พิภพ ธงไชย – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 18 Oct 2023 00:29:58 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ราชกิจจาฯ ประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 11 แกนนำพันธมิตรฯ หลังท่าอากาศยานไทย ยื่นฟ้องล้มละลาย https://thestandard.co/receivership-11-leaders-of-pad/ Wed, 18 Oct 2023 00:29:58 +0000 https://thestandard.co/?p=855775 ราชกิจจานุเบกษา พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

วานนี้ (17 ตุลาคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศเจ้าพน […]

The post ราชกิจจาฯ ประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 11 แกนนำพันธมิตรฯ หลังท่าอากาศยานไทย ยื่นฟ้องล้มละลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชกิจจานุเบกษา พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

วานนี้ (17 ตุลาคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด คดีหมายเลขแดงที่ ล.5598/2566 กองบังคับคดีล้มละลาย 3 ศาลล้มละลายกลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

 

ประกาศดังกล่าวระบุข้อความว่า ด้วย บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ทั้ง 11 ล้มละลาย และศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 12 กันยายน 2566 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ พล.ต. จําลอง ศรีเมือง ลูกหนี้ที่ 1, สนธิ ลิ้มทองกุล ลูกหนี้ที่ 2, พิภพ ธงไชย ลูกหนี้ที่ 3, สุริยะใส กตะศิลา ลูกหนี้ที่ 4, สมศักดิ์ โกศัยสุข ลูกหนี้ที่ 5, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ลูกหนี้ที่ 6, อมร หรืออิทธิ หรืออมรเทพ หรือรัชต์ชยุตม์ หรืออมรศักดิ์ อมรรัตนานนท์ หรือศิรโยธินภักดี หรืออิทธิประชา ลูกหนี้ที่ 7, สำราญ รอดเพชร ลูกหนี้ที่ 8, ศิริชัย ไม้งาม ลูกหนี้ที่ 9, มาลีรัตน์ หรือมาลีรักษ์ แก้วก่า ลูกหนี้ที่ 10 และ เทิดภูมิไท หรือเทิดภูมิ ใจดี ลูกหนี้ที่ 11 เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แล้ว

 

ดังนั้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 และบุคคลผู้เป็นหนี้ลูกหนี้ หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง มีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามมาตรา 24/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ซึ่งผู้ใดมีหน้าที่ตามมาตรา 24/1 แล้วไม่ปฏิบัติตาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ตามมาตรา 173/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

 

ทั้งนี้ เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ จะเป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขานุการกรม กรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดี ซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่โฆษณาคำสั่งนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดวันลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 17 ตุลาคม 2566 ซึ่งตรวจได้จากเว็บไซต์ของกลุ่มงานราชกิจจานุเบกษาที่ https://ratchakitcha.soc.go.th 

 

ประกาศ ณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566

 

อ้างอิง:

The post ราชกิจจาฯ ประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 11 แกนนำพันธมิตรฯ หลังท่าอากาศยานไทย ยื่นฟ้องล้มละลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎียกฟ้อง 6 พันธมิตร ชุมนุมดาวกระจายไล่สมัคร แต่ให้จำคุก ‘ไชยวัฒน์-อมร-เทิดภูมิ’ คนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา https://thestandard.co/supreme-court-dismiss-6-allies-on-dao-krai-jai-rally-case/ Tue, 31 Aug 2021 12:06:01 +0000 https://thestandard.co/?p=531439 ศาลฎีกา

วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่าน […]

The post ศาลฎียกฟ้อง 6 พันธมิตร ชุมนุมดาวกระจายไล่สมัคร แต่ให้จำคุก ‘ไชยวัฒน์-อมร-เทิดภูมิ’ คนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกา

วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีดำ อ.3973/2558 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 9 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) คือ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง, สนธิ ลิ้มทองกุล, พิภพ ธงไชย, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สมศักดิ์ โกศัยสุข, สุริยะใส กตะศิลา, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, อมร อมรรัตนานนท์ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และ เทิดภูมิ ใจดี อดีตแกนนำ พธม. เป็นจำเลยที่ 1-9

 

ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216 กรณีที่มีการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551

 

อัยการโจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จำเลยทั้ง 9 คนได้จัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง ต่อมาจำเลยทั้งหมดได้นำกลุ่ม พธม. จำนวนมากเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ปิดการจราจรในถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วง ไปจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2551 โดยได้มีการตั้งเวทีถาวร กางเต็นท์ มีโรงครัวปรุงอาหาร ขึงลวดหนามกั้นถนนราชดำเนินนอก มีการตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยเรียกว่า ‘นักรบศรีวิชัย’ นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ไม้เบสบอล หนังสติก ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ส่วนบนเวทีปราศรัย จำเลยทั้ง 9 คนได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลสมัครตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมกันชักชวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนกระทำการปิดถนนสาธารณะและเคลื่อนกำลังไปในลักษณะ ‘ดาวกระจาย’ ใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

 

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา

 

คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องจำเลยซ้ำกับคดี พธม. บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 215 วรรคหนึ่ง แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยที่ 7-9 ไว้ก่อนมีกำหนด 2 ปี

 

ต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด โดยยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเห็นว่าอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้นไม่ได้กระทำความผิดฐานก่อความวุ่นวายตามมาตรา 215 วรรคแรก แม้โจทก์จะมีพยานเจ้าหน้าที่เบิกความกรณีผู้ชุมนุมต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงาน จากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อเวทีและเต็นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ชุมนุม และที่มีการตรวจค้นพบขวานและเหล็กแป๊บในพื้นที่ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมขนย้ายเต็นท์และข้าวของออกไปหมดแล้ว จึงค่อนข้างผิดวิสัย อีกทั้งก็ไม่ได้ค้นพบจากตัวผู้ชุมนุม ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่ของผู้ชุมนุมเอง เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่ม พธม. เป็นการชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

 

ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย โดยในวันนี้ จำเลยที่ 1-8 เดินทางมาศาลแล้ว ก่อนที่ เทิดภูมิ ใจดี จำเลยที่ 9 ซึ่งนั่งรถเข็นมาฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน 

 

ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่า คดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-6 เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558 หรือไม่ เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเป็นการกดดันให้รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ลาออก ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558 ไปแล้วกับความผิดในคดีนี้ ซึ่งเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 215 ดังนั้นจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-6 อีก ถือว่าเป็นคดีที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิด ซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1-6 เป็นคดีนี้อีกไม่ได้ จึงเป็นการฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย 

 

ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น เห็นว่าได้ขึ้นปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล นอกจากนี้จำเลยที่ 7 ยังเดินทางไปชุมนุมปิดถนนมิตรภาพ จังหวัดนครราชสีมา ส่วนจำเลยที่ 8 นำผู้ชุมนุมไปปิดล้อมที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย การกระทำของจำเลยที่ 7-9 เป็นการร่วมชุมนุมที่มีการปิดกั้นการจราจร จึงพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 7-9 เป็นการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 66 ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 116 อนุ 2 และอนุ 3 ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุกคนละ 1 ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกคนละ 8 เดือนโดยไม่รอลงอาญา

The post ศาลฎียกฟ้อง 6 พันธมิตร ชุมนุมดาวกระจายไล่สมัคร แต่ให้จำคุก ‘ไชยวัฒน์-อมร-เทิดภูมิ’ คนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร ประกาศยุติการชุมนุม ‘ไทยไม่ทน’ ชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 รอกลับมาหลังสงกรานต์ https://thestandard.co/jatuporn-announced-the-cessation-of-political-gatherings/ Wed, 07 Apr 2021 14:24:22 +0000 https://thestandard.co/?p=473667 จตุพร ประกาศยุติการชุมนุม

วันนี้ (7 เมษายน) ที่สวนสันติพร ข้างสถานีตำรวจนครบาล (ส […]

The post จตุพร ประกาศยุติการชุมนุม ‘ไทยไม่ทน’ ชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 รอกลับมาหลังสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร ประกาศยุติการชุมนุม

วันนี้ (7 เมษายน) ที่สวนสันติพร ข้างสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม ถนนราชดำเนิน ยังคงมีการจัดกิจกรรมชุมนุม ‘ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย’ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชน และ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. และ พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

ขณะที่วันนี้ จตุพรได้ขึ้นประกาศบนเวทีปราศรัย ว่าขอยุติการชุมนุมชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยกล่าวปราศรัยบนเวทีครั้งสุดท้ายถึงเป้าหมายที่ต้องการให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมได้ประกาศไปยังกลุ่มต่างๆ ให้เดินหน้าสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตย เพราะตนมองว่าการเห็นต่างเป็นเรื่องที่งดงาม ต้องหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง ก็จะทำให้สามารถเดินไปได้ ใครเชื่ออย่างไรให้ต่อสู้ตามความเชื่อนั้น แต่เราไม่ขัดแย้งกัน 

 

จตุพรยังบอกอีกว่า วันนี้ถือว่าครบรอบ 29 ปี ที่ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และอยู่ได้ 47 วัน ตนจึงอยากบอก พล.อ. ประยุทธ์ ว่าให้นับวันนี้เป็นวันแรก และตนเชื่อว่าจะอยู่ไม่ถึง 47 วันก็จะต้องพ้นตำแหน่ง พร้อมระบุว่าหากไม่ออกตนก็จะรวบรวมมวลชนเพื่อแสดงให้นายกฯ เห็นว่าไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งอีกต่อไป

 

ส่วนทิศทางหลังจากนี้ จตุพรระบุว่า หลังสงกรานต์จะกลับมานัดชุมนุมอีกครั้ง แต่หากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น ตนจะอาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียในการปราศรัย

 

นอกจากนี้ จตุพรได้พูดถึงกรณีที่ สนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ไปแจ้งความตนเองนั้น ได้มอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท กล่าวหาว่าตนได้กระทำความผิดตามมาตรา 112 บนเวที เมื่อคืนวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา

 

The post จตุพร ประกาศยุติการชุมนุม ‘ไทยไม่ทน’ ชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 รอกลับมาหลังสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปล่อยตัว 5 แกนนำพันธมิตรฯ ปิดทำเนียบจากเรือนจำ 10 พฤษภาคมนี้ ส่วนสนธิได้ลดวันต้องโทษ https://thestandard.co/5-leaders-granting-forgiveness-prisoner/ Wed, 08 May 2019 09:56:34 +0000 https://thestandard.co/?p=245717

เมื่อวันที่  8 พฤษภาคม พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันท […]

The post ปล่อยตัว 5 แกนนำพันธมิตรฯ ปิดทำเนียบจากเรือนจำ 10 พฤษภาคมนี้ ส่วนสนธิได้ลดวันต้องโทษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่  8 พฤษภาคม พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่าในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ กรมราชทัณฑ์จะจัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องขังใน 5 เรือนจำกลุ่มลาดยาวที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวิชราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

 

โดยพิธีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.30 น. โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะจัดพิธีให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว บวชสามเณรจำนวน 10 รูป เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมกันนี้จะจัดให้ผู้พ้นโทษปฏิญาณตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำความผิดอีก

 

ทั้งนี้เรือนจำมีกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนไปและคัดกรองผู้ต้องขังที่จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว ซึ่งในเรือนจำทั้ง 5 แห่งประกอบด้วย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, เรือนจำกลางคลองเปรม, ทัณฑสถานหญิงกลาง, ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งแต่ละแห่งมีผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวกว่า 100 คน

 

สำหรับการปล่อยตัวผู้ต้องขังอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่าผู้ต้องขังทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวพร้อมกับผู้ต้องขังอื่นที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว โดยในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ พลตรี จำลอง ศรีเมือง จะถูกปล่อยตัวออกจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนแกนนำพันธมิตรฯ คนอื่นๆ จะถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งไม่ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากกระทำความผิดในคดีอื่นที่เป็นคดีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ

 

สำหรับ 5 แกนนำพันธมิตรฯ ได้แก่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ปล่อยตัว 5 แกนนำพันธมิตรฯ ปิดทำเนียบจากเรือนจำ 10 พฤษภาคมนี้ ส่วนสนธิได้ลดวันต้องโทษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพวินาทีคุมตัวแกนนำพันธมิตรเข้าเรือนจำ หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาคุก 8 เดือน ผิดชุมนุมปิดทำเนียบ https://thestandard.co/detain-leaders-into-prison/ https://thestandard.co/detain-leaders-into-prison/#respond Wed, 13 Feb 2019 08:15:29 +0000 https://thestandard.co/?p=197985

เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่นำตัว พล.ต. จำ […]

The post เปิดภาพวินาทีคุมตัวแกนนำพันธมิตรเข้าเรือนจำ หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาคุก 8 เดือน ผิดชุมนุมปิดทำเนียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่นำตัว พล.ต. จำลอง ศรีเมือง, พิภพ ธงไชย, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สมศักดิ์ โกศัยสุข, สุริยะใส กตะศิลา 5 แกนนำพันธมิตร ขึ้นรถไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

 

หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งหมดคนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2551

 

The post เปิดภาพวินาทีคุมตัวแกนนำพันธมิตรเข้าเรือนจำ หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาคุก 8 เดือน ผิดชุมนุมปิดทำเนียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/detain-leaders-into-prison/feed/ 0
45 ปี 14 ตุลา มองคนเดือนตุลาอย่างเข้าใจอีกครั้ง https://thestandard.co/14-october/ https://thestandard.co/14-october/#respond Sat, 13 Oct 2018 23:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=131931

‘คนตุลาเปลี่ยนหรือเราเข้าใจผิดเอง’ คือคำถามในงานสัมมนา […]

The post 45 ปี 14 ตุลา มองคนเดือนตุลาอย่างเข้าใจอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘คนตุลาเปลี่ยนหรือเราเข้าใจผิดเอง’ คือคำถามในงานสัมมนา ‘หลัง 14 ตุลา’ เมื่อครั้งครบรอบ 40 ปี 14 ตุลา ซึ่งจัดโดยสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ร่วมกับ คณะกรรมการ 14 ตุลาเพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2556

 

ในช่วงการนำเสนอบทความของ กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวข้อการรื้อฟื้นและการก่อร่างสร้างตัวของความเป็น ‘คนเดือนตุลา’

 

กนกรัตน์ เสนอถึงความสำเร็จของการสร้างประวัติศาสตร์ 14 ตุลา ฉบับใหม่ ที่ตอกย้ำว่าเหตุการณ์ 14 ตุลาเป็นเงื่อนไขที่สำคัญของความสำเร็จของขบวนการพฤษภาทมิฬ 35 และประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้กลายเป็น 2475, 2516, 2535

 

ก่อนปี 2519 กลุ่มนักศึกษาหลัง 2516 ได้รับการยกย่อง มีการจัดงานรำลึกอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2518 หลังจากมีการทำบุญตักบาตรในตอนเช้าที่ถนนราชดำเนิน จากนั้นนักศึกษาประชาชนได้จัดขบวนเฉลิมฉลองเดินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังสี่แยกคอกวัวเพื่อวางพวงมาลาไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต

 

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาเป็นประธานในพิธีการวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์ 14 ตุลา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กล่าวรายงาน

 

 

แต่เพียง 1 ปีต่อมา ความรุนแรงโดยรัฐทำให้ประวัติศาสตร์ขบวนการนักศึกษาหลัง 6 ตุลาคม 2519 กลับถูกจดจำคนละภาพกับ 14 ตุลาคม 2516

 

กนกรัตน์เสนอว่าในขณะที่คน 14 ตุลามีประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จและประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย คน 6 ตุลากลับพบว่าตัวเองถูกทอดทิ้งอยู่กับบาดแผล ความเจ็บปวดของประวัติศาสตร์ที่ล้มเหลว ภาพลักษณ์ของฝ่ายสุดโต่ง

 

จากภาพของงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ในปี 2518 แต่หลังจากนั้นช่วงต้นปี 2520 โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังป่าแตกใหม่ๆ งานฉลองถูกจัดแบบเล็กๆ ระหว่างกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มนิสิตนักศึกษา และเพื่อนนักกิจกรรม โดยเนื้อหาที่สื่อสารต่อสาธารณะเน้นเรื่ององค์ประกอบประชาธิปไตย โดยปิดซ่อนความเป็นซ้ายและความขัดแย้งต่างๆ ในช่วง 14 ตุลาเอาไว้

 

Photo: www.samkok911.com

 

จาก 2516 ถึง 2561 ใครเป็นใครในวันนี้

ในปีเดียวกันที่จัดงาน ‘หลัง 14 ตุลา’ มีภาพสำคัญที่ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์หลายสำนักได้เสนอเนื้อหาการปาฐกถาของ ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ และ ‘ธีรยุทธ บุญมี’ อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ ‘วันมหาวิปโยค’ 14 ตุลาคม 2516

    

นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้ง 2 ท่าน ได้กล่าวปาฐกถาในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลา ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสกสรรค์พูดเรื่องการแสวงหาเสรีภาพ ความเสมอภาค และความเป็นธรรมในประเทศไทย เนื้อหาหนักแน่น เคร่งขรึม มีบรรยากาศแห่งการต่อสู้เดือนตุลาอย่างเต็มเปี่ยม

    

แต่เมื่อถึงคราว ธีรยุทธ เรื่องการเมืองได้กลายเป็นเรื่อง ‘ขี้’ เพราะธีรยุทธ เลือกที่จะเปรียบเทียบให้เห็นว่าปัจจุบัน ระบบการเมืองการปกครองเป็นเรื่องสกปรกโสมม

 

 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

วีรชนประชาธิปไตยเดือนตุลา หลังทศวรรษ 2520 ได้เข้าร่วมในพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเทพ หรือ พรรคมาร

 

จากงานศึกษาของกนกรัตน์ ได้ยกตัวอย่างนักการเมืองหลายคน เช่น อดิศร เพียงเกษ สังกัดพรรคมวลชน ชำนิ ศักดิเศรษฐ์, สุธรรม แสงประทุม สังกัดพรรคก้าวหน้า พินิจ จารุสมบัติ พรรคเสรีธรรม ต่อมาเมื่อมีพรรคไทยรักไทยหลายคนได้ขึ้นดำรงตำแหน่งระดับรัฐมนตรี ส.ส. บัญชีรายชื่อ คนเดือนตุลาก็อยู่ในลิสต์เลขตัวเดียว ไม่ว่า ภูมิธรรม เวชยชัย, เกรียงกมล เลาหะไพโรจน์

 

นอกจากนั้นในการปฏิรูปการเมืองปี 2540 ที่ทำให้เกิดองค์กรอิสระ เกิดการเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ คนเดือนตุลา เช่น จรัล ดิษฐาอภิชัย, สุนี ไชยรส ได้เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดแรก

 

อีกแวดวงหนึ่งที่สำคัญคือ ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม ที่กลับกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของชนวนวิกฤตการณ์การเมืองตลอดทศวรรษที่ผ่านมาหลัง 2549

 

‘ประวัติศาสตร์ การเมืองภาคประชาชน: ความคิดและปฏิบัติการของนักกิจกรรมทางการเมือง ในปัจจุบันหลังป่าแตก’ คือวิทยานิพนธ์ของ อุเชนทร์ เชียงเสน ที่พยายามอธิบายภาคประชาชนที่เข้าไปมีส่วนจัดตั้งกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทำให้การเคลื่อนไหวของสนธิ ลิ้มทองกุล เข้มแข็งและชอบธรรมมากขึ้น

 

 

ต้องไม่ลืมว่าในพันธมิตร หลายคนคือคนเดือนตุลา โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ก็เคยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย ส่วน พิภพ ธงไชย คือคนที่เคยเตรียมตัวเข้าป่าต่อสู้ตลอดชีวิต หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ กับกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเขาคือแกนนำรุ่นแรกของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

มาลีรัตน์ แก้วก่า เข้าป่าหลัง 6 ตุลาคม 2519 ต่อมาเป็นแกนนำรุ่นที่สองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ อมรเทพ อมรรัตนานนท์ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 ต่อมาเป็นโฆษกเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2551

 

ประพันธ์ คูณมี เคยทำงานร่วมกับสหพันธ์นักศึกษาเสรี ซึ่งเป็นอีกองค์กรนักศึกษาที่เสกสรรค์ ประเสริฐกุล แยกตัวออกมาตั้งต่างหากจากศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ประพันธ์เข้าร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) มีชื่อจัดตั้งว่า ‘สหายสงคราม’ โดยในช่วงปี 2549 เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีบทบาทเป็นโฆษกบนเวที หลังจากนั้นก็ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549

 

บุญส่ง ชเลธร หนึ่งใน ‘13 ขบถรัฐธรรมนูญ’ ในข้อหาคอมมิวนิสต์และปลุกปั่นการต่อต้านรัฐบาล เนื่องจากการเดินแจกใบปลิวตามสถานที่ต่างๆ ก็แสดงออกถึงแนวคิดที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร การก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่

 

 

ทำไมคนเดือนตุลา ถึงมาเป็นพันธมิตร เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นหนึ่งในงานเสวนา 34 ปี 14 ตุลา ในหัวข้อ ‘เจตนารมณ์ 14 ตุลา กับสถานการณ์ปัจจุบัน’ ซึ่งปีนั้นคือ 1 ปี หลังการรัฐประหาร 19 กันยา วิจิตร ศรีสังข์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2517 กล่าวในเวทีนั้นว่า

 

“บางที คนอย่าง คำนูณ (สิทธิสมาน) หรือประพันธ์ (คูณมี) เขาอาจเข้าใจว่า กำลังสู้กับเผด็จการอยู่ก็ได้”

 

44 ปีเวียนมาบรรจบ วันที่ 14 ตุลาคม 2560 ในงานเปิดตัวหนังสือ ‘เรื่องของคนเดือนตุลา/ตุลา The Rise of the Octobrists in Contemporary Thailand’

 

กนกรัตน์ ขึ้นเวทีเสวนาอีกครั้ง เพื่อนำเสนอว่า คนเดือนตุลาไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกเขาเริ่มต้นจากการรวมตัวของกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ เริ่มต้นจากหลวมๆ ในการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการถนอม-ประภาส หลังประสบความสำเร็จในช่วง 14 ตุลา ความขัดแย้งต่างๆ ก็ขยายขึ้น จนมีทั้งกลุ่มเสรีนิยมประชาธิปไตย กลุ่มซ้ายใหม่ กลุ่มชาตินิยม-ราชานิยมกลุ่มเหมาอิสต์-คอมมิวนิสต์ กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย

 

กระทั่งการอธิบายว่า คนในพฤษภาทมิฬ คือ คนเดือนตุลา กลับไม่ใช่เช่นนั้นทั้งหมด เพราะช่วงแรกคนเดือนตุลาที่ผันตัวเองเป็นนักธุรกิจ ก็สนับสนุนการรัฐประหารของพลเอก สุจินดา จนกระทั่งเห็นว่าการที่ทหารพยายามอยู่ในอำนาจต่อไป อาจคุกคามอนาคตทางเศรษฐกิจของไทย จึงหันมาต่อต้านทหาร

 

และในช่วงการเคลื่อนไหวต่อต้านพลเอก สุจินดา คนเดือนตุลาก็มีความขัดแย้งในการแย่งชิงแกนนำ บางกลุ่มสนับสนุนการนำของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แต่อีกหลายคนที่เริ่มใกล้ชิดกับพรรคพลังธรรม ก็หันไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวภายใต้ จำลอง ศรีเมือง

 

 

ปีนี้ ทั้งงานครบรอบ 6 ตุลา และ 14 ตุลา กนกรัตน์ ยังคงมีภารกิจถูกเชิญไปนำเสนองานที่เธอศึกษามาอีกหน ในงานครบรอบ 6 ตุลาคม ภายใต้หัวข้อ ‘มองเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ด้วยแว่นขาว’ เธอได้นำเสนอโดยไม่ได้ใช้แว่นโลกสวยมองว่า คนเดือนตุลาเป็นวีรบุรุษเปลี่ยนแปลงโลก แต่ก็ไม่ได้มองเป็นภัยคุกคามแบบฝ่ายอนุรักษ์หรือฝ่ายความมั่นคงมอง หรือกระทั่งไม่ใช้แว่นสีเทาที่พวกเขามองกันเองอย่างผิดหวังเมื่อต่างฝ่ายแสดงจุดยืนตรงกันข้ามกับตนเอง เป็นการมองจากคนนอกและอีกรุ่นหนึ่งที่สนใจและทำความเข้าใจพวกเขา

 

ท้ายที่สุดคนเดือนตุลา วันหนึ่งก็ต่างต้องจากไป แต่บทเรียนชีวิตจากคนเดือนตุลา ยังคงมีคุณค่าให้เรียนรู้อีกมากมายเพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือเพื่อนำมาปรับใช้ร่วมสรรค์สร้างสังคมของคนรุ่นต่อๆ ไป

 

เพียงแต่เราอาจต้องมองคนตุลา ด้วยแว่นขาว

 

มองอย่างเข้าใจ

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post 45 ปี 14 ตุลา มองคนเดือนตุลาอย่างเข้าใจอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/14-october/feed/ 0