พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พวรรณ์-นววัฒนทรัพย์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 24 Sep 2025 11:43:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 YLG มอง ราคาทองไทยปี 68 ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 60,000 บาทต่อบาททองคำ หากเงินบาทอ่อนค่าลง ตั้งแต่ต้นปีราคาพุ่งแล้ว 33% อานิสงส์ทองโลกพุ่งแรงสุดรอบ 46 ปี https://thestandard.co/ylg-gold-price-thailand-2025-target-60000/ Wed, 24 Sep 2025 11:42:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1122353 YLG ราคาทองคำไทย 2568

YLG (วายแอลจี) เผย ราคาทองคำไทยขึ้นไปทำระดับสูงสุดเป็นป […]

The post YLG มอง ราคาทองไทยปี 68 ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 60,000 บาทต่อบาททองคำ หากเงินบาทอ่อนค่าลง ตั้งแต่ต้นปีราคาพุ่งแล้ว 33% อานิสงส์ทองโลกพุ่งแรงสุดรอบ 46 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG ราคาทองคำไทย 2568

YLG (วายแอลจี) เผย ราคาทองคำไทยขึ้นไปทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 57,000 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 33.73% จากต้นปี ตามเป้าหมายที่เคยให้ไว้ โดยได้รับแรงหนุน จากราคาทองคำโลกที่ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง นับจากต้นปี ราคาปรับขึ้นมาแล้ว 1,140.72 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 43.48%

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า มี 2 ปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้ราคาทองคำไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้แก่

 

1. ราคาทองคำโลก เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่

 

โดยนับจากต้นปี ราคาทองคำโลกปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 1,130.64 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 43.48% ให้ผลตอบแทนมากที่สุดในรอบ 46 ปี

 

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจาก ประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการชัตดาวน์ (ปิดตัวชั่วคราว) ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หลังจากในวันศุกร์วุฒิสภาได้ปฏิเสธร่างงบประมาณระยะสั้นที่สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติมา ซึ่งหากร่างงบประมาณไม่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย. ก็จะทำให้รัฐบาลเสี่ยงถูกชัตดาวน์ 

 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ คือในการประชุมเดือน ต.ค. และ ธ.ค. 

 

รวมถึงปัจจัยบวกจากกองทุน SPDR เข้าถือทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พบว่ากองทุนถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 18.9 ตัน ก่อนจะซื้อเพิ่มในวันจันทร์ 6.01 ตัน ทำให้การถือครองขึ้นสู่ระดับ 1,000.57 ตัน สูงสุดนับตั้งแต่ เดือน ส.ค. 2565 และยังมีปัจจัยความต้องการทองคำ ในอินเดีย ที่แข็งแกร่งตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา จนทำให้อินเดียเป็นผู้บริโภค ทองคำเป็นอันดับ 2 ของโลก

 

2. เงินบาทอ่อนค่าจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่ฟื้นตัวขึ้น 

 

จากระดับต่ำสุดที่ 95.804 ประกอบกับมีแรงขายหุ้นและพันธบัตรจากความกังวลของต่างชาติในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้มีกระแสเงินไหลออกระยะสั้น

 

ทั้งนี้ YLG ยังคงเป้าหมายราคาทองคำในประเทศไว้ที่ 57,000 บาท หากราคา ทะลุเป้าหมายแรก มีโอกาสที่จะทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 60,000 บาทต่อบาททองคำ แต่หากเงินบาทแข็งค่า จากระดับปัจจุบันที่ 31.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็จะส่งผลให้ความเป็นไปได้ที่จะไปทดสอบ เป้าหมายถัดไปลดลง ดังนั้นการเคลื่อนไหวของทองคำ ในประเทศขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท อย่างมีนัยสำคัญ

 

อย่างไรก็ดี หากราคาทองคำไม่ผ่านเป้าหมายแรกที่ 57,000 บาทต่อบาททองคำ แนะนำแบ่งขายทำกำไรบางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด และแนะนำให้ซื้อกลับ เมื่อย่อตัวหากราคาไม่หลุดแนวรับที่ 55,000 – 50,000 บาทต่อบาททองคำ

The post YLG มอง ราคาทองไทยปี 68 ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 60,000 บาทต่อบาททองคำ หากเงินบาทอ่อนค่าลง ตั้งแต่ต้นปีราคาพุ่งแล้ว 33% อานิสงส์ทองโลกพุ่งแรงสุดรอบ 46 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทองคำไทย ‘ขาขึ้นถึงปีหน้า’ แม้ล่าสุดราคาทะลุ 54,000 บาทไปแล้ว อานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง เศรษฐกิจโลกเปราะบาง ส่งผลคนแห่ตุนทอง เฉพาะครึ่งปีแรกดีมานด์พุ่ง 21% ดันไทยติด Top 10 โลก จ่อแตะ 56,000 บาทสิ้นปี https://thestandard.co/gold-price-surge-factors/ Thu, 11 Sep 2025 00:29:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1118028

หัวข้อในเนื้อหานี้   เปิด 4 ปัจจัยดันราคาทองคำขาขึ […]

The post ทองคำไทย ‘ขาขึ้นถึงปีหน้า’ แม้ล่าสุดราคาทะลุ 54,000 บาทไปแล้ว อานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง เศรษฐกิจโลกเปราะบาง ส่งผลคนแห่ตุนทอง เฉพาะครึ่งปีแรกดีมานด์พุ่ง 21% ดันไทยติด Top 10 โลก จ่อแตะ 56,000 บาทสิ้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ตลาดทองคำไทยยังคงรักษาโมเมนตัมความร้อนแรง ทั้งจากแรงหนุนของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง และแรงซื้อในประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง ล่าสุดราคาทองคำทะลุระดับ 54,000 บาทต่อบาททองคำ และมีโอกาสพุ่งถึง 56,000 บาทในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันดีมานด์ทองคำครึ่งปีแรกของไทยพุ่งขึ้น 21% จากปีก่อน ส่งผลให้ไทยติดอันดับ Top 10 ตลาดทองคำโลก และเป็นประเทศเดียวที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 4 ปีหลังโควิด ยืนยันบทบาทผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีศักยภาพก้าวสู่ศูนย์กลางทองคำระดับโลก

 

ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดทะลุระดับ 54,000 บาทต่อบาททองคำมาแล้ว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน 

 

เปิด 4 ปัจจัยดันราคาทองคำขาขึ้นยาวถึงปีหน้า

 

ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า ปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่หนุนราคาทองคำ ได้แก่ 

 

  1. สงครามการค้าและนโยบายภาษีสหรัฐฯ: ความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการภาษีในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกดดันและความไม่แน่นอนในระบบการค้าโลก นักลงทุนจึงหันเข้าหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

 

  1. ทิศทางดอกเบี้ยขาลง: ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มเร่งปรับลดดอกเบี้ยมากกว่าที่คาด จากเดิมที่ประเมินว่าจะลดเพียง 0.5% ปีนี้ เริ่มมีการคาดการณ์อาจลดถึง 0.75% ซึ่งเป็นแรงบวกต่อทองคำ เนื่องจากราคาทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอกเบี้ย

 

  1. ความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐลดลง: การเมืองภายในประเทศสหรัฐฯ และการแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานอิสระ เช่น Fed ทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของดอลลาร์สหรัฐถดถอย เกิดกระแสการค้าขายระหว่างประเทศโดยใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

 

  1. แรงซื้อจาก ETF และธนาคารกลาง: ปีนี้กองทุน ETF ทองคำและธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองยิ่งแข็งแรงขึ้น

 

บรรยาย: ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง

ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง

 

ธนรัชต์​ กล่าวเพิ่มอีกว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยคนรุ่นใหม่หันมาซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โครงการออมทอง และการถือครองทองคำชิ้นเล็กหรือแบบเศษส่วน (fractional gold) มากขึ้น สอดรับกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อกับระบบธนาคารพาณิชย์ ขยายการเข้าถึงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 

ดีมานด์ทองคำไทยโตเร็วที่สุดในโลก

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ทิศทางความต้องการทองคำในประเทศไทยปี 2568 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 ที่มีความต้องการทองคำของไทยเพื่อการบริโภค (ไม่รวมอุปสงค์จากธนาคารกลาง) สูงถึง 49 ตัน เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตราการเติบโต 13% นี้ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในโลกในปี 2567 ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวความต้องการทองคำเพื่อการบริโภคของไทยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก และอันดับที่ 4 ของเอเชีย 

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวในโลกที่ความต้องการทองคำเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 ปี นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ในปี พ.ศ. 2564 – 2567

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG)

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG)

 

ขณะเดียวกันปี 2568 ภาพรวมครึ่งปีแรกความต้องการทองคำเพื่อบริโภคของไทยอยู่ที่ 20.7 ตัน เติบโต 21 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงคาดการณ์ว่าทิศทางการเติบโตของไทยปีนี้ทั้งปีจะไม่ต่ำกว่าปี 2567 แน่นอน โดยเฉพาะความต้องการทองคำเพื่อการลงทุน เนื่องจากทิศทางทองคำปีนี้ยังมีแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน แม้ว่าล่าสุดจะทำจุดสูงสุดใหม่ทะลุ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ไปแล้ว แต่ยังมีโอกาสขึ้นไปหาเป้าหมายระดับบนที่ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ 

 

ขณะที่ทองคำแท่งในประเทศมองว่าภายในสิ้นปีนี้มีโอกาสแตะระดับ 56,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งถือว่าไม่หวือหวามากเนื่องจากค่าเงินบาทในระยะนี้กลับมาแข็งค่า

 

อย่างไรก็ดี จากการสำรวจล่าสุดพบว่านักลงทุนไทย 100% มีจำนวน 97% ที่ลงทุนในทองคำ ในกลุ่มนี้มี 20% ที่เข้ามาลงทุนทองคำโดยที่ไม่เคยซื้อทองคำมาก่อน และมี 77% ที่ลงทุนทองคำโดยที่เคยซื้อทองคำมาแล้ว ขณะเดียวกันมีเพียง 3% ที่ไม่คิดลงทุนและซื้อทองคำ โดยให้เหตุผลว่าความรู้และความสามารถในการซื้อมีจำกัด รวมถึงไม่ทราบถึงทางเลือกการลงทุนทองคำที่จับต้องได้และราคาไม่แพง รวมถึงนักลงทุนทองคำเกือบครึ่งหนึ่งกังวลเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ทองคำ เช่น สินค้าปลอม และ กังวลเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ที่ไม่มีการรับประกันความปลอดภัย รวมถึงกังวลด้านการเก็บรักษาทองคำให้ปลอดภัย

 

สร้างมาตรฐาน-ยกระดับตลาด

 

ท่ามกลางความร้อนแรง สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้เดินหน้าจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลตนเอง (Self-Regulatory Organization: SRO) เพื่อสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรม ป้องกันปัญหาทองปลอม ความไม่โปร่งใสของราคา และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงผลักดัน ‘Asia Gold Fixing’ เพื่อสร้างมาตรฐานอ้างอิงของตลาดทองคำอาเซียน

 

โดย World Gold Council ประเมินว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย กำลังกลายเป็น ‘เสาหลักที่สาม’ ของตลาดทองคำโลก เคียงข้างจีนและอินเดีย ด้วยความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ผู้เล่นในอุตสาหกรรมที่เชื่อถือได้ และการพัฒนาสู่ดิจิทัลและมาตรฐานสากล

The post ทองคำไทย ‘ขาขึ้นถึงปีหน้า’ แม้ล่าสุดราคาทะลุ 54,000 บาทไปแล้ว อานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง เศรษฐกิจโลกเปราะบาง ส่งผลคนแห่ตุนทอง เฉพาะครึ่งปีแรกดีมานด์พุ่ง 21% ดันไทยติด Top 10 โลก จ่อแตะ 56,000 บาทสิ้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG แนะ 6 วิธีสังเกตทองแท้ง่ายๆ ด้วยตนเอง พร้อมชี้ช่องสะสมทองคำง่ายๆ สำหรับมือใหม่ https://thestandard.co/ylg-advice-6-gold-inspection-tips/ Tue, 24 Sep 2024 11:57:49 +0000 https://thestandard.co/?p=987511 YLG

วายแอลจีชี้ เทรนด์ทองคำยังพุ่งต่อ แม้ราคาทำจุดสูงสุดใหม […]

The post YLG แนะ 6 วิธีสังเกตทองแท้ง่ายๆ ด้วยตนเอง พร้อมชี้ช่องสะสมทองคำง่ายๆ สำหรับมือใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG

วายแอลจีชี้ เทรนด์ทองคำยังพุ่งต่อ แม้ราคาทำจุดสูงสุดใหม่หลายครั้ง ส่งผลให้ทองคำในประเทศทรงตัวระดับสูงตามเทรนด์ทองคำโลก แม้จะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาท จนล่าสุดสร้างความกังวล นักลงทุนกลัวปัญหาทองปลอมระบาด พร้อมเผย 6 เทคนิคสังเกตทองแท้ง่ายๆ 

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปรับตัวขึ้นทำ All Time High อีกครั้งที่ระดับ 2,640 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ณ วันที่ 24 กันยายน 2567 เวลา 12.15 น.) ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% อยู่ที่ระดับ 41,000 บาทต่อบาททองคำ 

 

ในส่วนของราคาทองคำในประเทศนั้น แม้ว่าจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างหวือหวา เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทุกครั้งที่เงินบาทแข็งค่า 10 สตางค์ จะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศลดลง 90-120 บาทต่อบาททองคำ แต่ถึงอย่างนั้นราคาทองในประเทศก็ยังมีทิศทางปรับตัวขึ้นตามราคาทองคำในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มดังกล่าวจึงส่งผลให้ปัจจุบันมีกระแสเรื่องทองปลอม ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้น

 

วายแอลจีจึงมี 6 วิธีแนะนำการสังเกตทองคำ ดังนี้

 

  1. สังเกตที่สีของทองต้องไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะสีคราบตรงรอยต่อ ไม่มีรอยถลอก รอยลอก

 

  1. เลือกซื้อทองคำกับผู้ค้าที่มีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ และสังเกตตราประทับสัญลักษณ์ของร้านทองต้องชัดเจน

 

  1. ตรวจสอบน้ำหนักทองคำให้ตรงกับจำนวนที่ซื้อ ขนาดทองคำต้องสัมพันธ์กับราคาทอง รวมถึงต้องขอใบเสร็จรับรองน้ำหนักทองคำจากผู้ขายทุกครั้ง

 

  1. ไม่ซื้อทองคำที่ราคาต่ำกว่าราคาที่สมาคมค้าทองคำประกาศ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเป็นทองปลอม

 

  1. ทองคำแท้ไม่ดูดแม่เหล็ก เนื้อทองคำจะอ่อน รวมถึงเนื้อทองคำต้องไม่มีสิ่งปลอมปนทำให้ตัวทองคำบิดเบี้ยว

 

  1. ทองคำแท้หากแช่กรดไนตริกจะไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ไม่เปลี่ยนสีหรือหลอมละลาย

 

โดยทองคำที่จำหน่ายอยู่ในประเทศไทยนั้นมี 2 มาตรฐาน แบ่งเป็นทองคำที่มีความบริสุทธิ์ 96.5% และทองคำที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% ซึ่งราคาทองคำทั้ง 2 ประเภทนี้จะแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนซื้อจะต้องสอบถามกับร้านค้าให้แน่ใจว่าเป็นทองมาตรฐานใด 

 

นอกจากนี้ รูปแบบของการจำหน่ายทองคำกายภาพ ยังมีทั้งที่เป็นทองคำแท่งที่เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ขนาดเล็กเพียง 1 กรัม ที่วายแอลจีจัดจำหน่ายในรูปแบบการ์ดทองคำ จำหน่ายในราคาหลักพัน ไปจนถึงทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท ส่วนทองคำรูปพรรณนั้น มีทั้งแบบที่เป็นเครื่องประดับและแบบที่เป็นทองคำรูปแบบพิเศษ เช่น ปี่เซียะ กิมตุ้ง หรือเหรียญทองคำปีนักษัตรสำหรับสะสม

 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำแท่ง สามารถลงทุนผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน YLG Online แบบเรียลไทม์ โดยการวางเงินประกันขั้นต่ำ 50,000 บาท สามารถลงทุนทองคำแท่ง 99.99 ได้ถึง 1 กิโลกรัม และลงทุนทองคำ 96.5 ได้ถึง 10-60 บาททองคำ

The post YLG แนะ 6 วิธีสังเกตทองแท้ง่ายๆ ด้วยตนเอง พร้อมชี้ช่องสะสมทองคำง่ายๆ สำหรับมือใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG ชี้ ทองคำโลกขุดได้อีกแค่ 19 ปี หากไม่พบสายแร่ใหม่
หนุนทิศทางขาขึ้นระยะยาวชัดเจน-ระยะสั้นแกว่งได้วันละ 2-3% สร้างโอกาสเล่นรอบ https://thestandard.co/ylg-gold-supply-19-years-left/ Wed, 05 Jun 2024 06:17:30 +0000 https://thestandard.co/?p=941393 YLG

YLG ชี้ ทองคำพักฐานระยะสั้นหลังพุ่งร้อนแรงต่อเนื่องมาตั […]

The post YLG ชี้ ทองคำโลกขุดได้อีกแค่ 19 ปี หากไม่พบสายแร่ใหม่
หนุนทิศทางขาขึ้นระยะยาวชัดเจน-ระยะสั้นแกว่งได้วันละ 2-3% สร้างโอกาสเล่นรอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG

YLG ชี้ ทองคำพักฐานระยะสั้นหลังพุ่งร้อนแรงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 14% ระยะยาวยังเป็นขาขึ้นชัดเจน พบปัจจัยหนุนแข็งแกร่ง ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังน่ากังวล ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงปริมาณทองคำที่เริ่มเหลือน้อย คาดทั่วโลกมีให้ขุดเพิ่มอีกเพียง 19 ปี เทียบจากปริมาณการขุดแต่ละปีที่ 3,000 ตัน มองทิศทางการเคลื่อนไหวปีนี้มีโอกาสทดสอบ 2,450-2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากผ่านได้เตรียมทดสอบ 2,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนแนวรับคาดรอทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 2,277 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ พร้อมเปิดสถิติระหว่างวันทองแกว่งตัวขึ้นลงได้มากถึง 2-3% แนะจับจังหวะสร้างโอกาสทำกำไรระยะสั้น 

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วงของการพักฐานระยะสั้น หลังจากที่ปรับขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง นับจากต้นปี 2567 จนถึงวันที่ 4 มิถุนายน ณ เวลา 15.15 น. ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาแล้ว 13.22% สู่ระดับ 2,335 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

 

ขณะที่ทองคำในประเทศ 96.5% ปรับตัวขึ้นมากถึง 20.21% สู่ระดับ 40,450 บาทต่อบาททองคำ รับปัจจัยเสริมจากทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่า อย่างไรก็ตาม จากการปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากจึงเริ่มมีการขายทำกำไรและส่งผลให้เกิดการพักฐานระยะสั้น 

 

ทั้งนี้ ในระยะยาวภาพรวมของแนวโน้มราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากปัจจัยบวกด้านความกังวลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ขณะเดียวกัน ปัจจัยพื้นฐานของทองคำเองก็ส่งผลให้เกิดแรงหนุนต่อการปรับตัวขึ้นในระยะยาวเช่นกัน 

 

โดยเฉพาะปริมาณทองคำทั่วโลกที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่าเหลืออยู่ปริมาณ 59,000 ตัน ซึ่งหากเทียบจากปริมาณการขุดทองคำเฉลี่ยปีละประมาณ 3,000 ตัน จะเท่ากับเหลือทองคำให้ขุดได้อีกเพียง 19 ปี หากไม่มีการสำรวจพบสายแร่ทองคำใหม่เพิ่มขึ้น

 

ส่วนปริมาณทองคำรีไซเคิลที่นำกลับมาหมุนเวียนหลอมใหม่นั้น พบว่ามีเพียงปีละ 1,000 ตันเท่านั้น ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วไม่เพียงพอต่อความต้องการทองคำทั่วโลกที่สูงกว่า 4,000 ตันต่อปี จึงสะท้อนว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะซื้อเพื่อถือครองในระยะยาว มีเพียง 25% ที่ถูกนำออกมาขายกลับเข้าสู่ตลาด ปัจจัยเหล่านี้จึงยังคงสนับสนุนทิศทางขาขึ้นในระยะยาวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะระยะ 1-3 ปีข้างหน้า ที่ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะเป็นขาลง ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบัน เนื่องจากหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อการแบกรับต้นทุนในภาคธุรกิจ

 

อย่างไรก็ดี การลงทุนในทองคำแม้จะเป็นขาขึ้นในระยะยาว แต่มีการพักฐานในระยะสั้นนั้นก็ถือเป็นโอกาสในการเล่นรอบเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากในระยะหลังราคาทองคำมีการแกว่งตัวขึ้นลงภายในวันได้มากถึง 2-3% นักลงทุนจึงสามารถใช้จังหวะนี้เข้าเก็งกำไรระหว่างวันได้ ซึ่งการจะลงทุนแบบเก็งกำไรนั้น จะต้องติดตามข่าวความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจประกอบการลงทุน เช่น การประกาศตัวเลขในภาคผลิตและบริการ อัตราเงินเฟ้อ และตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมไปถึงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางใหญ่ๆ เป็นต้น

 

สำหรับทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะยาว มองว่าแกว่งตัวในแนวโน้มทิศทางค่อยๆ ปรับตัวขึ้น (Sideway Up) และเมื่อการพักตัวในระยะสั้นจบลง YLG มองว่ามีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านหลัก 2,450-2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และหากผ่านได้จะไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 2,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

 

ระยะสั้นแนะนำพิจารณาเข้าซื้อหากราคาเคลื่อนไหวยืนเหนือแนวรับบริเวณ 2,300-2,277 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (2,277 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เป็นระดับต่ำสุดของเดือนพฤษภาคม) ทั้งนี้ ในภาพใหญ่หากราคาไม่หลุดแนวรับสำคัญโซน 2,228 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของเดือนเมษายน ภาพราคาทองคำในระยะยาวยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ

The post YLG ชี้ ทองคำโลกขุดได้อีกแค่ 19 ปี หากไม่พบสายแร่ใหม่
หนุนทิศทางขาขึ้นระยะยาวชัดเจน-ระยะสั้นแกว่งได้วันละ 2-3% สร้างโอกาสเล่นรอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทองพุ่งแรงไม่หยุด ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง รูปพรรณทะยานแตะ 40,450 บาท ตลาดต่างประเทศพุ่งทะลุ 2,300 ดอลลาร์ https://thestandard.co/gold-price-is-continuously-rising/ Thu, 04 Apr 2024 08:56:10 +0000 https://thestandard.co/?p=919344

การเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศปรับภาคเช้าวันนี้ (4 เมษา […]

The post ทองพุ่งแรงไม่หยุด ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง รูปพรรณทะยานแตะ 40,450 บาท ตลาดต่างประเทศพุ่งทะลุ 2,300 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศปรับภาคเช้าวันนี้ (4 เมษายน) เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องตามทิศทางราคาทองในตลาดโลกที่ล่าสุดดีดบวกทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุระดับ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองแท่งรับซื้อเข้าขยับขึ้นมาที่บาททองคำละ 39,880 บาท ขายออกบาททองคำละ 39,950 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ รับซื้อเข้าบาททองคำละ 39,127.96 บาท ขายออกบาททองคำละ 40,450 บาท ถือเป็นราคาที่ทะยานทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

ด้านบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทั้งทองโลกและทองไทยขึ้นสู่ All-Time High อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเงินดอลลาร์อ่อนค่าเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ หลังดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมีนาคม โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ออกมาแย่กว่าตลาดคาด แม้ว่า เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเน้นย้ำจะไม่เร่งรีบในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนประธาน Fed สาขาแอตแลนตา คาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ และจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/67 ส่วนกองทุน SPDR ซื้อทอง 1.72 ตัน

 

โดยราคาทองคำยังคงยก Low และ High อย่างต่อเนื่อง และขึ้นไปแตะ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งยังปิดตลาดใกล้ระดับ All-Time High ใหม่ จับตาบริเวณ 2,300-2,305 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยังทะลุผ่านขึ้นไป จะมีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยมีแนวต้านต่อไปที่ 2,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

โดยราคาทองคำแท่งยังคงเดินหน้าทำ All-Time High ขณะที่เงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า ซึ่งอาจทำให้เงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่า ซึ่งจะกดดันราคาทองคำแท่งในประเทศ แต่คาดว่ากดดันไม่มากนัก ยังคงแนะนำสำหรับคนที่ถือทองคำให้ Let Profit Run ต่อไป ซึ่งอาจได้เห็นราคาทองคำเหนือ 40,000 บาท

 

YLG ปรับเพิ่มเป้าราคาทองคำปี 2567 

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ทำจุดสูงสุดตลอดกาลอีกครั้ง ส่วนทองคำรูปพรรณล่าสุดราคาได้ทะลุ 40,000 บาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ให้ไว้เช่นกัน 

 

โดยการปรับขึ้นมาครั้งนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ เนื่องจากราคากำลังทดสอบเป้าหมายที่วายแอลจีให้ไว้ว่าจะไปถึง 2,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ภายในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดี ความร้อนแรงของราคาทองคำในครั้งนี้ แม้ในระยะสั้นอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไร แต่เมื่อราคาย่อตัวจะเป็นโอกาสเข้าซื้อใหม่ ในระยะยาวนั้นค่อนข้างมีความแข็งแกร่ง ยังมองว่าไปได้ต่อ โดยในปีนี้วายแอลจีได้ปรับประมาณการเป้าหมายใหม่ไว้ที่ 2,350 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักๆ มาจาก 4 ปัจจัยดังนี้

 

  1. การคาดการณ์ที่ว่าวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed สิ้นสุดลงแล้ว และเตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ พร้อมคาดการณ์ตลาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งส่งผลกดดันดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ร่วงลง จนเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้ทะยานขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา และจากการประชุม Fed รอบล่าสุดในเดือนมีนาคม Dot Plot ระบุว่า เจ้าหน้าที่ Fed คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ 3 ครั้งในปีนี้เช่นกัน

 

  1. โมเมนตัมทางเทคนิค หลังจากราคาทะลุเป้าหมายของปีนี้ ราคาทะลุแนวสำคัญทางเทคนิคหลายประการ ทั้งนี้ ในวันที่ 1 มีนาคม 2567 ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวเป็นทิศทางขาขึ้น สามารถเบรกเส้นค่าเฉลี่ย และยังเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยได้ทุกระยะ พร้อมทั้งทะลุจุดสูงสุดเดิมของราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง เมื่อย่อตัวลงก็มีการยกระดับต่ำสุดขึ้นมาได้ ซึ่งทำให้ภาพรวมราคาทองคำเปลี่ยนจากแกว่งตัว (Sideway) เป็นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (Bullish)

 

  1. ความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งจากจีน ราคาทองคำในจีนซื้อขายในระดับราคาที่สูงกว่าราคาทองคำในตลาดโลก (Premium) เป็นหนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนปริมาณความต้องการทองคำในจีนได้เป็นอย่างดี ในเวลาที่ปริมาณความต้องการทองคำในจีนเพิ่มสูงขึ้น แรงซื้อทองคำจากชาวจีนจะเป็นปัจจัยผลักดันราคาทองคำในประเทศจีนให้ปรับตัวสูงขึ้นตาม นอกจากนี้ ยังเกิดการไหลเข้าของเงินทุนสู่กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนทองคำของจีน (ETFs) เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีกระแสเงินทุนไหลเข้า 778 ล้านหยวน (109 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกองทุน (AUM) พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านหยวน (4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) วายแอลจีเชื่อว่าความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งจากจีนทั้งในด้านทองคำกายภาพและกองทุน ETFs เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันราคาทองคำในปีนี้

 

  1. แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2567 ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าถือครองทองคำเพิ่มอีก 39 ตันในเดือนมกราคม นำโดยตุรกีและจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ โดยเพิ่มการถือครองทองคำ 12 ตัน และ 10 ตัน ตามลำดับ ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อสุทธิทองคำเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ดังนั้นแล้ว แรงซื้อจากธนาคารกลางจึงจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ขณะที่ World Gold Council คาดว่าปี 2567 จะเป็นปีที่แข็งแกร่งอีกปีหนึ่งของความต้องการทองคำจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในตลาดเกิดใหม่

The post ทองพุ่งแรงไม่หยุด ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง รูปพรรณทะยานแตะ 40,450 บาท ตลาดต่างประเทศพุ่งทะลุ 2,300 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยซื้อ-ขายทองคำเกิน 5 ล้านล้านบาทต่อวัน สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก https://thestandard.co/thais-among-worlds-most-active-gold-traders/ Mon, 19 Feb 2024 10:46:21 +0000 https://thestandard.co/?p=901864

YLG เผย ตลาดทองคำไทยมูลค่าซื้อ-ขายทะลุ 5 ล้านล้านบาทต่อ […]

The post คนไทยซื้อ-ขายทองคำเกิน 5 ล้านล้านบาทต่อวัน สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

YLG เผย ตลาดทองคำไทยมูลค่าซื้อ-ขายทะลุ 5 ล้านล้านบาทต่อวัน สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก วอลุ่มจากทองคำดิจิทัล 65% ทองกายภาพ 35% ด้านตลาด Futures เริ่มมาแรง

 

YLG เผยมูลค่าซื้อ-ขายรวมตลาดทองคำไทยพุ่งเกิน 5 ล้านล้านบาทต่อวัน สูงสุดเป็นอันดับ 7 ของโลก ยืนหนึ่งในอาเซียน วอลุ่มหลักมาจากการเทรดทองคำออนไลน์สูงถึง 65% มองเทคโนโลยีดิจิทัลปัจจุบันช่วยให้คนเข้าถึงทองคำได้ง่ายขึ้นในหน่วยย่อยเพียง 0.0001 กรัม แนะจับตาการลงทุนทองคำผ่าน Futures เริ่มมาแรง เหตุทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง เช่น ปัจจุบันที่ทิศทางทองคำเริ่มแกว่งตัวลง เหตุตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยืดเวลาลดดอกเบี้ยออกไปเป็นกลางปี มองระยะสั้นทองคำยังปรับตัวลงทดสอบ 1,973 แต่ระยะกลางครึ่งปีหลังเชื่อว่าตลาดทองคำกลับมาเป็นบวก มีลุ้นแตะไฮเดิม 2,144 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ พร้อมลุ้นราคาสูงสุดใหม่ที่ 2,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าการซื้อ-ขายรวมในตลาดทองคำของประเทศไทยอยู่ที่มากกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อวัน โดยถือเป็นมูลค่าการซื้อ-ขายอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน โดยมูลค่าการซื้อ-ขายดังกล่าวมาจากทองคำกายภาพ รวมกับการซื้อขายทองคำดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสัดส่วนของการซื้อ-ขายทางกายภาพอยู่ที่ 35% และ 65% มาจากมูลค่าการซื้อ-ขายทองคำดิจิทัล ซึ่งเป็นการซื้อ-ขายเพื่อการลงทุน ที่ตลาดทองคำได้พัฒนาระบบการซื้อ-ขายบนบล็อกเชน ทำให้สามารถเกิดความคล่องตัวในการซื้อในหน่วยที่เล็กมากเพียง 0.0001 กรัม หรือใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท

 

นอกจากนี้พบว่า มูลค่าการซื้อ-ขายทองคำในระบบออนไลน์ยังมาจากการซื้อ-ขายสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า (Futures) โดยมีมูลค่าการซื้อ-ขายต่อวันประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาด Futures เป็นการเข้าถึงการเทรดในตลาดระดับโลก เช่น การซื้อ-ขายผ่าน TradingView ด้วยบัญชี YLG Futures ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุน Futures ในตลาด CME Group ตลาด Futures อันดับหนึ่งของโลกจากสหรัฐอเมริกา ที่มีสินค้าที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกครอบคลุมทองคำ น้ำมันดิบ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง อีกทั้งสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุดของประเทศไทย ซึ่งจุดเด่นของการลงทุนทองคำใน Futures คือ สามารถลงทุนได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง

 

สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในปีนี้ ระยะสั้นมองว่ายังเป็นการแกว่งตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดเดิมของเดือนธันวาคม 2566 ที่ระดับ 1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจาก Fed เริ่มมีสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายช้าลง จากเดิมที่ตลาดคาดว่าจะลดลงไตรมาสแรกออกไปเป็นไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ทองคำได้รับแรงกดดัน  

 

ส่วนภาพระยะยาวในปี 2567 มองแนวรับแรกไว้ที่โซน 1,902-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของเดือนกรกฎาคม 2566 และเดือนกันยายน 2566 ตามลำดับ)  และแนวรับถัดไปในโซน 1,804-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าแนวรับแรกราคามีโอกาสยืนได้ โดยมองว่าช่วงครึ่งหลังของปีจะกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวก และหากราคาปรับตัวผ่านระดับ 2,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากทำระดับสูงสุดใหม่ขึ้นไปได้รอบนี้แนวต้านถัดไปมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึงบริเวณ 2,200-2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

The post คนไทยซื้อ-ขายทองคำเกิน 5 ล้านล้านบาทต่อวัน สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 4 ปัจจัยหนุนทองคำทำสถิติใหม่ในปี 2567 ลุ้นไตรมาสแรกได้เห็นราคานิวไฮรอบใหม่ที่ 2,200 ดอลลาร์ https://thestandard.co/4-factors-supporting-gold-to-hit-a-new-record/ Wed, 20 Dec 2023 09:05:41 +0000 https://thestandard.co/?p=878986

วายแอลจีเปิด 4 ปัจจัยหนุนราคาทองคำทะยานตลอดปี 2567 นำโด […]

The post เปิด 4 ปัจจัยหนุนทองคำทำสถิติใหม่ในปี 2567 ลุ้นไตรมาสแรกได้เห็นราคานิวไฮรอบใหม่ที่ 2,200 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วายแอลจีเปิด 4 ปัจจัยหนุนราคาทองคำทะยานตลอดปี 2567 นำโดยปัจจัยบวกแรก อัตราดอกเบี้ยขาลง ตามด้วยธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำต่อเนื่อง ปัจจัยความไม่สงบระหว่างประเทศ และนักลงทุนโยกเงินลงทุนไปพักในตลาดทองคำ พร้อมคาดว่า ภายในไตรมาสแรกปีหน้ามีโอกาสเห็นทองคำทำราคาสูงสุดตลอดกาลรอบใหม่ที่ 2,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หลังตลาดคาดการณ์ว่าไตรมาสแรก Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ย พร้อมแนะนักลงทุนระยะสั้น หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ได้ สามารถเข้าซื้อเก็งกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบได้ ส่วนแนวต้านมองโซน 2,070-2,144 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนปี 2567 ระยะยาว รอย่อตัวก่อนค่อยทยอยเข้าซื้อสะสมที่แนวรับ 1,902-1,847 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่แนวต้านรอทดสอบ 2,144-2,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ด้านราคาทองคำในประเทศ 96.5% ประเมินแนวรับที่ 31,500-30,600 บาทต่อบาททองคำ ส่วนแนวต้านประเมินที่โซน 35,500-36,400 บาทต่อบาททองคำ  

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ในปี 2566 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ ถือว่าเป็นปีที่ตลาดทองคำคึกคักเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะได้รับปัจจัยกดดันจากนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แต่ในไตรมาสที่ 4/2566 เป็นช่วงที่ Fed เริ่มหยุดการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาทองคำไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 2,144 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ถึงแม้ว่าล่าสุดราคาทองคำจะปรับลดลงมา แต่ระยะสั้นก็ยืนได้เหนือ 2,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งถือว่าราคายังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนการเคลื่อนไหวของทองคำในปี 2567 วายแอลจีมองว่า ตลาดทองคำจะกลับมาคึกคักมากกว่าปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ และราคาทองคำมีโอกาสสร้างสถิติใหม่ที่คาดว่าจะได้เห็นภายในสองไตรมาสแรกของปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักๆ ที่ต้องจับตา 4 ปัจจัย ดังนี้

 

  1. อัตราดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ขาลง ปัจจัยนี้ถือเป็นประเด็นที่มีผลต่อราคาทองคำอย่างมาก เมื่อไม่มีปัจจัยกดดันจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว มองว่าในช่วงปลายไตรมาส 1/2567 ถึงไตรมาส 2/2567 จะได้เห็นราคาทองคำมีโอกาสแตะ 2,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่านโยบายดอกเบี้ยของ Fed จะเริ่มเป็นขาลงในช่วงดังกล่าวเป็นต้นไป ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อราคาทองคำในทันที เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย ดังนั้น ทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับลดลงจึงส่งผลให้ทองคำน่าสนใจและดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น

 

  1. ธนาคารกลางทั่วโลกยังสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางทั่วโลกส่วนใหญ่ยังคงดำรงสถานะซื้อทองคำในปี 2566 นำโดยธนาคารกลางจีน โปแลนด์ สิงคโปร์ ลิเบีย และอินเดีย ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า ในปี 2567 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ธนาคารกลางทั่วโลกจะทำการซื้อสุทธิทองคำรอบใหญ่อีกครั้ง จากผลสำรวจของสภาทองคำโลก (WGC) พบว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเตรียมเข้าซื้อทองคำเข้าสู่ระบบทุนสำรองเพิ่มอีก 24% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

 

  1. ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศจะเป็นที่รับรู้ของนักลงทุนมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นอีกปัจจัยที่จะต้องจับตา เนื่องจากมีความขัดแย้งครั้งใหม่ๆ ที่สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส โดยเป็นความรุนแรงในแถบทะเลแดง หลังกลุ่มฮูตีของเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดง เพื่อตอบโต้กรณีที่อิสราเอลปฏิบัติต่อฉนวนกาซา ซึ่งล่าสุดสหรัฐฯ ได้จัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจ 10 ประเทศเพื่อเตรียมตอบโต้ ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยที่ยังต้องจับตาว่าจะเกิดเหตุลุกลามบานปลายหรือไม่

 

  1. นักลงทุนโยกเงินลงทุนเข้ามาพักในตลาดทองคำเพื่อหลีกหนีความเสี่ยงจากตลาดหุ้นที่มีโอกาสปรับฐาน โดยแม้ว่าในช่วงนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง แต่หากย้อนอดีตไปในช่วงเวลาที่เริ่มลดดอกเบี้ยจริงๆ แล้ว ในช่วงเวลานั้นตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักจะมีการย่อปรับฐาน เนื่องจากการที่บรรดาธนาคารกลางรีบเร่งในการลดดอกเบี้ย มักจะสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่มีสัญญาณการชะลอตัวลง แต่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อทองคำ

 

ส่วนปี 2567 ในภาพระยะยาว เนื่องจากราคาทองคำค่อนข้างเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูงแล้ว จึงแนะนำให้รอการย่อตัวลงแล้วค่อยทยอยเข้าซื้อสะสม หากราคายืนเหนือโซนแนวรับ 1,902-1,847 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (ระดับต่ำสุดของเดือนกรกฎาคม 2023 และเดือนกันยายน 2023 ตามลำดับ) ขณะที่โซนแนวต้านรอทดสอบที่ 2,144-2,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศ 96.5% ประเมินแนวรับที่ 31,500-30,600 บาทต่อบาททองคำ ส่วนแนวต้านประเมินที่โซน 35,500-36,400 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 34.90 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 น.)

The post เปิด 4 ปัจจัยหนุนทองคำทำสถิติใหม่ในปี 2567 ลุ้นไตรมาสแรกได้เห็นราคานิวไฮรอบใหม่ที่ 2,200 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG ชี้ทองคำโลกพุ่งใกล้ไฮเดิม 2,075 ดอลลาร์ ผวา NATO จุดชนวนสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุ แถมกังวลวิกฤตแบงก์สหรัฐฯ ลามต่อ https://thestandard.co/ylg-gold-spot-price/ Wed, 05 Apr 2023 10:12:56 +0000 https://thestandard.co/?p=773322 ราคาทองคำ

‘วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ’ มองราคาทองคำทะยานแตะ 2,025.18 ดอล […]

The post YLG ชี้ทองคำโลกพุ่งใกล้ไฮเดิม 2,075 ดอลลาร์ ผวา NATO จุดชนวนสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุ แถมกังวลวิกฤตแบงก์สหรัฐฯ ลามต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาทองคำ

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ’ มองราคาทองคำทะยานแตะ 2,025.18 ดอลลาร์ เข้าใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 2,075 ดอลลาร์ หวั่น NATO รับฟินแลนด์เป็นสมาชิกเพิ่ม เสี่ยงทำสงครามรัสเซียกับยูเครนกลับมาปะทุอีกครั้ง แถมหวั่นวิกฤตแบงก์สหรัฐฯ ยังไม่จบ

 

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ราคาทองคำปรับขึ้นมาแตะระดับ 2,025.18 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นระดับที่เข้าใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 2,075 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ มากกว่าทุกครั้ง โดยการปรับขึ้นมาในครั้งนี้ มาจากปัจจัยหนุนหลักๆ 2 ปัจจัย คือความกังวลความขัดแย้งรัสเซียกับยูเครนที่มีความเสี่ยงกระทบกระทั่งทางทหารมากขึ้น หลังจากที่ฟินแลนด์ได้รับอนุมัติเป็นสมาชิก NATO เป็นประเทศลำดับที่ 31 ทำให้กองกำลัง NATO เข้าประชิดชายแดนรัสเซียมากขึ้น ซึ่งรัสเซียส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้อย่างสาสม ประเด็นนี้จึงกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังออกมาไม่ดี ล่าสุดประกาศตัวเลขภาคการผลิตชะลอตัวลง และการจ้างงานลดลง อีกทั้งยังมีความกดดันจากสถานการณ์วิกฤตของภาคธนาคารสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในเร็วๆ นี้ โดยล่าสุด J.P. Morgan ประเมินว่าวิกฤตธนาคารจะดำเนินต่อไปอีกหลายปีคล้ายกับวิกฤตซับไพรม์ จึงส่งผลให้หุ้นธนาคารยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และส่งผลต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นๆ รวมถึงเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง

 

ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นมาของราคาทองคำในช่วงนี้ยังมาจากการปรับตัวขึ้นทางเทคนิค เพราะราคาทองคำสามารถผ่านแนวต้านสำคัญมาได้ อย่างไรก็ดี แม้จะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว แต่สัญญาณระยะกลางยังคงเป็นทิศทางแกว่งตัวขึ้น มองแนวต้าน 2,057 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนระยะสั้นเป็นการแกว่งตัวขึ้นเช่นกัน 

 

อย่างไรก็ดีในระยะสั้นอาจจะมีแรงขายทำกำไรที่บริเวณ 2,017-2,018 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับนี้ให้เข้าซื้อที่ 2,009 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

 

ส่วนคำแนะนำในการลงทุน แนะนำทำกำไรระยะสั้น แนะนำแบ่งขายที่แนวต้าน 2,038 และ 2,057 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เพื่อซื้อใหม่เมื่อย่อตัวลง แนะซื้อเล่นสั้นที่ 2,009-1,990 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศแนะนำเข้าซื้อที่แนวรับ 32,350-30,050 บาทต่อบาททองคำ และแบ่งขายที่แนวต้าน 32,800 และ 33,100 บาทต่อบาททองคำ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post YLG ชี้ทองคำโลกพุ่งใกล้ไฮเดิม 2,075 ดอลลาร์ ผวา NATO จุดชนวนสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุ แถมกังวลวิกฤตแบงก์สหรัฐฯ ลามต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG มั่นใจราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นยังผันผวน ย้ำไม่ควรไล่ราคาหากปรับขึ้นแรง https://thestandard.co/ylg-confident-on-gold-price/ Fri, 07 May 2021 10:01:26 +0000 https://thestandard.co/?p=485540 YLG มั่นใจราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นยังผันผวน ย้ำไม่ควรไล่ราคาหากปรับขึ้นแรง

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแ […]

The post YLG มั่นใจราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นยังผันผวน ย้ำไม่ควรไล่ราคาหากปรับขึ้นแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
YLG มั่นใจราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นยังผันผวน ย้ำไม่ควรไล่ราคาหากปรับขึ้นแรง

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า เดือนเมษายนที่ผ่านมาถือว่าเป็นเดือนแรกนับจากต้นปีที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น ก่อนที่เดือนพฤษภาคมราคาทองคำจะพยายามทดสอบ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หลายรอบ แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ และโดนเทขายทำกำไรออกมา 

 

ซึ่งการโดนเทขายในช่วงก่อนหน้านี้ มาจากทั้งปัจจัยทางเทคนิค และการส่งสัญญาณของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ออกมาพูดเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงทำให้ราคาทองคำเกิดการปรับฐาน อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าแรงขายที่ผ่านไม่ได้ทำให้ราคาทองคำปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนกระทั้งล่าสุดราคากลับขึ้นมาทะลุผ่าน 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ในที่สุด

 

การปรับขึ้นของราคาทองคำรอบนี้ ทำให้ YLG มองกรอบการเคลื่อนไหวของทองคำในเดือนพฤษภาคม มีแนวรับบริเวณ 1,782-1,739 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  ส่วนแนวต้านมองไว้ที่ 1,854-1,880 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินบาทที่กรอบแนวรับล่างสุด 25,600 บาทต่อบาททองคำ และแนวต้านที่ 27,500 บาทต่อบาททองคำ  

 

พวรรณ์ ประเมินว่า แม้ในระยะสั้นทองคำอาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง  แต่มองว่าการปรับตัวลงจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ เพราะยังมีจังหวะดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านได้อีก อย่างไรก็ดี  ไม่แนะนำให้นักลงทุนซื้อไล่ราคา และเน้นลงทุนระยะสั้นในกรอบ พร้อมควรตั้งตัดขาดทุนทุกครั้ง เนื่องจากภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคายังคงมีความผันผวน

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว YLG ยังมองว่าราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น เพราะแม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงมีมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อยังไม่ได้ปรับขึ้นไปในระดับสูง และจะยังคงอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผน ปัจจัยเหล่านี้จึงยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนทองคำในระยะยาว โดย YLG ให้กรอบทั้งปีไว้ที่ 1,960-1,676 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 29,000-24,800 บาทต่อบาททองคำ

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post YLG มั่นใจราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นยังผันผวน ย้ำไม่ควรไล่ราคาหากปรับขึ้นแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>