มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มอร์นิ่งสตาร์-รีเสิร์ช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 08 Dec 2022 14:41:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คู่มือตั้งรับวิกฤตทางการเงินและการลงทุนด้วย ‘LMTs เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวม’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/lmts-7-tools/ Thu, 08 Dec 2022 09:30:35 +0000 https://thestandard.co/?p=718619

สภาวะตลาดการเงินโลกยังคงผันผวนและสร้างความไม่มั่นใจให้ก […]

The post คู่มือตั้งรับวิกฤตทางการเงินและการลงทุนด้วย ‘LMTs เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวม’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

สภาวะตลาดการเงินโลกยังคงผันผวนและสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนทุกวัน ถึงเวลาที่นักลงทุนต้องรู้จัก LMTs เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวม เพื่อเตรียมรับมือวิกฤตทางการเงินและการลงทุน

 

ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช ประเทศไทย เผยทิศทางของกองทุนรวมไทย (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure Fund) ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 3.7 ล้านล้านบาท หดตัว 2.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 13.1% จากสิ้นปี 2021 ในไตรมาสนี้มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องอีก 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการไหลออกจากทั้งกลุ่มกองทุนหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนผสม และกองทุนตราสารตลาดเงิน รวมเงินไหลออกสุทธิสะสม 9 เดือน 2.3 แสนล้านบาท

 

แม้กองทุนรวมจะมีมืออาชีพคอยบริหารจัดการกองทุน แต่ในสภาวะที่เงินทุนไหลออกอย่างที่กล่าวไปข้างต้น อาจเกิดแรงกดดันทำผู้ลงทุนเทขายสินทรัพย์จำนวนมากหรือก่อนเวลาที่กำหนด ส่งผลให้มีภาระค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นกับกองทุน และทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่นที่ไม่ได้ทำรายการซื้อ-ขาย ซึ่งอาจกระทบต่อการไถ่ถอนหน่วยลงทุนตามมาในวงกว้าง

 

จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้จัก Liquidity Management Tools (LMTs) เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวม ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละกองทุนรวมในการรองรับสภาพตลาดผันผวน สามารถนำมาใช้ได้ทันท่วงที แล้ว LMTs ที่ว่านี้จะช่วยบริหารความเสี่ยงและปกป้องผลประโยชน์ของกองทุนรวมได้อย่างไร อธิบายให้ฟังแบบกระชับและเข้าใจง่ายในหน้าถัดไป 

 

LMTs คืออะไร

 

Liquidity Management Tools (LMTs) เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวมริเริ่มโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อช่วยคุ้มครองและปกป้องผลประโยชน์ให้กับผู้ลงทุน ลดโอกาสเกิดความเสียหายแก่ตัวกองทุนรวมหากกองทุนรวมขาดสภาพคล่อง และช่วยบริหารจัดการลงทุนให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมกับผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม 

 

 

เครื่องมือบริหารความเสี่ยงมีทั้งหมดกี่ประเภท

 

ปัจจุบันเครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวมที่ บลจ. นำมาใช้มีทั้งหมด 7 เครื่องมือ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

 

เครื่องมือที่ส่งผ่านต้นทุนให้ผู้ทำธุรกรรมเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย (Pass on Transaction Costs) เครื่องมือในกลุ่มนี้ ได้แก่ Liquidity Fee, Swing Pricing และ Anti-Dilution Levies (ADLs)

 

เครื่องมือลดหรือชะลอแรงซื้อขาย (Restrict Access to Investor Capital) เครื่องมือที่ใช้ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Notice Period, Redemption Gate, Side Pocket และ Suspension of Dealings

 

 

เครื่องมือทั้ง 7 บลจ. จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ของตลาดแต่ละขณะ ได้แก่

 

‘Liquidity Fee’ เป็นการเก็บค่าธรรมเนียมกับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออกเกินปริมาณที่กำหนดหรือเร็วกว่าระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเก็บเข้ากองทุนรวม

 

โดยปกติแล้วกองทุนรวมจะประกาศอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บไว้อย่างชัดเจนในหนังสือชี้ชวน อัตราจึงมีความแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของภาวะตลาดในแต่ละช่วง จึงสร้างความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ผิดปกติ

 

 

‘Swing Pricing’ เป็นการปรับ NAV ต่อหน่วยลงทุน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ของกองทุนรวม ในกรณีที่วันนั้นมีปริมาณซื้อหรือขายมากผิดปกติ

 

ทั้งนี้ กองทุนจะกำหนดปัจจัยเพื่อชี้วัดมูลค่าการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่เกิดกว่าปกติไว้ล่วงหน้า โดยจะทำเมื่อเกิดสถานการณ์ความผันผวนผิดปกติในตลาด และกองทุนรวมจำเป็นต้องทำรายการตามคำสั่งซื้อหรือขายคืนในปริมาณมากของผู้ลงทุน ส่งผลให้ราคาของสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง 

 

 

‘Anti-Dilution Levies’ หรือ ADLs เป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝั่งผู้ซื้อ / สับเปลี่ยนเข้า หรือฝั่งผู้ขาย / สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออกตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจะเรียกเก็บในวันที่มีการทำธุรกรรมมูลค่าเกินกว่าที่กองทุนรวมกำหนด เพื่อสะท้อนต้นทุนในการซื้อ-ขายสินทรัพย์ของกองทุนรวม

 

ทั้งนี้ บลจ. จะกำหนดอัตรา ADLs Factor สูงสุดที่ บลจ. อาจเรียกเก็บไว้ในหนังสือชี้ชวน และสามารถปรับอัตราเรียกเก็บได้ แต่ต้องไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่กำหนด และต้องคำนึงถึงต้นุทนส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้น เช่น Spread Costs, ค่าธรรมเนียมธุรกรรม, ค่าใช้จ่ายในการยืมทรัพย์สินของกองทุนรวม, ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการรักษาสัดส่วนการลงทุน, ต้นทุนและค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรม REPO เพื่อเสริมสภาพคล่องรองรับธุรกิจขนาดใหญ่ (ถ้ามี) หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

 

‘Notice Period’ เครื่องมือที่จะช่วยให้กองทุนรวมมีเวลาจัดเตรียมขายสินทรัพย์ได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนแจ้งการขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้า ก่อนที่จะขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออกตามเงื่อนไขของกองทุน เพื่อลดโอกาสเกิดการเร่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออกอย่างรวดเร็วและปริมาณมาก ส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนผันผวน ซึ่งแต่ละกองทุนรวมอาจมีรายละเอียดต่างกัน 

 

 

‘Redemption Gate’ กำหนดเพดานการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออกรวมทั้งหมดในแต่ละวันทำการ เพื่อลดความร้อนแรงและความเสี่ยงสภาพคล่องของกองทุนรวม โดยคำสั่งของรายการที่เหลือจะดำเนินการในวันทำการถัดๆ ไป โดยกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และทยอยขายพร้อมชำระเงินคืนตามสัดส่วน

 

 

‘Side Pocket’ เป็นเครื่องมือที่ช่วยแยกทรัพย์สินของกองทุนรวมที่มีปัญหาด้านสภาพคล่องออกจากทรัพย์สินโดยรวมของกองทุนรวม เท่ากับว่าในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งขายคืน จะได้รับเงินคืนเฉพาะส่วนที่ไม่ติดปัญหาสภาพคล่อง และเงินอีกส่วนจะได้รับคืนหลังจาก บลจ. สามารถขายทรัพย์สินนั้นหรือได้รับการชำระหนี้จากทรัพย์สินที่ติดปัญหาสภาพคล่องดังกล่าว

 

 

‘Suspension of Dealings’ ระงับการซื้อ-ขายหน่วยลงทุนชั่วคราว และไม่รับคำสั่งซื้อ-ขายใหม่ที่เกิดขึ้นในวันที่ประกาศใช้ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม

 

อย่างไรก็ดี การใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวม บลจ. จะนำมาใช้เมื่อเกิดความจำเป็นเท่านั้น เช่น ตลาดการเงินเกิดความผันผวนรุนแรงจากภาวะสงครามและสถานการณ์โรคระบาด หรือกรณีที่เกิดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: https://lmts.aimc.or.th


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

The post คู่มือตั้งรับวิกฤตทางการเงินและการลงทุนด้วย ‘LMTs เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกองทุนรวม’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป։ ‘หุ้นเกาหลี’ โตโดดเด่น รับอานิสงส์ New Economy | HIGHLIGHT 12 มกราคม 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-12012021-6/ Tue, 12 Jan 2021 04:54:06 +0000 https://thestandard.co/?p=441897 ชมคลิป։ ‘หุ้นเกาหลี’ โตโดดเด่น รับอานิสงส์ New Economy | HIGHLIGHT 12 มกราคม 2564

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 31% ในปี 2563 ที่ผ่า […]

The post ชมคลิป։ ‘หุ้นเกาหลี’ โตโดดเด่น รับอานิสงส์ New Economy | HIGHLIGHT 12 มกราคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป։ ‘หุ้นเกาหลี’ โตโดดเด่น รับอานิสงส์ New Economy | HIGHLIGHT 12 มกราคม 2564
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 31% ในปี 2563 ที่ผ่านมา รับอานิสงส์เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียเหนือ และ Emerging Market โดยกลุ่มธุรกิจ New Economy ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ และเฮลท์แคร์ ได้รับความสนใจจากนักลงทุน
  • ข้อมูลจากมอร์นิ่งสตาร์พบว่า กองทุนหุ้นที่ลงทุนในเกาหลีเป็นหลัก ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี มากกว่า 40% โดยพอร์ตฟอลิโอของกองทุนคือ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสื่อสาร และกลุ่ม Consumer Cyclical

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป։ ‘หุ้นเกาหลี’ โตโดดเด่น รับอานิสงส์ New Economy | HIGHLIGHT 12 มกราคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดกองทุนรวมปี 2562 มูลค่าแตะ 5.4 ล้านล้านบาท โต 6.6% กลุ่มไหนพุ่งแรง https://thestandard.co/mutual-fund-2020/ Wed, 15 Jan 2020 11:28:38 +0000 https://thestandard.co/?p=320967 กองทุนรวม

ชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ […]

The post ตลาดกองทุนรวมปี 2562 มูลค่าแตะ 5.4 ล้านล้านบาท โต 6.6% กลุ่มไหนพุ่งแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทุนรวม

ชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปี 2562 ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงตั้งแต่กลางปีจนสิ้นปี ดัชนี SET อยู่ที่ 1,579.84 จุด โดยผลตอบแทน SET TR ของปีอยู่ที่ 4.3% สาเหตุที่ดัชนีปรับลดลง เพราะบาทแข็งค่ากระทบการส่งออก ขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวกดดันการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ชะลอตัว 

 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ สิ้นปี 2562 ที่ 5.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% จากสิ้นปี 2561โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ รวม 2.1 แสนล้านบาท โดยมีสัดส่วนหลักแบ่งเป็น

 

  • กองทุนรวมตราสารหนี้ มีปริมาณเงินไหลเข้าสุทธิรวม 1.1 แสนล้านบาท 
  • กองทุนรวมตราสารทุนมีเงินไหลเข้าสุทธิ 5.9 หมื่นล้านบาท

 

ในภาพรวมนักลงทุนยังสนใจกองทุนที่ลงทุนในประเทศ เห็นได้จากปริมาณเงินไหลเข้าสุทธิรายกลุ่มยังกระจุกตัวในตราสารหนี้ไทย กองทุนผสม และกองทุนหุ้นไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าผลตอบแทนเฉลี่ยในระดับต่ำตามสภาวะตลาดการลงทุนไทย ขณะที่กองทุนต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในทิศทางเงินไหลออกสุทธิ ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยระดับสูง หุ้นเทคโนโลยี หุ้นภูมิภาคยุโรป หุ้นสหรัฐฯ หุ้นจีน เป็นต้น

 

ทั้งนี้กลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 26.8% หุ้นภูมิภาคยุโรป 26.3% และกลุ่มกองทุนน้ำมัน 23.7%  

 

กองทุนรวม

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา เช่น LTF ปี 2562 มีมูลค่าทรัพย์รวม 406,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากปี 2561 ถือว่านักลงทุนยังสนใจซื้อ LTF ในปีสุดท้ายที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีฯ ขณะที่ปี 2563 จะมีกองทุน SSF เกิดขึ้นเพื่อลดหย่อนภาษีฯ จึงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ขณะที่ RMF มูลค่าทรัพย์อยู่ที่ 304,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% จากปี 2561

 

ดังนั้น หากมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนรวมไทย (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure Fund) ปี 2562 อยู่ที่ 4.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากสิ้นปี 2561 โดยมูลค่าทรัพย์สินกองทุนรวมตราสารหนี้เพิ่มขึ้น 4.8%, ตราสารทุนเพิ่มขึ้น 11.5% และกองทุนผสมเพิ่มขึ้น 14.3% โดยมีกองทุนรวมประเภทตราสารตลาดเงินมูลค่าทรัพย์สินลดลง 1.2%

 

ทั้งนี้หากดูปริมาณเงินไหลเข้า-ออกของกองทุนมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิกองทุนทั้งปี 2562 อยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินไหลเข้ากองทุนตราสารหนี้ 1.1 แสนล้านบาท กองทุนตราสารทุน 5.9 หมื่นล้านบาท กองทุนผสม 2.8 หมื่นล้านบาท ในขณะที่เป็นเงินไหลออกสุทธิกองทุนตราสารตลาดเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท และกองทุนน้ำมันและทองคำ 967 ล้านบาท 

 

โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 มีเงินไหลเข้าสุทธิกองทุนรวมราว 1.3 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่จะเข้าในกองทุนรวมตราสารหนี้ 7.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่กองทุนตราสารทุนมีเงินไหลเข้าสุทธิที่ 5.2 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง เพราะในอดีตจะพบว่าหากตราสารหนี้มีเงินไหลในทิศทางใด ตราสารทุนมักจะมีเงินไหลในทิศทางตรงข้ามหรือมีการลงทุนที่น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

 

“สำหรับเงินไหลเข้าของทั้ง 2 ประเภททรัพย์สิน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กองทุนกลุ่มตราสารหนี้ไทยทั้งระยะสั้นและระยะกลาง-ยาว มีเงินไหลเข้าสุทธิสูง ซึ่งอาจเกิดจากการเข้าลงทุนก่อนที่จะได้รับผลตอบแทนน้อยลงในอนาคตจากการจัดเก็บภาษี รวมทั้งมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนที่น่าสนใจราว 2.5% สำหรับตราสารหนี้ระยะสั้นและ 3.5% สำหรับกลุ่มตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว ในขณะที่มีแรงซื้อกองทุน LTF ในไตรมาสสุดท้ายในจังหวะที่ดัชนี SET Index ปรับตัวลง”

 

ทั้งนี้ 10 อันดับแรกกลุ่มกองทุนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงสุดแบ่งตาม Morningstar Category มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกัน 3.7 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดรวม 86%

 

กองทุนรวม

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ตลาดกองทุนรวมปี 2562 มูลค่าแตะ 5.4 ล้านล้านบาท โต 6.6% กลุ่มไหนพุ่งแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>