครสามารถปกป้องเงินภาษีของทุกท่านได้นอกจากประชาชนทุกคน ช่วยกันเปลี่ยนมุกดาหารให้เป็นบ้านแห่งความสุขสำหรับทุกคนไปด้วยกัน” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ธนาธรระบุว่า งบประมาณของ อบจ.มุกดาหาร ปีละกว่า 300 ล้านบาท รวมกัน 4 ปีราว 1,300 ล้านบาท เราเชื่อว่าถ้ามีการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ไม่ทุจริต เราจะสร้างมุกดาหารที่ดีกว่านี้ให้ประชาชนได้

 

หลายปีที่ผ่านมาตนมีโอกาสมามุกดาหารหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ตำบลโพนทรายที่คณะก้าวหน้าได้ทำงานด้วยกันกับ อปท. ร่วมจัดการขยะ ทำโครงการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ทำมา 3 ปี เงินที่ได้นำไปเก็บไว้ในกองทุนฌาปนกิจ ลดขยะที่นำไปทิ้งในบ่อขยะได้เดือนละ 25 ตัน จนถึงวันนี้ลดขยะไปแล้ว 700 ตัน ขยะที่เอาไปขายได้ 3.5 ล้านบาท มาที่ตำบลหนองแคน คณะก้าวหน้าทำงานร่วมกับนายก อปท. เรื่องการแพทย์ทางไกลหรือ ‘หมอตู้’ ประชาชนสามารถตรวจสัญญาณชีพสำคัญ ส่งข้อมูลไปที่โรงพยาบาล ส่งยามาถึงหน้าบ้าน ข้อมูลถูกเก็บไว้ในคลาวด์เป็นเวชระเบียนดิจิทัลที่สามารถดูย้อนหลังได้ ประชาชนไม่ต้องไปแออัดที่โรงพยาบาล นี่คือสิ่งที่เราทำสำเร็จมาแล้วที่มุกดาหาร

 

ธนาธรกล่าวต่อไปว่า นโยบายของสุพจน์มีตั้งแต่การพัฒนาระบบรถเมล์ในมุกดาหาร เชื่อมต่อ 7 อำเภอในมุกดาหารด้วย 2 เส้นทาง ต่อไปเดินทางข้ามอำเภอไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่ใช้รถเมล์ของ อบจ. ได้ ติดตามสายผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ ตั้งเป้าไว้ 400 ป้ายรถเมล์ เชื่อมโยงระหว่าง บขส., โรงเรียน, โรงพยาบาล, ที่ว่าการอำเภอ, ชุมชน และตลาดใหญ่เข้าหากัน ให้คนมีทางเลือกในการเดินทาง

 

การมีรถเมล์ดี มีน้ำประปาสะอาด มีการแพทย์ปฐมภูมิที่ดี มีการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เรียกว่าความเจริญ อนาคตจังหวัดมุกดาหารจะเป็นอย่างไร อนาคตลูกหลานชาวมุกดาหารจะเป็นอย่างไร อยู่ที่การตัดสินใจของทุกคน

 

วันนี้ตนมาที่นี่เพื่อยืนยันกับทุกคนว่าถ้าให้ความไว้วางใจสุพจน์และผู้สมัคร ส.อบจ. ของพรรคประชาชนทั้งหมด พวกเขาจะไม่โดดเดี่ยว เพราะอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และแกนนำปัจจุบันของพรรคประชาชน จะมาช่วยกันใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางเหล่านี้มาพัฒนามุกดาหารร่วมกัน พรรคประชาชนมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมากมาย ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม การศึกษา รัฐบาลดิจิทัล การท่องเที่ยว เราพร้อมยืนเคียงข้างและเดินร่วมทางกับผู้สมัครของเราทุกคน และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของนายก อบจ. คนต่อไปจากพรรคประชาชน

 

“ทุกคนเอาแต่บ่นว่าทำไมการจัดเก็บขยะไม่ดี โรงพยาบาลแออัด น้ำประปาไม่มีคุณภาพ แต่กาเบอร์เดิมแล้วมันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร 1,300 ล้านบาทมีคุณค่า มีความหมาย และมาจากภาษีของทุกคน ไม่ได้หล่นลงมาจากท้องฟ้า มาทำให้ภาษีของพวกเรามีความหมาย ตอบสนองคุณภาพชีวิตของพวกเรา ทำให้ภาษีของพวกเราสร้างสังคมที่ดีกว่านี้ สร้างจังหวัดที่ดีกว่านี้ให้คนรุ่นต่อไป” ธนาธรกล่าว

 

แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร

The post เท้ง-ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกชาวมุกดาหารเลือกพรรคประชาชนยกทีม เข้าบริหารงบ 1,300 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนจัดใหญ่โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ. ขนขุนพลขึ้นเวที 16 จังหวัดทั่วประเทศ https://thestandard.co/peoples-party-pao-16-provinces/ Thu, 16 Jan 2025 10:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1031163

พรรคประชาชนโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “พร้อม […]

The post พรรคประชาชนจัดใหญ่โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ. ขนขุนพลขึ้นเวที 16 จังหวัดทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

พรรคประชาชนโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “พร้อมลุยทั่วไทย! เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปพบกับเวทีปราศรัยใหญ่การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พรรคประชาชน จัดเต็มรายชื่อผู้ร่วมปราศรัยแน่นๆ” 

 

สำหรับแกนนำพรรค อาทิ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค จะขึ้นเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, สมุทรปราการ, มุกดาหาร และสงขลา 

 

ขณะที่ 2 ผู้ช่วยหาเสียง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เตรียมขึ้นเวทีที่จังหวัดสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, ภูเก็ต, นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และสุราษฎร์ธานี ส่วน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, นนทบุรี, สมุทรปราการ, มุกดาหาร, นครนายก และปราจีนบุรี 

 

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคและผู้ช่วยหาเสียงคนอื่นๆ กระจายตัวไปในแต่ละจังหวัด เช่น ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค, ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กทม. รวมถึง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล 

 

โดยระบุสถานที่จัดเวทีปราศรัยแต่ละจังหวัดดังต่อไปนี้

 

  • จังหวัดเชียงใหม่ ประเสริฐแลนด์ วันที่ 18 มกราคม 2568
  • จังหวัดลำพูน ตลาดนัดลำพูนจตุจักร วันที่ 18 มกราคม 2568
  • จังหวัดจันทบุรี สามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อำเภอเมืองจันทบุรี วันที่ 24 มกราคม 2568
  • จังหวัดระยอง ตลาดสตาร์ อำเภอเมืองระยอง วันที่ 25 มกราคม 2568
  • จังหวัดชลบุรี ตลาดจตุจักร อำเภอเมืองชลบุรี วันที่ 25 มกราคม 2568
  • จังหวัดปราจีนบุรี ลานกิจกรรมนิคมอุตสาหกรรม 304 อำเภอศรีมหาโพธิ วันที่ 27 มกราคม 2568
  • จังหวัดนครนายก ตลาดนัดศรีเมือง วันที่ 27 มกราคม 2568
  • จังหวัดนนทบุรี ลานจอดรถหลังตลาดบีบี บางใหญ่ วันที่ 26 มกราคม 2568
  • จังหวัดสมุทรปราการ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 25 มกราคม 2568
  • จังหวัดสมุทรสงคราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม (สถานที่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง) วันที่ 26 มกราคม 2568
  • จังหวัดสมุทรสาคร ลานตลาดนัดอ้อมน้อย วันที่ 26 มกราคม 2568
  • จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร (สถานที่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง) วันที่ 28 มกราคม 2568
  • จังหวัดภูเก็ต เวทีกลางสะพานหิน (ของเทศบาลนครภูเก็ต) วันที่ 19 มกราคม 2568
  • จังหวัดพังงา ถนนคนเดินเมืองเก่าตะกั่วป่า วันที่ 19 มกราคม 2568
  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลานหน้าโรงแรมวังใต้ วันที่ 18 มกราคม 2568
  • จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ (สถานที่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง) วันที่ 26 มกราคม 2568

 

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศวันเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ทั้งหมด 47 จังหวัดทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 

 

อ้างอิง: 

The post พรรคประชาชนจัดใหญ่โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ. ขนขุนพลขึ้นเวที 16 จังหวัดทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมสรรพากรจ่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 10% (ของกำไรสุทธิ) ให้แก่บริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 10 ปี เพื่อหนุนการลงทุน https://thestandard.co/corporate-tax-reduction-special-zones/ Tue, 14 Jan 2025 07:18:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1030315

หวังเพิ่มการลงทุน! กรมสรรพากรเตรียมออกมาตรการลดอัตราภาษ […]

The post กรมสรรพากรจ่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 10% (ของกำไรสุทธิ) ให้แก่บริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 10 ปี เพื่อหนุนการลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หวังเพิ่มการลงทุน! กรมสรรพากรเตรียมออกมาตรการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่ผลิตสินค้าหรือให้บริการในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ) เป็นเวลา 10 ปีบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน 10 แห่ง ได้แก่ จังหวัดตาก, มุกดาหาร, สระแก้ว, สงขลา, ตราด, หนองคาย, นราธิวาส, เชียงราย, นครพนม และกาญจนบุรี

 

วันนี้ (14 มกราคม) ปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากร มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ) อย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนใน SEZ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว

 

โดยมาตรการใหม่นี้เป็นการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10% ของกำไรสุทธิให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการเป้าหมายตามที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษกำหนด ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ว่าจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการและมีการใช้บริการในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน 10 แห่ง ได้แก่ จังหวัดตาก, มุกดาหาร, สระแก้ว, สงขลา, ตราด, หนองคาย, นราธิวาส, เชียงราย, นครพนม และกาญจนบุรี

 

อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรการนี้จะทำให้การผลิตสินค้า การให้บริการ และการจ้างงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้การผลิตสินค้าและการให้บริการในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจหลักและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

 

ภาพ: SevenMaps / Shutterstock

The post กรมสรรพากรจ่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 10% (ของกำไรสุทธิ) ให้แก่บริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 10 ปี เพื่อหนุนการลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ ‘น้ำโขง’ 16 ก.ย. จ.นครพนม-มุกดาหาร-อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น https://thestandard.co/mekong-river-nakhon-phanom-mukdahan-ubon-ratchathani/ Mon, 16 Sep 2024 04:49:32 +0000 https://thestandard.co/?p=983996 น้ำโขง

วันนี้ (16 กันยายน) เวลา 09.00 น. กรมประชาสัมพันธ์ รายง […]

The post สถานการณ์ ‘น้ำโขง’ 16 ก.ย. จ.นครพนม-มุกดาหาร-อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำโขง

วันนี้ (16 กันยายน) เวลา 09.00 น. กรมประชาสัมพันธ์ รายงานสถานการณ์และระดับน้ำแม่น้ำโขงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ ระดับน้ำลดลง จังหวัดนครพนมระดับน้ำทรงตัว ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 

รายละเอียดสถานการณ์น้ำของแม่น้ำโขง ดังต่อไปนี้

 

สถานีเชียงแสน (จังหวัดเชียงราย)


– ระดับน้ำ 7.21 เมตร (ลดลง 0.27 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.80 เมตร (ต่ำกว่า 5.59 เมตร)


แนวโน้มลดลง

 

สถานีเชียงคาน (จังหวัดเลย)


– ระดับน้ำ 16.05 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.03 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 16.00 เมตร (สูงกว่า 0.05 เมตร)


แนวโน้มลดลง

 

สถานีหนองคาย


– ระดับน้ำ 13.20 เมตร (ลดลง 0.63 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.20 เมตร (สูงกว่า 1.00 เมตร)


แนวโน้มลดลง

 

สถานีนครพนม


– ระดับน้ำ 11.50 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.12 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.00 เมตร (ต่ำกว่า 0.50 เมตร)

แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

สถานีมุกดาหาร


– ระดับน้ำ 11.36 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.70 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.50 เมตร (ต่ำกว่า 1.14 เมตร)


แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

สถานีโขงเจียม (จังหวัดอุบลราชธานี)


– ระดับน้ำ 11.96 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.11 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 14.50 เมตร (ต่ำกว่า 2.20 เมตร)


แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

อ้างอิง:

  • กรมประชาสัมพันธ์

The post สถานการณ์ ‘น้ำโขง’ 16 ก.ย. จ.นครพนม-มุกดาหาร-อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตชด. เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ระดมกำลังปูพรมป้องกันชายแดน 7 จังหวัดอีสาน 750 กม. ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล https://thestandard.co/border-police-mekong-operation/ Tue, 16 Jul 2024 12:12:57 +0000 https://thestandard.co/?p=958778

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 […]

The post ตชด. เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ระดมกำลังปูพรมป้องกันชายแดน 7 จังหวัดอีสาน 750 กม. ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พล.ต.ท. ยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) ร่วมเปิด ‘ยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง’ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ระดมกวาดล้างยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้ามาทางชายแดนฝั่งริมแม่น้ำโขง ชายแดน 7 จังหวัด คือ จังหวัดเลย, นครพนม, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระยะทาง 750 กิโลเมตร 

 

มี พล.ต.ต. รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. พร้อมด้วยผู้กำกับการ ตชด. ที่ 22-24 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่หน้าแนวชายแดนติดแม่น้ำโขง นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าร่วมกว่า 300 นาย โดยบูรณาการร่วมกับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง, หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4, กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม และฝ่ายปกครองในพื้นที่ 

 

พล.ต.ท. ยงเกียรติ กล่าวว่า ตามนโยบายเน้นหนักของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด โดยปัจจุบันพบว่ายาเสพติดได้ทะลักเข้ามาในบริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดนจำนวนมาก โดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งมีสถิติการจับกุมที่เพิ่มสูงขึ้น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจึงได้เปิดยุทธการ ‘พิทักษ์ริมน้ำโขง’ 

 

ระดมกำลัง ตชด. ในพื้นที่ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษนเรศวร 261 ของกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตำรวจพลร่ม) บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดให้สิ้นซาก ลดการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านแม่น้ำโขงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่จังหวัดเลยจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี รวมระยะทางกว่า 750 กิโลเมตร

 

พล.ต.ท. ยงเกียรติ กล่าวต่อว่า ยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขงเพื่อสกัดกั้น ป้องกัน ยับยั้ง ตรวจยึด จับกุมผู้ค้า ผู้ลำเลียง และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งขยายผล ยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติด เพิ่มมาตรการตรวจสอบ การลาดตระเวนเฝ้าระวัง การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณจุดผ่อนปรน ท่าข้าม และจุดเสี่ยง พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมืองานด้านการข่าวกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน 

 

ตชด. ถือเป็นด่านหน้าที่ต้องสกัดกั้น ปราบปรามยาเสพติดให้ได้ ตนได้กำชับ ตชด. ทุกนายว่าต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยต้องไม่ทำผิดเสียเอง ซึ่งหลังจากนี้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสืบสวนปราบปราม เช่น การใช้แอนตี้โดรนแก้ไขปัญหาการใช้โดรนทางการเกษตรลักลอบขนยาเสพติด 

 

พล.ต.ท. ยงเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขงจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เด็ดขาด เข้มข้น จนกว่าจะปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดได้สำเร็จ โดยช่วงแรกให้เวลา 1 เดือน และจะวัดผลการปฏิบัติ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนให้แจ้งเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด

The post ตชด. เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ระดมกำลังปูพรมป้องกันชายแดน 7 จังหวัดอีสาน 750 กม. ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ สังคมไทยได้อะไรกลับมา เมื่อ ‘สื่อ’ สร้างผู้ต้องหาเป็นไอดอล https://thestandard.co/when-media-makes-the-accused-an-idol/ Wed, 20 Dec 2023 12:57:32 +0000 https://thestandard.co/?p=879125

เป็นเวลากว่า 3 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 256 […]

The post ปรากฏการณ์ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ สังคมไทยได้อะไรกลับมา เมื่อ ‘สื่อ’ สร้างผู้ต้องหาเป็นไอดอล appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นเวลากว่า 3 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ได้หายตัวไปอย่างปริศนา พร้อมกับทิ้งความลับแห่งหมู่บ้านกกกอก อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ไว้ให้สังคมไทยร่วมกันแก้ไข 

 

ในวันนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าการทวงคืนความยุติธรรมให้กับเด็กหญิงตัวน้อยนี้จะกลายเป็นหนึ่งในบาดแผลครั้งใหญ่ของสังคมไทย เมื่อแสงไฟแห่งความสนใจได้สาดส่องลงมาที่หนึ่งในผู้ต้องสงสัยอย่าง ‘ลุงพล’ ญาติใกล้ชิดของชมพู่ ที่กลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนจากการประโคมข่าวของสื่อมวลชนหลายสำนัก และแรงผลักดันจากกระแส #Saveลุงพล บนโซเชียลมีเดีย จนกล่าวได้ว่า ความสนใจของสังคมอยู่ที่ตัวของญาติสนิทผู้นี้มากเสียกว่าการแก้ตัวคดีที่นับวันกระแสจะยิ่งแผ่วลง กระทั่งความสงสัยได้คลายลงในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เมื่อตำรวจได้ออกหมายจับลุงพลว่าเป็นผู้ต้องหาในการเสียชีวิตของชมพู่

 

ความลึกลับและปริศนาที่น่าสงสัยและเร้าอารมณ์ที่มักจะแฝงไปด้วยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เป็นหนึ่งในรสชาติของข่าวที่คนไทยชื่นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่แต่ละสำนักข่าวต่างแย่งชิงเรตติ้งกันอย่างดุเดือด จนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ ที่สื่อมวลชนหลายเจ้านำเสนอข่าวของลุงพล แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวคดีของชมพู่แต่อย่างใด 

 

ในที่สุดปริศนาการเสียชีวิตของเด็กคนหนึ่งก็ได้ส่งให้ผู้ต้องหาคดีทอดทิ้งเด็กจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายกลายเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม เป็นแขกรับเชิญในวงการบันเทิง เป็นนักร้อง เป็นนายแบบโฆษณา ไปจนถึงการใช้บ้านของลุงพลเป็นสถานที่สำหรับพาเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษามาทัศนศึกษา กว่าสังคมจะรู้ตัว ลุงพลก็ได้กลายเป็น ‘ไอดอล’ คนใหม่ที่โด่งดังจากคดีการเสียชีวิตของเด็กไปเสียแล้ว 

 

แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีที่ตัวคดีมีวี่แววในเวลานั้นว่าจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า แต่ก็เป็นเรื่องน่าเวทนาที่สื่อมวลชนได้ให้พื้นที่กับผู้ต้องหาบนหน้าสื่อไปแล้วนักต่อนัก ตลอดระยะเวลา 1 ปีนับจากจุดกำเนิดของเหตุการณ์ ทำให้ข่าวจำนวนมากที่ประชาชนควรจะรับรู้ถูกเหตุการณ์นี้กลบไปอย่างน่าเสียดาย

 

การกำหนดวาระข่าวสาร (Agenda Setting) เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญของสื่อสารมวลชน ในฐานะผู้ป้อนข้อมูลที่ประชาชนจำเป็นจะต้องรู้ การจัดลำดับความสำคัญของข่าวที่ควรรายงานมากที่สุดอันดับหนึ่งและรองลงมา จึงสามารถกำหนดทิศทางของการรับรู้ภายในสังคมได้ว่า ณ ตอนนี้ประชาชนควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องใด 

 

ในขณะที่สังคมกำลังกลับมาให้ความสนใจการเคลื่อนไหวของคดีน้องชมพู่-ลุงพลในครั้งนี้ กระแสของข่าวอื่นๆ ในเวลานั้นก็ถูกกลบลงไปด้วยเช่นกัน

 

หลายครั้งที่สื่อมวลชนเคยถูกเปรียบว่าเป็น ‘ฐานันดรที่ 4’ ของสังคม เนื่องจากสื่อสารมวลชนเป็นฐานันดรที่สามารถมอบพลังโดยการเป็นปากเสียงให้กับประชาชนผู้มีอำนาจน้อย และลดพลังของผู้ปกครองผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง สื่อสารมวลชนจึงเป็นมากกว่าผู้ให้ความบันเทิงผ่านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ แต่เป็นผู้ถ่วงดุลอำนาจของแต่ละฐานันดรผ่านการจัดสรรข้อมูลภายในสังคม

 

ไม่ใช่นำเสนอเพียงสิ่งที่ประชาชน ‘อยากรู้’ แต่ต้องนำเสนอสิ่งที่ประชาชน ‘ต้องรู้’

 

หากในเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า หากสื่อมวลชนมีพลังถึงขนาดที่จะกลับขาวเป็นดำ โดยการปั้นให้ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของเด็กกลายเป็น ‘ไอดอล’ ผู้มีชื่อเสียงในสังคมได้นั้น สื่อมวลชนก็มีอำนาจเพียงพอที่จะทำหน้าที่หลักของตนเองในการสืบหาความจริงที่ถูกปกปิดอยู่ในประเทศนี้ได้เช่นกัน

 

หลายคนอาจกล่าวว่าลุงพลเปรียบเสมือนคนถูกหวย น่าเสียดายที่ผลจากหวยครั้งนี้หมดลงเร็วเกินคาดคิด 

 

แต่สังคมไทยที่มีสื่อมวลชนที่ทำให้ผู้ต้องหาคดีเป็นคนถูกหวย ประชาชนคนไทยทุกคนคงมีสถานะไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกหวยกินอยู่ทุกต้นเดือน

 

วันนี้ (20 ธันวาคม) ศาลจังหวัดมุกดาหารอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1013/2564 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โจทก์ สาวิตรี วงศ์ศรีชา โจทก์ร่วมที่ 1 อนามัย วงศ์ศรีชา โจทก์ร่วมที่ 2 กับ ไชย์พล วิภา หรือลุงพล จำเลยที่ 1 และ สมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่

 

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 317 วรรคแรก ฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 10 ปี, ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร จำคุก 10 ปี, ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสอง

 

ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวไชย์พล โดยใช้หลักทรัพย์ที่ดินมูลค่า 780,000 บาท ปล่อยตัวชั่วคราว มีรายงานว่า ทนายความของไชย์พลเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีภายใน 30 วันทันที

 

อ่านคำพิพากษาได้ที่: เปิดคำพิพากษาคดีเสียชีวิตน้องชมพู่ กับโทษจำคุก 20 ปีของลุงพล ไชย์พล ด้วยหลักฐานผมที่ถูกตัด-ข้อพิรุธโทรศัพท์ 1 เครื่อง

 

หมายเหตุ: บทความนี้ปรับปรุงจากการเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 โดยเพิ่มเติมรายละเอียดคำพิพากษาล่าสุด

The post ปรากฏการณ์ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ สังคมไทยได้อะไรกลับมา เมื่อ ‘สื่อ’ สร้างผู้ต้องหาเป็นไอดอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลให้ประกัน ‘ลุงพล’ คดีน้องชมพู่ วางหลักทรัพย์ที่ดิน 7 แสนบาท ทนายเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีทันที https://thestandard.co/court-grants-bail-to-uncle-phon/ Wed, 20 Dec 2023 09:28:55 +0000 https://thestandard.co/?p=879005

วันนี้ (20 ธันวาคม) ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร ภายหลังศาลอ่า […]

The post ศาลให้ประกัน ‘ลุงพล’ คดีน้องชมพู่ วางหลักทรัพย์ที่ดิน 7 แสนบาท ทนายเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 ธันวาคม) ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ 1013/2564 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โจทก์ สาวิตรี วงศ์ศรีชา โจทก์ร่วมที่ 1 อนามัย วงศ์ศรีชา โจทก์ร่วมที่ 2 กับ ไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล จำเลยที่ 1 และ สมพร หลาบโพธิ์ ในคดีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่-อรวรรณ วงศ์ศรีชา อายุ 3 ปีเศษ เหตุเกิดเมื่อปี 2563

 

โดยพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 317 วรรคแรก ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 10 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร จำคุก 10 ปี ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสอง

 

ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวไชย์พล โดยใช้หลักทรัพย์ที่ดินมูลค่า 780,000 บาท ปล่อยตัวชั่วคราว มีรายงานว่าทนายความของไชย์พลเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีภายใน 30 วันทันที

The post ศาลให้ประกัน ‘ลุงพล’ คดีน้องชมพู่ วางหลักทรัพย์ที่ดิน 7 แสนบาท ทนายเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลมุกดาหารเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีเสียชีวิตของน้องชมพู่เป็นปลายเดือน ธ.ค. เหตุอยู่ระหว่างตรวจร่างคำพิพากษา https://thestandard.co/postpone-verdict-in-nong-chompoos-case/ Mon, 30 Oct 2023 04:35:30 +0000 https://thestandard.co/?p=860360 ลุงพล ไชย์พล วิภา

วันนี้ (30 ตุลาคม) กรณีที่ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดฟังคำพิพ […]

The post ศาลมุกดาหารเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีเสียชีวิตของน้องชมพู่เป็นปลายเดือน ธ.ค. เหตุอยู่ระหว่างตรวจร่างคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลุงพล ไชย์พล วิภา

วันนี้ (30 ตุลาคม) กรณีที่ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ไชย์พล วิภา หรือลุงพล และ สมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น สองสามีภรรยา เป็นจำเลยที่ 1-2

 

โดยฟ้องไชย์พล จำเลยที่ 1 ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร, ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้ผู้ถูกทอดทิ้งถึงแก่ความตาย, ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

 

สมพร จำเลยที่ 2 ตามความผิดฐานร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป กรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ 

 

โดยทางศาลจังหวัดมุกดาหารได้แจ้งเลื่อนการอ่านคำพิพากษา ซึ่งเดิมกำหนดอ่านคำพิพากษาวันที่ 31 ตุลาคม 2566 เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจร่างคำพิพากษา จึงเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปปลายเดือนธันวาคม ตามวันว่างของคู่ความ  

 

ซึ่งทางศาลจังหวัดมุกดาหารได้แจ้งเลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้แก่สื่อมวลชนที่ขออนุญาตมาทำข่าวในวันดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเกรงจะเป็นที่เสียหายแก่สื่อมวลชนที่ต้องจัดเตรียมคนและอุปกรณ์เดินทางมาทำข่าว

 

มีรายงานว่า คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ซึ่งครอบครัวและชาวบ้านระดมการค้นหาในพื้นที่บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ได้พบศพน้องชมพู่นอนเสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ เขตอุทยานแห่งชาติภูผายล ห่างจากบ้านของน้องชมพู่ประมาณ 2 กิโลเมตร

 

ภาพ: เฟซบุ๊กไชย์พล วิภา

The post ศาลมุกดาหารเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีเสียชีวิตของน้องชมพู่เป็นปลายเดือน ธ.ค. เหตุอยู่ระหว่างตรวจร่างคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : สุดารัตน์หาเสียงอีสานต่อเนื่อง ปราศรัยมุกดาหารพร้อมทำให้อีสานมั่งคั่ง ขอประชาชนเลือกไทยสร้างไทยทั้ง 2 ใบ https://thestandard.co/thai-sang-thai-mukdahan-campaign/ Tue, 09 May 2023 09:39:40 +0000 https://thestandard.co/?p=787561

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร […]

The post เลือกตั้ง 2566 : สุดารัตน์หาเสียงอีสานต่อเนื่อง ปราศรัยมุกดาหารพร้อมทำให้อีสานมั่งคั่ง ขอประชาชนเลือกไทยสร้างไทยทั้ง 2 ใบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยสร้างไทย เขต 2 ด.ต. โชควิทย์ พรมดี เบอร์ 2 จังหวัดมุกดาหาร เปิดเวทีปราศรัยที่โรงเรียนบำรุงพงศ์อุปถัมภ์ 

 

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า นโยบายของพรรคไทยสร้างไทยนั้นมาจากการเล็งเห็นปัญหาของพี่น้องชาวอีสาน และเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของคุณหญิงสุดารัตน์ในฐานะลูกอีสาน คือพี่น้องชาวอีสานยังยากจน ขาดโอกาสแม้จะทำงานหนัก ดังนั้นพวกเราทุกคนจะต้องช่วยกันผลักดันนโยบายเพื่อคืนโอกาสให้พี่น้องชาวอีสาน

 

คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงแผนการสร้างอีสานมั่งคั่ง โดยจะแก้แล้ง แก้จน คืนที่ดินทำกิน นำโฉนดกลับบ้านให้ประชาชน พร้อมลดต้นทุนการผลิตปุ๋ย เร่งทำโครงการปุ๋ยเพื่อเกษตรกรไทย ลดราคาปุ๋ย เพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และมุ่งสู่การผลิตอาหารออร์แกนิกป้อนขายคนทั้งโลก 

 

ขณะเดียวกันจะทำศูนย์เกษตรเศรษฐกิจทุกจังหวัด เพื่อสนับสนุนทุนและเครื่องมือในการแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า รัฐบาลจะเป็นผู้จัดการขายและการขนส่งโดยมีแพลตฟอร์มเข้ามาช่วย จะทำให้เกษตรกรสามารถกำหนดราคาขายสินค้าเกษตรได้เองเป็นครั้งแรก ซึ่งโครงการอีสานมั่งคั่งนั้นจะทำให้พี่น้องชาวอีสานหายจน หมดหนี้ มีรายได้ดีขึ้นภายใน 3 ปี 

 

และจากนี้ไปขอให้ชาวอีสานทุกคนเทใจเลือกพรรคไทยสร้างไทย พรรค ‘ส’ เบอร์ 32 บัตรสีเขียว เอาสุดารัตน์เข้าไปเป็นผู้รับใช้ เข้าไปทำงานให้กับประชาชน และขอให้เลือกผู้สมัครของพรรคไทยสร้างไทยทุกเขตให้ชนะถล่มทลาย

The post เลือกตั้ง 2566 : สุดารัตน์หาเสียงอีสานต่อเนื่อง ปราศรัยมุกดาหารพร้อมทำให้อีสานมั่งคั่ง ขอประชาชนเลือกไทยสร้างไทยทั้ง 2 ใบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ยื่นหนังสืออธิบดีกรมป่าไม้ ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตทำโครงการผลิตไฟฟ้าฯ เหตุทับซ้อนที่ทำกิน มีการเอื้อประโยชน์ https://thestandard.co/conservation-group-submit-letter-to-director-forest/ Fri, 28 Apr 2023 10:21:20 +0000 https://thestandard.co/?p=782750 กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย

วันนี้ (28 เมษายน) ที่กรมป่าไม้ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน แ […]

The post กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ยื่นหนังสืออธิบดีกรมป่าไม้ ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตทำโครงการผลิตไฟฟ้าฯ เหตุทับซ้อนที่ทำกิน มีการเอื้อประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย

วันนี้ (28 เมษายน) ที่กรมป่าไม้ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมูแปลงที่ 2 ท้องที่ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ของบริษัท ๕๕๕ กรีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด เพื่อทำโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม 

 

เนื่องจากขั้นตอนกระบวนการยื่นขออนุญาตไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ขออนุญาตทับซ้อนที่ทำกินของประชาชน ตลอดจนมีพื้นที่บางส่วนมีภาระผูกพันทางกฎหมายและหน่วยงานกรมป่าไม้ยังใช้ประโยชน์อยู่ โดยวันนี้มี ประยุทธ เสี้ยวยิ้ม ผู้อำนวยการส่วนอนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ และ บัณฑิต วงศ์เสนานุรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชนกรมป่าไม้ เป็นตัวแทนของอธิบดีฯ เข้ารับหนังสือ

 

ทั้งนี้ตัวแทนของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ได้อ่านรายละเอียดและข้อเรียกร้องในการเข้ายื่นหนังสือให้ตัวแทนของกรมป่าไม้ที่เข้ามารับหนังสือในครั้งนี้ฟังว่า หากย้อนดูกระบวนการยื่นคำขอเพื่ออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 เพื่อดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม บริษัท ๕๕๕ กรีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด เป็นการยื่นขอที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนแรก จึงเป็นการกระทำผิดกฎหมายและระเบียบขั้นตอนอย่างชัดเจนดังต่อไปนี้ 

 

  1. ไม่มีการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ในรัศมีที่จะตั้งโครงการ และไม่มีการทำประชาคมหมู่บ้านก่อนยื่นต่อสภาเทศบาลตำบลคำป่าหลาย เพื่อให้มีมติในการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งต่อมาสภาเทศบาลคำป่าหลาย มีมติเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 ระบุชัดเจนว่า หากไม่มีการทำประชาคม มติโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมก่อนหน้านี้ต้องเป็นโมฆะ 

 

  1. ไม่มีการตรวจสอบพื้นที่และกำหนดขอบเขตที่จะตั้งโครงการให้ชัดเจน ไม่มีการตรวจสอบสภาพป่าก่อนยื่นเอกสารประกอบให้สภาเทศบาลคำป่าหลายมีมติเห็นชอบ เพราะรายงานตรวจสอบสภาพป่าและเอกสารประกอบอื่นๆ ปรากฏขึ้นภายหลังสภาเทศบาลตำบลคำป่าหลายมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีการปรับลดพื้นที่ภายหลังการมีมติสภาฯ จึงทำให้มติเดิมที่มีออกมาต้องเป็นโมฆะ จึงแสดงให้เห็นว่ากระบวนการในการยื่นขอมีปัญหาและทำให้เกิดความขัดแย้งกับราษฎรในพื้นที่จริง 

 

  1. ไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทผู้ยื่นขอดำเนินโครงการฯ ว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะบริษัทพิพาทที่ยื่นเพิ่งขอจดแจ้งจัดตั้งบริษัท ก่อนยื่นสภาเทศบาลคำป่าหลาย เพื่อเห็นให้ชอบในการดำเนินโครงการฯ เพียงไม่กี่วัน และที่สำคัญรายชื่อกรรมการบริษัท (ขณะยื่นคำขอ) ยังมีข้อกังขาว่าอาจมีเอี่ยวกับการทำธุรกิจสีเทา 

 

  1. มีเจ้าหน้าที่ราชการฝ่ายปกครองท้องที่และท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องพยายามวิ่งเต้น เอื้อประโยชน์ เพื่อให้เกิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม อีกทั้งมีกระทำการที่ชัดเจน ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่ คุกคามราษฎร ซึ่งปัจจุบันกลุ่มฯ ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว กำลังยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยและอาญา 

 

  1. ทางกลุ่มฯ ขอยืนยันว่าความขัดแย้งยังมีอยู่ ยังไม่ได้มีการแก้ไข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรมป่าไม้ก็ทราบดีและยังบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงออกใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ จึงเป็นการจงใจละเว้นอย่างชัดเจน 

 

จากข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่ากระบวนการดำเนินการยื่นขออนุญาตฯ ที่ไม่โปร่งใส มีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนปรากฏรายชื่อผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการธุรกิจสีเทาเป็นอดีตกรรมการของบริษัทผู้ที่กำลังยื่นขอดำเนินโครงการฯ ที่ปัจจุบันกำลังเป็นข่าวในสังคม หากกรมป่าไม้ปล่อยให้มีการดำเนินโครงการฯ นี้ นอกจากจะส่งผลกระทบกับราษฎรในพื้นที่แล้ว ก็จะไม่เป็นผลดีต่อสังคมและประเทศชาติอย่างแน่นอน

 

กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายได้ยืนยันคัดค้านโครงการดังกล่าวมาโดยตลอดตามเหตุผลข้างต้น แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 กรมป่าไม้กลับอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ เพื่ออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 เพื่อดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม บริษัท ๕๕๕ กรีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด โดยกลับเพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนของชาวบ้านมาโดยตลอด 

 

ฉะนั้นทางกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายจึงเรียนมายังท่านเพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 ท้องที่ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อทำโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมของบริษัท ๕๕๕ กรีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด หากได้ผลเป็นประการใดขอให้ท่านได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร และนอกจากนี้ทางกลุ่มยังได้ขอสำเนาเอกสารการอนุญาตให้บริษัทเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ อีกด้วย 

 

ทั้งนี้ภายหลังจากเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้รับหนังสือเสร็จแล้วได้ประชุมร่วมกับกลุ่มฯ โดยประยุทธระบุกับตัวแทนกลุ่มที่เข้าร่วมประชุมว่า ในส่วนของประเด็นต่างๆ ที่กลุ่มมายื่นข้อเรียกร้องในวันนี้จะนำเข้าสู่การประชุมส่งต่อให้ทางอธิบดีพิจารณาต่อไป

 

ส่วนประเด็นสำเนาเอกสารการอนุญาตให้บริษัทเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ ที่กลุ่มขอมานั้น ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวน ตามมาตรา 13/2 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2559 เพราะเอกสารดังกล่าวก็มิได้เป็นเอกสารที่จะปกปิดใดๆ หากการจะให้เอกสารอะไรถ้าเราให้ไปแล้วต้องรับผิดชอบโดยลำพัง

 

ถ้าตนให้ไปก็จะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และเอกสารของทางราชการบางอย่างให้ไปก็จะผิดกฎหมายอาญา ก็ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเห็นชอบก่อน ตนก็จะนำเข้าสู่การหารือของคณะกรรมการ ถ้าคณะกรรมการเห็นชอบ ผู้บังคับบัญชาเห็นชอบ ก็สามารถให้ได้ ไม่มีปัญหาอะไร  

 

ด้านตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าใจความเดือดร้อนของชาวบ้านที่มายื่นข้อร้องเรียนในวันนี้ด้วย เราเดินทางมาจากต่างจังหวัดตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวานนี้ (27 เมษายน) เพื่อที่จะมารอยื่นหนังสือให้กับเจ้าหน้าที่ในวันนี้ มารอตั้งแต่เวลา 04.00 น.  

 

นอกจากการเดินทางที่ยากลำบากของพวกเราแล้ว ในพื้นที่ตอนนี้ก็ถือเป็นเรื่องร้อน เพราะบริษัทได้เข้ามาปักป้ายในพื้นที่ทำกินของพวกเราแล้ว ไม่รู้ว่าวันไหนคืนไหนเขาจะเข้ามาในพื้นที่ทำกินของพวกเรา ปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าก็ยังแก้ไม่เสร็จยังมีปัญหาของโรงไฟฟ้ากังหันลมที่เข้ามาตั้งซ้ำเติมในพื้นที่ของชาวบ้านอีก วันนี้ก็เท่ากับพวกเราแทบจะไม่เหลือช่องทางอะไรทำกินกันได้อีกเลย 

 

ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการประชุม อดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย กล่าวว่า คำตอบที่เราได้จากผู้อำนวยการส่วนอนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ เราได้คำตอบที่ชัดเจนว่าไม่สามารถให้สำเนาใบอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนที่กลุ่มฯ ขอไปได้ เพราะเป็นเอกสารที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง และเขาไม่มีอำนาจในการพิจารณา และเราก็ยังได้รับคำตอบอีกด้วยว่ากรมป่าไม้จะเอาเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาภายใน  2 สัปดาห์ว่าจะอนุญาตให้คณะกรรมการพิจารณาตามที่เราขอ ซึ่งหลังจากนี้เราจะติดตามอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่มีการพิจารณาอีก 1 เดือนเราก็จะได้มาเยี่ยมกรมป่าไม้อีกครั้ง 

 

ขณะที่ สมัย พันธะโคตร สมาชิกในกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย กล่าวว่า เราตั้งความหวังกับการเข้ามายื่นเรื่องในวันนี้พอสมควร แต่วันนี้ท่าทีการสื่อสารของทางราชการก็เหมือนไม่ใส่ใจและสนใจในปัญหาของเราเท่าไร เราเดินทางมาจากมุกดาหารเพื่อมาถึงที่นี่ตั้งแต่เวลา 04.00 น. พอมาถึงนึกว่าจะได้ความหวัง แต่กลับมาบอกกับชาวบ้านว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจมากพอ ต้องรอในหลายๆ ส่วน ตอนนี้พวกเราต้องเสียเวลาในการทำมาหากิน ทั้งต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดินทำกินแล้วยังต้องมาต่อสู้เรื่องโรงไฟฟ้ากังหันลมอีก ก็หวังว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพวกเราให้ได้โดยเร็วที่สุดด้วย  

The post กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ยื่นหนังสืออธิบดีกรมป่าไม้ ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตทำโครงการผลิตไฟฟ้าฯ เหตุทับซ้อนที่ทำกิน มีการเอื้อประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ธนาธร-ช่อ’ ลงพื้นที่ขอนแก่น-มุกดาหาร ช่วยก้าวไกลหาเสียง ขอโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ ขจัดปัญหายาเสพติด https://thestandard.co/thanathorn-pannika-khon-kaen-mukdahan-visit/ Sun, 19 Mar 2023 04:09:08 +0000 https://thestandard.co/?p=765198 ช่อ-พรรณิการ์ วานิช

วานนี้ (18 มีนาคม) เวลาประมาณ 18.50 น. ที่ตลาดราตรี อำเ […]

The post ‘ธนาธร-ช่อ’ ลงพื้นที่ขอนแก่น-มุกดาหาร ช่วยก้าวไกลหาเสียง ขอโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ ขจัดปัญหายาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อ-พรรณิการ์ วานิช

วานนี้ (18 มีนาคม) เวลาประมาณ 18.50 น. ที่ตลาดราตรี อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ ช่อ-พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ได้ลงพื้นที่ช่วย ทนายเล็ก-สุพจน์ สุอริยพงษ์ ว่าที่ผู้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร หาเสียงและนำเสนอนโยบายแก่ประชาชน ด้านประชาชนให้การตอบรับอย่างคึกคักและเข้ามาขอถ่ายรูปกับธนาธรตลอดทั้งแนวถนน

 

ธนาธรได้เดินแจกใบปลิวนำเสนอนโยบายของพรรคก้าวไกล พร้อมทั้งแนะนำประวัติของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และขอความสนับสนุนจากประชาชนให้โอกาสผู้สมัคร ส.ส. เข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ให้พรรคก้าวไกลซึ่งสืบทอดเจตจำนงจากพรรคอนาคตใหม่มาเป็นตัวแทนในการบริหารประเทศ 

 

ธนาธรได้ถามถึงความเดือดร้อนกับผู้ประกอบการ ซึ่งบางส่วนได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินกีบลาวต่ำลง ทำให้รายได้จากการจับจ่ายของประชาชนลาวน้อยลง และหวังว่าเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งจะดีกว่านี้ 

 

จากนั้น พรรณิการ์ และ อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ ทีมงานผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดขอนแก่น ได้ลงพื้นที่ช่วย อิทธิพล ชลธราศิริ หาเสียงบริเวณวัดสว่างอารมณ์ อำเภอเมืองขอนแก่น นำเสนอนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้า บำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน, สนับสนุนเงินอุดหนุนเด็กเล็ก 1,200 บาท และปฏิรูปกองทัพ ซึ่งได้เสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี

 

พรรณการ์กล่าวว่า นับตั้งแต่ตนได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ประชาชนให้ความเป็นกังวล และยังมีกัญชาและกระท่อมเข้าซ้ำเติมอีก ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนเสียงว่า เวลาว่างของเยาวชนมักจะเสพสารเสพติดอย่างกัญชาหรือกระท่อม พร้อมเสนอว่านโยบายของพรรคก้าวไกลจะดำเนินการจับกุมทหารหรือตำรวจที่รับส่วย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างพึงพอใจจากประชาชน

 

ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ช่อ-พรรณิการ์ วานิช

The post ‘ธนาธร-ช่อ’ ลงพื้นที่ขอนแก่น-มุกดาหาร ช่วยก้าวไกลหาเสียง ขอโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ ขจัดปัญหายาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรลงพื้นที่มุกดาหาร ตรวจโครงการน้ำบาดาล แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง ชาวบ้านต้อนรับอบอุ่น https://thestandard.co/pravit-mukdahan-02122022/ Fri, 02 Dec 2022 09:16:50 +0000 https://thestandard.co/?p=719157

วันนี้ (2 ธันวาคม) เวลา 13.30 น. พล.ท. พัชร์ชศักดิ์ ปฏิ […]

The post ประวิตรลงพื้นที่มุกดาหาร ตรวจโครงการน้ำบาดาล แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง ชาวบ้านต้อนรับอบอุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 ธันวาคม) เวลา 13.30 น. พล.ท. พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ไปปฏิบัติราชการ ต่อเนื่องจากช่วงเช้า 

 

ในช่วงบ่าย พล.อ. ประยุทธ์ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำห้วยบังอี่ ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้าง โดยกรมชลประทานเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก 

 

สำหรับโครงการนี้ หากดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงานในปี 2566 จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์มากถึง 3,000 ไร่ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วในช่วงฤดูแล้ง เพื่อช่วยพร่องระบายน้ำช่วงต้นฤดูฝน และเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ประมง และอื่นๆ ในช่วงฤดูแล้ง และใช้ป้องกันน้ำจากแม่น้ำโขงหนุน และไหลย้อนกลับเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม 

 

จากนั้น พล.อ. ประวิตรได้พบปะผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเทการปฏิบัติงานที่ผ่านมาด้วยดี

จากนั้น พล.อ. ประวิตร และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการขุดเจาะน้ำบาดาลและสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ณ บ้านนาดี ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตรและการเพาะปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ในช่วงฤดูแล้งแม้จะเกิดฝนทิ้งช่วงก็ตาม  

 

จากนั้น พล.อ. ประวิตรได้พบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง โดยได้นำความปรารถนาดีและความห่วงใยจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มายังพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารทุกคน และพร้อมให้ความช่วยเหลือควบคู่การพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ครบทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีและมีความสุขทั่วหน้า

The post ประวิตรลงพื้นที่มุกดาหาร ตรวจโครงการน้ำบาดาล แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง ชาวบ้านต้อนรับอบอุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปกรณี ‘ผลบวกปลอม’ โรงเรียนใน จ.มุกดาหาร https://thestandard.co/fake-positive-result-at-school-in-mukdahan/ Fri, 05 Nov 2021 10:42:51 +0000 https://thestandard.co/?p=556744 ผลบวกปลอม

จากกรณีข่าวคลัสเตอร์โควิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นิคมค […]

The post สรุปกรณี ‘ผลบวกปลอม’ โรงเรียนใน จ.มุกดาหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลบวกปลอม

จากกรณีข่าวคลัสเตอร์โควิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ต้องกักตัวนักเรียนกว่า 1,000 คน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา วันนี้ (5 พฤศจิกายน) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวในประเด็นนี้ว่า ผลการตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ไม่พบผู้ติดเชื้อ

 

THE STANDARD สรุปกรณี ‘ผลบวกปลอม’ ที่เกิดขึ้น และรวบรวมความเห็นจากนักวิชาการ ดังนี้

 

1. เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุการณ์การระบาดในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พบครูมีผลบวกจากชุดตรวจ ATK จำนวน 14 ราย และสุ่มตรวจนักเรียนในโรงเรียนมีผลบวกจำนวน 3 ราย รวมเป็น 17 ราย

 

2. ต่อมา เวลา 13.00 น. หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CDCU) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มุกดาหาร จึงร่วมกันออกคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK ทั้งหมด 4 ยี่ห้อ ทั้งนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนจำนวน 1,106 คน พบผลบวก 87 ราย

 

3. ผลบวกทั้ง 87 รายมาจากชุดตรวจ ATK ที่โรงเรียนจัดซื้อเอง คือยี่ห้อ Dvot (SARS-CoV-2 Antigen Test Kit) (ไม่พบในรายการที่ อย. อนุมัติ) จึงสุ่มตรวจ 2 ราย จาก 87 ราย ด้วยชุดตรวจ ATK ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ สสจ. พบว่าผลเป็นลบ

 

4. หน่วยงานในพื้นที่จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR จากผู้ที่ตรวจพบผลบวกด้วยชุดตรวจ ATK และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มเติมรวม 160 คน และแยกกักขณะรอผลตรวจ ณ โรงพยาบาลสนามวัดภูด่านแต้ สรุปผลการตรวจไม่พบเชื้อทุกราย

 

5. ผลการตรวจเป็นบวกจากชุดตรวจ ATK ดังกล่าว จึงเป็นผลบวกปลอม (False Positive) ซึ่งทางจังหวัดจะดำเนินการสอบสวนสาเหตุที่เกิดความผิดพลาดครั้งนี้ต่อไป ส่วนผู้ที่ตรวจพบผลบวกให้กลับบ้านและเฝ้าสังเกตอาการตนเอง 

 

6. ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า ‘ผลบวกปลอม’ หมายถึง ไม่ได้ติดเชื้อแต่ผลการทดสอบเป็นบวก อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น

    • การปนเปื้อนจากพื้นที่ที่ทำการทดสอบ อุปกรณ์ที่ใช้ 
    • การติดเชื้อไวรัสหรือจุลชีพอื่นๆ
    • ดำเนินการตามขั้นตอนวิธีทดสอบไม่ถูกต้อง เช่น อ่านผลเกินเวลาที่กำหนด
    • สภาพสิ่งส่งตรวจไม่เหมาะสม

 

7. ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กสรุปได้ว่า ผลการตรวจยังขึ้นกับบริบทการติดเชื้อในพื้นที่ ถึงแม้ชุดตรวจจะมีความไวหรือความจำเพาะ 99% ก็ตาม 

    • หากอัตราการติดเชื้อต่ำ เช่น 1 ในหมื่นคน เมื่อผลการตรวจเป็นบวก จะพบว่าติดเชื้อจริงเพียง 0.99%
    • ในทางกลับกัน หากอัตราการติดเชื้อสูง เช่น 1 ใน 5 คน เหมือนช่วงที่มีการระบาดหนักในประเทศไทย เมื่อผลการตรวจเป็นบวก จะพบว่าติดเชื้อจริงเกิน 96%

 

8. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สรุปว่าจากการตรวจยืนยันพบว่าไม่มีการติดเชื้อ ส่วนผลการตรวจที่ผิดพลาดจะมีการสอบสวนสาเหตุต่อไป โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติและมีความปลอดภัย เนื่องจากนักเรียนและบุคลากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนมากกว่า 70% แล้ว

 

9. ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบเว็บไซต์กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่พบยี่ห้อ Dvot ในรายชื่อชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย.

 

อ้างอิง:

The post สรุปกรณี ‘ผลบวกปลอม’ โรงเรียนใน จ.มุกดาหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
มุกดาหารยืนยันผลตรวจห้องปฏิบัติการ ไม่มีผู้ติดเชื้อในโรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ หลังผลตรวจ ATK พบติดเชื้อ 86 ราย https://thestandard.co/khamsoi-pittayasan-school-atk-test-results/ Fri, 05 Nov 2021 03:31:35 +0000 https://thestandard.co/?p=556442 มุกดาหาร

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอำเภอ ได้เข้าตรวจสอบบุ […]

The post มุกดาหารยืนยันผลตรวจห้องปฏิบัติการ ไม่มีผู้ติดเชื้อในโรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ หลังผลตรวจ ATK พบติดเชื้อ 86 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มุกดาหาร

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอำเภอ ได้เข้าตรวจสอบบุคลากรและนักเรียน โรงเรียนคําสร้อยพิทยาสรรค์ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีนักเรียนประมาณมากกว่า 1,000 คน โดยผลการตรวจโควิดเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ พบบุคลากร-นักเรียน มีเป็นผลบวกประมาณ 40-70 คน ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อเป็นบวก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขส่งตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 วัดภูด่านแต้ อำเภอนิคมคำสร้อย ส่วนผู้ที่ผลเป็นลบและกลุ่มเสี่ยงให้ทำการกักตัวอยู่ภายในโรงเรียน และทางโรงเรียนนำนักเรียนทั้งหมดกว่า 1,000 ราย กักตรวจภายในโรงเรียน และตรวจด้วย ATK อีกรอบ ผลปรากฏว่าผลตรวจนักเรียนเป็นบวก 86 ราย 

 

ขณะที่ทางโรงเรียนได้มีประกาศถึงนักเรียนว่า นายอำเภอนิคมคำสร้อย มีคำสั่งห้ามให้นักเรียนและบุคลากรครูออกนอกโรงเรียนเด็ดขาด เพราะโรงเรียนกลายเป็นคลัสเตอร์ขนาดใหญ่มาก ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน แนะให้ผู้ปกครองนำข้าว-อาหารมาส่งนักเรียนที่ต้องอยู่ภายในโรงเรียนแทน

 

ล่าสุด วันนี้ (5 พฤศจิกายน) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “มุกาดาหารยืนยัน ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบการติดเชื้อโควิดที่โรงเรียนคําสร้อยพิทยาสรรค์ ทุกคนกลับบ้านแล้ว” พร้อมระบุว่าจะมีการแถลงรายละเอียดต่อไป

The post มุกดาหารยืนยันผลตรวจห้องปฏิบัติการ ไม่มีผู้ติดเชื้อในโรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ หลังผลตรวจ ATK พบติดเชื้อ 86 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 ปีของ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ สังคมไทยได้อะไรกลับมา https://thestandard.co/what-thai-society-has-received-1-year-lung-pon-fever/ Wed, 02 Jun 2021 09:07:44 +0000 https://thestandard.co/?p=495774 ลุงพล คดี น้องชมพู่

เป็นเวลากว่าหนึ่งปีมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2 […]

The post 1 ปีของ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ สังคมไทยได้อะไรกลับมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลุงพล คดี น้องชมพู่

เป็นเวลากว่าหนึ่งปีมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 น้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบได้หายตัวไปอย่างปริศนาพร้อมกับทิ้งความลับแห่งหมู่บ้านกกกอก อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ไว้ให้สังคมไทยร่วมกันแก้ไข 

 

ในวันนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าการทวงคืนความยุติธรรมให้กับเด็กหญิงตัวน้อยนี้จะกลายเป็นหนึ่งในบาดแผลครั้งใหญ่ของสังคมไทย เมื่อแสงไฟแห่งความสนใจได้สาดส่องลงมาที่หนึ่งในผู้ต้องสงสัยอย่าง ‘ลุงพล’ ญาติใกล้ชิดของชมพู่ที่กลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนจากการประโคมข่าวของสื่อมวลชนหลายสำนัก และแรงผลักดันจากกระแส #Saveลุงพล บนโซเชียลมีเดีย จนกล่าวได้ว่าความสนใจของสังคมอยู่ที่ตัวของญาติสนิทผู้นี้มากเสียกว่าการแก้ตัวคดีที่นับวันกระแสยิ่งแผ่วลง กระทั่งความสงสัยได้คลายลงในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เมื่อตำรวจได้ออกหมายจับลุงพลว่าเป็นผู้ต้องหาในการเสียชีวิตของชมพู่

 

ความลึกลับ ปริศนาน่าสงสัยและเร้าอารมณ์ ที่มักจะแฝงไปด้วยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเป็นหนึ่งในรสชาติของข่าวที่คนไทยชื่นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่แต่ละสำนักข่าวต่างแย่งชิงเรตติ้งกันอย่างดุเดือดจนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ ที่สื่อมวลชนหลายเจ้านำเสนอข่าวของลุงพลแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวคดีน้องชมพู่แต่อย่างใด ในที่สุดปริศนาการเสียชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้ส่งให้ผู้ต้องหาคดีทอดทิ้งเด็กจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายกลายเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม เป็นแขกรับเชิญในวงการบันเทิง เป็นนักร้อง เป็นนายแบบโฆษณา จนไปถึงการใช้บ้านของลุงพลเป็นสถานที่สำหรับพาเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษามาทัศนศึกษา กว่าสังคมจะรู้ตัว ลุงพลก็ได้กลายเป็น ‘ไอดอล’ คนใหม่ที่โด่งดังจากคดีการเสียชีวิตของเด็กไปเสียแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีที่ตัวคดีมีวี่แววสิ้นสุดลงในไม่ช้า แต่เป็นเรื่องน่าเวทนาที่สื่อมวลชนได้ให้พื้นที่กับผู้ต้องหาบนหน้าสื่อไปแล้วนักต่อนัก ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาข่าวจำนวนมากที่ประชาชนควรจะรับรู้ถูกเหตุการณ์นี้กลบไปอย่างน่าเสียดาย

 

 

การกำหนดวาระข่าวสาร (Agenda Setting) เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญของสื่อสารมวลชน ในฐานะผู้ป้อนข้อมูลที่ประชาชนจำเป็นจะต้องรู้ การจัดลำดับความสำคัญของข่าวที่ควรรายงานมากที่สุดอันดับหนึ่งและรองลงมาจึงสามารถกำหนดทิศทางของการรับรู้ภายในสังคมได้ว่า ณ ตอนนี้ประชาชนควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องใด ในขณะที่สังคมกำลังกลับมาให้ความสนใจการเคลื่อนไหวของคดีน้องชมพู่-ลุงพล ในครั้งนี้ กระแสของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี 2565 ที่ว่าด้วยเรื่องการแจงงบประมาณที่มาจากภาษีของคนไทยในสภาก็ถูกกลบลงไปด้วยเช่นกัน

 

หลายครั้งสื่อมวลชนเคยถูกเปรียบว่าเป็น ‘ฐานันดรที่ 4’ ของสังคม เนื่องจากสื่อสารมวลชนเป็นฐานันดรที่สามารถมอบพลังโดยการเป็นปากเสียงให้กับประชาชนผู้มีอำนาจน้อย และลดพลังของผู้ปกครองผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง สื่อสารมวลชนจึงเป็นมากกว่าผู้ให้ความบันเทิงผ่านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ แต่เป็นผู้ถ่วงดุลอำนาจของแต่ละฐานันดรผ่านการจัดสรรข้อมูลภายในสังคม

 

ไม่ใช่นำเสนอเพียงสิ่งที่ประชาชน ‘อยากรู้’ แต่ต้องนำเสนอสิ่งที่ประชาชน ‘ต้องรู้’

 

หากในเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าหากสื่อมวลชนมีพลังถึงขนาดที่จะกลับขาวเป็นดำ โดยการปั้นให้ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของเด็กกลายเป็น ‘ไอดอล’ ผู้มีชื่อเสียงในสังคมได้นั้น สื่อมวลชนก็มีอำนาจเพียงพอที่จะทำหน้าที่หลักของตนเองในการสืบหาความจริงที่ถูกปกปิดอยู่ในประเทศนี้ได้เช่นกัน

 

หลายคนอาจกล่าวว่าลุงพลเปรียบเสมือนคนถูกหวย น่าเสียดายที่ผลจากหวยครั้งนี้หมดลงเร็วเกินคาดคิด 

 

แต่สังคมไทยที่มีสื่อมวลชนที่ทำให้ผู้ต้องหาคดีเป็นคนถูกหวย ประชาชนไทยทุกคนคงมีสถานะไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกหวยกินอยู่ทุกต้นเดือน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post 1 ปีของ ‘ลุงพลฟีเวอร์’ สังคมไทยได้อะไรกลับมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมศักดิ์ สั่งยุติธรรมจังหวัดมุกดาหาร​เร่งเยียวยา​ 2​ เด็กหญิงถูกครูรุมขืนใจ ส่งทีมลงพื้นที่คุ้มครองพยาน-เก็บข้อมูล https://thestandard.co/rape-of-female-students-in-mukdahan-case/ Mon, 11 May 2020 02:34:03 +0000 https://thestandard.co/?p=362246

วันนี้ (11 พฤษภาคม) สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post สมศักดิ์ สั่งยุติธรรมจังหวัดมุกดาหาร​เร่งเยียวยา​ 2​ เด็กหญิงถูกครูรุมขืนใจ ส่งทีมลงพื้นที่คุ้มครองพยาน-เก็บข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 พฤษภาคม) สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีครู 5 คน และรุ่นพี่ 2 คน ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร ข่มขืนนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาที่ 2 และ 4 ว่า กระทรวงยุติธรรมได้ลงพื้นที่สอบถาม เยี่ยมเยียน และแจ้งสิทธิ์เยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญาแล้ว ซึ่งนักเรียนหญิงทั้ง 2 และครอบครัวก็ได้ไปขอรับสิทธิ์เยียวยาเรียบร้อยในวันที่ 7​-8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดมุกดาหาร เมื่อเอกสารครบถูกต้องก็จะเริ่มพิจารณาได้ในวันที่ 27 พฤษภาคม​นี้

 

สมศักดิ์ยังกล่าวต่อว่า สิทธิ์ที่จะได้รับเบื้องต้นมีอยู่ 3 ส่วน คือ​ 1. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ 2. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ 3. ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น 50,000 บาท 

 

สมศักดิ์ระบุอีกว่า ขณะนี้ได้ส่งทีมคุ้มครองพยานลงพื้นที่ เพราะเด็กหญิงทั้ง 2 คนยังคงมีความกลัวและหวาดระแวง เพราะผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว เด็กจึงมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย เห็นรถยนต์วิ่งผ่านหน้าบ้านแล้วกังวลว่าจะเป็นฝ่ายคู่กรณีมาข่มขู่คุมคาม นอกจากนี้กองทุนยุติธรรมจ้างทนายความดำเนินคดีแพ่งกับโรงเรียน ทั้งยังส่งนักจิตวิทยาของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเข้าดูแลเยียวยาด้านจิตใจอีกด้วย

 

“เรื่องนี้เราดำเนินการระยะหนึ่งแล้ว ยุติธรรมในยุคบูรณาการของผม ต้องทำงานไวเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ จากนี้จะพยายามประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลอีกส่วนหนึ่ง” สมศักดิ์กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สมศักดิ์ สั่งยุติธรรมจังหวัดมุกดาหาร​เร่งเยียวยา​ 2​ เด็กหญิงถูกครูรุมขืนใจ ส่งทีมลงพื้นที่คุ้มครองพยาน-เก็บข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>