พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พ-ร-บ-ส่งเสริมและรักษาคุ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 Feb 2023 23:24:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับธุรกิจ: ป้องกันมลพิษ ปิดความเสี่ยงข้อพิพาท https://thestandard.co/environmental-law-and-business/ Wed, 08 Feb 2023 11:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=744169

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อชีวิตและควา […]

The post กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับธุรกิจ: ป้องกันมลพิษ ปิดความเสี่ยงข้อพิพาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยในการผลิตเพื่อการค้าและการบริโภค เมื่อประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและมีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องมีการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการผลิตที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

ด้วยเหตุนี้ รัฐต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อมาควบคุมดูแลกิจกรรมและพฤติกรรมต่างๆ ของธุรกิจและประชาชน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติหรือทำลายสิ่งแวดล้อมจนเกินจำเป็น อันจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนั้นปรากฏอยู่ในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นหลักการอันเป็นสากลในปฏิญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ การรับรองและคุ้มครองสิทธิในรัฐธรรมนูญ การบัญญัติกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่บังคับใช้ในประเทศ รวมถึงกฎหมายลูก ประกาศ หรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดรายละเอียดและข้อบังคับในเรื่องต่างๆ

 

ในประเทศไทยมีกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษอยู่หลายฉบับ ในบรรดากฎหมายทั้งหลายนั้นอาจกล่าวได้ว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ เป็นกฎหมายหลักที่ใช้บังคับในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างครอบคลุม และได้ถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างบ่อยครั้ง

 

พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ นั้นให้สิทธิทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการเรียกร้องค่าเสียหายตามหลัก ‘ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย’ (Polluter Pays Principle) โดยเอกชนผู้ได้รับผลกระทบอาจฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้ที่ก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ ตามมาตรา 96 ซึ่งกำหนดหลักความรับผิดโดยเคร่งครัด (Strict Liability) ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐ ไม่ว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษจะกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม

 

โดยมีการกำหนดข้อยกเว้นที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษไม่ต้องรับผิดในความเสียหายเพียงในบางกรณี เช่น ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม หรือการกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ที่ได้รับอันตรายหรือความเสียหายนั้นเองหรือของบุคคลอื่นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือโดยอ้อมในการรั่วไหลหรือการแพร่กระจายของมลพิษนั้น

 

นอกจากนี้ในมาตรา 97 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ ยังได้กำหนดหน้าที่ให้ผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติหรือสาธารณสมบัติของรัฐต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปด้วย

 

จะเห็นได้ว่ามาตรการในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติข้างต้นนั้นกำหนดไว้อย่างกว้างขวางและเข้มงวด เพราะกฎหมายผลักข้อสันนิษฐานให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษมีความรับผิดและมีภาระการพิสูจน์ในทางคดี ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

 

ปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการเพื่อปรับปรุง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ ซึ่งร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฉบับใหม่นี้จะมีบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเสียหายที่แท้จริง ในอัตราไม่เกินสี่เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริงได้ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่สิ่งแวดล้อมได้กระทำโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่มีขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิต ร่างกาย อนามัย หรือทรัพย์สินของประชาชนหรือทรัพย์สินสาธารณะ และการกระทำดังกล่าวมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง

 

นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดขยายความรับผิดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า ผู้ที่ทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือซ่อมแซมหรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิมอีกด้วย (จากเดิมที่กำหนดว่าต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหาย เท่านั้น)

 

ในทางปฏิบัติยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือควบคุมมลพิษอีกจำนวนมาก เช่น พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535, พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535, พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456, พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535, พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, พ.ร.ก.ประมง พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.​ 2542 ซึ่งกฎหมายแต่ละฉบับก็อาจมีการประกาศหรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดรายละเอียดปลีกย่อยอีกด้วย

 

ธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการผลิต มักจะมีส่วนที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพราะในกระบวนการผลิตของธุรกิจอาจก่อให้เกิดภาวะมลพิษหรืออาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษในดิน หรือมีการใช้สารเคมีที่มีการควบคุม เป็นต้น

 

อีกทั้งในกรณีโครงการขนาดใหญ่ ก็อาจต้องจัดทำและปฏิบัติตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment Report: EIA) ด้วย ในทางปฏิบัติ ธุรกิจต่างๆ อาจกำหนดข้อปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายหรือข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติหน้าที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

 

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่บริษัทขาดตกบกพร่อง มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการหรือเกิดเหตุอันไม่คาดฝันนั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมายที่สูงเกินจะคาดการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีให้รับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายตามกฎหมายต่างๆ จากผู้ได้รับผลกระทบหรือภาครัฐ ซึ่งอาจเป็นจำนวนที่สูงจากกรณีที่กฎหมายกำหนดความรับผิดโดยเข้มงวด ดังได้ยกตัวอย่างความรับผิดที่พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ กำหนดไปก่อนหน้านี้ การฟ้องร้องดำเนินคดีปกครองกับหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจโดยผู้ได้รับผลกระทบหรือโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Non-Governmental Organizations: NGOs) ซึ่งบริษัทอาจต้องเข้าไปเป็นคู่ความร่วมในคดี ตลอดจนความเสี่ยงอันเกี่ยวกับการดำเนินการทางอาญา

 

ผู้ประกอบการที่มีกิจการซึ่งเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อของสิ่งแวดล้อมจึงควรดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และบริหารความเสี่ยงอันอาจเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบกฎหมายและข้อปฏิบัติในการทำงานให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตาม ซักซ้อมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ ดำเนินการตรวจสอบภายในให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อปฏิบัติในการทำงานอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการจัดหากรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจอีกทางหนึ่ง

The post กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับธุรกิจ: ป้องกันมลพิษ ปิดความเสี่ยงข้อพิพาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบเทพายอมกลับบ้าน หลังปักหลักทำเนียบวันที่ 2 รัฐบาลยอมให้ชงร่าง กม.สิ่งแวดล้อมฉบับประชาชนเข้า สนช. https://thestandard.co/mop-demand-for-environment-quit-after-government-agree-for-reconsider/ https://thestandard.co/mop-demand-for-environment-quit-after-government-agree-for-reconsider/#respond Thu, 07 Dec 2017 08:32:48 +0000 https://thestandard.co/?p=53557

ความคืบหน้าการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒ […]

The post ม็อบเทพายอมกลับบ้าน หลังปักหลักทำเนียบวันที่ 2 รัฐบาลยอมให้ชงร่าง กม.สิ่งแวดล้อมฉบับประชาชนเข้า สนช. appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปักหลักชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 2 ในช่วงเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่มนำโดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล และนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประสานงานเครือข่ายฯ ได้เข้าหารือกับตัวแทนของรัฐบาล และตัวแทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

 

 

หลังจากกลุ่มเครือข่ายฯ เรียกร้องให้รัฐบาลยุติร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการ 2 ฝ่ายชุดใหม่ที่มีตัวแทนประชาชนและภาครัฐเท่ากัน ในการพิจารณาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

 

 

นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ แถลงการณ์ภายหลังการประชุมฯ เมื่อเวลา 13.25 น. ว่า ผลการหารือมีความพึงพอใจอยู่ในระดับต่ำสุด มีประเด็นที่เห็นร่วมและขัดแย้ง โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งฉบับ และชิงเดินหน้าหมวดการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อน ทั้งที่กลุ่มเครือข่ายฯ ยืนยันให้มีการแก้ไขกฎหมายทั้งฉบับ

 

 

นอกจากนี้ ยังมีความพยายามให้ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายฯ เข้าเป็นคณะกรรมาธิการใน สนช. ซึ่งกลุ่มเครือข่ายฯ จะไม่ส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมาธิการใน สนช. เพราะมีสัดส่วนน้อย และมติของคณะกรรมาธิการใน สนช. จะถูกใช้เป็นข้ออ้างในการผูกมัด

 

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่อยากให้การชุมนุมยืดเยื้อ และมีข้อตกลงเบื้องต้นคือ การหารือกันระหว่างกลุ่มเครือข่ายฯ และ สผ. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในรายมาตรา เพื่อเสนอประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการใน สนช. ซึ่งไม่ใช่การบังคับ และกลุ่มเครือข่ายฯ จะเดินทางกลับ เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนหนึ่งหมื่นคนภายใน 1 เดือน และจะกลับมาเสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับประชาชน พิจารณาควบคู่ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง

The post ม็อบเทพายอมกลับบ้าน หลังปักหลักทำเนียบวันที่ 2 รัฐบาลยอมให้ชงร่าง กม.สิ่งแวดล้อมฉบับประชาชนเข้า สนช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mop-demand-for-environment-quit-after-government-agree-for-reconsider/feed/ 0
มติ ครม. ต้องให้แม่วัยใสเรียนจนจบภาคบังคับ – บริจาคเงินกองทุนยุติธรรม หักภาษีได้ 2 เท่า https://thestandard.co/council-of-ministers-resolution-3oct2017/ https://thestandard.co/council-of-ministers-resolution-3oct2017/#respond Tue, 03 Oct 2017 10:30:31 +0000 https://thestandard.co/?p=32147

     เป็นอีกวาระหนึ่งที่ พล.อ. ประวิตร ว […]

The post มติ ครม. ต้องให้แม่วัยใสเรียนจนจบภาคบังคับ – บริจาคเงินกองทุนยุติธรรม หักภาษีได้ 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เป็นอีกวาระหนึ่งที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งติดภารกิจในการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม มีการแถลงผลการประชุม ซึ่งมีรายละเอียดมติคณะรัฐมนตรีที่น่าสนใจดังนี้

 

อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กำหนดให้สถานศึกษาสอนเรื่องเพศถูกวิธี ให้แม่วัยใสเรียนจนจบภาคบังคับ

     ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ มีสาระสำคัญคือ สถานศึกษาต้องจัดให้มีการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับช่วงวัย และต้องมีการติดตามประเมินผลโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของการวัดผล

     และกำหนดให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตั้งครรภ์โดยต้องให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตั้งครรภ์ได้เรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ หรือการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยืดหยุ่นในวิธีการจัดการเรียนรู้ หลีกเลี่ยงการลงโทษและไม่ตำหนิ กรณีนักเรียนหรือนักศึกษาประสงค์จะหยุดพักการเรียนในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดเพื่อดูแลบุตร สถานศึกษาต้องอนุญาตและให้นักเรียนหรือนักศึกษามีสิทธิ์ในการศึกษาต่อ

 

อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า จากการบริจาคเงินเข้ากองทุนยุติธรรม ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

     ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นภาษีเพื่อส่งเสริมการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม ทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับการบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้กองทุนยุติธรรม โดยสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้สองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค

     สำหรับกองทุนยุติธรรมนั้น เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยเฉพาะการช่วยเหลือกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ยากไร้ ด้อยโอกาส ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน สำหรับบุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่กองทุนนั้น สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้สองเท่าของจำนวนที่บริจาค

 

เห็นชอบหน่วยงานรัฐเปิดข้อมูลข่าวสาร การจัดหาพัสดุ-การใช้งบฯ เพื่อมาตรฐานความโปร่งใส อย่างเคร่งครัด

     ครม. มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รายงาน กรณีที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการมีประกาศเรื่องกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารตามเกณฑ์มาตรฐานความโปร่งใสและตัวชี้วัดความโปร่งใสของหน่วยงานของรัฐเป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 คือ ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่จัดหาพัสดุ ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาพัสดุ และหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการให้บริการประชาชน รวมทั้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารงานของหน่วยงาน ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของหน่วยงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงาน ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน

     ซึ่งการดำเนินการตามข้อ 1-6 ได้จัดให้มีข้อมูลข่าวสารและดัชนีสำหรับการสืบค้น ทั้งในรูปแบบหนังสือ เอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ตามหน่วยงานของรัฐ ตามประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู เมื่อ 24 ก.พ.2541 และให้มีช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของแต่ละหน่วยงานตามความเหมาะสมโดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่มีประกาศฉบับดังกล่าว

 

อนุมัติร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติใหม่ เน้นปรับปรุงให้ทันสถานการณ์ปัจจุบัน

     ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวจะเป็นการแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปี 2535 เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

     สำหรับสาระสำคัญ ให้ขยายขอบเขตการใช้บังคับไปถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะ เขตไหล่ทวีป และทะเลหลวงที่ประเทศไทยมีสิทธิ์และหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม กำหนดให้มีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการกำหนดนโยบายและวางแผนการจัดการสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการกองทุน คณะกรรมการควบคุมมลพิษ และคณะกรรมการอื่นที่เกี่ยวข้อง มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เพิ่มเติมหลักการในการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปรับปรุงบทบัญญัติในการจดทะเบียนบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

แต่งตั้ง ‘โชค บูลกุล’ เป็นประธานบอร์ดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร – เด้ง อธิบดีกรมป่าไม้ มาสำนักนายกฯ

     นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร รวม 9 คน ซึ่งปรากฏรายชื่อ นายโชค บูลกุล นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของฟาร์มโชคชัย เป็นประธานกรรมการ

     ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอรับโอน นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ (นักบริหารระดับสูง) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

The post มติ ครม. ต้องให้แม่วัยใสเรียนจนจบภาคบังคับ – บริจาคเงินกองทุนยุติธรรม หักภาษีได้ 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/council-of-ministers-resolution-3oct2017/feed/ 0