ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ภัคพงศ์-พงษ์เภตรา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 29 Sep 2023 09:00:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ว่าที่ ผบช.น. คนใหม่ ประกาศสานต่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม วางแนวทางการทำงานหลังเข้ารับตำแหน่ง https://thestandard.co/new-metropolice-commissioner-samran-nuanma/ Thu, 30 Sep 2021 10:06:52 +0000 https://thestandard.co/?p=542584 Samran Nuanma

วันนี้ (30 กันยายน) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาก […]

The post ว่าที่ ผบช.น. คนใหม่ ประกาศสานต่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม วางแนวทางการทำงานหลังเข้ารับตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samran Nuanma

วันนี้ (30 กันยายน) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) คนปัจจุบัน ส่งมอบหน้าที่ให้กับ พล.ต.ต. สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คนที่ 51 ซึ่งจะดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป โดยมีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 8 จุด ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล อาทิ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึง ศาลเจ้าแม่ทับทิม บริเวณริมรั้วด้านหลังพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน 

 

จากนั้นได้ทำพิธีส่งมอบธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้กับ พล.ต.ต. สำราญ 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์เปิดเผยว่า พล.ต.ต. สำราญทำงานในกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาโดยตลอด จนได้รับไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเชื่อมั่นว่าจะสามารถดูแลเจ้าหน้าที่และประชาชนได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวไม่เป็นกังวล และกล่าวขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติหน้าที่ เอื้อเฟื้อกัน รวมไปถึงขอบคุณสื่อที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามส่วนตัวดีใจ และโชคดี ได้รับความเชื่อใจให้ดำรงตำแหน่งนี้มาตลอด 2 ปี และหากมีส่วนใดบกพร่องก็ขออภัย

 

ด้าน พล.ต.ต. สำราญกล่าวว่า ตนเองยังมุ่งมั่นพัฒนาตามแนวทางที่ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ได้วางไว้ตามเดิม รวมถึงการดูและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีแนวทางไว้อยู่แล้ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถต่อไป

The post ว่าที่ ผบช.น. คนใหม่ ประกาศสานต่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม วางแนวทางการทำงานหลังเข้ารับตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.ตำรวจ ฟังข้อชี้แจงจาก ผบช.น. ปมรถผู้ต้องขังชนผู้ชุมนุมที่แยกดินแดง ก่อนเสนอที่ประชุมชุดใหญ่ https://thestandard.co/police-commission-listened-to-an-explanation-from-metro-police-about-car-crashed-into-the-protesters/ Tue, 14 Sep 2021 09:51:34 +0000 https://thestandard.co/?p=536518 Phukphong Phongpetra

วันนี้ (14 กันยายน) จิตภัสร์ กฤดากร รองประธานคณะกรรมาธิ […]

The post กมธ.ตำรวจ ฟังข้อชี้แจงจาก ผบช.น. ปมรถผู้ต้องขังชนผู้ชุมนุมที่แยกดินแดง ก่อนเสนอที่ประชุมชุดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phukphong Phongpetra

วันนี้ (14 กันยายน) จิตภัสร์ กฤดากร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนเข้าพบ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชนผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา และเผาทรัพย์สินของทางราชการ โดยเฉพาะซุ้มเฉลิมพระเกียรติ หลังมีผู้ร้องเรียนในประเด็นนี้เพิ่มเติม เนื่องจากตำรวจนครบาลได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงและขั้นตอนในการควบคุมฝูงชนไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นนี้เป็นประเด็นใหม่ จึงต้องการทราบข้อมูลเพิ่ม เพื่อเสนอเข้าที่ประชุม กมธ. ชุดใหญ่ ในวันที่ 16 กันยายนนี้

 

จิตภัสร์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ตนเองไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ เพียงแต่มารับฟังข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย รวบรวมข้อมูล เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการในวันพฤหัสบดีนี้เท่านั้น ว่า กมธ. จะพึงพอใจหรือไม่ หากคณะกรรมการชุดใหญ่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็อาจมีการเรียก ผบช.น. เข้าชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวกับ กมธ.ตำรวจ ตนเองได้รับฟังถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องให้มีขอบเขต อยากให้ยึดหลักสากลเป็นหลัก และไม่จำเป็นต้องเรียกเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อมาให้การเพิ่มเติมแต่อย่างใด 

 

ด้าน พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบถึงตัวผู้กระทำผิดที่ก่อเหตุเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดี ยังไม่แน่ชัดว่าจะออกหมายเรียกหรือหมายจับ ส่วนกรณีที่เยาวชนถูกรถควบคุมผู้ต้องหาชนจนได้รับบาดเจ็บนั้น จะมีการเรียกเยาวชนคนดังกล่าวพร้อมผู้ปกครองเข้าชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกด้วย

 

อีกทั้งยืนยันว่า ไม่มีความหนักใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกตรวจสอบ พร้อมระบุว่า ทุกการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้

The post กมธ.ตำรวจ ฟังข้อชี้แจงจาก ผบช.น. ปมรถผู้ต้องขังชนผู้ชุมนุมที่แยกดินแดง ก่อนเสนอที่ประชุมชุดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.ตำรวจ เรียก ผบช.น. แจง ปมสลายการชุมนุม เผยแม้อยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ควบคุมตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ https://thestandard.co/parliament-summons-commander-in-chief-police-to-clarify-dispersing-the-rally/ Thu, 19 Aug 2021 10:53:41 +0000 https://thestandard.co/?p=526948 Parliament

วันนี้ (19 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา สัญญา นิลสุพรรณ สมาช […]

The post กมธ.ตำรวจ เรียก ผบช.น. แจง ปมสลายการชุมนุม เผยแม้อยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ควบคุมตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Parliament

วันนี้ (19 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย พ.ต.ท. ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ และ จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงการที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ ซึ่งได้เชิญ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มาชี้แจงต่อ กมธ.การตำรวจ ในประเด็นภาพรวมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุมสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

 

จิตภัสร์กล่าวว่า พล.ต.ท. ภัคพงศ์ได้ยืนยันกับทาง กมธ.การตำรวจว่า ในส่วนของตำรวจได้ปฏิบัติตามแผนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบในการควบคุมสถานการณ์ และสำหรับการดำเนินการเพื่อควบคุมสถานการณ์ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบัน แม้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 จะไม่ได้นำมาบังคับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงยึดหลักขั้นตอนการดำเนินการตามแผนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

 

ขณะเดียวกันในการเข้าดำเนินการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ผบช.น. ได้กล่าวชี้แจงว่าตำรวจจะต้องมีเหตุผลและความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและของทางราชการ

 

นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ไม่ให้เข้าไปติดตามผู้ก่อการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายและหลบหนีเข้าไปในที่พักอาศัยของประชาชน และเกือบทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้นั้นส่วนมากจะพบหลักฐานอาวุธในที่เกิดเหตุด้วย

 

ทั้งนี้ ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องสื่อมวลชนนั้นทาง กมธ.การตำรวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามา 2-3 รายแล้ว ซึ่งประเด็นดังกล่าวทาง ผบช.น. ได้กล่าวชี้แจงว่าก่อนเข้าพื้นที่ได้จัดให้สื่อมวลชนลงทะเบียนและรับปลอกแขน

 

ด้าน สัญญา นิลสุพรรณ กล่าวยอมรับว่าพอใจกับการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ เพราะได้มีการนำพยานหลักฐานมายืนยันต่อ กมธ.การตำรวจ ชัดเจน และการปฏิบัติกับผู้ชุมนุมยังอยู่ภายใต้หลักสากล โดยยืนยันว่าการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจและการตรวจสอบของ กมธ.การตำรวจ วันนี้ไม่ได้เป็นการฟังความข้างเดียวหรือเป็นมวยล้มต้มคนดู และในฝั่งของผู้ชุมนุมยังไม่มีผู้เข้ามาร้องเรียน ทั้งนี้ หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่แสดงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุสามารถส่งมาให้กับ กมธ.การตำรวจ และยินดีที่จะตรวจสอบต่อไป

The post กมธ.ตำรวจ เรียก ผบช.น. แจง ปมสลายการชุมนุม เผยแม้อยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ควบคุมตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. เผยกรณีวัยรุ่นที่ถูกยิงมีความคืบหน้าพอสมควร ด้านโฆษก ตร. ยืนยันไม่มีการทุจริตเบี้ยเลี้ยง คฝ. หากตกหล่นจะดำเนินการย้อนหลังให้ https://thestandard.co/metropolitan-police-revealing-considerable-progress-case-of-shot-teenagers/ Wed, 18 Aug 2021 06:40:35 +0000 https://thestandard.co/?p=526348 Phukphong Phongpetra

วันนี้ (18 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาก […]

The post ผบช.น. เผยกรณีวัยรุ่นที่ถูกยิงมีความคืบหน้าพอสมควร ด้านโฆษก ตร. ยืนยันไม่มีการทุจริตเบี้ยเลี้ยง คฝ. หากตกหล่นจะดำเนินการย้อนหลังให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phukphong Phongpetra

วันนี้ (18 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยภาพรวมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการสลายการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าเริ่มชุมนุมตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยนัดหมายที่แยกราชประสงค์ จากนั้นเคลื่อนไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากนั้นมีเหตุความวุ่นวาย ซึ่งทางตำรวจเห็นว่าหากไม่ระงับก็อาจมีเหตุบานปลายได้ จึงเข้าสลายการชุมนุม

 

จากนั้นผู้ชุมนุมบางส่วนมีการย้ายไปที่แยกดินแดงและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางตำรวจพยายามเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อเร่งเปิดการจราจรให้ประชาชน แต่หลังจากนั้นปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงกลับมาปะทะกับเจ้าหน้าที่อีก แต่สุดท้ายก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย มีการแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ

 

ส่วนสถานการณ์ชุมนุม ณ ปัจจุบัน คาดการณ์ว่าอาจมีการนัดหมายแทบทุกวัน ทางตำรวจก็เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา ซึ่งในมุมของเจ้าหน้าที่อยากให้บ้านเมืองสงบ ไม่อยากให้มีการชุมนุม

 

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องขอโทษประชาชน โดยเฉพาะชาวดินแดง หากได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม แต่อยากให้เข้าใจว่าตำรวจไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกสถานที่ชุมนุม และที่ผ่านมามีการประกาศห้ามอย่างชัดเจน

 

ส่วนกรณีที่มีรถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครปฐม ซึ่งหน่วยปฏิบัติการดังกล่าวมีอาวุธจริงประจำกายนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมตามยุทธวิธี จะใช้เมื่อมีเหตุจำเป็น กรณีปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น โดยจะอยู่ในที่ตั้งบริเวณแยกดินแดง จะใช้ตามสถานการณ์ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วยังไม่ได้ใช้

 

ส่วนความคืบหน้าทางคดี กรณีเด็กอายุ 14 ปีและ 15 ปี ถูกยิง ทางตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะนี้เริ่มมีความคืบหน้าแล้ว หากติดตามข่าวสาร ทางตัวผู้บาดเจ็บและญาติได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบางช่องไปแล้ว ว่าอาจมีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ถือปืนมาก่อเหตุ ซึ่งทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย 

 

ด้าน พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณีดราม่าเบี้ยเลี้ยงของตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ว่าเป็นการสื่อสารผิดพลาดของหัวหน้าหน่วย ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่ามีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ชุมนุม โดยจะมีการโอนเข้าบัญชีย้อนหลัง 

 

ส่วนเบี้ยเลี้ยงเงินสดที่ให้ติดตัววันละ 200 บาทก็มีการจ่ายจริง หากตำรวจนายใดตกหล่นหรือยังไม่ได้รับ ก็จะมีการตรวจสอบย้อนหลังและดำเนินการจ่ายให้ ยืนยันว่าไม่มีการทุจริต นอกจากนี้ยังไม่มีการคาดโทษทางวินัยกับตำรวจที่ออกมาโพสต์แต่อย่างใด

The post ผบช.น. เผยกรณีวัยรุ่นที่ถูกยิงมีความคืบหน้าพอสมควร ด้านโฆษก ตร. ยืนยันไม่มีการทุจริตเบี้ยเลี้ยง คฝ. หากตกหล่นจะดำเนินการย้อนหลังให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. ยืนยัน ชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดงพบบุคคลไม่ทราบฝ่ายใช้กระสุนจริงแต่ไม่ใช่ตำรวจ ให้พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบ https://thestandard.co/police-confirmed-found-an-unknown-person-using-live-ammunition-but-not-a-policeman/ Tue, 17 Aug 2021 08:13:48 +0000 https://thestandard.co/?p=525963 Phukphong Phongpetra

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาก […]

The post ผบช.น. ยืนยัน ชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดงพบบุคคลไม่ทราบฝ่ายใช้กระสุนจริงแต่ไม่ใช่ตำรวจ ให้พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phukphong Phongpetra

วันนี้ (17 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อวานที่ผ่านมา หลังจากที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและเคลื่อนที่ไปยังทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะกลับมาที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงและมีเหตุปะทะกัน รวมทั้งป้อมจราจรได้รับความเสียหาย 4 แห่ง คือในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง, พหลโยธิน, สุทธิสาร และห้วยขวาง และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 13 คน เป็นเยาวชน 5 คน

 

นอกจากนั้นยังมีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นบริเวณ สน.ดินแดง จนมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 คน โดยคนแรกอายุ 14 ปี ถูกยิงที่ไหล่ขวา คนที่สองอายุ 20 ปี มีวัตถุเป็นโลหะค้างที่บริเวณลำคอ กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี ส่วนอีกหนึ่งคนถูกโลหะเข้าที่บริเวณเท้า รักษาตัวที่โรงพยาบาลเพชรเวชและแพทย์ให้กลับบ้านแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ยืนยันว่า ชายอายุ 14 ปี ที่ถูกยิงบริเวณไหล่ขวา ได้สอบสวนบิดาของผู้บาดเจ็บเบื้องต้นแล้วให้การว่าน่าจะถูกยิงบริเวณโรงบำบัดน้ำเสีย ห่างจาก สน.ดินแดง ประมาณ 50 เมตร ส่วนชายอายุ 20 ปี ที่โลหะฝังอยู่ที่ลำคอ พบว่าวิ่งมาจากโรงแรมปริ้นซ์ตัน ผ่านหน้า สน.ดินแดง และมาล้มลงที่บริเวณโรงบำบัดน้ำเสีย

 

ส่วนกรณีมีภาพเป็นชายยืนอยู่บน สน.ดินแดง และใช้ปืนยิงควบคุมสถานการณ์ ยืนยันว่าเป็นตำรวจจริง แต่เป็นการใช้กระสุนยางยิงข่มขู่เพื่อป้องกันสถานที่ราชการ ไม่มีการใช้กระสุนจริง โดยช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าไปจำลองเหตุการณ์และตรวจวิถีกระสุนในระหว่างเกิดเหตุ ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระสุนที่ผู้บาดเจ็บถูกยิงมาจากทิศทางใด แต่ยอมรับว่าในพื้นที่มีการใช้กระสุนจริง แต่ไม่ใช่ของตำรวจ

 

สำหรับยุทธวิธีการควบคุมฝูงชนนั้นยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามแผน และเครื่องมือได้รับการอนุมัติจากมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งเป็นอาวุธที่ไม่สามารถทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ผู้ชุมนุมมีอาวุธที่สร้างอันตรายกับตำรวจและตำรวจจะเริ่มตอบโต้เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ความรุนแรง มีการเผาทำลายสถานที่ราชการ และจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

 

ส่วนกรณีการแชร์ข้อมูลที่บอกว่าผู้ชุมนุมถูกกระป๋องแก๊สน้ำตาเข้าที่ใบหน้าจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น พล.ต.ท. ภัคพงศ์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการทำหนังสือขอให้โรงพยาบาลเปิดเผยรายละเอียดการรักษาและบาดแผลว่าเกิดจากอะไร พร้อมกับได้นำกระป๋องแก๊สน้ำตามาแสดงต่อสื่อมวลชนว่าส่วนที่เป็นโลหะเป็นปลอกกระสุน เมื่อหลังยิงไปแล้วจะค้างอยู่ในลำกล้อง ส่วนที่ยิงออกไปคือวัสดุคล้ายยางทรงกระบอกที่ภายในบรรจุแก๊สน้ำตา เมื่อกระทบกับร่างกายจะไม่เกิดอันตราย และหากพบว่าผู้ใดมีการแชร์ข้อมูลที่ผิดก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงปัจจุบัน มี 40 คดี ผู้ต้องหาเข้าข่ายความผิด 309 คน จับแล้ว 152 คน และกำลังสอบสวนผู้ที่กระทำความผิดเพิ่มเติม

The post ผบช.น. ยืนยัน ชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดงพบบุคคลไม่ทราบฝ่ายใช้กระสุนจริงแต่ไม่ใช่ตำรวจ ให้พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตรียมรับมือชุมนุมทะลุฟ้าเย็นนี้ ขอโทษประชาชนใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ยันไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน https://thestandard.co/police-handling-thalufah-rally-this-evening/ Fri, 13 Aug 2021 05:31:03 +0000 https://thestandard.co/?p=524672 อชุมนุมทะลุฟ้า

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาก […]

The post ตำรวจเตรียมรับมือชุมนุมทะลุฟ้าเย็นนี้ ขอโทษประชาชนใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ยันไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อชุมนุมทะลุฟ้า

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าในช่วงเย็นวันนี้

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าวว่า ตามที่มีประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุมทะลุฟ้า นัดหมายการชุมนุมในเวลา 15.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปทำกิจกรรมที่ถนนวิภาวดีรังสิตนั้น ทางตำรวจมีการเตรียมความพร้อม แต่ไม่ขอบอกรายละเอียดในยุทธวิธี แต่ยืนยันว่าจะปฏิบัติให้อยู่ในขั้นตอนและกรอบของกฎหมายโดยจะให้กระทบกับประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงน้อยที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ต้องขอโทษที่มีบางกรณีที่อาจทำให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ขอยืนยันว่าทางตำรวจไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายประชาชน 

 

โดยวันนี้ขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงเส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อเนื่องไปจนถึงถนนวิภาวดีรังสิต และแยกสามเหลี่ยมดินแดง เนื่องจากที่ผ่านมามีความรุนแรงและมีการชุมนุมต่อเนื่อง และขอเตือนไปถึงผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งอาจมีความผิดทั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ อีกทั้งตอนนี้มีผลตรวจยืนยันว่าผู้ชุมนุมบางรายติดเชื้อโควิด ก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ชุมนุมรายอื่นๆ ได้ 

 

 

“หากผู้ชุมนุมไม่ใช้ความรุนแรง ทางตำรวจจะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย โดยที่ผ่านมาได้รับรายงานว่ามีการสะสมอาวุธ จึงมีความจำเป็นต้องระงับเหตุก่อน อย่างกรณีวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมมีการปิดถนน และวางเพลิงเผาทรัพย์ รวมไปถึงพบว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธหลายรายการ จึงต้องเคลื่อนกำลังออกมาระงับเหตุ หลังจากเหตุสงบก็กลับเข้าที่ตั้ง ยืนยันว่าปฏิบัติการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และในกรอบของกฎหมาย เน้นรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก” พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าว

 

ด้าน พล.ต.ต. ปิยะกล่าวสรุปการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ตอนนี้มีการดำเนินคดีไปกว่า 300 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 199 คดี และอยู่ระหว่างการสอบสวน 105 คดี 

 

ส่วนกรณีการการวางเพลิงรถตำรวจ มีการจับผู้ต้องหา และวันนี้ได้นำตัวไปฝากขังแล้ว โดยหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดี


อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปถึงผู้ที่เชิญชวนชุมนุมผ่านโซเชียลมีเดีย และแจ้งให้ผู้ชุมนุมคล้องแขนกันเป็นแนว ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค จะมีความผิด พ.ร.บ. โรคติดต่อ, พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และความผิดอื่นๆ 

 

ขณะที่ พ.ต.อ. กฤษณะกล่าวว่า ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ที่จะมีการนัดชุมนุม Car Park ในกรุงเทพมหานคร และมีการชุมนุมในต่างจังหวัดคู่ขนาน นอกจากจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. โรคติดต่อ ซึ่งทางตำรวจมีการเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หากมีผู้กระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ถึงแม้จะยังไม่ดำเนินคดีในทันที แต่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีภายหลัง

The post ตำรวจเตรียมรับมือชุมนุมทะลุฟ้าเย็นนี้ ขอโทษประชาชนใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ยันไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.น. เผยจับกุมแล้ว 2 ราย กรณีเผารถควบคุมผู้ต้องหาที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ขอโทษชาวแฟลตดินแดงได้รับผลกระทบจากสลายชุมนุม https://thestandard.co/assembly-070864/ Thu, 12 Aug 2021 07:20:32 +0000 https://thestandard.co/?p=524483

วันนี้ (12 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาก […]

The post บช.น. เผยจับกุมแล้ว 2 ราย กรณีเผารถควบคุมผู้ต้องหาที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ขอโทษชาวแฟลตดินแดงได้รับผลกระทบจากสลายชุมนุม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมแถลงข่าวสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ทางการเมือง

 

จากการเผชิญหน้าของตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองร้อยควบคุมฝูงชนได้รับบาดเจ็บ 11 นาย โดยได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดของพลุ ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ลูกแก้ว ลูกหิน นอกจากนี้ รถยนต์ของทางราชการถูกเผาทำลายทั้งหมด 8 คัน และป้อมสัญญาจราจรถูกเผาและทุบทำลายทั้งหมด 12 แห่ง 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ระบุว่า เหตุการณ์เผาและทุบทำลายสถานที่ราชการ รวมถึงยานพาหนะ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำ การกระทำดังกล่าวจะทำให้สูญเสียงบประมาณไปโดยใช่เหตุ ส่วนเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวานนี้ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 17 คน เป็นชาย 15 คน หญิง 2 คน โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการชุมนุมแล้วไม่เลิก 

 

ส่วนกรณีเหตุการณ์เผาทำลายรถควบคุมผู้ต้องขังบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 ศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน ประกอบด้วย อาทิตย์ สากลวารี อายุ 20 ปี และ น้ำเชี่ยว เนียมจันทร์ อายุ 20 ปี โดยอาทิตย์ให้การภาคเสธ อ้างว่ามีการขว้างระเบิดปิงปองใส่รถควบคุมผู้ต้องหาจริง แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ ส่วนน้ำเชี่ยวรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา 

 

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของน้ำเชี่ยว พบว่าเคยก่อคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งทั้งสองคนถูกดำเนินคดีในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปจนเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ความผิดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. ควบคุมโรค นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา พบระเบิดไทยประดิษฐ์ พลุเพลิง และเสื้อผ้าของผู้ต้องหาที่ใช้ในวันก่อเหตุ

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ยังกล่าวขอโทษประชาชนชาวแฟลตดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมและการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตลอดสองวันที่ผ่านมาว่า ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา หากการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในละแวกดังกล่าวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ตนเองขออภัย ยืนยันการทำงานของตำรวจกระทำไปเพื่อต้องการควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

 

ด้าน พ.ต.อ. กฤษณะ ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นการทำงานบนพื้นฐานของข้อกฎหมาย ใช้อำนาจตามความจำเป็น  ซึ่งตำรวจมีการเรียนรู้ถอดบทเรียน และมีการดำเนินการปรับแผน ระมัดระวังในการบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว

 

ขณะที่ พล.ต.ต. ปิยะ ได้ฝากย้ำเตือนถึงผู้ที่เผยแพร่ข้อความภาพคลิปวิดีโอที่ผู้ชุมนุมคนหนึ่งถูกประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือขณะที่กำลังจะปาใส่เจ้าหน้าที่จนทำให้นิ้วมือขาด ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เจ้าหน้าที่ตำรวจขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บรับวัตถุระเบิดมาจากชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชุมนุมด้วยกัน ไม่ได้เป็นตำรวจตามที่มีการกล่าวอ้างกันในโลกโซเชียล และขอให้ผู้ที่เผยแพร่ภาพหยุดการเผยแพร่ภาพดังกล่าว เนื่องจากเป็นลักษณะเฟกนิวส์ และมีโทษตามกฎหมาย

 

The post บช.น. เผยจับกุมแล้ว 2 ราย กรณีเผารถควบคุมผู้ต้องหาที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ขอโทษชาวแฟลตดินแดงได้รับผลกระทบจากสลายชุมนุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. เผยตำรวจบังคับใช้กฎหมายทุกกลุ่มชุมนุม 7 ส.ค. ชี้ทหารก็เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.ก. มีสิทธิ์ออกมาปฏิบัติหน้าที่ https://thestandard.co/assembly-7-aug/ Sat, 07 Aug 2021 05:13:55 +0000 https://thestandard.co/?p=522597 Phukphong Phongpetra

วันนี้ (7 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชากา […]

The post ผบช.น. เผยตำรวจบังคับใช้กฎหมายทุกกลุ่มชุมนุม 7 ส.ค. ชี้ทหารก็เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.ก. มีสิทธิ์ออกมาปฏิบัติหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phukphong Phongpetra

วันนี้ (7 สิงหาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการปฏิบัติงานในสถานการณ์การชุมนุมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ว่า เนื่องจากมีการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ควบคุมเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงเป็นกังวลเรื่องของการแพร่เชื้อโควิด และขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในบริเวณที่จัดการชุมนุม หรือไม่ได้มีความจำเป็นที่จะทำกิจกรรมในช่วงนี้ ขอความกรุณาหลีกเลี่ยง เพราะอาจจะมีผลกระทบ เนื่องจากในการชุมนุมหลายๆ ครั้งมีคนบางกลุ่มมีการกระทำที่รุนแรงและสร้างความเสียหายหรืออาจจะเป็นอันตรายให้กับบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีความจำเป็นบังคับใช้กฎหมาย และกลัวว่าเมื่อถึงเวลาปฏิบัติงานอาจจะกระทบถึงประชาชน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายผิดในเรื่องการชุมนุม โดยการชักชวนไปยังบริเวณสนามหลวง ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ โดยประชาชนทุกคนก็คงต้องช่วยกันปกป้องทรัพย์สินทรัพย์สมบัติของชาติ 

 

ส่วนกรณีกลุ่มมวลชนแนวร่วมเครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่มีการนัดรวมพลออกมาช่วยปกป้องบริเวณสนามหลวงนั้นก็ถือว่าผิด เพราะเป็นการจัดกิจกรรมเช่นกัน ไม่ว่าจะรูปแบบใด แต่อยากจะขอให้อย่าออกมา เพราะอาจจะมีเหตุการณ์รุนแรง

 

พร้อมกันนี้ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามความจำเป็น ตามสถานการณ์ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปไล่ยิงใครหรือไล่จับใคร แต่ถ้าเห็นการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ถ้าผู้มาทำกิจกรรมไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจก็ไม่ใช้ความรุนแรง หากมีการทำอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย และไม่มีนโยบายให้ใช้กระสุนจริง แต่ใช้เฉพาะอาวุธที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น 

 

ตำรวจพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย การทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่หากไม่กระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหากมีผลกระทบต่อประชาชนหรือทำลายทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ก็อาจจะบังคับใช้กฎหมาย 

 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าให้เจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยควบคุมการชุมนุมนั้น พล.ต.ท. ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารเป็นเจ้าพนักงานเช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการที่มีคนมาชุมนุมก็อาจจะมีการแพร่เชื้อโรค เจ้าหน้าที่ทหารก็เป็นเจ้าพนักงาน จึงมีสิทธิ์ที่จะออกมาปฏิบัติหน้าที่

The post ผบช.น. เผยตำรวจบังคับใช้กฎหมายทุกกลุ่มชุมนุม 7 ส.ค. ชี้ทหารก็เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.ก. มีสิทธิ์ออกมาปฏิบัติหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิระ เผย กมธ. กฎหมายเตรียมทบทวนตำแหน่งใหม่ทั้งหมด รวมถึง สนธิญา หลังยื่นสอบดารานักร้อง Call out https://thestandard.co/sira-celebrity-call-out/ Fri, 23 Jul 2021 06:15:31 +0000 https://thestandard.co/?p=516312

วันนี้ (23 กรกฎาคม) สิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( […]

The post สิระ เผย กมธ. กฎหมายเตรียมทบทวนตำแหน่งใหม่ทั้งหมด รวมถึง สนธิญา หลังยื่นสอบดารานักร้อง Call out appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 กรกฎาคม) สิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการ ออกมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ให้ตรวจสอบดารา นักแสดง และบุคคลสาธารณะที่ออกมา Call out รัฐบาล โดยใช้ตำแหน่งที่ปรึกษากรรมาธิการว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการเตรียมจะพิจารณาทบทวนรายชื่อตำแหน่งคณะกรรมาธิการทั้งหมด เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ความเหมาะสมของตำแหน่ง และเพื่อลดปัญหาการนำตำแหน่งไปแสวงหาผลประโยชน์และก่อให้เกิดความเสียหาย 

 

นอกจากนี้ส่วนตัวไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับสนธิญามาก่อน พร้อมยืนยันกรณีที่สนธิญาเข้ามาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ ไม่ใช่โควตาของพรรคพลังประชารัฐ และหากจะพิจารณาให้ถอดออกจากตำแหน่งจะต้องนำเข้ามติที่ประชุมพิจารณาต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม สิระยังกล่าวถึงกรณีที่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรชื่อดัง ได้ออกไลฟ์ผ่าน Facebook ว่า มีแพทย์แจ้งให้ย้ายออกจากโรงพยาบาลให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน เพื่อมอบเตียงให้ผู้ป่วยโควิดรายต่อไปนั้น ตนมองว่าหากแพทย์ลงมติว่าสามารถกลับไปรักษาตนเองที่บ้านได้นั้น ก็ไม่ควรไปปิดโอกาสกับผู้ป่วยท่านอื่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรเชื่อมโยงกับการเมือง อาจส่งผลให้รัฐบาลเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นจึงขอให้ณวัตรเสียสละให้กับประชาชนที่กำลังเดือดร้อน เพื่อเข้ารับการรักษา พร้อมย้ำอย่าหาทำและอย่าใจดำ ต้องให้โอกาสกับผู้เดือดร้อนด้วย

The post สิระ เผย กมธ. กฎหมายเตรียมทบทวนตำแหน่งใหม่ทั้งหมด รวมถึง สนธิญา หลังยื่นสอบดารานักร้อง Call out appeared first on THE STANDARD.

]]>
บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว https://thestandard.co/police-arrest-4-redem-protesters-next-time-intercept-since-they-start-gathering/ Mon, 03 May 2021 05:39:41 +0000 https://thestandard.co/?p=483411 บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชากา […]

The post บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. / โฆษก บช.น. และ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปผลการดำเนินคดีของกลุ่มผู้ชุมนุม REDEM และ WeVo ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมได้ก่อความวุ่นวาย ปราศรัยด่าทอการทำงานของอธิบดีผู้พิพากษา แม้จะมีการประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีการขว้างปาสิ่งของ สาดสีใส่เข้าไปในศาล ซึ่งทางตำรวจได้มีการแจ้งเตือน ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การชุมนุมในที่สาธารณะ หลังจากเวลา 18.30 น. ยังมีความวุ่นวายต่อเนื่อง ตำรวจจึงประเมินว่า หากไม่ดำเนินการเข้ารักษาความสงบ อาจสร้างความเสียหายต่อผู้คน และขณะผลักดันผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญา มีการยิงพลุ หัวน็อต ขัดขวางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 

 

ผลการปฏิบัติการจับผู้ชุมนุม 4 ราย มีตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.ก. การชุมนุม ข้อหาก่อความวุ่นวาย และยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีอื่นๆ ส่วนการละเมิดอำนาจศาล ศาลอาญาอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งความดำเนินคดี 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ระบุว่า มีความเป็นห่วงว่าการชุมนุมว่าจะกลายเป็นคลัสเตอร์ในการระบาดโควิด-19 เพราะทราบว่ามีผู้ชุมนุมติดเชื้อด้วย ส่วนมาตรการควบคุมผู้ชุมนุมครั้งต่อไป อาจจะต้องสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เริ่มต้นการรวมตัวในจุดนัดหมาย

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจ สน.ทองหล่อ ติดโควิด-19 รวม 9 นาย ให้กักตัว 14 วันอีก 22 นาย หลังตรวจทั้งโรงพัก https://thestandard.co/thonglor-police-station-infected-covid-19/ Wed, 07 Apr 2021 04:33:25 +0000 https://thestandard.co/?p=473228 ตำรวจ สน.ทองหล่อ ติดโควิด-19 รวม 9 นาย ให้กักตัว 14 วันอีก 22 นาย หลังตรวจทั้งโรงพัก

เมื่อวานนี้ (6 เมษายน) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญ […]

The post ตำรวจ สน.ทองหล่อ ติดโควิด-19 รวม 9 นาย ให้กักตัว 14 วันอีก 22 นาย หลังตรวจทั้งโรงพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจ สน.ทองหล่อ ติดโควิด-19 รวม 9 นาย ให้กักตัว 14 วันอีก 22 นาย หลังตรวจทั้งโรงพัก

เมื่อวานนี้ (6 เมษายน) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจร้านอาหารย่านถนนประดิษฐ์มนูญธรรม เพื่อกำชับการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโควิด-19 เช่น มีการลงทะเบียนชื่อผู้ใช้บริการ คัดกรองผู้ใช้บริการทั้งก่อนและหลัง, จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ, หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด, มีการจัดพื้นที่ระบายอากาศภายในร้านอย่างเหมาะสม เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด รวมถึงการจัดวางแอลกอฮอล์สำหรับล้างมืออย่างเพียงพอ

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ระบุว่า ที่ต้องมากำชับและออกตรวจดูร้านอาหาร เพื่อขอให้ร้านปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งจากการพูดคุยแต่ละร้านก็พร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะต่างก็ไม่ต้องการให้สถานการณ์ต่างๆ แย่ลงไปอีก ส่วนสถานบริการทั้ง 3 เขตคือ วัฒนา คลองเตย และบางแค ตำรวจที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบรายงานว่า ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี ยังไม่พบร้านที่ฝ่าฝืนคำสั่งลักลอบเปิดให้บริการ ซึ่งตำรวจในพื้นที่และตัวแทนจากกรุงเทพมหานครจะลงพื้นที่สุ่มตรวจเป็นระยะๆ เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีผู้ฝ่าฝืนตามประกาศ 

 

สำหรับเรื่องผลการตรวจโควิด-19 ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทองหล่อ ทั้ง 184 นาย ผลการตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อ 9 นาย ปัจจุบันถูกส่งไปอยู่ในการรักษาของโรงพยาบาลตำรวจ 

 

พร้อมกันนี้ก็ได้สั่งให้ตำรวจที่ใกล้ชิด 22 นายกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการ ซึ่งก็ยอมรับว่าอาจกระทบกับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่อยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าจะยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

 

สำหรับเรื่องการตั้งด่านตรวจค้นประเภทต่างๆ ในพื้นที่นครบาลรวม 157 จุด ที่ตั้งด่านมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยนนี้เมื่อคืนวันก่อนมีการยกเว้นการตั้งด่านชั่วคราว เพื่อนำข้อมูลและผลการปฏิบัติของแต่ละพื้นที่มาหารือ ซึ่งก็มี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ ผลการปฏิบัติในภาพรวม, ความเสี่ยงต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความเสี่ยงของตำรวจผู้ปฏิบัติเอง ซึ่งหากผลในที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป ก็อาจจะหยุดการตั้งด่านต่อไปอีก 1 วัน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การยกเลิกมาตรการตั้งด่านอย่างที่หลายคนสับสน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ตำรวจ สน.ทองหล่อ ติดโควิด-19 รวม 9 นาย ให้กักตัว 14 วันอีก 22 นาย หลังตรวจทั้งโรงพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. แถลงสรุปเหตุชุมนุมหน้าศาลอาญา ย้ำจับโตโต้เป็นความผิดซึ่งหน้า ไม่ต้องมีหมายจับ https://thestandard.co/briefing-rally-in-front-of-the-criminal-court/ Sun, 07 Mar 2021 07:15:30 +0000 https://thestandard.co/?p=462278 ผบช.น. แถลงสรุปเหตุชุมนุมหน้าศาลอาญา ย้ำจับโตโต้เป็นความผิดซึ่งหน้า ไม่ต้องมีหมายจับ

วันนี้ (7 มีนาคม) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรว […]

The post ผบช.น. แถลงสรุปเหตุชุมนุมหน้าศาลอาญา ย้ำจับโตโต้เป็นความผิดซึ่งหน้า ไม่ต้องมีหมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. แถลงสรุปเหตุชุมนุมหน้าศาลอาญา ย้ำจับโตโต้เป็นความผิดซึ่งหน้า ไม่ต้องมีหมายจับ

วันนี้ (7 มีนาคม) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 6 มีนาคม

 

พล.ต.ต. ยิ่งยศ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 6 มีนาคม มีกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายทำกิจกรรมและชุมนุมสาธารณะ ดังนี้

 

1. กลุ่ม REDEM ร่วมกับกลุ่มการ์ดราษฎรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว เดินขบวนไปศาลอาญา

 

2. กลุ่มแนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 บริเวณโลตัส รังสิต เดินขบวนไปกรมทหารราบที่ 11

 

3. กลุ่มมวลชนเดินทะลุฟ้าบริเวณตลาดเซียร์ รังสิต เดินขบวนไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

4. กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน บริเวณแยกราชประสงค์

 

ฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่ากลุ่มของ โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่ม WeVo กับพวกได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณลานจอดรถชั้น 5 ห้างเมเจอร์ รัชโยธิน และมีการนำอาวุธหรือสิ่งของมาใช้ก่อความวุ่นวายหรือสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย โดยพบปิยรัฐกับพวกพร้อมกระเป๋าเป้ ซึ่งภายในบรรจุหนังสติก 15 อัน, หัวน็อต 50 ชิ้น, ลูกแก้ว 300 ลูก, ระเบิดควัน 30 ลูก, ถุงน้ำปลาร้า 30 ถุง, หมวกกันกระแทก 13 ใบ, เสื้อเกราะ 37 ตัว, ท่อเก็บแก๊สน้ำตา 1 อัน, ค้อนเหล็ก 1 อัน และโล่ 1 อัน จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวปิยรัฐกับพวกขึ้นรถผู้ต้องหาจำนวน 3 คัน นำส่งกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ขณะแล่นออกจากห้างเมเจอร์ รัชโยธิน ได้พบกับกลุ่ม REDEM และกลุ่มการ์ดราษฎร ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้ามาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ต่อสู้และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทุบรถผู้ต้องหา และพังประตูรถด้านหลัง ทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้บางส่วน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวและนำส่งกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ได้จำนวน 18 คน และดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจัดการชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน, ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อฯ และฐานเป็นอั้งยี่และซ่องโจร

 

พล.ต.ต. ยิ่งยศ กล่าวว่าในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 นาย โดย 6 นายยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ รถควบคุมผู้ต้องหาเสียหายจำนวน 9 คัน ประกอบด้วยรถควบคุมผู้ต้องหา 3 คัน รถกระบะ 1 คัน รถบรรทุก 2 คัน รถบัส 3 คัน ต่อมาผู้ต้องหาที่ได้รับการช่วยเหลือให้หลบหนีไปบางส่วนได้เข้ามามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน จำนวน 27 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำความผิดในส่วนให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำลายทรัพย์สินราชการ และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ได้ตอบคำถามที่ว่าทำไมจึงมีความจำเป็นต้องจับกุมโตโต้พร้อมพวก กรณีนี้เนื่องจากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ยืนยันว่ากลุ่มของโตโต้มีการนัดรวมตัวบริเวณลานจอดรถชั้น 5 ห้างเมเจอร์ รัชโยธิน โดยกลุ่มนี้มีวัตถุประสงค์ก่อความวุ่นวายในการชุมนุม หลังจากตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานก็ได้เดินทางไปพิสูจน์ทราบ พบโตโต้กับพวกจริง ขณะที่โตโต้มีการโพสต์โซเชียลมีเดียว่าจะไม่เข้าร่วมการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบแล้วมีการต่อสู้ขัดขวางตามที่ปรากฏ เบื้องต้นตำรวจสามารถตรวจค้นของกลางได้หลายรายการ ทั้งนี้ ตำรวจมีความจำเป็นต้องเข้าจับกุม เนื่องจากใกล้เวลาที่กลุ่มผู้ชุมนุม REDEM เตรียมเคลื่อนขบวนจากห้าแยกลาดพร้าวจะมาชุมนุมที่ศาลอาญา เพราะเกรงว่ากลุ่มนี้จะก่อเหตุรุนแรงหรือก่อความวุ่นวายในบริเวณที่ชุมนุม จึงทำการจับกุม ระหว่างที่จะนำตัวผู้ต้องหาออกจากที่เกิดเหตุเพื่อนำไปสถานที่ควบคุมก็มีกลุ่มบุคคลเข้ามาชิงตัวผู้ต้องหา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินของทางราชการและทรัพย์สินของผู้ต้องหาหลายรายการที่สูญหายไป

 

เมื่อถามว่ามาตรการคุมตัวผู้ต้องหาเมื่อวานนี้ (6 มีนาคม) หละหลวมจนส่งผลให้เกิดเหตุชุลมุนหรือไม่ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ กล่าวว่าการชุมนุมที่หน้าบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มีความรุนแรง ครั้งนี้เราจึงตัดสินใจจับกุมและพยายามเอาออกให้เร็วที่สุด ระหว่างนั้นมีการปะทะกัน ซึ่งตำรวจถูกทำร้าย ถูกยิงด้วยลูกเหล็ก และขว้างปาสิ่งของ ซึ่งตำรวจพยายามทำอย่างละมุนละม่อมที่สุด ก่อนพาตัวผู้ต้องหาออกมา 

 

ถามต่อว่าการจับกุมโตโต้เพราะเกรงว่าจะไปร่วมชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าเวลาจับกุมไปรับประทานอาหารอยู่ในห้าง พล.ต.ท. ภัคพงศ์ กล่าวว่าตำรวจจับกุมในลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้า และมีข้อบ่งชี้ว่าเขาจะไปร่วมชุมนุม เพราะหากไม่ชุมนุมแล้วจะนำหนังสติก ลูกเหล็ก หัวน็อต ลูกแก้ว ระเบิดควัน ท่อเก็บแก๊สน้ำตา และวิทยุสื่อสารไปด้วยหรือไม่ หรือพกมากินข้าว 

 

ส่วนกรณีไม่มีหมายจับสามารถทำได้ เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า และอีกข้อสังเกตคือหลังชุมนุมมีผู้มาแสดงตนว่าเป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกช่วยเหลือออกจากรถควบคุม 27 คน แต่ตำรวจไม่สามารถแจ้งข้อหากล่าวได้ เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ใจว่าใช่บุคคลที่หลุดจากรถควบคุมจริงหรือไม่ 

 

ทั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 18 ราย ยังไม่มีใครได้รับการปล่อยตัว เตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาวันพรุ่งนี้ (8 มีนาคม) และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากไปถึงใครก็ต้องดำเนินคดี ไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องจับกี่คน แต่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ใครทำอะไร พยานหลักฐานถึงใคร ต้องดำเนินคดีทั้งหมด ย้ำว่าความรุนแรงหรือไม่รุนแรงอยู่ที่ผู้ชุมนุม ไม่ใช่ตำรวจ อย่างเหตุการณ์เมื่อวานนี้ หากไม่มีการชิงตัวผู้ต้องหาให้พ้นการจับกุมก็จะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 

 

เมื่อถามว่ากรณีผู้ชุมนุมนำแผ่นป้ายข้อความไปติดตั้งบนรั้วศาลอาญา ทางศาลได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต. จิรพัฒน์ กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นเขตอำนาจศาล หลังจากนี้ตำรวจต้องประสานกับศาลอย่างใกล้ชิดว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมด 

 

สำหรับการรับมือการชุมนุมในวันนี้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวว่าตำรวจไม่ได้ขัดขวางการชุมนุม เพียงแต่เวลาประกาศห้ามชุมนุมเราก็แจ้งให้ทราบ หากเขาเลิกก็เลิก แต่ก็ต้องเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีภายหลัง เราพยายามหลักษาความสงบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ผบช.น. แถลงสรุปเหตุชุมนุมหน้าศาลอาญา ย้ำจับโตโต้เป็นความผิดซึ่งหน้า ไม่ต้องมีหมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตรียมกำลัง 32 กองร้อยดูแลการชุมนุม 6 มี.ค. ชี้เป็นห่วงกลุ่ม REDEM มากที่สุดเพราะไร้แกนนำ https://thestandard.co/police-prepare-32-troops-supervise-6-mar-rally/ Fri, 05 Mar 2021 07:43:29 +0000 https://thestandard.co/?p=461816 ตำรวจเตรียมกำลัง 32 กองร้อยดูแลการชุมนุม 6 มี.ค. ชี้เป็นห่วงกลุ่ม REDEM มากที่สุดเพราะไร้แกนนำ

จากกรณีที่วันพรุ่งนี้ (6 มีนาคม) มีการนัดหมายของกลุ่มผู […]

The post ตำรวจเตรียมกำลัง 32 กองร้อยดูแลการชุมนุม 6 มี.ค. ชี้เป็นห่วงกลุ่ม REDEM มากที่สุดเพราะไร้แกนนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตรียมกำลัง 32 กองร้อยดูแลการชุมนุม 6 มี.ค. ชี้เป็นห่วงกลุ่ม REDEM มากที่สุดเพราะไร้แกนนำ

จากกรณีที่วันพรุ่งนี้ (6 มีนาคม) มีการนัดหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 3 กลุ่ม โดยเป็นการเคลื่อนไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 จุดคือ กลุ่มไม่มีแกนนำ REDEM ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว เพื่อเคลื่อนไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก, กลุ่มที่นัดหมายชุมนุมที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และกลุ่มอาชีวศึกษาปกป้องสถาบัน ที่แยกราชประสงค์

 

ล่าสุดวันนี้ (5 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนไว้ 32 กองร้อย เพื่อนำกำลังไปตามจุดที่มีการชุมนุมในแต่ละจุด โดยจะเลือกการวางกำลังตามสถานการณ์และกลุ่มผู้ชุมนุมในแต่ละพื้นที่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในขณะนี้ได้ว่าจะจัดกำลังลงไปแต่ละจุดเท่าใด แต่ต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลัง 3 ผลัด  

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตำรวจมีความเป็นห่วงมากที่สุดได้แก่ กลุ่มที่ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งจะเคลื่อนไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เนื่องจากจุดดังกล่าวตามข้อมูลของผู้ชุมนุมคือจะไม่มีแกนนำ โดยที่ผ่านมาในการชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ พบว่ามีการใช้ความรุนแรงรวมถึงมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่เกิดขึ้น จึงต้องจับตาดูสถานการณ์ในจุดดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยในวันนี้จะมีการหารือกับทุกหน่วยงานที่ต้องลงพื้นที่ดูแลการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ เพื่อกำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติตามขั้นตอนการควบคุมดูแลการชุมนุม และจะกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนทุกนายปฏิบัติเกินกว่ากฎหมายและหน้าที่

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าวด้วยว่า ล่าสุดทางศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกยังไม่ได้มีการติดต่อขอกำลังตำรวจมาดูแลภายในและนอกบริเวณศาลเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่ากำลังที่ บช.น. เตรียมไว้น่าจะเพียงพอต่อการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ และหากมีสถานการณ์ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใดก็พร้อมจะตัดกำลังลงไปช่วยระงับเหตุเพิ่มเติมได้ทันที

 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวการติดเชื้อโควิค-19 ในเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล (สน.) วังทองหลาง ซึ่งไปควบคุมดูแลการชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นกลยุทธ์ทางการข่าวหรือเป็นการขู่ผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเหตุการณ์จริง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อขณะนี้ก็ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจรวมผู้ป่วย 17 นาย กักตัวอยู่บริเวณที่บ้านตัวเองทั้งหมด 17 นาย แล้วมีการจัดตรวจคัดกรองโรคตำรวจทั้ง สน.วังทองหลาง ทั้งหมด 195 นาย  ซึ่งตำรวจที่ติดเชื้อก็อยู่เพียงในรถควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่ได้ออกมาควบคุมดูแลการชุมนุมในจุดที่มีการเผชิญหน้ากับเพื่อนตำรวจและผู้ชุมนุม ซึ่งรถคันดังกล่าวก็จอดประจำอยู่ในแนวหลัง และไม่มีความจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ทางการข่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว แต่ก็ได้สั่งการกำชับเพิ่มให้ผู้บังคับบัญชาทำการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงให้เข้าทำการพักรักษาตัวก่อน

 

ส่วนกรณีการออกหมายจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรมอีก 2 รายนั้น พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าทางพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ยื่นขอออกหมายจับผู้ก่อเหตุอีก 2 รายแล้ว แต่เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 2 รายไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ทางศาลจึงได้มีการพิจารณาขอให้พนักงานสอบสวนทำการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 รายมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ตำรวจเตรียมกำลัง 32 กองร้อยดูแลการชุมนุม 6 มี.ค. ชี้เป็นห่วงกลุ่ม REDEM มากที่สุดเพราะไร้แกนนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทม์ไลน์ แอมมี่ The Bottom Blues หลังถูกจับญาติยังไม่ได้เยี่ยม https://thestandard.co/amy-the-bottom-blues-timeline/ Wed, 03 Mar 2021 08:10:59 +0000 https://thestandard.co/?p=461110 ไทม์ไลน์ แอมมี่ The Bottom Blues หลังถูกจับญาติยังไม่ได้เยี่ยม

วันนี้ (3 มีนาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการ […]

The post ไทม์ไลน์ แอมมี่ The Bottom Blues หลังถูกจับญาติยังไม่ได้เยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทม์ไลน์ แอมมี่ The Bottom Blues หลังถูกจับญาติยังไม่ได้เยี่ยม

วันนี้ (3 มีนาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงข่าวการณ์จับกุม ไชยอมร แก้วพิบูลย์ หรือ แอมมี่ The Bottom Blues ศิลปินและแกนนำกลุ่มราษฎร ว่า วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการขออนุมัติหมายจับ ไชยอมร หรือแอมมี่ ต่อศาลอาญา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัว กระทั่งพบตัวแอมมี่อยู่ที่บ้านเช่าที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับกุมตัวได้เวลา 01.00 น. ขณะที่เข้าทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหามีอาการบาดเจ็บที่บริเวณไหล่ซ้ายและเชิงกรานด้านซ้าย จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลราชธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจรักษาเบื้องต้น หลังจากนั้นควบคุมตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยอาการบาดเจ็บมีมาก่อนที่ตำรวจเข้าจับกุม ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 นั้นไม่เป็นความจริง

 

ตำรวจยืนยันว่ามีกลุ่มคนร้ายมากกว่า 1 คน และแอมมี่เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด โดยมีหลักฐานมากกว่าแค่กล้องวงจรปิด 

 

อย่างไรก็ตาม แอมมี่ยังไม่ได้ให้การยอมรับข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีหลักฐานยืนยันได้ว่าแอมมี่เป็นคนร้ายในคดีนี้

 

ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแจ้งว่า ทนายยังติดต่อแอมมี่ไม่ได้ และตำรวจกลับแจ้งว่า ไม่มีชื่อของแอมมี่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

ส่วนครอบครัวแอมมี่เดินทางมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่ได้รับแจ้งว่าเป็นช่วงโควิด-19 จึงขอให้งดเยี่ยม

 

ไทม์ไลน์ แอมมี่ The Bottom Blues หลังถูกจับญาติยังไม่ได้เยี่ยม

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ไทม์ไลน์ แอมมี่ The Bottom Blues หลังถูกจับญาติยังไม่ได้เยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. เผยใช้กระสุนยางสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ครั้งแรกตามความจำเป็น หวังยุติสถานการณ์ https://thestandard.co/chief-minister-use-of-rubber-bullets-hope-to-end-the-situation/ Mon, 01 Mar 2021 08:04:40 +0000 https://thestandard.co/?p=460259 ผบช.น. เผยใช้กระสุนยางสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ครั้งแรกตามความจำเป็น หวังยุติสถานการณ์

วันนี้ (1 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท. ภัค […]

The post ผบช.น. เผยใช้กระสุนยางสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ครั้งแรกตามความจำเป็น หวังยุติสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. เผยใช้กระสุนยางสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ครั้งแรกตามความจำเป็น หวังยุติสถานการณ์

วันนี้ (1 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงเหตุการชุมนุมบริเวณกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อวานนี้ (28 กุมภาพันธ์) ว่า การชุมนุมเริ่มขึ้นตั้งแต่ เวลา 15.00 น. กระทั่งถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งตลอดการชุมนุมตำรวจได้มีการแจ้งเตือนผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะ แต่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้รื้อลวดหนาม รั้วเหล็ก และขว้างปาสิ่งของ ซึ่งในขณะนั้นตำรวจเกรงว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นจึงระงับเหตุ 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ตำรวจใช้ปืนยิงกระสุนยาง ซึ่ง พล.ต.ท. ภัคพงศ์ ยืนยันว่าวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่นำมาใช้ในการควบคุมฝูงชนเมื่อวานนี้เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด และไม่มีความรุนแรงอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งยังใช้ตามความจำเป็น โดยหวังว่าให้สถานการณ์ยุติให้เร็วที่สุด และได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุจำนวนทั้งสิ้น 22 ราย 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พระราชบัญญัติควบคุมโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง และจะแจ้งข้อหาต่อผู้ชุมนุมบางส่วนในข้อหาต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ทำให้เสียทรัพย์ และวางเพลิงเผาทรัพย์สินของผู้อื่น 

 

ส่วนการชุมนุมเมื่อวานนี้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 90 นาย รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 27 ราย และเสียชีวิต 1 นาย

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ผบช.น. เผยใช้กระสุนยางสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ครั้งแรกตามความจำเป็น หวังยุติสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. แจงจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ หลังมีก่อเหตุวุ่นวาย ระบุตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าที่ สน. เพื่อระงับเหตุ https://thestandard.co/pro-democracy-protestors-rally-130264-7/ Sun, 14 Feb 2021 07:31:13 +0000 https://thestandard.co/?p=454189

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญ […]

The post ผบช.น. แจงจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ หลังมีก่อเหตุวุ่นวาย ระบุตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าที่ สน. เพื่อระงับเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงกรณีการชุมนุมตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของเมื่อวานนี้ ว่ามีการจัดกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยตำรวจมีการตั้งจุดคัดกรองโดยรอบ และมีการประกาศแจ้งเตือนเป็นระยะ ว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. ควบคุมโรค ต่อมามีการปิดเส้นทางจราจร

 

กระทั่งเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมชักชวนให้เดินทางไปศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ ตำรวจจึงต้องตั้งแนวกำหนดอาณาเขต เมื่อผู้ชุมนุมมาถึงมีคนในกลุ่มผู้ชุมนุม ขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน ขวดน้ำ และวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ มีตำรวจบาดเจ็บ 23 นาย 

 

เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมมีการประกาศยุติการชุมนุม ยังคงมีผู้ชุมนุมบางส่วนอยู่ และเกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้แยกย้ายภายใน 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้กำลังผลักดัน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร แต่ยืนยันไม่ได้ใช้น้ำฉีด แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง 

 

หลังเกิดเหตุตำรวจควบคุมตัวผู้ชมนุมได้ 11 ราย โดย 3 รายเป็นกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในการชุมนุม แต่เมาสุรา จึงเปรียบเทียบปรับและปล่อยตัวไป ส่วนอีก 8 ราย เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม มีความผิดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. โรคติดต่อ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 (ตชด.ภาค 1) ซึ่งหลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำลายทรัพย์สิน จากการรื้อถอนสิ่งของรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมไปถึงกลุ่มที่ทำร้ายเจ้าพนักงาน ขว้างปาสิ่งของด้วยขวด ระเบิด ก้อนหิน 

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการทำร้าย และควบคุมตัวแพทย์อาสา พล.ต.ท. ภัคพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบุคคลนี้ไม่ได้มีอาชีพแพทย์หรือพยาบาล เป็นบุคคลที่อยู่ในที่ชุมนุม หากเป็นหน่วยอาสาจะต้องตรวจสอบต่อไป แต่ยืนยันว่าอยู่ในกลุ่มที่ร่วมก่อความวุ่นวาย

 

สำหรับเหตุความวุ่นวายในพื้นที่ สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง บริเวณสะพานผ่านฟ้า เกิดขึ้นเวลา 21.00 น. ตำรวจรับแจ้ง มีการยิงกันเมื่อไปถึง รับแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยิงอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ตำรวจจึงพยายามควบคุมตัว และมีความวุ่นวายจนมาถึง สน. เป็นเหตุให้ตำรวจชุดสืบสวนต้องใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อระงับเหตุ 

 

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ไม่ไช่ผู้ก่อเหตุยิง โดยมีพยานหลักฐานเป็นพยานบุคคล และกล้องวงจรปิด ยืนยันบุคคลดังกล่าวมารับประทานอาหารที่ร้านสะดวกซื้อเท่านั้น ส่วนผู้ก่อเหตุตัวจริงยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ และติดตามตัว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเขม่าดินปืน และอยู่ระหว่างรอผล

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มเติมหลังการพิสูจน์ทราบ กรณีรื้อถอนกระถางต้นไม้โดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และการนำผ้าแดงขึ้นคลุมบนอนุสาวรีย์ พร้อมฝากถึงการชุมนุมในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ว่า ความรุนแรงอยู่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งเตือนให้ออกจากพื้นที่ ก็ขอให้ออก หากมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เจ้าหน้าที่ก็มีความจำเป็นต้องปฏิบัติการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

 

ขณะที่กลุ่มราษฎรออกแถลงการณ์ใจความสำคัญระบุว่า ราษฎรยืนยันในหลักการ และแนวทางของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และการจับกุมอย่างไม่เลือกหน้า เป็นการละเมิดทั้งกฎหมายไทย และกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ผบช.น. แจงจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ หลังมีก่อเหตุวุ่นวาย ระบุตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าที่ สน. เพื่อระงับเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. แจงเหตุสลายการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา เป็นสนธิสัญญารักษาความสงบ ประกาศให้ยุติแต่ไม่เลิก https://thestandard.co/phakphong-phongphetra-explain-myanmar-embassy-rally/ Tue, 02 Feb 2021 07:53:54 +0000 https://thestandard.co/?p=450001 ผบช.น. แจงเหตุสลายการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา เป็นสนธิสัญญารักษาความสงบ ประกาศให้ยุติแต่ไม่เลิก

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท. […]

The post ผบช.น. แจงเหตุสลายการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา เป็นสนธิสัญญารักษาความสงบ ประกาศให้ยุติแต่ไม่เลิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. แจงเหตุสลายการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา เป็นสนธิสัญญารักษาความสงบ ประกาศให้ยุติแต่ไม่เลิก

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีการเข้าควบคุมการจัดการชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย เมื่อวานนี้ ว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจถือเป็นการรักษาความสงบสุขตามสนธิสัญญาการดูแลความสงบสุขของสถานทูต การที่มีผู้มาชุมนุมทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาถือเป็นการกระทำผิดทั้งในส่วนของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินและ พ.ร.บ. การควบคุมโรค 

 

โดยก่อนที่จะมีการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศแจ้งเตือนทั้งสองภาษาแล้ว แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ยุติ จึงต้องเกิดการผลักดันให้ออกจากบริเวณที่รวมกลุ่มกันชุมนุม เพราะการชุมนุมดังกล่าวส่งผลให้เกิดการจราจรที่ติดขัดด้วย 

 

ซึ่งในระหว่างการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เกิดการขว้างปาสิ่งของและทำให้เกิดเสียงดัง เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บทั้งหมด 15 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 13 คน และอาการหนัก 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บหนักมีอาการถึงขั้นแก้วหูฉีกขาด 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมผู้ร่วมชุมนุมได้ 3 คน โดย 2 คนมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะผลักดัน ส่วนอีก 1 คนประจำอยู่ที่รถขยายเสียง มีพฤติการณ์ยุยงให้ผู้ชุมนุมกระทำผิด

 

ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพื่อเรียกตัวมาดำเนินคดีเป็นลำดับต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ผบช.น. แจงเหตุสลายการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา เป็นสนธิสัญญารักษาความสงบ ประกาศให้ยุติแต่ไม่เลิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบช.น. แถลงจับ 3 การ์ดมือปาระเบิดหน้าจามจุรีสแควร์ เผยผู้ต้องหาให้การรับสภาพ https://thestandard.co/catch-3-cards-hand-throwing-bombs-in-front-of-chamchuri-square/ Fri, 29 Jan 2021 05:34:00 +0000 https://thestandard.co/?p=448695 มือปาระเบิด

วันนี้ (29 มกราคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชากา […]

The post ผบช.น. แถลงจับ 3 การ์ดมือปาระเบิดหน้าจามจุรีสแควร์ เผยผู้ต้องหาให้การรับสภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มือปาระเบิด

วันนี้ (29 มกราคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการนครบาล (ผบช.น.) เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ร่วมสอบปากคำ วีรยุทธ สัมฤทธิ์เรืองศรี อายุ 29 ปี, พรชัย ประกาพวง อายุ 23 ปี และณัฐสุต ศิริอัฐ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุปาระเบิดใส่ตำรวจควบคุมฝูงชน ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมอยู่บริเวณหน้าอาคารจามจุรีสแควร์ เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้มีตำรวจ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรวม 4 คน โดยชุดสืบสวนนำหมายศาลไปจับกุมวีรยุทธได้ที่บ้านพัก แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ จับกุมพรชัยและณัฐสุตได้ในซอยเรวดี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ก่อนจะนำส่ง สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจพบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ ขณะที่มีผู้ต้องหา 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขึ้นไปบนสะพานไทย-ญี่ปุ่น จากนั้นได้ขับย้อนศร ก่อนมีการโยนวัตถุบางสิ่งบางอย่างลงไปด้านล่าง 

 

ส่วนการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่า เป็นสมาชิกกลุ่มอาชีวะฟันเฟือง เคยเข้าร่วมการชุมนุมต่างๆ หลายครั้ง โดยในวันเกิดเหตุได้ร่วมชุมนุมตั้งแต่ที่ย่านพญาไทจนถึงสามย่าน พบตำรวจเดินขบวนเข้าไปกดดัน จึงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อขัดขวาง ส่วนวัตถุระเบิดอ้างว่าทำขึ้นมาเอง ไม่พบมีประวัติติดตัว และไม่ให้การพาดพิงไปถึงคดีอื่น

 

ขณะที่ พ.ต.อ. กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ในฐานะผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิด ระบุว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ยังพบมีลักษณะคล้ายกับหลักฐานที่พบในอีก 3 คดี คือ เหตุระเบิดที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์, หน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และที่หน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนิน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีนี้หรือไม่ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

 

สำหรับคดีนี้ตำรวจแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในความผิดฐาน ‘ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดขึ้น, พาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง’ และอยู่ระหว่างการพิจารณาควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพชี้จุดเกิดเหตุในวันนี้หรือไม่

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ผบช.น. แถลงจับ 3 การ์ดมือปาระเบิดหน้าจามจุรีสแควร์ เผยผู้ต้องหาให้การรับสภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมตัว 4 รายต้องสงสัยนำ ‘เคนมผง’ ส่งผู้เสพจนตาย เตรียมขยายผลหาขบวนการ ยอดรวมตาย 7 ราย https://thestandard.co/police-arrested-4-suspects-on-yakin-milk-powder/ Tue, 12 Jan 2021 06:25:55 +0000 https://thestandard.co/?p=441972 ตำรวจคุมตัว 4 รายต้องสงสัยนำ ‘เคนมผง’ ส่งผู้เสพจนตาย เตรียมขยายผลหาขบวนการ ยอดรวมตาย 7 ราย

วันนี้ (12 มกราคม) พล.ต.อ. มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำ […]

The post ตำรวจคุมตัว 4 รายต้องสงสัยนำ ‘เคนมผง’ ส่งผู้เสพจนตาย เตรียมขยายผลหาขบวนการ ยอดรวมตาย 7 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมตัว 4 รายต้องสงสัยนำ ‘เคนมผง’ ส่งผู้เสพจนตาย เตรียมขยายผลหาขบวนการ ยอดรวมตาย 7 ราย

วันนี้ (12 มกราคม) พล.ต.อ. มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ‘เคนมผง’ ที่มีผู้เสพแล้วเสียชีวิตหลายรายว่า ขณะนี้ยังรอผลการตรวจพิสูจน์โดยละเอียดของส่วนผสมยาเสพติด แต่ส่วนผสมหลักคือ เคตามีน และมีสารเสพติดที่ทำให้นอนหลับ รวมถึงมีสารเสพติดประเภทอื่นแล้วแต่รายที่พบ ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ แต่ผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น เกิดจากระบบหัวใจล้มเหลว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้ยาเสพติด ส่วนการนำมาผสมนั้นก็เพื่อให้มีฤทธิ์รุนแรงขึ้นและเพื่อลดต้นทุนให้ได้กำไรมากขึ้น

 

จากการรวบรวมพยานหลักฐานทำให้ทราบว่า มีการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่วัดพระยาไกรและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนจะนำมาจากไหนยังไม่ทราบ แต่มีความคืบหน้าสำหรับผู้ที่นำมาจำหน่ายให้ผู้เสียชีวิตแล้วว่าเป็นใคร โดยคาดว่าภายใน1-2 วันนี้จะสามารถจับกุมตัว เพราะเจอหลักฐานในคดีเพิ่มเติมที่ทำให้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว แต่ขอเวลาตรวจสอบก่อนว่าเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่

 

ทั้งนี้พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย ซึ่งเป็นคนที่อาการสาหัสก่อนหน้านี้ ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียรวมชีวิตรวมแล้ว 7 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) วัดพระยาไกร เช่นกัน

 

สำหรับคดีของ สน. สายไหม กับ สน. จรเข้น้อย ที่จับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น แม้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้จำหน่ายรายย่อย และส่วนผสมหลักเป็นเคตามีน โดยรับยาเสพติดมาจากจังหวัดปทุมธานี แต่ก็จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ว่า คดีพื้นที่ สน. สายไหม กับคดี สน. วัดพระยาไกร จะนำเอายาเสพติดมาจากเอเจนต์รายใหญ่คนเดียวกันหรือไม่

 

ส่วนกรณีการเข้าตรวจค้นโรงสีย่านพระราม 3 หลังได้เข้าไปตรวจค้นแล้ว พบหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

 

ขณะที่ พล.ต.อ. มนู กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศหาข่าวและรายงานผลการจับกุมทุกวัน เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ และต้องหาต้นตอยาเสพติดที่นำมาจำหน่ายให้ได้ ส่วนข้อมูลทางโซเชียลที่ให้เบาะแสต่างๆ ก็จะให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบข้อมูล

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าล่าสุดตำรวจฝ่ายสืบสวนได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่นำยาเสพติดเข้ามาส่งให้ผู้ตายจำนวน 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีการนำยาเสพติดมาจากที่ใด และต้นทางเป็นของเครือข่ายใด 

 

พิสูจน์อักษร​: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ตำรวจคุมตัว 4 รายต้องสงสัยนำ ‘เคนมผง’ ส่งผู้เสพจนตาย เตรียมขยายผลหาขบวนการ ยอดรวมตาย 7 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เผยอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพปม ‘ยาเคนมผง’ สั่งตรวจสอบส่วนผสม พรุ่งนี้รู้ผล https://thestandard.co/police-officer-perform-an-autopsy-on-yakin-milk-powder/ Mon, 11 Jan 2021 08:26:24 +0000 https://thestandard.co/?p=441591 ผบ.ตร. เผยอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพปม ‘ยาเคนมผง’ สั่งตรวจสอบส่วนผสม พรุ่งนี้รู้ผล

วันนี้ (11 มกราคม) พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาก […]

The post ผบ.ตร. เผยอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพปม ‘ยาเคนมผง’ สั่งตรวจสอบส่วนผสม พรุ่งนี้รู้ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เผยอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพปม ‘ยาเคนมผง’ สั่งตรวจสอบส่วนผสม พรุ่งนี้รู้ผล

วันนี้ (11 มกราคม) พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียก พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) ประชุมติดตามความคืบหน้า กรณีมีผู้เสียชีวิตติดต่อกันในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) วัดพระยาไกร จำนวน 5 ราย และ สน. สุทธิสาร 1 ราย รวมทั้งหมด 6 ราย โดยมีอายุระหว่าง 21-34 ปี 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ รายงานข้อมูลเบื้องต้นว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า ข้างผู้เสียชีวิตมีวัตถุชนิดผงสีขาวตกอยู่ ซึ่งคาดว่าเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าสารนั้นมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะทราบผลของการคัดแยกสาร แต่ผู้เสียชีวิตทุกรายมีลักษณะคล้ายการเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด แต่ยังไม่ทราบว่าทุกรายมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนผู้บาดเจ็บที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

ขณะที่ พล.ต.อ. สุวัฒน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาลและทั่วประเทศเร่งตรวจสอบการลักลอบใช้สารเสพติด และควบคุมการจำหน่ายยาประเภทยานอนหลับที่มีจำหน่ายตามร้านขายยา ที่ต้องมีการควบคุมจำหน่าย และกำลังตามหาตัวผู้ที่อาจจะนำยาเสพติดออกมาจำหน่าย ซึ่งเชื่อว่ามีทั้งยาที่นำมาจากแนวชายแดนและตามร้านขายยา

 

ขณะเดียวกันได้ให้ทั้งแพทย์ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้มาทดลองวิธีการผสมยาเสพติดตามที่เป็นข่าวว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และแยกสารเสพติดที่อยู่ในของกลางที่ยึดได้ว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจะทำข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณชนให้ทราบถึงความรุนแรงของยาเสพติดชนิดนี้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ผบ.ตร. เผยอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพปม ‘ยาเคนมผง’ สั่งตรวจสอบส่วนผสม พรุ่งนี้รู้ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>