มิตรผล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มิตรผล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 01 Apr 2022 05:05:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ’ เปิดใจหลังโดนยึดที่ราชบุรี เผยอดีตนายกฯ สมัคร แนะให้ซื้อจากมิตรผลเจ้าของเดิม ยืนยันทำถูกต้องตามกฎหมาย https://thestandard.co/somporn-juangroongruangkit-seized-at-ratchaburi/ Fri, 01 Apr 2022 05:05:25 +0000 https://thestandard.co/?p=612982 Somporn Juangroongruangkit

วันนี้ (1 เมษายน) จากกรณีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนเอกสาร […]

The post ‘สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ’ เปิดใจหลังโดนยึดที่ราชบุรี เผยอดีตนายกฯ สมัคร แนะให้ซื้อจากมิตรผลเจ้าของเดิม ยืนยันทำถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Somporn Juangroongruangkit

วันนี้ (1 เมษายน) จากกรณีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ของสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ และบุตรอีก 2 คน คือ ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากพบว่าเป็นที่ป่าไม้ถาวร สมพรได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากที่สังคมและสื่อต่างๆ ไปพาดหัวว่าตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจรุกที่ป่า กินป่า เพราะนี่เป็นข้อหาที่ร้ายแรงสำหรับตนเองและครอบครัวที่ทำมาหากินสุจริตและตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มกำลังมาโดยตลอด และขอโอกาสชี้แจงเพื่อให้สังคมให้ความเป็นธรรม

 

สมพรระบุว่า ตนไม่ใช่ผู้ซื้อมือแรก โดยเอกสารสิทธิที่ดินออกตั้งแต่ปี 2521 โดยกรมที่ดินมีเจ้าหน้าที่เซ็นรับรองถูกต้องทุกอย่าง ต่อมาในปี 2533 ตนได้รับการแนะนำจาก สมัคร สุนทรเวช ซึ่งในสมัยนั้นเป็นนักการเมืองสำคัญในบ้านเมือง ให้มาซื้อที่ดินจากบริษัทมิตรผล ที่เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่ง กมล ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทมิตรผล ก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ รู้จักกันดี เมื่อทั้งเจ้าของและผู้แนะนำให้ซื้อเป็นคนที่น่าเชื่อถือ จึงไม่คิดเลยว่าที่ดังกล่าวจะผิดกฎหมาย 

 

“ฉันยืนยันว่าครอบครัวเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ นส.3 ก. ตอนที่ฉันซื้อที่ดินก็มีเอกสารสิทธิรับรองถูกต้องตามกฎหมาย ซื้อขายมาหลายทอดแล้ว และฉันก็ไม่มีอำนาจบารมีไปบังคับ ข่มขู่ให้เจ้าหน้าที่ออกเอกสารสิทธิให้ ที่ดินก็เป็นที่ของบริษัทใหญ่ มีเครดิตดี คนแนะนำเป็นนักการเมืองใหญ่ เอกสารสิทธิก็มีเรียบร้อย เราจึงไม่คิดเลยว่าจะมีปัญหาอะไรทางกฎหมาย” 

 

ส่วนกรณีที่มีสื่อบางสำนักเสนอข่าวว่าสมพรเคยมีบันทึกกับกรมที่ดินว่ารับทราบอยู่แล้วว่าที่ผืนนี้เป็นที่ป่า สมพรยืนยันว่า เอกสารฉบับนี้เนื้อหาระบุแค่ว่าตนรับทราบว่าที่ดินแปลงนี้อาจเป็นหรือไม่เป็นที่ป่าไม้ถาวรก็ได้ บันทึกถ้อยคำดังกล่าว สำนักงานที่ดินทำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนฟ้องถ้ามีการเพิกถอนสิทธิในภายหลัง ซึ่งในกรณีนี้กรมที่ดินเองก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ป่าหรือไม่ แล้วตนเองเป็นราษฎรธรรมดาจะทราบได้อย่างไร

 

“ฉันมีที่ดินผืนนี้มา 30 ปีไม่เคยมีปัญหาอะไร จนกระทั่งลูกชายมาทำงานการเมือง ลูกก็โดนยัดคดีร้ายแรงให้สารพัด ส่วนตัวฉันเองก็โดนร้องเรียนว่ารุกป่า กินป่า เป็นเรื่องเป็นราวเป็นคดีใหญ่โต ฉันยืนยันตรงนี้ว่าที่ผืนนี้ถึงจะซื้อมาถูกกฎหมายทุกประการ มีเอกสารสิทธิเรียบร้อย แต่อยู่มาวันหนึ่งรัฐบอกว่าผิด จะเพิกถอน ฉันไม่มีปัญหา แต่ต้องไปพิสูจน์ถูก-ผิดกันตามกฎหมาย ถ้าออกมาว่าเป็นป่าจริง ฉันยินดีคืนที่ให้ แต่อย่ามากล่าวหาว่าครอบครัวฉันโกงบ้านโกงเมืองเด็ดขาด” สมพรกล่าวทิ้งท้าย

The post ‘สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ’ เปิดใจหลังโดนยึดที่ราชบุรี เผยอดีตนายกฯ สมัคร แนะให้ซื้อจากมิตรผลเจ้าของเดิม ยืนยันทำถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผ่าแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจของ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู’ หลังระดมทุนเพิ่ม 500 ล้านบาท เน้นกระจายรายได้ เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/mitr-phol-banpu-fund/ Mon, 11 Oct 2021 09:50:55 +0000 https://thestandard.co/?p=546785 Mitr Phol-Banpu

ถึงแม้วันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะค่อยๆ ลดระดับจากหลักหมื่ […]

The post ผ่าแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจของ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู’ หลังระดมทุนเพิ่ม 500 ล้านบาท เน้นกระจายรายได้ เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mitr Phol-Banpu

ถึงแม้วันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะค่อยๆ ลดระดับจากหลักหมื่นสู่หลักพัน และคนไทยกว่า 57 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2564) แต่ปัญหาจากผลกระทบของวิกฤตโควิดยังคงลากยาว และดูเหมือนจะเรื้อรังจนยากจะฟื้นตัวโดยเฉพาะเศรษฐกิจ

 

โควิดสร้างผลกระทบด้านรายได้ในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างหนัก เมื่อดูจากรายงานผลการทบทวนผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิดในระดับโลกและในประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) พบว่า การระบาดระลอกที่สามตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 รุนแรงอย่างมาก ธนาคารโลกคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของไทยลดลงร้อยละ 2.2 

 

Mitr Phol-Banpu

 

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รายได้ครัวเรือนหายไป 1.8 ล้านล้านบาท และคาดว่าปี 2565 รายได้ครัวเรือนก็ยังคงหายไปต่อเนื่องอีก 8 แสนล้าน นี่คือตัวอย่างของผลกระทบต่อเนื่องที่ทำให้ภาคครัวเรือนต้องเผชิญกับภาวะของการมีหนี้สูง ซ้ำร้ายยังเจอภาวะตลาดแรงงานที่เปราะบางมาก การจ้างงานได้รับผลกระทบรุนแรง คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2564 จะมีผู้ว่างงานและเสมือนว่างงานเพิ่มเป็น 3.4 ล้านคน และจำนวนผู้ว่างงานระยะยาวเกิน 1 ปี จำนวน 1.7 แสนคน เพิ่มขึ้นกว่าช่วงก่อนการระบาดถึง 3 เท่าตัว อีกทั้งระยะหลังเริ่มเห็นการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียม ไปจนถึงธุรกิจที่ต่างกันก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน เช่น ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร หรือกลุ่มเกษตรกร ยิ่งทำให้จำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดเพิ่มมากขึ้น

 

Mitr Phol-Banpu

 

อีกประเด็นที่น่าสังเกตคือ ปัญหาที่ทับซ้อนกันนี้ก่อให้เกิดผลกระทบที่ลากยาวจนแผลเริ่มลึกและเรื้อรัง นอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะยาว ยังพบรูปแบบของปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขต่างกันไปในแต่ละระลอก อาทิ ระลอกแรกประเทศไทยต้องรับมือกับวิกฤติขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็นในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรค ความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนก็พุ่งเป้าไปที่ระบบสาธารณสุข แม้ว่าตอนนี้ระบบสาธารณสุขจะพอคลายการตึงตัวบ้าง แต่ระลอกต่อมาจนถึงระลอกล่าสุด ปัญหาและผลกระทบก็ยื้ดเยื้อ เช่น วิกฤตเตียงเต็ม ถังออกซิเจนขาดตลาด การแพร่กระจายในชุมชนแออัด ธุรกิจเจ๊ง และคนตกงานเพิ่มสูงขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้เอง กลุ่มมิตรผล และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกันจัดตั้ง ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็นในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิดแก่โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากโควิด โดยใช้หลักการทำงานแบบ Agile Collaboration เน้นทำงานอย่างรวดเร็วและไม่ซ้ำซ้อน กระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงด้วยเครือข่ายของทั้งสองบริษัท ทำให้ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ให้ความช่วยเหลือคนไทยครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัด รวมกว่า 380 หน่วยงานทั่วประเทศ

 

Mitr Phol-Banpu

 

อย่างที่กล่าวไป จนถึงตอนนี้ปัญหาและผลกระทบเปลี่ยนรูปแบบ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู’ จึงปรับแผนหันมาดูแลปัญหาเร่งด่วน เพิ่มงบประมาณกองทุนฯ อีก 500 ล้านบาท รวมเป็น 1,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าช่วยเหลือคนไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นความช่วยเหลือแก่ภาคประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนด้านปากท้องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ เติมพลังใจให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

Mitr Phol-Banpu

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 

 

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความจำเป็นของการเพิ่มงบประมาณว่า “ตลอดการทำงานเรายังคงติดตามว่าในแต่ละพื้นที่มีปัญหาเร่งด่วนใดที่เราต้องช่วยเหลือก่อน จนถึงตอนนี้เงินกองทุนกำลังจะหมดแต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง จึงเพิ่มไปอีกเท่าตัวเพื่อให้ครอบคลุมความช่วยเหลือทั้งหมด นอกจากงบประมาณส่วนหนึ่งจะจัดสรรไว้เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดแล้ว ครั้งนี้เราเน้นช่วยเหลือปัญหาด้านปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้คนที่ได้รับผลกระทบ เป็นการเติมพลังใจคนไทยในการก้าวผ่านความยากลำบากจากวิกฤตที่เกิดขึ้น”

 

Mitr Phol-Banpu

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล

 

ด้าน บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล เสริมประเด็นเรื่องจุดแข็งของกองทุนมิตรผล-บ้านปู ที่ทำให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับกระทบเป็นไปได้อย่างตรงจุด “จุดแข็งในการทำงานของเราคือ รวดเร็ว ตรงจุด เข้าใจ และเข้าถึง เน้นความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทีมงานที่จัดตั้งจำนวนไม่เยอะ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกกองทุนให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขเป็นหลัก มาจนถึงตอนนี้สิ่งที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายอย่างหนัก คือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับเรื่องปากท้องของประชาชน เราจึงกำหนดทิศทางความช่วยเหลือที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการอย่างแท้จริง ด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน”

 

Mitr Phol-Banpu

 

ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนที่กองทุนฯ หมายถึง คงจะเป็นปัญหาด้านการครองชีพสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ จึงจัดตั้งโครงการมิตรปันสุข ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ถึงสองมิติ มิติแรกนั้นก็เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดเงินหมุนเวียนจากการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค และการจ้างผลิตและแพ็กถุงยังชีพในชุมชน เป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าในชุมชน หรือจ้างคนในชุมชนทำน้ำพริก ไข่เค็ม ปลาแห้ง กล้วยฉาบ ไปจนถึงการผลิตถุงยังชีพที่จะนำมาใส่เครื่องอุปโภคบริโภค ก็ใช้กระสอบน้ำตาลมาตัดเย็บ และจ้างคนในชุมชนทำ เพื่อให้พวกเขามีรายได้ และอีกมิติก็คือ ปลายทางของถุงยังชีพทั้งหมดนี้จะถูกนำไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด ผู้ป่วย ผู้ที่ต้องกักตัว กลุ่มเปราะบาง และประชาชนผู้มีรายได้น้อย

 

Mitr Phol-Banpu

 

โครงการ ‘เติมความหวานเคียงข้างผู้ประกอบการไทย’ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในหมวดหมู่ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ไหนจะต้องแบกภาระในช่วงที่ล็อกดาวน์ และปรับวิธีการบริหารเงินทุนเพื่อเดินหน้าต่ออีกครั้ง กองทุนฯ จึงมอบ E-Voucher สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์น้ำตาลมิตรผล รายละ 500 บาท จำนวน 20,000 ราย ก็เท่ากับได้ช่วยลดต้นทุน แปรเปลี่ยนเป็นกำไร เพื่อเป็นกำลังใจและใช้ในการดำเนินธุรกิจหลังจากที่ภาครัฐได้ประกาศมาตรการผ่อนคลาย 

 

Mitr Phol-Banpu

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 

 

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นถึงทิศทางการสนับสนุนและช่วยเหลือคนไทยฝ่าวิกฤตโควิดจากการระดมทุนเพิ่ม 500 ล้านบาท ที่แบ่งออกเป็น 7 กลยุทธ์ หรือ 7 หมวดหมู่ ได้แก่ 1. การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ 2. การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุข 3. การสนับสนุนบริการสาธารณสุขเชิงรุก 4. การสนับสนุนงานด้านการป้องกันการแพร่ระบาด และกิจกรรมฌาปนกิจศพผู้ป่วยโควิด 5. การสนับสนุนกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง 6. การเยียวยาด้านสุขภาพจิต และ 7. จุดประสงค์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

Mitr Phol-Banpu

ดร.กฤษดา กฤตยากีรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออร์เบิน โมบิลิตี้ เทค จำกัด

 

ยิ่งไปกว่านั้น กองทุนฯ ยังทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กร โดยใช้ความชำนาญและเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กรมาผนึกกำลังเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินโครงการ ‘มูฟมี อาสาขนส่ง ห่วงใย โดยกองทุนมิตรผล-บ้านปู’ ที่จับมือกับ MuvMi (มูฟมี) นำรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามาเพิ่มความรวดเร็วในการส่งมอบความช่วยเหลือ จัดส่งอาหารจำนวนกว่า 60,000 กล่อง และถุงยังชีพจำนวน 5,000 ถุง และอุปกรณ์ต่างๆ ยารักษาโรคอีก 4,000 ชุด ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ดร.กฤษดา กฤตยากีรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออร์เบิน โมบิลิตี้ เทค จำกัด ผู้ให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า MuvMi ยืนยันจะให้ความช่วยเหลือเต็มที่

 

Mitr Phol-Banpu

Mitr Phol-Banpu

 

“ที่ผ่านมาเราอาสาส่งอาหารให้กับชุมชนต่างๆ รวมถึงส่งถุงยังชีพให้กับกลุ่มคนที่ต้อง Home Isolation ต่อเนื่องมาถึงภารกิจสุดท้าย คือพาคนที่หายป่วยกลับบ้าน ผมคิดว่าการช่วยเหลือเหล่านี้อย่างน้อยก็ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ระดับหนึ่ง” 

 

Mitr Phol-Banpu

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สิ่งที่ สสส. ทำคือการให้ความรู้ด้านการป้องกันและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านสุขภาวะทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญาเป็นหลัก ส่วนการทำงานร่วมกับกองทุนฯ นั้น จะเป็นลักษณะของการประสานกันชี้เป้า “เรามีฐานข้อมูลประชากรในชุมชนต่างๆ ทั้งชุมชนเมือง ชุมชนแออัด หรือชุมชนชนบท ทางกองทุนฯ อยากได้คนที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ จึงกลายเป็นความร่วมมือ เชื่อมโยงประสานงาน”

 

พรรณทิพย์ เพชรมาก รองผู้อำนวยการ พอช.

 

ในขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จะทำงานกับกลุ่มชุมชนและกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ทั้งในเมืองและชนบท รวมถึงกลุ่มชุมชนแออัดในเมือง พรรณทิพย์ เพชรมาก รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า “การระบาดระลอกล่าสุด กลุ่มชุมชนแออัดในเมืองถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดและเป็นกลุ่มเปราะบาง นอกจากจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม มีผู้เสียชีวิต ยังมีกลุ่มคนว่างงานเพิ่มมากขึ้น แนวทางการเยียวยาต้องเข้าไปให้ถึงทั้งความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและปากท้อง” 

 

Mitr Phol-Banpu

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณชายอดัม ผู้ก่อตั้ง ‘โครงการต้องรอด โดยกลุ่ม Up for Thai’

 

สุดท้ายแล้ว หากจะวางแผนฟื้นฟูวิกฤตในครั้งนี้ หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณชายอดัม ผู้ก่อตั้ง ‘โครงการต้องรอด โดยกลุ่ม Up for Thai’ เสนอว่าต้องมองเป็น 3 ระยะสำคัญของการช่วยเหลือ “ระยะแรกคือ ‘ระยะเร่งด่วน’ เหมือนเวลาเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที แล้วจึงเข้าสู่ระยะที่สองคือ ‘ระยะเยียวยา’ เพื่อให้เราอยู่กับภัยพิบัติต่อไปได้หากมันยังไม่จบ หรือหากมีระยะเวลายาวนานขึ้น และสุดท้าย ‘ระยะฟื้นฟู’ สำหรับโควิดส่วนสำคัญน่าจะเป็นเรื่องการให้ความรู้ ความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของโรคเพื่อการบริหารจัดการที่ดีขึ้นในอนาคต”

 

ภายใต้งบประมาณเดิมและงบประมาณใหม่ที่เพิ่มเข้ามานั้น ยังมีอีกหลายโครงการความช่วยเหลือที่กองทุนฯ ได้ดำเนินการไปแล้วและที่กำลังดำเนินการอยู่ อาทิ การสนับสนุนให้แก่มูลนิธิ CU Enterprise (โครงการวัคซีนเพื่อคนไทย) การพัฒนาซอฟต์แวร์ Alto Guest Service สำหรับผู้กักตนในโรงแรมที่เป็น State Quarantine เพื่อใช้แจ้งอาการเจ็บป่วย วัดไข้ และเป็นสื่อกลางในการติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่โรงเเรม สนับสนุนงบประมาณเพื่อฉีดวัคซีน Sinopharm ให้แก่พนักงาน ชาวไร่ และผู้รับเหมาของกลุ่มมิตรผล สนับสนุนรถตู้พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน และอุปกรณ์ป้องกันให้แก่กลุ่มอาสมัครเส้นด้าย (Zendai) และมูลนิธิเพชรเกษม และอื่นๆ อีกมากมาย จะเห็นได้ว่า นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศเกินกว่าที่ใครหรือองค์กรใดจะฟันฝ่าไปได้เพียงลำพัง ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน “การร่วมมือของ มิตรผล และ บ้านปู ในการจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา อย่างน้อยที่สุดมันคือการจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไป” ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

ท้ายที่สุด งบประมาณที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้จะทำให้การช่วยเหลือดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน แต่ทีมงาน อาสาสมัคร องค์กร และทุกหน่วยงานที่เข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญ คือพลังที่จะผลักดันให้ทุกโครงการขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่มากขึ้น ตรงเป้า แก้ปัญหาได้ถูกจุด และอาจจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้เร็วยิ่งขึ้น

 

อ้างอิง:

The post ผ่าแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจของ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู’ หลังระดมทุนเพิ่ม 500 ล้านบาท เน้นกระจายรายได้ เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ สนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 ใช้งบฯ ไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท https://thestandard.co/mitr-phol-banpu-fund-support-medical-agencies-fight-covid-19/ Fri, 14 May 2021 09:10:09 +0000 https://thestandard.co/?p=488902 มิตรผล-บ้านปู ช่วยโควิด

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ยังค […]

The post กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ สนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 ใช้งบฯ ไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิตรผล-บ้านปู ช่วยโควิด

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ยังคงยืดเยื้อและรุนแรง ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ เป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนสำคัญ โดยมีภารกิจเร่งช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจรักษาได้ ด้วยการสนับสนุนให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันตัวที่จำเป็น ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด พร้อมส่งมอบกำลังใจให้บุคลากรทัพหน้าเหล่านี้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยในรอบกว่า 1 ปีที่ผ่านมาของการแพร่ระบาด กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าภารกิจสำคัญนี้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะกลับมาสู่ภาวะปกติ 

 

ในงานแถลงข่าวออนไลน์ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ เคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19’ กลุ่มมิตรผลและบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่ทั้งสองบริษัทร่วมกันจัดตั้งกองทุนมูลค่า 500 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนบริษัทละ 250 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ปัจจุบันกองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 กองทุนฯ ได้เร่งระดมทรัพยากรที่มีเพื่อกระจายความช่วยเหลือในรูปแบบของการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการตรวจรักษาประชาชนและการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิทัล, เครื่องช่วยหายใจ, ชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ แก่หน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลจำนวน 33 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลสนาม 9 แห่ง และโรงพยาบาลที่ดำเนินภารกิจการตรวจคัดกรองเชิงรุก นอกจากนี้ยังมีการส่งมอบแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อกว่า 10,000 ลิตรให้แก่หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ในการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 การช่วยเหลือทั้งหมดมีมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท

 

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ ได้ให้การสนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการดูแลรักษาประชาชน เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย และเพื่อจุดประกายให้องค์กรอื่นๆ ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมช่วยประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากภัยวิกฤตโควิด-19 ได้ เราคาดหวังว่าการช่วยเหลือของกองทุนฯ จะมีส่วนช่วยป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ลดความเสี่ยงในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ โดยงบประมาณกว่า 270 ล้านบาทที่ใช้ไปคิดเป็น 54% ของเงินกองทุนทั้งหมด เราจะยังคงสานต่อภารกิจในการอยู่เคียงข้างคนไทยด้วยการทำงานเชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ และประสานข้อมูลกับทั้งหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานที่ต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้กองทุนฯ สามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วที่สุด”

 

ด้าน บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “วิธีการดำเนินงานของกองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ ตลอดช่วงวิกฤตที่ผ่านมาคือ กระจายกำลังกันไปช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในวงที่กว้างขึ้นและไม่ซ้ำซ้อนกัน เราได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของภาครัฐ เช่น กรมการแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี ฯลฯ ในการชี้เป้าว่าจุดไหนที่มีความสำคัญและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และแต่ละบริษัทฯ จะใช้ทรัพยากรที่เรามี ตลอดจนเครือข่ายในต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนความช่วยเหลือ เราได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญๆ เช่น เครื่อง CT Scan, ห้องตรวจเชื้อความดันลบ-บวก, เครื่องช่วยหายใจ, หน้ากาก N95, ชุด PPE, แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข ทหาร ตำรวจ หน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงชุมชนและเกษตรกรชาวไร่ที่เราดูแลอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 215 หน่วยงาน ครอบคลุม 35 จังหวัด นอกจากนี้กลุ่มมิตรผลและบ้านปูฯ ยังได้จัดทำประกันโควิด-19 ให้กับพนักงานเป็นสวัสดิการพิเศษ เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง”

 

โดยหลังจากนี้ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ จะติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 ในประเทศต่อไปอย่างใกล้ชิด และทำงานร่วมกับหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิผล ด้วยความมุ่งหวังว่าจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยจะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันทั้งสองบริษัทยังคงขับเคลื่อนการทำงานในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยนโยบายการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System: BCMS) และนโยบาย Work from Home เต็มรูปแบบ เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการติดเชื้อ 

 

“การดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ในฐานะภาคเอกชน เราพร้อมจะปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการที่รัดกุมจากภาครัฐ ขณะเดียวกันก็ยินดีที่จะดำเนินการสนับสนุนด้วยทรัพยากร ศักยภาพ และเครือข่ายที่เรามี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการของกองทุนฯ จะจุดประกายให้ภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศไทยให้สู้ภัยโควิด-19 ไปด้วยกันจนสำเร็จ” ชนินท์กล่าวปิดท้าย

The post กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ สนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 ใช้งบฯ ไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มมิตรผลจับตลาดไลฟ์สไตล์ เปิดตัวแบรนด์น้ำเชื่อม Senorita กับ 12 รสชาติเพื่อการสร้างสรรค์เมนูไม่รู้จบ https://thestandard.co/mitr-phol-group-launched-senorita-12-flavors/ Mon, 27 Jul 2020 07:46:01 +0000 https://thestandard.co/?p=383695

หากคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับการนั่งคาเฟ่หรือแวะเวียนไปตามค […]

The post กลุ่มมิตรผลจับตลาดไลฟ์สไตล์ เปิดตัวแบรนด์น้ำเชื่อม Senorita กับ 12 รสชาติเพื่อการสร้างสรรค์เมนูไม่รู้จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับการนั่งคาเฟ่หรือแวะเวียนไปตามค็อกเทลบาร์บ่อยๆ นอกจากจะได้เห็นการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วทุกมุมโลกมานำเสนอให้คอกาแฟแล้ว น้ำเชื่อมกลิ่นต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบคู่บาร์ที่เหล่านักชงให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เราได้เห็นแบรนด์น้ำเชื่อมที่ผลิต Flavored Syrup รสชาติต่างๆ จากต่างประเทศวางเป็นขวดสวยเรียงรายหลังบาร์ รวมถึงรับรู้เรื่องราวการสร้างสรรค์โฮมเมดไซรัปที่เป็นสูตรเฉพาะจากหลายๆ ร้าน แต่ถ้าพูดถึงแบรนด์ที่เป็นของไทยในสเกลอุตสาหกรรมแล้ว ก็แทบจะไม่มีให้เห็นมากนัก   

 

ความจริงข้อนี้อาจจะเคยอยู่นอกความสนใจมาก่อน จนกระทั่งตลาดน้ำเชื่อมในบ้านเรามีการเคลื่อนไหวให้คึกคักขึ้นมา เมื่อหนึ่งในกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อย่างกลุ่มมิตรผล ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น Flavored Syrup ในชื่อ Senorita ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยดึงสองแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง ณิกษ์ อนุมานราชธน หนึ่งในบาร์เทนเดอร์แถวหน้าของบ้านเรา เจ้าของร้าน Teens of Thailand และ Asia Today และ บรูนา ซิลวา ยูทูเบอร์เจ้าของช่อง ‘สาวบราซิลรักไทย’ มาร่วมกันสื่อสารศาสตร์ของการผสมเครื่องดื่มสนุกๆ พร้อมทั้งแชร์สูตรผสมซึ่งจะสามารถส่งต่อไปยังผู้ประกอบการร้านค้าตั้งแต่คาเฟ่ บาร์ เบเกอรี นำไปปรับใช้เป็นไอเดียใหม่ๆ ได้ รวมถึงผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็สามารถมีสูตรเครื่องดื่มจาก Senorita ที่ชงดื่มเองได้ง่ายๆ ที่บ้านเช่นกัน  

 

 

ในช่วงแรกเพื่อต้อนรับการเปิดตัว ทาง Senorita ได้ร่วมงานกับสองร้านกาแฟชั้นนำอย่าง Casa Lapin และ Pacamara เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์เมนูจากไซรัปนี้ขึ้นมา โดยแคมเปญ Senorita x Casa Lapin หยิบเอาไซรัปเสาวรสและมะพร้าวน้ำหอม ผสมออกมาเป็นเมนู Passion & Co เมนูพิเศษที่คุณสามารถไปลองชิมได้ ณ ร้าน Casa Lapin Specialty Coffee ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2563 และทางฝั่ง Senorita x Pacamara Coffee Roasters นั้นได้ ณิกษ์ อนุมานราชธน ร่วมครีเอตเมนูให้ 3 เมนู ที่เขาเรียกมันว่า ‘The Exqusite Taste of Siam’ อย่าง Deluxe Thai Tea with Honey Cold Brew กาแฟ Cold Brew กับน้ำเชื่อมชาไทย สามารถไปลองกันได้ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 กันยายน 2563   

ผลิตภัณฑ์ Senorita ประกอบด้วย 12 รสชาติเริ่มต้น ได้แก่ วานิลลา เฮเซลนัต คลาสสิกคาราเมล เฟรชมินต์ มะพร้าวน้ำหอม เสาวรส สตรอว์เบอร์รี ลิ้นจี่ บลูครูราโซ เจแปนนิสเมลอน ชาไทย และชาเขียว ที่ทางแบรนด์พัฒนาสูตรจากวัตถุดิบคุณภาพทั้งจากไทยและต่างประเทศ วางขายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ราคาขวดละ 220 บาท สำหรับขนาด 750 ml หรือสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านทางเว็บไซต์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงสูตรการผสมเครื่องดื่มได้ทาง www.senoritasociety.com และ https://www.facebook.com/senoritasociety/  

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post กลุ่มมิตรผลจับตลาดไลฟ์สไตล์ เปิดตัวแบรนด์น้ำเชื่อม Senorita กับ 12 รสชาติเพื่อการสร้างสรรค์เมนูไม่รู้จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลูกความสุขของคุณได้ทุกวัน กับโครงการ ‘ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะ สุข’ [Advertorial] https://thestandard.co/mitrphol-tumtarmpor/ https://thestandard.co/mitrphol-tumtarmpor/#respond Wed, 20 Sep 2017 10:37:02 +0000 https://thestandard.co/?p=28828

     ความสุขของคุณคืออะไร?     […]

The post ปลูกความสุขของคุณได้ทุกวัน กับโครงการ ‘ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะ สุข’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ความสุขของคุณคืออะไร?

     ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ อยู่ดีๆ กระแส ‘ความสุขจากชนบท’ ก็กลายเป็นเทรนด์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ สังเกตได้จากสื่อต่างๆ รวมไปถึงโฆษณาหลายตัวที่นัดกันเล่าหัวข้อนี้ออกมา โดยเล่าว่า ถ้าคุณอยากมีความสุข คุณต้องหนีออกจากสังคมเมือง กลับไปใช้ชีวิตแบบง่ายๆ และเรียนรู้วิถีชุมชนแบบเกษตรกร คุณจึงจะมีความสุขแบบยั่งยืนได้ หลายๆ คนจึงเริ่มใฝ่ฝันถึงการใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในชนบทที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ปลูกผักผลไม้กินเอง และสามารถพึ่งพาตัวเองได้จากผลผลิตภายในรั้วบ้าน

 

 

     ก็ใช่ว่าจะไม่ดี แต่ความฝันแบบนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆ ในเมื่อภาระทั้งหลายแหล่ยังคงล้อมอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นค่าข้าวในแต่ละวัน ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ไปจึงถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลคนรอบตัว นี่ยังไม่รวมค่าดูแลถุงเงิน ถุงทอง ชิวาว่าสองตัวที่อยู่ที่บ้านอีกนะ ด้วยภาระเหล่านี้ทำให้ความฝันของใครหลายคนที่หวังจะไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในชนบทต้องเป็นหมันกันไป หรือไม่อย่างนั้นกว่าจะได้ไปก็ต้องรอวัยเกษียณที่หมดภาระ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารอจนถึงตอนนั้นเราจะยังมีแรงมีความสุขอีกหรือเปล่า

     แต่ในความเป็นจริงแล้วความสุขที่ยั่งยืนนั้นไม่ได้จำกัดว่าต้องเกิดขึ้นในหมู่ชาวไร่ในชนบทเท่านั้น แต่เราสามารถสร้างและบ่มเพาะมันขึ้นมาได้เช่นกันแม้จะอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตของเมืองใหญ่แบบนี้ก็ตาม โดยอาศัยหลักวิธีคิดง่ายๆ ต่อไปนี้

 

 

สุขยั่งยืนด้วย 3 คำ ‘ปลูก เพ(ร)าะ สุข’

     ขั้นแรกคือเริ่มต้นจากการ ‘ปลูก’ ฝังทัศนคติการสร้างความสุขอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง อย่างการบริโภคอย่างพอประมาณ ไม่มากไม่น้อยเกินไป และไม่เบียดเบียนใคร โดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน และเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
     จากนั้นจึงบ่ม ‘เพาะ’ องค์ความรู้ ประสบการณ์ และวิถีชีวิตของชุมชน ให้นำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในเมืองใหญ่ ซึ่งอาจเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีการกินอยู่ให้เหมาะสมกับร่างกาย ปลูกพืชผักสวนครัวง่ายๆ ริมระเบียงคอนโดฯ ควบคู่กับการแบ่งเวลาออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเพียงพอ

     ทั้งหมดนี้ก็เพื่อก้าวสู่ความ ‘สุข’ อย่างยั่งยืน ทั้งความสุขจากการได้พึ่งพาตัวเองได้ ได้อยู่กับครอบครัว มีสุขภาพดี มีสิ่งแวดล้อมปลอดภัย และได้แบ่งปันสิ่งดีๆ แก่คนรอบตัว

     แน่นอนว่าความสุขที่สร้างได้ง่ายที่สุดก็คือความสุขภายในใจนี่แหละ เริ่มต้นจากความพอใจและยินดีในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ และรู้จักใช้ชีวิตบนทางสายกลางอย่างเรียบง่ายและมีความพอดี เท่านี้เราก็มีความสุขกันได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องย้ายชีวิตไปที่ไหนไกลแล้ว

 

โรงเรือนในพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ จ.ขอนแก่น

 

สุขทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่เมืองหรือป่า

     ถึงอย่างนั้นเราก็เข้าใจอีกเช่นกัน ว่าบางครั้งคนเราก็อยากจะหาพื้นที่เพื่อพักฟื้น เติมพลังจากการทำงานที่เคร่งเครียด ด้วยการพักผ่อนตามแหล่งธรรมชาติ ลองสัมผัสชีวิตชนบท และมองโลกในมุมที่ไม่คุ้นเคยบ้าง

     ในขณะเดียวกัน เกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่เคยหนีจากชนบทมุ่งสู่เมืองใหญ่เพื่อตามหาความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ก็เลือกจะกลับมาทำงานสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาบ้านเกิดให้ดียิ่งขึ้น อย่างการท่องเที่ยววิถีชุมชน หรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ประจำท้องถิ่น
     กลุ่มมิตรผล จึงตั้งใจที่จะปลูกความสุขที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรและชุมชน ด้วยการจัดตั้งโครงการ ‘ทำตามพ่อ’ และสร้าง ‘ศูนย์ปลูก เพ(ร)าะ สุข’ ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบ่มเพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการทำเกษตรทฤษฎีใหม่อันเป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทั้งยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างปราชญ์เกษตร เกษตรกร และเกษตรกรคนรุ่นใหม่ นำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง   ใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ทั้งยังรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงการพัฒนาจนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด

 

 

     โดยโครงการตั้งเป้าหมายสร้างศูนย์ปลูก เพ(ร)าะ สุข 70 แห่ง ภายในปี 2017 ในโอกาสครบรอบ 70 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนขยายผลสู่ 700 และ 7,000 ครัวเรือนต้นแบบ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ และถ่ายทอดแนวทางการดำรงชีวิตที่สามารถสร้างความสุขอย่างยั่งยืน

     ไม่ว่าจะอยู่เมืองใหญ่หรือในชนบท เชื่อเถอะว่าความสุขนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

 

สุขฝากได้

     เพราะอยากให้ชาวเมืองได้กระเถิบเข้าใกล้พื้นที่สีเขียวมากขึ้น กลุ่มมิตรผล จึงริเริ่มกิจกรรม ‘ฝากปลูก’ ขึ้นมาให้เราได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แม้จะยังไม่สามารถเดินออกไปแตะผักผลไม้ได้จริงๆ ก็ตาม

 

หนึ่งในสมาชิกครัวเรือนเกษตรทฤษฎีใหม่ จ.ชัยภูมิ

  

     กิจกรรมนี้จะให้เราเลือก ‘ฝาก’ เมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้ไปกับชาวไร่ที่ร่วมโครงการ ‘ปลูก’ และดูแลแทนเรา พร้อมกับส่งภาพอัพเดตให้เราตลอดตั้งเเต่แตกใบเเรก ไปจนถึงรายงานสถานการณ์ฟ้าฝนเเบบเรียลไทม์ จากนั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน เกษตรกรจะนำผลผลิตที่เราฝากปลูกมาส่งให้ที่งาน ‘ปลูก เพาะ สุข Farmer Market’ อีกด้วย

     ลองค้นหาว่าความสุขที่แท้จริงของคุณคืออะไร แล้วมาเพาะความสุขแบบง่ายๆ ไปด้วยกันกับเรา

     สามารถร่วมกิจกรรมและอัพเดตข่าวคราว ‘ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะ สุข’ ได้ที่ facebook.com/tumtarmpor

 

The post ปลูกความสุขของคุณได้ทุกวัน กับโครงการ ‘ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะ สุข’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mitrphol-tumtarmpor/feed/ 0