มาระตี นะลิตา อันดาโม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มาระตี-นะลิตา-อันดาโม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 16 Mar 2026 03:17:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย https://thestandard.co/mayuree-naree-crew-return-thailand/ Mon, 16 Mar 2026 03:17:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1187951 ภาพผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันนี้ (16 มีนาคม) บัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกง […]

The post ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันนี้ (16 มีนาคม) บัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ให้ความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกการผ่านเข้าเมืองและการดำเนินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยลูกเรือได้เดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมือง Khasab ไปยังสนามบินนานาชาติมัสกัต และบินออกจากกรุงมัสกัตกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณทางการโอมาน และทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้ให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

 

ภาพผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1ภาพผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2ภาพผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3ภาพผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4

The post ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ต้อนรับลูกเรือไทย ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองโฆษก กต. สรุปภาพรวมประชุมอาเซียนและกรอบประชุมทวิภาคีที่นายกฯ เข้าร่วม https://thestandard.co/pm-asean-bilateral-summary/ Tue, 28 Oct 2025 12:23:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1136651 รองโฆษก กต. สรุปภาพรวมประชุม อาเซียน และกรอบประชุมทวิภาคี ที่ นายกฯ เข้าร่วม

วันนี้ (28 ตุลาคม) มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสา […]

The post รองโฆษก กต. สรุปภาพรวมประชุมอาเซียนและกรอบประชุมทวิภาคีที่นายกฯ เข้าร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองโฆษก กต. สรุปภาพรวมประชุม อาเซียน และกรอบประชุมทวิภาคี ที่ นายกฯ เข้าร่วม

วันนี้ (28 ตุลาคม) มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวสรุปผลการประชุมกรอบอาเซียนและการประชุมระดับทวิภาคีที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

โดยภาพรวมสองวัน ในที่ประชุมกรอบต่างๆ รองโฆษกกล่าวว่า ไทยยังคงแสดงบทบาทผู้เล่นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการพัฒนา

 

สำหรับการประชุมช่วงบ่ายวานนี้ มีการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก (East Asia Summit / EAS) ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วม และมีผู้นำและผู้แทนจาก 10 ประเทศอาเซียน ผู้นำออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย

 

ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้ EAS เพื่อตอบสนองต่อประเด็นความท้าทายต่างๆ ในภูมิภาค และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ เช่น สถานการณ์ในเมียนมา ทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี ยูเครน และตะวันออกกลาง

 

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับรองปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ EAS และแถลงการณ์ผู้นำการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ว่าด้วยการส่งเสริมการปฏิบัติล่วงหน้าในการเตรียมพร้อมในการตอบสนองต่อภัยพิบัติในพื้นที่ ซึ่งนายกฯ ได้ตอกย้ำถึงบทบาทของ EAS ในฐานะกลไกการหารือระดับผู้นำในเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค นอกจากนี้ยังกล่าวย้ำถึงการยึดมั่นในหลักการแก้ปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านโดยสันติวิธี และเน้นย้ำถึงการเสริมสร้างความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียน ท่ามความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของโลก

 

หลายประเทศยังกล่าวแสดงความยินดีที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในถ้อยแถลงร่วมซึ่งเป็นอีกก้าวสู่สันติภาพ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการหยิบยกหลายประเด็นขึ้นมาแลกเปลี่ยน เช่น ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ และแสดงความยินดีกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลและฮามาสด้วย

 

ส่วนที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ โดยมีการรับทราบเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการฉบับใหม่ของปี 2026-2030

 

นอกจากนี้ไทยยังแสดงจุดยืนยึดมั่นในระบบพหุภาคีและกฎกติการะหว่างประเทศ และแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับสหประชาชาติเพื่อยกระดับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา และส่งเสริมความร่วมมือในการรับมือภัยคุกคามใหม่และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ โดยไทยพร้อมจัดการประชุมระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ปัญหาดังกล่าว

 

อีกการประชุมคือ การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ซึ่งไฮไลต์คือการลงนามพิธีสารเพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน 3.0 โดยย้ำความร่วมมืออาเซียน-จีนภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้านที่จะครบ 5 ปีในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีการหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระหว่างกันด้วย

 

นอกจากกรอบประชุมดังกล่าวแล้ว ยังมีการประชุมสุดยอดอาเซียน-นิวซีแลนด์ และการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย เกิดขึ้นในวันนี้ด้วย โดยนิวซีแลนด์ได้ยกระดับความสัมพันธ์จากหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน

 

ส่วนการประชุมระดับทวิภาคีในห้วงการประชุมอาเซียนที่นายกฯ เข้าร่วมนั้น ในวันนี้นายกฯ ได้พบหารือกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยนายกฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้นำกัมพูชาที่ส่งสารแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากนี้ยังมีการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้อที่กัมพูชาตกลงในถ้อยแถลงร่วมฯ เช่น การถอนอาวุธหนัก และการเก็บกวาดทุ่นระเบิดบริเวณชายแดน

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

The post รองโฆษก กต. สรุปภาพรวมประชุมอาเซียนและกรอบประชุมทวิภาคีที่นายกฯ เข้าร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เผย พบกัมพูชาเพิ่มกำลังหลายพื้นที่ ละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา บอกสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นโรคระบาด https://thestandard.co/cambodia-neglects-fallen-soldiers/ Mon, 04 Aug 2025 07:42:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1103407

วันนี้ (4 สิงหาคม) ​พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวง […]

The post ศบ.ทก. เผย พบกัมพูชาเพิ่มกำลังหลายพื้นที่ ละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา บอกสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นโรคระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 สิงหาคม) ​พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม​ พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ​ ศบ.ทก.​ ประจำวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม​ 2568

 

พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า สถานภาพรวมชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังในพื้นที่มั่นของตนเอง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ซึ่งมีรายงานว่าทางฝั่งกัมพูชาได้ดัดแปลงที่มั่นและเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่หลัก ประกอบด้วย ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, ช่องโดนเอาว์, ช่องอานม้า, ช่องตาเฒ่า, เขาสัตตะโสม และภูผี โดยเพิ่มกำลังเข้ามาทดแทนกำลังที่สูญเสียในแต่ละพื้นที่ ทำให้บ่งชี้ได้ว่าฝั่งกัมพูชาได้รับการสูญเสียเป็นจำนวนมาก

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ ยังกล่าวถึงการปฏิบัติต่อเชลยศึกว่า ปัจจุบันเราควบคุมตัวเชลยศึก 20 นาย และส่งกลับไปแล้ว 2 นาย ที่บาดเจ็บและป่วยทางจิต คงเหลือ 18 นายที่อยู่ในการควบคุมตัวของฝ่ายไทย แต่ปรากฏคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาได้ส่งคำร้องไปยังสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กล่าวหาว่าฝ่ายไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชาผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยขอประณาม

 

ทั้งนี้ อยากชี้แจงว่าทหารกัมพูชาที่ถูกคุมตัวทั้งหมดถือเป็นเชลยศึก ซึ่งมีคำจำกัดความว่า เป็นผู้สังกัดในกองทัพภาคีคู่พิพาท ซึ่งไทยและกัมพูชาถือเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาเจนีวาที่มีผลบังคับใช้ในประเทศที่มีสงคราม หรือในภาวะขัดกันด้วยอาวุธ ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขที่เราปฏิบัติตัวต่อผู้ที่ถูกควบคุมตัวในฐานะเชลยศึก และไทยได้ปฏิบัติด้วยการเคลื่อนย้ายเชลยศึกออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมจัดแพทย์ตรวจร่างกาย จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้า อย่างเหมาะสมและเพียงพอ

 

ทั้งนี้ เมื่อสภาวะการขัดกันของอาวุธ หรือการรบสิ้นสุดลงก็จะปล่อยตัวเชลยศึกกลับประเทศ แต่ปัจจุบันแค่การหยุดยิงยังไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดสภาวะการขัดกันของอาวุธ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้มีหนังสือแจ้งไปยัง OHCHR เพื่อประท้วงต่อข้อกล่าวหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา และในสัปดาห์นี้ฝ่ายไทยได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และ OHCHR ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวด้วย

 

ส่วนประเด็นเรื่องศพของทหารกัมพูชา พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า รัฐบาลและกองทัพบกกัมพูชาเพิกเฉยและละเลยต่อศพทหารของตนเอง ขณะที่ไทยแม้จะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ก็เคารพชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ว่าผู้นั้นจะสังกัดชาติใด ที่ผ่านมาไทยเล็งเห็นว่าการปฏิบัติต่อศพของทางฝ่ายกัมพูชาละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลขั้นพื้นฐานในการทอดทิ้งร่างผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะทหารของตนเอง และละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 และ 4 ว่าด้วยการเก็บรักษาและเคารพร่างผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ

 

สะท้อนถึงการละเลยศักดิ์ศรีความเป็นทหารของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และอาจจะสร้างผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของทหารกัมพูชาที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ ยังขัดต่อหลักศาสนาและวัฒนธรรมของกัมพูชา ที่นับถือเป็นศาสนาพุทธ ละเมิดหลักศาสนาขนบธรรมเนียมอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแต่ละฝ่าย ขณะเดียวกันยังกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขลักษณะข้ามแดน การไม่เก็บกู้ศพ นอกจากเรื่องของกลิ่น ยังเป็นเรื่องของความสกปรก และมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อโรคต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชน และผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน จึงขอวิงวอนไปยังฝ่ายกัมพูชาเรื่องการเคารพสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะทหารที่เสียสละสู้รบ

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวอีกว่า พบว่ามีการบินโดรนที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศห้ามบินโดรนตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2568 ผู้ฝ่าฝืนจะต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอเชิญประชาชน ทหารผ่านศึก นักศึกษาวิชาทหาร ช่วยกันตรวจสอบตรวจตรา โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และ 2 สอดส่องว่ามีผู้ประสงค์ร้ายหรือมีพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ หากตรวจพบขอให้แจ้งไปยังศูนย์ต่อต้านโดรน หรือแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจ หน่วยงานทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

 

สำหรับมาตรการเชิงรุก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะลงพื้นที่ตรวจสอบการครอบครองโดรนทั่วประเทศ และขอความร่วมมือผู้ที่ใช้โดรนยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งพบว่ามีผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบบางส่วน จึงได้ตักเตือนไปแล้ว และต่อจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยปัจจุบันไม่อนุญาตให้บินโดรนใดๆ ทั่วประเทศ ทั้งโดรนเชิงพาณิชย์หรือการเกษตร

 

ด้าน​มาระตีกล่าวว่า​ ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก​ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงของไทยยังคงใช้โอกาสต่างๆ ในการชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย ผ่านช่องทางการทูตและเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญต่างๆ​ และให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ​ เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อสงสัยของมิตรประเทศ​ ตอกย้ำท่าทีของไทย​ที่ยึดมั่นการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ​ โปร่งใส และให้ข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือน​ ทำให้ไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากมิตรประเทศ ที่แสดงความเห็นใจและสนับสนุนแนวทางของฝ่ายไทย​

 

นอกจากนี้​ วันนี้​กระทรวงการต่างประเทศ​ได้จัดการบรรยายสรุป​แก่คณะทูตและองค์การระหว่างประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 121 คน จาก 74 ประเทศ 1 องค์กร และอีก 16 องค์การระหว่างประเทศ เพื่อรายงานถึงผลการลงพื้นที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา​

 

ทั้งนี้ ขอส่งกำลังใจให้คณะผู้แทนไทยที่กำลังประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะกลับสู่โต๊ะเจรจา​ บนพื้นฐานของความสุจริตใจ เพื่อลดความตึงเครียด และแก้ไขปัญหาระหว่างกันอย่างสันติวิธี​

The post ศบ.ทก. เผย พบกัมพูชาเพิ่มกำลังหลายพื้นที่ ละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา บอกสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นโรคระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง บอกสถานการณ์ยังเปราะบาง ขอประชาชนอดทนรออยู่ในศูนย์พักพิงก่อน https://thestandard.co/border-panel-11-areas-secured/ Tue, 29 Jul 2025 07:57:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1101279

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ร. […]

The post ศบ.ทก. เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง บอกสถานการณ์ยังเปราะบาง ขอประชาชนอดทนรออยู่ในศูนย์พักพิงก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวถึงการตกลงหยุดยิงของทั้ง 2 ประเทศ เมื่อเวลา 24:00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทางการไทยยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงในพื้นที่ต่างๆ อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในคำสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้

 

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่ผ่านมา เมื่อเวลา 24:00 น. ได้มีการพิสูจน์ทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการกระทำที่จงใจละเมิดข้อตกลง และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และการกระทำของฝ่ายกัมพูชาทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการในการโต้ตอบภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเอง ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยฝ่ายไทยไม่ได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่ทำเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

 

นอกจากนี้ฝ่ายกัมพูชายังมีการใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบัง ซึ่งเป็นการละเมิดพันธะกรณีในการคุ้มครองทางวัฒนธรรมของสหประชาชาติ และอนุสัญญาภายใต้ยูเนสโกอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชายังมีการละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงที่กันไว้ จึงขอประณามการกระทำดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้

 

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนนั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันนี้ พื้นที่ที่ฝ่ายไทยสามารถควบคุมได้มีทั้งสิ้น 11 พื้นที่ ประกอบด้วย ภูมะเขือ, ช่องอานม้า, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, แนวเขตแดนช่องบก, โดนตวล, ช่องสัตตะโสม, ช่องจอม, ช่องสายตะกู, พระวิหาร และพลาญยาว

 

ขณะนี้มีผู้อพยพรวมทั้งสิ้น 188,729 คน และพลเรือนผู้ได้รับผลกระทบมีดังนี้:

 

  • เสียชีวิต 15 คน
  • บาดเจ็บสาหัส 12 คน
  • บาดเจ็บปานกลาง 13 คน
  • บาดเจ็บเล็กน้อย 13 คน

 

รวมผู้บาดเจ็บทั้งหมด 53 คน โดยเพิ่มขึ้นอีก 1 รายในจังหวัดสุรินทร์ ในจำนวนนี้มีผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 14 ราย ซึ่งแบ่งเป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 11 ราย
ขณะที่ สถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบมีทั้งสิ้น 20 แห่ง ปิดบริการทั้งหมด 13 แห่งและเปิดบางส่วน 7 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 175 แห่ง

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในระดับผู้บังคับบัญชาทหารในพื้นที่ เพื่อกำหนดกรอบปฏิบัติการทางทหาร ภายหลังการเจรจาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีข้อตกลงร่วมกัน 5 ประเด็น ได้แก่

 

  • หยุดยิง
  • ห้ามยิงใส่ประชาชน
  • หยุดเสริมกำลังพลเพิ่มเติม
  • ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังทหาร
  • อำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากพบการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข่าวปลอมจำนวนมาก จึงขอเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หากพบการละเมิดทางไซเบอร์ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามและดำเนินการในเรื่องนี้

 

ส่วน มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เรียกร้องให้ทางฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และโดยทันที และย้ำว่าการหยุดยิงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ กับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้

 

อย่างไรก็ตามขอให้ทางกัมพูชาดูแลคนไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา เช่นเดียวกับไทยที่จะดูแลคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงอดทนรอจนกว่าสถานการณ์จะสามารถให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังมีความเปราะบางอยู่

 

จากนี้ไทยต้องการเห็นความสุจริตใจของกัมพูชาในเรื่องของการหยุดยิงและการโจมตี โดยเฉพาะต่อพลเรือน และย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการรักษาธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน บนผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

The post ศบ.ทก. เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง บอกสถานการณ์ยังเปราะบาง ขอประชาชนอดทนรออยู่ในศูนย์พักพิงก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>