มนุษยธรรม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มนุษยธรรม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 04 Sep 2025 12:08:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 50 ปี ความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นเพื่อผู้ลี้ภัย https://thestandard.co/50-years-thailand-unhcr-refugee/ Thu, 04 Sep 2025 12:08:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1115551 แทมมี ชาร์ป และ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เปิดนิทรรศการครบรอบ 50 ปีความร่วมมือผู้ลี้ภัย

ในโอกาสที่สำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรว […]

The post 50 ปี ความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นเพื่อผู้ลี้ภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แทมมี ชาร์ป และ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เปิดนิทรรศการครบรอบ 50 ปีความร่วมมือผู้ลี้ภัย

ในโอกาสที่สำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย (OCDP) มีวาระครบรอบ 50 ปี ในวันที่ 16 สิงหาคม จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอันยาวนานของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการพลัดถิ่น และเพื่อเป็นการระลึกถึงช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ OCDP และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้จัดนิทรรศการสื่อผสมผสาน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครขึ้น

 

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดนิทรรศการ พร้อมด้วยถ้อยแถลงจาก แทมมี ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย, มิเกลลา ฟิลแบรย์-สตอเร ผู้ประสานงานสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย, ดร. แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และแทม ฮวง เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติและอดีตผู้ลี้ภัยที่ได้รับการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 จากประเทศไทย

 

“50 ปี หมุดหมายแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้พลัดถิ่น” จะนำเสนอเรื่องราวผ่านนิทรรศการสื่อผสมผสานที่เรียบเรียงเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการเชิดชูความสามารถของผู้ลี้ภัย ความเอื้ออารีของประเทศไทยผ่านการจัดตั้งสำนักงาน OCDP ตลอดจนความมุ่งมั่นของ UNHCR และความสมัครสมานสามัคคีตลอดมาของประชาคมระหว่างประเทศ

 

นิทรรศการนี้ได้จัดแสดงผลงานด้วยการร้อยเรื่องราวจากภาพถ่าย ภาพวิดีทัศน์ ร่วมกับผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยผู้ลี้ภัยทั้งในอดีตและปัจจุบัน และมีช่วงเสวนาที่นำเสนอเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานใหม่จากรุ่นสู่รุ่น ตลอดจนมีการต้อนรับด้วยอาหารพื้นถิ่นจากชุมชนของผู้ลี้ภัย นิทรรศการได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 14 กันยายน 2025

 

“ความร่วมมือตลอด 50 ปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ เมื่อความมุ่งมั่นด้านมนุษยธรรมได้ผสานเข้ากับแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น การประกาศนโยบายเกี่ยวกับสิทธิการทำงานของผู้ลี้ภัยที่ต่อยอดจากความพยายามตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นตัวอย่างอันทรงคุณค่าและสอดคล้องกับสถานการณ์ สิ่งนี้สะท้อนว่าความเอื้ออารีที่ผนวกกับวิสัยทัศน์ เป็นสิ่งที่สามารถดำเนินไปด้วยกันได้” แทมมี ชาร์ป ผู้แทน UNHCR ประจำประเทศไทย กล่าว

 

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในโลกที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน ประเทศไทยเลือกเส้นทางแห่งความหวัง และเวลานี้เราเชื่อว่าเราจะสามารถค้นพบความหวังนั้นร่วมกันได้”

 

งานนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่สะท้อนถึงบทบาทใหม่แห่งการรองรับผู้ลี้ภัยของประเทศไทย ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจให้สิทธิแก่ผู้ลี้ภัยที่พำนักอยู่เป็นเวลานานจากเมียนมาได้มีโอกาสในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น ในวาระครบรอบครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือตลอดห้าทศวรรษที่กำลังพัฒนาไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

 

โอกาสนี้ มิเกลลา ฟิลแบรย์-สตอเร ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย (United Nations Resident Coordinator in Thailand) ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในวงกว้างของการตัดสินใจครั้งนี้ต่อประเทศไทยและภูมิภาค

 

“ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการดูแลประชากรผู้พลัดถิ่น การดำเนินการตามนโยบายนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายสิทธิการทำงานให้แก่ผู้ลี้ภัยจากเมียนมา และจะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ลดความเปราะบาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทั้งผู้ลี้ภัยและชุมชนประเทศเจ้าบ้าน ทีมงานสหประชาชาติในประเทศไทยพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการดำเนินการตามนโยบายสำคัญนี้” มิเกลลา กล่าว

 

OCDP และ UNHCR ระบุว่า ยังคงมองไปข้างหน้า และมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความร่วมมือนี้ เพื่อที่อีก 50 ปีของเส้นทางข้างหน้าจะถูกสร้างขึ้นจากมรดกของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

 

แทมมี ชาร์ป และ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เปิดนิทรรศการครบรอบ 50 ปีความร่วมมือผู้ลี้ภัย

The post 50 ปี ความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นเพื่อผู้ลี้ภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม​ประสานทุกภาคส่วนหาทางออกช่วยเด็ก-มารดาชาวกัมพูชา ถูกคุมตัวฐานลักลอบเข้าเมือง ชี้ตามกฎหมาย-มนุษยธรรมต้องไปด้วยกัน​ https://thestandard.co/phumtham-cambodian-boy-mother-immigration/ Thu, 28 Aug 2025 08:42:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1112670 ภูมิธรรม เวชยชัย แถลงกรณีเด็กชายวัย 13 ปี และแม่ชาวกัมพูชา ถูกควบคุมตัวฐานลักลอบเข้าเมือง

วันนี้ (28 สิงหาคม) ภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี […]

The post ภูมิธรรม​ประสานทุกภาคส่วนหาทางออกช่วยเด็ก-มารดาชาวกัมพูชา ถูกคุมตัวฐานลักลอบเข้าเมือง ชี้ตามกฎหมาย-มนุษยธรรมต้องไปด้วยกัน​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม เวชยชัย แถลงกรณีเด็กชายวัย 13 ปี และแม่ชาวกัมพูชา ถูกควบคุมตัวฐานลักลอบเข้าเมือง

วันนี้ (28 สิงหาคม) ภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการแก้ปัญหากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมนักเรียนชายวัย 13 ปี และควบคุมตัวมารดาซึ่งเป็นชาวกัมพูชา ในฐานลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ว่า​ รับทราบเมื่อเช้านี้ เป็นเรื่องที่สะเทือนใจของคุณครูที่อยู่ในโรงเรียนทั้งหมดเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ภายในประเทศด้านความมั่นคง ซึ่งน่าเห็นใจ

 

ภูมิธรรม​ยังระบุอีกว่า ได้สั่งการให้ ชนินทร์​ รุ่งธนเกียรติ เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามประสานไปยังพื้นที่ ซึ่งทุกฝ่ายรับทราบและเป็นเรื่องของกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ 

 

ขณะเดียวกันได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังคิดและหาทางออกให้ดีที่สุด เพราะไม่ใช่ปัญหาด้านอาชญากรรม 

 

แต่ขอเวลาเนื่องจากตามกฎหมาย​ แม่ของเด็กชาวกัมพูชาจะต้องถูกผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนเด็กยังอยู่ได้เพราะถูกคุ้มครองด้วยอายุที่ยังไม่ถึง 15 ปี แต่การที่จะให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี อยู่โดยไม่มีญาติพี่น้องในประเทศไทย ก็จะเป็นการจัดการทางมนุษยธรรมที่ยากเกินไป ขออย่ากังวลใจ รัฐบาลรับทราบเรื่องแล้ว ทุกฝ่ายก็ปฏิบัติต่อเด็กเป็นอย่างดี และจะแก้ไขปัญหานี้ให้ดีที่สุด

 

ส่วนเด็กจะสามารถเรียนต่อได้หรือไม่ ภูมิธรรมระบุว่า ต้องไปดูช่องทางทางกฎหมาย เช่นเดียวกับการขอสัญชาติไทยที่ต้องดูไปถึงแม่เด็กด้วย เนื่องจากอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เด็ก เหมือนเช่นกรณีชาวอุยกูร์​ที่ถูกควบคุมตัว​มากว่า 10 ปี​ ต้องหาช่องทาง​ในการคลี่คลาย​ กฎหมายก็ต้องว่าให้ถูกต้อง มนุษยธรรมก็ต้องดูให้สอดรับกับความเป็นจริง ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไปและจะพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่

The post ภูมิธรรม​ประสานทุกภาคส่วนหาทางออกช่วยเด็ก-มารดาชาวกัมพูชา ถูกคุมตัวฐานลักลอบเข้าเมือง ชี้ตามกฎหมาย-มนุษยธรรมต้องไปด้วยกัน​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมลยอมรับ สะเทือนใจนักเรียนชายวัย 13 ปี ถูกจับส่งกลับกัมพูชา ขอคนไทยแยกแยะข้อพิพาทระหว่างประเทศกับหลักมนุษยธรรม https://thestandard.co/cambodian-student-13-deportation/ Thu, 28 Aug 2025 08:39:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1112633 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ แสดงความเสียใจกรณีเด็กกัมพูชาอายุ 13 ปีถูกส่งกลับ

วันนี้ (28 สิงหาคม) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่า […]

The post นฤมลยอมรับ สะเทือนใจนักเรียนชายวัย 13 ปี ถูกจับส่งกลับกัมพูชา ขอคนไทยแยกแยะข้อพิพาทระหว่างประเทศกับหลักมนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ แสดงความเสียใจกรณีเด็กกัมพูชาอายุ 13 ปีถูกส่งกลับ

วันนี้ (28 สิงหาคม) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนักเรียนวัย 13 ปี โรงเรียนในพื้นที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ถูก ตำรวจเข้ามารับตัวจากข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า เรื่องนี้ต้องมองตามหลักความจริงทั้ง 2 มุม ถ้าตอบในฐานะคนเป็นแม่ก็รู้สึกเสียใจที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับลูกที่อายุเพียงแค่ 13 ปี ซึ่งถือเป็นความทุกข์ใจอย่างยิ่ง และตนก็เข้าใจครูที่สอนนักเรียนด้วยเช่นกันที่อยากให้ความเป็นธรรมกับเด็ก 

 

ทั้งนี้ หากตอบในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องชี้แจงว่า การขับเคลื่อนการศึกษา เรายึดหลักมนุษยธรรมมาตลอด เพราะไม่เช่นนั้นนักเรียนจะไม่ได้ศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างแน่นอน แต่เนื่องจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ที่จะต้องดูแล และดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการต่อจากนี้ด้วย

 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า จากรายงานของ กพฐ.พบว่า นักเรียนรายดังกล่าวพ่อแม่ไม่ได้เป็นคนไทย โดยจะต้องตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของครอบครัวนี้ตั้งแต่ต้นว่า ได้เดินทางเข้าประเทศไทยมาถูกกฎหมายหรือไม่ และจากนี้หากจะสามารถดำเนินการทำให้ถูกกฎหมายใหม่ได้  ทางกระทรวงศึกษาก็พร้อมจะดูแลเด็ก ทั้งนี้ ตนอยากจะขอให้คนไทยทุกคนแยกแยะระหว่างความขัดแย้งระหว่างประเทศกับหลักมนุษยธรรมด้วย

The post นฤมลยอมรับ สะเทือนใจนักเรียนชายวัย 13 ปี ถูกจับส่งกลับกัมพูชา ขอคนไทยแยกแยะข้อพิพาทระหว่างประเทศกับหลักมนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนชี้ข่าวหัวหน้าพรรคประณามโรงพยาบาลฯปฏิเสธรักษาชาวกัมพูชาเป็นเฟกนิวส์ ย้ำจุดยืนยึดหลักกฎหมาย-มนุษยธรรม https://thestandard.co/peoples-party-fake-news-clarification/ Sat, 02 Aug 2025 11:15:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1102999 people-party-fake-news-clarification

วันนี้ (2 สิงหาคม) ​พรรคประชาชน ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีโ […]

The post พรรคประชาชนชี้ข่าวหัวหน้าพรรคประณามโรงพยาบาลฯปฏิเสธรักษาชาวกัมพูชาเป็นเฟกนิวส์ ย้ำจุดยืนยึดหลักกฎหมาย-มนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
people-party-fake-news-clarification

วันนี้ (2 สิงหาคม) ​พรรคประชาชน ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ข้อความว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประณามโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ปฏิเสธการรักษาชาวกัมพูชา ว่า 

 

  1. ข้อความและคำพูดในภาพดังกล่าวเป็นเท็จ เพราะไม่เคยปรากฏว่า หัวหน้าพรรคประชาชนเคยสื่อสารถ้อยคำดังกล่าวแต่อย่างใด

 

  1. สำหรับความเห็นของพรรคประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงในโพสต์ของพรรค ซึ่งไม่ได้มีการใช้ถ้อยคำหรือความหมายที่ใกล้เคียงกับที่ปรากฏในภาพแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงการแสดงความเห็นเรื่องข้อควรระวังในการทำให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบกัมพูชาในเวทีโลก ด้วยการยึดหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาเจนีวาที่ประเทศไทยได้เป็นภาคี

 

  1. ซึ่งแนวทางการสื่อสารของพรรคสอดคล้องกับที่ทางโรงพยาบาลดังกล่าวเองได้ดำเนินการสื่อสารในเวลาต่อมา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียงสื่อสารยืนยันด้วย

 

  1. พรรคประชาชนเราตระหนักดีถึงความยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์นี้ทุกท่าน และเรายินดีน้อมรับทุกคำวิจารณ์และติเตียนเพื่อนำข้อกังวลเหล่านั้นไปปรับปรุงการทำงานเสมอ

The post พรรคประชาชนชี้ข่าวหัวหน้าพรรคประณามโรงพยาบาลฯปฏิเสธรักษาชาวกัมพูชาเป็นเฟกนิวส์ ย้ำจุดยืนยึดหลักกฎหมาย-มนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม ประสานอิตาเลียนไทยฯ-ไชน่า เรลเวย์ฯ เตรียม 95 ล้านบาทเยียวยาเหยื่อตึก สตง. ถล่ม ย้ำเป็นเงินมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวคดี https://thestandard.co/italian-thai-china-railway-fund/ Tue, 29 Apr 2025 13:31:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1069603 italian-thai-china-railway-fund

วันนี้ (29 เมษายน) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.อ. ท […]

The post รมว.ยุติธรรม ประสานอิตาเลียนไทยฯ-ไชน่า เรลเวย์ฯ เตรียม 95 ล้านบาทเยียวยาเหยื่อตึก สตง. ถล่ม ย้ำเป็นเงินมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
italian-thai-china-railway-fund

วันนี้ (29 เมษายน) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI, กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ต. สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการฯ และสภาทนายความ โดย ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาฯ ได้ร่วมหารือกับผู้แทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นำโดย เกรียงศักดิ์ กอวัฒนา และตัวแทนจากบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดแนวทางการเยียวยาด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม

 

พ.ต.อ. ทวี เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มีข้อสรุปเบื้องต้นว่าทั้งสองบริษัทจะร่วมกันเตรียมเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรวมกว่า 95 ล้านบาท โดยเสนอเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บรายละ 2 แสนบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล และเป็นการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลผูกพันกับคดีอาญาหรือคดีแพ่งที่กำลังดำเนินอยู่แต่อย่างใด ซึ่งทั้งสองบริษัทจะรับผิดชอบเยียวยาผู้ประสบเหตุทั้งสิ้น 103 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตและสูญหาย 94 ราย และผู้บาดเจ็บ 9 ราย

 

ด้านเกรียงศักดิ์ ผู้แทน บมจ.อิตาเลียนไทยฯ กล่าวยืนยันว่า บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือและเยียวยาเบื้องต้นไปแล้วบางส่วน สำหรับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมก้อนนี้ บริษัทพร้อมจ่ายทันทีหากเอกสารยืนยันสิทธิ์ของผู้ได้รับผลกระทบครบถ้วน โดย ดร.วิเชียร กล่าวเสริมว่า สภาทนายความจะเข้ามาช่วยตรวจสอบเอกสารสำคัญ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบมรณบัตร หรือใบรับรองแพทย์ และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ทางกฎหมาย เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างถูกต้องและป้องกันการสวมสิทธิ์ 

 

ขณะเดียวกันการสืบสวนสอบสวนในคดียังคงดำเนินต่อไป โดย พล.ต.ต. สมควรรายงานความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลว่า ขณะนี้สามารถยืนยันร่างผู้เสียชีวิตได้ 60 ร่าง และมีชิ้นส่วนมนุษย์อีก 5 ศพ โดยพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 54 ราย และส่งมอบคืนญาติไปแล้ว 43 ราย

 

ในส่วนของ DSI พ.ต.ต. ยุทธนา เปิดเผยว่า การตรวจสอบลายมือชื่อวิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงานในแบบก่อสร้าง กำลังรอผลตรวจเปรียบเทียบจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนคดีฮั้วประมูลยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม ขณะที่การสืบสวนความเชื่อมโยงของ บินลิง วู กับกลุ่มทุนจีน ก็กำลังรวบรวมหลักฐาน หากพบความผิดชัดเจนอาจขอศาลออกหมายจับได้ทันที 

 

ด้าน พ.ต.ท. อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีฮั้วประมูล กล่าวว่า ได้สอบปากคำวิศวกรไปแล้ว 7 คน ซึ่งทั้งหมดยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ลงนามในเอกสารควบคุมงานตามที่ปรากฏ นอกจากนี้ การสอบปากคำ ผู้แทน บมจ.อิตาเลียนไทยฯ ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประมูล การร่วมทุน และการแบ่งงานกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ซึ่งหลังจากนี้ DSI จะเชิญบริษัทผู้ออกแบบและควบคุมงานรายอื่นๆ มาให้ข้อมูลต่อไป

The post รมว.ยุติธรรม ประสานอิตาเลียนไทยฯ-ไชน่า เรลเวย์ฯ เตรียม 95 ล้านบาทเยียวยาเหยื่อตึก สตง. ถล่ม ย้ำเป็นเงินมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัณวีร์เสนอวาระฉุกเฉินวิกฤตมนุษยธรรมเมียนมา เป็นการเสนอครั้งแรกของไทยในรอบ 136 ปีบนเวทีรัฐสภาโลก https://thestandard.co/myanmar-crisis-emergency-thai/ Tue, 08 Apr 2025 13:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1062026 myanmar-crisis-emergency-thai

วันนี้ (8 เมษายน) ที่กรุงทาชเคนต์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน […]

The post กัณวีร์เสนอวาระฉุกเฉินวิกฤตมนุษยธรรมเมียนมา เป็นการเสนอครั้งแรกของไทยในรอบ 136 ปีบนเวทีรัฐสภาโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
myanmar-crisis-emergency-thai

วันนี้ (8 เมษายน) ที่กรุงทาชเคนต์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน วันมูหะมัดนอร์ มะทา lประธานรัฐสภา เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกหัวข้อบรรจุเป็นระเบียบวาระฉุกเฉินหรือเร่งด่วน ในห้วงการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 150 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 4 ถึง 11 เมษายน 2568 ซึ่งที่ประชุมได้มีการเสนอวาระฉุกเฉิน 4 เรื่อง 

 

โดย 1 ใน 4 เรื่องคือ ประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา หรือ การทูตรัฐสภา เพื่อส่งเสริมสันติภาพในวิกฤตมนุษยธรรมในเมียนมา ที่เสนอโดยไทย และฟิลิปปินส์ ที่มี กัณวีร์ สืบแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้อภิปรายนำเสนอประเด็นดังกล่าวให้เป็นวาระฉุกเฉินของที่ประชุม

 

กัณวีร์อภิปรายว่า ขณะนี้ เมียนมาไม่สามารถเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของ IPU ได้ โดยเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ไทยและฟิลิปปินส์ จึงเป็นเพียง 2 ประเทศในอาเซียน ที่สามารถสะท้อนเสียงไปได้ และซึ่งเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่เมียนมา คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 3,300 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 1,100,000 คน ทั้งบ้านเรือน โรงเรียน และโรงพยาบาลได้รับเสียหาย ทำให้ชาวเมียนมาต้องอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งมีน้ำ อาหาร และการดูแลพื้นฐานอย่างจำกัด

 

กัณวีร์ยังระบุว่า เป็นเวลาหลายปีที่เมียนมาต้องเผชิญกับความเร่งด่วนด้านมนุษยธรรม ความไม่มั่นคง การอพยพ และความไม่ปลอดภัยเป็นเวลาหลายปีทำให้ผู้คนมากกว่า 15 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือ แม้จะมีการประกาศหยุดยิงหลังเกิดแผ่นดินไหว แต่การโจมตีทางอากาศและการโจมตีทางอากาศยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากที่สุด จึงเป็นเหตุผลที่ไม่อาจละสายตาได้ 

 

“แม้ชาวเมียนมาไม่ได้ร้องขอการปฏิบัติพิเศษ แต่ชาวเมียนมาร้องขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเท่าเทียมและทันท่วงที เช่นเดียวกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ในโลก ที่ต้องการการประสานงานที่ได้ผล เข้าถึงได้ รวมถึงการเยียวยา จึงเป็นเหตุผลที่ผมได้นำเสนอวาระฉุกเฉินนี้ ขอให้ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ยืนหยัดเคียงข้างชาวเมียนมาด้วยความสามัคคี พร้อมเชื่อมั่นว่า การนำวิกฤตเมียนมาขึ้นมาพูดในการประชุมครั้งนี้ จะมีความหมายในไม่ช้านี้แน่นอน” กัณวีร์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา มีมติไม่ถึงเกณฑ์ 2 ใน 3 ทำให้ข้อเสนอดังกล่าวตกไป ส่วนอีก 3 ประเด็น ที่ถูกเสนอเป็นวาระเร่งด่วน ทั้งสงครามการค้า, การยุติการหยุดยิงของอิสราเอลในปาเลสไตน์ สถานการณ์ความขัดแย้งในคองโก และซูดาน รวมถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อน นั้น ผลการลงมติไม่ผ่านเกณฑ์ 2 ใน 3 เช่นกัน ทำให้ข้อเสนอดังกล่าวทั้งหมดตกไป

 

ขณะที่ตัวแทนรัฐสภาอิสราเอลได้เสนอเรื่อง การยุติ 2 มาตรฐาน เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกรับผู้ลี้ภัยจากกาซาแทนการแสวงประโยชน์ผู้ลี้ภัยโจมตีอิสราเอลนั้น ได้ถูกถอนออกไปก่อนการลงมติ เนื่องจากระหว่างที่มีการพิจารณานั้นได้เกิดการประท้วงและการวอล์กเอาต์ของผู้แทนรัฐสภาส่วนหนึ่งในการประชุม 

 

กัณวีร์ระบุภายหลังว่า ข้อเสนอมาตรการฉุกเฉินต่อวิกฤตมนุษยธรรมและสันติภาพเมียนมา ที่เสนอโดยประเทศไทยได้รับคะแนนสูงสุดในที่ประชุมสหภาพรัฐสภาโลก IPU เป็นครั้งแรกในรอบ 136 ปีที่ไทยเสนอปัญหาในภูมิภาคและได้รับการยอมรับในเวทีนี้ โดยได้รับการสนับสนุนลงคะแนนให้จากประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ทำให้ได้รับการโหวตเห็นด้วยสูงสุด 630 คะแนนโหวต ซึ่งเป็นอันดับ 1 จากทั้งหมด 3 ร่าง

 

“ผมมักจะโดนโจมตีว่าประเทศไทยได้อะไร เป็น สส. ประเทศไหนกันแน่ เปลืองภาษีคนไทย ผมต้องขอเรียนว่าความมั่นคงของภูมิภาคคือประโยชน์ของไทย การที่เพื่อนบ้านรอบเรามีสถานการณ์วิกฤต ย่อมส่งผลต่อไทยด้วยพรมแดนที่ติดกัน ไม่ว่าจะเป็นการย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ อาชญากรรมข้ามชาติ การล้ำอธิปไตย ล้วนส่งผลกระทบต่อไทยทั้งนั้น ดังนั้น มีความจำเป็นที่เราต้องแสดงออกเพื่อให้เกิดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและสันติภาพในเมียนมา แต่ต้องทำแบบถูกหลัก ไม่เลือกข้างเผด็จการทหาร” กัณวีร์กล่าว

The post กัณวีร์เสนอวาระฉุกเฉินวิกฤตมนุษยธรรมเมียนมา เป็นการเสนอครั้งแรกของไทยในรอบ 136 ปีบนเวทีรัฐสภาโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผยบนเวทีญี่ปุ่น ไทยเตรียมขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รับมือวิกฤตเมียนมา https://thestandard.co/thailand-prepares-to-expand-humanitarian-assistance/ Fri, 24 May 2024 04:34:57 +0000 https://thestandard.co/?p=937088

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวสปีชบนเวทีการประชุม […]

The post นายกฯ เผยบนเวทีญี่ปุ่น ไทยเตรียมขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รับมือวิกฤตเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวสปีชบนเวทีการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29 ณ โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันนี้ (24 พฤษภาคม) โดยเผยว่า ไทยเตรียมขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อแก้ไขวิกฤตเมียนมาที่สร้างแรงกระเพื่อมถึงไทย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมาเป็นระยะทางกว่า 2 พันกิโลเมตร

 

โดยคณะทำงานของไทยจะร่วมมือกับ สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ รวมถึงสมาชิกประเทศอื่นๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมา พร้อมให้คำมั่นว่าไทยจะแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่

 

เศรษฐากล่าวว่า “เรากำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อเมียนมาที่สงบสุข มั่นคง และเป็นหนึ่งเดียว” พร้อมเน้นย้ำว่า “เราอยากเห็นเมียนมากลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยอีกครั้ง”

 

ไทยกำลังพยายามร่วมหาทางออกและบรรเทาสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในฝั่งเมียนมา พร้อมเตรียมรับมือกับวิกฤตผู้ลี้ภัยที่มักจะหนีภัยอันตรายและไหลทะลักเข้ามายังฝั่งชายแดนไทยบ่อยครั้ง หลังการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นไปอย่างดุเดือดตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

ที่ผ่านมาไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแผนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบริเวณชายแดน-ไทยเมียนมาจนสำเร็จเป็นรูปธรรม ก่อนที่จะเตรียมขยายขอบเขตความช่วยเหลือ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

 

ภาพ: Philip Fong / AFP

อ้างอิง:

The post นายกฯ เผยบนเวทีญี่ปุ่น ไทยเตรียมขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รับมือวิกฤตเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพดลเห็นด้วย นายกฯ จะไปแม่สอดด้วยตัวเอง ชี้จะได้ทันสถานการณ์ แก้ปัญหาได้ดีขึ้น แนะไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือมนุษยธรรมจากทั่วโลก https://thestandard.co/noppadon-agree-pm-visit-mae-sot/ Sun, 21 Apr 2024 07:14:57 +0000 https://thestandard.co/?p=925100 นพดล ปัทมะ

วันนี้ (21 เมษายน) นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส. […]

The post นพดลเห็นด้วย นายกฯ จะไปแม่สอดด้วยตัวเอง ชี้จะได้ทันสถานการณ์ แก้ปัญหาได้ดีขึ้น แนะไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือมนุษยธรรมจากทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพดล ปัทมะ

วันนี้ (21 เมษายน) นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปลงพื้นที่แม่สอด เพื่อติดตามปัญหาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาที่เกิดขึ้นจากการสู้รบในเมียนมา เพื่อจะได้ทราบข้อมูลที่ทันสถานการณ์และนำมาใช้แก้ปัญหาได้ดีขึ้น และ กมธ.การต่างประเทศ ขอบคุณรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการติดตามปัญหาเมียนมาตามแนวทางที่ กมธ. เคยเสนอไป 

 

นอกจากนี้ประเทศไทยควรมีแผนรองรับปัญหาการอพยพและการสู้รบในเมียนมา รวมถึงนโยบายเรื่องแรงงานต่างชาติ อย่างครอบคลุม ซึ่งแผนนี้ไม่แน่ใจว่ามีหรือยัง กมธ. เห็นว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นสิ่งซึ่ง กมธ. คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นคือ การสู้รบจะทำให้มีผู้อพยพหลั่งไหลหนีภัยสงครามเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะนี้ทราบว่ามีจำนวนหลายพันคนแล้ว และยังมีจำนวนที่ตรวจสอบไม่ได้อีกไม่น้อย 

 

ขณะนี้ทราบว่ามีคนต่างด้าวซ่อนตัวในจังหวัดรอบนอกกรุงเทพฯ บ้างแล้ว ประกอบกับปัญหาของคนเมียนมาที่เลี่ยงการเกณฑ์ทหารและอพยพข้ามเข้ามาในไทยมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เพราะเราไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไรและจะเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายที่ไม่มีเอกสาร

 

นพดลกล่าวต่อว่า ปัญหาการสู้รบในเมียนมาขณะนี้ได้รับความสนใจไปทั่วโลก แม้กระทั่งรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ที่เพิ่งออกแถลงการณ์หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนมีแถลงการณ์ในประเด็นเมียนมา ซึ่ง กมธ.การต่างประเทศ ขอย้ำข้อเสนอให้ประเทศไทยเป็นหัวหอกในการผลักดันการแก้ปัญหา และเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากทั่วโลก เพื่อช่วยพี่น้องเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสู้รบ และเสนอว่าประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนความห่วงใยของสังคมโลก เป็นการช่วยเหลือและแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมให้กับชาวเมียนมา เพื่อแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมและผลักดันการสร้างสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม และยั่งยืน 

 

ทั้งนี้ แนวทางในระดับอาเซียนเริ่มต้นจากฉันทมติ 5 ข้อ และแนวทางของกลุ่มประเทศ G7 ก็มีบางส่วนระบุไว้ในคำแถลงการณ์ ประกอบกับขณะนี้มีการแต่งตั้งทูตพิเศษเรื่องเมียนมาของสหประชาชาติและมีตัวแทนพิเศษเรื่องเมียนมาของอาเซียน ตนขอย้ำว่า ข้อเสนอของ กมธ. เรื่อง Troika Plus ที่จะเป็นกลุ่มขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเมียนมาที่ประเทศไทยเป็นหัวหอกร่วมกับอาเซียน จีน และอินเดีย และอาจขยายไปยังประเทศอื่นๆ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหา

 

“ขณะนี้มีสงครามในหลายภูมิภาคทั่วโลก แต่ปัญหาเมียนมาก็ควรได้รับการใส่ใจและได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ได้เวลาแล้วหรือยังที่จะมีการประชุมปรึกษาหารือของประเทศต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

The post นพดลเห็นด้วย นายกฯ จะไปแม่สอดด้วยตัวเอง ชี้จะได้ทันสถานการณ์ แก้ปัญหาได้ดีขึ้น แนะไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือมนุษยธรรมจากทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลเผย ไทยเดินหน้าตั้งจุดมนุษยธรรมระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา https://thestandard.co/humanitarian-corridor-thai-myanmar-border/ Fri, 09 Feb 2024 06:03:46 +0000 https://thestandard.co/?p=897857 ชัย วัชรงค์

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบา […]

The post โฆษกรัฐบาลเผย ไทยเดินหน้าตั้งจุดมนุษยธรรมระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัย วัชรงค์

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยเดินหน้าเปิดจุดมนุษยธรรมระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา จากข้อริเริ่มของไทยในการจัดตั้ง ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ (Humanitarian Corridor) ยกระดับการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ที่อาเซียนเห็นพ้องและตอบรับในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อริเริ่มของไทยนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งใน 5 ข้อของฉันทมติอาเซียน และเมียนมาพร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องนี้

 

เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2024 ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ให้ได้ภายใน 1 เดือน

 

ศูนย์นี้จะเป็นพื้นที่เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง หรือยารักษาโรค ผ่านสภากาชาดไทยไปยังสภากาชาดเมียนมา โดยมีพื้นที่ที่ตั้งเป็นศูนย์รับการช่วยเหลือในรัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ที่จะถือเป็นจุดแรกที่จะส่งความช่วยเหลือเข้าไป โดยมีศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian Assistance on Disaster Management: AHA Centre) สภากาชาดไทย และสภากาชาดเมียนมา หรือหน่วยงานกลาง เข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวจะเริ่มต้นจากด่านศุลกากรแม่สอดแห่งที่ 2 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านด่านแม่สอดเมียวดี สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ไปยังพื้นที่ที่มีผู้พลัดถิ่น

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประสานงานกับรัฐบาลเมียนมาและได้รับการตอบรับด้วยดี โดยคาดว่าเมื่อทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะทำให้เกิดการพูดคุย และจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมา จนนำไปสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพได้ต่อไป

 

โฆษกรัฐบาลไทยยังระบุอีกว่า “รัฐบาลเดินหน้าข้อริเริ่มจัดตั้ง ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ ยกระดับการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา มุ่งหวังนำไปสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพ สอดคล้องต่อฉันทมติ 5 ข้อ ที่อาเซียนบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ตามที่ไทยได้เสนอแนวทาง D4D (De-escalating Violence, Delivering Humanitarian Assistance, Discharge of Detainees และ Dialogue)” 

 

ภาพ: THE STANDARD

The post โฆษกรัฐบาลเผย ไทยเดินหน้าตั้งจุดมนุษยธรรมระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ต่างประเทศอาเซียน หนุนเมียนมาแก้วิกฤตขัดแย้งอย่างสันติ ยินดีไทย-เมียนมาขยายช่วยเหลือมนุษยธรรม https://thestandard.co/asean-mfa-support-myanmar-fix-crisis-peacefully/ Tue, 30 Jan 2024 04:25:56 +0000 https://thestandard.co/?p=893763 เมียนมา

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนออกแถลงการณ์สนับสนุนการแก้ไขวิ […]

The post รมว.ต่างประเทศอาเซียน หนุนเมียนมาแก้วิกฤตขัดแย้งอย่างสันติ ยินดีไทย-เมียนมาขยายช่วยเหลือมนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมียนมา

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนออกแถลงการณ์สนับสนุนการแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งในเมียนมาตามแผนฉันทมติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) โดยมีเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสันติภาพ เสถียรภาพ และทางออกทางการเมืองที่ครอบคลุมในแบบของเมียนมา ซึ่งเมียนมาเป็นผู้นำ

 

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Foreign Ministers’ Retreat: AMM Retreat) ที่เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 28-29 มกราคมที่ผ่านมา โดยมี ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปร่วมประชุม

 

ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาได้ส่ง มาลา ตาน ไท่ก์ (Marlar Than Htaik) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่เมียนมาส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมการประชุมอาเซียน หลังจากที่อาเซียนมีมติห้ามผู้นำรัฐบาลทหารเข้าร่วมการประชุมทั้งระดับผู้นำและระดับรัฐมนตรี

 

สะเหลิมไซ กมมะสิด (Saleumxay Kommasith) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ มองว่า การเข้าร่วมประชุมของผู้แทนจากเมียนมาถือเป็นสัญญาณในแง่บวก แต่ยอมรับว่าการแก้ไขวิกฤตในเมียนมานั้นต้องใช้เวลา

 

โดยที่ประชุมยังสนับสนุนความพยายามของ อลุนแก้ว กิตติคุณ (Alounkeo Kittikhoun) ทูตพิเศษด้านกิจการเมียนมาของอาเซียน ในการประสานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการช่วยเหลือเมียนมาหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ครอบคลุม และยั่งยืน

 

“เรายืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการช่วยเหลือเมียนมาค้นหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสันติ ครอบคลุม และยั่งยืนต่อวิกฤตที่กำลังดำเนินอยู่ เนื่องจากเมียนมายังคงเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน” แถลงการณ์ระบุ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย “ใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างที่สุด และยึดมั่นกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ตลอดจนใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้มีการคุ้มครองความปลอดภัยแก่พลเรือนเมียนมา”

 

ไทย-เมียนมา เดินหน้าระเบียงมนุษยธรรม

 

ที่ประชุมยังแสดงความยินดีต่อข้อริเริ่มระหว่างไทยและเมียนมาในการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามแนวชายแดนผ่านสภากาชาดของทั้งสองประเทศ เพื่อส่งมอบสิ่งบรรเทาทุกข์พื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และโปร่งใส ให้กับชาวเมียนมาที่ต้องการโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

 

โดยในระหว่างประชุม ไทยยังได้เสนอแผนสำหรับระเบียงมนุษยธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือที่ปลอดภัยแก่ผู้พลัดถิ่นในเมียนมาหรือหลบหนีการสู้รบข้ามชายแดนเข้ามาในไทย

 

ขณะที่ปานปรีย์เผยต่อผู้สื่อข่าวว่า การดำเนินการให้ความช่วยเหลือจากฝ่ายไทยจะเริ่มต้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลไทยร่วมกันกำหนดพื้นที่สำหรับเส้นทางระเบียงมนุษยธรรมที่เชื่อมต่อชายแดนทั้ง 2 ประเทศ โดยองค์กรเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียนจะเข้าร่วมสังเกตการณ์ภารกิจระเบียงมนุษยธรรมดังกล่าวด้วย

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

อ้างอิง:

The post รมว.ต่างประเทศอาเซียน หนุนเมียนมาแก้วิกฤตขัดแย้งอย่างสันติ ยินดีไทย-เมียนมาขยายช่วยเหลือมนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
PSC Thailand ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาฯ UN ขอให้เข้มแข็งในการทำงานเพื่อพิทักษ์มนุษยธรรม https://thestandard.co/psc-thailand-to-secretary-un/ Wed, 29 Nov 2023 07:37:20 +0000 https://thestandard.co/?p=871350

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) บริเวณด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการเ […]

The post PSC Thailand ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาฯ UN ขอให้เข้มแข็งในการทำงานเพื่อพิทักษ์มนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) บริเวณด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UN ESCAP) สมชาย วิรุฬหผล ประธานองค์กร PSC Thailand และสมาชิก รวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เนื่องในวันแห่งการแสดงความเป็นภราดรภาพสากลกับประชาชนชาวปาเลสไตน์

 

โดยจดหมายเปิดผนึกระบุว่า “ตามที่ได้เกิดความขัดแย้งจนเกิดการสู้รบกันระหว่างกองกำลังติดอาวุธฮามาส ในฐานะรัฐบาลแห่งกาซาปาเลสไตน์ กับกองกำลังป้องกันตนเองของรัฐบาลอิสราเอล ตามที่เป็นข่าวใหญ่สะเทือนโลกนั้น 

 

ข้าพเจ้าในฐานะประธานที่ปรึกษารักษาการประธานองค์กร รณรงค์เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับปาเลสไตน์ (PALESTINE SOLIDARITY CAMPAIGN-THAILAND) ขอแสดงความชื่นชมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ในการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีการพิพาทระหว่างฮามาส-อิสราเอล 

 

โดยท่านได้ระบุโดยสรุปว่า เหตุที่เกิดการสู้รบกันนั้น มิใช่การเข้าโจมตีของฮามาส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 อันเป็นปฐมเหตุที่ทำให้อิสราเอลได้ทำการโจมตีกาซาอย่างรุนแรง จนเกินขอบเขตของกฎหมายมนุษยธรรม  

 

แต่อันที่จริงมีสาเหตุต่อเนื่องมายาวนานจากการกระทำของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์อย่างไร้มนุษยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ท่านถูกบริภาษจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล และยื่นข้อเสนอให้ท่านลาออก 

 

องค์กร PSC ประเทศไทย ด้วยความเคารพ กลับรู้สึกว่าท่านได้นำวีรกรรมอย่างกล้าหาญในฐานะเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ที่จะต้องธำรงไว้ซึ่งสัจธรรมและมนุษยธรรมต่อมวลมนุษยชาติ 

 

นอกจากนี้ ในการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งล่าสุด ที่ประชุมยังมีมติให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำการหยุดยิง เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องทำการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตามข้อเสนอของจอร์แดนนั้น 

 

ปรากฏว่ามติส่วนใหญ่ถึง 120 เสียง สนับสนุน ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลคัดค้านด้วยคะแนนเสียง 14 เสียง ส่วนประเทศที่เหลือ 45 ชาติ งดออกเสียง 

 

จึงเป็นที่เห็นได้โดยชัดเจนว่า รัฐบาลอิสราเอลและผู้สนับสนุน มิได้คำนึงถึงกฎหมายมนุษยธรรมเลย และมุ่งจะทำการเข่นฆ่าทั้งเด็ก สตรี และผู้บริสุทธิ์อื่นๆ ในกาซา โดยยังคงปิดล้อม ปิดกั้นอาหาร ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอื่นๆ และยังคงโจมตีโรงพยาบาล โรงเรียน ที่ได้รับการคุ้มครองโดยอนุสัญญาเจนีวาและกฎหมายมนุษยธรรม ด้วยข้ออ้างฝ่ายเดียวที่ปราศจากการพิสูจน์ 

 

องค์กร PSC ประเทศไทย ขอสนับสนุนการทำงานของท่าน และการออกมติคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติ 

 

ด้วยเหตุนี้ องค์กร PSC ประเทศไทย จึงได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงท่าน และหวังว่าท่านและองค์การสหประชาชาติจะได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการพิทักษ์มนุษยธรรม และสร้างสันติสุขให้แก่มวลมนุษยชาติ 

 

องค์กร PSC ประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิดความยุติธรรม มนุษยธรรม และสงบสุขในภูมิภาคปาเลสไตน์ ด้วยการสนับสนุนมติขององค์การสหประชาชาติในเรื่อง Two-State Solution อันเป็นหนทางเดียวที่จะสร้างสันติภาพโดยยั่งยืน”

 

The post PSC Thailand ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาฯ UN ขอให้เข้มแข็งในการทำงานเพื่อพิทักษ์มนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. ออกแถลงการณ์กังวลสถานการณ์มนุษยธรรมในกาซา เรียกร้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยไร้เงื่อนไข https://thestandard.co/humanitarian-situation-in-gaza/ Sun, 19 Nov 2023 05:33:01 +0000 https://thestandard.co/?p=867244 กาซา

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่แถ […]

The post กต. ออกแถลงการณ์กังวลสถานการณ์มนุษยธรรมในกาซา เรียกร้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยไร้เงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาซา

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซา โดยระบุว่า “ประเทศไทยมีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงและสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อพลเรือนในกาซา และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้ยุติการกระทำที่มุ่งร้ายต่อกัน ปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และเคารพต่อสถานะของโรงพยาบาลที่ต้องได้รับการคุ้มครอง

 

แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงตัวประกันชาวไทย และเรียกร้องให้มีการจัดตั้งระเบียงมนุษยธรรมเพื่อเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากประเทศและองค์กรช่วยเหลือต่างๆ

 

“ประเทศไทยเรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงตัวประกันชาวไทย และเรียกร้องให้ดูแลความปลอดภัยและปฏิบัติต่อตัวประกันอย่างมีมนุษยธรรม และให้ตัวประกันสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมได้ ไทยเรียกร้องให้มีการจัดตั้งระเบียงมนุษยธรรมเพื่อให้สามารถขนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากประเทศและองค์กรต่างๆ รวมถึงหน่วยงานด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติได้อย่างปลอดภัยและไม่ถูกขัดขวาง” แถลงการณ์ระบุ

 

“ในการนี้ ประเทศไทยยินดีต่อการรับรองข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2712 (ค.ศ. 2023) ซึ่งเรียกร้องให้มีการหยุดยิงชั่วคราวอย่างเร่งด่วน การขยายระเบียงมนุษยธรรมในกาซาในช่วงเวลาที่เพียงพอ การปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดขัดขวางการเข้าถึงบริการที่จำเป็นและความช่วยเหลือของพลเรือน นอกจากนั้นประเทศไทยสนับสนุนให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีบทบาทมากขึ้นในการป้องกันไม่ให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมแพร่ขยายเป็นวงกว้าง”

 

ขณะที่แถลงการณ์ยืนยันว่าไทยสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติ เพื่อบรรลุแนวทางสองรัฐ (Two State Solution) ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง

 

ภาพ: Ahmad Hasaballah / Getty Images

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. ออกแถลงการณ์กังวลสถานการณ์มนุษยธรรมในกาซา เรียกร้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยไร้เงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาซาส่อแวววิกฤต อิสราเอลลั่น จะไม่มีข้อยกเว้นด้านมนุษยธรรมจนกว่าฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกัน https://thestandard.co/gaza-isarel-exempt-humanity-until-hamas-release-the-hostages/ Fri, 13 Oct 2023 05:21:42 +0000 https://thestandard.co/?p=854266 อิสราเอล

ทางการอิสราเอลเปิดเผยวานนี้ (12 ตุลาคม) ว่าการปิดล้อมฉน […]

The post กาซาส่อแวววิกฤต อิสราเอลลั่น จะไม่มีข้อยกเว้นด้านมนุษยธรรมจนกว่าฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอล

ทางการอิสราเอลเปิดเผยวานนี้ (12 ตุลาคม) ว่าการปิดล้อมฉนวนกาซา ‘จะไม่มีข้อยกเว้นด้านมนุษยธรรมใดๆ’ จนกว่ากลุ่มฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกันทั้งหมดออกมา ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนราว 2 ล้านคนในบริเวณดังกล่าวย่ำแย่ลงกว่าเดิม ท่ามกลางยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ และเสบียงอาหาร พลังงานไฟฟ้า เชื้อเพลิง ที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ

 

ด้านสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการอิสราเอลปกป้องพลเรือน ขณะที่สภากาชาดได้กล่าวเตือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ตามมา ส่วนโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (UN) เตือนว่าเสบียงอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในฉนวนกาซานั้นเหลือน้อยลงมาก หลังจากที่อิสราเอลส่งทหารเข้าปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวโดยสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีหญิงตั้งครรภ์อีกกว่า 50,000 คนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้

 

ล่าสุดสื่อของอิสราเอลรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตในฝั่งอิสราเอลเพิ่มขึ้นแตะที่กว่า 1,300 คน ขณะที่นักรบกลุ่มฮามาสได้จับตัวประกันซึ่งเป็นทั้งคนอิสราเอลและชาวต่างชาติไปไว้ในฉนวนกาซาอย่างน้อย 150 คน ซึ่งทางการอิสราเอลระบุว่าขณะนี้สามารถระบุตัวตนได้ 97 คนแล้ว

 

ทางฟากฝั่งของกาซารายงานว่า มีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 1,400 คนที่ถูกสังหาร และอีกกว่า 6,000 คนที่ได้รับบาดเจ็บ โดยในจำนวนดังกล่าวมีแพทย์ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตด้วย 10 คน และมีผู้ที่ต้องพลัดถิ่นฐานกว่า 338,0000 คน

 

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ออกมากล่าวประณามความรุนแรงที่ทั้งสองฝ่ายกระทำต่อพลเรือน โดยระบุว่า “เราปฏิเสธปฏิบัติทางทหารที่มีการสังหารพลเรือนหรือทารุณประชาชนของทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนศีลธรรม หลักศาสนา และกฎหมายระหว่างประเทศ” 

 

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีของปาเลสไตน์ระบุว่า ขณะนี้เขาได้ประสานงานกับทางการอียิปต์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ฉนวนกาซา และเพื่อยุติ ‘อาชญากรรมที่กระทำโดยกองทัพและผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล’ โดยทันที 

 

ส่วนสายการบิน El Al Airlines ของอิสราเอล เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) จะมีการเปิดเที่ยวบินในสหรัฐฯ และหลายประเทศในเอเชีย เพื่อพาทหารกองหนุนกลับมาสู่มาตุภูมิ ซึ่งจะกลับมาสู้ศึกกับฮามาส

 

ภาพ: Reuters / Ibraheem Abu Mustafa

อ้างอิง:

The post กาซาส่อแวววิกฤต อิสราเอลลั่น จะไม่มีข้อยกเว้นด้านมนุษยธรรมจนกว่าฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ประณามการโจมตีอิสราเอลไร้มนุษยธรรม ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ https://thestandard.co/srettha-condemn-israel-attack/ Sun, 08 Oct 2023 02:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=851885 เศรษฐา ทวีสิน อิสราเอล

วานนี้ (7 ตุลาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตร […]

The post นายกฯ ประณามการโจมตีอิสราเอลไร้มนุษยธรรม ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน อิสราเอล

วานนี้ (7 ตุลาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทวีตข้อความผ่าน X (Twitter) กล่าวถึงเหตุจรวดโจมตีจากฉนวนกาซาไปยังหลายพื้นที่ในอิสราเอลว่า ผมขอประณามการโจมตีอิสราเอล การโจมตีที่ไร้มนุษยธรรมที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนอิสราเอล เหตุการณ์นี้ไม่สมควรเกิดขึ้น และผมขอร่วมกับประชาคมโลกประณามการกระทำดังกล่าว

 

ผมได้สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมเครื่อง Airbus A340 และ C-130 อพยพคนไทยออกจากอิสราเอลทันที ทาง พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รับทราบและพร้อมปฏิบัติการ

 

ผมติดตามสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และมีความกังวลใจที่เห็นรายงานเข้ามาว่ามีแรงงานไทยถูกจับไป 2 คนหรือมากกว่านั้น ตอนนี้กำลังยืนยันข้อมูลจากทางการอิสราเอลอยู่ ทางกองทัพและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเตรียมความพร้อม ผมต้องการให้คนไทยทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยครับ

 

อ้างอิง: 

The post นายกฯ ประณามการโจมตีอิสราเอลไร้มนุษยธรรม ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปานปรีย์ เผยนโยบายต่างประเทศ ยึดกลไกอาเซียนแก้ปัญหาการเมืองเมียนมา พร้อมให้ความสำคัญการทูตเชิงมนุษยธรรม https://thestandard.co/panpree-myanmar-asean-politics-solution/ Fri, 15 Sep 2023 01:02:56 +0000 https://thestandard.co/?p=841841 ปานปรีย์ พหิทธานุกร

วานนี้ (14 กันยายน) ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี […]

The post ปานปรีย์ เผยนโยบายต่างประเทศ ยึดกลไกอาเซียนแก้ปัญหาการเมืองเมียนมา พร้อมให้ความสำคัญการทูตเชิงมนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปานปรีย์ พหิทธานุกร

วานนี้ (14 กันยายน) ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ทางการเมืองของเมียนมาว่า ประเทศไทยและเมียนมาถือเป็นมิตรประเทศกัน ซึ่งสถานการณ์เมียนมานั้นถือเป็นปัญหาภายในที่ควรได้รับการแก้ไขตามกระบวนการกฎหมายของเมียนมา และตามกลไกของอาเซียน โดยไม่ควรละเลยอาเซียน เพราะอาเซียนก็ยังคงมีเอกภาพอยู่ และยังคงมี 5 ฉันทมติร่วมของอาเซียน ที่มอบหมายให้เมียนมาดำเนินการตามฉันทมตินั้น ซึ่งรัฐบาลก็ยังคงยึดถือตามฉันทมติดังกล่าวด้วย 

 

สำหรับปัญหาที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเมียนมา เช่น ปัญหายาเสพติด และการลักลอบข้ามแดนนั้น ปานปรีย์ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะต้องมีการพูดคุยกัน แต่ปัญหาภายในเมียนมาทั้งความขัดแย้ง กระบวนการทางประชาธิปไตย รวมไปถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ ออง ซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา เป็นเรื่องที่เมียนมาจะต้องบริหารจัดการ โดยที่ไทยจะต้องไปหารือร่วมกับอาเซียน เพื่อช่วยให้เกิดสันติภาพในเมียนมา 

 

ส่วนจะมีการพูดคุยกับเมียนมานอกรอบที่ไม่ได้อยู่ในกรอบอาเซียนเหมือนรัฐบาลชุดก่อนหรือไม่นั้น ปานปรีย์ระบุว่า จะต้องพิจารณาตามความจำเป็น และปรึกษาประธานอาเซียนก่อน ซึ่งตอนนี้ก็สามารถประชุมผ่านทางออนไลน์ได้ ไม่จำเป็นจะต้องบินไปพบปะหารือกันโดยตรง ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากหากไทยจะหารือกับอาเซียนก่อนที่จะมีการพูดคุยกับเมียนมา แต่หากเป็นเรื่องระหว่างประเทศ เช่น ปัญหายาเสพติด หรือการลักลอบข้ามแดน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งไทยและเมียนมาก็สามารถพูดคุยกันได้อยู่แล้ว

 

ปานปรีย์ยังกล่าวถึงการทูตเชิงมนุษยธรรมว่า ไทยทำเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นแนวทางอาเซียนที่ไทยสนับสนุน ดังนั้น เรื่องประชาธิปไตยและการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ประเทศไทยสนับสนุนอยู่แล้วไม่มีปัญหา

The post ปานปรีย์ เผยนโยบายต่างประเทศ ยึดกลไกอาเซียนแก้ปัญหาการเมืองเมียนมา พร้อมให้ความสำคัญการทูตเชิงมนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประณามเหตุยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ หนองบัวลำภู ชี้โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม https://thestandard.co/nhrc-nong-bua-lam-phu-condemn/ Thu, 06 Oct 2022 13:18:46 +0000 https://thestandard.co/?p=692264 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

วันนี้ (6 ตุลาคม) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) […]

The post คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประณามเหตุยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ หนองบัวลำภู ชี้โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

วันนี้ (6 ตุลาคม) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีรายละเอียดว่า 

 

ตามที่ปรากฏเหตุอดีตตำรวจนายหนึ่งก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนปลิดชีพตนเองพร้อมลูกและภรรยาเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ เป็นเหตุให้มีเด็กและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนหลายสิบรายเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนั้น 

 

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอประณามการก่อเหตุอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ 

 

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญที่กระทำด้วยความโหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม และผิดต่อกฎหมาย อันพรากสิทธิในชีวิตและร่างกายของหลายคนไปอย่างไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดของสังคมซึ่งสมควรต้องได้รับการปกป้องยิ่ง 

 

ดังที่หลักการสิทธิมนุษยชนสากลและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 28 ได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิในชีวิตและร่างกายของทุกคนไว้ เช่นเดียวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีซึ่งกำหนดให้รัฐภาคียอมรับว่าเด็กทุกคนมีสิทธิติดตัวที่จะมีชีวิต และประกันอย่างเต็มที่ให้เด็กได้มีชีวิตอยู่รอดและได้รับการพัฒนา

 

กสม. จึงขอเรียกร้องให้ภาคส่วนต่างๆ ปฏิบัติและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุสลดครั้งนี้ร่วมกัน ดังต่อไปนี้

 

  1. ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย และฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง 

 

  1. ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนมูลเหตุที่มาของการก่อเหตุ และวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดอันกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางเช่นนี้ได้อีก

 

  1. ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอข่าว เผยแพร่ หรือส่งต่อภาพ / คลิปวิดีโอความโหดร้ายและรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมความรุนแรงหรือความเศร้าสลด อันส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และทำให้บุคคลทั่วไปสามารถล่วงรู้ถึงตัวตนของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เสียหายหรือครอบครัวของผู้กระทำผิดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุได้

 

ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวและสิทธิในชื่อเสียงเกียรติยศของบุคคล ตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 รวมทั้งแนวปฏิบัติการได้มาและการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชน โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว ที่ร่วมกันกำหนดโดยสภาวิชาชีพสื่อมวลชน

The post คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประณามเหตุยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ หนองบัวลำภู ชี้โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNHCR ประเทศไทย เปิดตัว ‘กองทุนภาวะฉุกเฉินเพื่อผู้ลี้ภัย’ สนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม ในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลก https://thestandard.co/unhcr/ Sat, 20 Aug 2022 07:18:20 +0000 https://thestandard.co/?p=669689 UNHCR

วานนี้ (19 สิงหาคม) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหป […]

The post UNHCR ประเทศไทย เปิดตัว ‘กองทุนภาวะฉุกเฉินเพื่อผู้ลี้ภัย’ สนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม ในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNHCR

วานนี้ (19 สิงหาคม) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย ริเริ่ม ‘กองทุนภาวะฉุกเฉิน’ (Empathy Emergency Fund) ที่เป็นมากกว่าพื้นที่ส่งต่อความช่วยเหลือ ช่วยส่งต่อความรักและพลังใจให้กับเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเผชิญความโหดร้ายและความยากลำบาก ด้วยความเมตตาอย่างแท้จริง และให้คนไทยได้มีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนการตอบสนองการทำงานด้านมนุษยธรรมในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลก

 

ในปัจจุบัน ผู้คนที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านของตน เนื่องจากความขัดแย้ง ความรุนแรง และการประหัตประหารทั่วโลก พุ่งสูงกว่า 100 ล้านคน ทำลายสถิติที่เคยมีบันทึกในประวัติศาสตร์ใดๆ ขณะที่วิกฤตเดิมยังไม่สิ้นสุด สถานการณ์ฉุกเฉินโดยเฉพาะในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เช่น ยูเครน อัฟกานิสถาน ซีเรีย เยเมน ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา รวมถึงวิกฤตที่มักถูกลืมหรือไม่เป็นที่พูดถึง เช่น เวเนซุเอลา ซูดานใต้ เอธิโอเปีย แอฟริกากลาง และความขัดแย้งในภูมิภาคซาเฮล ทำให้เกิดการพลัดถิ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภัยพิบัติจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซ้ำให้วิกฤตการพลัดถิ่นและการมอบความช่วยเหลือซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

ในปี 2021 เพียงปีเดียว UNHCR ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินถึง 40 สถานการณ์ ใน 29 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้มีผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่น 1 คนบนโลกในทุกๆ ประชากรโลก 78 คน และนี่คืออัตราที่แทบไม่มีใครเคยคาดการณ์มาก่อนตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา UNHCR ทำงานอยู่ในพื้นที่ และพร้อมลงพื้นที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เพื่อมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยทั่วโลกมาตลอด 72 ปี และตอนนี้ UNHCR ต้องการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากทุกภาคส่วนในสังคมท่ามกลางวิกฤตรอบโลก เพื่อร่วมสร้างการรับรู้และกระตุ้นการช่วยเหลือที่มากขึ้น หากไม่มีการลงมือที่เร่งด่วน UNHCR คาดว่าจำนวนบุคคลในความห่วงใยจะพุ่งสูงขึ้น และต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินใหม่ๆ อีกมาก

 

UNHCR ได้มอบความช่วยเหลือและความคุ้มครองผู้คนหลายล้านคนในแต่ละปี พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ทั่วโลกล่วงหน้าเพื่อให้เราสามารถรับมือในวิกฤตต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมงกำลังเสริมของ  UNHCR จะเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติมในพื้นที่เพื่อส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ นำเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าทำงาน และนำกองทุนภาวะฉุกเฉินไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดตั้งที่พักพิง จัดหาอาหาร และลงทะเบียนผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ

 

UNHCR ร่วมกับ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการ ข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าวออนไลน์ The Reporters และ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบรรณาธิการบริหาร THE STANDARD ผู้ผ่านประสบการณ์การลงพื้นที่ในวิกฤตผู้ลี้ภัยที่ร้ายแรงที่สุดในโลกร่วมกับ UNHCR พร้อมด้วย โหน่ง-ปณิธิ จันทะยาสาคร, บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด, Buddha & Pals, Na Projects, i’M Possible และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จัดมื้ออาหารกลางวันแบบหลากมิติ ด้วยอาหารพื้นเมืองจากบ้านเกิดของผู้ลี้ภัย เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ภาวะฉุกเฉิน และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทั่วโลกผ่านอาหารมื้อพิเศษนี้ และส่งเสริมการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ลี้ภัยทั่วโลก

 

การจัดเตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์ไว้ล่วงหน้า พร้อมเจ้าหน้าที่จัดการภาวะฉุกเฉินที่ลงพื้นที่ทันที และการมีงบประมาณที่เพียงพอ คือหัวใจหลักของการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ในวิกฤตระดับโลก และคุณสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ โดยเงินบริจาค 100% ของท่านไม่มีการหักค่าใช้จ่าย จะนำไปเป็นความคุ้มครองชีวิตทุกด้าน มอบอาหาร น้ำสะอาด สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล มอบที่พักพิง คืนครอบครัว และอีกมากมาย

 

โดยมีช่องทางส่งมอบความช่วยเหลือ ดังนี้

 

1. www.unhcr.org/th

 

2. บัญชีธนาคาร: ชื่อบัญชี UNHCR SPECIAL ACCOUNT

>> ธ.ไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 004-2-25859-6

 

>> ธ.กสิกร เลขที่บัญชี 030-2-88804-3

*เมื่อทำรายการเสร็จแล้วส่งสลิปโอนเงินมาที่ LINE @unhcrdonation เพื่อบันทึกการบริจาค

 

3. SMS พิมพ์ 30 ส่งมาที่ 4642789 (เพื่อบริจาคครั้งละ 30 บาท)

#UNHCRThailand #WithRefugees #EmergencyFund #กองทุนภาวะฉุกเฉิน

 

ภาพ: Giannis Papanikos / Shutterstock

อ้างอิง: 

The post UNHCR ประเทศไทย เปิดตัว ‘กองทุนภาวะฉุกเฉินเพื่อผู้ลี้ภัย’ สนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม ในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 ปีแห่งการลี้ภัย วิกฤตมนุษยธรรมและฝันร้ายของชาวเวเนซุเอลาที่ยังไม่หายไป https://thestandard.co/8-years-of-asylum/ Fri, 19 Aug 2022 07:16:03 +0000 https://thestandard.co/?p=669282 การลี้ภัย

ผ่านมาแล้วกว่า 8 ปี ที่เวเนซุเอลาเผชิญกับภาวะล่มสลายทั้ […]

The post 8 ปีแห่งการลี้ภัย วิกฤตมนุษยธรรมและฝันร้ายของชาวเวเนซุเอลาที่ยังไม่หายไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
การลี้ภัย

ผ่านมาแล้วกว่า 8 ปี ที่เวเนซุเอลาเผชิญกับภาวะล่มสลายทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง เงินเฟ้อพุ่งทะยานขั้นรุนแรง ประชาชนขาดแคลนทั้งอาหาร ยา และสิ่งจำเป็นพื้นฐาน จนนำมาซึ่งวิกฤตด้านมนุษยธรรมของผู้คน ที่พากันอพยพหนีความอดอยากออกจากประเทศ

 

ระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่า สถานการณ์ ณ ปัจจุบันของเวเนซุเอลา เดินทางไปถึงจุดไหน ยังปรากฏภาพประชาชนทะลักข้ามชายแดน และภาวะความลำบากถึงขั้น ‘ไม่มีจะกิน’ อยู่หรือไม่

 

  • ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (The United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) ชี้ว่า กรณีการลี้ภัยของชาวเวเนซุเอลาที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2014 เป็น ‘วิกฤตการณ์พลัดถิ่นฐานนอกประเทศ (External Displacement Crisis)’ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 

 

  • จวบจนถึงวันนี้ มีผู้ลี้ภัยชาวเวเนเซุเอลาที่อพยพข้ามแดนไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้วมากกว่า 6.1 ล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ณ ปัจจุบัน ที่มีประมาณ 28.3 ล้านคน ในขณะที่กว่า 9.5 แสนคน ยื่นขอลี้ภัยในต่างประเทศ

 

  • โดยภาวะเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา ณ ปัจจุบัน มีการพัฒนาไปในแง่บวกค่อนข้างมาก จากการผลิตและส่งออกน้ำมันที่เป็นรายได้หลักของปีนี้ ทำให้ตัวเลขคาดการณ์ GDP ขยายตัวถึง 8.3% มากกว่า 1.9% ในปีที่แล้ว และเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดในรอบ 15 ปี 

 

  • ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อประจำปีนับจนถึงเดือนกรกฎาคม ลดลงมาอยู่ที่ 137% ซึ่งน้อยลงมาก หากเทียบกับจุดสูงสุดในปี 2018 ที่เงินเฟ้อพุ่งทะยานไปถึงระดับ Hyperinflation กว่า 10 ล้านเปอร์เซ็นต์

 

  • อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางด้านการเมือง สังคม และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนในประเทศหลายพื้นที่ ยังคงมีสภาวะเลวร้าย ทำให้ปัจจุบันประชาชนเวเนซุเอลา ทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ ยังยอมเลือกหนทางที่เสี่ยง อย่างการอพยพข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่ามีจำนวนเฉลี่ยถึงวันละกว่า 5,000 คน

 

  • สภาวะอันยากลำบากของผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลาที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และประเทศแถบลาตินอเมริกา รวมถึง UNHCR ยังคงพยายามหาทางออกและช่วยคุ้มครองผู้ลี้ภัยเหล่านี้

 

สำหรับใครที่ต้องการเห็นภาพจริงของวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา สามารถติดตามชมได้จากภาพยนตร์สารคดี ‘HUMANS of NOWHERE’ ซึ่งเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของ THE STANDARD 

 

โดยสองนักข่าวสัญชาติไทย ออกเดินทางข้ามโลกไปเห็น ไปฟัง ไปสัมผัส ไปรู้สึก บางเศษเสี้ยวของชีวิตหลังความล่มสลายในพื้นที่ชายแดนโคลอมเบีย-เวนาซุเอลา กับวิกฤตผู้ลี้ภัยที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เป็นเวลาถึง 10 วัน

 

ดูสารคดี: 

 


ภาพ: Photo by Lucas Aguayo / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post 8 ปีแห่งการลี้ภัย วิกฤตมนุษยธรรมและฝันร้ายของชาวเวเนซุเอลาที่ยังไม่หายไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลเจรจารอบ 2 ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ตกลงสร้าง ‘เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรม’ ใช้อพยพพลเรือน-จ่อมีเจรจาอีก ขณะยูเครนระบุ ‘ไม่ได้ผลที่ต้องการ’ https://thestandard.co/russia-ukraine-crisis-04032022-2/ Fri, 04 Mar 2022 00:34:01 +0000 https://thestandard.co/?p=601533 ผลเจรจารอบ 2 ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ตกลงสร้าง ‘เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรม’ ใช้อพยพพลเรือน-จ่อมีเจรจาอีก ขณะยูเครนระบุ ‘ไม่ได้ผลที่ต้องการ’

มีการเผยผลการเจรจารอบ 2 ระหว่างผู้เแทนของยูเครนและรัสเซ […]

The post ผลเจรจารอบ 2 ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ตกลงสร้าง ‘เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรม’ ใช้อพยพพลเรือน-จ่อมีเจรจาอีก ขณะยูเครนระบุ ‘ไม่ได้ผลที่ต้องการ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลเจรจารอบ 2 ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ตกลงสร้าง ‘เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรม’ ใช้อพยพพลเรือน-จ่อมีเจรจาอีก ขณะยูเครนระบุ ‘ไม่ได้ผลที่ต้องการ’

มีการเผยผลการเจรจารอบ 2 ระหว่างผู้เแทนของยูเครนและรัสเซียออกมาแล้ว โดยสำนักข่าว AFP รายงานในวันพฤหัสบดี (3 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ผู้เจรจาของทั้งยูเครนและรัสเซียระบุว่า ทั้งสองชาติตกลงที่จะสร้าง ‘เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรม’ สำหรับการอพยพพลเรือน

 

การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครนเกิดขึ้นที่ชายแดนโปแลนด์-เบลารุส ในวันที่ 8 ของการบุกยูเครนของรัสเซีย ซึ่งยูเครนกล่าวว่าพลเรือนอย่างน้อย 350 คน ถูกสังหารตั้งแต่การโจมตียูเครนเริ่มต้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่รัสเซียอ้างว่าไม่ได้กำหนดเป้าหมายพื้นที่พลเรือน แม้ว่าจะมีหลักฐานเป็นอย่างอื่นอย่างกว้างขวาง

 

“การเจรจารอบที่ 2 สิ้นสุดลงแล้ว น่าเสียดายที่ยูเครนยังไม่มีผลลัพธ์ที่ต้องการ มีเพียงการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรมเท่านั้น” ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน มิคาอิโล โปโดลยัค ระบุไว้บนทวิตเตอร์

 

ผู้เจรจาของรัสเซียยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสร้างช่องทางออกให้กับพลเรือน

 

“คำถามหลักที่เราตัดสินใจในวันนี้คือประเด็นเรื่องการช่วยชีวิตผู้คน พลเรือน ซึ่งอยู่ในเขตที่มีการปะทะกันทางทหาร” วลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้เจรจาหลักและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของรัสเซียกล่าว

 

“รัสเซียขอให้พลเรือนที่พบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์นี้ หากการปฏิบัติการทางทหารยังดำเนินต่อไป ให้ใช้เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรมเหล่านี้” เขากล่าว

 

เลโอนิด สลุตสกี สมาชิกสภาล่าง (Duma) ของรัสเซีย และผู้เจรจาของรัสเซียอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะได้รับการ ‘นำไปปฏิบัติได้ในอนาคตอันใกล้นี้’

 

ส่วนสำนักข่าวแห่งชาติ Ukrinform ของยูเครนยังรายงานในทำนองเดียวกันพร้อมรายละเอียดว่า โปโดลยัคชี้แจงว่าทั้งสองชาติตกลงร่วมกันจัดเตรียมเขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรมเพื่อการอพยพพลเรือน เช่นเดียวกับการส่งยาและอาหารไปยังสถานที่ที่มีการสู้รบที่ดุเดือดที่สุด โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการหยุดยิงชั่วคราวในช่วงที่มีการอพยพ

 

“นั่นคืออาจมีการหยุดยิงซึ่งไม่ใช่ทุกที่ แต่เฉพาะในสถานที่เหล่านั้น ซึ่งจะมีทางเดินเพื่อมนุษยธรรมในช่วงที่มีการอพยพ ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการจัดช่องทางการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์พิเศษ และจะมีขั้นตอนด้านโลจิสติกส์ที่เหมาะสมเกิดขึ้น” เขาระบุ

 

โปโดลยัคยังเสริมว่า คณะผู้แทนตกลงที่จะดำเนินการเจรจารอบที่ 3 ต่อไปโดยเร็วที่สุด

 

และสำนักข่าว RT ของรัสเซียก็รายงานคำกล่าวของเมดินสกีเพิ่มเติมว่า “กลุ่มผู้เจรจายังพบจุดยืนร่วมกันในประเด็นที่โดดเด่นอื่นๆ เช่น ประเด็นด้านการทหารและมนุษยธรรม และความปรองดองทางการเมืองในอนาคต” และรายงานเช่นกันว่า ฝั่งยูเครนระบุว่า “การเจรจารอบต่อไปคาดว่าจะจัดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยยังไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่”

 

ก่อนหน้านี้ โปโดลยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนระบุไว้บนทวิตเตอร์เมื่อช่วงเริ่มการเจรจาว่า ประเด็นสำคัญในวาระการประชุม ได้แก่

  1. การหยุดยิงโดยทันที 
  2. การสงบศึก
  3. เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรมเพื่อการอพยพพลเรือนจากหมู่บ้าน/เมืองที่ถูกทำลายหรือถูกระดมยิงอย่างต่อเนื่อง

 

ภาพ: MAXIM GUCHEK / BELTA / AFP

อ้างอิง:

The post ผลเจรจารอบ 2 ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ตกลงสร้าง ‘เขตฉนวนเพื่อมนุษยธรรม’ ใช้อพยพพลเรือน-จ่อมีเจรจาอีก ขณะยูเครนระบุ ‘ไม่ได้ผลที่ต้องการ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. ห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา แนะรัฐเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัย ไม่ผลักดันกลับสู่อันตราย https://thestandard.co/situation-on-the-thai-myanmar-border/ Tue, 28 Dec 2021 07:54:51 +0000 https://thestandard.co/?p=576872 ชายแดนไทย-เมียนมา

วันนี้ (28 ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งช […]

The post กสม. ห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา แนะรัฐเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัย ไม่ผลักดันกลับสู่อันตราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายแดนไทย-เมียนมา

วันนี้ (28 ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 54/2564 (29) ได้หารือถึงสถานการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบในประเทศเมียนมาบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาที่ยังคงเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นเหตุให้ชาวเมียนมาบางส่วนซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้หญิง รวมถึงผู้หญิงตั้งครรภ์ หนีภัยข้ามแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และแม่น้ำเมย จังหวัดตาก เข้ามายังพื้นที่พักพิงชั่วคราวบริเวณชายแดนประเทศไทย และต้องประสบกับความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขาดอาหาร น้ำสะอาดและยารักษาโรคที่เพียงพอ ขณะที่ชุมชนชาวไทยบริเวณชายแดนมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเกิดความหวาดกลัวจากเสียงสู้รบและอากาศยานทางการทหารอยู่เป็นระยะ 

 

กสม. ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องด้วยความห่วงกังวลยิ่ง เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของบุคคลและชุมชน โดยที่ผ่านมาได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แลกเปลี่ยนข้อมูล/ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาร่วมกับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงลงพื้นที่ ณ หมู่บ้านชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รับฟังข้อมูลจากภาคประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากกรณีความไม่สงบที่เกิดขึ้น 

 

ในเบื้องต้น กสม. มีความเห็นว่า ในการสร้างความมั่นคงและปลอดภัยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา รัฐบาลไทยควรเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเคารพต่อหลักสากลการห้ามผลักดันกลับสู่อันตราย (Non-Refoulement) อย่างเคร่งครัด และกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเมียนมา ซึ่งมีทั้งแรงงาน ผู้หนีภัยทางการเมือง และผู้หนีภัยจากการสู้รบ เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านปัจจัย 4 รวมถึงการป้องกันและรักษาโรค โดยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ควรมีมาตรการในการดูแลเพื่อให้เข้าถึงการตรวจคัดกรอง การรักษา รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดด้วย 

 

ทั้งนี้ ควรผลักดันให้เกิดกลไกท้องถิ่นที่ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนประชาชนจิตอาสา ฯลฯ ในการระดมสิ่งของความช่วยเหลือและดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบ เนื่องจากชุมชนไทยบริเวณชายแดนซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกับผู้หนีภัยต้องการให้ความช่วยเหลือดูแลผู้หนีภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์สู้รบในประเทศเมียนมาด้วย

 

สำหรับการป้องกันภัยอันตรายให้แก่ชุมชนไทยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีการดูแลด้านความปลอดภัย เช่น การทำบังเกอร์ป้องกันภัยแก่ชุมชน จัดทำแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ และซักซ้อมความเข้าใจแก่ประชาชนในชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากความไม่สงบด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม กสม. ยังคงติดตามผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นแก่ชาวเมียนมาผู้หนีภัยความไม่สงบเข้ามายังประเทศไทย และชุมชนชาวไทยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเร็วๆ นี้ กสม. โดย ปรีดา คงแป้น และ ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีกำหนดลงพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในเบื้องต้นกับทางจังหวัดตากและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบด้วย 

 

ทั้งนี้ กสม. หวังว่าในสถานการณ์ที่ความไม่สงบส่งผลถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตอย่างรุนแรงต่อบุคคลและชุมชนเช่นนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่ทุกฝ่ายคำนึงถึง 

The post กสม. ห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา แนะรัฐเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัย ไม่ผลักดันกลับสู่อันตราย appeared first on THE STANDARD.

]]>