ภาษาไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ภาษาไทย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 04 Jan 2026 02:06:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คำไทย: คำผวน-คำสลับ คลังคำของกวี https://thestandard.co/thai-spoonerisms-poetic-vocabulary/ Sat, 03 Jan 2026 02:56:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1161056 คำไทย: คำผวน-คำสลับ คลังคำของกวี

คำไทยคือคำทอง​​   เป็นทองคำจำใส่ใจ   ​ใจใส่ย่ […]

The post คำไทย: คำผวน-คำสลับ คลังคำของกวี appeared first on THE STANDARD.

]]>
คำไทย: คำผวน-คำสลับ คลังคำของกวี

คำไทยคือคำทอง​​

 

เป็นทองคำจำใส่ใจ

 

​ใจใส่ย่อมส่องใส​​​

 

เห็นใสส่องการสื่อสาร

 

​​สารสื่อเป็นถ้อยคำ​​

 

คือคำถ้อยที่จดจาร​

 

​จารจดเป็นคำขาน​​​

 

และขานคำซ้ำยอเยิน

 

​​เยินยอจนใหลหลง​​

 

จึงหลงใหลพาดุ่มเดิน

 

​เดินดุ่มอย่างเพลิดเพลิน

 

​​จนเพลินเพลิดกระเจิดกระเจิง

 

กระเจิงกระเจิดกระจาย​

 

เรี่ยเรียงรายกลับร่าเริง

 

​เริงร่าจนเปิดเปิง​​​

 

และเปิงเปิดเกิดเปลี่ยนแปลง

 

แปลงเปลี่ยนไปแสนไกล​

 

อยู่ไกลแสนอยากจัดแจง

 

​แจงจัดทะมัดทะแมง​​​

 

แต่เรี่ยวแรงนั้นอ่อนล้า

 

​​ฮึดสู้สุดแรงเรี่ยว​​

 

อย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเอกา

 

​เดี่ยวโดดจำจากลา​​​

 

เหมือนดังว่าลาจากจร

 

​​ใจเจ็บที่เหน็บจำ​​

 

ยิ่งเจ็บใจดังไฟฟอน

 

​ฟอนไฟอันสุมขอน​​​

 

ขนาบขนานอยู่ข้างเคียง

 

เคียงข้างอย่างเปิดเผย ​​

 

จะเอื้อนเอ่ยใจเอนเอียง

 

เอียงเอนไม่หลีกเลี่ยง​​​

 

จึงเลี่ยงหลีกอย่างลอยลำ

 

ลำลอยที่คล้อยเคลื่อน​​

 

คราเคลื่อนคล้อยไม่คืนคำ

 

​คำคืนที่คูณค้ำ​​​​

 

ไม่ค้ำคูณเหมือนอย่างเคย

 

เอ่ยเอื้อนกันไปไย​​

 

หรือมีใครอยากเอื้อนเอ่ย

 

​ปากคำที่เปรียบเปรย​​​

 

เปรยเปรียบได้กระชุ่มกระชวย

 

ด้วยเหตุที่สวยสม

 

จึงนามสมว่าสมสวย

 

​ด้วยใจที่เอื้ออวย​​​

 

จึงอวยเอื้ออบอุ่นใจ

 

​​ด้วยใจที่อุ่นอบ​​​

 

จึงสมสบละเมียดละไม

 

​สบสมในครรไล​​​

 

ละไมละเมียดไม่เดียดฉันท์

 

​​ที่ยังกระวายกระวน​​

 

อย่ากระวนกระวายกัน

 

​จันทร์แจ่มยังแจ่มจันทร์​​

 

และผ่องพรรณยิ่งพรรณผ่อง

 

​​คำไทยสลับคำ​​​

 

เลอค่าล้ำอันเรืองรอง

 

​เนื่องนับประคับประคอง​​

 

จำเริญจรัสวัฒนธรรม

 

– ประสาร มฤคพิทักษ์

 

บทกวี ‘คำไทย’ บทนี้ เขียนขึ้นเพราะแรงบันดาลใจจากการเขียนกลอนและกาพย์ยานี 11 มาแล้วนับร้อยนับพันชิ้น โดยใช้ทั้งคำผวนและคำสลับที่ใช้ประดับประดางานร้อยกรองได้อย่างลงตัว

 

ภาษาไทยนั้น ร่ำรวยถ้อยคำอยู่แล้วเป็นทุนทางภาษาที่ยากจะหาได้ในภาษาต่างชาติอื่น

 

จะให้บ่งบอกถึงระดับของคนที่ใช้คำก็ได้ เช่น สรรพนามบุรุษที่ 1 กับบุรุษที่ 2 นั้น ภาษาอังกฤษมีแต่ I กับ YOU เท่านั้น แต่ภาษาไทย

 

ถ้าพูดอย่างสุภาพชน: ​ใช้ คุณ กับ ผม / ฉัน / ดิฉัน

 

ถ้าพูดอย่างเพื่อนสนิท ใช้ มึง กับ กู หรือ ใช้ ลื้อ กับ อั๊วะ (ยืมคำจีนมาใช้)

 

​ถ้าพูดแบบบ้านๆ: ​​ใช้ เอ็ง กับ ข้า

 

​ถ้าพูดกันฉันญาติ: ​​ใช้ หลาน กับ ลุง / ป้า / น้า / อา

 

​กาพย์ยานี 11 ‘คำไทย’ นี้ มีทั้งหมด 14 บท (บทละ 4 วรรค) แต่ได้ใช้คำสลับลงไปถึง 39 คู่ แปลว่า แทนที่จะเป็นคำไทย 19 คำ กลายเป็นมีคำไทยเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว แสดงให้เห็นว่าภาษาไทยร่ำรวยถ้อยคำเพียงใด

 

​ในที่นี้ผู้ใช้คำไทยสลับคำ ต้องแน่ใจด้วยว่า เมื่อสลับคำแล้ว ความหมายของคำยังคงอยู่ ยังสื่อความเข้าใจได้ ​​เช่น จดจาร กับ จารจด

 

​​แต่บางคำไม่สามารถใช้ให้เข้าใจได้ เช่น งุนงง กับ งงงุน ​​ถ้าใครขืนใช้ งงงุน ก็ยิ่งจะทำให้ งุนงง

 

​อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติเคยเล่าให้ฟังว่า ​“ครั้งหนึ่ง ได้พบกับกวีอินโดนีเซีย ในบรรยากาศสังสรรค์ กวีคนนั้นขอยืมหนังสือกวีจากผม เปิดหน้าหนังสือแล้วยกหนังสือขึ้นตรงระดับจมูก ทำท่าเหมือนจะสูดดม

 

เราคุยผ่านล่าม ผมถามว่า “หนังสือนี้ มีกลิ่นหอมหรืออย่างไร”

 

เขาตอบว่า “เปล่าหรอก ผมรู้สึกว่า ภาษาไทย สวยงามเป็นระเบียบ และดูมีค่ามาก ผมรู้สึกอิจฉา ผมจึงอยากจะใกล้ชิด”

 

อาจารย์เนาวรัตน์ บอกว่า “ผมเข้าใจได้เลยว่า เพราะอินโดนีเซีย ไม่มีภาษาเขียนของตนเองโดยตรง เวลาเขียน ต้องใช้อักษรละติน (Bahasa Indonesia) เป็นหลัก คือยืมภาษาละตินมาใช้ เขาจึงรู้สึกอิจฉาไทยเรา ที่เรามีภาษาไทยของเราเอง”

 

ลองมาดูบทกวีชื่อ ‘คำผวน ควรพร่ำ’ ของ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ บทนี้

 

​​คำผวน ควรพร่ำ เป็นคำผวน

 

​​ชวนสาว ชาวสวน ไปชวนสาว

 

​​แสงดาว สาวแดง เพียงแสงดาว

 

​​สาวรวย สวยราว เจ้าสาวรวย

 

​​คลายเส้น เคล้นสาย ค่อยคลายเส้น

 

​​เล่นหวย รวยเห็น เพราะเล่นหวย

 

​​อำนวย อวยนำ ให้อำนวย

 

​​ช่วยได้ ใช่ด้วย แค่ช่วยใด

 

​​ย่าปู่ อยู่ป่า ทั้งย่าปู่

 

​​ครูใหญ่ ใครอยู่ กับครูใหญ่

 

​​คนไทย ใครทน เท่าคนไทย

 

​​ไตวาย ตายไว เพราะไตวาย

 

​​ฟ้าหม่น ฝนมา จึงฟ้าหม่น

 

​​หล่นหาย หลายหน แล้วหล่นหาย

 

​​รอยทราย รายซอย เป็นรอยทราย

 

​​หมายตา หมาตาย ต้องหมายตา

 

​​บางคน บ่นคราง แต่บางคน

 

​​ฝนห่า ฝ่าหน กลางฝนห่า

 

​​ต้องปา ตาป้อง ก็ต้องปา

 

​​ท่าน้ำ ทำนา ที่ท่าน้ำ

 

​​ย้ำคืน ยืนคำ ไม่ย้ำคืน

 

​​รื่นฉ่ำ ล้ำชื่น ระรื่นฉ่ำ

 

​​กฎนำ กำหนด เป็นกฎนำ

 

​​คำไทย ใครทำ หนอคำไทย !

 

​นี่คือบทกลอนแบบเล่นคำอย่างสนุกสนาน และคมคายยิ่งนัก ใช้ทั้งคำผวนและคำสลับมาสร้างประโยค ทำให้เกิดความหมายใหม่ ​เช่น​​

 

หล่นหาย หลายหน แล้วหล่นหาย

 

​​​รอยทราย รายซอย เป็นรอยทราย

 

​ชี้ให้เห็นว่า คำผวนและคำสลับนั้น เป็นคลังคำอันวิเศษของคนเขียนกวี นอกจากเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางภาษาแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนปรับและสร้างภาษาขึ้นมาใหม่คือ ความอัศจรรย์ ของภาษาไทยที่สะท้อนเอกลักษณ์และพราวพร่างไปด้วยเสน่ห์แห่งรสคำของวรรณกรรมไทย

 

คำไทย: คำผวน-คำสลับ คลังคำของกวี 1

The post คำไทย: คำผวน-คำสลับ คลังคำของกวี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิณธิภรณ์ น้อมรับโซเชียลวิจารณ์สะกดภาษาไทยผิด พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น ขอมองเนื้องาน ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด https://thestandard.co/rinthipond-criticism-thai-spelling/ Fri, 04 Jul 2025 05:07:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1092810

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วย […]

The post ลิณธิภรณ์ น้อมรับโซเชียลวิจารณ์สะกดภาษาไทยผิด พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น ขอมองเนื้องาน ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องในโซเชียล ว่า อันดับแรกขอยอมรับอย่างซื่อตรง ว่าบางครั้งการสะกดของตัวเองอาจมีความผิดพลาดในเรื่องของไมโครโฟนในการพูด ซึ่งเมื่อโพสต์ไปแล้วผ่านไป 2-3 ชั่วโมง มารู้ตัวอีกที

 

มันเป็นความผิดพลาดซึ่งส่วนตัวขอยอมรับด้วยความจริงใจ และสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการปรับปรุง และหลังจากนี้ความผิดพลาดเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งตนอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนของประเทศเหมือนกัน นอกจากนี้ในเรื่องของการออกเสียงควบกล้ำเป็นปัญหาด้านสุขภาพของตน ซึ่งเป็นส่วนที่อยากจะพยายามทำให้ดีที่สุด

 

ขณะที่บทบาทด้านกระทรวงศึกษาธิการที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ต้องขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังไม่มีการคุยในรายละเอียดอย่างชัดเจน โดยจะมีการเข้าทำงานที่กระทรวงในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้

 

ลิณธิภรณ์กล่าวอีกว่า หากใครได้ติดตามจะพบว่าตนพูดเรื่องการศึกษาในส่วนของพรรคเพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่ตอนเป็นโฆษกพรรคเพื่อไทยในการเรียกร้องลดค่าใช้จ่าย TCAS ให้กับเด็กๆ และทำโครงการที่อยากให้เด็กไทยดีขึ้นในเรื่องของสุขภาวะจิต ซึ่งอาจเป็นโครงการที่จะนำกลับมาสานต่อในการเยียวยาใจครูฟื้นฟูใจเด็ก

 

ทั้งนี้อยากให้สังคมมองเรื่องการทำงานและเนื้องานที่ตนจะทำอย่างตั้งใจ เพราะครอบครัว ครูบาอาจารย์ พ่อ แม่ น้า อา ป้า เป็นครูทั้งหมด และตนก็เคยเป็นอดีตอาจารย์ ฉะนั้นเชื่อว่าปัญหาของข้าราชการครูที่ได้รับทราบมาในระดับหนึ่งจะได้เห็นว่าสามารถทำอะไรได้ โดยต้องหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก่อน

 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์มาก่อน แต่มีความผิดพลาดด้านการใช้ภาษาในโซเชียลนั้น ลิณธิภรณ์กล่าวว่า เป็นอาจารย์มาก่อนก็มีความผิดพลาดได้ เหมือนกับเรื่องความรู้ของคนเป็นอาจารย์ ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ซึ่งส่วนตัวยอมรับความผิดพลาดเรื่องการสะกดคำ อาจไม่ถูกต้องตามอักขระตามหลักเกณฑ์ บางครั้งใช้ความรวดเร็วโดยไม่ได้ตรวจสอบ ซึ่งเกิดผลเสียอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในวันนี้

 

ทั้งนี้ส่วนตัวน้อมรับเรื่องเหล่านั้นและพร้อมที่จะแก้ไข เพราะตนมาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็อยากให้เด็กและเยาวชนเดินในทางที่ถูก พร้อมย้ำว่าจะไม่มีความผิดพลาดในเรื่องเหล่านี้อีก ถ้าหากจะบอกว่าคนเป็นครูบาอาจารย์ผิดไม่ได้เลยคงไม่เป็นความจริง แต่เมื่อผิดแล้วรู้ว่าผิดจะแก้ไขหรือไม่ วันนี้ตนรับแล้วทั้ง 2 ข้อ ว่าผิดแล้วแก้ไขให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนรับปากได้ในวันนี้

The post ลิณธิภรณ์ น้อมรับโซเชียลวิจารณ์สะกดภาษาไทยผิด พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น ขอมองเนื้องาน ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จีน’ เสิร์ฟอะไร ไขข้อสงสัยเมนูจีนแปลเป็นภาษาไทย ทำไมเรางง https://thestandard.co/chinese-menu-and-thais/ Fri, 14 Mar 2025 05:13:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1052072 china menu

ในวันที่ห้วยขวางและ  RCA เป็นศูนย์กลางธุรกิจของนัก […]

The post ‘จีน’ เสิร์ฟอะไร ไขข้อสงสัยเมนูจีนแปลเป็นภาษาไทย ทำไมเรางง appeared first on THE STANDARD.

]]>
china menu

ในวันที่ห้วยขวางและ  RCA เป็นศูนย์กลางธุรกิจของนักลงทุนจีน เราได้เห็นอะไรบ้าง

 

‘ย่านห้วยขวาง’ มีคนจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่ จนได้รับฉายาว่า ไชน่าทาวน์ 2 มีร้านอาหารจีนแท้ๆ หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เสฉวน กวางตุ้ง ไปจนถึงอาหารยูนนาน เข้ามาแทนที่ร้านอาหารท้องถิ่นของไทยหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตจีน คลินิกความงาม ร้านนวด และธุรกิจที่รองรับไลฟ์สไตล์ของชาวจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

‘RCA’ หรือ Royal City Avenue จากที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นย่านสถานบันเทิงยอดนิยมของคนไทย แต่ปัจจุบันหลายผับและบาร์เก่าถูกซื้อหรือเช่าโดยนักลงทุนจีน เพื่อเปิดสถานบันเทิงที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจากจีนโดยเฉพาะ และทำเป็นร้านอาหาร ร้านค้า สำนักงานรับปรึกษาด้านกฎหมาย

 

นอกจากสิ่งปลูกสร้างที่เปลี่ยนไป ทีมช่างภาพข่าวยังได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นตามป้ายร้านอาหารและบอร์ดรายการอาหาร ซึ่งปรากฏเป็นชื่อเมนูภาษาไทยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ไก่พื้นดิน ขาแก่ย่าง เกี้ยวน้ำหุนตุ้น และแม้แต่เมนูที่เราคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นอาหารแบบใด อย่างจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ

 

การที่ร้านอาหารจีนแปลเมนูเป็นภาษาไทยแบบแปลกๆ หรือทำให้เรารู้สึกว่าอ่านแล้วไม่เป็นธรรมชาติ อาจเกิดจากสาเหตุหลักๆ ดังนี้

 

การใช้โปรแกรมแปลภาษาโดยตรง

ร้านอาหารอาจใช้ Google Translate หรือแอปพลิเคชันแปลภาษาทั่วไป ซึ่งแปลแบบคำต่อคำ ทำให้ความหมายผิดเพี้ยนหรือฟังดูแปลก เช่น 原味汤包 (Yuánwèi tāngbāo) หมายถึง ‘ซาลาเปาน้ำซุปรสต้นตำรับ’ แต่อาจถูกแปลเป็น ‘ซุปห่อรสเดิม’ 

 

โครงสร้างภาษาจีนต่างจากภาษาไทย

ภาษาจีนมักใช้โครงสร้างที่กระชับ ต่างจากภาษาไทยที่มีลำดับคำต่างกัน ทำให้เมื่อแปลโดยตรงฟังดูไม่ลื่นไหล เช่น 正宗四川火锅 (Zhèngzōng Sìchuān huǒguō) ถูกแปลเป็น ‘แท้จริงเสฉวนหม้อไฟ’ ควรแปลเป็น ‘หม้อไฟต้นตำรับเสฉวน’

 

การใช้ศัพท์สแลงหรือภาษาถิ่น

บางร้านใช้ภาษาถิ่นจีน เช่น กวางตุ้ง แต้จิ๋ว หรือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งอาจไม่มีคำแปลตรงตัวในไทย

 

การใช้ AI หรือโปรแกรมแปลผิดประเภท

บางร้านอาจใช้ AI แปลที่ยังไม่แม่นยำในบริบทของชื่ออาหาร ทำให้เกิดคำที่อ่านแล้วงง เช่น ‘ไก่กระโดดกำแพง’ (佛跳墙 – Fó tiào qiáng) ซึ่งจริงๆ คือเมนู ‘พระกระโดดกำแพง’

 

หรืออาจจะเป็นความตั้งใจให้ดูตลกหรือแปลกตา

บางร้านตั้งใจให้ป้ายแปลกๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ เช่น ‘ปลาเปรี้ยวหวานทะลวงไส้’ (糖醋鱼 – Tángcù yú) ควรเป็น ‘ปลาราดซอสเปรี้ยวหวาน’

 

 

The post ‘จีน’ เสิร์ฟอะไร ไขข้อสงสัยเมนูจีนแปลเป็นภาษาไทย ทำไมเรางง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta เร่งใช้ AI ที่เข้าใจภาษาไทย ดักจับบัญชีปลอม และข่าวปลอมแบบเรียลไทม์ ป้องกันการแทรกแซงในช่วงเลือกตั้ง https://thestandard.co/meta-use-ai-traps-fake-accounts/ Wed, 05 Apr 2023 04:26:05 +0000 https://thestandard.co/?p=773157 Meta บัญชีปลอม

Meta บริษัทแม่ของ Facebook ประกาศใช้ AI ที่เข้าใจภาษาไท […]

The post Meta เร่งใช้ AI ที่เข้าใจภาษาไทย ดักจับบัญชีปลอม และข่าวปลอมแบบเรียลไทม์ ป้องกันการแทรกแซงในช่วงเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta บัญชีปลอม

Meta บริษัทแม่ของ Facebook ประกาศใช้ AI ที่เข้าใจภาษาไทย และทีมงานดักจับบัญชีปลอม ข่าวปลอม และเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังแบบเรียลไทม์ หวังป้องกันการแทรกแซงการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พร้อมเดินหน้ามุ่งเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างโปร่งใส

 

แคลร์ อมาดอร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ กล่าวว่า Meta เตรียมใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจภาษาไทย และทีมงาน เข้าช่วยตรวจจับบัญชีปลอม ตามด้วยข่าวปลอม และข้อความที่สร้างความเกลียดชัง ที่อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานชุมชนผู้ใช้งาน

 

โดยข้อความที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงจะถูกลบออกจากแพลตฟอร์มของ Meta ที่พิจารณาจากทีมตรวจสอบเนื้อหาและความปลอดภัยไซเบอร์ที่ Meta มีอยู่กว่า 40,000 คน หลังจากปี 2564 บริษัทลงทุนด้วยงบประมาณราว 5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแทรกแซงจากต่างชาติ และขบวนการสร้างอิทธิพลภายในประเทศ โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 มีบัญชีปลอมจำนวนกว่า 1.3 พันล้านบัญชีที่ถูกลบออกไปจากแพลตฟอร์ม

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับนโยบายของการโฆษณาทางการเมือง ได้เปิดกว้างให้นักการเมืองสามารถเข้ามาใช้งานได้ โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน ที่สำคัญผู้ที่จะลงโฆษณาทางการเมืองจะต้องผ่านมาตรการยืนยันตัวตน พร้อมด้วยสัญลักษณ์ที่ระบุว่าได้รับสปอนเซอร์จากใคร เพื่อให้คนในประเทศรับรู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนโฆษณาดังกล่าว

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาอนุมัติ 3 วัน โดยจะใช้ระบบ Automated System เข้ามามอนิเตอร์โฆษณาทางการเมือง รวมถึงส่วนของผู้ใช้งานทั่วไปก็ต้องยืนยันตัวตนก่อนซื้อโฆษณาคอนเทนต์เกี่ยวกับการเมืองจึงจะใช้งานได้ และเนื้อหาที่โฆษณาเหล่านั้นจะไปอยู่บน Ad Library ที่ใครก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ โดย Meta จะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้นานถึง 7 ปี

 

นอกจากนี้ Meta ยังไม่อนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหาในเชิงสกัดกั้นการลงคะแนนเสียง เช่น การบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับวันที่ สถานที่ เวลา และวิธีการในการลงคะแนนเสียง หรือการลงทะเบียนเลือกตั้ง หรือข้อเสนอในการซื้อขายเสียงด้วยเงินสดหรือของกำนัลต่างๆ

 

อย่างไรก็ตาม คนไทยยังสามารถค้นหาโฆษณาที่ถูกดำเนินการอยู่บน Facebook ได้จากคลังโฆษณา (Ad Library) เพื่อตรวจสอบได้ว่าคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองใดบ้างที่จ่ายเงินซื้อโฆษณา และเพิ่มการมองเห็น ซึ่งจะทำให้เห็นว่าผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจ่ายเงินเพื่อโฆษณาหาเสียงไปเท่าไร และใครเป็นคนสปอนเซอร์โฆษณานั้นๆ เพื่อช่วยให้ประเมินความน่าเชื่อถือของบัญชีผู้ใช้ได้ดีมากขึ้น

The post Meta เร่งใช้ AI ที่เข้าใจภาษาไทย ดักจับบัญชีปลอม และข่าวปลอมแบบเรียลไทม์ ป้องกันการแทรกแซงในช่วงเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิษณุยืนยัน ต้องใช้เลขไทยในเอกสารราชการ คงความเป็นไทย ชี้ปมขอยกเลิกใช้พุทธศักราช เถียงกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง https://thestandard.co/use-thai-numbers-in-official-documents/ Mon, 30 May 2022 12:37:15 +0000 https://thestandard.co/?p=635753 วิษณุ เครืองาม

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รอง […]

The post วิษณุยืนยัน ต้องใช้เลขไทยในเอกสารราชการ คงความเป็นไทย ชี้ปมขอยกเลิกใช้พุทธศักราช เถียงกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิษณุ เครืองาม

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดีย มีการแชร์ข้อความเรียกร้องให้ยกเลิกใช้เลขไทยในเอกสารราชการว่า จะใช้คำว่ายกเลิกไม่ได้ เพียงแค่เรียกร้องให้ใช้เลขอารบิกในระบบดิจิทัลให้เป็นสากล เพราะไม่เช่นนั้นจะอ่านไม่ออก แต่กรณีของเอกสารไทยในหนังสือราชการ หนังสือเรียน ประเทศไหนก็ประเทศนั้นก็ให้ใช้ภาษาราชการของตัวเอง ดังนั้นจึงใช้เลขอารบิกในระบบดิจิทัลได้ แม้กระทั่งพุทธศักราช  

 

ส่วนข้อยุ่งยากเมื่อต้องถ่ายเอกสารไทย ต้นฉบับ ในรูปแบบของ PDF ก็ต้องยอมให้ยุ่งยาก เพราะต้องรักษาเอกลักษณ์ของไทยไว้ 

 

เมื่อผู้สื่อถามว่าจำเป็นที่จะต้องชี้แจงให้กับประชาชนที่ต้องคงรูปแบบเดิมไว้หรือไม่นั้น วิษณุระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ไปชี้แจงและอธิบาย ราชบัณฑิตยสภา และกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรมจะไปช่วยทำความเข้าใจในส่วนเหล่านี้ให้  

 

ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้มีการเลิกใช้พุทธศักราช วิษณุยอมรับว่าเรารู้ว่าจะไปถึงขั้นนั้น แต่เราจะต้องยึดหลักตรงนี้ไว้ก่อน 

 

ส่วนการถกเถียงในสังคมแบบนี้จะบานปลายหรือไม่นั้น วิษณุกล่าวว่านี่คือเถียงกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่ถ้าจะให้เป็นเรื่อง ก็ต้องยอมรับว่าในระบบของไทยต้องใช้แบบไทย หากก้าวไปสู่สากลต้องใช้อีกแบบ

The post วิษณุยืนยัน ต้องใช้เลขไทยในเอกสารราชการ คงความเป็นไทย ชี้ปมขอยกเลิกใช้พุทธศักราช เถียงกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เคาะปรับแก้กฎกระทรวงขอสัญชาติไทย ต่างด้าวต้องผ่านการทดสอบภาษาไทย https://thestandard.co/cabinet-decide-fixing-ministerial-regulations/ Tue, 11 Jan 2022 08:42:56 +0000 https://thestandard.co/?p=581252 ครม. เคาะปรับแก้กฎกระทรวงขอสัญชาติไทย ต่างด้าวต้องผ่านการทดสอบภาษาไทย

วันนี้ (11 มกราคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายก […]

The post ครม. เคาะปรับแก้กฎกระทรวงขอสัญชาติไทย ต่างด้าวต้องผ่านการทดสอบภาษาไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เคาะปรับแก้กฎกระทรวงขอสัญชาติไทย ต่างด้าวต้องผ่านการทดสอบภาษาไทย

วันนี้ (11 มกราคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แบบการขอสัญชาติไทย การแปลงสัญชาติเป็นไทย การสละสัญชาติไทย การกลับคืนสัญชาติไทย และค่าธรรมเนียม พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎกระทรวง พ.ศ. 2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันและทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 

  1. กำหนดสถานที่ยื่นคำขอมีสัญชาติไทย การขอแปลงสัญชาติเป็นไทย การขอกลับคืนสัญชาติไทย และการขอสละสัญชาติไทย ดังนี้ 

 

    • ผู้มีชื่อตามทะเบียนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่กรมการปกครอง
    • ผู้มีชื่ออยู่ในจังหวัดอื่นนอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่จังหวัด
    • ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ให้ยื่นคำขอที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่

 

  1. กำหนดเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ดังนี้ 

 

    • หญิงต่างด้าวขอมีสัญชาติไทยตามสามี ให้ยื่นคำตามแบบ สช.1 พร้อมหลักฐาน เช่น บัตรประจำตัว ใบสำคัญการสมรส รูปถ่าย 
    • คนต่างด้าวขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ให้ยื่นคำขอตามแบบ สช.2 พร้อมหลักฐาน เช่น บัตรประจำตัว รูปถ่าย หลักฐานการประกอบอาชีพ หลักฐานการศึกษา
    • ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่คนต่างด้าวที่เป็นคนไร้ความสามารถ ผู้เยาว์ หรือเป็นบุตรบุญธรรมของคนสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอตามแบบ สช.3 พร้อมหลักฐาน เช่น สำเนาคำสั่งของศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาล หลักฐานของคนไร้ความสามารถ

 

  1. กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน กรณีที่ยื่นต่างประเทศ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกครั้งละไม่เกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง และต้องมีเหตุผลจำเป็นเท่านั้น จากเดิมที่ไม่กำหนดระยะเวลาการพิจารณาและการตรวจสอบคุณสมบัติ

 

  1. กำหนดให้คนต่างด้าวที่ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย จะต้องมีความรู้ภาษาไทย ต้องพูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้ โดยต้องผ่านการทดสอบจากคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ หรือมีหนังสือรับรองจากสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ แสดงว่าเป็นผู้การศึกษาเล่าเรียนสถานศึกษาในประเทศไทยไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา จากเดิมที่กำหนดให้จะต้องมีความรู้ภาษาไทย พูดภาษาไทย และฟังไทยเข้าใจได้เท่านั้น

 

  1. กำหนดค่าธรรมเนียม เช่น คำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ครั้งละ 10,000 บาท (เดิม 5,000 บาท), คำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย สำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้แปลงสัญชาติเป็นคนไทย ครั้งละ 5,000 บาท (เดิม 2,500 บาท), หนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย ฉบับละ 1,000 บาท (เดิม 500 บาท), คำขอกลับคืนสัญชาติไทย ครั้งละ 2,000 บาท (เดิม 1,000 บาท)

The post ครม. เคาะปรับแก้กฎกระทรวงขอสัญชาติไทย ต่างด้าวต้องผ่านการทดสอบภาษาไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Binance’ เตรียมหยุดให้บริการเมนูภาษาไทย มีผล 19 พฤศจิกายนนี้ https://thestandard.co/binance-stop-serving-thai-language/ Sat, 13 Nov 2021 06:36:06 +0000 https://thestandard.co/?p=559390 Binance

Binance ผู้ให้บริการตัวกลางซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีชื่อด […]

The post ‘Binance’ เตรียมหยุดให้บริการเมนูภาษาไทย มีผล 19 พฤศจิกายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Binance

Binance ผู้ให้บริการตัวกลางซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีชื่อดังระดับโลก ที่ให้บริการในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ล่าสุดได้ประกาศเมื่อวานนี้ (12 พฤศจิกายน) ว่าจะหยุดรองรับภาษาไทย โดยมีผลในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ หรือให้เวลานักลงทุนคริปโตฯ ไทยมีเวลาเตรียมตัว 7 วัน

 

อ้างอิงจากเพจ BNB Thailand ซึ่งเผยแพร่ภาพประกาศทางการ (Announcement) จากทาง Binance สื่อถึงนักลงทุนในประเทศไทย โดยมีใจความสำคัญว่า ทาง Binance ได้ทำการประเมินผลิตภัณฑ์และบริการอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ทำให้บริษัทต้องหยุดให้การสนับสนุนภาษาไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564

 

โดยทางบริษัทเข้าใจว่าเรื่องนี้กระทบต่อผู้ใช้งานคนไทย และบริษัทกำลังพยายามหารือและทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทยเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว

 

นอกจากนี้ Binance ยังได้เตือนอีกว่า Binance ไม่มีบัญชีของ Telegram อย่างเป็นทางการ รวมถึงไม่มีช่องทางการสื่อสารออนไลน์ใดๆ กับคนไทยอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวไม่ได้บ่งบอกว่าทาง Binance จะยกเลิกให้บริการแก่ชาวไทยแต่อย่างใด ดังนั้นผลกระทบในครั้งนี้ก็คือการที่ผู้ใช้งานจะไม่มีเมนูภาษาไทยใช้หลังจากวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ไปแล้ว

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ Binance ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศ กรณีให้บริการที่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับใบอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.ก.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘Binance’ เตรียมหยุดให้บริการเมนูภาษาไทย มีผล 19 พฤศจิกายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจกของลับ ตอกกลับด้วยความหยาบคาย เจาะลึกฟังก์ชันของคำด่าที่ทั้งสะท้อนชนชั้นและสร้างความเสมอภาคให้สังคม https://thestandard.co/thai-profanity-definition-function/ Sat, 03 Oct 2020 03:00:05 +0000 https://thestandard.co/?p=403204 คำด่า คำหยาบ พูดไม่เพราะ คำด่าไทย

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมอวัยวะเพศที่บางคนหรือบางวัฒนธรรม […]

The post แจกของลับ ตอกกลับด้วยความหยาบคาย เจาะลึกฟังก์ชันของคำด่าที่ทั้งสะท้อนชนชั้นและสร้างความเสมอภาคให้สังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
คำด่า คำหยาบ พูดไม่เพราะ คำด่าไทย

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมอวัยวะเพศที่บางคนหรือบางวัฒนธรรม (เช่น ศิวลึงค์ ปลัดขิก โยนี) ได้รับการบูชา แต่ทว่าเมื่อถูกใช้ต่างบริบท บางกรณีมันกลับกลายเป็นคำด่า และบางกรณีมันกลับกลายเป็นคำที่สร้างมิตรภาพ หรือทำให้รู้สึกสนิทกันมากขึ้น ที่เห็นและได้ยินกันบ่อยๆ เช่น ถ้าเด็กสักคนพูดกับผู้ใหญ่ด้วยคำว่า ‘ค-ว-ย’ ก็จะกลายเป็นคำด่า มองว่าไม่สุภาพ เป็นเด็กก้าวร้าว แต่ถ้าเพื่อนใช้คำเดียวกันกับเรา อาจเปลี่ยนจากคำในภาษาไทยเป็นอังกฤษอย่าง ‘Fuck’ มันกลับให้ความรู้สึกไปอีกแบบ แสดงว่าเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้คำด่าหรือคำสบถ (Swearing Word) กลายเป็นเรื่องไม่สุภาพหรือสุภาพนั้นมีหลายปัจจัยมากๆ  

 

งานเขียนเกี่ยวกับคำด่าในงานการเมืองบ้านเรานั้นยังมีน้อย ส่วนมากแล้วเป็นการศึกษาที่มาของคำด่าในเชิงประวัติเท่านั้น และไม่ค่อยอธิบายให้สัมผัสกับสังคมเท่าไร เท่าที่ค้นและเจอที่พูดถึงคำด่ากับการเมืองและสังคมไทยบทความเดียวก็เห็นจะเป็นของ ยุกติ มุกดาวิจิตร ได้เขียนบทความเรื่อง ‘คำด่าไทยกับสังคมไทย’ ไว้เมื่อ 7 ปีก่อน ในช่วงที่สังคมไทยมีปัญหาเรื่อง Hate Speech และการใช้คำด่า 

 

ยุกติได้นำแนวคิดของ เอ็ดมันด์ ลีช นักมานุษยวิทยาชื่อดังมาอธิบาย ซึ่งลีชได้วิเคราะห์ว่าคำด่าด้วยชื่อสัตว์บางคำในภาษาอังกฤษ เช่น กระต่าย (Bunny) และหมู (Pig) กลายเป็นคำด่าได้ เพราะมันมีสถานะที่อยู่ตรงกลางคือเป็นทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง ภายใต้แนวคิดดังกล่าวยุกติจึงได้เสนอว่าปัญหาของคำเรียกอวัยวะเพศหรือชื่อสัตว์ที่กลายเป็นคำด่าในสังคมไทยได้นั้นเพราะเป็นสังคมที่มีชนชั้นทางสังคมแบบสูง-ต่ำ อีกทั้งมองว่าคำด่าเป็นวิธีอย่างหนึ่งในการช่วยจัดลำดับความสัมพันธ์ทางสังคม และยังเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ด้วย 

 

เมื่อย้อนกลับไปดูในกฎหมายตราสามดวงที่อาจถือว่าเป็นรากฐานดั้งเดิมของการจัดระเบียบสังคมไทยได้ระบุคำด่าไว้มากมาย เช่น ขี้เมา ขี้ขโมย ขี้คุก ขี้ข้า ขี้ครอก คนบ้า คนใบ้ อีดอกทอง อีเย็ดซ้อน หากใช้คำด่าเหล่านี้จะต้องถูกปรับไหมตามยศถาบรรดาศักดิ์ ยิ่งถ้าด่าไปถึงโคตรด้วยแล้วจะต้องถูกปรับไหมเป็นทวีคูณ นอกจากนี้กฎหมายตราสามดวงยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ด่าด้วย ดังปรากฏว่าถ้าหากด่าเถียงกัน ผู้ใดรุกเข้าไปด่าใน ‘แดน’ เขา คนที่บุกรุกจะต้องได้รับโทษปรับไหม 

 

กฎหมายโบราณอาจต่างจากกฎหมายสมัยใหม่ที่ไม่ได้ระบุคำด่าไว้อย่างชัดเจน เพราะเน้นในเรื่องหลักการและการพิจารณาความผิด ดังนั้นจึงระบุไปอย่างกว้างๆ ว่าจะมีความผิดก็ต่อเมื่อมีการดูหมิ่นซึ่งหน้าและหมิ่นประมาท แต่เอาเป็นว่าอย่างน้อยกฎหมายโบราณนั้นก็คำนึงสิทธิส่วนบุคคลและพื้นที่ของการด่าไปพร้อมกันด้วย เพราะการบุกไปถึงบ้านของคนอื่นนั้นอาจก่อให้เกิดการทะเลาะตีกันได้ แต่อย่างน้อยชุดคำด่าข้างต้นก็พอจะชี้ให้เห็นร่องรอยว่าการด่านั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถานภาพทางสังคม (เช่น ขี้ข้า) ความเป็นคนปกติ (เช่น คนบ้า) และพฤติกรรมทางเพศที่เสื่อมเสีย (เช่น อีดอกทอง) 

 

ผมไม่แน่ใจว่าคำด่าพวกนี้ใช้กันในทางการเมืองโดยทั่วไปแบบสังคมปัจจุบันหรือไม่ แต่ผมคิดว่าโอกาสใช้กันอย่างซึ่งหน้านั้นมีน้อยมากเพราะโทษหนัก อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบรุนแรงกว่าปัจจุบัน เพราะสังคมโบราณนั้นต้องพึ่งพิงระบบอุปถัมภ์และเครือญาติอย่างมาก การที่เด็กด่าผู้ใหญ่คงเป็นเรื่องใหญ่มาก ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ใหญ่ด่าเด็กนั้นคงเป็นเรื่องทั่วไปที่ไม่ถือสาเอาโทษรุนแรง เพราะอาจกลายเป็นเรื่องของการสั่งสอน ซึ่งการอธิบายแบบนี้ก็ควรเป็นเช่นนั้นในสังคมปัจจุบัน ยกเว้นแต่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ยังถือว่าตนมีอำนาจและเป็นเผด็จการ ดังนั้นเงื่อนไขทางสังคมและการเมืองจึงเกี่ยวข้องกับการด่าอยู่มากครับ ซึ่งบ้านเราน่าจะมีการทำความเข้าใจเรื่องนี้กันมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นเด็กก็จะถูกนิยามว่าเป็นเด็กเลวอยู่ร่ำไป ไม่มีผู้ใหญ่เลวหรือผู้ใหญ่ก้าวร้าว

 

แม้คำด่าจะสร้างภาวะสูงต่ำและเป็นการสะท้อนปัญหาทางสังคมอยู่ด้วย แต่ก็มีงานวิจัยบางเรื่องที่พบว่าคำด่าช่วยลดความเป็นทางการทางการเมืองลง และทำให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดกัน งานวิจัยของนักวิชาการชาวอิตาลีชิ้นหนึ่งมีชื่อแปลเป็นไทยว่า ‘คำด่าในวาทกรรมทางการเมือง: ทำไมคำหยาบคายจึงใช้ได้ผล’ นิโคเลตตาและมาร์การิตา สองนักวิชาด้านภาษา ได้พบว่าการใช้คำด่าเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ช่วยชักจูงใจ (Persuade) ให้คนรู้สึกถึงการเป็นพวกเดียวกันและเสมอกันมากขึ้น 

 

โดยตัวอย่างสำคัญคือในปี 2013 นักการเมืองชาวอิตาลีคนหนึ่งได้ใช้คำหยาบคาย (Profanity) เช่น ‘Damn’ มาพูดในช่วงหาเสียงหรือช่วงของการขายของ (Sell Product) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสังคมการเมืองของอิตาลี แทนที่คนจะมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม เพราะมันช่วยลดความเป็นทางการลง รู้สึกถึงการใช้ภาษาแบบบ้านๆ ที่ประชาชนพูดกันในชีวิตประจำวัน ซึ่งมันทำให้คนทั่วไปรู้สึกถึงการเข้าถึงและประทับใจ (จดจำนาน) ให้กับผู้มาฟังการหาเสียงเป็นอย่างมาก 

 

แต่นิโคเลตตาและมาร์การิตาก็ได้ให้ข้อคิดด้วยว่าคำด่าหรือคำหยาบคายในทางการเมืองนั้นเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน คือด้านหนึ่งมันเป็นได้ทั้งการก่อความรู้สึกในเชิงลบกับฝ่ายตรงข้าม (หรือคนที่ไม่ชอบ) และการสร้างความรู้สึกในเชิงบวกให้กับพวกของตัวเอง อีกทั้งคำด่าคำหยาบนั้นจะใช้ได้ผลดีและดึงดูดคนในพื้นที่แบบไม่เป็นทางการเพื่อขยับตัวเองให้ใกล้ชิดกับประชาชน แต่คำด่าคำหยาบคายก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกครั้งทุกคราวไป เพราะคำพวกนี้เหมือนมีข้อห้าม (Taboo) ของมันอยู่ ถ้าหากผู้ที่มีอำนาจน้อยกว่าใช้กับผู้ที่มีอำนาจมากกว่าก็อาจส่งผลกระทบแทน 

 

นอกจากนี้ทั้งสองยังได้เสนอด้วยว่าการใช้คำหยาบคายนั้นยังสัมพันธ์อย่างมากกับภาพต้นแบบของเพศสภาพ (Gender Stereotype) คือความเป็นชาย ความเป็นหญิง รวมไปถึงตำแหน่งแห่งที่ทางการเมืองของผู้พูดอีกด้วย เช่น เป็นฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ซึ่งมันทำให้คำด่าจะถูกพิจารณาว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะ สิ่งที่เขาทั้งสองค้นพบก็คือการใช้คำหยาบในนักการเมืองทั้งผู้หญิงและผู้ชายช่วยทำให้ความเป็นทางการนั้นลดลง แต่เมื่อเทียบกัน เมื่อผู้ชายพูดจะดูมีน้ำหนักและมีผลกระทบมากกว่า ส่วนคำด่าที่นักการเมืองผู้หญิงใช้นั้นจะสร้างภาพจำให้กับสังคมได้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ดูดีหรือดูเข้มแข็งขึ้นแต่อย่างใด  

 

คำด่าและคำหยาบคายนั้นมีหลายระดับ โดยลีชได้ให้คำจำกัดความของคำต้องห้าม (Taboo Word) คือถ้อยคำหรือวลีที่ไม่เหมาะสมไว้ 3 แบบ 

 

แบบแรก คำด่าสกปรก (Dirty Word) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเซ็กซ์ อวัยวะเพศ และของเสียที่ขับถ่ายออกจากร่างกาย เช่น เล่นตูด ขี้

 

แบบที่สอง คำอุทานที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น พระเยซู พระเจ้า (สำหรับคนไทย เช่น คุณพระช่วย)

 

แบบที่สาม คำด่าที่มีต่อสัตว์ (Animal Abuse) เช่น ไอ้หมาตัวเมีย (Bitch) (คนไทยก็คือไอ้หน้าตัวเมีย) ไอ้วัว (คนไทยก็คือไอ้ควาย) 

 

ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดมาก แต่โดยสรุปก็คือลีชมองความสัมพันธ์ของคำพวกนี้ในลักษณะที่เป็นเรื่องสูง-ต่ำ ซึ่งมันทำให้คำพวกนี้กลายเป็นคำด่า

 

จากแนวคิดของลีชและขยายต่อจากประเด็นที่ยุกตินำเสนอ เท่าที่ผมเข้าใจ คำต้องห้ามพวกนี้สังเกตว่าเป็นคำที่ต้องการเหยียดให้สิ่งนั้นๆ มีสถานที่ต่ำกว่าตนเองในฐานะของมนุษย์ เช่น การเปรียบเทียบกับสัตว์ ซึ่งชนิดของสัตว์ที่ใช้ในการด่าของแต่ละสังคมนั้นจะมีความแตกต่างกันไป เช่น ในสังคมไทยนั้น ควายเป็นคำด่าสำหรับคนโง่ เพราะมีนิทานเล่าว่าเทวดาได้สั่งควายให้มาบอกมนุษย์ให้กินข้าววันละมื้อ แต่ควายกลับมาบอกมนุษย์ให้กินข้าววันละ 3 มื้อ ทำให้โลกต้องเดือดร้อนเรื่องอาหาร เทวดาจึงให้ควายชดใช้ด้วยการไถนา เป็นต้น ชื่อสัตว์ชนิดต่างๆ ที่คิดว่าต่ำกว่ามนุษย์จึงมักจะกลายเป็นคำด่าที่เจ็บและแสบคัน

 

ในขณะที่สาเหตุที่คนด่าด้วยคำสกปรกเกี่ยวกับเซ็กซ์นั้น เรื่องนี้เกี่ยวกับปัจจัยทางวัฒนธรรม กล่าวคือในหลายๆ สังคมรวมถึงสังคมไทยนั้น อวัยวะเพศถือเป็นของลับที่ไม่ควรเปิดเผยทั่วไป (ยกเว้นเด็ก) จึงทำให้เป็นของที่อยู่ในที่มืด ไม่ได้เป็นที่สว่าง ทำให้อวัยวะเพศกลายเป็นสิ่งหวงห้าม ไม่ควรเห็นในที่สาธารณะ เช่นเดียวกันกับกิจกรรมทางเพศที่มักจะกระทำกันในที่ลับ ไม่เปิดเผย หรือในบางกรณีก็ยังมีเรื่องของข้อห้ามตามประเพณี เช่น การที่ลูกไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับแม่หรือพ่อได้ (Incest Taboo) 

 

ดังนั้นจะพบว่าคำด่าเจ็บๆ ในหมวดนี้จึงมีตั้งแต่การด่าด้วยอวัยวะเพศโดดๆ หรือเป็นการผสมกับ Incest Taboo หรือบางทีก็ไปผสมกับสัตว์เพื่อทำให้คำด่านั้นรุนแรงและต่ำลงไปมากขึ้น เรื่องคำด่าทางเพศนี้ทำให้ผมนึกถึงคำด่าอีกกลุ่มหนึ่งที่มักจี้ลงไปที่ปมด้อยของฝ่ายชายหรือหญิง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องอธิบายด้วยแนวคิดจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ซึ่งมองว่า ‘ปม’ ของความเป็นชายหรือหญิงในสังคมที่นิยมความใหญ่คือการสร้างความรู้สึกในเชิงลบ (ในทางกลับกัน ถ้าผู้ถูกด่าพอใจกับสิ่งที่เป็น หรือในวัฒนธรรมนั้นไม่สนใจเรื่องขนาด ก็จะไม่เป็นปัญหาอะไร)

 

แม้อวัยวะเพศจะเป็นคำด่าที่ทำให้เจ็บปวดอย่างไร แต่อวัยวะพวกนี้กลับเป็นสิ่งที่ผู้คนในบางวัฒนธรรมหรือบางศาสนานั้นให้การเคารพบูชา นั่นก็เป็นเพราะอวัยวะดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของมนุษย์ เช่น ศิวลึงค์ ปลัดขิก หากแต่เป็นของพระเจ้าหรือผีทรงฤทธิ์ จึงทำให้อวัยวะดังกล่าวนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ สาเหตุที่คนสมัยโบราณถือว่าอวัยวะเพศเป็นของศักดิ์สิทธิ์นั้น อธิบายสั้นที่สุดก็เพราะมันเป็นของที่สามารถให้กำเนิดชีวิตได้นั่นเอง ซึ่งกว่าที่ของพวกนี้จะศักดิ์สิทธิ์ได้นั้นก็ต้องผ่านกระบวนการและประวัติศาสตร์มากมายยาวนานหลายร้อยหลายพันปี ในเมื่อมันเป็นของศักดิ์สิทธิ์ บางคนเหลืออดนักการเมือง แต่ไม่อยากด่าด้วยคำหยาบตรงๆ ก็มักเลี่ยงมาใช้ศิวลึงค์หรือโยนีแทน ซึ่งทำให้คนถูกด่านั้นอาจจะไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรกับมันมากนัก 

 

เท่าที่ผมอ่าน คนที่ศึกษาคำด่าหลายคนก็พูดคล้ายๆ กันว่าการด่าเป็นวิธีการระบายความรู้สึกอย่างหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการตอบโต้อีกฝ่ายเพื่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บและอับอาย หรือใช้ในยามที่ผู้ด่าไม่สามารถที่จะอธิบายเหตุผลอะไรต่ออีกฝ่ายได้อีก เพราะผู้ถูกด่าไม่มีทางจะเข้าใจมันได้ แต่ถ้าอธิบายว่าคำด่าเป็นภาษาทางการเมืองแบบหนึ่งในการจัดลำดับความสัมพันธ์ทางอำนาจ ทำให้ผู้ด่ามีสถานะสูงขึ้น หรือทำให้เกิดความเสมอภาค แต่ในเกมของภาษา ถ้าผู้ฟังไม่รู้สึกไปด้วย คำด่าก็ย่อมทำให้ผู้ฟังนั้นมีสถานะที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม คำด่าสักคำจะมีสถานะเป็นแค่คำระบายอารมณ์หรือเป็นภาษาทางการเมืองนั้นก็คงจะต้องมองกันที่บริบทและเจตนาเป็นสำคัญ เพราะมันสามารถชักจูงคนให้เป็นพวกเดียวกันหรือเสียพวกไปเลยก็ย่อมได้ 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post แจกของลับ ตอกกลับด้วยความหยาบคาย เจาะลึกฟังก์ชันของคำด่าที่ทั้งสะท้อนชนชั้นและสร้างความเสมอภาคให้สังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>