พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พอล-วรัตน์พล-วรัทย์วรกุล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 28 Jan 2025 08:21:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 DSI แจ้งข้อหาเพิ่ม บอสพอล-สามารถ ในเรือนจำ ฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน https://thestandard.co/dsi-conspiracy-money-laundering/ Thu, 23 Jan 2025 11:23:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1033658 บอสพอล

ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับกรณีการกระทำความผิด […]

The post DSI แจ้งข้อหาเพิ่ม บอสพอล-สามารถ ในเรือนจำ ฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสพอล

ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับกรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินทางอาญา กรณีเกี่ยวกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่มีการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน เป็นคดีพิเศษที่ 115/2567

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา ตามมติของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับและสามารถจับกุมตัว สามารถ (สงวนนามสกุล), วิลาวัลย์ (สงวนนามสกุล) และ วรัตน์พล หรือบอสพอล (สงวนนามสกุล) ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 แล้วนั้น

 

วันนี้ (23 มกราคม) กองคดีการฟอกเงินทางอาญาได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยมี ร.ต.อ. วิษณุ ฉิมตระกูล เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และ วรัตน์พล และแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมกับสามารถและวิลาวัลย์ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

การแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมดังกล่าว เนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์โอนและรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด

 

โดยพบเส้นทางการเงินระหว่างวรัตน์พลกับสามารถ โดยใช้บัญชีของวิลาวัลย์ ซึ่งเป็นมารดาของสามารถ และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 ราย ในการรับโอนเงิน

The post DSI แจ้งข้อหาเพิ่ม บอสพอล-สามารถ ในเรือนจำ ฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสดิไอคอนกรุ๊ปปฏิเสธทุกข้อหา ขอต่อสู้คดี ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 10 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/the-icon-group-boss-denies-charges-trial-feb-10/ Thu, 09 Jan 2025 08:10:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1028609 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (9 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำใ […]

The post บอสดิไอคอนกรุ๊ปปฏิเสธทุกข้อหา ขอต่อสู้คดี ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 10 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (9 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อทย.14/2568 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นโจทก์ ฟ้องบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดย วรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-17 

 

ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต 

 

โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งให้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อนำตัวมาสอบคำให้การที่ห้องเวรชี้ โดยมี วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล เดินทางมาร่วมฟังการพิจารณาด้วย

 

ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์เพื่อสอบคำให้การจำเลยทั้งหมด โดยอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้วสอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่ายเพื่อตรวจพยานหลักฐานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00 น.

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มีจำเลยบางคนยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณาคดี อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้อง โดยจำเลยยังสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลได้จนถึงเวลา 16.30 น.

The post บอสดิไอคอนกรุ๊ปปฏิเสธทุกข้อหา ขอต่อสู้คดี ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 10 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ปล่อยตัว มิน-แซม สั่งฟ้องบอสพอลและพวก ทนายเตรียมยื่นประกัน-ฟ้องกลับ | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow090168/ Thu, 09 Jan 2025 07:45:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1028602 thestandardnow090168

ปล่อยตัว มิน-แซม สั่งฟ้องบอสพอลและพวก ทนายวิฑูรย์เตรียม […]

The post ชมคลิป: ปล่อยตัว มิน-แซม สั่งฟ้องบอสพอลและพวก ทนายเตรียมยื่นประกัน-ฟ้องกลับ | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandardnow090168

ปล่อยตัว มิน-แซม สั่งฟ้องบอสพอลและพวก ทนายวิฑูรย์เตรียมยื่นประกัน ฟ้องกลับคนอ้างถูกข่มขู่

 

คุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน

 

  • เกิดผล แก้วเกิด ทนายความ
  • รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 9 มกราคม 2568 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ปล่อยตัว มิน-แซม สั่งฟ้องบอสพอลและพวก ทนายเตรียมยื่นประกัน-ฟ้องกลับ | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มทนายคดีดิไอคอนกรุ๊ปเตรียมหารือประกันตัวเหล่าบอส ชี้มีหลักฐานเอกสารจำนวนมาก ควรได้สิทธิสู้คดีนอกเรือนจำ https://thestandard.co/icon-group-case-bail-discussion/ Thu, 09 Jan 2025 04:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1028504 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (9 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำใ […]

The post กลุ่มทนายคดีดิไอคอนกรุ๊ปเตรียมหารือประกันตัวเหล่าบอส ชี้มีหลักฐานเอกสารจำนวนมาก ควรได้สิทธิสู้คดีนอกเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (9 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การในคดี อทย 14/2568 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้บริหารดิไอคอนกรุ๊ป, บอสกัน-กันต์ กันตถาวร กับพวก เป็นจำเลยรวม 17 คน ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงหรือประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

 

วันนี้ศาลสั่งเบิกตัวจำเลยทั้ง 17 คนจากเรือนจำมาศาล เพื่อสอบคำให้การจำเลย

 

วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล เดินทางมาถึงศาลอาญาพร้อมเปิดเผยว่า ขั้นตอนในวันนี้ศาลจะอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ถ้ารับสารภาพคดีก็พิจารณาไป แต่ถ้าปฏิเสธก็จะมีนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไป คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายนนี้

 

ทั้งนี้ มีการคุยกับทีมทนายความว่าจะต้องยื่นประกันจำเลยช่วงไหน อย่างไร เนื่องจากเอกสารหลักฐานมีจำนวนมาก จำเลยมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี นำเสนอข้อมูล หลักฐานเอกสารต่างๆ เพื่ออธิบายต่อศาลให้เข้าใจ

 

ส่วนกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง บอสแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ บอสมิน-พีชญา วัฒนามนตรี วิฑูรย์ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีมากที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะบริษัทก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ไม่ได้ขายสินค้าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสินค้าก็มีเครื่องหมาย อย. การที่อัยการสั่งไม่ฟ้องถือเป็นความกล้าหาญของอัยการที่กล้ายึดถือความยุติธรรมเป็นหลักที่ให้ความยุติธรรมกับพวกเรา

 

ขณะเดียวกัน วิฑูรย์ตั้งคำถามว่า การที่เจ้าหน้าที่จับบอสทั้งหมดแล้วสุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง จะรับผิดชอบกับ 2 บอสอย่างไร เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐต้องหาคำตอบว่า ตลอดเวลาที่ทำงานมานั้นทำตามกระแสสังคมหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาลูกความที่เป็นบอสทั้งหลายก็ถูกค้านประกันมาโดยตลอด เราไม่สามารถที่จะชี้แจงอะไรได้เลย

 

ในการพิจารณาคดีนี้ หากจำเลยได้รับการประกันตัวจะใช้เวลาในการสืบพยานจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาประมาณ 1 ปีเศษ แต่ถ้าจำเลยต้องอยู่ในเรือนจำ ก็อยู่ที่ศาลจะกำหนดกรอบระยะเวลา

 

ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิกถอนใบอนุญาตธุรกิจตลาดแบบตรงว่า การขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือ TV Direct ทางบริษัทไม่สามารถที่จะขายสินค้าตรงไปยังผู้บริโภคได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือขายสินค้าผ่านตัวแทนและตัวแทนสามารถขายสินค้า เรื่องนี้จะมีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อ สคบ. ต่อไป

 

วิฑูรย์กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องสอบมรรยาททนายความว่า เป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการร้องกลั่นแกล้ง เพราะตนเองไม่ได้มีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหาย เพียงแต่บอกว่า จะแจ้งความกับคนที่แจ้งความเท็จเท่านั้น ซึ่งในเรื่องนี้จะให้เพื่อนที่เป็นทนายความตรวจสอบและดำเนินคดีกับทุกคนที่ร้องเรียนตนเอง

The post กลุ่มทนายคดีดิไอคอนกรุ๊ปเตรียมหารือประกันตัวเหล่าบอส ชี้มีหลักฐานเอกสารจำนวนมาก ควรได้สิทธิสู้คดีนอกเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง ‘บอสพอล-บอสกันต์’ กับพวก 5 ข้อหาหนัก คดีดิไอคอนกรุ๊ป สั่งไม่ฟ้องบอสแซม-บอสมิน เหตุพยานหลักฐานไม่พอ https://thestandard.co/the-icon-group-case-08012025/ Wed, 08 Jan 2025 10:21:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1028288 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (8 มกราคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศักดิ์เกษม นิ […]

The post อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง ‘บอสพอล-บอสกันต์’ กับพวก 5 ข้อหาหนัก คดีดิไอคอนกรุ๊ป สั่งไม่ฟ้องบอสแซม-บอสมิน เหตุพยานหลักฐานไม่พอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (8 มกราคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย ชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ อัยการอาวุโสสำนักงานคดีอาญา ในฐานะที่ปรึกษาโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

ศักดิ์เกษมเปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 คดีระหว่าง ณัฏฐ์ ธนาพิพัฒน์ดลภัค กับพวก ผู้กล่าวหาบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดย วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 19 คน 

 

ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2567 ในท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท 

 

เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก และเป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ถือเป็นคดีสำคัญตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด จึงมีคำสั่งตั้งคณะทำงานร่วมกันพิจารณา บัดนี้สำนักงานคดีพิเศษพิจารณาสำนวนดังกล่าวแล้วมีความเห็นและคำสั่ง ดังนี้

 

สั่งฟ้องบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดย วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1, วรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2, จิระวัฒน์ แสงภักดี หรือ บอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3, กลด เศรษฐนันท์ หรือ บอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4, ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5, ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือ บอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6, นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือ บอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7, ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์ หรือ บอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8, นันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา หรือ บอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9, ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือ บอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10, กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือ บอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11, เสาวภา วงษ์สาขา หรือ บอสอูมมี่ ผู้ต้องหาที่ 12, เชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือ บอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13, หัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือ บอสป๊อป ผู้ต้องหาที่ 14, วิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือ บอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15, ธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือ บอสอ๊อฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และ กันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19 

 

ตามข้อหาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 3, 19, 20, 38, 46, 47, 54 พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 มาตรา 3, 6, 18, 23 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 341, 343 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 3, 4, 5, 9, 11/1, 12, 15 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2534 มาตรา 3 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 3, 4, 5 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ตามความเห็นพนักงานสอบสวน

 

สั่งไม่ฟ้อง ยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม ผู้ต้องหาที่ 17 และ พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 แย้งความเห็นพนักงานสอบสวน

 

ผู้ต้องหาที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ มีคำสั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ จะดำเนินการยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 17 คนต่อศาลอาญาในวันนี้

 

ส่วนผู้ต้องหาที่ 17 และ 18 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ มีคำสั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ จะดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวผู้ต้องหาต่อศาลอาญา และจะดำเนินการส่งสำนวนพร้อมความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ต่อไป

 

โดยภายหลังยื่นฟ้อง ศาลประทับรับฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย. 14/2568 พร้อมนัดสอบคำให้การในวันที่ 9 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น.

 

เมื่อถามว่า สาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้องยุรนันท์และพีชญาให้เหตุผลอะไร ศักดิ์เกษมกล่าวว่า เหตุผลที่อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังมีส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้อง และคำสั่งไม่ฟ้องยังไม่เด็ดขาด จะต้องเสนอต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือเห็นแย้ง จึงไม่สามารถกล่าวถึงรายละเอียดทั้งหมดได้ กล่าวได้เพียงว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพยานหลักฐานไม่พอรับฟังได้ว่าทั้งคู่ร่วมกระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวกับผู้ต้องหาอื่น

 

เมื่อถามว่า ช่วงเวลาที่พิจารณาคดีทั้งหมด สามารถพิจารณาสำนวนคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งมาทั้งหมดได้หรือไม่ เนื่องจากจำนวนของสำนวนคดีค่อนข้างมาก 

 

ศักดิ์เกษมกล่าวว่า คณะทำงานทุกคนในช่วงปีใหม่ไม่มีใครได้หยุดเลย สำนวนคดีนี้มีเอกสารมากกว่า 3 แสนหน้า มีการสอบพยานหลักฐานหลายพันคน ทำให้คณะทำงานต้องทำงานอย่างละเอียด และยังมีผู้ร้องขอความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายที่คณะทำงานจะต้องพิจารณาในส่วนนี้อีก และผู้ต้องหาทุกคนจะครบฝากขังในวันนี้ ทำให้คณะทำงานต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนครบกำหนดฝากขัง

 

เมื่อถามว่า ในทางปฏิบัติเมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องยุรนันท์และพีชญาในวันนี้จะต้องปล่อยตัวหรือไม่ เพราะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในวันนี้

 

ศักดิ์เกษมกล่าวอีกว่า ในทางปฏิบัติเมื่ออัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้ปล่อยผู้ต้องหาที่สั่งไม่ฟ้อง หลังจากนั้นจะต้องปล่อยตัว ไม่ว่าจะครบกำหนดฝากขังหรือไม่ ส่วนประเด็นการสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดหรือไม่ ต้องรอเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง

 

เมื่อถามว่า เมื่ออัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง 2 ผู้ต้องหา ขั้นตอนต่อไปจะต้องให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทำความเห็นแย้งใช่หรือไม่

 

ชาญชัยกล่าวว่า คดีนี้อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งทันทีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง จะต้องส่งสำนวนคดีไปให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาว่ามีความเห็นแย้งคำสั่งของอัยการหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาไม่นาน 

 

ถ้าหากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นพ้องกับความเห็นของอัยการคดีพิเศษที่สั่งไม่ฟ้อง กระบวนการสั่งไม่ฟ้องก็จะสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม การสั่งไม่ฟ้องนั้น ความหมายก็คือในชั้นนี้ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษและอัยการยังไม่มีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้องมีพยานหลักฐานที่จะสามารถพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาได้ แต่ถ้าในอนาคตมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่จะนำมาพิจารณาต่อไปได้ 

 

ซึ่งในชั้นนี้พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ต่อศาลว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเท่านั้น แต่ถ้าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษโต้แย้งมาให้สั่งฟ้องก็เป็นดุลพินิจของท่าน และขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะต้องให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด

The post อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง ‘บอสพอล-บอสกันต์’ กับพวก 5 ข้อหาหนัก คดีดิไอคอนกรุ๊ป สั่งไม่ฟ้องบอสแซม-บอสมิน เหตุพยานหลักฐานไม่พอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘และใครที่ชอบดราม่า…ขออนุญาตนะคะ เชิญทางนี้’ สรุปประเด็นร้อนแห่งปี 2567 https://thestandard.co/drama-highlights-2024/ Thu, 26 Dec 2024 11:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1023658 drama-highlights-2024

ต้องขอยืมประโยคหนึ่งในวลีสุดฮอตแห่งปีจากร้านทองแม่ตั๊กม […]

The post ‘และใครที่ชอบดราม่า…ขออนุญาตนะคะ เชิญทางนี้’ สรุปประเด็นร้อนแห่งปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
drama-highlights-2024

ต้องขอยืมประโยคหนึ่งในวลีสุดฮอตแห่งปีจากร้านทองแม่ตั๊กมาใช้ เพราะในปีนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นสังคมอุดมดราม่า เรียกว่าแทรกซึมอยู่ในทุกวงการ โดยเฉพาะวงการบันเทิงที่เหมือนเป็นฟันเฟืองผลิตเรื่องเมาท์ เรื่องที่เป็นประเด็นอยู่เสมอ จะมีเรื่องอะไรบ้างไปดูกัน 

 

หมูเด้ง

 

ดังสัตว์ๆ 

 

ถ้าถามว่าปีนี้เมืองไทยอะไรดัง คงหนีไม่พ้นเรื่องราวดีๆ จากสัตว์ และตุ๊กตาประดามีที่กลายเป็นไวรัลและเป็นที่รักของคนไทยในชั่วข้ามคืน เริ่มตั้งแต่ตุ๊กตาหมีเนย มาสคอตเต้นดุกดิกจากแบรนด์ Butterbear คว้าใจพ่อยกแม่ยกทั้งในไทยและต่างประเทศ จนต้องแห่แหนไปดูน้องเต้นกันแน่นร้าน แถมน้องหมีเนยยังขยันเปลี่ยนชุด คิดท่าเต้นตามกระแส จนเรียกว่าปังอยู่หลายเดือน

 

คอนเสิร์ตหมีเนย

แม่หยั่ว

 

หลังจากนั้นไม่นาน ความร้อนแรงของดาราสาวในนามน้องหมูเด้งก็เบียดพี่หมีเนยเกือบตกกระป๋อง เธอคือลูกฮิปโปแคระผู้มาพร้อมผิวแน่นเด้ง ลื่นเมือก จอมวีนเหวี่ยง สวบไม่เว้นไม่ว่าใครหน้าไหน แต่กลายเป็นความน่ารักจนเป็นไวรัล คนดังและสื่อยักษ์ใหญ่ ใครๆ ก็ต่างเทใจให้น้องหมูเด้งกันทั่วโลก เท่านั้นยังไม่พอ สาวน้อยจากสวนสัตว์เขาเขียวยังมีซิงเกิลเป็นของตัวเอง และได้เป็นศิลปินในสังกัด GMM Grammy ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์นั่นคือ 4 เดือน!

ประเด็นสัตว์ๆ ไม่ได้มีแค่เรื่องราวดีๆ เพราะช่วงปลายปีก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การวางยาสลบแมวเพื่อใช้เข้าฉากในซีรีส์เรื่อง แม่หยัว จนกลายเป็นประเด็นให้สังคมไทยหันมามองสวัสดิภาพของสัตว์ในแวดวงบันเทิงอีกด้วย

 

พี่จอง คัลแลน

 

คัลแลน-พี่จองฟีเวอร์ 

 

คนไทยมักจะเอ็นดูชาวต่างชาติที่หัดพูดภาษาไทย ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ โซเฟีย ลา ก็ทำไม่ได้ แอนนา ชวนชื่น อย่าหวังเลย ก็คือความน่ารักเป็นธรรมชาติแบบสองหนุ่มยูทูเบอร์ คัลแลนกับพี่จอง จนกลายเป็นขวัญใจชาวไทยมาตั้งแต่ต้นปี 

 

พี่จอง คัลแลน

 

เรียกว่าคัลแลนกับพี่จองค่อยๆ เป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตั้งแต่ดราม่าไก่ทอดหาดใหญ่ แสงสปอตไลต์ก็เริ่มส่องให้คนได้เห็นความตั้งใจของสองหนุ่มจากเกาหลีใต้ผู้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วไทย ไม่สนว่าเป็นเมืองหลัก เมืองรอง แล้วถ่ายทอดออกมาอย่างน่าเอ็นดูตามประสาชาวต่างชาติที่มาสัมผัสวัฒนธรรมไทย ช่วงเวลาไม่นาน ทั้งคู่ก็กลายเป็นที่รักของคนไทยเกือบทั้งประเทศ และมีงานพรีเซนเตอร์ไม่ขาดสายจนถึงวันนี้ 

 

กะเทยผ่านศึก

 

4 มีนาคม วันกะเทยผ่านศึก

 

ให้รู้บ้างว่าไผเป็นไผ! เป็นที่รู้กันว่าซอยสุขุมวิท 11 คือแหล่งมาดื่มมาดริงก์ของพี่ๆ กะเทยไทยมานานปี แต่ในระยะหลังมีกะเทยจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามารุกล้ำอธิปไตยอยู่บ่อยครั้ง มิหนำซ้ำยังทำตัวเป็นขาใหญ่ มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับพี่กะเทยไทยอยู่บ่อยๆ

 

จนกระทั่งในค่ำคืนหนึ่งก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้กะเทยฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ เท่านั้นไม่พอ ยังเปิดไลฟ์ประกาศศักดา เหมือนนังพิรมลขี้รดหัวใจหญิงนุชไปอีก งานนี้มีหรือจะยอม 

 

กะเทยผ่านศึก

 

ในค่ำคืนวันที่ 4 มีนาคม กะเทยทั่วหล้าจึงรวมตัวกันที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิท หวังจะสั่งสอนกะเทยต่างด้าวที่เข้ามากร่างในแผ่นดินแม่ สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่สัญจรไปมา และกลายเป็นไวรัลว่อนโซเชียล จากหน่วยเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย และเป็นหลายร้อยจนกลายเป็นข่าวให้ติดตามความเคลื่อนไหว แม้ในที่สุดกะเทยฟิลิปปินส์จะออกจากโรงแรมมาได้ แต่ก็โดนไปคนละตุ้บคนละตั้บ 4 มีนาคม จึงได้รับการสถาปนาเป็นวันกะเทยผ่านศึกนับแต่นั้นเป็นต้นมา 

 

มีการแซวเล่นๆ ขำๆ ว่า พชร์ อานนท์ จะไม่เอาไปทำหนังเหรอ ในจังหวะนั้นหนังเรื่อง หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด ปิดกล้องพร้อมฉายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ พชร์ อานนท์ คนจริงสั่งเปิดกองเพิ่มฉากนี้เข้าไปก่อนหน้าหนังฉายเพียงไม่กี่วัน ป้าดดดดด! ทำถึงมากค่ะคุณน้า 

 

กันต์ มอบตัว

 

มหากาพย์ดิไอคอนกรุ๊ป 

 

ปีนี้นอกจากการออกล่าปลาหมอคางดำที่ว่าดังแล้ว ก็เห็นจะมีการออกล่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ปนี่แหละที่เป็นกระแสต่อเนื่องยาวนาน ส่วนสำคัญก็มาจากธุรกิจที่คล้ายแชร์ลูกโซ่นี้ ใช้พลังดาราในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ลากมาตั้งแต่คนที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ไปยันผู้ที่ออกตัวเป็นผู้บริหาร ส่วนมีใครกันบ้างคงไม่ต้องบอก เพราะรายชื่ออยู่ในบัญชีที่เรือนจำเรียบร้อย 

 

บอสพอล

 

แต่ทีเด็ดอยู่ที่ความเด็ดของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เจ้าของดิไอคอนกรุ๊ปผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ใช้โทรศัพท์อัดเสียงบรรดานักรีดไถเอาไว้ทั้งหมด งานนี้เลยสาวไส้ไปถึงนักการเมืองและเหล่าคน (เคย) ดีศรีสังคม ติดร่างแหเข้าไปด้วย สมกับสโลแกนไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก (คุก)

 

พลังทำลายล้างของดิไอคอนกรุ๊ปยังไม่จบอยู่แค่นั้น เพราะมันทำให้ย้อนนึกไปถึงเหล่าดาราและคนดังที่เคยออกหน้าทำธุรกิจคล้ายๆ กันเมื่อหลายปีก่อน จนต้องออกมาแก้ตัวกันจ้าละหวั่น เรียกได้ว่าประเด็นนี้เป็นอีกครั้งที่ให้บทเรียนทั้งกับเหล่าคนดังว่าความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนมีราคาต้องจ่าย และคนทั่วไปว่าอย่าหลงเชื่อคนดังจนขาดสติ 

 

MU 2024

 

แต่ละมื้อแต่ละเดย์ในแวดวงนางงาม

 

ปีนี้แวดวงนางงามยังมีสีสันเช่นเคย เริ่มตั้งแต่เวทีที่เอ็นเตอร์เทนคนดูถึงขีดสุดอย่างการประกวด Miss Grand International ในปีนี้มีเจ้าภาพร่วมคือประเทศกัมพูชา ทว่าหลังจากเก็บตัวไปได้ไม่กี่วัน บรรยากาศที่เคยแกรนด์กลับไม่แกรนด์อย่างที่เคย เพราะการจัดการไม่ได้มาตรฐาน มีภาพหลุดนางงามใส่ชุดราตรีหรูหราต้องนั่งกินถั่วต้มบนเรือสำราญที่เหมือนเรือข้ามฟากมากกว่า พาให้นึกถึงปาร์ตี้พัชรภากรุ๊ปเมื่อหลายปีก่อนไปเสียอย่างนั้น

 

MGI 2024

MGI 2024

 

ว่าแล้วบิ๊กบอส ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ก็พากองประกวดกลับไทย และจัดงานออกมาได้อลังการอย่างทุกปี แต่สุดท้ายก็ไม่วายมีดราม่าอีก เมื่อผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์เมียนมาคว้ามงกุฎนางงามของตัวเองมาปาทิ้ง เพราะไม่พอใจที่ได้แค่รองอันดับ 2 จนกลายเป็นประเด็นอยู่หลายสัปดาห์ 

 

มาถึงเวทีอันเป็นที่รักอย่างการประกวด Miss Universe ซึ่งปีนี้ตัวแทนประเทศไทยได้แก่ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี เรียกได้ว่ามีลุ้นเอามงสามเอามากๆ แถมปีนี้ยังไม่มี พอลล่า ชูการ์ต ผู้ขยันเสิร์ฟ ‘แกง’ ให้แฟนนางงามไทยแล้วด้วย แต่กลายเป็นว่าผู้จัดงานกลับเสิร์ฟแกงอ่อม คืออ่อมในหลายช่วงของการประกวดจนอดคิดถึงพอลล่าไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังเสิร์ฟแกงที่หลากหลายกว่า 

 

MU 2024

 

ประเด็นดราม่าเริ่มตั้งแต่ตอนเก็บตัว คือเก็บจริงเพราะภาพที่ออกมาส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าลิฟต์เหมือนยี่ห้อ Otis เป็นสปอนเซอร์ ส่วนในรอบ Preliminary ก็เกือบจะไม่มีการสวมชุดราตรีทั้งที่สำคัญมากๆ สำหรับแฟนนางงาม ยังไม่นับรวมการพรีเซนต์ชุดบนเวทีที่ไม่โดนใจเอาเสียเลย พอถึงวันประกวดจริง กติกาและลำดับขั้นการประกวดก็ออกมางงๆ รวมถึงโปรดักชันทั้งเวทีและการจัดไฟก็ออกมาไม่ได้ดั่งใจ ที่จะดีหน่อยก็เห็นจะมีแค่ช่วง ‘Hello Universeeeeee’ เท่านั้น 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เจ้าของเวทีไม่รอช้า เชิญแฟนนางงามตัวแม่มานั่งเคลียร์ใจในรายการ แอนโชว์ ในช่อง JKN และยืนยันว่าน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนในปีหน้าจะออกมาเป็นอย่างไรต้องมาลุ้นกัน

 

LISA

 

‘ลิซ่า’ ทำถึงมากจ้า…ลูกสาวของชาวไทย

 

แม้จะไปเด่นไปดังถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ลูกสาวของชาวไทยอย่าง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ก็มีสำนึกรักบ้านเกิด เมื่อก้าวขึ้นเป็นศิลปินเดี่ยว มิวสิกวิดีโอซิงเกิลแรกจึงยกโปรดักชันมาถ่ายทำและใช้โลเคชันของเมืองไทยทั้งเพลง ที่เด่นมากๆ คือการใช้ฉากบนถนนเยาวราช แถมทำออกมาได้สวยแซ่บสะใจจนกลายเป็นไวรัลทั้งในไทยและต่างประเทศอีกต่างหาก

 

LISA

LISA

 

และเพราะลิซ่าคือคนไทย แล้วคนไทยแปลว่าอิสระ หลังจากหมดสัญญาจากค่ายเก่าก็เลยรับงานที่หลากหลายขึ้นอย่างงานแสดงในซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 ที่ยกกองมาถ่ายทำบนเกาะสมุย ร่วมกับนักแสดงไทยอีกหลายคน เรียกได้ว่าปีนี้ลิซ่ากับหมูเด้งเป็นนางแบกซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ทำงานได้ดีกว่ารัฐมนตรีทั้งคณะรัฐบาลเสียอีก 

 

มาริโอ้

 

ภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ของละครไทย

 

ใครจะเชื่อว่าจะมีวันนี้ วันที่ความบันเทิงประจำบ้านอย่างละครไทยใกล้ถึงภาวะสูญพันธุ์จากเม็ดเงินโฆษณาที่เคยทุ่มให้สื่อโทรทัศน์เริ่มลดลงเรื่อยๆ ทำให้หลายช่องยักษ์ใหญ่ปรับกระบวนท่ากันจ้าละหวั่น 

 

หนักที่สุดก็คงไม่พ้นช่อง 3 กับกระแสข่าวไม่สู้ดีที่มีออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ลดงบประมาณการทำละคร หยุดการถ่ายทำ จนถึงขั้นปลดพนักงานให้องค์กรกระฉับกระเฉงขึ้น ดังนั้นเมื่อบ้านใหญ่ดูจะเล็กไปเสียแล้ว เหล่าบรรดาผู้จัดคู่บุญของช่องเลยมีอันต้องโยกย้ายไปเติบโตที่อื่น หลักๆ คือย้ายไปซบอก MONO29 ที่กำลังสยายปีกปลูกปั้นแพลตฟอร์มของตัวเอง

 

เจมส์ จิรายุ ละคร

ช่อง 7

 

ส่วนช่อง 7 หลังจากที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่นานก็ถึงเวลาพลิกตัวกับเขาบ้างด้วยการจับมือกับแพลตฟอร์มอย่าง Netflix และแว่วๆ ว่าจะโละละครเก่าในสต็อกมาออกอากาศทั้งหมด จากนั้นจะผลิตคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่ช่องไม่เคยทำมาก่อน ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าละครช่อง 7 โฉมใหม่จะไฉไลกว่าเดิมหรือเปล่า

The post ‘และใครที่ชอบดราม่า…ขออนุญาตนะคะ เชิญทางนี้’ สรุปประเด็นร้อนแห่งปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มตัวแทนขายยื่นหลักฐานถอนแจ้งความคดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมรับรองการประกันตัวบอสพอล ยืนยันไม่เสียหาย-มีรายได้จากธุรกิจ https://thestandard.co/the-icon-group-legal-dispute-resolution-update/ Tue, 24 Dec 2024 11:02:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1023291 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (24 ธันวาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒน […]

The post กลุ่มตัวแทนขายยื่นหลักฐานถอนแจ้งความคดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมรับรองการประกันตัวบอสพอล ยืนยันไม่เสียหาย-มีรายได้จากธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (24 ธันวาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่เคยแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด รวมตัวกันนำบันทึกประจำวันที่เคยแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ส่งมอบให้สำนักงานอัยการสูงสุด

 

เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า มีความประสงค์ในการถอนแจ้งความ และต้องการให้อัยการสูงสุดดำเนินการให้พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ บันทึกสอบปากคำพยานทุกฝ่ายที่เคยให้การไว้ใหม่ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีต่อไป

 

ซึ่งวันนี้กลุ่มตัวแทนนำเอกสารมายื่นประกอบการพิจารณา คือ

 

  1. บันทึกประจำวันแสดงเจตนาขอให้การเพิ่มเติม เพื่อให้ตรงตามข้อเท็จจริง
  2. เอกสารขอเป็นพยานบุคคลในคดีดิไอคอนกรุ๊ป
  3. เอกสารบันทึกแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องหา (กลุ่มบอสดิไอคอนกรุ๊ป) เพิ่มเติม
  4. เอกสารรับรองการประกันตัว บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล

 

กลุ่มตัวแทนระบุว่า กลุ่มบุคคลที่มีความประสงค์จะถอนแจ้งความ ตอนนี้รวมตัวกันหลักร้อยคน ทุกคนยืนยันว่าการรวมตัวเพื่อร้องเรียนกรณีนี้ ไม่มีการถูกบังคับแต่อย่างใด ซึ่งทุกคนในตอนนั้นที่ตัดสินใจไปแจ้งความ สาเหตุเพราะเกรงกลัวว่าจะมีความผิด เนื่องจากเข้าใจผิดว่าดิไอคอนกรุ๊ปเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ถ้าไม่แจ้งความจะมีความผิดไปด้วย ทั้งที่ความจริงเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย สามารถสร้างรายได้ได้จริง และไม่ได้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด เพียงกลัวว่าจะมีความผิด

 

ซึ่งก่อนหน้านี้รวมตัวกันไปถอนแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว แต่พนักงานสอบสวนไม่ให้ถอนแจ้งความ

 

อีกทั้งยืนยันว่ากลุ่มที่รวมตัวกันไม่ใช่แม่ข่ายของดิไอคอนกรุ๊ปแต่อย่างใด ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย แต่เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการซื้อขายผลิตภัณฑ์ของดิไอคอนกรุ๊ป เชื่อว่าดิไอคอนกรุ๊ปไม่เคยหลอกลวงพวกตนแต่อย่างใด

The post กลุ่มตัวแทนขายยื่นหลักฐานถอนแจ้งความคดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมรับรองการประกันตัวบอสพอล ยืนยันไม่เสียหาย-มีรายได้จากธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายวิฑูรย์เผย จดหมายในเรือนจำเขียนตามทุกคำพูดของบอสพอล ส่วนสำคัญอยู่ที่ฉบับที่ 4-5 https://thestandard.co/boss-paul-prison-letters-revealed/ Wed, 11 Dec 2024 12:55:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1018530 บอสพอล

วันนี้ (11 ธันวาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล- […]

The post ทนายวิฑูรย์เผย จดหมายในเรือนจำเขียนตามทุกคำพูดของบอสพอล ส่วนสำคัญอยู่ที่ฉบับที่ 4-5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสพอล

วันนี้ (11 ธันวาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เปิดเผยถึงเรื่องจดหมายที่ ‘บอสพอล’ เขียนจากในเรือนจำว่า วันนี้ตนเองได้บอกเล่ากับบอสพอลเกี่ยวกับกระแสที่ดีและไม่ดี

 

ซึ่งข้อความทั้งหมดเขียนจากคำพูดของ ‘บอสพอล’ ทุกคำและนำมาเรียบเรียงเพื่อให้แอดมินเฟซบุ๊กนำไปโพสต์ เบื้องต้นมีประมาณ 5 ฉบับ ซึ่งการเขียนข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างยาก เพราะการที่บอสพอลติดคุกอยู่ด้านในนานสภาพจิตใจของทุกคนก็แย่ลง ส่วนเจตนาของจดหมายคือบอสพอลอยากสื่อสารว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการประกันตัวถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะออกมาสู้คดีภายนอก ที่ผ่านมาก็มีให้เห็นว่าหลายคดีผู้ต้องหาถูกจำคุกแต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุที่บอสพอลระบุว่าไม่มีผู้เสียหายแม้แต่คนเดียวนั้น จากแหล่งข่าวที่ได้ข้อมูลมาจากไลน์กลุ่มที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ซึ่ง 70 เปอร์เซ็นต์คือคนที่เป็นสมาชิกขั้น 2,500 บาท อีกกลุ่มคือระดับ 25,000 บาท และระดับ 250,000 บาท ซึ่งบุคคลทั้งหมดได้รับสินค้าไปหมดแล้ว แต่มีบางส่วนที่ถูกโกงจากแม่ทีม ซึ่งนั่นไม่ใช่ความผิดของบริษัท สำหรับคดีนี้เหลือฝากขังอีก 2 ผัด ซึ่งตนไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่จะทำสำนวนคดีส่งฟ้องทันหรือไม่ แต่เชื่อว่าคงทันเพราะเป็นคดีใหญ่ หากส่งฟ้องไม่ทันเกิดปัญหาใหญ่แน่

 

โดยในวันนี้มีการประชุมกับเหล่าบอส ซึ่งทุกคนยังมีความหวังที่จะได้รับการประกันตัวแม้จะเลือนราง แต่ทุกคนยังมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ วิฑูรย์เปิดเผยด้วยว่า จดหมายที่เขียนจากคำพูดของ ‘บอสพอล’ จะเข้าสู่จุดไคลแมกซ์ (ช่วงสำคัญ) ในฉบับที่ 4 และ 5 แต่วันนี้ยังไม่มีการจดอะไรเพิ่มเติม เป็นเพียงการพูดคุยเรื่องต่อสู้คดีที่ใกล้จะส่งอัยการเร็วๆ นี้

The post ทนายวิฑูรย์เผย จดหมายในเรือนจำเขียนตามทุกคำพูดของบอสพอล ส่วนสำคัญอยู่ที่ฉบับที่ 4-5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสพอลเปิดใจผ่านจดหมายจากเรือนจำ “ทำผิดอะไรถึงต้องสู้อย่างไร้อิสรภาพ” พร้อมพิสูจน์ความจริง ที่ผ่านมาดิไอคอนกรุ๊ปไม่เคยฉ้อโกง https://thestandard.co/boss-paul-jail-letter-fraud-denial/ Wed, 11 Dec 2024 01:42:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1018150

วานนี้ (10 ธันวาคม) เฟซบุ๊ก ‘วรัตน์พล วรัทย์วรกุล’ ผู้ต […]

The post บอสพอลเปิดใจผ่านจดหมายจากเรือนจำ “ทำผิดอะไรถึงต้องสู้อย่างไร้อิสรภาพ” พร้อมพิสูจน์ความจริง ที่ผ่านมาดิไอคอนกรุ๊ปไม่เคยฉ้อโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (10 ธันวาคม) เฟซบุ๊ก ‘วรัตน์พล วรัทย์วรกุล’ ผู้ต้องหาในคดีดิไอคอนกรุ๊ป โพสต์เอกสารฉบับหนึ่งระบุว่าเป็นสารจากเรือนจำฉบับที่ 2

 

มีเนื้อหาว่า “ผมอยู่ในเรือนจำมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว การใช้ชีวิตในเรือนจำ ‘ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย’ สำหรับคนที่เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองแบบผม ผมเฝ้าถามตัวเองทุกๆ วันว่า ‘ผมผิดอะไร’ … ‘ผมทำอะไรผิด’ ถึงต้องเข้ามาอยู่ในนี้ อยู่แบบ ‘ไร้อิสรภาพ’ และยังคงรอได้รับการประกันตัวออกไปเพื่อพิสูจน์ให้สังคมได้รับรู้ ‘ความจริง’ จากปากของผมเอง ซึ่งเป็นคนที่ยังคงเชื่อในกระบวนการยุติธรรมและพร้อมต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม

 

“วันนี้ผมต้องถามตัวเองอีกครั้งว่า ผมกำลังสู้กับอะไรกันแน่? ผมต้องสู้อยู่ในนี้ ในที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยไม่รู้ข่าวสาร ต้องเฝ้าถามและรอคอยคำตอบจากคำบอกเล่าของทนายที่เข้ามาเยี่ยมได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งในแต่ละวัน 

 

“ผมบอกเล่าข้อเท็จจริงฝากทนายความอ๋องเพื่อไปสู่โลกภายนอก โดยการสื่อสารผ่านไปหลายทอด ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีทางที่จะได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน มันไม่มีทางที่จะเหมือนคำพูดของผมที่ถ่ายทอดเองโดยตรงออกมาจากใจแน่ๆ

 

“ผมกังวลในทุกๆ ครั้งที่ต้องสื่อสารอะไรก็ตามผ่านการใช้ปากของคนอื่น แต่ผมจะทำได้อย่างไรในเมื่อผมไม่มีทางเลือกอื่น อย่างไรผมก็ต้องสู้ทั้งๆ ที่ความจริงมันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก ปากกาสักด้าม กระดาษสักแผ่น มันคือของที่หาได้ยาก เพื่อให้เขียนลำดับเหตุการณ์แล้วนำไปบอกเล่าให้ทนายความได้เข้าใจความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่ถูกจำกัดอิสรภาพแล้วต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง มันคือการถูกบีบบังคับให้สู้ในขณะที่เสมือนถูกมัดมือมัดเท้าและปิดหูปิดตา แล้วบอกว่า “สู้สิ” นี่แหละความยุติธรรมที่ผมกำลังเผชิญ

 

“การสู้อยู่ในคุกมันยากเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการออกได้ แค่การหาพื้นที่ว่างสำหรับการหย่อนก้นเพื่อนั่งลงให้พ้นจากผู้คน ผู้ต้องขัง หรือนักโทษจำนวนมากที่แออัดกันอยู่ในนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว การจะหาที่เงียบๆ เพื่อเขียนอธิบายสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยภายใต้สภาพแวดล้อมแบบนี้ 

 

“แต่ไม่ว่าอย่างไร คุณก็จะได้เห็นข้อความนี้ปรากฏอยู่บน Facebook ของผมแล้ว

 

“ผมได้พยายามอย่างที่สุดแล้วจริงๆ ในการกลั่นข้อความบอกผ่านทนายทีละตัวอักษรเพื่อสื่อสารออกมาหาทุกๆ คน ขอให้ทุกๆ คนตั้งใจอ่านสิ่งที่ผมจะบอกต่อจากนี้ให้ดีๆ นะครับ

 

“ความจริงคือ ‘คดีนี้ไม่มีผู้เสียหายเลยแม้แต่คนเดียว’ คำถามที่คุณต้องถามเพื่อค้นหาความจริงด้วยตัวคุณเอง มีใครสักคนไหมที่ซื้อสินค้าจากบริษัทแล้วไม่ได้สินค้า มีใครสักคนไหมที่ขายของมีกำไรในระบบแล้วบริษัทไม่จ่ายเงินให้ มีใครสักคนไหมที่ได้โปรโมชันทริปท่องเที่ยวแล้วบริษัทไม่พาไปเที่ยว แล้วคุณจะพบความจริงที่ว่า ‘ไม่มีเลยสักคน’ 

 

“ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่บริษัทดำเนินธุรกิจมา และไม่มีปรากฏในคำกล่าวหาของตำรวจในคดีนี้ด้วยครับ นั่นคือความจริงที่สรุปได้ว่า ซื้อสินค้าก็ได้สินค้า ทำงานก็ได้เงินและได้ผลตอบแทนอื่นๆ ตามที่บริษัทสัญญาไว้ แต่ก็ยังถูกกล่าวหาว่า ‘ผมฉ้อโกงประชาชน’

 

“อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณสงสัยไหมครับว่า แล้วทำไมถึงมีคนออกมาแจ้งความเป็น 10,000 คน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังในจดหมายฉบับต่อไป”

 

อ้างอิง: 

The post บอสพอลเปิดใจผ่านจดหมายจากเรือนจำ “ทำผิดอะไรถึงต้องสู้อย่างไร้อิสรภาพ” พร้อมพิสูจน์ความจริง ที่ผ่านมาดิไอคอนกรุ๊ปไม่เคยฉ้อโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายวิฑูรย์เผย ส่งคำให้การบอสพอล-ดิไอคอนกรุ๊ปต่อ DSI ครบหมด ยืนยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่-ขายตรง ยกคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบ https://thestandard.co/dsi-investigation-business-model-clarification-the-icon/ Tue, 03 Dec 2024 13:29:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1015644 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (3 ธันวาคม) ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ […]

The post ทนายวิฑูรย์เผย ส่งคำให้การบอสพอล-ดิไอคอนกรุ๊ปต่อ DSI ครบหมด ยืนยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่-ขายตรง ยกคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (3 ธันวาคม) ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมบอสพอลว่า วันนี้ตนได้ยื่นคำให้การของบอสพอล และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ในคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก หรือแชร์ลูกโซ่ดิไอคอนกรุ๊ป ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียบร้อยแล้ว

 

เนื้อหาภายในจะเป็นรายละเอียดคำให้การข้อต่อสู้ต่อข้อกล่าวหาที่ถูก DSI แจ้งไว้ อาทิ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยให้การไปว่า Dealer Gets Dealer ในความหมายจริงคืออะไร เพราะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปให้ความหมายไว้มองว่าเป็นเท็จและไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้หมายความว่าตัวแทนรายหนึ่งแนะนำตัวแทนใหม่เข้ามาแล้วจะได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนทุกเดือน เดือนละ 10,000 บาท หรือคิดเป็นอัตรา 4% ต่อเดือน หรือหนึ่งปีคิดเป็นร้อยละ 48

 

วิฑูรย์กล่าวว่า ส่วนนี้เราให้การไปว่าไม่ใช่ความจริง แต่ความจริงเป็นการแนะนำให้ตัวแทนรายใหม่เข้ามาแล้วได้ค่าตอบแทนเหมือนกับเป็นค่านายหน้า เช่นได้ 10,000 บาท ในอัตราดีลเลอร์ 250,000 บาท ก็เท่ากับ 4% แต่เป็นการได้ครั้งเดียว ไม่ใช่ได้ทุกเดือนตามที่ สศค. ได้ให้การไว้ ซึ่งตรงนี้เป็นการให้การเท็จ เราได้ชี้แจงพร้อมเอกสารประกอบ ซึ่งเป็นเอกสารชุดเดียวกับที่ยื่นให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จำนวนหนึ่งลัง ทั้งนี้ ตนมองว่าการที่ DSI รับฟังความเห็นของ สศค. เป็นการรับฟังโดยสุจริต หากพยานของ สศค. ไม่ให้การ DSI ก็คงแจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการแก้ข้อกล่าวหาเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้การว่า บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ไม่ได้ขายสินค้า แต่หาสมาชิกเป็นหลัก และลักษณะเป็นการสร้างเครือข่ายนั้น เราให้การว่าไม่ได้เป็นการสร้างเครือข่าย โดยเรานำเอาคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่มีข้อเท็จจริงคล้ายกันกับเรามาเทียบเคียงเพื่อทำคำให้การต่อสู้ทางคดี

 

เรายืนยันว่าไม่ได้เป็นการทำธุรกิจเป็นเครือข่ายตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 เพราะตามมาตราดังกล่าวระบุว่าจะต้องได้ค่าตอบแทนจากอัตราเครือข่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในความจริงได้เงินแค่ 10,000 บาท เป็นค่านายหน้า และคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวที่นำมาเทียบเคียงในกรณีของดิไอคอนกรุ๊ป ทราบว่ามีการยกฟ้องเพราะฟังไม่ได้ว่าเป็นการสร้างเครือข่าย

 

วิฑูรย์เผยต่อว่า อีกข้อกล่าวหาที่เราทำคำชี้แจง คือการประกอบกิจการธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เรามีหลักฐานอยู่แล้วว่า สคบ. วินิจฉัยว่าธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ปเป็นตลาดแบบตรง เพราะเราเคยไปยื่นขอเป็นขายตรง แต่เขายืนยันว่ารูปแบบธุรกิจเป็นตลาดแบบตรง ซึ่งเป็นคำสั่งของ สคบ. ที่ 4/ 2565 ค่อนข้างชัดเจน เป็นเอกสารหลักฐานครบทุกอย่าง จึงนำเอาเอกสารทั้งหมดยื่นให้ DSI ทั้งนี้ ทราบว่าผู้ต้องหาบอสรายอื่นก็ยืนยันคำให้การคล้ายบอสพอล จึงยื่นแค่รายเดียว

 

กรณีการนำพยานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กว่า 2,000 รายเข้าให้ปากคำกับ DSI เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบรรดาบอส วิฑูรย์กล่าวว่า ตอนแรกตนส่งบันทึกคำให้การของเหล่าพยานไปให้ DSI แล้วเกือบ 500 ราย วันนี้ส่งเพิ่มเติมอีกหลายร้อยราย และในช่วง 16.00 น. มีการส่งเพิ่มเติมอีกเพราะพึ่งได้เอกสารมา

 

ส่วนพยานที่มาให้ปากคำมีการปรับรูปแบบใหม่ โดย DSI ขอให้เป็นตัวแทน ตนจึงได้ส่งตัวแทนไปเป็นสายบอส บอสละ 5 คน ซึ่งในส่วนที่ตนรับผิดชอบอยู่ส่งไป 30 คน ส่วนบอสท่านอื่นที่มีทนายอยู่แล้วส่งกี่คนตนไม่ทราบ แต่ส่วนของตนมีการสอบปากคำไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พฤศจิกายน) สอบไป 5 ราย วันจันทร์ที่ผ่านมา (2 ธันวาคม) สอบไป 12 ราย วันนี้สอบไปอีก 13 ราย รวมแล้วน่าจะประมาณหนึ่งพันราย

 

วิฑูรย์กล่าวถึงการยื่นประกันตัวบอสผู้ต้องหาว่า หลังจากที่มีการสรุปสำนวนของ DSI แปลว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานไม่ได้ ส่วนเรื่องหลบหนี ประเทศไทยมีศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน (ศูนย์ JSOC) ที่จะติดตามพฤติกรรมของคนที่ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) หากจะเคลื่อนไหวไปชายแดนหรือที่ใด กำไร EM จะระบุพิกัดว่าอยู่ตรงไหน

 

ส่วนหลักทรัพย์การยื่นขอประกันตัวชั่วคราวอาจมีมูลค่า 2 ล้านบาทตามที่กลุ่มบอสดาราเคยยื่นขอต่อศาล ทั้งนี้ ตนได้บอกบอสพอลแล้วว่า สามารถ เจนชัยจิตรวนิช เข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว บอสพอลก็ถามว่าสามารถถูกดำเนินคดีอะไร ตนก็บอกว่าคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินจากคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด แต่บอสพอลก็ไม่ได้แสดงอะไรเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ยืนยันว่าบอสพอลไม่ได้เจอ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เพราะเรือนจำแยกไม่ให้เจอกัน

The post ทนายวิฑูรย์เผย ส่งคำให้การบอสพอล-ดิไอคอนกรุ๊ปต่อ DSI ครบหมด ยืนยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่-ขายตรง ยกคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลถอดคลิปเสียงความยาว 6 ชั่วโมงส่งกองปราบเอาผิดกฤษอนงค์เพิ่ม ปมเรียกเงินบอสพอล 7.5 แสน เตรียมแจ้งความทนายตั้มต่อ https://thestandard.co/boss-pauls-lawyer-02122024/ Mon, 02 Dec 2024 11:23:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1015236 ทนายบอสพอล

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชากา […]

The post ทนายบอสพอลถอดคลิปเสียงความยาว 6 ชั่วโมงส่งกองปราบเอาผิดกฤษอนงค์เพิ่ม ปมเรียกเงินบอสพอล 7.5 แสน เตรียมแจ้งความทนายตั้มต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอล

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป ให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีที่ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากวรัตน์พล

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้ตนนำไฟล์เสียงฉบับเต็มจำนวน 6 ชั่วโมง พร้อมคำถอดเทปมาส่งให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมเข้าให้การว่าประโยคใดที่เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ ซึ่งคลิปนี้จะมีรายละเอียดชัดเจนมากกว่าคลิป 1.30 ชั่วโมงที่มอบไปก่อนหน้านี้

 

โดยเนื้อหาภายในคลิปก็มีการพูดคุยกันหลายอย่าง รวมถึงการทำสัญญาของ 89 คนที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย และจะให้คืนเงิน และในเนื้อหายังพูดไปถึงข้าราชการระดับผู้อำนวยการท่านหนึ่งด้วย ซึ่งกฤษอนงค์อ้างว่าทำงานด้วยกัน แต่ตนขอไม่เปิดเผยรายละเอียดการพูดถึง เพราะเป็นความลับในสำนวน แต่เป็นลักษณะของการอ้างเป็นหน้าเสื่อเคลียร์แทนให้ ส่วนข้าราชการท่านนี้จะเพียงแค่ถูกแอบอ้างหรือรู้เห็นด้วยจริงๆ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน

 

เมื่อถามว่า ข้าราชการคนดังกล่าวอยู่ในหน่วยงานที่ทำคดีหรือไม่ วิฑูรย์ตอบว่า ไม่ใช่ จึงถามต่อว่า ใช่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือไม่ วิฑูรย์ไม่ตอบแต่ยิ้มเล็กน้อย

 

สำหรับคดีของ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ วิฑูรย์ระบุว่า ให้การไปเพียงพอทั้งหมดแล้ว ซึ่งตอนแรกทีมทนายความเข้าแจ้งความในข้อหาพยายามฉ้อโกง แต่เมื่อมีการสอบพยาน ตำรวจก็มองว่าเข้าข่ายพยายามกรรโชกทรัพย์ เพราะพยานให้การว่ามีความกลัวอย่างไรบ้างในตอนที่พูดคุยกัน เมื่อถามว่า มีอะไรจะฝากถึงรัฐภูมิหรือไม่ วิฑูรย์ตอบเพียงว่า ขอให้ฟิล์มโชคดี

 

ส่วนวันนี้ที่เข้าไปเยี่ยมวรัตน์พลในเรือนจำยังไม่ได้ฝากอะไรมาเป็นพิเศษ ตอนนี้จะมีเพียงออร์เดอร์ของ ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด ที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยเตรียมเอาผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ กรณีที่สำนักงานกฎหมายของษิทราเคยแชตกับกลุ่มผู้เสียหายทางแอปพลิเคชันไลน์ อ้างว่าสามารถติดต่อเจรจากับวรัตน์พลให้คืนเงินได้ จำนวน 7.5 ล้านบาท แต่วรัตน์พลยืนยันว่าไม่เคยคุยกับษิทรา

เมื่อถามถึงการเตรียมยื่นประกันวรัตน์พลและบอสคนอื่นๆ วิฑูรย์บอกว่า ทีมทนายความก็เตรียมที่จะยื่นประกันตามสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะยื่นเมื่อไร ตอนนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยังไม่ปิดสำนวน

The post ทนายบอสพอลถอดคลิปเสียงความยาว 6 ชั่วโมงส่งกองปราบเอาผิดกฤษอนงค์เพิ่ม ปมเรียกเงินบอสพอล 7.5 แสน เตรียมแจ้งความทนายตั้มต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิฑูรย์เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจฯ หลังพบให้ข้อมูลเท็จ-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ https://thestandard.co/witoon-official-misconduct-false-information/ Thu, 28 Nov 2024 10:49:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1013944 วิฑูรย์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอ […]

The post วิฑูรย์เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจฯ หลังพบให้ข้อมูลเท็จ-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิฑูรย์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เดินทางเข้าเยี่ยมบอสพอลเพื่อปรึกษาแนวทางการต่อสู้คดี ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

โดยภายหลังการเข้าพบ วิฑูรย์เปิดเผยถึงการต่อสู้คดีเบื้องต้นและยืนยันว่า ในวันพรุ่งนี้ (29 พฤศจิกายน) จะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบและเอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ให้การเท็จในคดีและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 

จากการให้ข้อมูลว่า ผลตอบแทนทางธุรกิจของตัวแทนจำหน่ายร้อยละ 4 ต่อเดือนเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ถือว่าเป็นการให้การเท็จ และเตรียมยื่นหนังสื่อถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ทราบข้อเท็จจริงภายในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

 

ส่วนการนำพยานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เข้ามาเป็นพยานในคดี วิฑูรย์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีเจตนาประวิงเวลา แต่กระทำเพื่อใช้สิทธิในการต่อสู้คดี DSI ต้องฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อมาประกอบในสำนวน

 

สำหรับกรณีที่ DSI ตั้งข้อพิรุธในเรื่องเอกสารยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลการโอนเงินให้กับแม่ของสามารถ ซึ่งลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 วิฑูรย์ยืนยันว่า ตนเองเป็นคนนำเอกสารดังกล่าวมาให้บอสพอลเซ็นยืนยันจริง แต่เอกสารดังกล่าวตนเองไม่ได้เป็นคนจัดทำขึ้น และเป็นเพียงเอกสารที่ที่ปรึกษาสามารถนำมาให้เพื่อให้บอสพอลเซ็นยืนยันตามข้อเท็จจริงเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญต่อรูปคดี ไม่ใช่เอกสารสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใด โดยเอกสารได้มีการเซ็นอย่างถูกต้อง และมีตราประทับของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า หาก DSI พยายามกล่าวหาว่า ตนเองพยายามเข้าไปแทรกแซงหรือช่วยเหลือผู้ต้องหานั้น ควรพิจารณาตามพยานหลักฐาน และตั้งข้อสงสัยว่า DSI ไม่พอใจที่ตนเองพยายามต่อสู้คดีหรือไม่

The post วิฑูรย์เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจฯ หลังพบให้ข้อมูลเท็จ-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 6 คดีดังกับ 29 ตัวละครสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน-ตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 https://thestandard.co/6-major-cases-sep-oct-nov-2567/ Wed, 27 Nov 2024 07:58:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1013445

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน 256 […]

The post สรุป 6 คดีดังกับ 29 ตัวละครสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน-ตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน 2567 เกิดคดีความที่เป็นที่สนใจของประชาชนมากมาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคดีเหล่านี้เกิดจากการฉ้อโกงที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายของประชาชนเป็นวงกว้าง และอีกส่วนที่สำคัญคือ ผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม

 

THE STANDARD สรุปข้อมูล 6 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียง 3 เดือน ดังนี้

 

 

‘คดีดิไอคอนกรุ๊ป’ หรือที่หลายคนเรียกว่าจักรวาลดิไอคอน คดีความเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง 

 

เนื่องจากคดีนี้สร้างผลกระทบไปถึงหลายภาคส่วน ทั้งในหน่วยงานราชการ, เอกชน, มูลนิธิ และกระทบไปถึงคนหลายวงการ ทั้งนักการเมือง, นักแสดง, นักกฎหมาย, นักธุรกิจ และนักร้องเรียน

 

ในเรื่องความเสียหาย ณ ปัจจุบัน (เดือนพฤศจิกายน 2567) มีประชาชนเดินทางมาแสดงตัวว่าได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 9,000 คน เกิดความเสียหายมากกว่า 2 พันล้านบาท

 

ด้วยขอบเขตความเสียหายที่เป็นวงกว้างและคดีมีความซับซ้อน ทำให้ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นหลักคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) 

 

มีผู้ถูกกล่าวหาตามลำดับความสำคัญ ดังนี้

 

  1. บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดย วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้มีอำนาจดำเนินการแทนนิติบุคคล
  2. บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล
  3. โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี
  4. บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์
  5. บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร
  6. บอสหมอเอก-ดร.ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ
  7. บอสสวย-นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์
  8. บอสโซดา-ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์
  9. บอสโอม-นันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา
  10. บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์
  11. บอสแม่หญิง-กนกธร ปูรณะสุคนธ์
  12. บอสอูมมี่-เสาวภา วงษ์สาขา
  13. บอสทอมมี่-เชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์
  14. บอสป๊อป-หัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์
  15. บอสจอย-วิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ
  16. บอสอ๊อฟ-ธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์
  17. บอสแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี
  18. บอสมิน-พีชญา วัฒนามนตรี
  19. บอสกันต์-กันต์ กันตถาวร

 

‘กฤษอนงค์’

จากนักร้องเรียนที่เป็นตัวแทนพาผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษคดีดิไอคอนกรุ๊ป สู่การถูกเปิดเผยข้อมูลคลิปเสียงว่าเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลในคดีเดียวกัน (ทำงานให้ 2 ฝ่าย) ทำให้ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหลัก คือ กรรโชกทรัพย์ และเป็นตัวกลางเรียกรับสินบน จนนำมาสู่การจับกุมตัวในที่สุด

 

‘สามารถและแม่’ 

สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตรองโฆษกและอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นนักการเมืองแทบจะคนแรกๆ ที่ถูกพูดถึงในคดีดิไอคอนกรุ๊ป สืบเนื่องมาจากคลิปเสียงปริศนาที่คนนำไปผูกโยงว่าอาจเป็นสามารถ แม้ต่อมาฝั่งดิไอคอนกรุ๊ปจะเคลื่อนไหวผ่านทางทนายความว่าไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ให้สามารถเลยก็ตาม

 

แต่ในท้ายที่สุดตำรวจกลับพบเส้นทางการเงินสำคัญระหว่างตัวบุคคลในดิไอคอนกรุ๊ป (บอสพอล) โอนถึงมารดาของสามารถ ซึ่งถูกส่งต่อให้สามารถอีกทอด มูลค่ามากเกินล้านบาท และทำมาอย่างต่อเนื่อง

 


 

 

‘ทนายตั้ม-ภรรยา’

เรื่องนี้มีที่มาจากรายการ คุยทุกเรื่องกับสนธิ หรือ Sondhitalk ซึ่งดำเนินรายการโดย สนธิ ลิ้มทองกุล ที่เปิดเผยพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ และเบิกตัวผู้เสียหายซึ่งก็คือ จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย อดีตลูกความและนายจ้างของบริษัท ษิทรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด

 

โดยหลักใหญ่ใจความที่เจ๊อ้อยเปิดเผยนำมาสู่การเปิดแผลว่า ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เคยได้รับทรัพย์สินไปมากมาย เพื่อแลกกับการเป็นธุระจัดการธุรกิจและเรื่องส่วนตัวให้เจ๊อ้อยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศกับครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เจ๊อ้อยรับรู้ได้ถึงความผิดปกติในการบริหารทรัพย์สิน จึงเลิกจ้างทนายตั้มและเริ่มทวงถามเงินและรถต่างๆ ที่ไหว้วานเป็นธุระให้ จนนำมาสู่ข้อเท็จจริงที่ว่าเงินของเจ๊อ้อยถูกแปลงเป็นของทนายตั้มไป และเจ๊อ้อยขอดำเนินคดีทันที

 

‘หมอบุญ’

คดีนี้นับเป็นเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในวงการตลาดหุ้นไทย หลังศาลอาญาออกหมายจับ นพ.บุญ วนาสิน พร้อมกับภรรยา บุตรสาว และพวก รวม 9 คน 

 

จากการที่ นพ.บุญ ชักชวนนักธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ให้ร่วมลงทุนใน 5 โครงการ มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ประกอบไปด้วย 

 

  • โครงการสร้างศูนย์มะเร็งย่านปิ่นเกล้า
  • โครงการ Wellness Center ย่านพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 
  • โครงการสร้างโรงพยาบาลใน สปป.ลาว 3 แห่ง
  • ลงทุนโรงพยาบาลในเวียดนาม 
  • Medical Intelligence อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

 

ในรูปแบบทำสัญญากู้ยืมเงินโดยให้ดอกเบี้ยกับผู้เสียหาย และจ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ พร้อมเช็คเพื่อชำระค่าดอกเบี้ยล่วงหน้าในชื่อ นพ.บุญ โดยมี จารุวรรณ วนาสิน และ ณวรา วนาสิน บุคคลในครอบครัว เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญา โดยช่วงแรกให้ดอกเบี้ยกับผู้ที่เข้าร่วมลงทุนตามสัญญา แต่ต่อมาไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามกำหนด

 


 

 

‘แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์’

จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้เสียหาย 2 คนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจ หลังซื้อทองคำจากบริษัท เคทูเอ็น โกลด์ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการโดย กานต์พล เรืองอร่าม หรือ ป๋าเบียร์ และ กรกนก สุวรรณบุตร หรือ แม่ตั๊ก นำมาสู่การเปิดศูนย์รับแจ้งความทั่วประเทศเพื่อรวบรวมผู้เสียหายที่ซื้อทองคำได้แพงเกินกว่าราคาตลาด ได้รับของไม่ตรงตามการโฆษณาในไลฟ์ และไม่สามารถนำทองคำที่ซื้อมาไปขายต่อที่ร้านทองอื่นๆ ได้ นำมาสู่การขุดคุ้ยเรื่องของป๋าเบียร์และแม่ตั๊ก 2 สามีภรรยาที่มีชีวิตในโลกออนไลน์ร่ำรวยว่าเป็นไปเกินจริง

 

และจบลงที่ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค, ร่วมกันประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ

 

‘เชฟอ้อย’

การจับกุม ยุวดี ชัยศิริพาณิชย์ หรือ เชฟอ้อยกระทะเหล็ก เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รับเรื่องจากผู้เสียหายที่รู้จักกับเชฟอ้อยผ่านรายการโทรทัศน์

 

จากนั้นได้ติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารเชฟอ้อย มีความสนิทสนมกัน ทางเชฟอ้อยเห็นว่าผู้เสียหายต้องการจะขายทองคำ เพชร และพระเครื่อง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท จึงเสนอตัวจะเป็นนายหน้า เชฟอ้อยจ่ายเงินก้อนแรกเรียบร้อย 5 แสนบาท แต่ต่อมาประสบปัญหาทางธุรกิจ จึงไม่สามารถผ่อนคืนให้กับผู้เสียหายได้

 

‘เชน ธนา-ภรรยา’

ว่าด้วยเรื่องของหนี้ ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ หรือ เชน ธนา เล่าถึงที่มาของเรื่องนี้ว่า สั่งสินค้าจากบริษัทผู้เสียหาย ซึ่งสินค้ามีทั้งหมด 2 ล็อต ล็อตแรกขายดี แต่เพียง 7 วันหลังจากรับสินค้า ได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าสินค้ามีปัญหาในการขออนุญาตโฆษณา กล่องผลิตภัณฑ์ไม่สามารถนำไปโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ที่ซื้อไว้ได้

 

ทำให้บริษัทของเชนต้องเรียกสินค้าคืนทั้งหมด นอกจากนี้ สินค้าไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงไว้คือ เนื้อผลิตภัณฑ์ต้องเป็นสีเหลือง แต่ของที่ได้รับกลับเป็นสีส้ม บริษัทของเชนจึงไม่ได้จ่ายค่าผลิตใดๆ ที่เกิดขึ้น จนนำมาสู่การที่บริษัทดังกล่าวต้องแจ้งความเอาผิดเงินค่าผลิตสินค้าจำนวน 79 ล้านบาท

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post สรุป 6 คดีดังกับ 29 ตัวละครสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน-ตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI จับครบ ‘สามารถ-แม่’ คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนบอสพอลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ https://thestandard.co/dsi-arrests-samart-the-icon-laundering/ Mon, 25 Nov 2024 09:28:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1012557 DSI ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบส […]

The post DSI จับครบ ‘สามารถ-แม่’ คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนบอสพอลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายฟอกเงินบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล, สามารถ เจนชัยจิตรวนิช และ วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่ของสามารถ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด 

 

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา DSI นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 จุดของสามารถและแม่ ย่านตลิ่งชัน-พรานนก และซอยพญานาค เขตราชเทวี ตรวจยึดของกลาง เช่น โทรศัพท์มือถือ, รถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด, เอกสารเกี่ยวกับบัญชีการเงิน และสัญญาต่างๆ 

 

และสามารถจับกุมแม่ของสามารถได้ ก่อนจะคุมตัวไปสอบปากคำที่ DSI โดยเจ้าตัวยังให้การไม่ค่อยเป็นประโยชน์ต่อคดีและอยู่ระหว่างสอบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนความสัมพันธ์กับบอสพอล ยังไม่ได้สอบปากคำ

 

แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินที่ระดมจากสมาชิกบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โอนต่อไปยังกลุ่มบอสผู้ต้องหา ก่อนโอนต่อให้แม่ของสามารถ โดยเส้นทางการเงินจากบอสพอล ประมาณ 2.5 ล้านบาท และ บอสปีเตอร์ 5 แสนบาท รวมประมาณ 15 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2564 – ปัจจุบัน 

 

ซึ่งแม่ของสามารถอ้างว่าเป็นเงินทำบุญและเงินยืม แต่ DSI เพียงรับฟังและต้องชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน เพราะเงินรับมาเป็นหลักแสน ส่งมาเป็นงวดๆ ทุกเดือน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการรับโอนเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือปกปิด ซุกซ่อน อำพราง เข้าข่ายความผิดอาญาฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

 

พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบเส้นทางการเงินต้องสงสัยอีกกว่า 100 ล้านบาท ที่มาจากแหล่งอื่นๆ นอกเหนือจากบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โอนเข้าบัญชีแม่ของสามารถ ที่ DSI กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย 

 

ส่วนสามารถแม้ DSI จะไม่พบที่บ้านพัก แต่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามจับกุม จนกระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 พบตัวสามารถที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายแล้ว และอยู่ระหว่างนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ DSI คืนนี้ แต่เบื้องต้นจากการตรวจค้นบ้านหรูย่านตลิ่งชัน พบว่าแอร์ห้องนอนสามารถยังเปิดทิ้งไว้ มีเสื้อผ้าถูกถอดออก มีลักษณะเร่งรีบออกไปก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น แต่ไม่ทราบเวลาแน่ชัดว่าออกไปเมื่อใด หรือเจ้าตัวอาจจะไปทำบุญจริงๆ และยังไม่ปรากฏข้อมูลการเตรียมออกนอกประเทศ จึงต้องรอสอบสวนเจ้าตัวอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัว 48 ชั่วโมง ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่ พนักงานสอบสวนต้องประชุมกันก่อน แต่หากพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานก็จะต้องคัดค้านการประกันตัว ส่วนบอสพอลที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วย DSI เตรียมเข้าไปแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ และจะขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเทเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินเพิ่มเติม

 

ส่วนที่ทนายความของบอสพอลให้สัมภาษณ์ว่า บอสพอลไม่ติดใจดำเนินคดีกับสามารถ อธิบดี DSI ยืนยันว่า แม้บอสพอลจะไม่แจ้งความ แต่คดีนี้เป็นอาญาแผ่นดิน เมื่อเจ้าพนักงานพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการกระทำผิด 

 

อีกทั้ง DSI พิจารณาแล้วว่าคดีฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีพยานหลักฐานแน่นหนาในระดับหนึ่ง การที่ได้ทรัพย์จากการกระทำผิดมาโอนเปลี่ยนแปลงสภาพ ปกปิด อำพราง ถือว่าเข้าข่ายฐานฟอกเงิน ส่วนที่บอสพอลอ้างว่าเป็นเงินทำบุญ หรือเป็นเงินทำบุญและเป็นเงินยืม ได้เงินคืนทั้งหมดแล้วนั้น ก็เป็นสิทธิที่จะอ้างได้ และสามารถยื่นหลักฐานมาได้ DSI ก็จะรับฟัง

 

สำหรับสำนวนคดีฟอกเงินนี้ DSI จะเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการภายใน 84 วัน ซึ่งจะแยกเป็นอีกสำนวนหนึ่ง ส่วนสำนวนคดีดิไอคอนกรุ๊ปจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

 

DSI ดิไอคอนกรุ๊ป DSI ดิไอคอนกรุ๊ป

The post DSI จับครบ ‘สามารถ-แม่’ คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนบอสพอลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดประวัติ ‘สามารถ เจนชัยจิตรวนิช’ อดีตรองโฆษกพรรค พปชร. สู่ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน https://thestandard.co/samart-ex-pprp-spokesperson-info/ Mon, 25 Nov 2024 05:58:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1012453 ประวัติ สามารถ

ในคดีบอสดิไอคอนกรุ๊ปที่ปรากฏเป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา พบ […]

The post เปิดประวัติ ‘สามารถ เจนชัยจิตรวนิช’ อดีตรองโฆษกพรรค พปชร. สู่ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวัติ สามารถ

ในคดีบอสดิไอคอนกรุ๊ปที่ปรากฏเป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา พบคลิปเสียงปริศนา นักการเมือง ส. สนทนากับ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด

 

จนนำมาสู่การเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม้ในช่วงแรกสามารถจะออกมายืนยันว่าไม่ใช่เสียงของตัวเอง และจะฟ้องกลับผู้ที่กล่าวหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

 

จากนั้นไม่มีใครได้พบตัวสามารถอีก กระทั่งสามารถยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. และ DSI ออกมาเปิดเผยว่าพบเส้นเงินโอนจากบอสพอล บอสปีเตอร์ ให้แม่ถึงนักการเมือง ส. และโอนไปยังนักการเมือง ส. เกือบ 100 ล้านบาท

 

THE STANDARD ชวนผู้ติดตามและผู้อ่านทำความรู้จัก ‘สามารถ เจนชัยจิตรวนิช’ ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย จากอดีตรองโฆษกพรรค พปชร. สู่ผู้ต้องหารีดไถเงินบอสดิไอคอนกรุ๊ป

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post เปิดประวัติ ‘สามารถ เจนชัยจิตรวนิช’ อดีตรองโฆษกพรรค พปชร. สู่ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI พบเส้นทางการเงินชัดเจนของ ‘บอสพอล-สามารถ-แม่สามารถ’ มีเงินหลักแสนบาทโอนเข้าบัญชีทุกเดือน ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเงินทำบุญ https://thestandard.co/dsi-financial-trail-boss-paul-samart-mother/ Mon, 25 Nov 2024 04:07:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1012389

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบส […]

The post DSI พบเส้นทางการเงินชัดเจนของ ‘บอสพอล-สามารถ-แม่สามารถ’ มีเงินหลักแสนบาทโอนเข้าบัญชีทุกเดือน ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเงินทำบุญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า การดำเนินการสอบสวนเรื่องฟอกเงินทางอาญาของคดีดิไอคอนกรุ๊ป เนื่องด้วยได้รับไว้เป็นคดีพิเศษที่ 115/2567 ก่อนที่จะรับคดีความผิดเรื่องแชร์ลูกโซ่ หรือเลขคดีพิเศษที่ 119/2567 ไว้เป็นคดีพิเศษ ตามที่ได้รับโอนสำนวนมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ซึ่งภายหลังจากที่ DSI รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องจากดิไอคอนกรุ๊ป จึงพบว่าในกรณีที่บรรดาผู้เสียหายในคดีได้โอนเงินชำระเพื่อซื้อสินค้าหรือเปิดบิลเป็นผู้ตัวแทนจำหน่ายกับบัญชีธนาคารของดิไอคอนกรุ๊ป จากนั้นบัญชีของดิไอคอนกรุ๊ปก็โอนต่อมาที่ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ต่อมาบอสพอลและบอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์ โอนต่อมายังกลุ่มที่ถูกศาลออกหมายจับ คือ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช นักการเมือง และมารดา

 

พ.ต.ต. ยุทธนา เผยต่อว่า สำหรับไทม์ไลน์ที่ DSI สืบสวนพบจากร่องรอยการทำธุรกรรมรับโอนเงินระหว่างบอสพอลและนักการเมืองรายนี้นั้น พบตั้งแต่ช่วงปี 2564 โดยในบัญชีธนาคารแม่ของนักการเมืองรายนี้มียอดเงินรายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรับโอนเงินจากทางอื่น แต่ส่วนที่รับโอนโดยตรงจากบอสพอลมีประมาณ 2.5 ล้านบาท

 

ทั้งยังมีการรับโอนจากบอสปีเตอร์หลักหลายแสนบาท อย่างไรก็ตาม การจะกล่าวอ้างว่าเงินหลายล้านบาทนี้เป็นเงินทำบุญหรือเงินใดนั้น บุคคลก็สามารถให้การได้ ถือเป็นสิทธิ แต่ DSI ก็จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินทำบุญจริงหรือไม่และเหตุใดจึงเป็นเงินทำบุญทุกเดือน เพราะบางครั้งหลายแสนบาท และยังเป็นไปตามวงรอบทุกเดือน จึงมองว่าพฤติการณ์ลักษณะนี้อาจไม่ใช่เงินทำบุญ

 

พ.ต.ต. ยุทธนา เผยอีกว่า ส่วนเหตุใดจึงเป็นความผิดฐานฟอกเงินทางอาญานั้น เพราะคือการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือมีลักษณะปกปิดอำพราง อีกทั้งนักการเมืองรายนี้ยังใช้เงินผ่านบัญชีแม่ของตัวเอง เพราะเมื่อบอสพอลหรือบอสปีเตอร์โอนเงินมายังบัญชีแม่ของนักการเมือง แม่ของนักการเมืองก็จะโอนต่อมายังบัญชีนักการเมือง จึงยืนยันว่าทั้งคู่มีการกระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ทั้งนี้ หากพบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวมายังอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

 

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับหมายจับในครั้งนี้ ประกอบด้วย

  1. บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล 
  2. มารดาของสามารถ เจนชัยจิตรวนิช 
  3. สามารถ เจนชัยจิตรวนิช

 

ขณะที่ DSI ยังมีหมายค้นของศาลสำหรับเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 จุด เพื่อตรวจยึดพยานเอกสารและพยานวัตถุ ประกอบด้วย จุดที่ 1 บ้านพักของนักการเมือง ภายในโครงการบ้านหรูแห่งหนึ่งบนถนนราชพฤกษ์ จุดที่ 2 คอนโดมิเนียมของนักการเมืองในเขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยเมื่อเวลา 06.00 น. DSI แบ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกเป็น 2 ส่วน เพื่อเข้าปฏิบัติการใน 2 จุด

The post DSI พบเส้นทางการเงินชัดเจนของ ‘บอสพอล-สามารถ-แม่สามารถ’ มีเงินหลักแสนบาทโอนเข้าบัญชีทุกเดือน ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเงินทำบุญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI เตรียมยุติการสอบสวน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป 3 ธ.ค. นี้ ทนายบอสพอลพ้อ เจอตัด 2,000 พยานฝั่งบริษัท ย้ำกลุ่มบอสยังกำลังใจดี ขอสู้เพื่ออิสรภาพ https://thestandard.co/dsi-to-end-investigation-18-icon-bosses/ Wed, 20 Nov 2024 11:25:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1010873

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ […]

The post DSI เตรียมยุติการสอบสวน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป 3 ธ.ค. นี้ ทนายบอสพอลพ้อ เจอตัด 2,000 พยานฝั่งบริษัท ย้ำกลุ่มบอสยังกำลังใจดี ขอสู้เพื่ออิสรภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาชาย 11 คนในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ในความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (แชร์ลูกโซ่) และความผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องหาให้ปากคำแบบปฏิเสธไปก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในภายหลังแทน ตอนนี้สิ่งที่กังวลที่สุดคือ DSI จะยุติการสอบสวนในวันที่ 3 ธันวาคม เพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการ แต่ DSI จะส่งสำนวนวันไหนตนเองยังไม่ทราบ ดังนั้นในส่วนของพยานที่บริษัทเตรียมไว้กว่า 2,000 คน เบื้องต้นจึงต้องเข้าให้ข้อมูลให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 ธันวาคม เช่นกัน 

 

โดย DSI ให้เอกสารร่างมา 1 ฉบับ เพื่อให้ตนเองนำไปให้บรรดาพยานกรอกรายละเอียด ถ้าถามว่าตนพอใจหรือไม่ ก็คงไม่พอใจ เพราะบันทึกที่ DSI ทำไว้ให้ค่อนข้างจำกัด ตนก็ต้องมานั่งปรับใหม่ให้มันเป็นกลาง คราวนี้ตัวแทนของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่ยังคงขายของได้อยู่นั้น DSI ก็อยากให้การในความเป็นจริงทั้งหมด เช่น พฤติการณ์ในคดี ตนเองมั่นใจว่าพยานกว่า 2,000 คนคงไม่ได้สอบปากคำเข้าสำนวนทุกคน พูดง่ายๆ คือ DSI พยายามตัดพยาน รวบรัดพยาน ซึ่งเราก็บอกว่ามันทำให้เราสู้คดีได้ไม่เต็มที่ มันไม่เป็นธรรมกับเรา

 

วิฑูรย์กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นตนไม่โทษ DSI และเข้าใจ เพราะเกมนี้ DSI ไม่ใช่คนเริ่ม แต่คนเริ่มคือตำรวจสอบสวนกลางและตำรวจกองบังคับการปราบปรามที่มาจับ 18 บอสเข้าเรือนจำและคัดค้านการประกันตัว ทำให้กรอบระยะเวลาการสอบสวนแรกเริ่มเหลืออยู่ที่ 48 วัน แล้วพอ DSI รับโอนสำนวนไปทำและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จึงขยายออกไปได้เป็น 84 วัน แต่มันไม่เพียงพอสำหรับคดีที่มีความซับซ้อน กลายเป็นสิทธิการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาตอนนี้แทบไม่มีเลย 

 

สำหรับพยานกว่า 2,000 คน ตนอยากให้ DSI สอบสวนเข้าสำนวนก่อนถึงวันที่ 3 ธันวาคม โดยเสนอ DSI ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะพาพยานมาให้สอบสวนวันละ 200 คน ซึ่ง DSI บอกว่าให้ไปทำบันทึกมาก่อนว่าจะให้ DSI สอบประเด็นใดบ้าง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้พยานแต่ละคนเขียนกลับมาทัน อุปสรรคเยอะจริงๆ แต่มั่นใจว่าภายใน 1-2 วัน เอกสารที่จะให้ตัวแทนแต่ละคนเขียนบันทึกข้อเท็จจริงส่งกลับมายืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา น่าจะได้ครบหรือได้มากที่สุด เพื่อส่งให้ DSI ก่อนล็อตแรก 

 

ทั้งนี้ ตนต้องเรียนว่าพยานทั้ง 2,000 คน แต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน บางคนเป็นตัวแทนระดับหนึ่ง บางคนเป็นตัวแทนเฉพาะแค่การเปิดบิล 25,000 บาท บางคนเป็นตัวแทนขายสินค้า ขายปลีก ขายส่ง ขายออนไลน์ ทำให้มีความแตกต่างกันไป จึงมองว่า DSI ควรสอบให้ครบทุกคน เพราะในชั้นศาลจะไม่มีการตัดพยานอยู่แล้ว ดังนั้นตนก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด

 

เมื่อถามว่าในสัปดาห์หน้า DSI อาจได้สอบพยานของดิไอคอนกรุ๊ป 100 คนแรกหรือไม่ และจะสอบทันหรือไม่ วิฑูรย์กล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะ 1 คนก็ใช้เวลาสอบพอสมควร อาจต้องมีการคัดกรอง แล้วตนคงใช้ขั้นตอนร้องขอความเป็นธรรมในชั้นพนักงานอัยการแทน ทั้งนี้ ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม แต่ความยุติธรรมที่ปิดปากผู้ต้องหาก็คือความไม่ยุติธรรมเช่นกัน พร้อมย้ำว่าคนที่เริ่มเกมนี้คือตำรวจ ไม่ใช่ DSI 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า การจะขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ตนไม่ได้ประวิงเวลา ตนเป็นทนายความก็ต้องเต็มที่ ต้องเอาพยานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา สิทธิการต่อสู้คดีที่เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่ควรมี แต่เรากลับกำลังไม่ได้รับสิทธินั้น และวันนี้บรรดา 11 บอสชายยังไม่ได้ให้ปากคำหรือชี้แจงเอกสารใดกับ DSI เนื่องจากเอกสารอยู่ภายนอกจำนวนมาก และภายในห้องสอบสวนของเรือนจำไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการแสดงเอกสารใดให้พนักงานสอบสวนดู เพราะต้องแปะกระดาษผ่านกระจก

 

วิฑูรย์ย้ำว่า บรรดาผู้ต้องหาไม่เสียกำลังใจ เพราะอย่างไรเมื่อพนักงานสอบสวนส่งฟ้องต่ออัยการก็จะต้องไปสู้คดีในชั้นศาลอยู่ดี เพียงแค่รู้สึกไม่พอใจว่าไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้กับประเทศที่มีขื่อมีแป ส่วนสภาพจิตใจของบรรดาบอสไม่ได้แย่ ต้องกัดฟันสู้ จะมัวแต่จิตตกไม่ได้ และไม่ท้อ ต้องสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเอง เพื่อครอบครัว เพื่อตัวแทน เพื่อคนในอุตสาหกรรมตลาดแบบตรง และเพื่อความเป็นธรรมของตัวเองด้วย

The post DSI เตรียมยุติการสอบสวน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป 3 ธ.ค. นี้ ทนายบอสพอลพ้อ เจอตัด 2,000 พยานฝั่งบริษัท ย้ำกลุ่มบอสยังกำลังใจดี ขอสู้เพื่ออิสรภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท https://thestandard.co/boss-paul-lawyer-files-case-against-kritanong-film/ Tue, 19 Nov 2024 07:37:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1010387

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอ […]

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กล่าวว่า วันนี้ทีมทนายนำหนังสือมอบอำนาจเข้าไปให้บอสพอลลงชื่อมอบอำนาจในการดำเนินคดีกับ พัช-กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ และ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หลังปรากฏคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท

 

วิฑูรย์กล่าวว่า บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าความผิดยังไม่สำเร็จแต่มีความพยายามในการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องหารือกับพนักงานสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์หรือพยายามฉ้อโกง

 

ส่วนตัวมองว่าทั้งกฤษอนงค์และรัฐภูมิน่าจะเข้าข่ายข้อหาพยายามฉ้อโกงมากกว่ากรรโชกทรัพย์ เพราะคลิปเสียงมีเนื้อหาที่พยายามข่มขู่ให้จ่ายเงิน ซึ่งพฤติกรรมในคลิปมีการพยายามช่วยและจะให้โอนเงินเพื่อไปออกรายการโหนกระแส

 

วันนี้จะคุยรายละเอียดกับบอสพอลและเหล่าบอสชาย 11 คนให้เรียบร้อย รวมถึงพูดคุยเรื่องวันพรุ่งนี้ (20 พฤศจิกายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากที่มีกำหนดการสอบสวน ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นพฤติการณ์ของคดีโดยละเอียด

 

วิฑูรย์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้เดินทางไปยื่นประกันตัว บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ โดยแนบพยานหลักฐาน เอกสารใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยโรคมะเร็งระยะที่ 3 แต่ศาลยกคำร้องเหมือนกับเคสของ 3 บอสดารา เพราะกลัวจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก

 

หลังจากนี้จะไม่ยื่นประกันตัวแล้ว เพราะขนาดบอสวินเป็นโรคมะเร็งยังไม่ได้รับการพิจารณา ดังนั้นจึงจะไปหารือกับทีมทนายเพื่อขอยื่นประกันตัวในช่วงเวลาการฝากขังผัดที่ 6 หรือ 7 ส่วนเหล่าบอสทั้ง 18 คน หลังจากทราบว่าบอสวินไม่ได้รับการประกันตัวก็ไม่มีท่าทีขวัญเสีย เพราะแต่ละคนเริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่แค่อยากให้เพื่อนที่ป่วยหนักออกไปก่อน พร้อมกับยืนยันว่า ในที่สุดหากไม่ได้รับการประกันตัว บอสวินก็จะใช้แนวทางต่อสู้ตาม พ.ร.บ.ใหม่ของการคุมขังนักโทษ ด้วยการย้ายไปคุมขังที่โรงพยาบาลด้านนอก

 

กรณีที่กฤษอนงค์ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ วิฑูรย์กล่าวว่า ทั้ง 18 บอสทราบข่าวแล้วไม่มีท่าทีอะไร เชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการแยกตัวไปอยู่คนละแดนกับบอสต่างๆ แต่เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อาบน้ำ กินข้าว ก็อาจจะต้องเจอกัน แต่เหล่าบอสไม่ได้อยากเจอ

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลเป็นตัวแทนเปิดมูลเหตุคดีดิไอคอนกรุ๊ป ยอมรับจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกเพื่อเก็บเป็นความลับ เชื่อผู้เสียหายที่แจ้งความเป็นอุปทานหมู่ https://thestandard.co/the-icon-group-case-13112024/ Wed, 13 Nov 2024 12:59:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1008271 ทนายบอสพอล

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่เรือนจำพิเศ […]

The post ทนายบอสพอลเป็นตัวแทนเปิดมูลเหตุคดีดิไอคอนกรุ๊ป ยอมรับจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกเพื่อเก็บเป็นความลับ เชื่อผู้เสียหายที่แจ้งความเป็นอุปทานหมู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอล

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังเข้าเยี่ยมบอสพอลและบอสคนอื่นๆ เป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้คุยกับ 5 บอส รวมถึงได้คุยกับทนายความของ บอสกันต์ กันตถาวร ที่มาเยี่ยม รวมถึงวันนี้มีตำรวจเข้ามาสอบปากคำบอสพอลเพิ่มเติมในประเด็นกรรโชกทรัพย์ด้วย 

 

บอสพอลฝากบอกว่า คดีนี้ต้นเหตุเริ่มจากช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมาที่เริ่มมีคนมาร้องเรียนผ่าน กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง จากนั้นกฤษอนงค์เข้ามาพูดคุยกับบอสพอลว่ามีผู้เสียหายจำนวน 83 คน ความเสียหายมูลค่า 15 ล้านบาท หากตัวเธอรับทำเคสนี้จะมีการพาไปออกสื่อ ไปร้องหน่วยงานต่างๆ

 

ซึ่งตัวของบอสพอลในขณะนั้นไม่อยากมีเรื่องหรือทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัทจึงยอมจ่ายเงินไปจำนวน 8.3 ล้านบาท แบ่งเป็นจ่ายให้ผู้เสียหายประมาณ 7 ล้านบาท และจ่ายค่าดำเนินการให้กฤษณ์อนงค์จำนวน 4.5 แสนบาท โดยโอนเงินเข้าบริษัทและจ่ายเป็นเงินสด เงินจำนวนดังกล่าวเป็นการจ่ายแลกกับขอให้เก็บรักษาความลับนี้ไว้ เพราะสิ่งที่บริษัทกลัวคือการไปแจ้งกับคนอื่นๆ แล้วจะมาเรียกร้องกับบริษัทอีก เพราะคนกลุ่มนี้อาจเป็นกลุ่มที่ได้ของไปแล้วไม่รู้ว่าขายไม่ได้หรือไม่ได้ขาย 

 

แต่หลังจากที่คนกลุ่มนี้ได้รับเงินปรากฏว่าไปปล่อยข่าวในเพจเฟซบุ๊กและเริ่มมีการโจมตีบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ว่าบริษัทเคยจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายมาแล้ว ทำให้ผู้เสียหายคนอื่นๆ ไปร้องกับบริษัทของกฤษอนงค์และทนายความคนอื่นๆ ตามที่ปรากฏในสื่อช่วงนั้น และเหตุการณ์เริ่มบานปลาย เพราะบริษัทไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินอีกแล้ว จึงทำให้ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมมีผู้เสียหายไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเรื่องเริ่มเป็นกระแสจนเป็นประเด็นไปถึงรายการ โหนกระแส จนเป็นที่มาของคลิปเรียกเงิน 20 ล้านบาท

 

ส่วนวันที่ บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ไปหากฤษอนงค์ที่บริษัท วันนั้นมีเลขาไปด้วย 2 คน คือ คุณเนมและคุณใหม่ ซึ่งวันนั้นกฤษอนงค์โทรศัพท์ไปหา ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ช่วงประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 9 ต่อเนื่องวันที่ 10 ตุลาคม ว่าจะพาไปออกรายการ โหนกระแส ในวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม และในคืนนั้นกฤษอนงค์บอกกับบอสปันว่าวันที่ 10 จะพาผู้เสียหายไปร้องที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อเปลี่ยนทิศทางคดี 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปไม่ได้มีความผิดจริง ทำไมจึงยอมจ่ายเงินจำนวนนี้ วิฑูรย์กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการจ่ายเงินจำนวนนี้มีคลิปเสียงที่บอสพอลพูดคุยกับกฤษอนงค์ชัดเจนว่า ถ้าหากผิดจริงก็ให้ไปร้อง สคบ. เลย แต่อีกฝ่ายมีการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะพาผู้เสียหายไปร้องหน่วยงานรัฐ พร้อมกับจะเอาสื่อไปด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมจ่ายเงินให้ เพราะไม่อยากให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่อยากให้มีการร้องเรียนลักษณะแห่โลงศพรอบหน่วยงานรัฐ หรือเกิดการประท้วงเพื่อให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง 

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ตนเองได้คุยกับบอสกันต์ผ่านทนายความว่ามีการติดต่อกับฟิล์มหรือไม่ บอสกันต์ปฏิเสธว่าฟิล์มไม่ได้ติดต่อมา มีแต่ติดต่อไปหาภรรยาบอสกันต์เพื่อให้กำลังใจเท่านั้น และบอสกันต์ก็ไม่เคยคิดที่จะไปออกรายการ โหนกระแส

 

บอสพอลยังฝากบอกอีกว่า ตอนนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าเรา (ดิไอคอนกรุ๊ป) โกงอย่างไร เพราะผู้เสียหายส่วนมากจะเป็นจากการเชื่อและซื้อสินค้าเอามาขาย แต่ทุกครั้งที่สั่งซื้อคุณก็ได้สินค้าทุกครั้ง ส่วนเรื่องขายไม่ได้หรือคุณไม่ได้ขายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บอสพอลบอกว่าคดีนี้ควรจะเป็นคดีแพ่งมากกว่าคดีอาญา แต่ไม่เป็นไร สุดท้ายตำรวจออกหมายจับแล้ว 

 

บอสพอลกล่าวต่อว่า กฤษอนงค์เคยมีพฤติกรรมแบบนี้กับบริษัทอื่น ดิไอคอนกรุ๊ปไม่ใช่ที่แรกที่ถูกทำพฤติกรรมแบบนี้ใส่ เพราะฉะนั้นใครที่เคยโดนเหมือนกันขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ 

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า บอสพอลระบุอีกว่าก่อนที่จะโดนจับมีโอกาสพูดชี้แจง แต่ด้วยกระแสสังคมที่กดดันจึงพูดได้ไม่เต็มที่ แต่บอสคนอื่นไม่มีโอกาสได้พูดหรือชี้แจงในฝั่งของดิไอคอนกรุ๊ปเลย จึงอยากขอสังคมให้โอกาสและเปิดใจ เหล่าบอสก็พร้อมจะไปออกทุกรายการและชี้แจงให้สังคมเข้าใจ เพราะตอนนี้ในเกมของสื่อมวลชนทางเราแพ้ แต่ในเกมของกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุดเลยว่าเราแพ้หรือชนะ 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า คดีของดิไอคอนกรุ๊ปเกิดจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์แล้วมาเล่นงานบริษัท ส่วนที่มีผู้ต้องหาเข้าแจ้งความจำนวนมากส่วนหนึ่งก็มองว่าเป็นเพราะผู้เสียหายอุปทานหมู่ พอเห็นข่าวแล้วเห็นว่าตัวเองก็เคยซื้อของกับดิไอคอนกรุ๊ป ก็อาจเกิดข้อสงสัยและเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย อย่างเช่น สมาชิกทั้งหมดของดิไอคอนกรุ๊ปมีมากกว่า 300,000 คน แต่พบว่ายอดการแจ้งความมีประมาณกว่า 10,000 คน ยังไม่ถึง 2% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดด้วยซ้ำ ส่วนที่คนสงสัยว่าหากหลักฐานไม่แน่นจริง ตำรวจก็คงไม่ออกหมายจับ ทนายวิฑูรย์มองว่า บางคดีถูกหมายจับไปแล้ว ท้ายที่สุดศาลก็ยกฟ้อง

 

ส่วนเรื่องการจ้างทำพีอาร์ได้สอบถามบอสพอลมาแล้ว ยืนยันว่าดิไอคอนกรุ๊ปมีการจ้างทำการตลาดรวมถึงทำโฆษณากับบริษัทอื่น ซึ่งไม่เคยจ้างงานกฤษอนงค์และฟิล์มอย่างแน่นอน โดยเรื่องคลิปเสียงหลังจากนี้ก็พร้อมจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยจะดำเนินคดีกับทั้งสองคนในข้อหาพยายามฉ้อโกง 

 

สุดท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีใครเพิ่มเติมหรือไม่ วิฑูรย์กล่าวว่า แค่นี้ก็หัวหมุนไปหมดแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วันนี้บอสพอลทิ้งวลีเด็ดที่บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกหรือไม่ ทนายวิฑูรย์บอกว่า วันนี้ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่แตะมือกันผ่านกระจกเท่านั้น

The post ทนายบอสพอลเป็นตัวแทนเปิดมูลเหตุคดีดิไอคอนกรุ๊ป ยอมรับจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกเพื่อเก็บเป็นความลับ เชื่อผู้เสียหายที่แจ้งความเป็นอุปทานหมู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเชื่อ ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ มีพฤติการณ์ตบทรัพย์หลายบอสดิไอคอนกรุ๊ป สัปดาห์นี้ชัด โดนหมายเรียก-หมายจับ https://thestandard.co/police-kritanong-rattapoom-dii-theicongroup/ Wed, 13 Nov 2024 11:00:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1008240 กฤษอนงค์-ฟิล์ม

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ […]

The post ตำรวจเชื่อ ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ มีพฤติการณ์ตบทรัพย์หลายบอสดิไอคอนกรุ๊ป สัปดาห์นี้ชัด โดนหมายเรียก-หมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษอนงค์-ฟิล์ม

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าประชุมติดตามคดีคลิปเสียงของ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง ที่ก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจาก บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

ภายหลังจากการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือกรณีคลิปเสียงของกฤษอนงค์ที่มีการเรียกรับเงินจากบอสพอลจำนวน 3 แสนบาท และ 4.5 แสนบาท ซึ่งตอนนี้ตำรวจมีการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ ไปแล้ว 80-90% และจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ เบื้องต้นในส่วนนี้จะเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะเป็นหมายเรียกหรือหมายจับ 

 

เรื่องต่อมาที่หารือคือเรื่องที่ทนายความของ ภูดิท กำเนิดพลอย หรือ กรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม กรรชัย ที่เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีระหว่าง กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ กับ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่มีการกล่าวอ้างชื่อ หนุ่ม กรรชัย และรายการ โหนกระแส ไปเรียกรับเงินจาก บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร และบอสพอล จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (กก.1 บก.ป.) เบื้องต้นในส่วนที่ หนุ่ม กรรชัย แจ้งความเอาผิด 2 คนดังกล่าวคือ ข้อหาพยายามฉ้อโกงและหมิ่นประมาท 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากหลักฐานที่ได้มายืนยันว่าคลิปเสียงวิดีโอไม่ได้มีการตัดต่อแต่อย่างใด และขณะนี้มีการประสานทนายความของบอสพอลเพื่อให้นำหลักฐานต่างๆ มาร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ด้านทนายความของบอสพอลเองก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีด้วย และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำระหว่างบอสปันกับบอสพอลถึงเรื่องนี้แล้ว โดยในส่วนของ ฟิล์ม รัฐภูมิ หากไม่ได้พบความผิดเพิ่มเติม ก็จะยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากเป็นคดีของศาลแขวง จึงเป็นการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแทน

 

เมื่อถามว่ากฤษอนงค์และฟิล์มมีพฤติกรรมแบบนี้กับบอสคนอื่นอีกหรือไม่นั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า คาดว่ายังมีบอสอีกหลายคนที่ถูกกระทำเช่นนี้ แต่ตอนนี้ขอดำเนินการเป็นเรื่องๆ ไปก่อน

The post ตำรวจเชื่อ ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ มีพฤติการณ์ตบทรัพย์หลายบอสดิไอคอนกรุ๊ป สัปดาห์นี้ชัด โดนหมายเรียก-หมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>