พ.ร.ก. เงินกู้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พ-ร-ก-เงินกู้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 07 May 2026 11:17:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ-อัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท https://thestandard.co/bank-thailand-raises-economy-inflation-forecast/ Thu, 07 May 2026 11:16:02 +0000 https://thestandard.co/bank-thailand-raises-economy-inflation-forecast/ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และอัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น 2.1 […]

The post ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ-อัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และอัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น 2.1% รวมถึงประมาณการอัตราเงินเฟ้อปีนี้เป็น 3.1% หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ยืนยันเศรษฐกิจไทยยังไม่อยู่ในภาวะ ‘Stagflation’

 

วันนี้ (7 พฤษภาคม) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 นี้ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยประเมินว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยให้ GDP ในปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 0.6% เพิ่มมาอยู่ที่ประมาณ 2.1% จากประมาณการ GDP กรณีฐานปัจจุบัน ที่ธปท.คาดว่าจะอยู่ 1.5%

 

ขณะที่ในปี 2570 คาดการณ์ว่า GDP จะชะลอตัวลงเหลือโตอยู่ที่ประมาณ 1.6% ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฐาน อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน (Upside) สำคัญได้เช่นกัน

 

ผู้ว่าการธปท.ยังกล่าวถึงการประกาศอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนที่ออกมา 2.89% นั้นสอดคล้องกับประมาณการของธปท. ว่าจะค่อยๆ ทยอยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในระยะข้างหน้าจะมีบางเดือนที่เงินเฟ้อรายเดือนหลุดออกจากกรอบเป้าหมายของธปท.ที่ 1-3% ไปแตะระดับ 4-5% โดยคาดว่า จะแตะระดับสูงสุด (Peak) ในช่วงสิ้นปีนี้

 

ดังนั้น ในเบื้องต้น วิทัยประเมินว่า ธปท.อาจต้องปรับขึ้นประมาณการเงินเฟ้อจากปัจจุบันเฉลี่ยทั้งปี 2569 ที่ 2.9% เป็นราว 3.1% เนื่องจากมี พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทออกมา ก่อนที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2567 จะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1.4%

 

ผู้ว่าการธปท.ยืนยันอีกว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่อยู่ในภาวะที่เรียกว่า ‘Stagflation’ เนื่องจากตามนิยามเศรษฐกิจต้องตกต่ำลงพอสมควร ขณะที่เงินเฟ้อต้องสูงขึ้นในระยะยาวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อไทยจะสูงขึ้นพอสมควรในปีนี้ ก่อนทยอยลดลงในไตรมาส 2 ของปี 2570 จากฐานในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ขึ้นสูงมาก

The post ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ-อัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำประชุม ครม. พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ยกเลิก MOU ก่อนแถลง ด้าน กสม. เสนอรายงานแลนด์บริดจ์ https://thestandard.co/cabinet-meeting-loan-decree-mou-landbridge/ Tue, 05 May 2026 04:13:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1203896 ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นา […]

The post นายกฯ นำประชุม ครม. พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ยกเลิก MOU ก่อนแถลง ด้าน กสม. เสนอรายงานแลนด์บริดจ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระที่อยู่ในความสนใจของประชาชนคือ การพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและวางรากฐานพลังงานของประเทศ

 

ขณะที่ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำแถลงมติเรื่องการกู้เงินนี้ด้วยตนเอง เพื่อชี้แจงความจำเป็นต่อสาธารณะ โดยวัตถุประสงค์หลักของการกู้เงินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านโครงการโอนเงินโดยตรง เช่น ไทยช่วยไทยพลัส และการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินจะถึงมือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่ตกหล่นระหว่างทาง

 

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือการใช้เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด โดยรัฐบาลตั้งเป้าใช้วิกฤตพลังงานเป็นตัวเร่งให้ไทยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และสนับสนุนให้ครัวเรือนใช้หลังคาบ้านเป็นโรงสร้างกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ควบคู่ไปกับการเยียวยาภาคการเกษตรและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

นอกจากเรื่องเงินกู้แล้ว ที่ประชุม ครม. ยังมีวาระด้านการต่างประเทศและกฎหมายที่สำคัญ โดยกระทรวงการต่างประเทศเสนอขอความเห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และการทบทวนเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ รวมถึงมีการพิจารณายกเลิก MOU 2544 และการพิจารณาร่างระเบียบว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน

 

ในด้านนิติบัญญัติ ครม. จะร่วมกันพิจารณายืนยันร่างพระราชบัญญัติที่ยังค้างอยู่ในสภาฯ จากชุดที่แล้ว เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการพิจารณาต่อ เป็นการสานต่องานด้านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการพิจารณายกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยตามข้อเสนอของ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมจะรับทราบข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ (ชุมพร-ระนอง) และพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูต 5 ประเทศ และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการคลังและการระหว่างประเทศให้มีความต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลยืนยันว่าการออกเป็น พ.ร.ก. กู้เงิน มีความรอบคอบและสามารถชี้แจงต่อฝ่ายค้านและประชาชนได้ทุกประเด็น โดยรัฐบาลกำหนดทิศทางบริหารประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาวไว้อย่างชัดเจน โดยงบประมาณจาก พ.ร.ก. นี้จะใช้ดูแลสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่แผนพัฒนาประเทศในภาพรวมจะถูกบรรจุไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ต่อไป

 

ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 1ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 2ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 3ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 4ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 5ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 6ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 7ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 8ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 9ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 10ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 11ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 12ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 13ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 14ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 15ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 16ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 17ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 18ภาพถ่ายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และรายงานแลนด์บริดจ์ 19

The post นายกฯ นำประชุม ครม. พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-ยกเลิก MOU ก่อนแถลง ด้าน กสม. เสนอรายงานแลนด์บริดจ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ปกรณ์​เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน​ 5 แสนล้าน​ ยืนยัน ครม. ยังไม่มีมติ แค่อธิบายข้อกฎหมาย​ ขออย่าตัดตอนคำพูด ย้ำทำงานเพื่อประชาชน​ ไร้การเมือง​ https://thestandard.co/pakorn-clarifies-loan-decree/ Tue, 21 Apr 2026 03:12:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1199459 ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

วันนี้ (21 เมษายน) ปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ […]

The post ​ปกรณ์​เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน​ 5 แสนล้าน​ ยืนยัน ครม. ยังไม่มีมติ แค่อธิบายข้อกฎหมาย​ ขออย่าตัดตอนคำพูด ย้ำทำงานเพื่อประชาชน​ ไร้การเมือง​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

วันนี้ (21 เมษายน) ปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลเตรียมออกพ.ร.ก.เงินกู้​ 5 แสนล้านบาท​ ว่า​ ตนขอเคลียร์ก่อน เรื่องการให้สัมภาษณ์วานนี้ (20 เมษายน) ที่ถามตนว่าถ้ารัฐบาลจะออกพ.ร.ก.กู้เงิน​ ได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบไปว่าทำได้ ตาม มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้างและถ้ามีการกู้เงินเพื่ออุดหนุนกองทุนน้ำมันทำได้หรือไม่​ ซึ่งตนก็ตอบอีกว่าทำได้ และมีการถามว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว​ ซึ่งตนตอบว่าไม่ทราบ​ ต้องไปถามกระทรวงการคลัง

 

ปกรณ์กล่าวอีกว่า แต่กลายเป็นว่า ตนไปบอกว่าจะกู้เงิน คนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ตนคิดว่าไม่ค่อยถูก ต่อไปตนจะไม่พูดแล้วดีกว่า และมองว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้สัมภาษณ์ ส่วนหนึ่งก็มาจากที่สื่อมวลชนเอาไปลงและตัดตอนไป เอาไปพูดกันแบบไม่เข้าใจว่าตนไปออฟไซด์รัฐบาล ตนจึงอยากเคลียร์ประเด็นนี้ก่อน ซึ่งสิ่งที่ตนพูดเป็นการอธิบายตามหลักกฎหมาย ไม่มีอะไร ซึ่งตนยินดีที่จะให้ความรู้ทางกฎหมาย แต่ประเด็นการเมืองตนไม่รับ เรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันด้วยเหตุผล

 

“อยากฝากสื่อฯเอาไว้​ ไม่น่าเชื่อว่าเล่าเรื่องข้อกฎหมายให้ฟังกลายเป็นประเด็นปัญหาแก่รัฐบาลและสังคมไปได้ ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง”

 

ปกรณ์ยืนยันว่า ไม่ได้แก้ตัวเพียง แต่เป็นการพูดข้อเท็จจริงในการให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการประชุมวันคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ไม่มีการกู้เงิน เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน ตามที่ ภราดร​ ปริศนานันทกุล​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าต้องไปคุยกันก่อนก็ถูกต้อง​ และที่ ลวรณ​ แสงสนิท​ ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่ายังไม่รู้รายละเอียดก็ถูกต้อง​ เพราะยังไม่มีการพูดคุยกัน

 

ปกรณ์​ยังยืนยันว่า​ ตนไม่ได้โมโห แต่อยากเคลียร์เพราะไม่อยากให้สังคมสับสนวุ่นวาย บางคนยังไม่ทันไรก็ตั้งท่าจะค้านแล้ว และบอกว่าสิ่งที่จะต้องทำในอนาคต บ้านเมืองคือประคองบ้านเมืองให้ไปข้างหน้า ในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งเป็น New Normal ของโลกนี้ และเราต้องอยู่ร่วมกันในอนาคต และเราจะส่งต่อเรื่องเหล่านี้ให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตต่อไปได้อย่างไร​ อย่ามามัวทะเลาะเล่นอะไรกันแบบนี้ไม่ดี

 

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีตำหนิอะไรหรือไม่ ปกรณ์​ กล่าวว่า​ ตนเพียงแต่เล่าข้อกฎหมายให้ฟัง​ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เข้าใจ พร้อมย้ำกับสื่อฯว่า ตนทำงานไม่ได้เน้นการเมือง ถ้าถามเรื่องการเมือง เรื่องที่คาดหมาย ตนตอบไม่ได้ เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีจะต้องมาพูดคุยกัน ที่ประกอบด้วยพรรคร่วมต้องให้เกียรติและวางแผนร่วมกัน​ แต่สื่อเอาไปตีข่าวแบบนี้ตนก็เลยจบอยู่คนเดียว

 

ปกรณ์​กล่าวอีกว่า​ เรื่องเศรษฐกิจจะต้องวางแผนกันในระยะยาว ไม่ใช่ทำกันปุ๊บปั๊บ​ การจะกู้เงินต้องคิดหน้าคิดหลัง เรื่องกำลังจ่าย รวมถึงปัญหาที่จะรองรับในระยะยาวที่รัฐบาลต้องพิจารณา เพราะต้องดูแลประชาชนกว่า 65 ล้านคน ต้องมีการคิดและวางแผน พร้อมทั้งยอมรับว่าหลังจากนี้รู้สึกกังวล แต่เรื่องการให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมาย หากไปเน้นเป็นประเด็นการเมืองกันหมด ตนไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ตนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ตนเข้ามาเพราะตั้งใจทำในสิ่งที่อยากให้เกิดความสำเร็จ พร้อมโชว์ข้อมือที่สวมริสต์แบนด์สีเหลืองที่เราเขียนว่า​ ‘Better Regulation for Better Life❤’ แปลว่า​การมีกฎหมายที่ดีทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น​ ซึ่งบอกตนอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องทำอะไรให้กับชาวบ้าน

 

เมื่อถามถึงตัวเลข 500,000 ล้านบาท เป็นคำถามนำของสื่อมวลชนใช่หรือไม่ ปกรณ์​กล่าวว่า​ ใช่​ และตนก็บอกไปว่าไม่ทราบให้ไปถามกระทรวงการคลัง​ พร้อมทั้งถามตอบว่า 500,000 ล้านได้หรือไม่ ตนก็ตอบไปว่าประมาณนั้นมั้ง

The post ​ปกรณ์​เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน​ 5 แสนล้าน​ ยืนยัน ครม. ยังไม่มีมติ แค่อธิบายข้อกฎหมาย​ ขออย่าตัดตอนคำพูด ย้ำทำงานเพื่อประชาชน​ ไร้การเมือง​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเผยวงเงิน พ.ร.ก.เงินกู้แก้วิกฤตโควิดเพิ่มเติม 5 แสนล้าน คงเหลืออีก 3.5 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/loan-act-070965/ Wed, 07 Sep 2022 04:45:31 +0000 https://thestandard.co/?p=677463 พ.ร.ก.เงินกู้

วันนี้ (7 กันยายน) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักน […]

The post รัฐบาลเผยวงเงิน พ.ร.ก.เงินกู้แก้วิกฤตโควิดเพิ่มเติม 5 แสนล้าน คงเหลืออีก 3.5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก.เงินกู้

วันนี้ (7 กันยายน) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564) วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) โดยกำหนดให้ คกง. รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณทุก 3 เดือน รวมถึงกำหนดมาตรการดูแลการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ เร่งรัดให้มีการคืนวงเงินคงเหลือเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ

 

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 กันยายน คกง. ได้รายงานถึงความก้าวหน้าการดำเนินงาน และการใช้จ่ายเงินกู้ของแผนงานหรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ราย 3 เดือน ครั้งที่ 4 (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2565) สรุปภาพรวมได้ว่า มีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จแล้วร้อยละ 66.67 โครงการมีความก้าวหน้าน้อย (เบิกจ่ายน้อยกว่าร้อยละ 50) ร้อยละ 15 ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 18 เป็นโครงการที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายรวม 2,468 โครงการ แยกเป็นโครงการที่มีแผนการเบิกจ่าย แต่ไม่มีผลการเบิกจ่าย 141 โครงการ วงเงิน 4,530.11 ล้านบาท และโครงการที่ยังไม่ถึงระยะเวลาเบิกจ่ายตามแผน 2,327 โครงการ วงเงิน 32,559.01 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ คกง. ได้มีข้อเสนอแนะสำหรับโครงการที่เบิกจ่ายน้อยกว่าร้อยละ 50 หากพิจารณาแล้วจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ถ้ามีส่วนที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างก็ให้เร่งรัดดำเนินการตามกรอบเวลา กรณีที่คาดว่าดำเนินการไม่ทัน ให้เร่งดำเนินการขอขยายระยะเวลาตามขั้นตอน  

 

ส่วนโครงการที่พิจารณาแล้วไม่สามารถดำเนินโครงการต่อเนื่องได้ตามเป้าหมายที่ ครม. อนุมัติไว้ ก็ให้เร่งเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติยุติโครงการ ภายในวันที่ 13 กันยายน ซึ่ง ครม. เมื่อวันที่ 6 กันยายน ได้อนุมัติให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยุติโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรฯ และให้ดำเนินการคืนงบประมาณส่วนเหลือจ่าย 212.33 ล้านบาทต่อไป

 

ไตรศุลีกล่าวด้วยว่า คกง. รายงานให้ ครม. ทราบเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้มีโครงการที่ดำเนินการเพื่อคืนเงินกู้เหลือจ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 7 โครงการ จาก 3 หน่วยงาน  รวมวงเงิน 9,992.36 ล้านบาท แยกเป็น 1. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เหลือจ่าย 3 โครงการ รวม 679.04 ล้านบาท 2. สำนักงานประกันสังคม เหลือจ่าย 3 โครงการ วงเงินรวม 6,656.99 ล้านบาท และ 3. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เหลือจ่าย 1 โครงการ วงเงิน 2,656.32 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ เมื่อรวมการคืนเงินกู้เหลือจ่ายของ 7 โครงการแล้ว ทำให้กรอบวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 คงเหลือ ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2565 อยู่ที่ 35,724.41 ล้านบาท

The post รัฐบาลเผยวงเงิน พ.ร.ก.เงินกู้แก้วิกฤตโควิดเพิ่มเติม 5 แสนล้าน คงเหลืออีก 3.5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผ่าภูมิ เพื่อไทย ชี้กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งช้า ทั้งชุ่ย ชี้ขยายเพดานหนี้ ขยายความล้มเหลวซ้ำซาก https://thestandard.co/phaopoom-rojanasakul-opinion-about-loan-act/ Tue, 21 Sep 2021 04:07:01 +0000 https://thestandard.co/?p=538759 Phaopoom Rojanasakul

วันนี้ (21 กันยายน) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพร […]

The post เผ่าภูมิ เพื่อไทย ชี้กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งช้า ทั้งชุ่ย ชี้ขยายเพดานหนี้ ขยายความล้มเหลวซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phaopoom Rojanasakul

วันนี้ (21 กันยายน) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แถลงข่าวความคืบหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท และการขยับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% ว่า

 

พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งช้า ทั้งชุ่ย 

 

  1. ‘ช้า’: ไทยเจอการระบาดหนักทั้งระลอก 3 และ 4 เจอการล็อกดาวน์ที่เข้มข้น เจอเคอร์ฟิว เจอธุรกิจล้มละลาย แต่การใช้เงินกู้นี้เพื่อประคองเศรษฐกิจกลับเหมือนอยู่คนละโลก เชื่องช้า อืดอาด เสมือนใช้จ่ายงบประมาณปกติ เม็ดเงินที่ลงสู่ระบบนั้นน้อยนิด ใน 5 แสนล้านบาทนั้น เพียง 5 หมื่นกว่าล้านบาทที่ลงสู่ระบบ หรือเพียงราว 10% เท่านั้น เศรษฐกิจที่เสียหายจากการล็อกดาวน์เข้มข้นเดือนละ 1.5-2.5 แสนล้านบาท ถูกชดเชยด้วยเงินอัดฉีดเข้าระบบจากเงินกู้ก้อนนี้เฉลี่ยเพียงเดือน 1 หมื่นล้านบาท เมื่อเงินที่อัดฉีดเข้าระบบน้อยกว่าเงินที่หายไปถึง 15 เท่า แบบนี้เศรษฐกิจเดินต่อไม่ได้

 

ด้านสาธารณสุข วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายเพียง 1,828 ล้าน (หรือ 6%) ประเทศต้องการวัคซีนเร่งด่วน ต้องเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณสุขทันที แต่งบปรับปรุงสถานพยาบาลกลับอนุมัติ 0% เบิกจ่าย 0% 

 

ด้านการฟื้นฟูประเทศวงเงิน 1.7 แสนล้านบาทนั้น อนุมัติ 0% เบิกจ่าย 0% เช่นกัน ไม่มี ไม่ทำ ไม่สร้าง โครงการรักษาระดับการจ้างงาน หรือมาตรการคงการจ้างงาน มีแต่ชื่อโครงการ ถึงวันนี้อนุมัติ 0% เบิกจ่าย 0% ต้องรอให้คนตกงานทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วค่อยมาตามแก้อย่างนั้นหรือ การกระตุ้นการลงทุนยังไม่มีการใช้จ่ายเช่นกัน และท้ายสุดจะไปจบที่ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ‘ชิมช้อปใช้’ ‘คนละครึ่ง’ โครงการชื่อสวย แต่ไร้ประโยชน์เช่นเคย 

 

  1. ‘ชุ่ย’: ในแผนงานเงินกู้ 5 แสนล้านบาทนั้น ทุกโครงการเป็นโครงการจ่ายทิ้ง ใช้แล้วหมดไปทั้งนั้น ไม่มีเงินฟื้นฟูที่เอาไปสร้างอนาคตประเทศ ไม่มีการสร้างโครงสร้างการพัฒนาให้กับประเทศเป็นชื้นเป็นอัน ไม่มีการจัดสรรงบในส่วนนี้ และแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคนถูกละทิ้งจากเงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาด หาบเร่แผงลอย อาชีพกลางคืนที่ถูกเคอร์ฟิว ฯลฯ เหล่านี้ถูกมองข้าม ไม่มีโครงการเยียวยากลุ่มนี้ 

 

พรรคเพื่อไทยเข้าใจดีถึงความจำเป็นต้องใช้เงินในการประคองเศรษฐกิจ แต่ต้องเข้าใจเช่นเดียวกันว่าความจำเป็นของการต้องใช้เงินเพิ่มนี้ ทั้งหมดเกิดจากความล้มเหลวของการใช้เงินกู้ 2 ก้อนที่ผ่านมา หากใช้ให้ดี เงินกู้ 2 ก้อนนั้นมีขนาดที่เหลือเฟือ เราจะไม่เดินมาสู่จุดนี้ ความล้มเหลวของเงินกู้ 1 ล้านล้าน ตามด้วย 5 แสนล้านบาท และวันนี้เปิดช่องให้รัฐบาลกู้เพิ่มได้อีกราว 1.2 ล้านล้านบาท ไม่น่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตลอด 7 ปีที่ผ่าน รัฐบาลสร้างหนี้ ไม่สร้างรายได้ หนี้โตเร็วกว่ารายได้ประเทศถึงกว่า 2 เท่าต่อปีโดยเฉลี่ย การขยายเพดานครั้งนี้เป็นการเปิดช่องให้สร้างหนี้ที่ไม่สร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด

 

ความอันตรายไม่ได้อยู่ที่ความมั่นคงทางการคลัง แต่กลับอยู่ที่เรากำลังพึงพอใจกับ ‘ค่านิยมล้มเหลวซ้ำซาก’ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรากำลังสนับสนุนการกู้ไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย กู้แล้วเจ๊งก็กู้ใหม่ กู้อย่างไม่มีขอบเขต เป็นวังวน

 

การสร้างหนี้ไม่ใช่ของฟรี เป็นของที่มีราคา หนี้ที่สร้างมาจึงต้องสร้างรายได้ เมื่อหนี้ไม่สร้างรายได้ ระยะต่อไปจะได้เห็นการหารายได้ของรัฐบาลผ่านการขึ้นภาษีต่างๆ ซึ่งยิ่งทำร้ายเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก และถ้าทำไม่ได้ ท้ายสุดจึงลงเอยด้วยการกู้หนี้มาโปะหนี้ต่อไปเรื่อยๆ 

 

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเรียนรู้จากบทเรียนความล้มเหลวในอดีต และไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวนั้นเกิดขึ้นอย่างซ้ำซากซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เผ่าภูมิระบุทิ้งท้าย 

The post เผ่าภูมิ เพื่อไทย ชี้กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งช้า ทั้งชุ่ย ชี้ขยายเพดานหนี้ ขยายความล้มเหลวซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนเผย ครม. ยังไม่ส่ง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเข้าสภา แต่หากมาถึง พร้อมบรรจุระเบียบวาระการประชุมทันที https://thestandard.co/loan-act-500-billion-baht-270564/ Thu, 27 May 2021 03:27:32 +0000 https://thestandard.co/?p=493217 พ.ร.ก. กู้เงิน

วันนี้ (27 พฤษภาคม) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถ […]

The post ชวนเผย ครม. ยังไม่ส่ง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเข้าสภา แต่หากมาถึง พร้อมบรรจุระเบียบวาระการประชุมทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก. กู้เงิน

วันนี้ (27 พฤษภาคม) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 และ 28 พฤษภาคมนี้ ว่าจะเป็นการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 และพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 

 

สำหรับ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ยังไม่เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 และ 28 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากทางคณะรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งเรื่องมา ซึ่งหากส่งมาแล้วก็ต้องนำมาบรรจุภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เสร็จสิ้นไปแล้ว 

  

ส่วนการประชุมวันนี้มีการพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับ ตามที่บรรจุระเบียบวาระการประชุม โดยได้จัดสรรเวลาอภิปรายฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านฝ่ายละ 9 ชั่วโมง พร้อมกำชับให้สมาชิกทั้งที่อภิปรายและไม่ได้อภิปรายต้องสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งกรมควบคุมโรคได้มาตรวจสอบห้องประชุม ส.ส. แล้วก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นที่พอใจ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุขกำหนด

  

ขณะที่การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ได้วางกรอบอภิปรายฝ่ายละ 22 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2564

 

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรยังสามารถประชุมได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

The post ชวนเผย ครม. ยังไม่ส่ง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเข้าสภา แต่หากมาถึง พร้อมบรรจุระเบียบวาระการประชุมทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ผ่า พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน พยุงเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน | Morning Wealth 27 พฤษภาคม 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-27052021/ Thu, 27 May 2021 01:28:24 +0000 https://thestandard.co/?p=493179 ผ่า พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน

ผ่าสาเหตุการออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน เพื่อพยุงเศรษฐ […]

The post ชมคลิป: ผ่า พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน พยุงเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน | Morning Wealth 27 พฤษภาคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผ่า พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน

ผ่าสาเหตุการออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน เพื่อพยุงเศรษฐกิจเป็นการเร่งด่วน มีแผนเป็นอย่างไร และจะช่วยฉุดให้ GDP นับจากนี้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

หลังจากการออก พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เป็นอย่างไร จะเกินกว่ากรอบวินัยการเงินการคลังหรือไม่ พูดคุยกับ แพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง

ประกันโควิด-19 มีกี่แบบ ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันโควิด-19 มีอะไรบ้าง ตอบทุกคำถามกับ ดร.สาธิต ผ่องธัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส Estate Planning and Family Office ธนาคารไทยพาณิชย์


ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

 

ไม่พลาดข่าวไฮไลต์ประจำวัน มาเป็นเพื่อนกับ THE STANDARD WEALTH ในไลน์ คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post ชมคลิป: ผ่า พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน พยุงเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน | Morning Wealth 27 พฤษภาคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สบน. ยอมรับ พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน อาจดันหนี้สาธารณะปีงบ 65 ไต่ระดับ 60% ย้ำอยู่ระหว่างทบทวนแผนก่อหนี้ใหม่ เพื่อประเมินตัวเลขที่ชัดเจน https://thestandard.co/500-billion-loan-act-push-public-debt-2022-to-60-percent/ Tue, 25 May 2021 10:18:40 +0000 https://thestandard.co/?p=492842 พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน

ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งในช่วงบ […]

The post สบน. ยอมรับ พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน อาจดันหนี้สาธารณะปีงบ 65 ไต่ระดับ 60% ย้ำอยู่ระหว่างทบทวนแผนก่อหนี้ใหม่ เพื่อประเมินตัวเลขที่ชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน

ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ (25 พฤษภาคม) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ของกระทรวงการคลัง ได้เปิดแถลงข่าวถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ดังกล่าว รวมไปถึงการบริหารหนี้ชัดเจนแล้วว่า ‘รัฐบาล’ มีแผนกู้เงินเพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท เพื่อดูแลผลกระทบในส่วนนี้ว่า หลังการก่อหนี้เพิ่มทั้งหมดแล้ว จะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเกินกว่ากรอบวินัยการคลังที่ 60% หรือไม่

 

โดย แพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวย้ำว่า ตัว พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 มีวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 คาดว่าจะมีการเบิกใช้ราว 1 แสนล้านบาท ที่เหลือจะเป็นการเบิกใช้ในปีงบประมาณ 2565

 

สำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ กำหนดไว้ว่าจะต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ใน 3 แผนงานหลัก คือ แผนงานด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท แผนงานด้านการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 จำนวน 3 แสนล้านบาท และแผนงานด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อีกจำนวน 1.7 แสนล้านบาท

 

แพตริเซียกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ปรับลดวงเงินลงมาเหลือ 5 แสนล้านบาท จากฉบับร่างที่กำหนดวงเงินไว้ 7 แสนล้านบาท เป็นเพราะทีมเศรษฐกิจเห็นว่าการใช้เงินในระดับ 5 แสนล้านบาท เพียงพอกับการดูแลเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ขณะเดียวกันยังยืนยันว่า การปรับลดวงเงินดังกล่าวลงไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นที่จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะสูงเกินกว่า 60% ต่อจีดีพี

 

“ตัวร่าง พ.ร.ก. เขียนไว้ที่ 7 แสนล้านบาท เพราะเป็นตัวเลขที่ ครม. กำหนดว่าจะต้องไม่เกินจากนี้ แต่หลังจากนั้นทีมเศรษฐกิจก็มาดูและเห็นว่าการใช้จ่ายในระดับ 5 แสนล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นที่มาของการปรับลดขนาดวงเงินลง”

 

สำหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้น ประเมินว่าภายในปีงบประมาณ 2564 ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ราวๆ 58% โดยตัวเลขนี้คำนวณจากการใช้จ่ายในส่วนของ พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ครบ 100% และ พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับใหม่ 5 แสนล้านบาท คาดว่าจะใช้จ่ายอยู่ที่ราวๆ 1 แสนล้านบาท 

 

ส่วนคำถามที่ว่าหาก พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับใหม่ ใช้จ่ายครบ 100% จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่เท่าไรนั้น แพตริเซียกล่าวว่า ทาง สบน. กำลังพิจารณาตัวเลขที่ชัดเจนอยู่ สาเหตุเพราะในปีงบประมาณ 2565 มีแผนก่อหนี้บางรายการที่ล่าช้าจากปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องมาก่อหนี้ในปีงบประมาณ 2565 และทำให้ตัวเลขการก่อหนี้ในปีงบประมาณดังกล่าวบวมกว่าความเป็นจริงไปพอสมควร ด้วยเหตุนี้ สบน. จึงต้องมาดูตัวเลขใหม่ทั้งหมด

 

“บางโครงการไม่สามารถดำเนินการได้ในปีงบ 2564 ก็ต้องมาก่อหนี้ในปีงบ 2565 ทำให้เราต้องทบทวนแผนการก่อหนี้ทั้งหมดใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงว่าเป็นเท่าไรกันแน่ ซึ่งโครงการไหนที่ไม่มีความพร้อมเราก็จะพับไป แต่เบื้องต้นเชื่อว่าตัวเลขสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะยังไม่เกิน 60% หรืออาจจะขึ้นไปแตะๆ ระดับ 60% ได้บ้าง ซึ่งยังตอบได้ไม่ชัด เพราะตอนนี้เรากำลังทบทวนแผนทั้งหมดอยู่”

 

สำหรับแผนการทบทวนกรอบวินัยการเงินการคลังนั้น แพตริเซียกล่าวว่า ตามกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง ได้กำหนดให้คณะกรรมการวินัยการเงินการคลังเป็นผู้ที่กำหนดสัดส่วนหนี้ต่างๆ ซึ่งปีนี้จะครบรอบ 3 ปีพอดีที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ทำให้ในเร็วๆ นี้ คณะกรรมการฯ อาจต้องมาทบทวนตัวเลขดังกล่าวกันใหม่

 

อย่างไรก็ตาม การทบทวนตัวเลขที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีขึ้น เพราะทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของคณะกรรมการฯ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะดูจาก 2 เรื่องหลัก คือ สภาพเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น และความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องใช้เงินกู้ในระยะกลางว่ามีมากน้อยแค่ไหน

 

“หากดูแล้วรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะปานกลางผ่านเงินกู้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขยับเพดานหนี้สาธารณะขึ้น หรือถ้ามองว่า 60% ยังคุมได้อยู่ ก็อาจไม่จำเป็นต้องขยับขึ้น หรือมองว่าหากจะขึ้นไปชั่วคราว แต่ในระยะข้างหน้าเงินที่ใส่ไปทำให้จีดีพีขยับขึ้น และมีผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีปรับลดลงมา กรณีแบบนี้ก็อาจไม่ต้องขยับเพดานขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ทีมที่เกี่ยวข้องกำลังศึกษาอยู่ และเมื่อคณะกรรมการฯ มีการประชุม ก็จะหยิบมาพิจารณาเพื่อดูว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องขยับกรอบเพดานดังกล่าวขึ้น”

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post สบน. ยอมรับ พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน อาจดันหนี้สาธารณะปีงบ 65 ไต่ระดับ 60% ย้ำอยู่ระหว่างทบทวนแผนก่อหนี้ใหม่ เพื่อประเมินตัวเลขที่ชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.ก. เงินกู้โควิด-19 รอบใหม่ 5 แสนล้านบาท https://thestandard.co/government-gazette-new-covid-19-loan-enactment-of-500-billion-baht/ Tue, 25 May 2021 05:53:31 +0000 https://thestandard.co/?p=492662 โควิด-19

วันนี้ (25 พฤษภาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระรา […]

The post ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.ก. เงินกู้โควิด-19 รอบใหม่ 5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิด-19

วันนี้ (25 พฤษภาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 สาระสำคัญคือ บัญชีท้ายพระราชกำหนด แบ่งแผนงานออกเป็น 3 ส่วน คือ

 

1. แผนงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน และการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนภายในประเทศ หน่วยงานรับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 

 

2. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ หน่วยงานรับผิดชอบกระทรวงการคลัง วงเงิน 3 แสนล้านบาท

 

3. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานรับผิดชอบกระทรวงการคลัง วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายละเอียดดังกล่าวมีการปรับจากก่อนหน้านี้ที่กระทรวงการคลังเสนอร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ 7 แสนล้านบาท ลดลงเหลือวงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยแผนนำไปใช้ในด้านสาธารณสุขเหลือเท่าเดิม 3 หมื่นล้านบาท แผนงานใช้ในการเยียวยาประชาชนลดลงจาก 4 แสนล้านบาท เหลือ 3 แสนล้านบาท และใช้สำหรับแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมลดลงจาก 2.7 แสนล้านบาท เหลือ 1.7 แสนล้านบาท

 

อ้างอิง:

The post ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.ก. เงินกู้โควิด-19 รอบใหม่ 5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไขวาระลับเงินกู้ 7 แสนล้านบาท กู้เพิ่มแล้วไปไหน https://thestandard.co/loan-act-7-hundred-billion-baht/ Wed, 19 May 2021 13:11:54 +0000 https://thestandard.co/?p=490888 พ.ร.ก. เงินกู้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม) มี […]

The post ไขวาระลับเงินกู้ 7 แสนล้านบาท กู้เพิ่มแล้วไปไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก. เงินกู้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม) มีรายงานว่า กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ระลอกใหม่ วงเงิน 7 แสนล้านบาท 

 

โดยร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าวระบุถึงสาเหตุที่ต้องกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งสรุปได้ว่าตัว พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่ออกมาเมื่อปี 2563 ปัจจุบันเหลือวงเงินอยู่เพียง 1.65 หมื่นล้านบาทเท่านั้น 

 

สำหรับ พ.ร.ก. เงินกู้ระลอกใหม่นี้ มีแผนนำไปใช้ในด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท ใช้ในการเยียวยาประชาชน 4 แสนล้านบาท และใช้สำหรับแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอีก 2.7 แสนล้านบาท

 

ทั้งนี้การเสนอของกระทรวงการคลังในครั้งนี้อยู่ในวาระลับ และที่ประชุมได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว รอเพียงการลงพระปรมาภิไธย 

 

ประเด็นนี้มี 3 คำถามสำคัญคือ 1. การกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทรอบก่อนหน้านี้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วหรือไม่ 2. เงินกู้รอบใหม่ 7 แสนล้านบาทควรนำไปใช้อย่างไร และ 3. เหตุใดการกู้เงินของประชาชนจึงกลายเป็นความลับ 

 

พ.ร.ก. เงินกู้

 

  • 2 ปีกับโควิด-19 ประเทศไทยสูญเสีย 4.6 ล้านล้านบาท

 

THE STANDARD พูดคุยกับ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งได้ประเมินผลกระทบของโควิด-19 ระลอก 3 ว่าเฉพาะการบริโภคที่ลดลงเสียหายถึง 3.1 แสนล้านบาท ซึ่งรอบนี้ค่อนข้างรุนแรง โดยประเมินว่ารอบนี้กว่าจะคุมโรคได้ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน

 

ส่วนถ้าจำได้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทรอบที่แล้ว แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ด้านสาธารณสุข เยียวยา และฟื้นฟู ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เม็ดเงินทั้งหมดทุ่มไปกับการเยียวยา แต่เรายังไม่ได้พูดถึงการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจในโลกหลังโควิด-19 ซึ่งเรื่องนี้เรายังไม่มีเม็ดเงินรองรับเลย

 

“ตอนนี้เราสูญเสียไปกับโควิด-19 มูลค่า 4.6 ล้านล้านบาทภายใน 2 ปี (2563-2564) ภาครัฐเข้ามาช่วย 1 ล้านล้านบาท เหลือช่องว่าง 3.6 ล้านล้านบาท แต่ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลต้องอัดฉีดเม็ดเงินทั้ง 3.6 ล้านล้านบาท แต่จะบอกว่านี่คือช่องว่างที่ใหญ่มาก และเราจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และมี Permanent Output Loss ที่ใหญ่มาก ซึ่งความหมายคือถ้าปล่อยให้เศรษฐกิจซึมๆ ไปแบบนี้แล้วรัฐบาลไม่มาเติมเราก็จะเห็นแผลเป็นนี้ลึกขึ่นเรื่อยๆ ตัวเลขการจ้างงานในไตรมาสแรกของปีนี้ก็เริ่มสูงขึ้นทั้งที่ยังไม่รวมผลกระทบจากการระบาดระลอก 3 

 

“ก่อนจะมีโควิด-19 ระลอก 3 มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในรัฐบาลและนักเศรษฐศาสตร์ด้วยกันก็เห็นตรงกันว่าเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทไม่พออยู่แล้ว เพราะเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้า การท่องเที่ยวจะไม่ได้กลับมาเร็วอยู่แล้ว เพราะทุกประเทศระมัดระวังที่จะปล่อยคนของตัวเองไปต่างประเทศ” ดร.ยรรยงกล่าว

 

ตรวจการบ้านเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เน้นแจกเงิน แต่ไม่ช่วยให้คนยังมีงานทำ

 

ดร.ยรรยงเห็นด้วยที่รัฐบาลโอนเงินให้ประชาชนผ่านมาตรการต่างๆ แต่ส่วนตัวมองว่าอาจจำกัดกลุ่มที่ได้เงินให้แคบลงและตรงเป้าหมายกว่านี้ได้

 

แต่จุดที่สำคัญที่สุดและเราทำได้ไม่ค่อยดีถ้าเทียบกับต่างประเทศคือ มาตรการที่ออกมาไม่ได้โยงกับการจ้างงานเท่าไร บางทีภาครัฐไปมองว่าโควิด-19 มีคนตกงาน 1% จำนวนแค่ 7-8 แสนคน แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ เพราะถ้าเราไปดูจะพบว่ามีตัวเลขคนเสมือนว่างงาน ชั่วโมงการทำงานลดลง หรือคนที่เปลี่ยนอาชีพซึ่งทำให้รายได้ลดลง ก่อนหน้านี้ภาครัฐมีนโยบายหางานให้เด็กจบใหม่ตั้งเป้า 2 แสนตำแหน่ง แต่ออกไปได้จริงแค่หลักหมื่นตำแหน่ง และหลังๆ กระทรวงแรงงานก็เลิกพูดไปแล้ว ส่วน SMEs ตอนนี้ต่อให้จ่ายค่าแรงเขาครึ่งหนึ่งก็จ่ายไม่ไหว ขณะที่ต่างประเทศเขาเน้นมากเรื่องนี้ เพื่อทำให้เอกชนและ SMEs ยังมีกำลังจ้างงานอยู่

 

“ต่างประเทศเขาบอกเลยว่าเอาเงินไปเลยนะ ความเสี่ยงรัฐจะแบกไว้ให้เป็นส่วนใหญ่ แต่คุณต้องเก็บคนงานของคุณไว้ แต่ของเราไม่ว่าจะมาตรการที่รัฐจะช่วยจ้าง 50% ก็ไม่ตอบโจทย์ มาตรการทางการเงินก็ออกไม่ได้จริง”

 

นอกจากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เรายังมี Soft Loan จำนวน 9 แสนล้านบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งปล่อยไปได้แค่ 1.3 แสนล้านบาท ถ้าเทียบกับ Bank of England ซึ่งทำเหมือนแบงก์ชาติบ้านเรา เขาปล่อยให้ทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SMEs ซึ่งหลักการของเขาคือการสร้างความมั่นใจให้ธนาคารพาณิชย์อยากปล่อยเงินกู้ให้ SMEs ว่าถ้าคุณปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจธนาคารจะไม่ได้รับความเสี่ยงมาก

 

ส่วนของประเทศไทยปีที่แล้วธนาคารพาณิชย์ในไทยสินเชื่อเติบโต แต่ธนาคารเลือกปล่อยให้รายใหญ่และธุรกิจที่ปลอดภัยเท่านั้น เนื่องจากในความเป็นจริงการที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อ 100 บาท รัฐช่วยแค่ 10 บาทเท่านั้น ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจที่อยู่รอดเท่านั้น แต่ธุรกิจกลางๆ เสี่ยงๆ ไม่ได้รับการอนุมัติแน่นอน

 

เงินกู้ 7 แสนล้านควรเอาไปทำอะไร ประเทศไทยเหมือนยังไร้ทิศทาง

 

ดร.ยรรยงมองว่า ตัวเลข 7 แสนล้านบาท สมเหตุสมผล สัดส่วนหนี้สาธารณะก็ไม่ได้พึ่งพาต่างชาติเยอะ ต่างชาติยังมั่นใจในวินัยการเงินการคลังของประเทศไทยอยู่ ตอนนี้เราต้องนำเม็ดเงินเข้ามาเหมือนปั๊มหัวใจเศรษฐกิจที่วิกฤตอยู่ก่อน

 

ถ้าถามว่าควรเอาเงินไปทำอะไรบ้าง ดร.ยรรยงมองว่า ด้านสาธารณสุขต้องเพียงพอ เพราะยังไม่รู้ว่าโควิด-19 จะจบเมื่อไร จะมีการระบาดอีกระลอกหรือการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ อีกหรือไม่ รวมถึงต้องเน้นการเยียวยาและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป โดยเฉพาะด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในโลกหลังโควิด-19 ที่ตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างมาก

 

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต้องชัดเจน ว่าจะเอายังไง เช่น Green Energy หรือหลายอย่างที่มันชัดอยู่แล้วว่ามันไปทางนั้นแน่ๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเงียบไปหมด เราอาจประกาศว่าประเทศไทยปีนี้หรือปีหน้าเป็นปีของการรีสกิล (Re-Skill) หรืออัปสกิล (Up-Skill) แรงงานในประเทศโดยรัฐตั้งเป้าหมายและลงทุนให้อย่างชัดเจน

 

“ตอนนี้ที่น่ากลัวคือเราไร้ทิศทางมากๆ ต่อให้เราอยู่ในวิกฤตเราก็ยังมีธงร่วมกันได้ว่าเราจะไปที่ไหนอย่างไร ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ แต่ตอนนี้เหมือนเราอยู่ไปแบบไม่รู้จะไปไหน ไม่เช่นนั้นจบวิกฤต 2 ปีนี้ไปเราก็ยังเหมือนเดิมคือไม่รู้จะไปไหน”  ดร.ยรรยงกล่าว

 

เงินกู้ 7 แสนล้านบาททำไมต้องเป็นวาระลับ?

 

ดร.ยรรยงหัวเราะก่อนจะตอบคำถาม และบอกว่าก่อนหน้านี้ 2-3 สัปดาห์มีโอกาสได้คุยกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล ซึ่งมองว่าเป็นความท้าทายทางการเมืองในการชี้แจง แต่ในที่สุดมองว่าควรสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วยความโปร่งใสก็จะสร้างความเชื่อมั่นได้ แต่ที่ต้องเป็นวาระลับส่วนตัวเห็นว่าเพราะความกังวลเรื่องการเมือง

 

“เรื่องเงินกู้กับเรื่องวัคซีนก็เหมือนกัน คืออะไรที่โปร่งใสอธิบายทีเดียวมันก็จบ แต่พอคนอธิบายหลายๆ คนไม่ตรงกันคงก็ยิ่งสงสัย” ดร.ยรรยงกล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post ไขวาระลับเงินกู้ 7 แสนล้านบาท กู้เพิ่มแล้วไปไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดวาระลับเงินกู้ 7 แสนล้านบาทสู้โควิด-19 ใช้ทำอะไรบ้าง https://thestandard.co/loan-act-180564/ Wed, 19 May 2021 09:04:51 +0000 https://thestandard.co/?p=490770 พ.ร.ก. เงินกู้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม) มี […]

The post เปิดวาระลับเงินกู้ 7 แสนล้านบาทสู้โควิด-19 ใช้ทำอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก. เงินกู้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม) มีรายงานว่า กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ระลอกใหม่ วงเงิน 7 แสนล้านบาท  

 

โดยร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าวระบุถึงสาเหตุที่ต้องกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งสรุปได้ว่าตัว พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่ออกมาเมื่อปี 2563 ปัจจุบันเหลือวงเงินอยู่เพียง 1.65 หมื่นล้านบาทเท่านั้น 

 

สำหรับ พ.ร.ก. เงินกู้ระลอกใหม่นี้ มีแผนนำไปใช้ในด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท ใช้ในการเยียวยาประชาชน 4 แสนล้านบาท และใช้สำหรับแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอีก 2.7 แสนล้านบาท

 

ทั้งนี้การเสนอของกระทรวงการคลังในครั้งนี้อยู่ในวาระลับ และที่ประชุมได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว รอเพียงการลงพระปรมาภิไธย คำถามสำคัญคือ เหตุใดการกู้เงินของประชาชนจึงกลายเป็นความลับที่ไม่ยอมเปิดเผยต่อประชาชน 

 

พ.ร.ก. เงินกู้

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

 

The post เปิดวาระลับเงินกู้ 7 แสนล้านบาทสู้โควิด-19 ใช้ทำอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญา ชวนจับตา ครม. ออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่ม 7 แสนล้านบาท กระทรวงกลาโหมของบด้วย 387 ล้านบาท https://thestandard.co/emergency-decree-on-an-additional-loan-of-700000-million-baht/ Tue, 18 May 2021 11:29:47 +0000 https://thestandard.co/?p=490427 ศิริกัญญา-ชวนจับตา-ครม.-ออก-พ.ร.ก.-กู้เงินเพิ่ม

วันนี้ (18 พฤษภาคม) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้า […]

The post ศิริกัญญา ชวนจับตา ครม. ออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่ม 7 แสนล้านบาท กระทรวงกลาโหมของบด้วย 387 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญา-ชวนจับตา-ครม.-ออก-พ.ร.ก.-กู้เงินเพิ่ม

วันนี้ (18 พฤษภาคม) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาให้ดีคือการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกระทรวงการคลังได้ขออนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้เพิ่มเติมอีก 700,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินกู้เดิมตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ที่ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปเกือบเต็มวงเงินแล้ว โดยร่าง พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวเป็นเอกสารแค่ 4 หน้า กรอบแผนงานการใช้เงินเขียนสั้นๆ แบ่งเป็น 3 แผนเหมือน พ.ร.ก. เงินกู้เดิมทุกประการ เพียงแต่ปรับลดวงเงินลงมา แบ่งเป็น

 

แผนงานด้านสาธารณสุข ลดลงเหลือ 30,000 ล้านบาท, แผนงานเยียวยาประชาชน ลดลงเหลือ 400,000 ล้านบาท และแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ลดลงเหลือ 270,000 ล้านบาท

 

“การออก พ.ร.ก. เงินกู้ครั้งนี้น่าเป็นห่วง เพราะโครงสร้างแผนงานและกลไกการอนุมัติโครงการแทบจะเหมือน พ.ร.ก. 1 ล้านล้านทุกประการ ดังนั้นเราคงคาดหวังได้ยากว่าใน พ.ร.ก. เงินกู้ตัวใหม่รัฐบาลจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณให้ดีขึ้น” ศิริกัญญา กล่าว

 

ศิริกัญญากล่าวต่อไปด้วยว่า พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้าน ที่รัฐบาลออกมาในปีที่แล้วเห็นได้ชัดแล้วว่า นอกจากโครงการที่เป็นเงินโอนโครงการอื่น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศอนุมัติได้น้อย การเบิกจ่ายล่าช้า ตัวโครงการไม่มีความสมเหตุสมผล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือแผนงานด้านสาธารณสุขที่งบประมาณเดิมมีการเบิกจ่ายแค่ไม่ถึง 30% อุปกรณ์การแพทย์กว่า 2,500 รายการ ในจำนวนนี้มีเครื่องช่วยหายใจ 1,000 เครื่อง งบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ 170 ล้านชิ้นที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว ทั้งหมดนี้ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินเลยแม้แต่เพียงบาทเดียว

 

ศิริกัญญายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แผนงานฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจผ่านมาแล้ว 1 ปี เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น การจ้างงานใหม่ 400,000 ตำแหน่ง, เกษตรกร 95,000 ราย มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตนเองได้, มีพื้นที่เกษตรสมัยใหม่เพิ่มขึ้น 5 ล้านไร่ พื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น 1.7 แสนไร่ และพื้นที่กักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 7,900 ล้านลูกบาศก์เมตรก็เป็นได้แค่ลมปาก ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

 

โครงการเรือธงอย่าง ‘โคก หนอง นา โมเดล’ มีถึง 2 โครงการใช้ชื่อต่างกัน มี 2 หน่วยงานที่ทำเรื่องเดียวกัน เรื่องนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ออกมาชี้เป้าแล้วว่าโครงการภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้าน มีความเสี่ยงในการใช้เงิน เพราะมีการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโครงการล่าช้ากว่าแผน หน่วยงานไม่พร้อมในการดำเนินการ และการดำเนินโครงการมีความเสี่ยงที่จะไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะมีการแก้เงื่อนไขการดำเนินงานหลังอนุมัติ เช่น ลดเป้าหมายเกษตรกรตำบลละ 16 คน เหลือตำบลละ 2 คน เป็นต้น

 

“เรามีบทเรียนการใช้เงินกู้ของประชาชนที่ไม่มีประสิทธิภาพมาแล้ว 1 ปี ในสถานการณ์ปัจจุบัน การกู้เงินเพิ่มเพื่อเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจมีความจำเป็น แต่เราอยากเห็นการกู้แบบมีความรับผิดชอบ ที่มีการคิดเสร็จแล้ว มีรายละเอียดพร้อม มีกลไกเร่งรัดการเบิกจ่าย มีการประเมินกำลังหน่วยงานรัฐว่าไหวไหม ถ้าไม่ไหวอย่าเอาไป เสียของ ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลเงินกู้ก้อนใหม่ให้ประชาชนได้” ศิริกัญญา กล่าว

 

อีกเรื่องที่ศิริกัญญากล่าวทิ้งท้ายไว้คือ ให้จับตาในการประชุม ครม. ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการที่กระทรวงกลาโหมทำหนังสือลับมาก ด่วนมาก ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแก้ปัญหาโควิด-19 ของกระทรวงกลาโหม

 

การของบประมาณในครั้งนี้ กระทรวงกลาโหมขอใช้งบกลางประมาณ 387 ล้านบาท หลายเรื่องเป็นภารกิจของกองทัพอยู่แล้ว เช่น การสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่บริเวณชายแดน 80 ล้านบาท การเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามของกองทัพ 100 ล้านบาท

 

แต่ที่น่าติดใจเท่ากับส่วนที่ใหญ่ที่สุด 207 ล้านบาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่เป็นการใช้เงินเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลในการรับมือกับสถานการณ์ชุมนุม ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับการรับมือแก้ปัญหาโควิด-19 เลย รัฐบาลต้องตอบคำถามเรื่องนี้กับประชาชนให้ชัดด้วย

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ศิริกัญญา ชวนจับตา ครม. ออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่ม 7 แสนล้านบาท กระทรวงกลาโหมของบด้วย 387 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทอนุมัติแล้ว แต่เบิกจ่ายสู่เศรษฐกิจจริงได้เท่าไร? https://thestandard.co/1-trillion-baht-loan-approved/ Mon, 26 Apr 2021 14:05:06 +0000 https://thestandard.co/?p=480399 เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทอนุมัติ

เมื่อ Covid-19 รุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 63 รัฐบาลเลยออก พ.ร. […]

The post เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทอนุมัติแล้ว แต่เบิกจ่ายสู่เศรษฐกิจจริงได้เท่าไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทอนุมัติ

เมื่อ Covid-19 รุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 63 รัฐบาลเลยออก พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเพิ่มเติม แต่เกือบจะครบปีแล้ว Covid-19 ยังไม่สิ้นสุด แต่วงเงินกู้นี้ยังมีเงินเหลืออยู่เท่าไร มีการเบิกจ่ายไปเท่าไรแล้วบ้าง?

 

เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทอนุมัติ

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทอนุมัติแล้ว แต่เบิกจ่ายสู่เศรษฐกิจจริงได้เท่าไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินกู้ฯ แก้โควิด-19 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้ทำอะไรบ้าง https://thestandard.co/curing-covid-19-loan-for-medicine-and-public-health/ Mon, 26 Apr 2021 04:54:14 +0000 https://thestandard.co/?p=480107 เงินกู้ฯ แก้โควิด-19 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้ทำอะไรบ้าง

นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ […]

The post เงินกู้ฯ แก้โควิด-19 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้ทำอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินกู้ฯ แก้โควิด-19 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้ทำอะไรบ้าง

นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้ฯ จำนวน 25,825.88 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดซื้อยา วัคซีน เวชภัณฑ์ควบคุมป้องกันโรคให้บุคลากรและผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเตรียมหอผู้ป่วย โรงพยาบาลสนาม รวมทั้งจ่ายเป็นค่าเยียวยา ค่าชดเชย ค่าเสี่ยงภัย เป็นต้น ยืนยันมีแผนการใช้ชัดเจนไม่ล่าช้า และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การระบาดของโรค

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post เงินกู้ฯ แก้โควิด-19 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้ทำอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>