มาริโอ้ เมาเร่อ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มาริโอ้-เมาเร่อ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 22 Oct 2026 05:19:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 Singha Soda x Harley-Davidson รวมไบค์เกอร์ไทย-เกาหลี ลุยเส้นทาง 500 กิโลเมตร จากโซลถึงทะเลทงแฮ https://thestandard.co/life/singha-soda-x-harley-davidson/ Wed, 21 Oct 2026 05:15:16 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1270639 ขบวนคาราวานไบค์เกอร์ Singha Soda และ Harley-Davidson บนเส้นทางจากโซลสู่ทะเลทงแฮ

Singha Soda ร่วมกับ Harley-Davidson พา 8 ตัวแทนไบค์เกอร […]

The post Singha Soda x Harley-Davidson รวมไบค์เกอร์ไทย-เกาหลี ลุยเส้นทาง 500 กิโลเมตร จากโซลถึงทะเลทงแฮ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขบวนคาราวานไบค์เกอร์ Singha Soda และ Harley-Davidson บนเส้นทางจากโซลสู่ทะเลทงแฮ

Singha Soda ร่วมกับ Harley-Davidson พา 8 ตัวแทนไบค์เกอร์ไทยเจอไบค์เกอร์เกาหลี นำทีมโดย คุณภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมครีเอเตอร์ อาทิ ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ ‘ภูริ หิรัญพฤกษ์’ และ ‘ถาวร ภัสสรศิริกุล’ เดินทางไปร่วมงาน ‘Singha Soda presents H.O.G. Rally Korea 2026’ ที่รวมพลคนรักฮาร์ลีย์กว่า 2,000 คัน ถือเป็นคาราวานที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี

 

ขบวนคาราวานไบค์เกอร์ Singha Soda และ Harley-Davidson บนเส้นทางจากโซลสู่ทะเลทงแฮ 1

 

จากโซลถึงทงแฮ ภูเขา น้ำตก และทะเลในเส้นทางเดียว

 

เส้นทางรอบนี้ยาวกว่า 500 กิโลเมตร ออกสตาร์ตที่โซล ผ่านยงอิน ชุงจู จองซอน แล้วไปจบที่ทงแฮ เมืองติดทะเลฝั่งตะวันออก โดยช่วงแรกขบวนรถไต่ไปตามแนวเขา แวะพักที่น้ำตก Baekseok Fall ก่อนจะเลี้ยวออกสู่ถนนเลียบทะเล ไปปิดทริปที่ชายหาด Surfyy Beach แบบสวยๆ เรียกว่าทริปเดียวได้ครบทุกวิว

 

ขบวนคาราวานไบค์เกอร์ Singha Soda และ Harley-Davidson บนเส้นทางจากโซลสู่ทะเลทงแฮ 2

 

มิตรภาพบนอานรถ ที่ไม่ได้จบแค่ที่เกาหลี

 

นอกจากการขี่บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ทริปนี้ยังเปิดโอกาสให้ไบค์เกอร์สองประเทศได้สร้างมิตรภาพ คุยกันเรื่องรถ การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ของคนที่หลงใหลการขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน

 

ขบวนคาราวานไบค์เกอร์ Singha Soda และ Harley-Davidson บนเส้นทางจากโซลสู่ทะเลทงแฮ 3ขบวนคาราวานไบค์เกอร์ Singha Soda และ Harley-Davidson บนเส้นทางจากโซลสู่ทะเลทงแฮ 4

 

แต่ความสนุกยังไม่จบแค่นั้น เพราะเดือนพฤศจิกายนนี้ Singha Soda เตรียมต้อนรับไบค์เกอร์เกาหลีมาลองบิดบนถนนเมืองไทย ต่อยอดมิตรภาพของสายฮาร์ลีย์สองประเทศให้แน่นขึ้นไปอีก ภายใต้แนวคิด ONE ROAD. TWO LEGENDS. NO LIMITS.

 

The post Singha Soda x Harley-Davidson รวมไบค์เกอร์ไทย-เกาหลี ลุยเส้นทาง 500 กิโลเมตร จากโซลถึงทะเลทงแฮ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว ณัชชา ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘สมิงที่เสิงสาง’ เตรียมฉาย 31 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/miu-natsha-first-film-dawn-soengsang/ Wed, 16 Sep 2026 09:21:30 +0000 https://thestandard.co/miu-natsha-first-film-dawn-soengsang/ หมิว ณัชชา ในภาพโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง ‘สมิงที่เสิงสาง’

อีกหนึ่งโปรเจกต์ใหญ่ท้ายปีสำหรับ สมิงที่เสิงสาง (Dawn O […]

The post หมิว ณัชชา ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘สมิงที่เสิงสาง’ เตรียมฉาย 31 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว ณัชชา ในภาพโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง ‘สมิงที่เสิงสาง’

อีกหนึ่งโปรเจกต์ใหญ่ท้ายปีสำหรับ สมิงที่เสิงสาง (Dawn Of Soengsang) ภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชันสยองขวัญ ที่เป็นการประกบคู่กันของนักแสดงสาวดาวรุ่ง หมิว ณัชชา และ มาริโอ้ เมาเร่อ นักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทย พร้อมส่ง FIRST LOOK TEASER เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

 

โดยโปรเจกต์นี้ เป็นผลงานจาก 13 Studio ที่ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง คุ้ย ทวีวัฒน์ ที่เคยฝากผลงานกำกับอย่าง ทองสุก 13 รวมถึง ธี่หยด และ ธี่หยด 2 พร้อมทีมนักแสดงนำโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, หมิว ณัชชา และนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง แฉะ องอาจ และ ปั๋ง ประกาศิต เสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ กอล์ฟ กัญจน์, นนท์ นาราภัทร และ คริส คริสโตเฟอร์ เชฟ มาร่วมผจญภัยในครั้งนี้

 

สมิงที่เสิงสาง (Dawn Of Soengsang) เป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชันสยองขวัญ ที่บอกเล่าเรื่องราวในยุคคอมมิวนิสต์ครองเมือง พื้นที่สีแดงแห่งการแก่งแย่งอำนาจที่ซุกซ่อนตำนานร้ายแห่งพงไพรอย่าง เสือสมิง ที่ครอบครองดินแดนอาถรรพ์มานานนับร้อยปี จึงเกิดการรวมตัวหน่วยเฉพาะกิจฝีมือระดับพระกาฬบุก ป่าเสิงสาง หรือ ดงกระดูก เขตเดนตายที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายกับภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

 

สำหรับ หมิว ณัชชา การร่วมแสดงในครั้งนี้ถือเป็นผลงานภาพยนตร์อย่างเต็มตัวเรื่องแรกของเธอ หลังจากเคยฝากผลงานการแสดงในซีรีส์ รักสุดท้าย (My Safe Zone) รวมถึงผลงานที่กำลังออกอากาศอย่าง PLS Love รักได้ไหม ทั้งยังประกบคู่นักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทย มาริโอ้ เมาเร่อ ผู้สร้างสรรค์ผลงานในวงการมาอย่างยาวนาน พร้อมทีมนักแสดงที่จะมาร่วมผจญภัยและเผชิญหน้ากับตำนานสุดอันตรายใน สมิงที่เสิงสาง (Dawn Of Soengsang) เตรียมเข้าฉาย 31 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

ภาพ: 13 Studio

 

อ้างอิง: https://youtu.be/y02LJbB41-I?si=1rUiXJEJZom4fOK5

The post หมิว ณัชชา ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘สมิงที่เสิงสาง’ เตรียมฉาย 31 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสือ 4 Tigers และ ท่าแร่ ได้รับเลือกเข้าฉายใน New York Asian Film Festival ครั้งที่ 25 https://thestandard.co/4-tigers-tha-rae-nyaff/ Thu, 02 Jul 2026 07:26:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1225939

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการภาพยนตร์ไทยหลังจาก เสือ (4 […]

The post เสือ 4 Tigers และ ท่าแร่ ได้รับเลือกเข้าฉายใน New York Asian Film Festival ครั้งที่ 25 appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการภาพยนตร์ไทยหลังจาก เสือ (4 Tigers) และ ท่าแร่ (Tha Rae: The Exorcist) ได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ New York Asian Film Festival ครั้งที่ 25 (NYAFF 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-26 กรกฎาคมนี้ ณ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

โดยภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้เป็นผลงานจาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ถ่ายทอดศักยภาพของวงการหนังไทยปรากฏสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เสือ (4 Tigers) หนึ่งในภาพยนตร์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อเป็นตัวแทนเข้าชิง ออสการ์ 2027 ภาพยนตร์แอ็กชันที่เล่าเรื่องราวของ 4 เสือ ระดับตำนาน เหล่าฮีโร่นอกกฎหมายที่ต้องโคจรมาไล่ล่ากันเอง ในขณะที่ ท่าแร่ (Tha Rae: The Exorcist) เป็นเรื่องราวสยองว่าด้วยเรื่องของการปราบผีสุดสะพรึงภายใต้สองความศรัทธาต่างขั้วที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต

 

ซึ่งทั้งสองเรื่องถือเป็นการฉายรอบปฐมทัศน์ในทวีปอเมริกาเหนือ อีกทั้งนักแสดงนำอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ จากเรื่อง เสือ และ เจมส์ จิรายุ จากเรื่อง ท่าแร่ จะบินตรงสู่นิวยอร์กเพื่อพบปะและพูดคุยกับแฟนภาพยนตร์อีกด้วย

 

สำหรับ เทศกาลภาพยนตร์เอเชียแห่งนิวยอร์ก หรือ New York Asian Film Festival นับเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงของอเมริกาเหนือซึ่งให้การสนับสนุนหนังเอเชียและคนทำหนังเอเชียมาอย่างยาวนาน โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 25 และยังคงนำเสนอภาพยนตร์เอเชียหลากหลาย ซึ่งสองภาพยนตร์ไทยที่ได้รับเลือกในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เผยแพร่ศักยภาพวงการภาพยนตร์ไทยให้ปรากฏสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกมากขึ้น

 

ภาพ: Sahamongkolfilm International

The post เสือ 4 Tigers และ ท่าแร่ ได้รับเลือกเข้าฉายใน New York Asian Film Festival ครั้งที่ 25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zom Marie ส่งซิงเกิลใหม่ ‘หนังทุนต่ำ’ ที่มีมาริโอ้ เมาเร่อ มาร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ https://thestandard.co/zom-marie-mario-maurer-mv/ Thu, 28 May 2026 11:44:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1212028 ส้ม มารี และ มาริโอ้ เมาเร่อ ในมิวสิกวิดีโอเพลง ‘หนังทุนต่ำ’

ศิลปินสาวมากความสามารถ Zom Marie (ส้ม มารี) จากค่าย ME […]

The post Zom Marie ส่งซิงเกิลใหม่ ‘หนังทุนต่ำ’ ที่มีมาริโอ้ เมาเร่อ มาร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส้ม มารี และ มาริโอ้ เมาเร่อ ในมิวสิกวิดีโอเพลง ‘หนังทุนต่ำ’

ศิลปินสาวมากความสามารถ Zom Marie (ส้ม มารี) จากค่าย ME RECORDS เปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘หนังทุนต่ำ’ ที่เธอร่วมงานกับนักแต่งเพลงมือทองระดับตำนานอย่าง ฟองเบียร์ ในการแต่งเนื้อเพลง พร้อมแท็กทีมกับโปรดิวเซอร์ เชาว์ Cocktail สำหรับการทำดนตรีด้วยเช่นกัน

 

สำหรับซิงเกิล หนังทุนต่ำ เป็นเพลงที่เล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ท็อกซิกและไม่จริงใจ เพราะเมื่อคนหนึ่งเสียใจกับการเลิกรา แต่อีกคนกลับแสร้งทำเป็นเจ็บ ทั้งๆ ที่ในใจไม่รู้สึกอะไรเลย การกระทำนี้จึงเหมือนกับ ‘หนังทุนต่ำ’ ที่ไม่มีแม้แต่ความจริงใจจะลงทุนแสดงให้สมจริงนั่นเอง

 

นอกจากนี้ มิวสิกวิดีโอเพลง หนังทุนต่ำ ยังมีความพิเศษ เพราะเธอชวนให้พระเอกหนุ่มมากฝีมืออย่างมาริโอ้ เมาเร่อ มาร่วมแสดงในมิวสิกวิดีโอด้วยกันเป็นครั้งแรก ซึ่งแฟนๆ สามารถฟังเพลงนี้ได้ในทุกช่องทางสตรีมมิ่ง และชมมิวสิกวิดีโอได้ทางช่องยูทูบ ZOMMARIE MUSIC

 

 

ภาพ: ME RECORDS

 

The post Zom Marie ส่งซิงเกิลใหม่ ‘หนังทุนต่ำ’ ที่มีมาริโอ้ เมาเร่อ มาร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
OMODA & JAECOO เปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV ในงาน Motor Show 2026 โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างยั่งยืน https://thestandard.co/omoda-jaecoo-c5-ev-motor-show/ Tue, 24 Mar 2026 04:58:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1190555 ภาพรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่บูธ OMODA & JAECOO ในงาน Bangkok International Motor Show 2026

OMODA & JAECOO แบรนด์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าชั้นนำภายใต […]

The post OMODA & JAECOO เปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV ในงาน Motor Show 2026 โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่บูธ OMODA & JAECOO ในงาน Bangkok International Motor Show 2026

OMODA & JAECOO แบรนด์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าชั้นนำภายใต้บริษัท CHERY Automobile บุกงาน Bangkok International Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 พร้อมเปิดตัวรถ EV ใหม่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ และโชว์เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การขับขี่ของผู้ขับขี่

 

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ครั้งแรกในประเทศไทย กับการประกาศราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2026 สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 629,xxx บาท (ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) ภายใต้แนวคิดการออกแบบ ROBO SHARK Design ที่สะท้อนเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวและล้ำสมัย (Futuristic) พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน พร้อมเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และภายในงาน Motor Show บูธ OMODA & JAECOO A24 Impact Challenger 1

 

ภาพรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่บูธ OMODA & JAECOO ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 1

 

นอกจากนี้ในงานนี้ OMODA & JAECOO ยังเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ OMODA คือ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออกถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง พร้อมทั้งช่วยนำเสนอเสน่ห์ของ THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศไทย

 

อีกไฮไลต์คือการเปิดตัว JAECOO 5 EV MAX+ รถไฟฟ้าที่มาพร้อมแบตเตอรี 50.6 kwh รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า ฟีเจอร์ครบครัน และตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการประกาศราคาคาดการณ์ 6xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2026 ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 579,xxx บาท (ก่อนปรับเป็น 6xx,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2026 เป็นต้นไป) โดยมี มาริโอ้ เมาเร่อ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ JAECOO มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้เข้าชมงาน

 

ภาพรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่บูธ OMODA & JAECOO ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 2

 

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Mornine (มอร์อีน) หุ่นยนต์อัจฉริยะจาก Chery Group ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของแบรนด์ เทคโนโลยีล้ำสมัยนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในยุคใหม่

 

OMODA & JAECOO ยังได้ประกาศแผนการประกอบรถในประเทศ (KD) สำหรับ OMODA C5 EV MAX+ , JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV Long Range 4WD และ JAECOO 6 EV 2WD MAX ซึ่งก้าวสำคัญนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย โดยขณะนี้โรงงานในไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน และจะมีการเริ่มผลิตรถภายในเมษายน 2569 การประกอบในประเทศจะช่วยเสริมความพร้อมด้านอะไหล่ บริการหลังการขาย และการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้รับบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

 

สำหรับในปี 2025 OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากว่า 18,030 คัน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่ระดับโลก แบรนด์ได้ขยายไปยัง 64 ประเทศ ด้วยยอดส่งมอบสะสม 800,000 คัน ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง สะท้อนการเติบโตที่รวดเร็วและการยอมรับในระดับสากล

 

บิล จาง รองประธานแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย และ AIMOGA กล่าวว่า “ในปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น OMODA C5 EV MAX+ และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่โดดเด่นด้านดีไซน์และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความสะดวกสบายที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ การที่มีโรงงานประกอบในประเทศ ทำให้เรามั่นใจว่าจะมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตอกย้ำการดูแลที่เหนือระดับกับการรับประกัน Lifetime Warranty พร้อมกับการมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาการบริการหลังการขาย เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำในตลาด NEV พรีเมียม แต่คือการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะและงานดีไซน์ที่ประณีต เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์คือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณ เราจึงตั้งใจส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและเคียงข้างคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน”

 

สำหรับรถทั้งหมดที่จัดแสดงในบูธ OMODA & JAECOO ปีนี้ ประกอบด้วย OMODA C5 EV MAX+, JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV, JAECOO 6T EV และ JAECOO 7 SHS ผู้เข้าชมงาน Bangkok International Motor Show 2026 สามารถแวะเยี่ยมชมได้ที่บูธ OMODA & JAECOO (บูธ A24) ณ IMPACT Challenger Hall 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 ถึง 5 เมษายน 2026

 

[ADVERTORIAL]

The post OMODA & JAECOO เปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV ในงาน Motor Show 2026 โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก็บภาพ มาริโอ้ เมาเร่อ กับไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และแพสชัน ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองในรายการ Chairs to Share EP.66 https://thestandard.co/mario-maurer-lifestyle-chairs-to-share-ep66/ Tue, 10 Dec 2024 08:29:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1018011

อีกครั้งที่สตูดิโอ THE STANDARD เปิดประตูต้อนรับ มาริโอ […]

The post เก็บภาพ มาริโอ้ เมาเร่อ กับไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และแพสชัน ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองในรายการ Chairs to Share EP.66 appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีกครั้งที่สตูดิโอ THE STANDARD เปิดประตูต้อนรับ มาริโอ้ เมาเร่อ ในรายการ Chairs to Share EP.66 ที่คราวนี้โอ้สวมแจ็กเก็ตตัวสวยมาเล่าเรื่องราวการเดินทางหลังพวงมาลัยรถกับกลุ่มเพื่อนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์น่าประทับใจ ที่สำคัญมันยังเป็นส่วนหนึ่งในแพสชันที่บ่งบอกความเป็นตัวเองที่เขาออกปากว่า “การพัง การที่รถเสียกลางทางแล้วต้องมีคนช่วย นี่เราเลย”

 

และไม่ใช่เพียงแค่นั้น สิ่งที่โอ้เลือกบรรจุไว้ในแคปซูลกาลเวลาก็เต็มไปด้วยสิ่งละอันพันละน้อยที่ทำให้ได้รู้จักกับโอ้ในวันนี้เพิ่มเติมขึ้นอีก เช่น มรดกจากพรินเตอร์ที่พ่อทิ้งไว้ให้ บทเรียนเรื่องเงินที่อยากบอกลูกของตัวเองในอนาคต รวมไปถึงเกร็ดเล็กๆ เรื่องความรักที่เขาใช้เวลาร่วมกับผู้หญิงที่อยู่เคียงข้าง ทั้งวันที่มีความสุขและวันที่ต้องเข็นรถบนตึก 3 ชั้น

 

และแน่นอนที่สุด THE STANDARD POP ไม่พลาดที่จะเก็บภาพเบื้องหลังความประทับใจมาฝากแฟนๆ เหมือนเช่นเคย

 

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

The post เก็บภาพ มาริโอ้ เมาเร่อ กับไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และแพสชัน ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองในรายการ Chairs to Share EP.66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO FALL/WINTER 2024 คอลเล็กชันล่าสุดที่มาในคอนเซปต์ Timeless Tones https://thestandard.co/uniqlo-fall-winter-2024/ Fri, 30 Aug 2024 04:02:17 +0000 https://thestandard.co/?p=977358 UNIQLO FALL/WINTER 2024

อากาศกำลังเปลี่ยน และฤดูใหม่กำลังจะมาถึง UNIQLO เลยจัดง […]

The post UNIQLO FALL/WINTER 2024 คอลเล็กชันล่าสุดที่มาในคอนเซปต์ Timeless Tones appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO FALL/WINTER 2024

อากาศกำลังเปลี่ยน และฤดูใหม่กำลังจะมาถึง UNIQLO เลยจัดงานพรีวิวคอลเล็กชันล่าสุด Fall/Winter 2024 ที่ครั้งนี้มาในคอนเซปต์ Timeless Tones เน้นเรื่องสีสันและความคลาสสิกของเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน

 

ในการตีความคำว่า Timeless หรือเหนือกาลเวลา UNIQLO เล่าผ่านสองเมือง สองสไตล์ ทั้งเอดินบะระของสกอตแลนด์ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ และสตอกโฮล์มของสวีเดน ที่เป็นตัวแทนของเมืองฝั่งนอร์ดิกที่ทันสมัย เรียบง่าย และมีชีวิตชีวา 

 

กลายมาเป็นเสื้อผ้า LifeWear ที่ผสมเทคโนโลยีใหม่ๆ ประจำซีซัน เช่น Souffle Yarn ผ้าถักแบบใหม่ที่แตกต่างจากผ้าแคชเมียร์ ผ้าขนแกะ และผ้าเมอริโน, HEATTECH Extra Warm ผ้าแคชเมียร์ผสม, PUFFTECH และอีกมากมาย 

 

รวมไปถึง Special Collaboration ที่หลายคนชื่นชอบทั้ง UNIQLO U และ UNIQLO : C นอกจากนี้ยังมีเสื้อยืดการกุศล PEACE FOR ALL ที่ทำกับเหล่าช่างภาพจาก Magnum Photos ที่จะวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้

 

UNIQLO FALL/WINTER 2024

 

ภาพ: UNIQLO

The post UNIQLO FALL/WINTER 2024 คอลเล็กชันล่าสุดที่มาในคอนเซปต์ Timeless Tones appeared first on THE STANDARD.

]]>
Passion Calling: ครั้งแรกของ LABUBU Mario ฝันที่เป็นจริงของ มาริโอ้ เมาเร่อ https://thestandard.co/life/passion-calling-labubu-mario/ Sat, 06 Jul 2024 02:00:53 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=953682

มองดูปฏิทินพลางนับนิ้วบวกลบแล้วอดเซอร์ไพรส์ไม่ได้ เมื่อ […]

The post Passion Calling: ครั้งแรกของ LABUBU Mario ฝันที่เป็นจริงของ มาริโอ้ เมาเร่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

มองดูปฏิทินพลางนับนิ้วบวกลบแล้วอดเซอร์ไพรส์ไม่ได้ เมื่อรู้ว่าบทบาท ‘โต้ง’ นักเรียนหนุ่มหน้าหล่อพราวเสน่ห์จาก รักแห่งสยาม ในวันวานได้ติดตรึงในความทรงจำเรามากว่า 17 ปีแล้ว…

 

แม้ภาพเด็กหนุ่มคนนั้นอาจจะเจือจางตามกาลเวลาไปบ้าง แต่ตัวตนความเป็น โอ้-มาริโอ้ เมาเร่อ ไม่เคยเลือนหาย

 

 

นักแสดงหนุ่มที่จริงใจและจริงจังกับทุกสิ่งที่ทำคนนี้ ยังคงเป็นเครื่องสะท้อนถึงการเติบโตที่ไม่สิ้นสุดในวงการบันเทิงด้วยสารพันบทบาทที่สวม รวมไปถึงแพสชันอันยิ่งใหญ่ของเจ้าตัว กับบทบาท ‘Collector’ นักสะสมของเก่า

 

 

ความทรงจำในวันวานและการปลูกฝังถึงคุณค่าของสิ่งของจากคุณพ่อผู้ล่วงลับ เป็นทั้งแรงผลักดันและแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้โอ้ในวันนี้ค้นพบความสุขจากการได้เก็บ ได้ชม ได้ใช้ และได้เล่น 

 

 

รวมถึงสานฝันการมีของเล่นเป็นของตัวเองกับโปรเจกต์ใหม่ล่าสุด LABUBU Mario ที่เจ้าตัวมีโอกาสได้ออกแบบร่วมกับ Kasing Lung ศิลปินผู้ปลุกจิตวิญญาณให้กับ LABUBU อาร์ตทอยที่กำลังเป็นที่จับตามองในระดับโลก

 

 

เส้นทางแห่งการเป็นนักสะสมของเก่าที่มีทั้งความสุขเจือความเหนื่อย ความเศร้าปนเสียงหัวเราะ จะจุดประกายพลังใจให้คุณได้มากแค่ไหน ร่วมรับชมได้ใน Passion Calling x Mario Maurer 

 

 

ขอบคุณสถานที่: Papaya Studio

The post Passion Calling: ครั้งแรกของ LABUBU Mario ฝันที่เป็นจริงของ มาริโอ้ เมาเร่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในวันที่ฝนพร่างพราย ละครน้ำดี กับความท้าทาย จะทำอย่างไรไม่ให้เป็น ‘ละครคุณธรรม’ https://thestandard.co/kissed-by-the-rain/ Fri, 14 Jun 2024 09:47:50 +0000 https://thestandard.co/?p=945276 ในวันที่ฝนพร่างพราย

ถ้าเมื่อปีที่แล้วละครเรื่อง มาตาลดา พิสูจน์ว่าเรื่องหนั […]

The post ในวันที่ฝนพร่างพราย ละครน้ำดี กับความท้าทาย จะทำอย่างไรไม่ให้เป็น ‘ละครคุณธรรม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในวันที่ฝนพร่างพราย

ถ้าเมื่อปีที่แล้วละครเรื่อง มาตาลดา พิสูจน์ว่าเรื่องหนักๆ ก็เอามาทำเป็นละครสนุกได้ ในปีนี้ในวันที่ฝนพร่างพราย ก็กำลังเดินตามทางนั้น เพราะแม้จะออกอากาศมาเพียง 4 ตอน แต่ด้วยเนื้อหาตีแผ่ปัญหาครอบครัวแบบครบทุกมิติ เรียงร้อยไปกับเรื่องราวความรักฉบับคนธรรมดา ก็เรียกได้ว่าน่าติดตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็มีความท้าทายว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เนื้อหาดีๆ ออกมาเป็นละครคุณธรรมที่ได้ดูกันในโลกออนไลน์

 

ในวันที่ฝนพร่างพราย

 

ในวันที่ฝนพร่างพรายคือเรื่องราวของ ปลายฝน (แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์) นักสังคมสงเคราะห์สาวที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงทั้งผู้หญิงและเด็ก วันหนึ่งเธอได้เจอกับ ไม้ หรือมาวิน (มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กหนุ่มที่พาแม่หนีจากพ่อขี้เมาที่ทำร้ายทั้งเขาและแม่มาตั้งแต่จำความได้ ปลายฝนคอยให้คำแนะนำไม้ จนชีวิตเขาเริ่มดีขึ้น แต่แล้วแม่ของเขากลับฆ่าตัวตาย ที่แย่ไปกว่านั้นพ่อยังหาว่าเขาเป็นคนฆ่าแม่ไปอีก

 

ที่พึ่งเดียวของไม้คือมูลนิธิ โดยมีปลายฝนเป็นเหมือนกำลังใจให้เขา จนเกิดเป็นความรู้สึกดีๆ ในขณะที่ปลายฝนก็เริ่มรู้สึกกับไม้มากกว่ารุ่นน้องธรรมดา วันหนึ่งไม้บอกความในใจกับปลายฝน แต่เธอก็ต้องปฏิเสธไป เพราะมีปมในใจจากอดีต ทำให้ไม้เสียใจมากและหายหน้าไปจากชีวิต 7 ปี และกลับมาในฐานะทนายอาสาประจำมูลนิธิ ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง พร้อมๆ กับการสะสางปัญหาครอบครัวของเหยื่อในมูลนิธิ และปลดล็อกปมในใจของปลายฝนให้กลับมามีความรักได้อีกครั้ง

 

ในวันที่ฝนพร่างพราย

 

ในวันที่ฝนพร่างพรายเปิดฉาก 3 ตอนแรกอย่างน่าสนใจ ด้วยการเล่าถึงที่มาที่ไปของ 3 ตัวละครหลักผู้ล้วนมีปมจากอดีต เริ่มจากเด็กสาวคนหนึ่งที่ได้รับการอุปการะจากชายรุ่นพ่อ จนผลิบานเป็นความรัก เธอคิดว่าเป็นคนพิเศษสำหรับเขา แต่ก็มาพบความจริงว่าเขามีเด็กสาวคนอื่นมากมายและเผลอทำอะไรบางอย่างกับหนึ่งในผู้หญิงของเขา แล้วภาพก็ตัดมาที่ปลายฝนตอนที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เป็นการทิ้งคำถามให้กับคนดูว่า เด็กผู้หญิงในวันนั้นใช่ปลายฝนหรือไม่ และเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เรียกได้ว่าเป็นการเล่าเรื่องได้อย่างน่าติดตาม

 

ปลายฝนต้องเจอกับเคสหนักๆ อย่างเช่น ปัญหาของไม้ที่พาแม่หนีมาที่มูลนิธิ เพราะไม่อยากให้แม่และตัวเขาเป็นกระสอบทรายของพ่ออีกต่อไป แต่จนแล้วจนรอดแม่ก็ยังอยากจะกลับไปที่เดิม ความไม่ปกติของครอบครัว ทำให้ไม้กลายเป็นคนมุทะลุ หมดศรัทธาในตัวพ่อ ตอบโต้ด้วยความรุนแรงถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันก็คงไม่แปลก

 

และคนสุดท้ายคือ นิชา (หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง) เด็กสาววัย 17 ปี ผู้เติบโตมากับพ่อที่เข้มงวด จนเธอต้องไปหาความอบอุ่นจากครู เลยเถิดเป็นเรื่องชู้สาวและตั้งท้อง สุดท้ายครูก็ไม่ยอมรับ จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ก็รอดมาได้

 

สิ่งที่ชอบมากในพาร์ตนี้คือ การสร้างตัวละครที่ไม่สมบูรณ์แบบทั้งตัวพระเอก-นางเอกที่ต่างก็มีอดีตฝังใจ และการสะท้อนภาพจริงของปัญหาครอบครัวผ่าน มาลัย (ขวัญ-ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของไม้ คือเหยื่อที่มักติดอยู่ในวังวนเดิม เพราะคำว่ารัก หรือเชื่อว่าสามีคือที่พึ่งสุดท้าย ทั้งที่จริงๆ พึ่งไม่ได้มานานแล้ว แล้วผลกระทบก็ไปเกิดกับลูกคือไม้ต้องติดอยู่ในวังวนนี้ไปด้วย และเมื่อถึงจุดเดือด คนเป็นลูกก็ลุกขึ้นมาสู้ ขึ้นมึงขึ้นกูกับพ่อได้เหมือนกัน ณ จุดนี้อาจขัดกับคุณค่าของสังคมไทยเรื่องความเหมาะสม แต่ก็เหมือนการย้อนถามคนดูว่า ถ้าเจอพ่อแบบนี้ เราจะทำแบบเดียวกับไม้หรือเปล่า?

 

 

หรือในเคสของนิชาก็ฉายภาพความรักร้อนแรงแบบสาวแรกรุ่น จนเหมือนคนหน้ามืดตามัว ส่วนพ่อของเธอก็เข้มงวดเกินไป หรือชีวิตของปลายฝนเองก็มีแม่ที่เหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวร นำแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ลูก ทำให้รู้สึกได้ว่าปัญหาครอบครัวเกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลายอย่าง แม้กระทั่งในเคสเล็กๆ ของเด็กหญิงปุยฝ้ายที่แจ้งความจับแม่ตัวเองข้อหาเล่นการพนัน ก็สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากเด็ก แต่ตัวผู้ใหญ่เองต่างหากที่สร้างปัญหา

 

ขณะที่การพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครก็ทำออกมาได้ดี จนทำให้เชื่อว่าความรักต่างวัยเกิดขึ้นได้จริง ด้วยคาแรกเตอร์เข้าใจโลกของปลายฝน และความอ่อนไหวต้องการความรักขัดกับบุคลิกดุดันของไม้ กลายเป็นความโรแมนติกแบบมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงที่เห็นกันไม่บ่อยในละครไทย

 

ในวันที่ฝนพร่างพราย

 

ส่วนการแสดงต้องบอกว่าทั้งแต้วและมาริโอ้มาไกลกว่าละครเรื่องแรกที่ทั้งคู่เล่นด้วยกันคือ เพลิงทระนง ในปี 2554 ไปมาก โดยเฉพาะมาริโอ้ ที่แม้บทไม้จะใกล้เคียงกับ ก้าวกล้า ในคือเธออยู่บ้าง แต่ไม้ในเวอร์ชันของมาริโอ้ก็สื่อสารความอ่อนไหว แตกสลาย และฟื้นขึ้นมาใหม่ ได้อย่างน่าสนใจ ในขณะที่แต้วที่ชีวิตจริงอายุเท่ากับมาริโอ้ แต่เมื่อต้องแสดงเป็นรุ่นพี่ ก็ทำออกมาได้ดีพอจะเชื่อได้ จากบุคลิกเข้าอกเข้าใจเหมือนคนที่ผ่านโลกมามากกว่า

 

โดยรวมแล้วเส้นเรื่องหลักของในวันที่ฝนพร่างพรายไม่มีปัญหา แถมยังกลมกล่อมด้วยเลิฟไลน์น่ารักพ่อแง่แม่งอนผสมความหม่นเศร้านิดๆ จากชีวิตในอดีตของตัวละคร แต่ปัญหากลับมาอยู่ที่เคสใหม่ๆ ที่เริ่มต้นในตอนที่ 4 เพราะดูเหมือนจะห่างไกลจากโลกความเป็นจริง ด้วยบทสนทนาประดิดประดอยแบบละคร และการแสดงโอเวอร์แอ็กติ้ง จนเหมือนเป็นหนังคนละม้วนกับพาร์ตแรก

 

 

อย่างเช่นในบทของ เจ๊เดือน (กิ๊ก-มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) กับปัญหาการกดขี่แรงงาน ก็เหมือนตั้งใจให้รู้ว่าเสแสร้งเป็นคนดีมาตั้งแต่ร้อยเมตร เพิ่มดีกรีความเหนือจริงด้วยการแสดงออกของตำรวจ ก็พอเข้าใจว่าอยากใส่ความคอเมดี้เข้าไป แต่บอกตรงๆ ว่าไม่ลงตัวเอาเสียเลย หรือเมื่อพูดถึงประเด็น ‘หน้ากากคนดี’ ก็ตัดภาพมาที่เจ๊เดือนกับถ้วยรางวัลการันตีคนดีศรีสังคม ดูเป็นการสื่อสารแบบตรงไปตรงมาแทบไม่ต่างจากละครคุณธรรมที่ได้ดูในโลกออนไลน์เลย เสน่ห์ของตัวละครสีเทาๆ ที่ปูไว้ใน 3 ตอนแรกแทบจะหายไปเกือบหมด

 

จากการคาดเดาคิดว่าน่าจะมีเคสใหม่ๆ เข้ามาในเส้นเรื่องเรื่อยๆ พร้อมกับการคลี่คลายปมในอดีตของตัวละคร ซึ่งก็ต้องคอยมาลุ้นกันว่าในแต่ละตอนจะทำออกมาได้ดีแค่ไหน และจะทำอย่างไรให้กลมกล่อมได้รสชาติของละครน้ำดี แต่ไม่ได้ตื้นเขินแบบละครคุณธรรม

The post ในวันที่ฝนพร่างพราย ละครน้ำดี กับความท้าทาย จะทำอย่างไรไม่ให้เป็น ‘ละครคุณธรรม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริโอ้ เมาเร่อ ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Asian Film Awards ร่วมทำกิจกรรมตามรอยเสน่ห์ภาพยนตร์ฮ่องกง https://thestandard.co/mario-maurer-asian-film-awards/ Tue, 28 May 2024 04:53:05 +0000 https://thestandard.co/?p=938295

มาริโอ้ เมาเร่อ ได้รับการแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ข […]

The post มาริโอ้ เมาเร่อ ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Asian Film Awards ร่วมทำกิจกรรมตามรอยเสน่ห์ภาพยนตร์ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาริโอ้ เมาเร่อ ได้รับการแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Asian Film Awards นอกจากนี้ยังร่วมกิจกรรมตามรอยสถานที่ถ่ายทำสำคัญของภาพยนตร์ฮ่องกงชื่อดังที่อยู่ในความทรงจำของแฟนภาพยนตร์ทั่วโลกอย่าง Chungking Express (1994), The Lucky Guy (1998) และ 77 Heartwarmings (2021)

 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มาริโอ้ได้เดินทางไปร่วมงาน Asian Film Awards และได้รับการชักชวนจากการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) ที่ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างกว้างขวาง มาร่วมออกเดินทางตามรอยสถานที่ถ่ายทำสำคัญของภาพยนตร์ฮ่องกงชื่อดังหลายเรื่อง

 

 

เริ่มกันที่ภาพยนตร์ระดับไอคอนิก Chungking Express (1994) ของผู้กำกับระดับตำนาน Wong Kar-Wai กับการเดินทางไปยังทางเลื่อน Central Mid-Level Escalator ประจำย่านเซ็นทรัล ที่มีความยาว 800 เมตร จากนั้นไปต่อกันที่ Cha Chaan Teng คาเฟ่สไตล์ฮ่องกงที่มีชื่อร้านว่า Hung Wan Cafe ในย่านมงก๊ก ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำคาเฟ่ Lucky ในภาพยนตร์เรื่อง The Lucky Guy (1998) ของผู้กำกับ Lee Lik-Chi

 

 

ปิดท้ายด้วย 77 Heartwarmings (2021) ของผู้กำกับ Herman Yau ที่มาริโอ้ร่วมแสดงนำ และถ่ายทำกันที่ Tai Kwun ในย่านเซ็นทรัล อาคารสถานีตำรวจ และเรือนจำเก่าย่านเซ็นทรัล ที่ถูกปรับปรุงให้เป็นศูนย์กลางแห่งมรดก ศิลปะและวัฒนธรรม

 

นอกจากนี้การท่องเที่ยวฮ่องกงยังเปิดตัวคู่มือนำเที่ยว (www.discoverhongkong.com/seasia/what-s-new/cinematic-hong-kong.html) ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถดื่มด่ำไปกับความงดงามของฮ่องกงผ่านซีนต่างๆ ในภาพยนตร์ดัง อาทิ Infernal Affairs (2002) ณ ร้านแผ่นเสียงบนถนน Ap Liu, ตามรอยเส้นทางขับรถมอเตอร์ไซค์ใน Fallen Angels (1995) ของ Wong Kar-Wai บนรถบัสเปิดหลังคา อีกทั้งยังสามารถไปร่วมรำลึกถึง Bruce Lee ตำนานแห่งศิลปะการต่อสู้ ในคลาสเวิร์กช็อปศิลปะการต่อสู้หย่งชุน (Wing Chun) ได้อีกด้วย

 

สามารถรับชมคลิปโปรโมตได้ที่: www.youtube.com/watch?v=XVF4cBadyFg

 

The post มาริโอ้ เมาเร่อ ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Asian Film Awards ร่วมทำกิจกรรมตามรอยเสน่ห์ภาพยนตร์ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริโอ้ เข้าให้ปากคำตำรวจหลังถูกออกหมายเรียกมีส่วนเชื่อมโยงซื้อรถสวมทะเบียน ยืนยันในความบริสุทธิ์ https://thestandard.co/mario-car-registration/ Wed, 09 Aug 2023 09:30:57 +0000 https://thestandard.co/?p=827486 มาริโอ้ เมาเร่อ

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญา […]

The post มาริโอ้ เข้าให้ปากคำตำรวจหลังถูกออกหมายเรียกมีส่วนเชื่อมโยงซื้อรถสวมทะเบียน ยืนยันในความบริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริโอ้ เมาเร่อ

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มาริโอ้ เมาเร่อ นักแสดง เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังถูกออกหมายเรียกเพื่อมาให้ปากคำกรณีที่เจ้าหน้าที่พบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับการครอบครองรถยนต์ที่ถูกสวมทะเบียน

 

หลังให้ปากคำแล้วเสร็จ มาริโอ้ไม่ได้ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการกับสื่อมวลชน เพียงตอบคำถามสั้นๆ กับสื่อมวลชนระหว่างเดินทางกลับว่า ไม่ได้กังวลอะไร มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง และให้ข้อมูลหลักฐานกับทางพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยได้

 

ด้าน พล.ต.ต. อำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บัญชาการ สอท. กล่าวว่า วันนี้ได้มีการเรียกสอบพยานทั้งหมด 3 ปาก ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถที่ถูกสวมทะเบียน ได้แก่ มาริโอ้, ก้องซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ขายรถให้กับมาริโอ้ และพี่ชายของก้อง 

 

ในส่วนความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้มาริโอ้เคยซื้อเฟอร์นิเจอร์จากก้องจนมีความสนิทสนม แต่ไม่เคยซื้อ-ขายรถกันมาก่อน โดยก้องได้เสนอขายรถ Mercedes-Benz G300 ให้มาริโอ้ในราคา 1,500,000 บาท เมื่อเดือนธันวาคม 2565 และทำสัญญาวางมัดจำไว้ 500,000 บาทก่อน โดยมีกำหนดภายใน 60 วันจะต้องส่งมอบรถ แต่เมื่อถึงกำหนดยังไม่มีการส่งมอบรถ ทางก้องจึงคืนเงินมัดจำให้กับมาริโอ้ 

 

พล.ต.ต. อำนาจกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่ามาริโอ้น่าจะไม่ได้จงใจซื้อรถที่ถูกสวมทะเบียน แต่พนักงานสอบสวนจะต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่ามาริโอ้ไม่ได้มีเจตนาจงใจที่จะซื้อรถดังกล่าวจริง 

 

ในส่วนพยานที่เป็นเจ้าของรถทั้ง 65 คันที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการถูกสวมทะเบียนโดยกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งถูกจับไปก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนเรียกมาให้ปากคำไปเกือบหมดแล้ว เหลืออีก 2 รายที่มาพบไม่ได้เนื่องจากอยู่ต่างประเทศ

 

สำหรับการซื้อรถคันดังกล่าวของ มาริโอ้ มาริโอ้ ระบุว่าทั้งตนเองและรุ่นพี่ก็โดนหลอกเช่นกัน เบื้องต้นทราบเพียงว่าเป็นการปลอมแปลงข้อมูลรถมาจากต้นขั้ว ซึ่งมาริโอ้ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เมื่อไม่ได้รถรุ่นพี่ก็คืนเงินให้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนก่อน และจากนี้จะระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิม

The post มาริโอ้ เข้าให้ปากคำตำรวจหลังถูกออกหมายเรียกมีส่วนเชื่อมโยงซื้อรถสวมทะเบียน ยืนยันในความบริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสความสำเร็จของ ‘หมอหลวง’ ละครไทยถ้าทำดีอย่างไรก็มีคนดู https://thestandard.co/royal-doctor/ Mon, 08 May 2023 08:47:51 +0000 https://thestandard.co/?p=787022 หมอหลวง

หมอหลวง กลายเป็นละครที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในช่วงเ […]

The post ถอดรหัสความสำเร็จของ ‘หมอหลวง’ ละครไทยถ้าทำดีอย่างไรก็มีคนดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอหลวง

หมอหลวง กลายเป็นละครที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในช่วงเดือนที่ผ่านมาด้วยการคว้าเรตติ้งเปิดตัวที่เลข 3 ไต่ระดับไปถึง 4.867 ทั่วประเทศ และกลายเป็นละครที่คนดูมากที่สุด เฉือนชนะแชมป์เก่าอย่างช่อง 7 อยู่หลายครั้ง ในขณะที่ยอดสตรีมมิงก็คว้าอันดับหนึ่งทาง Netflix อยู่บ่อยๆ ยังไม่นับรวมกระแสความชื่นชมจากโลกออนไลน์ กลายเป็นหนึ่งบทพิสูจน์ว่าละครไทยหากตั้งใจทำอย่างไรก็ยังมีคนดู 

 

จริงอยู่ว่า หมอหลวง อาจจะมีแต้มต่ออยู่นิดหน่อยด้วยฐานแฟนเดิมจาก ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง แม้ไม่ใช่ภาคต่อแต่ใช้นักแสดงชุดเดิมและอยู่ในจักรวาลเดียวกัน แต่ก็ไม่เท่ากับวิธีการเล่าเรื่องและ ‘ทำการบ้าน’ มาอย่างดี จนมีการต่อยอดนำไปพูดถึงในโลกออนไลน์ด้วยเรื่องราวแพทย์แผนไทยและเกร็ดประวัติศาสตร์ผสมความตลกโบ๊ะบ๊ะ ผ่านวัฒนธรรมป๊อปที่เชื่อมโยงกับคนยุคปัจจุบัน ว่าด้วยเรื่องราวของ บัว (คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส) นักศึกษาแพทย์ที่หลงเข้าไปในยุครัชกาลที่ 3 ที่วิทยาการแพทย์แผนไทยกำลังเฟื่องฟู จนได้พบกับ ทองอ้น (มาริโอ้ เมาเร่อ) ทายาทหมอหลวงที่ดูเป็นคนไม่เอาถ่านในสายตาพ่อ และมักจะตกเป็นรอง ทองแท้ (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) พี่ชายต่างแม่อยู่เสมอ เขาพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นนักศึกษาแพทย์ นำไปสู่เรื่องราวดราม่าคอเมดี้ชุบชูหัวใจให้ผู้ชมได้ดูไปยิ้มไปตลอดทั้งเรื่อง 

 

หมอหลวง

 

สิ่งที่ทำให้ หมอหลวง ประสบความสำเร็จ อย่างแรกน่าจะมาจากการเป็นละครใสๆ ไร้การตบตี พาผู้ชมย้อนกลับไปสู่วันชื่นคืนสุขในสภาพสังคมและการเมืองที่กำลังดุเดือดอย่างในปัจจุบัน ผนวกกับเนื้อหาแนวคอเมดี้ยิ่งทำให้คนดูได้ผ่อนคลาย ยิ่งได้เคมีแสนจะเข้ากันของคู่พระนางมาริโอ้กับคิมเบอร์ลี่ที่เคยพิสูจน์มาแล้วจาก ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง ก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างกลมกล่อมลงตัว

 

การเพิ่มมุกใหม่เรื่องการย้อนเวลาก็ทำงานได้ดีทั้งในแง่การสอดแทรกวัฒนธรรมป๊อปซึ่งเชื่อมโยงกับคนยุคนี้ และดูเหมือน หมอหลวง ก็รู้ดีว่าทางนี้เคยใช้มาแล้วในละครดังของช่องทั้ง บุพเพสันนิวาส, ลิขิตแห่งจันทร์ บ่วงบรรจถรณ์ และ เพลิงพรางเทียน เลยเอาเนื้อหาในเรื่องเหล่านั้นมาล้อเลียนตัวเองเสียเลยจนกลายเป็นมุกฮาไปอีกหนึ่ง 

 

ส่วนการวางคาแรกเตอร์ให้บัวเป็นสาวเปิ่นโก๊ะก็ยิ่งทำให้มุกโป๊ะๆ ดูเข้าปาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าคู่กับ ‘ทองอ้น’ จนเกิดประโยคช็อตฟีลอยู่บ่อยๆ จุดนี้ถือเป็นความกล้าเสี่ยงและทำออกมาได้ผลในแง่ของจังหวะละครคอเมดี้รสชาติใหม่ๆ ที่ไม่ได้ต้องการความซึ้งแบบจัดๆ แต่อยากซึ้งกึ่งตลกมากกว่า 

 

หมอหลวง

 

แม้เป็นละครย้อนยุค แต่หากถอดรายละเอียดออกมา หมอหลวง คือละครวัยรุ่นกึ่ง Coming of Age มากกว่าด้วยอายุของทองอ้นและเรื่องราวในโรงเรียนแพทย์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแคสเหล่าสหายนักเรียนแพทย์ออกมาได้ชวนมองแทบทุกคนจนคล้ายกับดูซีรีส์เกาหลี อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ลืมพาร์ตดราม่าความขัดแย้งระหว่างพ่อลูก และการอยากพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้หลุดพ้นความเป็นม้านอกสายตาที่มาริโอ้ทำออกมาได้ดี ทั้งดูน่ารักและน่าสงสารในคราวเดียวกัน ส่วนในมุมโรแมนติก นี่คือเรื่องราวของคนแปลกแยกสองคนที่หลงรักกัน เพราะทั้งทองอ้นและบัวก็ต่างเป็นคนแปลกในยุคสมัยของตัวเองด้วยกันทั้งคู่

 

สิ่งที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้คือการใส่ข้อมูลรายละเอียดทางประวัติศาสตร์แบบอัดแน่น ทั้งข้อมูลที่รู้อยู่แล้ว รวมทั้งเกร็ดความรู้ใหม่ๆ ที่กลายเป็นการบ้านสู่ผู้ชมให้ค้นหาข้อเท็จจริงต่างๆ อย่างเช่นชื่อเต็มของกรุงเทพมหานครที่เปลี่ยนจาก ‘บวร’ เป็น ’อมร’ การกำเนิดโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของไทยที่วัดโพธิ์ การผ่าตัดครั้งแรกของไทย หรือการขยายอาณาเขตของพระบรมมหาราชวัง ฯลฯ จุดประกายให้เกิดบทสนทนาในสังคมออนไลน์ ทำให้ละครเป็นที่พูดถึงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเชื่อมโยงบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เราเคยได้อ่านในตำราเรียนให้กลับมาโลดแล่นบนจอทีวี ไม่ว่าจะเป็นหมอบรัดเลย์หรือสุนทรภู่ ก็กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ละครเรื่องนี้น่าติดตาม 

 

หมอหลวง

 

ในขณะที่องค์ประกอบสำคัญของเรื่องคือตำรับยาและการแพทย์แผนไทย ก็ต้องยอมรับว่า หมอหลวง ทำออกมาได้ดี โดยได้ คมสัน ทินกร ณ อยุธยา อาจารย์แพทย์แผนไทย มาเป็นที่ปรึกษาพาผู้ชมไปพบวิธีการรักษาแบบต่างๆ ที่ไม่ได้เห็นในปัจจุบัน เช่น การสักยา การรมยาสมุนไพรแบบต่างๆ การรักษาด้วยปลิง และตำรับยาโบราณที่ค่อยๆ สอดแทรกเข้ามาในบทละคร ให้ความรู้กับคนดูแบบไม่ยัดเยียดจนเกินไป และทำให้เนื้อหาในเรื่องขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่ติดขัด 

 

สำหรับผู้เขียน การทำละครสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นละครย้อนยุคหรือละครที่เกี่ยวกับวิชาชีพ มีเรื่องที่ต้องเสี่ยงคือข้อมูลสนับสนุนต่างๆ ซึ่งหลายๆ ครั้งละครไทยละเลยจุดนี้ไป และไปให้ความสำคัญกับความดราม่าจนเหมือนดูถูกคนดู แต่สำหรับ หมอหลวง เป็นบทพิสูจน์ว่าคนไทยไม่ได้ต้องการแค่ดูละครประโลมโลก แต่หากมีเนื้อหาความรู้ที่น่าสนใจใส่เข้ามาอย่างถูกจังหวะก็ทำให้ละครประสบความสำเร็จได้ เหมือนกับซีรีส์เกาหลีที่ชนะใจคนดูชาวไทยจนไปหาข้อมูลต่อยอด แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่คุ้นเคยก็ตาม 

 

โดยภาพรวม หมอหลวง คือละครดี ดูสนุก แม้จะเดินทางมาเลยครึ่งเรื่องแล้วแต่ก็ยังมีประเด็นน่าติดตาม และเป็นตัวอย่างของละครที่ทำการบ้านมาอย่างดี ที่สำคัญมันชี้ให้เห็นว่าละครไทยอย่างไรก็ยังมีคนดู ขอเพียงผู้ผลิตไม่ดูถูกคนดูเท่านั้นเอง

The post ถอดรหัสความสำเร็จของ ‘หมอหลวง’ ละครไทยถ้าทำดีอย่างไรก็มีคนดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไวตามิ้ลค์’ กลับมาทำตลาดในรอบ 3 ปี จับเทรนด์สุขภาพ เปิดตัวสูตรใหม่ ‘น้ำตาลน้อยลง 50%’ พร้อมดึงมาริโอ้จัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย https://thestandard.co/vitamilk-back-to-marketing/ Fri, 10 Mar 2023 07:24:16 +0000 https://thestandard.co/?p=761038

ตลาดนมถั่วเหลืองพร้อมดื่มที่มีมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านบ […]

The post ‘ไวตามิ้ลค์’ กลับมาทำตลาดในรอบ 3 ปี จับเทรนด์สุขภาพ เปิดตัวสูตรใหม่ ‘น้ำตาลน้อยลง 50%’ พร้อมดึงมาริโอ้จัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดนมถั่วเหลืองพร้อมดื่มที่มีมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ติดลบมาติดต่อกัน 3 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด ทำให้ผู้เล่นไม่ได้ออกมาช่วยกระตุ้นตลาด ประกอบกับการแข่งขันที่ร้อนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาชิงมาร์เก็ตแชร์ในตลาด

 

กระทั่งสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ทำให้ ‘ไวตามิ้ลค์’ แบรนด์เก่าแก่ที่อยู่ในตลาดมากว่า 60 ปี ปัจจุบันถือเป็นผู้นำตลาดนมถั่วเหลืองในขวดแก้วพร้อมดื่ม เริ่มออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

 

อนันต์ ธีรวิชญกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท กรีนสปอต จำกัด ผู้ผลิตไวตามิ้ลค์ กล่าวว่า จากการเก็บรวบรวมอินไซต์ผู้บริโภคในช่วงโควิด พบว่าปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญหลังจากทุกอย่างปรับตัวดีขึ้น ผู้บริโภคกว่า 50% เริ่มกลับมาใช้ชีวิตที่เร่งรีบจนทำให้ไม่มีเวลากินอาหารเช้า และเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกและรวดเร็วเข้ามาตอบโจทย์ ทำให้ไวตามิ้ลค์แบบขวดเริ่มสร้างยอดขายดีขึ้นถ้าเทียบกับช่วงโควิดที่สินค้า UHT จะได้รับความนิยมมากกว่า

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

จากโอกาสดังกล่าวจึงเปิดตัว ไวตามิ้ลค์ไลท์ น้ำตาลน้อยลง 50% ถือเป็นรสชาติใหม่ที่พัฒนาสูตรด้วยนวัตกรรมผลิตนมถั่วเหลือง เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคที่ต้องจำกัดน้ำตาลแต่ยังอยากได้รสชาติที่ใกล้เคียงกับรสดั้งเดิม วางจำหน่ายทั้งในรูปแบบขวดแก้วพร้อมดื่ม To Go และ UHT ผ่านช่องทาง Modern Trade, Traditional Trade และ Online

 

“แม้ที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวไวตามิ้ลค์โลว์ชูการ์ นมถั่วเหลืองสูตรน้ำตาลน้อยไปแล้ว ถือว่าได้รับการตอบรับดี แต่ยังมีสัดส่วนยอดขายเพียง 10% เท่านั้น โดยยอดขายหลักส่วนใหญ่ยังเป็นรสชาติออริจินัล”

 

จากนี้เตรียมพัฒนารสชาติใหม่ๆ กำลังอยู่ระหว่างศึกษาตลาด Plant-based หรือนวัตกรรมอาหารที่ให้โปรตีนจากพืช ซึ่งได้รับความนิยมจากกลุ่มคนรักสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าจะได้เห็นในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มคนรักสุขภาพเพิ่มขึ้น

 

สำหรับโครงสร้างราคาปัจจุบันบริษัทพยายามตรึงอยู่ เพราะในปีที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นราคาไวตามิ้ลค์ To Go แบบขวดไปแล้ว 1 บาท ปัจจุบันขายในราคา 17 บาท เพื่อรองรับต้นทุนวัตถุดิบ ทั้งถั่วเหลือง บรรจุภัณฑ์ และราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนไวตามิ้ลค์ UHT ยังขายราคาเดิม 10 บาท

 

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้สถานการณ์ต้นทุนยังไม่ได้ดีขึ้นและต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหากต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้นเราก็ยังไม่ปรับตอนนี้ เพราะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ดังนั้นต้องพยายามบริหารตั้งแต่ซัพพลายเชน กระบวนการผลิต เน้นลงทุนกับสิ่งที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาวเป็นหลัก”

 

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวแคมเปญ ‘BEST START’ โดยมี มาริโอ้ เมาเร่อ รับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์

 

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในที่ผ่านมา ไวตามิ้ลค์มีการใช้พรีเซนเตอร์เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด เริ่มตั้งแต่ ทอม อิศรา ตามด้วย เมย์ รัชนก และ เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร เพราะเชื่อว่าด้วยภาพลักษณ์และชื่อเสียงของพรีเซนเตอร์จะช่วยสร้าง Brand Awareness ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ในระดับหนึ่ง

 

พร้อมกันนี้ยังใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบ 360 องศา ทำการตลาดผ่านช่องทาง Online, Offline และ On Ground โดยได้ดึงเอา Consumer Data เข้ามาเพื่อวิเคราะห์และวางแผนการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างตรงจุด ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักของไวตามิ้ลค์ยังเป็น Gen X และ Gen Y

 

อย่างไรก็ตาม นับเป็นการลงทุนการตลาดเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิดกว่า 50% และคาดว่าแคมเปญและกลยุทธ์ข้างต้นจะช่วยผลักดันยอดขายไวตามิ้ลค์แบบขวด แก้วพร้อมดื่มให้เติบโตขึ้น 10-15% จากปี 2565 (YoY)

The post ‘ไวตามิ้ลค์’ กลับมาทำตลาดในรอบ 3 ปี จับเทรนด์สุขภาพ เปิดตัวสูตรใหม่ ‘น้ำตาลน้อยลง 50%’ พร้อมดึงมาริโอ้จัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
LONGINES PRESS MEETING 2023 งานนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ประจำปีครั้งแรกในประเทศไทย https://thestandard.co/longines-press-meeting-2023/ Fri, 03 Mar 2023 06:20:35 +0000 https://thestandard.co/?p=758024

Longines แบรนด์นาฬิกาชื่อดังระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ท […]

The post LONGINES PRESS MEETING 2023 งานนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ประจำปีครั้งแรกในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Longines แบรนด์นาฬิกาชื่อดังระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1832 โดย Auguste Agassiz ได้จัดงาน Longines Press Meeting 2023 ณ โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River พร้อมนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ประจำปี 2023 ครั้งแรกในประเทศไทย โดยงานในครั้งนี้มีสอง Friend of Longines ประจำประเทศไทยอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และ เก้า-สุภัสสรา ธนชาต มาร่วมงานด้วย และยังมี Matthias Breschan ซีอีโอของแบรนด์บินมางานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งก็สะท้อนศักยภาพและความสำคัญของตลาดประเทศไทย

 

งาน Longines Press Meeting 2023 ในครั้งนี้แบ่งออกเป็นห้องต่างๆ เพื่อสื่อสารมุมมองและเรื่องราวของเรือนเวลา Longines ภายใต้คอนเซปต์ ‘New Horizons to Conquer’ ผ่านคอลเล็กชันนาฬิการุ่นใหม่อย่าง Longines Pilot Majetek และอีกหลากหลายดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์การออกแบบ รวมทั้งมีกลไกล้ำยุคที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์สง่างาม ดังสโลแกนที่ว่า ‘Elegance is an attitude’

 

 

ภาพ: Longines

The post LONGINES PRESS MEETING 2023 งานนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ประจำปีครั้งแรกในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขุนพันธ์ 3 หนังปิดไตรภาคที่บ้าขั้นสุด เท่เกินพิกัด และเปี่ยมมนตร์ขลัง จนไม่อยากให้จบแค่นี้ https://thestandard.co/spotlight-khun-pan-3/ Thu, 02 Mar 2023 10:00:12 +0000 https://thestandard.co/?p=757572

เดินทางมาถึงบทสรุปกันแล้ว สำหรับ ขุนพันธ์ 3 ภาพยนตร์แอ็ […]

The post ขุนพันธ์ 3 หนังปิดไตรภาคที่บ้าขั้นสุด เท่เกินพิกัด และเปี่ยมมนตร์ขลัง จนไม่อยากให้จบแค่นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เดินทางมาถึงบทสรุปกันแล้ว สำหรับ ขุนพันธ์ 3 ภาพยนตร์แอ็กชันฮีโร่ไทยจากผู้กำกับ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่ถือเป็นการปิดไตรภาคจักรวาลขุนพันธ์อย่างเป็นทางการ โดยยังคงได้ อนันดา เอเวอริงแฮม กลับมารับบท ขุนพันธ์ เช่นเดิม พร้อมด้วยทีมนักแสดงชุดใหม่อย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ, โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์, ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา, เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ และ พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง 

 

 

เรื่องราวในภาคนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ขุนพันธ์ (อนันดา เอเวอริงแฮม) ถูกนำตัวมาสอบสวนในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นของกลุ่มโจรเสือฝ้าย ทำให้เขาถูกสั่งย้ายไปประจำการที่บ้านเกิด และเขาได้ใช้ชีวิตร่วมกับ ครูนู่น (พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง) ภรรยาและลูกในท้อง เฉกเช่นคนธรรมดา 

 

ขณะเดียวกัน เสือมเหศวร (มาริโอ้ เมาเร่อ) และ เสือดำ (โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์) สองเสื้อร้ายอาคมกล้าแห่งภาคกลาง ก็ยังคงเดินหน้าออกปล้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุให้ขุนพันธ์ถูกไหว้วานให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อปราบปรามสองเสื้อร้ายอีกครั้ง  

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

 

เมื่อเรามองย้อนกลับไปตั้งแต่ ขุนพันธ์ ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2559 ว่ากันตามตรง ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูจะมีความขาดๆ เกินๆ อยู่พอสมควร ทั้งการออกแบบฉากแอ็กชันและวิชวลเอฟเฟกต์ที่ยังไม่ลงตัวมากนัก หรือกลวิธีการนำเสนอที่ยังไม่ชวนให้เราติดตามเท่าที่ควร (เว้นเพียงการแสดงของ น้อย-กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ที่ตีความและถ่ายบทบาทของ อัลฮาวียะลู ออกมาได้อย่างจดจำ)

 

แต่เมื่อภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 2 ออกฉายในปี 2561 เราจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนถึงองค์ประกอบหลายๆ ส่วนที่ถูกพัฒนาให้มีความกลมกล่อมมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับทิศทางให้ฉากแอ็กชันแฟนตาซีมีความชัดเจนและแข็งแรงมากขึ้น รวมถึงกลวิธีการนำเสนอที่ตรงไปตรงมามากขึ้น และการออกแบบคาแรกเตอร์ของทุกตัวละครที่สร้างสรรค์มาได้อย่างมีเสน่ห์ไม่แพ้ภาคแรก

 

และตอนนี้เราก็มาถึง ขุนพันธ์ 3 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ปิดไตรภาคจักรวาลขุนพันธ์กันแล้ว ผู้เขียนคิดว่านี่คือภาคที่ผู้กำกับและทีมสร้างอัปสเกลของภาพยนตร์ให้ ‘ไปสุดทุกด้าน’ มากกว่า 2 ภาคที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด จนเราอาจกล่าวได้ว่า นี่คือ ขุนพันธ์ ภาคที่บ้าขั้นสุด เท่เกินพิกัด และเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ ก็คงไม่เกินจริงนัก

 

 

ประการแรกคือ การออกแบบฉากแอ็กชันที่ลงตัวมากขึ้น ทั้งฉากบนรถไฟที่ดูสมจริงสมจังมากขึ้นกว่าภาคแรก ฉากการเปิดตัวเสือมเหศวรและเสือดำที่สร้างภาพจำให้เราได้ตั้งแต่แรกเห็น ฉากดวลตัวต่อตัวระหว่างขุนพันธ์และเสือดำที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเรื่อง ฉากแอ็กชันใหญ่ในช่วงท้ายเรื่องที่มีการลำดับเหตุการณ์ในแต่ละช่วง เพื่อปลุกเร้าความตื่นเต้นให้ผู้ชมได้เป็นอย่างดี รวมถึงการแบ่งแอร์ไทม์ให้แต่ละตัวละครได้โชว์ฝีไม้ลายมือของตัวเองได้อย่างเหมาะสม 

 

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เข้ามาเสริมให้ฉากแอ็กชันดุเดือดมากขึ้นคือ งานสเปเชียลเอฟเฟกต์และวิชวลเอฟเฟกต์ ที่เสริมให้การใช้คาถาอาคมของขุนพันธ์และเหล่าเสือนั่นเปี่ยมมนตร์ขลัง ไปจนถึงเหล่าภูตผีปีศาจที่ตบเท้ามาร่วมสร้างความชุลมุนในสมรภูมิครั้งนี้อย่างเนืองแน่น บวกด้วยงานโปรดักชันส่วนอื่นๆ อย่างเช่น การออกแบบมุมกล้อง ดนตรีประกอบ การออกแบบเสื้อผ้า หน้าผม ที่ทำให้การต่อสู้สุดท้ายอัดแน่นไปด้วยฉากเท่ๆ มากมายให้เราจดจำ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังทำให้เราสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมสร้างที่บรรจงสร้างสรรค์ฉากแอ็กชันเหล่านี้ให้ออกมายิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบมากที่สุดไปพร้อมกันอีกด้วย   

 

 

นอกจากฉากแอ็กชันที่เรียกได้ว่าระเบิดภูเขาเผากระท่อมกันแบบไม่ยั้ง ขุนพันธ์ 3 ยังเป็นภาพยนตร์ที่พาเราเข้าไปสำรวจแง่มุมที่ ‘เปราะบาง’ ของมือปราบคงกระพันอย่างขุนพันธ์มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับความตาย และการตั้งคำถามต่อความศรัทธาของตัวเองว่า สิ่งที่เขาเคยทำไปทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วแน่หรือ รวมถึง ‘คุณธรรม’ และ ‘กฎหมาย’ ที่เขาเชื่อมั่นนั้นได้ทำหน้าที่มอบความเป็นธรรมแก่ผู้คนอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ หรือไม่ หรือมันกำลังถูกผู้มีอำนาจบางคนใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ตนเองอยู่กันแน่ 

 

มาถึงองค์ประกอบที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนั่นคือ สองเสือร้ายอาคมกล้าอย่างเสือมเหศวรและเสือดำ ที่ออกแบบคาแรกเตอร์ได้อย่างมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม ที่ช่วยขับเน้นความเท่และดุดันของตัวละครให้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการแสดงของมาริโอ้และโตโน่ที่นำเสนอเรื่องราวของตัวละครออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้ตัวละครหลักอย่างขุนพันธ์ ทั้งเสือมเหศวรที่มาพร้อมความเฉลียวฉลาด เจ้าแผนการ และมีความเป็นผู้นำสูง และเสือดำที่เคร่งขรึม ดุดัน ตรงไปตรงมา และน่าเกรงขาม

 

สำคัญที่สุด เรื่องราวและอุดมการณ์ของเสือทั้งสองยังชวนให้เราตั้งคำถามต่อผู้รักษากฎหมายไปจนถึงผู้มีอำนาจมากมายที่พร่ำบอกว่า มีหน้าที่ปกป้องผู้คน พวกเขากำลังทำเพื่อผู้คนจริงๆ หรือเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตนเองไว้กันแน่ ซึ่งน่าแปลกที่ฉากหลังภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกวางไว้ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่บางคำพูดของตัวละครก็ชวนให้เรารู้สึกคุ้นเคยเหมือนสิ่งเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

 

 

อย่างไรก็ตาม ขุนพันธ์ 3 ก็มีข้อสังเกตที่เราแอบติดขัดอยู่เช่นกัน ประการแรกคือ การพยายามสอดแทรกฉากบางฉากที่เราคิดว่ามันไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเรื่องราวเข้ามามากจนเกินไป เช่น การแฟลชแบ็กหลายๆ ฉากที่เราคิดว่าสามารถเล่าผ่านบทสนทนาแทนได้ หรือฉากแอ็กชันเล็กๆ น้อยๆ ที่เราคิดว่าหากนำออกไปก็น่าจะทำให้ตัวภาพยนตร์มีความกระชับมากขึ้น 

 

อีกหนึ่งข้อสังเกตที่เราติดขัดเป็นการส่วนตัวคือ กลวิธีการนำเสนอที่ผู้กำกับพยายามสร้างความสลับซับซ้อนให้กับเรื่องราวมากเกินไปสักหน่อย เช่น การหักเหลี่ยมเฉือนคมของตัวละครที่เรารู้สึกว่ายังไม่น่าสนใจเท่าไรนัก จนบางฉากหากผู้กำกับลองลดความซับซ้อนของเรื่องลงอีกสักหน่อย ก็อาจทำให้ตัวภาพยนตร์มีความลื่นไหลและกลมกล่อมมากขึ้นกว่านี้ 

 

 

ในภาพรวม แม้ว่าจะมีข้อสังเกตที่เรารู้สึกติดขัดอยู่บ้าง แต่ ขุนพันธ์ 3 ก็ยังเป็นภาพยนตร์ฮีโร่ไทยที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่ชวนให้เราหลงใหลและสนุกสนานไปกับเรื่องราวที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอ 

 

ทั้งการออกแบบคาแรกเตอร์ที่จัดจ้าน ฉากแอ็กชันที่ถูกอัปสเกลให้ยิ่งใหญ่สมกับการปิดไตรภาค การออกแบบคาถาอาคมและความแฟนตาซีที่สร้างสรรค์ งานโปรดักชันที่เราสัมผัสได้ถึงแพสชันของทีมงานเบื้องหลังอย่างชัดเจน รวมถึงการหยิบนำประเด็นทางการเมืองมาร้อยเรียงเข้ากับเรื่องราวเหนือจินตนาการได้อย่างน่าสนใจ จนทำให้เราพร้อมที่จะโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบบางจุดและปรบมือให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยความยินดี

 

ซึ่งเราขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า ขุนพันธ์ 3 คือภาพยนตร์ไทยที่ต้องดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้นจริงๆ เพราะคงมีโอกาสไม่บ่อยนักที่เราจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายภาพยนตร์ฮีโร่ไทยแบบนี้ในโรงภาพยนตร์ 

 

ขุนพันธ์ 3 เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมรายการ On That Day EP.33 อนันดา เอเวอริงแฮม 40 ปีที่ทำให้รู้ว่า ศูนย์กลางจักรวาลไม่ใช่เรา ได้ที่:

 

 

รับชมรายการ On That Day EP.34 มาริโอ้ เมาเร่อ ความรัก ความจริง และสิ่งสมมติ ได้ที่: 

 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่:

 

 

ภาพ: สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล 

The post ขุนพันธ์ 3 หนังปิดไตรภาคที่บ้าขั้นสุด เท่เกินพิกัด และเปี่ยมมนตร์ขลัง จนไม่อยากให้จบแค่นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: มาริโอ้ เมาเร่อ ความรัก ความจริง และสิ่งสมมติ | ON THAT DAY EP.34 https://thestandard.co/on-that-day-mario-maurer/ Thu, 23 Feb 2023 12:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=754452

รายการ On That Day EP.34 THE STANDARD POP ชวนทุกคนย้อนเ […]

The post ชมคลิป: มาริโอ้ เมาเร่อ ความรัก ความจริง และสิ่งสมมติ | ON THAT DAY EP.34 appeared first on THE STANDARD.

]]>

รายการ On That Day EP.34 THE STANDARD POP ชวนทุกคนย้อนเวลากลับไปสำรวจทุกเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกช่วงชีวิตไปพร้อมกับ มาริโอ้ เมาเร่อ

 

ชีวิตวัยเด็ก, สเกตบอร์ด, เพลงฮิปฮอป, บทเรียนจากการแสดง, คำสอนจากอาจารย์ผู้จากไป, ประสบการณ์เสี่ยงตาย, เสือมเหศวร จาก ขุนพันธ์ 3 ที่เตรียมเข้าฉายในวันที่ 1 มีนาคม, มุมมองความรัก

 

ไปจนถึงอุบัติเหตุในวัย 34 ปี ที่ทำให้รู้ว่าคนที่รักเขาจริงมีไม่กี่คน!

The post ชมคลิป: มาริโอ้ เมาเร่อ ความรัก ความจริง และสิ่งสมมติ | ON THAT DAY EP.34 appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 เกร็ดน่าสนใจ ขุนพันธ์ 3 ปิดไตรภาคฮีโร่ไทยที่เดินทางบนโลกภาพยนตร์มาครบ 10 ปี https://thestandard.co/5-facts-khun-pan-3/ Wed, 22 Feb 2023 09:58:50 +0000 https://thestandard.co/?p=754048 ขุนพันธ์ 3

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่คอภาพยนตร์ไทยจะได้ไปติดตาม […]

The post 5 เกร็ดน่าสนใจ ขุนพันธ์ 3 ปิดไตรภาคฮีโร่ไทยที่เดินทางบนโลกภาพยนตร์มาครบ 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขุนพันธ์ 3

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่คอภาพยนตร์ไทยจะได้ไปติดตาม ‘ภารกิจจับตาย’ ของฮีโร่ไทยใน ขุนพันธ์ 3 ภาพยนตร์แอ็กชันไทยภายใต้การกำกับของ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่ยังคงได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง อนันดา เอเวอริงแฮม กลับมาร่วมปิดไตรภาคของ ‘จักรวาลขุนพันธ์’ ที่ออกเดินทางสร้างความสนุกให้แก่ผู้ชมมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี 

 

วันนี้ THE STANDARD POP ถือโอกาสชวนทุกคนมาร่วมสำรวจเรื่องราวเบื้องหลังของภาพยนตร์แอ็กชันไทยฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่องนี้ เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนไปร่วมภารกิจจับตายสองเสือภาคกลางอาคมกล้าพร้อมกัน 1 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

1. จากตำนานตำรวจจอมขมังเวทย์ สู่ภาพยนตร์ฮีโร่ไทยที่ออกเดินทางมายาวนานร่วม 10 ปี

 

ขุนพันธ์ นับว่าเป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกเดินทางมอบความสนุกให้กับผู้ชมมาอย่างยาวนานร่วม 10 ปี ด้วยความโดดเด่นด้านฉากแอ็กชันที่ดุเดือด การหยิบนำคาถาอาคมมาประยุกต์เข้ากับฉากแอ็กชันแฟนตาซีได้อย่างลงตัว รวมถึงการนำตำนานเล่าขานของขุนพันธ์ หรือ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช และเหล่าเสือร้ายที่มีชีวิตอยู่จริง มาเสริมแต่งจินตนาการและต่อยอดจนเกิดเป็นตำนานฮีโร่ไทยที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ 

 

โดยจุดกำเนิดของ ‘จักรวาลขุนพันธ์’ เริ่มต้นจากการที่ผู้กำกับ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ได้อ่านเจอข่าวเกี่ยวกับนายตำรวจจอมขมังเวทย์ที่โด่งดังจากจตุคามรามเทพ จนทำให้เขาเริ่มสนใจเรื่องราวของขุนพันธ์ ผู้ใช้คาถาอาคมในการปราบเสือร้ายในภูมิภาคต่างๆ ของไทย อีกทั้งยังมีแง่มุมการเมือง ความเชื่อ และความเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้โขม ก้องเกียรติ อยากหยิบตำนานของขุนพันธ์มานำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ 

 

 

“ถ้าถามว่าเราได้หยิบตัวตนของท่านขุนพันธ์มาทำแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ไม่ใช่ครับ ผมให้สัมภาษณ์มาเสมอว่ามันไม่ใช่หนังชีวประวัติ ก็เลยขออนุญาตกับที่บ้านท่านตรงๆ ว่าเราไม่ได้ทำหนังชีวประวัตินะ เราทำหนังซูเปอร์ฮีโร่ไทย” โขม ก้องเกียรติ เล่าถึงแนวคิดในการนำตำนานของขุนพันธ์มานำเสนอเป็นฉบับภาพยนตร์

 

ไม่นานจากนั้น โขม ก้องเกียรติ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้บริหารค่ายสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล ที่ตั้งคำถามว่าทำไมหนังไทยถึงไม่มีภาพยนตร์แอ็กชันแบบแฟรนไชส์ James Bond ที่ตัวละครหลักต้องทำภารกิจบางอย่าง และสามารถต่อยอดเป็นซีรีส์ต่อไปเรื่อยๆ ได้ โขม ก้องเกียรติ จึงอยากนำเสนอตัวละครขุนพันธ์ให้สามารถถูกนำไปต่อยอดในอนาคตได้ อาจจะเป็นการเปลี่ยนตัวละครขุนพันธ์ หรือการส่งไม้ต่อให้กับผู้กำกับคนอื่นๆ มาทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ก็ได้ เพื่อเป็นการเซ็ตอัพอะไรบางอย่างให้กับภาพยนตร์ไทย และด้วยแนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของภาพยนตร์ฮีโร่ไทยอย่าง ขุนพันธ์ 

 

“โปรเจกต์นี้เดินทางมาไกลถึง 10 ปี เราไม่ได้คาดหวัง แต่เราวางแผนไว้ ผมเคยพูดกับทุกคน กับทีมงาน กับทางสตูดิโอว่า ของบางอย่างมันต้องใช้เวลาทำ 10 ปี ผมยังยืนยันว่า ขุนพันธ์ เป็นโปรเจกต์ที่ต้องให้เครดิตกับทีมงาน จนกระทั่งถึง ขุนพันธ์ 3 ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือมันเกิดการเรียกรวมตัวทีมงานที่ทำกันมาตั้งแต่ภาคแรก มันเกิดความผูกพันในแง่ของการทำงาน หรือแม้กระทั่งน้องทีมงานใหม่ๆ หลายคนก็สมัครใจที่จะเข้ามา เพราะอยากเข้ามาอยู่ในจักรวาลขุนพันธ์ หลายๆ คนกระตือรือร้นที่จะทำ แต่แน่นอนอุปสรรคมันเยอะมากตั้งแต่ภาคแรกมาแล้ว แต่มันเป็นความเหนื่อย ความยากที่เราเลือก ที่เราพอใจ ซึ่งเราประเมินแล้วว่าผลลัพธ์มันจะคุ้มค่ากับความเหนื่อยที่เราทำไป มันจึงเป็นภารกิจที่มีความสุข” 

 

 

2. ภาพยนตร์ปิดไตรภาคที่พาผู้ชมไปสำรวจ ‘ความเป็นมนุษย์’ ของขุนพันธ์

 

เพื่อสร้างสรรค์เรื่องราวปิดไตรภาคของฮีโร่ไทยให้ออกมายอดเยี่ยมมากที่สุด ทางผู้กำกับโขม ก้องเกียรติ จึงใช้เวลาในการพัฒนาและขัดเกลาภาพยนตร์เรื่องนี้มาอย่างยาวนานถึง 4 ปี ผ่านการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ทั้งบริบททางสังคมในช่วงยุคสงครามเย็น (พ.ศ. 2493-2495) ซึ่งทำให้ภาคนี้มีกลิ่นอายของภาพยนตร์สายลับมากขึ้น รวมถึงการเกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง เทคโนโลยีที่ทันสมัยเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และแฟชั่นตะวันตกเริ่มแพร่หลายมากขึ้น 

 

ควบคู่ไปกับการพัฒนามิติของตัวละครขุนพันธ์ เพื่อพาผู้ชมเข้าไปสำรวจแง่มุมของตัวละครที่ลึกซึ้งมากขึ้นและมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตั้งคำถามต่อ ‘ความดีงาม’ ของตนเอง ซึ่งทางโขม ก้องเกียรติ ได้เล่าถึงปมปัญหาที่ขุนพันธ์ต้องเผชิญในภาคนี้ว่า 

 

“ในภาคนี้สิ่งที่ขุนพันธ์ต้องเผชิญคือวันพิพากษา เพราะถึงแม้กระทั่งในตัวขุนพันธ์เองที่มีการปราบโจรโดยใช้ความรุนแรงมาตลอดเวลา ครั้นพอยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน มีคนบอกว่านี่มันเครื่องจักรสังหารของคนรุ่นเก่า มันไม่ใช่ยุคของขุนพันธ์ มันควรจะหมดยุคไปได้แล้วกับวิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน ยุคนี้มันคุยกันด้วยศาล คุยกันด้วยเหตุและผล กฎหมายไม่ใช่แบบนั้น ขุนพันธ์ควรถูกพิพากษา เขาไม่ใช่ผู้ดำรงความถูกต้อง เขาคือโจร นี่คือคอนฟลิกต์แรกที่ขุนพันธ์ต้องเจอ และในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับโจรผู้เก่งกาจอีกสองคนคือ เสือมเหศวร และ เสือดำ” 

 

 

ด้าน อนันดา เอเวอริงแฮม ได้เล่าถึงความรู้สึกและความผูกพันที่มีต่อตัวละครขุนพันธ์ที่เขาสวมบทบาทมานานร่วม 10 ปีว่า “เพราะขุนพันธ์คือตัวละครที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมไปแล้ว อันนี้ต้องยอมรับ 10 ปีของชีวิตผม มันคือ 1 ใน 4 ของชีวิตที่อยู่กับตัวละครตัวนี้ แล้วถ้าพูดถึงจำนวนปีที่ผมอยู่ในวงการ มันก็คือเวลาครึ่งหนึ่งในวงการที่ผมอยู่กับตัวละครตัวนี้ จะไม่ให้มันซึมเข้ามาในร่างของผมเลยคงเป็นไปไม่ได้ พอเราเดินทางมาถึงปีที่ 10 เราก็คุยกันกับพี่โขมไว้ว่านี่อาจจะเป็นภาคสุดท้ายที่เราทำด้วยกัน บางมุมของตัวละครที่เรารู้สึกว่ายังไม่ได้แตะในสองภาคแรก หรือเกี่ยวกับเรื่องอาคม เรื่องมิชชันต่างๆ เราอยากเห็นมุมมองของท่านในแง่คนหนึ่งคน เราก็เลยคุยกันว่าภาคนี้จะเป็นภาคที่เราได้เห็นด้านที่เป็นมนุษย์มากที่สุดของท่านขุน”

 

 

3. เสือมเหศวร-เสือดำ สองเสือร้ายอาคมกล้าแห่งภาคกลาง

 

นอกเหนือจากเรื่องราวของขุนพันธ์ที่ยังไม่เคยถูกนำเสนอมาก่อน อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของจักรวาลขุนพันธ์คือคู่ปรับตัวฉกาจที่ขุนพันธ์ต้องรับมือ โดยครั้งนี้ผู้ชมจะได้ไปทำความรู้จักกับสองเสือร้ายภาคกลางอย่าง เสือมเหศวร และ เสือดำ ที่ได้สองนักแสดงมากความสามารถอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ มาสวมบทบาท 

 

โดยผู้กำกับโขม ก้องเกียรติ ได้วางแผนในการหยิบนำตำนานเสือร้ายของไทยมาเป็นคู่ปรับในแต่ละภาคไว้ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ได้แก่ อัลฮาวียะลู โจรใต้ผู้มีอาคมแก่กล้าที่รับบทโดย น้อย-กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ใน ขุนพันธ์ (2559) ตามมาด้วยสี่เสือภาคกลางอย่าง เสือฝ้าย และ เสือใบ ซึ่งรับบทโดย พ.อ. วันชนะ สวัสดี และ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ถูกนำเสนอไปแล้วใน ขุนพันธ์ 2 (2561) ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยเสือมเหศวรและเสือดำ ที่ต่างก็มีอาคมแก่กล้าและแง่มุมที่น่าค้นหาแตกต่างกันไป 

 

“โอ้เขาจะมีลักษณะแบบจารชนสองหน้า มีสองบุคลิก บุคลิกหนึ่งคือเฟรนด์ลี น่ารักมาก ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย ในขณะเดียวกันก็มีความกะล่อนบางอย่างที่มันพลิ้วไหว” โขม ก้องเกียรติ เล่าถึงการได้ร่วมงานกับมาริโอ้ในบทบาทของเสือมเหศวร 

 

“มันเหมือนเราเห็นตัวละครในหนัง Ocean’s Eleven เป็นตัวละครนักปล้นที่ฉลาดมาก ซึ่งมาริโอ้ดูเป็นคนฉลาด มีเคมีในตัว แล้วมาริโอ้กับผมก็สนิทสนมกันดี ทำงานด้วยกันมาแล้วหลายเรื่อง โอ้ก็จะบอกทำงานกับพี่โขมเหนื่อยทุกเรื่อง ไม่เคยให้เล่นอะไรธรรมดาๆ บ้างเลย แต่ก็เป็นความสนุกสนาน ถ้าเราคุยกันเมื่อไร โอ้ก็จะมีการบ้านสไตล์โอ้ ให้โอ้ลองแบบนี้ไหม ซึ่งเราจะชอบให้โอ้เล่นในแบบที่โอ้คิดว่า มันได้เหรอพี่ โอ้ก็สู้อยู่แล้วเต็มที่ ข้อดีก็คือมาริโอ้ไม่งอแง มีความเป็นมืออาชีพ คือเรื่องนี้มันรวมนักแสดงมืออาชีพทุกคน”

 

 

นอกจากนี้ โขม ก้องเกียรติ ยังได้กล่าวชื่นชมโตโน่ที่ทำการบ้านอย่างหนักเพื่อสวมบทเป็นเสือดำว่า “โตโน่มีความคล้ายๆ พี่น้อย คือเขาจะพุ่งเข้าใส่ พลังสูงมาก เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึก แววตา น้ำเสียง แม้กระทั่งสีของฟัน โตโน่เป็นนักแสดงที่มีของแถมเยอะมากครับ วันดีคืนดีก็โทรบอกผมว่า พี่โขม ผมต้องฟันดำนะ เพราะผมค้นข้อมูลมาว่าวันๆ เสือดำจะดูดแต่ฝิ่น ดูดฝิ่นจนฟันดำ และเขาก็มีข้อมูลรองรับด้วย เขาส่งข้อมูลเป็นตัวหนังสือ เป็นประวัติเลยว่าฟันดำจากการดูดฝิ่น และมีฟันทองสองซี่ เขาทำการบ้านมา ซึ่งเราก็รับลูกต่อ ผมชอบนะ เพราะฉะนั้นเสือดำจะต้องฟันดำและมีฟันทองสองซี่ มันก็เลยกลายเป็นพัฒนาการของคาแรกเตอร์ตัวนี้ต่อมาเพื่อให้เห็นฟันทอง เขาถึงได้ชอบแยกเขี้ยว เพื่อให้เห็นฟันทองนิดๆ มันเป็นกิมมิกที่นักแสดงทำการบ้านมา ซึ่งสนุก เวลาทำงานแบบนี้ ผู้กำกับก็จะสนุก นักแสดงก็สนุกที่ได้ร่วมสร้างให้ตัวละครมันมีชีวิตขึ้นมาในโลกภาพยนตร์ครับ”

 

 

4. ผู้กองทัตเทพ ครูนุ่น และ สาวิตรี สามตัวละครใหม่ที่จะมาร่วมภารกิจจับตาย 

 

เพื่อให้ผู้ชมได้สำรวจแง่มุมของขุนพันธ์อย่างครบถ้วนรอบด้านมากกว่าสองภาคที่ผ่านมา ทางผู้กำกับและทีมสร้างจึงได้สร้างสรรค์ตัวละครชุดใหม่ที่จะมาร่วมขยับขยายเรื่องราวให้กว้างขวางมากขึ้น โดยได้ทีมนักแสดงมากฝีมือที่ผู้ชมต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีมาร่วมเสริมทัพ 

 

เริ่มต้นด้วยนักแสดงหนุ่มอย่าง เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ จากซีรีส์ เด็กใหม่ ซีซัน 2 (2564) และ The Up Rank อาชญาเกม (2565) มาสวมบทเป็น ร.อ. ทัตเทพ นายทหารหนุ่มไฟแรงที่มีความเฉลียวฉลาด และเชื่อเรื่องยุทธวิธีมากกว่าเรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำ ซึ่งเอมได้ให้คำนิยามตัวละครของเขาไว้ว่า “ถ้าขุนพันธ์เป็นแบทแมน ทัตเทพก็เป็นโรบิน” 

 

 

พร้อมด้วย ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา จาก ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (2562) มารับบทเป็น สาวิตรี หมอสาวที่ถูกลักพาตัวมาที่ชุมโจรของเสือมเหศวร เพื่อรักษาชาวบ้านที่กำลังล้มป่วยจากโรคระบาด ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพรรคพวกของเสือมเหศวร 

 

และ พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง อีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถที่กลับมาแสดงบนจอเงินอีกครั้งในรอบ 15 ปี โดยครั้งนี้เธอจะมาสวมบทเป็น ครูนุ่น ภรรยาที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของขุนพันธ์ และยังเป็นตัวละครที่จะทำให้ผู้ชมได้เห็นแง่มุมที่อ่อนโยนของขุนพันธ์มากขึ้นกว่าเดิม 

 

 

5. ขุนพันธ์ 3 ผลงานที่ทีมงานเบื้องหลังทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อส่งให้ ‘จักรวาลขุนพันธ์’ เป็นภาพยนตร์ที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชม 

 

นอกจากชื่อของผู้กำกับอย่างโขม ก้องเกียรติ และเหล่านักแสดงนำ ขุนพันธ์ 3 ยังเป็นผลงานที่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมงานเบื้องหลังที่มาร่วมสร้างสรรค์ภาพยนตร์ปิดไตรภาคให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด

 

นำโดย ปราเมศร์ ชาญกระแส ผู้กำกับภาพที่เคยร่วมงานกับโขม ก้องเกียรติ มาแล้วใน ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2563) มารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานภาพสุดยิ่งใหญ่, วีระพล ภูมาตย์ฝน ผู้ออกแบบฉากแอ็กชันที่จะมารับหน้าที่สร้างสรรค์ฉากแอ็กชันที่ดุเดือดและเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม

 

ธนะ เมฆาอัมพุท ผู้ออกแบบงานสร้าง และ สุดเขตร ล้วนเจริญ ผู้กำกับศิลป์เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์จาก แสงกระสือ (2562) มารับหน้าที่สร้างสรรค์โลกของผู้กำกับให้กลายเป็นจริง โดยเฉพาะชุมโจรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคกลางที่ถือเป็นฉากไฮไลต์สำคัญของเรื่อง, นิรชรา วรรณาลัย ผู้ออกแบบเสื้อผ้าที่ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์จาก ขุนพันธ์ สองภาคแรก กลับมารับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าสุดประณีต และ อาภรณ์ มีบางยาง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์จาก ขุนพันธ์ 2 มารับหน้าที่แต่งหน้าเทคนิคพิเศษ

 

 

“หนังอย่าง ขุนพันธ์ มันมีทั้งความเป็นอีพิก มีความเป็นหนังคอสตูมดีไซน์ มีวิชวลหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อม มันหลากหลายมาก” โขม ก้องเกียรติ เล่าถึงความรู้สึกหลังจากร่วมเดินทางกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาอย่างยาวนานถึง 10 ปี และความตั้งใจที่อยากให้ภาพยนตร์ชุดนี้อยู่ในความทรงจำของผู้ชม 

 

“จริงๆ แล้วมันคือการผสมผสานของหนังหลายๆ แบบที่มันมาเจอกับ Thai Culture แล้วมันกลายเป็นแอ็กชันไทยๆ ซึ่งมันก็ดันมีความแปลกของภาษาหนังบางอย่างที่ใส่เข้าไปได้ เพียงแต่ว่าเราอาจไม่ค่อยเห็นผลิตกัน เพราะว่ามันทั้งยากและเหนื่อย มันหนักในทุกองค์ประกอบ เราวางมันอย่างละเอียดทุกอย่าง เราเห็นแม้กระทั่งว่าสกอร์ธีมของดนตรีก็เหมือนสมัยเด็กๆ ที่เราเคยได้ยินเสียงดนตรีประกอบของ Indiana Jones ภาพตัวละคร Indiana Jones มันก็ปรากฏขึ้นมาในสมองเราทันที แล้วเราก็ใฝ่ฝันว่าเราอยากทำแบบนั้นให้มันเกิดขึ้นในประเทศนี้กับหนังไทยบ้าง เมื่อไรที่ธีมเพลง ขุนพันธ์ ขึ้นมาก็ เฮ้ย ภาพของขุนพันธ์มันปรากฏขึ้นในหัวของเด็กๆ ในเจเนอเรชันใหม่ๆ ขึ้นมาเลย หน้าอนันดามีหนวดเขี้ยวโผล่ขึ้นมาเลย มันคือคุณค่าของงานชิ้นนี้ที่พวกเราลงแรงลงใจที่เราจะทำกันไป 

 

“เพราะฉะนั้นการปิดท้ายไตรภาคของ ขุนพันธ์ ถึงต้องใช้เวลา 10 ปีในการที่เรากรุยทางกันมาจนเราปิดผนึกมันได้อย่างเต็มที่ และเราเชื่อว่ามันเป็นการปิดเพื่อเติบโตมากกว่าในอนาคต มันคือหนึ่งในความหลากหลายของหนังไทยที่มีทั้งกลิ่นอายความเก่าและความใหม่ แต่คำว่าเก่าไม่ได้แปลว่ามันต้องเชย อย่างบางทีเราหยิบยืมภาษาหนัง รูปแบบของความเก่ามาใช้ แต่ประเด็นที่เราพูด เราเชื่อมั่นว่ามันไม่เชย มันทันสมัย มันเป็นปัจจุบันมากๆ ด้วยซ้ำ ต่อให้มันเป็นหนังพีเรียดก็ตาม”

 

รับชมรายการ On That Day EP.33 อนันดา เอเวอริงแฮม 40 ปีที่ทำให้รู้ว่า ศูนย์กลางจักรวาลไม่ใช่เรา ได้ที่: 

 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: 

 

 

ภาพ: สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล 

The post 5 เกร็ดน่าสนใจ ขุนพันธ์ 3 ปิดไตรภาคฮีโร่ไทยที่เดินทางบนโลกภาพยนตร์มาครบ 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ไม่มีสิ่งใดคงกระพันตลอดไป” อนันดา กับภารกิจจับตายสองเสือร้ายใน ขุนพันธ์ 3 https://thestandard.co/official-trailer-khun-pan-3/ Fri, 03 Feb 2023 02:41:24 +0000 https://thestandard.co/?p=745572 ขุนพันธ์ 3

“ทุกอย่างมีเสื่อมลง ไม่มีสิ่งใดคงกระพันตลอดไป”   ใ […]

The post “ไม่มีสิ่งใดคงกระพันตลอดไป” อนันดา กับภารกิจจับตายสองเสือร้ายใน ขุนพันธ์ 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขุนพันธ์ 3

“ทุกอย่างมีเสื่อมลง ไม่มีสิ่งใดคงกระพันตลอดไป”

 

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วที่คอภาพยนตร์ไทยจะได้ไปร่วมติดตามภารกิจจับตายครั้งใหม่ของตำนานมือปราบอาคมแก่กล้าใน ขุนพันธ์ 3 ภาพยนตร์ไทยแอ็กชันฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่ล่าสุดทางสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มที่เผยให้เราเห็นฉากแอ็กชันแบบจัดเต็ม เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนไปร่วมทำภารกิจจับตายสองเสือร้ายอาคมกล้าพร้อมกัน 2 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

ภาพยนตร์จะพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปในปี พ.ศ. 2493 เมื่อบ้านเมืองได้รับผลกระทบจากสงคราม ชุมโจรเสือร้ายยังคงชุกชุมไปทั่วทุกหนแห่ง ขุนพันธ์ (อนันดา เอเวอริงแฮม) นายตำรวจมือปราบผู้ยึดมั่นในความถูกต้องจึงถูกเรียกกลับมาปฏิบัติภารกิจล่าตัวสองเสือร้ายอาคมกล้าอย่าง เสือมเหศวร (มาริโอ้ เมาเร่อ) และ เสือดำ (โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์) ที่กำลังฮึกเหิมและท้าทายอำนาจรัฐ โดยที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงตัวได้ นำไปสู่การหวนเหยียบถิ่นเสืออีกครั้งของขุนพันธ์ ท่ามกลางเหล่าเสือร้ายที่หมายเอาชีวิต และพร้อมพิพากษามือปราบคงกระพันด้วยความตาย 

 

การจับตายสองเสือชื่อดังครั้งนี้อาจไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขุนพันธ์จะสามารถบรรลุภารกิจท้าทายศรัทธา และเผชิญหน้าเหล่าเสือร้ายที่มีทั้งอาคมและความคงกระพันได้หรือไม่ หรือถึงเวลาแล้วที่ครั้งนี้ มือปราบหนังเหนียวอย่างขุนพันธ์จะกลายเป็น ‘ผู้ถูกล่า’ เสียเอง

 

 

นอกจากชื่อของผู้กำกับ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่จะกลับมาสานต่อตำนานมือปราบอาคมสุดแกร่ง ภาพยนตร์ยังคงได้ อนันดา เอเวอริงแฮม กลับมาสวมบทเป็น พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือ ขุนพันธ์ และ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่จะกลับมาสวมบทเป็น เสือใบ อีกครั้ง

 

 

เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงชุดใหม่ นำโดย มาริโอ้ เมาเร่อ ที่เคยร่วมงานกับโขมมาแล้วในภาพยนตร์แอ็กชัน-แฟนตาซีเรื่อง ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2562) และ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ จาก ส้ม ปลา น้อย (2564) มารับบทเป็นสองเสือต่างอุดมการณ์, ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา จาก ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (2562) มารับบทเป็น แพทย์หญิงสุดแกร่งแห่งชุมโจร, เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ จากซีรีส์ เด็กใหม่ ซีซัน 2 (2564) มารับบทเป็น นายทหารหนุ่มหน่วยรบพิเศษ

 

ฟิลลิปส์ ทินโรจน์ จาก ขุนแผน ฟ้าฟื้น, ชลัฏ ณ สงขลา จาก มหา’ลัยสยองขวัญ (2552), พลอย​-ชิดจันทร์ ห่ง จาก รับน้องสยองขวัญ (2548) และ เม้ง-ภูมิพัฒน์ ชาติสุริยเกียรติ จาก Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย (2565) 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่ 

 

 

ภาพ: สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล  

The post “ไม่มีสิ่งใดคงกระพันตลอดไป” อนันดา กับภารกิจจับตายสองเสือร้ายใน ขุนพันธ์ 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัวอย่างแรก ขุนพันธ์ 3 ภารกิจ ‘จับตาย’ ครั้งใหม่ของมือปราบคงกระพัน https://thestandard.co/1st-teaser-khun-pan-3/ Fri, 04 Nov 2022 07:22:14 +0000 https://thestandard.co/?p=704333

“ความคงกระพัน กำลังถูกท้าทาย”    ขุนพันธ์ 3 ภ […]

The post ตัวอย่างแรก ขุนพันธ์ 3 ภารกิจ ‘จับตาย’ ครั้งใหม่ของมือปราบคงกระพัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ความคงกระพัน กำลังถูกท้าทาย” 

 

ขุนพันธ์ 3 ภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์จากฝีมือของผู้กำกับ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ได้ปล่อยตัวอย่างแรกที่ยังคงอัดแน่นด้วยงานวิชวลเอฟเฟกต์สุดตื่นตา พร้อมโฉมแรกของ มาริโอ้ เมาเร่อ และ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ที่จะมาสวมบทเป็นสองเสือต่างอุดมการณ์ที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับขุนพันธ์ในครั้งนี้ โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 2 มีนาคม 2566  

 

โดยในภาคนี้จะเล่าถึงเหตุการณ์ในยุคหลังสงครามโลก เมื่อ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือ ขุนพันธ์ (อนันดา เอเวอริงแฮม) ต้องเดินทางไปกวาดล้างชุมโจรใหญ่แห่งสุดท้าย พร้อมการเผชิญหน้ากับสองเสือร้ายอาคมแกร่งกล้า 

 

ขุนพันธ์ 3 จะยังคงได้ อนันดา เอเวอริงแฮม กลับมาสวมบทเป็น ขุนพันธ์ เช่นเดิม และเสริมทัพด้วยทีมนักแสดงชุดใหม่ นำโดย มาริโอ้ เมาเร่อ ที่เคยร่วมงานกับโขมมาแล้วในภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีเรื่อง ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2562) และ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ จาก ส้ม ปลา น้อย (2564) มารับบทเป็นสองเสือจอมโฉด

 

พร้อมด้วย ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา จาก ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (2562), เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ จากซีรีส์ เด็กใหม่ ซีซัน 2 (2564), ฟิลลิปส์ ทินโรจน์ จาก ขุนแผน ฟ้าฟื้น, ชลัฏ ณ สงขลา จาก มหา’ลัยสยองขวัญ (2552), พลอย​-ชิดจันทร์ ห่ง จาก รับน้องสยองขวัญ (2548) และ เม้ง-ภูมิพัฒน์ ชาติสุริยเกียรติ จาก Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย (2565) 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

The post ตัวอย่างแรก ขุนพันธ์ 3 ภารกิจ ‘จับตาย’ ครั้งใหม่ของมือปราบคงกระพัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสดงความยินดี! มาริโอ้ เมาเร่อ คว้า Face of Asia จากงาน BIFF With Marie Claire Asia Star Awards 2022 ที่ปูซาน เกาหลีใต้ https://thestandard.co/mario-maurer-face-of-asia/ Sat, 08 Oct 2022 04:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=693073 มาริโอ้ เมาเร่อ

ร่วมแสดงความยินดี! มาริโอ้ เมาเร่อ หนึ่งในนักแสดงนำจากภ […]

The post แสดงความยินดี! มาริโอ้ เมาเร่อ คว้า Face of Asia จากงาน BIFF With Marie Claire Asia Star Awards 2022 ที่ปูซาน เกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริโอ้ เมาเร่อ

ร่วมแสดงความยินดี! มาริโอ้ เมาเร่อ หนึ่งในนักแสดงนำจากภาพยนตร์ Six Characters มายาพิศวง ได้รับรางวัล Face of Asia จากงาน BIFF With Marie Claire Asia Star Awards 2022 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ Paradise Hotel เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

 

สำหรับรางวัล Face of Asia คือรางวัลที่มอบให้กับนักแสดงเอเชียที่มีผลงานดีเด่นในปี 2022 โดยนิตยสาร Marie Claire ร่วมกับ Busan International Film Festival เป็นผู้คัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลนี้

 

ด้านมาริโอ้ได้กล่าวความรู้สึกหลังคว้ารางวัลในครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณนิตยสาร Marie Claire และ Busan International Film Festival สำหรับรางวัลในครั้งนี้ และขอขอบคุณอาจารย์ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้ที่สอนให้รู้ว่าการแสดงสามารถเปลี่ยนโลกได้ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในจิตใจของพวกเราเสมอ และเชื่อว่าเมื่อเรามองขึ้นไปบนฟ้า เราจะพบว่ารอยยิ้มของท่านจะไม่เคยจางหายไปไหนครับ”  

สำหรับ Six Characters มายาพิศวง คือผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้กำกับและครูสอนการแสดง ที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา สิริอายุ 69 ปี ภาพยนตร์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, ฮัท-จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ, รถบัส-ภคพล ตัณฑ์พาณิชย์, ฟลอร่า มัสซาโร และ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

The post แสดงความยินดี! มาริโอ้ เมาเร่อ คว้า Face of Asia จากงาน BIFF With Marie Claire Asia Star Awards 2022 ที่ปูซาน เกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>