พ.ร.บ. ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พ-ร-บ-ธุรกิจสถานบันเทิงค/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 14 Aug 2025 15:08:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สส. ประชาชน เผยมือดีลปริศนาโทรเสนอ 10 ล้าน แลกโหวตผ่านกฎหมายสำคัญของรัฐบาล ยังไม่ทราบตัวตน https://thestandard.co/people-party-mp-10m-baht-bribe/ Thu, 14 Aug 2025 14:31:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1107512

วันนี้ (14 สิงหาคม) ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สส. ขอนแก่น พ […]

The post สส. ประชาชน เผยมือดีลปริศนาโทรเสนอ 10 ล้าน แลกโหวตผ่านกฎหมายสำคัญของรัฐบาล ยังไม่ทราบตัวตน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 สิงหาคม) ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สส. ขอนแก่น พรรคประชาชน และ วีรนันท์ ฮวดศรี สส. ขอนแก่น พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีมีคลิปเสียงสนทนาเพื่อขอเสนอเงิน 10 ล้านบาท แลกเสียงโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ถอนร่างออกไป โดยไม่จำเป็นต้องย้ายพรรค

 

ชัชวาลเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อประมาณวันที่ 23 มิถุนายน ได้รับการประสานจากบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รู้จักว่าเขาคนนั้นเป็นใคร แต่มีการส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว จากเพื่อนในเฟซบุ๊กของตนมาอีกทีหนึ่ง พร้อมแจ้งว่ามีคนมาส่งของให้ แต่ปฏิเสธไปว่าไม่ได้สั่งของออนไลน์ และเข้าใจว่าเป็นการประสานงานที่เข้าใจผิดกัน

 

หลังจากนั้นก็มีการขอเบอร์โทรส่วนตัวแลกกัน และมีการโทรกลับเข้ามาอีก โดยบริบทคือชวนไปดื่มกาแฟ ซึ่งได้ตอบกลับไปว่า ตั้งแต่เป็น สส. มา ยังไม่เคยมีสุภาพสตรีท่านไหนโทรมาชวนเป็นการส่วนตัวเลย จึงมีข้อสงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่าน่าจะเป็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากล

 

เมื่อมีการพูดคุยสักพัก เขาจึงพูดถึงวัตถุประสงค์ที่ประสานเข้ามา คือขอซื้อเสียงโหวตร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ได้มีการถอนร่างออกไป และระบุว่าหากเรายอมในเงื่อนไขที่หัวหน้าเขาได้เสนอมา เขาจะมอบค่าใช้จ่ายจำนวนทั้งหมด 10 กิโล จึงสอบถามเรื่องถึงขั้นตอนการจ่ายเงินส่วนนี้ โดยจะแบ่งเป็น 3-4-3 คือหากตกลงก็ไปคุยกับหัวหน้า และถ้ายอมรับเงื่อนไขจะจ่ายก่อน 3 กิโล ในรอบแรกจ่าย 4 กิโล หลังโหวตร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แรก และโหวตร่างงบ 2569 สุดท้ายอีก 3 กิโล ซึ่งที่เขาพูดไม่ได้พูดเฉพาะแค่วาระหนึ่ง แต่หมายถึงทั้งฉบับ

 

สุดท้ายจึงไม่ได้มีการตกลงในเรื่องเงื่อนไข หรือการยอมรับ ซึ่งได้ส่งข้อความหาบุคคลดังกล่าวด้วย เช่น หากมีการโหวตพรุ่งนี้ วันนี้ก็จะโทรมาเพื่อเร่งเอาคำตอบ ทั้งบอกอีกว่า หากไม่สะดวกเข้ามากรุงเทพฯ จะให้หัวหน้าไปจังหวัดเอง ดังนั้นจึงส่งข้อความยืนยันว่าปฏิเสธไป

 

และแม้ได้พยายามสอบถามว่าเขาเป็นคนจากพรรคการเมืองใดหรือไม่ หรือใครส่งมา เป็น สส. หรือรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้รับความชัดเจนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เราต้องยืนยันว่าไม่ประสงค์ที่จะขายเสียงของตัวเอง จึงให้การยืนยันไปว่า เราไม่สนใจ และตอบปฏิเสธกลับไป ดังนี้

 

“ขอบคุณมุมมองที่เป็นความสามารถของผม แต่ผมมาจุดนี้ได้ไม่ใช่เพราะผมอยากมีอำนาจ แต่เป็นเพราะเชื่อว่าสังคมเราดีกว่านี้ได้ ที่สำคัญผมยังสนุกกับการทำงานในการตอบแทนความไว้วางใจจากคนในพื้นที่ และไม่สามารถทำลายความหวังให้ทลายลงได้ ขอปฏิเสธข้อเสนอที่ชวนร่วมงาน และขอบคุณในความเชื่อมั่น หากงานสภาได้จอยกันไม่ว่าจะอยู่พรรคการเมืองใดก็ยินดีเสมอ”

 

ทั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าสุภาพสตรีท่านนั้นเป็นใคร แต่ได้ข้อมูลตรงกับวีรนันท์ และเขาใช้ชื่อเดียวกันในการประสาน ซึ่งวีรนันท์มีสายปริศนาโทรเข้ามาในวันที่ 22 มิถุนายน

 

เมื่อถามว่าเป็นพรรคการเมืองใด ชัชวาลกล่าวว่า เขาไม่ได้บอก แจ้งแค่หัวหน้าจะคุย แต่เวลาถามว่ามาจากพรรคการเมืองไหน เราก็คงอิงจากซีกรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งหลายพรรคที่ตนได้เอ่ยชื่อไป คำตอบที่ได้คือไม่มีความชัดเจน “ขนาดถามถึงพรรคลุงป้อมเขาก็ตอบว่า หนูจะเป็นคนที่ไปดึงพรรคลุงป้อมมาอยู่กับหนูเอง”

 

ส่วนที่ถามว่าใช่ ‘ส.’ หรือไม่ เขาบอกว่าสูงกว่านั้น ซึ่งก็แสดงว่าเขารู้ว่า ‘ส.’ ที่พูดนั้นหมายถึงใคร

 

“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย และด้วยสถานการณ์รัฐบาลเช่นนี้ ก็น่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตหลายครั้ง จึงขอถามย้อนกลับว่า ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขามีตัวตนจริงหรือไม่ สิ่งที่เขาเสนอให้กับ สส. ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะวงเงินเท่าไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่มาจากเงินกระเป๋านักการเมืองคนใดคนหนึ่ง มาจากภาษีของเรา” ชัชวาลกล่าว

The post สส. ประชาชน เผยมือดีลปริศนาโทรเสนอ 10 ล้าน แลกโหวตผ่านกฎหมายสำคัญของรัฐบาล ยังไม่ทราบตัวตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท https://thestandard.co/wealth-in-depth-ent-complex-galaxy-resorts-macau/ Thu, 14 Aug 2025 14:23:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1107500

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหนึ่งในโค […]

The post ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาลไทย ที่ตั้งใจปลุกปั้นให้เป็นเมกะโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมยืนยันว่าคาสิโนจะเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ของโครงการทั้งหมดเท่านั้น แต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนระยะแรกไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมสร้างงาน 9,000-15,300 ตำแหน่งต่อปี

 

ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร แต่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครม. มีมติถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องจับตาดูทิศทางจากนี้จะไปต่ออย่างไร

 

แม้ว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยจะยังมีความไม่แน่นอน แต่การศึกษาตัวอย่างจากประเทศที่มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มายาวนาน อาจช่วยให้เห็นแนวทางและบทเรียนที่น่าสนใจ วันนี้ THE STANDARD WEALTH จึงขอพาไปสำรวจที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Macau Special Administrative Region หรือ SAR) โดยเฉพาะ Galaxy Entertainment Group หนึ่งในผู้พัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นผู้สร้าง Galaxy Resorts Macau รีสอร์ตหรูในย่าน Cotai ของมาเก๊า เพื่อดูรูปแบบการดำเนินธุรกิจประเภทนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

ส่องอาณาจักร Galaxy Macau รีสอร์ตหรูในมาเก๊า

 

ภายในอาณาจักร มีโรงแรมกว่า 8 แบรนด์ ได้แก่ Galaxy Hotel, Hotel Okura Macau, Banyan Tree, JW Marriott, The Ritz-Carlton, Andaz, Raffles และ Capella มีห้องพักรวมประมาณ 5,000 ห้อง เน้นตกแต่งด้วยสีทองเป็นหลัก และบริเวณรอบๆ จะมีพื้นที่รีสอร์ตสไตล์ชายหาด สไลเดอร์ สระน้ำแบบเนินน้ำ และชายหาดทรายเทียมยาวถึง 575 เมตร

 

 

รวมถึงศูนย์การค้า Galaxy Promenade แหล่งช้อปปิ้งขนาด 100,000 ตารางเมตร ที่รวบรวมแบรนด์ดังกว่า 200 แบรนด์เอามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ในศูนย์การค้าจะเชื่อมต่อกับคาสิโน รวมกว่า 37,160 ตารางเมตร มีโต๊ะเล่นเกม ประมาณ 700 โต๊ะ และตู้สล็อตไม่ต่ำกว่า 1,500 เครื่อง และศูนย์การประชุมครบวงจร Raffles, Andaz Macau, Galaxy Arena เวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ MICE ถึง 40,000 ตร.ม.

 

แม้ Galaxy Resorts Macau จะเป็นหนึ่งในรีสอร์ตขนาดใหญ่ของมาเก๊า แต่ช่วงหลังต้องเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้น ต้องคอยรับมือจากคู่แข่งในตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในมาเก๊า

 

ขณะเดียวกันยังมีความสนใจที่จะลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทย โดยย้ำถึงความพร้อมร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อผลักดันให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต

 

หากไทยต้องการฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเร็ว ต้องลงทุนในพื้นที่ใหม่

 

นอกจากเยี่ยมชมแล้ว THE STANDARD WEALTH ยังได้ร่วมวงสัมภาษณ์ เควิน เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย ที่เริ่มฉายภาพว่า แม้ ครม. ได้ถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปแล้ว แต่ Galaxy Entertainment ยังมองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนในไทย

 

“เชื่อว่าธุรกิจนี้จะเกิดขึ้นในไทยได้ และพร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่สะสมมานานกว่า 20 ปี เข้ามาช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แข่งขันกับประเทศทั่วโลก”

 

 

เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในสังคมไทย หากมองไปที่ประเทศอื่นๆ อย่างสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในด้านความปลอดภัย ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 16.5 ล้านคน โดยประมาณ 50% เลือกพักในรีสอร์ตแบบครบวงจร และมีการเข้าพักเฉลี่ย 3.6 คืน

 

ข้อมูลจาก Galaxy Resorts Macau ระบุว่า รีสอร์ตสองแห่งของสิงคโปร์สร้างรายได้จากคาสิโนรวม 5.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.84 แสนล้านบาท และยังสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาทจากการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คาสิโน ทำให้สถิติรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของสิงคโปร์อยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.51 แสนล้านบาท โดยมีแบรนด์อย่าง Marina Bay Sands เป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกรู้จักกันดี

 

อย่างไรก็ตาม มุมมองจากต่างประเทศต่อศักยภาพของไทยก็น่าพิจารณา นักวิเคราะห์จาก Citigroup ประเมินว่า ด้วยจำนวนประชากรที่นิยมการพนัน โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อม และรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น ‘ศูนย์กลางการพนัน’ อันดับ 3 ของโลก รองจากมาเก๊าและลาสเวกัส

 

Citigroup คาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจการพนันของไทยอาจสูงถึง 9.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.95 แสนล้านบาท) ในปี 2031 แซงหน้าสิงคโปร์ที่ 8.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.69 แสนล้านบาท) โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการจัดสรรใบอนุญาตให้ 2 แห่งในกรุงเทพฯ และอีกเมืองละ 1 แห่งในพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

 

ฟากเคลย์ตันให้ความเห็นว่า ถ้าประเทศไทยอยากจะให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวให้เร็ว ก็ต้องลงทุนสินทรัพย์ในพื้นที่ใหม่ๆ ยิ่งในตอนนี้ตลาดการท่องเที่ยวในเอเชียกำลังเติบโตอย่างมาก ด้วยการขยายตัวของลูกค้าชนชั้นกลางในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย

 

“ในปี 2019 ไทยเคยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับ 8 ของโลก แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวเริ่มน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปแล้วไม่กลับมา”

 

จากอินไซต์พบว่าคนจีนกำลังซื้อสูงกว่า 81% ไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในไทย จากข่าวลักพาตัวในช่วงหลายเดือนก่อน ตลอดจนเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา

 

และในสายตานักท่องเที่ยวจีนไทยกลายเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น จึงเปลี่ยนไปเที่ยวเวียดนามและญี่ปุ่นแทน และแม้รัฐบาลจะพยายามดึงนักท่องเที่ยวประเทศอื่นเข้ามา แต่ไม่สามารถทดแทนกันได้

 

หมดยุคเที่ยวแบบเดิม ท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายใหญ่

 

เห็นได้จากในช่วงครึ่งปีแรก ททท. ได้ปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ลงจาก 39 ล้านคน เหลือ 35.5 ล้านคน แน่นอนว่ารายได้จากการท่องเที่ยวก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

 

ยิ่งสถานการณ์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน โมเดลการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางไปจนถึงระดับบนที่เริ่มเติบโตขึ้นในประเทศเอเชีย กำลังมองหาสถานที่เที่ยวมากกว่าแค่จุดหมายปลายทาง แต่ต้องการประสบการณ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ มีมูลค่าสูง และปรับเปลี่ยนตามความต้องการเฉพาะได้

 

ยิ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ลดลง และสถานที่และบริการในบางพื้นที่ล้าสมัย ดังนั้นเคลย์ตันจึงมองว่าภาคการท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวซ้ำ และไม่พึ่งพาโมเดลแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

 

นักเดินทางกระเป๋าหนัก พร้อมทุ่มงบเที่ยวหรู

 

เมื่อมาดูข้อมูลจากการสำรวจล่าสุด พบว่า 72% ของกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูงวางแผนใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวแบบลักชัวรีเพิ่มขึ้น และชาวจีนชนชั้นกลางระดับบนคือกลุ่มลูกค้าหลักของการบริโภคสินค้าและบริการลักชัวรีในต่างประเทศด้วยสัดส่วนถึง 47%

 

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวมักค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในเมือง ชายทะเล สำรวจธรรมชาติ หรือล่องเรือ โดยอาศัยเว็บไซต์เป็นทางการของจุดหมายปลายทางเป็นหลัก และที่น่าสนใจคือ 20% ของนักเดินทางหันมาใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนการเดินทาง และพิจารณาที่ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายที่คุ้มกับความสะดวกในการเข้าถึงบริการเป็นหลัก

 

สะท้อนให้เห็นว่าถ้าประเทศไทยปรับตัวได้เร็วก็จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ และต้องชูรากฐานด้านวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งระบบนิเวศท่องเที่ยว อาหาร และธุรกิจเวลเนส แบบครบวงจร โดยการนำแนวทางระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจรมาใช้ โดยเน้นชูจุดขายความเป็นไทยเอาไว้ด้วยกันจะทำให้ไทยน่าสนใจมากขึ้น

 

พร้อมลงทุนหากกฎหมายผ่านร่าง พ.ร.บ. ได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยผ่านในอนาคต เคลย์ตันย้ำว่า Galaxy Resorts Thailand ก็พร้อมลงทุนด้วยมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ตลอดจนทำงานร่วมกับรัฐบาล และหาพันธมิตรร่วมลงทุนสร้างโครงการขนาดใหญ่แบบครบวงจรในทำเลกรุงเทพฯ ที่จะมีทั้งโรงแรมหรู ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และมีคาสิโนประมาณ 5%

 

“ต้องยอมรับว่าคาสิโนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายอยากให้มองที่ประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าและมั่นใจว่าจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินเดีย เข้ามาในไทยได้มากขึ้น” เคลย์ตันย้ำ

 

อาณาจักรคาสิโน มาเก๊าทำรายได้มหาศาล

 

อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ที่เริ่มอนุญาตให้จัดตั้งคาสิโนอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2005-2006 ภายใต้การออกใบอนุญาตจากภาครัฐให้กับผู้ประกอบการเพียง 6 รายเท่านั้น พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อให้ธุรกิจโปร่งใสและอยู่ในกรอบกฎหมาย อีกทั้งยังมีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระระดับสากล เช่น International Financial Task Force (IFTF) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินและการฟอกเงิน

 

ปัจจุบันมาเก๊ายังคงพึ่งพารายได้จากการพนันเป็นหลักสูงถึงราว 90% ของรายได้จากนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมนี้คิดเป็นกว่า 40% ของ GDP

 

ถามว่าทำไมคาสิโนถึงทำเงินได้มาก เควิน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้เหตุผลว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในเอเชียที่มีวัฒนธรรมชอบการเสี่ยงโชค จะเสี่ยงโชคน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับตัวบุคคล บางคนอาจใช้เงินแค่ 100 บาท บางคน 5,000 บาท ไปเล่นปีละหลายครั้ง

 

 

ซึ่งในปี 2024 มาเก๊ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 35 ล้านคน โดย 46% มีการพักเฉลี่ย 2.3 วัน มีรายได้จากคาสิโนรวมกว่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 9.05 แสนล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่จากคาสิโน 9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.91 แสนล้านบาท

 

โดยหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญก็มาจาก Galaxy Resorts Macau ที่สร้างรายได้ 5.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.68 แสนล้านบาท (ตัวเลขดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นคาสิโนเท่าไหร่) ให้กับเศรษฐกิจมาเก๊า โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวเอเชียทั้ง ฮ่องกง, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และไทย รวมๆ แล้วมีผู้เยี่ยมชมจากทั่วโลกกว่า 22 ล้านครั้งต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากมาเก๊าให้ภาพหนึ่งของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ครบวงจร ซึ่งแต่ละประเทศต่างมีแนวทางและข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย การตัดสินใจเรื่องนี้ยังคงต้องผ่านการถกเถียงและศึกษาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

 

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าประเทศไทยจะเลือกเดินไปในทิศทางใด สิ่งสำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง เพราะในขณะที่ไทยยังคงชั่งน้ำหนักทางเลือกต่างๆ ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคต่างพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และช่วงเวลาที่เสียไปอาจกลายเป็นโอกาสที่หายไปตลอดกาล

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.37 บาท ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2568

The post ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก G-DRAGON ยกเลิกคอนเสิร์ต สู่ปมร้อน Entertainment Complex เมื่อความพยายามของเพื่อไทยเจอแรงต้าน https://thestandard.co/gdragon-concert-cancel-thailand/ Wed, 16 Jul 2025 07:41:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1096996 gdragon-concert-cancel-thailand

คอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD IN MACAU จัดที่ GALAXY AR […]

The post จาก G-DRAGON ยกเลิกคอนเสิร์ต สู่ปมร้อน Entertainment Complex เมื่อความพยายามของเพื่อไทยเจอแรงต้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
gdragon-concert-cancel-thailand

คอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD IN MACAU จัดที่ GALAXY ARENA

คอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD IN MACAU จัดที่ GALAXY ARENA

 

การประกาศยกเลิกคอนเสิร์ต ‘G-DRAGON 2025 WORLD TOUR’ ที่กรุงเทพฯ จากเหตุผลเรื่อง ‘สภาพอากาศร้อนจัด’ ไม่เพียงสร้างความผิดหวังแก่แฟนคลับ แต่ยังเผยให้เห็นช่องโหว่ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พร้อมสำหรับการรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ

 

หลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันกำลังเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ขณะที่ไทยยังเผชิญการฟื้นตัวแบบไม่เต็มแรง การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจไม่เพียงพอในยุคที่การแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ กลายเป็นจุดขายหลักของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

 

รัฐบาลพยายามผลักดันโครงการ ‘Thailand Entertainment Complex’ ในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร ทั้งคอนเสิร์ตฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงพื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว ซึ่งรัฐบาลเน้นย้ำว่า ‘ไม่ใช่แค่คาสิโน’ เพื่อดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงตลอดทั้งปี เฉกเช่นที่ ‘มาเก๊า’ ใช้โมเดลนี้พลิกโฉมเศรษฐกิจจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่าโมเดลของมาเก๊าอาจไม่สามารถคัดลอกมาใช้ในไทยได้โดยตรง เนื่องจากความแตกต่างทางสังคมและกฎหมาย

 

แต่เส้นทางสู่การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้ง่ายดาย เส้นทางสู่การเป็น ‘มหานครบันเทิง’ ของรัฐบาลกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความพยายามผลักดันโครงการนี้ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานรอบด้าน

 

แรงต้านจากภายในเกิดขึ้นเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจรออกจากวาระการประชุมอย่างกะทันหัน สร้างคำถามถึงทิศทางและความต่อเนื่องของนโยบาย ขณะที่แรงกดดันจากต่างประเทศก็ไม่น้อย สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เปิดเผยว่าความเคลื่อนไหวของไทยสร้างความไม่พอใจแก่ผู้นำกัมพูชาบางรายที่มีธุรกิจคาสิโนอยู่ตามแนวชายแดน

 


 

Entertainment Complex

 

แม้จะเผชิญอุปสรรคทางการเมืองทั้งภายในและภายนอก แต่หากจะผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จ คงต้องมองไปยังต้นแบบ Entertainment Complex ในหลายประเทศ

 

การแถลงข่าวใหญ่ ‘THAILAND ENTERTAINMENT COMPLEX’ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมี ‘เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ๆ’ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว 

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางฝ่ายชี้ว่าการเร่งลงทุนใน Entertainment Complex อาจต้องระมัดระวังต่อผลกระทบด้านจริยธรรมและปัญหาสังคมที่อาจตามมา

 

อีกเหตุผลก็เพื่อรับมือกับการแข่งขันบนเวทีโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่รอคอยแต่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาลนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป ไทยต้องลุกขึ้นมา ‘สร้างโอกาส’ และ ‘สร้างแหล่งท่องเที่ยว’ ขึ้นมาเอง ผ่านแนวคิด Man-Made Tourism

 

แล้วจะทำได้อย่างไร ให้การเนรมิต ‘มหานครแห่งประสบการณ์ระดับโลก’ ที่จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้ตลอดทั้งปี โดยมีหัวใจสำคัญที่รัฐบาลพยายามสื่อสาร คือ โครงการนี้เป็นมากกว่าแค่ ‘คาสิโน’ ที่หลายคนกังวล 

 

‘มาเก๊า’ ต้นแบบความสำเร็จที่จับต้องได้และพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว คือ บทเรียนสำคัญที่ไทยต้องนำมาศึกษาอย่างละเอียด 

 

แต่มีข้อสังเกตเช่นกันว่า แม้มาเก๊าจะถูกยกเป็นตัวอย่างของความสำเร็จด้านการลงทุนใน Entertainment Complex แต่ก็มีข้อวิจารณ์ว่า โมเดลนี้สร้างความเหลื่อมล้ำ และพึ่งพารายได้จากคาสิโนอย่างสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับทุกประเทศ

 


 

มาเก๊า: จากเมืองท่า สู่ศูนย์กลาง Entertainment Complex ระดับโลก

 

มาเก๊า

มาเก๊า

 

กรณีศึกษาที่ถูกยกขึ้นบ่อยครั้งคือ ‘มาเก๊า’ อดีตเมืองท่าเล็กๆ ที่พลิกโฉมกลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกหลังการเปิดเสรีคาสิโนในปี 2001

 

จากอดีตที่เป็นเพียงเมืองท่าเล็กๆ วันนี้มาเก๊าได้แปรเปลี่ยนโฉมหน้ากลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างน่าทึ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นหลังจากการเปิดเสรีอุตสาหกรรมคาสิโน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของมาเก๊าอย่างก้าวกระโดด ด้วยการลงทุนใน Entertainment Complex อย่างจริงจังกว่า 20 ปีที่ผ่านมา 

 

นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มาเก๊าได้ต้อนรับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 48.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 8 เท่า นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4 เท่า  การลงทุนด้านต่างๆ พุ่งทะยานอย่างน่าอัศจรรย์ ปัจจุบันไม่ว่ามองไปทางใดบนเกาะแห่งนี้จะยังคงเห็นการลงทุนครั้งใหม่ผลิบานควบคู่ไปกับการต่อเติมของเดิมที่ดำเนินการอย่างไม่หยุดหย่อน

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของเมืองอย่างสิ้นเชิง จากเมืองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์แบบโคโลเนียลโปรตุเกส มาเก๊าได้เพิ่มสีสันด้วยตึกระฟ้าสุดหรู โรงแรมระดับโลก ศูนย์การค้าแบรนด์เนม ร้านอาหารรสเลิศ ไปจนถึงอารีนา และโรงละครขนาดใหญ่ที่รองรับการแสดงระดับโลก 

 

‘มาเก๊า’ เมืองที่มีขนาดเพียง 23 ตารางกิโลเมตร หนึ่งในต้นแบบแนวคิด ‘Thailand Entertainment Complex’ เกิดจากความคิดริเริ่มของผู้ก่อตั้งที่ต้องการเนรมิตเมืองให้คล้ายกับลาสเวกัสได้กลายเป็นจริง พื้นที่ฝั่งโคไทของเกาะมาเก๊าที่เคยเงียบเหงา ได้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ที่ดึงดูดผู้คนให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษอย่างไม่ขาดสาย

 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม Entertainment Complex ในมาเก๊า  คือ บทบาทของ DICJ (Gaming Inspection and Coordination Bureau) หน่วยงานรัฐบาลที่ทำหน้าที่เสมือนผู้คุมกฎเหล็ก 

 

ตั้งแต่ปี 2001 หลังการเปิดเสรีคาสิโน DICJ ได้เข้ามาควบคุม ตรวจสอบ จัดเก็บภาษี และออกใบอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

 

ในทุก Entertainment Complex จะมีพื้นที่พิเศษให้เจ้าหน้าที่ DICJ เข้าถึงกล้องวงจรปิดทุกตัว ตรวจสอบความปลอดภัย และความโปร่งใสได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ด้วยรายได้กว่า 90% ของ Entertainment Complex มาจากคาสิโน DICJ จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพนันอย่างมีความรับผิดชอบ โดยกำหนดให้ทุก Entertainment Complex ต้องมีมาตรการป้องกันปัญหาการติดการพนัน พร้อมผู้สังเกตการณ์ที่คอยช่วยเหลือและนำผู้ที่ต้องการบำบัดไปสู่การดูแลที่เหมาะสม

 

และเมื่อพูดถึง Entertainment Complex ในมาเก๊า สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการกล่าวถึง 4 ใน 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่ Galaxy Entertainment Group, Las Vegas Sands (Sands China), MGM China Holdings, และ Wynn Resorts

 


 

4 ยักษ์ใหญ่ Entertainment Complex มาเก๊า 

 

Galaxy Macau

Galaxy Macau

 

1. Galaxy Entertainment Group: อาณาจักรแห่งความหรูหราและความหลากหลาย

 

Galaxy Macau คือ ‘โอเอซิสกลางเมือง’ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยรายได้ (EBITDA) สูงสุดในโลก ที่นี่รวบรวมโรงแรมหรูถึง 9 แห่ง แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และระดับราคาที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่โรงแรมที่เข้าถึงได้ง่ายไปจนถึงห้องพักสุดหรูระดับ VIP กว่า 5,000 ห้อง และมีส่วนแบ่งในตลาด Entertainment Complex มาเก๊า ถึง 20%

 

  • จุดเด่น: โรงแรมหรู 9 แห่ง ทุกห้องมีการตกแต่งหรูหรา พร้อมวิวเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูง, ร้านอาหารระดับโลก, แหล่งช้อปปิ้งสุดหรู, อารีนา ในพื้นที่ปิดขนาดใหญ่ 16,000 ที่นั่ง สำหรับชมการแสดงระดับโลก, Galaxy Kidz พื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้ และผจญภัย

 

  • การบริการ: มีโซนสวนน้ำที่ผู้เข้ารับบริการจากโรงแรมทั้ง 9 แห่งสามารถมาใช้บริการได้ นอกจากนี้ Galaxy ยังเป็นหนึ่งในนายจ้างรายใหญ่ในมาเก๊า มีพนักงานมากกว่า 18,000 คน ที่บริษัทพร้อมอบรมพัฒนาเพื่อช่วยให้พนักงานสามารถเติบโตในสายงาน และมีโครงการ CSR ด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการช่วยเหลือชุมชน

 

  • ดีเทลน่าสนใจ: Galaxy มีการวางแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 3 เฟส และกำลังจะสร้างเฟส 4 ในช่วงปี 2023-2032 ได้ประกาศลงทุนประมาณ 3.5  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยงบประมาณกว่า 97% จะถูกใช้ไปกับโครงการที่ไม่เกี่ยวกับการพนัน เช่น ศูนย์ประชุม (MICE) สถานที่จัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมกีฬา และการพัฒนาเมืองแห่งอาหาร

 

Sands China

Sands China

 

2. Las Vegas Sands (Sands China): เมืองจำลองระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยว

 

Sands China เกิดจากการที่ผู้ก่อตั้งมีแนวคิดอยากให้คล้ายคาสิโนในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา จึงเนรมิต ‘เมืองจำลอง’ จากทั่วโลกมาไว้ในมาเก๊า ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ มีส่วนแบ่งในตลาด Entertainment Complex มาเก๊า ถึง 24.5%

  • จุดเด่น: การจำลองเมืองดังจากทั่วโลกมาไว้ในมาเก๊า ไม่ว่าจะเป็น The Venetian, The Parisian หรือ The Londoner แต่ละแห่งมีธีมและบรรยากาศที่แตกต่างกัน โดยนำเอาแลนด์มาร์กสำคัญของโลกมาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเช็กอินอันดับ 1 พร้อมแหล่งช้อปปิ้งที่รวบรวม 140 luxury brands เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และมีความหลากหลายของกิจกรรม

  • การบริหารจัดการ: กว่า 90% ของการลงทุนไม่ใช่คาสิโน แต่เป็นโรงแรม ร้านอาหาร และ MICE (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition) มีอารีนาและเธียเตอร์ระดับโลก รองรับการจัดอีเวนต์ และคอนเสิร์ตใหญ่ๆ เช่น คอนเสิร์ต BLACKPINK พิพิธภัณฑ์ศิลปะ teamLab รวมถึงเป็นนายจ้างเอกชนรายใหญ่ที่สุดในมาเก๊า ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 27,000 คน โดยกว่า 90% เป็นคนท้องถิ่น ที่ล้วนแต่คัดคนมีฝีมือ จ้างสุดยอดคนคุณภาพ อุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายในประเทศกว่า 84%

  • ดีเทลน่าสนใจ: Sands ลงทุนให้หลายประเทศ ทั้งมาเก๊า สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และสนใจมาลงทุนในไทย ในมาเก๊ามี Global Ambassador คือ เดวิด เบ็คแฮม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ถึงปีละ 60 กิจกรรม เช่น Harry Potter มีมาตรการดูแลผู้ติดการพนันอย่างเข้มงวด มีนักบำบัดกว่า 600 คน กระจายอยู่รอบพื้นที่คาสิโน Sands ยังมีห้องพักมากที่สุดในมาเก๊าถึง 10,829 ห้อง หรือ 38% ของจำนวนห้องพักทั้งหมดของผู้ให้บริการคาสิโนในมาเก๊า

 

MGM China Holdings

MGM China Holdings

 

3. MGM China Holdings: เทคโนโลยีทันสมัย ผสานศิลปวัฒนธรรม

 

MGM China คือ ผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในวงการคาสิโน พร้อมทั้งเป็นผู้พิทักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ด้วยห้องพักกว่า 1,400 ห้องและวิลล่าหรู กว่า 600 ห้อง ทุกห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงคาราโอเกะส่วนตัว 

  • จุดเด่น: MGM ใส่ใจในเทคโนโลยี มีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในคาสิโน เพื่อป้องกันการโกงและลดข้อผิดพลาด นอกจากนี้ ยังส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มีพิพิธภัณฑ์ POLY MGM ที่รัฐบาลร่วมลงทุนจัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณจากเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเสริม มีโชว์ระดับโลกที่ใช้เทคนิคพิเศษตระการตา รวมถึงสนับสนุนของใช้จากท้องถิ่น และพนักงานซึ่งเป็นคนในพื้นที่ถึง 80%

  • การบริหารจัดการ: ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเปิดสาขาเทคโนโลยีเธียเตอร์ รองรับนักศึกษาที่จบมาทำงานใน Entertainment Complex มี CSR ที่เน้นกิจกรรมของเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และช่วยผลักดัน SMEs ในท้องถิ่น สามารถทดลองธุรกิจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  • ดีเทลน่าสนใจ: MGM Macau ยังมีโรงละครไฮเทคที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเวทีได้แบบไดนามิก ที่ทำให้เปลี่ยนแสงสีได้แบบเรียลไทม์ โดยจะจัดแสดงโชว์ Macau 2049 ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีล้ำสมัย กำกับโดย Zhang Yimou และมีทีมงานระดับโลกกว่า 582 คน

 

Wynn Resorts

Wynn Resorts

 

  1. Wynn Resorts: หรูหราระดับ TOP VIP บริการเหนือระดับ

 

Wynn Resorts คือ นิยามของความหรูหรา ที่การันตีความ top of the top มีร้านอาหารที่ได้รับการจัดเป็น 1 ใน 50 ของโลก และบางส่วนได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ การยกระดับการบริการ รวมถึงนิยามของที่พักสุดหรูมีสปาส่วนตัวและบัตเลอร์คอยให้บริการ 24 ชั่วโมง ทุกสัมผัสของคุณจะถูกปรนนิบัติอย่างพิถีพิถัน ทุกย่างก้าวภายในที่พักแห่งนี้ คือการเดินทางผ่านมิติแห่งความหอมจากน้ำหอมแบรนด์ดังที่คัดสรรมาอย่างดี 

  • จุดเด่น: Wynn เน้นความหรูหราระดับสูงสุด ดึงดูดเซเลบและ VIP ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ Wynn ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่โรงแรมหรือคาสิโน แต่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน เช่น การแสดงน้ำพุเต้นระบำประกอบแสงสีและเสียงดนตรีสุดอลังการ, กระเช้าลอยฟ้า ให้บริการรับส่งแขกและนักท่องเที่ยว ข้ามทะเลสาบ Performance Lake เพื่อเข้าสู่ใจกลางโรงแรม และประติมากรรมดอกไม้สดจากศิลปินระดับโลก เป็นต้น

  • การบริการจัดการ: พยายามให้คาสิโนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Entertainment Complex อยากให้คนมาใช้เงินกับการช้อปปิ้งและกิจกรรมอื่นๆ มากกว่า มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และมาตรการป้องกันการฟอกเงินที่แน่นหนา เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนจะไม่สามารถเข้าเล่นคาสิโนในพื้นที่ของ Wynn Resorts ได้


  • ดีเทลน่าสนใจ: Wynn มีห้องพักหรูสุดที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีพนักงานคอยสังเกตสัญญาณผู้ติดพนัน และมีระบบเช็กข้อมูลที่ลิงก์ไปที่รัฐบาลทันที ยิ่งไปกว่านั้น Wynn ได้ประกาศทุ่มงบประมาณมหาศาลถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับแผนพัฒนา 10 ปี ซึ่งจะประกอบด้วย อารีนาอเนกประสงค์ขนาด 5,500 ที่นั่ง และ Dinner Theater ที่จะมอบประสบการณ์ใหม่กับมื้อค่ำ พร้อมชมการแสดงสดสำหรับแขก 2,200 คน

 


 

เมื่อมองไปยังความสำเร็จของมาเก๊า จะพบว่า การขาดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Tourism) คือ จุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยพลาดโอกาสเติบโตไปอย่างน่าเสียดาย

 

และแม้ว่าวิสัยทัศน์ ‘Thailand Entertainment Complex’ ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะถูกเสนอขึ้นมาเพื่อเป็นคำตอบ แต่เส้นทางสู่การเป็นจริงนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งการเมืองภายในประเทศและแรงกดดันจากภายนอก

 

คำถามสำหรับประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘ควรมี’ Entertainment Complex หรือไม่ แต่ควรถามต่อว่า ประเทศมีความพร้อมด้านนโยบาย การกำกับดูแล และการออกแบบโครงการให้เหมาะสมกับบริบทไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นจริยธรรม สังคม และผลกระทบระยะยาว

 

นี่คือทางแยกสำคัญที่ประเทศไทยต้องเลือกว่าจะใช้บทเรียนมูลค่ามหาศาลนี้ เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ให้ประเทศพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะยอมปล่อยให้โอกาสครั้งประวัติศาสตร์นี้ผ่านไป และกลับไปเผชิญกับปัญหาเดิมๆ ที่สะท้อนผ่านการยกเลิกอีเวนต์ระดับโลกครั้งแล้วครั้งเล่า

The post จาก G-DRAGON ยกเลิกคอนเสิร์ต สู่ปมร้อน Entertainment Complex เมื่อความพยายามของเพื่อไทยเจอแรงต้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย ตั้ง ‘ชาดา‘ นั่ง ประธาน คกก.สอบ 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เผยมี 9 สมาชิก ถูกซื้อด้วยเงิน 8 หลัก โดยคนมีเสียงดัง มีตำแหน่งน่าเชื่อถือ https://thestandard.co/chada-to-lead-probe-3-mps/ Tue, 15 Jul 2025 13:49:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1096782

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ภายหลังการประชุม พรรคภูมิใจไทยประจำ […]

The post ภูมิใจไทย ตั้ง ‘ชาดา‘ นั่ง ประธาน คกก.สอบ 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เผยมี 9 สมาชิก ถูกซื้อด้วยเงิน 8 หลัก โดยคนมีเสียงดัง มีตำแหน่งน่าเชื่อถือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ภายหลังการประชุม พรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ เพื่อหารือถึงกรณี 3 สส.โหวตสวนมติพรรคสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

อรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย และประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ที่โหวตสวนมติพรรคแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครั้งแรก

 

อรอุมากล่าวว่า ตนเองได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยการโหวตตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้กาสิโนเกิดขึ้น แต่มีความสับสนเกิดขึ้นกับทางพรรค ยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดที่จะย้ายออกจากพรรคภูมิใจไทย ตนเองโตที่นี่ เกิดที่นี่ พร้อมที่จะสู้และเคียงข้างกับพรรคภูมิใจไทย และขอโทษกับพี่น้องประชาชนที่ยังสับสน

 

ด้านประภา กล่าวว่า เนื่องจากประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ให้โอกาสตนเองมาเป็นผู้แทน ส่วนมากไม่ต้องการกาสิโน แต่วันนั้นญัตติคือ การถอดถอนร่าง พ.ร.บ.จึงต้องทำตามความต้องการของประชาชน ขอยืนยันว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาและมีการพัฒนาในหลายรูปแบบ ตนเองได้ทำตามมาโดยตลอด จึงขอยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคภูมิใจไทย

 

สิ่งที่เกิดขึ้นต้องขอโทษพี่น้องประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์เขต 4 ที่ทำให้สับสนในบางเรื่อง ตนเองและอรอุมายืนยันว่าการลงมติเป็นการถอดถอนร่าง พ.ร.บ.เพื่อไม่ให้ต้องการกาสิโน ขอยืนยันว่าตนเองยังอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ยังจะทำตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เพราะนโยบายของพรรคช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนมาโดยตลอด ที่ตนเองเป็นผู้แทนมาตลอด 2 ปีปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้คลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง และโอกาสต่าง ๆ ที่พรรคภูมิใจไทยทำ ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความชอบชื่นชมพรรค

 

ขณะที่ แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนมแจ้งว่าไม่สบายได้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล และมีแนวคิดเช่นเดียวกับ สส.อีก 2 คน สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวตามหน้าสื่อ แล้วแต่แต่ละมุมจะเรียกขาน พรรคภูมิใจไทยต้องการข้อเท็จจริงให้กระจ่างและตอบกลับสมาชิกทุกคนในประเด็นที่เกิดขึ้น

 

การลงมติของพรรคภูมิใจไทยในการถอนร่าง พ.ร.บ.สถาบันเทิงครบวงจรพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ต้องการให้ถอนร่างออกไปเฉยๆ แล้วสามารถเสนอกลับเข้ามาในสภาฯ เมื่อไรก็ได้ในเร็ววัน แต่สิ่งที่เราต้องการคือ ต้องการให้ร่างนี้ตกไปเลย ต้องการให้ สส.โหวตคว่ำ เหมือนสัญญาอย่างหนึ่งว่าในสมัยประชุมนี้จะไม่สามารถเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้กลับเข้ามาใหม่ได้ จึงเป็นเหตุให้พรรคภูมิใจไทยโหวตแบบนั้นในวันนั้น

 

สำหรับสมาชิก 3 คน จะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เป็น ประธานคณะกรรมการ โดยระหว่างนี้ 3 สส.ต้องพักการทำกิจกรรมร่วมกับพรรคเอาไว้ก่อน อย่างไรก็ตามได้มีการพูดคุยกันถึงข้อเสนอตัวเลขเงิน 8 หลักค่อย สส. เรามีพยานบุคคลรับทราบแล้ว 3 คน ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีการรับเงินเหล่านั้นมาแล้วหรือไม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ยังมีการติดต่อ สส.อีก 6 คน ได้รับการติดต่อจากบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งทั้ง 6 คนมีการแจ้งต่อผู้ใหญ่ในพรรคเรียบร้อยแล้วว่าใครดำเนินการอย่างไร ติดต่อแบบไหน ซึ่งจะมีการพูดคุยอีกครั้งหนึ่งในประเด็นนี้

 

สำหรับผู้เสนอเงิน เป็นระดับที่เสียงดังพอสมควร อยู่ในตำแหน่งที่น่าเชื่อถือได้ มีสมาชิกหลายท่านก็มาพูดให้ผู้ใหญ่ในพรรคฟังว่าได้รับการทาบทามในช่วงเดียวกัน ในคณิตศาสตร์การเมืองเป็นเรื่องหน้ากระดาษ เป็นการพูดคุยว่าใครมีเสียงเท่าไร อย่างไรแต่สุดท้ายวัดกันที่คุณภาพของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในสภาฯ หรือนอกสภาฯ การนำประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนำปัญหาต่าง ๆ มาแก้ไข มาช่วยเตือนล่วงหน้าต่อเหตุต่าง ๆ ในอนาคต

 

แนน มองว่าพรรคภูมิใจไทย เรามีคุณภาพจึงมีคนมาสนใจพวกเรา ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่เสมอ ส่วนเจ้าของฟาร์มเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงนั้น ต้องอยู่ในขั้นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สำหรับกรอบเวลาในการตรวจสอบ ต้องให้คณะกรรมการคุยกันว่าจะกำหนดระยะเวลา รายละเอียด และการชี้แจงแบบไหนอย่างไร ต้องให้โอกาสคณะกรรมการทำงานก่อน

 

เมื่อถามว่าจะนำผลไปร้องเรียนต่อ กกต.หรือไม่ แนน ระบุว่า ต้องรอให้คณะกรรมการทำงานก่อน เนื่องจากยังไม่ทราบที่มาที่ไปยังแน่ชัด

The post ภูมิใจไทย ตั้ง ‘ชาดา‘ นั่ง ประธาน คกก.สอบ 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เผยมี 9 สมาชิก ถูกซื้อด้วยเงิน 8 หลัก โดยคนมีเสียงดัง มีตำแหน่งน่าเชื่อถือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เตรียมถก 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เชื่อ สส.ภูมิใจไทยไม่ทรยศประชาชน ชี้ปราศรัยหาเสียงศรีสะเกษ เน้นสะท้อนปัญหามากกว่าวาทกรรม https://thestandard.co/anutin-to-meet-3-dissenting-mps/ Tue, 15 Jul 2025 09:23:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1096633

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ห […]

The post อนุทิน เตรียมถก 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เชื่อ สส.ภูมิใจไทยไม่ทรยศประชาชน ชี้ปราศรัยหาเสียงศรีสะเกษ เน้นสะท้อนปัญหามากกว่าวาทกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี 3 สส.พรรคภูมิใจไทย โหวตสวนมติพรรคให้ความเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมหารือในวันนี้ว่า ต้องเช็กว่าทั้ง 3 คนจะมาประชุมหรือไม่ อย่าเพิ่งเรียกทั้ง 3 คน ว่าเป็นงูเห่าตามที่ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยบอกไว้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเอกสิทธิ์ของ สส. ถ้าเขามาร่วมประชุมคงถามว่า อะไรเป็นอะไร จะได้ซักข้อเท็จจริง ต้องถามให้เรียบร้อยว่าเหตุผลเป็นอย่างไร เช่น ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม อธิบายว่าที่โหวตเพราะต้องการให้กาสิโนออกไปเลย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระแคะระคายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า สส. เป็นผู้ทรงเกียรติจะไปไล่เช็กแบบนั้นไม่ได้ ต่อให้เช็กได้ก็ไม่ควรทำ เราเป็นพรรคภูมิใจไทยมี สส.69 คน หากชนะที่จังหวัดศรีสะเกษอีกก็จะมี สส. 70 คน จึงต้องเชื่อมั่นใน สส.ของพรรคภูมิใจไทยว่าจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทรยศประชาชน เพราะการเป็นงูเห่าถือเป็นการทรยศประชาชน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสดูด สส.พรรคภูมิใจไทย อนุทิน กล่าวว่าไม่ได้เช็กเลย ไม่นำพาให้เช็ก เชื่อว่าบ้านเราก็มีความน่าอยู่ในรูปแบบของเรา ไม่ได้ยินตัวเลขในการใช้งบดูด สส. “ได้ยินมาเดี๋ยวไปเอง”

 

อนุทิน ยังกล่าวถึงลงพื้นที่หาเสียงการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ที่ทางแกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีใช้วาทกรรมการเมืองแบบเก่าว่า ยังไม่ได้ฟังว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยคนไหนพูด จึงยังไม่ขอชี้แจง เพราะจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เรื่องนี้ไม่สำคัญที่จะฟัง และไม่ต้องการต้องโต้ตอบ ยืนยันว่า การปราศรัยของตนไม่ได้เป็นเรื่องวาทกรรม แต่สไตล์การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย คือ การพูดกับประชาชนให้เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจในพรรคภูมิใจไทย สร้างความมั่นใจให้ผู้สมัคร เราไม่ได้พูดถึงคนอื่น

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ตน และแกนนำของพรรคจะลงพื้นที่ไปช่วย จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 5 อำเภอขุนหาญ – อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อย่างต่อเนื่อง เพราะเหลืออีก 20 วันจะถึงวันเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 สิงหาคมนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะสะท้อนคะแนนนิยม โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา จากกรณีคลิปเสียงหลุด อนุทิน กล่าวว่า เราลงพื้นที่เพื่อสะท้อนให้ประชาชนทราบว่า เราพร้อมเข้ามาแก้ปัญหา และเข้าใจปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าการเกษตรที่ราคาไม่ดี เช่น ทุเรียน รัฐบาลต้องแก้ไข เชื่อว่าหากมี สส. พรรคภูมิใจไทยเพิ่มเข้ามาอีก 1 คนก็จะนำเรื่องเหล่านี้ไปนำเสนอเพื่อให้เกิดการแก้ไขได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่ลงพื้นที่ศรีสะเกษมา ชาวบ้านติดใจปมคลิปเสียงหลุดหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดรายละเอียดกับชาวบ้านเรื่องนี้ ตนให้ความสำคัญเรื่องปากท้องชาวบ้าน และเรื่องคลิปเสียงหลุดก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่ควรไปก้าวล่วง

The post อนุทิน เตรียมถก 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เชื่อ สส.ภูมิใจไทยไม่ทรยศประชาชน ชี้ปราศรัยหาเสียงศรีสะเกษ เน้นสะท้อนปัญหามากกว่าวาทกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเศรษฐ์ชี้ ฝ่ายรัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง ตัดจบไม่ให้อภิปรายค้านกฎหมายกาสิโน ไม่กลัวแจงประชาชนไม่ได้ เกรงผิดบาปต่อศาสนา https://thestandard.co/jeseth-gov-casino-bill-opponents/ Wed, 09 Jul 2025 10:41:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1094882

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส […]

The post เจเศรษฐ์ชี้ ฝ่ายรัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง ตัดจบไม่ให้อภิปรายค้านกฎหมายกาสิโน ไม่กลัวแจงประชาชนไม่ได้ เกรงผิดบาปต่อศาสนา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวประเด็นการปิดอภิปรายในการพิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจรว่า ส่วนตัวมีการพูดคุยกันแล้ว และเป็นกังวลอยู่แล้วว่า การไปลงชื่อแล้วประธานสภาผู้แทนราษฎรเอ่ยชื่อ พวกเรากังวลว่าจะถูกสั่งห้ามพูด หรือถูกใช้ข้อบังคับมากีดกันหรือไม่ หลังจากที่ประธานฯได้เอ่ยชื่อ ก็ปรากฏว่ามีสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยเสนอให้ปิดอภิปราย ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล จึงได้แจ้งในที่ประชุมไปแล้วว่า เนื้อหาที่ตนเองจะอภิปรายนั้นไม่ซ้ำซาก และแตกต่างจากผู้อภิปรายคนอื่น

 

เจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี แม้ตนจะเป็นมุสลิม แต่การปฏิบัติของตนก็ไม่เคยแบ่งแยก เรื่องไหนที่สามารถทำได้ก็ทำ การลงพื้นที่ตนเองไม่เคยแบ่งแยกไม่ว่าจะเป็นชนชาติหรือศาสนาใด แต่เมื่อการลงมติเกี่ยวข้องกับกาสิโนอย่างชัดเจน ตนจึงไม่มีความสบายใจ ก็ไม่มีความสบายใจ จึงอยากใช้พื้นที่เพื่ออภิปราย ถามไปยังรัฐมนตรีว่าการถอนร่างกฎหมายดังกล่าว ถอนแล้วถอนเลยหรือถอนแล้วจะกลับมาใหม่ ตนเองจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

 

ทั้งนี้ทางพรรคภูมิใจไทยไม่เคยบีบบังคับเพื่อนสมาชิกที่นับถือต่างศาสนา มีหลายครั้งมาตราของกฎหมายที่มีความไม่สบายใจในการโหวต แต่สิ่งที่ตนเองกังวลตอนที่เป็นองค์ประชุมให้เลื่อน นำมาซึ่งการเข้าสู่พิจารณากฎหมายนี้จะมีความผิดบาปติดตัวไปหรือไม่ ตนไม่ห่วงว่าจะไปตอบคำถามชาวบ้านอย่างไร แต่ห่วงว่าจะไปตอบคำถามกับพระเจ้าได้อย่างไร และสะท้อนเรื่องนี้ไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งในพรรคและต่างพรรคให้เล็งเห็นถึงผลให้ชัดเจน ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเข้าสู่กระบวนการทำให้เกิดกาสิโนหรือไม่ จึงอยากใช้พื้นที่ในการอภิปราย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะคงทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลต้องการปิดปากผู้ที่เห็นต่าง และไม่คำนึงถึงศาสนา ไม่คำนึงถึงจุดยืนหรืออุดมการณ์ของคนที่เห็นต่างเลยแม้แต่น้อย

 

ขณะที่ ซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องการถอนร่างกฎหมายกาสิโน ตนเห็นด้วยที่จะให้ถอน แต่ไม่ใช่ถอนแล้วนำเข้ามาใหม่ เพราะเหตุผลใด อย่างไร หากวันใดอยากนำเข้ามาก็นำเข้ามา ยืนยันไม่มีชาวบ้านในพื้นที่เอากาสิโน

The post เจเศรษฐ์ชี้ ฝ่ายรัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง ตัดจบไม่ให้อภิปรายค้านกฎหมายกาสิโน ไม่กลัวแจงประชาชนไม่ได้ เกรงผิดบาปต่อศาสนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ขออย่าด่วนสรุป เรียก 3 สส.ภูมิใจไทย โหวตสวนมติเลื่อน Entertainment Complex เป็นงูเห่า รอฟังเหตุผลในที่ประชุมพรรคก่อน https://thestandard.co/chaichanok-entertainment-complex-mp-rebel-vote/ Wed, 09 Jul 2025 09:26:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1094848 ไชยชนก ชิดชอบ แถลงข่าวกรณี 3 สส.ภูมิใจไทยโหวตสวนร่างกฎหมาย Entertainment Complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิ […]

The post ไชยชนก ขออย่าด่วนสรุป เรียก 3 สส.ภูมิใจไทย โหวตสวนมติเลื่อน Entertainment Complex เป็นงูเห่า รอฟังเหตุผลในที่ประชุมพรรคก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ แถลงข่าวกรณี 3 สส.ภูมิใจไทยโหวตสวนร่างกฎหมาย Entertainment Complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มี สส.ของพรรค 3 คน ประกอบด้วย ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม, ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ และอรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ ลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex)โดยลงมติเห็นด้วยกับการให้ถอนร่างว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสส.อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากลงมติร่างดังกล่าวยังไม่ได้มีการพูดคุยกับสส.ทั้ง 3 คน แต่เมื่อมีการประชุมพรรคจะมีการสอบถามถึงเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร อาจเป็นเพียงการเห็นด้วยกับกาสิโนก็เป็นไปได้


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมพรรคภูมิใจไทยครั้งล่าสุด มีการพูดคุยกันเรื่องการลงมติร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ ก่อนหรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงหรือความเห็นต่างระหว่างการประชุม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แบบนี้เรียกว่างูเห่าได้หรือยัง ไชยชนก กล่าวว่า คงยังเรียกแบบนั้นไม่ได้ เพราะสุดท้ายก็เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. คำว่างูเห่า อาจเป็นศัพท์ที่ตนไม่คุ้นชิน และหากย้อนไปในสมัยประชุมที่แล้ว ช่วงที่ตนคัดค้านกาสิโน แบบนั้นตนก็เป็นงูเห่าเหมือนกันหรือ จึงยังไม่ขอใช้คำว่า งูเห่า แต่ต้องสอบถามก่อนว่าการแสดงจุดยืนเป็นไปเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่ และขอย้ำว่า ต้องไปพูดคุยกันก่อน ตนไม่อยากตราหน้าเพื่อนสมาชิกทั้ง 3 คน ทั้งที่ยังไม่ได้คุยกัน

 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าฝ่ายรัฐบาลไล่ซื้อเสียงของฝ่ายค้าน เคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า ตนก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ตนก็ไม่ได้มองเห็นทุกอย่างเพียงแต่ได้ยินข่าวคราวมาเหมือนกัน ถ้าประเมินจากสิ่งที่เห็นก็ไม่แปลก เพราะเสียงเขาปริ่มน้ำพอสมควร แต่เป็นกลยุทธ์การเล่นการเมืองสมัยเก่าที่จะทำแบบนี้

 

เมื่อ ถามว่า หากเรียกสส.ทั้ง 3 คน มาชี้แจงแล้วไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรคจะดำเนินการอย่างไร ไชยชนก กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรค ซึ่งตนยังไม่ได้พูดคุย และยังไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับเรื่องแบบนี้

The post ไชยชนก ขออย่าด่วนสรุป เรียก 3 สส.ภูมิใจไทย โหวตสวนมติเลื่อน Entertainment Complex เป็นงูเห่า รอฟังเหตุผลในที่ประชุมพรรคก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตัดจบการอภิปรายฝ่ายค้าน ก่อนโหวตเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร https://thestandard.co/entertainment-bill-withdrawn/ Wed, 09 Jul 2025 08:42:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1094805

วันนี้ (9 กรกฎาคม) หลังจากการอภิปรายของสมาชิกในญัตติที่ […]

The post รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตัดจบการอภิปรายฝ่ายค้าน ก่อนโหวตเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) หลังจากการอภิปรายของสมาชิกในญัตติที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งหนังสือขอถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดย สส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งจากพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง

 

ในช่วงหนึ่ง พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าการเสนอถอนร่างครั้งนี้ ไม่ใช่การถอนบนพื้นฐานของความจริงใจ ที่อ้างว่า ครม. องค์ประกอบเปลี่ยนไป จึงต้องถอนออก ซึ่งฟังแล้วก็งง เพราะกฎหมายอีก 7 ฉบับ ที่ ครม. เสนอเข้ามา จะถอนด้วยหรือไม่

 

ส่วนเหตุผลว่า รัฐบาลต้องการเวลารับฟังความเห็นของประชาชนเพิ่มขึ้น ฟังแล้วก็ยิ่งตลก เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีเคยตอบว่า ฟังความเห็นมาพอแล้ว ซึ่งขอเสนอว่า แม้เสียงไม่พอก็ไม่ต้องชี้นิ้วมาที่ฝ่ายค้าน เพียงรับปากว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่เสนอกฎหมายที่มีปัญหาดังกล่าวกลับมาอีก ฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุน

 

“ถ้าท่านยังไม่พร้อมจะให้คำยืนยันกับพวกเราว่า ท่านถอนไปแล้ว ท่านจะไม่นำร่างดังกล่าวที่มีปัญหากลับมาเสนอในสภาฯ ชุดนี้อีก ก็ชัดเจนว่าท่านไม่พร้อมจะพิสูจน์ความจริงใจของท่าน และถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จำเป็นต้องมาพิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานของผม ว่าเสียงของท่านไม่เพียงพอ เป็นความจริงหรือไม่” พริษฐ์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ได้มี สส. พรรคเพื่อไทย เสนอให้ปิดการอภิปราย เพราะใช้เวลาพอสมควรแล้ว แต่ สส. พรรคภูมิใจไทย ได้คัดค้าน ทำให้ต้องเข้าสู่การลงมติ ซึ่ง พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้รอให้สมาชิกทยอยเข้ามาครบองค์ประชุมอยู่ครู่ใหญ่ โดยผลการแสดงตนมีองค์ประชุมทั้งหมด 253 คน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ 7 คน ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบให้ปิดการประชุม

 

จากนั้น ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายสรุป โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการถอน เพราะเราเห็นตรงกันว่าปัจจุบันนี้ประเทศเรากำลังเผชิญกับหลายภัย ทั้งภัยเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยสังคม และยังมีภัยธรรมชาติ ที่เราต้องให้ความสำคัญ แต่สิ่งที่เห็นชัดแล้ว และพี่น้องประชาชนเข้าใจตรงกันจากการตอบของรัฐมนตรี คือการถอนนั้นไม่ใช่การยุติ หรือเลิกทำเรื่องนี้ ตราบใดที่เรื่องนี้ยังอยู่ในสภา จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้อย่างแน่นอน และก่อให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจลงถนนได้อย่างแน่นอน

 

“พรรคภูมิใจไทยเรื่องนี้เราไม่เห็นด้วยในการถอน เพราะเราไม่เชื่อมั่นในเจตนารมณ์ของท่าน เราอยากให้ท่านรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่พูดมาโดยตลอด ดังขึ้นเรื่อย ๆ และจะดังขึ้นอีก ดังนั้น พอเถอะ เรื่องนี้เราไม่เห็นด้วยกับการถอน และเรามีเจตนาที่จะเริ่มยุติเรื่องนี้ในวันนี้” ไชยชนกกล่าว

 

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในญัตติที่ ครม.ขอถอนร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยจำนวนผู้ลงมติ 318 เสียง เห็นด้วย 253 เสียง ไม่เห็นด้วย 67 เสียง งดออกเสียงและไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี ที่ประชุมจึงมีมติยินยอมให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระ

 

The post รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตัดจบการอภิปรายฝ่ายค้าน ก่อนโหวตเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนไม่ร่วมลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชี้ผลโหวตชัดรัฐบาลปริ่มน้ำมีเพียง 250 กว่าเสียง https://thestandard.co/entertainment-complex-bill-vote-opposition-stance/ Wed, 09 Jul 2025 08:27:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1094791 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวหลังการประชุมสภาฯ ถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒ […]

The post พรรคประชาชนไม่ร่วมลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชี้ผลโหวตชัดรัฐบาลปริ่มน้ำมีเพียง 250 กว่าเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวหลังการประชุมสภาฯ ถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ออกจากวาระการประชุมสภาฯ โดยระบุว่า เป็นการพิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลกลัวที่กฎหมายฉบับนี้จะถูกโหวตคว่ำในสภาฯ จึงถอนร่างเพื่อรอเสนอเข้ามาอีกในอนาคต

 

ดังนั้น การประชุมสภาฯ เมื่อเช้าเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนที่ตัวแทนของ ครม. ให้เหตุผลมาฟังไม่ขึ้น เช่น องค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ถ้าใช้เหตุผลนี้ ทำไมกฎหมายอื่นๆ ไม่มีการถอนออกไป และอีกเหตุผลหนึ่งที่เราต้องการความจริงใจ ให้รับปากต่อที่ประชุมว่าถอนแล้วจะไม่เสนอกลับเข้าไปอีก อย่างน้อย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รัฐบาลพรรคแต่ละพรรคจะมีนโยบายอย่างไร ก็จะสามารถนำเสนอได้ 

 

ณัฐพงษ์ชี้ว่า ผลโหวตที่ออกมาก็เห็นแล้วว่า ฝั่งรัฐบาลมีแค่ 250 กว่าเสียงเท่านั้น หักลบพรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่ามีพรรคใดบ้างที่ไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ได้ ทุกคนสามารถคำนวณได้ มีโอกาสสูงมาก ว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกคว่ำ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ตั้งแต่แรกว่าเหตุผลที่ รัฐบาลถอนร่าง เพราะกลัวว่ากฎหมายจะถูกโหวตคว่ำในสภามากกว่า ทั้งนี้ ซึ่งตนเองพยายามใช้กลไกในสภาทุกอย่าง ทวงถามเหตุผลที่แท้จริงในการถอนร่าง

 

ส่วนที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำเกินมา 7 เสียง แต่เสียงของฝ่ายค้านก็หายไปเหมือนกัน ณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องการโหวตของพรรคฝ่ายค้านเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค ในส่วนของพรรคประชาชนต้องการยืนยันว่าเห็นด้วยในการถอนร่างอย่างจริงใจ แต่เมื่อรัฐบาลไม่ได้ให้เหตุผลที่ดีเพียงพอ จึงไม่สามารถที่จะลงมติในครั้งนี้ได้ ส่วนพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะแสดงออกอย่างไร ก็เป็นเหตุผลของแต่ละพรรค โดยพรรคประชาชนไม่ได้ลงมติด้วย

The post พรรคประชาชนไม่ร่วมลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชี้ผลโหวตชัดรัฐบาลปริ่มน้ำมีเพียง 250 กว่าเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินบอกพูดแต่ความจริง กรณี สีจิ้นผิง ไม่เห็นด้วยสถานบันเทิงครบวงจร ย้อนถ้าอยากได้รัฐมนตรีคงไม่ถอนตัว https://thestandard.co/anutin-entertainment-complex/ Wed, 09 Jul 2025 06:26:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1094683 anutin-entertainment-complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล อดีต […]

The post อนุทินบอกพูดแต่ความจริง กรณี สีจิ้นผิง ไม่เห็นด้วยสถานบันเทิงครบวงจร ย้อนถ้าอยากได้รัฐมนตรีคงไม่ถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
anutin-entertainment-complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธถึงการโพสต์ข้อความเห็นด้วยกับการถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex พร้อมระบุว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ยืนยันไม่ได้เป็นการแฉ และไม่ได้เป็นการใส่สีตีไข่ มีแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ยืนยันว่าท่าทีของพรรคภูมิใจไทย คือต้องการให้ถอนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวออกไป ไม่ต้องการให้นำกลับมาเสนอใหม่ 

 

อนุทินยืนยันว่าการที่ตนเองโพสต์ ไม่ได้เปิดเผยในเรื่องของสาระสำคัญ แต่ต้องการที่จะบอกว่า หากรัฐบาลจะถอนนโยบายนี้ ก็ต้องยกเลิกนโยบายไปเลย และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะโหวตสนับสนุน เพื่อให้การถอนญัตตินี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร แต่ไม่เห็นด้วยกับคาสิโน 

 

ขณะที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เข้ามาประเทศไทย เพราะไม่เชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนที่กระทรวงมหาดไทยดูแล อนุทินกล่าวว่า หลาย ๆ เรื่องประกอบกัน และเรื่องความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ดูแลตำรวจ เพราะตำรวจไม่ได้ขึ้นตรงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับการกำชับว่า จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นธรรม 

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ที่พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะโหวตร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพราะต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น อนุทินย้อนว่า หากอยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เราคงไม่ถอนตัว เราอยากทำงานในฐานะรัฐบาล ผู้บริหารราชการแผ่นดิน แต่ข้อตกลงที่ทำกันไว้กลับกลายเป็นผิดข้อตกลง และหากอยากเป็นรัฐมนตรีคงไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

The post อนุทินบอกพูดแต่ความจริง กรณี สีจิ้นผิง ไม่เห็นด้วยสถานบันเทิงครบวงจร ย้อนถ้าอยากได้รัฐมนตรีคงไม่ถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ จับตารัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีเหตุผลและจริงใจ พร้อมให้คำมั่นไม่เสนอกลับมาจนกว่าจะศึกษารอบคอบ https://thestandard.co/entertainment-complex-opposition-stance/ Wed, 09 Jul 2025 04:37:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1094612 entertainment-complex-opposition-stance

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรา […]

The post ณัฐพงษ์ จับตารัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีเหตุผลและจริงใจ พร้อมให้คำมั่นไม่เสนอกลับมาจนกว่าจะศึกษารอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
entertainment-complex-opposition-stance

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงจุดยืนของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อการประชุมสภาฯ วันนี้ โดยระบุว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติถอนออกไปนั้น ใจความสำคัญคือเหตุผลของการถอนร่าง หากอ้างอิงจากมติ ครม. ก็มีการอ้างว่า เป็นเพราะ ครม.มีการเปลี่ยนเยอะ จึงต้องทบทวนกฎหมายใหม่ 

 

ขณะเดียวกัน การให้สัมภาษณ์ของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ระบุในเชิงว่า การที่รัฐบาลจะเดินหน้ากฎหมายนี้ หรือมีความเชื่อมั่นต่อเมื่อรู้ว่ามีเสียงข้างมาก ดังนั้น เชื่อว่า สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่า คือเหตุผลที่รัฐบาลจะเสนอถอนร่าง ว่าเป็นไปตามเสียงเรียกร้องของประชาชน หรือข้อห่วงใยของพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลเดินหน้ากฎหมายโดยขาดความรอบคอบ 

 

“ถ้าเหตุให้เหตุผลที่ดีเพียงพอในสภา และให้คำมั่นสัญญาเป็นบันทึกในที่ประชุมว่า จะไม่เสนอร่างนี้กลับมาอีก จนกว่าที่จะมีการศึกษาอย่างรอบคอบ ดีเพียงพอ ไม่ได้เป็นการถอน เพื่อรอวันหนึ่ง เมื่อรัฐบาลรวบรวมเสียงข้างมากได้ แล้วจะเสนอกลับเข้ามาอีก ก็เชื่อว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุน กลับกันถ้าเป็นการถอนร่างเพื่อเป็นกลยุทธ์ในสภา เราเองคงต้องพูดคุย หารือกันอีกครั้ง ว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร” ณัฐพงษ์กล่าว 

 

ส่วนกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ผู้นำจีนไม่พอใจนโยบาย Entertainment Complex ณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วยอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องที่ผู้นำจีนจะแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยต่อการเดินหน้านโยบายนี้อย่างไร ก็ต้องสอบถามอนุทินเป็นหลัก แต่จากประสบการณ์ พบว่าการที่นักท่องเที่ยวจีนลดลง เพราะขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

 

ควรรับทั้ง 4 ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สร้างบรรยากาศที่ดี

 

สำหรับความกังวลว่า วันนี้องค์ประชุมสภาฯ อาจล่ม และทำให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้ง 4 ฉบับ ยังไม่ได้ถูกพิจารณา ณัฐพงษ์เชื่อว่า ทุกพรรคเองให้ความสำคัญในการเดินหน้า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่เราก็ให้ความสำคัญกับการถอนร่าง Entertainment Complex ด้วย ดังนั้น หากไม่อยากให้การประชุมล่มในวันนี้ ฝั่งรัฐบาลเองก็มีส่วนสำคัญ ที่จะต้องให้คำมั่นสัญญา หากทำได้ ก็เชื่อว่าฝ่ายค้านก็คงไม่ติดขัดอะไร แต่หากรัฐบาลไม่สามารถทำได้ ก็ต้องรอดูว่า ในการประชุมสภาวันนี้ เราจะเดินหน้ากันอย่างไรได้บ้าง 

 

ณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า จุดยืนของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทยเอง ที่มีการเสนอมาก่อนหน้านี้ว่า วาระหลายๆ อย่างที่เขาไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เพราะมีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล  ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยมาเป็นฝ่ายค้านแล้ว จึงคิดว่านอกเหนือจากวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่พรรคเพื่อไทยจะสามารถแสดงความจริงใจได้ ก็รอดู ส่วนตัวเชื่อว่ามีโอกาสมากขึ้น 

 

ส่วนกรณีที่วิปรัฐบาลมีมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของพรรคประชาชน และภาคประชาชน ณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องรอดู มีโอกาสมากขึ้น แต่เรื่องการเสนอกฎหมายที่ถูกเสนอมาจากหลายพรรคการเมือง หลายภาคส่วน ก็ยังมีข้อแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ตนยืนยันว่า ไม่ว่าจะมีข้อแตกต่างหรือเห็นต่างกันอย่างไร เรายังมีพื้นที่และโอกาสในการพิจารณาความเห็นต่างกันในชั้นกรรมาธิการวาระที่สองได้ จึงไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะปัดตกตั้งแต่ชั้นรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพราะฉะนั้น หากเราอยากจะเดินหน้า เรื่องการนิรโทษกรรม คืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมือง หรือการชุมนุมต่างๆ ก็ควรสร้างโอกาส สร้างบรรยากาศที่ดีในการรับหลักการวาระที่หนึ่งทุกร่างไปก่อน 

 

สำหรับกรณีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ฝ่ายรัฐบาลดูจะไม่เห็นด้วย ในส่วนของภาคประชาชนไม่ปิดกั้นใช่หรือไม่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า ร่างของเราไม่ได้ล็อกหรือบังคับให้มีการนิรโทษกรรม ม.112 แต่มีการเปิดช่องให้ไปทำได้ในระดับของชั้นคณะกรรมการ รวมถึงอาจจะสามารถมีการตั้งเงื่อนไขได้ด้วย ว่า หากนิรโทษกรรม ม.112 ไปแล้ว และมีการกระทำผิดซ้ำ โทษเดิมที่ได้รับการนิรโทษกรรมจะถือว่าเป็นโมฆะ และให้ไปรวมกับโทษใหม่ด้วย 

 

ส่วน ม.112 จะกลายเป็นเงื่อนไข ให้พรรคอื่นไม่รับหลักการร่างของพรรคประชาชนหรือไม่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า การเปิดช่องของร่างเราให้สามารถทำได้ในชั้นกฎหมายลำดับรองต่างๆ ก็คิดว่า เป็นจุดกึ่งกลางในการหาทางออก สำหรับข้อคิดเห็นที่ยังต่างกันได้อยู่ 

 

ขณะที่ สส.ของพรรคประชาชน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีแก้ไข ม.112 จะทำให้พรรคประชาชนพูดเรื่องนี้ในสภาฯ ลำบากหรือไม่ ณัฐพงษ์มองว่า ไม่เกี่ยว เพราะพื้นที่การประชุมสภาฯ ควรจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่จะพูดได้ในประเทศนี้ ที่เราจะหารือประเด็นที่แหลมคม และข้อคิดเห็นที่ยังเห็นต่างกันมากในสังคม

The post ณัฐพงษ์ จับตารัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีเหตุผลและจริงใจ พร้อมให้คำมั่นไม่เสนอกลับมาจนกว่าจะศึกษารอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินชี้รัฐบาลต้องเลิกทำกฎหมายคาสิโนถาวร แฉสีจิ้นผิงเคยขอแพทองธารแล้ว แต่ถูกเมิน จนคนจีนหาย 90% ท่องเที่ยวทรุด ธุรกิจพัง https://thestandard.co/anutin-opposes-casino-bill/ Wed, 09 Jul 2025 00:42:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1094503 anutin-opposes-casino-bill-

วันนี้ (9 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไท […]

The post อนุทินชี้รัฐบาลต้องเลิกทำกฎหมายคาสิโนถาวร แฉสีจิ้นผิงเคยขอแพทองธารแล้ว แต่ถูกเมิน จนคนจีนหาย 90% ท่องเที่ยวทรุด ธุรกิจพัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
anutin-opposes-casino-bill-

วันนี้ (9 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในประเด็นการถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจรออกจากการพิจารณาในสภาว่า พรรคภูมิใจไทยยินดีและพร้อมสนับสนุนให้มีการถอนญัตติ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ หากรัฐบาลยืนยันว่าจะยกเลิกนโยบายนี้และไม่นำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกต่อไป 

 

อนุทิน ระบุต่อว่า นโยบายสถานบันเทิงครบวงจรเป็นสิ่งที่ถูกอ้างว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคแกนนำรัฐบาลและเป็นหนึ่งในสารตั้งต้นที่มีความคิดจะกดดันให้พรรคภูมิใจไทยต้องออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพียงแต่ไม่พูดออกมาเพราะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้อย่างชัดเจนแล้ว จึงพร้อมใจกันให้พรรคภูมิใจไทยรับบทเป็นผู้ร้ายต่อพรรคแกนนำรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว 

 

จนกระทั่งถึงวันที่มีความพยายามจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสมัยประชุมสภาที่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลแทบทุกพรรคก็ได้แสดงท่าทีที่ไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และถึงขั้นที่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนต่อสาธารณชน โชคดีที่นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจชะลอการนำเสนอกฎหมายในวันนั้นและได้ขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปอีกสมัยประชุมหนึ่ง 

 

ถึงแม้ว่าวันนี้รัฐบาลจะมีการเสนอให้ถอนญัตตินี้ออกไป แต่ก็ถือว่ามันสายไปเสียแล้ว การดำเนินนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่องได้สร้างความเสียหายอย่างยับเยินแก่ภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างรุนแรงที่สุดจนไม่อาจเยียวยาได้อีก

 

รัฐบาลทราบเป็นอย่างดีว่าจีนมีท่าทีไม่เห็นด้วยที่ทางการไทยจะผ่านกฎหมายให้มีการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรพร้อมกับอนุญาตให้มีการเล่นการพนันได้ และได้มีการพูดตอกย้ำถึงสามครั้งในที่ประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศว่า ขอให้ยกเลิกนโยบายนี้เสีย มิฉะนั้นรัฐบาลจีนมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการต่างๆที่จะทำให้คนจีนและกิจการต่างๆของจีนปรับท่าทีต่อการท่องเที่ยวรวมไปถึงท่าทีต่อการค้าและการลงทุนกับไทยให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

 

นี่คือการหารือในระดับผู้นำประเทศทั้งสองคือ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งได้ร่วมประชุมอยู่ด้วยและได้จดบันทึกการประชุมในประเด็นนี้อย่างละเอียดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ซึ่งจะต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นอันมากต่อการดำเนินนโยบายนี้ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทยออกไปในทางเมินเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อคำเตือนจากผู้นำของจีนในวันนั้น และยังดำเนินการผลักดันเร่งรัดให้ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร (คาสิโน) ได้รับการบรรจุอยู่ในวาระแรกของสมัยประชุมสภานี้ 

 

อนุทินระบุต่อว่า ผลพวงอันเลวร้ายที่ได้เกิดขึ้นมาจนถึงบัดนี้ก็คือ การหายไปของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนกว่าร้อยละ 90 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจบริการ กิจการโรงแรม ที่พัก การขายสินค้าไทย ของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก แผงขายของ ทั้งหมดได้รับผลกระทบอย่างมหาศาลที่พวกเขาไม่เคยประสบมาก่อน 

 

“นี่เพียงแค่อยู่ในขั้นตอนการบรรจุญัตติเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายเท่านั้นนะ เขายังส่งสัญญาณเตือนมาขนาดนี้  คงไม่ต้องนึกถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาและมีผลบังคับใช้ ซึ่งหากการถอนญัตตินี้ รัฐบาลไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะไม่นำกลับเข้ามาอีกแล้ว ความสูญเสียและความเสียหายของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครทราบว่าจะฟื้นสภาพขึ้นมาได้อีกเมื่อใด”

 

“ผู้คนที่อยู่ในภาคส่วนนี้ก็คงจะต้องประสบสภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างสาหัสที่สุดเป็นแน่แท้ คนจีนที่ยังคงอยู่ในเมืองไทยก็คงจะเป็นพวกจีนเทาเสียเป็นส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเรา”

 

“ช่วงนี้รัฐบาลดำเนินการผิดพลาดหลายเรื่องซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจที่ประมาณค่าความเสียหายไม่ได้ ทั้งเรื่องความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การเปลี่ยนนโยบายแจกเงินประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และล่าสุดการยืนยันของประธานาธิบดีสหรัฐในเรื่องภาษี”

 

ดังนั้นวันนี้ขอรัฐบาลอย่าทำผิดพลาดอีกเลย อย่านึกถึงกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มแล้วแลกด้วยความเสียหายย่อยยับของพี่น้องประชาชนที่เขาเคยได้รับรายได้เลี้ยงชีพจากนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมหาศาลก่อนที่จะมีคำว่าสถานบันเทิงครบวงจรซึ่งแฝงด้วยบ่อนการพนันหรือคาสิโนมาทำลายชีวิตและธุรกิจของพวกเขาโดยสิ้นเชิง รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความมั่นคง สร้างรายได้ให้กับประชาชนของประเทศ  ไม่ใช่ให้กับกลุ่มทุนซึ่งมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของเรา รัฐบาลต้องไม่ผลักดันนโยบายที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศและต่อคู่ค้าที่มีสถานะเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกด้วย 

 

เราควรต้องให้ความสำคัญต่อความเห็นและท่าทีของประเทศที่มีทัศนคติที่ดีต่อเราและยังมีการสานต่อสายสัมพันธ์อันดี จนมีคำกล่าวว่า “จีนและไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน”  หากการยกเลิกนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรจะมีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนจากจีนพลิกฟื้นกลับขึ้นมาแล้วส่งผลให้ประชาชนของเราได้สร้างรายได้อย่างที่เคยเป็นมา รัฐบาลก็ต้องนึกถึงโอกาสของพวกเขาเป็นลำดับแรก

 

อนุทินระบุอีกว่า “แม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะอยู่ในซีกฝ่ายค้านในวันนี้ แต่ผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ยืนยันเสมอว่า พรรคพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล หากนโยบายนั้นเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน วันนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยได้สนับสนุนการถอนญัตติกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรหรือ Entertainment Complex และได้ยินการประกาศยกเลิกนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลชุดนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยเถิดครับ พรรคภูมิใจไทยพร้อมยกมือเห็นด้วย และเชื่อว่าสิ่งที่เป็นมงคลก็จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราในที่สุด”

 

 

The post อนุทินชี้รัฐบาลต้องเลิกทำกฎหมายคาสิโนถาวร แฉสีจิ้นผิงเคยขอแพทองธารแล้ว แต่ถูกเมิน จนคนจีนหาย 90% ท่องเที่ยวทรุด ธุรกิจพัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ ชี้ ครม.เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ปัดถอนร่างกาสิโนกลัวถูกคว่ำ ย้ำเสียงรัฐบาลเกินครึ่ง ตอบไม่ได้เข้าอีกครั้งตอนไหน https://thestandard.co/julpan-on-ent-complex-bill-withdrawal/ Tue, 08 Jul 2025 06:44:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1094223

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ […]

The post จุลพันธ์ ชี้ ครม.เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ปัดถอนร่างกาสิโนกลัวถูกคว่ำ ย้ำเสียงรัฐบาลเกินครึ่ง ตอบไม่ได้เข้าอีกครั้งตอนไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังจาหคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรออกไปก่อน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ตั้งใจถอนร่างดังกล่าว จุลพันธ์ยืนยันว่า ไม่ได้ห่วงเรื่องเสียงในสภา ในวันนี้ได้มีการย้ำในที่ประชุมว่า ครม. ก็ต้องไปทำงานที่สภา เพราะเสียงไม่ได้เยอะเหมือนแต่ก่อน แต่การเป็นรัฐบาลนั้นก็ต้องมั่นใจ ว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการถอนหรือเลื่อน ล้วนต้องใช้เสียงข้างมากทั้งสิ้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการกล่าวอ้างว่ามีบางพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วย จึงจำเป็นต้องถอนไปก่อน จุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มีพรรคใดระบุว่าไม่เห็นด้วย แต่สาเหตุที่ถอนเพราะต้องการให้มีการพิจารณาอีกครั้ง เพราะ ครม.เปลี่ยนตัวจำนวนมาก

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ใช่การยกเลิกใช่หรือไม่ จุลพันธ์ย้ำว่า ถอนครับ เราต้องใช้คำที่อยู่ในกฎหมาย

 

จุลพันธ์กล่าวต่อว่า เราต้องยอมรับความจริง องค์ประกอบของรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเหตุผลที่เหมาะสมที่จะดึงกลับมาให้ทุกคนได้พิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็มีจังหวะเวลาในการทำความเข้าใจกับสังคมให้มากขึ้น เพราะเวลานี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เวลาที่จะเหมาะสมเมื่อไรนั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ตนเองก็ยังตอบไม่ได้ แต่สถานการณ์การเมืองในเวลานี้ ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่เห็นว่าควรชะลอ และรอเวลาที่เหมาะสมก่อน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม พรรคภูมิใจไทยระบุว่า รัฐบาลกลัวเสียงในสภา เนื่องจากมีพรรคร่วมบางพรรคอาจจะไม่โหวตให้ จุลพันธ์กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้ยินว่าจะมีพรรครัฐบาลพรรคใดไม่โหวตให้ ขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ดังนั้นความเชื่อมั่นในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นเรายังมีความเชื่อมั่น ส่วนจำนวนเสียงในสภา เราต้องมั่นใจว่าเกินกึ่งหนึ่ง ดังนั้นประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เราห่วงใย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดการถอนร่างกฎหมายนี้ ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่สามารถถอนในรัฐสภาใช่หรือไม่ ขั้นตอนตามกฎหมายเป็นอย่างไร จุลพันธ์กล่าวว่า การถอนครั้งนี้กระบวนการเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวนี้เสนอผ่านคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นบุคคลที่เสนอเรื่องเข้ามา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จะเป็นกลไกตามปกติ หลังจากนี้ก็คาดว่าจะมีร่างกฎหมายเข้ามาอีกจำนวนมาก ที่เสนอโดยรัฐมนตรีที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว จึงถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่เหมาะสม เนื่องจากมีบางกระทรวงกำลังพิจารณาว่าบางฉบับอาจจะต้องให้รัฐมนตรีใหม่มาพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ว่าหากจะนำร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรเข้าสู่ที่ประชุมสภา ต้องผ่านคณะรัฐมนตรีหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า ถูกต้อง ต้องเริ่มต้นใหม่ เข้าสู่กระบวนการของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายดังกล่าวนี้เป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย แล้วเมื่อไรจะได้ทำ จุลพันธ์กล่าวว่า เราอยู่กับความเป็นจริง นาทีนี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เรายอมรับและต้องยอมถอยหนึ่งก้าว เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ รัฐบาลก็จะมองถึงจังหวะเวลาที่มีความพร้อมและเหมาะสมต่อไป ไม่ได้เป็นประเด็นคอขาดบาดตาย แต่ส่วนตัวรู้สึกเสียดายความล่าช้า จะเป็นการสูญเสียโอกาสของประเทศ ตนเองมีความเชื่อมั่นว่า Entertainment Complex จะเป็นนโยบายที่เกิดการขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศได้อย่างรูปธรรม มองว่าก็น่าเสียดาย ช้าแค่ไหนก็คือความสูญเสียของประเทศ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา มั่นใจหรือไม่ว่าจะผ่านได้ จุลพันธ์กล่าวว่า เราเป็นรัฐบาลเราก็ต้องมั่นใจว่าเสียงเกินครึ่ง

The post จุลพันธ์ ชี้ ครม.เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ปัดถอนร่างกาสิโนกลัวถูกคว่ำ ย้ำเสียงรัฐบาลเกินครึ่ง ตอบไม่ได้เข้าอีกครั้งตอนไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม.เห็นชอบ ถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตามที่คลังเสนอ หลังมีการปรับครม.ใหม่-ต้องให้เวลาสังคมทำความเข้าใจ https://thestandard.co/cabinet-withdraws-ent-complex-bill/ Tue, 08 Jul 2025 05:57:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1094179

วันนี้ (8 กรกฎาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post ครม.เห็นชอบ ถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตามที่คลังเสนอ หลังมีการปรับครม.ใหม่-ต้องให้เวลาสังคมทำความเข้าใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กรกฎาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ กระทรวงการคลังเสนอให้พิจารณา อนุมัติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ….. ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

 

จิรายุกล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า กระทรวงการคลังได้เสนอขอถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและมีการแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ประกอบกับร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคสังคม จึงเห็นสมควรถอนร่าง พ.ร.บ.ในเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และเสนอครม.เพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นให้ถือเป็นมติครม.

The post ครม.เห็นชอบ ถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตามที่คลังเสนอ หลังมีการปรับครม.ใหม่-ต้องให้เวลาสังคมทำความเข้าใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม นำถก ครม. จับตาถอนร่าง Entertainment Complex คมนาคมชงค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มหาดไทยโยกย้ายข้าราชการระดับสูง https://thestandard.co/cabinet-meeting-casino-bts/ Tue, 08 Jul 2025 04:46:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1094140 cabinet-meeting-casino-bts

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รัก […]

The post ภูมิธรรม นำถก ครม. จับตาถอนร่าง Entertainment Complex คมนาคมชงค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มหาดไทยโยกย้ายข้าราชการระดับสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
cabinet-meeting-casino-bts

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยจะมีการให้ความเห็นชอบเรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี และกำกับดูแลแทนนายกรัฐมนตรี สำหรับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานของรัฐ

 

สำหรับวาระสำคัญที่น่าสนใจ นั้น กระทรวงการคลัง จะเสนอถอนร่างกฎหมาย พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … จากที่ ครม.เคยเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายตามที่ประธานวิปรัฐบาล เตรียมที่จะถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรออกจากการบรรจุวาระในการพิจารณาของรัฐสภา ที่จากเดิมจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เพื่อให้มีการนำไปทำความเข้าใจกับประชาชนในแง่ของประโยชน์ที่จะได้จากการลงทุนสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัญหาที่กฎหมายนี้อาจจะถูกโหวตคว่ำในสภาจากเสถียรภาพของรัฐบาล

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง เสนอโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน

 

กระทรวงคมนาคม เสนอมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย (ระยะที่ 2) และเสนอรายงานผลการเจรจาการบินระหว่างไทย – จอร์แดน และไทย – อินเดีย

 

กระทรวงแรงงาน เสนอการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งได้รับการขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานต่อไป

 

กระทรวงกลาโหม เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

 

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ UNDP ในการดำเนินงานศูนย์นวัตกรรมระดับภูมิภาค กรุงเทพมหานคร – UNDP (RIC) หรือห้องปฏิบัติการนโยบายประเทศไทย (TPLab) และเสนอผลการประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568

 

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)เสนอข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กรณีกฎกระทรวงการดำเนินการเพื่อบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2565 และประกาศสำนักงาน ป.ป.ส. รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานของเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการนำผู้เสพ/ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

 

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบรวม 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ตรวจราชการ,  นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ตรวจราชการ,นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอธิบดีกรมการปกครอง, ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วย

 

ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท ครม. 8 ก.ค. ถอนกฎหมายกาสิโน รถไฟฟ้า 20 บาท

The post ภูมิธรรม นำถก ครม. จับตาถอนร่าง Entertainment Complex คมนาคมชงค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มหาดไทยโยกย้ายข้าราชการระดับสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย จี้รัฐบาล ยกเลิกกฎหมายกาสิโน ชี้แค่ถอนไม่พอ ย้ำเดินหน้าค้านให้ถึงที่สุด https://thestandard.co/casino-law-opposition/ Tue, 08 Jul 2025 03:50:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1094080 casino-law-opposition

วันนี้ (8 กรกฎาคม) แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี แ […]

The post ภูมิใจไทย จี้รัฐบาล ยกเลิกกฎหมายกาสิโน ชี้แค่ถอนไม่พอ ย้ำเดินหน้าค้านให้ถึงที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
casino-law-opposition

วันนี้ (8 กรกฎาคม) แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคภูมิใจไทยว่าพรรคภูมิใจไทยมีมติไม่สนับสนุน ร่างพ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …  ที่รัฐบาลเสนอ และเห็นว่าการถอนร่างพ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาล เป็นการถอนที่ไม่จริงใจ 

 

เพราะเกรงว่าจะแพ้ในการลงมติ เนื่องจากมี สส.ฝ่ายรัฐบาลมากกว่า 30 คน ไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่จะอนุญาตให้มีกาสิโนในประเทศไทย ซึ่งจะซ่อนมาในรูปของสถานบันเทิงครบวงจร รัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจ ที่จะยกเลิกการอนุญาตให้มีกาสิโนในประเทศไทย แต่กลัวแพ้การลงมติ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับรัฐบาล ไม่ยุบสภา ก็ต้องลาออก 

 

ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ ขอให้แถลงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่ารัฐบาลจะไม่เสนอร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ที่มีกาสิโนเข้ามาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีก ถ้ารัฐบาลแถลงชัดเจนแบบนี้ พรรคภูมิใจไทย จะมีมติสนับสนุนให้ถอน แต่ถ้าถอนออกไปก่อน ยังไม่เลิก เพียงแต่รอจังหวะเวลา แล้วส่งเข้ามาอีก ก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาล ว่ายังมีนโยบายให้มีกาสิโน ในประเทศไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทย จะคัดค้านถึงที่สุด ถ้าถอนแบบนี้ เราไม่เห็นด้วยที่จะให้ถอน

 

“ถอน แปลว่า ยังไม่เลิก เราไม่เห็นด้วย ถ้าจะเลิก ต้องพูดให้ชัดว่า เลิก เราจะลงมติเห็นด้วยให้ถอน”

 

แนนกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเร่งรัด กดดัน บังคับให้สส.ฝ่ายรัฐบาล ลงมติเลื่อนวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ขึ้นมาเป็นวาระแรก อ้างว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการลงทุนหลายแสนล้านบาท ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ประชาชนสนับสนุนมากกว่าคัดค้าน แต่เมื่อถึงเวลาที่จะพิจารณา รัฐบาลกลับขอถอนออก ซึ่งไม่ทราบว่ารัฐบาลมีเหตุผลอะไร ต้องขอฟังการอภิปรายเหตุผลของรัฐบาลก่อน 

 

“ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่า ร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร และกาสิโน จะเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจไทยจริง ๆ เป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ ก็ไม่ต้องถอน เปิดโอกาสให้สส.ได้พิจารณากันเต็มที่ แล้วตัดสินกันในสภาฯ ให้เป็นที่เด็ดขาดไปเลย ถ้าเสียงส่วนใหญ่ลงมติเห็นด้วย พรรคภูมิใจไทย ก็จะยอมรับ ไม่ควรใช้วิธีชักเข้าชักออก หลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล” แนน กล่าวทิ้งท้าย

The post ภูมิใจไทย จี้รัฐบาล ยกเลิกกฎหมายกาสิโน ชี้แค่ถอนไม่พอ ย้ำเดินหน้าค้านให้ถึงที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เปิดผลการศึกษา พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ 4 มาตรา ไม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง ขอศึกษาต่อแม้รัฐบาลส่อถอนร่างออก https://thestandard.co/senators-ent-complex-bill-flaws/ Mon, 07 Jul 2025 10:40:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1093893

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 สมัยสา […]

The post สว. เปิดผลการศึกษา พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ 4 มาตรา ไม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง ขอศึกษาต่อแม้รัฐบาลส่อถอนร่างออก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ที่มี มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ในวาระรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือ Entertainment Complex วุฒิสภา

 

โดย นพ.วีระพันธุ์ สุวรรณามัย สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงานว่า กรรมาธิการฯ ได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งจากเอกสารวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลที่สืบค้นได้จากสื่อมวลชนต่างๆ อีกทั้งยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานราชการ และองค์กรภาคีเครือข่ายภาคประชาชน เข้าให้ความเห็นเพิ่มเติมและข้อเสนอแนะ

 

นพ.วีระพันธุ์ ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตและความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ในเบื้องต้น แบ่งเป็น 3 ด้านสำคัญ แต่ละด้านมีข้อย่อย ที่สะท้อนถึงข้อพิรุธหรือความไม่ชัดเจน และควรติดตามตรวจสอบพิจารณาอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

1. ด้านเศรษฐกิจ พบว่า กิจกรรมการพนันไม่ใช่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเป็นการโอนเงิน อุตสาหกรรมคาสิโนมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะขาลง และถูกแทนที่ด้วยการพนันออนไลน์ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการพนันออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำในสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะที่รัฐบาลจีนมีจุดยืนเห็นว่าการพนันขัดต่อจริยธรรม หากประเทศไทยยืนยันจะมีคาสิโน ก็อาจถูกรัฐบาลจีนกีดกันไม่ให้พลเมืองเดินทางมาท่องเที่ยว

 

นอกจากนี้ การดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ไม่จำเป็นต้องใช้คาสิโน ประเทศไทยมีศักยภาพหลายด้านที่ส่งเสริม เช่น อุตสาหกรรมการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Wellness Industry รวมถึงคาดการณ์รายได้จากผู้เล่นคนไทยสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท นั้นเกินจริง เพราะต้องมีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ขัดกับเงื่อนไขที่คนไทยต้องมีเงินฝากในบัญชี 50 ล้านบาท ติดต่อกัน 6 เดือน

 

2. ด้านสังคม และด้านอื่นๆ พบว่าการพนันเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง คาสิโนยังเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรมที่ซับซ้อนขึ้น มีการจ้างงานที่ไร้ทักษะอาชีพ ควรทำประชาพิจารณ์และถามประชามติให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย ว่าควรมีการเปิดคาสิโนในประเทศไทยหรือไม่

 

3. ด้านกฎหมาย พบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีแนวโน้มขัดต่อหลักนิติธรรม หน้าที่ของรัฐ และแนวนโยบายแห่งรัฐ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 5 และ 6

 

ยก 4 มาตราค้ำคอ ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงฯ ขัดรัฐธรรมนูญ

 

ขณะที่ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะกรรมาธิการฯ อภิปรายเพิ่มเติมในประเด็นผลกระทบด้านกฎหมาย โดยระบุว่า ในหมวดที่ 5 ของรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อกังวลเรื่องสถานบันเทิง แต่เมื่อมีการให้เปิดบ่อนคาสิโนที่ชอบด้วยกฎหมาย เปิดกว้างให้ทั้งผู้เล่นชาวไทยและต่างชาติ จะก่อให้เกิดผลกระทบด้านรัฐธรรมนูญ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ที่กำหนดให้การเปิดคาสิโนชอบด้วยกฎหมาย จะเกิดปัญหา เนื่องจากมาตรา 3 วรรค 2 ระบุว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐทั้งหมด ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามหลักนิติธรรม คือ ธรรมะของกฎหมาย เป็นการเชิดชูหลักสุจริต เป็นปฏิปักษ์ต่อพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบ รวมถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งระบบ และหลักนิติธรรมยังได้คำนึงเข้าไปคุ้มครองถึงศีลธรรมอันดีของพี่น้องประชาชน

 

จรัญกล่าวต่อไปว่า ในหมวดที่ 5 ของรัฐธรรมนูญ ยังได้บัญญัติว่า รัฐต้องมีหน้าที่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน มาตรา 58 ระบุว่า รัฐจะกระทำกิจการใด หรืออนุญาตให้บุคคล คณะบุคคลใด ดำเนินการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน และชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม จะต้องมีการทำประเมินเรื่องผลกระทบทางสุขภาพ ก่อนจะดำเนินการได้

 

เช่นเดียวกับมาตรา 63 บัญญัติว่า รัฐมีหน้าที่ต้องสร้างกลไก มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อมโยงกับช่องโหว่ว่า หากมีสถานบันเทิงที่มีคาสิโนขึ้น จะเปิดช่องให้มีการทุจริตประพฤติมิชอบมากกว่าสถานประกอบธุรกิจอื่นๆ จึงควรต้องมีมาตรการหรือกลไกเพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริตให้เข้มข้นกว่าการประกอบธุรกิจปกติทั่วไป แต่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ หาได้มีมาตรการเหล่านั้นให้เราเห็นเลย

 

จรัญยังกล่าวถึง มาตรา 65 ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ บัญญัติไว้ว่า รัฐพึงจะให้มียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปได้อย่างยั่งยืน โดยใช้กระบวนวิธีการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล และในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั้น จะเห็นได้ชัดเจนว่า การพัฒนาประเทศจะยั่งยืนต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานทางจริยธรรม สำนึกในจริยธรรมอันดี และไม่ปรากฏในประเทศอื่น คือ หลักเศรษฐกิจพอเพียง

 

“คาสิโนเป็นแหล่งหาเงิน หาทรัพย์สมบัติ ที่ไม่พอเพียง เต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงนานัปประการ ด้วยเหตุของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไทย 4 มาตราดังกล่าว ผมจึงเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน” จรัญกล่าวทิ้งท้าย

 

หวั่นสร้าง ‘รัฐซ้อนรัฐ’ เหตุการบังคับใช้กฎหมายไทยอ่อนแอ

 

ด้านพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. ในฐานะกรรมาธิการฯ อภิปรายถึงความไม่พร้อมของร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจรฯ โดยชี้ว่า กฎหมายยังมีช่องโหว่ และการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยยังอ่อนแอ พร้อมมองว่า ร่างกฎหมายนี้กำลังจะสร้างรัฐซ้อนรัฐขึ้นมา โดยการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายสถานบริการเดิม โอนอำนาจจากตำรวจท้องที่ไปให้คณะกรรมการชุดพิเศษ เท่ากับเป็นการสร้างแดนสนธยาที่กฎหมายปกติเข้าไม่ถึง

 

พรชัยระบุด้วยว่า ไม่ใช่ว่ามีคาสิโนถูกกฎหมายแล้วจะทำให้บ่อนเถื่อนหมดไป บทเรียนจากสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ชี้ให้เห็นแล้วว่า คนที่เข้าไม่ถึงบ่อนคาสิโนก็จะหันไปหาบ่อนใต้ดินอยู่ดี สุดท้ายเราอาจจะได้ปัญหาซ้ำซ้อนที่เลวร้ายกว่าเดิม เพราะความสำเร็จของนโยบายนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ประชาชนชาวไทยรู้ดีอยู่แล้ว

 

ในช่วงท้าย นพ.วีระพันธุ์กล่าวสรุปการเสนอรายงานว่า การศึกษาของกรรมาธิการฯ ยังไม่จบ แค่ศึกษามาถึงตรงนี้ก็พบแล้วว่า ยังมีข้อพิรุธและความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง กรรมาธิการฯ ยังมีระยะเวลาเหลือ ต้องการทำให้ครบ แม้จะได้ยินว่ารัฐบาลเตรียมจะถอนร่างนี้ออกไป แต่ต้องรอดูพรุ่งนี้ (8 กรกฎาคม) ก่อน เพราะเอาอะไรแน่นอนไม่ได้

 

“เรายืนยันว่าจะศึกษาต่อไปให้ครบรอบด้าน เพราะในอนาคต แม้จะมีรัฐบาลใดที่นำร่าง พ.ร.บ. ในลักษณะนี้กลับมาอีก คิดว่าการศึกษาของกรรมาธิการฯ จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานของไทยในอนาคต” นพ.วีระพันธุ์ระบุ

The post สว. เปิดผลการศึกษา พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ 4 มาตรา ไม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง ขอศึกษาต่อแม้รัฐบาลส่อถอนร่างออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิปรัฐบาลยืนยัน 9 ก.ค. นี้ ถอนร่าง Entertainment Complex ดักคอฝ่ายค้าน ถ้าจะถอน คุณอย่าขวางแล้วกัน https://thestandard.co/gov-ent-complex-bill-withdrawal/ Mon, 07 Jul 2025 08:34:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1093792

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. […]

The post วิปรัฐบาลยืนยัน 9 ก.ค. นี้ ถอนร่าง Entertainment Complex ดักคอฝ่ายค้าน ถ้าจะถอน คุณอย่าขวางแล้วกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment ที่อยู่ในระเบียบวาระที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

 

วิสุทธิ์ระบุว่า ขอประกาศว่า ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ จะถอนร่างดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุมสภาฯ แน่นอน ใครจะมาชุมนุม ไม่ต้องมา ร้อนเปล่าๆ กลับไปนอนตีพุง เราคุยกันในพรรคแล้ว ย้ำว่า ไม่ได้ถอนเพราะกลัวอะไร เนื่องจากที่ผ่านมาได้บอกให้ทุกคนทำความเข้าใจกับประชาชนให้สิ้นกระแสความ ถึงให้ถอนออกไปก่อนก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เสียหน้า อะไรที่ใครยังติดอกติดใจ รัฐบาลก็รับฟังอยู่แล้ว จึงยังไม่อยากให้เข้าตอนนี้

 

ส่วนในอนาคตจะมีการนำกลับเข้ามาอีกหรือไม่นั้น วิสุทธิ์ระบุว่า ยังพูดไม่ได้ ขนาด พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่ว่าด้วยเรื่องนิรโทษกรรม เมื่อหลายปีก่อน ก็โดนรุมเยอะ วันนี้ไม่เห็นใครว่าอะไร การนิรโทษกรรม เรามองว่าใครกลับเนื้อกลับตัว ก็เข้ามาทำงานร่วมกันได้ ไม่มีปัญหา ควรอภัยต่อกัน ประเทศชาติบ้านเมือง ต้องการความรัก ความสามัคคี จึงต้องนำกฎหมายนิรโทษกรรมเข้า จะได้ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้

 

“มีหลายคนที่พูดอยากให้ถอนมาหลายเดือน แล้วเดี๋ยววันที่ 9 กรกฎาคม ดูกันว่า ที่อยากให้ถอน ถ้าคุณไม่ขวาง ก็ถอนได้ง่ายๆ ปากกับใจนักการเมืองควรจะตรงกัน พูดอย่างไร ก็รับผิดชอบในอดีต ไปลองเปิดคลิปดูได้ว่า เมื่อก่อนที่คุณพูดอยากให้ถอน เวลาผมจะถอน คุณอย่าขวางแล้วกัน” วิสุทธิ์กล่าว

 

สื่อมวลชนถามว่า กลัวฝ่ายค้านตลบหลังใช่หรือไม่ วิสุทธิ์ตอบว่า ปัญหาประเทศต้องร่วมมือกัน แก้ปัญหาด้วยวาทกรรมไม่ได้ ต้องแก้ด้วยความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันว่า เมื่อมีการถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงฯ แล้ว จะเข้าสู่วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ แน่นอน

The post วิปรัฐบาลยืนยัน 9 ก.ค. นี้ ถอนร่าง Entertainment Complex ดักคอฝ่ายค้าน ถ้าจะถอน คุณอย่าขวางแล้วกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์เผยที่ประชุม ครม. 8 ก.ค. นี้ จ่อเสนอถอนร่าง Entertainment Complex ออกจากสภาฯ https://thestandard.co/entertainment-bill-withdraw/ Sun, 06 Jul 2025 05:53:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1093406 entertainment-bill-withdraw

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post ชูศักดิ์เผยที่ประชุม ครม. 8 ก.ค. นี้ จ่อเสนอถอนร่าง Entertainment Complex ออกจากสภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
entertainment-bill-withdraw

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระบวนการถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ของรัฐบาล ว่าร่างกฎหมายอยู่ในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ที่บรรจุวาระพิจารณาไว้แล้วในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ วาระที่ 1 หากเปิดประชุมสภาฯ แล้วรัฐบาลยังไม่มีการดำเนินการใด สภาฯ ก็จะต้องพิจารณาทันที

 

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ฟังจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มองว่า มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงเห็นว่าควรที่จะถอนร่างกฎหมายออกมาเพื่อพิจารณาให้เกิดความรอบคอบครั้งหนึ่ง ซึ่งจากเท่าที่รับทราบเจ้าของร่าง หรือกระทรวงการคลังจำเป็นต้องทำเรื่องเสนอ ครม. ให้ถอนร่างออกจากวาระสภาฯ ซึ่งจะมีการเสนอในการประชุม ครม. วันอังคารที่ 8 กรกฎาคมนี้

 

“แสดงเหตุและผลว่าเหตุใดจึงถอน หาก ครม. มีมติให้ถอน ก็จะแจ้งที่สภาฯ ให้รับทราบ แล้วประธานสภาฯ ต้องแจ้งต่อที่ประชุม ว่าวาระนี้ Entertainment Complex รัฐบาลขอถอนออกไปก่อน ขั้นตอนเป็นทำนองนี้ เพราะฉะนั้น ขณะนี้เข้าใจว่ากระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าของร่าง อยู่ระหว่างการดำเนินการ เข้าใจว่าวันอังคารนี้ (8 กรกฎาคม) จะมีการนำเสนอเรื่องนี้ต่อ ครม.” ชูศักดิ์กล่าว

 

ชูศักดิ์ยังกล่าวถึงปัญหาองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกือบล่มเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ในช่วงที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ โดยระบุว่า การประชุมสภาฯ ครั้งที่ผ่านมา ถือว่าเหนือความคาดหมาย เพราะปกติในการประชุมสภาฯ วันพฤหัสบดี เป็นกระทู้ถาม จะไม่มีการเสนอนับองค์ประชุม พูดตรงๆ เชื่อว่าฝ่ายค้านเจตนาทำให้เกิดปัญหาองค์ประชุมสภาฯ ล่ม ไปไม่ได้ 

 

“จริงๆ วิปรัฐบาลกำชับอยู่ตลอด ว่าเรื่องแบบนี้อย่างไรต้องเจอแน่นอน เพราะเสียงเป็นแบบนี้ อย่างไรก็ต้องเจอเป็นธรรมดาทางการเมือง และรัฐบาลต้องพร้อมที่สุด ก็กำชับกันว่ารัฐมนตรีที่เป็น สส. ให้ทำงานที่สภาฯ ขณะเดียวกันพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมาเต็มกำลังความสามารถ เพราะว่าอาจจะเกิดแบบนี้ได้ตลอดเวลา” ชูศักดิ์กล่าว

 

ชูศักดิ์เปิดเผยว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รับทราบปัญหานี้แล้ว และเห็นควรให้กำชับมอบหมายให้เกิดความชัดเจนแน่นอนว่า ใครรับผิดชอบตรงไหน

The post ชูศักดิ์เผยที่ประชุม ครม. 8 ก.ค. นี้ จ่อเสนอถอนร่าง Entertainment Complex ออกจากสภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์เตือนรัฐบาล เปิดคาสิโนถูกกฎหมายอาจได้ไม่คุ้มเสีย หวั่นนักท่องเที่ยวจีนหาย กระทบท่องเที่ยว https://thestandard.co/abhisit-casino-thai-tourism/ Thu, 05 Jun 2025 09:48:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1082192

วันนี้ (5 มิถุนายน) ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจา […]

The post อภิสิทธิ์เตือนรัฐบาล เปิดคาสิโนถูกกฎหมายอาจได้ไม่คุ้มเสีย หวั่นนักท่องเที่ยวจีนหาย กระทบท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มิถุนายน) ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex วุฒิสภา ที่มี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในวาระนี้ได้เชิญ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาให้ความเห็นนโยบายเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร

 

อภิสิทธิ์ให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการฯ ว่า ขอยืนยันไม่สนับสนุนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพนัน ทุกรัฐบาลที่มีการเสนอก็ไม่เห็นด้วย เพราะการนำธุรกิจใต้ดินมาอยู่บนดิน ไม่สามารถลดกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้มากนัก การนำขึ้นมาบนดินต้องมีกฎเกณฑ์ กติกากำกับ ขณะที่ธุรกิจผิดกฎหมายไม่มี จึงมีความแตกต่างเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบ

 

“สิ่งที่ต้องจับตาคือ เงื่อนไขให้คนไทยไปเล่นการพนันที่มีหลักเกณฑ์ต้องมีเงินในบัญชี 50 ล้านบาท เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อจำกัดคนเล่นนั้น คงไม่ตอบโจทย์การนำสิ่งผิดกฎหมายขึ้นมาบนดิน เพราะคนที่เล่นอยู่ทั่วไปนั้น ไม่ได้อยู่ในสถานะเข้าไปเล่นในสถานบันเทิงเหล่านี้ได้ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นผลักดันนโยบายนี้เป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับนโยบายอื่นๆ” อภิสิทธิ์กล่าว

 

อภิสิทธิ์กล่าวว่า อีกเหตุผลที่คัดค้านคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยอ้างสิงคโปร์เป็นกรณีความสำเร็จ มีตัวเลขการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวมาเทียบ และคำนวณว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ แต่ขนาดประเทศไทยกับสิงคโปร์จะเอามาเทียบเคียงได้จริงหรือไม่

 

“สิ่งที่ห่วงสุดคือยังไม่เห็นการศึกษาของรัฐบาลที่มีสมมุติฐานเกี่ยวกับการเปิดสถานประกอบการอันนี้ แล้วจะเกิดประโยชน์ต่างๆ สมมุติฐานคืออะไร มีแต่หยิบตัวเลขที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สสค.) คำนวณแบบหยาบๆ เบื้องต้น และเทียบบัญญัติไตรยางศ์ของสิงคโปร์ ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือ การใช้ตัวเลขอ้างอิงของการศึกษาภาคเอกชนเชิงธุรกิจ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นในทางธุรกิจ กับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศเป็นคนละเรื่องกัน” อภิสิทธิ์ระบุ

 

อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่ารู้สึกหงุดหงิดที่คนในรัฐบาลต่อว่า สถานบันเทิงครบวงจรคือคาสิโนเป็นการบิดเบือน ไม่แน่ใจคนบิดเบือนเป็นใครกันแน่ เพราะจริงๆ สถานบันเทิงครบวงจรหลายแห่งในโลกไม่มีคาสิโน มีเฉพาะในกฎหมายไทยที่จะออก ถ้ารัฐบาลบอกไม่มีคาสิโนแล้ว สถานบันเทิงครบวงจรไม่มีทางเกิด ทำไมไม่ลองออกกฎหมายโดยไม่มีคาสิโน ทุกวันนี้เห็นการท่องเที่ยวที่สร้างโดยมนุษย์ใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยไม่ต้องพึ่งเงินทุนจากคาสิโน

 

อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เป็นรายได้และรูปธรรมของคาสิโนมีอยู่ 2-3 ส่วนเท่านั้น เรื่องการสร้างงานหรือสร้างมูลค่า ไม่ปฏิเสธ เพราะเกิดขึ้นแน่ แต่สร้างอย่างอื่นก็เหมือนกัน ไม่ต้องเจาะจงว่าเป็นคาสิโน รวมถึงงานที่จะถูกสร้างขึ้นในคาสิโนไม่ได้เป็นตำแหน่งงานที่มีคุณภาพสูง หรือจำนวนมาก แต่ถ้าเอานอกคาสิโน อยู่ในสถานประกอบการอื่น ก็เชื่อว่ามาได้ โดยไม่ต้องมีคาสิโน ถ้าให้แรงจูงใจดีพอ ภาษีที่เก็บได้เป็นประโยชน์เข้าสู่รัฐ

 

สำหรับกรณีการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น ไม่ได้มองว่าประเทศไทยมีความจำเป็นต้องมีคาสิโนดึงดูดคนมาท่องเที่ยว ยิ่งถ้าเกิดหลายแห่ง หลายเมือง ยิ่งกระทบ กระเทือน วันที่ผู้นำไทยไปเยือนจีน เป็นเรื่องแปลกที่ผู้นำจีนเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะจีนมีกฎหมายบอกว่า คนจีนไปเล่นการพนันที่ไหนก็ผิดกฎหมาย หมายความว่า จีนไม่สนับสนุนให้คนจีนเล่นการพนันไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อจีนมีท่าทีเช่นนี้ คงส่งสัญญาณโดยทั่วไปคือ ไม่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวประเทศไทย ถ้ามีคาสิโน

 

“นักท่องเที่ยวจีนประมาณ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ฉะนั้น ถ้าจะคำนวณว่า คาสิโนดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้กี่คน ต้องหักลบกลบตรงนี้ด้วย คำถามคือจะคุ้มกันหรือไม่ เมื่อพูดถึงข้อดีหรือการป้องกันข้อเสียต่างๆ จะเอาทุกอย่างไม่ได้” อภิสิทธิ์กล่าว

The post อภิสิทธิ์เตือนรัฐบาล เปิดคาสิโนถูกกฎหมายอาจได้ไม่คุ้มเสีย หวั่นนักท่องเที่ยวจีนหาย กระทบท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>