พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 30 Jul 2024 04:57:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 หลานม่า คว้ารางวัล Audience Award จากเวที New York Asian Film Festival ครั้งที่ 23 https://thestandard.co/lahnmah-audience-award/ Tue, 30 Jul 2024 04:57:51 +0000 https://thestandard.co/?p=964765

เดินหน้าสร้างสถิติอย่างต่อเนื่องสำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่อง […]

The post หลานม่า คว้ารางวัล Audience Award จากเวที New York Asian Film Festival ครั้งที่ 23 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เดินหน้าสร้างสถิติอย่างต่อเนื่องสำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่องเยี่ยมจาก GDH อย่าง หลานม่า ที่ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัล Audience Award จากเทศกาลหนัง New York Asian Film Festival ครั้งที่ 23 ณ สหรัฐอเมริกา โดยยังเป็นภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในไทยและสิงคโปร์ในปี 2024 และยังเป็นภาพยนตร์เอเชียที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในอินโดนีเซียอีกด้วย

 

 

สำหรับ New York Asian Film Festival หรือ NYAFF เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ถือกำเนิดมายาวนานกว่า 20 ปี และเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์จากเอเชียสู่การรับรู้ของผู้ชมทางฝั่งตะวันตก โดยภาพยนตร์ หลานม่า นอกจากจะสามารถคว้ารางวัล Audience Award ประจำปีนี้แล้ว ยังถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยที่สามารถคว้ารางวัลนี้ได้ โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล นักแสดงนำของเรื่อง ยังได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้พร้อมรับรางวัลดังกล่าวด้วยตัวเอง

 

กระแสตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ได้รับชมภาพยนตร์ หลานม่า ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันถึงเรื่องราวของครอบครัวที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้ชม และชวนให้อยากกลับไปโอบกอดคนสำคัญอีกครั้ง จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดีในทั่วทุกภูมิภาคที่ภาพยนตร์ได้เข้าฉาย ซึ่งเรายังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงสถิติที่ยังไม่หยุดยั้งของภาพยนตร์น้ำดีเรื่องนี้จากไทย

 

หลานม่า คือภาพยนตร์ในการกำกับของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ พร้อมได้ทัพนักแสดงมากฝีมือมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว นำโดย บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, แต๋ว-อุษา เสมคำ, ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล, ดู๋-สัญญา คุณากร, เจีย-สฤญรัตน์ โทมัส และ เผือก-พงศธร จงวิลาส

 

อ้างอิง:

The post หลานม่า คว้ารางวัล Audience Award จากเวที New York Asian Film Festival ครั้งที่ 23 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลานม่า กวาดรายได้รวมทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว จับตาวันหยุดสงกรานต์ยังแรงต่อเนื่อง! https://thestandard.co/lahn-mah-100m-baht/ Mon, 08 Apr 2024 08:22:10 +0000 https://thestandard.co/?p=920686 หลานม่า

แสดงความยินดี! หลานม่า ภาพยนตร์ในการกำกับของ พัฒน์ บุญน […]

The post หลานม่า กวาดรายได้รวมทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว จับตาวันหยุดสงกรานต์ยังแรงต่อเนื่อง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลานม่า

แสดงความยินดี! หลานม่า ภาพยนตร์ในการกำกับของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ สามารถกวาดรายได้รวมทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย หลังจากเข้าฉาย 5 วัน

 

 

โดยเพจเฟซบุ๊กทางการของ GDH โพสต์ข้อความขอบคุณผู้ชมที่สนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเนืองแน่นว่า

 

“หลานม่า

โจ่ยเสี่ยคนดูลูกหลาน

ที่ร่วมสร้างปรากฏการณ์

ทำรายได้ทั่วประเทศ

ทะลุ 100 ล้าน

พร้อมรอทุกคนมาสร้างความอบอุ่น

แบบเต็มเวลา เต็มรอบเต็มโรง ไปด้วยกัน”

 

และด้วยกระแสหนังที่เต็มไปด้วยกระแสด้านบวก ทั้งคนชมแบบปากต่อปากและในโซเชียลมีเดีย คาดว่า หลานม่า จะยังเก็บรายได้ต่อเนื่องในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้ ซึ่งรายได้รวมในระดับ 200 ล้านบาทคือฝันที่ไม่ไกลเกินจริงเลยในเวลาอันใกล้นี้

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

อ้างอิง:

The post หลานม่า กวาดรายได้รวมทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว จับตาวันหยุดสงกรานต์ยังแรงต่อเนื่อง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนชม 6 ผลงานการแสดงเรื่องเยี่ยมจาก บิวกิ้น พุฒิพงศ์ https://thestandard.co/billkin-putthipong-assaratanakul-works/ Sat, 06 Apr 2024 02:44:28 +0000 https://thestandard.co/?p=920173

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากฝ […]

The post ย้อนชม 6 ผลงานการแสดงเรื่องเยี่ยมจาก บิวกิ้น พุฒิพงศ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากฝีมือ ที่แม้จะมีผลงานการแสดงออกมาให้ทุกคนได้ชมไม่บ่อยนัก แต่เราก็ได้เห็นพัฒนาการด้านการแสดงที่ก้าวกระโดดของเขาอยู่เสมอ 

 

เช่นเดียวกับผลงานล่าสุดอย่าง หลานม่า ภาพยนตร์ดราม่าเรื่องเยี่ยมจากผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่บิวกิ้นรับบทเป็น เอ็ม หลานชายที่เข้ามาคอยดูแล อาม่า (แต๋ว-อุษา เสมคำ) ที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง เพื่อหวังจะได้สมบัติจากอาม่า ซึ่งได้เสียงชื่นชมจากผู้ชมในด้านการแสดงอย่างล้นหลามอยู่ ณ เวลานี้ 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

วันนี้ THE STANDARD POP ถือโอกาสชวนทุกคนมาย้อนชม 6 ผลงานการแสดงของบิวกิ้นที่บ่งบอกว่า เขาเป็นอีกหนึ่งนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทย 

 

The post ย้อนชม 6 ผลงานการแสดงเรื่องเยี่ยมจาก บิวกิ้น พุฒิพงศ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิวกิ้น พุฒิพงศ์ – ตู ต้นตะวัน รับบทนำใน The Chinese Family หนังเรื่องใหม่จากผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ https://thestandard.co/the-chinese-family/ Thu, 29 Jun 2023 07:39:56 +0000 https://thestandard.co/?p=809293 The Chinese Family

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตา สำหรับ The Chines […]

The post บิวกิ้น พุฒิพงศ์ – ตู ต้นตะวัน รับบทนำใน The Chinese Family หนังเรื่องใหม่จากผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Chinese Family

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตา สำหรับ The Chinese Family ภาพยนตร์เรื่องใหม่จากค่าย GDH ที่ได้ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่เคยฝากผลงานเรื่องเยี่ยมมาแล้วในละคร ฉลาดเกมส์โกง (2560) มานั่งแท่นผู้กำกับ โดยตอนนี้ได้จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

The Chinese Family The Chinese Family

 

สำหรับเรื่องย่อคร่าวๆ ที่เปิดเผยออกมาในตอนนี้ The Chinese Family ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวคนจีนและ Generation Gap ในครอบครัวยุคใหม่ 

 

โดยนอกจากชื่อของผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ภาพยนตร์ยังได้ทีมนักแสดงมากฝีมือมาร่วมเสริมทัพ นำโดย บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล จาก แปลรักฉันด้วยใจเธอ (2563), ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล จาก F4 Thailand : หัวใจรักสี่ดวงดาว (2564), เผือก-พงศธร จงวิลาส จาก อ้าย..คนหล่อลวง (2563) และ แต้ว-อุษา เสมคำ 

 

The Chinese Family The Chinese Family

The post บิวกิ้น พุฒิพงศ์ – ตู ต้นตะวัน รับบทนำใน The Chinese Family หนังเรื่องใหม่จากผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครบรอบ 20 ปี แฟนฉัน, พีพี-อิงฟ้า รับบทนำใน The Project D ฯลฯ สรุปโปรเจกต์น่าสนใจจากงาน GDH Line Up 2023 https://thestandard.co/projects-from-gdh-line-up-2023/ Thu, 23 Mar 2023 06:36:04 +0000 https://thestandard.co/?p=767252

วันนี้ (23 มีนาคม) ค่าย GDH จัดงานแถลงข่าว GDH Line Up […]

The post ครบรอบ 20 ปี แฟนฉัน, พีพี-อิงฟ้า รับบทนำใน The Project D ฯลฯ สรุปโปรเจกต์น่าสนใจจากงาน GDH Line Up 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มีนาคม) ค่าย GDH จัดงานแถลงข่าว GDH Line Up 2023 จีดีเอช..เปิดบ้าน..พร้อมเสิร์ฟงานใหม่ ‘ไปให้ถึงใจเธอ’ เพื่อเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ที่เตรียมจ่อคิวมอบความบันเทิงให้กับผู้ชม โดยมีทีมนักแสดงและผู้กำกับเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง 

 

 

เริ่มต้นด้วย The Chinese Family (Working Title) ผลงานการกำกับเรื่องใหม่ของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ จากละคร ฉลาดเกมส์โกง พร้อมได้ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล มารับบทนำ ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวคนจีนและ Generation Gap ในครอบครัวยุคใหม่ 

 

 

ต่อเนื่องกันที่ The Project D (Working Title) ที่ได้ บอส-นฤเบศ กูโน ซึ่งเคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาแล้วจากซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ มานั่งแท่นผู้กำกับ พร้อมด้วย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร และ อิงฟ้า วราหะ มาร่วมรับบทนำ โดย D ที่มาจาก Durian หรือทุเรียน รวมถึงเป็นชื่อตัวละครที่พีพีสวมบทบาท 

 

 

และสำหรับแฟนๆ ที่ยังคงประทับใจกับความสัมพันธ์ของเจี๊ยบและน้อยหน่าก็เตรียมตัวให้พร้อม เพราะ GDH กำลังจะนำภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน กลับมาให้ทุกคนได้ชมในโรงภาพยนตร์กันอีกครั้งในฉบับ Remaster เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี นอกจากนี้ยังมี Documentary ที่จะพาทุกคนไปย้อนชมปรากฏการณ์ แฟนฉัน รวมถึงการจัดอีเวนต์ GDH FunFest ที่รวมศิลปินตั้งแต่ GDH และ GTH กลับมามอบความสนุกให้กับแฟนๆ 

 

 

 

ตามมาด้วย DELETE ซีรีส์แนวสยองขวัญ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง GDH และ Netflix กำกับโดย โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ จาก HOMESTAY นำแสดงโดย นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต, ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา และ ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์

 

 

เพื่อน (ไม่) สนิท ผลงานที่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง GDH และ Houston ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่น ความฝัน และหนังสั้น กำกับโดย อัตตา เหมวดี ที่เคยฝากผลงานโฆษณาและมิวสิกวิดีโอมาแล้วมากมาย พร้อมด้วย บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ มาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มไฟแรง โทนี่-อันโทนี่ บุยเซอเรท์ จาก เธอกับฉันกับฉัน

 

 

ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์สยองขวัญอย่าง บ้านเช่า..บูชายัญ ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดจาก จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ กับเรื่องราวของผู้เช่าบ้านปริศนาที่เข้ามาทำพิธีกรรมสุดสยอง นำแสดงโดย เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน และ ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 6 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

ภาพ: GDH 

อ้างอิง: 

The post ครบรอบ 20 ปี แฟนฉัน, พีพี-อิงฟ้า รับบทนำใน The Project D ฯลฯ สรุปโปรเจกต์น่าสนใจจากงาน GDH Line Up 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
#HATETAG EP.1-2 โปรเจกต์หนังสั้นที่ย้ำเตือนว่า ข้อความไม่กี่บรรทัดอาจเปลี่ยนชีวิตของใครคนหนึ่งไปตลอดกาล https://thestandard.co/hatetag/ Mon, 31 May 2021 11:42:14 +0000 https://thestandard.co/?p=494992 HATETAG

เป็นโปรเจกต์ที่น่าติดตามไม่น้อยสำหรับ #HATETAG โปรเจกต์ […]

The post #HATETAG EP.1-2 โปรเจกต์หนังสั้นที่ย้ำเตือนว่า ข้อความไม่กี่บรรทัดอาจเปลี่ยนชีวิตของใครคนหนึ่งไปตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
HATETAG

เป็นโปรเจกต์ที่น่าติดตามไม่น้อยสำหรับ #HATETAG โปรเจกต์ภาพยนตร์ขนาดสั้นที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท กู๊ดธิงแฮพเพ่น จำกัด และ บริษัท หับโห้หิ้น บางกอก จำกัด ที่ชักชวน 5 ผู้กำกับมากฝีมือ ได้แก่ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (Homestay), พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ (ละคร ฉลาดเกมส์โกง), แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน (One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ) และ 2 ผู้กำกับโฆษณารุ่นใหม่ การันตีด้วยรางวัลมากมายอย่าง ต้น-วุฒิดนัย อินทรเกษตร และ บอม-นิทรรศ สินวัฒนกุล มาร่วมตีความหมายของคำว่า ‘สังคมไซเบอร์ไทย’ และบอกเล่าผ่านภาพยนตร์สั้น 10 เรื่อง เพื่อให้ผู้ชมได้ตระหนักว่า ทุกแท็กและทุกข้อความที่คุณโพสต์ล้วนทรงพลังมากกว่าที่คุณคิด

 

โดยตอนนี้โปรเจกต์ #HATETAG ได้ปล่อยภาพยนตร์สั้นสองเรื่องแรก ได้แก่ #saveตูดคอร์กี้ ผลงานจากแคลร์ และ #NextDoor ผลงานจากบอม ออกมาให้ได้ชมเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

 

HATETAG

 

เริ่มกันที่ภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกอย่าง #saveตูดคอร์กี้ ที่จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ โบล่า (ก้อย-อรัชพร โภคินภากร) หญิงสาวผู้ยึดมั่นในหลักความเท่าเทียมกันของทุกสิ่งบนโลกมนุษย์ เมื่อไรก็ตามที่เธอเห็นใครสักคนโพสต์ข้อความที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมลงในโซเชียล เธอจะรีบเข้าไปคอมเมนต์ตักเตือนในทันที จนกระทั่งวันหนึ่งโบล่าเห็นเพื่อนในเฟซบุ๊กโพสต์รูปตูดหมาคอร์กี้ ซึ่งเธอทนไม่ได้ที่เห็นหมากำลังโดนคุกคามทางเพศ เธอจึงเข้าไปคอมเมนต์เพื่อทวงคืนความปลอดภัยให้กับหมาคอร์กี้

 

“ไอเดียของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จริงๆ คือแคลร์ทำเพื่อด่าตัวเอง (หัวเราะ)” แคลร์เล่าถึงไอเดียตั้งต้นของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ “มันมีช่วงหนึ่งที่เราอินกับ Political Correctness (ความถูกต้องทางการเมือง) มาก เหมือนเราอยากเป็นประชากรโลกที่ดี อยากเห็นมนุษย์เท่าเทียมกัน มีความเห็นอกเห็นใจกัน พอเห็นคอมเมนต์ในโซเชียลเข้าข่ายไม่ Political Correctness เราก็จะไปต่อว่าเขา ไปหาว่าเขาเป็นคนเหยียดเพศบ้าง Body Shaming (การล้อเลียนรูปร่างหน้าตาของคนอื่นให้อาย) ซึ่งบางทีมันเหมือนเป็นคำพูดที่เกิดจากความไม่รู้มากกว่าจะตั้งใจทำร้ายความรู้สึกกัน

 

“ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เป็นแนวตลกเสียดสี คิดว่าคนดูน่าจะสนุกไปกับมัน และจะดีใจมากถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถทำให้คนดูได้ฉุกคิดและย้อนมองพฤติกรรมการใช้โซเชียลของตัวเอง เพราะโลกโซเชียลมันไวมากเลยค่ะ ก่อนที่เราจะพิมพ์ อ่าน แชร์ หรือตัดสินใจใครผ่านโซเชียล อยากให้ตรึกตรองกันเยอะๆ ค่ะ”

 

HATETAG

 

#NextDoor บอกเล่าเรื่องราวของ เอ็มมี่ (แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช) หญิงสาวที่พึ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดสุดหรูที่ตัวเองใฝ่ฝันได้ไม่นาน แต่เธอกลับพบว่าชายหนุ่มปริศนาที่อาศัยอยู่ห้องข้างๆ ของตัวเองคืออดีตฆาตกรโหดที่พึ่งจะพ้นโทษออกมา ด้วยความหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เธอจึงตัดสินใจบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองลงในทวิตเตอร์เพื่อขอคำปรึกษาจากโลกโซเชียล

 

“เรื่องนี้มาจากที่ผมเห็นข่าวฆาตกรรมดังๆ ในอดีตแล้วคิดว่า ผู้กระทำความผิดในข่าวจะมีชีวิตอย่างไรในสังคมหลังรับโทษ” บอมเล่าถึงจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้ “คนที่อยู่รอบข้างจะรู้สึกอย่างไรที่ต้องอยู่ใกล้คนที่เคยฆ่าคนมาแล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คงรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ เหมือนกัน จึงใช้ไอเดียนี้มาปรับให้เข้ากับการใช้โซเชียลมีเดียของคนในปัจจุบัน”

 

HATETAG

HATETAG

 

แม้ว่าภาพยนตร์สั้นทั้งสองเรื่องจะถูกนำเสนอด้วยจังหวะจะโคนที่แตกต่างกันไป เช่น #saveตูดคอร์กี้ ที่โดดเด่นด้วยจังหวะการตัดต่อที่กระชับฉับไว และเสริมด้วยซาวด์ดนตรีเฮฟวีเมทัล เพื่อนำเสนอคาแรกเตอร์ของตัวละครอย่าง โบล่า ที่มีนิสัยอารมณ์ร้อน คิดไว พิมพ์ไว ตอบไว ในขณะที่ #NextDoor มาในบรรยากาศของภาพยนตร์เขย่าขวัญ 

 

แต่จุดร่วมข้อหนึ่งที่ภาพยนตร์สั้นทั้งสองเรื่องพยายามนำเสนอ คือการเชิญชวนให้ทุกคนลองสำรวจพฤติกรรมการเล่นโซเชียลมีเดียของตัวเองดูว่า เรากำลังใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการ ‘ใส่ร้ายผู้อื่น’ โดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า 

 

ทั้งเรื่องราวของโบล่าที่แม้ว่าจุดประสงค์ในการตักเตือนของเธอคือการเรียกร้องความเท่าเทียม แต่เธอกลับตัดสินใจไปก่อนแล้วว่าเพื่อนของเธอทำผิด โดยไม่รู้ว่าจุดประสงค์จริงๆ ในการโพสต์รูปตูดคอร์กี้ของเพื่อนคืออะไร รวมถึงเรื่องราวของเอ็มมี่ที่ตีโพยตีพายไปเองว่าอดีตฆาตกรโหดอาจบุกเข้ามาทำร้ายเธอ เธอจึงเลือกใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการปกป้องตัวเอง

 

HATETAG

HATETAG

 

และจุดที่เราชื่นชอบมากๆ คือการที่ผู้กำกับได้ทิ้งคำถามสำคัญให้เราได้ร่วมกันขบคิดต่อว่า หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ แล้วใครล่ะจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในเมื่อทุกคนที่เข้ามาคอมเมนต์ แชร์ หรือรีทวีต ต่างก็มีส่วนร่วมในการสร้างความเข้าใจผิดที่แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ในขณะที่สองตัวละครหลักที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดกลับไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย

 

บางทีข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดที่เราโพสต์โดยไม่คิดไตรตรองให้ดีเสียก่อน มันอาจเปลี่ยนชีวิตของใครคนหนึ่ง ‘ไปตลอดกาล’ 

 

ผู้กำกับ HATETAG

 

สามารถติดตามชมภาพยนตร์สั้นทั้ง 10 เรื่องจากโปรเจกต์ #HATETAG ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.15 น. ทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 และสามารถรับชมแบบออนไลน์ที่แรกบน LINE TV เท่านั้น เวลา 19.00 น.

 

รับชมภาพยนตร์สั้น 2 ตอนแรกได้ที่นี่

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์ #HATETAG ได้ที่นี่

 

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post #HATETAG EP.1-2 โปรเจกต์หนังสั้นที่ย้ำเตือนว่า ข้อความไม่กี่บรรทัดอาจเปลี่ยนชีวิตของใครคนหนึ่งไปตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘SOS skate ซึม ซ่าส์’ ซีรีส์โรคซึมเศร้าที่คนไม่เศร้าต้องดู https://thestandard.co/sosskate/ https://thestandard.co/sosskate/#respond Fri, 08 Sep 2017 23:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=25553

     สำหรับยุคที่ ‘โรคซึมเศร้า’ กลายเป็น […]

The post ‘SOS skate ซึม ซ่าส์’ ซีรีส์โรคซึมเศร้าที่คนไม่เศร้าต้องดู appeared first on THE STANDARD.

]]>

     สำหรับยุคที่ ‘โรคซึมเศร้า’ กลายเป็นโรคหนึ่งที่มีคนให้ความสำคัญมากที่สุด ความรู้สึกแรกที่ผมได้รับหลังจากดูซีรีส์ SOS skate ซึม ซ่าส์ ตอนแรกจบ ในฐานะคนที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้คือ ‘เราโชคดีจริงๆ’

     ยอมรับว่าที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับโรคนี้เท่าไรนัก ทั้งยังเคยเป็นคนที่คิดว่าโรคนี้เป็นแค่ ‘ภาวะผิดปกติ’ อย่างหนึ่ง ก็แค่ความเศร้านี่นา เศร้าเหรอ สู้มันสิ ทำใจให้สบาย เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง

     จนเริ่มได้ยินถึงความน่าเป็นห่วงของผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้นจากข่าวต่างๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสหาข้อมูลเพิ่มเติมบ้าง เริ่มทำความเข้าใจในรายละเอียดบ้าง จนกระทั่งตัวละคร ‘บู’ (เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ทำให้ผมรู้ว่าโรคนี้น่ากลัวกว่าที่เคยรู้จักหลายเท่าตัว

 

 

     บูทำให้เห็นว่าการต้องตื่นมาทุกเช้าด้วยความรู้สึกไร้ค่า ว่างเปล่า หมดความสนใจต่อโลกภายนอก ไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาเพื่ออะไร มันเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายมากขนาดไหน เมื่อรู้ว่าตัวเองผิดปกติก็พยายาม ‘บูรณะ’ ตัวเองเหมือนชื่อจริงของเขาเพื่อให้พ้นจากสภาวะแบบนี้ ในซีรีส์เราจะเห็นว่าบูติดกระดาษคำคมปลุกใจไว้เต็มไปหมด แต่แน่นอนว่าประโยคสั้นๆ และสภาพแวดล้อมรอบข้างไม่ได้ช่วยเหลือเขาเลย

     ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ผมเคยมีโอกาสทำความรู้จักกับคนที่มีภาวะซึมเศร้าทำนองนี้ และเมื่อพบภาวะดังกล่าว สิ่งที่ผมตัดสินใจก็คือการ ‘หนี’ ออกมาจากคนคนนั้นทันที ไม่ต่างอะไรกับที่คนรอบข้างเลือกปฏิบัติกับบู

     ยิ่งรู้ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสารเคมีที่หลั่งออกมาจากสมอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเป็น และไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้ ผมก็แค่คน ‘โชคดี’ คนหนึ่ง ส่วนคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เขาก็เพียงแค่ ‘โชคร้าย’ กว่าเท่านั้นเอง ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ภาพตัวผมเองในวันนั้นชัดเจนขึ้นมา และคิดว่าถ้ามีโอกาส ผมจะไม่ใจร้ายกับใครแบบนั้นอีกแล้ว

     เราคงไม่โกรธเพื่อนถ้าเขาเหนื่อยและวิ่งได้ช้า เมื่อรู้ว่าเขาป่วยเป็นโรคหอบหืด และคงไม่พยายามบังคับให้เพื่อนกินอาหารทะเล ถ้ารู้ว่าเขาเป็นแพ้อาหารทะเลขั้นรุนแรง วิธีคิดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าก็ง่ายๆ แค่นั้น ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย

 

 

     อีกหนึ่งสิ่งที่ SOS บอกเราอยู่ก็คือ การที่จะทำแบบนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนที่บูพบกับ ไซมอน (โทนี่ รากแก่น) และ หมอเบลล์ (แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช) ในวันที่ซึมเศร้าแบบสุดๆ สิ่งที่โทนี่ทำเป็นเรื่องง่ายๆ แค่เดินมาพูดคุย ชวนให้ลองเล่นสเกตบอร์ด และปรบมือให้เมื่อเห็นว่าบูทำสิ่งนั้นได้ดี ส่วนหมอเบลล์ก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากรับฟังอาการของบูอย่างตั้งใจแบบที่ไม่เคยมีใครยอมฟังเขามาก่อน เพียงเท่านี้ก็เรียกรอยยิ้มที่หายไปกลับสู่ใบหน้าหมองคล้ำของเขาได้แล้ว

     ในชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้มีสเกตบอร์ดเหมือนไซมอน และไม่ได้เรียนจิตแพทย์มาแบบหมอเบลล์ แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีเหมือนกันคือกำลังใจและความเข้าใจที่สามารถมอบให้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ทุกเวลา

     ความดีความชอบทั้งหมด นอกจากทีมงานเบื้องหลังที่ทำงานหนักจนเล่าเรื่องได้สมจริงขนาดนี้ ผมขอยกให้นักแสดงแทบทุกคนในเรื่อง โดยเฉพาะ เจมส์ ที่ต้องรับบทเป็นบู ตอนแรกผมแอบเป็นห่วงเจมส์ เพราะต้องแสดงหลังจาก ต่อ (ธนภพ ลีรัตนขจร) ใน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ที่ทำมาตรฐานไว้สูงมาก แต่ตอนนี้ผมเป็นห่วงต่อมากกว่า เพราะการแสดงของเจมส์อาจทำให้คนเผลอลืมพี่ยิมไปได้เหมือนกัน

 

 

     โทนี่ รากแก่น ที่ปกติจะรับบทเท่ๆ เก๊กๆ แต่พอมารับบทคนกวนตีน กร้านโลก (ซึ่งนี่ล่ะคือบุคลิกจริงๆ ของโทนี่) เขาก็ทำได้ดี ถึงแม้ยังมีบทไม่มาก แต่ก็ทำให้เราลุ้นได้ทุกครั้งว่าเขาจะนำพาชีวิตบูไปสู่จุดไหน รวมทั้ง แพต ในบทหมอฝึกหัดโลกสวยที่ทำให้โลกของบู (รวมทั้งตัวเองผมด้วย) สดใสได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว ผมไม่รู้หรอกว่าในเรื่องเธอจะมีความสามารถเพียงพอหรือเปล่า แต่อย่างน้อยความตั้งใจที่แสดงออกมาผ่านบทหมอเบลล์ ก็ทำให้เชื่อได้ว่าเธอจะช่วยรักษาอาการป่วยของบูได้จริงๆ

     พอทุกอย่างมารวมกัน มันทำให้เรารู้สึกเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งของบู แต่เนื่องจากเราเป็นเพียงผู้ชม สิ่งเดียวที่ทำได้มีแค่การติดตามและเอาใจช่วยให้เขาผ่านพ้นภาวะซึมเศร้าครั้งนี้อยู่ห่างๆ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราจะช่วยบูได้มากที่สุดคือการนำสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาไปปรับใช้กับผู้คนรอบข้างในชีวิตจริง ให้อย่างน้อยที่สุดมีคนที่เข้าใจและคอยให้กำลังใจผู้ป่วยอย่างเขาเพิ่มขึ้นมาบ้างก็พอแล้ว  

 

 

The post ‘SOS skate ซึม ซ่าส์’ ซีรีส์โรคซึมเศร้าที่คนไม่เศร้าต้องดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sosskate/feed/ 0