มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มัลลิกา-บุญมีตระกูล-มหาส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 Sep 2023 04:39:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 มัลลิกาประกาศลาออกจากประชาธิปัตย์ เว้นวรรคการเมือง ขอใช้ชีวิตส่วนตัว ทำ TikTok Live และมูลนิธิ https://thestandard.co/mallika-mahasook-announce-resign-from-democrat-party/ Thu, 21 Sep 2023 04:39:16 +0000 https://thestandard.co/?p=844158 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (21 กันยายน) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตสมาช […]

The post มัลลิกาประกาศลาออกจากประชาธิปัตย์ เว้นวรรคการเมือง ขอใช้ชีวิตส่วนตัว ทำ TikTok Live และมูลนิธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (21 กันยายน) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเว้นวรรคทางการเมือง โดยให้เหตุผลในการไปใช้ชีวิตส่วนตัว ขณะเดียวกันยังคงดำรงพื้นที่สาธารณะไว้เพียงช่องทางสื่อสารในแพลตฟอร์ม TikTok ในชื่อว่า mallikaboon จัดเป็นรูปแบบรายการวาไรตี้ทอล์กโชว์ มีผู้ติดตาม 1.18 แสนคน และยอดชม 1.5 ล้านวิว ในโปรไฟล์ โดยมัลลิกาจัดรายการถ่ายทอดสดเกือบทุกคืนหลังเวลา 20.00 น.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังมัลลิกา ได้รับคำตอบว่า กำลังให้คนเอาหนังสือลาออกไปยื่นที่สำนักงานพรรค เหตุผลคืออยากเว้นวรรคทางการเมืองและไปใช้ชีวิตส่วนตัว นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน ที่ทำประโยชน์ต่อสาธารณะในภาคประชาชนที่จะต้องขับเคลื่อนองค์กรและวางแผนงานกิจกรรมประจำปีโดยอิสระ 

 

อย่างไรก็ตาม มัลลิการะบุว่า ขณะนี้ตกผลึกทางความคิดแล้ว และต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัวให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้

The post มัลลิกาประกาศลาออกจากประชาธิปัตย์ เว้นวรรคการเมือง ขอใช้ชีวิตส่วนตัว ทำ TikTok Live และมูลนิธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาดที่ประชุม ปชป. เสนอชื่อ ‘อภิสิทธิ์-มัลลิกา-นราพัฒน์-ฐิฏา’ เลือกหัวหน้าพรรค https://thestandard.co/predicted-candidates-for-dem-party-leader/ Sun, 09 Jul 2023 07:19:03 +0000 https://thestandard.co/?p=814447 ประชุม พรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น […]

The post คาดที่ประชุม ปชป. เสนอชื่อ ‘อภิสิทธิ์-มัลลิกา-นราพัฒน์-ฐิฏา’ เลือกหัวหน้าพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม พรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จำนวน 41 คน โดยมีองค์ประชุมจำนวน 299 คน

 
 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าที่ประชุมจะเสนอชื่อผู้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น 4 คน

 
  1. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  2. มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
  3. นราพัฒน์ แก้วทอง
  4. พ.ท.หญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล
 

แต่ขณะนี้ที่ประชุมยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะมีการยกเว้นข้อบังคับข้อที่ 137 ที่ระบุให้ ส.ส. ปัจจุบัน 25 คน มีน้ำหนักในการลงคะแนน 70% และอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี และอดีตกรรมการบริหารพรรค มีน้ำหนักในการลงคะแนน 30% ให้เป็นการโหวต 1 สิทธิ 1 เสียง หรือไม่

The post คาดที่ประชุม ปชป. เสนอชื่อ ‘อภิสิทธิ์-มัลลิกา-นราพัฒน์-ฐิฏา’ เลือกหัวหน้าพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกาประกาศลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ หวังปฏิรูปพรรคจริงจังให้ยิ่งใหญ่ มั่นใจมีศักยภาพพลิกฟื้นพรรคได้ https://thestandard.co/mallika-announces-her-candidacy/ Sun, 09 Jul 2023 04:04:44 +0000 https://thestandard.co/?p=814353 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น […]

The post มัลลิกาประกาศลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ หวังปฏิรูปพรรคจริงจังให้ยิ่งใหญ่ มั่นใจมีศักยภาพพลิกฟื้นพรรคได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จำนวน 41 คน โดยมีองค์ประชุมจำนวน 299 คน

 

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ที่จะทำให้เห็นว่าเสรีภาพประชาธิปไตยที่แท้จริงอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ และเราเป็นหนึ่งคนที่จะได้แสดงศักยภาพให้ได้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตย และพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมืองที่มีรากเหง้าและดำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้นจึงต้องการความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนที่จะลงสมัคร และที่ผ่านมาพรรคได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงเจตจำนง 

 

มัลลิกากล่าวต่อว่า ตนเองตัดสินใจอยู่นานมาก และเมื่อพรรคต้องการบุคลากรที่หลากหลายตนจึงลงสมัครเพื่อต้องการทำเรื่องปฏิรูป เพราะเป้าหมายที่สูงที่สุดจะต้องมีการปฏิรูปพรรคอย่างจริงจัง ตอนที่เปิดตัวตั้งแต่ต้นไปออกรายการต่างๆ เราตั้งใจอยู่แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องทันสมัย จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงก็จะต้องปฏิรูปพรรคอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นการปฏิรูปพรรคอย่างจริงจังก็จะต้องการคนที่มีความเข้มแข็งทั้งจิตใจและภาวะต่างๆ ตนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่จะได้นำพาพรรคก้าวผ่านสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงให้ได้ และที่สำคัญการเป็นผู้นำจะต้องมีความเข้มแข็งทั้งจิตใจ การวางโครงสร้าง และความร่วมมือต่างๆ ดังนั้นเชื่อมั่นว่าการที่เรามีเจตจำนงในการทำงาน มั่นใจว่าคนที่เป็นแฟนคลับของพรรคจะได้มีความมั่นอกมั่นใจ รวมถึงมีกำลังใจต่อสู้ 

 

“ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ก้าวข้ามสิ่งต่างๆ ไปด้วยกัน” มัลลิกากล่าว 

 

มัลลิกากล่าวย้ำว่าจะไม่มีการถอนตัว และอยากสร้างปรากฏการณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีพระแม่ธรณีบีบมวยผม ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะมีผู้หญิงสักคน ไม่เพียงแต่การส่งชื่อไปในช่องทางต่างๆ แต่เราจะเอาจริงและจริงจังกับเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่าไม่ได้ปรึกษาหารือกับใครเฉพาะเจาะจง เนื่องจากการปรึกษาหรือไม่ปรึกษาพรรคก็ไม่จำกัดเสรีภาพอยู่แล้ว ตนเองมีคุณสมบัติครบ ที่สำคัญคืออยู่พรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2550 ทำงานให้พรรคมาโดยตลอด มั่นใจว่าศักยภาพของตนและทีมสามารถพลิกฟื้นประชาธิปัตย์ได้

 

“เราก็รู้ว่าสถานการณ์ค่อนข้างหนักและท้าทายมาก แต่ด้วยความที่พรรคประชาธิปัตย์เราต้องก้าวผ่านจุดนี้ไปให้ได้ เพื่อจะให้เกิดความยิ่งใหญ่ และจะนำประชาชนสามารถแก้วิกฤตสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเมือง วิกฤตความเชื่อมั่น วิกฤตปากท้อง การแตกแยกทางความคิด ดิฉันมั่นใจว่าวิกฤตที่ใหญ่ที่สุดคือวิกฤตของการแตกแยกทางความคิด ซึ่งเจนอย่างเราอยู่ตรงกลางระหว่างเจนใหม่กับเจนเก่า ดังนั้นหากมีจุดที่เราเชื่อมได้ มีความทันสมัย และใช้รูปแบบ เช่น การนำ AI และ IT มาปฏิรูปพรรคได้ เชื่อว่าเราจะฝ่าสถานการณ์นี้ไปให้ได้”

 

มัลลิกายังกล่าวอีกว่า ตนมีความมั่นใจในตัวเองอยู่แล้วว่าเราจะเป็นผู้หญิงคนเดียว ถ้าไม่มีการเสนอชื่อผู้หญิงคนอื่น และเรามีแผนปฏิรูปพรรคอย่างชัดเจนในการพาพรรคผ่านไปได้ และมั่นใจว่าสมาชิกพรรคจะเห็นจุดที่ต่างออกไป ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะเรื่องการนำพาพรรคไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างไรในอนาคต และเชื่อมประสานคนทุกรุ่นได้ จึงมั่นใจว่าเป็นแนวทางที่แปลกและแตกต่าง พร้อมย้ำอีกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงอุดมการณ์เช่นเดิม แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือเรื่องของยุคสมัยและเครื่องมือที่ใช้ การเข้าถึงประชาชนที่จะต้องเข้าหาประชาชนมากกว่าให้ประชาชนเข้าหา

The post มัลลิกาประกาศลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ หวังปฏิรูปพรรคจริงจังให้ยิ่งใหญ่ มั่นใจมีศักยภาพพลิกฟื้นพรรคได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาบอก ITV เป็นสื่อตั้งแต่จดทะเบียน คลิปประชุมผู้ถือหุ้น ITV ไม่ใช่ประเด็น ชี้พิธาถือหุ้นสื่ออยู่แล้ว ถือเองมา 17 ปี https://thestandard.co/mallika-pita-itv-shares/ Mon, 12 Jun 2023 07:45:06 +0000 https://thestandard.co/?p=802100 มัลลิกา บุญมีตระกูล

วันนี้ (12 มิถุนายน) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาบอก ITV เป็นสื่อตั้งแต่จดทะเบียน คลิปประชุมผู้ถือหุ้น ITV ไม่ใช่ประเด็น ชี้พิธาถือหุ้นสื่ออยู่แล้ว ถือเองมา 17 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล

วันนี้ (12 มิถุนายน) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน อดีตกรรมการบริหารและอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวีตข้อความกรณี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ถือหุ้นจำนวน 42,000 หุ้นของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ยังคงสถานะสื่ออยู่หรือไม่

 

ดร.มัลลิกาทวีตข้อความระบุว่า “เถียงอะไรกันนักคะ ไอทีวีเป็นสื่อตั้งแต่การจดทะเบียนวัตถุประสงค์บริษัท สิ้นสุดกระแสความที่ตรงนี้ค่ะ ไม่ต้องเถียงกันหรือหาหลักฐานอะไรมาว่าไอทีวีจะกลับมาเป็นสื่ออีกหรือไม่

 

“พิธาหรือใครที่ถือหุ้นสื่อโดยที่จะเป็นโทรทัศน์หรือจะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์เป็นสื่อและยังไม่ได้ปิดบริษัท ต่างก็ล้วนกระทำผิดไปแล้ว การโอนหุ้นออกอันนั้นเพื่ออนาคตที่ยังมาไม่ถึง ปิดไม่มิดกับการกระทำที่เกิดขึ้นไปแล้ว

 

“ดังนั้นการจะจับโกหกนิกม์ (นิกม์ แสงศิรินาวิน อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย) หรือการจะเอาผู้สื่อข่าวคนใดมาเปิดหลักฐานใดก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ถือหุ้นสื่อ ถืออยู่ ถือแล้ว ถือเอง 17 ปี ส่วนเรื่องไอทีวีเขาจะกลับมาเป็นสื่อหรือทำธุรกรรมอะไรของเขามันเป็นเรื่องที่เขาพยายามมานานแล้วตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพิธาหรือผู้ใด พิธาไม่ได้สำคัญมากขนาดที่ไอทีวีต้องวางแผนตั้งแต่ปี 2553 มั้ง

 

“การถือหุ้นสื่อในบริษัทที่จดวัตถุประสงค์เป็นสื่อจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะสมัคร ส.ส. และเมื่อเทียบกับคนของพรรคไทยภักดีก่อนหน้านี้เขามีหุ้นสื่อช่องหนึ่งเพียงแค่ 1 หุ้น = 5 บาท เขาก็โดนตัดสิทธิไปแล้วเรียบร้อย และว่า สุรโชค ลงสมัคร ส.ท. ตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ทั้งที่ตนเองมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถือหุ้นในบริษัท อสมท.จำนวน 1 หุ้น มูลค่า 5 บาท ตัดสิทธิไปแล้วจ้า”

 

อ้างอิง:

The post เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาบอก ITV เป็นสื่อตั้งแต่จดทะเบียน คลิปประชุมผู้ถือหุ้น ITV ไม่ใช่ประเด็น ชี้พิธาถือหุ้นสื่ออยู่แล้ว ถือเองมา 17 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาแนะรัฐบาลก้าวไกลถอดเรื่องแก้ไข-ยกเลิก ม.112 ออกไป การโหวตพิธาเป็นนายกฯ จะง่ายขึ้น https://thestandard.co/mallika-mahasuk-move-forward-party-m112/ Sun, 21 May 2023 06:47:15 +0000 https://thestandard.co/?p=793312 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (21 พฤษภาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรม […]

The post เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาแนะรัฐบาลก้าวไกลถอดเรื่องแก้ไข-ยกเลิก ม.112 ออกไป การโหวตพิธาเป็นนายกฯ จะง่ายขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (21 พฤษภาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และการหาเสียงต่อว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อโหวตเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นดูจะไม่ราบรื่น หากพิธาและพรรคก้าวไกลไม่ถอดนโยบายเรื่องการปฏิรูปสถาบัน โดยผ่านการแก้ไขและยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันเป็นการรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยการคุ้มครององค์พระประมุขของประเทศออกไป

 

มัลลิกากล่าวต่อไปว่า จากการที่สอบถาม ส.ว. บางคน ทราบว่าเงื่อนไขสำคัญคือติดขัดเรื่องนี้เป็นสาระสำคัญ หากพิธาและคณะปลดล็อกเรื่องนี้ออกไปก็เชื่อว่า ส.ว. จะโหวตให้แล้วไปเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรี จัดบุคคลเป็นคณะรัฐมนตรีเข้ากุมอำนาจบริหารประเทศได้

 

มัลลิกากล่าวด้วยว่า ในฐานะตนเป็นอดีต ส.ส. ทราบว่าพิธาและคณะจะไปผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 ในสภา หลังจากที่ได้เสนอค้างไว้ในสมัยที่แล้ว ซึ่งไม่สามารถบรรจุเป็นวาระได้ เพราะประธานสภา ชวน หลีกภัย เห็นว่ายังมีข้อโต้แย้งว่าขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจทานเอกสารร่างกฎหมายโดยละเอียด จะเห็นชัดว่าการแก้ไขของพรรคก้าวไกลที่เสนอร่างฯ ไว้นั้นเป็นการยกเลิกการคุ้มครองสถาบันหลักของชาติโดยสิ้นเชิง มาตราที่เคยคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าด้วยมาตรา 112 ที่ระบุว่า ‘ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการฯ มีโทษจำคุก 3-15 ปี ไม่มีปรับตรงนี้ จะไม่มีอีกต่อไป แต่เขาจะเปลี่ยนเป็นมาตรา 135/5 หมิ่นในหลวงมีโทษเพียงจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และมาตรา135/6 หมิ่นพระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการฯ โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

 

นัยสำคัญของกฎหมาย หากโทษน้อยก็จะเหมือนกับบุคคลทั่วไป คือในกฎหมายอาญานั้นที่สุดของคดีสามารถเป็นเพียงการรอลงอาญา ซึ่งก็ไม่ต้องติดคุกจริงหรือเป็นเพียงการปรับเท่านั้น แปลตรงๆ คือกฎหมายของคณะเขาเปิดกว้างให้หมิ่นในหลวง พระราชินี องค์รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการฯ ได้โดยอาจไม่มีโทษ และในมาตรา 135/7 สามารถอ้างได้ คือถ้าวิจารณ์โดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะจะไม่มีความผิด มาตรา 135/8 ถ้าทำผิดหรือได้ดูหมิ่นไปแล้ว แต่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริงหรืออ้างได้ว่าเป็นความจริงและไม่ใช่เรื่องส่วนตัวก็ได้ อันนี้ก็ไม่ต้องรับโทษ

 

มาตรา 135/9 เป็นความผิดอันยอมความได้ คือนำกฎหมายพิทักษ์องค์ประมุขออกจากหมวดความมั่นคง ออกจากอาญาแผ่นดิน และผู้เสียหายก็ไม่ใช่ในหลวง พระราชินี แต่ให้ถือว่าสำนักพระราชวังเป็นผู้เสียหาย ก็ให้ร้องทุกข์และเป็นคู่ความ แต่ในมาตรานี้ห้ามมีพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย (ห้ามลงชื่อ) ในฐานะคู่ความ คือตัดสิทธิไม่ให้ในหลวง พระราชินี ซึ่งคือผู้เสียหายที่แท้จริงสู้คดี และมาตรา 198 ผู้ใดหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการตัดสินคดีหรือการขัดขวางการพิจารณาคดีของศาล ให้มีโทษปรับ 20,000-140,000 บาท

 

“ร่างฉบับแก้ไขของพวกเขาคือการให้พระมหากษัตริย์มีสถานะทางกฎหมายเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ดูหมิ่นไปแล้วไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ไม่เป็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการฯ และไม่เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ขณะที่รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับกำหนดไว้ชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ แล้วถ้าละเมิดได้เช่นนี้จะแปลว่าอะไร” มัลลิกากล่าว

 

มัลลิกากล่าวทิ้งท้ายว่า สาเหตุที่ ส.ว. จำนวนมากอาจจะไม่โหวตให้ หรือ Vote No เพราะอำนาจหน้าที่ในการเป็น ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญที่สำคัญๆ คือการกลั่นกรองกฎหมาย การพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตรงนี้คือหน้าที่หลักของเขา และนี่ยังไม่นับกรณีคุณสมบัติเรื่องการถือหุ้นสื่อด้วย แล้วถ้ารวมถึงหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ คือองค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

 

ขณะที่มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำคัญยิ่งคือมาตรา 1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้

The post เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาแนะรัฐบาลก้าวไกลถอดเรื่องแก้ไข-ยกเลิก ม.112 ออกไป การโหวตพิธาเป็นนายกฯ จะง่ายขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาชี้ ปชป. ต้องเปลี่ยน บนจุดยืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้กำลังใจพิธาดีลตั้งรัฐบาล https://thestandard.co/mallika-on-democrats-standpoint/ Wed, 17 May 2023 08:32:07 +0000 https://thestandard.co/?p=791659

วันนี้ (17 พฤษภาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรม […]

The post เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาชี้ ปชป. ต้องเปลี่ยน บนจุดยืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้กำลังใจพิธาดีลตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 พฤษภาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ระหว่างที่พรรคการเมืองผู้ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 กำลังพยายามจัดตั้งรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในสมการนี้ โดยส่วนตัวเห็นว่านี่เป็นบททดสอบของว่าที่นายกรัฐมนตรี ผู้จะบริหารประเทศจะต้องผ่านให้ได้ นั่นคือทักษะการเจรจาและทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งก็ขอให้กำลังใจ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล และเป็นเรื่องของผู้นำพรรคก้าวไกลที่เขาจะได้แสดงศักยภาพนั้นให้ประชาชนได้เห็น แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์โดยส่วนตัวเห็นว่า ควรให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 25 คนที่ประชาชนเลือกมา และรอดพ้นจากสถานการณ์ยุคดิสรัปชันครั้งนี้

 

“ดิฉันนับถือคนที่รอดเข้ามาเป็นผู้แทนฯ จากเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงหรือปรากฏการณ์ดิสรัปชันครั้งนี้เหลือเกิน วันนี้ถ้าเขาเทียบพรรคเราเป็นเหมือนฟิล์ม Kodak ในยุคที่กล้องฟิล์มนั้นโดดเด่น และแม้จะมีจุดเด่นหรือคงจุดเด่นคือความคมชัดและละเอียดไว้ แต่ยุคสมัยคนเขาก็ใช้กล้องดิจิทัลและกล้องมือถือมากที่สุดอยู่ดี ดิฉันไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจนล้มละลายไปเหมือนแบรนด์ Kodak” มัลลิกากล่าว

 

มัลลิกากล่าวต่อไปว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีนวัตกรรม มีความคิดใหม่ และมีเสรีภาพ ซึ่งผู้นำของแต่ละประเทศและผู้นำของโลกจะต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อเป็นหลักที่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) เคยให้ไว้ แต่ในทางปฏิบัติ คนยึดหลักนี้ไม่ได้ทำ แล้วคนที่ทำก็ไม่ได้ยึดหลักนี้ เพราะโลกยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีกติกาใหม่ๆ ระเบียบใหม่ๆ มากขึ้น 

 

เพราะฉะนั้นทางเลือกสำหรับการทำงานการเมืองของเธอและหลายคนนับจากนี้ต่อไปคือ

 

  1. เว้นวรรคทางการเมือง เพราะก็มีเรื่องอื่นที่จะต้องไปทำ

 

  1. เดินหน้ากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ โดยระดมพลปฏิรูปพรรคเคียงข้างประชาชน 

 

และถ้าจะเลือกทางเลือกที่ 2 ก็ต้องเริ่มใหม่ หารือคนรุ่นใหม่ที่ยังสนใจทำงานการเมืองในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ใครคิดคนนั้นลงมือทำ และแบ่งหมวดการทำงาน 3 ขาในรูปแบบบุคลากรไม่ต้องทับซ้อนกันคือ

 

  1. ที่ยืนในสภา ให้เสรีภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำงานในสภานิติบัญญัติได้อย่างเต็มที่

 

  1. ที่ยืนในรัฐบาล (ถ้ามี) ให้อำนาจการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารในรัฐบาลอย่างเต็มที่ 

 

  1. ที่ยืนในพรรค ให้บุคลากรมีอำนาจและเสรีภาพในการบริหารจัดการและตัดสินใจ เพื่อสร้างศรัทธา ความนิยม และผลักดันนโยบายอย่างเต็มที่ 

 

มัลลิกากล่าวต่ออีกว่า เราต้องพร้อมหันส่องทะลุกระจกให้เห็นอนาคตให้ได้ และขณะนี้ในส่วนที่สำคัญที่สุดคือข้อ 3 ซึ่งจะเป็นฝ่ายที่ทำงานหนักอย่างมากในสถานการณ์หลังจากนี้ เพราะจะต้องสร้างความนิยม ความศรัทธาให้เข้ากับยุคสมัย และไปกับคนรุ่นใหม่และคนทุกกลุ่มได้อย่างมีศิลปะทันโลก และไม่อคติ ไม่นำอัตตามาเป็นตัวตั้ง ลดความยึดมั่นถือมั่น เพื่อสร้างความร่วมมือและสามัคคี และจะต้องเป็นการทำงานเป็นทีม แบ่งงาน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างบูรณาการที่สุด ซึ่งนี่จะเป็นทางเลือกและเป็นทางรอดของพรรคประชาธิปัตย์

 

“ทั้งนี้จะดำรงไว้ซึ่งหลักการแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนเป็นใหญ่ และดำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งถ้าไม่ใช่ทิศทางนี้ ดิฉันก็จะไม่เอาด้วย แต่ถ้าจะเดินหน้าปฏิรูปและยอมรับสิ่งที่ประชาชนให้ฉันทมติมา ก็จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ใครเห็นด้วยเราจะแลกเปลี่ยนกัน” มัลลิกากล่าวในที่สุด

The post เลือกตั้ง 2566 : มัลลิกาชี้ ปชป. ต้องเปลี่ยน บนจุดยืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้กำลังใจพิธาดีลตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดีเบต 4 นักการเมืองหญิง ผ่าน ‘นโยบายสะท้อนจุดยืนพรรค’ | THE STANDARD NOW MINI DEBATE https://thestandard.co/thestandardnow240466/ Mon, 24 Apr 2023 12:21:56 +0000 https://thestandard.co/?p=780730

ดีเบต 4 นักการเมืองหญิง ผ่าน ‘นโยบายสะท้อนจุดยืนพรรค’ | […]

The post ชมคลิป: ดีเบต 4 นักการเมืองหญิง ผ่าน ‘นโยบายสะท้อนจุดยืนพรรค’ | THE STANDARD NOW MINI DEBATE appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดีเบต 4 นักการเมืองหญิง ผ่าน ‘นโยบายสะท้อนจุดยืนพรรค’ | THE STANDARD NOW MINI DEBATE

 

คุยกับ

 

  • ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย
  • อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล
  • ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ
  • ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. (เขตบางพลัด-บางกอกน้อย) พรรคพลังประชารัฐ

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันนี้ 24 เมษายน เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ดีเบต 4 นักการเมืองหญิง ผ่าน ‘นโยบายสะท้อนจุดยืนพรรค’ | THE STANDARD NOW MINI DEBATE appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกาท้วง พ.ร.บ.คุมสื่อ ของรัฐบาล นำไปสู่ความขัดแย้ง ไม่ตกผลึกทางความคิด สะท้อนการใช้อำนาจแทรกแซงความอิสระ https://thestandard.co/mallika-protests-media-control-act/ Tue, 07 Feb 2023 07:31:02 +0000 https://thestandard.co/?p=747034

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิก […]

The post มัลลิกาท้วง พ.ร.บ.คุมสื่อ ของรัฐบาล นำไปสู่ความขัดแย้ง ไม่ตกผลึกทางความคิด สะท้อนการใช้อำนาจแทรกแซงความอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 8 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 เป็นพิเศษ บรรจุวาระวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 นั้นเป็นการที่ทั้งสองสภาจะต้องพิจารณาพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และเป็นการค้างมาจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565

 

โดยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ฉบับนี้ที่เสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อบรรจุนั้น ลงลายมือเสนอโดย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบให้กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเป็นเจ้าภาพดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 บัดนี้ผ่านเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วก็นำเข้าสู่การพิจารณาอย่างรวบรัด ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ ส.ส. และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อย่างกว้างขวาง รวมทั้งแวดวงสื่อมวลชนด้วย

 

มัลลิกากล่าวว่า ที่เห็นได้ชัดคือสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยออกมาคัดค้านกฎหมายนี้และเรียกว่ากฎหมายควบคุมสื่อ ส่วนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ออกแถลงการณ์เสนอให้ถอนร่างนี้ออกไป และให้เอาไปชี้แจงต่อสาธารณะเสียก่อนด้วย

 

“เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่และสมาชิกจำนวนมากแสดงออกอย่างชัดเจนโดยการไม่เข้าร่วมประชุม ส่วนด้านนอกสภาก็มีการออกแถลงการณ์ ก็ชัดเจนว่าการนำเสนอกฎหมายฉบับนี้ของรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่นำไปสู่ความขัดแย้งและเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ไม่ตกผลึกทางความคิด และที่สำคัญที่สุดคือใช้เวลาร่างที่ยาวนาน ขณะที่บริบทของสังคมและบริบทของสื่อและนวัตกรรมของสื่อก็เปลี่ยนแปลงไปไกลแล้ว” มัลลิกากล่าว

 

มัลลิกากล่าวต่อไปว่า ทุกฝ่ายแสดงความห่วงใยเรื่องนี้รวมทั้งตนด้วย เพราะในฐานะที่เคยประกอบวิชาชีพนักสื่อสารสื่อมวลชน ก็มีความกังวลในประเด็นการเปิดช่องให้รัฐใช้อำนาจแทรกแซงความอิสระของสื่อมวลชนและทำลายกลไกการกำกับดูแลกันเอง ซึ่งตรงจุดนี้คือเกียรติยศของนักสื่อสารมวลชน และจุดนี้เองที่เรียกว่าจริยธรรม คุณธรรม แต่ในกฎหมายไม่สามารถนิยามสาระสำคัญนี้ได้ จึงไม่แปลกใจที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะนักสื่อสารมวลชนจะไม่ยอม

 

โดยเฉพาะที่มาของคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน และที่มาของรายได้สภาวิชาชีพสื่อมวลชน เพราะร่าง พ.ร.บ. ระบุในบทเฉพาะกาลให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคณะกรรมการในวาระเริ่มแรก รวมทั้งให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ทุนประเดิมและจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่าย รวมถึงเงินที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ปีละไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท ที่มาเหล่านี้ล้วนจะนำไปสู่การเข้าควบคุมสื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตนจึงเห็นว่าอะไรก็ตามที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งควรจะยุติและกลับไปทบทวน

 

“อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับคณะรัฐมนตรีในชุดปัจจุบันด้วยเช่นกัน อันเนื่องมาจากว่ากฎหมายฉบับนี้ร่างมาตั้งแต่ปี 2560 คือก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดปัจจุบันแล้วร่างมาต่อเนื่องทะลุมิติจนถึงรัฐบาลนี้ ขณะที่ผู้รับผิดชอบหลักคือนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ลงชื่อเสนอมาตอนที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี” มัลลิกากล่าว

The post มัลลิกาท้วง พ.ร.บ.คุมสื่อ ของรัฐบาล นำไปสู่ความขัดแย้ง ไม่ตกผลึกทางความคิด สะท้อนการใช้อำนาจแทรกแซงความอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดใจ ‘มัลลิกา’ หลังเป็น ส.ส. ครั้งแรก ยอมรับปี 62 รู้ไม่ได้เป็นระเบิดลงที่พรรค! | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow310865-2/ Wed, 31 Aug 2022 14:24:57 +0000 https://thestandard.co/?p=674712 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

เปิดใจ ‘มัลลิกา’ หลังเป็น ส.ส. ครั้งแรก ยอมรับปี 62 รู้ […]

The post ชมคลิป: เปิดใจ ‘มัลลิกา’ หลังเป็น ส.ส. ครั้งแรก ยอมรับปี 62 รู้ไม่ได้เป็นระเบิดลงที่พรรค! | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

เปิดใจ ‘มัลลิกา’ หลังเป็น ส.ส. ครั้งแรก ยอมรับปี 62 รู้ไม่ได้เป็นระเบิดลงที่พรรค!

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: เปิดใจ ‘มัลลิกา’ หลังเป็น ส.ส. ครั้งแรก ยอมรับปี 62 รู้ไม่ได้เป็นระเบิดลงที่พรรค! | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เตรียมรับแรงกระแทก ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม ขึ้นแล้ว-ลงได้ไหม? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow310865/ Wed, 31 Aug 2022 12:37:51 +0000 https://thestandard.co/?p=674677 ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม

LIVE: เตรียมรับแรงกระแทก ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม ขึ้นแล้ว-ล […]

The post ชมคลิป: เตรียมรับแรงกระแทก ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม ขึ้นแล้ว-ลงได้ไหม? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม

LIVE: เตรียมรับแรงกระแทก ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม ขึ้นแล้ว-ลงได้ไหม?

 

ร่วมพูดคุยกับ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อ ปชป. และอดีตที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ หลังค่าไฟฟ้าจะปรับเพิ่มค่าเอฟที 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย (รอบเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565) และก๊าซหุงต้มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 1 บาท ส่งผลให้ถัง 15 กิโลกรัม ราคาพุ่งเป็น 408 บาทต่อถัง ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับเปิดใจหลังจากวันนี้รายงานตัวในฐานะ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่สภาเป็นครั้งแรก

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันนี้ 31 สิงหาคม เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: เตรียมรับแรงกระแทก ค่าไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม ขึ้นแล้ว-ลงได้ไหม? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา รายงานตัวเข้าสภาวันแรก พร้อมทำงานเต็มที่ อวย จุรินทร์ นำทัพ ปชป. ร่วมรัฐบาล 3 ปี ทำนโยบายสัมฤทธิ์ผล https://thestandard.co/mallika-first-day/ Wed, 31 Aug 2022 04:09:17 +0000 https://thestandard.co/?p=674296 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา มัลลิกา บุญมีตระกูล […]

The post มัลลิกา รายงานตัวเข้าสภาวันแรก พร้อมทำงานเต็มที่ อวย จุรินทร์ นำทัพ ปชป. ร่วมรัฐบาล 3 ปี ทำนโยบายสัมฤทธิ์ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าสภาพร้อมกล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างดี หลังจากนี้หากมีอะไรที่แนะนำตน สามารถแนะนำได้เลย ตนพร้อมเปิดรับ 

 

สำหรับการมารายงานตัววันนี้มีความตั้งใจว่า หลังจากการปฏิญาณตนจะเข้าไปขอคำแนะนำจาก ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ในสภาอีกมากมาย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และดีที่สุด ทั้งนี้ ตนตั้งใจจะดูวาระการประชุมทุกแมตช์ และดูปัญหา หรือกฎหมายที่ประชาชนเคยฝากความหวังไว้ตั้งแต่การลงพื้นที่ หรือการปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตนคิดว่าจะนำความรู้ความสามารถมาบูรณาการเพื่อให้เป็นประโยชน์

 

ส่วนกรณีที่มี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ดึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปอยู่ในความดูแลของพรรคนั้น มัลลิกากล่าวว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลด้วยจุดประสงค์ 3 อย่าง และได้สัมฤทธิ์ผลทั้ง 3 อย่างแล้ว โดยใน 1 อย่างนั้นคือการผลักดันนโยบายที่เกี่ยวกับเกษตรกร คือนโยบายประกันรายได้ โดยกระทรวงหลักที่รับผิดชอบคือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นพันธกิจของพรรค และเป็นความมุ่งมั่นต่อประชาชน

 

ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ที่จะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ แต่ประชาชนจะยืนหยัดอยู่เคียงข้าง เพราะนโยบายประกันรายได้ใน 3 ปีที่ผ่านมา จุรินทร์ได้ผลักดันอย่างสัมฤทธิ์ผลแล้ว

 

มัลลิกากล่าวต่ออีกว่า เชื่อมั่นว่า ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดจะต้องฟังประชาชน ส่วนเรื่องที่มีการเรียกร้อง การพูดคุย หรือหารือ เป็นเสียงสะท้อนของแต่ละคนที่จะมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับการหารือเพื่อหาความตกผลึก และการยอมรับซึ่งกันและกัน

 

ซึ่งในวันนี้ เจือ ราชสีห์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2565 เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเจือได้รับการเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทน นราพัฒน์ แก้วทอง ที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2565

The post มัลลิกา รายงานตัวเข้าสภาวันแรก พร้อมทำงานเต็มที่ อวย จุรินทร์ นำทัพ ปชป. ร่วมรัฐบาล 3 ปี ทำนโยบายสัมฤทธิ์ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐสภาประกาศรับรอง ‘มัลลิกา-เจือ’ เป็น ส.ส. ประชาธิปัตย์แล้ว เตรียมรายงานตัว เข้าปฏิญาณตน https://thestandard.co/mallika-boonmeetrakool/ Mon, 29 Aug 2022 11:52:15 +0000 https://thestandard.co/?p=673576 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (29 สิงหาคม) เวลา 15.00 น. ชวน หลีกภัย ประธานสภา […]

The post รัฐสภาประกาศรับรอง ‘มัลลิกา-เจือ’ เป็น ส.ส. ประชาธิปัตย์แล้ว เตรียมรายงานตัว เข้าปฏิญาณตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

วันนี้ (29 สิงหาคม) เวลา 15.00 น. ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามออกประกาศสภาผู้แทนราษฎร เลื่อนบัญชีรายชื่อผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ภายหลังจากที่ นราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ ไชยยศ จิรเมธากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธืปัตย์ ลาออกจากการดำรงตำแหน่ง ส.ส.  

 

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามประกาศเลื่อนผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปของพรรคได้แก่ เจือ ราชสีห์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 29 และ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 30 มาเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป 

 

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ สำนักงานเลขาธิการจะนำประกาศสภาผู้แทนราษฎรลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมาย และจะได้นัดหมาย 2 ส.ส. ได้เข้ารายงานตัวและกล่าวคำปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไปภายใน 7 วัน

The post รัฐสภาประกาศรับรอง ‘มัลลิกา-เจือ’ เป็น ส.ส. ประชาธิปัตย์แล้ว เตรียมรายงานตัว เข้าปฏิญาณตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลื่อน ‘มัลลิกา’ ขึ้นเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ หลังมี ส.ส. ลาออก รอมานานถึง 17 ปีบนถนนการเมือง https://thestandard.co/mallika-democrat-party/ Fri, 26 Aug 2022 11:37:49 +0000 https://thestandard.co/?p=672590 พรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (26 สิงหาคม) หลังจาก นราพัฒน์ แก้วทอง และ ไชยยศ […]

The post เลื่อน ‘มัลลิกา’ ขึ้นเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ หลังมี ส.ส. ลาออก รอมานานถึง 17 ปีบนถนนการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (26 สิงหาคม) หลังจาก นราพัฒน์ แก้วทอง และ ไชยยศ จิรเมธากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. วานนี้ (25 สิงหาคม) 

 

มีรายงานว่าตามกฎหมายแล้วนั้นจะส่งผลให้ เจือ ราชสีห์ ผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 29 และ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 30 เลื่อนขี้นมาแทนทันที 

 

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่า เจือซึ่งไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองอื่นอยู่ และมัลลิกาที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่นั้น จะรายงานตัวต่อสภาเมื่อใด

 

อย่างไรก็ตาม ส.ส. ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประกาศให้ผู้มีรายชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน

 

สำหรับมัลลิกาที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นผู้ช่วย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน

 

สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงมหานคร และผู้บริหารระดับสูงธรรมศาสตร์เพื่อสังคม 

 

เคยเป็นทั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเมื่อปี 2553 และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเมื่อปี 2551 โดยที่ผ่านมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับต้นของรัฐบาลมาโดยตลอด

 

เมื่อปี 2563 ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงพาณิชย์ยกให้เป็นบุคคลสุดยอดแห่งปีด้านได้ใจสื่อมวลชนกระทรวงพาณิชย์ที่สุด และปี 2564 ทีมมัลลิกาเป็นทีมที่ครองใจสื่อมวลชนพาณิชย์ที่สุด 2 ปีซ้อนเช่นกัน

The post เลื่อน ‘มัลลิกา’ ขึ้นเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ หลังมี ส.ส. ลาออก รอมานานถึง 17 ปีบนถนนการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์หารือผู้เลี้ยง ได้ข้อสรุปตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ฟองละ 2.90 บาท ผู้ประกอบการเผยหากต้นทุนเพิ่มสูงต้องถกใหม่ทันที https://thestandard.co/moc-commerce-discusses-farmer-concluded-price-of-eggs/ Thu, 13 Jan 2022 10:03:20 +0000 https://thestandard.co/?p=582164 ไข่ไก่

วันนี้ (13 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา […]

The post พาณิชย์หารือผู้เลี้ยง ได้ข้อสรุปตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ฟองละ 2.90 บาท ผู้ประกอบการเผยหากต้นทุนเพิ่มสูงต้องถกใหม่ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไข่ไก่

วันนี้ (13 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้นโยบายกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขอให้ตรึงราคาไข่ไก่ไปก่อน และให้กรมการค้าภายในไปหารือกับผู้เลี้ยง 

 

จากนั้นกรมการค้าภายในได้หารือผู้เลี้ยงเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น จากนั้นให้ผู้เลี้ยงไปจัดทำข้อมูลรายละเอียดต้นทุน และนำมาหารือกันอีกครั้งวันนี้ โดยมี วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน จนได้ข้อยุติ

 

“จากการหารือ ได้ข้อตกลงตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ 2.90 บาทต่อฟอง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และได้แถลงข่าวย้ำแล้วว่าขอให้ร้านค้า แผงไข่ ต้องลดราคาลงตามด้วย ส่วนทางด้านผู้เลี้ยงย้ำว่า หากวัตถุดิบขึ้นไม่หยุดจะขอหารือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทันที แต่ระหว่างนี้ร่วมมือกับกระทรวงในการตรึงราคาช่วยประชาชนไปก่อน” มัลลิกากล่าว 

 

ด้านวัฒนศักย์กล่าวว่า ทางกรมการค้าภายในได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่แปดริ้ว สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มน้ำน้อย ผู้ผลิตรายใหญ่ กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยผู้เลี้ยงไก่ไข่จะให้ความร่วมมือตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ 2.90 บาท ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงสถานการณ์ด้านต้นทุนของผู้เลี้ยง พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นจริง โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งจะหารือกับผู้ผลิตอาหารสัตว์ และหาทางช่วยเหลือในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้เลี้ยงต่อไป

 

หลังจากนี้ได้ให้ทางสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศตรวจติดตามสำหรับการจำหน่ายไข่ไก่ เมื่อผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้ปรับราคาไข่คละลงมาแล้ว ผู้จำหน่ายส่งและปลีกจะต้องปรับลดราคาไข่ไก่ลงมาด้วย หากประชาชนพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

 

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ วันที่ 10 มกราคม 2565 ผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้แจ้งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเป็นฟองละ 3 บาท เพิ่มขึ้นจากฟองละ 2.80 บาท หรือราคาปรับเพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท ทำให้แผงขายไข่ไก่ ร้านค้าจำหน่ายไข่ไก่ ได้ปรับราคาขึ้นทันที แต่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้ตรึงราคาไปก่อน และให้กรมการค้าภายในไปหารือกับผู้เลี้ยง 

 

ด้าน นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ที่ผ่านมา วัตถุดิบในการเลี้ยงไก่ไข่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เลี้ยงแบกรับต้นทุนไม่ไหว จึงได้ประกาศขอปรับเพิ่มราคาไข่คละหน้าฟาร์มเป็นฟองละ 3 บาท แต่เมื่อได้มีการหารือกับกรมการค้าภายใน สมาคมที่เลี้ยงไก่ไข่เข้าใจปัญหาและผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนจากการปรับขึ้นราคาไข่ไก่เป็นอย่างดี จึงได้ตกลงร่วมมือลดราคาไข่คละลงมาอยู่ที่ฟองละ 2.90 บาท จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ หากราคาวัตถุดิบในการเลี้ยงไก่ไข่ยังขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่จะกลับมาหารือกับกรมการค้าภายในอีกครั้ง

The post พาณิชย์หารือผู้เลี้ยง ได้ข้อสรุปตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ฟองละ 2.90 บาท ผู้ประกอบการเผยหากต้นทุนเพิ่มสูงต้องถกใหม่ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาม่า สินค้ามวลชน ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ผู้บริโภค https://thestandard.co/mama-instant-noodles-not-increase-price/ Wed, 12 Jan 2022 06:40:49 +0000 https://thestandard.co/?p=581651 MAMA

วันนี้ (12 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา […]

The post มาม่า สินค้ามวลชน ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAMA

วันนี้ (12 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ล่าสุดผู้บริหารของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า’ ได้ยืนยันกับกระทรวงพาณิชย์ว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคามาม่าซอง ซึ่งเป็นสินค้ามวลชนและเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดทั้งประเทศ เพื่อเป็นการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนคนไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน 

 

“ทางผู้ผลิตมาม่ายืนยันว่าจะไม่ขึ้นราคา เพราะอยากจะเป็นผู้นำในการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า แม้ว่าต้นทุนในการผลิตจะเพิ่มขึ้น ทั้งราคาน้ำมันปาล์มและแป้งข้าวสาลี โดยทางผู้ผลิตจะบริหารจัดการต้นทุนและเกลี่ยต้นทุนภายในเอง เพื่อไม่ให้ต้องปรับขึ้นราคาจนกระทบกับผู้บริโภค ถือว่าเป็นข่าวดี และกระทรวงพาณิชย์จะแสวงหาความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อตรึงราคาและลดค่าของชีพให้กับประชาชน” มัลลิกากล่าว

 

มัลลิกาเปิดเผยอีกว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ไปหารือกับผู้ผลิตรายอื่นๆ ขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยให้เน้นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ

The post มาม่า สินค้ามวลชน ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ราคาชุดตรวจ ATK เผยล่าสุดราคาปรับลงแล้ว ย้ำเป็นสินค้าควบคุม พบค้ากำไรเกินควรจัดการเด็ดขาด https://thestandard.co/moc-monitor-price-situation-of-atk-test-kits/ Mon, 10 Jan 2022 04:11:48 +0000 https://thestandard.co/?p=580662 ATK

วันนี้ (10 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา […]

The post พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ราคาชุดตรวจ ATK เผยล่าสุดราคาปรับลงแล้ว ย้ำเป็นสินค้าควบคุม พบค้ากำไรเกินควรจัดการเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ATK

วันนี้ (10 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาและสถานการณ์จำหน่ายชุดตรวจโควิดแบบหาแอนติเจนด้วยตนเอง (ATK) เพราะมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นภายหลังความต้องการใช้เพิ่มขึ้นว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่าย ATK อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ที่กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ขายได้ในท้องตลาด ทั้งการขายแบบออฟไลน์ ร้านขายยาทั่วไป และการขายผ่านออนไลน์ ถ้าประชาชนพบเห็นผู้ค้ารายใดขายราคาแพงเกินสมควรหรือค้ากำไรเกินควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจริง จะมีความผิดตามมาตรา 29 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

จากรายงานของ วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน แจ้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า จากการติดตามราคาและสถานการณ์การขาย ATK พบว่า ในช่วงปลายปีต่อต้นปี บางยี่ห้อราคาสูงขึ้นเล็กน้อย เพราะความต้องการใช้ที่สูงขึ้น และสินค้าอยู่ระหว่างการสั่งซื้อและจัดส่ง ทำให้สินค้ามีน้อย แต่ขณะนี้ราคาลดลงมาอยู่ในระดับปกติแล้ว โดยทางออนไลน์ราคามีตั้งแต่ชุดละ 38, 45, 73 หรือกว่า 100 บาท ส่วนร้านขายยา ราคาหลากหลายเช่นกัน ตั้งแต่ชุดละ 40, 95 หรือกว่า 100 บาท คาดว่าราคาจะทรงตัวในระดับนี้ หรืออาจจะลดลงได้อีก หากมีการนำเข้ามาขายในตลาดมากขึ้น          

 

ทั้งนี้ ชุดตรวจ ATK ถือเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และยังใช้มาตรการแจ้งข้อมูลและจัดทำบัญชีคุมสินค้าชุดตรวจ ATK โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ต้องแจ้งข้อมูลสินค้าต่อกรมการค้าภายใน ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ทางการค้า เลขรหัสสินค้า ล็อตที่ผลิต ขนาดบรรจุ กำลังการผลิต แหล่งนำเข้า ปริมาณการผลิต-นำเข้า-จำหน่าย ต้นทุน ค่าใช้จ่าย ราคาจำหน่าย ชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ และจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของราคา ปริมาณ และป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย และหากขายราคาสูงเกินสมควรหรือค้ากำไรเกินควร จะมีความผิดตามมาตรา 29 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ 

 

มัลลิกากล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ชุดตรวจ ATK Home Use รายงานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ามีจำนวนผู้ผลิตและผู้นำเข้าประเภทได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ณ วันที่ 5 มกราคม 2565 จำนวน 140 ราย 170 ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยผู้ผลิต 2 ราย 2 ผลิตภัณฑ์ ผู้นำเข้า 138 ราย 168 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำหน่ายแล้ว 62 ราย 63 ผลิตภัณฑ์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 หรือเชื้อก่อโรค COVID-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen Test Self-Test Kits) ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564 ทำให้สามารถจำหน่ายได้ทุกช่องทาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองให้มากขึ้น

 

ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 – 7 มกราคม 2565 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้แจกชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชิ้น โดยรายงานระบุว่าได้แจกชุดตรวจ ATK ทั่วประเทศไปแล้ว ปริมาณ 5,119,418 ชุด จำนวน 2,184,086 คน ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่วนองค์การเภสัชกรรม (อภ.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำหน่ายชุดตรวจ ATK Home Use ภายใต้โครงการ ATK คุณภาพเพื่อสังคมไทย ในราคาชุดละ 40 บาท โดยเปิดช่องทางการจำหน่ายออนไลน์เพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ www.gpoplanet.com ในราคากล่องละ 
800 บาท (20 ชิ้นต่อกล่อง) เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายให้กับประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงชุดตรวจ ATK ได้มากขึ้น ทั้งนี้ รายงานระบุว่าในระยะต่อไปทาง อภ. จะกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านตัวแทนจำหน่ายของ อภ. ที่มีอยู่ทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้เป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข

 

มัลลิกากล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์ราคานั้น รายงานกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าปัจจุบันราคามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจาก อย. เพิ่มขึ้น และมีการนำเข้ามาจำนวนหลายราย ทำให้สินค้าในท้องตลาดมีจำนวนมากขึ้น ประกอบกับโครงการต่างๆ ของรัฐ เช่น สปสช. แจก ATK ฟรี หรือโครงการ ATK คุณภาพเพื่อสังคมไทย ของ อภ. ส่งผลให้ประชาชนชะลอการซื้อ โดยปัจจุบันราคาจำหน่าย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มกราคม) ร้านขายยา ราคาอยู่ที่ 40-350 บาทต่อชิ้น ส่วนช่องทางออนไลน์ ราคาอยู่ที่ 38-390 บาทต่อชิ้น

 

ในส่วนของมาตรการทางกฎหมาย มีการกำหนดให้เวชภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรคเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งรวมถึงชุดตรวจ ATK และน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ โดยประกาศ กกร. ฉบับที่ 63 พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2564 กำหนดให้ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย/ผู้ค้าส่ง แจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ คือ

 

  1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กำลังการผลิต ปริมาณการผลิต/นำเข้า ต้นทุนการผลิต/นำเข้า ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ โดยแจ้งภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้บังคับ (25 สิงหาคม 2564) และแจ้งครั้งต่อไปทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือนของทุกเดือน ทั้งนี้ แบบแจ้งเป็นไปตามประกาศ สกกร. ฉบับที่ 36 พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2564

 

  1. จัดทำบัญชีคุมสินค้าเป็นรายวัน 

 

นอกจากนี้ กำหนดให้ผู้จำหน่ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกไว้ที่สินค้าหรือบริเวณใกล้เคียงสินค้านั้นด้วย

The post พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ราคาชุดตรวจ ATK เผยล่าสุดราคาปรับลงแล้ว ย้ำเป็นสินค้าควบคุม พบค้ากำไรเกินควรจัดการเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ช่วยประชาชน เปิด 667 จุดบริการขายเนื้อหมูถูก ชี้เป็นมาตรการเสริม เพิ่มทางเลือกระยะนี้ https://thestandard.co/moc-open-667-cheap-pork-selling-spots/ Sat, 08 Jan 2022 10:49:08 +0000 https://thestandard.co/?p=580354 พาณิชย์

วันนี้ (8 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษาร […]

The post พาณิชย์ช่วยประชาชน เปิด 667 จุดบริการขายเนื้อหมูถูก ชี้เป็นมาตรการเสริม เพิ่มทางเลือกระยะนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์

วันนี้ (8 มกราคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเนื้อหมูที่มีการจำหน่ายให้กับประชาชนผ่านทั้งห้างสรรพสินค้าและตลาด ซึ่งได้รับการรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดว่า ราคาหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 160-200 บาทขณะนี้

 

โดยหลังการประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการประกาศใช้ จุรินทร์ห้ามส่งออกหมูเป็น (สุกรมีชีวิต) ในสามเดือนนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณหมูเป็นในการบริโภคภายในประเทศ พร้อมกับการตรวจรายงานสต๊อกหมูแต่ละแห่ง จากนั้นให้ทีมตรวจและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศสำรวจเขียงหมูและการเพิ่มปริมาณเนื้อหมูในตลาดระหว่างนี้ 

 

มัลลิกากล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบัน สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยพาณิชย์จังหวัดได้รายงานเรียลไทม์พบว่า ประชาชนที่เข้ามาเลือกซื้อเนื้อสุกรชำแหละ ส่วนใหญ่นำไปปรุงอาหารสำเร็จรูปเพื่อจัดจำหน่ายและบริโภคตามปกติ ซึ่งผู้ประกอบการการค้ายังไม่ได้ปรับราคาอาหารปรุงสำเร็จขึ้น แต่เขาหันมาใช้วัตถุดิบจากเนื้อสัตว์ประเภทอื่น เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ ทดแทนเนื้อสุกรเพิ่มมากขึ้นเป็นทางเลือก 

 

ทั้งนี้ จุรินทร์สั่งการให้ดำเนินโครงการ หมูพาณิชย์ ลดราคาหมู ช่วยประชาชน (ครั้งที่ 2) ต่อเนื่องจากครั้งแรกที่ได้ดำเนินโครงการในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วง 1 เดือนนั้น แต่ให้ทำอีกเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมูราคาถูกกว่าท้องตลาดประชาชนสามารถเลือกซื้อหมูเนื้อแดงราคา 150 บาทต่อกิโลกรัมได้ โดยเช็กจุดจำหน่ายกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในเขตที่ท่านอาศัยอยู่ได้ ทั้งหมด 667 หน่วยบริการ 

 

“ซึ่งกรุงเทพมหานคร 116 หน่วยบริการ แยกเป็นรถโมบายล์ตระเวนตามพื้นที่ 50 คัน ตั้งจุดบริการ 50 แห่ง รวมสมาคมอีก 16 แห่ง ส่วนต่างจังหวัด 551 แห่ง รวมเป็น 667 หน่วยบริการ ให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับตลาดหรือสถานที่จัดโครงการขึ้นจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2565 ทั้งนี้เป็นมาตรการเสริมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนนอกเหนือจากมาตรการอื่นอีกให้เป็นไปตามนโยบายของจุรินทร์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” มัลลิกากล่าว 

 

มัลลิการะบุอีกว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงพาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายใน รายงานรัฐมนตรีว่ามีผู้ประกอบการเจ้าของแผงหมูหน้าตลาดสดให้ความร่วมมือ โดยรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแต่ละแห่ง ทั้งรายงานและรีวิวภาพความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อให้ทันต่อการตัดสินใจ

 

ตัวอย่างเช่น อรัญญา ครุฑคาบแก้ว แม่ค้าแผงหมูหน้าตลาดสดมหาราช เทศบาลเมืองกระบี่ กล่าวว่า หลังจากที่ทางพาณิชย์ได้มีโครงการหมูพาณิชย์ลดราคาหมูเนื้อแดงราคา 150 บาท เมื่อลูกค้าเห็นก็แวะซื้อทันทีไม่ลังเล ยอมรับว่าหลังเข้าร่วมโครงการวันนี้ยอดขายดีขึ้น เป็นต้น 

 

ส่วนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้ดำเนินการแจ้งกำชับผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร ห้ามกักตุนสินค้า และแนะนำให้มีการปิดป้ายแสดงสินค้าจำหน่ายให้ครบถ้วนถูกต้องและชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

The post พาณิชย์ช่วยประชาชน เปิด 667 จุดบริการขายเนื้อหมูถูก ชี้เป็นมาตรการเสริม เพิ่มทางเลือกระยะนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ปล่อยคาราวานพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ คาดลดค่าครองชีพกว่า 300 ล้านบาท https://thestandard.co/jurin-releases-discounted-commercial-caravans-to-help-people-in-10-provinces-lockdown/ Mon, 12 Jul 2021 08:16:22 +0000 https://thestandard.co/?p=511561 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

วันนี้ (12 กรกฎาคม) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปร […]

The post จุรินทร์ปล่อยคาราวานพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ คาดลดค่าครองชีพกว่า 300 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

วันนี้ (12 กรกฎาคม) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์, วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน จัดกิจกรรมปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชนช่วงล็อกดาวน์ 10 จังหวัด ณ บริเวณเสาธง (ริมแม่น้ำ) หน้าตึกสำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์

 

จุรินทร์กล่าวว่า วันนี้เป็นการเปิดโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน สำหรับ 10 จังหวัดล็อกดาวน์ ซึ่งมีกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด ประกอบด้วย สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยวันนี้จะเริ่มต้นปล่อยรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีรถโมบายล์ที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกจำนวน 50 คัน ออกจำหน่ายสินค้า 30 วัน สินค้าที่นำไปจำหน่ายประกอบด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่จำเป็นต่อการป้องกันโควิด รวม 85 รายการ โดยมีสินค้าไฮไลต์สำคัญ 10 รายการ ประกอบด้วย

 

  1. ข้าวหอมไทย 5 กิโลกรัม 120 บาท ตก 24 บาทต่อกิโลกรัม 2. ไข่ไก่ แผงละ 30 ฟอง ราคา 89 บาท ตกฟองละ 2.97 บาท 3. น้ำมันพืช 1 ลิตร ขวดละ 42 บาท 4. น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 20 บาท 5. ปลากระป๋อง จากกระป๋องละ 15 บาท เหลือกระป๋องละ 8 บาท 6. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซองละ 5 บาท 7. หน้ากากอนามัย 50 ชิ้น กล่องละ 55 บาท ตกชิ้นละ 1.10 บาท 8. เจลล้างมือขนาด 30 มิลลิลิตร ขวดละ 10 บาท จากราคาปกติ 15 บาท 9. สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 30 บาท ลดจากปกติ 45% และ 10. ยาลดไข้ทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำ ลดราคา 17-27%

 

สำหรับสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ทิปโก้ จากปกติกล่องละ 72 บาท เหลือ 50 บาท, โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท, คนอร์ จากกล่องละ 55 บาท เหลือ 44 บาท เป็นต้น

 

โดยรถจะตระเวนออกไปจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทั้ง 10 จังหวัดล็อกดาวน์จะมีรถโมบายล์รวมทั้งสิ้น 300 คัน สำหรับอีก 9 จังหวัดที่เหลือจะเริ่มต้นในวันพุธที่จะถึงนี้ 

 

โดยทุกคันที่ออกไปจำหน่ายสินค้าจะปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เช่น 

 

  1. คนขับรถ เจ้าหน้าที่จำหน่ายสินค้าทุกคนต้องได้รับการตรวจเชื้อว่าปลอดโควิดและ มีการตรวจเชื้อซ้ำทุกสัปดาห์

 

  1. สินค้าทั้งหมดในรถมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ พนักงานคนขายทั้งหมดต้องสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และน้ำตลอดเวลา รวมทั้งมีการวัดอุณหภูมิ

 

จุรินทร์กล่าวด้วยว่า การสั่งซื้อจะไม่เปิดให้ผู้ซื้อไปเลือกหยิบสินค้าด้วยตนเอง แต่จะมีใบสั่งซื้อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ปลอดเชื้อเป็นผู้จัดสินค้าใส่ถุงและส่งให้กับผู้ซื้อทุกคน เป็นมาตรการกำหนดไว้เพื่อเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้รถนี้กลายเป็นรถที่แพร่เชื้อโควิด

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทตลอดโครงการ และจะมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 900 คน นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะส่งรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ไปยังส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ตั้งเป้าหมายทั่วประเทศกว่า 1,000 คัน โดยสามารถติดตามรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! แบบเรียลไทม์ได้จาก QR Code และที่ LINE@ mobilepanich รวมถึงเว็บไซต์ https://โมบายพาณิชย์.com/

The post จุรินทร์ปล่อยคาราวานพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ คาดลดค่าครองชีพกว่า 300 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ เตรียมชง ครม. ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กิโลกรัมละ 8.50 บาท ความชื้น 14.5% https://thestandard.co/jurin-prepare-to-promote-corn-income-insurance-to-cabinet/ Thu, 09 Jul 2020 06:28:09 +0000 https://thestandard.co/?p=378572

วันนี้ (9 กรกฎาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา […]

The post จุรินทร์ เตรียมชง ครม. ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กิโลกรัมละ 8.50 บาท ความชื้น 14.5% appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม 2563) เวลา 19.00 น. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ครั้งที่ 2/2563 มีมติดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 ที่ความชื้น 14.5% ราคา 8.50 บาทต่อกิโลกรัม ปริมาณไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ และไม่ซ้ำแปลง ขึ้นทะเบียนเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2564 ระยะเวลาชดเชยส่วนต่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 ตุลาคม 2564

 

จากนั้นที่ประชุมเห็นชอบมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 จำนวน 6 มาตรการ คือ 

 

(1) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตร ปี 2563/64 โดยการชดเชยดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 3 วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท วงเงินชดเชยดอกเบี้ย จำนวน 45 ล้านบาท 

 

(2) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในการเก็บสต๊อก ปีการผลิต 2563/64 ให้ผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมที่ซื้อข้าวโพดเก็บสต๊อก ระยะเวลา 60-120 วัน โดยชดเชยดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 3 วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 15 ล้านบาท 

 

(3) มาตรการกำหนดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับผู้นำเข้าทั่วไป

 

(4) กำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1:3

 

(5) การดูแลความเป็นธรรมในการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้แสดงราคา ณ จุดรับซื้อที่ความชื้น 14.5% และ 30%

 

(6) การดูแลความสมดุล ให้แจ้งปริมาณการครอบครอง การนำเข้า สถานที่เก็บ การตรวจสอบสต๊อก

 

และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ปี 2563-2567) โดยเพิ่มสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อการส่งออกไทย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติร่วมด้วย ทั้งนี้ให้คณะกรรมการไปหารือกันต่อไป 

 

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมาตรการเสริมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนั้นจะได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งโครงการประกันรายได้เกษตรกรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ช่วยเกษตรกรได้ 4.5 แสนราย

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post จุรินทร์ เตรียมชง ครม. ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กิโลกรัมละ 8.50 บาท ความชื้น 14.5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัลลิกา มั่นใจโปร่งใสพอปมหน้ากากอนามัย ให้ทนายฟ้องอัจฉริยะ จนถึงที่สุด ลั่นคนทำงานต้องได้รับความเป็นธรรม https://thestandard.co/malika-confident-say-transparency-enough-for-mask-issue/ Wed, 18 Mar 2020 07:35:33 +0000 https://thestandard.co/?p=343177

วันนี้ (18 มีนาคม) เมื่อเวลา 11.45 น. มัลลิกา บุญมีตระก […]

The post มัลลิกา มั่นใจโปร่งใสพอปมหน้ากากอนามัย ให้ทนายฟ้องอัจฉริยะ จนถึงที่สุด ลั่นคนทำงานต้องได้รับความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 มีนาคม) เมื่อเวลา 11.45 น. มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจง กรณีการมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดี 2 ข้อหาต่อ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หรือที่อ้างว่าคือทนายอัจฉริยะ เกี่ยวกับความผิดเรื่องหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวน ต่อศาลที่มีอำนาจ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากการที่อัจฉริยะกล่าวหาให้ร้ายว่ามีที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกหน้ากากอนามัย

 

มัลลิกา กล่าวว่า ที่ตนเองไม่ได้ออกมาตอบโต้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากอัจฉริยะไม่ได้ระบุชื่อใครแม้แต่ตอนไปยื่นเรื่องต่อรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่เพราะการพูดซ้ำหลายครั้งของอัจฉริยะ เมื่อรวบรวมแล้วพบว่าได้มีการพาดพิงถึงที่ปรึกษารัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้หญิง โดยระบุบุคลิกทำให้คนเชื่อได้ว่าเป็นมัลลิกา ประกอบกับที่ปรึกษาซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งของกระทรวงนี้คือมัลลิกา ดังนั้น จึงต้องดำเนินการทางคดีอาญา 

 

ส่วนเรื่องการตรวจสอบของทนายอัจฉริยะนั้นถือเป็นเรื่องการตรวจสอบภาคประชาชน ไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีความผิดต่อส่วนตน เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบก็สามารถทำได้ เพราะตนเองก็เคยทำมา แต่ถ้าหากว่าเรื่องที่กล่าวอ้างอิงถึงนั้นไม่เป็นความจริงก็ต้องรับผิดชอบ

 

มัลลิกากล่าวอีกว่า เพื่อให้สังคมสิ้นสงสัยจากความอึมครึม เพราะมีการกล่าวหาแต่ฝ่ายเดียว กระทบถึงการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ผู้คนมโน ผสมจินตนาการไปมากมายบนสังคมการสื่อสารออนไลน์ จึงใช้โอกาสนี้เรียนชี้แจงว่า 

 

1.ขอปฏิเสธ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการส่งออกหน้ากากอนามัย หรือกิจการใดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น

 

2.ขอปฏิเสธ ว่าไม่รู้จัก ไม่มีความสัมพันธ์ ไม่ได้ผูกพัน ไม่ได้ใกล้ชิด ไม่ได้มีมิตรคนใดไปเกี่ยวข้องกับกิจการหน้ากากอนามัยของบริษัทใดทั้งสิ้น 

 

3.ในการทำหน้าที่ขออนุญาตตามระเบียบราชการนั้น จะมีคณะอนุกรรมการจากกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีทั้งตัวแทนองค์การอาหารและยา (อย.) ตัวแทนองค์การเภสัช ตัวแทนกรมการค้าภายใน และตัวแทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้พิจารณาซึ่งเป็นองค์คณะ ฝ่ายข้าราชการการเมืองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ จึงเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องตามที่พยายามยัดเยียดข้อกล่าวหา 

 

อย่างไรก็ตาม มัลลิกาเปิดเผยด้วยว่า ตนเองยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบภาคประชาชนทุกคน แม้แต่อัจฉริยะในฐานะภาคประชาชนนั้น เดินหน้าทำการตรวจสอบต่อไปอย่าได้หยุด แต่การตรวจสอบนั้นต้องรวบรวมข้อมูลหลักฐานให้ชัดเจนก่อนจะกล่าวหาผู้ใด เพราะการใช้คำพูด 2-3 คำให้ร้ายผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นธรรมตั้งแต่ต้นเสียแล้วเช่นนี้ เราจะไปหาความเป็นธรรมให้กับประชาชนได้อย่างไร 

 

ดังนั้น จึงขอให้นำพยานหลักฐานทุกชนิดเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือทุกสำนักได้เลย เพราะตนก็เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ 

 

“ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบใดๆ ในเรื่องนี้ หรือตรวจสอบผู้อื่นที่ทำผิดกฎหมายด้วยการกักตุนสินค้าควบคุม โดยเฉพาะรายที่มีหลักฐานชัดเจนผ่านตามคลิปวิดีโอที่ถ่ายทอดสด Facebook Live จากโกดังต่างๆ นั้นก็อย่าให้เงียบหายไป ขอให้ทำการตรวจสอบอย่างเท่าเทียมกัน” มัลลิกา กล่าว

 

มัลลิกา ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับตน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เชื่อมั่นและเชื่อใจได้ เพราะการทำงานที่ผ่านมาก็ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองมาแล้วหลายครั้ง ทั้งเลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรี ผ่านการทำหน้าที่มาทั้งหมด 3 กระทรวงก็ไม่เคยมีความด่างพร้อย และตลอดเส้นทางการทำงานนั้น ได้ยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตเสมอมา หลักการนี้มันอยู่ที่จิตสำนึก มโนสำนึก ไม่ได้อยู่ในบุคลิกหน้าตา มัลลิกาเป็นมนุษย์ทำงาน จึงมุ่งมั่นทำงาน ขอให้กำลังใจมนุษย์ทำงานทุกคน มนุษย์ทำงานต้องได้รับความเป็นธรรม

 

ในภาวะวิกฤตนี้ ทุกคนต่างมีงาน มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ ทั้งข้าราชการกระทรวงพาณิชย์และฝ่ายบริหาร ทุกคนต่างก็มุ่งมั่นทำงานในภาวะวิกฤต และตลอดเดือนกว่ามานี้หลายคนต้องอดตาหลับขับตานอน โดยเฉพาะข้าราชการที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ต้องทำงานแก้ไขปัญหาทุกวินาทีที่เขาหายใจ ซึ่งอาจจะไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกคนได้ เพราะปัจจุบันนี้ภาระหน้าที่ซึ่งอยู่ตรงหน้าเป็นวิกฤตระดับโลก แต่ทุกคนก็สู้สุดใจในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนจนสุดกำลังความสามารถ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post มัลลิกา มั่นใจโปร่งใสพอปมหน้ากากอนามัย ให้ทนายฟ้องอัจฉริยะ จนถึงที่สุด ลั่นคนทำงานต้องได้รับความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>