พรรคร่วมรัฐบาล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พรรคร่วมรัฐบาล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Jun 2026 01:38:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบเวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ วาระแรกวันนี้ พร้อมถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 จัดเต็ม 41 ชั่วโมง 29 มิ.ย.–1 ก.ค. https://thestandard.co/wip-3-fai-parliament-budget-bill/ Thu, 25 Jun 2026 01:38:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1222488 ภาพกราฟิกสรุปกรอบเวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

​วานนี้ (24 มิถุนายน) ​ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมการประ […]

The post วิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบเวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ วาระแรกวันนี้ พร้อมถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 จัดเต็ม 41 ชั่วโมง 29 มิ.ย.–1 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกสรุปกรอบเวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

​วานนี้ (24 มิถุนายน) ​ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิป 3 ฝ่าย โดยมี มัลลิกา จิระพันธุ์วณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณากรอบเวลาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในระยะเร่งด่วน

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … ในวาระที่ 1 ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. และกำหนดเลิกประชุมเวลา 15.00 น.

 

​โดยกำหนดกรอบเวลาอภิปรายรวมทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาแถลงของคณะรัฐมนตรี) แบ่งสรรเวลาให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1 ชั่วโมง พรรคร่วมรัฐบาล 1 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 3 ชั่วโมง และหากมีการประท้วงเกิดขึ้น จะหักเวลาจากฝ่ายของผู้ประท้วง และกำหนดให้มีเวลาแปรญัตติจำนวน 1 วัน

 

​ส่วนวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3

 

​สำหรับกรอบวันและเวลาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวันที่ 29 มิถุนายน ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยวันที่ 29 มิถุนายนนี้ เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. และพักการประชุมเวลา 24.00 น. ส่วนวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เริ่มเวลา 09.00 น. และพักการประชุมเวลา 24.00 น.

 

​ส่วนวันที่ 1 กรกฎาคม เริ่มเวลา 09.00 น. และเลิกประชุมเวลา 20.00 น. สำหรับการจัดสรรเวลาอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง แบ่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล 20 ชั่วโมง พรรคร่วมฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง

 

​ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการประท้วง จะทำการหักเวลาจากฝ่ายของผู้ประท้วง และหากฝ่ายใดใช้เวลาอภิปรายไม่หมดตามกรอบที่ได้รับการจัดสรร ให้ตัดเวลาอภิปรายที่เหลือทิ้งทันที โดยจะไม่นำไปสมทบหรือทบกับเวลาอภิปรายในวันถัดไป

The post วิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบเวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ วาระแรกวันนี้ พร้อมถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 จัดเต็ม 41 ชั่วโมง 29 มิ.ย.–1 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร เผยคุยเพื่อไทยแล้ว ไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล https://thestandard.co/paradorn-pheu-thai-coalition-relations/ Thu, 04 Jun 2026 07:35:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1214530 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (4 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุ […]

The post ภราดร เผยคุยเพื่อไทยแล้ว ไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (4 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ถอนชื่อออกจากการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า เนื่องจากสมาชิกทั้ง 30 คนที่ได้ลงชื่อสนับสนุน และทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย มีข้อกังวลว่าร่างของพรรคเพื่อไทยจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ได้วินิจฉัยว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ห้ามมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ซึ่งในร่างของพรรคเพื่อไทยได้กำหนดไว้ว่าให้ในแต่ละจังหวัดเลือก สสร. จังหวัดละ 3 คน และส่งให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกจนเหลือจังหวัดละ 1 คน ซึ่งสมาชิกพรรคมีความกังวลว่าอาจมีความเสี่ยงและขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

จากนั้นเราได้หารือกับทางพรรคเพื่อไทยในกรณีที่เพื่อนสมาชิกของพรรค 30 คนขอใช้สิทธิในส่วนของสมาชิกพรรค ขออนุญาตไม่สนับสนุนในร่างของพรรคเพื่อไทยที่จะสนับสนุนลงชื่อร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้มีการพูดคุยกับหัวหน้า เลขาธิการ และแกนนำของพรรคเพื่อไทยแล้ว

 

ส่วนการแก้ไขร่างของพรรคเพื่อไทยนั้น ภราดร ระบุว่า เราได้บอกข้อกังวลของพรรคภูมิใจไทยแล้ว สุดแล้วแต่พรรคเพื่อไทยจะมีความเห็นต่อข้อกังวลของพรรคภูมิใจไทย แล้วไปแก้ไขร่างของพรรคเพื่อไทยอย่างไร แล้วแต่พรรคเพื่อไทย

 

ส่วนถ้ามีการแก้ไขข้อกังวลนี้แล้ว พรรคภูมิใจไทยจะกลับมาสนับสนุนหรือไม่ ภราดร กล่าวว่า เดี๋ยวต้องกลับมาหารือกัน ซึ่งที่ผ่านมามีการพูดคุยทำงานกันมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยที่มาขอเสียงสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก สส. ของพรรคเพื่อไทยมี 70 คน ไม่สามารถยื่นร่างได้

 

ขณะที่เหตุถอนชื่อ สส. สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะกระทบกับความสัมพันธ์ของ 2 พรรคหรือไม่ ภราดร ยืนยันว่า ไม่มี ถ้าไม่มีการพูดคุยกันแบบนี้ ตนเชื่อว่าจะเข้าใจผิดได้มากกว่า แต่ทางเพื่อไทย และภูมิใจไทย หารือกันตลอด และต้องแยกระหว่างงานนิติบัญญัติกับงานด้านบริหาร

The post ภราดร เผยคุยเพื่อไทยแล้ว ไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันมั่นใจไม่มีปัญหาพรรคร่วม หลังมติภูมิใจไทยถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับเพื่อไทย https://thestandard.co/yoschanan-bhumjaithai-constitution-coalition/ Thu, 04 Jun 2026 04:43:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1214441 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (4 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สว […]

The post ยศชนันมั่นใจไม่มีปัญหาพรรคร่วม หลังมติภูมิใจไทยถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับเพื่อไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (4 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ทราบเรื่องแล้ว เรารับฟังเสียงของทุกฝ่าย ซึ่งจากเหตุผลที่ แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทยแถลงเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนนั้น วันนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันว่า เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ตนเข้าใจว่าที่รัฐสภา จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคงมีการชี้แจงเรื่องนี้หลังจากมีการหารือกันแล้ว

 

เมื่อถามว่า การเป็นรัฐบาลด้วยกัน แต่ไม่สนับสนุนกันจะสามารถตีความไปในทางการเมืองได้หรือไม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละคนอยู่แล้ว”

 

ส่วนจะไม่ทำให้เกิดความบาดหมางในพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องที่เป็นกลไกของสภา ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับกลไกของคณะรัฐมนตรี (ครม.)”

 

เมื่อถามอีกว่า การที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อไป พรรคเพื่อไทยยังเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ และจะมีเสียงพอหรือไม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงประเมิน ซึ่งทางสภากำลังมีการหารือกันอยู่ ถ้ามีความชัดเจนทางหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะมีการแถลง ทั้งนี้ตนอยากให้แยกส่วนระหว่างเรื่องรัฐบาลกับเรื่องของพรรค ที่เป็นคนละส่วนกัน

 

เมื่อถามย้ำว่า จากกรณีนี้จะทำให้การขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องอื่นๆ มีปัญหาหรือไม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเลย เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง

The post ยศชนันมั่นใจไม่มีปัญหาพรรคร่วม หลังมติภูมิใจไทยถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับเพื่อไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ขอเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาลหนุนให้ครบ 1 ใน 5 ด้านจาตุรนต์ชี้ต้องยึดโยงประชาชน https://thestandard.co/pheu-thai-amend-constitution/ Tue, 26 May 2026 05:36:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1211020 ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ชูศักดิ์ ศิรินิล รอ […]

The post เพื่อไทยลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ขอเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาลหนุนให้ครบ 1 ใน 5 ด้านจาตุรนต์ชี้ต้องยึดโยงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย มนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะ ได้แถลงถึงข้อเสนอในการแก้ไข มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยวันนี้จะนำเสนอร่างต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อให้สส.ร่วมลงชื่อ

ดูภาพข่าว ▼ 

ชูศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน พรรคเพื่อไทย จึงได้จัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น โดยมีหลักสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 4 ประการ ประกอบด้วย

 

  • ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 โดยยังคงให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเป็นผู้เลือกจาก 300 ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในแต่ละจังหวัด จำนวน 100 คน และแต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 52 คน รวมเป็น 152 คน
  • เปิดโอกาสให้องค์กร สมาคม สภามหาวิทยาลัย หรือกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสม เข้ามาเป็น สสร. รวมถึงเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำขึ้น ยืนยันตามหลักการว่าจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ รวมถึง สสร. ที่ร่างจะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การป้องกันและการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ การสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้เป็นอำนาจของรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. ได้จัดทำขึ้น ก่อนที่จะนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยให้ทุกเสียงของสมาชิกรัฐสภามีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และมติเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเกณฑ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

 

โดยมีสาระสำคัญของร่างแก้ไขมาตรา 256 ตามแผนภูมิ ดังนี้ มี สสร. 152 คน กรรมาธิการยกร่าง 35 คน กรรมาธิการรับฟังความเห็น 35 คน โดยจะใช้เวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งหมด 300 วัน

 

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียง 74 คนซึ่งไม่เพียงพอต่อการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเพื่อไทยได้เข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคการเมืองอื่นเพื่อร่วมลงชื่อให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาโดยเร็วต่อไป

 

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของส่วนรวมและเป็นเรื่องของประเทศชาติที่เราจำเป็นจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องคิดว่าใครเป็นฝ่ายค้านใครเป็นฝ่ายรัฐบาล วันนี้จึงได้เชิญนางมนพรมาด้วยเพื่อที่จะได้ทำการประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ ทำภารกิจที่เคยทำมาในอดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้ร่วมลงชื่อ ส่วนพรรคใดจะลงได้เท่าไหร่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” ชูศักดิ์ กล่าว

 

ชูศักดิ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทราบมาว่ามีพรรคการเมืองที่มี สส. ไม่ครบถ้วนจำนวน 1 ใน 5 ก็จะมีการขอความร่วมมือมายังพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องคุยกันในรายละเอียด โดยยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะทำการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2556 ซึ่งเมื่อมีการร่วมลงชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถนำเสนอต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า

 

ด้าน จาตุรนต์กล่าวว่า แม้จะมีการทำประชามติจนได้เสียงอย่างท่วมท้น แต่ในวงเสวนาต่างๆ ก็จะมีข้อห่วงใยว่าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคการเมืองต่างๆ หรือสมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่มีเหตุผล เพราะว่ามีประสบการณ์มาตั้งแต่ในอดีต เมื่อสมาชิกรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญกันเอง ก็จะมีเสียงครหาว่าจะทำไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา หรือพรรคการเมืองเอง พรรคเพื่อไทยคำนึงถึงข้อห่วงใยนี้ให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด จึงได้ยืนยันหลักการให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากองค์กรต่างๆ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และในครั้งนี้ก็ยังมีการยืนยันเช่นเดิม

 

จาตุรนต์ยอมรับด้วยว่า เสียงข้างมากในรัฐสภาจะค่อนข้างมีความชัดเจนมั่นคงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้น เราคิดว่าความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ มีความจำเป็น และกระบวนการในการที่จะแก้ไขที่จะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยินดีลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคอื่นๆ โดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านแต่อย่างใด หากมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ เราก็ยินดีให้การสนับสนุน และในการประชุมสภา คงจะเกิดการแลกรายชื่อ เซ็นชื่อ เพื่อให้เกิดร่างแก้ไขจากหลายพรรคการเมืองเข้าไปพิจารณาพร้อมๆ กัน

 

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมาหลายสมัยแล้ว การแก้ไขฉบับนี้ จะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้เลยหรือไม่ ชูศักดิ์เชื่อว่า เป็นไปได้ แต่สิ่งนี้มันก็อยู่ที่การทำความเข้าใจแล้วว่ามันควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญก็คือฉันทามติของเสียงข้างมากในรัฐสภานั้น จะต้องเข้าใจว่าเรามีความพยายามที่จะทำรัฐธรรมนูญมาช้านานแล้วเป็น 20 ปี และมันสำเร็จได้ คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องได้รัฐธรรมนูญที่มันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ถอยหลังลงไปอีก

 

 

ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย 1ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย 2ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย 3

The post เพื่อไทยลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ขอเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาลหนุนให้ครบ 1 ใน 5 ด้านจาตุรนต์ชี้ต้องยึดโยงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานวิปรัฐบาลยืนยัน พ.ร.ก. กู้เงิน มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงชะลอการพิจารณาในสภาฯ ออกไป หลังฝ่ายค้านยื่นศาล https://thestandard.co/government-whip-confirms-loan-decree-effective/ Mon, 11 May 2026 12:27:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1206010 ประธานวิปรัฐบาลยืนยัน พ.ร.ก. กู้เงิน

ท่าทีล่าสุดของประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ( […]

The post ประธานวิปรัฐบาลยืนยัน พ.ร.ก. กู้เงิน มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงชะลอการพิจารณาในสภาฯ ออกไป หลังฝ่ายค้านยื่นศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานวิปรัฐบาลยืนยัน พ.ร.ก. กู้เงิน

ท่าทีล่าสุดของประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต่อกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

 

กรวีร์ระบุว่า ในเรื่องของการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. ดังกล่าวนี้ หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ แล้ว รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ก็จะเป็นผลให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้บรรจุระเบียบวาระร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน เข้าที่ประชุมสภาฯ ในวันที่ 14 พฤษภาคม

 

ดังนั้น ในวันดังกล่าวจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ ที่มีการตั้งกระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไป

 

ทั้งนี้ กรวีร์คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะเวลาพิจารณาประมาณ 60 วัน

 

อย่างไรก็ตาม กรวีร์ระบุว่า ไม่กังวลถึงความล่าช้า เพราะตอนนี้ พ.ร.ก. ที่ ครม. ลงนามนั้น มีผลบังคับใช้ประกาศเป็นกฎหมายแล้ว จึงขอยืนยันกับประชาชนให้รับทราบ การที่เสนอ พ.ร.ก. เข้าที่ประชุมสภาฯ นั้น เป็นเพียงการยืนยัน และทำให้เป็นกฎหมาย

 

“แต่เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทางสภาฯ เองก็ต้องชะลอการพิจารณาออกไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และผมเชื่อว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไร ประธานรัฐสภาจะรีบบรรจุให้เป็นวาระในการพิจารณาต่อไป” กรวีร์กล่าว

 

ขณะที่วันที่ 15 พฤษภาคม จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณากฎหมายคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ยืนยันกลับมาที่รัฐสภา

 

ส่วนในวันเดียวกัน หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการ 35 คณะ ถ้ามีการบรรจุระเบียบวาระ ประธานวิปรัฐบาลยืนยันว่า มีความพร้อมที่จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการนัดประชุมกรรมาธิการสามัญทุกคณะครั้งแรกในวันดังกล่าว เพื่อตั้งประธานและตำแหน่งอื่นๆ เพื่อสัปดาห์ถัดไปกรรมาธิการแต่ละคณะจะได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่

 

ภาพ: 2 ภาพประกบกัน

The post ประธานวิปรัฐบาลยืนยัน พ.ร.ก. กู้เงิน มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงชะลอการพิจารณาในสภาฯ ออกไป หลังฝ่ายค้านยื่นศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/thailand-new-constitution-timeline/ Thu, 07 May 2026 09:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1204802 อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์แสดงเส้นทางกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ตั้งแต่ริเริ่มเสนอร่างแก้ไข การทำประชามติ และจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญ

ย้อนเส้นทางกระบวนการสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่การริเ […]

The post จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์แสดงเส้นทางกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ตั้งแต่ริเริ่มเสนอร่างแก้ไข การทำประชามติ และจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญ

ย้อนเส้นทางกระบวนการสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่การริเริ่มเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ไปสู่การผลักดันให้มีประชามติ ผ่านจุดเปลี่ยนและเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมากมาย จนกระทั่งผลประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนว่ากว่า 60% ของผู้มาใช้สิทธิ ‘เห็นชอบ’ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

แต่ล่าสุดมีแนวโน้มว่ากระบวนการอาจต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่ต่ออายุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมที่ค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา เป็นเหตุให้ต้องมีการเสนอร่างแก้ไขใหม่เข้ามาอีกครั้ง โดยวิปรัฐบาลประเมินว่ามีเวลาอีกประมาณ 2 ปี ในการแก้ไข

 


 

อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์แสดงเส้นทางกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ตั้งแต่ริเริ่มเสนอร่างแก้ไข การทำประชามติ และจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญ 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาปัดตกข้อเสนอฝ่ายค้านตั้ง กมธ. วิสามัญแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตร https://thestandard.co/parliament-rejects-farm-prices-committee/ Wed, 29 Apr 2026 11:56:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1202451 สภาผู้แทนราษฎร ลงมติปัดตกญัตติฝ่ายค้าน แก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก ‘ไม่เห็นด้วย’ […]

The post สภาปัดตกข้อเสนอฝ่ายค้านตั้ง กมธ. วิสามัญแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาผู้แทนราษฎร ลงมติปัดตกญัตติฝ่ายค้าน แก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก ‘ไม่เห็นด้วย’ กับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตามข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

 

 
 

ที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อพิจารณาแทน ภายใต้กรอบเวลา 90 วัน แม้ฝ่ายค้านจะชี้แจงว่าวิกฤตดังกล่าวมีความซับซ้อนและต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันจากหน่วยงานระดับกระทรวงอย่างน้อย 7 กระทรวง

 

ย้อนไปตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ (29 เมษายน) การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติที่ค้างพิจารณาจากสัปดาห์ก่อนหน้า เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ

 

ภายหลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นจำนวนประมาณ 60 คน ฝ่ายรัฐบาลได้เสนอให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณา ขณะที่ฝ่ายค้านยืนยันให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องพืชผลทางการเกษตรเป็นการเฉพาะ

 

ท้ายสุด ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญารับไปพิจารณา ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 270 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 เสียง

 

ฝ่ายค้านหนุนตั้ง กมธ. เฉพาะ เหตุปัญหาสำคัญ-คาบเกี่ยวหลายกระทรวง

 

ก่อนการลงมติดังกล่าว พริษฐ์ วัชรสินธุ และ เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อยืนยันมติวิปฝ่ายค้านที่สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ

 

พริษฐ์ระบุเหตุผล 3 ประการในการสนับสนุนข้อเสนอนี้

 

ประการแรก ปัญหาดังกล่าวมีความเร่งด่วนจากสภาวะราคาพืชผลหลายชนิดตกต่ำ เช่น ข้าว มะม่วง มะพร้าว ประกอบกับต้นทุนการผลิตทั้งราคาปุ๋ยและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

 

ประการที่สอง พรรคร่วมฝ่ายค้านประเมินว่าแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลยังไม่ตรงจุด โดยอ้างอิงถึงการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ในกรณีการประชาสัมพันธ์จำหน่ายทุเรียนเกรดพรีเมียมราคาลูกละ 100 บาท จำนวน 1 ล้านลูกผ่านการถ่ายทอดสด ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมปรากฏตัว แต่ไม่มีการจำหน่ายในรูปแบบดังกล่าวจริง การสื่อสารของกระทรวงที่เปลี่ยนแปลงไปมาได้สร้างความสับสนและข้อกังวลแก่เกษตรกร รวมถึงมาตรการดูแลพืชผลชนิดอื่นที่มีความล่าช้า นำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา

 

ประการที่สาม ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรมีความคาบเกี่ยวกับภารกิจของคณะกรรมาธิการสามัญหลายคณะ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะทำให้สภาสามารถเริ่มปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาได้ทันที แตกต่างจากการส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการสามัญชุดใดชุดหนึ่งซึ่งอาจต้องใช้เวลาเตรียมการก่อนเริ่มปฏิบัติงานอีกระยะหนึ่ง สอดคล้องกับแนวทางการบริหารราชการแบบกลุ่มภารกิจของรัฐบาลที่ตระหนักถึงความทับซ้อนของปัญหาในหลายกระทรวง

 

ด้านเลาฟั้งกล่าวสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในฐานะผู้เสนอญัตติ โดยระบุว่าเกษตรกรกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาสินค้าเกษตรในทุกประเภท ทั้งกลุ่มที่ได้รับความเสียหายไปแล้วและกลุ่มที่รอการเก็บเกี่ยวซึ่งยังไม่มีสัญญาณบวกด้านราคา

 

ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอย่างน้อย 7 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ในการดูแลด้านราคา กระทรวงอุตสาหกรรมในด้านการแปรรูป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเรื่องปุ๋ยและมาตรฐานสินค้า กระทรวงพลังงานในส่วนของต้นทุนน้ำมันและขนส่ง กระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรีในการจัดการปัญหานอมินีต่างชาติ และกระทรวงการคลังในด้านมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน

 

เลาฟั้งระบุว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นกลไกในการดึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล สภา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และกลุ่มเกษตรกร เข้ามาร่วมหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้เกษตรกรมีต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปและสามารถรับมือกับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด การที่สภาไม่มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอาจส่งผลให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนต้องขยายระยะเวลาออกไป

 

ด้าน ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส. นครนายก พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้พี่น้องเกษตรกรกำลังเผชิญทั้งปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และมาตรการแก้ปัญหาที่ยังไม่ตรงจุด

 

ปิยวัฒน์ชี้ว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นพื้นที่สะท้อนความทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่ปิดกั้นกลไกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ‘กรรมาธิการวิสามัญ’ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษา ตรวจสอบ และหาทางออกจากต้นเหตุอย่างรอบด้าน

 

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากฝ่ายรัฐบาลไม่มีอะไรต้องปิดบัง ก็ไม่ควรกังวลต่อการตั้งกรรมาธิการ เพราะกรรมาธิการไม่ใช่เวทีทำลายใคร แต่เป็นเวทีหาความจริงและหาทางออกให้ประชาชน การคว่ำญัตติครั้งนี้จึงอาจทำให้สังคมตั้งคำถามว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้เรื่องใดถูกตรวจสอบหรือไม่

The post สภาปัดตกข้อเสนอฝ่ายค้านตั้ง กมธ. วิสามัญแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
​นายกฯ เข้าสภาเตรียมแถลงนโยบาย ด้านฝ่ายค้านจัด 20 สส. อภิปรายเน้นย้ำความเดือดร้อนประชาชน-PM2.5-วิกฤตพลังงาน https://thestandard.co/pm-parliament-policy-debate/ Thu, 09 Apr 2026 03:02:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1196046 นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย

วันนี้ (9 เมษายน) ที่รัฐสภา บรรดาคณะรัฐมนตรี สส. สว. ทย […]

The post ​นายกฯ เข้าสภาเตรียมแถลงนโยบาย ด้านฝ่ายค้านจัด 20 สส. อภิปรายเน้นย้ำความเดือดร้อนประชาชน-PM2.5-วิกฤตพลังงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย

วันนี้ (9 เมษายน) ที่รัฐสภา บรรดาคณะรัฐมนตรี สส. สว. ทยอยเดินทางเข้าร่วมการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อรับฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดินำ โดย อนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยนายกฯมาในชุดสูทสากล ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าก่อนเดินทางมารัฐสภา นายกฯได้แวะเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อไหว้องค์นรสิงห์ บนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องไหว้เป็นประจำทุกวัน โดยก่อนจะออกจากทำเนียบ นายกฯได้กินอาหารเช้าที่โรงอาหารริมคลอง ในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกฯได้สั่งเมนู ข้าวกะเพราะเนื้อ กับแกงเหลืองใต้ และเครื่องดื่มชาไทย

 

ด้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า ขอให้ติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านทั้งสองวัน ซึ่งพรรคประชาชนได้เตรียมบุคคลที่จะอภิปรายไว้ 20 คน โดยจะเริ่มในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเรื่องฝุ่น PM2.5 และวิกฤตพลังงาน ที่ได้เตรียมการอภิปรายไว้อย่างครบถ้วน ยืนยันว่าเนื้อหาแน่นและไม่ซ้ำซ้อน

 

นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 1นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 2นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 3นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 4นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 5นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 6นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 7นายกรัฐมนตรีเดินเข้าอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย 8

The post ​นายกฯ เข้าสภาเตรียมแถลงนโยบาย ด้านฝ่ายค้านจัด 20 สส. อภิปรายเน้นย้ำความเดือดร้อนประชาชน-PM2.5-วิกฤตพลังงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน-ยศชนัน ชื่นมื่น ขอหลุดพ้นความขัดแย้ง เดินหน้าเศรษฐกิจ มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี ส่วนนโยบายเศรษฐีเงินล้านส่อชะงัก เหตุเพื่อไทยไม่ใช่แกนนำ https://thestandard.co/anutin-yotchanan-government-economy-policy/ Thu, 02 Apr 2026 07:27:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1194017 ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (2 เมษายน) เวลา 12.40 น. ที่บริเวณด้านหน้าตึกไทย […]

The post อนุทิน-ยศชนัน ชื่นมื่น ขอหลุดพ้นความขัดแย้ง เดินหน้าเศรษฐกิจ มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี ส่วนนโยบายเศรษฐีเงินล้านส่อชะงัก เหตุเพื่อไทยไม่ใช่แกนนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (2 เมษายน) เวลา 12.40 น. ที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

 

อนุทินกล่าวว่า วันนี้ตนได้นัดยศชนัน และจุลพันธ์มาร่วมรับประทานอาหาร รวมถึงหารือการทำงานร่วมกัน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยต่างมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมาก่อน เมื่อรัฐบาลได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเรียบร้อยแล้ว การทำงานจะต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งตนและยศชนันมีความคุ้นเคยกันมาก่อน สมัยที่ตนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยต่อสู้กับวิกฤตโควิด ตนได้รับคำแนะนำจากยศชนันมาก่อน

 

เมื่อถามว่า ยศชนันในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ครับผม” โดยยศชนันจะคุมคลัสเตอร์ทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแล รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ขณะที่ยศชนันกล่าวเสริมว่า ขณะนี้เกิดวิกฤติหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบบแบ่งกระทรวงได้ บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เมื่อรัฐบาลพร้อมที่จะทำงาน เราก็พร้อมที่จะทำงานทันที วันนี้เราต้องการหารือการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อให้กระทรวงต่างๆ ทำงานสอดรับกัน เป็นไปตามแนวทางที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เพื่อประเทศชาติและประชาชน

 

ทั้งนี้ ระหว่างการร่วมรับประทานอาหาร นายกรัฐมนตรีได้ชวนพูดคุยถึงทิศทางและแนวทางการทำงาน โดยการสื่อสารทั้งหมดจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากความขัดแย้ง และมุ่งหน้าไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน

 

เมื่อถามว่า จากการหารือครั้งนี้ เรื่องใดจะเป็นนโยบายเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นโยบายของพรรคต้องทำทันทีอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่าภาพรวมการทำงานของทั้งสองพรรคจะเป็นอย่างไร จะชื่นมื่นและกลมเกลียวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ก็ยืนชนไหล่กันอยู่ เราจะทำงานในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้คำนึงถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง ก่อนหน้านี้อาจมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันหรือมีปัจจัยบางอย่าง

 

หลังจากนี้หวังว่าจะไม่มีอีก เพราะขณะนี้เราเปิดเส้นทางตรง คนในคณะรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยสามารถพูดคุยกับตนได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องคุยกันเฉพาะวันที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น หากมีเรื่องด่วนสามารถยกหูโทรศัพท์พูดคุยได้ทันที ไม่จำเป็นต้องส่งไลน์ หรือสามารถเดินทางมาพบตนได้เลย

 

เราทำงานโดยยึดผลลัพธ์ของงานเป็นเป้าหมาย รวมถึงการลงพื้นที่ก็จะลงพื้นที่ร่วมกัน โดยทุกวันจันทร์จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อหารือทุกเรื่องด้านเศรษฐกิจ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร

 

ขณะที่ยศชนันกล่าวว่า ต้องแยกเรื่องการเมืองออกจากการบริหารบ้านเมือง เพราะความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเข้ามาบริหารประเทศ เราต้องทำงานในฐานะรัฐบาล ซึ่งเป็นการใช้ภาษีของประชาชน จึงไม่สามารถนำความขัดแย้งทางการเมืองมาปะปนได้

 

ดังนั้น ในการตอบคำถามขอให้มองในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ช่วงสัปดาห์นี้และเดือนนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ตนได้พูดคุยกับนายกฯ ว่าเราพร้อมเดินหน้าทำงานทันที เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ

 

เมื่อถามว่า สิ่งลบของรัฐบาลที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นคืออะไร ยศชนันกล่าวว่า คือความอ่อนไหวของสถานการณ์โลก ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด เราต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดีที่สุด

 

เมื่อถามว่า การจับมือกับพรรคเพื่อไทยจะทำให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะพร้อมอุทานว่า “โอ้โห” ก่อนที่ยศชนันจะกล่าวเสริมว่า เราต้องสนับสนุนกัน เพราะรัฐบาลต้องการเสถียรภาพ หากมีเสถียรภาพจะทำให้ต่างประเทศมีความเชื่อมั่นและเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

 

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการยกเลิก MOU 44 หรือไม่ ยศชนันกล่าวว่า ต้องหารือในภาพรวม เพราะเป็นเรื่องที่เปราะบาง ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบาย เมื่ออยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว นโยบายของพรรคร่วมก็ต้องนำมาปฏิบัติ โดยประธานรัฐสภาได้ประสานมาแล้ว การแถลงนโยบายจะเกิดขึ้นก่อนสงกรานต์ โดยวันที่ 6 เมษายนนี้ คณะรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบนโยบาย ก่อนส่งต่อให้สมาชิกรัฐสภาศึกษา

 

เมื่อถามว่า นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย เช่น นโยบายสร้างเศรษฐีเงิน 1,000,000 วันละ 9 คน จะเดินหน้าต่อหรือไม่ ยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียดเชิงนโยบาย ทั้งนี้จะต้องดำเนินการตามกรอบนโยบายของรัฐบาล รวมถึงงบประมาณ และปัจจุบันเราไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องเคารพสิทธิของทุกฝ่าย

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมนูอาหารที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยยศชนันและจุลพันธ์ร่วมรับประทานบนตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด เกาเหลา และลูกชิ้นศรีย่าน

 

ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 1ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 2ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 3ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 4ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 5ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 6ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 7ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยิ้มแย้มขณะให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล 8

The post อนุทิน-ยศชนัน ชื่นมื่น ขอหลุดพ้นความขัดแย้ง เดินหน้าเศรษฐกิจ มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี ส่วนนโยบายเศรษฐีเงินล้านส่อชะงัก เหตุเพื่อไทยไม่ใช่แกนนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ยศชนัน’ เข้าทำเนียบรัฐบาลครั้งแรก พร้อม ‘จุลพันธ์’ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯ คาดหารือทิศทางการทำงานพรรคร่วม https://thestandard.co/yoschanan-julapun-anutin-government-house/ Thu, 02 Apr 2026 05:05:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1193942 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (2 เมษายน) เวลา 11.30 น. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองน […]

The post ‘ยศชนัน’ เข้าทำเนียบรัฐบาลครั้งแรก พร้อม ‘จุลพันธ์’ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯ คาดหารือทิศทางการทำงานพรรคร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (2 เมษายน) เวลา 11.30 น. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พร้อมด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ตามนัดหมายเพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

ทั้งนี้ มีภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับที่บริเวรณด้านหน้าตึกไทยคู่ ระหว่างลงจากรถยนต์นั้น ยศชนันได้โบกมือทักทายสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการเข้าทำเนียบรัฐบาลครั้งแรกของยศชนัน และคาดว่าจะมีการพูดคุยถึงทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงการแถลงนโยบายที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เมษายนนี้

 

นอกจากนี้ ยศชนันเป็นบุตรของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 26 ที่ไม่เคยเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเมืองเมื่อปี 2551

 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล 1ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล 2ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล 3ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล 4

The post ‘ยศชนัน’ เข้าทำเนียบรัฐบาลครั้งแรก พร้อม ‘จุลพันธ์’ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯ คาดหารือทิศทางการทำงานพรรคร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เปิดโฉม ครม. อนุทิน 2 รวมศูนย์อำนาจ-ดันบ้านใหญ่ Gen ใหม่ เดิมพันผลงาน vs ฐานเสียง https://thestandard.co/anutin-cabinet-new-gen-politics/ Tue, 31 Mar 2026 07:58:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1193202 ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย

บัดนี้ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดโฉม ครม. อนุทิน 2 รวมศูนย์อำนาจ-ดันบ้านใหญ่ Gen ใหม่ เดิมพันผลงาน vs ฐานเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย

บัดนี้ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ เป็นสมัยที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 35 คน 36 ตำแหน่ง

 

 
 

การจัดสรรเก้าอี้ครั้งนี้ ยังคงยึดกติกาโควตา 10 สส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้โฉมหน้าของ ‘ครม. อนุทิน 2’ ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังจาก 2 พรรคการเมืองหลัก คือ พรรคภูมิใจไทย 27 คน และ พรรคเพื่อไทย 8 คน

 

รายชื่อคณะรัฐมนตรีในโควตาพรรคภูมิใจไทย

 

  1. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  3. ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  4. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  5. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  6. ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  7. ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี​
  8. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  9. นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  10. ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  11. สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  12. พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  13. สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  14. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  15. ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  16. สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  17. ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  18. แนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  19. สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  20. เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  21. ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  22. พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  23. เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  24. วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  25. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  26. พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  27. วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

รายชื่อคณะรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย

 

  1. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  2. นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  3. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  4. วัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  5. ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  6. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  7. ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  8. อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 1

ขุมกำลัง ครม. อนุทิน 2 ใครอยู่ ใครไป ใครขยับตำแหน่ง?

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

 

รัฐมนตรีหน้าเดิม อยู่มาเกือบทศวรรษ

 

โครงสร้าง ครม. อนุทิน 2 สะท้อนภาพลักษณ์การเมืองไทยที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘ภูมิใจไทยสไตล์’ อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี 10 รัฐมนตรีที่ยังรักษาเก้าอี้เหนียวแน่นในตำแหน่งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำหลักของภูมิใจไทยที่คุมกลไกมหาดไทย คมนาคม และการเมืองท้องถิ่นไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ 

 

การจัดวางขุนพลเทคโนแครตระดับมืออาชีพอย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และการอัปเกรด ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ขึ้นแท่นรองนายกฯ ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้ให้เห็นว่าอำนาจในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคถูกโอนย้ายไปอยู่ในมือของ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและกลไกอำนาจเดิมมากกว่าขุนพลสายตรงจากพรรคการเมือง

 

ในขณะเดียวกัน ฝั่ง ‘เพื่อไทย’ ดูเหมือนจะถูกปรับบทบาทจากการเป็น ‘ผู้นำเศรษฐกิจ’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้ดูแลสังคมและฐานมวลชน’ มากขึ้น โดยมีชื่อหน้าใหม่และกลุ่มขยับขยายที่เข้าไปรับผิดชอบงานด้านเกษตรฯ, แรงงาน, ศึกษาฯ และ พม. 

 

การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนภาวะจำยอมทางการเมืองที่ต้องรับภาระในกระทรวงที่มีแรงเสียดทานสูงและต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังของประชาชนโดยตรง ขณะที่งบประมาณลงทุนและยุทธศาสตร์หลักถูกคานอำนาจโดยพรรคร่วมรัฐบาลที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด 

 

การหลุดโผของกลุ่มอำนาจเดิมและขุนพลหลายคนยังบ่งบอกถึงการ ‘ล้างไพ่’ เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ที่เน้นความนิ่งของเสถียรภาพรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกฯ จากพรรคสีน้ำเงินที่ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่อย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะมีรัฐมนตรีหน้าใหม่จำนวนมาก สะท้อนความพยายามปรับภาพลักษณ์และเติมบุคลากรใหม่เข้าสู่การบริหารประเทศ แต่อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก คือการคงอยู่ของรัฐมนตรีหน้าเดิมที่ยังดำรงตำแหน่งต่อเนื่องหลายรัฐบาลตั้งแต่ปี 2542 – 2569 เห็นจากรายชื่อดังกล่าวมี 7 บุคคลดังนี้ 

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 2

อนุทิน ชาญวีรกูล

ภาพ:​ ศวิตา พูลเสถียร

 

1. อนุทิน ชาญวีรกูล อายุย่าง 60 ปี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นลูกชายของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี

  • ปี 2547 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 โควตาพรรคไทยรักษา 
  • ปี 2547 – 2548 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 โควตาพรรคไทยรักษา 
  • ปี 2548 – 2549 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 โควตาพรรคไทยรักษา 
  • ปี 2562 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมือวิกฤตโควิด รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2566-2567 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2567-2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2568 เป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 3

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

2. พิพัฒน์ รัชกิจประการ อายุย่างเข้า 70 ปี สามีของ ‘นาที รัชกิจประการ’ แม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย และเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันเครือพีที ตระกูล ‘รัชกิจประการ’ มีความสนิทสนมกับตระกูล ‘ชิดชอบ’ มาอย่างยาวนาน และอยู่ภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทยจนถึงปัจจุบัน

  • ปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2566-2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2567-2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 4

 ทรงศักดิ์ ทองศรี

ภาพ:​ ศวิตา พูลเสถียร

 

3. ทรงศักดิ์ ทองศรี อายุ 68 ปี เป็นนักการเมืองชาวบุรีรัมย์ เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนเนวิน และดำรงตำแหน่งต่างๆ ในวงการการเมืองมากมาย และเขาถือว่าเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยาวนานที่สุดคนหนึ่ง

  • ปี 2562 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2566-2567 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน
  • ปี 2567-2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 5

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

4. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีอายุ 71 ปี นักการเมืองสายดีล เขามีความสามารถในการประสานงานระหว่างขั้วการเมือง และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศมาโดยตลอด 

  • ปี 2541-2542 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลชวน หลีกภัย 
  • ปี 2544-2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 โควตาพรรคไทยรักไทย
  • ปี 2548-2549 รองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 โควตาพรรคไทยรักไทย
  • ปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคพลังประชารัฐ
  • ปี 2566-2567 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคเพื่อไทย
  • ปี 2567-2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคเพื่อไทย

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 6

สุชาติ ชมกลิ่น

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

5. สุชาติ ชมกลิ่น อายุย่าง 52 ปี นักการเมืองชาวชลบุรี เป็น อดีต สส. มาตั้งแต่ปี 2554 ติดต่อกัน 3 สมัย บารมีทางการเมืองของเขาเริ่มก่อตัวหลังการเลือกตั้งปี 2562 โดยการกวาดต้อนผู้นำท้องถิ่นหลายแห่งเข้าสู่สังกัด และขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการการเมือง 

  • ปี 2563 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2/2 แทนหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล โควตาพรรคพลังประชารัฐ 
  • ปี 2566-2567 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสินโควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ
  • ปี 2567-2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ
  • ปี 2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ สังกัดกลุ่ม 16 เพื่อนสุชาติ

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 7

วราวุธ ศิลปอาชา

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

6. วราวุธ ศิลปอาชา อายุ 52 ปี เป็นลูกคนสุดท้องของ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย และนายกฯ คนที่ 21 กับคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา เข้าสู่เส้นทางการเมืองตามบิดา เป็น สส. สุพรรณบุรี หลายสมัย และเป็นอีกบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีเกือบทุกรัฐบาล 

  • ปี 2551 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์  โควตาพรรคชาติไทย 
  • ปี 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา
  • ปี 2566-2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา
  • ปี 2567-2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 8

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

ภาพ:​ ศวิตา พูลเสถียร

 

7. สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล อายุย่าง 50 ปี เป็นบุตรชายของสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

  • ปี 2566-2567 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสินโควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2567-2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
  • ปี 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

 

ทำไมอนุทินต้องควบ มท.1 

 

การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างอำนาจรัฐใน ครม. ชุดนี้

 

เพราะเท่ากับเป็นการรวมศูนย์อำนาจบริหารส่วนกลาง และอำนาจกำกับดูแลส่วนภูมิภาคไว้ในมือบุคคลเดียวอย่างชัดเจน ผ่านกลไกของกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ

 

ในเชิงการเมือง โครงสร้างลักษณะนี้เปิดทางให้สามารถวางเครือข่ายบ้านใหญ่ ได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปถึงท้องถิ่น ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการสร้างฐานเสียงและการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต

 

ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนโมเดลการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ ที่เน้นความรวดเร็วในการสั่งการและผลักดันนโยบาย แต่ก็มาพร้อมคำถามเรื่องการกระจายอำนาจและกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในระยะยาว

 

ไม่มีบวรศักดิ์ และกล้าธรรม

 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสมัยที่ 2 ของอนุทิน ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ไม่มี ‘ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘บิ๊กโฟร์ปรมาจารย์กฎหมายสายอนุรักษนิยม’ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายต่อ 

 

สาเหตุหลักมาจากปัญหาการประสานงานกับหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมถึงตลอด 96 วันที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏผลงานเชิงรูปธรรมชัดเจน

 

อีกด้านหนึ่ง คดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดงที่มีแนวโน้มตัดจบคดี ทำให้พรรคไม่จำเป็นต้องใช้บทบาทด้านกฎหมายเข้มข้นเช่นเดิม ประกอบกับเงื่อนไขการทำงานของบวรศักดิ์ ที่ไม่สังกัดพรรค ไม่แทรกแซงองค์กรอิสระ และสงวนสิทธิแสดงความเห็นอย่างอิสระ

 

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 10  

จากซ้าย: ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม อนุทิน ชาญวีรกูล และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

ขณะเดียวกัน เหตุผลที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 นั้น เนื่องจากมี สส.และแกนนำบางส่วนถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา อีกทั้งยังมี สส. และแกนนำหลายคนมีชื่ออยู่ในคดีแจกกล้วยรับค่าเลี้ยงดูในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาและคาดว่าจะมีการชี้มูลในเร็วๆ นี้ 

 

 
สุริยะ ไชยชนก 

ผ่าสถิติอายุ ครม. อนุทิน 2 จากเก๋าเกม…สู่รุ่นใหม่ไฟแรง

ภาพ: ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

 

เมื่อ ‘ความเก๋า’ โคจรมาเจอ ‘พลังเยาว์’

 

หากเปรียบ ครม. อนุทิน 2 เป็นทีมฟุตบอล นี่คือทีมที่มีส่วนผสมน่าสนใจ เพราะเป็นการบาลานซ์ ระหว่าง ‘ความเก๋าเกมระดับตำนาน’ กับ ‘พลังของคนรุ่นใหม่’ ได้อย่างลงตัว โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ค่าเฉลี่ยอายุ 50.89 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่กำลัง ‘พีค’ ในแง่การทำงาน คือมีทั้งประสบการณ์และยังพร้อมชนกับงานหนัก 

 

ฝั่งรุ่นใหญ่ที่นำโดย สุริยะ ในวัย 71 ปี คือกระดูกสันหลังที่คอยประคองเกมด้วยความเจนจัดในสมรภูมิการเมือง ในขณะที่ฝั่งรุ่นใหม่อย่าง ไชยชนก วัย 35 ปี ก็เข้ามาเติมความสดใหม่และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ขยับภาพลักษณ์จากภาพจำเดิมๆ ที่ ครม. มักจะมีแต่ผู้ใหญ่ให้ดูมีสีสันและเข้าถึงง่ายขึ้น

 

เมื่อเจาะลึกไปที่โครงสร้าง จะเห็นว่ากองกำลังหลักของ ครม. ชุดนี้คือกลุ่มรุ่นกลาง (45-59 ปี) ที่มีจำนวนถึง 13 คน นำทีมโดยแม่ทัพอย่างอนุทิน ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมที่สำคัญระหว่างวิสัยทัศน์เชิงนโยบายจากรุ่นใหญ่ และวิธีการทำงานรูปแบบใหม่จากรุ่นใหม่ (กลุ่มอายุต่ำกว่า 45 ปี) ที่มีอยู่ถึง 13 คน 

 

การที่สัดส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มมีพื้นที่มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงการถ่ายเลือดที่น่าจับตา ไม่ใช่แค่การสืบทอดตำแหน่ง แต่เป็นการนำเอาความเข้าใจในโลกยุคดิจิทัลเข้ามาผสมผสานกับชั้นเชิงการบริหารแบบดั้งเดิม ทำให้ ครม. ชุดนี้มีความยืดหยุ่นสูง และพร้อมจะลุยทั้งงานหนักเชิงโครงสร้างและงานที่ต้องใช้ไอเดียสมัยใหม่ไปพร้อมกัน

 

ครม.บ้านใหญ่ Genใหม่ 

 

อีกหนึ่งลักษณะเด่นของ ครม. ชุดนี้ คือการผสมกันระหว่างมืออาชีพ กับ ทายาททางการเมือง ซึ่งสะท้อนยุทธศาสตร์แบบสองชั้นของพรรคภูมิใจไทย ทั้งการบริหารประเทศในปัจจุบัน และการวางฐานอำนาจในอนาคต

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 12 

กรรมการบริหารคนรุ่นใหม่ พรรคภูมิใจไทย 

ที่ถูกขนานนามว่า ‘แก๊งลูกเทพ’

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

ในฝั่งของทายาทการเมืองปรากฏรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ที่มีสายสัมพันธ์กับตระกูลการเมืองในพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานหรือเครือญาติของบ้านใหญ่ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งถูกดันขึ้นมามีบทบาทในระดับชาติ ดังนี้

 

  • ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อายุย่างเข้า 47 ปี จากจังหวัดอ่างทอง บุตรชายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีหลายกระทรวง 
  • สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในจังหวัดอำนาจเจริญ 
  • สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นบุตรชายของสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
  • สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บุตรชายของ ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ  
  • ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ฐานะทายาทของประวัติ ภัทรประสิทธิ์ และหลานชายของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีจากจังหวัดพิจิตร
  • สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นบุตรของ นิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 
  • ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บุรีรัมย์ บุตรชายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย 
  • แนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บุตรสาวของอิสสระ สมชัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีต สส.อุบลราชธานี
  • พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บุตรของ ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และอดีตนายก อบจ.นครราชสีมา
  • เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ชาวอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย บุตรชายมนัญญา ไทยเศรษฐ์ และหลานชายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็น สส. อุทัยธานี หลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 
  • วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลูกชายของสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เจ้าของ หจก.เกียรติเจริญชัย มีธุรกิจทั้งเรือประมง รถบรรทุก แพปลา ท่าเรือ รับเหมาก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน สวนปาล์ม และค่ายมวยเกียรติเจริญชัย เป็นหลานชายของสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สตูล 3 สมัย
  • พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นบุตรชายของ สันติ พร้อมพัฒน์ นักการเมืองรัฐมนตรีหลายกระทรวง และ วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สส.เพชรบูรณ์

 

กระทรวงยุทธศาสตร์: ใครคุมอะไร และเพื่ออะไร? 

 

โครงสร้าง ครม. อนุทิน 2 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดสรรตำแหน่งตามโควตาการเมือง แต่สะท้อนการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านการเลือกบุคคลคุมกระทรวงสำคัญ ซึ่งเชื่อมโยงทั้งมิติอำนาจ งบประมาณ และฐานเสียง

 

กระทรวงคมนาคม ถูกวางเป็นหัวใจด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล มอบหมายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สานต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ ทั้ง Landbridge และระบบรถไฟฟ้า รวมถึงโครงการดิสนีย์แลนด์​ไทยแลนด์ ซึ่งไม่เพียงเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและฐานเสียงในเมือง การวางคนเดิมในกระทรวงนี้จึงสะท้อนความต้องการความต่อเนื่อง มากกว่าการเปลี่ยนแปลง

 

ขณะที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นักการเมืองสุดเก๋าอยู่มาทุกยุคทุกสมัย ลงไปคุมพื้นที่ฐานเสียงสำคัญที่สุดของประเทศอย่างภาคเกษตร การมีบุคคลที่มีประสบการณ์และเครือข่ายทางการเมืองเข้มแข็ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพของคะแนนนิยมในระดับรากหญ้าได้ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตร

 
ภาพประกอบ สรุป ครม. อนุทิน 2 ที่รวม ‘ความเก๋า’ และ ‘พลังเยาว์’ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทย 13 

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

ในส่วนของ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม การเลือกใช้บุคลากรสายความมั่นคงหน้าเดิม คือ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกมองว่าใกล้ชิดเครือข่ายอำนาจเดิม สะท้อนการประคองสมดุลกับขั้วอำนาจนอกระบบการเมืองเลือกตั้ง 

 

ด้าน กระทรวงพลังงาน ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เผชิญโจทย์ยากที่สุด ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันและแรงกดดันค่าครองชีพ การให้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตคนใกล้ชิด พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามารับผิดชอบ สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคควบคู่ไปกับแรงกดดันทางการเมือง เพราะผลงานของกระทรวงนี้จะส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของประชาชนในชีวิตประจำวัน

 

โดยภาพรวม การจัดวางกระทรวงยุทธศาสตร์ของ ครม. อนุทิน 2 จึงเป็นการผสมระหว่างการรักษาฐานอำนาจเดิม และการรับมือโจทย์ท้าทายใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า รัฐบาลชุดนี้จะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจให้กลายเป็นผลงานเชิงรูปธรรมได้หรือไม่

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดโฉม ครม. อนุทิน 2 รวมศูนย์อำนาจ-ดันบ้านใหญ่ Gen ใหม่ เดิมพันผลงาน vs ฐานเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง https://thestandard.co/oil-hoarding-parliament-questions/ Thu, 26 Mar 2026 12:42:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1191773 ภาพกราฟิก 'ไอ้โม่ง' ตัวการใหญ่กักตุนน้ำมัน ในประเด็นที่ สส. อภิปรายในสภา

ประเด็นสำคัญ   ‘ไอ้โม่ง’ มีโอกาสเป็นใครได้บ้าง “ไอ […]

The post ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิก 'ไอ้โม่ง' ตัวการใหญ่กักตุนน้ำมัน ในประเด็นที่ สส. อภิปรายในสภา

 

ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง

 

‘ไอ้โม่ง’ มีโอกาสเป็นใครได้บ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางผู้อภิปรายมากหน้าหลายตาจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เนื้อในภาพรวมสอดคล้องไปในทางเดียวกัน คือนอกจากสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชน และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแล้ว สส. หลายคนพุ่งเป้าไปยังเจ้าของฉายา ‘ไอ้โม่ง’ ซึ่งเป็นถ้อยคำแทนบุคคลหรือคณะบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนในการกักตุนน้ำมัน เป็นเหตุให้เกิดความขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า จนกระทั่งมีการประกาศลอยตัวราคาน้ำมันในยามวิกาลคืนก่อน

 

ชื่อของ ‘ไอ้โม่ง’ ล่องลอยอยู่ในความรับรู้ของประชาชนมานับสัปดาห์ ตั้งแต่ช่วงขาดแคลนน้ำมันหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งต่อมาชื่อนี้กลายเป็นโจทย์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาสืบเสาะหา เตรียมใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรเปิดโปงเรื่องดังกล่าวหลังการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หากแต่ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งปิดประชุมไปเสียก่อน ทำให้ญัตติดังกล่าวถูกเลื่อนมาเป็นวันที่ 25 มีนาคม

 

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะเจ้าของญัตติด่วนเรื่องพลังงาน เอ่ยชื่อ ‘ไอ้โม่ง’ ออกมาเคียงข้างกับคนสำคัญในรัฐบาลหลักๆ 2 คน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระหว่างกำลังเรียกร้องการบริหาร ‘แบบเปิด’ จากรัฐบาล

 

“เป็นเรื่องที่สังคมยังคลางแคลงสงสัยอยู่ เพราะวันที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ประเทศไทย คุณพิพัฒน์ออกมาประกาศเองว่าจะจับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน แต่พอนายกรัฐมนตรีกลับมา ทุกอย่างก็เข้าสู่ระบบการเมืองแบบเดิม มีการปิดห้องคุยแล้วออกมาแถลงว่าไม่มีอะไร” วีระยุทธกล่าวในช่วงหนึ่ง

 

“ไอ้โม่งคือโรงกลั่น” ส่วนต่างราคา จูงใจให้กักตุน

 

จากนั้นไม่นาน กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และปัจจุบันได้อภิปรายในฐานะ สส. จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน สรุปรวบยอดว่า วิกฤตขณะนี้มาจาก ‘ความล้มเหลวในการบริหาร’

 

กรณ์ชี้ว่า ความล้มเหลวประการแรกคือ รัฐบาลมีข้อมูลว่าโรงกลั่นผลิตน้ำมันเท่าใด แต่กลับปล่อยให้โรงกลั่นส่งน้ำมันไม่ครบตามจำนวนให้แก่ปั๊มน้ำมัน การที่รัฐบาลต้องหันมาขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสหา ‘ไอ้โม่ง’ ทั้งที่ข้อมูลควรอยู่ในมือรัฐ สะท้อนถึงการบริหารที่ล้มเหลว และยิ่งตอกย้ำว่าขบวนการกักตุนมีอยู่จริง

 

“หากรัฐบาลไม่จัดการเรื่องไอ้โม่งอย่างจริงจัง ประชาชนอาจคิดไปไกลว่า รัฐบาลกับขบวนการเหล่านี้เป็นพวกเดียวกัน” กรณ์กล่าว

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

สอดคล้องกับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งอดีตเคยเป็น ‘มือขวา’ ของกรณ์ ในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อครั้งเป็น สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อภิปรายในญัตตินี้ พร้อมชี้ชัดว่า “ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหนหรอกครับ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นครับ”

 

เขาตั้งคำถามล้อไปกับคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ที่เรียกร้องให้ประชาชนเลิกกักตุนน้ำมัน โดยอรรถวิชช์ถามกลับว่า ประชาชนจะมีภาชนะไปกักตุนน้ำมันได้เพียงพอหรือ ต้องถามโรงกลั่น 6 แห่ง และเครือข่ายของเขา ว่าน้ำมันหายไปไหน

 

อรรถวิชช์ฉายภาพเบื้องหลังคำตอบ “ไอ้โม่งคือโรงกลั่น” ให้เห็นกลไก 2 ราคาที่บิดเบี้ยว คือราคาหน้าปั๊ม (Retail) ที่รัฐบาลตรึงไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ชดเชยด้วยกองทุนน้ำมัน และราคาค้าส่ง (Jobber) พุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร ตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก

 

ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

เขาวิเคราะห์ว่า ในมุมมองของโรงกลั่น เมื่อมีลูกค้าสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ราคา 30 อีกกลุ่มให้ 50 โรงกลั่นย่อมเลือกส่งน้ำมันให้ตลาดขายส่งที่ได้กำไรมากกว่า ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันรายย่อยและระบบแฟรนไชส์ถูกตัดโควตาจนน้ำมันขาดแคลน นี่คือการแสวงหากำไรส่วนต่างในภาวะวิกฤตที่รัฐบาลปล่อยให้ราคาต่างกันเกินไป จนเกิดแรงจูงใจให้กักตุน

 

รองหัวหน้ารวมไทยสร้างชาติทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอให้รัฐบาลใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อมากำหนดราคาเดียวตายตัวโดยไม่ชดเชย เพื่อหยุดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นต้องการชดเชย ให้ตั้งคณะกรรมการกองทุนมารับเรื่อง แทนการชดเชยอัตโนมัติอย่างปัจจุบัน

 

เปิด 5 จุดบอด ‘รังไอ้โม่ง’ ทำน้ำมันรั่วไหล

 

เวลาล่วงเลยถึงช่วงค่ำ การอภิปรายยังคงดำเนินต่อไป ศุภโชติ ไชยสัจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายโดยพุ่งเป้าไปที่ ‘ไอ้โม่ง’ โดยเฉพาะเจาะจง เขากางแผนผังให้เห็นเครือข่ายที่เขาเรียกว่า ‘รังของไอ้โม่ง’ หรือ 5 จุดบอดที่ทำให้น้ำมันรั่วไหลจนเกิดสภาวะขาดแคลน ประกอบด้วย

 

จุดที่ 1 โรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลต้องตอบสังคมให้ชัดเจนว่ามีการจงใจชะลอหรือลดปริมาณการปล่อยน้ำมันออกสู่ตลาดหรือไม่ เพราะเพียงแค่ลดการปล่อยน้ำมันลงแค่วันเดียวก็สามารถฟันกำไรส่วนต่างได้อย่างมหาศาล

 

แม้รัฐบาลจะอ้างว่าตรวจสอบแล้วไม่พบการกักตุน แต่กลับไม่เคยนำตัวเลขปริมาณการผลิตและการปล่อยน้ำมันของโรงกลั่นแต่ละแห่งมากางให้ประชาชนดู หากรัฐบาลมั่นใจในความบริสุทธิ์ของโรงกลั่น ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องปิดบังตัวเลขเหล่านี้

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

จุดที่ 2 คลังน้ำมันและพ่อค้าคนกลาง คือกลุ่มต้องสงสัยถัดมาที่มีพฤติกรรมกักตุนน้ำมันเพื่อรอเก็งกำไรในช่วงที่ราคาพุ่งสูง ศุภโชติยกกรณีที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีการบุกยึดน้ำมันกักตุนกว่า 300,000 ลิตร เป็นหลักฐาน แต่จนถึงขณะนี้ รัฐบาลก็ยังไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

 

จุดที่ 3 รถขนส่งน้ำมัน แม้รัฐบาลจะสั่งเพิ่มรอบการขนส่ง แต่จากการลงพื้นที่จริง กลับพบรถบรรทุกน้ำมันนับร้อยคันจอดทิ้งไว้เฉยๆ รัฐบาลมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเรียกดูข้อมูลการเดินรถและตรวจสอบได้ทันทีว่ารถเหล่านี้เป็นรถเปล่าที่รอรับน้ำมัน หรือเป็นที่ซ่อนน้ำมันเถื่อนของไอ้โม่ง แต่กลับบ่ายเบี่ยงและไม่แสดงความพยายามที่จะหาความจริง

 

จุดที่ 4 ขบวนการลักลอบค้าน้ำมันข้ามแดน จากอดีตที่เคยลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนราคาถูก ปัจจุบันเมื่อรัฐบาลไทยตรึงราคาน้ำมันจนต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ขบวนการเหล่านี้จึงพลิกแพลงด้วยการลักลอบนำน้ำมันไทยออกไปขายต่างประเทศเพื่อฟันกำไรส่วนต่างเกือบเท่าตัว ข่าวการจับกุมรถขนน้ำมันเถื่อนที่ชายแดน ซึ่งยึดได้ 20,000 ลิตรในวันก่อน และอีก 200,000 ลิตรในวันต่อมา เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง

 

และ จุดที่ 5 การกักตุนน้ำมันไบโอดีเซล (B100) นโยบายของรัฐบาลที่ปรับสูตรน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 และมีแผนจะขยับไปสู่ B10 หรือ B20 ทำให้ความต้องการ B100 พุ่งสูงขึ้น เขาตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยอาจไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบ แต่อาจมีไอ้โม่งกักตุน B100 ไว้เก็งกำไร จนทำให้ไม่สามารถผลิตดีเซลออกสู่ตลาดได้เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องกางข้อมูลสต็อก B100 ออกมาให้ชัดเจนว่ามีการกักตุนอยู่ที่ใด และใครคือผู้รับประโยชน์ตัวจริงจากนโยบายนี้

 

“ถ้าถามว่าใครคือไอ้โม่งที่มีส่วนรู้เห็นในการกักตุนน้ำมันของประชาชนไว้ ผมก็ต้องตอบเลยว่า ท่านพิพัฒน์ท่านเป็นผู้รู้และผู้มี ประสบการณ์ในธุรกิจนี้ดี อาจจะตอบได้ดีกว่าผม” ศุภโชติกล่าวพาดพิงรองนายกฯ ซึ่งไม่ได้ใช้สิทธิพาดพิงในที่ประชุมแต่อย่างใด

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

พิพัฒน์: “ท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์”

 

ในวันต่อมา พิพัฒน์ได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือที่เรียกกันว่า ‘ผู้ค้า ม. 7’ โดยชี้แจงถึงข้อสงสัยการกักตุนน้ำมันว่า ไม่ได้นั่งเฉย ไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลกำลังหาทางออกทุกวิถีทาง และกำลังลงในรายละเอียดทุกไอเทม น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่น เราจะใช้ระบบ GPS ติดตามรถน้ำมันทุกคันเพื่อดูว่ามีการวิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าที่บอกว่ามีการลักลอบหรือกักตุนนั้นจริงหรือไม่ คาดภายใน 1 สัปดาห์ จะรู้ข้อเท็จจริง

 

“วันนี้ในสภาก็มีการอภิปรายโจมตีว่าไม่เห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร ซึ่งเราพยายามแก้ทึกวิถีทางภายใต้อำนาจที่มีจำกัดในการแก้ไขปัญหา พวกท่านวิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง พวกท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์” พิพัฒน์กล่าวในช่วงหนึ่ง

 

พิพัฒน์ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับคำแนะนำที่ดี และขอร้องว่าการใส่ร้ายป้ายสีไม่ได้ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ พร้อมฝากถึงผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า “หากพวกท่านมีข้อแนะนำที่ดี เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้ ยังไม่ถึงภาวะวิกฤตอย่างที่พวกท่านกังวล”

 

ทั้งนี้ ตามรายงานสถิติพลังงานและรายงานโครงสร้างกิจการโรงกลั่นน้ำมันของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ซึ่งมีกำลังการกลั่นรวมกันประมาณ 1.1-1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (หรือราว 175-190 ล้านลิตร) และในทางปฏิบัติมีโรงกลั่น 5 แห่ง ที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ผ่านกระทรวงการคลัง และกองทุนวายุภักดิ์

The post ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เห็นควรให้ประชุมสภาฯ 2 วันต่อสัปดาห์ ทุกพุธและพฤหัส และเพิ่มการประชุมวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน https://thestandard.co/thai-parliament-meeting-schedule/ Wed, 25 Mar 2026 03:38:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1191004 ภาพการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมข้อสรุปกำหนดวันประชุม

วันนี้ (25 มีนาคม) ถือเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก […]

The post พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เห็นควรให้ประชุมสภาฯ 2 วันต่อสัปดาห์ ทุกพุธและพฤหัส และเพิ่มการประชุมวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมข้อสรุปกำหนดวันประชุม

วันนี้ (25 มีนาคม) ถือเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ภายหลังวาระเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้เริ่มวาระการทำงานของสภาฯ อย่างเป็นทางการ

 

คือการให้สมาชิกกำหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตามมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มการประชุมสภาฯ ในเวลา 8.45 น. ตัวแทนจากคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมือง (วิป) อย่างไม่เป็นทางการ ของพรรคร่วมรัฐบาล คือ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และวิปฝ่ายค้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้หารือกันนอกรอบ ก่อนจะเสนอต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ในที่ประชุม

 

โดยตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุป ดังนี้

 

  • ประชุมสภาฯ สัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธ และวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป
  • บางวันศุกร์ อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน อาจมีการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณากฎหมายจาก สส. หรือที่ภาคประชาชนเสนอมา หรือญัตติต่างๆ ที่ค้างอยู่
  • ในเดือนที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ตรงกับวันประชุมสภาฯ ก็ให้มีการนัดประชุมสภาฯ ชดเชยด้วย
  • กำหนดให้สมัยประชุมที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม และปิดสมัยประชุมในวันที่ 11 กรกฎาคม กำหนดให้สมัยประชุมที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม และปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 ธันวาคม (รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมัยประชุมหนึ่งมี 120 วัน)

 

ทั้งนี้ ไม่มีสมาชิกผู้ใดเห็นเป็นอื่น จึงให้ถือว่าที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าวโดยไม่ต้องมีการลงมติ ตามข้อ 88 ของบังคับการประชุมรัฐสภา

 

หลังจากเสร็จสิ้นวาระนี้ สมาชิกจากพรรคการเมืองต่างๆ จะเสนอให้เข้าสู่ญัตติด่วนด้วยวาจา เกี่ยวกับวิกฤตด้านพลังงานและน้ำมัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคาดว่ามีผู้อภิปรายเกือบ 100 คน ทั้งจากพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ประธานสภาฯ จึงกำหนดให้ระยะเวลาอภิปรายเปิด 15 นาที และอภิปรายปิด 10 นาที ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ ใช้ 7 นาทีต่อคน

The post พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เห็นควรให้ประชุมสภาฯ 2 วันต่อสัปดาห์ ทุกพุธและพฤหัส และเพิ่มการประชุมวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ อนุทินให้คำมั่นพร้อมใช้ความรู้-ประสบการณ์เพื่อประโยชน์ของคนไทย พร้อมคุมรัฐบาลให้ซื่อสัตย์ เปิดโอกาสประชาชนตรวจสอบ https://thestandard.co/anutin-pm-promises-scrutiny/ Fri, 20 Mar 2026 08:53:39 +0000 https://thestandard.co/anutin-pm-promises-scrutiny/ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ

วันนี้ (20 มีนาคม) บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ภายหลัง อนุ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ อนุทินให้คำมั่นพร้อมใช้ความรู้-ประสบการณ์เพื่อประโยชน์ของคนไทย พร้อมคุมรัฐบาลให้ซื่อสัตย์ เปิดโอกาสประชาชนตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ

วันนี้ (20 มีนาคม) บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ภายหลัง อนุทิน ชาญวีรกูล รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 ได้ร่วมถ่ายรูปกับครอบครัว พรรคร่วมรัฐบาล และรับมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีจากทุกภาคส่วน

 

ก่อนที่อนุทินจะแถลงระบุว่า ขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาล อันประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าพนักงานของรัฐ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน เป็นลำดับแรก

 

ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังจากทุกภาคส่วนเพื่อการบริหารงานที่โปร่งใสโดยตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม

 

สุดท้ายนี้ ตนขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกัน ให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และรัฐบาลจะเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วยความรวดเร็วต่อไป

 

ทั้งนี้ การแถลงเป็นไปท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน รวมถึงการให้กำลังใจของครอบครัวชาญวีรกูล สส. พรรคภูมิใจไทย และบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 1อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 2อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 3อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 4อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 5อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 6อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวและพรรคร่วมรัฐบาล หลังรับสนองพระบรมราชโองการฯ 7
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ อนุทินให้คำมั่นพร้อมใช้ความรู้-ประสบการณ์เพื่อประโยชน์ของคนไทย พร้อมคุมรัฐบาลให้ซื่อสัตย์ เปิดโอกาสประชาชนตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันเตรียมนำ พท. หารือ ภท. ร่างนโยบายสัปดาห์หน้า-ย้ำชัดเชื่อใจจับมืออยู่ครบเทอม ด้านจุลพันธ์เผยส่งโผ ครม. ถึงมืออนุทินแล้ว https://thestandard.co/pheu-thai-bhumjaithai-policy-cabinet/ Thu, 19 Mar 2026 08:59:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1189241 ภาพประกอบข่าวการเมือง พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยหารือร่างนโยบาย พร้อมข้อความ 'นัดสัปดาห์หน้า หารือร่างนโยบาย มั่นใจอยู่ครบเทอม'

วันนี้ (19 มีนาคม) ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันเตรียมนำ พท. หารือ ภท. ร่างนโยบายสัปดาห์หน้า-ย้ำชัดเชื่อใจจับมืออยู่ครบเทอม ด้านจุลพันธ์เผยส่งโผ ครม. ถึงมืออนุทินแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการเมือง พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยหารือร่างนโยบาย พร้อมข้อความ 'นัดสัปดาห์หน้า หารือร่างนโยบาย มั่นใจอยู่ครบเทอม'

วันนี้ (19 มีนาคม) ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเข้าไปพูดคุยกัน

 

เมื่อถามถึงนโยบายใดที่ต้องการผลักดันที่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยร่วมไปกับรัฐบาลภูมิใจไทยนั้น ยศชนันกล่าวว่า เป็นนโยบายที่เราพูดมาโดยตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถทำการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน ก็น่าจะต้องมีการพูดคุย และตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าไม่ทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกัน จึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่https://election2569.thestandard.co/


 

เมื่อถามว่า ในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี ยศชนันกล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน

 

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้มีการนัดพูดคุยหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว พร้อมถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยให้กับอนุทินว่าได้ส่งไปแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันเตรียมนำ พท. หารือ ภท. ร่างนโยบายสัปดาห์หน้า-ย้ำชัดเชื่อใจจับมืออยู่ครบเทอม ด้านจุลพันธ์เผยส่งโผ ครม. ถึงมืออนุทินแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินถก 16 พรรคร่วมรัฐบาล ขอบคุณหนุนเป็นนายกฯ หวังขอทำงานร่วมกันให้นานที่สุด พาประเทศไปสู่ความเจริญ https://thestandard.co/anutin-coalition-pm-support-thailand/ Thu, 19 Mar 2026 03:55:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1188967 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา

วันนี้ (19 มีนาคม) เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม CB406 อา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินถก 16 พรรคร่วมรัฐบาล ขอบคุณหนุนเป็นนายกฯ หวังขอทำงานร่วมกันให้นานที่สุด พาประเทศไปสู่ความเจริญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา

วันนี้ (19 มีนาคม) เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม CB406 อาคารรัฐสภา พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ นัดประชุม สส. พรรคร่วมรัฐบาลจำนวนรวม 16 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชาติไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ ก่อนการประชุมสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในเวลา 10.00 น.

 

บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก มี สส. จากทุกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง จากการสังเกต สส. พรรคภูมิใจไทยมีการนัดแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำพรรคอย่างพร้อมเพรียง

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่https://election2569.thestandard.co/


 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลแถลงข่าว โดยกล่าวทักทายสมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในฐานะผู้แทนราษฎร และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองทั้ง 16 พรรค ในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและบริหารราชการแผ่นดินเพื่อความผาสุกของประเทศชาติและประชาชน

 

ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการทั้งด้านนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้อย่างราบรื่น และเชื่อมั่นว่าพลังของสมาชิก ประสบการณ์ คุณวุฒิ วุฒิภาวะ และความตั้งใจของทุกคน จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว

 

อนุทิน กล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหาร และสมาชิกทุกพรรค ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ รวมถึงขอบคุณผู้ประสานงานจากทุกพรรค ที่ทำให้เจตนารมณ์ของทุกฝ่ายบรรจบกันด้วยความสามัคคี

 

อนุทินยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย ไม่เฉพาะในคณะรัฐมนตรี แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทนของปวงชนชาวไทย โดยจะสนับสนุนการทำงานในทุกด้าน เพื่อให้เกิดความสะดวก ราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่และมั่นใจว่าด้วยความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน และความมุ่งมั่นในการรับใช้ประเทศชาติ จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ ยังแสดงความหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนได้อย่างยาวนานที่สุด พร้อมขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ และย้ำว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน จะได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็วและดีที่สุด

 

อนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ไม่มีพรรคการเมืองใหญ่หรือพรรคการเมืองเล็ก มีแต่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะมีจำนวนเสียงเท่าใด ทุกพรรคพร้อมรับฟังกันเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

 

ทั้งนี้ ภายหลังการเลือกนายกรัฐมนตรีและได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี โดยจะรับฟังข้อเสนอจากทุกพรรค และเร่งดำเนินการโดยเร็ว รวมถึงเร่งแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยพร้อมนำแนวนโยบายของแต่ละพรรคมาผสมผสานเป็นนโยบายหลัก เพื่อขับเคลื่อนประเทศและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

 

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ โดยปราศจากการครอบงำใดๆ ในการเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งมีความชัดเจนมาในระยะหนึ่งแล้ว และในการประชุมล่าสุด ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีความเข้มแข็งเพียงพอในการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาประเทศ

 

จุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยเผชิญทั้งปัญหาภายในประเทศ ปัญหาชายแดน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จึงจำเป็นต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พร้อมย้ำว่า วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนรัฐบาลชุดใหม่ และจะนำแนวนโยบายไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

จุลพันธ์ ยังกล่าวขอบคุณที่ให้เกียรติพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เพื่อผสมผสานแนวทางในการบริหารประเทศพร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมา เต็ม 100% และพร้อมโหวตสนับสนุน อนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี

 

ด้านตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ประเทศกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน จำเป็นต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว โดยพรรคพลังประชารัฐมีมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมร่วมแก้ไขปัญหาประเทศ

 

ขณะที่ ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวขอบคุณที่เปิดโอกาสให้พรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคขนาดเล็กจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้าร่วมรัฐบาล โดยพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุน อนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน โดยที่พรรคประชาชาติมีมติพรรคสนับสนุนอนุทิน

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 1อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 2อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 3อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 4อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 5อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 6อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 7อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 8อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 9อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 10อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 11อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังแถลงข่าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค ภายในอาคารรัฐสภา 12
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินถก 16 พรรคร่วมรัฐบาล ขอบคุณหนุนเป็นนายกฯ หวังขอทำงานร่วมกันให้นานที่สุด พาประเทศไปสู่ความเจริญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยติวเข้ม สส. โหวตประธานสภา ‘จุลพันธ์’ ผลักดัน 47 กฎหมายเศรษฐกิจ ‘ยศชนัน’ ระบุ 4 ปีนี้คือบทพิสูจน์ศรัทธาประชาชน https://thestandard.co/pheu-thai-mps-speaker-laws-economy/ Sat, 14 Mar 2026 05:35:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1187370 แกนนำและ สส. พรรคเพื่อไทยร่วมประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (14 มีนาคม) บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยในช่วงเช้าที่ […]

The post เพื่อไทยติวเข้ม สส. โหวตประธานสภา ‘จุลพันธ์’ ผลักดัน 47 กฎหมายเศรษฐกิจ ‘ยศชนัน’ ระบุ 4 ปีนี้คือบทพิสูจน์ศรัทธาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำและ สส. พรรคเพื่อไทยร่วมประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (14 มีนาคม) บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา รวมถึงกำหนดทิศทางการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ตลอดจนหารือถึงแนวทางการผลักดันร่างกฎหมายต่างๆ ในสภา

 

การประชุมครั้งนี้ นำโดยแกนนำคนสำคัญของพรรค ได้แก่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค

 

จุลพันธ์ ได้กล่าวเปิดใจและขอบคุณ สส. ทุกคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคและการแข่งขันที่หนักหน่วงในพื้นที่เลือกตั้ง แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยเชิงโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เอื้ออำนวย พร้อมระบุว่า ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคได้จัดการอบรมเพื่อถอดบทเรียนร่วมกันทั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งและผู้ที่พลาดหวัง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาปรับปรุงเพื่อยกระดับพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้กล่าวถึงทิศทางทางการเมืองว่า ขณะนี้พรรคกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างสมบูรณ์ แม้ในส่วนของการแบ่งโควตากระทรวงจะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ความรู้ความสามารถของ สส. เพื่อไทยในการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ โดยคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์การทำงานในสภา มุ่งเน้นความรับผิดชอบในการเข้าร่วมประชุมและลงมติอย่างพร้อมเพรียง 100%

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเตรียมผลักดันร่างกฎหมายจำนวน 47 ฉบับ ซึ่งถูกเตรียมการมาตั้งแต่สมัยเป็นรัฐบาลในวาระที่แล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่การยกระดับโครงสร้างประเทศสู่ เศรษฐกิจมูลค่าสูง (High value economy) เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งผลงานในสภาตลอด 4 ปีนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะช่วยให้พรรคกลับมาแข็งแกร่งและดึงเพื่อนสมาชิกที่พลาดหวังให้กลับเข้าสู่สภาได้อีกครั้ง

 

ขณะที่ ยศชนัน ได้กล่าวให้กำลังใจผู้สมัครที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ โดยในระยะ 2-3 สัปดาห์จากนี้ ตนจะเดินหน้าพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับสมาชิกพรรค เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับใช้ในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล

 

ยศชนัน ยังได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงบุคลิกส่วนตัวว่า ลักษณะนิสัยของตน บางครั้งอาจจะดูหน้าตึง ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับแต่ละคน ว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร พร้อมย้ำว่าทุกคนสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ หากมีข้อเสนอแนะใดสามารถเดินเข้ามาพูดคุยได้ทันที

 

ในตอนท้าย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคไม่ได้หยุดนิ่ง และพร้อมทำงานทันทีตั้งแต่วันแรกที่เปิดสภา โดยจะเดินหน้าเสนอกฎหมายเพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นความหวัง พร้อมมองว่าทุกวันที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนนับจากนี้ คือการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งใหม่ไปในตัว

The post เพื่อไทยติวเข้ม สส. โหวตประธานสภา ‘จุลพันธ์’ ผลักดัน 47 กฎหมายเศรษฐกิจ ‘ยศชนัน’ ระบุ 4 ปีนี้คือบทพิสูจน์ศรัทธาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรณ์เรียกร้อง ก.ล.ต. และ ปปง. แจงกรณีปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี ตั้งข้อสังเกตยังเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลเอี่ยว MOU สแกนม่านตาหรือไม่ https://thestandard.co/korn-sec-amlo-cai-stock/ Wed, 11 Mar 2026 06:41:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1186489 กรณ์ จาติกวณิช แถลงข่าวถึงกรณี ก.ล.ต. และ ปปง. ไม่ดำเนินการกับกองทุน CAI

วันนี้ (11 มีนาคม) กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ ร […]

The post กรณ์เรียกร้อง ก.ล.ต. และ ปปง. แจงกรณีปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี ตั้งข้อสังเกตยังเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลเอี่ยว MOU สแกนม่านตาหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรณ์ จาติกวณิช แถลงข่าวถึงกรณี ก.ล.ต. และ ปปง. ไม่ดำเนินการกับกองทุน CAI

วันนี้ (11 มีนาคม) กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแสดงความกังวลหลังทางการสิงคโปร์ โดยสถาบันการเงินแห่งประเทศสิงคโปร์ หรือ MAS และสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ หรือ SPF ได้กวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยมีการจับกุมผู้บริหารระดับสูง 2 รายของบริษัท Capital Asia Investments หรือ CAI และอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของไทยโดย เฉพาะคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังไม่ดำเนินการใดๆ

 

กรณ์กล่าวต่อไปว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงเตือน ก.ล.ต. และ ปปง.ทราบตั้งแต่ 20 พฤศจิกายนปีที่แล้ว และปัจจุบันพรรคยังได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ ก.ล.ต. และออกแถลงกรณ์เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ปรากฏคือ ปัจจุบันทางการของสิงคโปร์ ได้ดำเนินการกับ CAI แล้ว แต่ทั้ง 2 หน่วยงานของไทย ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทั้งที่กองทุน CAI มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการตลาดทุนไทย และการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย

 

กรณ์ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กองทุน CAI เคยถือหุ้น BCBG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบางจาก จำนวน 16 ล้านหุ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เคยเรียกร้องให้หน่วยงานทั้ง ก.ล.ต. และ ปปง.ไปตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จน CAI ได้ขายหุ้น BCBG ออกไปเกือบทั้งหมด จึงเกิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น และหน่วยงานสิงคโปร์ยืนยันแล้วว่า CAI มีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และปั่นตลาดหุ้นไทย เว้นแต่กรณีของบางจากที่ ปปง. และ ก.ล.ต. ได้มีการอายัดไป

 

“ดังนั้น จึงตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อ ปปง. เห็นพฤติกรรมของบางจาก จนมีคำสั่งยึดอายัดการขายหุ้น BCBG แล้ว เหตุใดไม่ดีเนินการกับหุ้นอื่น ๆ ที่ CAI ถือหุ้นไว้อยู่ จนปล่อยให้มีการขายหุ้นไปด้วย รวมทั้งในกรณีหุ้น BCBG นี้ เป็นเป็นการขายหุ้นหนีโดยกองทุน CAI ซึ่งตามกฎหมายใครก็ตามที่ซื้อหรือขายหุ้น ในระดับที่ที่ให้การถือหุ้นต่ำกว่า 5% จะต้องรายงานต่อ ก.ล.ต. แต่ CAI ได้ขายไปถึง 5.62% ก็ไม่เคยมีการรายงานใด ๆ ให้ ก.ล.ต. รับทราบ และ ก.ล.ต. ยังปล่อยให้ CAI ดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่ควรประสานกับ ปปง. เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์ จนปล่อยให้ CAI ขายหุ้นต่อไปได้”

 

กรณ์ยังตั้งคำถามต่อรัฐบาลที่กำกับ ปปง. และ ก.ล.ต. ว่า รัฐบาลมีอุปสรรค หรือมีคำอธิบายอย่างใดว่า หน่วยงานรัฐทั้ง 2 หน่วยงานนี้ ไม่สามารถดำเนินการปกป้องประโยชน์ประชาชนได้อย่างทันท่วงที ทั้งที่รัฐบาล ได้เคยประกาศต่อสู้เอาจริงกับทุนเทา แต่ก็ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน และความเสียหาย ก็ได้เกิดขึ้นในไทย จนทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ เกิดความเสียหายหลายครั้งรวมมูลค่าหลายแสนล้านบาท ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยเตือนรัฐบาลแล้วให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการอายัดทรัพย์เป็นของรัฐ เพื่อสกัดไม่ให้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และนำเงินไปชดเชยให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวง

 

“จนที่สุดกองทุน CAI ได้ขายหุ้น BCBG มูลค่าหลายพันล้านบาทไปแล้ว และยังมีหุ้นอีกหลายตัวที่ถือหุ้นโดย CAI ที่ยังไม่ถูกอายัด และยังอยู่ในนามของคนกลุ่มนี้ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ดังนั้น ต่อจากนี้รัฐบาล ก.ล.ต. และ ปปง. จะดำเนินการอย่างไร เมื่อใด และจะมีแนวทางใดที่จะติดตามทรัพย์สินหน่วยงานที่ควรถูกยึด เพราะทรัพย์สินต่าง ๆ ควรจะถูกยึดไปได้แล้ว เพื่อนำไปชดเชยให้กับประชาชน ที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง” กรณ์กล่าว

 

ส่วนหลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีการดำเนินการเอาผิดทางอาญากับ ก.ล.ต.และ ปปง.อย่างไรหรือไม่นั้น กรณ์ระบุว่า ขณะนี้ พรรคจะยังรอการชี้แจงจาก ก.ล.ต. และ ปปง. ว่ามีเหตุผลหรือปัญหาใดที่ไม่ดำเนินการ ซึ่งในมุมของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เห็นความชัดเจนของปัญหา และความเสี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น จึงขอรอความชัดเจนจาก ก.ล.ต. และ ปปง. ก่อนพิจารณาจะดำเนินการต่อไป

 

กรณ์ชี้ว่า มีประเด็นที่สังคมเคลือบแคลงใจต่อปัญหาดังกล่าวว่า มีการเกรงใจใครเกรงใจหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยึดตามหลักฐานที่ปรากฏว่า CAI ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในวงการการเมืองหลายคน หรือแม้แต่กรณี MOU สแกนม่านตา ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ชี้ข้อกล่าวหาคู่สัญญาณ ก็เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของ CAI ซึ่งในวันที่ลงนามสัญญา เบน สมิธ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ยึดตามภาพที่แพร่กระจายออกมาว่า เบน สมิธ เคยกินข้าวกับใครบ้าง แต่ยึดตามหลักฐานที่ปรากฏ” กรณ์กล่าว

 

กรณ์ยังตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองที่กำลังจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน มีส่วนหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยงานไทยไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมในการกำจัดขบวนการฟอกเงินในตลาดทุนไทยหรือไม่ ซึ่งยังไม่รับรวมกับผู้ลงนามในสัญญาที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในขณะนั้น ปัจจุบันก็เป็นประธาน ก.ล.ต. ซึ่งก็ทำให้สังคมท้อใจ ที่จะเห็นโอกาสการเอาจริงเอาจังกับการต่อสู้กับทุนเทา ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการ

 

“พรรคประชาธิปัตย์ จะเดินหน้าต่อ และจะรอคำถามจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะมีคำอธิบายอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าดำเนินการต่อไป และการต่อสู้ทุนเทา พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า เป็นวาระสำคัญที่จะต้องปฏิบัติเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยจะทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ต่อกรกับกลุ่มสแกมเมอร์ ที่ใช้ระบบเศรษฐกิจ ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งฟอกเงินจากธุรกิจที่มาจากการเอาเปรียบคนไทย” กรณ์ทิ้งท้าย

The post กรณ์เรียกร้อง ก.ล.ต. และ ปปง. แจงกรณีปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี ตั้งข้อสังเกตยังเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลเอี่ยว MOU สแกนม่านตาหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เช็กเสียง สส. ในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาล 290 เสียง vs. ฝ่ายค้าน 209 เสียง https://thestandard.co/parliament-vote-government-opposition/ Wed, 11 Mar 2026 00:52:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1186364 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงจำนวน สส. ฝ่ายรัฐบาล 290 เสียง และ สส. ฝ่ายค้าน 209 เสียง ในสภาผู้แทนราษฎร หลังการเลือกตั้ง 2569

เช็กจำนวนเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาล แล […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เช็กเสียง สส. ในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาล 290 เสียง vs. ฝ่ายค้าน 209 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงจำนวน สส. ฝ่ายรัฐบาล 290 เสียง และ สส. ฝ่ายค้าน 209 เสียง ในสภาผู้แทนราษฎร หลังการเลือกตั้ง 2569

เช็กจำนวนเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรองผลการเลือกตั้ง รวมถึงเริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยแกนนำรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย มีเสียงสนับสนุนรวม 290 เสียง ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีทั้งสิ้น รวม 209 เสียง ประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง พรรครวมไทยสร้างชาติ เสรีรวมไทย และพรรคไทยภักดีรวม 209 เสียง

 

หมายเหตุ: ข้อมูล ณวันที่ 10 มีนาคม 2569 กกต. รับรองผลการเลือกตั้งแล้วทั้งสิ้น 499 เสียง เหลือจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 เพียงเขตที่ยังไม่ได้ประกาศรับรอง

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เริ่มอินโฟ

 

เช็กเสียง

 

รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน

 

บรีพอาร์ต แบ่งอินโฟแบบฟาดฟันกันของรัฐบาล และฝ่ายค้าน

 

ตัวแกนนำไดคัททุกรูป ขอใหญ่ๆ เบิ้มๆ

 

อ้างอิง: ข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เช็กเสียง สส. ในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาล 290 เสียง vs. ฝ่ายค้าน 209 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทย ย้ำไม่เคยคิดเชิญเสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล จ่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทเสรีพิศุทธ์ สัปดาห์นี้ https://thestandard.co/bhumjaithai-sue-seripisut-defamation/ Sun, 08 Mar 2026 02:43:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1185460 ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงยืนยันพรรคไม่เคยคิดเชิญพรรคเสรีรวมไทยร่วมรัฐบาล พร้อมดำเนินคดีหมิ่นประมาท เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

วันนี้ (8 มีนาคม) เวลา 08.20 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนช […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทย ย้ำไม่เคยคิดเชิญเสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล จ่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทเสรีพิศุทธ์ สัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงยืนยันพรรคไม่เคยคิดเชิญพรรคเสรีรวมไทยร่วมรัฐบาล พร้อมดำเนินคดีหมิ่นประมาท เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

วันนี้ (8 มีนาคม) เวลา 08.20 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์กล่าวหาพรรคภูมิใจไทยนั้น

 

ศุภชัยกล่าวย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยคิดที่จะนำพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะช่วงการเลือกตั้งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. คือใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยด้วยความอันเป็นเท็จ ซึ่งพรรคได้ดำเนินคดียื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวน ทำให้เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ดังนั้น แน่นอนว่าการที่พรรคภูมิใจไทยดำเนินคดีแบบนั้น หมายความว่าเราไม่ประสงค์ที่จะเชิญท่านมาร่วมทำงานอยู่แล้ว สิ่งที่ท่านคิดว่าเราจะเอาพรรคของท่านร่วมด้วยจึงเป็นการคิดเอาเอง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเชิญพรรคของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เข้ามาที่พรรคภูมิใจไทยเลย ดังนั้น สิ่งที่ท่านกล่าวอ้างจึงเป็นเรื่องที่ท่านจินตนาการและคิดเอง ขอยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเชิญท่านอยู่แล้ว

 

“เรื่องที่พรรคภูมิใจไทยเคยไปยื่นต่อ กกต. ในครั้งนั้น คือกรณีที่ท่านกล่าวหาเรื่องการทุจริตนำเงิน 4 พันล้านบาท มาจัดงานโมโตจีพี ซึ่งตรงนั้นถ้าผลการสอบสวนพบว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 73 อนุ 5 จริง ต้องถูกยื่นต่อศาล โดยศาลจะใช้อำนาจ หากเห็นว่าผิดก็จะตัดสิทธิ์ท่านพ้นจากการเป็น สส. จึงอยากแนะนำให้ท่านไปตั้งหลักสู้คดีดังกล่าวดีกว่า ส่วนสิ่งที่ท่านให้สัมภาษณ์ช่วงสองวันที่ผ่านมา ท่านกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย และอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ยืนยันว่า ทางพรรคภูมิใจไทย และอนุทิน จะดำเนินคดีกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งจะดำเนินการภายในสัปดาห์นี้” ศุภชัย กล่าว

 

ศุภชัย กล่าวว่า เราเข้าใจว่าวันนี้ท่านมีอาการบางสิ่งบางอย่างที่ท่านไม่ทราบ เรื่องอาการของตัวเอง นั่นคืออาการเชื่อมั่นหรือหลงในตัวเอง ในทางจิตวิทยาอาจบอกได้ว่าท่านเชื่อมั่นในตัวเองสูงหรือหลงตัวเอง วันนี้บ้านเมืองต้องเดินหน้า และด้วยความนับถือที่ท่านอายุมากแล้ว การเป็นคนดีบอกว่าตัวเองไม่โกงก็ดี แต่อยากฝากบอกว่า กายกรรม มโนกรรม และวจีกรรม ต้องอยู่กับคนดี จะทำดีอย่างเดียว แต่วจีกรรมไม่ค่อยดีแบบนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกดำเนินคดี

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทย ย้ำไม่เคยคิดเชิญเสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล จ่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทเสรีพิศุทธ์ สัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>