พระเครื่อง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พระเครื่อง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 04 Apr 2025 14:57:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ การไล่ล่าหา ‘พระแท้’ ของเหล่า ‘คนเก๊’ https://thestandard.co/the-stone-2/ Fri, 04 Apr 2025 09:30:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1060729 The Stone

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ ผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เ […]

The post เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ การไล่ล่าหา ‘พระแท้’ ของเหล่า ‘คนเก๊’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Stone

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ ผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เต็มตัวเรื่องแรกของ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ พร้อมด้วย บี-วุฒิพงษ์ สุขะนินทร์ ที่มานั่งแท่นกำกับร่วม โดยคราวนี้พวกเขาได้จับมือกับทัพนักมากฝีมือเพื่อพาผู้ชมก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่อง นำโดย เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน, อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ, จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี, ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ และ ตู่-นพพล โกมารชุน

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เอก (เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) หนุ่มวัยรุ่นที่ต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้พ่อที่กำลังป่วยหนัก เขาจึงนำพระเครื่องเก่าเก็บของพ่อไปให้ เซ้ง พาราไดซ์ (จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี) เซียนพระชื่อดังดีกรีแชมป์รายการแฟนพันธุ์แท้เพื่อประเมินราคา กระทั่ง หมวย (อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ) เซียนพระสาวที่เข้ามาร่วมวงพบว่าพระที่พ่อเก็บไว้คือ พระสมเด็จวัดระฆัง พระในตำนานที่หายสาบสูญจากวงการไปนานกว่า 30 ปี หมวยจึงชวนเอกให้นำพระไปประกวดก่อนว่าเป็นพระแท้หรือเก๊เพราะราคาอาจพุ่งสูงถึงร้อยล้าน จึงเป็นจุดเริ่มให้เอกต้องเผชิญกับภัยอันตรายและการหักเหลี่ยมเฉือนคมของ ‘คนเก๊’ ที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิง ‘พระแท้’ ไปจากเขา

 

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

 

‘วงการพระเครื่อง’ เป็นชื่อที่ผู้เขียนรู้จักและได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่วงการนี้ก็ห่างไกลจากความสนใจของเรามาก พระแท้พระเก๊เขาดูกันอย่างไร การประกวดพระคืออะไร เซียนพระมีบทบาทสำคัญอย่างไร บรรยากาศของตลาดพระเป็นอย่างไร เรียกได้ว่าวงการพระเครื่องเป็นเหมือนโลกอีกใบที่เราไม่เคยย่างกรายเข้าไปสำรวจมาก่อน

 

ว่ากันตามจริง เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่พาเราไปหาคำตอบแบบเจาะลึก ลงรายละเอียดอย่างที่สงสัยไปทั้งหมด แต่หนังพาเราไปทัวร์ตามจุดไฮไลต์เพื่อให้ได้เห็นภาพรวมของวงการนี้มากขึ้น เช่น การพาเราไปสัมผัสกับบรรยากาศการประกวดพระเครื่องที่ปกติแล้วถ้าใครไม่ได้สนใจก็คงไม่มีโอกาสเข้าไปเดิน ซึ่งทำให้เราเห็นว่าวงการนี้ใหญ่โตเพียงใด

 

ในแง่หนึ่งประสบการณ์ชม เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ ของผู้เขียนจึงเปรียบเสมือนการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่พาเราเข้าไปทำความรู้จักวงการพระเครื่องอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกก็คงไม่ผิด

 

ขณะเดียวกันหนังยังพาเราไปสำรวจ ‘ความเชื่อ’ ของพระเครื่องในฐานะเครื่องรางของขลังที่คอยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย โดยผู้กำกับพาเราไปดูว่าความเชื่อเหล่านี้มันส่งผลหรือขับเคลื่อนความคิดของผู้คนอย่างไร มันสร้างมูลค่าให้กับพระเครื่องต่างๆ ได้มากขนาดไหน แล้วมันสามารถ ‘ครอบงำ’ จิตใจของผู้คนได้อย่างน่าหวาดกลัวขนาดไหน

 

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

 

อย่างไรก็ตาม การพาผู้ชมไปทำความรู้จักวงการพระเครื่องก็ไม่ได้ถือเป็นแกนหลักสำคัญของ เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ แต่เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเข้มข้นที่สร้างความตึงเครียดและชวนลุ้นระทึกให้เราอย่างต่อเนื่อง ผ่านจังหวะการเล่าเรื่องแพรวพราวที่ค่อยๆ พาคนดูไต่ระดับความลุ้นระทึกขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่มีตก ตัวบทสนทนาที่ถูกร้อยเรียงมาเป็นอย่างดีเพื่อฉายเล่ห์เหลี่ยมของเหล่าตัวละครที่หักเหลี่ยมเฉือนคมกันแบบไม่มีใครยอมใคร หรือฉากแอ็กชันที่แม้จะมีไม่เยอะแต่กลับสร้างอิมแพคให้กับเรื่องราวได้

.

ตัวละครต่างๆ เองก็มีเรื่องราวที่น่าติดตามไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่ เอก ที่เป็นเหมือนตัวแทนของคนนอกที่ไม่รู้จักวงการพระเครื่องมาก่อน ซึ่งมองในแง่หนึ่งถ้าเอกตัดสินใจขายพระเครื่องให้เซ้งไปตั้งแต่แรก เรื่องราวทั้งหมดก็คงจะจบลงด้วยดี (และยังสมเหตุสมผล) แต่ภาพยนตร์ก็ค่อยๆ นำเสนอให้เราเข้าใจถึงแรงจูงใจของตัวละครได้อย่างแข็งแรงจนทำให้เราพร้อมจะเดินไปกับตัวละครไม่ว่าเขาจะพาเราไปที่ไหน ขณะที่นักแสดงนำอย่างเจ้านายก็ถ่ายทอดทั้งความกดดันและหวาดกลัวที่ตัวละครต้องเผชิญ รวมไปถึงความมุ่งมั่นที่ต้องการเอาพระของพ่อคืนมาได้อย่างยอดเยี่ยม

 

หรือ หมวย เองก็เป็นตัวแทนของเซียนพระหญิงที่ต้องต่อสู้และพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางวงการพระเครื่องที่จำนวนเกินครึ่งเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่อเธอเป็นลูกสาวของ พ่อสุนทร (ตู่-นพพล โกมารชุน) ที่เป็นถึงประธานสมาคมพระเครื่องที่มีผู้คนเคารพนับถือมากมาย มันก็ยิ่งสร้างแรงกดดันจากสายตาของผู้คนที่มองเข้ามามากขึ้นกว่าเดิม และนั่นทำให้การตัดสินใจต่างๆ ของเธอมีน้ำหนักในสายตาผู้ชม เช่นเดียวกันกับ เซ้ง พาราไดซ์ ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเรื่อง แต่เซ้งยังเป็นตัวละครที่คอยสร้างสีสันให้กับเรื่องได้เป็นอย่างดี

 

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

 

อีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ วิคเตอร์ ชายหนุ่มปริศนาที่รับบทโดย ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ผู้มาพร้อมกับบุคลิกเงียบขรึมและน่าเกรงขาม แต่จุดที่เราอยากชื่นชมทั้งตัวนักแสดงและทีมสร้างมากๆ คือการเลือกใช้ตัวละครนี้ในการสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม เพราะเอาจริงๆ การใส่มุกตลกให้กับตัวละครที่มองไกลๆ ก็รู้ว่าร้ายและอันตรายสุดๆ แบบนี้อาจไปทำลายความน่าเกรงขามของเขาได้ง่ายๆ แต่ผู้กำกับก็เลือกแทรกมุกตลกในจังหวะที่เหมาะสม ไม่เยอะเกินไป จนทำให้มุกตลกเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมคลายความตึงเครียดได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ทำลายคาแรกเตอร์ที่ปูไว้อย่างดีอีกด้วย

 

ด้าน พ่อสุนทร ที่รับบทโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง ตู่-นพพล โกมารชุน ที่แม้เขามักจะมาพร้อมกับรอยยิ้มและการทักทายที่ดูเป็นมิตร แต่เราก็ยังสัมผัสได้ถึงบารมีที่เขามีและอำนาจที่ทุกคนต่างหวาดกลัวได้เสมอ โดยเฉพาะการปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในงานประกวดพระเครื่องที่ขอยกให้เป็นหนึ่งในฉากที่ชอบมากที่สุด

 

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊

 

ในภาพรวมแล้ว เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ เป็นผลงานการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับของเป้ อารักษ์ ที่สมการรอคอย ตัวภาพยนตร์อัดแน่นไปด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เฉียบคม รสชาติจัดจ้าน เนืองแน่นไปด้วยบรรยากาศที่น่าอึดอัดและตึงเครียด การหักเหลี่ยมเฉือนคมของตัวละครที่เราไม่อาจไว้วางใจใครได้ แต่ผู้กำกับและทีมสร้างก็แทรกอารมณ์ขันให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นไว้ได้อย่างพอดีคำ

 

เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ มีกำหนดเข้าฉาย 3 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

ภาพ: M Studio

 

 

The post เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ การไล่ล่าหา ‘พระแท้’ ของเหล่า ‘คนเก๊’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนเที่ยว ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานรวมศาสตร์ความมูฯ และความเชื่อผีๆ ตั้งแต่อาหารยันพระเครื่อง 27-29 พ.ค. 65 รถไฟมักกะสัน https://thestandard.co/goosebumps-festival-2565/ Sun, 15 May 2022 11:47:16 +0000 https://thestandard.co/?p=629184 เทศกาลขนหัวลุก

สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่คู่กับความเชื่อและเรื่องผีมานาน […]

The post ชวนเที่ยว ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานรวมศาสตร์ความมูฯ และความเชื่อผีๆ ตั้งแต่อาหารยันพระเครื่อง 27-29 พ.ค. 65 รถไฟมักกะสัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลขนหัวลุก

สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่คู่กับความเชื่อและเรื่องผีมานานแสนนาน ไม่ว่าจะชนชั้นไหนๆ ล้วนมีความเชื่อฉบับตนเอง ทุกภูมิภาคมีตำนานผี, วัด, วัง, โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย ล้วนแต่มีเรื่องราว หลากความเชื่อ หลากศาสตร์มูเตลู จนอาจกล่าวได้ว่า เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็น Soft Power ที่ทำให้ชาวต่างชาติบินมามูฯ ถึงถิ่น คนไทยเองก็ไม่น้อยหน้า มีทริปตามรอยสายบุญ สายของขลังอยู่ร่ำไป 

 

ในเมื่อมูฯ กันนัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จึงหยิบธีมนี้มาจัดเทศกาลเสียเลยในชื่อ ‘เทศกาลขนหัวลุก’ ครั้งแรกของงานเทศกาลที่รวบรวมเรื่องราววัฒนธรรมไทยด้านความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผีภาคต่างๆ กิจกรรมชมสุดยอดพระเครื่องของไทย เลือกซื้อสินค้าแนวมูฯ ทำบุญบริจาคทาน ไหว้พระฟังเทศน์ ชมรถไฟไทยโบราณกว่าร้อยปี มูฯ แล้วต้องมูฯ ให้สุด ของกินในงานยังเป็นของกินเสริมความเชื่อ ลูกชิ้นลงยันต์ ลวกด้วยน้ำซุปปลุกเสก กินแล้วเสริมมงคลชีวิต

 

เทศกาลขนหัวลุก จัดขึ้นในวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2565 เวลา 15.00-22.00 น. 

ณ โรงงานรถไฟมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ เข้าชมฟรี! แต่ถ้าแต่งชุดผี เล่นเครื่องเล่นฟรีในทุกกิจกรรม 

 

ไม่ต้องรอฮาโลวีนก็ขนหัวลุกได้ 

 

ภาพ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

The post ชวนเที่ยว ‘เทศกาลขนหัวลุก’ งานรวมศาสตร์ความมูฯ และความเชื่อผีๆ ตั้งแต่อาหารยันพระเครื่อง 27-29 พ.ค. 65 รถไฟมักกะสัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกพลัง ‘มูเตลู’ Soft Power ของไทยที่สร้างรายได้สะพัดมหาศาล https://thestandard.co/key-messages-mutelu-amulet-and-commercial-buddha/ Tue, 26 Apr 2022 12:51:04 +0000 https://thestandard.co/?p=621797 พุทธพาณิชย์

พูดถึงคำว่า Soft Power ช่วงนี้คงเป็นคำฮิตที่ใครๆ ก็พูดถ […]

The post เจาะลึกพลัง ‘มูเตลู’ Soft Power ของไทยที่สร้างรายได้สะพัดมหาศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธพาณิชย์

พูดถึงคำว่า Soft Power ช่วงนี้คงเป็นคำฮิตที่ใครๆ ก็พูดถึง จริงๆ แล้วคำนี้น่าจะเริ่มฮิตติดปากคนไทยกันมามากขึ้นตั้งแต่กระแส ‘ลิซ่า แห่งวง BLACKPINK’ ที่พูดถึงลูกชิ้นยืนกินจนเป็นที่รู้จัก หรือซีรีส์เกาหลีใต้เรื่อง Squid Game จนกระทั่งมาถึงกระแส มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล นักร้องไทยคนแรกที่ได้ขึ้นเวที Coachella 2022 เวทีเทศกาลดนตรีระดับโลก โดยเทศกาลนี้ในแต่ละปีจะรวมศิลปินดังยอดนิยมทั้งปัจจุบันและทั้งยังเป็นที่นิยมอยู่มาขึ้นเวทีมากมาย

 

แต่ที่เป็นประเด็นและเป็นที่กล่าวถึงกันมากในโลกออนไลน์ คือท่อนแรปของมิลลิที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน “Country is good. People is good. Our food is good. But government is บูด” ไม่เพียงเท่านั้น ที่สร้างกระแสฮือฮาและสร้างความตื่นเต้นสำหรับคนไทยก็คงเป็นการกินข้าวเหนียวมะม่วงบนเวทีของมิลลิ จนกลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ ทำเอาคนไทยจำนวนมากพากันแห่ซื้อข้าวเหนียวมะม่วงมากิน ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ โพสต์กันในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทำให้ความต้องการบริโภคข้าวเหนียวมะม่วงพุ่งสูงทันที

 

🙏🏻🔮 Soft Power ไม่ได้หมายถึงแค่ความเป็นไทยตามขนบ 🔮🙏🏻

หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า Soft Power แต่รู้หรือไม่ว่า Soft Power ไม่ได้หมายถึง ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ ไม่ได้หมายถึงธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงภาพยนตร์ ไม่ได้หมายถึงชุดไทย ไม่ได้หมายถึงรำไทย และไม่ได้หมายถึงมวยไทย แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงสื่อหรือช่องทางที่จะช่วยผลักดันจิตวิญญาณ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรม (ที่ไม่ได้หมายถึงแค่ความเป็นไทยตามขนบ) ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลก และสิ่งสำคัญคือสร้างรายได้อันมหาศาลกลับเข้าประเทศเจ้าของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณเหล่านั้น โดยที่เราไม่ใช้ปืน หรือรถถัง หรือนิวเคลียร์ ไปยิง ไประเบิด ไปถล่มใครต่อใครให้ยอมรับในความคิด ความเชื่อ หรือจิตวิญญาณของชาติเรา อันนี้เรียก Soft Power

 

รู้ไหมว่าสื่อกลางที่เป็นตัวผลักดัน Soft Power ไทยที่แข็งแกร่ง และสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศคือ Sex Worker และ มูเตลู นี่คือตัวตนของความเป็นไทยที่ต่างชาติรู้จัก เพียงแต่ว่าเราคนไทยทั้งหลายไม่ยอมรับตัวตนของเราที่เขารู้จัก และมักจะหลอกตัวเองว่า ‘ไม่จริง’ ด้วยข้ออ้างทางชุดศีลธรรม

 

🙏🏻🔮 พลังมูเตลู = Soft Power ไทย 🔮🙏🏻

ผู้เขียนจะยังไม่กล่าวถึงประเด็น Sex Worker แต่จะขอพูดถึงพลังแห่ง Soft Power สาย ‘มูเตลู’ ที่คนไทยหลายต่อหลายคนมักหลงลืม และมองข้ามไปว่ามูเตลูสร้างเม็ดเงินและสร้างพลังอำนาจแบบที่เราเรียกกันติดปากว่า Soft Power อย่างไรบ้าง

 

‘มูเตลู’ เป็นความเชื่อดั้งเดิมที่อยู่กับสังคมไทยมาช้านาน มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นเครื่องราง วัตถุมงคล สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงความเชื่อดั้งเดิมที่เป็นของภูมิภาค ไม่ว่าจะเรื่องพญานาค เรื่องพระเครื่อง เรื่องพระเกจิชื่อดัง หรือแม้แต่การสักยันต์ ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยดลบันดาลหรือสร้างความหวังให้กับคนที่นับถือบูชา ทั้งมีเสน่ห์ เมตตามหานิยม ในปัจจุบันก็พบว่ามีการนำความเชื่อเหล่านี้มาปรับประยุกต์เพื่อมาสร้างรายได้ให้แก่วัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จนถูกกล่าวหาโจมตีว่าเป็นพุทธพาณิชย์ เป็นของปลอม ไม่ใช่แก่นแท้ของศาสนา 

 

แต่สิ่งเหล่านี้กลับสามารถดึงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นจีนมาเลย์ จีนสิงคโปร์ จีนฮ่องกง จีนไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ ให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเราได้

 

จากข้อมูลที่เคยมีการสัมภาษณ์จากเซียนพระรายใหญ่อย่าง ‘เซียนจั๊ว เมืองนนท์’ กล่าวว่า ‘คนจีนถือเป็นลูกค้ารายใหญ่’ รวมถึงเฮียตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ก็บอกว่าคนจีนเป็นลูกค้าตลาดใหญ่ที่สุดของเมืองไทย

 

ไม่เพียงแค่คนจีนเท่านั้นที่ชอบ ดารานักแสดงระดับโลกก็หลงใหลในเรื่องมูเตลูของเรา แอนเจลินา โจลี และ แบรด พิตต์ ก็หลงใหลการสักยันต์ของอาจารย์หนู กันภัย อย่างมาก โดยมีข่าวลือกันว่ามีค่าจ้างในการสักสูงถึงครั้งละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว หลงใหลถึงขั้นจองตั๋วเครื่องบินให้อาจารย์หนูไปสักให้ถึงที่ประเทศกัมพูชา ตอนที่มาถ่ายทำภาพยนตร์เลยทีเดียว รวมถึง ฟาบิโอ คันนาวาโร อดีตกองหลังทีมชาติอิตาลีก็มาสักกับอาจารย์หนูด้วย

 

ในแง่ของรายได้ เซียนจั๊วกล่าวว่า เคยมีรายได้จากการขายพระให้แก่นักท่องเที่ยวจีนได้มากถึงวันละ 50,000 บาท รวมถึงเฮียตี๋เหล้าก็กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าคนจีนนอกจากจะเช่าไว้บูชาเองแล้วยังซื้อสินค้าเพื่อนำออกไปขายต่อในประเทศของตนเองด้วย โดยเฉพาะพ่อค้าชาวจีนสิงคโปร์และมาเลเซีย ความนิยมนี้คาดว่าเงินในตลาดพระต่อปีอาจจะสะพัดมาถึง 1 พันล้านบาท หรือเจ้าของเว็บไซต์ท่าพระจันทร์ดอทคอมระบุว่าอาจจะมากถึงหลักหมื่นล้านบาทต่อปีเลยด้วยซ้ำ

 

🙏🏻🔮 วงการพระเครื่อง เงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้าน 🔮🙏🏻

จากข้อมูลเรื่องวงเงินหมุนเวียนในระบบตลาดพระที่กล่าวมาสอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ระบุว่า มูลค่าของธุรกิจพระเครื่องขยายตัวต่อเนื่อง จากในปี 2546 ที่มีมูลค่าสูงเกือบ 1 หมื่นล้านบาท มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2548 มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท และได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2550 มากถึง 4 หมื่นล้านบาท และในปี 2551 ก็คาดการณ์ว่าจะยังคงตัวอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท 

 

ในงานศึกษาของ ฉลอง สุนทราวาณิชย์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาพัฒนาการนวัตกรรมพระเครื่องและอุตสาหกรรมพระเครื่องไว้ในปี 2551 (10 กว่าปีที่ผ่านมา) โดยกล่าวว่า ‘วัฒนธรรมพระเครื่อง’ นับได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมแขนงหนึ่งที่มีบทบาทไม่น้อยในระบบเศรษฐกิจไทย คาดกันว่ามีตัวเลขเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมดังกล่าวทั้งระบบอยู่ระหว่าง 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี

 

ไม่เพียงเท่านั้น ในวงการมูเตลูยังพบว่ามีธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมพระเครื่องอีกมากมายหลายสาขาธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือคู่มือ ตำรา สารานุกรม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ คอลัมน์ประจำในสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึงร้านรับถ่ายรูปพระเครื่อง ทำกรอบพระ เป็นต้น 

 

นี่เป็นเพียงแค่พลังในวงการมูเตลูในอุตสาหกรรมพระเครื่องและเครื่องรางเท่านั้น ยังไม่รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยวอะไรต่างๆ อีกมากมาย ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้คนในท้องถิ่นได้อีกมหาศาล

 

บทความต่อเนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนจะพาไปสำรวจว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากพลังมูเตลูสร้างรายได้เข้าประเทศและให้กับชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนมากน้อยแค่ไหน รวมถึงจะพาไปสำรวจความสำเร็จของธุรกิจมูเตลูยักษ์ใหญ่อย่างแบรนด์ไลลา  (Leila Amulets) และธุรกิจเบอร์มงคล ว่าความสำเร็จเขาเกิดขึ้นได้อย่างไร และสร้างมูลค่าให้ธุรกิจมากน้อยแค่ไหน

 

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังจะชวนพี่น้องชาวไทยจำนวนมากตั้งคำถามกันว่า “เราพร้อมแล้วหรือยังสำหรับการยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง” และ “พร้อมแล้วหรือยังกับการผลักดันความเป็นตัวตนนี้ให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก เพื่อสร้างรายได้อันมหาศาลเข้าประเทศ” (โปรดติดตาม)

 

อ้างอิง:

  • บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด. ธุรกิจพระเครื่องปี 51: มูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท, 19 มกราคม 2548.
  • ฉลอง สุนทราวานิช. นวัตกรรมพระเครื่องไทย: ก่อนจะเป็นอุตสาหกรรมพระเครื่อง เมื่อพระเครื่องก้าวขึ้นมาเป็น “สุดยอด” ของเครื่องรางไทย.
  • เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ เรื่อง โลกของอิสลามและมุสลิมอุษาคเนย์. จัดกิจกรรมโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์, 28-29 พฤศจิกายน 2551 ณ โรงแรมทวินโลตัส นครศรีธรรมราช.
  • https://thematter.co/social/photo-album-buddha-amulet-market/159676
  • https://www.matichon.co.th/local/news_34413
  • https://thestandard.co/thai-buddhist-amulets-of-high-value/

The post เจาะลึกพลัง ‘มูเตลู’ Soft Power ของไทยที่สร้างรายได้สะพัดมหาศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลิกโฉมวงการพระเครื่อง ‘Crypto Amulets’ ครั้งแรกของพระเครื่องในรูปแบบของ NFT https://thestandard.co/crypto-amulets/ Fri, 11 Jun 2021 08:23:31 +0000 https://thestandard.co/?p=499082 Crypto Amulets

เราพูดกันเล่นๆ เสมอว่า NFT ก็เหมือนวงการพระเครื่อง เป็น […]

The post พลิกโฉมวงการพระเครื่อง ‘Crypto Amulets’ ครั้งแรกของพระเครื่องในรูปแบบของ NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
Crypto Amulets

เราพูดกันเล่นๆ เสมอว่า NFT ก็เหมือนวงการพระเครื่อง เป็นของสะสมที่ผู้ศรัทธาเท่านั้นถึงจะเห็นคุณค่า และจะมีมูลค่ามากขึ้นถ้าอิงเรื่องราวผู้ปลุกเสกและความศักดิ์สิทธิ์ เฉกเช่นศิลปินผู้ทำ NFT แต่แล้ววันหนึ่งคำที่เราพูดกันทีเล่นทีจริงก็กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา

 

Crypto Amulets เป็นพระเครื่องดิจิทัลชิ้นแรก ที่นำพระเครื่องเข้าสู่ระบบบล็อกเชน และจัดทำเป็น NFT เพื่อออกจำหน่าย มีทั้งหมด 8,000 ชิ้น 8 แบบ ในลักษณะของภาพสามมิติ แต่ละชิ้นงานจะมีภาพ หลวงปู่เฮง ปภาโส ในกรอบฉัตร พร้อมยันต์ 8 แบบ ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แน่นอนว่าทุกชิ้นผ่านพิธีปลุกเสกแล้วจากหลวงปู่เฮง ปภาโส เจ้าอาวาสวัดพัฒนาธรรมาราม จังหวัดสุรินทร์

 

การซื้อขายจะเป็นระบบสุ่ม ผ่านสกุลเงินอีเทอเรียม ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกได้ว่าตนเองจะได้ผลงานเวอร์ชันใดจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมงหลังหมดเวลาซื้อขาย คือ 15 วันหลังจากนี้ (วันที่ 26 มิถุนายน 2564 นับเวลาถอยหลังได้ในเว็บไซต์) โดยเปิด OpenSea เพื่อดูงานศิลป์ ผู้ซื้อผลงานชิ้นหมายเลขแรกจะมีราคาถูกกว่าผลงานชิ้นหลัง ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะได้รับ Rare Item จากคอลเล็กชันนี้ 

 

18% ของรายได้จะนำไปบริจาค โดยรายได้การขายจากผลงานหมายเลข #7501-8000 (2 ระดับสุดท้าย) จะถูกบริจาคภายใต้ชื่อ Crypto Amulets และผู้ซื้อผลงานสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย

 

ใครสนใจอยากเป็นเจ้าของพระเครื่องในเวอร์ชัน NFT สามารถเข้าไปประมูลได้ผ่านเว็บไซต์ https://cryptoamulets.io ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2021



พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

 

The post พลิกโฉมวงการพระเครื่อง ‘Crypto Amulets’ ครั้งแรกของพระเครื่องในรูปแบบของ NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระเครื่อง กับมูลค่าพลังศรัทธาที่น่าตะลึง https://thestandard.co/thai-buddhist-amulets-of-high-value/ Fri, 19 Mar 2021 08:51:19 +0000 https://thestandard.co/?p=466854 พระเครื่อง

***บทความนี้ต้องการนำเสนอมุมมองทางเศรษฐกิจต่อวงการพระเค […]

The post พระเครื่อง กับมูลค่าพลังศรัทธาที่น่าตะลึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระเครื่อง

***บทความนี้ต้องการนำเสนอมุมมองทางเศรษฐกิจต่อวงการพระเครื่อง ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนแต่อย่างใด  


ในปี 2553 มีการบันทึกสถิติการเช่าพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ด้วยราคาสูงถึง 35 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ารถเฟอร์รารี ทำให้พระเครื่องเป็นหนึ่งในมวลสารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

และคุณรู้หรือไม่ว่าในแต่ละปีมีเงินหมุนเวียนในวงการพระเครื่องมากกว่า 7 พันล้านบาท ยังไม่นับรวมการปล่อยเช่าในระบบออนไลน์และการเช่าประมูลในต่างประเทศ ถ้ารวมๆ กันแล้วคาดว่ามีเงินที่อยู่ในแวดวงพระเครื่องสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว 


บทความที่เกี่ยวข้อง


สมัยก่อนคณาจารย์สร้างพระเครื่องด้วยความเคารพศรัทธา เพื่อทำนุบำรุงศาสนา ป้องกันภัยยามศึกสงคราม เวลาผ่านไปก็มีคนเสาะแสวงหา สะสม จนเริ่มมีการแลกเปลี่ยน ทำให้พระเครื่องค่อยๆ ทวีค่าขึ้นตามเวลา กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และมีอาชีพเช่า (ซื้อขาย) พระเครื่องในปัจจุบัน” หลง-เพิ่มศักดิ์ จันทร์ศรี จากร้านพรสมพงษ์ พันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน ให้ข้อมูลกับเรา  


หลงบอกว่าพระเครื่องไม่มีมูลค่าตายตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดในยุคนั้นๆ อย่างพระเครื่องเบญจภาคี หรือพระเครื่องที่มีการจัดอันดับยอดนิยม 5 อันดับ ได้แก่ พระสมเด็จ (โต), พระผงสุพรรณ, พระนางพญา, พระรอด และพระกำแพง มีการปล่อยเช่าที่ว่ากันว่ามีราคาหลักล้านขึ้นไป โดยมีการปล่อยเช่าทั้งตลาดในไทยอย่างที่ท่าพระจันทร์, พันธ์ุทิพย์ งามวงศ์วาน, SC Plaza สายใต้ใหม่ รวมทั้งการซื้อขายออนไลน์ผ่านเพจและการไลฟ์ทางเฟซบุ๊ก อีกทั้งยังได้รับความนิยมไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่าง จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ที่เดินทางมาเช่าพระในประเทศไทยเพื่อไปเปิดประมูลเช่าในประเทศของเขา โดยจะเน้นไปที่พระให้โชคลาภเรื่องการค้าขาย 


สมัยก่อนการเสาะหาพระเครื่องก็มักจะไปหาตามบ้านที่อยู่ใกล้วัด หรือเช่าที่มัคนายก หรือไม่ก็ไปตามงานประกวดพระ ผ่านมาอีกยุค นักสะสมพระเครื่องก็ติดต่อกันผ่านนิตยสาร หรือไม่ก็เดินดุ่มๆ ไปตามหาที่ร้านเช่าที่น่าเชื่อถือ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การปล่อยเช่าพระในระบบออนไลน์ก็กลายเป็นช่องทางที่มาแรงทีเดียว


“คนอาจจะติดภาพว่าการสะสมพระเครื่องคือโลกของคนมีอายุ แต่วินาทีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ถ้าลองไปเดินในสนามพระเครื่องจะเห็นว่าคนที่สะสมสมัยนี้อายุไม่เกิน 40 ปีทั้งนั้นเลย เพราะถ้าจับจุดได้ก็จะมีรายได้ค่อนข้างดี เรียกว่าดีกว่าทำงานประจำเสียอีก เช่น เด็กจบใหม่อาจได้เงินเดือนประมาณ 2 หมื่นบาท แต่ถ้าเข้ามาในวงการนี้แล้วขยันหน่อย รายได้ต่อเดือนต่ำๆ ก็ประมาณ 5-8 หมื่นบาท อย่างพระใหม่ออกวันนี้ปล่อยเช่า 100 บาท บางองค์ออกจากวัดก็มีคนรอรับซื้อแล้วที่ 300-400 บาท แล้วเวลาเช่าก็เช่าทีละเป็นร้อยองค์” หลงเล่าเสริม


มูลค่าของพระเครื่องมีลักษณะขึ้นลงตามดีมานด์และซัพลายคล้ายกับตลาดหุ้น อย่างเครื่องรางของขลังรุ่นใหม่ๆ ก็อาจจะมีความต้องการสูง เช่าเพียงไม่นานก็อาจขายได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ถ้ามีการสร้างขึ้นมากๆ ก็จะทำให้มูลค่าตกลงตามซัพพลายที่เพิ่มขึ้น 


“ถ้าเป็นพระที่เขาเล่นกันมานานตั้งแต่สมัย 30-40 ปีก่อน ราคาก็จะเสถียร เขาเรียกว่าพระตลาด คือมีแล้วเหมือนมีเงินสดอยู่ในเมือ แต่เครื่องรางของขลังอย่างไอ้ไข่ วัดเจดีย์ พอมีกระแสคนก็หากัน ทำให้มูลค่าในตลาดสูงขึ้น แต่พอคนทำออกมาเยอะๆ ความต้องการก็ลดลง ขณะที่เกจิสมัยก่อนอย่าง หลวงพ่อคม หลวงปู่โต๊ะ อันนั้นก็จะเรียกว่าเป็นสแตนดาร์ด คนก็จะเก็บไว้ ยิ่งเก็บนานก็ยิ่งมีมูลค่า”  


สำหรับมือใหม่ที่เริ่มสะสมพระเครื่อง หลงแนะนำว่าก่อนอื่นต้องแยกประเภทของพระเครื่องให้ได้ว่าคืออะไร เนื้ออะไร จะเป็นโลหะ เนื้อดิน เนื้อชิ้น เนื้อผง รวมทั้งศึกษาหาข้อมูลประวัติที่มา วิวัฒนาการของการสร้างในแต่ละยุค และยังแยกย่อยไปถึงลักษณะเฉพาะของพระเครื่องแต่ละองค์ว่ามีจุดสังเกตที่ตรงไหน ดูตำหนิจากอะไร ซึ่งจะไม่มีอะไรตายตัว ต้องอาศัยการหาข้อมูลจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต


“ในมุมของผม ต้องรู้ก่อนว่าเข้ามาเพราะอะไร เรามักจะได้ยินคำว่าขายพระกิน แต่ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว พระเครื่องเปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง เราจะเช่าก็ต้องรู้ว่าเช่าเพราะศรัทธาหรือว่าเป็นธุรกิจ ถ้าเป็นอย่างหลังก็ต้องดูให้ออกว่าจะเก็บสะสมพระอะไร ข้อแนะนำคือต้องเก็บพระที่คนทั่วไปรู้จัก เช่น หลวงพ่อทวด หลวงพ่อคูณ หลวงปู่ทิม หลวงปู่โต๊ะ คือเอ่ยชื่อมาแล้วรู้จัก ไม่ต้องอธิบายมาก อันนั้นเขาเรียกว่าพระตลาด จากวันนี้อีก 100 ปีก็ยังปล่อยเช่าได้ แต่ถ้าจะลงไปเช่าพระที่สร้างใหม่ ผลตอบแทนก็โอเค แต่ก็ต้องเช่าให้ไวและปล่อยให้ถูกจังหวะ อย่างที่สองคือต้องดูพระเป็น แบ่งแยกบล็อก แบ่งแยกหลวงพ่อให้ได้ ประเมินราคาให้ได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้หาได้ตามหนังสือ อินเทอร์เน็ต หรือปรึกษาผู้ชำนาญการด้านพระเครื่องเขาก็ยินดีให้คำปรึกษา”

 

พระเครื่อง 5 รุ่นที่น่าสนใจ 

ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน พระเครื่องที่ได้รับความนิยมจะเป็นพระที่เกี่ยวกับโชคลาภ ค้าขายคล่อง เก็บไว้ในระยะยาวแล้วไม่ขาดทุน 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นเจริญพร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ พ.ศ. 2517

(เนื้อทองคำ ราคาเช่าประมาณ 20 ล้านบาท) 

ด้วยชื่อที่เป็นมงคล และความเป็นมาก็น่าสนใจ ว่ากันว่าเหรียญของหลวงปู่ทิมจะสร้างก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและเสร็จก่อนพระอาทิตย์ตก หมายความว่าชีวิตจะไม่มีวันตกต่ำ เพราะฉะนั้นคนจึงหาเหรียญเจริญพรของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ กันมาก ซึ่งจะมีทั้งเจริญพรล่าง เจริญพรบน ปัจจุบันเนื้อทองแดงจะเช่ากันอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท ส่วนเนื้อเงินจะมีราคาหลักล้านขึ้นไป เนื้อนวโลหะ (โลหะผสมหลายอย่างตามสูตรมงคลโบราณ) ก็จะแพงขึ้นไปอีก และเนื้อทองคำอาจพุ่งขึ้นไปถึง 20 ล้านบาท 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นสร้างบารมี หลวงพ่อคูณ พ.ศ. 2519  

(เนื้อทองแดง ราคาเช่าประมาณ 2 แสนบาทขึ้นไป)

พระที่เป็นที่นิยมต้องเป็นพระที่มีชื่อเสียง อย่างหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ใครก็รู้จัก เหรียญที่ดังที่สุดของท่านคือเหรียญสร้างบารมี สร้างที่วัดบ้านไร่เมื่อปี 2519 ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ราคาเนื้อทองแดงอยู่ที่ราว 2 แสนบาทขึ้นไป 

 

พระเครื่อง

 

พระปิดตา รุ่นปลดหนี้ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

(เนื้อผงใบลาน ราคาเช่าประมาณ 1.2 แสนบาท)

สมัยก่อนมีความเชื่อว่าพระปิดตาไม่ดี ทำให้คลอดลูกยาก เงินทองไม่เข้า เพราะปิดหมด แต่ความจริงแล้วพระปิดตาเป็นภาคหนึ่งของพระสังกัจจายน์ ปิดตาคือปิดกิเลส ปิดความไม่ดี ไม่ให้โชคร้ายเข้ามา พระปิดตาสมัยนี้จึงเป็นที่นิยมของคนที่หวังโชคลาภ การค้าขาย พระปิดตาปลดหนี้หลวงปู่โต๊ะเนื้อผง ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนบาท ถ้าเป็นเนื้อผงใบลานสีดำ ราคาประมาณ 1.2-1.3 แสนบาท 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พ.ศ. 2508

(เนื้อทองแดง ราคาเช่าประมาณ 1 ล้านบาท)

เหรียญเลื่อนพระสมณศักดิ์ สร้างในวาระเลื่อนสมณศักดิ์ของหลวงพ่อทวดเมื่อปี 2508 เชื่อกันว่าคนที่เป็นเจ้าของจะได้ยศตำแหน่ง อีกทั้งพระเครื่องหลวงพ่อทวดเด่นเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย โดยเนื้ออัลปากา (โลหะผสมระหว่างทองแดงกับนิกเกิล) ราคาอยู่ที่ 4 แสนบาทในองค์ที่สวยสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นเนื้อทองแดงจะแพงขึ้นไปอีก อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นสรงน้ำ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค 

(เนื้อทองแดง ราคาเช่าประมาณ 2.5 แสนบาท)

พระเครื่องรุ่นนี้เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนานในตลาด ที่น่าสนใจคือหลวงพ่อพรหมมรณกรรมไปนานแล้ว แต่ร่างไม่เน่าเปื่อย เล็บและผมก็ยังงอกออกมาทุกปี ซึ่งเหรียญสรงน้ำเป็นเหรียญที่สร้างชื่อให้กับท่าน เด่นมากทางด้านโภคทรัพย์ แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ราคาเนื้อทองแดงอยู่ที่ราวๆ 2 แสนบาท ถ้าเป็นสเตนเลสหรือเนื้อทองเหลืองจะอยู่ที่ 7-8 แสนบาท

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post พระเครื่อง กับมูลค่าพลังศรัทธาที่น่าตะลึง appeared first on THE STANDARD.

]]>