ภาษีสรรพสามิต Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ภาษีสรรพสามิต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Nov 2025 10:17:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้านอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบเวียดนาม ปกป้องสุขภาพคนไทย https://thestandard.co/tax-imported-alcohol-like-vietnam/ Wed, 12 Nov 2025 10:17:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1142534 ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้า นอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบ **เวียดนาม** ปกป้องสุขภาพคนไทย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน นำโดยมู […]

The post ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้านอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบเวียดนาม ปกป้องสุขภาพคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้า นอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบ **เวียดนาม** ปกป้องสุขภาพคนไทย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน นำโดยมูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเมาไม่ขับ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายงดเหล้า จัดเวทีสาธารณะเรื่อง ‘ผลกระทบและข้อเสนอภาคประชาชนต่อการเจรจาการค้า FTA Thai–EU กรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์’ พร้อมการแสดงละครสั้น ‘ยักษ์น้ำเมาอียู’ สะท้อนภัยจากทุนแอลกอฮอล์ยุโรปที่อาจทะลักเข้าสู่สังคมไทย

 

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี เปิดเผยผลศึกษาร่วมกับนักวิชาการว่า หลังหลายประเทศ เช่น เอกวาดอร์ โคลอมเบีย เปรู และเกาหลีใต้ ลงนาม FTA กับอียู ปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าพุ่งขึ้นถึง 100-300% ภายใน 7-10 ปี เนื่องจากยุโรปมีความได้เปรียบด้านอุตสาหกรรมสุราและเบียร์ การลดภาษีเหลือศูนย์ทำให้ราคาถูกลง 20-25% กระตุ้นให้เกิดการดื่มเพิ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพและสังคมในไทย

 

ด้านนพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระบุว่า การลดภาษีศุลกากรนำเข้าไวน์และสุราจากยุโรปส่งผลให้ราคาถูกลงจริง และสัญญาณการบริโภคเพิ่มขึ้นเริ่มเห็นชัดจากยอดเก็บภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่ากฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่จะต้องบังคับใช้เท่าเทียมกับสินค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่ต้องระวังไม่ให้มาตรการกลายเป็นอุปสรรคทางการค้า

 

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสริมว่า หากไทยยอมตามเงื่อนไข FTA กับอียู อาจทำให้เหล้า เบียร์ และไวน์ราคาถูกทะลักเข้าตลาดไทยมากขึ้น ในขณะที่ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่เพิ่งมีผลใช้เมื่อ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลับผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการประชาสัมพันธ์ จึงเสี่ยงต่อการเพิ่มจำนวนนักดื่มและปัญหาสุขภาพในวงกว้าง

 

สุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ระบุว่า การผ่อนคลายกฎหมายใหม่เมื่อมารวมกับ FTA ไทย-อียู ‘กลายเป็นขนมจีนผสมน้ำยา’ เพราะทั้งสองปัจจัยจะยิ่งทำให้แอลกอฮอล์ราคาถูกและเข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมเสนอให้รัฐเข้มงวดบทลงโทษเมาแล้วขับและควบคุมการขายให้เด็ดขาดเหมือนประเทศยุโรป เกาหลี หรือสิงคโปร์

 

ขณะที่ Mr. Son Dao จาก Vital Strategies ยกกรณีศึกษาประเทศเวียดนามที่ภายใต้ข้อตกลง EVFTA ได้ออกมาตรการเพิ่มภาษีสรรพสามิตจาก 65% เป็น 90% ภายใน 4 ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งไทยควรพิจารณาแนวทางเดียวกันในการปกป้องสุขภาพประชาชน

The post ภาคประชาชนชี้ FTA ไทย-อียู เปิดทาง ‘เหล้านอกทะลัก’ ราคาถูกลง 25% จี้รัฐเก็บภาษีสรรพสามิต 90% คุมเข้มแบบเวียดนาม ปกป้องสุขภาพคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.บ.สุราชุมชน มีผลบังคับใช้ ปลดล็อกเกษตรกร-รายย่อย หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีเศรษฐกิจ https://thestandard.co/community-liquor-law-2/ Sat, 07 Jun 2025 05:27:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1082748 community-liquor-law

วันนี้ (7 มิถุนายน) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำ […]

The post พ.ร.บ.สุราชุมชน มีผลบังคับใช้ ปลดล็อกเกษตรกร-รายย่อย หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
community-liquor-law

วันนี้ (7 มิถุนายน) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมผู้ผลิตสุราชุมชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

 

ศศิกานต์ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ได้แก้ไขมาตรา 153 ของ พ.ร.บ. เดิม กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่น ต้องยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กฎกระทรวงที่จะตามมาจะมุ่งส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถขอใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ โดยใช้วัตถุดิบการเกษตรในประเทศ และอนุญาตให้สุราที่ผลิตมีสีหรือกลิ่นได้

 

กฎหมายยังระบุชัดว่า ห้ามกำหนดหลักเกณฑ์ที่เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือก่อให้เกิดการผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม เว้นแต่กรณีที่เกี่ยวข้องกับการถือครองของชาวต่างชาติ หรือการผลิตสุราของรัฐวิสาหกิจเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย ใบอนุญาตที่ออกจะมีอายุ 3 ปี

 

“การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นการปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยเฉพาะสุราชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ Soft Power ของไทยที่มีศักยภาพต่อยอดทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูง” ศศิกานต์กล่าว

 

ข้อมูลจากกรมสรรพสามิตเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในระบบภาษีสรรพสามิตกว่า 2,119 ราย โดยในปีงบประมาณ 2567 สามารถจัดเก็บภาษีจากการผลิตสุราชุมชนได้กว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

 

“การผลักดัน พ.ร.บ.สุราชุมชนนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง SMEs เข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง’ ที่มุ่งให้คนตัวเล็กมีพื้นที่ยืนในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และทุกขั้นตอนหลังจากนี้จะโปร่งใส เปิดกว้าง และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสได้จริงอย่างเท่าเทียม” ศศิกานต์กล่าวทิ้งท้าย

The post พ.ร.บ.สุราชุมชน มีผลบังคับใช้ ปลดล็อกเกษตรกร-รายย่อย หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ด้วยเสียงเอกฉันท์ ปลดล็อกสุราชุมชน https://thestandard.co/community-liquor-law/ Wed, 15 Jan 2025 09:37:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1030818 community-liquor-law

วันนี้ (15 มกราคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8 […]

The post สภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ด้วยเสียงเอกฉันท์ ปลดล็อกสุราชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
community-liquor-law

วันนี้ (15 มกราคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ในวาระ 2 และ 3 หลังจากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

 

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุม หลังจากที่ประชุมสภารับหลักการร่างกฎหมายสุราชุมชน ที่ชนินทร์เป็นผู้เสนอ และร่างกฎหมายสุรารวมไทย ที่ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นผู้เสนอ

 

ชนินทร์กล่าวด้วยว่า สำหรับร่างกฎหมายสุราก้าวหน้าที่เสนอโดยพรรคประชาชน มีข้อแตกต่างคือ ปรับเปลี่ยนหลักการให้การขออนุญาตการถือครองเครื่องกลั่นสุราหรือผลิตสุรา จะกระทำก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำเพื่อการค้าเท่านั้น นำมาซึ่งการอภิปรายของสมาชิกถึงความกังวลในผลกระทบต่อสังคม และการควบคุมการผลิตสุราที่อาจมีการลักลอบผลิตโดยอ้างว่าไม่ได้เป็นการผลิตเพื่อการค้า ยิ่งเป็นเหตุที่ที่ประชุมสภาไม่รับหลักการร่างสุราก้าวหน้า

 

ทั้งนี้ ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความร่วมมือและทำงานคู่ขนาน นำมาสู่การเสนอปรับแก้กฎกระทรวงในบางประเด็นที่สามารถดำเนินการได้ก่อน โดยไม่ต้องรอให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านก่อน ก็สามารถมีการปรับกฎกระทรวงเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีโอกาสทำธุรกิจเพิ่มขึ้น

 

“ยืนยันว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้มีการผลิตสุราโดยเสรีแบบไม่ต้องขออนุญาต แล้วไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปตามหลักการของร่างสุราก้าวหน้าที่ให้การอนุญาตกระทำเฉพาะเพื่อการค้าเท่านั้น แต่ยังคงไว้เหมือนเดิมคือการขออนุญาตผลิตหรือถือครองจำเป็นต้องแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบ”

 

ชนินทร์ย้ำว่า การแก้ไขกฎหมายนี้จะส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้โดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องการลดการผูกขาด ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้แก่รัฐ และส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ให้ประเทศ

 

ด้าน เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ความจริงแล้วพวกเราไม่จำเป็นต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ เพราะสิ่งที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของวงการสุราไทยจริงๆ อยู่ที่กฎกระทรวง ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดี แต่เหตุที่ติดขัดมาจากการใช้อำนาจทุนเหนือการเมือง การแข็งตึงของรัฐราชการรวมศูนย์ และภาคการเมืองไม่เข้มแข็ง รัฐบาลไม่เด็ดขาด

 

“ผมว่าวันนี้เราต้องเข้มแข็งมากขึ้น ใช้อำนาจบริหารที่เราได้ฉันทานุมัติจากประชาชนเพื่อมาเปลี่ยนแปลง เหตุใดพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลถึงโดนซ้าย โดนขวา โดนใน โดนนอก ตลอดเวลา ก็หวังว่าวันนี้จะพาไปได้ และบังคับใช้กฎกระทรวงได้โดยไว ผมยืนยันว่าเราไม่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนี้ ถ้ารัฐบาลเอาจริงเสร็จไปตั้งแต่เดือนแรกแล้ว” เท่าพิภพกล่าว

 

ในที่สุดที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ 414 เสียง ไม่มีเสียงไม่เห็นด้วย ไม่ลงคะแนนเสียง 5 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต และเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ขั้นตอนต่อไปร่างกฎหมายจะถูกส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากผ่านจะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน

The post สภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ด้วยเสียงเอกฉันท์ ปลดล็อกสุราชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ลุ้นต่อสัปดาห์หน้า จับตาสุราก้าวหน้าของเท่าพิภพ จ่อถูกพรรคร่วมรัฐบาลคว่ำ https://thestandard.co/excise-tax-act-18092024/ Wed, 18 Sep 2024 14:11:42 +0000 https://thestandard.co/?p=985038 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต

วันนี้ (18 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทน […]

The post พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ลุ้นต่อสัปดาห์หน้า จับตาสุราก้าวหน้าของเท่าพิภพ จ่อถูกพรรคร่วมรัฐบาลคว่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต

วันนี้ (18 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า ที่มี เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะ เป็นผู้เสนอ และขอให้ที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาร่วมกับร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และคณะ เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่มี ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ และคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งนับเป็นการเสนอเข้าสู่สภาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากการเสนอครั้งแรกในสภาสมัยก่อนหน้านี้มีการลงมติไม่รับหลักการในวาระที่ 3

 

ทั้งนี้ เท่าพิภพกล่าวว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 153 เพื่อกำหนดให้ผู้ประสงค์ผลิตสุราเฉพาะเพื่อการค้าเท่านั้นที่ต้องขออนุญาตผลิต และกำหนดกรอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

 

ร่างฯ นี้มีรายละเอียดเหมือนร่างฯ เดิมจากครั้งก่อนที่มีการลงมติรับหลักการไปแล้วรอบหนึ่ง แต่แพ้ไป 2 คะแนนในวาระที่ 3 และตนต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลที่ยื่นร่างฯ มาประกบพิจารณาพร้อมกัน พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เป็นนโยบายที่ตนขับเคลื่อนมาตั้งแต่ก่อนเป็น สส. ก่อนหน้านี้ตนเคยโดนจับเพราะทำเบียร์ขายจนเป็นแรงบันดาลใจให้มายืนอยู่ที่นี่ 

 

“วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าสภาและระบอบประชาธิปไตยจะสามารถทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยสู้กับทุนใหญ่ สู้กับระบบ และเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศและของตัวเองได้หรือไม่” เท่าพิภพกล่าว

 

เท่าพิภพอภิปรายถึงรายละเอียดประการต่อมาในการแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ว่าคือการปรับแก้เงื่อนไขในกฎกระทรวงที่กำหนดปริมาณขั้นต่ำจำกัดรายย่อย อาทิ กรณีผู้ผลิตเบียร์ที่ไม่สามารถบรรจุกระป๋องได้นอกจากจะผลิตปีละขั้นต่ำ 7.2 ล้านลิตร ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมาก ทั้งที่ธุรกิจการบรรจุกระป๋องไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเป็นโรงงานใหญ่ และไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องจำกัดรายย่อยไม่ให้เข้าสู่ตลาด

 

นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขในส่วนของการผลิตสุราชนิดพิเศษ ซึ่งทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ ของประเทศไทย มีวัฒนธรรมการทำสุรากลั่นหรือเหล้าขาวมายาวนาน หลายคนมีการทำให้เป็นสินค้าพรีเมียมที่มีราคามากขึ้น แต่ถ้าจะทำให้พรีเมียมกว่านี้ สามารถทำเป็นไทยวิสกี้ได้โดยการบ่ม แต่ตามกฎกระทรวงขณะนี้ถูกจำกัดอยู่ เพราะทำได้เพียง 30,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งร่างฯ นี้ต้องการที่จะแก้ไขไม่ให้มีการตั้งข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาดและสามารถมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้

 

เท่าพิภพอภิปรายต่อไปถึงข้อกังวลที่อาจถูกยกขึ้นมา โดยระบุว่า สำหรับสมาชิกที่กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกรณียาดองมรณะหรือไม่ ตนยืนยันได้ว่าการผลิตสุราและกรณียาดองมรณะเป็นคนละเรื่อง เพราะกรณียาดองมรณะเกิดจากการซื้อเอทานอลบริสุทธิ์ 99% ที่ไม่มีการควบคุมมาผสมแล้วไปทำเมทานอล ซึ่งไม่สามารถกลั่นจากพืชที่ใช้ทำสุราได้นำมาใส่ 

 

ดังนั้นตนกล้ารับรองว่าการทำสุรา แม้จะทำกินเองที่บ้านโดยไม่มีความรู้ ถ้าไม่นำเมทานอลที่เกิดจากการกลั่นของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมมาใส่อย่างไรก็ปลอดภัย กรณีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการอุตริเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพราะขั้นตอนการเกิดเมทานอลในการผลิตสุราเป็นไปได้ยากมาก เมทานอลจะเกิดจากการกลั่นได้ต้องมีเอนไซม์ PME ไปย่อยเพกติน จะพบมากในผลไม้ประเภทเปลือก เช่น องุ่นและพีช ซึ่งประเทศไทยไม่ได้ใช้ทำสุรา ดังนั้นการผลิตสุราเองที่บ้านจึงไม่เป็นอันตราย และเป็นการส่งเสริมสิทธิของประชาชนในบ้านของตัวเองด้วยซ้ำ

 

“ผมไม่ได้แคร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับว่าเรือลำนี้จะชื่อสุราก้าวหน้า จะชื่อสุราชุมชน หรือสุรารวมไทย ผมขอแค่ให้เรือลำนี้ถึงฝั่งก็พอ ผมขอฝากคนที่มาเป็นกัปตันเรือคนใหม่ พาความฝันเพื่อนของผม ของคนในวงการสุราไทย กับการที่ผมถูกลอยคออยู่นอกฝั่งและเห็นเรือลำนี้เข้าฝั่ง” เท่าพิภพกล่าว

 

ทั้งนี้ ก่อนลงมติ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคเพื่อไทย ขอให้มีการลงมติแยกแต่ละร่าง เนื่องจากยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในแต่ละร่าง ส่วนเท่าพิภพ ในฐานะผู้เสนอร่าง ขอให้ที่ประชุมลงมติรวมไปเลย พร้อมให้เหตุผลว่า เนื่องจากสมาชิกสามารถแปรญัตติให้แตกต่างกับร่างของตนเองหรือกรรมาธิการที่ต้องแก้ไขได้ และทั้ง 3 ร่างนั้นแม้จะมีหลักการที่แตกต่างกัน แต่ถือว่ายังไปในทิศทางเดียวกัน และรัฐสภามีการพิจารณาหลายครั้งและโหวตรวมกันไป เหตุผลข้อที่ 2 คือ ร่างที่ตนเองเสนอนั้นไม่ใช่ร่างหลักอยู่แล้ว ดังนั้นขอให้ขึ้นเรือลำนี้ไปด้วย ขอให้มีการโหวตรวมไปด้วยกัน 

 

ทั้งนี้ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุม จึงถามมติของที่ประชุมว่าควรลงมติทีละฉบับหรือไม่หรือให้ลงมติรวมทั้งฉบับ ซึ่งระหว่างที่ให้สมาชิกแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมจำนวน 356 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นเข้าสู่การลงมติว่าจะลงมติทีละฉบับหรือไม่หรือให้ลงมติรวมทั้งฉบับ ที่ประชุมจำนวน 225 ต่อ 137 เสียง เห็นด้วยให้ลงมติวาระที่ 1 ทีละฉบับ

 

จากนั้น อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า เนื่องจากในวันนี้มีเพื่อนสมาชิกจำนวนมากร่วมกันแสดงความคิดเห็น แต่สิ่งที่เห็นไม่ตรงกันนั้นมีเพียงเรื่องหลักการ จึงขอเวลาให้สมาชิกทำความเข้าใจกับทั้ง 3 ร่างว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร จึงขอให้มีการโหวตสัปดาห์หน้า 

 

พิเชษฐ์จึงขอให้เท่าพิภพ ในฐานะผู้เสนอร่างฯ​ ไปร่วมพูดคุยกับสมาชิกเพิ่มเติม และปิดการประชุมในเวลา 19.39 น. 

 

 

The post พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ลุ้นต่อสัปดาห์หน้า จับตาสุราก้าวหน้าของเท่าพิภพ จ่อถูกพรรคร่วมรัฐบาลคว่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 4 เงื่อนไขมาตรการหนุนผลิต ‘รถยนต์ไฮบริด’ หลังบอร์ด EV ไฟเขียวลดภาษี 5 ปี คาดดึงค่ายรถลงทุนไทยไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/support-production-of-hybrid-cars/ Fri, 26 Jul 2024 14:16:54 +0000 https://thestandard.co/?p=963612

บอร์ด EV เคาะมาตรการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไฟเ […]

The post เปิด 4 เงื่อนไขมาตรการหนุนผลิต ‘รถยนต์ไฮบริด’ หลังบอร์ด EV ไฟเขียวลดภาษี 5 ปี คาดดึงค่ายรถลงทุนไทยไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

บอร์ด EV เคาะมาตรการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไฟเขียวปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) ตั้งแต่ปี 2571-2575 หรือช่วง 5 ปี ภายใต้ 4 เงื่อนไข โดยบีโอไอมั่นใจว่าจะมีค่ายรถสนใจเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 5 ราย เงินลงทุน 4 ปีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด EV ที่มี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เห็นชอบ ‘มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า’

 

 

โดยการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คนแบบไฮบริด (HEV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยียานยนต์ที่ผสมผสานทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปภายในและระบบไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดรับกับทิศทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ผ่านการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 4 ด้าน คือ

 

  1. การลดการปล่อยคาร์บอน 
  2. การลงทุนเพิ่มเติม 
  3. การใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ 
  4. การติดตั้งระบบความปลอดภัยของรถยนต์ 

 

เพื่อตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ การเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ‘ศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในระดับโลก’

 

ทั้งนี้ มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ HEV จะปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในระดับคงที่ในช่วงปี 2571-2575 จากเดิมอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น 2% ทุก 2 ปี (ซึ่งปัจจุบันจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 8% สำหรับรถที่ปล่อยคาร์บอน เท่ากับหรือน้อยกว่า 100 g/km หากถ้าปล่อย 101-120 g/km จะเก็บอยู่ที่ 16%)

 

โดยหลังจากนี้จะกำหนดให้บริษัทผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) ที่จะขอรับสิทธิ์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ด้าน ดังนี้ 

 

  1. ต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 120 g/km
  • การปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 g/km อัตราภาษีสรรพสามิต 6%
  • การปล่อย CO2 101-120 g/km อัตราภาษีสรรพสามิต 9%

 

  1. ต้องมีการลงทุนจริงเพิ่มเติม โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และ/หรือ บริษัทในเครือในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567-2570 ไม่น้อยกว่า 3 พันล้านบาท

 

  1. ต้องมีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยรถยนต์ HEV รุ่นที่ขอรับสิทธิ์ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป 

 

โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูง

 

  • กรณีลงทุนเพิ่มเติมตั้งแต่ 5 พันล้านบาทขึ้นไป สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ชิ้นส่วนสำคัญ 3 ชิ้นในกลุ่มที่มีมูลค่าสูง หรือเลือก 2 ชิ้นในกลุ่มมูลค่าสูง และอีก 2 ชิ้นในกลุ่มมูลค่าปานกลาง หรือหากเลือก 1 ชิ้นในกลุ่มที่มีมูลค่าสูง จะต้องเลือก 4 ชิ้นในกลุ่มมูลค่าปานกลาง

 

  • กรณีลงทุนเพิ่มเติม 3 พันล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่ถึง 5 พันล้านบาท จะต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูงทั้ง 3 ชิ้นเท่านั้น 

 

  1. ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance System: ADAS) ในรถยนต์ HEV รุ่นที่ขอรับสิทธิ์อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ ดังนี้
  • ระบบเบรกฉุกเฉินขั้นสูง (AEB)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าของรถ (FCW)
  • ระบบการดูแลภายในช่องจราจร (LKAS) 
  • ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยนช่องจราจร (LDW) 
  • ระบบการตรวจจับจุดบอด (BSD)
  • ระบบการควบคุมความเร็วของยานยนต์ (ACC)

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ที่ประชุมบอร์ด EV ได้มอบหมายให้บีโอไอร่วมกับกระทรวงการคลัง นำมาตรการนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนออกประกาศต่อไป 

 

“รถยนต์ HEV เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทั้งการผลิตเพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ เพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน และก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มรถยนต์ HEV จึงได้ออกมาตรการนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีค่ายรถยนต์สนใจเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 5 ราย”

 

นฤตม์กล่าวอีกว่า มั่นใจว่ามาตรการนี้จะสร้างเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่องในช่วง 4 ปีข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท อีกทั้งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ รักษาและต่อยอดฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และเพิ่มความเข้มแข็งของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ครบวงจรระดับโลกด้วย 

 

ปีนี้ 24 แบรนด์ลงทุน EV ในไทยแล้ว 8 หมื่นล้าน

 

นฤตม์ระบุอีกว่า บอร์ด EV ได้สรุปผลของมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล ซึ่งบีโอไออนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตยานยนต์ BEV ประเภทต่างๆ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 8 หมื่นล้านบาท 

 

ผ่านมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 โดยกรมสรรพสามิตระบุว่า มีผู้เข้าร่วมมาตรการจำนวน 24 แบรนด์ คิดเป็นจำนวนยานยนต์ทุกประเภทรวมกันกว่า 118,000 คัน สำหรับยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 มีจำนวน 37,679 คัน เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียน 13,634 คัน เพิ่มขึ้น 38% โดยขณะนี้มียานยนต์ BEV ทุกประเภทจดทะเบียนสะสมในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 183,236 คัน

 

ด้าน ภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมฯ เร่งผลักดันอุตสาหกรรมไทย – ญี่ปุ่นผ่านนโยบาย ‘RESHAPE THE FUTURE : โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับอนาคต’ โดยได้หารือผู้ว่าราชการจังหวัดโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ถึงความร่วมมือส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุน ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยจะเน้นผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพสูง เช่น อุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ อุตสาหกรรมยา และการแพทย์

 

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฮบริดอีวี (Hybrid EV: HEV) เพื่อเดินหน้าต่อยอดขยายความร่วมมือ (DIPROM CONNECTION) กับรัฐบาลญี่ปุ่นระดับท้องถิ่น (Local to Local) เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจระหว่างกัน

The post เปิด 4 เงื่อนไขมาตรการหนุนผลิต ‘รถยนต์ไฮบริด’ หลังบอร์ด EV ไฟเขียวลดภาษี 5 ปี คาดดึงค่ายรถลงทุนไทยไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด EV เคาะมาตรการหนุนรถยนต์ HEV ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตตั้งแต่ปี 71-75 คาดสร้างเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/hev-measure-reduce-excise-tax-rates/ Fri, 26 Jul 2024 09:33:46 +0000 https://thestandard.co/?p=963387 บอร์ด EV ภาษีสรรพสามิต

วันนี้ (26 กรกฎาคม) นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกร […]

The post บอร์ด EV เคาะมาตรการหนุนรถยนต์ HEV ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตตั้งแต่ปี 71-75 คาดสร้างเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด EV ภาษีสรรพสามิต

วันนี้ (26 กรกฎาคม) นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า บอร์ด EV ไฟเขียวมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบไฮบริด (HEV) โดยจะปรับลดอัตรา ภาษีสรรพสามิต ให้อยู่ในระดับคงที่ในช่วงปี 2571-2575 จากเดิมที่อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ทุก 2 ปี

 

นอกจากนี้ที่ประชุมมอบให้ BOI ร่วมกับกระทรวงการคลังนำมาตรการนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนออกประกาศต่อไป

 

นฤตม์กล่าวอีกว่า คาดว่าจะมีค่ายรถยนต์สนใจเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 5 ราย สร้างเม็ดเงินการลงทุนต่อเนื่องช่วง 4 ปีข้างหน้า ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ รักษาและต่อยอดฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย และเพิ่มความเข้มแข็งของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ครบวงจรระดับโลก

 

สำหรับเงื่อนไขสำคัญ 4 ด้าน ก่อนรับสิทธินี้คือ 

 

  • ต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 120 กรัมต่อกิโลเมตร 
  • มีการลงทุนโดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรือบริษัทในเครือในไทย ตั้งแต่ปี 2567-2570 ไม่น้อยกว่า 3 พันล้านบาท 
  • ต้องมีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ 
  • ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ

 

The post บอร์ด EV เคาะมาตรการหนุนรถยนต์ HEV ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตตั้งแต่ปี 71-75 คาดสร้างเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลจัดเก็บรายได้ ‘พลาดเป้า’ เฉียด 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 จับตาภาษีรถยนต์ติดลบต่อเนื่องตามยอดขายในประเทศ https://thestandard.co/thailand-car-tax-2567/ Wed, 29 May 2024 10:09:42 +0000 https://thestandard.co/?p=938951

กระทรวงการคลังเผย รัฐบาลจัดเก็บรายได้พลาดเป้าเฉียด 4 หม […]

The post รัฐบาลจัดเก็บรายได้ ‘พลาดเป้า’ เฉียด 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 จับตาภาษีรถยนต์ติดลบต่อเนื่องตามยอดขายในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการคลังเผย รัฐบาลจัดเก็บรายได้พลาดเป้าเฉียด 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 จับตาการจัดเก็บ ภาษีรถยนต์ ติดลบหนักต่อเนื่อง! ตามยอดขายรถในประเทศที่ทรุด 11 เดือนติด สะท้อนปัญหาในตลาดรถยนต์อาจกำลังส่งผลกระทบลามด้วย

 

พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 (ตุลาคม 2566 – เมษายน 2567)

 

พบว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 1,386,040 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 39,102 ล้านบาท หรือต่ำกว่า 2.7%

 

โดยมีเหตุผลมาจากกรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากมีมาตรการปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ประกอบกับการจัดเก็บ ภาษีรถยนต์ ต่ำกว่าประมาณการเป็นสำคัญ

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากกรมสรรพสามิตพบว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567 (6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567) จัดเก็บภาษีรถยนต์ได้ 40,002.61 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 13,671.19 ล้านบาท หรือคิดเป็น -25.47%

 

 

ยอดขายรถยนต์ดิ่ง ลามการคลังประเทศ

 

โดยกระทรวงการคลังยังเผยอีกว่า เหตุผลที่การจัดเก็บภาษีรถยนต์ต่ำกว่าประมาณการเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายรถยนต์ที่ลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะที่สถาบันการเงินคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อรถยนต์มากขึ้น รวมไปถึงมาตรการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่างๆ 

 

ทั้งนี้ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์เป็นภาษีที่ต้องเสียตอนออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือเก็บจากการนำเข้า โดยการจัดเก็บแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ รถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป และรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ หรือรถยนต์ที่ดัดแปลงภายในประเทศ แต่ไม่รวมถึงการชำระภาษีรถยนต์ประจำปี (ป้ายวงกลม)

 

เปิดข้อมูลการจัดเก็บภาษีรถยนต์ของกรมสรรพสามิตย้อนหลัง

  • เมษายน 2567: 4,660.32 ล้านบาท ลดลง 46.31%YoY
  • มีนาคม 2567: 6,305.74 ล้านบาท ลดลง 31.26%YoY
  • กุมภาพันธ์ 2567: 5,100.69 ล้านบาท ลดลง 38.73%YoY
  • มกราคม 2567: 5,343.86 ล้านบาท ลดลง 35.31%YoY
  • ธันวาคม 2566: 7,364.73 ล้านบาท ลดลง 24.98%YoY

 

ยอดขายรถยนต์ไทยลดลง 11 เดือนติด

 

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์จาก สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเปิดเผยว่า ในเดือนเมษายน 2567 ยอดขายรถยนต์ในไทยมีจำนวน 46,738 คัน ลดลง 21.49% นับเป็นการลดลงต่อเนื่อง 11 เดือนติดต่อกันแล้ว  

 

อีกเหตุผลจัดเก็บรายได้ต่ำ เหตุมาจาก ‘ฐานสูง’ เป็นพิเศษในปีก่อน

 

อย่างไรก็ดี พรชัยยังชี้แจงว่า รายได้รัฐบาลสุทธิในช่วงเวลาดังกล่าวจัดเก็บได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้พิเศษรวม 53,130 ล้านบาท

 

ดังนั้น หากไม่รวมรายได้พิเศษดังกล่าว รายได้รัฐบาลสุทธิจะสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.5%

 

โดยรายได้พิเศษในปีที่แล้วมาจากส่วนราชการอื่นที่มีรายได้พิเศษจากการนำส่งทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียน รายได้จากสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และรายได้จากการประมูลใบอนุญาตคลื่น ขณะที่กรมศุลกากรก็ได้รับการชำระอากรขาเข้าย้อนหลังตามคำพิพากษาคดี (อ้างอิง: แถลงข่าวผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566)

 

ส.อ.ท. วอนรัฐบาลออกแคมเปญกระตุ้นยอดขายรถสันดาป

 

สุรพงษ์กล่าวอีกว่า “ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้กระตุ้นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ จึงอยากขอให้รัฐบาลช่วยกระตุ้นการซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์สันดาปภายในและรถกระบะที่ใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศกว่า 90% ด้วย” 

 

เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ก็มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนไม่ต่างกับภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้อุตสาหกรรมเหล่านี้มีการผลิตเพิ่มขึ้น จ้างงานเพิ่มขึ้น ประชาชนมีงานทำมากขึ้น 

 

“อีกทั้งหากรัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งสามารถเก็บภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ก็จะเป็นมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในอีกทาง”

 

โดยรัฐบาลควรเร่งหามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ จัดเก็บภาษี หาแนวทางชำระหนี้ประชาชนให้มากขึ้น เพราะยอดขายในประเทศที่ลดลงต่อเนื่องในขณะนี้กำลังสะท้อนจากภาวะหนี้ครัวเรือนชัดเจน

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาลจัดเก็บรายได้ ‘พลาดเป้า’ เฉียด 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 จับตาภาษีรถยนต์ติดลบต่อเนื่องตามยอดขายในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.พลังงาน ย้ำ ไม่มีแนวคิดขึ้นภาษีน้ำมันพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล หวั่นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน https://thestandard.co/no-idea-of-increasing-gas-tax-in-bangkok-area/ Thu, 21 Dec 2023 09:27:08 +0000 https://thestandard.co/?p=879499 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

วันนี้ (21 ธันวาคม) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐม […]

The post รมว.พลังงาน ย้ำ ไม่มีแนวคิดขึ้นภาษีน้ำมันพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล หวั่นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

วันนี้ (21 ธันวาคม) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินในปั๊มน้ำมันเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น และเป็นการนำเงินจากภาษีดังกล่าวเข้ากองทุนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

 

พีระพันธุ์กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งการขึ้นภาษีอยู่ที่รัฐบาล แต่สำหรับตนคงไม่ขึ้นภาษี เพราะกระทรวงฯ มีมาตรการจะให้ลดภาษีสรรพสามิต ไม่ใช่ให้ขึ้น ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการประสานหรือแจ้งจากกระทรวงคมนาคมมาก่อน

 

“ที่ผมบอกมีวิธีอื่นได้ตั้งเยอะ เรื่องนี้มันจะไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในส่วนที่รัฐบาลเป็นกังวลอยู่แล้วก็หารือกันได้ แต่ยังไม่มีการหารือ” พีระพันธุ์กล่าว

 

ส่วนเรื่องนี้จะทำให้คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจไม่พอใจได้นั้น พีระพันธุ์กล่าวว่า ต้องไปถามสุริยะ เพราะตนไม่ใช่คนต้นเรื่อง ทั้งนี้ รัฐมนตรีทุกคนก็มีนโยบายได้ แต่อะไรที่เกี่ยวข้องต้องมาหารือกันว่าสุดท้ายแล้วควรจะเป็นแบบไหน

The post รมว.พลังงาน ย้ำ ไม่มีแนวคิดขึ้นภาษีน้ำมันพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล หวั่นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: น้ำมันแพง เพราะยุคประยุทธ์ไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิต วันนี้ช้าไป ส่งผลให้กองทุนวิกฤต | THE STANDARD https://thestandard.co/thestandardnow140966-2/ Fri, 15 Sep 2023 01:51:43 +0000 https://thestandard.co/?p=841878 น้ำมันแพง

น้ำมันแพง เพราะยุคประยุทธ์ไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิต วันนี้ช […]

The post ชมคลิป: น้ำมันแพง เพราะยุคประยุทธ์ไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิต วันนี้ช้าไป ส่งผลให้กองทุนวิกฤต | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำมันแพง

น้ำมันแพง เพราะยุคประยุทธ์ไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิต วันนี้ช้าไป ส่งผลให้กองทุนวิกฤต

The post ชมคลิป: น้ำมันแพง เพราะยุคประยุทธ์ไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิต วันนี้ช้าไป ส่งผลให้กองทุนวิกฤต | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติ ครม. ลดภาษีดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร คาดฉุดรายได้รัฐบาลหายไป 1.5 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/reduce-diesel-tax-by-2-50-baht-per-liter/ Wed, 13 Sep 2023 11:19:52 +0000 https://thestandard.co/?p=841372 ลดภาษีดีเซล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังประมาณการว่า มาตรการลดภ […]

The post มติ ครม. ลดภาษีดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร คาดฉุดรายได้รัฐบาลหายไป 1.5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลดภาษีดีเซล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังประมาณการว่า มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 31 ธันวาคม 2566 จะฉุดรายได้รัฐบาลหายไปราว 1.5 หมื่นล้านบาท

 

วันนี้ (13 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 31 ธันวาคม 2566

 

พร้อมทั้งระบุอีกว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งกลไกในการช่วยให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเหลือไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ส่วนการปรับลดราคาน้ำมันเบนซินนั้น ขณะนี้ยังรอการพิจารณาอยู่

 

ขณะที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประมาณการว่า มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลครั้งนี้จะทำให้รายได้หายไป 1.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้

 

กฤษฎาเปิดเผยอีกว่า การจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2566 เกินเป้าหมายกว่า 1 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รายได้พิเศษเพิ่มมาประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ การเก็บภาษีที่เกินเป้าส่วนหนึ่งยังมาจากเศรษฐกิจในปีนี้ที่ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัว

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลล่าสุดที่ปรากฏบนเว็บไซต์กระทรวงการคลังระบุว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (เดือนตุลาคม 2565 – กรกฎาคม 2566) อยู่ที่ 2,148,820 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 150,899 ล้านบาท หรือ 7.6% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.2% โดยหน่วยงานที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญอันดับหนึ่งคือ กรมสรรพากร โดยเฉพาะจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

The post มติ ครม. ลดภาษีดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร คาดฉุดรายได้รัฐบาลหายไป 1.5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดนโยบายพลังงานที่กำลังเคว้ง รอ ‘ผู้นำ’ รัฐบาลใหม่ หลังรัฐเลิกอุ้มภาษีดีเซล-แพ็กเกจ EV ใกล้สิ้นสุด https://thestandard.co/the-looming-energy-policy/ Thu, 13 Jul 2023 07:17:37 +0000 https://thestandard.co/?p=816499 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ส่องนโยบายพลังงาน ทั้งมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล […]

The post เปิดนโยบายพลังงานที่กำลังเคว้ง รอ ‘ผู้นำ’ รัฐบาลใหม่ หลังรัฐเลิกอุ้มภาษีดีเซล-แพ็กเกจ EV ใกล้สิ้นสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ส่องนโยบายพลังงาน ทั้งมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ที่กำลังจะสิ้นสุดลงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ และมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 3.5 ท่ามกลางเสียงสะท้อนภาคเอกชน ต่างรอการตัดสินใจจาก ‘ผู้นำ’ รัฐบาลชุดใหม่ 

 

หลังจากที่รัฐบาลโดยกรมสรรพสามิตไม่ต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิต เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดีเซล ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป นับเป็นเวลากว่า 2 ปีที่รัฐใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร และใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนำเอา ‘ภาษี’ มาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2565 

 

โดยที่ผ่านมามีกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตรวมทั้งสิ้นถึง 7 ฉบับ ส่งผลกระทบต่อคลังรัฐถึงสองทาง ทั้งภาครัฐสูญเสียรายได้ทางภาษีประมาณ 156,000 ล้านบาท และกองทุนน้ำมันมีสถานะติดลบสะสมอยู่ที่ 52,270 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 6,598 ล้านบาท บัญชี LPG ติดลบอีก 45,672 ล้านบาท

 

เหตุที่รัฐบาลไม่สามารถต่อเวลาไปได้อีกนั้น เนื่องด้วยปัจจุบันมีทั้งข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเฉพาะการเป็น ‘รัฐบาลรักษาการ’ ไม่มีอำนาจพิจารณามาตรการหรือโครงการต่างๆ ได้อีกต่อไป กล่าวคือ กรณีที่ ครม. ได้กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อ ครม. ชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะไม่สามารถดำเนินการได้ จึงทำให้ไม่สามารถต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปได้ 

 

ใจความสำคัญคือ ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมที่จะเป็นปัญหาต่อข้อผูกพันกับรัฐบาลใหม่

 

ประกอบกับหากพิจารณาสถานการณ์พลังงานโลกขณะนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกปริ่มปรับลดลงเหลือเฉลี่ย 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้แรงกดดันที่จะผลักภาระไปให้ผู้บริโภคเริ่มน้อยลง 

 

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิตย้ำว่าประเด็นนี้ต้องหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อกำหนดแนวทางดูแลราคาน้ำมันไม่ให้กระทบต่อทุกฝ่าย

 

เอกชนหวั่นกระทบต้นทุนขนส่ง ภาคการผลิต

ต่อประเด็นข้างต้น เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากกรมสรรพสามิตไม่ต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร จะส่งผลต่อ ‘ต้นทุนด้านพลังงาน’ ที่จะปรับขึ้นทันที ซึ่งหากหน่วยงานด้านพลังงานไม่มีแนวทางเข้ามาช่วยเหลือ สิ่งที่จะกระทบเป็นอันดับแรกคือต้นทุนขนส่งของผู้ประกอบการและภาคการผลิต

 

โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 32 บาทต่อลิตร หากสิ้นสุดมาตรการ ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับขึ้นเป็น 37 บาทต่อลิตรทันที จะกระทบต่อต้นทุนที่พุ่งขึ้น 10% ส่งผลไปถึงผู้ผลิตและผู้บริโภค ในแง่ของราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น 8-10% โดยเฉพาะสินค้าพืชผลทางการเกษตรที่ต้องขนส่งสินค้าจำนวนมาก รวมไปถึงสินค้ากลุ่มอื่นๆ ในภาคอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ จะปรับขึ้นราว 2-3% 

 

“ภาคเอกชนจึงอยากให้กระทรวงพลังงานมีมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ขณะนี้มีภาระต้นทุนจากดอกเบี้ยอยู่แล้ว” เกรียงไกรกล่าว

 

กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอมาตรการรองรับ

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะประชุมสรุปแนวทางเบื้องต้น โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จะเสนอกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อดูแลโดยตรึงราคาไว้ให้มากที่สุด 

 

โดยวางสมมติฐาน (Scenario Analysis) ไว้ 2 แนวทาง ได้แก่

 

  1. กรณีนโยบายภาครัฐให้ขึ้นภาษีดีเซลลิตรละ 5 บาท หลังวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 จะรักษาระดับราคาดีเซลลิตรละ 32 บาท ด้วยการลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลิตรละ 5 บาท โดยกองทุนสำหรับดีเซลจะเหลือลิตรละ 43 สตางค์

 

  1. กรณีรัฐบาลต้องการให้ลดราคาดีเซลต่ำกว่าลิตรละ 32 บาท รัฐบาลต้องใช้นโยบายภาษีเข้ามาร่วมดูแลด้วย โดยแทนที่จะขึ้นทันทีลิตรละ 5 บาท ก็จะต้องทยอยขึ้น อาจจะเป็น 2-3 บาทต่อลิตร ซึ่งแนวทางนี้กองทุนน้ำมันจะร่วมดูแล เช่น หากต้องการเห็นดีเซล 30 บาทต่อลิตร ก็ต้องลดภาษีต่ออีก 2 บาทต่อลิตร โดยไม่เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

 

“หากลดลงจนเก็บได้เกิน 5 บาทต่อลิตร ก็สามารถลดการเก็บเงินดังกล่าวไปชดเชยภาษีได้ทันที หรือหากดีเซลโลกปรับขึ้นเล็กน้อยอาจใช้วิธีชดเชยราคาเพิ่มเพื่อตรึงราคาดีเซลต่อไป” 

 

ทั้งนี้ ต้องประเมินจากทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก และท้ายที่สุดต้องรออำนาจการตัดสินใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่

 

ลุ้นนโยบาย EV อาจ ‘ปรับโครงสร้าง’

อีกมาตรการด้านพลังงานที่ใกล้จะสิ้นสุดในช่วงไตรมาสสุดท้าย คือมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า หรือเรียกสั้นๆ ว่าแพ็กเกจ EV 3.5 

 

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขานุการร่วมบอร์ด EV ระบุว่า ต้องรอความชัดเจนด้านนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะปรับโครงสร้างอย่างไรหรือไม่ 

 

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ระบุว่า ได้รับเสียงสะท้อนจากนักลงทุนและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หากได้รัฐบาลชุดใหม่ขอให้อนุมัติโดยเร็ว เพื่อสานต่อนโยบายผลิตรถยนต์ EV และการผลิตแบตเตอรี่ในไทยเดินหน้าต่อไปไม่สะดุด 

 

เนื่องจากหากดูทิศทางส่งเสริมการลงทุนด้าน EV ในปัจจุบัน ถือว่าได้รับการตอบรับดีอย่างมาก ซึ่งจะเห็นว่า NETA, BYD การลงทุนแบตเตอรี่ และอีกหลายค่ายรถ เตรียมเข้ามาก่อสร้างทั้งโรงงานผลิตและโรงงานประกอบในประเทศไทย และจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะเข้ามาสนับสนุนการใช้รถ EV ในประเทศมากขึ้น โดยปีนี้คาดว่ายอดจดทะเบียนป้ายแดง EV จะสูงถึง 60,000 คัน

 

มาตรการ EV 3.5 คืออะไร

ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นและให้สิทธิประโยชน์เพียงมาตรการ EV 3.0 ที่เน้นดึงดูดนักลงทุนด้วยการออกแพ็กเกจผ่านส่วนลดผู้ซื้อสูงสุด 1.5 แสนบาทต่อคัน และค่ายรถยนต์ต้องผลิตชดเชยตามจำนวนที่นำเข้า แต่เพื่อเป็นการเน้นจูงใจค่ายรถที่ยังไม่ร่วมอย่างค่ายยุโรปที่ตลาด EV ในประเทศเติบโตสูงมาก จึงเพิ่มเป็นแพ็กเกจ 3.5

 

สำหรับมาตรการ EV 3.5 ที่เพิ่มมานั้น ในเบื้องต้นรัฐจะอุดหนุนผ่านส่วนลดรถยนต์ EV นำเข้าประมาณ 1 แสนบาทต่อคัน และกำหนดให้ค่ายรถยนต์ต้องตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยประมาณ 2-3 เท่าจากจำนวนที่นำเข้า 

 

หมายความว่าแม้ภาพรวมสิทธิประโยชน์จะน้อยกว่า แต่จะครอบคลุมแผนการผลิตที่มากกว่า

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่มาตรการเหล่านี้จะหมดอายุสิ้นปีนี้ ขณะนี้ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเท่านั้น หากยึดแผนเดิมก็สามารถเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

The post เปิดนโยบายพลังงานที่กำลังเคว้ง รอ ‘ผู้นำ’ รัฐบาลใหม่ หลังรัฐเลิกอุ้มภาษีดีเซล-แพ็กเกจ EV ใกล้สิ้นสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์มอบหมายคลัง-พลังงาน หาแนวทางแก้ปัญหาราคาน้ำมันดีเซล หลังสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตลิตรละ 5 บาท 20 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/prayut-assigns-mof-energy-diesel-prices/ Mon, 29 May 2023 04:20:33 +0000 https://thestandard.co/?p=796370 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post ประยุทธ์มอบหมายคลัง-พลังงาน หาแนวทางแก้ปัญหาราคาน้ำมันดีเซล หลังสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตลิตรละ 5 บาท 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคธุรกิจต่อกรณีที่ขณะนี้มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตรจะสิ้นสุดในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ โดยมีความกังวลว่า ระยะเวลาดังกล่าวอาจจะยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศและตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการ จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นทันที 5 บาทต่อลิตร จนกระทบต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจในภาพรวม

 

พล.อ. ประยุทธ์ ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวิตกกังวล โดยมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลครั้งล่าสุด ครั้งที่ 7 ที่รัฐบาลได้อนุมัติให้ดำเนินการ เพิ่งเริ่มมีผลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันที่ 20 กรกฎาคม หรือเหลือเวลาอีก 2 เดือนจึงจะสิ้นสุดมาตรการ ยังมีเวลาที่รัฐบาลจะพิจารณาแนวทางต่างๆ มารองรับ เพื่อให้ผลกระทบเกิดกับประชาชนน้อยที่สุด

 

ไตรศุลีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ตามความเหมาะสมแล้วมาตรการที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณหรือทำให้รัฐสูญเสียรายได้อย่างมีนัยสำคัญนั้นควรต้องให้รัฐบาลใหม่ได้พิจารณา แต่รัฐบาลรักษาการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องดูสถานการณ์แต่ละช่วงเวลาว่าควรดำเนินการอย่างไร เพื่อสามารถดูแลผลกระทบให้เกิดกับประชาชนน้อยที่สุด ไม่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และเป็นไปตามกฎหมาย

 

“นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อวางแนวทางรองรับกับมาตรการที่จะสิ้นสุดในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยให้พิจารณาปัจจัยต่างๆ ประกอบกัน เช่น สถานการณ์และแนวโน้มราคาน้ำมันโลก ฐานะกองทุนน้ำมันฯ และผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย แนวทางไหนดำเนินการได้โดยอำนาจของหน่วยงาน หรือส่วนใดที่ต้องหารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้จัดทำแนวทางเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป” ไตรศุลีกล่าว

The post ประยุทธ์มอบหมายคลัง-พลังงาน หาแนวทางแก้ปัญหาราคาน้ำมันดีเซล หลังสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตลิตรละ 5 บาท 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทิ้งทวน! ครม. ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ถึง 20 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/extend-time-reduce-diesel-tax/ Tue, 14 Mar 2023 12:25:24 +0000 https://thestandard.co/?p=762902

ครม. ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรล […]

The post ทิ้งทวน! ครม. ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ถึง 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ครม. ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ถึงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ อ้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนและภาคธุรกิจ กรมสรรพสามิตเผย สูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 20,000 ล้านบาท

 

วันนี้ (14 มีนาคม) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาทออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม – 20 กรกฎาคม 2566 เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น จนเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน จากภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวน อันเนื่องมาจากวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง จนส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ

 

ขณะที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพสามิตได้ดำเนินมาตรการทางภาษี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับลดอัตราภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหลายประเภทและหลายครั้งมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล เนื่องจากถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้เป็นต้นทุนในภาคการผลิตสินค้า ไฟฟ้า และภาคการขนส่ง ในทุกอุตสาหกรรม 

 

พร้อมระบุอีกว่า การลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในครั้งนี้ จะช่วยรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าโดยภาพรวมจะทำให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประมาณ 20,000 ล้านบาทก็ตาม

 

ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้ภาพรวมในทุกมิติเติบโตได้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิตในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีนักวิชาการมองว่า วิธีการอุดหนุนราคาน้ำมันแบบหว่านแห (Universal Subsidy) ซึ่งรวมไปถึงการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเช่นนี้ ไม่เป็นการดีต่อสิ่งแวดล้อมและไม่สนับสนุนความยั่งยืนทางการคลัง พร้อมทั้งแนะให้รัฐบาลใช้วิธีการอุดหนุนน้ำมันแบบตรงกลุ่มมากขึ้น (Targeted Subsidy) เพื่อให้ราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การกดราคาน้ำมันดีเซลจูงใจให้คนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ทิ้งทวน! ครม. ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ถึง 20 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรเทาปัญหาค่าไฟแพง ครม. ขยายเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B0 – น้ำมันเตา ในอัตราศูนย์ต่ออีก 6 เดือน https://thestandard.co/extend-time-for-zero-tax-on-fuel-oil/ Tue, 07 Mar 2023 11:25:44 +0000 https://thestandard.co/?p=759684

ครม. มีมติขยายเวลาเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B0 ̵ […]

The post บรรเทาปัญหาค่าไฟแพง ครม. ขยายเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B0 – น้ำมันเตา ในอัตราศูนย์ต่ออีก 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ครม. มีมติขยายเวลาเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B0 – น้ำมันเตา ในอัตราศูนย์ต่ออีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 15 กันยายน 2566 เพื่อบรรเทาปัญหาค่าไฟแพงและรักษาความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ

 

วันนี้ (7 มีนาคม) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า มีมติเห็นชอบขยายเวลาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันดีเซล (B0) และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ออกไปอีก 6 เดือนตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 15 กันยายน 2566 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ เรื่องค่าไฟฟ้าในช่วงที่เศรษฐกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัว ราคาเชื้อเพลิงต่างๆ ในตลาดโลกยังคงผันผวน 

 

ขณะที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่ยุติ ทำให้แนวโน้มสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังคงมีความผันผวน รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมในประเทศเพิ่งฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโควิด จึงมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการทางภาษีดังกล่าวต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อควบคุมไม่ให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เนื่องจากไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เป็นต้นทุนการผลิตในทุกภาคส่วนของทุกอุตสาหกรรม

 

นอกจากนี้อธิบดีกรมสรรพสามิตยังกล่าวอีกว่า แม้การดำเนินมาตรการภาษีในครั้งนี้จะส่งผลให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันประมาณ 8,050 ล้านบาท โดยสูญเสียจากน้ำมันดีเซล (B0) ประมาณ 7,920 ล้านบาท และจากน้ำมันเตาประมาณ 130 ล้านบาท แต่กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญต่อการบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ อย่างไรก็ดี การดำเนินมาตรการภาษีในครั้งนี้ไม่กระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต เนื่องจากรายได้ที่สูญเสียดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปรวมในเป้าหมายตั้งแต่ต้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

The post บรรเทาปัญหาค่าไฟแพง ครม. ขยายเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B0 – น้ำมันเตา ในอัตราศูนย์ต่ออีก 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กบน. เกาะติด 4 ปัจจัยกดดัน ‘ราคาน้ำมันผันผวน’ พร้อมสั่งตรึงราคาดีเซลต่อเนื่องที่ 34 บาทต่อลิตร https://thestandard.co/offo-fluctuating-oil-prices/ Thu, 02 Mar 2023 09:46:56 +0000 https://thestandard.co/?p=757718

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ระบุว่า จ […]

The post กบน. เกาะติด 4 ปัจจัยกดดัน ‘ราคาน้ำมันผันผวน’ พร้อมสั่งตรึงราคาดีเซลต่อเนื่องที่ 34 บาทต่อลิตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ระบุว่า จับตาสถานการณ์พลังงานโลกเดือนมีนาคม 2566 หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวนจาก 4 ปัจจัยหลัก ทั้งการเปิดประเทศของจีน, ความกังวล Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย, การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ระบุจำเป็นต้องตรึงราคาดีเซล 34 บาทต่อลิตรต่อเนื่อง ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังติดลบแสนล้านบาท 

 

วิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า กบน. ได้พิจารณาข้อมูลต่างๆ ในเดือนมีนาคม 2566 และช่วงเดือนก่อนหน้า และประเมินว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนจากปัจจัยสำคัญ เช่น การเปิดประเทศของจีนส่งผลให้การใช้น้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น, ความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ​(Fed), อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ตลอดจนสถานการณ์การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงของรัสเซีย จึงได้ให้คงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ที่ประมาณ 34 บาทต่อลิตรต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ส่วนประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิยังคงติดลบ 104,012 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 57,917 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 46,095 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซล (Gas Oil) เฉลี่ยอยู่ที่ 107.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 8.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดือนมกราคม 2566 ส่งผลให้ก่อนหน้านี้ กบน. เห็นชอบลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 0.50 บาทจำนวน 2 ครั้ง สะท้อนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 34 บาทต่อลิตร และเพิ่มค่าการตลาดในกลุ่มน้ำมันดีเซล 0.40 บาทต่อลิตร ทำให้ค่าตลาดกลุ่มน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 1.80 บาทต่อลิตร 

 

ยึดมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม

 

นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์โควิด​ที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับมีการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และคนไทยเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นปีซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่

 

การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเดือนมกราคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 78.25 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  3.1% เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือโดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาทต่อลิตร มาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 และการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนสูง 

 

สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 การใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 66.09 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันดีเซลพื้นฐานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.84 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 มีปริมาณการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 1.17 ล้านลิตรต่อวัน และ 0.16 ล้านลิตรต่อวัน ตามลำดับ

 

ขณะที่การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เดือนมกราคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 14.16 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 102.7% เนื่องจากนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่

The post กบน. เกาะติด 4 ปัจจัยกดดัน ‘ราคาน้ำมันผันผวน’ พร้อมสั่งตรึงราคาดีเซลต่อเนื่องที่ 34 บาทต่อลิตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเงื่อนไขซื้อ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ รัฐบาลช่วยจ่ายเงินอุดหนุนเท่าไร ลดภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ https://thestandard.co/ev-car-government-compensation/ Thu, 03 Nov 2022 09:18:37 +0000 https://thestandard.co/?p=703946 รถยนต์ไฟฟ้า

เงื่อนไขการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ หลังรัฐบาลสนับสนุนให […]

The post เปิดเงื่อนไขซื้อ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ รัฐบาลช่วยจ่ายเงินอุดหนุนเท่าไร ลดภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถยนต์ไฟฟ้า

เงื่อนไขการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ หลังรัฐบาลสนับสนุนให้นำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาจำหน่ายในไทย โดยอนุมัติงบประมาณ 2,923.397 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามมาตรดังกล่าว ซึ่งเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 139 ตอนพิเศษ 120 ง ได้ลงประกาศกรมสรรพสามิต เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 

 

ทั้งนี้ มาตรการของรัฐในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยการลดอัตราหรือยกเว้นอากรขาเข้า การลดอัตราภาษีสรรพสามิต และการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการ เพื่อให้ราคารถยนต์และรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ลดลงใกล้เคียงกับราคารถยนต์และรถจักรยานยนต์ประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยค่ายรถยนต์จะต้องเซ็น MOU เข้าร่วมโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ของรัฐบาลไทย จึงจะได้รับส่วนลดดังกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


สำหรับส่วนลดที่จะได้มีดังนี้

 

  • เงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้า 70,000-150,000 บาทต่อคัน และรถจักรยานยนต์ 18,000 บาทต่อคัน (ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จะมีผู้ได้รับสิทธิที่ต้องได้รับเงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ แบ่งเป็นรถยนต์ จำนวน 18,100 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 8,800 คัน) 

 

  • ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เป็น 2% และรถกระบะไฟฟ้าเป็น 0% มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568

 

  • ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า จาก 40% เหลือ 0% หรือมากสุด 40% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2565 – 31 ธันวาคม 2566

 

  • ลดอากรขาเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์ ถึงปี 2566

 

ในส่วนรายละเอียดข้อสำคัญในประกาศฯ เงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า ข้อ 11 เงินอุดหนุนที่มีสิทธิได้รับตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า มีจำนวนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

 

11.1 รถยนต์นั่งที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท

ขนาดความจุแบตเตอรี่ ตั้งแต่ 10 kWh แต่น้อยกว่า 30 kWh ได้รับเงินอุดหนุน 70,000 บาทต่อคัน

 

ขนาดความจุแบตเตอรี่ ตั้งแต่ 30 kWh ขึ้นไป ได้รับเงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคัน (เงื่อนไขหากนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 100% มาขาย 1 คัน จะต้องผลิตในประเทศให้ได้จำนวน 1 เท่า ภายในปี 2567 หรือขยายระยะเวลาเป็นภายในปี 2568 แต่ต้องผลิต 1.5 เท่า จะเป็นรุ่นใดก็ได้ หากราคาขายปลีกไม่เกิน 2 ล้านบาท)

 

ข้อ 13 ผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์

 

13.1 กรณีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท

ต้องผลิตชดเชยรุ่นใดก็ได้ จนครบตามจำนวนการนำเข้ามาในประเทศแบบสำเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตคืน 1 คัน) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือในอัตราส่วน 1 ต่อ 1.5 (นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) หากยืดระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี หรือวันที่ 31 ธันวาคม 2568

 

13.2 กรณีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท

ต้องผลิตชดเชยเฉพาะรุ่นที่นำเข้ามา จนครบตามจำนวนการนำเข้ามาในประเทศแบบสำเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิต 1 คัน) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือในอัตราส่วน 1 ต่อ 1.5 (นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) หากยืดระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี หรือวันที่ 31 ธันวาคม 2568

 

อ้างอิง:

The post เปิดเงื่อนไขซื้อ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ รัฐบาลช่วยจ่ายเงินอุดหนุนเท่าไร ลดภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษี พิพากษายืนให้อีซูซุชนะคดีฟ้อง กรมศุลฯ-สรรพากร ประเมินไม่ลดอากร มูลค่ากว่า 1.8 พันล้าน https://thestandard.co/isuzu-wins-lawsuit-against/ Fri, 23 Sep 2022 06:12:25 +0000 https://thestandard.co/?p=685613 อีซูซุ

วันนี้ (23 กันยายน) เวลา 10.15 น. องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎ […]

The post ศาลฎีกาแผนกคดีภาษี พิพากษายืนให้อีซูซุชนะคดีฟ้อง กรมศุลฯ-สรรพากร ประเมินไม่ลดอากร มูลค่ากว่า 1.8 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีซูซุ

วันนี้ (23 กันยายน) เวลา 10.15 น. องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยวิธีถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังศาลภาษีอากรกลาง คดีระหว่าง บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ กรมศุลกากร จำเลยที่ 1 และกรมสรรพากร จำเลยที่ 2 รวม 4 คดี คิดเป็นทุนทรัพย์รวม 1,800,000,000 บาทเศษ คดีทั้ง 4 เรื่อง โจทก์ฟ้องว่าระหว่างปี 2542-2545 โจทก์นำเข้าชุดเกียร์รถยนต์จากประเทศฟิลิปปินส์ โดยใช้สิทธิลดอัตราอากรเหลือร้อยละ 5 ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก. 17/2541 (ครอ.1) และตามความตกลงพื้นฐานว่าด้วยโครงการความร่วมมือทางอุตสาหกรรมของอาเซียน (AICO) แต่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์นำชุดเกียร์รถยนต์ไปผลิตหรือประกอบเป็นรถบรรทุกเล็ก ไม่ตรงกับรุ่นของรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในใบรับรองผลิตภัณฑ์ จึงไม่ได้รับสิทธิลดอัตราอากรตามโครงการ AICO และต้องเสียอัตราอากรร้อยละ 42 โจทก์ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

 

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร เห็นว่าผลิตภัณฑ์ของโจทก์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามโครงการ AICO ตามใบรับรองผลิตภัณฑ์ คือชุดเกียร์รถยนต์ ซึ่งหมายถึงชื่อของชุดเกียร์ หมายเลขของชุดเกียร์ ยี่ห้อของชุดเกียร์ และรุ่นของชุดเกียร์ ส่วนรุ่นของรถยนต์ที่ระบุไว้ในใบรับรองผลิตภัณฑ์เป็นเพียงรหัสรุ่นของรถยนต์ที่จะนำชุดเกียร์ไปประกอบ ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญในการได้รับสิทธิลดอัตราอากรตามประกาศ กระทรวงการคลังที่ ศก.17/2541 (ครอ.1) โจทก์จึงได้รับสิทธิลดอัตราอากรเหลือร้อยละ 5 ภายใต้โครงการ AICO และประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว 

 

ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์นำเข้าชุดเกียร์น้อยกว่าที่ได้รับอนุมัติ บริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ส่งออกเครื่องยนต์ตามข้อตกลงที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ AICO และโจทก์ขาดคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ AICO เป็นการเพิ่มเติมประเด็นอื่นขึ้นใหม่ในชั้นศาล ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นมาใหม่นอกเหนือจากที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินไว้เพื่อให้โจทก์ต้องรับผิด เท่ากับเป็นการขยายระยะเวลาการประเมินและประเด็นการประเมินโดยไม่มีที่สิ้นสุดและไม่แน่นอน ไม่เป็นธรรมกับผู้ต้องเสียภาษีอากรและไม่ชอบด้วยหลักการประเมินและการอุทธรณ์การประเมิน ศาลไม่รับวินิฉัย 

 

เมื่ออากรขาเข้าลดลงภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์ต้องรับผิดตามการประเมินก็ต้องลดลงไปโดยผลของกฎหมายด้วย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ พิพากษายืน

The post ศาลฎีกาแผนกคดีภาษี พิพากษายืนให้อีซูซุชนะคดีฟ้อง กรมศุลฯ-สรรพากร ประเมินไม่ลดอากร มูลค่ากว่า 1.8 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อาคม’ เผยต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตดีเซลอีก 2 เดือน คลังสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบ 66 ที่ 2.49 ล้านล้านบาท https://thestandard.co/excise-tax-diesel/ Tue, 13 Sep 2022 10:16:34 +0000 https://thestandard.co/?p=680869

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) […]

The post ‘อาคม’ เผยต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตดีเซลอีก 2 เดือน คลังสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบ 66 ที่ 2.49 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กระทรวงการคลังต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงต่อไปอีก 2 เดือน ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2566 ที่ 2.49 ล้านล้านบาท เหตุเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวฟื้นตัว

 

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุม ครม. เมื่อวันท่ี 13 กันยายน 2565 เห็นชอบขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน – 20 พฤศจิกายนนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงต่างๆ ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


พร้อมทั้งประมาณการว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้รายได้กระทรวงการคลังหายไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเดือนละ 1 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นรายได้ของปีงบประมาณ 2566 แต่คาบเกี่ยวปีงบประมาณ 2565 แค่ 10 วัน

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยอีกว่า กระทรวงการคลังยังขยายมาตรการลดภาษีน้ำมันเตา เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 15 มีนาคมปี 2566 ทำให้รายได้จากปีงบประมาณ 2566 สูญไป 1,436 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังตั้งเป้าว่า การจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2566 จะอยู่ที่ 2.49 ล้านล้านบาท เนื่องจากคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะดีขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า ตามข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า ยอดนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คนไทยในปีนี้แตะ 5 ล้านคนแล้ว ทำให้สิ้นปีนี้น่าจะแตะ 8 ล้านคน

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาลในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคมปี 2564 – กรกฎาคมปี 2565) แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 2.02 ล้านบาท

 

คลังคาดจัดเก็บรายได้ปี 2565 เกินเป้าครั้งแรกตั้งแต่เกิดโควิด

 

ขณะที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง คาดการณ์ว่า การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2565 จะเกินกว่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท นับเป็นการเกินเป้าหมายครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ เนื่องจากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น

 

โดยหากนับรวมรายได้ที่หายไปจากการปรับลดภาษีน้ำมันดีเซลจำนวน 3 ครั้งอีกกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท จะทำให้การจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมายราว 1.3 แสนล้านบาท

The post ‘อาคม’ เผยต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตดีเซลอีก 2 เดือน คลังสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบ 66 ที่ 2.49 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร อีก 2 เดือน ตั้งแต่ 21 ก.ย. – 20 พ.ย. 2565 https://thestandard.co/oil-excise-tax/ Tue, 13 Sep 2022 10:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=680862 ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล

วันนี้ (13 กันยายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรั […]

The post ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร อีก 2 เดือน ตั้งแต่ 21 ก.ย. – 20 พ.ย. 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล

วันนี้ (13 กันยายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการ ร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกันประมาณ 5 บาทต่อลิตร ตามชนิดของน้ำมันดีเซล ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน – 20 พฤศจิกายน 2565

 

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกันนี้ เพื่อเป็นการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทบต่อประชาชนที่ต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวกับสถานการณ์การปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล รวมทั้งเพื่อลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่ารายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งการดำเนินการระยะเวลา 2 เดือน จึงคาดว่าจะสูญเสียรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม น้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนในภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดังนั้นการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จะช่วยรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้สูงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

The post ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร อีก 2 เดือน ตั้งแต่ 21 ก.ย. – 20 พ.ย. 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ต่อเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ถึง 30 ก.ย. นี้ บรรเทาค่าครองชีพประชาชน https://thestandard.co/cabinet-extends-diesel-excise-tax-reduction/ Tue, 12 Jul 2022 07:17:59 +0000 https://thestandard.co/?p=652997 ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล

วันนี้ (12 กรกฎาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post ครม. ต่อเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ถึง 30 ก.ย. นี้ บรรเทาค่าครองชีพประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล

วันนี้ (12 กรกฎาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกัน รายการน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันและรายการน้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ ประมาณลิตรละ 5 บาท ต่อไปอีก 2 เดือน รายละเอียด ดังนี้

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.440 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 6.440 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.440 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 6.440 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่เกินร้อยละ 4 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.440 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 6.440 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 4 แต่ไม่เกินร้อยละ 7 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.340 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.990 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 7 แต่ไม่เกินร้อยละ 9 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.330 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.930 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 9 แต่ไม่เกินร้อยละ 14 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.300 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.800 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 14 แต่ไม่เกินร้อยละ 19 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.230 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.480 บาท

 

  1. น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 19 แต่ไม่เกินร้อยละ 24 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 1.153 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.153 บาท

 

ธนกรกล่าวถึงการปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกัน ตามมาตรการภาษีในระยะสั้นที่ผ่านมาว่า จะมีผลจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 

 

ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจนกระทบค่าครองชีพของประชาชนในระดับที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูประเทศและการตัดสินใจลงทุน จึงได้มีมาตรการลดอัตราภาษีดังกล่าวต่อไปอีก 2 เดือน โดยกระทรวงการคลังได้จัดทำประมาณการสูญเสียรายได้ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน คาดว่าจะสูญเสียรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

The post ครม. ต่อเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ถึง 30 ก.ย. นี้ บรรเทาค่าครองชีพประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>