วานนี้ (1 กรกฎาคม) ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจ […]
The post ตำรวจสอบสวนกลาง รวบผู้ต้องหาปลอมเฟซบุ๊กเป็น ‘พิมรี่พาย’ หลอกขายสินค้า พบมีผู้เสียหายจำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (1 กรกฎาคม) ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จับผู้ต้องหาอายุ 30 ปี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน ตามหมายจับศาลอาญา และข้อหาโดยทุจริต หรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี
พฤติการณ์คือผู้ต้องหาได้ปลอมเฟซบุ๊กแสดงในสื่อออนไลน์ว่าเป็นเพจเฟซบุ๊กชื่อ พิมรี่พาย ขายทุกอย่าง โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อและสั่งสินค้า ก่อนทำการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา แต่กลับไม่ได้สินค้าดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในหลายพื้นที่เพื่อดำเนินคดี เบื้องต้นพบมีผู้เสียหายจำนวนมากในหลายจังหวัด
จนกระทั่งตำรวจทางหลวงสถานี 1 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จึงไปตรวจสอบ พบตัวผู้ต้องหาและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนทำการจับกุม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน (สถานีตำรวจนครบาล) สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ต้องหารับว่าตนคือบุคคลตามหมายจับนั้นจริง และระบุว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าว เพียงแค่มีคนมาจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารให้เท่านั้น
The post ตำรวจสอบสวนกลาง รวบผู้ต้องหาปลอมเฟซบุ๊กเป็น ‘พิมรี่พาย’ หลอกขายสินค้า พบมีผู้เสียหายจำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส่งเซอร์ไพรส์ให้เหล่าแฟนๆ และโซวอน ต้องตื่นตาตื่นใจไปตา […]
The post พิมรี่พาย จับมือ ฮโยยอน Girls’ Generation เตรียมส่งซิงเกิล PARTY 8 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส่งเซอร์ไพรส์ให้เหล่าแฟนๆ และโซวอน ต้องตื่นตาตื่นใจไปตามๆ กัน เนื่องจากวันนี้ (6 กุมภาพันธ์) พิมรี่พาย ยูทูเบอร์, แม่ค้าออนไลน์ และผู้บริหารค่ายเพลง High Cloud ที่เคยฝากผลงานเพลงเอาไว้มากมาย เช่น อย่านะคะ, ออกไป และ เบิ้ล (DOUBLE) ได้โพสต์ภาพใน Instagram ส่วนตัว ถึงการที่เธอจะปล่อยซิงเกิลใหม่ในชื่อ PARTY ที่ได้เพิ่มความพิเศษด้วยการพา ฮโยยอน Dancing Queen จากวงเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนานของเกาหลีใต้อย่าง Girls’ Generation มารวมฟีเจอริงในเพลงด้วย พร้อมเตรียมปล่อยผลงาน 8 กุมภาพันธ์นี้
ก่อนหน้านี้ฮโยยอนเคยให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการวิทยุของเกาหลีใต้อย่าง SBS Power FM’s Young Street เอาไว้ว่า มีศิลปินสไตล์ฮิปฮอปสัญชาติไทยที่เธอชื่นชอบและอยากมีโอกาสร่วมงานด้วยสักครั้ง ก่อนมาในวันนี้จะเป็นการเฉลยสิ่งที่แฟนๆ และเหล่าโซวอนได้คาดเดาเอาไว้ว่าเธอจะได้ร่วมงานกับพิมรี่พาย
สามารถติดตามผลงานของพิมรี่พายและฮโยยอนในเพลง PARTY ได้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
อ้างอิง:
The post พิมรี่พาย จับมือ ฮโยยอน Girls’ Generation เตรียมส่งซิงเกิล PARTY 8 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
LIVE: ‘วินิจ’ ชี้แจงดราม่า THE MATCH ปมพิมรี่พายขายบัตร […]
The post ชมคลิป: ‘วินิจ’ แจงดราม่า THE MATCH / เปิดแผน Open Bangkok กับรองผู้ว่าฯ ตงฉิน ‘จักกพันธุ์ ผิวงาม’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
LIVE: ‘วินิจ’ ชี้แจงดราม่า THE MATCH ปมพิมรี่พายขายบัตร / เปิดแผน Open Bangkok กับรองผู้ว่าฯ ตงฉิน ‘จักกพันธุ์ ผิวงาม’ ถึงเวลาลุย กรุงเทพฯ โปร่งใส
วินิจ เลิศรัตนชัย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด
พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันนี้ 24 มิถุนายน เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD
The post ชมคลิป: ‘วินิจ’ แจงดราม่า THE MATCH / เปิดแผน Open Bangkok กับรองผู้ว่าฯ ตงฉิน ‘จักกพันธุ์ ผิวงาม’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงค่ำของวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา Fresh Air Festiva […]
The post ฝ่ายจัดการแข่งขัน THE MATCH ออกแถลงการณ์ยืนยัน ไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมการฝึกซ้อมคอนเสิร์ต และไม่มีการจัดมื้อพิเศษกับนักฟุตบอล หรือ แจ็คสัน หวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงค่ำของวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา Fresh Air Festival ฝ่ายจัดการแข่งขัน THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่ พิมรี่พาย ไลฟ์ขายบัตรเข้าชมการแข่งขันในวันที่ 12 กรกฎาคม
โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า พิมรี่พายได้ทุ่มเงินกว่า 400 ล้านบาท ซื้อบัตรกว่า 20,000 ใบมาขายแบบลดราคา พร้อมแจกบัตรเข้าชมรอบซ้อมของ แจ็คสัน หวัง ศิลปินที่จะมาขึ้นแสดงก่อนศึกแดงเดือด จนเกิดการตั้งคำถามเป็นวงกว้างถึงกติกาการซื้อบัตรที่ 1 คน ซื้อได้เพียง 4 ใบ รวมถึงการจำหน่ายบัตรเข้าชมการฝึกซ้อมและรับประทานอาหารกับนักฟุตบอลและ แจ็คสัน หวัง
ล่าสุดทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้ออกมาชี้แจงว่า
“กรณีการจำหน่ายบัตรเข้าชมวันซ้อมคอนเสิร์ตและมื้อพิเศษกับนักฟุตบอลและ แจ็คสัน หวัง
“ตามที่มีการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนในสื่อโซเชียล เรื่อง การจำหน่ายบัตรวันซ้อมคอนเสิร์ตและการจัดมื้อพิเศษกับนักฟุตบอลและ แจ็คสัน หวัง เมื่อค่ำวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น
“บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ผู้จัด THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 ขอเรียนชี้แจงว่า ไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมวันซ้อมคอนเสิร์ต และไม่มีการจัดมื้อพิเศษกับนักฟุตบอลทั้งสองสโมสร หรือ แจ็คสัน หวัง ให้กับแฟนคลับตามข่าวที่นำเสนอ
“บริษัทฯ ขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจงาน THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022”
นอกจากนี้ วินิจ เลิศรัตนชัย ผู้บริหารบริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ได้เปิดเผยกับ PPTV ว่า
“บัตรในส่วนที่พิมรี่พายนำมาจำหน่ายนั้นคือบัตรโควตาของสองทีมคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล เป็นบัตรที่กันไว้ให้ทีมเอาไปขายกับแฟนบอลต่างประเทศ เหลือตีกลับมาทางเฟรชแอร์
“ซึ่งบัตรส่วนนี้ไม่ได้ถูกขายในระบบของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะให้โควตาทั้งสองทีมไปขาย จังหวะเดียวกับที่พิมรี่พายติดต่อขอซื้อบัตรพอดี ก็ขายให้ในราคาปกติ ไม่ได้ลดราคา แต่ทางพิมรี่พายไปจัดกิจกรรมขึ้นเอง”
The post ฝ่ายจัดการแข่งขัน THE MATCH ออกแถลงการณ์ยืนยัน ไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมการฝึกซ้อมคอนเสิร์ต และไม่มีการจัดมื้อพิเศษกับนักฟุตบอล หรือ แจ็คสัน หวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู หลัง พิมรี่พาย […]
The post พิมรี่พาย กลับมาเป็นประเด็นร้อน หลังไลฟ์ขายบัตรเข้าชมฟุตบอลศึกแดงเดือด และบัตรเข้าชมรอบซ้อมกว่า 20,000 ใบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู หลัง พิมรี่พาย ไลฟ์ขายบัตร THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 การแข่งขันฟุตบอลศึกแดงเดือดระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล จำนวนกว่า 20,000 ใบ พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ จนทำให้เกิดข้อสงสัยและกระแสวิจารณ์มากมายในหมู่แฟนคลับของ แจ็คสัน หวัง ศิลปินที่จะมาแสดงเปิดในครั้งนี้ รวมทั้งแฟนบอลของทั้งสองทีมด้วย

ก่อนหน้านี้ (22 มิถุนายน) พิมรี่พายได้ไลฟ์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีการพูดพาดพิงถึง แจ็คสัน หวัง มีใจความว่า “เห็นอยู่ในบ่อโฟม คนดู 60,000 งงดิ แจ็คสัน หวัง มา คนดูยังไม่เท่าเลย โน่น ราชมังเขาใหญ่โต ทำคอนซงคอนเสิร์ต นี่ บ่อโฟม งงดิ งงกันหมด” ซึ่งคำพูดดังกล่าวก็เป็นประเด็นร้อนที่สร้างความไม่พอใจให้แฟนคลับของแจ็คสันเป็นอย่างมาก
จนเมื่อค่ำของวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา พิมรี่พายก็มีการไลฟ์ขายบัตรเข้าชม THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 จำนวน 20,000 ใบ พร้อมบัตรเข้าชมรอบซ้อมการแสดงของแจ็คสัน และรอบซ้อมของทีมฟุตบอลทั้งสองทีมอีกจำนวนหนึ่ง ในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง
นอกจากนี้พิมรี่พายยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า จะมีการจับฉลากผู้โชคดีที่ซื้อบัตรกับทางร้านไปร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษกับทั้ง แจ็คสัน หวัง และนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล อีกด้วย

พฤติกรรมทั้งหมดของพิมรี่พายทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ต่างๆ ขึ้น จนนำมาซึ่งข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของบัตร 20,000 ใบ และบัตรเข้าชมรอบซ้อม ที่ผู้จัดเคยแจ้งว่าเป็นสิทธิพิเศษของผู้ที่ซื้อบัตรและลงทะเบียนเข้าชมไว้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไปจำหน่ายหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่น รวมถึงที่มาของสิทธิ์ในการรับประทานอาหารมื้อพิเศษกับศิลปินและนักฟุตบอลจากทั้งสองทีมก็ถูกตั้งข้อสงสัยด้วยเช่นกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง:
ต่อมาไทยรัฐและรายการ เข้มข่าวใหญ่ ทาง PPTV มีรายงานว่า ทีมงานของ วินิจ เลิศรัตนชัย ผู้บริหาร Fresh Air Festival ผู้จัดงาน ได้ชี้แจงว่า บัตรที่พิมรี่พายนำมาขายนั้นคือบัตรโควตาของสโมสรฟุตบอลทั้งสองทีมที่ไม่ได้เปิดจำหน่ายในระบบตั้งแต่แรก เพื่อให้ทั้งสองสโมสรนำไปขายให้กับแฟนบอลต่างชาติ เมื่อมีบัตรเหลือทางสโมสรจึงตีกลับมาที่ผู้จัด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ทางพิมรี่พายติดต่อมาขอซื้อพอดี จึงขายให้ในราคาปกติ
ล่าสุดทาง Fresh Air Festival ก็ได้มีการออกหนังสือชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ทางผู้จัดไม่ได้มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมวันซ้อมคอนเสิร์ตและการจัดมื้อพิเศษกับนักฟุตบอลทั้งสองสโมสร และ แจ็คสัน หวัง ให้กับแฟนคลับ ตามที่เป็นข่าว

ในขณะเดียวกันพิมรี่พายก็ออกมาโพสต์บนแฟนเพจ พิมรี่พาย ขายทุกอย่าง ยืนยันว่า จะนำสิทธิ์ในการเข้าชมรอบซ้อมและเข้ารับประทานอาหารมื้อพิเศษมาแจกลูกค้าเช่นเดิม

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นแฟนคลับของ แจ็คสัน หวัง ได้ทวีตข้อความและแสดงความคิดเห็นผ่านทางแฮชแท็ก #พิมรี่พาย และ #ProtectJacksonwang บนทวิตเตอร์ พร้อมรวบรวมคลิปวิดีโอ คำพูดหมิ่นประมาท และคำพูดที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับ แจ็คสัน หวัง ส่งให้ทางต้นสังกัด TEAMWANG และ Sublime Artist Agency พิจารณาดำเนินคดีต่อไปเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากนี้แฟนๆ ก็คงต้องคอยสังเกตการณ์กันต่อไปว่า ผู้จัดอย่าง Fresh Air Festival จะมีความเคลื่อนไหวและแนวทางในการแก้ปัญหานี้เพิ่มเติมอย่างไรในอนาคต
อ้างอิง:
The post พิมรี่พาย กลับมาเป็นประเด็นร้อน หลังไลฟ์ขายบัตรเข้าชมฟุตบอลศึกแดงเดือด และบัตรเข้าชมรอบซ้อมกว่า 20,000 ใบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เรียกว่าเป็น ‘แม่ค้า’ อันดับหนึ่งที่ขยันปล่อยเพลงบ่อยไม […]
The post เติมน้ำรักให้กับหัวใจที่ ‘แห้ง’ เหี่ยว กับซิงเกิลที่ 7 ของ Pimrypie แม่ค้าอันดับหนึ่งที่ออกเพลงบ่อยกว่าศิลปิน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เรียกว่าเป็น ‘แม่ค้า’ อันดับหนึ่งที่ขยันปล่อยเพลงบ่อยไม่แพ้ขายของ กับ แห้ง ซิงเกิลที่ 7 ในรอบ 1 ปี ของ พิมรี่พาย (พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์) ที่คราวนี้ชวน มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกมาดกวนกลับมาสวมบท ‘แรปเปอร์’ มาสร้างความสนุกให้กับ ‘ความรัก’ ที่แห้งเหี่ยว (และแห้งผาก) ในครั้งนี้
เพลงนี้ยังคงได้ดรีมทีมของวงการเพลงมาช่วยทำงานเบื้องหลัง ตั้งแต่ F.HERO มาเป็น Executive Producer, ได้ NINO (เกริก ชาญกว้าง) บีตเมกเกอร์อัฉริยะหลายล้านวิวมาเป็น Producer, แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ นักแต่งเพลงแห่งยุค มาเขียนเนื้อร้อง เสริมกับท่อนแรปโดย Guygeegee (กาย-กล้าไม้ ไมเกิ้ล) จากเพลง ทน ที่ตอนนี้ทำยอดวิวทะลุ 300 ล้านวิวไปแล้ว
พาร์ตของดนตรีมาแนวป๊อป-ฮิปฮอป มาพร้อมกับอิเล็กทรอนิกส์ซาวด์ผสมผสานกับดนตรีไทยเดิม ชวนให้เต้นได้เบาๆ และได้เสียงใสๆ ของพิมรี่พาย ส่งความรู้สึกโหยหาความรักของคนโสด ที่ต้องบอกว่าพิมรี่พายนำเสนอน้ำเสียงออดอ้อน มีเสน่ห์ได้น่าสนใจ แตกต่างจากเพลงก่อนหน้าที่ถ้าไม่จี๊ดจ๊าดมั่นใจ ก็จะมาแนวเศร้าหนักๆ ประกอบการแรปของมาริโอ้ ด้วยน้ำเสียงกวนๆ ช่วยเสริมอรรถรส สดชื่น กระชุ่มกระชวย
“แห้ง รู้มั้ยตอนนี้มันแห้ง จะทำอะไรก็ยังไม่ค่อยมีแรง ก็คนไม่มีใครรัก”
เนื้อเพลงขาย ‘ความโสดแบบตรงไปตรงมา’ แทนใจความรู้สึกของคนที่ขาดความรักมานาน ภาษาสัมผัสสวยงามผสมกับคำน่ารักๆ และสองแง่สองง่ามเล่นกับความ ‘แห้ง’ อย่างขูดหินปูน, หินงอกหินย้อย, แตกระแหง ฯลฯ ที่เปิดกว้างให้คนฟังตีความได้ตามชอบ
เสริมความสนุกด้วยพาร์ตมิวสิกวิดีโอโทนสีชมพูรับช่วงเทศกาลแห่งความรัก เล่าเรื่องผู้หญิงที่มารักษาตัวจากอาการ ‘แห้ง’ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และมีมาริโอ้เป็นหมอมาช่วยรักษาตั้งแต่ท่อนแรป ไปจนถึงภาพในมิวสิกวิดีโอที่ฉีดวัคซีนบางอย่าง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับหัวใจของพิมรี่พาย
อีกหนึ่งกิมมิกน่าสนใจชวนให้ตีความคือรูปหยากไย่ที่ขึ้นเต็ม ‘แอปเปิ้ล’ ผ่าครึ่งเหี่ยวเฉา ที่อาจหมายถึงหัวใจที่แห้งผาก พอได้น้ำมาหล่อเลี้ยงก็กลับมาชุ่มชื้น แต่ก็อาจคิดเป็นอย่างอื่นได้ ขึ้นอยู่กับจินตนาการของแต่ละคน
ประกาศคำว่า ‘โสด’ และรอใครรักคนมาช่วยรักษาหัวใจที่ ‘แห้ง’ เหี่ยว ไปกับพิมรี่พายได้ที่
The post เติมน้ำรักให้กับหัวใจที่ ‘แห้ง’ เหี่ยว กับซิงเกิลที่ 7 ของ Pimrypie แม่ค้าอันดับหนึ่งที่ออกเพลงบ่อยกว่าศิลปิน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (29 ธันวาคม) อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุ […]
The post อีสานโพลสำรวจรางวัลแห่งปีคนอีสาน สุดารัตน์คว้านักการเมืองแห่งปี พิมรี่พายได้นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (29 ธันวาคม) อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่องรางวัลแห่งปีของคนอีสาน ปี 2564 การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับบุคคล องค์กร และผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งปี ในสาขาต่างๆ 13 รางวัล โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2564 และระหว่างวันที่ 25-27 ธันวาคม 2564 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,151 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด
ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล ได้เปิดเผยว่าการสำรวจนี้จะให้ชาวอีสานเสนอชื่อบุคคลหรือองค์กรหรือผลงานที่สมควรได้รับรางวัลแห่งปีในสาขาต่างๆ 13 รางวัล โดยคำถามเป็นแบบปลายเปิดไม่มีตัวเลือกให้ เสนอได้เพียง 1 รายชื่อ ซึ่งจากการประมวลผล พบว่า คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก แต่ละรางวัล มีดังนี้
The post อีสานโพลสำรวจรางวัลแห่งปีคนอีสาน สุดารัตน์คว้านักการเมืองแห่งปี พิมรี่พายได้นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหกโดยเฉพาะในปี 2564 ที่คนไทยยังอ […]
The post ปรากฏการณ์สุดต๊าชชช! ของแวดวงบันเทิงไทยในปี 2564 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหกโดยเฉพาะในปี 2564 ที่คนไทยยังอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด ทำให้หลายๆ กิจกรรมมีอันต้องหยุดชะงักไปจนคล้ายจะเป็นปีที่ว่างเปล่า อย่างไรก็ดีช่วงเวลา 365 วันที่ผ่านมาก็ยังมีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย มีเรื่องราวดราม่าให้เสพกันแทบทุกวัน และส่วนใหญ่ก็เชื่อมโยงเข้ากับกระแสการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างเรามาสรุปกัน
เป็นอีกหนึ่งปีที่พิสูจน์ว่าการเมืองเชื่อมโยงกับชีวิตคนเราในทุกมิติ นับตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมกับแคมเปญรณรงค์ฉีดวัคซีน ‘วัคซีนที่ดีที่สุด คือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด’ โดยใช้คนดังพาเหรดฉีดวัคซีน Sinovac ล็อตแรกๆ ที่ฉีดให้กับประชาชนทั่วไป ในขณะที่คนไทยบางส่วนยังสงสัยในประสิทธิภาพและแผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล จนเกิดเป็นกระแสดราม่าลามไปถึงตัวดาราที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ว่ามีความจริงใจมากน้อยแค่ไหนที่เข้ามาร่วมในแคมเปญนี้

จนเข้าสู่เดือนกรกฎาคมกระแสเรื่องวัคซีนก็ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดลตาระบาดอย่างหนักในเมืองไทย จนคนดังหลายคนออกมา Call out เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาวัคซีน mRNA มาฉีดให้กับประชาชน นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายชื่นชมที่ได้เห็นคนดังออกมาพูดถึงประเด็นสังคมสักที กับอีกฝ่ายที่ออกมาต่อต้านว่านี่คือการโจมตีรัฐบาลโดยใช้ชื่อเสียงของตัวเองเป็นเครื่องมือ แม้แต่เจ้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ออกมาผสมโรงจนกลายกระแสตีกลับไปในที่สุด

ส่วนอีกหนึ่งแคมเปญที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่คงไม่ใช่ในมุมที่ผู้จัดทำต้องการสักเท่าไรก็คือ #พูดหยุดโกง ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) งานนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่ประเด็นและวิธีการที่แลดูเก่าล้าสมัย ที่สำคัญคือมาผิดเวลา เพราะภาคประชาชนกล้าวิพากษ์วิจารณ์ความไม่โปร่งใสต่างๆ ในสังคมจนแทบจะทะลุหลังคาโลกไปแล้ว ในทางกลับกันก่อนหน้านั้นก็มีการเรียกร้องให้คนดังออกมาพูดเรื่องประเด็นทางสังคมอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่ได้รับสัญญานตอบรับใดๆ แต่ดันออกมาพูดในแคมเปญที่เชื่อกันว่าได้รับค่าจ้างแบบนี้ จึงทำให้ประเด็นต่างๆ ดูไม่จริงใจเอาเสียเลย
นอกจากนี้ปี 2564 ดารา นักร้อง และคนดัง ประกาศตัวก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น แคนแคน-นายิกา ศรีเนียน, ครูเป็ด-มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร, เมธี ลาบานูน หรือ เมธี อรุณ ฯลฯ


การกลับมาคืนจออีกครั้งของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา นอกจากทวงความฝันในการเป็นกรรมกรข่าวคืนมาแล้ว ยังเป็นการทวงคืนเรตติ้งด้านรายการข่าวให้กับช่อง 3 อีกด้วย เพราะหลังจากสรยุทธกลับมานั่งหน้าจอในรายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ วันแรกก็สามารถคว้าเรตติ้งเฉพาะในกรุงเทพฯ ไป 6.920 และต่างจังหวัด 1.737 เฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 2.479 มีผู้ชมผ่านการไลฟ์จากเพจสูงสุดราว 1.6 หมื่นคน และชมผ่านแอปพลิเคชัน CH3Plus ร่วมแสนคน ส่วนวันอาทิตย์มีเรตติ้ง 2.473 กรุงเทพฯ 7.157 และต่างจังหวัด 1.691 สูงที่สุดเมื่อเทียบกับเรตติ้งในรอบ 4 เดือนแรกของปี และเมื่อผ่านไตรมาสที่ 2 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ขายโฆษณาได้เพิ่มขึ้นเป็น 75% จากการเพิ่มเวลารายการอีก 25 นาที ส่วน เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ก็ขายโฆษณาได้มากขึ้นจากไตรมาสแรกของปีนี้ที่ 75% เป็น 95% ซึ่งก็ต้องยอมรับการว่าการกลับมาของสรยุทธทำให้เนื้อหาข่าวมีความน่าสนใจ จนกลุ่มแฟนคลับที่เคยเปิดผ่านเริ่มกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง

ปรากฏการณ์ความต๊าชชช! รับต้นปีต้องยกให้กับการแจ้งเกิดพระมหาเทวีเจ้าแห่งเมืองทิพย์ หรือ ชาติ-บุหงาวลัย คงขวัญ เน็ตไอดอลที่ดังในหมู่แฟนคลับมาพักใหญ่ แต่ผลงานเดบิวต์จริงๆ ก็เห็นจะเป็นการแห่แหนไปต้อนรับของพสกนิกรเยาวรุ่นจนหัวลำโพงและพารากอนแทบแตก เมื่อเธอมาเยือนพระนครในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนหลายสื่อเชื้อเชิญเธอไปออกรายการและกลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ จนได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ หอแต๋วแตก แหกโควิดปังปุริเย่ ของผู้กำกับ พชร์ อานนท์ จากนั้นพระมหาเทวีเจ้าก็สร้างกระแสฮือฮาในโลกอินเทอร์เน็ตตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมยกเครื่องใหม่เกือบทั้งตัว และเข้าพิธีเสกสมรส อวยยศ 19 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดินเจ้าหลวงองค์ใหม่แห่งเมืองทิพย์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ปีนี้จะเรียกว่าเป็นปีพิมรี่พายรายสัปดาห์ก็ว่าได้ เพราะแม่ค้าออนไลน์คนดังปรากฏอยู่ในหัวข้อข่าวแทบทุกอาทิตย์ ด้วยภาพลักษณ์แม่พระสลับนางมาร จนเรียกได้ว่าเรื่องราวของพิมรี่พายมีส่วน ‘รัน’ ประเทศไทยก็คงไม่ผิด
ถ้าลองนับนิ้วดูก็ไล่ตั้งแต่การผลิตคอนเทนต์บริจาคที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว, เปิดค่ายเพลง High Cloud Entertainment ร่วมกับ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และ หลุยส์ ธนา, โต้คารมเบาๆ กับ โทนี วูดซัม (Tony Woodsome) หรืออดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร, เปิดโกดังพันล้าน ขายน้ำแร่แถมชุด ATK, ขายกล่องสุ่ม 100,000 บาท และล่าสุดดราม่าหมอเถื่อนในคลินิกของเธอ ปีนี้นอกจากสู้กับโรคระบาดแล้ว พิมรี่พายยังไล่ปะ ฉะ ดะ กับคนหลายกลุ่ม ไล่ตั้งแต่หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ และตัวแทนวิชาชีพต่างๆ ตลอดทั้งปี ก็ขึ้นอยู่กับว่ากรณีนั้นๆ องค์จะลงร่างที่ปางไหนก็ว่ากันไป

ปีนี้เราได้ลุ้นการประกวดนางงามจักรวาลถึง 2 ครั้ง ทั้งการประกวดนางงามจักรวาล 2020 ที่เลื่อนมาจัดช่วงต้นปีโดยมี อแมนด้า ออบดั ตัวแทนสาวไทยที่เรียกได้ว่า ‘พร้อม’ ที่สุดของวงการนางงามไทย ทั้งรูปร่างหน้าตาและระยะเวลาในการฝึกซ้อมจนมีศักยภาพอย่างมากที่จะคว้ามง 3 กลับไทย อีกทั้งเมื่ออยู่ในกองประกวด เธอก็ขยันผลิตคอนเทนต์สร้างความโดดเด่นจนเป็นที่พูดถึงของแฟนนางงามหลายๆ ประเทศ แต่สุดท้ายก็ไปได้ไกลแค่เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย สร้างความฉงนสงสัยให้กับแฟนนางงามชาวไทยไปไม่น้อย
มาถึงช่วงปลายปี แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามผู้มาพร้อมกับแนวคิด #RealSizeBeauty ที่อยากรณรงค์ให้ผู้หญิงทุกคนรู้สึกมั่นใจก็คว้าตำแหน่งตัวแทนประเทศไทย ณ จุดนี้ต้องยอมรับว่าแอนชิลีได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการนางงามว่าไม่จำเป็นต้องผอมบางตัวเล็กเสมอไป น่าเสียดายที่มีระยะเวลาการฝึกค่อนข้างสั้นเมื่อมาผนวกกับ ‘ความใหม่’ ทั้งเรื่องแนวคิด และตัวนางงามที่เพิ่งเคยผ่านประกวดมาแค่เวทีเดียว จึงทำให้เธอไม่ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย อย่างไรก็ดี แคมเปญ #RealSizeBeauty ก็กลายเป็นที่พูดถึงในการประกวดครั้งนี้ และทำให้แอนชิลีกลายเป็นที่จดจำในฐานะนางงามผู้ฉีกกฎบิวตี้สแตนดาร์ด และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกรูปร่างมั่นใจในตัวเองยิ่งขึ้น


ปรากฏการณ์ความโด่งดัง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล และความสำเร็จของซีรีส์เรื่อง Squid Game ทาง Netflix ทำให้รัฐไทยเริ่มหันมาสนใจการส่งออก Soft Power อีกครั้ง ทั้งการทำบันทึกความเข้าใจกับจีนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และละคร ไปจนถึงรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ก็พูดถึงการปั้น Soft Power ของไทยใน Netflix จนเรื่อง Soft Power ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นให้พูดในแวดวงสื่อมวลชนและโลกโซเชียลอยู่พักหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกนโยบายให้เห็นเป็นรูปธรรม ปีหน้าฟ้าใหม่ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Soft Power จะได้ผงาดบนเวทีโลกหรือจะสนับสนุนแบบลักปิดลักเปิดอย่างที่ผ่านมา ต้องรอดูกันในตอนต่อไป
The post ปรากฏการณ์สุดต๊าชชช! ของแวดวงบันเทิงไทยในปี 2564 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถึงแม้จะมีกระแสดราม่า และถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่าย แต่พิม […]
The post ไม่ขาย และ นี่คือเธอ เมื่อเพลงก็ต้องปล่อย ของก็ต้องขาย ดราม่าก็ต้องรีบคลี่คลาย สองเพลงใหม่จาก Pimrypie ที่ย้ำว่าทุกคนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถึงแม้จะมีกระแสดราม่า และถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่าย แต่พิมรี่พาย (Pimrypie) ก็ยังมีผลงานเพลงที่เพิ่งปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันถึงสองเพลงคือ ไม่ขาย และ นี่คือฉัน สองเพลงต่างสไตล์ แต่มีเป้าหมายให้กำลังใจ และย้ำเตือนว่าทุกคนต่างมีคุณค่าในแบบของตัวเอง

สำหรับเพลง ไม่ขาย ได้ทีมงานเบื้องหลังอย่าง 3rd Tilly Birds, Chamil Arin และ Babepoom มารับหน้าที่แต่งเนื้อร้อง พร้อมด้วย 3 สมาชิกวง Tilly Birds อย่าง BILLbilly01, Milo Tanti และ 3rd Tilly Birds มาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์
เนื้อหาของเพลงทำหน้าที่ส่งมอบกำลังใจดีๆ ให้แก่ใครก็ตามที่กำลังต่อสู้กับชีวิต ดนตรีปลุกเร้าเหมือนอยู่ในสถานการณ์เผชิญหน้ากับความยากลำบาก เพื่อช่วยพยุงให้พวกเขาลูกขึ้นมาสู้ต่อ และย้ำเตือนว่า ไม่ว่าใครก็ตามจะเข้ามาดูถูกเหยียดหยามเราอย่างไร คำพูดเหล่านั้นย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเราได้นอกจากตัวเราเอง
โดยเรื่องราวทั้งหมดได้แรงบันดาลใจมาจากการสู้ชีวิตของพิมรี่พาย ที่เริ่มจากการ ‘ขาย’ ของแทบทุกอย่าง รวมทั้งเวลาและความสัมพันธ์ จนสร้างตัวมาได้ถึงขนาดนี้ แต่มีเพียงศักดิ์ศรีและความเป็นตัวเองเท่านั้น ที่เธอจะไม่มีวันยอมขายอย่างเด็ดขาด

เพลง นี่คือเธอ ได้ แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มากฝีมือมารับหน้าที่แต่งเนื้อร้องและทำนอง พร้อมทั้งดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์
สำหรับเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งบทเพลงแห่งกำลังใจ เพื่อบอกกับผู้หญิงทุกคนว่า ไม่ว่าเราจะสีผิวอะไร รูปร่างแบบไหน เราทุกคนต่างมีคุณค่าและความงดงามในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพยายามเป็นเหมือนกับใครๆ เพราะความงดงามของโลกใบนี้ ประกอบขึ้นจากความแตกต่างหลากหลายที่เข้ามาแต่งแต้มให้โลกเปี่ยมไปด้วยสีสัน
เรียกว่านอกจากจะเป็นเพลงแห่งกำลังใจ ไม่ขาย และ นี่คือฉัน ยังเป็นสองผลงานเพลงของพิมรี่พาย ที่ทำให้แฟนๆ ได้เห็นถึงพัฒนาการด้านดนตรีที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังทำหน้าที่ถ่ายทอดแง่มุมความคิดของเธอให้เราทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ซึ่งระหว่างรอว่าดราม่าเรื่อง ‘หมอปลอม’ จากคลินิกเสริมความงามของพิมรี่พาย ข้อมูล แถลงการณ์เพิ่มเติม รวมทั้งการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะมีบทสรุปสุดท้ายเป็นอย่างไร สามารถคั่วป๊อปคอร์นร้อนๆ แล้วรับชมมิวสิกวิดีโอทั้งสองเพลงรอไปก่อนได้เลย
รับชมมิวสิกวิดีโอ ไม่ขาย ได้ที่นี่
รับชมมิวสิกวิดีโอ นี่คือเธอ ได้ที่นี่
The post ไม่ขาย และ นี่คือเธอ เมื่อเพลงก็ต้องปล่อย ของก็ต้องขาย ดราม่าก็ต้องรีบคลี่คลาย สองเพลงใหม่จาก Pimrypie ที่ย้ำว่าทุกคนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
หมวดที่ 5 ของ POP Powerful Voices in Crisis คือ ‘เสียง’ […]
The post POP Powerful Voices in Crisis: Digital Media appeared first on THE STANDARD.
]]>
หมวดที่ 5 ของ POP Powerful Voices in Crisis คือ ‘เสียง’ จากคนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้ช่องทางหรือผลงานที่ตัวเองถนัด เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ตั้งคำถามแทนประชาชน ไปจนถึงช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด
เริ่มตั้งแต่ Uninspired by current events และ ไข่แมวx นักวาดภาพประกอบที่ใช้สีสันและลายเส้นสร้างผลงานสะท้อนสังคมได้อย่างทรงพลังและเจ็บปวด, Drama-addict พื้นที่แห่งการถกเถียง ให้ข้อมูล ประสานความช่วยเหลือ และแหล่งรวมดราม่าที่ใหญ่ที่สุด
ผมอยู่ข้างหลังคุณ นายแพทย์เพจหนัง ที่ให้ความรู้เรื่องโควิดและวัคซีน, Poetry of Bitch เพจสรุปข้อมูลข่าวสารและดราม่าที่เข้าใจง่ายและรวดเร็ว, ไอซ์-รักชนก ศรีนอก ‘ดาวคลับเฮาส์’ ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่สร้างพื้นที่ให้ความรู้และถกเถียง
ฟลุ๊ค กะล่อน ที่ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียนอกจากนำเสนอความบันเทิง พูดคุยทุกแง่มุมของการเมืองที่สำคัญกับชีวิต, นารา เครปกะเทย เจ้าของคลิป ไม่รัก…เหมาหมด และพิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์อันดับหนึ่ง ที่ปากหนักใจถึง ขอช่วยคนที่เดือดร้อนอย่างเดียว ขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
รายชื่อทั้ง 10 เสียง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ‘เสียง’ และการกระทำ จากคนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างอิมแพ็กต่อสังคมในช่วงเวลาวิกฤต ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ตามที่ตัวเองถนัด เพื่อพูดแทนประชาชนอย่างกล้าหาญ และใช้ความสามารถที่ตัวเองมีช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด
THE STANDARD POP ขอบคุณอีกครั้ง แด่ทุก ‘พลัง’ จากทุกชีวิตที่ลงมือทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ให้ทุกคนผ่านวิกฤตอันเลวร้ายครั้งนี้ไปด้วยกัน
1. Uninspired by current events / Illustration การเมือง
2. ไข่แมวx: cartooneggcatx / Illustration การเมือง
3. Drama-addict / เพจเฟซบุ๊ก
4. ผมอยู่ข้างหลังคุณ: IbehindYou / เพจเฟซบุ๊ก, นักเขียน
5. Poetry of Bitch / เพจเฟซบุ๊ก
6. ไอซ์-รักชนก ศรีนอก: Ice Rukchanok Srinok / เจ้าของแอ็กเคานต์ Rukchanok Srinok ทางแอปพลิเคชัน Clubhouse
7. ฟลุ๊ค กะล่อน: Flukkaron / เน็ตไอดอล
8. นารา เครปกะเทย (อนิวัติ ประทุมถิ่น): Nara Crepekatoeys (Aniwat Pratumtin) / ยูทูเบอร์
9. พิมรี่พาย: Pimrypie / ยูทูเบอร์

ภาพลมทะเลที่โบกพัดผ้าปูโต๊ะปลิวว่อนจนเห็นโลงศพสีขาว เปรียบเทียบดั่งมื้ออาหารบนความตายของผู้คน ในยามที่ผู้บริหารบ้านเมืองทำตัวสบายๆ ในระหว่างเดินทางไปเปิดตัวโครงการ Phuket Sandbox คือผลงานที่มีชื่อว่า Sea Breeze ซึ่งมียอดไลก์ทาง Instagram ร่วมแสน ที่เห็นครั้งแรกก็สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนไทยที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับวิกฤตโควิดได้อย่างขมขื่นฝืนยิ้ม
นี่คือตัวอย่างผลงานกราฟิกสามมิติที่เปิดกว้างให้คนตีความหาสัญญะที่ซุกซ่อนไว้ของ Uninspired by current events หรือ แก่น-สารัตถะ จึงเสถียรทรัพย์ นักออกแบบภาพสามมิติ ผู้นำความอัดอั้นใจต่อสถานการณ์บ้านเมืองมาสรรค์สร้างเป็นงานแบบเซอร์เรียลไร้กฎเกณฑ์ผสานกับโลกความจริงสวนทางกับชื่อเพจ
นอกจากฝีมือความเฉียบคมและความว่องไวของเขา สิ่งที่ทำให้หลายภาพกลายเป็นไวรัลในเวลาไม่นานคงเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดแทนใจผู้คนได้อย่างดีโดยไม่ต้องตีความอะไรมากนัก เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างในภาพล้วนแล้วแต่พ่วงล้อไปกับบริบทของบ้านเมืองที่น่าหดหู่ลงทุกวัน
แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังในช่วงวิกฤตโควิด เพจ Uninspired by current events ได้จุดประกายความหวังที่ว่า ยังคงมีพื้นที่ให้งานศิลปะถูกชื่นชม ให้คุณค่า และจะถูกแชร์ไปผ่านตาใครอีกหลายคนให้ลองหันมาฉุกคิดถึงความเหนือจริงที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศของเราได้ไม่มากก็น้อย
A graphic art piece of a blowing tablecloth by the beach showing white coffins underneath depicted a pleasant meal of the country’s administrator in the opening event of Phuket Sandbox while people in the country are dying. The piece called ‘Sea Breeze’ has got almost 100,000 likes on Instagram because it made such an impression at first glance to Thai people who are painfully facing COVID pandemic.
This is one of the 3D graphic arts which asks viewers to interpret the hidden symbol. Uninspired by current events or Kaen Saratta Chuengsatiansup, a 3D designer, adapted his uneasy feeling about the current situation to create these ruleless surreal art pieces by merging them with the true events in the real world, opposing its own name.
Besides his talent and speed, one thing that made his works suddenly go viral is the emotion that portrayed people’s mind well without any further interpretation as all compositions fit together perfectly along with the everyday’s depressing social context.
In the middle of despair, Uninspired by current events has inspired our hopes that there is some space where art is valuable. These arts will be shared and popped up in front of many eyes so that they can be aware of the surreal we are facing in this country.

มีศิลปินมากมายที่ใช้ศิลปะเป็นพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิด เช่นเดียวกับเพจ ‘ไข่แมว’ ที่เกิดขึ้นมาหลังการรัฐประหารปี 2557 จากความคับข้องใจต่อเรื่องราวผิดปกติในประเทศไทย เขาจึงเลือกใช้ความถนัดของตัวเองมาถ่ายทอดประเด็นต่างๆ ผ่านภาพการ์ตูนไร้คำพูด ที่บันทึกบริบทความเป็นไปของสังคมและการเมืองไทยในยุคเผด็จการ
แม้ยอดไลก์ครึ่งล้านของเพจเดิมจะปลิวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากมีการเปิดเผยว่ารัฐบาล คสช. กำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของเพจอยู่ แต่เพียงไม่นาน เพจไข่แมวก็กลับมาอีกครั้งด้วยชื่อ ไข่แมวx และยังคงส่งเสียงผ่านภาพการ์ตูนสี่ช่องที่จิกกัดสังคมและการเมืองได้อย่างเจ็บแสบมาเสมอ
ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโรคโควิด การ์ตูนตลกร้ายหลายๆ ภาพของไข่แมวx น่าหดหู่เสียจนความตลกเลือนหาย เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายจากเหตุการณ์จริง เมื่อจากการบริหารจัดการของภาครัฐยังไม่อาจบรรเทาให้ยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมีจำนวนลดน้อยลงในระดับที่น่าพอใจ ส่วนทางกับภาพของบุคคลาการทางการแพทย์ด่านหน้าที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายอย่างบอบช้ำ ท่ามกลางการบริหารจัดการวัคซีนที่เต็มไปด้วยข้อครหา
และนั่นทำให้บทบาทของของไข่แมวx ในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นเพจการ์ตูนยั่วล้อเผด็จการทหาร แต่การ์ตูนของเขายังพยายามจะถ่ายทอดและบอกเล่าความจริงอันขำขืนของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตได้อย่างน่าชื่นชม
การทำงานของรัฐบาล ไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้เลย

“ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่เคยดีใจที่เกิดการรัฐประหารตอนนั้น ขออภัยพ่อแม่พี่น้องอย่างเป็นทางการว่าจ่าก็เป็นคนหนึ่งที่ผลักกันคนละมือให้ประเทศชาติแม่งกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ ป.ล. ถ่มถุยตามสะดวก สำนึกผิดนานแล้ว”
ส่วนหนึ่งข้อความบนเพจ https://www.facebook.com/DramaAdd/ พร้อมกับ 140,000 ไลก์, 19,000 แชร์ และ 17,000 คอมเมนต์ ที่ทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็น ให้อภัย ไปจนถึง ‘ถ่มถุย’ ตามที่ วิทวัส ศิริประชัย หรือ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน โพสต์เอาไว้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2564
คือหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีหลายคนไม่ชอบ, วิพากษ์วิจารณ์, ตั้งคำถาม ไปจนถึงมองว่าตัว ‘จ่าพิชิต’ เองนี่แหละที่เป็นคนก่อ ‘ดราม่า’ ขึ้นมาเอง, น้อยครั้งที่จะออกมาขอโทษเพื่อทำผิด แถมยังลบคอมเมนต์เพื่อรักษาบรรยากาศอยู่บ่อยๆ แต่ Drama-addict คือเพจที่มีคนให้ความสนใจ เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นที่มีอิมแพ็กกับสังคมอย่างปฏิเสธไม่ได้
เมื่อ ‘เสียง’ ของเพจที่มีผู้ติดตามเกือบ 3 ล้านคน ส่งออกมาเพื่อตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ประเด็นเหล่านั้นจะถูกพูดถึงในวงที่กว้างมากขึ้นมาทันที ยกตัวอย่างจากโพสต์ที่ตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ขอทราบเหตุผลที่ยังสั่ง (วัคซีน) Sinovac มาเพิ่มหน่อย” แล้วมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นมากถึง 7,600 ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ จ่าพิชิตยังใช้พื้นที่ของตัวเองในการประชาสัมพันธ์ แชร์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวิกฤตโควิดด้วยอัตราความถี่รายชั่วโมง รวมทั้งเป็นหนึ่งในคนกลางทำงานช่วยประสานหาเตียงให้กับผู้ป่วยโควิดร่วมกับเพจต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด
แน่นอนว่าในทุกๆ การเคลื่อนไหวของจ่าพิชิต ยังเป็นแหล่งรวม ‘ดราม่า’ ที่ผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็น ระบายอารมณ์ ถกเถียง กันอย่างเข้นข้นเหมือนที่ผ่านมา เหมือนสโลแกนของเพจที่ว่า ‘เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า มีดราม่าเป็นเพื่อน’
ซึ่งเราคิดถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นว่าพื้นที่ที่เขาสร้างขึ้นมาจะกลายเป็น
‘เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ใช้ดราม่าขับเคลื่อนและช่วยเหลือสังคม’

นพ.พีรพล ภัทรนุธาพร คือจิตแพทย์และนักเขียนผู้ใช้นามปากกา ‘ผมอยู่ข้างหลังคุณ’ ที่หยิบนำเรื่องราวเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์มาบอกเล่าผ่านตัวหนังสือ เช่น โลกหมุนรอบกลัว หนังสือที่พาผู้อ่านเข้าไปสำรวจเรื่องราวของความกลัว และมักจะหยิบประเด็นที่น่าสนใจจากภาพยนตร์และซีรีส์หลายๆ เรื่องมาตีความให้ทุกคนได้ร่วมพูดคุยผ่านทางเฟสบุ๊กเพจ ‘ผมอยู่ข้างหลังคุณ’ และ Xspace
ขณะที่สถานการณ์โควิดกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศไทย นพ.พีรพลได้เลือกใช้โซเชียลมีเดียของตัวเองในการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโควิดให้ผู้ติดตามได้อ่านและทำความเข้าใจอยู่เสมอ เช่น หยิบนำข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนแต่ละชนิดมาสรุปให้อ่านง่ายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโควิด และการบริหารจัดการวัคซีนของภาครัฐ เพื่อส่งเสียงให้ภาครัฐได้ตระหนักถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นและผลลัพธ์ที่อาจจะตามมาในอนาคต
นอกจากเรื่องสถานการณ์โควิดและวัคซีน นพ.พีรพลยังคอยนำเสนอประเด็นการเมืองในด้านต่างๆ เช่น คำแนะนำเกี่ยวกับการพูดคุยประเด็นการเมืองภายในครอบครัวที่อาจจะมีความคิดและจุดยืนที่แตกต่างกัน รวมถึงร่วมส่งเสียงคัดค้านเกี่ยวกับประเด็นที่เจ้าหน้าที่รัฐเลือกใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม และประเด็นที่ภาครัฐพยายามจะปิดกั้นเสรีภาพสื่อในการนำเสนอความจริง
นอกจากนี้ยังมีการหยิบนำประเด็นที่น่าสนใจจากภาพยนตร์และซีรีส์มาเชื่อมโยงเข้ากับประเด็นการเมืองในปัจจุบันอีกด้วย เช่น การหยิบนำเนื้อหาจาก The Boys ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังที่ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้ระหวางกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ (ที่ไม่ได้เป็นคนดีเท่าไรนัก) และกลุ่มคนธรรมดาที่อยากจะแก้แค้นเหล่าฮีโร่ มาตีความเกี่ยวกับนิยามของคำว่า ‘คนดี’ ของเหล่าฮีโร่ที่คอยทำความดีเพื่อผลประโยชน์
ภาพ: IbehindYou / Facebook
อ้างอิง:
Dr.Peerapol Pattaranupaporn is a psychiatrist and a writer known as ‘I behind You’. He talked about human’s mind through his writings such as ‘How to Survive Horror and Stressful Life’, a book suggesting readers to explore the story of fear. He often brings up interesting issues from movies and series to interpret them with viewers via Facebook page ‘I behind You’ and Xspace.
While the coronavirus has been spreading severely in Thailand, Dr.Peerapol has always been using his social media to be a sharing space posting information about COVID. For example, he collected information about each vaccine and concluded it briefly to make it easier for readers to understand. Also, he stated his opinion towards the vigilant measures against COVID and the vaccine management of the government, so that he could speak up to urge the public sections to be aware of nearby problems and results that are coming afterwards.
Apart from COVID and vaccines, Dr.Peerapol has always been talking about politics in many aspects. For instance, he suggested the way to talk about politics in the family that has different thoughts and standing points. He also called out against how public officers brutally used violence to control the protestors and how the government tried to block the media and take away freedom of the press to report truthfully.
He once raised an interesting topic from movies and series to connect with current political issues. For example, he brought up the series ‘The Boys’, a popular superhero series talking about the fight between two groups. One is the superheroes (who are not such good people) and another is a group of ordinary people who want to take revenge on them, leaving viewers with a new definition of ‘good’ while the heroes are doing good things only for their own benefits.

‘แมว หนังสือ การเมือง และเรื่องชาวบ้าน’
คือข้อความแนะนำตัวบน Facebook ที่ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากการใช้ใช้โซเชียลมีเดียของคนรุ่นใหม่ตามปกติ
แต่สิ่งที่ทำให้ ไอซ์-รักชนก ศรีนอก แตกต่างจากคนอื่นคือ การศึกษาหาข้อมูล คิด วิเคราะห์ แยกแยะ รวมทั้ง ‘ความกล้า’ ที่จะแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามกับทุกเรื่อง ทุกคน ที่เธอสงสัยอย่างตรงไปตรงมา
หากมองว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook, Twitter, Instagram ฯลฯ คือป๊อปคัลเจอร์แห่งยุคสมัยใหม่ ‘เสียง’ ของ ไอซ์ ที่หลายคนยกให้เป็น ‘ดาวคลับเฮาส์’ คนแรกๆ ก็ต้องเป็นหนึ่งในเสียงสำคัญที่มีอิมแพ็กกับหลายๆ เรื่องในสังคม
ไอซ์เริ่มเข้าไปใน Clubhouse เพราะความชอบเรื่องหนังสือ แล้วก็เริ่มเข้าไปอยู่ในห้องที่พูดคุยเรื่องการเมืองอย่าง ‘ประเทศไทย ประเทศที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา’ ของ ‘ศาสดา’ เปิดห้อง ‘เราจะมาชื่นชมรัฐบาลอย่างจริงใจ’, สวมบทเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในห้องสภาโจ๊ก, ชวนคุยเรื่อง ‘ตั๋วช้าง’ ไปจนถึงยกมือตั้งคำถามกับ Tony Woodsome
หลังจากนั้นไอซ์ก็ยังใช้พื้นที่ Clubhouse #กลุ่มพลังคลับ ชวนคนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทุกประเด็นทางสังคม ตั้งแต่การศึกษา, สิ่งแวดล้อม, สวัสดิการประชาชน, การแสดงความคิดเห็นการทางเมืองของศิลปินดารา, ปัญหาเชิงโครงสร้าง, การปฏิรูปสถาบันฯ, การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน, การทำงานของทีมแพทย์, วิกฤตเตียงผู้ป่วย, วัคซีนที่ล่าช้า, การชุมนุมและสลายการชุมนุม ไปจนถึงสารพัดปัญหาของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตโควิด ที่เปิดห้องพูดคุยกี่รอบก็ไม่มีวันจบ
จุดเด่นของไอซ์ในฐานะ Moderator คือทักษะตั้งคำถาม สรุปประเด็น ควบคุมเวลาของสปีกเกอร์ที่ขึ้นมาพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับฟังทุกๆ ความคิดเห็นอย่างตั้งใจ และผลักดันการพูดคุยแต่ละครั้งให้มีประโยชน์สูงสุด จนหลายคนเชื่อว่าถ้าเห็นห้องไหนมีแอ็กเคานต์ที่ชื่อ Rukchanok Srinork ขึ้นมา เราจะได้ประโยชน์จากบทสนทนานั้นแน่นอน
“Cats, books, politics, and other people’s business”
That is a bio on Facebook which seems like other ordinary social media sites.
What makes Ice Rukchanok Srinok different from others is the way he seeks for information, think, analyze, ‘boldly’ express her opinion, and dare to question everything and everyone straightforwardly.
If social media platforms like Facebook, Twitter, Instagram, etc. are pop culture of the generation, the ‘voice’ of Ice, the early Clubhouse’s celebrity, is one of the most significant voices which has an impact on various issues in the society.
Ice joined Clubhouse because of his love for books. Then, he started to join the room which talked about politics in ‘Thailand, the land where other people are jealous of’ by ‘Sasada’. Additionally, he created a room ‘We will sincerely praise the government’. Ice used to join a parliament roleplay as Thailand’s woman former prime minister Yingluck Shinawatra, started a conversation about ‘Elephant Ticket’, or even raised her hand in the room to ask Tony Woodsome.
Furthermore, Ice used the space in Clubhouse #กลุ่มพลังคลับ to exchange opinions towards social issues such as education, environment, people welfare, celebrities’ callout, structural problems, monarchy reform, media broadcast, medical works, insufficient bed, late vaccine collocation, protest and the violent disband, and other problems from the government’s pandemic management which can expand the talk to go on and on.
The outstanding point of Ice as a moderator is his way to make questions, summarize, control the speaker’s time well, listen to every opinion carefully, and make the best out of every talk. It can be assured that if there is an account named Rukchanok Srinork in the room, it will be such a worth listening talk.

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ฟลุ๊ค กะล่อน อาจเป็นชื่อของเน็ตไอดอลที่ผู้คนคุ้นเคยต่อเสียงตำหนิติติงเรื่องการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเขาเริ่มทำช่อง Youtube ในชื่อ โลกของคนมีหนวด แล้วก้าวเดินเติบโตจนกลายมาเป็นยูทูเบอร์ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามมากถึง 1.15 ล้านคน
ฟลุ๊ค-ธรรณพ แสงโอสถ ในวัย 24 ปี ใช้พื้นที่ของตัวเองท่ามกลางคอนเทนต์บันเทิงและความงามในการพูดถึงประเด็นสังคมและการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมให้ทุกคนมั่นใจในตัวเอง ก้าวข้ามมาตรฐานความงามที่สังคมกำหนด ความหลากหลายทางเพศ รณรงค์สมรสเท่าเทียม สวัสดิการรัฐ การศึกษาไทย ฯลฯ
ฟลุ๊คบอกว่าการที่มีตนเองผู้ติดตามอายุน้อยจำนวนมาก ยิ่งทำให้การออกมาพูดถึงประเด็นเหล่านี้จะกลายเป็นกระบอกเสียงที่ดีให้เด็กรุ่นใหม่ได้รับรู้ว่า คนรุ่นนี้กำลังทำเพื่ออนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นถัดไปอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางวิกฤตขณะนี้ที่ประชาชนไม่ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง ที่ตรวจโควิดราคาสูง เตียงรองรับผู้ป่วยมีไม่เพียงพอ ไปจนถึงการมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตอยู่ข้างถนน ทั้งหมดนี้คือความล้มเหลวที่ทำให้ฟลุ๊คยืนหยัดที่จะส่งเสียงและออกมาเน้นย้ำว่าประชาชนและสื่อมวลชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยที่รัฐบาลไม่มีสิทธิมาปิดกั้นการแสดงออกอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย
Many years ago, Flukkaron might only be a name of a net idol whom people often complained about her inappropriate behaviors. Nowadays, he has a Youtube channel named ‘โลกของคนมีหนวด’ (a person with moustache’s world) and he has grown as a youtuber with more than 1.15 million followers.
Fluk-Thannop Sangosod in the age of 24 used his space full of entertainment and beauty content to talk about social and political issues. Fluke supported everyone to have self confidence and step over the definite beauty standard. Moreover, she spoke up for gender diversity, equal marriage rights, state welfare, education, etc.
Fluk said that the bigger number of young followers she got, the more efficient her voice was. Her callout would be a proof to pass the message along to new generations that this generation is working on the future and the better quality of life for them.
In the crisis when vaccines are not enough for everyone, self-test kit is expensive, beds for patients are insufficient, and infected people are dying on the street, Fluk has insisted to voice these failure and repeat that people and media can express their speech freely in democracy and the government has no rights to shut people up.

“แม่รักประยุทธ์ไหม ไม่รักใช่ไหม หนูเหมาหมด!”
จุดเริ่มต้นจากความตลกในคลิปขายเครป ‘แอ๊ว’ ผู้ชาย ที่เต็มไปด้วยสีสัน จังหวะสนุกสนาน สร้างเสียงหัวเราะ จน อนิวัต ประทุมถิ่น หรือ นารา เครปกะเทย เริ่มเป็นที่รู้จัก
หลังจากนั้นนาราก็กลายเป็นยูทูเบอร์ที่มีคนติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่ชวนเพื่อนๆ ไปทำกิจกรรมตลกๆ แต่บางครั้งก็ถูกตั้งคำถามด้านภาษาที่ใช้ ความเหมาะสม ไปจนถึงกรณีการรับเงินสนับสนุนจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ (นาราได้ออกมาขอโทษ ทำรายการสัมภาษณ์คนที่ถูกเว็บไซต์พนันทำลายชีวิตเพื่อเตือนคนอื่นๆ)
กระทั่งมาถึงช่วงที่สถานการณ์โควิดเข้าขั้นวิกฤต นาราเริ่มเปลี่ยนคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่เคยนำเสนอ เป็นการไปเดินจ่ายตลาดพร้อมกับตั้งคำถามง่ายๆ กับพ่อแม่ค้าในตลาดว่า “รักประยุทธ์ไหม?” ถ้าร้านไหนไม่รัก นาราจะเหมาของที่เหลือทั้งหมด ก่อนจะนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับคนอื่นๆ จนกลายเป็นคลิปไวรัลที่มีคนพูดถึงจำนวนมาก
ถ้ามองข้ามความสนุกในคลิป เราจะพบว่านี่ไม่ใช่คอนเทนต์ที่ทำเพื่อความสะใจอย่างเดียว แต่เป็นคอนเทนต์ที่ตั้งคำถามกับความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล ตั้งคำถามกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ รวมถึงการพาไปดูตลาดที่เงียบเหงา สินค้าเหลือเต็มแผง ก็เป็นภาพสะท้อนเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังแย่ได้เป็นอย่างดี
นอกจากคอนเทนต์จ่ายตลาด ล่าสุดนาราได้เริ่มทำคอนเทนต์ที่เธอเริ่มสร้างศูนย์พักคอยโดยประชาชน, โรงครัวเพื่อประชาชน ไปจนถึงคลิปแจกข้าว 1 เดือน แทนรัฐบาล ที่ไม่ใช่แค่ให้ความช่วยเหลือ แต่เป็นการส่ง ‘เสียง’ ครั้งสำคัญอีกครั้งว่า
รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ประชาชนถึงต้องมาดูแลและช่วยเหลือกันเองขนาดนี้!
“Do you love Prayut? No? I’ll buy all of that!”
It all began with the fun in the video where she ‘flirted’ while selling crepes. Since that time, people started to recognize Aniwat Pratumtin or Nara Crepekatoeys.
After that video, Nara became a youtuber with more and more followers via her funny lifestyle contents. However, some people felt uncomfortable with her inappropriate language, moreover, her latest case when Nara received supportive money from an online casino site (Nara gave an apology to her viewers and created a clip interviewing people whose lives were destroyed by gambling).
As the pandemic situation got worse, Nara changed her old content style to a new one where she went grocery shopping in a local market and asked the vendors if they ‘loved Prayut’. Once they said no, Nara would buy all the goods they were selling, then gave them away to other people. When this video was uploaded, it went viral online and became one of the most mentioned videos.
Besides the fun inside, we found that this video was not only made for entertaining, but also for questioning people’s trust in government, current situation, and the worst economic situation where markets were full of products while there’s no customers to buy.
Aside from grocery shopping content, Nara has recently started a new content where she built people’s community isolation and people’s kitchen. In another video, Nara cooked free meals to give away for one month, not only to state that there is no help from the government, but also speak out that
What is the government doing right now and why are there only people who help each other at the moment?

“เป็นแม่ค้ามาตลอดชีวิต…แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ทำคือ ค้าขายบนความตายของคน เขาออกมาพูดกันขนาดนี้ แทนที่จะฟัง กลับมองเป็นศัตรู”
หนึ่งในข้อความจาก พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือพิมพี่ราย ‘แม่ค้า’ ออนไลน์ที่ขายของแทบทุกอย่างตั้งแต่น้ำปลาร้ายันน้ำหอม พร้อมกับบทบาทศิลปินเจ้าของเพลง อย่านะคะ ที่มียอดวิวสูงถึง 52 ล้านครั้ง
ถึงแม้จะยืนยันอยู่หลายครั้งว่าเธอขอทำหน้าที่ตัวเองต่อไป ช่วยเหลือผู้คนเท่าที่ทำได้โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่ในเมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกันไปหมด ทำให้หลายครั้งเธอถูกโยงเข้าดราม่าประเด็นต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากบทบาทแม่ค้าออนไลน์อันดับหนึ่งที่มีคนจำนวนหลักหมื่นถึงแสนเข้าไปดูเธอไลฟ์ขายของ บางคนตั้งใจเข้าไปซื้อของ บางคนรู้สึกว่าแค่ได้เข้าไปมองลีลาการขายของที่เป็นเอกลักษณ์ก็นับว่าเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งในชีวิตแล้ว
พิมรี่พายยังโดดเด่นมากๆ ในเรื่องการทำคอนเทนต์ช่วยเหลือคนเดือดร้อนในหลายๆ พื้นที่ที่ไม่มีคนสนใจ (เช่นเดียวกับที่มีคนตั้งคำถามกับการช่วยเหลือของเธอด้วยเหมือนกัน) ตั้งแต่สร้างแผงโซลาร์เซลล์ให้คนบนดอย, ติดหลอดไฟให้คนในชุมชนคลองเตย, ให้ความช่วยเหลือชุมนุมผู้พิการทางการได้ยินให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ฯลฯ รวมทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่รายได้ลดลงจากพิษเศรษฐกิจ ที่ ‘แม่ค้า’ อย่างเธอเข้าใจเรื่องนี้ยิ่งกว่าใคร
ในช่วงสถานการณ์โควิดเข้าขั้นวิกฤต พิมรี่พายลงพื้นที่สร้างโรงพยาบาลสนามจำนวน 50 เตียง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี, ส่ง ‘กล่องกำลังใจ’ บรรจุอาหารสำเร็จรูปเพื่อประทังชีวิต ให้คนที่เดือดร้อนเพราะวิกฤตครั้งนี้มากกว่า 30,000 กล่อง
เคยออกมาบอกในไลฟ์ว่า พยายามติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือการสร้างโรงพยาบาลสนามให้ชุมชนคลองเตยอยูหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ มาจนถึงกรณีล่าสุดที่พิมรี่พายพยายามช่วยเหลือด้วยการไลฟ์ขายน้ำแร่ (ขวดละ 120 บาท) ‘แถม’ ชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit
หลังจากมีคำสั่งออกมาว่าช่องทางจำหน่ายชุดตรวจ ATK ต้องเป็นสถานพยาบาล คลินิกเวชกรรม คลินิกเทคนิคการแพทย์ และร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น ไม่สามารถขายทางออนไลน์ได้
ซึ่งกรณีดังกล่าวดังต้องรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าความพยายามของเธอนั้นขัดกับหลักกฎหมายหรือเปล่า รวมทั้งยังมีหลายคนตั้งคำถามกับการช่วยเหลือหลายๆ ครั้งของเธอว่าหวังผลทางการตลาดหรือไม่ อย่างไร
แต่สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ทุกๆ คำพูด ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ ความช่วยเหลือของพิมรี่พายนั้น เป็นอีกหนึ่งเสียงที่สร้างอิมแพ็กต์ให้กับสังคมในวงกว้างได้จริงๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง:
The post POP Powerful Voices in Crisis: Digital Media appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (18 สิงหาคม) นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการค […]
The post อย. เตือนกรณี พิมรี่พาย โฆษณาแจก ATK ทางออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ย้ำต้องขายผ่านสถานพยาบาล-ร้านขายยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (18 สิงหาคม) นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่าแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย-พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขายน้ำแร่ 1 ขวด ปริมาณ 300 ซีซี โดยระบุว่า “น้ำแร่คิตตี้ เพื่อนอาจจะหากินที่ไหนก็ได้ แต่น้ำแร่ที่นี่ ซื้อน้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิดแบบที่ขายในร้านยาค่ะ เพราะว่า อย. ไม่ให้ขายในออนไลน์ค่ะ เราก็ไม่ทำการละเมิดกฎแต่อย่างใด ราคาขายในร้านขายยา 350 ค่ะ ของเราไม่ขายนะคะ เราไม่ขายนะคะ ร้านขายยาา 350 ราคาส่ง 200 กว่าบาท เราไม่ขายนะคะ เราขายน้ำแร่ 120 บาท น้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิด 1 ชิ้นค่ะ” โดยการไลฟ์สดดังกล่าวได้มีการแชร์ทางสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมากนั้น
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบพบว่าการไลฟ์สดแจกชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (Lateral Chromatography) ดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่กระทำไม่ได้ตามกฎหมาย การจำหน่าย จ่าย แจก มีความหมายเท่ากับเป็นการขายทั้งหมด
ทั้งนี้ ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) นั้น อย. อนุญาตให้มีการขายในสถานพยาบาล และร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น การโฆษณาต้องมีการขออนุญาตจาก อย. ก่อน ตรวจสอบเบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่นำมาไลฟ์ขายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงน่าเป็นห่วงในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของชุดตรวจที่อาจทำให้เกิดการแปลผลที่ผิดพลาดได้ และการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษสูงสุดคือจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อย. จะส่งหนังสือไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อสืบข้อเท็จจริงตามกรณีที่ปรากฏในไลฟ์สด และสืบหาตัวผู้นำเข้าและขายผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม อย. ไม่ได้ห้ามเรื่องการโฆษณา สามารถโฆษณาได้ แต่ต้องมาขออนุญาตโฆษณาก่อน ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จะอนุญาตให้โฆษณานั้น ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
นพ.สุรโชค กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เหตุผลที่ชุดตรวจหา Antigen ด้วยตนเองนี้ ต้องวางจำหน่ายในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น เพื่อจะได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการแปลผล ข้อปฏิบัติตัวหลังทราบผลการตรวจ ขอให้ผู้บริโภคสังเกตที่ฉลากของชุดตรวจจะมีข้อความภาษาไทยระบุว่า ‘บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้’ และเลขที่ประเมินเทคโนโลยีที่ได้รับอนุมัติจาก อย. ปรากฏบนฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ด้วย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวจะเป็นการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้าหรือน้ำลาย โดยภายในชุดตรวจจะมีคู่มืออธิบายถึงวิธีการใช้ และวิธีการแปลผลฉบับภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ ชุดตรวจนี้เป็นการตรวจเบื้องต้น ถ้าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงควรกักตัว 14 วัน และถ้าตรวจแล้วมีผลลบควรตรวจซ้ำภายใน 3-5 วัน หรือถ้ามีอาการ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ทางเว็บไซต์กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.aspx
สำหรับผู้ประกอบการที่จะโฆษณาจำหน่ายชุดตรวจต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อน หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
The post อย. เตือนกรณี พิมรี่พาย โฆษณาแจก ATK ทางออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ย้ำต้องขายผ่านสถานพยาบาล-ร้านขายยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 พฤษภาคม) สนธิญา สวัสดี อดีตสมาชิกพรรคพลังประ […]
The post สนธิญา ร้องทุกข์กองปราบ ให้ตรวจสอบ ‘พิมรี่พาย’ 4 ประเด็น เงินบริจาค-ภาษี ยืนยันไม่ใช่กลั่นแกล้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 พฤษภาคม) สนธิญา สวัสดี อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบกรณี พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือ พิมรี่พาย ยูทูเบอร์และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง จากกรณีที่พิมรี่พายได้ Live Facebook ขอโทษ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ Live Facebook ต่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรีที่พูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และการทำงานของรัฐบาลในการดูแลป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งมีการกล่าวพาดพิงถึงพิมรี่พายเป็นเวลา 5 วินาที เกี่ยวกับการตั้งโรงพยาบาลสนามของพิมรี่พาย จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลไปก่อนหน้านี้
สนธิญาเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีประเด็นที่พิมรี่พายต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ 4 ประเด็นคือ กรณีการนำของไปบริจาคมูลค่า 2 แสนกว่าบาทกับหน่วยงานหนึ่ง แต่หน่วยงานแห่งนั้นไม่ยอมรับบริจาค ตนเองอยากทราบว่าหน่วยงานนั้นคือหน่วยงานอะไร เพื่อจะได้ทราบว่าเหตุใดหน่วยงานดังกล่าวไม่ยอมรับเงินบริจาคและสิ่งของของพิมรี่พาย
รวมถึงประเด็นเรื่องที่พิมรี่พายกล่าวว่าถูกข่มขู่โดยบุคคลบางกลุ่ม จึงอยากทราบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้นคือใคร เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ประเด็นนี้สนธิญามองว่า หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ก็ควรต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง หรือเป็นเพียงการพูดสนุกปากสร้างกระแส
ประเด็นต่อมาคือ เรื่องธุรกิจของพิมรี่พายในการ Live แต่ละครั้ง ซึ่งตนเองพบว่ามียอดผู้ชมเข้ามาดูและสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากกว่า 1 หมื่นคน จึงตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าตัวมีการจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะปัจจุบันนี้กฎหมายเกี่ยวกับภาษีธุรกิจออนไลน์ถูกบังคับใช้แล้ว และหากพิมรี่พายมีรายได้จากการทำธุรกิจจำนวนมาก ก็ควรเสียภาษีให้ถูกต้อง
ประเด็นสุดท้ายคือ กรณีของตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ บก.ปคบ. ได้เข้าตรวจค้นโรงงานผลิตเครื่องสำอางของพิมรี่พาย หลังได้รับข้อมูลว่าเครื่องสำอางของพิมรี่พายไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2562 โดยในภายหลังเจ้าตัวก็รับว่าเครื่องสำอางที่จำหน่ายไม่ได้มาตรฐาน และจากนั้นพิมรี่พายได้นำเงินไปบริจาคให้กับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในอำเภอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสนธิญามองว่าอาจเป็นกระบวนการนำเงินที่ไม่ถูกกฎหมายไปบริจาคหรือเข้ากระบวนการบางอย่าง จึงอยากทราบว่าเงินที่ใช้ในการบริจาคเป็นเงินที่มาจากที่ใด
ทั้งนี้ สนธิญายืนยันว่าประเด็นที่เข้าร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้ง หลังจากที่พิมรี่พายกล่าวขอโทษอดีตนายกรัฐมนตรี หรือกรณีที่พิมพิพายมักจะกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลบ่อยครั้ง แต่มองว่าหากพิมรี่พายทำธุรกิจต่างๆ ถูกต้อง และมีความบริสุทธิ์ใจ ก็ควรชี้แจงเรื่องดังกล่าวได้ทั้งหมด และหากเจ้าตัวสามารถชี้แจงทุกประเด็นได้ ก็พร้อมเดินทางมาถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวทั้งหมด
ทั้งนี้ หากตำรวจกองบังคับการปราบปรามสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีความผิดเข้าข่ายในเรื่อง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และความผิดในกฎหมายอาญา ก็พร้อมจะเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีในประเด็นต่างๆ ทันที
พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล
The post สนธิญา ร้องทุกข์กองปราบ ให้ตรวจสอบ ‘พิมรี่พาย’ 4 ประเด็น เงินบริจาค-ภาษี ยืนยันไม่ใช่กลั่นแกล้ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการแชร์ข้อมูลเรื่องงบประมาณจัด […]
The post ชัยวุฒิ ชี้เพจดังปล่อยเฟกนิวส์ บิดเบือนภาพ-งบโรงพยาบาลสนามพิมรี่พายเทียบรัฐ จ่อดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการแชร์ข้อมูลเรื่องงบประมาณจัดทำโรงพยาบาลบุษราคัม พร้อมกับตัดต่อภาพประกอบว่าใช้งบประมาณ 239,280,000 บาท สามารถรองรับได้ 1,092 เตียง ตกเตียงละ 220,000 บาท พร้อมกับเปรียบเทียบโรงพยาบาลสนามของพิมรี่พายที่ใช้งบประมาณ 170,000 บาท แต่ได้ถึง 50 เตียง ตกเตียงละ 3,400 บาท จนเกิดเสียงวิจารณ์กว้างขวางนั้น
ล่าสุดวันนี้ (17 พฤษภาคม) ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงได้ตรวจสอบพบว่า มีความพยายามเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจผิดถึงการดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของรัฐบาล โดยในส่วนของพิมรี่พายที่นำเงินส่วนตัวมาสร้างโรงพยาบาลสนาม ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เสียสละช่วยประชาชนในยามลำบาก รัฐบาลก็ต้องขอบคุณถึงความตั้งใจอันดี เช่นเดียวกันอีกหลายๆ คนที่ร่วมช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยตามกำลังหรือความสามารถที่พอจะช่วยได้
“ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างมีความตั้งใจดีเพื่อให้ประเทศพ้นวิกฤตโดยเร็ว แต่กลับมีขบวนการที่ไม่หวังดีนำมาเปรียบเทียบ บิดเบือน เพื่อต้องการให้เกิดความแตกแยกขัดแย้ง” ชัยวุฒิกล่าว
ชัยวุฒิกล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัมที่มีข้อสังเกตเรื่องงบประมาณนั้น จัดตั้งในลักษณะโรงพยาบาลถาวรที่มีมาตรฐาน มีความพร้อมทางการแพทย์ มีอุปกรณ์เครื่องมือดูแลผู้ติดเชื้ออย่างครบครัน มีระบบการดูแลความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์จากหลายจังหวัดจำนวนมากสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขสามารถชี้แจงรายละเอียดหรืองบประมาณได้ทั้งหมด อีกทั้งภาพที่มีการแชร์เปรียบเทียบในขณะนี้ก็เป็นภาพเก่า ช่วงที่มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับกลุ่มเสี่ยงเพื่อสังเกตอาการ และเป็นการจัดตั้งในภาวะฉุกเฉิน ก่อนที่จะมีการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานในภายหลัง
“ในช่วงที่ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิด-19 แต่กลับมีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคม ทางกระทรวงได้ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้มาโดยตลอด ขอให้ผู้ที่เป็นต้นตอหรือมีส่วนกับการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวดำเนินการลบโพสต์โดยด่วน และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้สังคมรับทราบ มิเช่นนั้นกระทรวงดีอีเอสอาจต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อไป” ชัยวุฒิระบุ
พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ
The post ชัยวุฒิ ชี้เพจดังปล่อยเฟกนิวส์ บิดเบือนภาพ-งบโรงพยาบาลสนามพิมรี่พายเทียบรัฐ จ่อดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.
]]>
ติดตาม พิมรี่พาย หรือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ แม่ค้าฝ […]
The post การบริหารชื่อเสียงแบบ ‘พิมรี่พาย’ ที่หนูควรเข้าใจไว้นะลูก! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ติดตาม พิมรี่พาย หรือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ แม่ค้าฝีปากกล้ามาตั้งแต่คลิปขายของที่เป็นไวรัลเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และแวะเข้าไปดูเธอ ‘ขายไป ด่าไป’ เพื่อคลายเครียดอยู่บ่อยๆ ระยะหลังก็ติดตามเรื่องราวของแม่ค้าวัย 30 ปีคนนี้ผ่านทางยูทูบ จนยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแฟนคลับพิมรี่พายกับเขาเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะเพลิดเพลินกับพรสรรค์ในการด่าของพิมรี่พายหรอก แต่เพราะชื่นชมในการบริหารชื่อเสียงของเธอต่างหาก
จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ใดๆ ก็ตามผู้เขียนคิดว่า พิมรี่พายคือนักการตลาดที่เก่งและรู้จักบริหารชื่อเสียงของตัวเองจากสิ่งที่ทุกคนก็มีนั่นคือ ‘สัญชาตญาณ’ เพียงแต่สัญชาตญาณของพิมรี่พายมันบอกให้ทำอะไรแบบถูกที่ถูกเวลา จนอยากให้ใครๆ ทำความเข้าใจไว้นะลูก เผื่อวันหน้าวันหลังเกิดดังจนกลายเป็นไวรัลจะได้ทำแบบเธอบ้าง
เชื่อในสัญชาตญาณไง…หนูเข้าใจใช่ไหมลูก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เมื่อคลิปขายไป ด่าไป ของพิมรี่พาย กลายเป็นไวรัล ถ้าเป็นเน็ตไอดอลคนอื่นก็คงตอบรับการสัมภาษณ์จากสื่อหลายสำนักที่พุ่งเข้าหา และรีบ ‘โกย’ ก่อนที่ชื่อเสียงจะหายไป แต่พิมรี่พายเลือกที่จะไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อไหนเลยด้วยเหตุผลว่า เธอคือแม่ค้า และต้องการจะสื่อสารกับลูกค้ามากกว่า รวมทั้งบุคลิกที่ไม่ชอบประจ๋อประแจ๋กับใคร เลยเลือกแนะนำตัวให้คนรู้จักผ่านช่องทางของตัวเองเท่านั้น ข้อดีอย่างแรกก็คือเธอจะเล่าเรื่องของตัวเองได้ในทุกแง่มุม แบบที่ตัวเองควบคุมได้ ข้อต่อมาคือผู้ติดตามอีกมหาศาล เพราะมันคือช่องทางเดียวที่จะได้รู้จักกับแม่ค้าสุดฮอต ณ เวลานั้น ซึ่งเป็นข้อดีทั้งกับธุรกิจและการสร้างฐานแฟนคลับในฐานะคนดัง เอาเข้าจริงในช่วงเวลานั้นเพจพิมรี่พายก็ไม่ได้ต้องการสื่อสเกลใหญ่เข้ามาซัพพอร์ต ดังนั้นเมื่อใจบอกว่า ‘ยัง’ ก็คือ ‘ยัง’ และเลือกที่จะ ‘ปัง’ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมดีกว่า ลองคิดดูว่าถ้าพิมรี่พายเลือกเลี้ยวผิดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนั้น เธอก็คงไม่ต่างจากเน็ตไอดอล ‘เคยดัง’ คนอื่นๆ
ภาพจากมิวสิกวิดีโอเพลง อย่านะคะ โดย พิมรี่พาย
แม่ค้า แม่พระ และมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
นอกจากความเป็นแม่ค้าปากกล้า และในระยะหลังก็คือแม่พระที่หลายคนชื่นชม แต่เหนือสิ่งอื่นใดพิมรี่พายคือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าลองย้อนดูประวัติ เธอเข้าเรียนในอดีตโรงเรียนชายล้วนที่เพิ่งเปิดรับนักเรียนหญิงไม่นาน ในชั้นเรียนจึงมีนักเรียนหญิงแค่ 10 คน นักเรียนชาย 40 คน ถ้าจะกลมกลืนไปกับความระห่ำของเด็กผู้ชาย ก็ต้องมีบุคลิกห้าวๆ ปากคอเราะร้าย แต่เนื้อในเธอเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนไหวคนหนึ่ง เป็นแม่ค้าที่ด่ากราดแต่ก็พูดจาสุภาพกับลูกเสมอ และเป็นลูกสาวที่ผูกพันกับพ่อมากจนมีรอยสักรูปหน้าพ่ออยู่ที่แขน
หลายคนอาจจะชื่นชอบคลิปทำความดีให้เด็กดอย หรือล่าสุดกับคลิปติดตั้งไฟทางให้ชุมชนคลองเตย แต่ผู้เขียนกลับชอบคลิปร้องไห้หน้าหม้อชาบูเมื่อพูดถึงความรักครั้งเก่า มันสะท้อนความเป็นมนุษย์ธรรมดา เป็น ‘น้องพิม’ ของพี่ๆ เป็น ‘เจ้พิม’ ของน้องๆ และอาจจะเป็น ‘อีพิม’ เพื่อนเราที่ต่อจะให้แกร่งแค่ไหนก็มีวันที่อ่อนแอ รอเราไปตบไหล่ให้มันลุกขึ้นมาด่าได้อีกครั้ง ตรงนี้คือความเรียบง่าย สัมผัสได้ ทำให้พิมรี่พายกลายเป็นคนที่เราคุ้นเคยทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอตัวจริงเลยก็ตาม
ภาพจากมิวสิกวิดีโอเพลง อย่านะคะ โดย พิมรี่พาย
อย่านะคะ อย่านะคะ…อย่าหยุดสร้างเซอร์ไพรส์นะคะ
อีกส่วนที่ชอบเกี่ยวกับพิมรี่พายก็คือ คิดคอนเทนต์ที่คนอยากรู้เกี่ยวกับตัวเธอออกมาทีละนิด เลือกเกาให้ถูกที่คัน อย่างที่ได้เห็นในคลิปพิมรี่พายทำศัลยกรรมมาแล้วกี่ครั้ง หรือให้คนดูตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเธอแล้วมาตอบ พอคนเริ่มรู้จักก็หันไปทำคลิปแมสๆ ขายของแบบเนียนบ้าง ไม่เนียนบ้าง แต่ก็ไม่มีใครว่า ในเมื่อเจ้าตัววางโพสิชันว่าตัวเองเป็น ‘แม่ค้า’ อยู่แล้ว พอมีรายได้เพิ่มขึ้นก็พัฒนาลงทุนเรื่องโปรดักชันให้ดูสวยขึ้น มีระดับขึ้น ทั้งในคลิปหรือหน้าเพจ ถ้าลองย้อนกลับไปดูหน้าเพจเมื่อ 2 ปีที่แล้วกับตอนนี้ก็จะรู้ว่ามันต่างกันราวฟ้ากับเหวทีเดียว
มาถึงเรื่อง Crisis Management (การจัดการวิกฤต) กันบ้าง อย่างที่ทราบกับดีว่าพิมรี่พายเคยโดนแฉว่าขายของปลอม ความจริงแล้วถ้าใช้ความดังวิ่งเข้าหาสื่อ ร้องไห้แล้วไหว้สวยๆ พิมรี่พายก็น่าจะทำได้ แต่ก็ไม่ทำ เธอเลือกออกมายอมรับ ซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผล เพราะก็อย่างที่เล่าไปว่าเธอวางโพสิชันตัวเองให้เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีผิดมีพลาด คนที่เป็นมนุษย์ด้วยกันก็เลยให้อภัยได้
ภาพจากรายการ พิมรี่อาสา ใน YouTube
ระยะหลังๆ พิมรี่พายสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยคลิปไวรัลทำความดี แล้วก็อีกนั่นแหละ เธอใช้วิธีบ้านๆ แบบมนุษย์ทั่วไป แต่โดนใจคน เช่น การขึ้นรถพุ่มพวง (รถขายของชำตามหมู่บ้าน) ไปแจกของให้ผู้ขาดรายได้ช่วงล็อกดาวน์, ขึ้นดอยไปจัดงานวันเด็ก และซื้อแผงโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งในหมู่บ้าน, ติดตั้งไฟทางเดินให้ชุมชนคลองเตย ฯลฯ แล้วก็เกิดดราม่าโยงการเมือง ถูกด่าว่าสร้างภาพบ้าง สะเหล่อบ้าง ทั้งที่ถ้าตัดอคติออกไป เธอก็เป็นแค่แม่ค้าที่มีเงินเหลือใช้แล้วอยากเอาไปช่วยเหลือคนอื่น จนเจ้าตัวต้องออกมาแถลงข่าวผ่านไลฟ์ว่าไม่ได้เป็นแม่พระหรือนางฟ้านางสวรรค์จากที่ไหน เพียงแต่อยากทำเพื่อสังคม ในเมื่อทำก็โดนด่า ไม่ทำก็โดนด่า ก็ขอเลือกทำดีกว่า
ภาพจากรายการ พิมรี่อาสา ใน YouTube
Rare Item ของสื่อ
ช่วงปลายปีที่แล้วพิมรี่พายปล่อยซิงเกิลเพลง อย่านะคะ ด้วยเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนผ่านเพลงจังหวะสนุกๆ และท่อนแรปผสมคำสบถอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ทำยอดวิวทะลุหลักล้านไปในเวลาอันรวดเร็ว เล่ามาถึงตรงนี้พิมรี่พายยังไม่ได้ใช้สื่อกระแสหลักช่วยดันชื่อเสียงเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พิมรี่พายประกาศตั้งค่ายเพลง High Cloud Entertainment ร่วมกับ กอล์ฟ F.HERO และและ หลุยส์-ธชา คงคาเขตร ครั้งนี้เองที่เจ้าตัวยอมสัมภาษณ์ผ่านสื่อเป็นครั้งแรก และเปิดตัวในฐานะคนบันเทิงเต็มตัว
ภาพจากมิวสิกวิดีโอเพลง อย่านะคะ โดย พิมรี่พาย
ภาพจากมิวสิกวิดีโอเพลง อย่านะคะ โดย พิมรี่พาย
ไม่ว่านี่จะเป็นสิ่งที่คิดมาแล้วหรือเป็นความบังเอิญ ผู้เขียนคิดว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก อย่างแรกเลยคือพิมรี่พายกลายเป็น Rare Item ของสื่อ เพราะไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนมาก่อน แสงสปอตไลต์ย่อมส่องไปที่ตัวเธอเป็นธรรมดา อย่างที่สองคือ มันมาแบบถูกที่ถูกเวลา ในเมื่อทำธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น ต้องการให้คนสนใจมากขึ้น ก็เลือกใช้พลังสื่อให้เข้าถึงมวลชนมากขึ้น แน่นอนว่ากลายเป็นข้อดีของการทำธุรกิจของเธอ
สรุปก็คือผู้เขียนชื่นชมพิมรี่พายที่รู้จักก้าวไปทีละสเตป และรู้จักวางโพสิชันของตัวเอง ที่สำคัญระหว่างทางต้องไม่ลืมตัวตนและสร้างภาพให้อยู่สูงเสียดฟ้า แต่เป็นมนุษย์คนธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ เขียนมาถึงตรงนี้ก็ยังไม่มีคำว่า ‘พิมรี่พายเป็นคนดี’ เลยสักคำเดียว เพราะอยากให้เลือกชื่นชมในด้านที่เขาทำดี และด่าในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร ทั้งที่ในใจก็กลัว เพราะเจ้าตัวเคยบอกไว้ในเพลงแล้วว่า ด่ากันไปก็ไม่แคร์นะคะ แต่กูด่ากลับนะ…อี…
ภาพ: ช่อง พิมรี่พาย ใน Youtube
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
The post การบริหารชื่อเสียงแบบ ‘พิมรี่พาย’ ที่หนูควรเข้าใจไว้นะลูก! appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 มกราคม) พล.อ. ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมน […]
The post ประยุทธ์ ไม่ขวาง ศรีสุวรรณ ร้องสอบ กอ.รมน. ปมโซลาร์เซลล์แพงกว่า พิมรี่พาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 มกราคม) พล.อ. ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ครั้งที่ 1/2564 ถึงกรณี ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นหนังสือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้ตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่เอกสารราคาการจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์ของกองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่าทำไมมีราคาแพงกว่าที่ ‘พิมรี่พาย’ ยูทูเบอร์ชื่อดังซื้อให้กับเด็กบนดอย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ว่า
เป็นเรื่องของเขาที่จะไปตรวจสอบ ซึ่งทุกคนสามารถร้องได้หมดตามกฎหมาย แต่ขอให้ไปดูข้อเท็จจริงด้วย อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าผิดหรือถูก ตนก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งทุกคนสามารถพูดได้หมด เพราะนี่คือประชาธิปไตย จะไปห้ามใครไม่ให้คุยไม่ได้แล้ว ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป และอยากจะฟ้องใครก็ฟ้องไป แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนทุกคน ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล และให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ บ้าง
พล.อ. ประยุทธ์ ย้ำว่า ไม่ได้อยากจะไปใช้กฎหมายให้เดือดร้อนกันไปทั้งหมด แต่บางครั้งและบางเรื่องก็ต้องรักษาสิทธิส่วนบุคคลของตนบ้าง ซึ่งตามกฎหมายก็จะพิจารณาเป็นรายๆ อยู่แล้ว
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post ประยุทธ์ ไม่ขวาง ศรีสุวรรณ ร้องสอบ กอ.รมน. ปมโซลาร์เซลล์แพงกว่า พิมรี่พาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (11 มกราคม) จากกรณีในโลกโซเชียลแชร์คลิปวิดีโอ ‘ห […]
The post ศรีสุวรรณเตรียมขอพบวราวุธ ถามปล่อยให้หมู่บ้านที่พิมรี่พายเข้าไปติดโซลาร์เซลล์เกิดในอุทยานแห่งชาติได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (11 มกราคม) จากกรณีในโลกโซเชียลแชร์คลิปวิดีโอ ‘หมู่บ้านที่เด็กๆ ไม่มีความฝัน’ ของ พิมรี่พาย ยูทูเบอร์ชื่อดัง จนเป็นไวรัลและมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วเมืองในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานั้น
ศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะลดโลกร้อน กล่าวว่าตนไม่ได้โจมตีเธอ ตนเห็นด้วยกับการกระทำของเธอที่กระทำความดี ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่สิ่งที่ตนสนใจก็คือหมู่บ้านแม่เกิบ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ มีอายุน่าจะประมาณ 6-7 ปีเท่านั้นเอง ทำไมหน่วยงานรัฐปล่อยให้เกิดหมู่บ้านแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไรในพื้นที่ที่เป็นอุทยานแห่งชาติอมก๋อย ถ้าเป็นหมู่บ้านที่เกิดมานาน หน่วยงานรัฐต่างๆ จะเข้าไปดูแลกันแล้ว เมื่อเป็นหมู่บ้านเกิดใหม่ หน่วยงานต่างๆ ของรัฐยังเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง
ซึ่งในกรณีหมู่บ้านที่พิมรี่พายเข้าไปนั้น หน่วยงานรัฐยังไม่กล้าที่จะให้มีน้ำประปา-ไฟฟ้าเข้าไปยังหมู่บ้านได้ จนเป็นดราม่าว่าเข้าไปติดโซลาร์เซลล์ให้ แต่ก็มีหน่วยงานประเภทมูลนิธิที่ดูแลติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กว่า 50 หลังคาเรือน มีการทำโรงเรือน ปลูกผัก มีโรงเรียนเล็กๆ อยู่
ศรีสุวรรณกล่าวต่อไปว่าทางสมาคมต่อต้านสภาวะลดโลกร้อนสนใจในประเด็นนี้ โดยเตรียมจะไปพบ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวันที่ 13 มกราคมนี้ เพื่อสอบถามว่าปล่อยให้หมู่บ้านนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอมก๋อยได้อย่างไร เพราะถ้าปล่อยให้หมู่บ้านนี้เกิดขึ้นมาได้ ต่อไปก็จะมีหมู่บ้านลักษณะแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติอื่นขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน แล้วก็จะมีคนใจดีแบบพิมรี่พายไปกระทำแบบนี้อีก เป็นดราม่าสังคมไม่มีไฟฟ้าใช้ต่อไปอีก
“ผมไม่ได้ตำหนิพิมรี่พายเขานะ น้องเขาทำดีแล้ว แต่ตำหนิหน่วยงานราชการที่ปล่อยให้เกิดหมู่บ้านแบบนี้ได้อย่างไร ปล่อยให้บุกรุกป่าสงวนทรัพยากรของแผ่นดินได้อย่างไร กรณีนี้จะมาอ้างสิทธิการเป็นชนเผ่า เป็นคนดั้งเดิมบนพื้นที่ไม่น่าจะได้” ศรีสุวรรณกล่าว
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post ศรีสุวรรณเตรียมขอพบวราวุธ ถามปล่อยให้หมู่บ้านที่พิมรี่พายเข้าไปติดโซลาร์เซลล์เกิดในอุทยานแห่งชาติได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.
]]>
พิมรี่พาย หรือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ยูทูเบอร์เจ้าข […]
The post พิมรี่พาย ไฟฟ้า และความฝัน ของขวัญวันเด็กสะท้อนชีวิตของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
พิมรี่พาย หรือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ยูทูเบอร์เจ้าของช่อง ‘พิมรี่พาย’ กำลังกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง หลังจากโพสต์คลิปของขวัญวันเด็กที่เธอเดินทางนำโซลาร์เซลล์ โทรทัศน์ เครื่องอุปโภคบริโภคไปติดตั้งและบริจาคให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้านแม่เกิบ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นความน่าประทับใจหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงวันเด็กแห่งชาตินี้
แฮชแท็ก #พิมรี่พาย ค่อยๆ ไต่ขึ้นอันดับสูงบนทวิตเตอร์ตั้งแต่เมื่อคืนวาน (8 มกราคม) มาจนถึงเช้าวันนี้ จากวิดีโอที่ชื่อว่า ‘สุขสันต์วันเด็ก พิมรี่พายจัดใหญ่ให้น้องบนดอยสูง’ ที่ปัจจุบันมีผู้ชมกว่า 1 ล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และติดอันดับ 1 Trending บน YouTube เล่าเรื่องราวที่เธอเดินทางไปยังหมู่บ้านแม่เกิบเพื่อเข้าไปนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่าย ก่อนจะพบว่าปัญหาของหมู่บ้านแห่งนี้คือการไม่มีไฟฟ้าใช้ และปัญหาการถางที่เพื่อทำไร่เลื่อนลอย พร้อมด้วยเด็กๆ อีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอ
มีหลายๆ เรื่องราวในคลิปนี้ที่อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกสะดุดใจ และมีความรู้สึกร่วมไปได้ไม่ยาก จากการที่พิมรี่พายนั่งคุยกับกล้องขณะผิงไฟ เธอรู้สึกว่าน้องๆ ที่หมู่บ้านแห่งนี้เหมือนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ใช้คำนิยามว่าเป็น ‘มนุษย์ถ้ำ’ ที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าอันเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึง และสิ่งที่น่าจะจี้จุดผู้ชมได้มากที่สุดคือ ชีวิตที่ไร้ซึ่งความฝันของเด็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอนาคตของชาติ และจากคำกล่าวของ ครูเจตน์ สนธิคุณ ครูประจำหมู่บ้าน กล่าวว่าเด็กๆ ในหมู่บ้านแม่เกิบนี้ยังไม่มีใครได้เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสักคน เพราะพวกเขาไม่เคยได้เห็นภาพอนาคตของตัวเองว่าจะสามารถไปทำอะไรต่อได้ หรือมีชีวิตอย่างไร?
นั่นคือสิ่งที่พิมรี่พายดูจะค่อนข้างกังวล และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการนำเสนอเรื่องราวในคลิปนี้ทั้งหมด มันไม่ใช่แค่การเข้าไปเยี่ยมเยือน บริจาคของ และเดินกลับออกมา แต่นี่คือการหยิบยื่นความฝันให้เด็กๆ ได้รู้จัก เมื่อพิมรี่พายตัดสินใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าให้กับหมู่บ้าน สร้างเรือนเพาะชำให้น้องๆ ในหมู่บ้านได้รู้จักการปลูกผัก เผื่อในอนาคตจะสามารถสร้างงานสร้างอาชีพได้ รวมถึงโทรทัศน์ที่เป็นเหมือนตัวแทนให้น้องๆ ได้รู้จักโลกภายนอกให้มากขึ้น
ลองมองย้อนไปก่อนหน้านี้ในภูมิทัศน์ของวงการบันเทิงไทย ที่นักแสดงชายท่านหนึ่งได้ออกมาแจ้งว่า ต้องการนำเสื้อนักเรียนไปบริจาคให้เด็กบนดอย หากว่าเด็กนักเรียนบางกลุ่มมองว่าเครื่องแบบนักเรียนไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป ในกรณีนี้ของพิมรี่พายอาจทำให้เห็นภาพของสังคมปัจจุบันชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่เด็กๆ ต้องการนั้นไม่ใช่เครื่องแบบที่จะทำให้เขากลายสถานะเป็น ‘นักเรียน’ หรือ ‘เยาวชน’ แบบคนอื่นๆ แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริงคือการดูแลขั้นพื้นฐานจากรัฐ ความรู้ความเข้าใจในการใช้ชีวิต และความฝันในการเลือกมีชีวิตต่อไปต่างหากที่สำคัญกว่า
หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ความคิดเห็นของผู้ชมก็ค่อนข้างไปในทิศทางบวกเสียส่วนใหญ่จนแฮชแท็ก #พิมรี่พาย ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ ซึ่งมองเห็นตรงกันว่า นี่คือการถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังของคนจำนวนหนึ่ง และคงไม่ได้มีเพียงแค่หมู่บ้านแม่เกิบนี้แน่นอนที่เด็กๆ ถูกทิ้งไว้อย่างคนไร้ฝัน ไม่มีอนาคต และไม่รู้ว่าจะเติบโตไปทำอะไร และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐควรให้ความสำคัญอย่างมากกว่าเรื่องไหนๆ นั่นคือคุณภาพชีวิตของประชากรในรอบรั้วเขตประเทศ ที่ไม่ใช่แค่ต้องมีไฟฟ้าใช้กันถ้วนหน้า แต่ต้องได้รับสิทธิพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่ และเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
ก่อนหน้านี้ พิมรี่พายเคยมีกรณีการค้าขายน้ำหอมโดยไม่มีเลขทะเบียนจดแจ้งราวเดือนสิงหาคม 2562 กลายเป็นข่าวใหญ่ในตอนนั้น และค่อยๆ จัดการและบริหารชีวิตของเธอเสียใหม่ ยังคงไลฟ์ขายของเหมือนเดิม รวมถึงสร้างคอนเทนต์ในฐานะยูทูเบอร์คนหนึ่ง และในพักหลังนี้เธอเริ่มสร้างคอนเทนต์คืนกำไรสู่สังคมจากพื้นฐานที่ว่า เม็ดเงินที่เธอได้มาจากการขายของหรือผู้ชม จะสามารถต่อยอดคืนเรื่องราวดีๆ เพื่อขยายไปสู่สังคมในวงกว้างได้ และดูเหมือนว่าเธอจะใช้เงินที่เธอมี และพลังของผู้ติดตามเธอกว่า 2.62 ล้านคนได้อย่างเป็นประโยชน์พอสมควร
สำหรับพิมรี่พาย คลิปนี้อาจไม่ใช่แค่คอนเทนต์วันเด็กแห่งชาติ แต่นี่คือภาพของ ‘เด็กแห่งชาติ’ ที่คนในประเทศชาติควรมองเห็น รับรู้ และเข้าใจ
ป.ล. อย่าพลาดฟังเพลง ‘อย่านะคะ’ ของ พิมรี่พาย เป็นอันขาด หากคุณอยากจะเริ่มต้นติดตามชมคอนเทนต์ของเธอ ไปติดตามเธอกันได้ที่
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post พิมรี่พาย ไฟฟ้า และความฝัน ของขวัญวันเด็กสะท้อนชีวิตของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส้มหยุด…หยุดโดยที่ไม่มีอะไรกั้น, อะหรือ อะหรือว่า […]
The post 7 ดาวดังจากโลกออนไลน์ผู้กอบกู้อารมณ์ขันให้ชาวไทยในปี 2020 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ส้มหยุด…หยุดโดยที่ไม่มีอะไรกั้น, อะหรือ อะหรือว่า ละแมะ ละแมะ, พูดได้ไหมพี่จี้, อย่านะคะ อย่านะคะ ฯลฯ เหล่านี้คือวลีชวนอมยิ้มแห่งปีที่ไม่ได้เกิดจากนักแสดงหรือดาวตลกคณะไหน แต่มาจากเหล่าครีเอเตอร์ในโลกออนไลน์ที่เราขอยกตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลต่อเสียงหัวเราะของคนไทยประจำปีนี้ ทั้งจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้คนไทยใช้เวลาว่างถูไถโทรศัพท์มือถือจนสื่อออนไลน์กลายเป็นสื่อที่คนใช้เวลาด้วยมากที่สุด รวมทั้งการเติบโตของแอปพลิเคชันแก้เหงาอย่าง TikTok ที่สนับสนุนให้เกิดการทำซ้ำวิดีโอขนาดสั้นตลกๆ จนกลายเป็นไวรัล และนี่คือ 7 ดาวดังจากโลกออนไลน์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมไทย… ไม่ใช่สิ สร้างแรงกระเพื่อมที่พุงของคุณจากเสียงหัวเราะต่างหาก

View this post on Instagram
ถ้ามุกตลกมีขายด้วยระบบขายตรง สิตางศุ์ บัวทอง ก็คงได้รับตำแหน่งแม่ข่ายมงกุฎเพชร เพราะเธอผลิตทั้งวลีเด็ดและวรรคทองมากมายจากการไปให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตั้งใจให้กลายเป็นมุกตลก แต่ด้วยบุคลิกและเสน่ห์บางอย่างทำให้แทบทุกคำพูดของสาวข้ามเพศวัยเฉียด 60 กลายเป็นกระแสที่แม้แต่คนดังก็ยังขอโคฟ
ผลงานแจ้งเกิด
สิตางศุ์โด่งดังตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ปี 2560 ด้วยท่าเต้นสะบัดผมสุดเซ็กซี่และวลีเด็ด “สะบัดต่อไม่รอแล้วนะ” จนมีผลงานในวงการบันเทิงบ้างประปราย แล้วกลับมาดังเป็นพลุแตกอีกครั้งจากวลี “ส้มหยุด… หยุดโดยที่ไม่มีอะไรกั้น” เมื่อครั้งไปให้สัมภาษณ์ในรายการ มูไนท์ ทางไทยรัฐทีวี และ อังคารคลุมโปง ทาง EFM
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
วลี “….คนไทยแปลว่าอิสระ ฉันไม่ยอมไปเป็นทาสคุณหรอกค่ะ”, “สร้างให้ฝัน ที่แม่เคยฝัน ที่ไม่กล้าฝัน ที่คนธรรมดาคนหนึ่งไม่กล้าฝัน แต่เขาก็ให้มา โดยที่ฉันก็แอบฝัน แล้วเขาก็เป็นคนสร้างฝันค่ะ”, “ก็บอกแล้วไง ไม่สวยหรอกพี่ อีนี่มันแซ่บ” ฯลฯ
ช่องทางการติดตาม
Facebook: สิตางศุ์ บัวทอง

แค่คลิปที่แอบลูกเล่นใน TikTok คลิปเดียว ทำให้ ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล สาวลูกครึ่งไทย-มาลี (ประเทศในแอฟริกา) กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ทั้งจากการลิปซิงก์คำพูดของสิตางศุ์ บัวทอง ชนิดเป๊ะเวอร์ และความฉงนสงสัยว่าเธอคือคนไทยหรือสิตางศุ์ดังไกลไปทั่วโลกเสียแล้ว ทำให้คนในโลกออนไลน์พากันค้นหาว่าเธอคนนี้คือใครกันแน่
ผลงานแจ้งเกิด
การโคฟเป็นสิตางศุ์ บัวทอง “ส้มหยุด…หยุดโดยที่ไม่มีอะไรกั้น”
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
คลิปองค์ปู่ไปเอาหนูกลับมาจากเขมร “ฉันสวดมนต์ชินบัญชรทุกคืน เพราะกลัวไง แล้วชั้นสวดปากเปล่าด้วยนะ มันเอาฉันไปขังอยู่ใต้ตีนเขา ฉันก็ก่อนนอนเลย ชะยาสะนากะตา โอ้โห แล้วเสียงฉันอะ เวลามันแผ่ออกมาอะ มันเหมือนแบบ พลังอะไรสักอย่าง องค์ปู่เขาได้ยิน แล้วเขาไปเอาชั้นกลับ ไปเอาตัวหนูกลับมาจากเขมร” นอกจากนี้อารมณ์ขันที่เธอมอบให้ ซูซี่ยังรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจเรื่องความแตกต่างด้านสีผิว และหยุดการเลือกปฏิบัติต่อลูกครึ่งผิวดำในสังคมไทยอีกด้วย
ช่องทางการติดตาม
Facebook: Blasian Chick
TikTok: suziewadee
IG: suziewadee

หยาดพิรุณประสบชะตากรรมไม่ต่างจากคนไทยทั้งประเทศ คือว่างงานเพราะโควิด-19 พิธีกรสาวอีสานผู้รักการแสดงคนนี้จึงใช้ช่วงว่างทำคอนเทนต์ในช่อง YouTube ของตัวเอง ทั้งเรื่องสัพเพเหระจนกระทั่งมาเป็นเรื่องกินในชื่อ ดึกดื่นตื่นมากิน พอกินเยอะจนเป็นกรดไหลย้อนก็เปลี่ยนเป็น ดึกดื่นตื่นมาคุย แล้วมาปังสุดตอนทำ ดึกดื่นตื่นมาร้อง
ผลงานแจ้งเกิด
ก่อนหน้านี้หยาดพิรุณก็เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์อยู่พอสมควรด้วยคอนเทนต์สนุกๆ ในช่องของเธอ แต่ที่กลายเป็นไวรัลก็คือการร้องเพลง ว่างแล้วช่วยโทรกลับ ของ ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน แล้วใส่ท่อนอิมโพรไวส์ “ละแมะ ละแมะ อะหรือ อะหรือว่า…” ในรายการ ดึกดื่นตื่นมาร้อง
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
เจ้าตัวไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยังลงทุนทำมิวสิกวิดีโอแบบเต็มเพลง แถมใส่ท่อนพิเศษจากเพลง โทรหาแหน่เด๊อ และ สาวเจียงฮาย เข้าไปในเพลงด้วย ซึ่งทุกวันนี้มียอดวิวมากกว่า 20 ล้านวิว และเจ้าของเพลงตัวจริงอย่างลิเดียก็ชวนเธอไปทำมิวสิกวิดีโอตัวพิเศษในช่องยูทูบ Lydia Sarunrat Deane ด้วย
ช่องทางการติดตาม
Facebook: Yardpirun Poolun
YouTube: Yardpirun

View this post on Instagram
มาดามฟันนี่ หรือโอ๋ ปารีเณ มีชื่อจริงว่า โอ๋-ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ เป็นผู้กำกับและผู้อยู่เบื้องหลังในวงการบันเทิงมากกว่า 20 ปี (Love Next Door 1 และ 2 และ คนขับรถ The Driver และโปรดิวเซอร์ It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก) ใช้เวลาว่างโพสต์คลิปไม่รู้ต่อกี่คลิปก็ยังไม่โดน จนกระทั่งโคฟเป็น ส.ส. คนดังจากราชบุรี เอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์ จากคนเบื้องหลังก็กลายมาเป็นคนเบื้องหน้าที่เสิร์ฟความฮาให้กับแฟนๆ ทันที
ผลงานแจ้งเกิด
หลังจากดูรายการ แฉ ของ มดดำ คชาภา โอ๋ตัดสินใจสวมบทบาทเป็น ส.ส. ปารีณา เพราะเห็นว่ายังไม่มีคนโคฟ ระยะเวลาแค่คืนเดียวก็มีคนดูคลิปนั้นกว่า 1.4 ล้านครั้ง แจ้งเกิด โอ๋ ปารีเณ ในโลกออนไลน์ทันที
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
การสวมบทบาท ส.ส. คนดังจากจังหวัดราชบุรีในปางต่างๆ และสาวเรียบร้อยแบบหญิงไทยใจงามผู้ชื่นชอบการดูเอตกับผู้คนมากหน้าหลายตา
ช่องทางการติดตาม
Facebook: Madam Funny มาดามฟันนี่
IG: Thitipan Raksasat
TikTok: Madam Funny

View this post on Instagram
เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ของ เจน-เจนจิรา เหรียญทองคำ, นุ่น-นัทธมน นิลคูหา และโบว์-กัลยาณัฎศนา แก่นแก้ว เมื่อเพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ที่เคยทำไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จู่ๆ ก็กลับมาฮิต ต้องขอบคุณความเหงาตัวเท่าบ้านของคนไทยในช่วงล็อกดาวน์ที่ทำให้ไปสรรหาเพลงสนุกๆ เพลงนี้จนกลายเป็นไวรัลอีกครั้ง
ผลงานแจ้งเกิด
ความจริงวงซุปเปอร์วาเลนไทน์มีเพลงฮิตบ้างและมีกลุ่มแฟนคลับของตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ (เจน นุ่น โบว์) โดดเด่น เป็นเพลงแนะนำตัวที่จะได้ยินแทบทุกครั้งที่เปิดการแสดง
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
“เจนค่ะ เจนค่ะ หนูชื่อเจน มากับนุ่น แล้วก็มากับโบว์ นุ่นค่ะ นุ่นค่ะ หนูชื่อนุ่น มากับเจน แล้วก็มากับโบว์ โบว์ค่ะ โบว์ค่ะ หนูชื่อโบว์ มากับนุ่น แล้วก็มากับเจน” กลายเป็นเพลงยอดฮิตที่มีคนโคฟมากที่สุดในช่วงกักตัว ตอนนี้ทั้งสามคนแยกย้ายไปมีผลงานเดี่ยวกันแล้ว แต่ก็ยังรวมตัวเฉพาะกิจบ้างเป็นครั้งคราว
ช่องทางการติดตาม
IG เจน: janesupervalentine
IG นุ่น: noon_supervalentine
IG โบว์: bow_supervalentine

แม่ค้าออนไลน์ฝีปากกล้าผู้ด่าได้สนุก เผ็ด มัน จนมีแฟนคลับที่พร้อมให้แม่เจิมด้วยคำด่าสนุกๆ พิมรี่พายคือครีเอเตอร์ออนไลน์ที่ไม่แคร์สื่อตัวจริง เพราะถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีรายการไหนหรืออีเวนต์ใดเชื้อเชิญเธอให้ไปร่วมงานได้ นอกจากคอนเทนต์ที่เจ้าตัวทำเสิร์ฟในช่องทางของตัวเอง
ผลงานแจ้งเกิด
การไลฟ์ขายของแบบถึงลูกถึงคน มาพร้อมคำด่าถึงพริกถึงขิง แต่คนฟังไม่ยักโกรธ เรียกว่าเธอช่างมีพรสวรรค์ในการด่าจริงๆ
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
หลังจากโด่งดังจากไลฟ์ขายของ พิมรี่พายก็หันมาสร้างคอนเทนต์ของตัวเองในช่องทางต่างๆ ล่าสุดก็ทำเพลง ‘อย่านะคะ’ ด้วยจังหวะสนุกๆ มีคำหยาบพอกรุบกริบ ถ้าฟังเนื้อหาของเพลงจริงๆ ก็จะรู้ว่าเพลงนี้ไม่ตลกเลย แต่กำลังเล่าชีวิตของพิมรี่พายต่างหาก อย่างไรก็ดี เพลงนี้โดนใจจนได้ยอดวิวไปแล้วมากกว่า 16 ล้านวิวในยูทูบ
ช่องทางการติดตาม
Facebook: Pimrypie – พิมรี่พาย
YouTube: พิมรี่พาย

“พูดได้ไหมพี่จี้ …อย่าเลยแอนนา” นี่คือข้อความการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์เมื่อต้นปี ที่สร้างความฉงนสงสัยว่าใครคือพี่จี้ ใครคือแอนนา แต่ถ้าใครเป็นแฟนนางงามคงรู้ดีว่าแอนนาคืออดีตนักข่าวที่ผันตัวเองเป็นครีเอเตอร์ในโลกออนไลน์ โด่งดังมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจากการรีแคปการประกวดนางงาม พร้อมกับลูกคู่ ‘พี่จี้’ ผู้พร้อมจะเออออห่อหมกไปกับแอนนาในแทบทุกเรื่อง
ผลงานแจ้งเกิด
แอนนาทำรายการ ปัญหาปวดแปด ตอบปัญหาทางโทรศัพท์ที่เน้นความฮาด้วยไหวพริบและการใช้ภาษาสุดโต่ง รวมทั้งการรีแคปเวทีการประกวดนางงามที่หลายครั้งเจ้าตัวลงทุนบินไปดูสดๆ ถึงขอบเวทีเลยทีเดียว
ผลงานโดดเด่นแห่งปี
แอนนามีฐานแฟนคลับอยู่พอสมควร ที่ดูจะเป็นจุดเปลี่ยนก็คือการได้ไปออกรายการ แฉ ของมดดำ คชาภา ทำให้เราได้เห็นแง่มุมชีวิตด้านอื่นๆ ของเธอมากขึ้น รวมถึงการลดดีกรีการใช้ภาษาในวิดีโอต่างๆ ของเธอ ทำให้เข้าถึงผู้ชมหลากหลายขึ้นกว่าเดิม และปีนี้เจ้าตัวก็คว้ามงกุฎ Miss ACDC 2020 มาครอง หลังจากได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 เมื่อปี 2012
ช่องทางการติดตาม
Facebook: แอนนา
YouTube: Anna Celebeauty แอนนา พี่จี้
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post 7 ดาวดังจากโลกออนไลน์ผู้กอบกู้อารมณ์ขันให้ชาวไทยในปี 2020 appeared first on THE STANDARD.
]]>