ภคมน หนุนอนันต์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ภคมน-หนุนอนันต์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 23 Jul 2026 05:23:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สื่อมวลชนร้อง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ถูกฟ้อง SLAPPs หลังเสนอข่าวโครงการขุดดินแลกน้ำที่ปราจีนบุรี https://thestandard.co/media-sued-slapps-prachinburi-soil-project/ Thu, 23 Jul 2026 05:23:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1234001 พรทิพย์ โม่งใหญ่ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ภคมน หนุนอนันต์ และ นรเศรษฐ์ ปรัชญากร

ตัวแทนสื่อมวลชนร้องเรียนกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ หลั […]

The post สื่อมวลชนร้อง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ถูกฟ้อง SLAPPs หลังเสนอข่าวโครงการขุดดินแลกน้ำที่ปราจีนบุรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรทิพย์ โม่งใหญ่ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ภคมน หนุนอนันต์ และ นรเศรษฐ์ ปรัชญากร

ตัวแทนสื่อมวลชนร้องเรียนกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ หลังถูกผู้มีอิทธิพลคุกคามและฟ้องหมิ่นประมาท เนื่องจากการนำเสนอข่าวโครงการขุดดินแลกน้ำ ที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ด้านประธานกรรมาธิการฯ รับติดตาม เตรียมลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง และขอเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาบนหลักการ

 

ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับยื่นหนังสือจากสื่อมวลชน เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการฯ ติดตามคดีสื่อมวลชนถูกฟ้อง SLAPPs จากโครงการ ‘ขุดดินแลกน้ำ’

 

พรทิพย์ โม่งใหญ่ บรรณาธิการโต๊ะรายงานข่าวพิเศษ สำนักข่าวเวิร์คพอยต์ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการ พร้อมระบุว่า สืบเนื่องจากทีมข่าวเวิร์คพอยท์ นำโดยตนเองและทีมงานได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการขุดดินแลกน้ำ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ผู้ดำเนินการคู่สัญญาคืออำเภอนาดี ซึ่งมีการประกาศให้คู่สัญญาดำเนินการขุดลอกคูคลอง โดยสามารถนำวัสดุและทรัพยากรธรรมชาตินำไปเป็นรายได้

 

แต่จากข้อเท็จจริงที่ตนได้ลงพื้นที่ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าโครงการดังกล่าว มีความผิดปกติในการดำเนินการ โดยลักษณะการดำเนินการไม่มีการขุดลอกคูคลองตามที่ได้กำหนดไว้ในรายละเอียด แต่เป็นลักษณะของการดูดทรายออกจำนวนมาก และเมื่อได้เสนอข่าวออกไป ตนเองและทีมงานได้ถูกข่มขู่หลายครั้งขณะลงพื้นที่ มีรถยนต์ขับติดตาม หลังจากนั้นก็มีการถูกฟ้องดำเนินคดีตามมา

 

ทั้งนี้ ยังมีสื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ถูกผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจกดดันเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายกับชาวบ้าน 2 คนในพื้นที่ รวมถึงตนที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาจากการโพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊ก ตนจึงนำหลักฐานบางส่วนมามอบให้ทางกรรมาธิการฯ

 

พรทิพย์กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่มายื่นหนังสือในวันนี้ เนื่องจากเป็นแรงต่อสู้ครั้งสุดท้ายในฐานะบรรณาธิการโต๊ะรายงานข่าวพิเศษ เวิร์คพอยท์ทีวี เพราะอีกไม่กี่วัน ตนเองก็จะถูกพ้นสภาพการเป็นพนักงาน จึงอยากทำหน้าที่สื่อครั้งสุดท้าย

 

ภคมน หนุนอนันต์ กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า ขอเป็นกำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนที่ยังคงยึดมั่นในการทำงานบนหลักการอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นลำดับแรก โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คณะทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ได้รวบรวมกรณีการฟ้องร้องเพื่อปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน (SLAPPs) ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงกรณีนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมบรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนในการฟ้องร้องดำเนินคดีมาให้ข้อมูล พร้อมยืนยันว่าการเปิดเผยความจริงถือเป็นจรรยาบรรณพื้นฐานที่สื่อมวลชนพึงกระทำได้ การฟ้องร้องเพื่อปิดปากสื่อมวลชนจึงไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ยังเปรียบเสมือนการปิดบังความจริงของสังคม

 

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ โดยขอเรียกร้องให้บุคคลที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการปิดปากผู้อื่น หันมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนด้วยข้อเท็จจริง และขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนร่วมกันนำเสนอข่าวสารอย่างกล้าหาญเพื่อยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนร่วมวิชาชีพ

The post สื่อมวลชนร้อง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ถูกฟ้อง SLAPPs หลังเสนอข่าวโครงการขุดดินแลกน้ำที่ปราจีนบุรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ พรรคประชาชนจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม หาทางออกจากวงจรคอร์รัปชัน กระทบคนไทยทุกช่วงวัย https://thestandard.co/people-party-opposition-corruption-forum/ Mon, 20 Jul 2026 07:58:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1232887 ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’

พรรคประชาชนจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ภายใต้ชื่อ ‘เกิด แ […]

The post ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ พรรคประชาชนจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม หาทางออกจากวงจรคอร์รัปชัน กระทบคนไทยทุกช่วงวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’

พรรคประชาชนจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ภายใต้ชื่อ ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ เพื่อสะท้อนปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต โดยหยิบยกประเด็นสำคัญที่สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจระดับชาติขึ้นมาสนทนา

ดูภาพข่าว 

 
 

ปัญหาคอร์รัปชันกระทบชีวิตคนไทยทุกช่วงวัย

 

วันนี้ (20 กรกฎาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดงานฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน โดยระบุว่า ปัญหาการคอร์รัปชันมีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทยทุกคน งานดังกล่าวได้จำแนกรูปแบบการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนไทยออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

 

  • การทุจริตที่ทำให้สิทธิของประชาชนลดลง
  • การบังคับให้ประชาชนต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือจ่ายในราคาสูงเกินปกติ
  • การที่ประชาชนต้องรับผลกระทบข้างเคียงจากการคอร์รัปชัน
  • การจ่ายเงินของผู้กระทำผิดเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
  • การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองไม่มีสิทธิ

 

การจัดกลุ่มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่การหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของประชาชนอย่างเป็นระบบ

 

รูปแบบการจัดงานแบ่งออกเป็นการนำเสนอหัวข้อปัญหาที่คนไทยต้องเผชิญ การจัดวงเสวนาเพื่อหาทางออก การนำเสนอพฤติกรรมการทุจริต

 

เปิดขบวนการซื้อสัญชาติและสวมสิทธิสูติบัตร

 

ต่อมา ปิยรัฐ จงเทพ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของกลุ่มทุนข้ามชาติ โดยระบุว่าสัญชาติไทยถือเป็นเครื่องมือสำคัญเบื้องต้นในการทำธุรกรรม การเปิดบัญชีธนาคาร และการถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสมบูรณ์

 

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการเรียกเก็บเงินจำนวน 110,000 บาท ผ่านการติดต่อระหว่างบิดามารดาชาวจีนและนายหน้าในไทย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาลในการแก้ไขเอกสารรับรองการเกิด โดยใช้วิธีนำบุคคลสัญชาติไทยมารับจ้างสวมสิทธิ์เป็นบิดา ก่อนนำเอกสารไปดำเนินการออกสูติบัตรไทยที่สำนักงานเขต ซึ่งสะท้อนถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีการตรวจสอบพยานบุคคลตามกฎหมาย

 

ปัจจุบันพบข้อมูลเบาะแสเด็กที่เกิดจากขบวนการนี้จำนวน 150 ถึง 200 คนจากโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากกว่า 6 แห่ง และประเมินว่าตัวเลขผู้กระทำผิดอาจสูงถึงเกือบหนึ่งพันคน

 

ปิยรัฐระบุว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เป็นการสร้างเครือข่ายระบบนิเวศให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการชาวไทย รวมถึงประเด็นสิทธิทางกฎหมายในระยะยาวที่เด็กกลุ่มนี้จะสามารถสอบเข้ารับราชการหรือลงสมัครรับเลือกตั้งได้ พรรคประชาชนจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งนำระบบนิติวิทยาศาสตร์หรือการตรวจสารพันธุกรรมมาใช้ตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงก่อนการอนุมัติสูติบัตร

 

การทุจริตด้านการศึกษาและต้นทุนแฝงของประเทศ

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายถึงปัญหาการทุจริตในระบบการศึกษาที่ทำให้งบประมาณรั่วไหล โดยยกตัวอย่างโครงการนมโรงเรียนที่มีการเบิกงบประมาณเต็มจำนวนแม้ปริมาณการบริโภคจริงของนักเรียนจะน้อยกว่าโควตาร้อยละ 30 ซึ่งหากคำนวณจากจำนวนโรงเรียนหนึ่งในสิบของประเทศ จะคิดเป็นงบประมาณที่รั่วไหล 300 ถึง 400 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีการจัดซื้อหนังสือเรียนที่สำนักพิมพ์คิดราคาเต็มโดยไม่ให้ส่วนลดเพื่อนำส่วนต่างมาแบ่งปันกับผู้บริหารโรงเรียน ปัญหาเหล่านี้เกิดจากโครงสร้างรัฐที่เปิดช่องว่างให้เกิดการทุจริต

 

พริษฐ์ระบุว่า การทุจริตด้านการศึกษาสร้างต้นทุนแฝงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศสามประการ

 

  • การลดทอนคุณภาพการศึกษาและสุขภาวะของนักเรียน เช่น การได้รับนมด้อยคุณภาพ หรือการขาดโอกาสเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน
  • การบิดเบือนทิศทางนโยบาย โดยงบประมาณถูกนำไปใช้ก่อสร้างอาคารหรือจัดทำแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีราคาสูงเกินจริงแทนการนำไปดูแลสุขภาพและยกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน
  • ผลกระทบต่อค่านิยมของสังคม ซึ่งการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีการทุจริตจะทำให้เยาวชนมองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ

 

พริษฐ์เสนอว่าการแก้ไขปัญหาการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยการเมืองที่มีความโปร่งใสและดำเนินการเอาผิดกับการทุจริตอย่างจริงจัง

 

เจาะปัญหาทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น-การจัดซื้อจัดจ้าง

 

ในวงเสวนาหัวข้อ ‘เราจะออกจากวงจรการคอร์รัปชันได้อย่างไร’ ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน หยิบยกกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบอุปถัมภ์และอิทธิพลในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการใช้เงินซื้อตำแหน่ง

 

ภคมนตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสืบสวนที่มีการลงโทษทางวินัยร้ายแรงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเพียง 5 ราย และดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย โดยไม่มีการดำเนินการขอตรวจสอบเส้นทางการเงินจากหน่วยงานใด พร้อมเสนอให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประสานงานกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบเส้นทางการเงินดังกล่าว

 

ด้าน วิสุทธิ์ ตันตินันทน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาผ่านการผลักดันกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ ภายใต้ชื่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0 เพื่ออุดช่องโหว่การฮั้วประมูลในโครงการผู้รับเหมาชั้นพิเศษ การจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในโครงการที่มูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาท และข้อกำหนดการใช้บัญชีนวัตกรรมที่บังคับใช้หน่วยงานรัฐจัดซื้อพัสดุไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ผ่านผู้รับเหมาเฉพาะกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เสริมสร้างการแข่งขัน และป้องกันการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะเพื่อเอื้อประโยชน์

 

แนวทางสร้างรัฐบาลโปร่งใส รื้อถอนระบอบอุปถัมภ์

 

เพียงพนอ บุญกล่ำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน เสนอแนวทางสร้างรัฐบาลโปร่งใสและจัดการกฎหมายผ่านกลไกสามประการ ประกอบด้วย

 

  • การแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและนำองค์กรวิชาชีพเข้ามามีบทบาท
  • การสร้างระบบรัฐบาลเปิดที่มีฐานข้อมูลเดียวกันซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมโดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน

 

ขณะที่ กษิเดช แดงเดช ทีมนโยบายพรรคประชาชน เสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อสร้างโปรแกรม แฉโกง ปลอดภัย ได้เงิน ซึ่งเป็นกลไกการกันผู้กระทำผิดเป็นพยานและมอบเงินรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสเพื่อสืบหาต้นตอการทุจริต

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน สรุปประเด็นการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันว่า ปัจจุบันระบบอุปถัมภ์ได้พัฒนากลายเป็นเครือข่ายข้ามจังหวัดที่มีการผูกพันกับเครือข่ายของรัฐ หรือ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งควบคุมฐานเสียงและการกระจายทรัพยากร

 

วีระยุทธเสนอแนวทางแก้ไขโดยการสร้างรูปแบบรัฐสมัยใหม่ ที่จัดระบบให้ประชาชนสามารถติดต่อและรับบริการจากรัฐได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านหัวคะแนนหรือคนกลาง เพื่อยับยั้งวงจรการหักหัวคิวและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับประชาชน

 

 

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 1

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 2

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 3

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 4

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 5

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 6

ภาพ สส. พรรคประชาชนร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ 7

The post ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ พรรคประชาชนจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฟอรัม หาทางออกจากวงจรคอร์รัปชัน กระทบคนไทยทุกช่วงวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภคมน’ จี้สางปมบอร์ดสรรหาฟัน ‘นพ.สรณ’ ขาดคุณสมบัติ วอนนายกฯ เร่งนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ถอดถอนพ้นประธาน กสทช. https://thestandard.co/soran-nbtc-chairman-disqualified-removal/ Fri, 17 Jul 2026 07:53:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1231883 ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.พรรคประชาชน แถลงข่าว

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ที่ รัฐสภา ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภ […]

The post ‘ภคมน’ จี้สางปมบอร์ดสรรหาฟัน ‘นพ.สรณ’ ขาดคุณสมบัติ วอนนายกฯ เร่งนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ถอดถอนพ้นประธาน กสทช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.พรรคประชาชน แถลงข่าว

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ที่ รัฐสภา ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้ขาดว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย

 

ภคมนเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเกี่ยวกับประเด็นคุณสมบัติของประธาน กสทช. มาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งการดำเนินงานค่อนข้างประสบอุปสรรคเนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งทางคณะกรรมาธิการฯ ต้องใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกเพื่อขอเอกสารหลักฐานอย่างเป็นทางการ และได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำส่งให้แก่คณะกรรมการสรรหาฯ จนนำมาสู่การที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการฯ นำหลักฐานสำคัญเข้ายื่นต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

สำหรับสาระสำคัญของหลักฐานดังกล่าว พบความขัดแย้งกันของเอกสารสองฉบับ โดยหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาระบุว่า นพ.สรณ ได้ยื่นลาออกตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แต่เอกสารจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยมหิดล กลับยืนยันว่า นพ.สรณ ยังคงประกอบวิชาชีพและได้รับค่าตอบแทนอยู่ ซึ่งตามหลักฐานของกระทรวง อว. ย่อมชี้ชัดว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากยังคงประกอบวิชาชีพและรับค่าตอบแทนในขณะดำรงตำแหน่ง

 

ต่อประเด็นผู้รับผิดชอบกรณีการขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้นนั้น ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า เนื่องจากตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าแต่งตั้ง ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ 4-0 ชี้ขาดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนายกรัฐมนตรีจะต้องนำความขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมถอดถอนประธาน กสทช. ให้เร็วที่สุด

 

โดยในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ จะขอรอดูท่าทีของนายกรัฐมนตรีภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อน หากนายกรัฐมนตรียังคงนิ่งเฉย ทางคณะกรรมาธิการฯ จะดำเนินการส่งหนังสือแสดงความเห็นเพื่อเร่งรัดให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายทันที

 

พร้อมคาดหวังว่าหลังจากนี้ กระบวนการตรวจสอบสถานะและคุณสมบัติของประธาน กสทช. คนใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน จะต้องมีความเข้มงวดรัดกุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประชาชนรับรู้แล้วว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อประโยชน์สาธารณะอย่างยิ่ง

 

นอกจากนี้ ภคมนยังชี้ว่า นพ.สรณ จำเป็นต้องรับผิดชอบทั้งในทางกฎหมายและต่อสาธารณะ โดยในทางกฎหมายจะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ และการประกอบวิชาชีพในขณะดำรงตำแหน่ง ขณะที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ นพ.สรณ จะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลงมติเห็นชอบการควบรวมกิจการค่ายโทรศัพท์มือถือที่ประชาชนต้องแบกรับภาระในปัจจุบัน รวมถึงการอนุมัติวงเงินงบประมาณกองทุน USO หลายพันล้านบาท

 

เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องดูแลผลประโยชน์ของชาติและคลื่นความถี่ที่มีมูลค่ามหาศาล พร้อมย้ำว่า นพ.สรณ ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบต่อสังคมจากสิ่งที่ได้กระทำในฐานะประธานในที่ประชุมอนุมัติเรื่องสำคัญที่ผ่านมาได้

 

ส่วนกรณีข้อกังวลว่า นพ.สรณ อาจใช้สิทธิ์ทางศาลปกครองเพื่อคัดค้านมติของคณะกรรมการสรรหาฯ นั้น ประธานคณะกรรมาธิการฯ มองว่า ถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลในการปกป้องตนเองตามกลไกกฎหมาย แต่เรื่องนี้ใช้เวลาตรวจสอบทอดยาวมานานกว่า 4 ปี จนกระทั่งคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ 4-0 ซึ่งเป็นผลมาจากการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ

 

ดังนั้น ต่อให้มีความพยายามในการใช้กลไกกฎหมายเพื่อปกป้องตนเอง แต่สังคมและสาธารณชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงแล้วว่าบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติตั้งแต่เริ่มต้น จึงเชื่อมั่นว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่กระบวนการยุติธรรมหรือฝ่ายใดจะยื่นมือเข้ามาช่วยปกป้อง นพ.สรณ ในกรณีนี้

The post ‘ภคมน’ จี้สางปมบอร์ดสรรหาฟัน ‘นพ.สรณ’ ขาดคุณสมบัติ วอนนายกฯ เร่งนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ถอดถอนพ้นประธาน กสทช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรศิษฎ์ยืนยันไม่ถอนตัวสอบโกงสอบท้องถิ่น แจงไม่เกี่ยวคณะตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น ย้อนปม ตอน สส.พรรค ปชน. เอี่ยวเว็บพนัน ถามทำไมไม่ลาออก https://thestandard.co/worasit-local-exam-fraud-probe/ Fri, 10 Jul 2026 10:29:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1229258 วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) เวลา 15.45 น. ที่จังหวัดสงขลา วรศิษ […]

The post วรศิษฎ์ยืนยันไม่ถอนตัวสอบโกงสอบท้องถิ่น แจงไม่เกี่ยวคณะตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น ย้อนปม ตอน สส.พรรค ปชน. เอี่ยวเว็บพนัน ถามทำไมไม่ลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) เวลา 15.45 น. ที่จังหวัดสงขลา วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังปรากฏชื่อ สัมฤทธิ์ เรียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง เป็นหนึ่งในรายชื่อที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกสอบนั้น

 

วรศิษฎ์ กล่าวว่า รายชื่อที่ถูกเรียกสอบส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่ง ป.ป.ช. ก็จะเรียกสอบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ที่กระทำความผิดแล้ว หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริต ขณะที่ตนเองอยู่ในฝ่ายบริหารด้านนโยบาย ซึ่งมีการสั่งการให้ไปตรวจสอบ ตนไม่ใช่ผู้ที่ลงไปตรวจหรือชี้ถูกชี้ผิด จึงไม่ต้องกังวลว่าการมีชื่อคนใกล้ชิดของตนจะทำให้ผลการตรวจสอบผิดเพี้ยน ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว มิฉะนั้นผลคงไม่ออกมาเช่นนี้

 

ก่อนจะตั้งคำถามถึงภคมน ว่า “เห็นท่านคอยติดตามผมตลอด ก็ขอบคุณนะครับ ไปไล่หานายกฯ จริง ๆ ทำงานอยู่ ขอบคุณที่ให้ความสนใจ เอาเวลาไปดูเรื่องเฟคนิวส์ในเพจพรรคประชาชนบ้าง”

 

วรศิษฎ์ ยังย้ำว่า การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของบุคคลอื่น ตนอยู่ในฐานะผู้มอบนโยบาย ไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซง และไม่คิดจะเข้าไปแทรกแซงอยู่แล้ว จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ฝ่ายค้านตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี ก็ขอให้ช่วยกันตรวจสอบ โดยขอให้อยู่บนหลักความเป็นจริงด้วย ว่าข้อเท็จจริงควรเป็นอย่างไร และสิ่งที่ปฏิบัติมาควรเป็นอย่างไร

 

วรศิษฎ์ ยังกล่าวย้ำด้วยว่า ตนพร้อมที่จะเข้าไปตอบกระทู้ หากมีเพื่อนสมาชิกตั้งกระทู้ ซึ่งปกติก็มีการตั้งกระทู้ถามอยู่แล้ว และตนก็ตอบทุกครั้งอยู่แล้ว

 

วรศิษฎ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ฝ่ายค้านพยายามจับจ้องมาที่ตนเองเป็นพิเศษ ก็ขอให้ไปถามเขา เพราะตนไม่มีเวลาไปรู้สึกว่าถูกจับผิดอยู่หรือไม่ เนื่องจากงานที่รับผิดชอบก็มากอยู่แล้ว

 

เมื่อถามย้ำว่า ขอแสดงความมั่นใจกับประชาชนหรือไม่ว่า หากวันหนึ่งบุคคลในครอบครัวมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง จะไม่เข้าไปช่วยเหลือ และจะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาใช่หรือไม่ วรศิษฎ์ กล่าวว่า “ไม่มีใครปกป้องใครได้ ถ้าผมปกป้อง ผมก็ตาย ใครเข้ามาปกป้องใครก็ตาย ท่านนายกฯ ชัดเจนที่สุดอยู่แล้วเรื่องนี้ ว่าเกี่ยวกับใคร คนนั้นต้องรับผิดชอบ หากจะปกป้อง และมีกระบวนการที่ทำแบบนั้นได้จริง แล้วทำไมผลจึงออกมาเป็นแบบนี้ เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมา ทุกคนก็เห็นว่าตรงไปตรงมา”

 

เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่า ไม่ต้องแสดงสปิริตในการถอนตัวออกจากคณะกรรมการสอบสวนครั้งนี้ วรศิษฎ์ กล่าวถามกลับว่า “เมื่อช่วงต้นปี ที่คนในพรรคประชาชนโดนจับเรื่องเว็บพนัน แล้วทำไมท่านถึงไม่ลาออกบ้าง หัวหน้าพรรคถึงไม่ลาออกบ้าง กรณีนี้ไม่ต้องรับผิดชอบหรืออย่างไร”

 

วรศิษฎ์ กล่าวย้ำอีกครั้งว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล ต้องแยกให้ออก อย่าเอาการเมืองมาผสมจนเละเทะ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร

The post วรศิษฎ์ยืนยันไม่ถอนตัวสอบโกงสอบท้องถิ่น แจงไม่เกี่ยวคณะตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น ย้อนปม ตอน สส.พรรค ปชน. เอี่ยวเว็บพนัน ถามทำไมไม่ลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนเปิดพิรุธ TOR สร้างช่องโหว่ทุจริตสอบท้องถิ่น แนะรัฐบาลเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ส่วนภูมิภาค https://thestandard.co/pakamon-tor-local-exam-corruption/ Wed, 01 Jul 2026 07:17:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1225540 ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในรัฐสภา

ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายป […]

The post ภคมนเปิดพิรุธ TOR สร้างช่องโหว่ทุจริตสอบท้องถิ่น แนะรัฐบาลเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ส่วนภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในรัฐสภา

ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วันนี้ (1 กรกฎาคม) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีประเด็นสำคัญจากการอภิปรายของ ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้อภิปรายเจาะลึกถึงปัญหาการทุจริตในการจัดสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

 

 
 

โดยมีการวิเคราะห์ข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตแก้ไขคะแนน และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลระดับสูง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคืนอำนาจการจัดสอบให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่ามกลางการประท้วงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล

 

ภคมนเริ่มต้นการอภิปรายโดยกล่าวถึงงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น ซึ่งพบว่ามีการตัดงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดออกไป โดยปกติงบส่วนนี้มักใช้ในภารกิจที่ซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น การตัดงบประมาณดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐส่วนกลางเริ่มเปิดทางให้ท้องถิ่นดำเนินการเองมากขึ้น

 

ทั้งนี้ การตัดงบประมาณดังกล่าวถือเป็นการพิจารณาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เพียงความเสียสละของนายกรัฐมนตรีในการตัดงบประมาณผู้ใต้บังคับบัญชา

 

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนงบประมาณของท้องถิ่นในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 29.35% ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายที่วางไว้ที่ 35%

 

ภคมนจึงเสนอให้รัฐบาลพยายามผลักดันการเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ผ่านการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม การปลดล็อกกฎหมายกระจายอำนาจที่พรรคประชาชนผลักดัน หรือการนำพระราชบัญญัติภาษีบ้านเกิดเมืองนอนของพรรคภูมิใจไทยมาบังคับใช้

 

ที่มาให้อำนาจส่วนกลางจัดสอบ จากคำสั่ง คสช.

 

ภคมนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาการปฏิรูปโครงสร้างท้องถิ่น เนื่องจากปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ มีรายจ่ายประจำที่สูง ทำให้เหลืองบประมาณในการพัฒนาพื้นที่เพียงเล็กน้อย

 

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านการจัดสรรบุคลากรที่ไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิภาพ

 

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือกระบวนการจัดสอบบุคลากร ซึ่งในอดีตท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบเองปีละ 4 ครั้ง แต่ปัจจุบันถูกดึงอำนาจกลับไปที่ส่วนกลางตาม คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยมีข้ออ้างว่าเพื่อป้องกันระบบอุปถัมภ์และการเรียกรับผลประโยชน์หากปล่อยให้ท้องถิ่นดำเนินการเอง

 

การรวมศูนย์อำนาจทำให้ปัจจุบันมีการจัดสอบเพียงปีละ 2 ครั้ง หรือบางปีไม่มีการจัดสอบ ส่งผลให้ท้องถิ่นขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก และนำมาซึ่งปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่จัดโดยส่วนกลางในเวลาต่อมา

 

ภคมนระบุว่า รัฐส่วนกลางมีภาระในการบริหารประเทศอยู่แล้ว จึงไม่ควรใช้ทรัพยากรไปกับภารกิจที่ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ และต้องยุติแนวคิดที่ว่าส่วนกลางปลอดการทุจริตแต่ท้องถิ่นมีการทุจริต

 

เปิดข้อพิรุธ TOR เปิดช่องทุจริตสอบข้าราชการ

 

ภคมนได้ลงรายละเอียดถึงความผิดปกติในการจัดการสอบของส่วนกลาง ซึ่งดำเนินการโดยผู้ชนะการประมูลเพียงรายเดียวที่รับผิดชอบกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การออกข้อสอบ จัดสถานที่ และตรวจข้อสอบ ทำให้ขาดการถ่วงดุลอำนาจ จากการตรวจสอบคดีการทุจริตจัดสอบท้องถิ่น พบรายชื่อผู้เข้าสอบระดับวีไอพีที่มีนามสกุลเชื่อมโยงกับบุคคลระดับสูง

 

ภคมนตั้งข้อสังเกตถึงกรณีโรงงานที่รับพิมพ์กระดาษคำตอบ ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีระบบคิวอาร์โค้ด แต่กระดาษคำตอบกลับไม่มีการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อการตรวจสอบ

 

แม้ทุกฝ่ายจะยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่ข้อมูลจากเอกสาร TOR จำนวน 29 หน้า สะท้อนให้เห็นช่องโหว่ที่อาจเกิดจากการสมยอมระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง โดยมีประเด็นข้อสงสัย ดังนี้:

 

1. การจัดการไฟล์กระดาษคำตอบ: TOR กำหนดให้บันทึกไฟล์สแกนกระดาษคำตอบลงในแฟลชไดรฟ์และส่งให้ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยระบุชั้นความลับระดับสูงสุด แต่กลับไม่มีข้อกำหนดให้ตั้งรหัสผ่านป้องกันไฟล์ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการลักลอบทำสำเนา

2. การขนส่งแฟลชไดรฟ์: TOR ระบุให้ส่งมอบไฟล์ให้ กสถ. ทันที แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน ในกระบวนการขนส่งต้องมีบุคลากรจาก กสถ. ติดตามและจดบันทึกทุก 1 ชั่วโมง ทำให้บุคลากรของ กสถ. ตกเป็นกลุ่มที่น่าสงสัย

3. การแก้ไขคะแนนในไฟล์ Excel: แม้ผู้รับจ้างตรวจข้อสอบจะถูกเพ่งเล็ง แต่ TOR ได้ระบุให้เจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องเข้าตรวจสอบระบบและเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันการล็อกผลสอบล่วงหน้า

4. การรั่วไหลของใบเฉลยข้อสอบ: มีความเป็นไปได้ว่าใบเฉลยอาจรั่วไหลตั้งแต่ขั้นตอนการออกข้อสอบ แม้ TOR จะกำหนดให้กระบวนการทั้งหมดต้องมีหน่วยงานตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. บก.ปปป. รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าร่วมสังเกตการณ์และควบคุมการเข้าออกพื้นที่ด้วยระบบยืนยันตัวตนก็ตาม

 

การทุจริตนี้ถูกเปิดเผยเนื่องจากมีผู้เข้าสอบรายหนึ่งได้ 0 คะแนนและขอตรวจสอบกระดาษคำตอบด้วยความยากลำบาก ภคมนตั้งคำถามว่า หากผู้จัดทำเจตนาให้เกิดความโปร่งใส เหตุใดจึงไม่ประกาศคะแนนสอบอย่างละเอียด หรือแนบไฟล์กระดาษคำตอบให้ผู้เข้าสอบทราบ เนื่องจากมีการสแกนเอกสารเก็บไว้ตาม TOR อยู่แล้ว

 

การประท้วงในสภาและข้อเสนอเพื่อแก้ไขระบบราชการ

 

ระหว่างการอภิปราย ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงต่อประธานการประชุม โดยระบุว่าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาทุจริต แต่การประชุมครั้งนี้เป็นวาระการพิจารณางบประมาณ ขอให้ผู้อภิปรายเข้าสู่ประเด็นการจัดการงบท้องถิ่น โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวเตือนผู้อภิปรายว่าสามารถอ้างอิงหลักการกว้างๆ ได้ แต่หากลงรายละเอียดเชิงพยานหลักฐาน ควรเก็บไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

ภคมนชี้แจงว่า ตนเองทราบกาลเทศะและมีวุฒิภาวะเพียงพอ การนำเสนอรายละเอียดเพื่อชี้ให้เห็นช่องโหว่ของ TOR ที่ทำให้ผู้รับจ้างและมหาวิทยาลัยอ้างความบริสุทธิ์ได้ ต่อมา บุญรวี ยมจินดา สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงในลักษณะเดียวกัน โดยโสภณได้ขอให้สมาชิกใจเย็นและรับฟังการอภิปรายต่อไป

 

ในช่วงท้าย ภคมนสรุปว่า หากไม่มีการแก้ไข ปริมาณงบประมาณที่ส่วนกลางตั้งไว้เพื่อจัดสอบในแต่ละปีจะกลายเป็นเงินทุนต่อยอดให้ระบบการทุจริต ส่งผลให้ระบบราชการส่วนกลางขาดความโปร่งใส ปัญหาทั้งหมดเกี่ยวเนื่องกันในหลายมิติ การแก้ไขต้องเริ่มจากการยกเลิกมรดกของ คสช. เพื่อเปิดทางให้ท้องถิ่นบริหารจัดการกำลังคน ปิดระบบอุปถัมภ์ส่วนกลาง และป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์

 

ภคมนได้ฝากถึงรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยที่มีความสัมพันธ์อันดีกับระบบราชการ ว่าการกระจายอำนาจถือเป็นบททดสอบสำคัญที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

The post ภคมนเปิดพิรุธ TOR สร้างช่องโหว่ทุจริตสอบท้องถิ่น แนะรัฐบาลเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ส่วนภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนตั้งกระทู้ถามปมแชตหลุด-ทุจริตสอบฯ-โยกย้าย ขรก. ด้าน มท.4 ยันไม่เพิกเฉย เดินหน้าแก้ กม. ตัดวงจรปัญหาอย่างยั่งยืน https://thestandard.co/phakamon-interior-ministry-corruption-phuket/ Thu, 25 Jun 2026 09:22:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1222823 ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน กำลังพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (25 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎ […]

The post ภคมนตั้งกระทู้ถามปมแชตหลุด-ทุจริตสอบฯ-โยกย้าย ขรก. ด้าน มท.4 ยันไม่เพิกเฉย เดินหน้าแก้ กม. ตัดวงจรปัญหาอย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน กำลังพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (25 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา โดย ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ได้ถาม อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงปัญหาความไม่โปร่งใสในกระทรวงมหาดไทย ทั้งกรณีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ตที่พัวพันเรื่องอิทธิพลและผลประโยชน์ รวมถึงปมแชตไลน์หลุด ช่วยน้ำเงินด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ชี้แจงแทน

 

ภคมนกล่าวว่า เรื่องนี้ตนพยายามทุกทางแล้วแต่ยังไม่ได้รับความชัดเจน วลีที่สร้างความสั่นสะเทือนคือแชตที่อธิบดีกรมการปกครองพิมพ์หาปลัดจังหวัดภูเก็ตว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และปลัดฯ ตอบกลับว่า “100% ครับนาย” วันนี้ปลัดฯ คนดังกล่าวได้ย้ายกลับพื้นที่แล้วโดยไม่มีการเปิดเผยฐานความผิด ตนอยากถามว่าเรื่องนี้จะปล่อยผ่านใช่หรือไม่ ในเมื่อรัฐมนตรีเคยขึงขังว่าจะตั้งกรรมการสอบ แต่กลับไม่มีความพยายามแสวงหาข้อเท็จจริง จนทำให้รู้สึกว่ากระทรวงมหาดไทยยังยึดหลักธรรมาภิบาลอยู่ไหม หรือค่าของคนอยู่ที่ผลของใคร

 

ด้าน วรศิษฎ์ชี้แจงว่า การสั่งให้ข้าราชการ 5 คนในจังหวัดภูเก็ตไปช่วยราชการก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่ทำเพื่อตรวจสอบและให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง เมื่อครบกำหนดและสอบเสร็จแล้วจึงให้กลับพื้นที่ ส่วนแชตไลน์หลุดนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้นโยบายตรวจสอบไปแล้ว และอยู่ในอำนาจของปลัดกระทรวงฯ ที่จะพิจารณาต่อ สำหรับการโยกย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ แม้ยังไม่ปรากฏผิดถูก แต่ข้อเท็จจริงคือเกิดความแตกแยกในการทำงานร่วมกัน ซึ่งภูเก็ตมีปัญหารุมเร้ามากมายจึงรอไม่ได้ การเปลี่ยนทีมใหม่เข้าไปทำงานเพียง 2 อาทิตย์สามารถออกใบอนุญาตโรงแรมที่ค้างคามาตั้งแต่ปี 61-62 ได้ถึง 20 ใบ เพื่อให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องระแวงการรีดไถ

 

ต่อมา ภคมนได้ถามถึงประเด็นการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่าพยานหลักฐานเริ่มสาวไปถึงฝ่ายการเมือง และมีคลิปเสียงโยงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์กับประชาชนคือแสดงความกล้าหาญทางการเมืองของนายกฯ อนุทิน เพราะปัญหานี้สะท้อนระบบราชการอุปถัมภ์ที่เน่าเฟะจนเด็กรุ่นใหม่หมดศรัทธา ข้าราชการระแวงกันเองว่า “ฉันสอบเธอซื้อหรือไม่” รัฐบาลจะกอบกู้ศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยกลับมาได้อย่างไร และอยากให้สาวเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด อย่าให้เป็นแค่การแสดงแอคชันตรงหน้า

 

วรศิษฎ์ชี้แจงกลับในประเด็นทุจริตสอบว่า ข้อมูลนี้ถูกจับตามาตั้งแต่ปี 2567 โดยนายกรัฐมนตรี (ขณะดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ได้ตั้ง 5 หน่วยงานหลัก อาทิ ป.ป.ช. และ ป.ป.ป. เข้ามาร่วมตรวจสอบอย่างรัดกุม จึงพิสูจน์ได้ว่าต่อให้มีกลุ่มผู้มากบารมีมาซัพพอร์ตก็ไม่ได้ผล ตอนนี้คณะกรรมการมีมติให้ตรวจข้อสอบใหม่แล้ว และนายกรัฐมนตรียืนยันนโยบายชัดเจนว่าไม่ละเว้น ถ้าเจอตอก็จะขุด นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีการแก้กฎหมายให้ท้องถิ่นจัดสอบเองโดยอ้างอิงมาตรฐานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งกฎหมายอยู่ในวาระของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แล้ว เพื่อตัดวงจรปัญหานี้อย่างยั่งยืน

 

ในตอนท้าย ภคมนย้ำว่า ตนไม่ได้บอกว่ามีผู้มีบารมีเกี่ยวข้อง แต่ต้องการให้พิสูจน์ว่ามีฝ่ายการเมืองร่วมด้วยหรือไม่ การซื้อขายตำแหน่งเป็นภาพสะท้อนสังคมที่ปิดตายและกดทับคนธรรมดา ซึ่ง วรศิษฎ์ได้กล่าวทิ้งท้ายยืนยันว่า ตนเห็นด้วยว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก แต่เรื่องนี้ซับซ้อนและมีคนร่วมขบวนการจำนวนมาก ขอเวลาให้ทีมงานมั่นใจว่าเจอตัวแน่

 

“สุดท้ายขอให้มั่นใจว่า พี่น้องข้าราชการที่สอบด้วยความสามารถจะไม่กระทบสิทธิ แต่สำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้รับสภาพ ยังไงก็ต้องโดน” วรศิษฎ์กล่าว

The post ภคมนตั้งกระทู้ถามปมแชตหลุด-ทุจริตสอบฯ-โยกย้าย ขรก. ด้าน มท.4 ยันไม่เพิกเฉย เดินหน้าแก้ กม. ตัดวงจรปัญหาอย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนย้ำนายกฯ เลี่ยงความรับผิดชอบปมทุจริตสอบ ขรก. ท้องถิ่นไม่ได้ ถามอธิบดีปกครองสายแข็งมาจากไหน เจอหลายข้อหาไม่เคยถูกเด้ง https://thestandard.co/pakamon-pm-local-exam-corruption/ Wed, 24 Jun 2026 04:47:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1222104 ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวประเด็นทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

วันนี้ (24 มิถุนายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ […]

The post ภคมนย้ำนายกฯ เลี่ยงความรับผิดชอบปมทุจริตสอบ ขรก. ท้องถิ่นไม่ได้ ถามอธิบดีปกครองสายแข็งมาจากไหน เจอหลายข้อหาไม่เคยถูกเด้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวประเด็นทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

วันนี้ (24 มิถุนายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นว่า จากที่ติดตามการสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีดูตกใจ และน่าจะเป็นคนเดียวในประเทศไทยที่ตกใจ หลังจากการเปิดขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นออกมา

 

ขณะที่ประชาชนคนไทย และในโซเชียลมีเดียไม่มีใครตกใจเรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ชาวบ้านและประชาชนรู้มานานแล้วหรือไม่ แต่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสทำงานเชิงรุก มีการตรวจสอบ และเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามวัฒนธรรมก็มีการเด้งอธิบดีกรมส่งเสริมคนปัจจุบัน

 

แต่ตอนนี้คิดว่าหากต้องการกวาดล้างการทุจริตครั้งนี้จริงๆ น่าจะต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะต้องย้อนกลับไปจะพบรอยต่อว่ามีอธิบดีถึง 2 คนที่ถูกย้ายไป และคนสำคัญที่ลงนามในเอกสารการจัดการขั้นตอนการสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ คืออธิบดีกรมการปกครองที่ชื่อ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ซึ่งก็เป็นเจ้าของแชตข้อความ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ ต้องสาวไปให้ถึงต้นตอและตรวจสอบทั้งขบวนการ วันนี้อย่าให้คนปลายน้ำแค่รับกรรม หรือเป็นแค่คนที่ต้องมาบูชายัญทำให้ดูว่าเด้งแล้วจบ และวันนี้คนที่ปฏิเสธไม่ได้คือคนที่มีลายมือชื่อในเอกสารสำคัญของขั้นตอนการจัดการการสอบครั้งนี้

 

ส่วนมองว่าอธิบดีคนเก่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ภคมนกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการทุกคนที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่ง เพราะทุกคนน่าจะต้องรับรู้รับทราบโดยอัตโนมัติว่าจะมีการตรวจสอบ แต่ว่าการทุจริตตอนนี้ ไม่ทราบว่าใครทราบตื้นลึกแค่ไหน แต่วันนี้พออยู่ในตำแหน่งท่านปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และอธิบดีกรมการปกครองก็ลงนามในเอกสารผู้ชนะการจัดสอบครั้งนี้ ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่ในกระบวนการ หากจะเด้งคนปลายน้ำแล้ว คิดว่าคนต้นน้ำ และกลางน้ำ ก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วยเช่นเดียวกัน

 

“เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่า ในวันนี้ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เขาเด้งกันมาสองเด้งแล้ว สำหรับกระทรวงมหาดไทย ท่านอธิบดีนฤชา ยังอยู่ที่เดิม ไม่สะทกสะท้านเลย ดังนั้น คิดว่าวันนี้สังคมตั้งคำถามหนักเข้าไปอีกว่า แชตช่วยน้ำเงินด้วย ก็ยังไม่มีการจัดการ และเมื่อเป็นคนในกระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยหน้าที่ก็ยังไม่ได้ถูกจัดการ จึงต้องตั้งคำถามว่า ท่านเป็นใครกันแน่ สายแข็งขนาดไหน ทำไมถึงไม่กระทบเลย ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น” ภคมนกล่าว

 

ส่วนที่นายกรัฐมนตรียกเลิกผลสอบยกชุด เพราะจะมีการบรรจุข้าราชการ หลังพบขบวนการทุจริตมองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดหรือไม่ ภคมนกล่าวว่า สุดท้ายแล้วการจัดการกระบวนการทุจริตครั้งใหญ่ของไทยในครั้งนี้ ต้องอาศัยความกล้าหาญทางการเมือง ซึ่งคนเดียวที่ต้องใช้คือนายกรัฐมนตรีที่จะทำให้เรื่องนี้มันกระจ่างแจ้งขึ้นมาว่าสุดท้ายแล้วสาเหตุอยู่ตรงไหน และทำให้สังคมรู้จริงๆ สักทีว่านายกรัฐมนตรีเพิ่งรู้ครั้งแรก

 

ภคมนย้ำว่า วันนี้ฝ่ายการเมืองจะกล้าหาญจัดการกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ ต่อให้บอกว่า ขยะเหล่านี้อยู่ใต้พรมก่อนที่จะรับหน้าที่ นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความกล้าหาญทางการเมืองให้สาธารณชนเห็น รวมไปถึงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศนี้

The post ภคมนย้ำนายกฯ เลี่ยงความรับผิดชอบปมทุจริตสอบ ขรก. ท้องถิ่นไม่ได้ ถามอธิบดีปกครองสายแข็งมาจากไหน เจอหลายข้อหาไม่เคยถูกเด้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนเผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เตรียมเรียกปลัดมท.-กรมการปกครองหากเบี้ยวแจงปม ‘น้ำเงินช่วยด้วย’ อีก เตือน ขรก. แคร์สายตาประชาชน https://thestandard.co/pakamon-summons-interior-ministry-help-blue/ Thu, 18 Jun 2026 03:59:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1219885 ภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวประเด็นการเรียกหน่วยงานรัฐชี้แจง

วันนี้ (18 มิถุนายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พร […]

The post ภคมนเผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เตรียมเรียกปลัดมท.-กรมการปกครองหากเบี้ยวแจงปม ‘น้ำเงินช่วยด้วย’ อีก เตือน ขรก. แคร์สายตาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวประเด็นการเรียกหน่วยงานรัฐชี้แจง

วันนี้ (18 มิถุนายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณากรณีช่วยน้ำเงินด้วยในวันนี้ ว่า วันนี้มีการเชิญอธิบดีกรมการปกครองและปลัดกระทรวงมหาดไทยมาอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าการประชุมที่กำลังจะเริ่มขึ้น มีตัวแทนทั้ง 2 หน่วยงานเข้ามาร่วมประชุมหรือไม่ แต่คาดหวังว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ กมธ. จะเค้นเอาความผิดของบุคคลใดคนหนึ่ง แต่อยากให้กรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทยที่มีข้อกังขามากมาย ได้ตอบคำถามประชาชน และเคลียร์ไปทีละเรื่อง ซึ่งการที่ตนนั่งเป็นประธานกมธ. ไม่ใช่ศาล เราไม่ตัดสินใครอยู่แล้ว เพียงแต่อยากใช้พื้นที่ กมธ. เป็นเวทีกลางให้กับพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องช่วยน้ำเงินด้วย และการขยายกรอบอำนาจของเครือข่ายสีน้ำเงิน

 

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมองว่าเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย แต่นี่คือการขยายอำนาจแบบที่ไม่แคร์พี่น้องประชาชนเลย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเป็นการลุแก่อำนาจที่ข้าราชการไม่รู้สึกตระหนักแล้วว่าตัวเองเป็นกลางทางการเมือง แล้วถ้าวันนี้มีความผิดพลาดอะไร ท่านบอกว่าใช้ไลน์สาธารณะ เรื่องนี้ในฐานะ กมธ. และ สส. ฝ่ายค้าน ต้องตามให้ถึงที่สุด” ภคมนกล่าว

 

ภคมนกล่าวต่อว่า อย่างน้อยประชาชนต้องรู้ว่าคณะกรรมการสอบที่นายกรัฐมนตรีบอกเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มต้นขึ้นแล้วหรือไม่ เพราะข้อมูลล่าสุด กมธ. ได้จากหน่วยงานที่มาชี้แจงครั้งที่ผ่านมานั้น ก็ยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปของเรื่องการย้ายผู้ว่าฯ เราจะยังเชื่อมั่นได้อย่างไรในเรื่องเมื่อเรื่องแรกท่านยังไม่สะสาง ฉะนั้น ตนจึงอยากจะขอร้องตรงนี้ว่า กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ควรจะแคร์สายตาประชาชน และออกมาชี้แจงเรื่องต่างๆให้ถูกต้อง และไม่ว่าท่านจะทำอะไรหลังจากนี้ ประชาชนจับตาอยู่

 

เมื่อถามว่า หากไม่มาชี้แจงจำเป็นต้องใช้อำนาจในการเรียกหรือไม่ ภคมนกล่าวว่า ยังไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น เพราะเราคาดหวังว่าคนเป็นข้าราชการ หรือหน่วยงานของกรมการปกครอง ควรจะมีความรับผิดชอบต่อประชาชน หรือควรจะมีความรับผิดชอบต่อข้อกังขาของประชาชนตั้งคำถาม แต่ท้ายที่สุดแล้วถ้าตนพยายามถึงที่สุด ในการหาคำตอบให้กับสาธารณชน ท่านยังไม่ให้ความร่วมมือ ก็ต้องใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในการหาคำตอบให้กับสังคมให้ได้

 

ส่วนกรณีที่อาจจะมีข้อกังขาว่าในหน่วยงานมีการปกป้องกันเอง ภคมนกล่าวว่า ไม่ต้องเป็นข้อกังขา แต่ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศในการประชุม กมธ. ครั้งที่ผ่านมามีบรรยากาศแบบนั้นอยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมรองอธิบดีกรมการปกครอง จำเป็นจะต้องปกป้องบุคคล ทำไมไม่ปกป้ององค์กรหรือประชาชน วันนี้ไม่ว่าข้าราชการซีไหน สิ่งที่ท่านต้องปกป้องคือพี่น้องประชาชน แล้วพี่น้องจะอยู่อย่างไรถ้าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ท่านก็ดูไม่ได้สนใจที่จะปกป้องสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้สักเท่าไหร่ นี้คือสิ่งที่สาธารณประโยชน์ ควรจะต้องจับตาต่อไป

 

“ดิฉันยืนยันอีกครั้งว่าจะต้องแยกบทบาทระหว่างการเป็นสส. ฝ่ายค้านและประธานกมธ. และยืนยันว่าอายุเท่านี้แล้ว ดิฉันมีวุฒิภาวะมากพอ เพียงแต่ท่านเองต้องไม่มีอคติในการเข้ามาในกมธ. และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องแคร์ดิฉัน แต่ท่านต้องแคร์ประชาชน ท่านต้องแคร์ว่าวันนี้ประชาชนมององค์กรและพวกท่าน ในสายตาพวกเขาเป็นแบบไหน เคลียร์ข้อครหานั้นแล้วท่านจะได้เดินหน้าทำงานเรื่องอื่นต่อไป วันนี้ต่อให้ท่านบอกว่าจะตรวจสอบสิ่งใดก็ตาม ใครจะเชื่อ ว่าท่านจะตรวจสอบอะไรได้ ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรของท่าน ท่านยังไม่กล้าที่จะตรวจสอบมันอย่างจริงๆจังๆ ดังนั้นติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง พี่น้องประชาชนจับตาดูท่านอยู่” ภคมน กล่าว

The post ภคมนเผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เตรียมเรียกปลัดมท.-กรมการปกครองหากเบี้ยวแจงปม ‘น้ำเงินช่วยด้วย’ อีก เตือน ขรก. แคร์สายตาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ปชน. ระบุขอรอ DSI เปิดชื่อหลังพบ ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex ยืนยันหากพบเกี่ยวข้อง ไม่ปกป้องพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง https://thestandard.co/prachachon-dsi-pawut-forex/ Thu, 18 Jun 2026 03:44:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1219878 ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีคดี Forex

วันนี้ (18 มิถุนายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ แ […]

The post โฆษก ปชน. ระบุขอรอ DSI เปิดชื่อหลังพบ ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex ยืนยันหากพบเกี่ยวข้อง ไม่ปกป้องพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีคดี Forex

วันนี้ (18 มิถุนายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปรากฏรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับคดี Forex ว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยังไม่แถลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการโยนหินถามทางและเดารายชื่อว่าเป็นบุคคลใด ซึ่งมองว่าอาจไม่เป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา โดยพรรคประชาชนรอให้มีการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการจาก DSI หากพบว่ามี สส. พรรคประชาชนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวข้องในความผิดระดับใด ยืนยันว่ามีคำชี้แจงแน่นอน และไม่ว่าบุคคลคนนั้นจะเป็นใคร ต้องชี้แจงให้กับสาธารณะถึงรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องอย่างไร และพรรคประชาชนไม่เคยปกป้องคนผิด

 

“วันนี้ขอความเป็นธรรมกับพวกเราสักนิดหนึ่ง ให้ DSI เปิดรายชื่อมาก่อน ต่อให้ตรงหรือไม่ตรง 100% ก็ตาม จะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เรียนด้วยความสัตย์จริง ต่อให้เป็นโฆษกพรรค แต่เมื่อไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่ได้พูดคุยถึงรายละเอียดของแต่ละบุคคลว่าที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้าง ยืนยันว่าเมื่อมีการเปิดชื่อจาก DSI หากมีบุคคลหรือ สส. ของพรรคประชาชนที่เกี่ยวข้องจะมีการแถลงการณ์ถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นแน่นอน ยืนยันว่าถ้าสิ่งนั้นเป็นความผิดที่รับไม่ได้ มีคดีออกมาชัดเจน พรรคประชาชนไม่เคยปกป้องคนผิด” ภคมนกล่าว

 

ภคมนระบุว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเห็นจากหน้าข่าว และยังไม่มีการพูดคุยกับภาวุธ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันตามข่าวว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง และขอให้ DSI เปิดรายชื่อก่อน ถ้าจะเปิดวันนี้หรือวันไหนขอให้มีชื่ออย่างชัดเจน และพรรคประชาชนจะแถลงรายละเอียดหากพบว่ามีบุคคลในพรรคเกี่ยวข้อง

 

เมื่อถามว่ามีข้อมูลว่าพรรคประชาชนพยายามจะล็อบบี้ DSI ให้เลื่อนการเปิดเผยชื่อออกไป ภคมนระบุว่า ไม่ทราบ เรียนด้วยความสัตย์จริง เห็นเพียงข่าวว่า DSI จะมีการแถลง และในข่าวไม่ได้ระบุว่าจะแถลงวันไหน แต่ก็ทราบว่าจะแถลงในวันพรุ่งนี้ (19 มิถุนายน) ขอรอดูทีเดียว หากเปิดมาแล้วพบว่าคนในพรรคประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องมีการชี้แจงต่อประชาชนอย่างแน่นอน ขอความเป็นธรรมกับบุคคลที่มีรายชื่อถูกกล่าวหา ต้องรอดูข้อเท็จจริงจากการแถลงของ DSI

 

“เพราะวันนี้ถ้าเดากันไปก็เดาไปได้ ตัวอักษรภาษาไทยมีเยอะแยะมากมาย ดังนั้นคิดว่าใจเย็นกันสักนิด ยืนยันพรรคประชาชนน้อมรับกับทุกสิ่งทุกอย่าง รับผิดชอบกับสาธารณะ ไม่ว่าใครจะมีข้อกล่าวหาแบบไหนเราสามารถชี้แจงกับสาธารณะได้ หากข้อกล่าวหานำไปสู่การดำเนินคดีหรือมีคดีของบุคคลนั้นในพรรค พรรคประชาชนไม่ปกป้องคนผิดแน่นอน” ภคมนกล่าว

 

ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อพรรคประชาชนในสนามเลือกตั้ง กทม. หรือไม่ ภคมน ระบุว่า ไม่ว่ากิจกรรมใดมีผลทางการเมืองทั้งหมด แต่คงไม่ได้เรียกร้อง หรือบอกว่าเรื่องนี้คือเกมทางการเมืองให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น โดยเรามีหน้าที่รับมือและแก้ไขและน้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

The post โฆษก ปชน. ระบุขอรอ DSI เปิดชื่อหลังพบ ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex ยืนยันหากพบเกี่ยวข้อง ไม่ปกป้องพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. พัฒนาการเมืองฯ สางความจริงปมแชทหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ขณะอธิบดีปกครองส่งตัวแทนเข้าชี้แจง https://thestandard.co/political-chat-leak-probe/ Thu, 11 Jun 2026 08:16:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1217246 ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่มี ภคมน หนุนอนันต์ เป็นประธาน และวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจง

ในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลช […]

The post กมธ. พัฒนาการเมืองฯ สางความจริงปมแชทหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ขณะอธิบดีปกครองส่งตัวแทนเข้าชี้แจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่มี ภคมน หนุนอนันต์ เป็นประธาน และวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจง

ในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ (11 มิถุนายน) วาระพิจารณาข้อร้องเรียนกรณีการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของอธิบดีกรมการปกครอง จากเหตุการณ์ที่มีข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์สั่งการว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย”

 

 
 

โดยอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตผู้รับข้อความเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ว่า การตอบรับคำสั่งเป็นไปตามมารยาททางสายบังคับบัญชา แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้มีการช่วยเหลือพรรคการเมืองใด

 

ขณะที่ผู้แทนจากหน่วยงานตรวจสอบระบุตรงกันว่า หากผู้บังคับบัญชาละเว้นการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในกรณีดังกล่าว จะเข้าข่ายมีความผิดทั้งทางวินัยและอาจรวมถึงทางอาญา

 

อธิบดีปกครองมอบหมายรองอธิบดีชี้แจงแทน

 

การประชุมเริ่มต้นในเวลา 09.30 น. โดยมี ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ขณะที่ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้มอบหมายให้ วินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงแทน พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งขอเลื่อนการเข้าชี้แจงเป็นวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เนื่องจากติดภารกิจเร่งด่วน

 

อย่างไรก็ตาม ภคมนระบุว่า คาดหวังให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงด้วยตนเองเพื่อตอบคำถามต่อสังคม และต้องการให้องค์กรอิสระแสดงบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเท่าเทียม โดยการตอบคำถามของวินัยจะถือเป็นคำชี้แจงในนามของอธิบดีกรมการปกครอง

 

อดีตปลัดภูเก็ตย้ำไม่รู้จักพรรคการเมืองใด

 

รุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงถึงกรณีที่ถูกสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่กรมการปกครองเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 โดยมีผลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุเหตุผลว่า ได้รับการร้องเรียนเรื่องผลประโยชน์จากผู้ประกอบการสถานบันเทิง

 

รุ่งเรืองอธิบายว่าตนเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 และได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะจำนวน 2 แปลง ได้แก่ พื้นที่ขนาด 165 ไร่ และบริเวณหาดบางเทา จากนั้นมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดต่อมาแจ้งว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ในกระทรวง ประกอบกับมีกระแสข่าวในพื้นที่เรื่องการโยกย้าย ก่อนที่จะมีคำสั่งย้ายตนและข้าราชการอีก 5 ราย

 

รุ่งเรืองระบุว่าการสั่งย้ายดังกล่าวเป็นการจัดฉากเพื่อลดความน่าเชื่อถือของตนในพื้นที่ ทั้งที่กระบวนการพิจารณาทางวินัยในเรื่องที่ถูกร้องเรียนได้เสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ ตนเองไม่ได้รู้จักกับนักการเมืองกลุ่มใด แต่จากการจับกุมที่หาดบางเทาพบว่ากลุ่มการเมืองในพื้นที่มีความสนิทสนมกับผู้ต้องหา จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการถูกย้าย ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับเรื่องข้อความสนทนาทางไลน์

 

“100% ครับนาย” ตอบเพราะปฏิเสธไม่ได้ แต่ไม่มีอำนาจช่วยพรรคไหน

 

ในประเด็นข้อความสนทนา รุ่งเรืองได้นำเสนอหลักฐานแชทที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งมีข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” รวมถึงการรายงานสัดส่วนความนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในจังหวัดภูเก็ต

 

รุ่งเรืองชี้แจงว่าการตอบกลับไปว่า “100% ครับนาย” เป็นการตอบในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ แต่ในข้อเท็จจริงตนไม่สามารถช่วยเหลือพรรคการเมืองใดได้เนื่องจากเพิ่งย้ายเข้าไปดำรงตำแหน่ง

 

ส่วนการส่งข้อมูลโพลนั้น ตนไม่ได้เป็นผู้จัดทำโพล แต่เป็นการรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามระบบ โดยข้อมูลมาจากระดับตำบลและหมู่บ้านส่งผ่านปลัดอำเภอมายังหน้าห้องของตน

 

เอกพล ณ พัทลุง สส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย สอบถามถึงเหตุผลในการเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในช่วงเวลานี้ ซึ่งรุ่งเรืองระบุว่ามีความประสงค์จะเปิดเผยข้อมูลมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน

 

ภคมนตั้งคำถามถึงรูปแบบการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของกรมการปกครอง วินัยชี้แจงว่า กรมการปกครองดำเนินการสั่งงานตามระบบราชการปกติ ไม่เคยมีการสั่งงานผ่านไลน์ โดยไลน์จะใช้สำหรับการประชาสัมพันธ์และรายงานผลการดำเนินงานเท่านั้น แต่รุ่งเรืองแย้งว่า ที่ผ่านมามีการสั่งการผ่านไลน์จริง

 

ยืนยันข้าราชการยึดมั่นความเป็นกลาง

 

ภคมนสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำอธิบายที่ระบุว่าเป็นไลน์สาธารณะ วินัยอธิบายว่าเป็นไลน์เฉพาะกลุ่มระหว่างนายอำเภอกับผู้บังคับบัญชา ซึ่งทางอธิบดีได้ชี้แจงเรื่องนี้ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

วินัยยังยืนยันว่า ในช่วงการเลือกตั้ง ฝ่ายปกครองทุกระดับยึดมั่นในความเป็นกลางทางการเมือง มีการซักซ้อมและออกหนังสือสั่งการอย่างชัดเจน กรมการปกครองไม่เคยจัดทำโพล และบุคลากรของกรมได้รับการร้องเรียนเรื่องความเป็นกลางในจำนวนที่น้อยมาก

 

สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกว่า 300 ตำแหน่งในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นการปรับเปลี่ยนตามวาระปกติที่มีผู้เกษียณอายุราชการ โดยดำเนินการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเป็นอำนาจการสรรหาของ กกต. กรมการปกครองไม่ได้เป็นผู้ส่งรายชื่อ

 

พิชานนท์ อิงประสาร สส. ตราด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ สอบถามรุ่งเรืองว่า การส่งข้อมูลโพลการเมืองถือเป็นหน้าที่ของปลัดจังหวัดหรือไม่ พร้อมอ้างอิงถึงหน้าที่ของฝ่ายปกครองที่ต้องวางตัวเป็นกลาง

 

ด้าน มนพร เจริญศรี สส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตถึงผลการเลือกตั้งในจังหวัดภูเก็ต ที่พรรคประชาชนได้รับชัยชนะ 2 เขต และพรรคกล้าธรรม 1 เขต ซึ่งขัดแย้งกับข้อความการตอบรับ หากมีการช่วยเหลือพรรคภูมิใจไทยจริง พรรคภูมิใจไทยควรจะชนะทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง

 

เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส. กทม. พรรคประชาชน ได้สอบถามถึงผู้สั่งทำโพลและความหมายที่นายรุ่งเรืองเข้าใจจากข้อความ วัชรพงษ์ ศิริรักษ์ สส.ระยอง พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งคำถามเปรียบเทียบว่าหากข้อความเปลี่ยนเป็น “ช่วยส้มด้วย” จะมีความเหมาะสมหรือไม่ พร้อมให้ข้อมูลว่ามีปลัดปกครองอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ส่งข้อความในกลุ่มปลัดอำเภอขอให้ช่วยผู้สมัครพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งวินัยได้รับทราบข้อมูลและระบุว่าจะส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

 

ชานนท์ แก่นสวาท นิติกรชำนาญการจาก ก.พ. ให้ข้อมูลด้านระเบียบวินัยว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ หากพบว่ามีมูลจะเข้าข่ายความผิดฐานไม่เป็นกลางทางการเมือง และขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ห้ามข้าราชการช่วยเหลือการหาเสียง การพิจารณาความหมายของข้อความจะต้องดูบริบทโดยคณะกรรมการสอบสวน หากผู้บังคับบัญชาละเลยไม่ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวน จะถือว่ามีความผิดทางวินัย

 

ขณะที่ผู้แทนจาก ป.ป.ช. ชี้แจงสอดคล้องกันว่า การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชามีโทษทางวินัย และหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง อาจมีความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

 

ไม่ทราบมหาดไทยตั้ง คกก. ไต่สวนข้อความแชทแล้วหรือไม่

 

ในส่วนของความคืบหน้าเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข้อความแชท วินัยชี้แจงว่า เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนใดๆ อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อมูลตามลำดับชั้น

 

ในช่วงท้ายการประชุม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส. นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามวินัยย้ำในประเด็นนี้อีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่ามีการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งวินัยตอบในท้ายที่สุดว่า ไม่ทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วหรือไม่

 

ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เสนอให้ผู้แทนกรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดตามข้อเท็จจริง ไม่ว่าผลการตรวจสอบจะนำไปสู่การลงโทษในระดับใด วรา จันทร์มณี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ แย้งว่าผลการสอบสวนเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้มงวดในการพิจารณาโทษหากพบการกระทำผิด ซึ่งชนนพัฒฐ์ระบุเพิ่มเติมว่าต้องการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานได้ดำเนินการตามขั้นตอน

 

วินัยชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีไลน์ของอธิบดีว่า ตามหลักการมีการสื่อสารผ่านไลน์ระหว่างผู้บังคับบัญชาจริง แต่ไม่ได้มีการสั่งการทางไลน์มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และตนไม่ทราบว่าบัญชีไลน์ของอธิบดีเป็นบัญชีเดียวกับที่ใช้สั่งการปลัดจังหวัดภูเก็ตหรือไม่

The post กมธ. พัฒนาการเมืองฯ สางความจริงปมแชทหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ขณะอธิบดีปกครองส่งตัวแทนเข้าชี้แจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. พรรคประชาชนยื่นหลักฐานสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ปมควบตำแหน่ง-รับรายได้เอกชน https://thestandard.co/people-party-nbtc-chair-probe/ Fri, 05 Jun 2026 08:38:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1214925 รักชนก ศรีนอก และ ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน ยื่นหนังสือ

รักชนก ศรีนอก และ ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พ […]

The post สส. พรรคประชาชนยื่นหลักฐานสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ปมควบตำแหน่ง-รับรายได้เอกชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักชนก ศรีนอก และ ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน ยื่นหนังสือ

รักชนก ศรีนอก และ ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือและหลักฐานต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของศาสตราจารย์คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. โดยอ้างอิงข้อมูลการดำรงตำแหน่งอื่นและการรับรายได้จากภาคเอกชนซึ่งอาจขัดต่อกฎหมาย

 

รักชนกเปิดเผยว่า หลักฐานสำคัญที่นำมายื่นคือรายงานของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ชุดที่ผ่านมา ซึ่งพลเมืองดีเป็นผู้ส่งมอบให้ โดยเลขาธิการวุฒิสภาได้เคยยืนยันการมีอยู่จริงของรายงานฉบับนี้ในชั้นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎรชุดก่อน แม้รายงานดังกล่าวจะยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาเนื่องจากหมดวาระลงก่อน แต่ข้อมูลและข้อเท็จจริงในรายงานยังคงเดิม โดยมีการระบุถึงพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการขาดคุณสมบัติในสองกรณีหลัก

 

กรณีแรกเกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพและรับรายได้ระหว่างดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ข้อมูลจากหนังสือลับของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ อว78/00149 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ระบุว่า นพ. สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและทำหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นเวลาก่อนหน้าการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพียงหนึ่งวัน และยังมีสถานะเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง

 

นอกจากนี้ ข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ประจำปีภาษี 2565 จากกรมสรรพากร ปรากฏข้อมูลว่า นพ. สรณยังคงมีเงินได้ประเภทวิชาชีพอิสระจากการประกอบโรคศิลปะ จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นห้วงเวลาหลังจากการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว

 

อีกทั้งในปีภาษี 2565 และ 2566 ยังมีหลักฐานการรับรายได้จากบริษัท เมอร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ โดยเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) อันเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระอื่นระหว่างดำรงตำแหน่ง

 

กรณีที่สองคือประเด็นการได้รับเลือกเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ โดยเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารมีมติเลือก นพ. สรณเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งมีผลสมบูรณ์ทันทีตามกฎหมายก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพียงหนึ่งวัน

 

แม้ นพ. สรณจะมีหนังสือแจ้งธนาคารเพื่อขอยังไม่เข้ารับตำแหน่งระหว่างรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย และได้ขอถอนเรื่องออกในเวลาต่อมา แต่ในทางกฎหมายไม่ได้มีการยื่นใบลาออกต่อบริษัทตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ผู้ร้องจึงระบุว่าการกระทำดังกล่าวไม่มีผลเป็นการลาออก และทำให้ นพ. สรณยังมีสถานะเป็นกรรมการธนาคารมาตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2565

 

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว รักชนกระบุว่า นพ. สรณเข้าข่ายเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา 7 ข. (12), มาตรา 8 และมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 18 และมาตรา 20 อย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการสรรหาฯ ปฏิบัติหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดระเบียบความถูกต้องในองค์กรอิสระ

 

ด้านภคมนได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลและอนุมัติเม็ดเงินมหาศาลจากทรัพยากรคลื่นความถี่ของประเทศ เมื่อมีกรณีที่บุคคลมีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจน รัฐบาลจึงต้องแสดงท่าทีในการตรวจสอบและไม่ควรละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้อิทธิพลทางการเมืองที่เรียกว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในการเข้าครอบงำองค์กรอิสระ หรือการละเว้นการตรวจสอบบุคคลที่มีปัญหาด้านคุณสมบัติทางกฎหมายเพื่อรักษาอำนาจในการอนุมัติงบประมาณ

 

พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า ความน่าเชื่อถือของ กสทช. และประโยชน์ที่สังคมจะได้รับ ต้องเริ่มต้นจากการมีความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายของตัวประธานองค์กรเป็นพื้นฐานแรก

The post สส. พรรคประชาชนยื่นหลักฐานสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ปมควบตำแหน่ง-รับรายได้เอกชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เงาสีส้ม ชี้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้าน ไม่แก้วิกฤตระยะยาว ห่วงแลนด์บริดจ์เป็นเหตุพึ่งพามหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง https://thestandard.co/shadow-cabinet-loan-landbridge-crisis-warning/ Wed, 06 May 2026 06:55:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1204284 ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์

การประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชนนัดแรก […]

The post ครม. เงาสีส้ม ชี้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้าน ไม่แก้วิกฤตระยะยาว ห่วงแลนด์บริดจ์เป็นเหตุพึ่งพามหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์

การประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชนนัดแรก นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เสนอแนวทางการบริหารประเทศโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมประเมินนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน

 

 
 

ครม. เงาได้หยิบยกประเด็นผลกระทบระดับมหภาคที่สำคัญขึ้นมานำเสนอ ได้แก่ ความเสี่ยงจากการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โครงการแลนด์บริดจ์ที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และการจัดสรรงบประมาณเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในภาคการขนส่งและประมง

 

ห่วง พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้าน เพียงหวังคะแนนนิยม

 

ในประเด็นการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ณัฐพงษ์ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเป็นการใช้งบประมาณระยะสั้นโดยปราศจากหลักการ เพื่อหวังผลด้านคะแนนนิยม และขาดการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์สงครามที่อาจยืดเยื้อ โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ใช้งบประมาณแบบหว่านแห และแสดงแผนการชำระหนี้ต่อสาธารณะ

 

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขยายความว่า แผนการจัดสรรงบประมาณ 200,000 ล้านบาทในโครงการคนละครึ่ง เป็นการเยียวยาที่ไม่มีการคัดกรอง ทำให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงอาจไม่ได้รับความช่วยเหลือ ในขณะที่โครงการไทยช่วยไทยพลัสมีแผนการใช้งบประมาณทั้งหมดภายในระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งหากวิกฤตพลังงานยังคงยืดเยื้อ รัฐบาลจะไม่มีข้อต่อรองทางการคลังสำหรับการกู้ยืมครั้งใหม่

 

ส่วนงบประมาณอีก 200,000 ล้านบาทที่จัดสรรสำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจนั้น คณะรัฐมนตรีเงาประเมินว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนถึงขั้นต้องออกเป็น พ.ร.ก. และเสนอให้รัฐบาลทบทวนรายละเอียดเพื่อนำเสนอเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน

 

ศิริกัญญาเปิดเผยด้วยว่า พรรคประชาชนอยู่ระหว่างการปรึกษากันภายในว่าจะมีการยื่นส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ โดยได้รับทราบมาว่า พรรคประชาธิปัตย์จะขอเสียงในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย คงจะต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพรรค เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นตัวคำร้อง ต้องดูว่าเห็นตรงกันหรือไม่ในแต่ละประเด็น ก่อนที่จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

 

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ หากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน ก็อาจจะมีการชะลอการนำ พ.ร.ก.เข้ามาให้อนุมัติเห็นชอบในสภาฯ

 

หวั่นแลนด์บริดจ์ซ้ำรอย EEC เตือนอย่าทิ้งไพ่ให้มหาอำนาจฝ่ายเดียว

 

สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ณัฐพงษ์แสดงข้อห่วงใยว่าโครงการนี้อาจสร้างปัญหาซ้ำรอยโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และอาจพาประเทศไทยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจหากรัฐบาลตัดสินใจบนปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากขาดความคุ้มค่าทางการเงิน

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า แม้รัฐบาลจะมอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศึกษาโครงการเพิ่มเติมเป็นเวลา 90 วัน เพื่อลดแรงเสียดทาน แต่โครงการดังกล่าวยังอยู่ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งเป็นการให้อำนาจพิเศษข้ามผ่านกฎหมายเดิมและมีความเสี่ยงที่จะขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

 

ในด้านการเงิน โครงการนี้มีอัตราผลตอบแทนเพียง 4% และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิติดลบ 40,000 ล้านบาท รัฐบาลจึงควรพิจารณาปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรอบคอบ และกระจายความเสี่ยงโดยการร่วมลงทุนด้านเทคโนโลยีกับหลายประเทศแทนการพึ่งพามหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง

 

ขณะที่ ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวเสริมว่า รัฐบาลควรชี้แจงเป้าหมายที่แท้จริงของการสร้างนิคมอุตสาหกรรมภายใต้ร่าง พ.ร.บ. SEC และระบุให้ชัดเจนว่าเม็ดเงินทางเศรษฐกิจจะตกสู่กลุ่มใด พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินจำนวน 500 ไร่โดยบริษัทตัวแทนที่คนในพื้นที่รู้จักในนาม ‘อาม่า’

 

นอกจากนี้ ภคมนยังกล่าวถึงกรณีที่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยกเลิกการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน และวิจารณ์การชี้แจงของนายกรัฐมนตรีที่ใช้ภาพลักษณ์ส่วนตัวมารับประกันว่าจะไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้ทุนต่างชาติเช่าที่ดิน ว่าเป็นการชี้แจงที่ขาดความรับผิดชอบและขาดข้อเท็จจริงรองรับ

 

ด้าน พิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน เสนอว่า รัฐบาลต้องใช้จุดยุทธศาสตร์ที่ตั้งของประเทศเป็นเครื่องมือในการต่อรอง หากมีมหาอำนาจพร้อมลงทุนในโครงการที่ไม่คุ้มค่าทางการเงิน รัฐบาลต้องสามารถตอบคำถามได้ว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรอง ทำให้ไทยเป็นแหล่งดึงดูดเทคโนโลยี และเพิ่มความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายต่างประเทศได้จริงหรือไม่

 

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 1

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 2

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 3

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 4

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 5

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 6

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 7

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 8

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 9

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 10

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 11

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 12

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 13

ภาพกลุ่มคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน และโครงการแลนด์บริดจ์ 14

The post ครม. เงาสีส้ม ชี้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้าน ไม่แก้วิกฤตระยะยาว ห่วงแลนด์บริดจ์เป็นเหตุพึ่งพามหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุมใหญ่เคาะ ‘พิจารณ์’ นั่งเลขาธิการพรรคส้มคนใหม่ ขณะ ‘ลิซ่า ภคมน’ ขึ้นแท่นโฆษกพรรค https://thestandard.co/prachachon-party-new-leadership/ Sun, 26 Apr 2026 05:57:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1201312 พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน

ผลการลงมติของที่ประชุมใหญ่พรรคประชาชนวันนี้ (26 เมษายน) […]

The post ที่ประชุมใหญ่เคาะ ‘พิจารณ์’ นั่งเลขาธิการพรรคส้มคนใหม่ ขณะ ‘ลิซ่า ภคมน’ ขึ้นแท่นโฆษกพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน

ผลการลงมติของที่ประชุมใหญ่พรรคประชาชนวันนี้ (26 เมษายน) ที่ประชุมได้เห็นชอบกับการเสนอชื่อ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคประชาชนคนใหม่ พร้อมเห็นชอบ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นกรรมการบริหารพรรค รวมถึงเห็นชอบ ภคมน หนุนอนันต์ เป็นโฆษกพรรคประชาชนคนใหม่ด้วย

 

พิจารณ์กล่าวในฐานะเลขาธิการพรรคคนใหม่ว่า จะมุ่งต่อยอดประเด็นซึ่งได้ประชุมร่วมกันให้เกิดขึ้นจริง โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกองคาพยพของพรรค ทั้ง สส. ทีมจังหวัด ทีมเครือข่าย จำเป็นต้องทำงานสอดประสานกัน และต้องติดอาวุธ ทั้งเรื่องกฎหมายและกลไกในรัฐสภา เพื่อให้การทำงานทั้งในและนอกสภาฯ เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความมุ่งหมายที่เราอยากจะชนะการเลือกตั้ง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้าน

 

ณัฐพงษ์ยังยืนยันว่า ในกระบวนการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ในสัดส่วนของพรรคประชาชนทั้ง 9 คณะนั้น จะเปิดกว้างให้กับ สส. ทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง สส. ใหม่ สส. เดิม หรือแม้แต่ 10 สส. ในคดีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมที่ศาลฎีกาไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า วาระการเสนอชื่อและสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนของพรรคประชาชน จะมีการพิจารณาในที่ประชุม สส. ประจำสัปดาห์ในวันอังคารที่ 28 เมษายนที่จะถึงนี้

 

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการสามัญในสัดส่วนที่พรรคประชาชนได้เป็นประธาน 9 คณะ ประกอบด้วย

 

1.คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

 

2.คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน

 

3.คณะกรรมาธิการคมนาคม

 

4.คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ

 

  • คณะกรรมาธิการการทหาร
  • คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ
  • คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม
  • คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย

 

ภายหลังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ได้นำ ‘ยันต์ชนะมารรุ่นประชาชน’ พร้อมคาถาชนะมาร ใส่กรอบมอบให้กับณัฐพงษ์ พร้อมทั้งนำผลส้มที่บรรจุอยู่ในกล่องใสมามอบให้กับพิจารณ์เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรค

 

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน 1พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน 2พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน 3พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน 4พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน 5พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในวันได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน 6

The post ที่ประชุมใหญ่เคาะ ‘พิจารณ์’ นั่งเลขาธิการพรรคส้มคนใหม่ ขณะ ‘ลิซ่า ภคมน’ ขึ้นแท่นโฆษกพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนจ่ออุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครองระงับสิทธิเชื่อมฐานข้อมูลรัฐ เผยอาจยกระดับถึงฟ้องศาล https://thestandard.co/people-party-appeal-dopa-suspension/ Mon, 16 Mar 2026 01:36:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1187893 ตัวแทนพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีกรมการปกครองระงับสิทธิเชื่อมโยงระบบ DOPA-Digital ID หลังปมข้อมูลรั่วไหล

พรรคประชาชนตอบโต้หลังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีมาตร […]

The post พรรคประชาชนจ่ออุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครองระงับสิทธิเชื่อมฐานข้อมูลรัฐ เผยอาจยกระดับถึงฟ้องศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัวแทนพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีกรมการปกครองระงับสิทธิเชื่อมโยงระบบ DOPA-Digital ID หลังปมข้อมูลรั่วไหล

พรรคประชาชนตอบโต้หลังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีมาตรการระงับการใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการนำประเด็นที่ฐานข้อมูลของพรรคถูกแฮกเกอร์โจมตีมาเชื่อมโยงกับการยกเลิกระบบยืนยันตัวตนอย่างไม่สมเหตุสมผล พร้อมตั้งคำถามว่าเรื่องนี้อาจมี “ใบสั่ง” ทางการเมืองเพื่อใช้หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคหรือไม่

 

ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่กรมการปกครองประกาศแจ้งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบ DOPA-Digital ID และโปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนว่า ขณะนี้ทางพรรคยังไม่เห็นคำสั่งฉบับเต็มอย่างเป็นทางการ แต่หากมีคำสั่งออกมาจริงตามที่สื่อนำเสนอ กรมการปกครองจะต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับสังคมว่า การที่พรรคเชื่อมระบบยืนยันตัวตนกับการที่บุคคลภายนอกพยายามบุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกพรรคนั้น มีความเกี่ยวข้องกันถึงขนาดที่ต้องมายกเลิกการใช้งานระบบได้อย่างไร

 

ภคมนระบุว่า หากมีคำสั่งอย่างเป็นทางการออกมา พรรคประชาชนจะพิจารณาใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่ออธิบดีกรมการปกครองเป็นลำดับแรก และหากผลการพิจารณาอุทธรณ์ยังคงยืนยันตามคำสั่งเดิม พรรคจะเดินหน้าใช้สิทธิต่อสู้โต้แย้งต่อศาลปกครองต่อไปอย่างแน่นอน

 

“เนื่องจากเราเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เป็นการนำสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาเชื่อมโยงกัน” ภคมนระบุ

 

รองโฆษกพรรคประชาชนกล่าวด้วยว่า การที่กรมการปกครองออกมาแถลงโดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงเช่นนี้ อาจทำให้ถูกมองได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และทำให้สังคมตั้งคำถามได้ว่าเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคประชาชนโดยมี “ใบสั่ง” ทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่

 

ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอยืนยันว่าวัตถุประสงค์หลักในการเชื่อมต่อระบบ DOPA-Digital ID ก็เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยใช้ตรวจสอบว่าผู้ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคมีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการสมัครด้วยตนเองโดยไม่มีการสวมสิทธิแอบอ้างนำเลขบัตรประชาชนของบุคคลอื่นมาใช้

 

รองโฆษกพรรคประชาชนมองว่า สิ่งที่กรมการปกครองควรทำคือการส่งเสริมให้พรรคการเมืองต่างๆ ใช้ระบบนี้ เพื่อลดการเรียกขอข้อมูลจากสมาชิก ป้องกันการแอบอ้าง และสอดคล้องกับข้อกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีผู้บุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกพรรคนั้น ถือเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ทางพรรคต้องเร่งแก้ไขปรับปรุง โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทบต่อระบบการยืนยันตัวตนของกรมการปกครองแต่อย่างใด

 

ชนวนเหตุ มท. สั่งระงับ ปมข้อมูลสมาชิกพรรครั่วไหล

 

สำหรับที่มาที่ไปของความขัดแย้งในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมาตรการของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้สั่งระงับการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) รวมถึงโปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) โดยมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา

 

มาตรการนี้เกิดขึ้นภายหลังปรากฏเป็นข่าวว่า ฐานข้อมูลสมาชิกพรรคประชาชนถูกบุคคลภายนอกลักลอบเข้าถึง ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด และข้อมูลการติดต่อเกิดการรั่วไหล

 

กรมการปกครองได้สั่งให้พรรคเร่งจัดส่งรายละเอียดการรั่วไหลมาให้ทราบโดยด่วน เพื่อประเมินการคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการเชื่อมโยงข้อมูลกับทุกหน่วยงานให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากการระงับระบบแล้ว สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ยังเตรียมดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากพบว่ามีการนำข้อมูลบัตรประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือหละหลวมในการรักษาความปลอดภัย โดยจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนหรือร้องเรียนเพื่อเอาผิดทางปกครองทันที

 

โดยองค์กรที่ปล่อยปละละเลยอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 (ฐานเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ), พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 (ฐานเข้าถึงและเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม), พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA (มีโทษทั้งทางแพ่ง ทางปกครอง และทางอาญา), พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง หากนำข้อมูลไปใช้ทางการเมืองโดยมิชอบ

 

พร้อมกันนี้ กรมการปกครองได้ชี้ช่องทางให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อและได้รับความเสียหายจากการถูกนำข้อมูลหน้าบัตรไปสวมรอยทำธุรกรรม สามารถแจ้งความร้องทุกข์และเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ในหลายข้อหาหนัก อาทิ ความผิดฐานฉ้อโกง (โทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท), ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุดสองแสนบาท), ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลเท็จ (โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท) รวมไปถึงการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

The post พรรคประชาชนจ่ออุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครองระงับสิทธิเชื่อมฐานข้อมูลรัฐ เผยอาจยกระดับถึงฟ้องศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ทำปฏิญญาสงขลาลงทุน 1.5 หมื่นล้าน ใน 4 ปี สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ พรรคประชาชนขอโอกาสเป็นรัฐบาลพิสูจน์ผลงาน https://thestandard.co/natthapong-hatyai-flood-prevention/ Wed, 04 Feb 2026 04:36:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1173539 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่ลานหน้าโรบินสัน อำเภอหาดใหญ่ จ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ทำปฏิญญาสงขลาลงทุน 1.5 หมื่นล้าน ใน 4 ปี สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ พรรคประชาชนขอโอกาสเป็นรัฐบาลพิสูจน์ผลงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่ลานหน้าโรบินสัน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พรรคประชาชนจัดปราศรัยใหญ่ นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค, รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค และ ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค

 

รังสิมันต์ระบุว่า นี่คือช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นชาวหาดใหญ่ สงขลา หรือภาคใต้ เราเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาของการปกป้องมรดกหรือสมบัติของใคร แต่คือช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง ตลอดหลายปี พรรคการเมืองต่างๆ หมุนเวียนเข้ามาเป็นรัฐบาล บอกว่าจะแก้ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาน้ำท่วม แต่สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนได้เรียนรู้คือนักการเมืองแบบเดิมทำได้แค่นี้

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

“ออกมาฟ้าใหม่อย่างนั้นอย่างนี้ แต่บนฟ้าเดิมคือคนหน้าตาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่ วันนี้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ยุคสมัยแบบเดิมผ่านไปแล้ว นักการเมืองแบบเดิมพาเรามาได้แค่นี้ พรรคการเมืองที่ผ่านมาล้วนล้มเหลว แล้วเราจะเลือกคนที่เคยล้มเหลวมาบริหารประเทศอีกอย่างนั้นหรือ”

 

ด้านพริษฐ์ระบุว่า อนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้งปีนี้มีแค่สองความเป็นไปได้คืออนาคตสีน้ำเงินกับอนาคตสีส้ม เชื่อว่าชาวหาดใหญ่หลังผ่านความเจ็บปวดและความสูญเสียที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วม ย่อมรู้ดีว่าอนาคตสีน้ำเงินจะหายนะขนาดไหน อนาคตของสองสีนี้แตกต่างกันอย่างไร อนาคตสีน้ำเงินกับอนาคตสีส้มแตกต่างกันที่การทำงานแบบสะเปะสะปะ กับการทำงานแบบเป็นระบบ

 

“ทุกคนเห็นชัดเจนว่าสีน้ำเงินบริหารจัดการน้ำท่วมเละเทะสะเปะสะปะกระจัดกระจายแค่ไหน พอน้ำมาก็ตั้งหลักกันไม่ได้ ตั้งคณะกรรมการซ้ำซ้อนกันทุกวัน คณะหนึ่งก็คนหนึ่งนั่งหัวโต๊ะ อีกคณะก็มีอีกคนนั่งหัวโต๊ะ ประชาชนก็สับสนว่าตกลงใครรับผิดชอบเรื่องอะไร เรื่องไหนใครเป็นคนตัดสินใจ รู้แค่ว่ามีคนหนึ่งมาผัดข้าวอยู่ที่นี่”

 

พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า แต่ถ้าเลือกอนาคตที่เป็นสีส้ม พรรคประชาชนจะตั้งรัฐบาลประชาชนที่บริหารจัดการทุกปัญหาอย่างเป็นระบบ ทุกตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีจะต้องเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นตัวตั้ง ใครจะร่วมกับเราต้องเอานโยบายมากางให้เห็นก่อนว่าจะทำอะไรให้กับประเทศ และไม่ว่ากระทรวงไหนจะบริหารโดยพรรคใดจะมีรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนมากำกับดูแล เพื่อทำให้วาระที่ต้องทำงานด้วยกันระหว่างกระทรวงขับเคลื่อนได้อย่างแท้จริง

 

ขณะที่ภคมนกล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา ไม่มีใครอยากให้เกิด วันนี้ที่มาพูดไม่ใช่ต้องการซ้ำเติม แต่เป็นการย้ำเตือนว่าพี่น้องประชาชนได้เห็นแล้วว่าถ้ารัฐบาลไม่มีฝีมือ สิ่งที่เกิดขึ้นมันสร้างความเสียหายขนาดไหน ชาวหาดใหญ่ช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือกันเองจนมีชีวิตรอดและกลับมานั่งตรงนี้ อยากให้ทุกคนอย่างน้อยจดจำความเสียหายที่เกิดขึ้น เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา ไม่ใช่เรื่องของภัยพิบัติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องฝีมือของรัฐบาลด้วย

 

“หลายคนอาจจะให้อภัยแล้วมูฟออน แต่ความเสียหายระดับนี้ต้องมีคนรับรับผิดชอบ ถ้าพี่น้องยังจะให้มันบริหารต่ออีกสี่ปี บอกเลยว่าฉิบหายกันหมด” ภคมนกล่าว

 

ภคมนกล่าวว่า การเลือกตั้งคือการกำหนดอนาคตประเทศไทย กำหนดว่าพี่น้องจะอยู่ภายใต้รัฐแบบไหน พี่น้องต้องคาดหวังกับการเมืองเพราะนี่คือสิ่งเดียวที่จะพาเราไปข้างหน้า พรรคประชาชนเราเสนอผู้สมัคร สส. ที่มั่นใจว่าจะเป็นผู้แทนของท่านได้ ผู้แทนที่คิดนำ ทำเป็น และกล้าหาญเพื่อสู้แทนประชาชนทุกคน เช่น คนอย่างหมอสุภัทร ที่ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะมาทั้งชีวิต เป็นไปไม่ได้ที่จะดูแคลนหรือนิ่งดูดายกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ถ้าพี่น้องเลือกหมอสุภัทร ท่านจะไม่ได้แค่ผู้แทน แต่ท่านจะได้รัฐมนตรีด้วย

 

ต่อมา ณัฐพงษ์ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า วันนี้ขอกล้าประกาศในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่าพรรคประชาชนมีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมเพื่อฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้ดีกว่าเดิม ขอเรียกว่าปฏิญญาสงขลา เพื่อกอบกู้เมืองหาดใหญ่ ภายใน 4 ปีจะมีการลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำระยะทาง 8 กิโลเมตรเพื่อระบายออกทะเลสาบสงขลา การปรับปรุงพื้นที่รอบคลองให้รองรับน้ำท่วมได้ การจัดทำผังเมืองที่ทันสมัย การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และภาคเอกชนมีแรงจูงใจปรับเปลี่ยนการก่อสร้างอาคารไม่ให้ขวางทางน้ำ ให้ปรับตัวกับน้ำท่วมในอนาคตได้ สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นจุดจอดรถ จุดกระจายสินค้า จุดพักต่างๆ

 

เมื่อถึงเวลาน้ำท่วมจริง ประชาชนจะได้รับการแจ้งเตือน 48 ชั่วโมงล่วงหน้า เอารถไปจอดที่อู่จอดรถได้เลย ประชาชนรู้ได้ทันที คนที่อยากบริจาคช่วยเหลือสามารถบริจาคมาที่ศูนย์กระจายสินค้าได้อย่างเป็นระบบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถ้าลงมือทำอย่างจริงจัง ทำให้ประชาชนเห็นว่ามีแผนรับมืออย่างไร ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกับหน่วยงาน ประชาชน กับภาคธุรกิจในพื้นที่อย่างจริงจัง ทุกคนจะมีความเชื่อมั่นร่วมกัน ว่าถ้าเกิดภัยพิบัติขึ้นมาอีกเราจะจัดการได้ดีกว่านี้ พรรคประชาชน ณ ตอนนี้เป็นเพียงพรรคการเมืองเดียวที่มีข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม

 

.

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อยากเชิญชวนทุกคน อำนาจที่ปลายปากกาทุกคนที่จะเลือกกากบาทลงในช่องใดช่องหนึ่ง ขอให้เลือกด้วยความเชื่อสองอย่าง อย่างแรก ถ้าเคยเชื่อว่าการเมืองไทยเป็นไปได้แค่นี้ ว่านักการเมืองหน้าใหม่ก็เหมือนกัน เลือกเข้ามาก็เปลี่ยนไม่ได้ เลือกคนที่ใกล้ตัวที่ให้เงินทองดีกว่า ถ้าทุกคนตัดสินใจแบบนี้ ตนเองไม่เชื่อว่าหาดใหญ่จะดีกว่านี้ได้

 

“แต่ถ้าทุกคนเชื่อเหมือนกันว่าอำนาจในปลายปากกาของทุกคนสามารถทำให้หาดใหญ่ดีกว่านี้ได้ นักการเมืองที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองด้วยความตั้งใจจริง ลงมาศึกษาเก็บเกี่ยวรายละเอียด จะทำนโยบายตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนได้ ผมขอโอกาสครั้งนี้ให้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี ให้เพื่อนของผมทั้ง 9 คนเป็นผู้แทนในสงขลา แล้วผมจะส่งมอบคำสัญญาปฏิญญาสงขลานี้ให้ทุกคนเอง” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 5ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 6ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังปราศรัยที่ลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 7
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ทำปฏิญญาสงขลาลงทุน 1.5 หมื่นล้าน ใน 4 ปี สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ พรรคประชาชนขอโอกาสเป็นรัฐบาลพิสูจน์ผลงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์เดินสายเมืองคอน-กระบี่ ชี้ถ้าไม่อยากได้รัฐบาลแบบเดิม ต้องกาส้มทั้ง 2 ใบ ด้านภคมนฝากถึงพิพัฒน์ ทวงความเจริญให้คนใต้เมื่อไร https://thestandard.co/natthaphong-campaign-south-orange-party/ Mon, 26 Jan 2026 10:38:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1169677 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (26 มกราคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์เดินสายเมืองคอน-กระบี่ ชี้ถ้าไม่อยากได้รัฐบาลแบบเดิม ต้องกาส้มทั้ง 2 ใบ ด้านภคมนฝากถึงพิพัฒน์ ทวงความเจริญให้คนใต้เมื่อไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (26 มกราคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ลงพื้นที่หาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. กระบี่ และผู้สมัคร สส. นครศรรธรรมราช โดยเริ่มที่เวทีปราศรัยบริเวณสวนขวัญ เทศบาลนครศรีธรรมราช ที่บริเวณสวนขวัญ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ร่วมกับ ปกรณ์ อารีกุล ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรคประชาชน

 

ในจุดนั้น ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า เลือกตั้งครั้งนี้มีคนคนหนึ่งบอกว่าจะทวงคืนความเจริญในภาคใต้ที่สูญหายไป 30 ปี ย้อนกลับไปช่วง 30 ปีนั้น อย่างน้อย 15 ปี พรรคภูมิใจไทยอยู่ในรัฐบาลมาโดยตลอด

 

“คนที่พูด ออกชื่อตรงนี้เลยคือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี แล้วหายหัวไปไหน ไม่ทวงคืนตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว อย่างน้อยพรรคภูมิใจไทย พิพัฒน์และสรรพกำลังทั้งหมดของเขาก็เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม มหาดไทย ท่องเที่ยวและกีฬา แรงงาน มีกระทรวงไหนบ้างที่พัฒนาภาคใต้ เหลือกระทรวงเดียวแล้วพิพัฒน์ กระทรวงเวทมนตร์” ภคมนกล่าว

 

จากนั้นได้เดินทางไปร่วมพบปะกับตัวแทนหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนไปร่วมเปิดเวทีปราศรัยกับ สมโชติ มีชนะ ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต 5 พรรคประชาชน ที่อำเภอทุ่งสง ต่อด้วยร่วมขบวนแห่หาเสียงไปรอบเทศบาลตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ และเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดขวัญนรา ร่วมกับ พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต 6 พรรคประชาชน

 

จากนั้นในช่วงเย็น ณัฐพงษ์ได้เดินทางสู่จังหวัดกระบี่ ขึ้นรถแห่หาเสียงไปรอบเทศบาลเมืองกระบี่ พร้อมเดินตลาดพบปะประชาชนและแจกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร ก่อนเปิดเวทีปราศรัยที่ลานปฏิมากรรมไม้มะหาด ร่วมกับ ธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร สส. กระบี่ เขต 1 พรรคประชาชน, รัตนภรณ์ ณ นคร ผู้สมัคร สส. กระบี่ เขต 2 พรรคประชาชน และ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 3 พรรคประชาชน

 

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ณัฐพงษ์ระบุว่าที่ผ่านมามีคนบอกว่าเกิดเป็นพรรคส้มต้องอดทน เพราะการสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จะทำค่าไฟให้ถูกลงก็โดนฟ้องร้อง อยากทำการเมืองให้ดี อยากปราบปรามทุนสีเทาก็โดนฟ้องร้อง แค่ตั้งใจทำงานการเมืองให้ดีก็เป็นเรื่องยาก เพราะการเมืองประเทศไทยแบบที่ผ่านมามีแต่เรื่องสีเทา มีแต่การเอารัดเอาเปรียบคนตัวเล็กตัวน้อย มีแต่การกระจุกอำนาจและงบประมาณไว้อยู่กับคนไม่กี่คน กดทับการพัฒนาประเทศ และที่ผ่านมามีเพียงพรรคประชาชนที่จุดยืนมั่นคง พูดอย่างไรรักษาคำพูดแบบนั้น ไม่เคยเอาเงินซื้อตัว สส. ย้ายค่ายเพื่อหวังเอาจำนวน สส. ไปต่อรองและเก้าอี้รัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง

 

“หากดูผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจะเห็นส่วนต่างอยู่เยอะ ที่ชาวนครศรีธรรมราชเคยมอบคะแนนบัญชีรายชื่อให้มากกว่าผู้สมัครเขต ดังนั้น รอบนี้ต้องการสองใบเท่านั้น ถึงจะได้นายกรัฐมนตรีคนนี้ไปทำหน้าที่” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ณัฐพงษ์ยืนยันว่า ผู้สมัคร สส. ที่ยืนอยู่ข้างหลังทุกคนอาสาเข้ามาทำงานการเมืองในฐานะคนธรรมดา แม้จะมีคนบอกว่าวัฒนธรรมของคนใต้คือความอยากเลือก “นายหัว” แต่ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนเป็นคนธรรมดาที่มองเห็นทุกคนเท่ากัน ทุกคนอยากเข้ามาทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน ต้องขอฝากทุกคนช่วยกันเป็นแรงใจให้ผู้สมัครทุกคนด้วย ยังมีหลายอย่างที่เราอยากทำงานร่วมกัน แต่จุดเริ่มต้นที่จะทำให้พรรคประชาชนไปต่อได้ ไปพัฒนาประเทศได้ ก็คือการส่ง สส. เขตเข้าไปนั่งในสภาให้มากที่สุด

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้ 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้ 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้ 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้ 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียงเคียงข้างผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้ 5
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์เดินสายเมืองคอน-กระบี่ ชี้ถ้าไม่อยากได้รัฐบาลแบบเดิม ต้องกาส้มทั้ง 2 ใบ ด้านภคมนฝากถึงพิพัฒน์ ทวงความเจริญให้คนใต้เมื่อไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
​‘ภคมน’ จี้ ศป.กฉ. เร่งสาง 5 ข้อเสนอแก้เหตุน้ำท่วม เตือนหาดใหญ่เสี่ยงวิกฤตฝุ่นพิษ PM 10 ซ้ำเติมชาวบ้าน https://thestandard.co/urges-solve-flood-pm10-hat-yai/ Wed, 03 Dec 2025 05:46:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1150961 ‘ภคมน’ จี้ ศป.กฉ. เร่งสาง 5 ข้อเสนอแก้เหตุน้ำท่วม เตือน หาดใหญ่เสี่ยงวิกฤตฝุ่นพิษ PM 10 ซ้ำเติมชาวบ้าน

วันนี้ (3 ธันวาคม) ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร […]

The post ​‘ภคมน’ จี้ ศป.กฉ. เร่งสาง 5 ข้อเสนอแก้เหตุน้ำท่วม เตือนหาดใหญ่เสี่ยงวิกฤตฝุ่นพิษ PM 10 ซ้ำเติมชาวบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภคมน’ จี้ ศป.กฉ. เร่งสาง 5 ข้อเสนอแก้เหตุน้ำท่วม เตือน หาดใหญ่เสี่ยงวิกฤตฝุ่นพิษ PM 10 ซ้ำเติมชาวบ้าน

วันนี้ (3 ธันวาคม) ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ขณะนี้แม้ระดับน้ำในพื้นที่หาดใหญ่และอำเภอรอบนอกจะลดลงจนแห้งแล้ว แต่ประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาใหม่ที่ตามมาคือ ฝุ่น PM 10 ซึ่งเกิดจากตะกอนดินโคลน ขยะ และสิ่งปฏิกูลที่แห้งกรังหลังน้ำท่วม เมื่อเกิดลมพัด หรือมีการสัญจรของรถยนต์ ฝุ่นเหล่านี้จะฟุ้งกระจายไปทั่วเมืองทันที

 

“คนใต้อาจจะไม่คุ้นชินกับ PM 2.5 เหมือนพื้นที่อื่น แต่ตอนนี้ PM 10 ซึ่งเป็นฝุ่นหยาบกำลังเล่นงานชาวหาดใหญ่ แม้จะไม่ซึมลึกเท่า PM 2.5 แต่การสูดดมฝุ่นจากซากความเสียหายหลังน้ำท่วมต่อเนื่อง ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง” ภคมน กล่าว

 

ภคมน เสนอแนะให้ภาครัฐและท้องถิ่นดำเนินการทันที ดังนี้:

  • ระดมรถฉีดน้ำ: เร่งฉีดล้างทำความสะอาดถนนและพื้นที่สาธารณะทั่วเมือ
  • เพิ่มกำลังคน: ระดมเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดและจัดเก็บขยะตกค้าง
  • แข่งกับเวลา: หากปล่อยช้า ฝุ่นตะกอนจะยิ่งกระจายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในระยะยาว

 

สส.พรรคประชาชน ได้กล่าวพาดพิงถึง ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) โดยทวงถามถึงข้อเสนอ 5 ข้อ ที่ได้รวบรวมจากปัญหาหน้างานจริงและส่งมอบให้เมื่อวานนี้ (2 ธันวาคม)

 

ภคมน ย้ำว่า ข้อเสนอดังกล่าวสรุปจากความเดือดร้อนจริงของประชาชน สามารถนำไปปฏิบัติได้เลยโดยไม่ต้องรอประชุมหรือกลัวเสียหน้า เพราะทำด้วยเจตนาดีที่ต้องการเห็นการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว หากวันนี้ยังไม่เริ่มดำเนินการ ปัญหาฝุ่น PM 10 จะกลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตทันที

 

ภคมน ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายจากการลงพื้นที่ว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐที่มีทั้งอำนาจและงบประมาณ จึงยังไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันท่วงที ในขณะที่ภาคประชาชนและคนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีเครื่องมือ กลับออกมาช่วยเหลือกันอย่างแข็งขัน

 

“ลองนึกภาพว่าหน้าบ้านคุณมีขยะกองสูงครึ่งประตู รถวิ่งผ่านฝุ่นตลบและต้องสูดอากาศแบบนั้นทุกวัน คุณจะรู้สึกอย่างไร… นี่คือความจริงที่พี่น้องหาดใหญ่เจออยู่ การแก้ปัญหาจะเร็วขึ้นเสมอ ถ้าเรานึกถึงว่าผู้ประสบภัยคนนั้นคือตัวเราเอง” ภคมน กล่าวทิ้งท้าย

The post ​‘ภคมน’ จี้ ศป.กฉ. เร่งสาง 5 ข้อเสนอแก้เหตุน้ำท่วม เตือนหาดใหญ่เสี่ยงวิกฤตฝุ่นพิษ PM 10 ซ้ำเติมชาวบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนคุย รมว.แรงงาน เร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต ย้ำรัฐบาลต้องคิดร่วมอย่าทิ้งผู้ประกันตนมาตราอื่น https://thestandard.co/pakamon-labour-hatyai-section-33/ Sun, 30 Nov 2025 08:19:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1149852 ภคมนคุย รมว.แรงงาน เร่งฟื้นฟู หาดใหญ่ หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต ย้ำ รัฐบาลต้องคิดร่วมอย่าทิ้งผู้ประกันตนมาตราอื่น

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พ […]

The post ภคมนคุย รมว.แรงงาน เร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต ย้ำรัฐบาลต้องคิดร่วมอย่าทิ้งผู้ประกันตนมาตราอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนคุย รมว.แรงงาน เร่งฟื้นฟู หาดใหญ่ หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต ย้ำ รัฐบาลต้องคิดร่วมอย่าทิ้งผู้ประกันตนมาตราอื่น

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังคงลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 โดยวันนี้ได้นำเครื่องปั่นไฟไปให้บริการประชาชนที่พื้นที่คลองแห ก่อนมีโอกาสพบกับตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ภคมนได้หารือและสะท้อนความกังวลถึงรัฐมนตรีตรีนุชใน 2 ประเด็นสำคัญต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่

 

ภคมนระบุว่า พื้นที่ประสบภัยได้รับความเสียหายอย่างหนัก การฟื้นฟูต้องอาศัยแรงงานจำนวนมาก ซึ่ง ไม่สามารถพึ่งพาเพียงอาสาสมัครหรือแรงงานในพื้นที่ได้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานเร่งจัดหาแรงงานจากนอกพื้นที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูโดยเร็ว พร้อมกำหนด อัตราค่าจ้างที่เหมาะสมและเป็นธรรม “ชีวิตประชาชนแย่พอแล้ว เมืองเสียหายหนัก ต้องมีแรงงานจากภายนอกเข้ามาช่วยทันที”

 

ภคมนสอบถามถึงแนวทางเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยรัฐมนตรีแจ้งว่า เบื้องต้น จะเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 เป็นเวลา 6 เดือน ตามฐานการส่งเงินสมทบในระบบประกันสังคม

 

ภคมนเสนอว่า กรอบเวลา 6 เดือนอาจไม่เพียงพอ ในกรณีที่บ้านเรือนหรือสถานประกอบการเสียหายหนัก จึงควรบูรณาการร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. เพื่อกำหนดระยะเวลาฟื้นฟูและแนวทางเยียวยาให้ สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า ต้องมีแนวทางดูแลผู้ประกันตนในมาตราอื่น รวมถึงนายจ้าง ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ไม่ควรถูกละเลย อย่าแยกกันคิด รัฐบาลต้องวางกรอบร่วมกัน ประชาชนจะได้ฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้จริง

 

ภคมนกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่และได้พบเจอกับผู้มีอำนาจ รัฐมนตรีหลายกระทรวง หวังว่าการสะท้อนความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับตลอดช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาจะมีประโยชน์และส่งผลให้ระดับผู้นำและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจะสามารถนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนดังกล่าวเร่งหารือเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

The post ภคมนคุย รมว.แรงงาน เร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต ย้ำรัฐบาลต้องคิดร่วมอย่าทิ้งผู้ประกันตนมาตราอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนสะท้อนปัญหาให้ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง https://thestandard.co/pakamon-minister-water-waste/ Sat, 29 Nov 2025 10:16:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1149601 ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันนต์ สส. แบบบัญชีรายช […]

The post ภคมนสะท้อนปัญหาให้ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันนต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้พบกับ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ การประปานครหลวง (กปน.) ขณะที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา

 

ภคมนได้สะท้อนถึงความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้ไปรับและสัมผัสมาตลอดทั้ง 7 วัน ให้ศักดิ์ดารับทราบ และได้เน้นถึงความเดือดร้อนที่สำคัญตอนนี้คือเรื่องน้ำประปา แม้ว่าน้ำท่วมจะเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนจะได้ใช้น้ำประปาเมื่อไร แม้โรงผลิตน้ำประปาและท่อจ่ายน้ำมีความเสียหาย แต่ประชาชนยังเดือดร้อนและต้องการใช้น้ำจึงได้ขอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนท่ามกลางความเสียหายอย่างหนักทั้งเมือง เพื่อให้นำน้ำไปใช้ทำความสะอาด ล้างบ้าน และทำให้ประชาชนได้กลับไปยังที่พักอาศัยตนเองได้บ้าง

 

ทางศักดิ์ดาได้รับทราบปัญหาและรับปากว่าจะดำเนินการแก้ไข โดยคาดว่าบริเวณชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่จะสามารถมีน้ำประปาให้ประชาชนใช้ได้ในช่วงดึก

 

นอกจากนี้ ภคมนยังร้องเรียนถึงปัญหาขยะล้นเมืองว่าต้องเร่งเอารถตักขนาดใหญ่ รวมถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาเร่งเคลียร์ขยะให้เร็วที่สุด ควรวางแผนเส้นทางรถเก็บขยะ พร้อมประกาศให้ประชาชนรับทราบ เพื่อจะได้ฟื้นฟูเมืองได้เป็นระบบ รวดเร็ว ไม่ติดขัด ซึ่งทางศักดิ์ดายืนยันว่าวันนี้จะเดินทางไปดูงานเก็บขยะของหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วยตัวเอง

 

ภคมนกล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจวันนี้ ได้สะท้อนความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ให้เร่งจัดการกับผู้มีอำนาจได้ทราบแล้ว และจะติดตามเร่งให้เรื่องที่ขอความร่วมมือไปเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด

 

สำหรับภารกิจของพรรคประชาชนวันนี้ยังดำเนินต่อไป โดยภคมนจะนำเครื่องปั่นไฟไปให้พี่น้องในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังใช้ไม่ได้ อย่างน้อยให้ได้ชาร์จโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ได้ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้อง นี่ถือเป็นภารกิจ ‘รีชาร์จประชาชน’

 

ภคมนยืนยันว่า ตนเองและพรรคประชาชน ทำงานทุกรูปแบบ ทั้งลงมือทำหน้างาน ทั้งประสานงาน ทั้งออกแบบระบบให้ง่ายไม่ซ้ำซ้อน ไม่ตกหล่นไปพร้อมๆ กัน เพราะการช่วยเหลือประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าอะไรที่พอทำได้ก็ช่วยกันทำ แต่จะต้องไม่ละทิ้งความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลว่าจะต้องเป็นหัวเรือหลักในการทำงานและต้องรับรับผิดชอบเร่งคืนชีวิตปกติให้พี่น้องทุกคนที่กำลังประสบภัยด้วย

 

ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง 1ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง 2ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง 3ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง 4ภคมนสะท้อนปัญหาให้ ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง 5

The post ภคมนสะท้อนปัญหาให้ศักดิ์ดา รมช. มหาดไทย ขอช่วยเร่งจ่ายน้ำประปา-แก้ขยะล้นเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชนหาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที https://thestandard.co/pakamon-central-platform-hat-yai/ Tue, 25 Nov 2025 13:45:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1147548 ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ร […]

The post ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชนหาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมงานพรรคประชาชน ลงพื้นที่ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

ภคมนเปิดเผยว่า วานนี้ (24 พฤศจิกายน) ตนเองได้เสนอให้รัฐบาลเร่งจัดทำศูนย์กลางข้อมูล เพื่อให้ทราบจำนวนประชาชนที่ยังตกค้างและสถานที่ที่หน่วยงานอาสาสมัครต่างๆ ต้องเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำตรงจุด

 

“วันนี้ดิฉันและทีมได้นำแพลตฟอร์ม jitasa.care มาเป็นตัวช่วยสำคัญในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในซอยกาญจนวนิช 17 ซึ่งเป็นซอยที่มีอาคารที่พักอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้สามารถช่วยประชาชนออกมาได้ประมาณ 100 คน เป็นผู้ป่วยติดเตียง 8 คน เด็กเล็ก 2 คน ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว 3 คน ทำให้การทำงานวันนี้ของทีมพรรคประชาชนและอาสามูลนิธิเต็กก่านครศรีธรรมราชทำงานได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น”

 

ภคมนชี้ว่า นี่คือความสำคัญของการมีฐานข้อมูล ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องทำ แต่รัฐบาลไม่ได้ทำ ถ้าทำงานตามฐานข้อมูล ก็เหมือนเรามีแผนที่อยู่ในมือ ไม่ได้งมทำ จะสามารถทำงานได้เป็นชิ้นเป็นอัน ช่วยเหลือประชาชนวันนี้ในจำนวนที่มากพอสมควร

 

ภคมนกล่าวต่อไปว่า การมีฐานข้อมูลกลางยังทำให้เราร่วมมือกับภาคส่วนอื่นได้ง่ายขึ้น วันนี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประสานเรื่องข้อมูลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่มาให้ตน พวกเขาบอกว่าที่ผ่านมาประสานหน่วยงานราชการไปแล้ว 4 วันแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยวันพรุ่งนี้ (26 พฤศจิกายน) คาดว่าจะได้นำข้อมูลที่รวบรวมเอาไว้จากนักศึกษากลุ่มนี้ มาให้เราเพื่อจะทำงานตามฐานข้อมูลเหล่านั้นและเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง สามารถพุ่งเป้าแก้ไขปัญหาแบบไม่สะเปะสะปะ

 

“ถ้าคนที่มีทรัพยากรจำกัดยังทำเรื่องนี้ได้ รัฐบาลก็ต้องทำได้และควรทำตั้งแต่แรก ดังนั้นดิฉันคาดหวังอย่างยิ่ง รัฐบาลช่วยนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำให้เป็นระบบ ใช้อำนาจและงบประมาณจากภาษีประชาชนที่ท่านมีอยู่ในมือ เร่งสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด” ภคมนกล่าว

 

ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที 1ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที 2ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที 3ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที 4ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที 5ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชน หาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที 6

The post ภคมนนำร่องใช้ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลางช่วยประชาชนหาดใหญ่ติดค้าง หวังภาครัฐเร่งทำเสียที appeared first on THE STANDARD.

]]>