มหรสพสมโภช Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มหรสพสมโภช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 12 Jul 2024 00:33:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 มหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติในหลวงครบ 6 รอบพระชนมพรรษา ตระการตา 26 ริ้วขบวน-โดรน 1,200 ลำ https://thestandard.co/kings-72nd-birthday-celebration/ Fri, 12 Jul 2024 00:33:27 +0000 https://thestandard.co/?p=956640

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่ท้องสนามหลวง ช่างภาพข่าว THE STA […]

The post มหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติในหลวงครบ 6 รอบพระชนมพรรษา ตระการตา 26 ริ้วขบวน-โดรน 1,200 ลำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่ท้องสนามหลวง ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศงานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 

 

พิธีเปิดงานวันนี้มีกิจกรรมการเดินริ้วขบวนเฉลิมพระเกียรติฯ 26 ขบวน ประกอบด้วย ทหารบก, ทหารเรือ, ทหารอากาศ, ตำรวจ, ข้าราชการ, ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมกว่า 3,000 คน เส้นทางริ้วขบวนเริ่มจากสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง ไปยังท้องสนามหลวง

 

และการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,200 ลำ แปรขบวนแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุด ‘รวมใจภักดิ์ ถวายพระพร’ ตามแนวคิดภายใต้ร่มพระบารมี ปวงประชาจงรักภักดี

 

The post มหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติในหลวงครบ 6 รอบพระชนมพรรษา ตระการตา 26 ริ้วขบวน-โดรน 1,200 ลำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวงสรวงเทพยดา งานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติในหลวงครบ 6 รอบพระชนมพรรษา https://thestandard.co/cremation-amusements-king-rama-10/ Tue, 09 Jul 2024 03:43:41 +0000 https://thestandard.co/?p=955241 บวงสรวงเทพยดา เฉลิมพระเกียรติในหลวง

วันนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 08.19 น. ที่ท้องสนามหลวง สุดาวร […]

The post บวงสรวงเทพยดา งานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติในหลวงครบ 6 รอบพระชนมพรรษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวงสรวงเทพยดา เฉลิมพระเกียรติในหลวง

วันนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 08.19 น. ที่ท้องสนามหลวง สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีบวงสรวงเทพยดา งานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดงานมหรสพสมโภช ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 

 

สำหรับพิธีเปิดงานวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 มีการเดินริ้วขบวนเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย ริ้วขบวนต่างๆ 26 ขบวน เส้นทางริ้วขบวนเริ่มจากสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง ไปยังท้องสนามหลวง และแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เฉลิมพระเกียรติ ชุด ‘รวมใจภักดิ์ ถวายพระพร’

 

ตลอดช่วง 5 วันของการจัดงานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกิจกรรม ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘ทศมินทรราชา 72 พรรษา มหาวชิราลงกรณ’ เผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 

 

การจัดแสดงสวนแสงเฉลิมพระเกียรติ ‘มหาทศมินทรราชา’, การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ เช่น การแสดงมหาดุริยางค์ไทยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์, การแสดงโนราศิลปินแดนทักษิณเฉลิมพระเกียรติ, การแสดงโขน ‘สมเด็จพระรามาครองเมือง’, การแสดงพื้นบ้าน ‘เรืองรองสุขเกษมทั่วถิ่นไทย’, การแสดง ‘มหานาฏกรรมรามายณะนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ’, การแสดงดนตรี ‘มหาดุริยางค์ ๔ เหล่า’, การแสดงดนตรี ‘สดับคีตศิลป์ทศชาติชาดก’ 

 

การแสดงละครเพลง ‘เทิดไท้ทศมินทรราชา’, การแสดงดนตรี ‘แผ่นดินธรรมแผ่นดินไทยใต้ร่มพระบารมี’ โดย 5 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยรังสิต และการแสดงนาฏศิลป์โขนสดใต้ร่มพระบารมี

 

 

The post บวงสรวงเทพยดา งานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติในหลวงครบ 6 รอบพระชนมพรรษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไฮไลต์มหรสพสมโภช พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ที่ต้องไปดู 22-28 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/royal-coronation-amusement/ Fri, 17 May 2019 12:04:02 +0000 https://thestandard.co/?p=249932 มหรสพสมโภช

ภายหลังจากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 จะมีการจั […]

The post รวมไฮไลต์มหรสพสมโภช พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ที่ต้องไปดู 22-28 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหรสพสมโภช

ภายหลังจากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 จะมีการจัดมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 ทางกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดการแสดงมหรสพสมโภชเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

 

ซึ่งการแสดงมหรสพสมโภชการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้ มีรายละเอียดและมีหลายการแสดงที่น่าสนใจและไม่ควรพลาด THE STANDARD จึงรวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว

 

มหรสพสมโภช

 

ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ในอดีตพบว่ามีการสมโภชในวาระต่างๆ โดยเฉพาะในงานบรมราชาภิเษกที่มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องจากเป็นวาระสำคัญในการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ ดังจะพบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในสมัยรัตนโกสินทร์พบว่ามีมหรสพสมโภชในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งการแสดงมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 ทางผู้จัดงานได้รื้อฟื้นการแสดงแบบโบราณในพระราชพิธี โดยทางผู้เชี่ยวชาญของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้ร่วมกันปรับปรุงให้เหมาะสมกับยุคสมัย

 

การแสดงมหรสพสมโภชจะมีการจัดแสดงระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. บริเวณท้องสนามหลวง และพื้นที่จัดงานทุกจังหวัด ซึ่งการจัดงานจะจัดพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

 

มหรสพสมโภช

มหรสพสมโภช   

ในวันที่ 22 พ.ค. สำหรับการแสดงมหรสพสมโภชบริเวณเวทีกลาง ท้องสนามหลวง ภายหลังจากพิธีเปิด ไม่ควรพลาดในการรับชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระบารมีมิ่งฟ้ารามาวตาร จำนวน 3 ตอน ได้แก่ ตอนสถลมาศเฉลิมราชจักรี โดยมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ตอนเล่ห์อสุรีเมืองลงกา โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และตอนบรมราชาภิเษกพระราม โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (TGN) 170 ประเทศทั่วโลก

 

สำหรับเวทีการแสดงบริเวณท้องสนามหลวงแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยเวทีกลาง บริเวณท้องสนามหลวง แสดงตั้งแต่เวลา 18.30-21.30 น. และเวทีย่อย 2 เวที บริเวณเวทีฝั่งศาลฎีกา และเวทีฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จะเริ่มแสดงในเวลา 17.30-18.30 น.

 

มหรสพสมโภช

 

การแสดงที่ไม่ควรพลาดเริ่มด้วยบริเวณเวทีกลาง ในวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 18.30-21.30 น. บริเวณเวทีกลางกับการแสดงมหาดุริยางค์สากลรวมใจภักดิ์ ชุดทศมราชันขวัญหล้า กับการรวมตัววงดุริยางค์สากล กรมศิลปาการ วงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ วงดุริยางค์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงศิลปินรับเชิญจากบริษัท ซีเนริโอ จำกัด มากกว่า 600 คน ที่จะมาร่วมกันบรรเลง และขับร้องหมู่ประสานเสียง ร้อยเรื่องราวพระราชประวัติในห้วงเวลาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระราชกรณียกิจต่างๆ และพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดยการแสดงจะมีทั้งหมด 5 องค์   

 

จากนั้นในวันที่ 26 พ.ค. ละครเพลงในสวนฝัน ผสานใจภักดิ์ ถวายองค์ราชัน การแสดงชุดนี้เป็นการรวมศิลปินและนักแสดงที่มาร่วมแสดงและขับร้องเพลง นำโดย เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์, สินจัย เปล่งพานิช, โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, เบลล่า-ราณี แคมเปน ฯลฯ กำกับการแสดงโดย สุประวัติ ปัทมสูต ศิลปินแห่งชาติ ต่อด้วยวันที่ 27 พ.ค. 2562 กับการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัยรวมใจภักดิ์ มหกรรมการแสดงนานาชาติจาก 10 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย และจีน

 

มหรสพสมโภช มหรสพสมโภช

 

อีกไฮไลต์ที่อย่าพลาดที่จะมีตลอดทั้ง 7 วัน กับการจัดแสดงแสง เสียง และม่านน้ำ ชุดแสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณอบอุ่นหล้า บริเวณสนามหลวงด้านทิศใต้ เวลา 21.30-23.00 น. กับการแสดงงานประดับไฟครั้งแรกบนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร และการรับชมเรื่องสายน้ำแห่งชีวิต และพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาลไปยังพสกนิกรไทยทั่วประเทศ ให้มีความสงบสุข ร่มเย็น เป็นฉัตรแก้วของปวงประชา ผ่านเทคนิคม่านน้ำและน้ำพุความยาวกว่า 40 เมตร ประกอบฉากหลังพระบรมมหาราชวัง

 

มหรสพสมโภช มหรสพสมโภช

 

นอกจากนี้ยังมีหลายการแสดงและกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น มหาดุริยางค์ไทยแห่งรัตนโกสินทร์ (ดนตรีไทย) มหกรรม ‘ลูกทุ่งไทยเทิดไท้องค์ราชา’ การแสดงหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์, โขนสด, กระตั้วแทงเสือ, มหกรรมเพลงพื้นบ้าน, โขนโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร, โขนมูลนิธิคึกฤทธิ์, โขนโรงเรียนอำนวยวิทย์, หนังใหญ่วัดขนอน, หนังตะลุง (ภาคใต้), หุ่นสายเสมา และตลาดวัฒนธรรมที่จะสาธิตการทำอาหารและขนมไทย

 

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดสายด่วนวัฒนธรรม โทร. 1765 และ www.m-culture.go.th

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

  • รูปถ่ายจากกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
  • รูปถ่ายและตัวอย่างการแสดงชุดแสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณอบอุ่นหล้า จากบริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน)

The post รวมไฮไลต์มหรสพสมโภช พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ที่ต้องไปดู 22-28 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ละครมโนห์รา’ ละครนอกยุคสองพัน สีสันงานมหรสพสมโภชที่ถือกำเนิดนอกรั้ววัง https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements-manora/ https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements-manora/#respond Tue, 24 Oct 2017 08:30:14 +0000 https://thestandard.co/?p=36778

  ละครในถูกตีกรอบไว้ด้วยนักแสดงที่เป็นหญิงล้วน บวก […]

The post ‘ละครมโนห์รา’ ละครนอกยุคสองพัน สีสันงานมหรสพสมโภชที่ถือกำเนิดนอกรั้ววัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ละครในถูกตีกรอบไว้ด้วยนักแสดงที่เป็นหญิงล้วน บวกท่วงทำนองที่เชื่องช้า

 

     เป็นที่น่าสังเกตว่าในการแสดงมหรสพสมโภชครั้งสำคัญอย่างงานออกพระเมรุนั้น นาฏศิลป์ที่ถูกบรรจุไว้มักจะเป็นนาฏศิลป์อันวิจิตรที่มีต้นกำเนิดจากรั้ววัง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นหลวง หนังใหญ่ โขน หรือละครใน ทว่าในงานออกพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังมีอีกศาสตร์การแสดงที่ถือกำเนิดจากความสนุกนอกรั้ววังที่จะปรากฏบนเวทีที่ 2 ร่วมกับหุ่นหลวง การแสดงที่ว่าได้แก่ละครนอกแบบฉบับปี 2017 ที่นำความสนุกของละครโนราชาตรี ต้นแบบจากปักษ์ใต้มาใส่ท่าร่ายรำอันวิจิตร และความละเอียดของบทร้องกลายเป็นละครกึ่งชาตรี กึ่งละครนอกที่เรียกว่า ‘ละครมโนห์รา’

ละครมโนห์ราที่เป็นส่วนหนึ่งของมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุครั้งนี้ เป็นละครที่กรมศิลปากรได้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2498 โดยวิวัฒนาการมาจากโนราชาตรีของภาคใต้ แต่จะเป็นชาตรีก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะตัวละครไม่ได้ร้องเองแบบต้นตำรับละครชาตรี

 

ละครชาตรีมีดีกว่าละครแก้บน

     หากพูดถึงละครชาตรี ความรับรู้แรกที่นึกถึงคือละครแก้บนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภาคใต้ ต่อมาคือความสนุกสนานของเสียงดนตรีที่เร้าใจสลับกับคำร้องและบทพูดที่มักจะใส่อารมณ์ และหยิบยกเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวมาล้อให้จี๊ดใจคนดู อีกสิ่งที่ทำให้ละครชาตรีเข้าถึงทุกกลุ่มวัยคือการหยิบเอาละครพื้นบ้านที่หลายคนรู้จักมาใส่สีสันความสนุก อย่างถ้าเป็นทางภาคใต้ก็จะเล่นเรื่อง พระสุธน-มโนห์รา หรืออย่างที่เพชรบุรีก็จะเป็น แก้วหน้าม้า, พระอภัยมณี, สังข์ทอง ผิดกับละครในที่ถือกำเนิดจากฝ่ายใน จะแสดงได้ก็ในเขตพระราชฐาน ดังนั้น ละครในจึงถูกตีกรอบไว้ด้วยนักแสดงที่เป็นหญิงล้วน บวกทำนองที่เชื่องช้า โชว์ความวิจิตรของเสื้อผ้า ท่าร่ายรำ และความประณีตของงานดนตรี

 

ละครที่เน้นเรื่องความงามวิจิตรในทุกองค์ประกอบ

อาจารย์ฐิระพล น้อยนิตย์ ผู้ควบคุมวงดนตรีไทย ในการแสดงละครมโนห์รา

 

     รศ.ดร. ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ผู้ฝึกซ้อมละครใน ละครนอก ในงานออกพระเมรุ ได้ย้อนเล่าถึงขนบของละครในไว้ว่า เป็นละครที่เน้นเรื่องความงามวิจิตรในทุกองค์ประกอบ เพราะต้องแสดงใกล้ชิดกับกษัตริย์ ดังนั้นนอกจากเสื้อผ้าและท่วงท่ารำจะต้องงดงามแล้ว ใบหน้าของนางรำก็จะต้องงดงามที่สุดด้วยเช่นกัน

     ทว่าเมื่อวันหนึ่งที่ความสนุกสนานของละครชาตรี หรือโนราชาตรีเป็นที่เล่าขานถึงในรั้ววัง ชาววังก็เลยมีความต้องการที่จะชมละครที่สนุกสนานแบบนอกรั้ววังบ้าง  แต่ด้วยขนบของฝ่ายในทำให้ไม่สามารถหยิบแบบแผนของละครชาตรีมาได้ทั้งหมด  นั่นจึงทำให้มีการวิวัฒนาการเป็นละครนอก ที่มีทั้งความสนุกสนาน แต่ก็ยังไม่ทิ้งความงามของท่วงท่าการรำ

     “สำหรับละครมโนห์ราที่เป็นส่วนหนึ่งของมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุครั้งนี้ เป็นละครที่กรมศิลปากรได้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2498 โดยวิวัฒนาการมาจากโนราชาตรีของภาคใต้ แต่จะเป็นชาตรีก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะตัวละครไม่ได้ร้องเองแบบต้นตำรับละครชาตรี ทว่ายังคงใช้เพลงชาตรีทั้งร่ายชาตรีและชาตรีตะลุงต่างๆ ส่วนรูปแบบการแสดงเป็นละครนอกที่โชว์ให้เห็นถึงความงามของท่ารำ มีบทร้องที่ไพเราะ แต่ก็ไม่ใช่ละครนอกเสียทีเดียว เพราะละครนอกต้องใช้เพลงภาคกลาง แต่ละครมโนห์ราใช้เพลงชาตรีที่มีสำเนียงภาคใต้ บทพูดของพรานบุญก็ต้องเป็นภาษาใต้ กรมศิลปากรจึงเรียกละครชุดนี้เสียใหม่ว่าละครมโนห์รา”

 

สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ กลองตุ๊กและโทน ถูกนำมาใช้แทนกลองแขกและตะโพนแบบละครใน

นอกจากพระสุธนและนางมโนห์ราแล้ว ตัวเด่นของเรื่องได้แก่ พรานบุญ

 

ส่งตรงความสนุกจากปักษ์ใต้

     ด้วยละครมโนห์รามีรากมาจากละครชาตรี สิ่งแรกที่จะขาดเสียไม่ได้คือกลองตุ๊กและโทน ซึ่งถูกนำมาใช้แทนกลองแขกและตะโพนแบบละครใน ควบคุมวงดนตรีโดยอาจารย์ฐิระพล น้อยนิตย์ ขับร้องและเล่นดนตรีโดยอาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศ

     นอกจากพระสุธนและนางมโนห์ราแล้ว ตัวเด่นของเรื่องได้แก่ พรานบุญ ที่ต้องพูดด้วยสำเนียงใต้ที่ชัดเจนมาก ซึ่งพรานบุญในปี 2017 นี้ รับบทโดย คุณศิริชัย นาคพุฒ อาจารย์พิเศษวิทยาลัยนาฏศิลป์ศาลายา ความยากของบทบาทนี้คือการฝึกพูดและร้องเป็นภาษาใต้นานร่วม 3 เดือน โดยมีพรานบุญในอดีตอย่างอาจารย์ประสาท ทองอร่าม มาเป็นผู้ฝึกสอน

     “ความยากอย่างแรกคือภาษาใต้ ในขณะที่ผมเป็นคนภาคกลาง ความยากต่อมาคือการเทียบเสียงร้องไปกับปี่ ร้องภาษากลางกับปี่ก็ว่ายากแล้ว นี่ต้องร้องภาษาใต้และออกท่าทางด้วย ก็เป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง”

     นอกจากบทร้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของละครมโนราห์แล้ว เรื่องเครื่องแต่งกายก็แตกต่างจากละครในด้วย ไม่มีชฎา มงกุฎ แต่ตัวพระให้สวมเทริดที่มีความเพรียวกว่า เทริดโนราแบบปักษ์ใต้ ส่วนนางกินรีก็มีปีกหางไม่ได้ห่มสไบ และที่เพิ่มความสนุกคือการใส่บทพูดที่มีการกรีดร้องสมจริง รวมทั้งใส่จริตท่าทางของชาวบ้านจริงๆ ลงไป โดยเฉพาะฉากนางมโนห์ราทั้ง 7 กำลังเล่นน้ำ และฉากนางมโนห์ราถูกพรานบุญจับตัวไป

     ด้านการร้องก็กระชับ สั้น ใส่ความกระฉับกระเฉงลงไปแต่ก็ยังไม่ทิ้งท่าร่ายรำที่งดงาม มีการออกแบบกระบวนท่ารำใหม่ที่เรียกว่า รำซัดชาตรีเลือกคู่ ส่วนไฮไลต์ยังคงเป็นฉากมโนราห์บูชายัญ และพระสุธนเลือกคู่ ที่โชว์กระบวนการรำที่อ่อนช้อยสวยงามกว่าละครชาตรีทั่วไป เรียกได้ว่าละครนอกยุคสองพันอย่าง ‘ละครมโนห์รา’  กำลังจะลบภาพเดิมๆ ของละครชาตรีที่ถูกจัดไว้เพียงละครแก้บนพื้นบ้านให้พลิกกลับมาเป็นละครชาตรีรูปแบบใหม่ ที่เต็มไปด้วยความละเอียดของศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ไทยหลากหลายแขนง

 

 

Photo: ศรัณยู นกแก้ว

The post ‘ละครมโนห์รา’ ละครนอกยุคสองพัน สีสันงานมหรสพสมโภชที่ถือกำเนิดนอกรั้ววัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements-manora/feed/ 0
จาก ‘หนังใหญ่’ พระนครไหวสู่ความยิ่งใหญ่ของ ‘โขน’ ที่สุดแห่งมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุ https://thestandard.co/kingrama9-nangyai-khon/ https://thestandard.co/kingrama9-nangyai-khon/#respond Fri, 20 Oct 2017 23:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=36418

     ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียน นัก […]

The post จาก ‘หนังใหญ่’ พระนครไหวสู่ความยิ่งใหญ่ของ ‘โขน’ ที่สุดแห่งมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียน นักศึกษา และอาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ 12 แห่งทั่วประเทศร่วม 1,000 คน ได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อฝึกซ้อมการแสดงชุดยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นก็คือ ‘โขน’ นาฏศิลป์อันเป็นดั่งหัวใจของงานมหรสพสมโภชที่จะจัดแสดงในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

     นอกเหนือไปจากความยิ่งใหญ่ของโขนที่รวบรวมเอาไว้ซึ่งทุกศาสตร์ของนาฏยไทยแล้ว บนเวที 1 ที่จัดแสดงโขนยาว 7 ชั่วโมงไปจนถึงรุ่งสางยังได้เพิ่มการเชิดหนังใหญ่เข้าไปเพื่อเป็นการไหว้ครูนาฏศิลป์ไทย ให้รู้ว่าแท้จริงแล้วโขนคือการแสดงที่ถอดมาจากความพลิ้วไหวของเงาหนังใหญ่ซึ่งพาดทับลงบนจอขาว โดยมีรางไฟกะลามะพร้าวคอยสร้างชีวิตให้แผ่นหนังสามารถขยับเคลื่อนไหว จนเมื่อพัฒนาการมาเป็นโขนก็ยังคงมีธรรมเนียมการเล่น ‘โขนหน้าจอ’ ซึ่งก็หมายถึงการเล่นโขนหน้าจอหนังใหญ่นั่นเอง

     ท่าทางของโขนก็คือท่าทางที่ถอดมาจากคนเชิดหนังใหญ่ หรือละครเงา ซึ่งมีความสำคัญไม่ต่างกับการได้มาซึ่งช้างเผือกของพระมหากษัตริย์ เพราะหนังใหญ่รวมเอาทุกศาสตร์เอาไว้

สานต่อตำนานหนังใหญ่พระนครไหว

 

“ตัดไม้มาสี่ลำ        ทำขึ้นเป็นจอ

สี่มุมแดงยอ        กลางก็ดาดด้วยผ้าขาว”

 

 

     เสียง อาจารย์ประสาท ทองอร่าม หรือ ครูมืด ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมไทย สำนักงานสังคีตศิลป์ ขับกลอนที่ฉายให้ภาพของละครเงาหรือหนังใหญ่เริ่มแจ่มชัดขึ้น หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาครูมืดบนจอโทรทัศน์ แต่อีกมุมหนึ่ง ครูมืดคือศิลปินผู้ชำนาญด้านนาฏศิลป์ไทยหลายแขนง โดยเฉพาะโขนและหนังใหญ่

     สาเหตุที่ศาสตร์ทั้งสองต้องอยู่คู่กันก็ด้วยหนังใหญ่คือต้นกำเนิดของโขน เรียกว่าสมัยก่อนถ้ายังเชิดหนังใหญ่ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงการฝึกโขน ผิดกับปัจจุบันที่หนังใหญ่มีการกางจอแสดงน้อยครั้ง จึงทำให้ต้องนำนักแสดงโขนที่มีทักษะสูงมาต่อยอดเชิดหนังใหญ่ ใครเป็นลิงเชิดลิง ใครเป็นยักษ์เชิดยักษ์ เพื่อให้ยังคงเอกลักษณ์ท่าเต้นของตัวละครนั้นๆ เอาไว้

     “ท่าทางของโขนก็คือท่าทางที่ถอดมาจากคนเชิดหนังใหญ่ หรือละครเงา ซึ่งมีความสำคัญไม่ต่างกับการได้มาซึ่งช้างเผือกของพระมหากษัตริย์ เพราะหนังใหญ่รวมเอาทุกศาสตร์เอาไว้ ตั้งแต่ช่างแกะฉลุหนังที่ไม่ใช่จะใช้หนังอะไรก็ได้ ต้องใช้หนังวัว ซึ่งมีคุณสมบัติโปร่งแสง ผ่านกรรมวิธีการทำหนังให้คงรูป ไม่งอ จากนั้นจึงนำมาแกะเป็นตัวหนัง ซึ่งใช้ลายไทยที่ละเอียด มีทั้งหนังเดี่ยวเป็นตัวละครเดี่ยวๆ หนังที่มีเรื่องราว เช่น หนังไหว้ หนังเกี่ยว หนังจับ เป็นหนังที่มีท่าทางประกอบอยู่ในหนัง นั่นแปลว่าก่อนจะแกะหนังได้ก็ต้องมีการคิดพล็อตหรือบทประพันธ์แต่ละตอน แต่ละฉากไว้ให้สมบูรณ์ และตัวหนังที่ใหญ่สุดคือ หนังเมือง หนังปราสาท หนักเป็นสิบกิโลกรัม เพราะต้องวาดฉากเมืองกับปราสาทลงไปในตัวหนัง และต้องมีตัวละครอยู่ในปราสาท หรือเมืองนั้นๆ ด้วย เวลาเชิดต้องเชิดคนเดียว และเต้นออกท่าทางไปด้วยแม้จะอยู่หลังจอก็ตาม นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมหนังใหญ่จึงไม่ใช้ผู้หญิงเชิด เพราะตัวหนังหนักมาก”

     นอกจากการใช้หนังวัวแล้ว ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพเจ้าอาวาสวัดพลับพลาชัย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดหนังใหญ่คณะหลวงพ่อฤทธิ์ที่โด่งดังยังระบุไว้ว่า ในบรรดาหนังใหญ่ตำรับโบราณนั้นมีหนังพิเศษที่เรียกว่าหนังเจ้า หรือหนังครู เป็นหนังฤาษี พระอิศวร พระนารายณ์ ซึ่งต้องแกะจากหนังพิเศษ เช่น หนังเสือ หนังวัวตายพราย (ตายโหง หรือตายท้องกลม) และบางตำราก็ว่าต้องแกะโดยผู้ที่ถือศีลเท่านั้น ส่วนตัวหนังที่ใช้เล่นในงานออกพระเมรุครั้งนี้ ส่วนหนึ่งแกะฉลุขึ้นใหม่ อีกส่วนนำมาจากหนังใหญ่ชุดพระนครไหว ซึ่งเป็นหนังที่โด่งดังที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 2

 

 

หนังใหญ่ไม่เคยตาย

     แม้หนังใหญ่จะเป็นนาฏศิลป์ชั้นครูที่มีความเก่าแก่และมีผู้สืบสานน้อยลง ทว่าก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทของแต่ละยุคสมัย โดยความต่างแรกของหนังใหญ่ยุคใหม่คือเรื่องของการจัดไฟ ที่ตามขนบแล้วต้องใช้กะลามะพร้าวเผาบนรางที่อยู่หลังฉากเพื่อให้น้ำมันในกะลาสร้างความพลิ้วไหวให้แก่รูปเงา แต่ปัจจุบันเมื่อมีการนำหนังใหญ่มาเล่นบนเวทีเดียวกับโขน การสร้างรางไฟ ที่บังไฟ จัดหาคอยเติมและควบคุมไฟกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ทางเดียวที่จะทำได้คือการเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าในการสร้างแสงเงา

     ด้านวิธีการเชิดสมัยใหม่นั้นได้มีการผสมเทคนิคการเชิดนอกจอแบบหนังกลางวันเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน ซึ่งหนังกลางวันที่ว่าหมายถึงหนังใหญ่ที่เขียนสีลงไปเต็มตัวหนัง แล้วเปลี่ยนจากหลังฉากไปแสดงหน้าจอในยามกลางวันโดยไม่ต้องใช้แสงเงาแต่อย่างใด นี่จึงเป็นกำไรของคนดูที่จะได้เห็นการเชิดหนังใหญ่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังไปพร้อมกัน แต่เหนืออื่นใด หัวใจของหนังใหญ่ยังคงเป็น ‘คนทอดหนัง’ ซึ่งเปรียบได้กับผู้กำกับที่คอยจัดเรียงตัวหนังเป็นชุดๆ ตามท้องเรื่องที่จะแสดง

     เนื่องด้วยหนังใหญ่คือต้นตำรับของโขน เรื่องที่ใช้แสดงจึงเน้นความยิ่งใหญ่ของรามเกียรติ์เป็นส่วนใหญ่ ทว่าในปัจจุบันเมื่อคณะหนังใหญ่รวมทั้งตัวหนังเองมีผู้สานต่อน้อยลงมาก ตั้งแต่งานออกพระเมรุพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็นต้นมาจึงได้ปรับการเล่นหนังใหญ่ให้รวมอยู่ในเวทีเดียวกับโขนและแสดงเพียง 2 ตอนคือ หนังใหญ่เบิกหน้าพระ ชุดพากย์สามตระ และการแสดงเบิกโรงหนังใหญ่ ชุดจับลิงหัวค่ำ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาถึงปัจจุบัน

     “ชุดพากย์สามตระเป็นการไหว้ครู ก็จะได้เห็นหนังครู หนังฤาษี หนังพระอิศวรในตอนนี้ ถัดมาคือจับลิงหัวค่ำ เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากรามเกียรติ์ ในสมัยก่อนการแสดงหนังใหญ่ถือเป็นการแสดงที่ใหญ่มาก คนแห่แหนกันมาดู ดังนั้นก่อนจะเริ่มเล่นก็ต้องมีการแฝงคำสอน คติเตือนใจ เปรียบความดีเป็นลิงขาว เปรียบความชั่วเป็นลิงดำ ลิงดำทำผิดถูกจับได้ แต่สุดท้ายฤาษีก็ให้อภัยและสอนให้ลิงดำกลับตัว”

 

งดงามด้วยมรดกไทยในการแสดงโขน

 

 

     หลังจากหนังใหญ่จบลง ต่อไปก็เป็นชุดการแสดงที่หลายคนตั้งตารอคอย นั่นก็คือการแสดงโขนโดยกรมศิลปากร ที่มีนักแสดงรวมกว่าพันคนจากนักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศ พร้อมด้วยการเพิ่มโขนพระราชทาน ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดแห่งการฟื้นฟูงานช่างและงานศิลปะไทยแขนงต่างๆ เข้ามาในโขนหน้าพระเมรุ และเทิดพระเกียรติด้วยการแสดงรำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหน้าพระเมรุมาศ โดยใช้นักแสดงทั้งหมด 89 คน เท่ากับพระชนมายุของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยการรำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นการนำทำนองเพลง อู่ทอง ของคุณมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ มาประพันธ์ใหม่เพื่อใช้ในงานมหรสพสมโภชครั้งนี้เท่านั้น

 

 

     “สำหรับโขนพระราชทานเพิ่งจะมีแสดงในงานออกพระเมรุครั้งนี้เป็นครั้งแรก เนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนได้เห็นศิลปะงานประณีตศิลป์ไทยที่หาดูได้ยาก เพราะโขนพระราชทานได้ฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการทำหัวโขนที่ต้องใช้กระดาษข่อยที่น้ำหนักเบา ซึ่งนั่นก็ทำให้เราต้องไปรื้อฟื้นวิธีโบราณในการทำกระดาษข่อยขึ้นมา และกลายมาเป็นสมุดข่อยปาฏิโมกข์ หนึ่งในเครื่องสังเค็ด (หนึ่งสิ่งสำคัญที่ใช้ประกอบในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพของเจ้านายชั้นสูง ประกอบด้วย พัดรอง-ผ้ากราบ-ย่าม, ตู้สังเค็ด, หีบปาฏิโมกข์, ธรรมาสน์ปาฏิโมกข์) สำหรับงานพระราชพิธีพระบรมศพ หรืออย่างผ้ายก แต่ก่อนเราใช้ผ้ายกอินเดียมาทำชุดโขน พอมีโขนพระราชทานก็เลยต้องไปรื้อฟื้นการทอผ้ายกของไทยขึ้นมาที่นครศรีธรรมราช หรืออย่างงานถักตาชุนเป็นผ้าสไบ เขียนลายไทยเป็นฉาก ก็มีการรื้อฟื้นเพราะโขนพระราชทาน ดังนั้นโขนพระราชทานจึงไม่ใช่แค่การแสดง แต่ยังเป็นการรื้อฟื้นมรดกทางศิลปะไทยให้กลับมาด้วย” ดร. สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ขยายความหมายของโขนพระราชทานที่มีค่ามากกว่าเรื่องการแสดง

     อีกสิ่งที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในการแสดงโขนงานออกพระเมรุครั้งนี้คือโขนกึ่งฉาก ที่มีการใช้มัลติมีเดียสมัยใหม่ผสมผสาน รวมทั้งการกลับมาของโขนชักรอก ซึ่งรัชกาลที่ 1 เคยมีพระราชดำริให้จัดขึ้นในงานฉลองอัฐิของพระชนก โดยความพิเศษของโขนชักรอกคือการใช้เชือกและรอกผูกโยงนักแสดงให้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้สมจริง และที่จะได้เห็นไม่บ่อยนักคือระยะเวลาการแสดงที่ยาวนานร่วม 7 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 7 ชุดการแสดง ตั้งแต่รามาวตาร ไปจนถึงชุดสีดาลุยไฟ-พระรามครองเมือง ซึ่งครูมืดได้กล่าวถึงการคัดเลือกชุดการแสดงว่า

     “โขนมีเป็นร้อยตอน ทางกรมศิลปากรเน้นคัดฉากรบที่สำคัญให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ใช้ตัวแสดงเยอะเต็มเวทีสมกับเป็นมหรสพสมโภชงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”

 

 

Photo: ศรัณยู นกแก้ว, ฐานิส สุดโต

The post จาก ‘หนังใหญ่’ พระนครไหวสู่ความยิ่งใหญ่ของ ‘โขน’ ที่สุดแห่งมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingrama9-nangyai-khon/feed/ 0
หนึ่งเดียวในโลกกับ ‘บัลเลต์มโนห์รา’ พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี และการถือกำเนิดของบัลเลต์สายเลือดไทย https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements-manora-ballet/ https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements-manora-ballet/#respond Mon, 09 Oct 2017 10:09:55 +0000 https://thestandard.co/?p=33523

     ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2502 ครั้งที่พระบา […]

The post หนึ่งเดียวในโลกกับ ‘บัลเลต์มโนห์รา’ พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี และการถือกำเนิดของบัลเลต์สายเลือดไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2502 ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงโนราของคณะพุ่ม เทวา หรือเป็นที่รู้จักกันดีในปักษ์ใต้ว่า โนราขุนอุปถัมภ์นรากร ณ พลับพลาที่ประทับจังหวัดพัทลุง ครั้งนั้นพระองค์ทรงเกิดความสนพระทัยในท่วงท่าและความสนุกสนานของศิลปะพื้นบ้านของท้องถิ่นเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานราว พ.ศ. 2504 เรื่องราวของโนราพื้นบ้านก็ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองเพลงอันอ่อนหวานในชุด ‘กินรีสวีท’ (Kinari Suite) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวบัลเลต์สัญชาติไทยครั้งแรกในโลกที่ชื่อ ‘บัลเลต์มโนห์รา’ โดยมีผู้ฝึกซ้อม พระราชนิพนธ์บทละคร บทเพลง เรียบเรียงเสียงประสาน และอำนวยการแสดงดนตรีนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา อดีตนางมโนห์ราคนที่สอง ในชุดบัลเลต์ที่ออกแบบโดย ปิแอร์ บัลแมง

 

กินรีไทยในท่วงทำนองตะวันตก

     “บัลเลต์มโนห์ราเป็นการแสดงที่นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และท่วงท่าความอ่อนช้อยของบัลเลต์มาผสมผสานกัน ในครั้งแรกที่มีการคิดขึ้นมานั้น พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ ‘คุณหญิงเดมอน’ หรือคุณหญิงเจเนเวียฟ เลสปันยอล เดมอน ซึ่งเป็นครูสอนบัลเลต์ที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้นเป็นผู้ออกแบบท่าเต้น ส่วนนางมโนห์ราคนแรกของไทยแสดงโดยคุณวนิดา ดุละลัมพะ และมีคุณสมศักดิ์ พลจิตร แสดงเป็นพระสุธน”

     ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา อดีตนางมโนห์ราคนที่สองบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของบัลเลต์สายเลือดไทยที่จัดแสดงครั้งแรกในงานกาชาด สวนอัมพร เมื่อ พ.ศ. 2505 โดยความพิเศษของบัลเลต์มโนห์ราคือการผสมผสานระหว่างวรรณคดีพื้นบ้านและรำไทยใส่ลงไปในจังหวะสากลของบัลเลต์จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

     ไม่เพียงแต่บทเพลงพระราชนิพนธ์ชุด กินรีสวีท ที่โด่งดังเพียงข้ามคืนหลังการแสดงที่สวนอัมพรจบลงเท่านั้น อีกสิ่งที่เป็นที่กล่าวขวัญคือความงามของชุดนางกินรี ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) ซึ่งได้นำเครื่องหัว เครื่องละครไทยมาประยุกต์กับชุดบัลเลต์และคาแรกเตอร์ของนกกินรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยชุดกินรีของปิแอร์ บัลแมง ได้ถูกส่งต่อให้กินรีรุ่นต่อไป ซึ่งก็คือท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา

     “ดิฉันได้แสดงเป็นมโนห์ราครั้งแรกในงานอำลาคุณหญิงเดมอน ซึ่งจะบินกลับประเทศ ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทอดพระเนตรทั้งสองพระองค์ และมีการถ่ายทำภาพยนตร์ส่วนพระองค์เรื่อง มโนห์รา เก็บไว้ด้วยหลังการแสดงจบลง ซึ่งพระองค์ทรงกำกับเอง”

     สำหรับการแสดงบัลเลต์มโนห์ราในสมัยที่สองนั้นมีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นบุกเบิกอยู่หลายส่วน เริ่มจากคนแสดงที่ในยุคแรกนั้นมีทั้งนักบัลเลต์และข้าราชบริพารทั่วไปที่ไม่ได้เต้นบัลเลต์มาร่วมแสดง เพราะยุคนั้นคนที่ใส่รองเท้าบัลเลต์และขึ้นปลายเท้าได้ในกรุงเทพฯ มีเพียงไม่กี่คน จึงจำเป็นต้องให้ข้าราชบริพารใส่ส้นสูงเข้ามาร่วมแสดง ทว่าในยุคที่ท่านผู้หญิงวราพรเป็นนางกินรี บัลเลต์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้สามารถคัดสรรนักบัลเลต์จริงมาแสดงได้ทั้งหมด และแม้คณะบัลเลต์มโนห์ราจะตามเสด็จไปแสดงในภาคต่างๆ ของเมืองไทย แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นงานใหญ่ที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตรด้วย ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทำให้บัลเลต์ถือกำเนิดขึ้นในเมืองไทย และเป็นที่รู้จักจนรับความนิยมเช่นปัจจุบัน

 

ภาพการซ้อมของบัลเลต์มโนห์รา พ.ศ.​ 2560 ในงานมหรสพสมโภช

 

บัลเลต์กลางแจ้ง หนึ่งในความยิ่งใหญ่ของมหรสพสมโภช

     เมื่อบัลเลต์มโนห์ราถือกำเนิดขึ้นในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ดังนั้นในค่ำคืนของวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งจะมีการจัดมหรสพสมโภชเป็นการออกพระเมรุ หรือออกทุกข์ ก็ย่อมต้องมีบัลเลต์มโนห์ราเป็นหนึ่งในการแสดงที่ถูกบรรจุไว้ด้วย และแม้จะใช้เวลาสั้นๆ เพียง 30 นาทีเป็นส่วนประกอบของการแสดงดนตรีสากลองก์ที่ 1 ทว่ากลับใช้เวลาซักซ้อมไม่ต่ำกว่าครึ่งปี โดยมี ครูโจ้-สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรับบทเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ในบัลเลต์มโนห์รา ได้กลับมายืนบนเวทีนี้อีกครั้งในฐานะผู้ออกแบบท่าเต้นและควบคุมการแสดง

 

สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา กลับมายืนบนเวทีนี้อีกครั้งในฐานะผู้ออกแบบท่าเต้นและควบคุมการแสดง

 

     “บัลเลต์มโนห์ราเป็นเหมือนตำนานของคนในแวดวงบัลเลต์ ไม่จำเป็นต้องเป็นกินรี พรานบุญ หรือพระสุธน แค่ได้เล่นเป็นก้อนหิน ต้นไม้ หรือสัตว์ตัวเล็กๆ ในป่าหิมพานต์ก็เป็นความภาคภูมิใจแล้ว เพราะบัลเลต์มโนห์ราคล้ายกับบัลเลต์พระราชทานที่จะเปิดแสดงเฉพาะหน้าพระพักตร์และงานใหญ่ๆ ซึ่งเมื่อมีโอกาสได้กลับมาทำ สิ่งแรกที่ยึดเป็นหลักเลยก็คือการคงไว้ซึ่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ชุด กินรีสวีท”

     สำหรับบทเพลงพระราชนิพนธ์ชุดกินรีสวีทนี้ประกอบด้วย 5 บทเพลง ได้แก่ เริงวนารมย์ (Nature Waltz), พรานไพร (The Hunter), กินรี (Kinari Waltz), ภิรมย์รัก (A Love Story) และอาทิตย์อับแสง (Blue Day) ซึ่งแต่ละเพลงจะถูกร้อยเรียงให้เข้ากับแต่ละฉากของเรื่องพระสุธน-มโนห์รา ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชนิพนธ์บทขึ้นใหม่ให้กระชับ มีความเป็นสากล เข้ากับบัลเลต์ที่ใช้ท่วงทำนองของออร์เคสตราและลีลาการเต้นเป็นตัวสื่อความหมาย

     โดยบัลเลต์มโนห์รานั้นจะต่างจากเรื่องพระสุธน-มโนห์ราฉบับวรรณคดีพื้นบ้านตรงที่พระองค์ได้ทรงตัดท่อนกินรีบูชายันต์ออกไป กลายเป็นฉากจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง พระสุธนพานางมโนห์ราเข้าวัง และสำหรับบัลเลต์มโนห์ราในงานมหรสพสมโภชนั้นก็ได้ตัดทอนฉากพระสุธนออกรบออกไป ซึ่งฉากนี้ในสมัยคุณหญิงเดมอนถือเป็นอีกฉากที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะมีการขึงฉากผ้าขาว นำหนังตะลุงเข้ามาเชิดสลับเล่นคู่ไปกับวงออร์เคสตราที่บรรเลงอยู่กลางเวที และสำหรับบัลเลต์มโนห์ราปี 2560 นี้ ครูโจ้กล่าวว่ามีความแตกต่างกับมโนห์ราในสมัย 40-50 ปีแน่นอน

 

ท่าเต้นถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย

 

     “อย่างเรื่องท่าเต้นนี่เราต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด เพราะแต่ละยุคก็ย่อมตีความคำว่ารักแรกพบของพระสุธนกับนางมโนห์ราต่างกัน และยิ่งดนตรีของพระองค์เป็นดนตรีที่มีโน้ตที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน โจทย์ของเราก็เป็นการคิดท่าเต้นให้มีความซับซ้อนตามเพลงที่พระองค์ทรงตั้งใจถ่ายทอดออกมา ความซับซ้อนที่ว่าก็คือการใช้เทคนิคบัลเลต์ที่มากขึ้น หรืออย่างบ่วงนาคบาศ เราก็ตีความใหม่เป็นการสร้างนาคโดยใช้คนเพื่อที่จะรัดนางกินรีได้ มีการใส่หญ้าแฝก ดอกดาวเรืองลงไปในป่าหิมพานต์ ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงพระองค์ท่าน แต่อย่างหนึ่งที่เราจะไม่ปรับคือการใส่ท่วงท่ารำไทยลงไปในบัลเลต์”

 

ชุดบัลเลต์มโนห์ราในครั้งนี้ออกแบบโดยดีไซเนอร์แบรนด์ไทยจาก Tube Gallery

 

ชุดบัลเลต์แห่งความทรงจำ

     เมื่อจัดแสดงบัลเลต์มโนห์รา สิ่งที่ต้องอยู่ในความทรงจำก็คือเรื่องชุด ซึ่งครั้งนี้มีดีไซเนอร์ไทย คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน แห่ง Tube Gallery เข้ามาร่วมออกแบบ ซึ่งมีทั้งการใช้ผ้าไหมไทย ลายไทย เทคนิคการปัก เทคนิคการขึ้นรำแพนของนกยูงแบบนกในระบำกิงกะหร่า และการใช้เครื่องประดับอย่างละครรำไทยเข้ามาผสมผสาน รวมทั้งการฉลุลายไทยให้เป็นฉาก และใช้เทคนิคการเชิดหนังใหญ่เข้ามาสร้างมิติให้ฉาก

     “ในสมัยที่ปิแอร์ บัลแมง ออกแบบชุดนั้น ความงามของกินรี นกยูง และงูจะเป็นที่กล่าวถึง แต่ด้วยเวลาที่ผ่านมาเป็น 40 ปีทำให้ชุดเก่าไม่สามารถใช้ได้ พอออกแบบชุดใหม่เราก็อยากจะสร้างตัวละครทั้งสามให้กลับมาอยู่ในความทรงจำอีกครั้ง แต่เนื่องจากมีการดีไซน์ท่าเต้นออกมาใหม่ให้มีความซับซ้อนขึ้น ชุดจึงต้องปรับแก้ไปตามท่าเต้นเพื่อส่งเสริมให้นักแสดงเต้นท่านั้นๆ ออกมางดงามที่สุด”

 

ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และพิสิฐ จงนรังสิน แห่ง Tube Gallery ออกแบบและผลิตชุดอย่างตั้งใจ

 

     “อย่างพระสุธนที่ต้องยกนางกินรี เมื่อมีการเต้นคู่ก็ต้องปรับแก้เทคนิคการปัก การใช้วัสดุที่ทำให้พระสุธนไม่เจ็บ ไม่ติดตอนยก หรืออย่างนางกินรี เมื่ออยู่เดี่ยวๆ จะเป็นชุดหนึ่ง เมื่ออยู่กับพระสุธนก็จะใช้เทคนิคการเปลี่ยนสลับชุดใหม่เพื่อให้การเต้นคู่กันไม่มีสะดุด หรืออย่างนกยูงก็ต้องมาคิดหาเทคนิคให้ขึ้นรำแพนหางได้เหมือนจริง ก็มาลงที่เทคนิคการยกปีกในระบำกิงกะหร่า ดอกบัวก็จะมีการผลิบานได้ขณะเต้น สายน้ำจะทำอย่างไรให้พลิ้วไหวที่สุด ทำชุดบัลเลต์จะสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเสริมนักแสดงให้เต้นออกมาได้ดีที่สุด”

     คุณเต้กล่าวถึงเรื่องการออกแบบเสื้อผ้าที่ปรับแต่งแก้ไขตั้งแต่เริ่มคิดท่าแสดงไปจนกระทั่งวันซ้อมใหญ่ ซึ่งทุกฝ่ายและทุกภาคส่วนต่างก็ต้องการให้บัลเลต์ไทยที่ถือกำเนิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 กลับมาเป็นบัลเลต์หน้าพระที่นั่งที่พระองค์จะได้ทอดพระเนตรเป็นครั้งสุดท้าย… ก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย

 

นอกจากท่าเต้นและชุดอันสวยงามแล้ว การแสดงชุดนี้ยังใช้เทคนิคการเชิดหนังใหญ่เป็นองค์ประกอบ

 

เตรียมรับชมบัลเลต์มโนห์รา หนึ่งในมหรสพสมโภช วันที่ 26 ตุลาคม 2560

 

Cover Photo: Karin Foxx

Photo: ศรัณยู นกแก้ว และ Tube Gallery

The post หนึ่งเดียวในโลกกับ ‘บัลเลต์มโนห์รา’ พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี และการถือกำเนิดของบัลเลต์สายเลือดไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements-manora-ballet/feed/ 0
ซ้อมแสดงละครหุ่น พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 https://thestandard.co/kingrama9-puppet-show/ https://thestandard.co/kingrama9-puppet-show/#respond Fri, 06 Oct 2017 09:32:24 +0000 https://thestandard.co/?p=33018

     วันนี้ (6 ต.ค.) ณ โรงละครแห่งชาติ น […]

The post ซ้อมแสดงละครหุ่น พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>

     วันนี้ (6 ต.ค.) ณ โรงละครแห่งชาติ นาฏศิลปินจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และคณาจารย์ นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์กว่า 300 คน ร่วมจัดซ้อมการแสดงละครหุ่นหลวง และหุ่นกระบอก ซึ่งเป็นหนึ่งในการแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

     การจัดซ้อมการแสดง ‘ละครหุ่น’ สำหรับแสดงมหรสพสมโภชนี้ ประกอบด้วย ละครเรื่อง พระมหาชนก

 

 

การแสดงหุ่นหลวง

  • ตอนหนุมานเข้าห้องนางวานรินทร์

 

 

การแสดงหุ่นกระบอก

  • เรื่องพระอภัยมณี ตอนกำเนิดสุดสาครจนถึงเข้าเมืองระแวก รำกิ่งไม้เงินทอง
  • ละครใน เรื่องอิเหนา ตอนบุษบาชมศาล-อิเหนาตัดดอกไม้-ฉายกริช-ท้าวดาหาบวงสรวง
  • ละครเรื่องมโนห์รา

 

 

     โดยมหรสพจะเริ่มแสดงวันที่ 26 ต.ค. ตั้งแต่ 18.00 น. จนถึง 06.00 น. ของเช้าวันที่ 27 ต.ค. และการแสดงของทุกเวทีจะหยุดการแสดงเมื่อมีพระราชพิธีบนพระเมรุมาศ

 

 

The post ซ้อมแสดงละครหุ่น พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingrama9-puppet-show/feed/ 0
อลังการตระการตา การแสดงต่างๆ ในมหรสพสมโภช งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements/ https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements/#respond Wed, 04 Oct 2017 08:51:32 +0000 https://thestandard.co/?p=32239

     นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของกา […]

The post อลังการตระการตา การแสดงต่างๆ ในมหรสพสมโภช งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้ว อีกสิ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ การแสดงมหรสพสมโภช ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่สืบปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยครั้งอยุธยา

     การแสดงมหรสพสมโภชถือเป็นสัญลักษณ์ของงานออกทุกข์ หรือ การออกพระเมรุ โดยงานแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในอดีตประกอบไปด้วยการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงในราชสำนัก และการแสดงมหรสพจากต่างชาติอย่าง งิ้ว และรำญวน เข้ามาผสมผสาน

     ครั้นมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ การแสดงมหรสพสมโภชได้ถูกยกเลิกไปในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5* เหตุก็ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ลดทอนความใหญ่โตในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์เองออก ซึ่งนั่นหมายรวมถึงการลดทอนงานมหรสพออกไปด้วย

     กระทั่ง พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการรื้อฟื้นการประโคมดนตรีและการมหรสพอีกครั้งในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา

     สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้จัดให้มีการแสดงมหรสพสมโภชทั้งหมด 3 เวที ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของสนามหลวง โดยใช้นักแสดงกว่า 3,000 คน เริ่มแสดงทุกเวทีพร้อมกันตั้งแต่เวลา 18.00 น. ในวันที่ 26 ตุลาคม จนถึงเวลา 6.00 น. ของเช้าวันที่ 27 ตุลาคม (การแสดงของทุกเวทีจะหยุดการแสดงเมื่อมีพระราชพิธีในพระเมรุมาศ) นอกจากเวทีด้านทิศเหนือแล้ว ยังมีการแสดงหน้าพระที่นั่งทรงธรรม หรือ พระเมรุมาศ ที่เรียกกันว่า โขนหน้าไฟ เรื่อง รามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร ยกรบ และการแสดงชุดรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่จะจัดแสดงไปพร้อมกัน

 

สำหรับการแสดงทั้ง 3 เวทีที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าชม ประกอบไปด้วย

เวทีที่ 1

 

หนังใหญ่

 

     หนังใหญ่

     หนังใหญ่ถือเป็นศิลปะชั้นสูงที่รวมนาฏศิลป์ชั้นสูงหลากหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของการแสดงโขน ปัจจุบันหนังใหญ่หาชมได้ยากเต็มที ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของตัวหนังเองที่ต้องใช้ทักษะความชำนาญในการแกะ มีทั้งประเภทหนังเดี่ยว แกะหนังเป็นตัวละครต่างๆ ในเรื่อง รามเกียรติ์ อีกประเภทคือหนังพิเศษที่นำหนังขนาดใหญ่มาแกะลายฉากละคร เช่น ปราสาท เมือง ซ้อนทับอยู่ด้านหลังตัวละครอีกชั้น

     ความงดงามของหนังใหญ่มิได้เกิดจากความละเอียดในการสลักลายเพียงเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ท่วงท่าของคนเชิด ซึ่งต้องมีความสามารถทางด้านนาฏศิลป์ และต้องคอยควบคุมเงาที่จะทอดลงบนฉากให้มีความชัดเจนควบคู่กันไป และสำหรับหนังใหญ่ที่จะจัดแสดงในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ หนังใหญ่เบิกหน้าพระ ชุดพากย์สามตระ ซึ่งเป็นหนังใหญ่สำหรับไหว้ครู สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกชุดเป็น หนังใหญ่เบิกโรง ชุดจับลิงหัวค่ำ มีเนื้อหาเน้นย้ำเรื่องการทำดีเพื่อประเทศชาติ โดยมีผู้แสดงทั้งหมดเป็นครูอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ร่วมกับครูอาวุโส จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

 

โขน

 

     โขน

     สำหรับการแสดงโขนนั้นประกอบด้วย 7 ชุดการแสดง เริ่มจาก ชุดรามาวตาร-ขับพิเภก ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเรื่องราว รามเกียรติ์ ตั้งแต่พระอิศวรมีเทวโองการให้พระนารายณ์อวตารลงไปเป็นพระราม แสดงต่อเนื่องเรื่อยไปจนถึงชุดสีดาลุยไฟ พระรามครองเมือง ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับครั้งเสร็จศึกลงกา จากนั้นพระรามจึงเสด็จกลับคืนกรุงศรีอยุธยา และทรงขึ้นครองราชย์ปกครองบ้านเมืองอย่างผาสุข โดยนักแสดงนั้นมีทั้งจากกรมศิลปากร และโขนพระราชทาน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

 

เวทีที่ 2

     พระมหาชนก

     การแสดงละครรำที่ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเน้นย้ำในเรื่องของความเพียร และความมีสติในการใช้ชีวิต

 

หุ่นหลวง

 

     หุ่นหลวง

     หุ่นหลวงเป็นศาสตร์การแสดงในราชสำนักที่เก่าแก่ อันปรากฏหลักฐานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ทว่าปัจจุบันกลับหาโอกาสชมได้ยากยิ่ง ในสมัยรัชกาลที่ 2 นั้นมีหลักฐานว่าพระองค์ทรงสร้างหุ่นหลวงขึ้นด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง แต่หลังจากนั้นหุ่นหลวงก็เริ่มซบเซาและเสื่อมหายไป กระทั่งได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ. 2559 โดยสำนักช่างสิบหมู่ได้ทำการสร้างหุ่นหลวงขึ้นมาใหม่ 2 ตัว คือ หนุมาน และ นางวารินทร์ ซึ่งจะออกแสดงในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

 

     หุ่นกระบอก

     จัดแสดงเรื่อง พระอภัยมณี ตอน กำเนิดสุดสาครจนถึงเข้าเมืองการะเวก ซึ่งเป็นตอนที่นิยมเล่นในมหรสพต่างๆ เพราะมีตัวหุ่นกระบอกที่หลากหลาย ทั้งคน สัตว์น้ำ และสัตว์ในวรรณคดีต่างๆ

 

     รำกิ่งไม้เงินทอง

     เป็นการรำเบิกโรงละครที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ประดิษฐ์ท่ารำขึ้นใหม่แทนรำประเลง โดยผู้ร่ายรำจะต้องถือกิ่งไม้เงินและกิ่งไม้ทองไว้ในมือ และสมมติตัวเองว่าเป็นเทวดา ความสำคัญอีกประการของการแสดงนี้คือ เป็นบทพระราชนิพนธ์ขับร้องในรัชกาลที่ 4 โดยมีพระราชประสงค์ให้เกิดความสวัสดิมงคลแก่นักแสดงและผู้ชม

 

     ละครใน เรื่อง ‘อิเหนา’

     เดิมทีการแสดงมหรสพกลางแจ้งมักจัดแสดงเฉพาะละครนอก เพราะละครในแปลได้ตามตัวว่า ละครที่จัดขึ้นในเขตพระราชฐานสำหรับให้พระมหากษัตริย์ได้ทอดพระเนตรเท่านั้น โดยการแสดงละครในในครั้งนี้เสนอตอนบุษบาชมศาล อิเหนาตัดดอกไม้ ฉายกริช และท้าวดาหาบวงสรวง ซึ่งยังคงรักษาขนบจารีตในการร่ายรำที่สืบทอดมาจากราชสำนักโดยตรง

 

ละคร เรื่อง ‘มโนห์รา’

 

     ละคร เรื่อง ‘มโนห์รา’

     เป็นการแสดงรูปแบบใหม่ที่ทางกรมศิลปากรได้สร้างสรรค์ขึ้นในปี พ.ศ. 2498 โดยนำเอกลักษณ์ของละครโนราและละครชาตรี ซึ่งเป็นต้นแบบของละครรำไทยมาประยุกต์รวมกัน

 

เวทีที่ 3

     ดนตรีสากล

     การบรรเลงดนตรีสากล ‘ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า’ ประกอบด้วยการแสดงทั้งหมด 7 องก์ โดยคัดเลือกบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บทเพลงเทิดพระเกียรติ และบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อถวายความอาลัย

 

บัลเลต์ เรื่อง ‘มโนราห์’

 

     บัลเลต์ เรื่อง ‘มโนราห์’

     แม้การแสดงบัลเลต์เรื่อง มโนราห์ จะเป็นการแสดงสั้นๆ ราว 30 นาที ที่ถูกบรรจุอยู่ในการแสดงองก์ที่ 1 ของการบรรเลงดนตรีสากล ‘ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า’ แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่หลายคนตั้งตารอคอยที่จะได้ชม เพราะนี่เป็นการแสดงที่สื่อให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงคิดค้นและสร้างสรรค์บัลเลต์ไทยขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก โดยมีจุดเริ่มต้นจากเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคใต้

 

บัลเลต์ เรื่อง ‘มโนราห์’

 

     พระองค์ทรงสนพระทัยการแสดงโนราที่ประชาชนแสดงถวายต่อหน้าพระที่นั่ง จึงทรงนำมาดัดแปลงผูกโครงเรื่องเสียใหม่ โดยนำความงามของบัลเลต์มาผูกโยงกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ กลายเป็นบัลเลต์ มโนราห์ ที่ผสมผสานระหว่างความอ่อนหวานแบบไทยและความคลาสสิกของบัลเลต์ โดยในครั้งแรกที่มีการแสดงนั้นพระองค์ทรงฝึกซ้อมด้วยพระองค์เอง นับเป็นคุณูปการต่อวงการนาฏศิลป์ไทยเป็นอย่างมาก

 

Photo: ศรัณยู นกแก้ว และฐานิส สุดโต

* อ้างอิงจาก หมายรับสั่งและพงศาวดาร เรื่องมหรสพงานพระเมรุ กรุงรัตนโกสินทร์ โดย ดร. อนุชา ทีรคานนท์ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

The post อลังการตระการตา การแสดงต่างๆ ในมหรสพสมโภช งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingrama9-cremation-amusements/feed/ 0
การซ้อมแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 https://thestandard.co/khon-ramayana-rehearsal/ https://thestandard.co/khon-ramayana-rehearsal/#respond Fri, 29 Sep 2017 08:36:21 +0000 https://thestandard.co/?p=31372

     วันที่ 29 ก.ย. ที่โรงละครแห่งชาติ ส […]

The post การซ้อมแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 appeared first on THE STANDARD.

]]>

     วันที่ 29 ก.ย. ที่โรงละครแห่งชาติ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดซ้อมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งจะแสดงบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้แสดงเป็นนาฏศิลปินจากสำนักการสังคีต นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศ 12 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมกว่า 89 คน ผู้พากย์ ผู้บรรเลง ขับร้อง และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกว่า 360 คน พร้อมประพันธ์บทขึ้นใหม่ เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ภาพรวมการซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความพร้อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยสำนักการสังคีตมีกำหนดซ้อมบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศช่วงค่ำวันนี้ และจะซ้อมครั้งสุดท้ายในวันที่ 20 ต.ค. นี้

 

The post การซ้อมแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/khon-ramayana-rehearsal/feed/ 0
ประมวลภาพซ้อมมหรสพสมโภช บัลเลต์มโนราห์ https://thestandard.co/kinarisuite/ https://thestandard.co/kinarisuite/#respond Wed, 20 Sep 2017 08:54:56 +0000 https://thestandard.co/?p=28752

       20 กันยายน 2560 ณ โรงละครแห่ […]

The post ประมวลภาพซ้อมมหรสพสมโภช บัลเลต์มโนราห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     20 กันยายน 2560 ณ โรงละครแห่งชาติ ทางสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ทำการซ้อมการแสดงชุดการแสดงบัลเลต์เรื่องมโนราห์ (Kinari Suite) ที่ใช้เพลงพระราชนิพนธ์ประกอบการแสดงอย่างบทเพลง A Love Story (ภิรมย์รัก) และ Blue Day (อาทิตย์อับแสง) โดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร

     ซึ่งการแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

The post ประมวลภาพซ้อมมหรสพสมโภช บัลเลต์มโนราห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kinarisuite/feed/ 0