พลังงานไฟฟ้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พลังงานไฟฟ้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 16 Feb 2026 05:22:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ‘ณัฐพงษ์’ ขึ้นศาลปฏิเสธคดีหมิ่น ‘กัลฟ์’ เรียก 100 ล้าน ยืนยันทำหน้าที่ สส. ป้องผลประโยชน์ประชาชน พร้อมจี้รัฐบาลทบทวนดีลไฟฟ้าทิ้งทวน https://thestandard.co/natthaphong-gulf-defamation-electricity/ Mon, 16 Feb 2026 05:22:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1178880 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ณัฐพงษ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ณัฐพงษ์’ ขึ้นศาลปฏิเสธคดีหมิ่น ‘กัลฟ์’ เรียก 100 ล้าน ยืนยันทำหน้าที่ สส. ป้องผลประโยชน์ประชาชน พร้อมจี้รัฐบาลทบทวนดีลไฟฟ้าทิ้งทวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาตามนัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การ ในคดีที่ บริษัท กัลฟ์เจพี เอ็นเอส จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท สืบเนื่องจากการแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงเมื่อเดือนตุลาคม 2567

 

ณัฐพงษ์ เปิดเผยภายหลังการพิจารณาคดีว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากที่ได้ยื่นขอประกันตัวไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยตนได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันในความบริสุทธิ์ใจต่อการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

“การแถลงข่าวเมื่อเดือนตุลาคม 2567 นั้น มีเจตนาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เพื่อผลักดันให้โครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของไทยมีความโปร่งใส ค่าไฟฟ้าเป็นธรรม และปราศจากการผูกขาดทางพลังงาน” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

 

ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนยืนยันจะเดินหน้าผลักดันประเด็นค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมต่อไป โดยได้ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์ของรัฐบาลในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งมักมีการอนุมัติรับซื้อไฟฟ้าจากกลุ่มทุนพลังงานในลักษณะทิ้งทวน ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2562, 2566 จนถึงก่อนการเลือกตั้งปี 2569

 

โดยเฉพาะกรณีล่าสุดในสมัย รัฐบาลอนุทิน ที่มีการเปิดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 1,500 เมกะวัตต์ ภายใต้โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ซึ่งจากการตรวจสอบโครงสร้างโครงการพบว่า ยังคงเป็นการลงทุนโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่ อีกทั้งราคารับซื้อไฟฟ้าถูกกำหนดไว้สูงถึง 2.25 บาทต่อหน่วย ซึ่งแพงกว่าโครงการรับซื้อไฟฟ้าในอดีต

 

“การดำเนินการดังกล่าวจะกลายเป็นภาระผูกพันที่ประชาชนต้องแบกรับผ่านบิลค่าไฟ ทั้งที่ปริมาณไฟฟ้าสำรองของประเทศมีมากเกินความจำเป็นอยู่แล้ว พรรคประชาชนจึงขอยืนยันคัดค้านการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนพลังงาน และนโยบายใดๆ ที่จะส่งผลให้ค่าไฟของประชาชนแพงขึ้น” ณัฐพงษ์ ระบุ

 

ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนทางคดีต่อไป ศาลได้นัดสืบพยานในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยณัฐพงษ์แสดงความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 5ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 6ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ศาลอาญา กรณีคดีหมิ่นประมาท กัลฟ์ 7
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ณัฐพงษ์’ ขึ้นศาลปฏิเสธคดีหมิ่น ‘กัลฟ์’ เรียก 100 ล้าน ยืนยันทำหน้าที่ สส. ป้องผลประโยชน์ประชาชน พร้อมจี้รัฐบาลทบทวนดีลไฟฟ้าทิ้งทวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์-วรภพ-ศุภโชติ ยื่นประกันคดีกัลฟ์ฟ้องหมิ่น ปมแถลงข่าวราคาค่าไฟ https://thestandard.co/natthaphong-gulf-defamation-lawsuit/ Mon, 02 Feb 2026 08:25:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1172648 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ณัฐพงษ์ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์-วรภพ-ศุภโชติ ยื่นประกันคดีกัลฟ์ฟ้องหมิ่น ปมแถลงข่าวราคาค่าไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตสส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นเอกสารทำเรื่องขอประกันตัวก่อนวันนัด ในคดีอ.1035/2568 ที่กลุ่มบริษัทกัลฟ์ ยื่นฟ้องทั้ง 3 คน เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาพร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคนละ 100 ล้าน รวมทั้งหมด 300 ล้านบาท

 

สำหรับกรณีของณัฐพงษ์เป็นการแถลงข่าวถึงโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาล ส่วนกรณีของศุภโชติ และวรภพ เป็นกรณีของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

 

ศาลได้นัดสอบให้คำให้การในคดีของณัฐพงษ์ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. ศุภโชติ เวลา 13.00 น. ของวันเดียวกัน และคดีวรภพนัดสอบคำให้การในวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ในวันนี้มาดำเนินการเรื่องเอกสารในการขอประกันตัวจากการที่ตนเองกับศุภโชติและวรภพ ถูกบริษัทในกลุ่มของกัลฟ์ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท เป็นคนละคดีกัน คดีนี้ศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว จึงมาดำเนินการขอประกันตัว ซึ่งมั่นใจว่าตนเองไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี เพราะช่วงนี้อยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เชื่อว่าอย่างไรก็ตามสังคมให้ความเป็นธรรมกับทุกคน

 

ส่วนเรื่องหาเสียงเลือกตั้ง ต้องเเยกคดี และไม่เสียสมาธิ ในส่วนของการเรียกร้องดำเนินนโยบายของภาครัฐให้มีการปรับนโยบายในส่วนของโครงสร้างพลังงาน และการรับซื้อพลังงานในประเทศก็ยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ราคาค่าไฟฟ้ามีความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า คดีความไม่ได้ทำให้หวั่นไหวและไม่ทำให้หยุดในกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในประเทศให้เป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้บริเวณด้านหน้าของศาลอาญา มีประชาชนผู้สนับสนุนพรรคประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางเข้ามายื่นดอกไม้เพื่อให้กำลังใจด้วย

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 5ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 6ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.พรรคประชาชน ยื่นประกันตัวที่ศาลอาญา หลังถูกกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทปมค่าไฟ 7
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์-วรภพ-ศุภโชติ ยื่นประกันคดีกัลฟ์ฟ้องหมิ่น ปมแถลงข่าวราคาค่าไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AI ปี 2569 จากโครงสร้างพื้นฐานสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ https://thestandard.co/ai-2026-infrastructure-new-economy/ Mon, 19 Jan 2026 03:27:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1166631 AI ปี 2569 จากโครงสร้างพื้นฐานสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ (No changes are made as there are no proper nouns that follow a verb in this headline, thus the specified rule does not apply.)

ตั้งแต่โลกได้รู้จัก ChatGPT เมื่อกว่า 3 ปีก่อน ภูมิทัศน […]

The post AI ปี 2569 จากโครงสร้างพื้นฐานสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AI ปี 2569 จากโครงสร้างพื้นฐานสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ (No changes are made as there are no proper nouns that follow a verb in this headline, thus the specified rule does not apply.)

ตั้งแต่โลกได้รู้จัก ChatGPT เมื่อกว่า 3 ปีก่อน ภูมิทัศน์เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ AI ถูกมองเป็นเครื่องมือเสริม วันนี้มันกลายเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตหรือคลาวด์ในอดีต ความสามารถของโมเดล AI ก้าวกระโดดทั้งด้านภาษา การวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อน ภาพ วิดีโอ และเหตุผลเชิงลึก ซึ่งเพียง 18 เดือนก่อนยังแทบเป็นไปไม่ได้

 

ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าเบื้องหลังการพัฒนานี้คือการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ GPU หน่วยความจำ ไปจนถึงศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ทำให้ AI ไม่ใช่แค่นวัตกรรม แต่กลายเป็น ‘วัฏจักรเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของทศวรรษ’ ปี 2569 จึงเป็นจุดเปลี่ยนจากคำถามว่า ‘AI ทำอะไรได้บ้าง?’ สู่คำถามใหม่ว่า ‘โมเดลธุรกิจใดจะสร้างรายได้จริง?’ และ ‘Ecosystem ใดจะเติบโตในรอบนี้?’

 

แรงขับจาก Hyperscaler และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 

ในปีนี้ Hyperscaler รายใหญ่ เช่น Microsoft, Google, Amazon และ Meta รวมถึง Alibaba และ Tencent ยังคงเดินหน้าทุ่มเงินลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโมเดลขนาดใหญ่ โดย CAPEX ของ Hyperscaler ในปี 2569 คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนว่าต้นน้ำของอุตสาหกรรมยังมีแรงหนุนต่อเนื่อง ผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำ เช่น TSMC, Samsung, SK Hynix และ Micron ได้อานิสงส์จากความต้องการหน่วยความจำความเร็วสูง (HBM) ที่เป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม ขณะที่ฝั่งจีนเองก็เร่งพัฒนา Semiconductor ภายในประเทศ ทำให้ SMIC ถูกจับตาในฐานะผู้เล่นสำคัญในซัพพลายเชนเอเชีย โดยเฉพาะงานที่ต้องรองรับดีมานด์ AI ที่เพิ่มขึ้นในประเทศ

 

พลังงาน คอขวดใหม่ของการเติบโต

 

เมื่อความต้องการศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ปัญหาใหม่ที่ไม่ใช่ชิปหรือหน่วยความจำ แต่คือพลังงานไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูลยุค AI ใช้ไฟมากกว่าศูนย์ข้อมูลเดิมหลายเท่า ทั้งด้านการประมวลผลและระบบหล่อเย็น ทำให้เกิด ‘AI Power Crunch’ ในหลายประเทศพร้อมกัน เช่น สหรัฐฯ และยุโรปที่โครงข่ายไฟฟ้าเริ่มรองรับดีมานด์ไม่พอ หลายรัฐในสหรัฐฯ เริ่มจำกัดคิวศูนย์ข้อมูลใหม่เพราะไฟฟ้าไม่พอจ่าย Hyperscaler ต้องหันไปลงทุนพลังงานทางเลือกเอง ทั้ง Microsoft, Amazon และ Google หันมาลงทุนซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบระยะยาว (PPA) และพิจารณาเทคโนโลยีใหม่ เช่น Small Modular Reactor (SMR) ประเทศที่มีไฟฟ้าเหลือ เช่น UAE และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI บริษัทพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ AI โดย AI ไม่ได้เติบโตอยู่ในอุตสาหกรรมเทคอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มดึงอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคเข้ามาในวงจรด้วย

 

ปีแห่ง ROI ตลาดเลิกให้ค่าการเล่าเรื่อง

 

หลังจากปี 2567 – 2568 ที่บริษัทเพียงประกาศทำ AI ก็ได้แรงหนุนจากตลาด ปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินไปสู่ผลลัพธ์จริง โดยเน้น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การสร้างรายได้ใหม่จากบริการ AI หรือ subscription, การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุน และโมเดลธุรกิจที่สามารถขยายตามการใช้งาน AI เช่น ซอฟต์แวร์ที่คิดค่าบริการตามปริมาณการประมวลผล บริษัทที่พิสูจน์ได้ว่ามี ROI ชัดเจนจะได้รับการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้น ขณะที่บริษัทที่ยังอยู่ในขั้นทดลองอาจถูกกดดันจากตลาด

 

ปลายน้ำเริ่มเก็บเกี่ยว: Enterprise AI และ Health Tech

 

เมื่อองค์กรเริ่มนำ AI เข้าสู่งานจริง ไม่ใช่แค่โครงการทดลอง ตลาดจึงกลับมาให้ความสำคัญกับบริษัทซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างรายได้จาก AI ได้อย่างจับต้องได้ โดยมีสามกลุ่มที่คาดว่าจะโดดเด่นในปี 2569 ได้แก่ ซอฟต์แวร์องค์กรและ AI Application เช่น Salesforce, Oracle และ Palantir ซึ่งได้เปรียบจากฐานลูกค้าองค์กรเดิม กลุ่ม AI Industry Solutions ที่ให้บริการแก่โลจิสติกส์ การผลิต และภาครัฐ รวมถึง Health Tech ที่ใช้ AI ในการแพทย์ เช่น Intuitive Surgical ซึ่งเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ผ่าตัดที่ผสานข้อมูลและการประเมินภาพแบบเรียลไทม์

 

AI พลิกแพลตฟอร์มคอนเทนต์และเศรษฐกิจดิจิทัล

 

AI ไม่ได้พลิกเฉพาะอุตสาหกรรมองค์กรหรือภาคการผลิต แต่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคในระดับโครงสร้าง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแพลตฟอร์มคอนเทนต์และอีคอมเมิร์ซที่อาศัย Engagement เป็นหัวใจของโมเดลธุรกิจ แพลตฟอร์มอย่าง YouTube, TikTok, Bilibili และ Kuaishou เริ่มใช้ AI เข้าไปแก้ปัญหารากของธุรกิจ เช่น การเพิ่มคุณภาพคอนเทนต์ที่ผลิตโดยผู้ใช้ การจับคู่คอนเทนต์กับผู้ชมได้แม่นยำขึ้น และการขยายโมเดลรายได้ใหม่ เช่น Paid content, micro-payment และ live commerce การเติบโตของกลุ่มนี้แม้ไม่วูบวาบแบบกลุ่มฮาร์ดแวร์ แต่มีเสถียรภาพเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยั่งยืนกว่า และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีแนวโน้มได้แรงหนุนจาก AI เช่นกัน

 

ภาพรวมและมุมมองจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง

 

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าอุตสาหกรรม AI ในปี 2569 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยเดียวอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่จุดที่ทุกชั้นของห่วงโซ่ทำงานประสานกันอย่างชัดเจน ต้นน้ำได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนของ Hyperscaler ที่ยังไม่มีทีท่าชะลอ ขณะที่ซัพพลายชิปและหน่วยความจำยังไม่ทันดีมานด์ ปลายน้ำอย่างซอฟต์แวร์องค์กรเริ่มเห็นผลลัพธ์ของการนำ AI ไปใช้งานจริง รวมถึงกลุ่ม Health Tech และแพลตฟอร์มคอนเทนต์เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญที่สุด ตลาดกำลังเลื่อนจุดสนใจจากความสามารถของ AI ไปสู่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ทำให้ปี 2569 ถูกจับตามองว่าอาจเป็นปีแรกที่ AI ไม่ได้ถูกประเมินในฐานะเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ในฐานะระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล พลังงาน และประสิทธิภาพขององค์กรในทุกระดับ และนี่คือสิ่งที่จะกำหนดทิศทางตลาดเทคโนโลยีของโลกในทศวรรษหน้าอย่างแท้จริง

 

ภาพ: J Studios/Getty Images

The post AI ปี 2569 จากโครงสร้างพื้นฐานสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.พลังงาน หวังเพิ่มการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลังงาน เร่งคลอดแผน PDP ให้ทันปี 2025 https://thestandard.co/thestandard-economicforum-2025-9/ Thu, 06 Nov 2025 05:09:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1140226 รมว.พลังงาน หวังเพิ่มการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลังงาน เร่งคลอด แผน PDP ให้ทัน ปี 2025

อรรถพล รมว.พลังงาน ผลักดันการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลั […]

The post รมว.พลังงาน หวังเพิ่มการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลังงาน เร่งคลอดแผน PDP ให้ทันปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.พลังงาน หวังเพิ่มการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลังงาน เร่งคลอด แผน PDP ให้ทัน ปี 2025

อรรถพล รมว.พลังงาน ผลักดันการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า ประกาศเร่งดันแผน PDP ฉบับใหม่ ให้ทันภายในปี 2025

 

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวบนเวที Energy Transition and the Race to Net Zero เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย: วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สู่ Net Zero ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ว่า ความมั่นคงและสิ่งแวดล้อมเป็นต้นทุนของอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคา เครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะช่วยสร้างสมดุลให้กับสามสิ่งนี้คือ การแข่งขันเสรี

 

“อุตสาหกรรมพลังงานเป็น Capital Intensive มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเยอะมาก การเปลี่ยนผ่านไม่สามารถทำได้เพียงชั่วข้ามคืน สิ่งที่ผมทำคือ Ring The Bell ”

 

อรรถพลกล่าวต่อว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ตัดใครออกไปจากสมการ แต่พยายามชี้ให้เห็นโอกาสร่วมกัน อย่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ต้องอาศัยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก อย่างโครงการโซลาร์ชุมชนคือการเติบโตไปด้วยกันระหว่างชุมชนกับภาคธุรกิจ

 

สิ่งสำคัญคือ “การวางพื้นฐานให้เกิดการแข่งขันเสรีในระยะยาว”​ อรรถพลกล่าว และถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น สิ่งที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการปฏิรูปด้านพลังงานจะไม่ย้อนกลับ และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โจทย์คือ “จะทำอย่างไรให้เลยจุดยูเทิร์นไปก่อน ตอนนี้การอนุมัติโครงการเกิดขึ้นแล้ว ต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจประกาศเกณฑ์และเปิดรับสมัคร ถ้าเลยจุดนี้ไปได้ จะทำให้การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ยาก”​

 

เร่งทำแผน PDP ให้ทันปี 2025

 

หลังจาก ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน จำนวน 2 คณะ ได้แก่ หนึ่งในนั้นคือ คณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ มีหน้าที่จัดทำพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าในระยะยาวและจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) เพื่อให้การจัดหาไฟฟ้าระยะยาวมีประสิทธิภาพและมั่นคง สอดคล้องกับเศรษฐกิจของประเทศ

 

ล่าสุด อรรถพลเปิดเผยว่า ตั้งใจจะทำให้เป็นแผน PDP เสร็จให้ทันภายในปี 2025 ให้ได้ และเพื่อให้แผนเสร็จทันปีนี้ คณะกรรมการต้องประชุมทุกสัปดาห์ ถี่ขึ้นจากเดิมที่ประชุมประมาณเดือนละครั้ง

 

“แผน PDP ฉบับนี้จะเป็นตัววางรากฐานให้กับพลังงานไทย” อรรถพลกล่าว ซึ่งแผน PDP ฉบับใหม่นี้จะสอดคล้องเป้าหมาย Net Zero ใหม่ที่เร็วขึ้น 15 ปี มาเป็นปี 2050 ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสามารถแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ ที่ส่วนมากกำหนดเป้าหมายในปี 2050 เช่นกัน

 

ในเบื้องต้น แผน PDP ฉบับใหม่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มากขึ้น และยังต้องมีการลงทุนในแหล่งผลิตไฟฟ้าอื่นๆ เสริม เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนยังมีจุดอ่อนเรื่องความเสถียร

 

อีกหนึ่งแหล่งพลังงานสะอาดที่จะเพิ่มขึ้นคือ โรงไฟฟ้า SMR หรือ Small Modular Reactor ที่จะเข้ามาเสริมช่วงปลายแผนฉบับใหม่นี้ โดยคาดหวังว่าเทคโนโลยีในเวลานั้นจะช่วยให้ต้นทุนต่ำลง และมีความปลอดภัยมากขึ้น

 

อีกหนึ่งทางเลือกพลังงานหมุนเวียนคือ ไฮโดรเจน ล่าสุดเตรียมจะประกาศให้ ไฮโดรเจนเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งด้านพลังงาน ซึ่งต้องกำหนดคุณสมบัติด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไฮโดรเจน การจัดเก็บ การขนส่ง เป็นต้น เบื้องต้นคาดหวังว่าจะต้องเป็น Blue Hydrogen หรือ Green Hydrogen

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องควบคู่ไปกับการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ คือ การทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ล้าสมัยหรือไม่จำเป็น เพื่อให้กระบวนการทำงาน รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นโยบาย Quick Big Win

 

นอกเหนือจากนโยบายผลักดันการแข่งขันเสรีในระยะยาว ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานพยายามผลักดันนโยบายเร่งด่วน ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่ โซลาร์ภาคประชาชน ประกอบด้วยโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ให้ผู้ประกอบการโซลาร์จับมือกับชุมชน ทำโครงการเสนอให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนได้รับค่าไฟฟ้าถูกลง 0.40-0.80 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม

 

อีกส่วนคือโครงการเพื่อเกษตรกร คือโซลาร์ฟาร์มเพื่อเสริมประปาหมู่บ้าน ซึ่งจะลงทุนโดยภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีโซลาร์ภาคครัวเรือน ล่าสุดอนุมัติให้การติดตั้งแผงโซลาร์ของแต่ละครัวเรือน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดอีกครั้ง

 

ส่วนโซลาร์ภาคธุรกิจ มีโครงการสำคัญคือ Direct PPA ที่เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรับซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตไฟฟ้าได้ โดยจ่ายค่าใช้งานสายส่งให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทั้งนี้ Direct PPA ระยะแรก 2,000 เมกะวัตต์ เตรียมจะประกาศหลักเกณฑ์ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยจะเปิดให้กับผู้ประกอบการ Data Center เป็นกลุ่มแรก

 

The post รมว.พลังงาน หวังเพิ่มการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมพลังงาน เร่งคลอดแผน PDP ให้ทันปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำถกคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ เตรียมไฟฟ้ารับนักลงทุนในไทย ปลื้มคนละครึ่งพลัสได้รับคำชม https://thestandard.co/economic-policy-meeting-anutin-cost-of-living/ Mon, 20 Oct 2025 07:03:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1132798 นโยบายเศรษฐกิจ

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post นายกฯ นำถกคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ เตรียมไฟฟ้ารับนักลงทุนในไทย ปลื้มคนละครึ่งพลัสได้รับคำชม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นโยบายเศรษฐกิจ

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2 ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2 ต่อจากครั้งที่แล้ว โดยในวันนี้ เป็นการประชุมตามนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพลังงาน ในการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และหวังว่านโยบายของกระทรวงพลังงานจะมีส่วนช่วยหาแนวทางลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

 

ขณะเดียวกัน เป็นการเตรียมพร้อมด้านพลังงานให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ให้สอดรับกับที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับทาง BOI ที่ได้เร่งรัดให้บริษัทจากต่างประเทศที่ได้รับการสนับสนุนการส่งเสริมให้เข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ต้องมีพลังงานด้านไฟฟ้าให้เพียงพอ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า วันนี้จึงได้มีการเชิญ ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง มาร่วมรับฟังด้วย เพื่อมารับนโยบายช่วยกันขับเคลื่อน และผลักดันในแต่ละหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป โดยวันพรุ่งนี้ (21 ตุลาคม) จะมีการนำเสนอมาตรการท่องเที่ยวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย

 

อย่างไรก็ตาม อนุทินยังแจ้งกับที่ประชุมถึงโครงการคนละครึ่งพลัสว่า การลงทะเบียนในวันนี้ ถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความสนใจและการชื่นชมจากประชาชน

 

A01_20Oct นโยบายเศรษฐกิจ A3_20Oct นโยบายเศรษฐกิจ A06_20Oct A07_20Oct A08_20Oct A09_20Oct นโยบายเศรษฐกิจ

The post นายกฯ นำถกคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ เตรียมไฟฟ้ารับนักลงทุนในไทย ปลื้มคนละครึ่งพลัสได้รับคำชม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์พร้อม สส. ประชาชน เข้าไต่สวน หลังกัลฟ์ฟ้องหมิ่น 300 ล้าน ปมวิจารณ์โครงการรับซื้อพลังงานไฟฟ้า https://thestandard.co/nattapong-gulf-defamation-case-interrogation/ Mon, 25 Aug 2025 03:24:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1110785 ณัฐพงษ์ กัลฟ์

วันนี้ (25 สิงหาคม) เวลา 9.00 น. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ […]

The post ณัฐพงษ์พร้อม สส. ประชาชน เข้าไต่สวน หลังกัลฟ์ฟ้องหมิ่น 300 ล้าน ปมวิจารณ์โครงการรับซื้อพลังงานไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ กัลฟ์

วันนี้ (25 สิงหาคม) เวลา 9.00 น. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วรภพ วิริยะโรจน์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมาถึงศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อเข้าไต่สวนมูลฟ้องคดีที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งของ สส. ทั้ง 3 คน รวม 300 ล้านบาท 

 

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีแถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนของรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้ ณัฐพงษ์และ สส. พรรคประชาชน ได้แถลงข่าวขอให้พิจารณายกเลิกโครงการดังกล่าว และเปลี่ยนเป็นการเจรจาลดราคารับซื้อจากเอกชนแทน พร้อมสะท้อนปัญหา 4 ประการคือ

 

  1. เป็นกระบวนการที่ไม่เปิดประมูลในการรับซื้อ โดยใช้ราคารับซื้อเดิม ทั้งที่ราคาพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนมีแนวโน้มลดลงทุกปี จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนที่เกินจริงหรือไม่

 

  1. ไม่มีการเปิดเผยกระบวนการการรับซื้อ

 

  1. ไม่มีเหตุผลรับรองใดๆ ว่าจะต้องสำรองไฟฟ้าเพิ่มเติมไปทำไม ขณะที่ทุกวันนี้มีไฟฟ้าที่เกินจำเป็นอยู่แล้วในประเทศ

 

และ 4. สส. พรรคประชาชนเห็นว่าเป็นการกีดกันการแข่งขัน เพราะล็อกให้กลุ่มทุนเดิมๆ หรือไม่

 

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงทำให้พรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบกระบวนการรับซื้อพลังงานไฟฟ้า หรือนโยบายไฟฟ้าของประเทศนี้ ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี จนถึงรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 

ทั้งนี้เมื่อณัฐพงษ์และคณะ สส. เดินทางมาถึงศาลอาญา มีประชาชนที่มารอให้กำลังใจนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองและดอกกุหลาบมาให้กลุ่ม สส. ก่อนที่ณัฐพงษ์จะเดินขึ้นห้องพิจารณาในทันที โดยมีรายงานว่าจะเริ่มการไต่สวนในเวลาประมาณ 10.30 น.

 

The post ณัฐพงษ์พร้อม สส. ประชาชน เข้าไต่สวน หลังกัลฟ์ฟ้องหมิ่น 300 ล้าน ปมวิจารณ์โครงการรับซื้อพลังงานไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บ้านปู’ รุกธุรกิจก๊าซ ไฟฟ้า CCUS สหรัฐฯ ลุยเทคโอเวอร์ Bedrock รัฐเท็กซัส พร้อมลงทุนแร่นิกเกิลอินโดนีเซีย https://thestandard.co/banpu-energy-strategy/ Mon, 18 Aug 2025 10:38:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1108541 banpu-energy-strategy

‘สินนท์ ว่องกุศลกิจ’  ซีอีโอ ‘บ้านปู’ เผยธุรกิจครึ […]

The post ‘บ้านปู’ รุกธุรกิจก๊าซ ไฟฟ้า CCUS สหรัฐฯ ลุยเทคโอเวอร์ Bedrock รัฐเท็กซัส พร้อมลงทุนแร่นิกเกิลอินโดนีเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
banpu-energy-strategy

‘สินนท์ ว่องกุศลกิจ’  ซีอีโอ ‘บ้านปู’ เผยธุรกิจครึ่งแรก ปี 68 รุกลงทุนพลังงานแห่งอนาคต ตามกลยุทธ์ Energy Symphonics ชี้นโยบายสหรัฐฯ โอกาสขยายลงทุน รับดีมานด์ AI และ Data Center พร้อมเข้าซื้อ Bedrock Production รัฐเท็กซัส คาดเริ่มรับรู้รายได้ไตรมาส 4 ปีนี้ 

 

สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า แม้ปัจจัยที่กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ชะลอตัวลง ส่งผลให้บ้านปูได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งสะท้อนต่อผลการดำเนินงานในครึ่งแรกปี 2568 ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,521 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 84,543 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 571 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 19,144 ล้านบาท) 

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวน 42.76 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,428 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการรับรู้ผลขาดทุนจากการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อกระแสเงินสด และความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ซึ่งคาดว่า EBITDA ปีนี้ 2568 จะอยู่ในระดับ 1,200- 1,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยแต่ละปี

 

สำหรับนโยบายสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีผลต่อการลงทุนหรือไม่นั้น สินนท์ มองว่า สหรัฐฯมีแหล่งก๊าซธรรมชาติมหาศาล มีการใช้ Data Center และ AI  ซึ่งใช้พลังงานสูง จึงเป็นโอกาส โดยบ้านปูซึ่งมีธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่แข็งแกร่ง โดยจะมีการลงทุนโครงการ East Texas สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 70,000 ตันต่อปี คาดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงต้นปี 2570 

 

นอกจากนี้ ยังได้เข้าซื้อกิจการ Bedrock Production, LLC เจ้าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจกลางน้ำในแหล่งบาร์เน็ตต์ รัฐเท็กซัส ซึ่งหลังการทำธุรกรรมเสร็จสิ้นเดือนตุลาคม 2568 กำลังผลิตรวมของ BKV จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 108 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันและปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติ 1P จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

 

“Tariff อาจเป็นโอกาสลงทุนสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทมีการลงทุนในสหรัฐฯ อยู่แล้ว และกฎหมาย One Big Beautiful Bill ก็ส่งผลบวกต่อการลงทุน CCUS เครดิตคาร์บอน ที่สำคัญธุรกิจไฟฟ้าจะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้า ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ AI และ Data Center ในสหรัฐฯ” สินนท์ กล่าว

 

ดังนั้น ธุรกิจในสหรัฐฯ ยังเติบโตได้อีก ทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า และ CCUS ซึ่งการเข้าซื้อ Bedrock Production จะทำให้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า

 

อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังของปีนี้ ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง Geopolitics ซึ่งการมีกระแสเงินสดนั้นสำคัญมาก แต่หากดูพอร์ต บ้านปูก็มีการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงเหมาะสม ทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ก๊าซฯ ถ่านหิน ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด

 

สินนท์ กล่าวอีกว่า ด้วยกลยุทธ์ ‘Energy Symphonics’ ในครึ่งปีแรก 2568 นอกจากบริษัทได้ขยายแหล่งก๊าซบาร์เน็ตต์และรุกโครงการ CCUS ในสหรัฐฯ ดังข้างต้น ยังเพิ่มการลงทุนในธุรกิจกักเก็บพลังงานในออสเตรเลีย และเริ่มก้าวแรกกับการลงทุนในธุรกิจนิกเกิลในอินโดนีเซีย 

 

บริษัทยังคงเน้นลดต้นทุนทั้งองค์กร ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ความคืบหน้าทั้งหมดนี้ตอกย้ำบทบาทของบ้านปูในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างความสมดุลด้านพลังงานและขับเคลื่อนความยั่งยืน 

 

อีกทั้ง บริษัทมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอมีประสิทธิภาพ หมุนเวียนเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ศักยภาพสูง ควบคู่กับการปรับโครงสร้างใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ลดต้นทุนในธุรกิจเหมือง รวมถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุน 

 

สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ความคืบหน้าที่โดดเด่นเห็นได้จาก 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ CCUS ธุรกิจ Renewables+ และธุรกิจเหมืองยุคใหม่ ที่มองว่า เป็นภารกิจสำคัญที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ 

 

ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่ามั่นคงทั้งเรื่องผลผลิต ต้นทุนลดลงค่อนข้างมากและสามารถลดลงต่อเนื่องได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้คือราคาถ่านหิน แต่เชื่อว่า ครึ่งปีหลังยังสามารถเติบโตได้และคงเป้าถ่านหินทั้งปีทำได้ 42.8 ล้านตัน

 

ขณะที่ ราคาก๊าซสามารถล็อกราคาปีนี้ 70% ซึ่งสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือโรงไฟฟ้าในเท็กซัส โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ Temple II ที่คาดว่าจะสามารถขยายการเติบโตได้เพิ่มอีก  

 

ภาพ: Art Wager / Getty images

The post ‘บ้านปู’ รุกธุรกิจก๊าซ ไฟฟ้า CCUS สหรัฐฯ ลุยเทคโอเวอร์ Bedrock รัฐเท็กซัส พร้อมลงทุนแร่นิกเกิลอินโดนีเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนซื้อขายไฟฟ้าเองใกล้เป็นความจริง! กกพ. สนับสนุนการทดสอบซื้อขายไฟฟ้า P2P ในจุฬาฯ ทำได้จริง เพิ่มความมั่นใจให้ฝ่ายนโยบายก่อนขยายผล https://thestandard.co/p2p-electricity-trading-thailand-policy-test/ Mon, 16 Jun 2025 03:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1084915 ไฟฟ้า

ถ้าถามว่าไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากไหน คำตอบก็คงเ […]

The post ประชาชนซื้อขายไฟฟ้าเองใกล้เป็นความจริง! กกพ. สนับสนุนการทดสอบซื้อขายไฟฟ้า P2P ในจุฬาฯ ทำได้จริง เพิ่มความมั่นใจให้ฝ่ายนโยบายก่อนขยายผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟฟ้า

ถ้าถามว่าไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากไหน คำตอบก็คงเป็น “การไฟฟ้าฯ” 

 

หน่วยงานรัฐในประเทศที่อยู่เบื้องหลัง คือระบบขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่รวมศูนย์ไว้ และมีหน้าที่ซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตทุกราย แล้วขายต่อให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อกระจายไปถึงบ้านเรือนและโรงงานทั่วประเทศ

 

นี่คือระบบที่เรียกว่า Enhanced Single Buyer Model (ESB) ซึ่งมีข้อดีเรื่องความมั่นคงของพลังงาน แต่ในวันที่พลังงานหมุนเวียนกำลังมาแรง และคนธรรมดาเริ่มผลิตไฟฟ้าเองได้มากขึ้น ระบบแบบรวมศูนย์ก็เริ่มแสดงข้อจำกัดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตพลังงานสะอาด

 

ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นของราคาและการผลิต การรองรับการมาของพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ แต่นั่นก็ทำให้เกิดแนวคิดและทางเลือกใหม่ที่ปรากฏขึ้น คือ P2P Energy Trading 

 

P2P คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

 

P2P ย่อมาจาก Peer-to-Peer Energy Trading เป็นระบบที่ให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยหรือที่เรียกว่า “Prosumer (ผู้ใช้และขายไฟฟ้าไปพร้อม ๆ กัน)” สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับผู้ใช้อื่นได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องขายกลับให้กับการไฟฟ้าเท่านั้น

 

ข้อดีของ P2P คือ

 

  • ลดการสูญเสียพลังงานจากการส่งไฟฟ้าระยะไกล
  • สนับสนุนพลังงานสะอาดที่ผลิตใกล้บ้าน
  • เพิ่มความมั่นคงในระดับชุมชน
  • สร้างตลาดใหม่ กระตุ้นนวัตกรรม และการลงทุน

 

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปต่ำลงมาก ผู้คนและธุรกิจจำนวนมากเริ่มลงทุนติดตั้งแผงผลิตไฟไว้บนหลังคาและกลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย” พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ใช้ไฟเอง แต่ต้องการ “จัดการไฟที่ผลิตได้” อย่างมีอิสระ ทั้งใช้เอง แบ่งให้เพื่อนบ้าน หรือขายให้โรงงานใกล้เคียง

 

ความต้องการที่มากขึ้นนี้ ทำให้ภาครัฐได้เริ่มมีการทดลองโมเดลนี้ เกิดขึ้นในรูปแบบของ Sandbox ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ สำนักงาน กกพ. กับโครงการ ERC Sandbox

 

ทดลองใช้ P2P จริงในจุฬาฯ

 

โครงการ ERC Sandbox เป็นการทดลอง P2P Energy Trading ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงาน กกพ. ซึ่งให้พื้นที่ทดลองพิเศษที่ยืดหยุ่นกว่ากฎเกณฑ์ทั่วไป

 

โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบกิจการไฟฟ้า ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ตามมาตรา 97(4) ของ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มีการติดตั้งแผงโซลาร์บน 6 อาคาร ทำหน้าที่เป็นฝั่งขาย และอีก 10 อาคาร เป็นฝั่งซื้อ

 

ไฟฟ้า

Solar Rooftop บนอาคารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านโครงข่ายจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกห้ามให้เกิดไฟฟ้าไหลย้อนกลับ แต่ใน Sandbox นี้ กกพ. อนุญาตให้ทดลองเชื่อมต่อ พร้อมคำนวณค่าใช้บริการโครงข่าย (Wheeling Charges) อย่างเหมาะสม

 

ระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to- Peer ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

หัวใจของระบบคือแพลตฟอร์มกลาง ที่ให้อาคารฝั่งขายเสนอราคาขายไฟ และอาคารฝั่งซื้อเลือกซื้อจากผู้เสนอราคาที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น

 

การทดลองนี้ดำเนินการเป็นเวลา 2 เดือน โดยกำหนดราคาระหว่าง 2-5 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคาขายปลีกโดยทั่วไป และเป็นการพิสูจน์ว่าระบบซื้อขายแบบนี้ “ทำได้จริงในทางเทคนิค”

 

ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ผลทดลองสำเร็จ ความกังวลคลี่คลาย

 

รศ.ดร.กุลยศ  อุดมวงศ์เสรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดูแลโครงการ ระบุว่า ตลอดระยะเวลาทดลอง ไม่มีปัญหาแรงดันไฟตกหรือเกิน ไม่มีผลกระทบต่อระบบของ กฟน. แม้มีไฟไหลย้อนจากอาคารหนึ่งสู่อีกอาคารหนึ่ง

 

รศ.ดร.กุลยศ  อุดมวงศ์เสรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ข้อกังวลเรื่องความเสถียรของระบบจึงถูกคลายลง และกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่รัฐสามารถใช้เป็นฐานในการพิจารณานโยบาย มากไปกว่านั้น โครงการยังแสดงให้เห็นว่า การมีตลาดซื้อขายกลางที่แข่งขันด้านราคากันจริง ๆ นั้น สามารถออกแบบและใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องผูกขาดระบบไว้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

 

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้การเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าเป็นไปได้จริงในอนาคต

 

P2P ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือการปฏิรูป

 

P2P ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางเทคนิคหรือทางธุรกิจเท่านั้น แต่มันคือความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะทำให้ระบบพลังงานของไทย “มีทางเลือก มีการแข่งขัน และมีความเป็นธรรมมากขึ้น”

 

ในวันที่พลังงานหมุนเวียนกำลังเป็นทางรอดของโลก แต่ระบบรวมศูนย์แบบเดิมกลับเป็นอุปสรรค P2P คือคำตอบที่สมเหตุสมผล และเริ่มมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า “ทำได้จริง”

 

สิ่งที่ต้องการในวันนี้จึงไม่ใช่เทคโนโลยีเพิ่ม แต่คือ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” ที่จะยอมให้ระบบนี้เติบโต เปิดทางให้ prosumer เข้ามามีบทบาทในระบบ และยกระดับความยั่งยืนของประเทศผ่านโครงสร้างที่เปิดกว้าง

 

ถึงเวลาปล่อยให้ไฟฟ้าไม่ต้องไหลทางเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

The post ประชาชนซื้อขายไฟฟ้าเองใกล้เป็นความจริง! กกพ. สนับสนุนการทดสอบซื้อขายไฟฟ้า P2P ในจุฬาฯ ทำได้จริง เพิ่มความมั่นใจให้ฝ่ายนโยบายก่อนขยายผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก “BESS”: Power Bank ของระบบไฟฟ้าไทย ช่วยให้ไฟไม่ดับในยุคพลังงานใหม่ เสริมความมั่นคงระบบพลังงานไทย https://thestandard.co/bess-thailand-power-bank-energy-stability/ Fri, 06 Jun 2025 05:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1079330 BESS

ในอดีต พลังงานไฟฟ้าถูกผลิตจากแหล่งพลังงานที่ควบคุมได้ เ […]

The post รู้จัก “BESS”: Power Bank ของระบบไฟฟ้าไทย ช่วยให้ไฟไม่ดับในยุคพลังงานใหม่ เสริมความมั่นคงระบบพลังงานไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
BESS

ในอดีต พลังงานไฟฟ้าถูกผลิตจากแหล่งพลังงานที่ควบคุมได้ เช่น น้ำมัน ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ การผลิตจึงคงที่และมั่นคง แต่เมื่อโลกกำลังเผชิญกับปัญหาภาวะโลกร้อน ประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ต่างมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์และลม ที่ผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

ทว่า ความท้าทายคือ พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถผลิตได้ตลอดเวลา เช่น กลางคืนที่ไม่มีแสงแดด หรือวันที่ลมสงบ ทำให้เกิดความไม่แน่นอน (intermittency) และเสี่ยงต่อการไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือมีความต้องการไฟสูงในบางช่วงเวลา

 

ตรงนี้เองที่ “ระบบกักเก็บพลังงาน” หรือ BESS เข้ามามีบทบาทสำคัญ

 

BESS คืออะไร และทำงานอย่างไร?

 

BESS ย่อมาจาก Battery Energy Storage System คือระบบกักเก็บไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ที่สามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าไว้ในช่วงที่ผลิตได้มาก แล้วปล่อยพลังงานออกมาในช่วงที่มีความต้องการใช้สูง หรือช่วงที่ไม่มีการผลิต เช่น กลางคืนหรือช่วงพีคของการใช้ไฟ

 

เปรียบเทียบง่ายๆ BESS ก็เหมือน Power Bank ยักษ์ ที่ต่อกับระบบไฟฟ้าของเมืองหรือชุมชน หากระบบหลักผลิตไฟฟ้าได้เกินความต้องการ BESS จะเก็บไว้ และเมื่อถึงเวลาที่ระบบหลักผลิตไฟฟ้าได้ไม่พอ BESS ก็จะเข้ามาเสริม

 

เทคโนโลยีที่ใช้ส่วนมากคือ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมีจุดเด่นคือ น้ำหนักเบา ชาร์จเร็ว พลังงานคงที่ และอายุการใช้งานยาวนานถึง 15 ปี

 

 

กรณีศึกษาการใช้ BESS ในไทย

 

ประเทศไทยเริ่มมีการใช้งาน BESS อย่างเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตที่ไฟฟ้ามักมีปัญหา เช่น พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ห่างไกลที่เชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้าไม่สะดวก

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุด คือโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ติดตั้ง BESS ขนาด 50 เมกะวัตต์ ถือเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เริ่มใช้งานตั้งแต่กรกฎาคม 2567 เพื่อลดปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง

 

BESS

BESS การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุย ขนาด 50 เมกะวัตต์

 

นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังมีการติดตั้ง BESS ในพื้นที่อื่น เช่น

 

  • จังหวัดลพบุรี (สถานีชัยบาดาล) ขนาด 21 เมกะวัตต์
  • จังหวัดชัยภูมิ (บำเน็จณรงค์) ขนาด 16 เมกะวัตต์
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน (สมาร์ตกริดนำร่อง) ขนาด 4 เมกะวัตต์

 

BESS กฟผ. ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ขนาด 21 เมกะวัตต์

 

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าร่วมกับพลังงานหมุนเวียนในไทย

 

นโยบายรัฐกับการส่งเสริม BESS

 

ภาครัฐให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อปี 2565 มีการเห็นชอบแผนรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือ RE Big Lot รวม 5,203 เมกะวัตต์

 

ในจำนวนนี้ มีโครงการที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบ BESS ถึง 1,000 เมกะวัตต์ แสดงให้เห็นว่านโยบายของรัฐไม่ได้ส่งเสริมแค่พลังงานหมุนเวียน แต่ยังผลักดันให้มีเทคโนโลยีรองรับ เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามั่นคงและยั่งยืน

 

เป้าหมายระยะยาวของไทยคือ การเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ซึ่ง BESS คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เป้าหมายเหล่านี้เป็นจริง

 

อนาคตของพลังงานไฟฟ้า ต้องมี BESS

 

ในวันที่พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นเป้าหมายระดับชาติ BESS จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่

 

ยิ่งเทคโนโลยีนี้พัฒนาต่อไปจนต้นทุนถูกลง และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เราอาจได้เห็นระบบไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนแบบ 100% ได้จริง โดยไม่ต้องกังวลกับความไม่แน่นอนของแดดหรือลมอีกต่อไป

 

อนาคตของพลังงานไทยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการผลิต แต่รวมถึง “การเก็บรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ” ด้วย BESS คือหนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนของเส้นทางนี้องที่หลายพื้นที่ต้องเผชิญ

 

The post รู้จัก “BESS”: Power Bank ของระบบไฟฟ้าไทย ช่วยให้ไฟไม่ดับในยุคพลังงานใหม่ เสริมความมั่นคงระบบพลังงานไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภโชติมอง มติ กพช. ชะลอรับซื้อไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ ยังไม่ชัดเจน แนะออกมติยกเลิก เปลี่ยนเป็น Direct PPA https://thestandard.co/suphachot-power-purchase-direct-ppa/ Wed, 08 Jan 2025 04:16:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1028151 ศุภโชติ ไฟฟ้า

วันนี้ (8 มกราคม) ศุภโชติ ไชยสัจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พร […]

The post ศุภโชติมอง มติ กพช. ชะลอรับซื้อไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ ยังไม่ชัดเจน แนะออกมติยกเลิก เปลี่ยนเป็น Direct PPA appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภโชติ ไฟฟ้า

วันนี้ (8 มกราคม) ศุภโชติ ไชยสัจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงสัญญารับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด 3,600 เมกะวัตต์ ที่สังคมตั้งคำถามถึงข้อพิรุธของกระบวนการว่าส่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนพลังงาน หากปล่อยผ่านจะทำให้ค่าไฟของคนไทยแพงต่อไปอีก 25 ปี 

 

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติชะลอรับซื้อ แต่ไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะชะลอถึงเมื่อไร ขณะที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะผู้ดำเนินการรับซื้อไฟฟ้ารอบนี้ ยังไม่มีการประกาศใดๆ ที่ตอบสนองมติของ กพช.

 

ศุภโชติกล่าวว่า นอกจากเรื่องกรอบเวลาที่ยังไม่ชัดเจนและการเรียกร้องให้ กกพ. ตอบสนองมติของ กพช. อีกประเด็นซึ่งยังคลุมเครือ คือถ้าดูรายละเอียดของมติ กพช. ที่ระบุว่าชะลอการรับซื้อ ‘เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง’ จะเห็นความกำกวมว่าหมายถึงตรวจสอบความถูกต้องของอะไรกันแน่ ระหว่าง 

 

  1. ตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการ ถ้าให้ตรวจความถูกต้องของ กกพ. ซึ่งเป็นคนรับซื้อ ก็ต้องถูกอยู่แล้ว เพราะ กกพ. ดำเนินการรับซื้อพลังงานสะอาดรอบ 3,600 เมกะวัตต์นี้ตามมติ กพช.  

 

  1. ตรวจสอบความถูกต้องของนโยบาย เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนพูดมาตลอดว่านโยบายของรัฐมีปัญหา ทั้งการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าที่มีราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น การปิดกั้นการแข่งขันของผู้เล่นรายใหม่ รวมถึงมีวิธีการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในรูปแบบอื่นที่ตอบโจทย์กลุ่มอุตสาหกรรมและไม่เป็นภาระต่อประชาชนมากกว่า อย่างการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้าหรือโรงงานที่ผลิตสินค้ากับผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาด (Direct PPA)

 

“จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการ กพช. ออกมติเพื่อกำหนดนโยบายใหม่ให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน เช่น ออกมติยกเลิกการรับซื้อครั้งนี้ แล้วมาเพิ่มโควตา Direct PPA แทน เพราะสามารถทำให้ประเทศไทยเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องจ่ายค่าไฟแพงเกินกว่าที่ควรจะเป็น” ศุภโชติกล่าว

The post ศุภโชติมอง มติ กพช. ชะลอรับซื้อไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ ยังไม่ชัดเจน แนะออกมติยกเลิก เปลี่ยนเป็น Direct PPA appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘นิวเคลียร์คืออนาคต’ บิ๊กเทคแห่ลงทุนสร้างแหล่งพลังงานใหม่เมื่อ AI อาจใช้ไฟล้นโลก https://thestandard.co/nuclear-energy-ai-power-demands/ Fri, 27 Dec 2024 05:40:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1024497

Sam Altman คือประธานบริษัทที่ประกาศว่าเขาจะมุ่งมั่นในกา […]

The post ‘นิวเคลียร์คืออนาคต’ บิ๊กเทคแห่ลงทุนสร้างแหล่งพลังงานใหม่เมื่อ AI อาจใช้ไฟล้นโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

Sam Altman คือประธานบริษัทที่ประกาศว่าเขาจะมุ่งมั่นในการทำให้โลกอนาคตดีกว่าสำหรับมนุษยชาติ แต่นั่นมิได้หมายถึงการสานเป้าหมายนี้ผ่าน OpenAI ที่เขาร่วมก่อตั้งและดำรงตำแหน่งซีอีโอในปัจจุบัน แต่กลับเป็น Oklo บริษัทที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ 

 

CNN รายงานว่า ความต้องการใช้งาน AI ทั่วโลกผลักให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลในการดำเนินงาน หมายความว่าในไม่ช้าความต้องการจะพุ่งสูงเกินอุปทานที่มี และนั่นอาจนำมาสู่ปัญหากับเหล่าบริษัทเทคโนโลยีที่มี AI เป็นแกนกลางของธุรกิจสำหรับใช้ขับเคลื่อนวิถีชีวิตและการทำงานยุคดิจิทัลของเรา

 

ในขณะที่ผู้นำบริษัทเทคโนโลยีชี้ว่าพลังงานนิวเคลียร์จำเป็นต่ออนาคต แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางคนกลับตั้งคำถามว่าการลงทุนของพวกเขาจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนอย่างมีนัยสำคัญจริงหรือไม่? หรืออาจเป็นแค่เพียงหนทางใช้ปกป้องขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจตนเองเท่านั้น

 

นักวิเคราะห์ของ UBS ระบุในรายงานการวิจัยเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 50% ตั้งแต่ปี 2020 และปัจจุบันคิดเป็น 4% ของการใช้พลังงานของประเทศ โดยภายในปี 2030 ตัวเลขดังกล่าวอาจโตเป็น 9% 

 

นอกจากนี้ความต้องการพลังงานโดยรวมในสหรัฐฯ ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13% ถึง 15% ต่อปีจนถึงปี 2030 ซึ่งอาจทำให้ไฟฟ้ากลายเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดมากกว่าเดิม  

 

บริษัทบิ๊กเทคชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ด้านความเสถียรของแหล่งพลังงานที่มาจากนิวเคลียร์เมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือลม โดยในเดือนกันยายน Microsoft บรรลุข้อตกลงการเปิดเตาปฏิกรณ์อีกครั้งบนเกาะ Three Mile เพื่อขับเคลื่อน AI ในขณะเดียวกัน Amazon และ Meta ก็เริ่มจับจองแหล่งพลังงานนิวเคลียร์สำหรับการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลของพวกเขาในอนาคต

 

Amazon ลงทุนจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปกับ X-energy สตาร์ทอัพพลังงานนิวเคลียร์เมื่อเดือนตุลาคม หรือ Google ที่ลงทุนกับ TAE Technologies สตาร์ทอัพพลังงานนิวเคลียร์อีกหนึ่งรายด้วยเงิน 250 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

 

กลับมาที่ Oklo บริษัทนี้ไม่ใช่การลงทุนด้านพลังงานนิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของ Sam Altman แต่เขายังลงทุนใน Helion Energy สตาร์ทอัพนิวเคลียร์อีกแห่งที่มีทั้ง Dustin Moskovitz ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook, Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn และ Peter Thiel มหาเศรษฐีนักลงทุนด้านเทคโนโลยี ลงทุนในบริษัทนี้เช่นกัน การลงทุนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Sam Altman ไม่ใช่ผู้นำบริษัทเทคโนโลยีเพียงคนเดียวที่พยายามจะผลักดันพลังงานนิวเคลียร์

 

เมื่อเดือนสิงหาคม Mithril บริษัทร่วมทุนของ Peter Thiel ถือหุ้น 5.3% ของ Oklo และมีรายงานว่า เขาให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านนิวเคลียร์รายอื่นๆ และ Ark Invest ของ Cathie Wood อีกหนึ่งนักลงทุนด้านเทคโนโลยีชื่อดังก็ลงทุนใน Oklo เมื่อต้นปีนี้

 

ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าการลงทุนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันแหล่งพลังงานสะอาดที่แม้มีราคาแพง แต่สามารถช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ 

 

Oklo ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 และบริษัทกำลังพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า ‘เครื่องปฏิกรณ์เร็ว’ (Fast Reactors) โดยบริษัทเคลมว่าอุปกรณ์สามารถสร้างพลังงานในสัดส่วนที่มากขึ้นโดยใช้เชื้อเพลิงน้อยลง หมายความว่าพวกมันมีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง และสามารถรีไซเคิลเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้วจากโรงงานอื่นได้ ซึ่งบริษัทวางแผนที่จะขายพลังงานจากเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กเหล่านั้นให้กับลูกค้าโดยตรง 

 

หุ้นของ Oklo เพิ่มขึ้น 2 เท่านับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดซื้อ-ขายในเดือนพฤษภาคม หลังจากการควบรวมกิจการกับ AltC Acquisition Corp ของ Sam Altman โดยผลตอบแทนของหุ้นที่แข็งแกร่งนั้นมาจากการเติบโตของ AI ที่คาดว่าจะผลักดันความต้องการพลังงานนิวเคลียร์ให้สูงขึ้น

 

แม้ว่า Oklo จะยังไม่ทำเงิน แต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้รับอนุมัติจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ประจำรัฐไอดาโฮที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่สำหรับตั้งเครื่องปฏิกรณ์ อีกทั้ง Oklo ระบุเพิ่มเติมว่าปัจจุบันบริษัทได้บรรลุข้อตกลงการขายพลังงานให้กับศูนย์ข้อมูลบางแห่งแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ Squassoni ชี้ว่า ณ ขณะนี้ เครื่องปฏิกรณ์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็กยังอยู่ในช่วง ‘ทฤษฎี’ หมายความว่าการจะนำการผลิตและขายพลังงานที่มาจากเครื่องปฏิกรณ์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็กยังมีหนทางที่ยาวไกล

 

อ้างอิง:

The post ‘นิวเคลียร์คืออนาคต’ บิ๊กเทคแห่ลงทุนสร้างแหล่งพลังงานใหม่เมื่อ AI อาจใช้ไฟล้นโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ย้ำ นายกฯ มีอำนาจเลิกรับซื้อพลังงานไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ โยงทักษิณตีกอล์ฟกับกลุ่มทุน https://thestandard.co/thailand-power-purchase-cancellation-authority/ Tue, 24 Dec 2024 12:02:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1023323 ณัฐพงษ์

วันนี้ (24 ธันวาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคป […]

The post ณัฐพงษ์ย้ำ นายกฯ มีอำนาจเลิกรับซื้อพลังงานไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ โยงทักษิณตีกอล์ฟกับกลุ่มทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์

วันนี้ (24 ธันวาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีการยกเลิกรับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ที่เป็นการเอื้อทุนพลังงาน และการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการยกเลิกการจัดซื้อดังกล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อต้องการให้เกิดความชัดเจนต่อตัวนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มแต่กลับไม่ใช้ และมีทางเลือกที่ดีกว่า ถูกกว่า แต่กลับไม่ทำ

 

ณัฐพงษ์ระบุว่า ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จุดยืนของพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์ที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี โดยล็อต 3,600 เมกะวัตต์ในการแถลงครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนในยุค พล.อ. ประยุทธ์ โดยตรง ซึ่งมี 3 หัวข้อ ดังนี้

 

เรื่องแรกคือ พรรคประชาชนอยากมาให้ข้อเท็จจริง เพื่อลบข้อบิดเบือนที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลปัดความรับผิดชอบที่อ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจเต็มในเรื่องนี้ ซึ่งตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ที่มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า กพช. เป็นผู้กำหนดรับซื้อและกำหนดราคาในการรับซื้อ โดยใช้วิธีการคัดเลือก ไม่ใช่ประมูล และราคาในการรับซื้อมีการล็อกไว้ถึง 8 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2573 ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราตั้งคำถามว่า เป็นกระบวนการที่ปราศจากความโปร่งใส ขาดการแข่งขัน และอาจทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้น

 

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ตอบเป็นบันทึกการประชุมสภาว่า ท่านเองก็ไม่เห็นด้วยจากกระบวนการดังกล่าว จึงอยากจะย้ำประเด็นที่บอกว่านายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่ายกับคณะกรรมการ กพช. นั้นไม่เป็นความจริง เพราะโครงการนี้ริเริ่มจากสมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ การจะยกเลิกได้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายของรัฐผ่านการออกมติ กพช. ในสมัยรัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่สามารถทำได้ในการยกเลิกกระบวนการดังกล่าว”

 

ส่วนความจำเป็นเร่งด่วนที่ กพช. ออกประกาศเดินหน้าซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีเส้นตายเพียงแค่ 14 วัน คือภายในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ หากไม่ยกเลิกแล้วเราจะไม่สามารถยกเลิกกระบวนการนี้ได้อีก ซึ่งตามระเบียบการรับซื้อของ กพช. ในข้อที่ 8 (2) มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า กพช. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกก่อนการลงนามในสัญญา นั่นหมายความว่าสามารถยกเลิกได้หากยังไม่มีการลงนามร่วมกัน และเหตุผลที่สามารถยกเลิกได้อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายแห่งรัฐที่ กพช. เป็นผู้กำหนด

 

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะอ้างว่าไม่สามารถควบคุมสภาพเสียงข้างมากใน กพช. เพื่อผ่านเป็นมติได้ รัฐบาลควรจะยุบสภา เพราะองค์ประกอบ กพช. ประกอบไปด้วยคณะกรรมการ 19 คน โดย 14 ใน 19 คน คือคณะรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมาโดยตรง หากนายกรัฐมนตรีมีความชัดเจนว่าประสงค์จะยกเลิกกระบวนการนี้ 

 

“ท่านก็สามารถทำได้ แต่หากทำไม่ได้โดยอ้างว่าไม่สามารถคุมสภาพเสียงไว้ได้นั้น ก็แปลว่าท่านบริหารคณะรัฐมนตรีไม่ได้ ก็สมควรจะยุบสภา ลาออก และบอกกับประชาชนว่าทำอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่แต่งตั้งมาด้วยตัวเองไม่เห็นชอบ ผมจึงเชื่อว่าประเด็นนี้คนไทยอยากฟังคำตอบว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มแต่ไม่ได้ใช้ และมีแนวดำเนินการอย่างไรต่อไป” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ณัฐพงษ์เสนอทางเลือกที่ดีกว่า 2 ข้อ และอยากได้ความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร คือ 

 

  1. การเพิ่มโควตาการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้ากับโรงงานผู้ผลิตสินค้า หรือผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาด ซึ่งตามแนวนโยบายของรัฐให้โควตาอยู่ที่ 2,000 เมกะวัตต์ ถ้ารัฐบาลต้องการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาด รัฐบาลมีช่องทางเพิ่มโควตาได้โดยตรง ซึ่งไม่มีการผูกมัดที่ต้องให้ประชาชนรับผิดชอบร่วมกัน เพราะเป็นการตกลงโดยตรงระหว่างผู้ขายไฟฟ้ากับผู้ซื้อที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด

 

อีกทั้งหากรัฐบาลต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในครัวเรือนหรือใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นนั้น ในปัจจุบันเรามีโควตาการรับซื้อ Solar Rooftop ซึ่งการไฟฟ้าไม่สามารถรับซื้อได้อีก และรัฐบาลสามารถเพิ่มโควตาการรับซื้อจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตั้ง Solar Rooftop ได้มากขึ้นมากกว่า 90 เมกะวัตต์ได้

 

“พรรคประชาชนไม่ได้ต่อต้านหรือเห็นค้าน แต่เราสนับสนุนในการใช้พลังงานสะอาดในช่องทางที่ดีกว่าการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนด้วยกระบวนการคัดเลือกมากกว่าการเปิดประมูล มาเป็นไดเรก PPA เป็นการเพิ่มโควตา Solar Rooftop เพื่อให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน และเกิดประโยชน์กับคนส่วนมากสูงกว่า” ณัฐพงษ์ระบุ

 

ณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า สิ่งต่างๆ ที่ตนและสังคมกำลังตั้งคำถามที่ปฏิเสธไม่ได้ตามภาพข่าวที่ผ่านมาคือ เราพบว่าพ่อของนายกรัฐมนตรีคือ ทักษิณ ชินวัตร มีการออกไปตีกอล์ฟกับกลุ่ม CEO ธุรกิจพลังงาน เป็นสิ่งที่พวกเราอยากจะได้ความชัดเจนว่าค่าไฟแพงไม่ใช่เรื่องของธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องของกลไกเชื้อเพลิงต่างประเทศ ที่รัฐบาลคุมไม่ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากกว่าคือการผูกขาดและแนวนโยบายของรัฐที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการใช้อำนาจนั้นผ่านคณะกรรมการ กพช.

 

“วันนี้พวกเราอยากยืนยันว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มแต่ไม่ใช้ รัฐบาลมีทางเลือกที่ดีกว่า ถูกกว่า สำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่ไม่ทำ และเรื่องไฟฟ้าเป็นเรื่องใหญ่ แต่นายกรัฐมนตรีเงียบกริบ ไม่เคยตอบ เลี่ยงไปพูดประเด็นอื่นๆ” ณัฐพงษ์กล่าว

The post ณัฐพงษ์ย้ำ นายกฯ มีอำนาจเลิกรับซื้อพลังงานไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ โยงทักษิณตีกอล์ฟกับกลุ่มทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์สั่ง ปตท.-กฟผ. ส่งน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า เข้าพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ https://thestandard.co/ptt-egat-southern-flood-relief-supplies/ Sun, 01 Dec 2024 02:45:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1014744 ปตท กฟผ น้ำท่วม

วานนี้ (30 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรั […]

The post พีระพันธุ์สั่ง ปตท.-กฟผ. ส่งน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า เข้าพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปตท กฟผ น้ำท่วม

วานนี้ (30 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ กระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจและขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอยู่ขณะนี้ ซึ่งตามที่ได้รับรายงานมามีมากถึงกว่า 1.3 แสนครัวเรือน ซึ่งในส่วนของภาครัฐไม่ว่าเป็นรัฐบาลเองหรือหน่วยงานของภาครัฐทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ 

 

สำหรับกระทรวงพลังงานได้รับรายงานการขาดแคลนเรื่องน้ำมันและก๊าซ จึงประสานงานให้ ปตท. และโออาร์ (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)) ซึ่งรับผิดชอบงานในส่วนนี้เข้าไปประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่ โดยได้รับรายงานว่าตอนนี้เริ่มขนส่งน้ำมันและก๊าซไปได้แล้ว แต่ต้องเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงขนส่งไปใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ซึ่งดำเนินการได้ช้ากว่าปกติ เพราะระยะทางไกลขึ้นและถนนก็คดเคี้ยวมาก ทำให้เดินทางลำบากและไม่สามารถทำเวลาได้ตามที่เคยดำเนินการอยู่ ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนหากเกิดความล่าช้า แต่ได้ดำเนินการแล้วและจะประสานงานในเรื่องอื่นๆ กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และส่วนราชการอื่นๆ ต่อไป

 

“กระทรวงพลังงานพิจารณาว่ามีอะไรที่จะดำเนินการเพิ่มเติมได้ สำหรับเรื่องไฟฟ้าได้กำชับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตรวจสอบสถานการณ์เกี่ยวกับการผลิตและส่งไฟฟ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ด้วย ซึ่งหลังจากนี้หากมีความคืบหน้าอย่างไร กระทรวงพลังงานจะกลับมารายงานให้ทราบต่อไป” พีระพันธุ์กล่าว

The post พีระพันธุ์สั่ง ปตท.-กฟผ. ส่งน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า เข้าพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IROYAL ผู้นำธุรกิจด้านโซลูชันพลังงานไฟฟ้าแบบ B2B ที่เติบโตด้วยการนำเสนอนวัตกรรมในพลังงาน และกำลังขยายไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/iroyal-interroyal-engineering/ Wed, 16 Oct 2024 07:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=996080

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เ […]

The post IROYAL ผู้นำธุรกิจด้านโซลูชันพลังงานไฟฟ้าแบบ B2B ที่เติบโตด้วยการนำเสนอนวัตกรรมในพลังงาน และกำลังขยายไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพูดถึงการเป็นผู้นำธุรกิจด้านการบริการและจัดหาผลิตภัณฑ์ด้วยการให้คำปรึกษา ออกแบบ และนำเสนอโซลูชันด้านพลังงานแบบ B2B ที่พร้อมจะตั้งต้นสู่การเติบโตของนวัตกรรมพลังงานและกำลังขยายไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต บริษัทที่ต้องถูกพูดถึงแน่นอนก็คือ IROYAL ด้วยความเชี่ยวชาญที่ล้ำลึกในวงการกว่า 40 ปีที่บริการติดตั้งและซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมและพลังงานสะอาด ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดยั้งที่จะนำเสนอโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและก้าวหน้า ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานอย่างต่อเนื่อง

 

บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมเพื่อจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะ มีความเชี่ยวชาญในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบการผลิตของโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมจากผู้ผลิตชั้นนำระดับสากล โดยครอบคลุมถึงงานบริการติดตั้งและซ่อมบำรุง ด้วยการออกแบบ ให้คำปรึกษา และนำเสนอโซลูชัน เพื่อตอบสนองตามความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารสินค้าคงคลังในส่วนที่บริษัทจัดหาและจำหน่าย

 

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในวงการกว่า 40 ปี บริษัทมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้ามาอย่างยาวนาน และยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับสากลกว่า 22 แบรนด์ ถือเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

 

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบเผาไหม้ (Combustion System)
  2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบจัดการของเสียและไอเสีย (Flue Gas Management System)
  3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger System)
  4. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบอื่นๆ

 

 

IROYAL ยังให้บริการเชิงบำรุงรักษาตามรอบอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ และบริการเชิงพัฒนาด้วยการเสนออุปกรณ์ใหม่หรืออุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของลูกค้า ซึ่งลูกค้าหลักของ IROYAL ได้แก่ กลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด (โรงไฟฟ้าหงสา สปป.ลาว) และกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

 

ปัจจุบัน IROYAL ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้ามากขึ้น อย่างโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมีที่มีระบบการเผาไหม้ กลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล อาคารขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องใช้ระบบสำรองไฟฟ้าและพลังงาน (Energy Storage) เพื่อให้สอดรับกับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่มากขึ้นของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

 

นอกจากนี้ IROYAL ยังมุ่งคัดสรรและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงมาให้บริการลูกค้าแบบรอบด้าน (One Stop Service) โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ผลิตเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการทำงานร่วมกัน พัฒนาศักยภาพของบุคลากร รวมถึงบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงในการสูญเสีย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่ยาวนานกว่า 40 ปี IROYAL ได้เสริมสร้างความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในระบบและผลิตภัณฑ์อย่างมีคุณภาพ มุ่งมั่นในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา จัดหา ติดตั้งผลิตภัณฑ์ รวมถึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้า

 

ในปี 2566 บริษัทมีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด หรือเพิ่มขึ้น 143.6% จากปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 40.93% จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์

 

ในปี 2567 IROYAL เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการขยายงานใหม่ๆ ของบริษัทในอนาคต และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายอุปกรณ์และระบบวิศวกรรมที่สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก พร้อมมุ่งขับเคลื่อนไปสู่ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

The post IROYAL ผู้นำธุรกิจด้านโซลูชันพลังงานไฟฟ้าแบบ B2B ที่เติบโตด้วยการนำเสนอนวัตกรรมในพลังงาน และกำลังขยายไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กางผลงาน ‘การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค’ บนวิสัยทัศน์ ‘ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน’ 64 ปีแห่งการพัฒนาพลังงานเพื่อสังคมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/the-work-of-the-provincial-electricity-authority/ Fri, 13 Sep 2024 08:34:55 +0000 https://thestandard.co/?p=982785

ประเทศไทยเริ่มมีไฟฟ้าใช้ในปี 2427 แต่ก็ยังกระจุกตัวอยู่ […]

The post กางผลงาน ‘การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค’ บนวิสัยทัศน์ ‘ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน’ 64 ปีแห่งการพัฒนาพลังงานเพื่อสังคมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประเทศไทยเริ่มมีไฟฟ้าใช้ในปี 2427 แต่ก็ยังกระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวง จนกระทั่งปี 2503  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เริ่มบุกเบิกนำไฟฟ้าสู่ประชาชน เร่งรัดพัฒนาไฟฟ้าสู่ชนบท

 

จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 64 ปีที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมุ่งมั่นพัฒนาไฟฟ้าสู่ชนบท ส่งเสริมความเจริญสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จนสามารถขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงในพื้นที่รับผิดชอบ 74 จังหวัดทั่วประเทศ (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ)

 

โดยเฉพาะช่วงปี 2524 ที่ความเจริญของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเริ่มกระจายตัวจากเมืองสู่ชนบท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าและการบริการให้สามารถแข่งขันเชิงธุรกิจในระดับสากล

 

 

ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเมืองและยุคสมัย นั่นเป็นเหตุผลที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ ‘PEA Digital Utility’ องค์กรที่เป็นเลิศด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้า บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพด้วยระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ สร้างคุณค่าให้กับประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

เนื่องในโอกาสการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครบรอบ 64 ปี จึงจัดงานแถลงผลงาน พร้อมกางแผนบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้ประชาชนอย่างทั่วถึงในพื้นที่รับผิดชอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน’ (Smart Energy for Better Life and Sustainability) 64 ปีแห่งการพัฒนาพลังงานเพื่อสังคมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด

 

 

เจาะไฮไลต์ผลงาน​ ‘การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค’ บนวิสัยทัศน์ ‘ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน’

 

PEA Digital and Green Grid

  • ยกระดับระบบจำหน่ายแรงต่ำ นำ Advanced Metering Infrastructure (AMI) มาให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ทุกราย นำร่องใช้ AMI กว่า 1 แสนเครื่องในเมืองพัทยา และดำเนินการสับเปลี่ยน e-Meter แทนมิเตอร์จานหมุนทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้รูปลักษณ์ทันสมัย สามารถเก็บประวัติการใช้ไฟฟ้าได้ รองรับการซื้อขายไฟในอนาคต พร้อมจัดหาหม้อแปลงที่ติดตั้ง IoT sensors มาเพื่อตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูล เสริมด้วยระบบบริหารจัดการหม้อแปลง Distribution Transformer Management System (DTMS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหม้อแปลงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • เสริมความมั่นคงการจ่ายไฟ พัฒนาระบบ Micro Grid และ BESS แก้ไขปัญหาคุณภาพไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้ากรณีไฟฟ้าดับได้อย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ เช่น อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน, อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นระบบจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสายเคเบิลใต้น้ำเส้นเดิมให้สูงขึ้น ต่อยอดการนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ใช้งานร่วมกับพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมไปถึงโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Micro Grid) บนพื้นที่เกาะพะลวย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล

 

 

PEA Green Finance

  • ESG Bond หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน อายุพันธบัตร 5 ปี วงเงินรวม 1 พันล้านบาท ถือเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานแห่งแรกที่จัดทำกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของอาเซียน (ASEAN Taxonomy) ได้สำเร็จ โดยนำเงินที่ได้ไปลงทุนในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี และโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก บนพื้นที่เกาะพะลวย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

 

PEA Digital Service

  • พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพิ่มช่องทางการให้บริการที่หลากหลายผ่านแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการครบวงจรของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เช่น จ่ายค่าไฟฟ้า แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง ขอใช้ไฟฟ้าใหม่ ดูสถานะการใช้ไฟแบบรายวัน (PEA Self Meter Reading) ไปจนถึงชำระค่าไฟผ่านระบบออนไลน์ พร้อมขอใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (PEA e-Service) ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังพัฒนาช่องทาง LINE Official: PEAThailand เพิ่มความสะดวก ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

 

 

PEA Green Business

  • PEA VOLTA สถานีอัดประจุไฟฟ้า ที่ติดตั้งไปแล้วกว่า 400 สถานีบนเส้นทางหลักทุกระยะ 100 กิโลเมตร ครอบคลุม 75 จังหวัด รองรับรถ EV หลากหลายแบรนด์ ให้บริการ 24 ชั่วโมง มีบริการเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าพิกัดสูง (EV Super Charge) ขนาด 360 kW สามารถใช้บริการผ่านแอป PEA VOLTA ในการค้นหาตำแหน่งสถานีตรวจสอบสถานะสถานีอัดประจุไฟฟ้า ควบคุมการเริ่มหรือหยุดการอัดประจุแบบเรียลไทม์ และชำระค่าบริการผ่านระบบเติมเงิน พร้อมวิเคราะห์สุขภาพแบตเตอรี่
     เพิ่มบริการอัดประจุที่สถานี PEA VOLTA ให้กลุ่มลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน (VOLTA Fleet) สามารถบริหารค่าใช้จ่ายผ่านระบบ Master Account และ Account ย่อย ช่วยลดระยะเวลาในการเบิกจ่ายค่าอัดประจุขององค์กร พร้อมสรุปรายงานการชาร์จของรถแต่ละคัน จึงสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
  • PEA VOLTA Platform ระบบบริหารสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กผ่าน Termfai Platform โดยมี PUPAPLUG เต้ารับสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า พิกัด 3.7 kW และ PUPAPUMP สำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า พิกัด 7.2 kW 
  • Solar Rooftop ส่งเสริมการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้บริการติดตั้ง บำรุงรักษา ไปจนถึงบริการจัดการพลังงานในองค์กร ได้แก่ Renewable Energy (RE) ในรูปแบบ ESCO Model Guaranteed Rebate และ Energy Efficiency (EE) ในรูปแบบ ESCO Model Shared Saving
  • จัดหาใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) สำหรับองค์กรที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ความยั่งยืนหรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้มาตรฐาน International Renewable Energy Certificate (I-REC) ที่ยืนยันว่าพลังงานไฟฟ้าที่ธุรกิจใช้เป็นพลังงานสะอาดที่ได้มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ
  • CARBONFORM แพลตฟอร์มประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ช่วยบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างละเอียด ติดตามความคืบหน้าของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ เพื่อง่ายต่อการวางแผนกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

 

PEA Sustainability Society

  • โครงการ 1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดอบรมช่างไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนช่างไฟฟ้าในท้องถิ่น ให้สามารถบริการซ่อมแซมไฟฟ้าตามมาตรฐานความปลอดภัย และขยายผลดำเนินการโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า ตามภารกิจกระทรวงมหาดไทยที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs โดยร่วมกับ 4 กระทรวง 3 หน่วยงาน ตั้งเป้าภายในปี 2569 จะมีช่างไฟฟ้าที่ผ่านการอบรมจากโครงการครบทุกหมู่บ้านในพื้นที่ 74 จังหวัด
  • โครงการ PEA LED เพื่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทย ติดตั้งหลอดประหยัดพลังงาน LED ส่องสว่างโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยว ประหยัดค่าไฟฟ้า และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • โครงการ PEA พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน สนับสนุนเครื่องยนต์เรือไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศและความดังของเสียงเครื่องยนต์ อีกหนึ่งแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ
  • โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร ระยะที่ 2 ขยายเขตไฟฟ้าให้เกษตรกร 55,876 ราย ในพื้นที่ทำกินทางการเกษตรและพื้นที่ห่างไกลให้มีไฟฟ้าใช้ครอบคลุมทุกครัวเรือน โดยในปี 2567-2571 จะดำเนินงานในระยะที่ 3 ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
  • โครงการ PEA ส่งเสริมพลังงานทดแทนเพื่อวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้อบแห้งผลผลิตทางการเกษตรให้มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาด
  • มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประชาชนตามนโยบายรัฐบาล ขยายระยะเวลางดจ่ายไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่มียอดการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 บาทต่อเดือน และค้างชำระค่าไฟฟ้าได้ไม่เกิน 3 บิลเดือน ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2567

 

ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

 

สำหรับก้าวต่อไปของ PEA ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เผยว่า “PEA ยังคงมุ่งเน้นระบบโครงข่ายและระบบจำหน่ายที่มั่นคง รองรับการขยายตัวของลูกค้าอุตสาหกรรม และการเพิ่มขึ้นของพลังงานสะอาด สร้างพันธมิตรกับเครือข่ายสตาร์ทอัพ เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ยกระดับผลประกอบการของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ รวมถึงเตรียมความพร้อมของระบบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพลังงานในอนาคต ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของ Grid Modernization วางแผนการดำเนินงาน Green Tech Fund เพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุน พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดำเนินงานของ PEA และยกระดับการพัฒนาองค์กรไปสู่ Carbon Neutrality”

The post กางผลงาน ‘การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค’ บนวิสัยทัศน์ ‘ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน’ 64 ปีแห่งการพัฒนาพลังงานเพื่อสังคมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Data Center เทคโนโลยีที่แลกด้วยการใช้ไฟมหาศาล อาจเป็นตัวเร่งวิกฤตพลังงานอนาคต? Morgan Stanley เตือน ทำโลกร้อนเพิ่ม ปล่อยคาร์บอน 2.5 พันล้านตัน https://thestandard.co/data-center-electricity-consume-morgan-stanley-concern/ Sat, 07 Sep 2024 07:26:48 +0000 https://thestandard.co/?p=980784 Data Center

ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกต่างมุ่งไปสู่การลง […]

The post Data Center เทคโนโลยีที่แลกด้วยการใช้ไฟมหาศาล อาจเป็นตัวเร่งวิกฤตพลังงานอนาคต? Morgan Stanley เตือน ทำโลกร้อนเพิ่ม ปล่อยคาร์บอน 2.5 พันล้านตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Data Center

ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกต่างมุ่งไปสู่การลงทุน Data Center เมื่อโลกอนาคตไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปได้ แต่เบื้องหลังที่แลกมานั้นอาจเต็มไปด้วยการใช้ ‘ไฟฟ้ามหาศาล’ แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาคือการใช้พลังงานที่สูงขึ้น นำไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในที่สุด ล่าสุดคาดการณ์ว่าการลงทุนของธุรกิจ Data Centerจะเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนมากยิ่งขึ้น

 

รายงานวิจัยจาก Morgan Stanley ระบุว่า กระแสการลงทุนและการขยายตัวด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล หรือ Data Centerจะก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกเทียบเท่าประมาณ 2.5 พันล้านตัน ภายในสิ้นทศวรรษนี้ และจะเป็นตัวเร่งการลงทุนในความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ปัจจุบันบริษัทที่ลงทุน Data Centerระดับไฮเปอร์สเกล (ศูนย์ข้อมูลที่อาศัยพลังการประมวลผลอย่างมหาศาล) มีทั้ง Google, Microsoft, Meta และ Amazon ซึ่งกำลังเป็นผู้ขับเคลื่อนการใช้ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อบวกกับการขยายเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud Computing และ Data Centerแล้ว ยิ่งมีอัตราใช้ไฟสิ้นเปลือง เพราะต้องใช้ไฟฟ้าอย่างมหาศาล แม้ว่าบริษัทต่างๆ จะให้คำมั่นสัญญาที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2030 จากการลงทุนData Center

 

ในงานวิจัย Morgan Stanley ระบุอีกว่า ในอีกด้านอุตสาหกรรมนี้จะสร้างตลาดใหญ่ให้กับการลงทุนโซลูชันที่เกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปัจจุบันการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมData Center ทั่วโลกนั้นคิดเป็นประมาณ 40% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สหรัฐอเมริกาปล่อยออกมาในแต่ละปี

 

อีกทั้งการสร้างคลังคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์จะเพิ่มการลงทุนในการพัฒนาพลังงานสะอาด อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และสิ่งที่เรียกว่าวัสดุก่อสร้างสีเขียว

 

นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์เทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และกระบวนการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ (CDR) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการส่งเสริมมากขึ้น เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีพยายามรักษาคำมั่นสัญญาเรื่องสภาพภูมิอากาศ

 

ปี 2024 บิ๊กเทคแห่ลงทุน Data Center และ Cloud Service ในไทย

 

สำหรับประเทศไทย THE STANDARD WEALTH ได้รับข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ล่าสุดว่า ปัจจุบันไทยมีการลงทุนพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับโครงการData Center และ Cloud Service โดยปีนี้มีบริษัทที่ได้รับอนุมัติ 37 โครงการ มูลค่า 98,539 ล้านบาท

 

ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง โดยมีบริษัทชั้นนำ เช่น Amazon Web Service (AWS) ที่ประกาศลงทุน Data Centerในไทยกว่า 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2037 โดยในเฟสแรกมี 3 แห่ง เงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท

 

นอกเหนือจาก Google และ Microsoft ที่ประกาศแผนลงทุน Data Centerไปแล้วยังมีโครงการ NEXTDC จากออสเตรเลีย ลงทุน 13,700 ล้านบาท, STT GDC จากสิงคโปร์ ลงทุน 4,500 ล้านบาท, Evolution Data Centres จากสิงคโปร์ ลงทุน 4,000 ล้านบาท, SUPERNAP (Switch) จากสหรัฐฯ ลงทุน 3,000 ล้านบาท, Telehouse จากญี่ปุ่น ลงทุน 2,700 ล้านบาท และ OneAsia จากฮ่องกง ลงทุน 2,000 ล้านบาท

 

ส่วนธุรกิจ Cloud Service มีบริษัทที่รับการส่งเสริมไปแล้ว เช่น Alibaba Cloud ลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท และ Huawei Technologies ลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการไทยที่ลงทุนในธุรกิจ Data Centerและ Cloud Service ด้วย เช่น บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์, บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย และบริษัท GSA ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Gulf, Singtel และ AIS

 

อ้างอิง:

The post Data Center เทคโนโลยีที่แลกด้วยการใช้ไฟมหาศาล อาจเป็นตัวเร่งวิกฤตพลังงานอนาคต? Morgan Stanley เตือน ทำโลกร้อนเพิ่ม ปล่อยคาร์บอน 2.5 พันล้านตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ย้อนรอยจุดกำเนิด กฟผ. และเส้นทางสู่ความมั่นคงทางไฟฟ้าของไทย | WEALTH HISTORY EP.57 https://thestandard.co/wealth-history-ep57/ Mon, 26 Aug 2024 10:00:01 +0000 https://thestandard.co/?p=975540

WEALTH HISTORY EP.57 จะพาย้อนกลับไปเมื่อปี 2427 เมื่อสย […]

The post ชมคลิป: ย้อนรอยจุดกำเนิด กฟผ. และเส้นทางสู่ความมั่นคงทางไฟฟ้าของไทย | WEALTH HISTORY EP.57 appeared first on THE STANDARD.

]]>

WEALTH HISTORY EP.57 จะพาย้อนกลับไปเมื่อปี 2427 เมื่อสยามประเทศมีประสบการณ์ไฟฟ้าส่องสว่างเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ความศิวิไลซ์ หลังจากนั้นวิวัฒนาการของพลังงานไฟฟ้าไทยก็ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการถือกำเนิดขึ้นมาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า

 

แต่โลกไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ความต้องการพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่เพิ่มมากขึ้น แล้ววิวัฒนาการด้านไฟฟ้าของไทยจะดำเนินไปอย่างไร ติดตามได้กับโฮสต์ประจำรายการ วิทย์ สิทธิเวคิน

The post ชมคลิป: ย้อนรอยจุดกำเนิด กฟผ. และเส้นทางสู่ความมั่นคงทางไฟฟ้าของไทย | WEALTH HISTORY EP.57 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจเปลวเพลิงโอลิมปิก 2024 ด้วยพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ณ สวนตุยเลอรี https://thestandard.co/paris2024-30072024-7/ Tue, 30 Jul 2024 07:09:38 +0000 https://thestandard.co/?p=964854 โอลิมปิก

มหกรรมกีฬา โอลิมปิก ฤดูร้อนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส […]

The post สำรวจเปลวเพลิงโอลิมปิก 2024 ด้วยพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ณ สวนตุยเลอรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอลิมปิก

มหกรรมกีฬา โอลิมปิก ฤดูร้อนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปีนี้ ได้จัดแสดงคบเพลิงบริเวณสวนตุยเลอรี เพื่อให้ผู้คนในกรุงปารีสได้สัมผัสบรรยากาศโอลิมปิกกัน 

 

โดยช่วงเย็นของวันที่ 29 กรกฎาคม THE STANDARD SPORT ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณใกล้เคียงคบเพลิง โดยพบทั้งเจ้าหน้าที่โอลิมปิก นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ มารอชมคบเพลิงที่อยู่ใต้บอลลูนที่ถูกปล่อยขึ้นในเวลา 22.00 น. ของทุกวัน โดยขึ้นไปที่ความสูงถึง 30 เมตร  

 

นอกจากสัญลักษณ์คบเพลิงแล้วยังมีการเล่นดนตรีสดที่สามารถดึงดูดผู้คนจากต่างภาษาและวัฒนธรรม มาร่วมสนุกกันได้ไม่แพ้กับการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิดที่กำลังทำหน้าที่เดียวกันอยู่ที่โอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

 

สำหรับความพิเศษของเปลวไฟโอลิมปิกในปีนี้คือ พวกเขาเลือกใช้บอลลูนเป็นสัญลักษณ์แห่งการยกย่องพี่น้อง Montgolfier พี่น้องชาวฝรั่งเศสผู้ออกแบบบอลลูนที่ขับเคลื่อนด้วยอากาศร้อน ที่ถูกปล่อยครั้งแรกโดยมีผู้โดยสารข้างในเมื่อปี 1783 ในจุดเดียวกันนี้ภายในสวนตุยเดอรี 

 

นอกจากนี้ภายในบอลลูนด้านล่างที่มีลักษณะเหมือนเปลวเพลิง แท้จริงแล้วเป็นไฟ LED 40 ดวง ส่องสว่างผ่านละอองน้ำ เพื่อให้มีลักษณะเหมือนกับเปลวไฟ โดยสาเหตุการออกแบบก็เพื่อให้ไฟโอลิมปิกครั้งนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ แทนที่จะเผาด้วยเชื้อเพลิงและสร้างควันจากการเผา

 

โอลิมปิก โอลิมปิก โอลิมปิก โอลิมปิก

 

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย และ ศักดิภัท ประพันธ์วรคุณ 

 


 

ติดตามการแข่งขัน โอลิมปิก ปารีส 2024 – Paris 2024 Olympic Games ได้ที่

The post สำรวจเปลวเพลิงโอลิมปิก 2024 ด้วยพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ณ สวนตุยเลอรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สปป.ลาว Battery of Asia! EA ร่วมทุนรัฐบาล สปป.ลาว สร้างพลังงานสะอาดกว่า 7,000 เมกะวัตต์ โอกาสใหม่ของ สปป.ลาว และ EA? https://thestandard.co/ea-joins-with-the-government-of-lao-pdr/ Wed, 15 May 2024 03:32:17 +0000 https://thestandard.co/?p=933606

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ขาดแคลนพลังงานในสาธารณรัฐประชาธิปไตยป […]

The post สปป.ลาว Battery of Asia! EA ร่วมทุนรัฐบาล สปป.ลาว สร้างพลังงานสะอาดกว่า 7,000 เมกะวัตต์ โอกาสใหม่ของ สปป.ลาว และ EA? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ขาดแคลนพลังงานในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงทั่วโลก สปป.ลาว ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งเป้าหมายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนผลักดันการนำทรัพยากรในประเทศมาพัฒนา หนุนการลงทุน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ และอีกหลายๆ ปัจจัย

 

ด้วยจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง จึงเป็นโอกาสของบรรดาบริษัทพลังงานเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

หนึ่งในนั้นคือ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนรัฐบาล สปป.ลาว Super Holding Company บริหารจัดการพลังงานสะอาดแบบรวมศูนย์กว่า 7GW หรือเทียบเท่า 7,000 เมกะวัตต์

 

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา THE STANDARD WEALTH รายงานจาก สปป.ลาว ว่า บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เซ็นสัญญาร่วมพัฒนาโครงการกับรัฐบาล สปป.ลาว โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุน Super Holding Company บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแบบรวมศูนย์ 

 

 

ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายและบริหารพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ส่งเสริมการใช้ EV เพิ่มศักยภาพให้ สปป.ลาว โดยจะฟื้นฟูทุนสำรองให้ได้ภายใน 3 ปี รวมไปถึงเพิ่มรายได้ค่าไฟฟ้า ลดภาระการนำเข้าน้ำมันดิบ พัฒนาโครงการกักเก็บพลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งจัดหาโซลูชัน EV สู่เป้าหมายยุทธศาสตร์แห่งชาติ Battery of Asia

 

คุยกับ CEO สมโภชน์ กับแผนร่วมทุนตั้งบริษัท Super Holding Company 

 

สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาร่วมพัฒนาโครงการ (Joint Development Agreement) กับรัฐบาล สปป.ลาว จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Super Holding Company เพื่อบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแบบรวมศูนย์ของ สปป.ลาว พัฒนาเป็นศูนย์กลางการจำหน่าย และบริหารพลังงานสะอาดแบบครบวงจรของประเทศ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมศักยภาพในการแข่งขัน และแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศให้มีเสถียรภาพในระยะยาว 

 

โดยสมโภชน์ย้ำว่า “พันธกิจหลักในการจัดตั้ง Super Holding Company นั้น เพื่อให้เป็นบริษัทที่บริหารจัดการพลังงานสะอาดของประเทศแบบครบวงจร ทั้งการบริหารจัดการสินทรัพย์ บริหารจัดการจำหน่ายพลังงานในต่างประเทศ และเป็นบริษัทหลักที่จะใช้ลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดของประเทศ หรือธุรกิจอื่นใดที่เกี่ยวข้องในอนาคต”

 

สปป.ลาว ถือหุ้นใหญ่ 65% EA บริหารจัดการพลังงานแบบรวมศูนย์

 

เมื่อถามถึงสัดส่วนการถือหุ้นจัดตั้งบริษัทร่วมทุน Super Holding Company สมโภชน์บอกว่า รัฐบาล สปป.ลาว จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 65% และ EA จะถือหุ้น 35% 

 

EA จะมีสิทธิในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแบบรวมศูนย์ของ สปป.ลาว ทั้งหมด ส่วนรายได้ EA ก็จะสามารถรับรู้ผลตอบแทนจากการร่วมลงทุนเข้ามาได้ภายในปีหน้า 

 

โดยในช่วงแรกบริษัทจะได้รับโอนโครงการเขื่อนต่างๆ เข้ามาบริหารจัดการทั้ง 7,000 เมกะวัตต์ โดยจะเป็นตัวแทนบริหารจัดการโครงการพลังงานทดแทน และการจัดการการส่งออกพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 

 

สัมปทานต่อเนื่องใน สปป.ลาว อีก 25 ปี

 

ที่สำคัญ “บริษัทจะได้รับอายุสัมปทานเพิ่มเติมต่อเนื่องอีก 25 ปี” ภายใต้นโยบายสนับสนุนใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบของประเทศ ประกอบกับให้สิทธิ EA ในการบริหารจัดการบริษัทอีกด้วย 

 

“ส่วนการระดมทุน EA ตั้งเป้าระดมทุนให้ได้มูลค่ารวม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ใส่เงินไปแล้ว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีนี้ ผมตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดภาระหนี้ สปป.ลาว กู้คืนสกุลเงินกีบ และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะกลาง 2-3 ปี” สมโภชน์กล่าว

 

นอกจากนี้ จะดำเนินการสร้างโครงการที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน Floating Solar และปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการต่างๆ ขยายตลาดการส่งออกไฟฟ้าของ สปป.ลาว สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป.ลาว 

 

พร้อมทั้งขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ สปป.ลาว และลดการนำเข้าน้ำมัน โดย EA จะทำหน้าที่เป็นผู้บริหารหลักและร่วมทำงานกับรัฐบาล สปป.ลาว

 

“เราจะเอาจุดแข็งที่เป็นผู้นำนวัตกรรมพลังงานสะอาด มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน ด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาล สปป.ลาว บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด สร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ใน Green Economy สร้างตลาดส่งออก Carbon Credit และอุตสาหกรรมสีเขียว”

 

สอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ระบุว่า สปป.ลาว มีนโยบายสนับสนุนการลงทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

 

สปป.ลาว Battery of Asia เรียกได้ว่าเป็น New S-Curve

 

หากถามว่าทำไม สปป.ลาว ถึงเลือก EA ต้องบอกว่าปัจจุบัน สปป.ลาว มีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้อีก 30,000-40,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 11,000 เมกะวัตต์ เมื่อเราเสนอแผนที่เป็นการรวมทั้งระบบไปนำเสนอด้วยรูปแบบการจัดตั้ง Super Holding Company จะมีการโอนทรัพย์สินธุรกิจไฟฟ้าจากลาว โฮลดิ้ง และบริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen ซึ่งเป็นผู้นำการผลิตไฟฟ้าใน สปป.ลาว รวม 7,000 เมกะวัตต์ เมื่อโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหรือเขื่อนหมดสัมปทาน

 

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้านำ Super Holding Company เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นตลาดสิงคโปร์หรือฮ่องกง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2025 เพื่อระดมทุนใช้ลงทุนสายส่งให้กับการไฟฟ้าใน สปป.ลาว ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน สปป.ลาว และลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใหม่ๆ ใน สปป.ลาว นี่คือโอกาสของทั้ง สปป.ลาว และ EA ที่จะเติบโตไปด้วยกัน เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม New S-Curve ของ สปป.ลาว

 

“หลังจากนี้จะร่วมปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศให้มีความพร้อมกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต ท้ายที่สุดก็เพื่อสนับสนุนเป้าหมายยุทธศาสตร์แห่งชาติที่จะเป็น Battery of Asia ให้สำเร็จเร็วที่สุด 

 

“การเข้ามาร่วมทุนครั้งนี้ เราอยากสนับสนุนให้ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มี Green Economy อย่างแท้จริงอีกด้วย” สมโภชน์กล่าวทิ้งท้าย

The post สปป.ลาว Battery of Asia! EA ร่วมทุนรัฐบาล สปป.ลาว สร้างพลังงานสะอาดกว่า 7,000 เมกะวัตต์ โอกาสใหม่ของ สปป.ลาว และ EA? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ข้อมูล, สกุลเงินดิจิทัล และ AI จะใช้ ‘ไฟฟ้า’ เพิ่ม 3 เท่าในอีก 2 ปี เทียบได้กับการใช้พลังงานของเยอรมนีทั้งประเทศ https://thestandard.co/cryptocurrency-ai-electricity-demand-seen-doubling-in-three-years/ Thu, 25 Jan 2024 05:07:51 +0000 https://thestandard.co/?p=891930

ความต้องการไฟฟ้าในระดับโลกจากศูนย์ข้อมูล สกุลเงินดิจิทั […]

The post ศูนย์ข้อมูล, สกุลเงินดิจิทัล และ AI จะใช้ ‘ไฟฟ้า’ เพิ่ม 3 เท่าในอีก 2 ปี เทียบได้กับการใช้พลังงานของเยอรมนีทั้งประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความต้องการไฟฟ้าในระดับโลกจากศูนย์ข้อมูล สกุลเงินดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเทียบเท่ากับความต้องการพลังงานทั้งหมดของประเทศเยอรมนี ตามที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ในรายงานล่าสุด

 

ในปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูลมากกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก โดยประมาณ 33% อยู่ในสหรัฐอเมริกา, 16% ในยุโรป และประมาณ 10% ในจีน และยังมีแผนที่จะพัฒนาเพิ่มเติมในไอร์แลนด์ ซึ่งศูนย์ข้อมูลกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว 

 

IEA คาดว่าภาคส่วนนี้จะบริโภคไฟฟ้า 32% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศภายในปี 2026 เทียบกับ 17% ในปี 2022 ปัจจุบันไอร์แลนด์มีศูนย์ข้อมูล 82 แห่ง โดย 14 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอีก 40 แห่งได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว

 

ความต้องการไฟฟ้าระดับโลกโดยรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.4% จนถึงปี 2026 ตามที่รายงานพบ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นนี้จะถูกครอบคลุมได้โดยแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำ รวมถึงการใช้พลังงานนิวเคลียร์ด้วย

 

แหล่งพลังงานที่มีการปล่อยมลพิษต่ำคาดว่าจะคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกภายในปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 40% ในปี 2023 ตามที่รายงานพบ “ภาคการผลิตพลังงานปัจจุบันผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าภาคอื่นใดในเศรษฐกิจโลก 

 

“ดังนั้นจึงน่ายินดีที่การเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานหมุนเวียน และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของพลังงานนิวเคลียร์ กำลังร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า” Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหาร IEA กล่าว

 

ความหนาแน่นของการปล่อยมลพิษจากการผลิตพลังงานทั่วโลก หรือปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผลิตต่อหน่วยพลังงาน คาดว่าจะลดลงเฉลี่ยประมาณ 3.5% ต่อปี จนถึงปี 2026 ตามที่ IEA กล่าว สำหรับยุโรป ความพยายามในการลดคาร์บอนที่เข้มข้นยิ่งขึ้นหมายความว่า การลดลงคาดว่าจะอยู่ที่ 13% ต่อปี

 

อ้างอิง:

The post ศูนย์ข้อมูล, สกุลเงินดิจิทัล และ AI จะใช้ ‘ไฟฟ้า’ เพิ่ม 3 เท่าในอีก 2 ปี เทียบได้กับการใช้พลังงานของเยอรมนีทั้งประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>