พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พุฒิพงศ์-ปราสาททองโอสถ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 30 Jan 2026 12:49:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 2 ทุนใหญ่ BTS-บางกอกแอร์เวย์ ลุยสร้าง ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ ปั้น Airport City 6,500 ไร่ ไร้ไฮสปีดเทรน เริ่ม ก.พ.69 https://thestandard.co/utapao-airport-city/ Fri, 30 Jan 2026 10:56:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1171577 ภาพการลงนามข้อตกลงร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

ไม่รอไฮสปีด! UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟโครงการ […]

The post 2 ทุนใหญ่ BTS-บางกอกแอร์เวย์ ลุยสร้าง ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ ปั้น Airport City 6,500 ไร่ ไร้ไฮสปีดเทรน เริ่ม ก.พ.69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการลงนามข้อตกลงร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

ไม่รอไฮสปีด! UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ และเมืองการบินภาคตะวันออก 6,500 ไร่ ดีเดย์ ก.พ.นี้ ลุยพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO โดย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. และบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA)

 

โดยมีกวิน กาญจนพาสน์ และพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ร่วมกันลงนาม ในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการฯ อย่างเป็นทางการ

 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการฯ

 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัท UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน

 

ภาพการลงนามข้อตกลงร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก 1

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดยจากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (Notice to Proceed หรือ NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

 

ซึ่งหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ขณะเดียวกัน ภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการฯ บริษัท UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ ‘Airport City’ และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดนักลงทุนต่อเนื่องในพื้นที่

 

ปัจจุบัน ในพื้นที่โครงการฯ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้

 

ทั้งนี้ การลงนามฯ ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการผลักดันสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออกที่ทันสมัย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

 

ด้านจุฬา ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้าง และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการ

 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทาง UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน

 

ย้อนจุดเริ่มต้น โครงการมหากาพย์ 2.9 แสนล้านบาท 1 ใน 4 โปรเจกต์ยักษ์ EEC

 

โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถูกวางบทบาทให้เป็น ท่าอากาศยานหลักแห่งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เชื่อมโยงการเดินทางผ่านโครงข่าย รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

 

ภาพการลงนามข้อตกลงร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก 2

 

สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าสนามบิน ซึ่งจะเชื่อมต่อระบบคมนาคมในประเทศและ EEC สู่เวทีโลกรองรับโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม มหากาพย์โครงการมูลค่ากว่า 2.9 แสนล้านบาทดังกล่าว นับเป็น 1 ใน 4 เมกะโปรเจกต์ EEC ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, สนามบินอู่ตะเภา, เมืองการบินตะวันออก และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้ดำเนินการมากว่า 5 ปี ผ่านมาแล้วหลายรัฐบาล เข้าสู่รัฐบาลที่ 4 ปัจจุบันจึงกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังเผชิญความล่าช้าอย่างต่อเนื่อง

 

เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาหลักของโครงการนี้ อยู่ที่การผูกโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน ส่งผลให้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เคยเสนอทางออกขอเดินหน้าโครงการในรูปแบบ “ไร้ไฮสปีด” โดยยื่นข้อเสนอให้ EEC ปลดล็อกเงื่อนไขการเชื่อมโยงกับรถไฟความเร็วสูง เพื่อเปิดทางให้โครงการเมืองการบินภาคตะวันออกสามารถขับเคลื่อนได้ก่อนแบบไม่ต้องรอรถไฟไฮสปีด

The post 2 ทุนใหญ่ BTS-บางกอกแอร์เวย์ ลุยสร้าง ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ ปั้น Airport City 6,500 ไร่ ไร้ไฮสปีดเทรน เริ่ม ก.พ.69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Airways คาด เหตุแผ่นดินไหวไม่กระทบท่องเที่ยวไทย วางเป้าผู้โดยสารปีนี้ 4.7 ล้านคน โต 8% https://thestandard.co/bangkok-airways-earthquake-tourism-impact/ Fri, 28 Mar 2025 10:42:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1057661 Bangkok Airways

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.4 ใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ป […]

The post Bangkok Airways คาด เหตุแผ่นดินไหวไม่กระทบท่องเที่ยวไทย วางเป้าผู้โดยสารปีนี้ 4.7 ล้านคน โต 8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Airways

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.4 ใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 320 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 7.1 เมื่อเวลา 13.32 น.

 

ณ เวลาประมาณ 15.20 น. พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบิน Bangkok Airways เปิดเผยว่า เที่ยวบินต่างๆ ที่สนามบินสุวรรณภูมิเริ่มกลับมาทำการบินได้แล้ว แต่ยังจำกัดจำนวนชั่วโมงละประมาณ 20 ไฟลต์ จากปกติที่กว่า 100 ไฟลต์ต่อชั่วโมง

 

“หลังจากเช็กโครงสร้างต่างๆ สนามบินเริ่มเปิดให้มีการบินแล้ว แต่เบื้องต้นจะเน้นให้เครื่องลงก่อน เพราะมีเครื่องบินที่บินวนรออยู่จำนวนมาก”

 

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้น่าจะส่งผลกระทบระยะสั้น หากมีการตรวจและยืนยันความปลอดภัยแล้ว ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยหลังจากนี้ 

 

พร้อมกันนี้ พุฒิพงศ์เปิดเผยถึงเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารของบริษัท คาดว่าจะแตะระดับ 4.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนที่มีผู้โดยสาร 4.3 ล้านคน หนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมที่เพิ่มขึ้น และอีกส่วนหนึ่งยังได้รับอานิสงส์จากกระแสของซีรีส์เรื่อง White Lotus ซึ่งมีฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทยจำนวนมาก 

 

ขณะที่จำนวนเที่ยวบินคาดว่าจะอยู่ที่ 48,077 เที่ยวบิน อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 82% ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยประมาณ 4,200 บาทต่อที่นั่ง ทั้งนี้ แนวโน้มการเดินทางในปีนี้ เส้นทางสมุย ยังคงเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีการสำรองที่นั่งล่วงหน้าในช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 14% โดยบริษัทวางแผนกลับมาให้บริการเส้นทาง สมุย-กัวลาลัมเปอร์ วันละ 1 เที่ยวบิน ในไตรมาส 4 เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารจากยุโรปที่เดินทางผ่านทางสนามบินกัวลาลัมเปอร์

 

ส่วนประเด็นการร่วมทุนกับ บมจ.การบินไทย (THAI) เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่สนามบินอู่ตะเภา คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นจะเป็นการบินไทย 60% และการบินกรุงเทพ 40% 

 

“การถือหุ้นน่าจะ 60%, 40% ซึ่งเราไม่ได้ติดอะไรกับการที่การบินไทยจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และที่ดินดังกล่าวก็เป็นของการบินไทยอยู่ก่อนแล้ว”​

 

ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ จะเริ่มต้นได้ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ และน่าจะสรุปได้ภายในไตรมาส 3 นี้ 

 

สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงจะช่วยเสริมรายได้และกำไรให้กับบริษัท แต่อัตรากำไรของธุรกิจนี้อาจจะไม่ได้สูงมากเพราะมีต้นทุนสูง แต่สิ่งสำคัญคือการเสริมอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้เติบโตและครบครันมากขึ้น 

 

“ที่ผ่านมาไทยไม่มีศูนย์ซ่อม ทำให้เราจะเป็นศูนย์กลางทางการบินได้ยาก เพราะต้องอาศัยประเทศอื่น จริงๆ แล้วเรามีข้อได้เปรียบเรื่องโลเคชัน แต่ยังไม่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากนัก โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบที่ค่อนข้างซับซ้อน” 

 

พุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยต้องการจะทำศูนย์อะไหล่ที่ไทย แต่ติดปัญหาเรื่องขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน อย่างสิงคโปร์หากมีคำสั่งซื้อเข้ามา สามารถที่จะส่งออกไปได้ภายใน 2 ชั่วโมง แต่เราไม่สามารถสู้ได้ 

 

สำหรับผลประกอบการของ BA ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 26,456 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% จากปีก่อน

The post Bangkok Airways คาด เหตุแผ่นดินไหวไม่กระทบท่องเที่ยวไทย วางเป้าผู้โดยสารปีนี้ 4.7 ล้านคน โต 8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟ้าหลังฝน! ธุรกิจการบินคึกคัก ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.8 หมื่นล้านบาท ปี 67 รับ ‘เอเชีย’ ขึ้นแท่นจุดหมายยอดฮิต https://thestandard.co/bangkok-airways/ Mon, 01 Apr 2024 06:45:52 +0000 https://thestandard.co/?p=917818 Bangkok Airways

การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกหลังจากการยุตินโยบายควบ […]

The post ฟ้าหลังฝน! ธุรกิจการบินคึกคัก ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.8 หมื่นล้านบาท ปี 67 รับ ‘เอเชีย’ ขึ้นแท่นจุดหมายยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Airways

การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกหลังจากการยุตินโยบายควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิดเป็นผลให้ธุรกิจการบินกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยข้อมูลล่าสุดจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) เผยว่า เทรนด์การเติบโตของนักท่องเที่ยวแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะอยู่ที่ราว 4.6% ในระหว่างปี 2562-2583 ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ

 

นอกจากนี้ ภายในปี 2583 ทางสมาคมฯ ยังคาดการณ์ว่าสัดส่วนของผู้โดยสารที่จะเข้ามาในภูมิภาคนี้จะสูงถึง 64% ของการเดินทางทั่วโลก

 

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมการบินโลกนั้นมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดย IATA สรุปรายได้ของสายการบินทั่วโลกในปี 2566 อยู่ที่ 107% ของปี 2562 (ปีก่อนโรคโควิด) และคาดว่าปี 2567 ระดับรายได้ของอุตสาหกรรมจะขยายตัวที่ 115% ของปี 2562

 

ในส่วนของการท่องเที่ยวของประเทศไทย ตัวเลขผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินในประเทศปี 2566 คิดเป็น 74% ของปี 2562 โดยการเดินทางภายในประเทศอยู่ที่ 80% และระหว่างประเทศ 68% ของปี 2562 ซึ่งการทยอยฟื้นตัวมาจากปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การยกเว้นวีซ่าให้กับบางสัญชาติ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง การโปรโมตการท่องเที่ยวช่วงเทศกาล ส่งผลให้แนวโน้มการสำรองที่นั่งล่วงหน้าในปี 2567 เติบโตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ประมาณ 14% โดยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเส้นทางสมุย 63% กลุ่มเส้นทางภายในประเทศ 28% กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน 8% และเส้นทางต่างประเทศ 1%

 

การกลับมาของนักท่องเที่ยวเป็นผลให้บางกอกแอร์เวย์สมีผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทในปี 2566 เท่ากับ 4,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ตอนนั้นอยู่ในระดับ 1,520 ล้านบาท รวมอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ปรับลดลงจาก 2.7 เท่า เหลือ 2.4 เท่า

 

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ฉายภาพแผนธุรกิจของบางกอกแอร์เวย์สในปี 2567 ตั้งเป้าจำนวนเที่ยวบินไว้ 48,000 เที่ยวบิน ด้วยจำนวนผู้โดยสาร 4.5 ล้านคน จากราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวบินประมาณ 3,900 บาทต่อที่นั่ง โดยมีเป้ารายได้ผู้โดยสารรวม 17,800 ล้านบาท 

 

เพื่อที่จะทำให้เป้าหมายรายได้ 17,800 ล้านบาท เป็นไปตามที่หวัง อมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายขาย และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการตลาด มองว่าการเพิ่มช่องทางการขายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้ให้บริการการจองสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายตลาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการของบางกอกแอร์เวย์ส

 

“ในยุคปัจจุบัน OTA (Online Travel Agency) ถือเป็นช่องทางที่นักเดินทางนิยมใช้มาก เนื่องจากความสะดวกสบายและการใช้งานที่ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล เพราะฉะนั้นธุรกิจที่มีเครือข่ายที่แข็งแกร่งก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า”

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมการบินรวมถึงบางกอกแอร์เวย์สยังคงอยู่ในประเด็นของปัจจัยราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง รวมทั้งค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินและค่าดูแลพนักงาน อีกทั้งยังมีประเด็นความขัดแย้งเชิงสงครามและการเมืองในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของสายการบิน

 

สุดท้าย ประเด็นร้อนเรื่องฟรีวีซ่าญี่ปุ่นกับคนไทยที่อาจถูกยกเลิก อมรรัตน์ให้ความเห็นว่า “แน่นอนว่าหากฟรีวีซ่าไปญี่ปุ่นถูกยกเลิกจริงจะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวขาออกอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นการชะงักชั่วคราว เพราะญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศยอดนิยมสำหรับคนไทย ซึ่งสุดท้ายในระยะยาวจำนวนนักท่องเที่ยวก็มีแนวโน้มจะกลับมาสู่ระดับปกติ แต่ทั้งนี้เราต้องรอความชัดเจนจากนโยบายของญี่ปุ่นด้วย” 

 

แต่การตัดสินใจครั้งนี้แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบางกอกแอร์เวย์ส เนื่องจากบริษัทไม่มีบริการโดยตรงในเส้นทางไปญี่ปุ่น

 

The post ฟ้าหลังฝน! ธุรกิจการบินคึกคัก ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.8 หมื่นล้านบาท ปี 67 รับ ‘เอเชีย’ ขึ้นแท่นจุดหมายยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
บางกอกแอร์เวย์สรับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง ทำกำไร 2Q66 ที่ 666.7 ล้านบาท โต 178% ชี้ครึ่งปีแรกให้บริการผู้โดยสารไป 2 ล้านคน https://thestandard.co/bangkok-airways-handling-high-tourist-come-back/ Thu, 17 Aug 2023 02:28:13 +0000 https://thestandard.co/?p=830191 บางกอกแอร์เวย์

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สรับบรรยากาศท่องเที่ยว-การเดินทา […]

The post บางกอกแอร์เวย์สรับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง ทำกำไร 2Q66 ที่ 666.7 ล้านบาท โต 178% ชี้ครึ่งปีแรกให้บริการผู้โดยสารไป 2 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บางกอกแอร์เวย์

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สรับบรรยากาศท่องเที่ยว-การเดินทางฟื้นตัวแรงไม่หยุด โดยในช่วงครึ่งปีแรกให้บริการผู้โดยสารแล้วกว่า 2 ล้านคน หนุนกำไรไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 666.7 ล้านบาท โต 178%

 

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินโลกยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดยสายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีอัตราของปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเติบโตมากที่สุด จากผลของการเปิดประเทศของจีน และภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2565

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 791.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 280 เมื่อเทียบกับปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจการบิน และรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบินเป็นหลัก

 

ที่สำคัญในไตรมาส 2 สายการบินได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางบินที่ให้บริการให้เหมาะสมกับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเน้นให้บริการเส้นทางบินที่รองรับผู้โดยสารต่างประเทศที่เดินทางมาจากสายการบินพันธมิตร เช่น กรุงเทพฯ-สมุย, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, สมุย-สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ-พนมเปญ 

 

ขณะที่ผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรจากการผลการดำเนินงาน 2,022.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 259 และผลกำไรสุทธิสำหรับงวด 1,546.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 1,544.8  ล้านบาท และมีผลกำไรต่อหุ้น 0.74 บาท

 

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้ให้บริการผู้โดยสารรวมแล้วกว่า 2 ล้านคน โดยผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากจุดขายบัตรโดยสาร (Point-of-Sale) ผ่านเว็บไซต์และระบบเชื่อมต่อตรงกับบริษัท

 

พร้อมกันนี้ยังมีค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 995.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 31 ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนจากการขายและบริการที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุงรักษาเครื่องบิน และค่าบริการผู้โดยสาร

The post บางกอกแอร์เวย์สรับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง ทำกำไร 2Q66 ที่ 666.7 ล้านบาท โต 178% ชี้ครึ่งปีแรกให้บริการผู้โดยสารไป 2 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ย้ำชัด ‘ปีนี้จะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง’ รับลูกค้ายังให้ความสำคัญเรื่องราคา ดังนั้นโปรโมชันจึงจะขาดไปไม่ได้ https://thestandard.co/bangkok-airways-expectation-2023/ Thu, 23 Mar 2023 04:11:19 +0000 https://thestandard.co/?p=767154

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เปิดเกมรุก เริ่มทยอยกลับมาบินเส้นทางเ […]

The post ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ย้ำชัด ‘ปีนี้จะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง’ รับลูกค้ายังให้ความสำคัญเรื่องราคา ดังนั้นโปรโมชันจึงจะขาดไปไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เปิดเกมรุก เริ่มทยอยกลับมาบินเส้นทางเดิม พร้อมเล็งหาเส้นทางใหม่ รองรับดีมานด์นักท่องเที่ยวไทย-ต่างประเทศ พร้อมเสริมบริการฟูลเซอร์วิสครบวงจร อัดโปรโมชันครบรอบ 50 ปี พร้อมดึง ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ขึ้นเป็นพรีเซนเตอร์สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ มั่นใจปีนี้จะกลับมาพลิกคืนกำไรได้อีกครั้ง 

 

หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิดไป ธุรกิจสายการบินก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ทำให้ ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 50 ปี เดินหน้าหากลยุทธ์ใหม่ๆ เข้ามารองรับดีมานด์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

​พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) หรือบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า อุตสาหกรรมการบินทั้งต่างประเทศและไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้น ตั้งแต่รัฐบาลยกเลิกระบบ Test & Go เมื่อช่วงไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เส้นทางบินทั้งในและต่างประเทศมีเพิ่มขึ้น และสายการบินเริ่มกลับมาเปิดให้บริการและเพิ่มความถี่ทั้งเส้นทางเดิมและเส้นทางใหม่

 

เช่นเดียวกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเริ่มมียอดจองบัตรโดยสารเพิ่มขึ้นทั้งการเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ โดยในปี 2565 มียอดขนส่งผู้โดยสารรวม 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 394.8 และมีจำนวนเที่ยวบินให้บริการรวม 29,892 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 243.8 เมื่อเทียบกับปี 2564 

 

ปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์สมีเครื่องบินอยู่ทั้งหมด 32 ลำ นำกลับมาบินแล้ว 22 ลำ โดยเป็นเส้นทางในประเทศ 17 เส้นทาง ส่วนต่างประเทศ 7 เส้นทาง ซึ่งยังมีเครื่องบินเหลืออยู่ 10 ลำ ที่มีบางเส้นทางยังไม่กลับมาบิน โดยจะเริ่มทยอยนำกลับมา และเตรียมจะเปิดเส้นทางบินไปประเทศจีน 2 เส้นทาง เพื่อรองรับการเดินทางของชาวจีนที่จะมีมากขึ้นในไตรมาส 3 ที่จะถึงนี้ 

 

ส่วนเส้นทางบินในประเทศเตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาทั้งเส้นทางเดิมและการเปิดเส้นทางใหม่ๆ โดยรวมแล้วทั้งปี 2566 คาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารจะอยู่ที่ 70-80% ซึ่งกลับมาใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด

 

“ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการบินยังต้องเจออุปสรรคเรื่องจำนวนเครื่องบินและบุคลากร โดยเฉพาะพนักงานภาคพื้นที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้ออกไปทำงานในสายงานอื่นและไม่กลับมา ทำให้สายการบินและสนามบินบุคลากรไม่เพียงพอต่อการบริการ หลายๆ ค่ายมีการเปิดรับหลายตำแหน่ง”

 

ไม่เว้นแม้แต่บางกอกแอร์เวย์สที่เปิดรับสมัครเช่นกัน แต่มีคนมาสมัครค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะยังไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจสายการบินยังมีข้อจำกัดเรื่องการซ่อมบำรุงเครื่องบิน อะไหล่ขาดแคลน ทำให้ทุกอย่างต้องช้าตามไปด้วย 

 

หัวเรือใหญ่บางกอกแอร์เวย์สกล่าวต่อไปว่า นอกจากการเตรียมสายการบินรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำไปพร้อมๆกัน คือการพัฒนาบริการต่างๆ ราคาที่เข้าถึงง่าย ตลอดจนการเพิ่มช่องทางขายผ่าน BSP Agents ในตลาดหลัก เช่น ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน และแอฟริกาใต้ ควบคู่กับการแต่งตั้งตัวแทนขายเพิ่มอีก 12 สำนักงานในประเทศกลุ่มนอร์ดิกหรือสแกนดิเนเวีย ตามด้วยกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย 

 

นอกจากนี้ยังมีแผนการปรับปรุงสนามบินที่บริษัทบริหารงานอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินสมุย สนามบินตราด และสนามบินสุโขทัย เพื่อขยายการรองรับเที่ยวบินในอนาคต โดยในปีที่ผ่านมาสนามบินสมุยมียอดขนส่งผู้โดยสารรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านคน และมีจำนวนเที่ยวบินใช้บริการรวมกว่า 15,000 เที่ยวบิน ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

 

ที่สำคัญได้เพิ่มน้ำหนักการจัดแคมเปญและโปรโมชัน เพราะผู้บริโภคยังให้ความสำคัญเรื่องราคา ดังนั้นในปีนี้ซึ่งตรงกับวันครบรอบบริษัท 50 ปี ได้เตรียมออกโปรโมชัน DOUBLE DATE ตลอดทั้งปี พร้อมทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย และตั้ง ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์

 

จากกลยุทธ์ทั้งหมดนี้เชื่อว่าบริษัทจะมีรายได้จากผู้โดยสาร 15,000 ล้านบาท รวมเที่ยวบินกว่า 4 หมื่นเที่ยวบิน อัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 76% และที่สำคัญคาดว่าจะสามารถพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้อีกครั้ง โดยหลักๆ จะมาจากสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและพร้อมเดินทางจะกลับมาเพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ ผลประกอบการปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 12,742.1 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 124.8 ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสารร้อยละ 609.8, รายได้จากธุรกิจสนามบินร้อยละ 465.4 และรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบินร้อยละ 71.6 จากการกลับมาปฏิบัติการบินของสายการบินต่างๆ โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 889.3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขาดทุนลดลงจากปี 2564 จำนวน 1,643.2 ล้านบาท

 

ด้านความคืบหน้าของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ผู้รับสัมปทานโครงพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้เตรียมความพร้อมด้านการออกแบบ วางแผนงาน และการจัดสรรบุคลากร ตลอดจนถึงการเตรียมงานด้านการก่อสร้าง เพื่อจะได้ดำเนินการทันทีเมื่อได้รับการลงนามในสัญญาส่งมอบพื้นที่เพื่อการก่อสร้าง ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะมีการทำสัญญาในเดือนมกราคมปีนี้

The post ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ย้ำชัด ‘ปีนี้จะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง’ รับลูกค้ายังให้ความสำคัญเรื่องราคา ดังนั้นโปรโมชันจึงจะขาดไปไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
478 วันที่ไร้การเหลียวแล วอนรัฐบาลขอ Soft Loan 5,000 ล้าน รักษาการจ้างงาน ต่อ ‘ลมหายใจเฮือกสุดท้าย’ ของธุรกิจสายการบินประเทศไทย https://thestandard.co/soft-loan-from-government-for-airline-business/ Wed, 21 Jul 2021 07:24:02 +0000 https://thestandard.co/?p=515371 airline-business

‘วิกฤตโควิด’ ที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นวิกฤตท […]

The post 478 วันที่ไร้การเหลียวแล วอนรัฐบาลขอ Soft Loan 5,000 ล้าน รักษาการจ้างงาน ต่อ ‘ลมหายใจเฮือกสุดท้าย’ ของธุรกิจสายการบินประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
airline-business

‘วิกฤตโควิด’ ที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นวิกฤตที่หนักหนาที่สุดในรอบ 10 ปีของ ‘ธุรกิจสายการบิน’ ในประเทศไทย ซึ่งถูกจำกัดความว่า ‘รวดเร็ว รุนแรง และยือเยื้อ’ และยังไม่มีทีท่าที่จะจบลงในเร็ววันนี้

 

โดยปี 2563 ที่ผ่านมาภาพรวมของผู้โดยสารลดลง 67.7% เมื่อมองลึกลงไปพบว่า ผู้โดยสารระหว่างประเทศลดลง 81.7% ผู้โดยสารภายในประเทศลดลง 44.9% และจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศลดลง 33.8%

 

สมาคมสายการบินประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินไทยแอร์เอเชีย, สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, สายการบินไทยสไมล์, สายการบินนกแอร์, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท ระบุว่า ที่ผ่านมาทั้ง 7 สายการบินให้ความร่วมมือกับภาครัฐโดยตลอด พร้อมกับปรับตัวในหลายมิติ ทั้งการลดค่าใช้จ่าย การเพิ่มช่องทางหารายได้ การบริหารฝูงบินและเส้นทางบินให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้

 

แต่การระบาดระลอกใหม่ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ทำให้ในวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศห้ามบินรับส่งผู้โดยสารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้มตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด 

 

คำสั่งดังกล่าวกลายเป็นภาระที่ธุรกิจต้องแบกรับ ในขณะที่รายได้เป็น ‘0’ แต่รายจ่ายเท่าเดิม แถมยังแบกภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีก่อน ทำให้หลายสายการบินเริ่มขาดสภาพคล่อง และอาจไปต่อไม่ไหว

 

แถมประกาศยังเป็นแบบปลายเปิด เพราะคำว่า ‘จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด’ กลายเป็นความท้าทายอย่างมากต่อธุรกิจสายการบิน ซึ่งสมาคมสายการบินประเทศไทยได้สอบถามไปทาง กพท. ว่าจะมีระยะเวลากี่วัน เบื้องต้นคือ 14 วัน เป็นไปตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หากไม่ดีขึ้นก็อาจจะบินต่อ กลายเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก

 

“วันนี้เครื่องบินของทั้ง 7 สายการบินกว่า 170 ลำ มีพนักงาน 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายกว่า 900 ล้านบาทต่อเดือน แต่มีรายได้เป็นศูนย์ จึงเป็นที่มาที่เราต้องออกมาขอความช่วยเหลือ” พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบินประเทศไทยกล่าว

 

“นับตั้งแต่การระบาดระลอกแรก เราได้ยื่นเรื่องขอรับความช่วยเหลือผ่านการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) แต่ ณ ปัจจุบนก็ยังคงไม่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาล รวมเป็นระยะเวลากว่า 478 วัน ตั้งแต่วันแรกที่ทางสมาคมยื่นหนังสือ”

 

ครั้งแรกสมาคมสายการบินประเทศไทยยื่นขอ Soft Loan มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท ต่อมาช่วงต้นปี 2564 ได้ปรับลดลงเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาการจ้างงานไปอีก 1 ปี 

 

และล่าสุดได้ตัดสินใจปรับลดวงเงินเหลือ 5 พันล้านบาท โดยมีเป้าหมายเดิมคือ รักษาการจ้างงานโดยไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขณะเดียวกันทางสมาคมไม่ได้แจงว่า แต่ละสายการบินต้องการ Soft Loan เท่าไร รวมไปถึงตัวเลขผลกระทบสำหรับแต่ละสายการบินในช่วงปีที่ผ่านมา

 

สมาคมสายการบินประเทศไทยย้ำว่า Soft Loan ควรได้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากภายใน 2-3 เดือนต่อจากนี้ยังไม่ได้ กรณีที่แย่ที่สุดจะไม่มีสายการบินไหนอยู่ได้อย่างแน่นอน แม้ที่ผ่านมาทางสมาคมได้ไปขอความช่วยเหลือจากประกันสังคมแต่หลักๆ ทางประกันสังคมจะช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก และให้เงินช่วยเหลือแค่ 15 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจสายการบิน

 

ในแง่ของเงื่อนไขดอกเบี้ยหรือระยะเวลาการใช้หนี้นั้น สมาคมสายการบินระบุว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหรือผู้ให้กู้จะกำหนด แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เป็นการกู้แบบไร้หลักประกัน หรือหากต้องการหลักประกัน ขอใช้ใบอนุญาตทำการบินค้ำแทน เหมือนอย่างธุรกิจก่อสร้างที่สามารถนำสัญญาก่อสร้างที่ทำกับภาครัฐไปค้ำประกันได้ 

 

นอกจากนี้สมาคมสายการบินได้ยื่นขอความช่วยเหลือจากภาครัฐให้มีมติงดเก็บค่าบริหารจัดการทางอากาศรวมไปถึงงดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น จากเดิมที่ได้ปรับลดจากอัตรา 4.726 บาทต่อลิตร เป็น 0.20 บาทต่อลิตร และได้ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วก็ตาม

 

“เรายังมีความหวังว่ารัฐบาลจะช่วยเร่งดำเนินการอนุมัติ Soft Loanโดยเร็วที่สุด เพราะนี่คือลมหายใจเฮือกสุดท้ายของสายการบินแล้ว” พุฒิพงศ์กล่าว นอกจากนี้สมาคมยังหวังว่ารัฐจะช่วยเหลือสายการบินอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสมาคมด้วย

 

ทั้งนี้มีการประเมินว่าไตรมาสแรกของปี 2565 ธุรกิจสายการบินน่าจะเริ่มกลับมาสดใส แต่หากจะให้ฟื้นจริงๆ น่าจะเป็นช่วงกลางปีที่การเดินการระหว่างประเทศจะกลับมาให้เห็น 40-50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนระบาด อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดด้วย 

 

The post 478 วันที่ไร้การเหลียวแล วอนรัฐบาลขอ Soft Loan 5,000 ล้าน รักษาการจ้างงาน ต่อ ‘ลมหายใจเฮือกสุดท้าย’ ของธุรกิจสายการบินประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เราช่วยเหลือตัวเองมาตลอด และหวังว่ารัฐจะช่วยเหลือเราบ้าง” 7 สายการบินทวงถาม Soft Loan จากรัฐ หลังยื่นแล้ว 478 วัน แต่เงียบสนิท https://thestandard.co/airline-business-demand-soft-loan-from-government/ Wed, 21 Jul 2021 07:16:20 +0000 https://thestandard.co/?p=515366 airline business

อย่างที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจการบินพาณิชย์เป็นอีกกลุ่มที่ […]

The post “เราช่วยเหลือตัวเองมาตลอด และหวังว่ารัฐจะช่วยเหลือเราบ้าง” 7 สายการบินทวงถาม Soft Loan จากรัฐ หลังยื่นแล้ว 478 วัน แต่เงียบสนิท appeared first on THE STANDARD.

]]>
airline business

อย่างที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจการบินพาณิชย์เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่การระบาดของโควิดครั้งแรก น่านฟ้าถูกปิด ไฟลต์บินต่างๆ ถูกงด ลูกเรือและพนักงานหลายหมื่นคนตกงาน เราเห็นความดิ้นรนของหลายสายการบินในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปลี่ยนมาขายอาหาร ขายเฟอร์นิเจอร์ทำจากเครื่องบิน หรืออุปกรณ์ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ที่พอจะนำรายได้จากตรงนั้นมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้บ้าง ทว่า ว่าการล็อกดาวน์รอบนี้ดูเหมือนจะเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพวกเขาแล้ว เพราะหลังยื่นหนังสือแสดงความจำนงเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

 

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (21 กรกฎาคม) สมาคมสายการบินประเทศไทย นำโดย พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการของ 7 สายการบิน ซึ่งได้แก่ Thai AirAsia, Thai AirAsia X, Thai Smile, Thai Lion Air, Thai Vietjet Air, Nok Air และ Bangkok Airways จัดประชุมนัดพิเศษในรูปแบบ Virtual Conference ทวงถามถึงมาตรการความช่วยเหลือ Soft Loan ที่เคยร้องขอกับภาครัฐ หลังใช้เวลายื่นไปแล้วนานถึง 478 วัน โดยทางสมาคมได้ชี้แจงไทม์ไลน์พร้อมร้องขอให้รัฐพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน หลังต้องประคองชีวิตพนักงานกว่าหมื่นคน

 

ไทม์ไลน์การยื่น

เดือนมีนาคม 2563: ยื่นเอกสารครั้งแรก

วันที่ 28 สิงหาคม 2563: เข้าพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อร้องขอให้เร่งพิจารณาในเรื่องดังกล่าว 

เดือนพฤษภาคม 2564: ส่งหนังสือติดตามล่าสุดอีก

รวมเวลาทั้งสิ้น 478 วัน

 

ล่าสุด สมาคมฯ ได้ปรับลดตัวเลขวงเงินการขอ Soft Loan รวมของทั้ง 7 สายการบิน จากจำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท ตามที่ยื่นขอครั้งแรกเดือนมีนาคม 2563 เหลือเพียง 5 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการรักษาการจ้างงานพนักงานสายการบินทั้ง 7 สาย รวมเกือบ 20,000 คนในครึ่งปีหลังของ 2564

 

จากมาตรการรัฐบาลล่าสุด ส่งผลให้สายการบินในประเทศต้องระงับการให้บริการทุกเส้นทางที่เข้าออกพื้นที่สีแดงเข้ม ทำให้ปัจจุบัน 7 สายการบิน มีเครื่องบินที่ต้องจอดนิ่งรวมกว่า 170 ลำ และมีค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือนพนักงานทั้งสิ้นรวมกว่า 900 ล้านบาทต่อเดือน และยังมีต้นทุนด้านการปฏิบัติการบินและการบำรุงรักษาเครื่องบินอีกจำนวนมหาศาล ซึ่งทางสมาคมฯ ประเมินว่าอาจจะแบกรับภาระไม่ไหว หากไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาจากภาครัฐโดยเร่งด่วน และอาจส่งผลต่อการกลับมาให้บริการในอนาคตของสายการบิน

 

“ตลอดกว่าหนึ่งปีครึ่ง นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด สายการบินทั้ง 7 สาย ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือตัวเองและปรับตัวเพื่อประคองธุรกิจให้รอดจากสถานการณ์อันยากลำบากครั้งนี้ เรายังมีความหวังว่ารัฐบาลจะช่วยเร่งดำเนินการอนุมัติ Soft Loan โดยเร็วที่สุด เพราะนี่คือลมหายใจเฮือกสุดท้ายของสายการบินแล้ว” พุฒิพงศ์กล่าว

The post “เราช่วยเหลือตัวเองมาตลอด และหวังว่ารัฐจะช่วยเหลือเราบ้าง” 7 สายการบินทวงถาม Soft Loan จากรัฐ หลังยื่นแล้ว 478 วัน แต่เงียบสนิท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนามบินสมุย คว้ารางวัลสนามบินขนาดเล็กที่ตรงเวลาที่สุดในโลก https://thestandard.co/samui-airport-receive-on-time-award/ Thu, 06 Feb 2020 01:30:43 +0000 https://thestandard.co/?p=327996

ขอแสดงความยินดีกับสนามบินสมุย (Samui Airport) สำหรับราง […]

The post สนามบินสมุย คว้ารางวัลสนามบินขนาดเล็กที่ตรงเวลาที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ขอแสดงความยินดีกับสนามบินสมุย (Samui Airport) สำหรับรางวัลสนามบินตรงเวลาที่สุดในโลก สาขาสนามบินขนาดเล็ก โดยทำสถิติความตรงต่อเวลาคิดเป็น 95.08% ในปี 2019 ทำคะแนนดีเป็นอันดับหนึ่งเอาชนะสนามบินลีฮุย (Lihue Airport) ของฮาวายซึ่งเป็นอันดับสอง (91.28%) และอันดับสามคือสนามบินนางาซากิของญี่ปุ่น (90.70%) 

 

การจัดอันดับครั้งนี้เกิดขึ้นโดย www.cirium.com บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ที่ได้เก็บสถิติเที่ยวบินที่บินออกจากสนามบินตลอดทั้งปี

 

สนามบินสมุย เป็นสนามบินที่สร้างขึ้นและบริหารงานโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งถือเป็นประตูชั้นเลิศสำหรับนักเดินทางสู่เกาะสมุย 

 

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สนามบินสมุยได้รับการจัดอันดับให้เป็นสนามบินที่ตรงต่อเวลาที่สุดในโลกในสาขาสนามบินขนาดเล็กจาก Cirium ความตรงเวลาถือเป็นหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของการบริการที่สนามบิน รางวัลนี้จึงเป็นกำลังใจสำคัญแก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนของสนามบินสมุย เราจะยังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการให้บริการและความตรงต่อเวลา โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารทุกท่าน”

 

ขอแสดงความยินดีกับสนามบินสมุยอีกครั้ง

 

 

ภาพ: Shutterstock

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

 

อ้างอิง:

The post สนามบินสมุย คว้ารางวัลสนามบินขนาดเล็กที่ตรงเวลาที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
บางกอกแอร์เวย์สตั้งเป้าโต 3.5% ควักเกือบ 2 พันล้านซื้อเครื่องบินใหม่ เน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น https://thestandard.co/bangkok-airways-operating-results/ https://thestandard.co/bangkok-airways-operating-results/#respond Mon, 11 Mar 2019 07:30:50 +0000 https://thestandard.co/?p=219780

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กา […]

The post บางกอกแอร์เวย์สตั้งเป้าโต 3.5% ควักเกือบ 2 พันล้านซื้อเครื่องบินใหม่ เน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ผู้ดำเนินธุรกิจบางกอกแอร์เวย์ส แถลงผลการดำเนินงานปี 2561 มีรายได้รวมเกือบ 2.8 หมื่นล้านบาท กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางภาษีเท่ากับ 356.8 ล้านบาท กำไรสุทธิที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ที่ 259.26 ล้านบาท จำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 5.95 ล้านคน เติบโต 0.1% ขณะที่อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 68.6% บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Air catering-BAC) มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 25% ด้วยจำนวนลูกค้า 20 สายการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนธุรกิจบริการภาคพื้น บริษัท การบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟล์ทเซอร์วิส จำกัด (BFS Ground) มีส่วนแบ่งการตลาด 56%  

 

เป้าหมายปี 2562 บางกอกแอร์เวย์สตั้งเป้ารายได้ผู้โดยสารเติบโต 3.5% อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 70% และจำนวนผู้โดยสารเติบโตเป็น 6.16 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% โดยแผนการเปิดเส้นทางบินใหม่จะยังเน้นการขยายโครงข่ายเส้นทางการบิน เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่โดยใช้สนามบินสุวรรณภูมิ สมุย และเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางทางการบินให้ครอบคลุมการเดินทางไปยังเมืองสำคัญหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเอเชีย นอกจากนี้จะเพิ่มเครือข่ายพันธมิตรทางการบินผ่านการทำข้อตกลงเที่ยวบินร่วม (Codeshare Agreement) กับสายการบินอื่นๆ อีก 2-3 สายการบิน ปัจจุบันมีข้อตกลงดังกล่าวกับ 27 สายการบินอยู่แล้ว

 

บางกอกแอร์เวย์สมีแผนลงทุนด้านอากาศยานกว่า 1.8 พันล้านบาทสำหรับการจัดซื้อเครื่องบินจำนวน 2 ลำ การจัดซื้ออะไหล่เครื่องบินสำรอง การปรับปรุงสภาพภายในของเครื่องบินแบบแอร์บัส รวมทั้งโครงการขยายและพัฒนาสนามบินสุโขทัย ซึ่งมีวงเงินรวมเกือบ 1 พันล้านบาท โครงการขยายและพัฒนาสนามบินตราด วงเงินรวม 334 ล้านบาท นอกจากนี้ยังจะลงทุนด้านไอทีอีก 193 ล้านบาทด้วย

 

บางกอกแอร์เวย์สจะทำตลาดเชิงรุกในตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเน้นกิจกรรมทางการขายและการตลาดผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ (Online Travel Agency) รวมถึงการโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนโลกออนไลน์ (KOL) ทั่วโลก และยังสนับสนุนด้านการส่งเสริมการขายและการตลาดแก่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศต่างๆ เช่นเดิม การสื่อสารการตลาดยังเน้นการตลาดผ่านกิจกรรมเชิงกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำมากขึ้น รวมทั้งการขยายธุรกิจแบบเช่าเหมาลำ ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำเส้นทางสมุย-เฉิงตู และสมุย-ฉงชิ่ง อยู่แล้ว  

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:  

  • บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA

The post บางกอกแอร์เวย์สตั้งเป้าโต 3.5% ควักเกือบ 2 พันล้านซื้อเครื่องบินใหม่ เน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bangkok-airways-operating-results/feed/ 0