พรรคพลังสังคมใหม่ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พรรคพลังสังคมใหม่/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 27 Jan 2026 12:09:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ครูไทยเพื่อประชาชน ย้ายซบ ‘กล้าธรรม’ ของนฤมล เป็น สส. คนที่ 4 ของพรรค https://thestandard.co/preeda-boonpleng-moves-to-kla-tham-party/ Mon, 21 Oct 2024 10:25:22 +0000 https://thestandard.co/?p=998557

วันนี้ (21 ตุลาคม) มีรายงานว่า ปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบั […]

The post ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ครูไทยเพื่อประชาชน ย้ายซบ ‘กล้าธรรม’ ของนฤมล เป็น สส. คนที่ 4 ของพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 ตุลาคม) มีรายงานว่า ปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้ย้ายมาสังกัดเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ที่มี ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค เพิ่มอีก 1 คน ทำให้ขณะนี้พรรคกล้าธรรมมี สส. ในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 4 คนแล้ว

 

ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัว 3 สส. จากพรรคเล็ก คือ เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่, กฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ และ บัญชา เดชเจริญศิริกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคท้องที่ไทย

The post ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ครูไทยเพื่อประชาชน ย้ายซบ ‘กล้าธรรม’ ของนฤมล เป็น สส. คนที่ 4 ของพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดผลการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีรายพรรค วันที่ 22 สิงหาคม 2566 https://thestandard.co/results-voting-pm-by-party-22082566/ Wed, 23 Aug 2023 02:02:14 +0000 https://thestandard.co/?p=832685

หลังจากที่วานนี้ (22 สิงหาคม) ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติใ […]

The post เปิดผลการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีรายพรรค วันที่ 22 สิงหาคม 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่วานนี้ (22 สิงหาคม) ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย โดยได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 482 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดคือ 747 เสียง

 

โดยภาพรวมคะแนนเสียงจาก 11 พรรคร่วมรัฐบาลเป็นไปด้วยความเอกภาพ และได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. อีก 152 เสียง รวมถึงคะแนนเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์อีก 16 เสียง ที่แม้ว่าก่อนหน้านี้มติพรรคประชาธิปัตย์จะให้ สส. งดออกเสียงก็ตาม

 

ผลการลงมติเลือกนายก

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post เปิดผลการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีรายพรรค วันที่ 22 สิงหาคม 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยประกาศตั้งรัฐบาล 11 พรรค แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีเรียบร้อยก่อนโหวตเศรษฐา https://thestandard.co/pheu-thai-announces-11-party-government/ Mon, 21 Aug 2023 07:30:49 +0000 https://thestandard.co/?p=831627 รัฐบาล เพื่อไทย

วันนี้ (21 สิงหาคม) พรรคเพื่อไทยแถลงพร้อมพรรคร่วม 11 พร […]

The post เพื่อไทยประกาศตั้งรัฐบาล 11 พรรค แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีเรียบร้อยก่อนโหวตเศรษฐา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาล เพื่อไทย

วันนี้ (21 สิงหาคม) พรรคเพื่อไทยแถลงพร้อมพรรคร่วม 11 พรรค เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล-โหวตเห็นชอบ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (22 สิงหาคม) โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองรวม 11 พรรค จำนวน 314 เสียง ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่มีพรรคก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาล

 

ทั้งนี้ ได้มีมติร่วมกันเสนอชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยต่อรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

 

พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการรวบรวมพรรคต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลดังนี้

 

  • พรรคภูมิใจไทย (71 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 4 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 4 ตำแหน่ง
  • พรรคพลังประชารัฐ  (40 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ (36 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง
  • พรรคชาติไทยพัฒนา (10 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง
  • พรรคประชาชาติ (9 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง
  • พรรคเพื่อไทย (141 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 8 กระทรวง / รัฐมนตรีช่วยและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรวม 9 ตำแหน่ง
  • พรรคอื่นๆ อีกจำนวน 5 พรรค ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า 2 ที่นั่ง / พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง / พรรคเสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง / พรรคท้องที่ไทย 1 ที่นั่ง / พรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง

 

พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้เชิญหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายของแต่ละพรรคมาตกลงเรื่องการร่วมมือและแบ่งงานกันทำ โดย “ทุกพรรคบรรลุข้อตกลงร่วมกันจะนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้เป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ เช่น Digital Wallet, ที่ดินทำกิน, ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570, เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท, เกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ, เพิ่มราคาพืชผลเกษตร, แก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้, กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ และจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และยังคงไว้ในส่วนของหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์” ทั้งนี้ พรรคร่วมจะนำนโยบายเข้ามาบูรณาการร่วม พร้อมปรับ เสริม หรือประสานนโยบายของ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ให้เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด และนำมาจัดทำเป็นนโยบายร่วมกัน เพื่อแถลงต่อรัฐสภาต่อไป

 

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลขอกราบเรียนว่า ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญลำดับแรกที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะประชาชนกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ สถานการณ์หนี้สินของครัวเรือน ภาคธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางได้รับผลกระทบมาแล้วเป็นเวลานาน ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างและกลไกเพื่อนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศให้กลับคืนมาอีกครั้ง

 

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลตระหนักดีว่าในสถานการณ์ดังกล่าวเราไม่อาจจะทอดเวลาไปมากกว่านี้ หรือจำนนต่อสถานการณ์ขัดแย้งที่ประเทศและประชาชนตกอยู่ในวงล้อมที่เสียโอกาสไปทุกขณะ

 

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้อยู่บนฐานความรับผิดชอบต่อประชาชน ในสถานการณ์ที่ปัญหาทุกด้านส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องรุนแรง แม้พรรคเพื่อไทยจะเผชิญกับวาทกรรมหรือคำกล่าวหาที่รุนแรงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรารับรู้ความขัดแย้งดังกล่าวด้วยใจที่เป็นธรรม และตั้งใจมุ่งสู่เป้าหมายที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นเป้าหมายหลักในวาระนี้คือการเข้ามาร่วมรับผิดชอบในวาระประเทศและวาระของประชาชน

 

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะมุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบายด้วยการแก้ปัญหาให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นอย่างรวดเร็ว เราต้องเร่งทำงานเพื่อฟื้นโครงสร้างเศรษฐกิจ กำหนดนโยบายพัฒนามาตรการกลไกเพื่อความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างสร้างสรรค์ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า “ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะมีอดีตพรรคการเมืองในรัฐบาลที่แล้วร่วมรัฐบาล แต่ทุกพรรคจะร่วมกันทำงานกับพรรคเพื่อไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ดังเช่นที่ทุกพรรคการเมืองได้เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย” และพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความรักสามัคคีปรองดองของคนในชาติ และจะร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป

 

จากแถลงการณ์และเจตจำนงดังกล่าวข้างต้น เราจึง “ขอรับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน และทุกพรรคการเมือง มาร่วมกันผลักดันวาระประเทศ เพื่อดำรงความมุ่งหมายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของประเทศ และดูแลสถาบันหลักของชาติเป็นสำคัญ ร่วมกันลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การขยายความขัดแย้งในประเทศ ร่วมกันพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งและการกินดีอยู่ดีของประชาชน และมีความเป็นประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ขึ้น”

 

“มุ่งมั่นทำงาน แก้วิกฤตการณ์ประเทศ โดยยึดวาระประชาชน” พรรคเพื่อไทยระบุในตอนท้าย

The post เพื่อไทยประกาศตั้งรัฐบาล 11 พรรค แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีเรียบร้อยก่อนโหวตเศรษฐา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยประกาศจับมือ 6 พรรคเล็ก ดึงทุกเสียงเดินหน้าแก้วิกฤต ‘เสรีพิศุทธ์’ แนะเลี้ยงดูไพร่พลพรรค 2 ลุงหนุนตั้งรัฐบาลหลังแม่ทัพยอมแพ้ https://thestandard.co/pheu-thai-and-6-parties/ Wed, 09 Aug 2023 08:15:16 +0000 https://thestandard.co/?p=827430

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพ […]

The post เพื่อไทยประกาศจับมือ 6 พรรคเล็ก ดึงทุกเสียงเดินหน้าแก้วิกฤต ‘เสรีพิศุทธ์’ แนะเลี้ยงดูไพร่พลพรรค 2 ลุงหนุนตั้งรัฐบาลหลังแม่ทัพยอมแพ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับตัวแทน 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, วรเชษฐ เชิดชู สส. พรรคเพื่อไทรวมพลัง, เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่, บัญชา เดชเจริญศิริกุล พรรคท้องที่ไทย และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

 

นพ.ชลน่าน ระบุว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงเพิ่มเติม และได้รับการสนับสนุนจาก 6 พรรคการเมือง รวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ สลายขั้วการเมืองทุกฝ่าย เดินหน้าขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้ง สส. จากหลายพรรคการเมือง และเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศและเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว ที่ขณะนี้กำลังเผชิญความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น ยืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ท่ามกลางวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน และวิกฤตความขัดแย้งในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งขั้ว

 

นพ.ชลน่าน ระบุเพิ่มเติมว่า การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย ทุกกลุ่มทุกคน เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เราทั้ง 6 พรรคและเพื่อไทยขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ เราจะช่วยกันฝ่าวิกฤตให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

 

ด้านประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุว่า ขอบคุณที่เชิญพรรคชาติพัฒนากล้าร่วมหารือและแถลงจัดตั้งรัฐบาล พรรคยินดีตอบรับคำเชิญในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยมี 5 เหตุผล

 

  1. พรรคเพื่อไทยมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล
  2. ขณะนี้พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งอย่างแน่นอน ทำให้มั่นใจว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
  3. ไม่มีนโยบายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112
  4. มั่นใจนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ซึ่งประสบความสำเร็จ และ
  5. เกือบ 3 เดือนเรามีรัฐบาลรักษาการ มีปัญหาเศรษฐกิจที่รอไม่ได้ เพื่อลดความกังวลใจ พรรคเห็นว่าจะต้องร่วมมือในการสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ชอบธรรม ตามรัฐธรรมนูญ

 

ด้าน พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า พรรคประชาชาติมีการประชุมว่าเราจะโหวตให้แค่พรรคที่ 2 คือพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้านอกไปจากนั้นไม่ใช่หลักประชาธิปไตย ส่วนการร่วมกับพรรคเพื่อไทยนั้นยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนโยบายหรือตำแหน่งรัฐมนตรี

 

“เราจำเป็นต้องมีรัฐบาล มีความเจ็บปวดบ้างเมื่อฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราผลักดันแก้รัฐธรรมนูญที่ให้เสียงประชาชนเล็กกว่า สว. ที่มีการแต่งตั้ง ซึ่งเราก็ต้องนำมาแก้ปัญหาดีกว่าปล่อยให้อันดับที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาเป็นนายกฯ” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า ขอวิงวอนทุกท่าน ในตอนหาเสียงเคยพูดไว้ต้องยึดมั่น ละเมิดไม่ได้ ขอเรียนว่าการหาเสียงคือการหาเสียง ไม่ใช่นโยบายพรรคที่ถ้าหากไม่ทำถึงจะผิดสัญญา

 

“พรรครวมไทยสร้างชาติ คุณประยุทธ์ก็ไปแล้ว ไม่มีแล้วแม่ทัพ เราควรจะเอาไหม บางคนก็บอกว่าไม่ได้ แต่ผมก็เรียนว่าควรจะเลี้ยงดูไว้ หรือแม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐก็ดี แม่ทัพยังอยู่ แต่แม่ทัพก็ยอมแพ้ไปแล้ว เราจะเอาไพร่พลต่างๆ มาเลี้ยงดูไหม ก็ฝากเป็นข้อคิดพี่น้องประชาชนเปิดใจให้กว้าง เพื่อที่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้” พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าว

 

นพ.ชลน่านยืนยันว่ามีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง และขณะแถลงข่าวมีเสียงที่รวบรวมได้ 238 เสียง ส่วนจะมีพรรคไหนมาเพิ่มเติมให้ได้เสียงเพิ่มขึ้น พรุ่งนี้จะมีการแถลงเพิ่มเติม โดยจะแจ้งสื่อมวลชนและประชาชนให้รวดเร็วที่สุด คาดว่าจะจบภายในสัปดาห์นี้

 

เมื่อถามว่าไม่เอาพรรคลุง จะมีวิธีพูดคุยกับสมาชิกหรือ สส. ที่อยู่ในพรรคเหล่านั้นอย่างไรเพื่อให้มาสนับสนุน นพ.ชลน่าน ระบุว่า เราได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วถึงแนวทางที่จะแสวงหาการมีส่วนร่วมของ สส. และ สว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เห็นแก่บ้านเมืองและเป็นการสลายขั้ว แก้วิกฤตได้เราก็ยินดี

 

ด้านภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า ในช่วงบ่ายนี้เราจะมีการหารือกับพรรคก้าวไกล และพรุ่งนี้จะมีการหารือกับพรรคชาติไทยพัฒนา จะค่อยๆ ไป แต่ปัญหาขณะนี้คือความต้องการพยายามจะทำให้ทุกพรรคทุกฝ่ายทุกกลุ่มทุกคนมีการเข้าร่วม ไม่ใช่กระบวนการแย่งคนจากพรรคเหมือนในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลพิเศษในช่วงวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตปัญหาปากท้องประชาชน และวิกฤติความขัดแย้ง เราต้องการให้รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ จากวิกฤตความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 20 ปี ถ้าเป็นในส่วนของบุคคลก็ถือเป็นการร้องขอจากเรา ไม่ใช่งูเห่าทั้งสิ้น ไม่ได้อยากทำลายกระบวนการของพรรคการเมือง

 

“จากข้อจำกัด หลักการนี้จะไม่มีข้อจำกัด เพราะฉะนั้นท่านจะมามองว่าพรรคนั้นจะมาพรรคนี้จะมา อาจจะไม่ถูกต้อง อาจจะมีบางกลุ่มมา อาจจะมีบางคนมา แต่ทั้งหมดมาเพื่อวาระประเทศ เพื่อการแก้ไขปัญหาของประเทศที่กำลังเกิดขึ้นให้พ้นวิกฤตทั้งหมด” ภูมิธรรมกล่าว

 

ภูมิธรรมย้ำด้วยว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ทั้งจากนโยบายของฝ่ายค้านและรัฐบาล พรรคเพื่อไทยยินดีจะทำและปฏิบัติตาม แต่นโยบายใดที่กระทบกับสถาบันหลักของประเทศเราจะไม่แตะต้อง เราไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112

 

เมื่อถามว่าจะมีโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มาร่วมรัฐบาลเป็นรายบุคคลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราแสวงหาความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่ายทุกบุคคล ซึ่งการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเอกสิทธิ์ของทุกคนที่สามารถทำได้ ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยในการร่วมรัฐบาล ส่วนทางพรรคก้าวไกลเรามีข้อจำกัดในการร่วมแม้จะมีการโหวตสนับสนุนถึง 2 ครั้ง แต่เราก็เคารพ เอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล ถ้าการโหวตสามารถปิดวิกฤต ปิดจุดอ่อน เรายินดีร่วม

 

นพ.ชลน่านระบุถึงกรณีหากพรรคก้าวไกลโหวตให้พรรคเพื่อไทยอาจจะทำให้ สว. บางส่วนหาข้ออ้างไม่โหวตให้นั้นว่า แนวทางที่เราทำไม่ได้เป็นเงื่อนไขให้ สว. มีข้อกังวล เพราะเราไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล และเชื่อว่า สว. จะให้เสียงสนับสนุนเราได้

 

ส่วนกระแสที่ระบุว่า สส. เพื่อไทยไม่เห็นด้วยที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วนั้น นพ.ชลน่านระบุว่า วานนี้พรรคได้มีการประชุม สส. ของพรรคและเปิดอกพูดคุย รับฟังทุกเสียงทั้งบวกและลบ ซึ่งไม่มี สส. ท่านใดที่มีแนวคิดไม่เห็นด้วย มีแค่ข้อห่วงใย โดยเฉพาะสิ่งที่เราได้ประกาศไปทำให้ต้องรับภาวะกดดันจากในพื้นที่ แต่ถึงกับย้ายฟากออกไปจากพรรคไม่มี ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเป็นเอกภาพ

 

เมื่อถามว่ามีกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จาตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะนำ สส. 24 คนจากพรรคเพื่อไทยย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านระบุว่า เราก็เพิ่งทราบจากสื่อเช่นกัน แต่ไม่เคยมีการพูดคุยในส่วนนี้ และ สส. ก็ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ขณะที่ภูมิธรรมระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 สิงหาคม) เวลาประมาณ 13.00 น. จาตุรนต์เข้าร่วมการประชุมและยังสนับสนุนให้เราเดินหน้าในแนวทางนี้ต่อไป พร้อมย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหานี้ เสียงที่มีปัญหามีเพียง 1-2 เสียงเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจว่าทุกคนมีความเจ็บปวด ถ้าอยากให้สมบูรณ์ ถ้าเราไม่มีตัวเลือกตัวเลขทางการเมืองแบบนี้ หากเราแก้ปัญหาได้ เราคงไม่เดินมาถึงจุดนี้

 

นพ.ชลน่านยังยืนยันด้วยว่ายังจะเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคเพื่อไทย และมั่นใจว่าการโหวตจะผ่าน ไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ ส่วนหากเสียงโหวตไม่ถึง 375 เสียงนั้นมองว่าเป็นฉากทัศน์ที่สมมติขึ้น ตนไม่อยากสมมติขณะนี้เพราะอยู่บนพื้นฐานความมั่นใจ

 

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกลับไปง้อพรรคก้าวไกลให้โหวตโดยไม่มีร่วมรัฐบาลหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า จุดยืนสุดท้ายที่เราตกลงกันชัดเจนหากก้าวไกลจะไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อไทยจะเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่เราจะทำงานการเมืองร่วมกันในลักษณะที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในสภา และเราไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 เราพูดถึงการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน ไม่ได้พูดเรื่องการมารวมกันเป็นรัฐบาล

 

The post เพื่อไทยประกาศจับมือ 6 พรรคเล็ก ดึงทุกเสียงเดินหน้าแก้วิกฤต ‘เสรีพิศุทธ์’ แนะเลี้ยงดูไพร่พลพรรค 2 ลุงหนุนตั้งรัฐบาลหลังแม่ทัพยอมแพ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทรวมพลัง ขอฟังแนวทางร่วมรัฐบาลเพื่อไทยก่อน ให้ สส. และกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ พร้อมรอท่าทีก้าวไกลโหวตนายกฯ https://thestandard.co/pheu-thai-ruam-palang-party-09082023/ Wed, 09 Aug 2023 03:31:43 +0000 https://thestandard.co/?p=827267 พรรคเพื่อไทรวมพลัง

จากกรณีที่วันนี้ (9 สิงหาคม) พรรคเพื่อไทยนัดหมายแถลงข่า […]

The post เพื่อไทรวมพลัง ขอฟังแนวทางร่วมรัฐบาลเพื่อไทยก่อน ให้ สส. และกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ พร้อมรอท่าทีก้าวไกลโหวตนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคเพื่อไทรวมพลัง

จากกรณีที่วันนี้ (9 สิงหาคม) พรรคเพื่อไทยนัดหมายแถลงข่าว พร้อม 5 พรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย เวลา 12.00 น. ที่อาคารรัฐสภา

 

ต่อมา วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง แจ้งว่า “ผมไม่ได้เดินทางไปเพราะเพิ่งทราบเรื่อง ส่วนตัวผมนั้นยังติดภารกิจ ทำให้ต้องมอบหมายทีมงานพรรคไปร่วมรับฟังแนวทางก่อน และกลับมารายงานให้กรรมการบริหารพรรคทราบครับ”

 

พร้อมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ถือว่าพรรคเพื่อไทรวมพลังยังไม่ได้ร่วมรัฐบาล อยู่ระหว่างการตัดสินใจของทั้ง สส. และกรรมการบริหารพรรค อีกทั้งยังรอดูท่าทีจากพรรคก้าวไกลในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกด้วย อย่างไรก็ตามในการแถลงวันนี้ จะมีกรรมการบริหาร 2 คนของพรรคเพื่อไทรวมพลังมาร่วมรับฟังแนวทางการร่วมรัฐบาล

The post เพื่อไทรวมพลัง ขอฟังแนวทางร่วมรัฐบาลเพื่อไทยก่อน ให้ สส. และกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ พร้อมรอท่าทีก้าวไกลโหวตนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รับยินดีจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ไม่ติดปมเศรษฐา-ดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิมร่วม เชื่อละลายความขัดแย้งได้ https://thestandard.co/chaowarit-happily-work-with-phue-thai/ Wed, 09 Aug 2023 02:49:28 +0000 https://thestandard.co/?p=827238 เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ

วันนี้ (9 สิงหาคม) เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แ […]

The post หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รับยินดีจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ไม่ติดปมเศรษฐา-ดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิมร่วม เชื่อละลายความขัดแย้งได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ

วันนี้ (9 สิงหาคม) เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ เปิดเผยก่อนแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยว่า ได้รับการติดต่อมาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้ตอบรับไปเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไข ยินดีเข้าร่วม เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด 

 

เมื่อถามว่าติดขัดอะไรหรือไม่หากเพื่อไทยจะไปขอเสียงจากพรรครัฐบาลเดิม เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ติดขัดที่พรรคเพื่อไทยจะไปขอเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 

 

“เพื่อไทยเขาละลายพฤติกรรมความขัดแย้ง เอาศัตรูมาเป็นมิตร ก็สามารถที่จะทำได้ เพื่อให้การตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วงเป็นไปด้วยดี มีเสียงสนับสนุนพอ” เชาวฤทธิ์กล่าว

 

เมื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะทำให้โหวตเลือกนายกฯ ไม่ผ่านในครั้งที่ 3 นั้น เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะการร้องเรียนเป็นเรื่องธรรมดา การเสียภาษีของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ทางกรมสรรพากรมีอัตราการเสียภาษีอยู่แล้ว และคิดว่าเศรษฐาเองก็จะไม่กังวล และตนก็ไม่ติดใจในเรื่องนี้ เชื่อว่าเศรษฐามีคุณสมบัติครบถ้วน

 

เมื่อถามว่าเสียงสนับสนุนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลครบแล้วหรือไม่ เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ตนก็หวังเสียงจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้ประสานอยู่ และคาดว่าน่าจะได้เสียงเพียงพอในครั้งนี้ ตนมั่นใจ และไม่ได้สอบถามว่าพรรคเพื่อไทยได้นำพรรคไหนมาเพิ่มเพราะเป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย ในการนำพรรคไหนเข้ามาร่วมเพื่อให้การตั้งรัฐบาลสำเร็จไปได้ด้วยดี 

 

เมื่อถามถึงการที่พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่ง สว.มองว่าอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง สมควรแก้ไขในช่วงนี้หรือไม่ เชาวฤทธิ์กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญใช้เวลาแก้อย่างน้อย 2 ปี ซึ่ง สว.จะหมดวาระในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 จึงไม่น่าจะกังวล รอจนมีผลบังคับใช้ เพราะหากแก้รัฐธรรมนูญและรอให้มีผลบังคับใช้ก็จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี

 

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลควรช่วยโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นว่าพรรคก้าวไกลอยากจะสอบถาม สส.ในพรรคก่อน ว่าจะมีมติสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนก็เป็นเอกสิทธิ์ของ สส.แต่ละท่าน 

 

เมื่อถามว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จอาจเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และจะเกิดปัญหาในการบริหารงาน เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ปริ่ม คาดว่าจะมีเสียง 260-270 เสียง เมื่อรัฐบาลเดิมก็มี 255-256 เสียงก็อยู่ได้ครบ 4 ปี มันอยู่ที่ สส.ในพรรคร่วมรัฐบาลจะมีความขัดแย้งกันหรือไม่

The post หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รับยินดีจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ไม่ติดปมเศรษฐา-ดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิมร่วม เชื่อละลายความขัดแย้งได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชาวฤทธิ์ พลังสังคมใหม่ แนะพรรคแกนนำฉีก MOU เดิม ร่างฉบับใหม่ ยันไม่คิดเพื่อไทยยืมมือเพื่อนสลัดก้าวไกล https://thestandard.co/chaowalit-suggests-tearing-mou/ Wed, 26 Jul 2023 02:33:21 +0000 https://thestandard.co/?p=822098

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สม […]

The post เชาวฤทธิ์ พลังสังคมใหม่ แนะพรรคแกนนำฉีก MOU เดิม ร่างฉบับใหม่ ยันไม่คิดเพื่อไทยยืมมือเพื่อนสลัดก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้แก้ไขข้อตกลงร่วมกัน หรือ MOU ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่า MOU ดังกล่าวที่ทำกันครั้งแรกมี 23 ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกล และทั้ง 8 พรรคก็สนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และตอนนี้พรรคก้าวไกลต้องส่งไม้ต่อให้กับพรรคเพื่อไทย ถ้าจะแก้ไขต้องให้พรรคเพื่อไทยทำใหม่ ซึ่งจะทำหรือไม่ทำก็เป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อาจไปนำพรรคอื่นมาร่วมหรือจะยังยึดมั่นใน 8 พรรคร่วมฯ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การฉีก MOU เดิมและร่างใหม่จะกระทบความสัมพันธ์ของ 8 พรรคร่วมฯ หรือไม่ เชาวฤทธิ์บอกว่า ประเด็นนี้อยู่ที่พรรคเพื่อไทยว่าจะเอาร่างเดิมมาแก้ไขหรือไม่ โดยสนับสนุนนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และเอาพรรคเดิมมาเป็นแนวร่วม ทุกอย่างยังเหมือนเดิมอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนข้อความ แต่สิ่งที่ตัวเองเสนอ เพราะใน MOU ที่ตัวเองได้อ่านเป็นของพรรคก้าวไกลทั้งหมด จึงต้องมีการส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ฉะนั้นแล้วพรรคเพื่อไทยจึงต้องทำใหม่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำข้อเสนอนี้มาหารือในที่ประชุม 8 พรรคร่วมฯ หรือไม่ เชาวฤทธิ์บอกว่า ต้องหารืออยู่แล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเสียงของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียงไม่พอที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี จะหาเสียงสนับสนุนจากพรรคใดมาเพิ่มเติมหรือไม่ เชาวฤทธิ์ตอบว่า อยู่ที่พรรคเพื่อไทย เพราะทั้ง 8 พรรคมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการประสานกับพรรคการเมืองอื่น พร้อมย้ำว่า เป็นพรรคไหนก็ได้ ไม่ได้ติดใจ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าการหารือกับพรรคอื่นๆ ที่ผ่านมาเป็นการยืมมือเพื่อนเพื่อผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน เชาวฤทธิ์บอกว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพรรคเพื่อไทยก็เชิญพรรคต่างขั้วมาปรึกษาหารือ หาทางออก เพื่อขอคำแนะนำเท่านั้น

The post เชาวฤทธิ์ พลังสังคมใหม่ แนะพรรคแกนนำฉีก MOU เดิม ร่างฉบับใหม่ ยันไม่คิดเพื่อไทยยืมมือเพื่อนสลัดก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 3 มติจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ให้สิทธิเพื่อไทยเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล https://thestandard.co/3-resolutions-from-8-coalition-parties/ Fri, 21 Jul 2023 13:54:08 +0000 https://thestandard.co/?p=820390

หลังจากวันนี้ (21 กรกฎาคม) พรรคก้าวไกลแถลงเปิดทางให้พรร […]

The post เปิด 3 มติจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ให้สิทธิเพื่อไทยเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากวันนี้ (21 กรกฎาคม) พรรคก้าวไกลแถลงเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ MOU ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในเวลาต่อมามีการนัดหมายหารือแกนนำทั้ง 8 พรรคที่พรรคเพื่อไทย

 

ล่าสุดที่ประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้มีมติ 3 ข้อในการเดินหน้าให้สิทธิพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเตรียมความพร้อมในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในที่ประชุมรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เปิด 3 มติจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ให้สิทธิเพื่อไทยเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 พรรคร่วมมอบเพื่อไทยเดินหน้าหาเสียง ส.ส.-ส.ว. ให้ได้ 375 เสียง เผยแผน 3 เตรียมสละบางพรรค ยันส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว รู้พร้อมกัน 26 ก.ค. https://thestandard.co/pheu-thai-to-seek-for-375/ Fri, 21 Jul 2023 12:03:50 +0000 https://thestandard.co/?p=820352

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย แกนนำ 8 พรรคร่ […]

The post 8 พรรคร่วมมอบเพื่อไทยเดินหน้าหาเสียง ส.ส.-ส.ว. ให้ได้ 375 เสียง เผยแผน 3 เตรียมสละบางพรรค ยันส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว รู้พร้อมกัน 26 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย แกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาล แถลงผลการหารือถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, ทวี สอดส่อง เลขาธิการ พรรคประชาชาติ, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย, ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม, กัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม, สุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย, วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง และตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่

 

นพ.ชลน่านกล่าวว่า หลังจากพรรคก้าวไกลในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้แถลงการณ์และส่งมอบภารกิจให้พรรคอันดับที่ 2 ซึ่งคือพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราได้ปรึกษาหารือถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ได้รัฐบาลของฝ่ายเสรีประชาธิปไตย และในที่ประชุมมีมติดังนี้ ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 27 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ประธานรัฐสภาได้บรรจุระเบียบวาระในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ประชุมมีมติให้พรรคเพื่อไทย ส่งผู้ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยพรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอชื่อให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ให้เป็นไปตามความคาดหวังของพี่น้องประชาชน 27 ล้านเสียงที่เลือกเรามา ส่วนวิธีการที่จะได้มาซึ่งเสียงสนับสนุน ที่ประชุมได้เสนอแนวทาง ดังต่อไปนี้ 

 

  1. 8 พรรคร่วม ซึ่งประกอบด้วย 312 เสียง จะดำเนินการแสวงหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาให้ได้ครบจำนวนที่ต้องเติมให้ถึง 375 เสียง หรือคืออีก 63 เสียง โดยอาจจะมีเงื่อนไขที่ ส.ว. ได้ตั้งไว้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะต้องไปพูดคุย ในกรณีที่ ส.ว. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลดเงื่อนไขในมาตรา 112 ทางพรรคเพื่อไทยจะรับฟัง แล้วนำมาพูดคุยกับพรรคก้าวไกลและในที่ประชุม 8 พรรคร่วมต่อไป

 

  1. กรณีที่ไม่สามารถหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้เพียงพอจะให้สิทธิพรรคเพื่อไทยดำเนินการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น ตามที่พรรคเพื่อไทยเห็นควร เพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฝ่ายของสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคการเมืองที่จะไปพูดคุยนั้น ที่ประชุมให้เป็นเสรีภาพของพรรคเพื่อไทยในการพิจารณาดำเนินการ

 

  1. แนวทางอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ที่ประชุมได้ให้สิทธิพรรคเพื่อไทยในการพิจารณาดำเนินการ 

 

นพ.ชลน่านกล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือแนวทางที่เราจะได้มาซึ่งการจัดตั้งรัฐบาล 375 เสียง ในการประชุมวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอให้พรรคก้าวไกลพิจารณาลดเพดานมาตรา 112 นพ.ชลน่านกล่าวว่า ข้อเสนอของที่ประชุมร่วมให้แนวทางว่าพรรคก้าวไกลอยากทราบรายละเอียดถึงการลดเงื่อนไขว่าคืออะไร จึงได้มอบหมายพรรคเพื่อไทยไปหารือกับสมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่าน เพื่อให้พรรคก้าวไกลนำกลับไปพิจารณา

 

ขณะที่ชัยธวัชกล่าวเสริมถึงการลดเพดานมาตรา 112 ว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพ ต้องให้เวลาพรรคเพื่อไทยไปพูดคุยว่ารูปแบบของการปลดล็อกความไม่สบายใจของทุกฝ่าย รวมถึงแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาลหลังปลดล็อกแล้วจะเป็นอย่างไร เพื่อให้พรรคก้าวไกลนำไปพิจารณา โดยยืนยันว่ามาตรา 112 เป็นเพียงข้ออ้าง เป้าหมายสูงสุดคือเราอยากเห็นการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลตามที่ประชาชนลงคะแนนเสียงมา ตอนนี้โดยมารยาทต้องมอบหมายบทบาทหลักให้ทางพรรคเพื่อไทยในการบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ เรื่องการลดเพดานมาตรา 112 เป็นภารกิจของพรรคเพื่อไทยในการดำเนินการ โดยมารยาทพรรคก้าวไกลได้ส่งไม้ต่อไปแล้ว ต้องรอรายละเอียดจากพรรคเพื่อไทยอีกที

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ประกาศว่าจะไม่ร่วมสนับสนุนพรรคการเมืองที่ยุ่งเกี่ยวกับมาตรา 112 นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในแนวทางอื่นๆ นอกเหนือจากที่ประชุมของ 8 พรรคร่วม ซึ่งมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไร

 

นพ.ชลน่านกล่าวยอมรับว่า ให้ความสำคัญหลักอยู่ที่เสียงของ ส.ว. มากกว่า ส.ส. และยังดำเนินตามทางเลือกที่ 1 คือมีเพียง 8 พรรคร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรคการเมืองอื่นๆ มาเพิ่มเติม พร้อมหาคะแนนเสียงจาก ส.ว. ควบคู่กันไป และหากมีพรรคการเมืองใดให้ความเห็นชอบแคนดิเดตของ 8 พรรคร่วมโดยไม่ขอร่วมรัฐบาล จะถือเป็นมิติใหม่ของพรรคการเมือง ทั้งนี้ยังอยู่ที่การพูดคุย 

 

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยนั้น จะทราบภายในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ โดยจะเสนอเพียงชื่อเดียวเท่านั้น แต่ต้องมีกระบวนการสร้างความมั่นใจก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภาว่า แคนดิเดตคนดังกล่าวต้องได้เสียงสนับสนุนเกิน 375 ขึ้นไป ขณะที่ทางเลือกอื่นๆ ซึ่งอาจไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่ในสมการนี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้รับสิทธิจากที่ประชุมร่วมให้ไปดำเนินการและนำกลับมาปรึกษาหารือ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจัยที่จะทำให้ไปสู่ทางเลือกที่ 3 คืออะไร นพ.ชลน่านตอบว่า ก็ต่อเมื่อทางเลือกที่ 1 และ 2 ไม่สำเร็จ กรอบเวลาช้าสุดคือภายในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเงื่อนไข ‘มีเราไม่มีลุง’ ของบางพรรคการเมืองนั้น นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราพยายามทำแนวทางที่ 1-2 ให้สำเร็จให้ได้ก่อน เรื่องอื่นเรายังไม่พูดถึง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีอาจมีการยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 ซึ่งอาจทำให้มีการเสนอชื่อพิธารอบ 2 ได้นั้น นพ.ชลน่านกล่าวว่า คงต้องไปดูรายละเอียด เพราะอยู่คนละจังหวะเวลากัน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนแกนนำจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคเพื่อไทย MOU มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะนี้เรายึดแนวทางนั้น แต่เมื่อดำเนินการแล้ว อะไรที่ต้องเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน บางเรื่องที่เขียนไม่ตรงก็ต้องปรับแก้ 

The post 8 พรรคร่วมมอบเพื่อไทยเดินหน้าหาเสียง ส.ส.-ส.ว. ให้ได้ 375 เสียง เผยแผน 3 เตรียมสละบางพรรค ยันส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว รู้พร้อมกัน 26 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 พรรคร่วมรัฐบาลส่งชื่อ ‘พิธา’ ชิงนายกฯ รอบ 2 เผยยังไม่มีแคนดิเดตสำรอง หากได้เสียงไม่ถึง 344 เสียง พร้อมหลีกทางให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาล https://thestandard.co/8-party-coalition-pita-round-2/ Mon, 17 Jul 2023 13:23:26 +0000 https://thestandard.co/?p=818380

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ พิธา ลิ้ […]

The post 8 พรรคร่วมรัฐบาลส่งชื่อ ‘พิธา’ ชิงนายกฯ รอบ 2 เผยยังไม่มีแคนดิเดตสำรอง หากได้เสียงไม่ถึง 344 เสียง พร้อมหลีกทางให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมอีก 7 พรรค ได้แก่ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ทวี สอดส่อง เลขาธิการ พรรคประชาชาติ, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม, สุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง และตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ว่า มีข้อสรุปอยู่ 3 ข้อ ได้แก่ 

 

  1. การโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ 8 พรรคมีมติส่งชื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย
  2. การหารือในเรื่องเกี่ยวกับการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลได้เสนอเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอีก 7 พรรคที่เหลือ 
  3. หารือในข้อบังคับรัฐสภา ข้อที่ 41 ที่มีกระแสข่าวว่าวุฒิสภา (ส.ว.) จะตีความตามข้อบังคับข้างต้น ซึ่งในที่ประชุมมีความเห็นทางกฎหมายว่าไม่น่าจะเข้าข่าย เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับข้อบังคับแต่อย่างใด ไม่ถือว่าเป็นญัตติในการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะมองเห็นต่างกับ ส.ว. ในเรื่องนี้ อีกทั้งยังเตรียมการรายละเอียดในการเข้าสู่วันที่ 19 กรกฎาคมจะถึงนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะตั้งหลักอย่างไร หากวันที่ 19 กรกฎาคมมีเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ พิธากล่าวว่า ตามที่ได้มีการแถลงไป หากสมรภูมิแรก ถ้าคะแนนไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมที่จะถอยให้กับพรรคอันดับ 2 คือพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของมาตรา 272 ที่ได้ยื่นเข้าไปแล้ว และต้องบรรจุภายใน 15 วัน ซึ่งต้องมาดูกันอีกทีว่าเป็นการยื่นของพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียว ไม่ได้ผูกมัดกับพรรคอื่น 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากมีการตีความตามข้อบังคับรัฐสภาที่ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อพิธาซ้ำได้ ทาง 8 พรรคจะดำเนินการอย่างไรในวันนั้น พิธากล่าวว่า มีข้อสรุปในทางกฎหมายเพียงฝ่ายของเรา พรุ่งนี้จะมีการประชุมวิปอีกครั้ง ซึ่งถ้ามีการประชุมวิปก็น่าจะเห็นตรงกัน 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมในขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง พิธากล่าวว่า เป็นไปได้ด้วยดี มีความพยายามที่จะตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้ จึงมีมติที่จะเสนอชื่อตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความต้องการเสียงสนับสนุนจากพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ พิธากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นมติของ 8 พรรค 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เตรียมชื่อสำรองไว้หรือไม่ กรณีที่ชื่อของพิธาไม่สามารถเสนออีกต่อไปได้ พิธากล่าวว่า ยังไม่มี ยังเป็นชื่อตนเพียงคนเดียวอยู่ 

 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าของการหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ในการโหวตให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรี พิธากล่าวว่า หลังจากวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับ ส.ว. โดยมีทั้งคนที่ไม่ได้มาร่วมโหวตออกเสียงในวันนั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะโหวตสนับสนุน 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พิธาได้ต่อสายตรงคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ข้อเท็จจริงและท่าทีเป็นอย่างไร พิธากล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่หารือถึงประเด็นทางการเมืองกับเพื่อน ส.ส. และ ส.ว. ในสภา หรืออยากหาข้อมูลก็จะพูดคุยกัน ไม่มีการเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งที่มีกระแสข่าวออกมาว่าคุยกับทุกพรรค ยกเว้นพรรคลุง ได้มีโอกาสพูดคุยว่าสถานการณ์นี้มีความคิดเห็นอย่างไร เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ไม่มีการโทรไปขอคะแนนเสียง เป็นเรื่องปกติที่มีการคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรค ไม่ใช่มาเริ่มพูดคุยสัปดาห์นี้ ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าพิธาโทรไปเพื่อขอคะแนนเสียงนั้น พิธากล่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด เป็นแค่การหารือประเด็นการเมือง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 หากตัวเลขไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็จะวางมือให้พรรคอันดับ 2 ส่วนตัวเลขที่มีนัยสำคัญจะเป็นตัวเลขที่เท่าไร พิธากล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าให้เหมาะสมต้องเพิ่มขึ้นอีก 10% หรือประมาณ 344-345 เสียง ก็น่าจะเป็นตามลักษณะนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะกั๊กไว้ว่าเป็นนัยสำคัญที่ไม่ได้คิดตัวเลขไว้ในใจ ก็จะเป็นตัวเลขที่ไม่ฝืนสายตาประชาชน ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 ที่จะมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่ง ประเมินเรื่องนี้อย่างไรนั้น จากที่ได้ฟังสัมภาษณ์จากพรรคเสียงข้างน้อย ทุกคนพูดว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, อนุชา นาคาศัย ส.ส. ชัยนาท พรรครวมไทยสร้างชาติ จากที่เห็นในสื่อก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ส่วนเสียงที่จะได้เพิ่มมาในการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 จะเป็นทั้งจาก ส.ว. และ ส.ส. ก็ต้องรอดูด้วยกัน ตนยังทำงานในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้ทิ้งไปและตนยังสู้อยู่ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แข่งนายกรัฐมนตรี สามารถรวมเสียงได้หรือไม่ พิธากล่าวว่า ต้องฝากนักข่าวไปถาม พล.อ. ประวิตร ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการเรียก ส.ส. ไปพูดคุยเพื่อซื้องูเห่านั้น ทางฝั่งของพรรคก้าวไกลได้ติดตามและคอยเช็กตลอด มั่นใจว่าทุกคนได้รับบทเรียนของการเป็นงูเห่า ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่มี และคิดว่าทางพรรคเพื่อไทยก็จะเป็นแบบนั้นเช่นกัน 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหากพรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่องแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้พรรคอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมายกมือโหวตให้ พิธากล่าวว่า ในมุมของตน สิ่งที่ตนคิดว่ามาตรา 112 เป็นข้ออ้างที่อยู่ข้างหน้า แต่ว่าข้างหลังคงมีหลายเรื่อง ตามที่สื่อมวลชนวิเคราะห์ในหลายรายการ ก็เห็นตรงกันว่าจริงๆ แล้วมีหลายเรื่องที่จะไปมีผลกระทบต่อสัมปทานและผลประโยชน์การปฏิรูปกองทัพ กอ.รมน. ที่พรรคก้าวไกลต้องการที่จะให้ถ่างออกจากการเมืองให้ได้ ซึ่งเชื่อว่ามาตรา 112 เป็นเรื่องที่อ่อนไหว เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่าง คิดว่าถ้าเรื่องนี้หายไปเรื่องอื่นก็จะมาอีกทาง เรื่องที่สำคัญคือตนต้องการที่จะรักษาคำพูด ก่อนหาเสียงพูดไปอย่างไร หลังหาเสียงก็ไม่ใช่ว่าต้องการที่จะเข้าสู่อำนาจด้วยทุกวิถีทาง ถ้าเป็นเรื่องที่มีน้ำหนักจริงก็อาจจะคิด แต่ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่มีน้ำหนักเท่ากับเรื่องต่างๆ ที่อาจไปกระทบต่อผลประโยชน์ของแต่ละคน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการรับมืออย่างไรหากถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน พิธากล่าวว่า ผลจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ทำให้ความเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของตนหายไป เมื่อเทียบกับกรณีของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจแต่อย่างใด

 

The post 8 พรรคร่วมรัฐบาลส่งชื่อ ‘พิธา’ ชิงนายกฯ รอบ 2 เผยยังไม่มีแคนดิเดตสำรอง หากได้เสียงไม่ถึง 344 เสียง พร้อมหลีกทางให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : 8 พรรคร่วมรัฐบาล ตั้ง 5 คณะทำงานเพิ่ม ติดตามทุกประเด็นปัญหาประชาชน เตรียมลงพื้นที่สัญจรเจาะลึกรายประเด็น https://thestandard.co/8-coalition-parties-set-5-working-groups-public-issues/ Tue, 06 Jun 2023 09:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=799846 พรรคร่วมรัฐบาล

วันนี้ (6 มิถุนายน) เวลา 12.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย​ พิธา […]

The post เลือกตั้ง 2566 : 8 พรรคร่วมรัฐบาล ตั้ง 5 คณะทำงานเพิ่ม ติดตามทุกประเด็นปัญหาประชาชน เตรียมลงพื้นที่สัญจรเจาะลึกรายประเด็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคร่วมรัฐบาล

วันนี้ (6 มิถุนายน) เวลา 12.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย​ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์​ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนทั้ง 7 พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านนัดแรก โดยพิธากล่าวว่า วันนี้เป็นวาระการประชุมตามงานทั้ง 7 คณะทำงาน ซึ่งมีวาระเกี่ยวกับพลังงานและน้ำมันดีเซล มาอธิบายให้ฟังถึงข้อดีข้อเสีย และสถานการณ์ที่เกิดผลกระทบกับประชาชน เมื่อรัฐบาลปัจจุบันไม่ต่อสัญญาในการลดภาษีสรรพสามิต ส่วนวาระที่ 2 คือการกำหนดบทบาท และผลที่ต้องการเห็นจากคณะทำงานทั้ง 7 คณะ ให้สามารถทำงานต่อเนื่องมีเอกภาพ และเกิดผลลัพธ์ต่อประชาชนได้จริง 

 

พิธากล่าวว่า วาระที่ 3 คือการกำหนดคณะทำงานเพิ่ม 5 คณะ ที่ประชาชนให้ความสนใจคือ

 

  1. คณะทำงานเศรษฐกิจและคณะทำงานดิจิทัล
  2. คณะทำงานต่อต้านคอร์รัปชัน ต่อต้านส่วย
  3. คณะทำงานสาธารณสุข เน้นเรื่องการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่เกิดประเด็นในสังคมขณะนี้ 
  4. คณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคมไทย และ
  5. คณะทำงานปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ 

 

โดยวันที่ 7 มิถุนายนนี้ พรรคร่วมทั้ง 8 พรรคจะประชุมหัวหน้าพรรค และนำข้อสรุปวันนี้ไปหารือ ส่วนคณะทำงานนี้จะประชุมอีกครั้งวันที่ 20 มิถุนายน ที่พรรคก้าวไกล และจะมีคณะทำงานสัญจรลงพื้นที่ในต่างจังหวัดมากขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่จะถึงนี้ เช่น สุราก้าวหน้า จังหวัดอุบลราชธานี และฝุ่น PM2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่

 

นอกจากนี้ในส่วนของพรรคร่วม เช่น พรรคเพื่อไทย มีข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน 5 ข้อเพื่อเป็นกรอบการทำงานของแต่ละคณะให้มีประสิทธิภาพ พรรคประชาชาติเน้นการแก้ไขปัญหาที่ดิน พรรคไทยสร้างไทยยืนยันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้ง 8 พรรคเห็นตรงกันว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่ควรทำให้เร็วที่สุดหลังการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้าที่ทั้ง 8 พรรคจะพิจารณาอย่างรอบคอบ และส่งผลกระทบต่อประชาชาติน้อยที่สุด

 

The post เลือกตั้ง 2566 : 8 พรรคร่วมรัฐบาล ตั้ง 5 คณะทำงานเพิ่ม ติดตามทุกประเด็นปัญหาประชาชน เตรียมลงพื้นที่สัญจรเจาะลึกรายประเด็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : พิธา-นพ.ชลน่าน นำพรรคร่วมรัฐบาลแถลงชื่นมื่น ตั้ง 7 คณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนดีลลับเป็นดีลรัก https://thestandard.co/coalition-parties-formed-7-working-groups/ Tue, 30 May 2023 12:19:47 +0000 https://thestandard.co/?p=797142 ตั้งคณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่พรรคประชาชาติ พิธา ลิ้มเจริญรัตน […]

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธา-นพ.ชลน่าน นำพรรคร่วมรัฐบาลแถลงชื่นมื่น ตั้ง 7 คณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนดีลลับเป็นดีลรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้งคณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่พรรคประชาชาติ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล แถลงข่าวภายหลังจากการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วยพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ว่าที่ประชุมมีมติร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ประกอบด้วยบุคลากรจากทุกพรรคการเมือง โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่าน และมีคณะกรรมการประกอบด้วย 

 

  • ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคก้าวไกล 
  • เผ่าภูมิ โรจนสกุล จากพรรคเพื่อไทย 
  • พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ 
  • น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ จากพรรคไทยสร้างไทย 
  • วิรัตน์ วรศสิริน จากพรรคเสรีรวมไทย 
  • กัณวีร์ สืบแสง จากพรรคเป็นธรรม 
  • วสวรรธน์ พวงพรศรี จากพรรคเพื่อไทรวมพลัง 
  • เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ จากพรรคพลังสังคมใหม่

 

ทั้งนี้ การประชุมพรรคร่วมรัฐบาลครั้งต่อไปจัดขึ้นในวันอังคารที่ 6 มิถุนายน ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย 

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาใหม่อีก 7 คณะ ประกอบด้วยคณะทำงานด้านค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันดีเซล และพลังงาน, คณะทำงานด้านภัยแล้ง และเอลนีโญ,คณะทำงานด้านการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, คณะทำงานด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะทำงานด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมและ PM2.5, คณะทำงานด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและ SMEs, และคณะทำงานด้านการแก้ปัญหายาเสพติด

 

ทั้งนี้ คณะทำงานเหล่านี้จะเป็นการหาทางออกร่วมกัน แก้ไขปัญหาของประเทศในประเด็นต่างๆ ก่อนจะกลั่นกรองออกมาเป็นนโยบายร่วมกัน เพื่อแถลงต่อรัฐสภา ให้ได้ทำงานต่อไปในฐานะฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติต่อไป ขอยืนยันว่าตอนนี้การทำงานของเราเป็นไปได้ด้วยดี และเราจะสามัคคีกันร่วมทำงานแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

พิธาชี้แจงว่า คณะกรรมการฯ ทั้งหมดตั้งขึ้นตาม MOU ทั้ง 23 ข้อ โดยสามารถหาวาระร่วมของทั้ง 8 พรรคการเมืองได้แล้ว สำหรับวันนี้ตั้งไปแล้ว 7 คณะจาก 23 ข้อ สัปดาห์หน้าจะประชุมกันอีก เพื่อให้ได้บุคลากรที่เชี่ยวชาญเข้ามาในคณะทำงานภายในเวลาก่อนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาได้

 

“ยืนยันว่าการทำงานของเราเป็นไปได้ด้วยดี เราจะสามัคคีกันและตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนมากที่สุด บริการจัดสรรตำแหน่งบริหารจะเกิดขึ้นหลังทำงานร่วมกัน โดยยึดปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง ส่วนตำแหน่งประธานสภา ทางพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจะไปตกลงกัน โดยยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล” พิธากล่าว

 

ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิธากล่าวต่อว่า ขณะนี้ กกต. ได้ประกาศผลการเลือกตั้งเป็นทางการแล้ว หรือเพียงประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หวังว่า กกต. จะใช้เวลาไม่นานในการรับรอง ส.ส. ซึ่งจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว

 

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว ทั้งพิธาและ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ทำมือประกบกันเป็นรูปหัวใจ สยบข่าวลือดีลการตั้งรัฐบาลลับ ยืนยันว่าจากนี้พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนดีลลับให้กลายเป็นดีลรักทั้งหมด

 

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธา-นพ.ชลน่าน นำพรรคร่วมรัฐบาลแถลงชื่นมื่น ตั้ง 7 คณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนดีลลับเป็นดีลรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : 8 พรรคร่วมประชุมตั้งรัฐบาลอีกรอบ พิธาเผยไม่มีวาระตำแหน่งประธานสภา เตรียมแถลงรายละเอียด 16.30 น. https://thestandard.co/8-coalition-parties-meeting/ Tue, 30 May 2023 09:06:42 +0000 https://thestandard.co/?p=797020 ประชุม 8 พรรคร่วม

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่พรรคประชาชาติ พรรคก้าวไกลนำทีมพร […]

The post เลือกตั้ง 2566 : 8 พรรคร่วมประชุมตั้งรัฐบาลอีกรอบ พิธาเผยไม่มีวาระตำแหน่งประธานสภา เตรียมแถลงรายละเอียด 16.30 น. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม 8 พรรคร่วม

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่พรรคประชาชาติ พรรคก้าวไกลนำทีมพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ประชุมความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ที่ห้องประชุมพรรคประชาชาติ ชั้น 2 กรุงเทพมหานคร

 

ทั้งนี้ มีแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ เข้ามายังที่ทำการพรรคตั้งแต่ 14.00 น. เช่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานนโยบายพรรคเพื่อไทย, วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง เป็นต้น 

 

การประชุมในวันนี้มีการเตรียมหารือ 3 วาระคือ

 

  1. เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ

 

  1. เรื่องพิจารณาความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล การจัดทำนโยบายบริหารประเทศ การมอบหมายภารกิจให้คณะทำงาน

 

  1. เรื่องอื่นๆ ที่มีการจับตาว่าจะมีการพูดคุยถึงตำแหน่งประธานสภาที่ยังจัดสรรกันไม่ลงตัวระหว่าง 2 พรรคใหญ่ รวมถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรีอย่างไรหรือไม่ แม้ว่าแหล่งข่าวจากพรรคประชาชาติจะยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยประเด็นดังกล่าวในวันนี้ก็ตาม

 

ด้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้ประชาชนต้องการคำตอบอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องภัยแล้งในปีนี้ น้ำท่วมของฤดูฝนที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงเรื่องราคาพลังงาน เรือดำน้ำ และเรื่องการร่วมประชุมสหประชาชาติครั้งแรกของรัฐบาลชุดใหม่ในเดือนกันยายนนี้ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนอาจจะถาม หรือพี่น้องข้าราชการและเอกชนก็อาจจะถามด้วย แล้ววันนี้เรามีเป้าหมายที่ชัดแล้วจาก MOU ที่ได้ร่วมลงนามกันไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566

 

“โดยส่วนวันนี้จะคุยเรื่องของกระบวนการที่จะพาไปสู่เป้าหมายตรงนั้น จึงได้นัดประชุมในวันนี้ และเราจะนัดเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานในการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ และฟังจากที่ได้ร่วมพูดคุยกัน เราจะเอาปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาโควตาหรือตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นตัวตั้ง และเพื่อวางแผนต่อไปว่าหากมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก เราจะได้จัดลำดับความสำคัญที่จะบรรจุในวาระการประชุม ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ตนเตรียมมาคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 7 พรรคในวันนี้” พิธากล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งประธานสภาที่เป็นประเด็นระหว่างพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย พิธากล่าวสั้นๆ ว่าจะยังไม่มีการพูดคุยกันในวันนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมากล่าวหาว่าคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเป็นการละลาบละล้วงข้าราชการใช่หรือไม่ พิธาตอบว่า ไม่มี เราทำงานเป็นคณะเปลี่ยนผ่านพูดคุยกับทุกฝ่าย แล้วถ้าข้าราชการจะคุยกับนักการเมืองก็เป็นสิทธิของข้าราชการ แต่เราไม่เคยไปละลาบละล้วงข้อมูล หรือแม้กระทั่งการขอดูงบประมาณ และหน่วยงานราชการเป็นคนเชิญเรามาเอง และเชิญในฐานะพรรคการเมืองมากกว่า ซึ่งเขามีความกังวลใจในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องโครงการที่ค้างอยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้ว ยังไม่ได้รับการผลักดัน และเรามีกรอบการทำงานว่าเราจะไม่ไปสั่ง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการทำงาน และทำตามหลักสากลในการเปลี่ยนผ่านอำนาจ และทำให้ประชาชนมีความหวัง และให้ข้าราชการมีภาระน้อยที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม พิธากล่าวว่า ภายหลังการหารือจะมีการแถลงถึงรายละเอียดของการประชุมอีกครั้งในเวลา 16.30 น.

 

The post เลือกตั้ง 2566 : 8 พรรคร่วมประชุมตั้งรัฐบาลอีกรอบ พิธาเผยไม่มีวาระตำแหน่งประธานสภา เตรียมแถลงรายละเอียด 16.30 น. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : สรุปผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ส.ส. แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ 500 ที่นั่ง https://thestandard.co/election-2566-official-results-info/ Thu, 25 May 2023 09:37:02 +0000 https://thestandard.co/?p=795154

🔥 อัปเดตล่าสุด: เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 25 […]

The post เลือกตั้ง 2566 : สรุปผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ส.ส. แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ 500 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

วันนี้ (25 พฤษภาคม) สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2566 อย่างเป็นทางการว่า

 

พรรคก้าวไกลถูกลด ส.ส. เขต 1 ตำแหน่ง ทำให้ภาพรวมกวาดที่นั่ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ รวมกัน 151 ที่นั่ง ในขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยได้เก้าอี้ ส.ส. เขต เพิ่ม 1 ตำแหน่ง ทำให้มีเก้าอี้ ส.ส. รวมกัน 71 ที่นั่ง ส่วนพรรคอื่นๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

ทั้งนี้ การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่เผยแพร่นี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาประกาศผลเลือกตั้งต่อไป

 

สรุปผลการเลือกตั้ง 2566

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เลือกตั้ง 2566 : สรุปผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ส.ส. แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ 500 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : กกต. เตรียมประกาศผลนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ก้าวไกล ส.ส. เหลือ 151 คน ตามมาด้วยเพื่อไทย 141 คน https://thestandard.co/ect-prepare-to-announce-election-2566-official-results/ Wed, 24 May 2023 14:10:42 +0000 https://thestandard.co/?p=794849

วันนี้ (24 พฤษภาคม) มีรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลื […]

The post เลือกตั้ง 2566 : กกต. เตรียมประกาศผลนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ก้าวไกล ส.ส. เหลือ 151 คน ตามมาด้วยเพื่อไทย 141 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 พฤษภาคม) มีรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครบทั้ง 400 เขตแล้ว และเตรียมที่จะประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 

 

โดยพบว่าจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71

 

โดยการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมี 

 

  • บัตรดี 37,190,071 บัตร คิดร้อยละ 94.12 
  • บัตรเสีย 1,457,899 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.69 
  • บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 866,885 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19  

 

ซึ่งผลการนับคะแนนพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 112 คน พรรคก้าวไกล ได้ ส.ส. 112 คน พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส. 68 คน พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส. 39 คน พรรครวมไทยสร้างชาติได้ ส.ส. 23 คน พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส. 22 คน พรรคชาติไทยพัฒนาได้ ส.ส. 9 คน พรรคประชาชาติได้ ส.ส. 7 คน พรรคไทยสร้างไทยได้ ส.ส. 5 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง ได้ ส.ส. 2 คน และพรรคชาติพัฒนากล้าได้ ส.ส. 1 คน 

 

ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อมี

 

  • บัตรดี 37,522,746 บัตร คิดเป็นร้อยละ 94.96  
  • บัตรเสีย 1,509,836 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.82 
  • บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 482,303 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.22  

 

โดยผลการคิดคำนวณคะแนนค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน คือ 375,227.34 คะแนน ทำให้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คนมาจาก 17 พรรคการเมือง ประกอบด้วย

 

  1. พรรคก้าวไกล ได้คะแนน 14,438,851 คะแนน ได้ ส.ส. 39 คน 
  2. พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 10,962,522 คะแนน ได้ ส.ส. 29 คน
  3. พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้คะแนน 4,766,408 คะแนน ได้ ส.ส. 13 คน
  4. พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 1,138,202 คะแนน ได้ ส.ส.3 คน
  5. พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนน 925,349 คะแนน ได้ ส.ส. 3 คน 
  6. พรรคประชาชาติ ได้คะแนน 602,645 คะแนน ได้ ส.ส. 2 คน 
  7. พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 537,625 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน
  8. พรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 351,376 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน 
  9. พรรคไทยสร้างไทย ได้คะแนน 340,178 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน 
  10. พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้คะแนน 273,428 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน  
  11. พรรคใหม่ ได้คะแนน 249,731 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน
  12. พรรคชาติพัฒนากล้า ได้คะแนน 212,676 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน 
  13. พรรคท้องที่ไทย ได้คะแนน 201,411 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน 
  14. พรรคชาติไทยพัฒนา ได้คะแนน 192,497 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน 
  15. พรรคเป็นธรรม ได้คะแนน 184,817 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน  
  16. พรรคพลังสังคมใหม่ ได้คะแนน 177,379 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน
  17. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้คะแนน 175,182 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน 

 

ทั้งนี้ ในส่วนของ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้ในระบบ ECT Report แสดงจำนวนว่าพรรคก้าวไกลได้ 113 ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทยได้ 67 ที่นั่งนั้น เนื่องจากการลงข้อมูลในส่วนของผลการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปราจีนบุรียังไม่สมบูรณ์ 

 

โดยจากรายงานประกาศ กกต. ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปราจีนบุรี เรื่องผลการนับคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 6/1) นั้นพบว่า สฤษดิ์ บุตรเนียร จากพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ทำให้จำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลคือ 112 ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทย 68 ที่นั่ง  

 

ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเพียงผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น ยังไม่ใช่การพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมจำนวน ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว 

 

พรรคก้าวไกล ได้ ส.ส. รวม 151 คน

พรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส. รวม 141 คน

พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส. รวม 71 คน 

พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. รวม 40 คน 

พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ ส.ส. รวม 36 คน 

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส. รวม 25 คน  

พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ ส.ส. รวม 10 คน 

พรรคประชาชาติ ได้ ส.ส. รวม 9 คน 

พรรคไทยสร้างไทย ได้ ส.ส. รวม 6 คน 

พรรคชาติพัฒนากล้า ได้ ส.ส. รวม 2 คน 

พรรคเพื่อไทรวมพลัง ได้ ส.ส. รวม 2 คน 

พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้ ส.ส. พรรคละ 1 คน

The post เลือกตั้ง 2566 : กกต. เตรียมประกาศผลนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ก้าวไกล ส.ส. เหลือ 151 คน ตามมาด้วยเพื่อไทย 141 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : รัฐบาลก้าวไกลแถลงจุดยืน 2 ชั่วโมง สื่อมวลชน นักการเมืองร่วมงานแน่น https://thestandard.co/move-forward-gov-standpoints/ Mon, 22 May 2023 14:41:41 +0000 https://thestandard.co/?p=793884

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ พรรคร่วมรั […]

The post เลือกตั้ง 2566 : รัฐบาลก้าวไกลแถลงจุดยืน 2 ชั่วโมง สื่อมวลชน นักการเมืองร่วมงานแน่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ร่วมกันแถลงร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาล 

 

ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานนั้นมีแกนนำพรรคร่วมงาน อดีตนักการเมือง อาทิ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และสื่อมวลชนจำนวนมากมาร่วมงานครั้งนี้ โดยใช้เวลาในการแถลงข่าวทั้งสิ้นเกือบ 2 ชั่วโมง

 

ตลอดการแถลงข่าวนั้น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้แถลงถึงรายละเอียดบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาล มีรายละเอียด 23 ข้อ และ 5 แนวทางการปฏิบัติ จากนั้นได้เปิดให้สื่อมวลชนซักถามทุกข้อสงสัยทั้งจุดยืนเรื่องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, นโยบายกัญชาเสรี, ท่าทีการโหวตนายกรัฐมนตรีของสมาชิกวุฒิสภา และการทำรัฐประหาร 

 

The post เลือกตั้ง 2566 : รัฐบาลก้าวไกลแถลงจุดยืน 2 ชั่วโมง สื่อมวลชน นักการเมืองร่วมงานแน่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : เปิด MOU 23 ข้อของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลก้าวไกล ฟื้นฟูประชาธิปไตย เดินหน้าเกณฑ์ทหารสมัครใจ ไม่มี ม.112 https://thestandard.co/move-forward-and-7-parties-mou-info/ Mon, 22 May 2023 12:24:31 +0000 https://thestandard.co/?p=793801

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เวลา 16.30 น. ที่โรงแรม Conrad Bang […]

The post เลือกตั้ง 2566 : เปิด MOU 23 ข้อของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลก้าวไกล ฟื้นฟูประชาธิปไตย เดินหน้าเกณฑ์ทหารสมัครใจ ไม่มี ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เวลา 16.30 น. ที่โรงแรม Conrad Bangkok พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ร่วมแถลงตั้งรัฐบาลและเปิดรายละเอียดของร่างบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ที่ทุกพรรคร่วมกันลงนาม

 

สำหรับเนื้อหาบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ที่ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่า ภารกิจของรัฐบาลที่ทุกพรรคจะร่วมผลักดันประกอบไปด้วยวาระร่วมดังต่อไปนี้

 

The post เลือกตั้ง 2566 : เปิด MOU 23 ข้อของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลก้าวไกล ฟื้นฟูประชาธิปไตย เดินหน้าเกณฑ์ทหารสมัครใจ ไม่มี ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกล – 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ร่วมลงนาม MOU 23 ข้อ เตรียมจัดตั้งรัฐบาล https://thestandard.co/move-forward-and-7-parties-mou/ Mon, 22 May 2023 12:19:13 +0000 https://thestandard.co/?p=793778

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพม […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกล – 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ร่วมลงนาม MOU 23 ข้อ เตรียมจัดตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นัดพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาล

 

สำหรับบันทึกความเข้าใจร่วมกันนี้ทำเพื่อสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคร่วม ทั้งนี้ ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่า ภารกิจของรัฐบาลทุกพรรคที่จะผลักดันร่วมกันนั้น ต้องไม่กระทบกับรูปแบบของรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นที่สักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์ 

 

สำหรับบันทึกความเข้าใจร่วมกัน มีรายละเอียด 23 ข้อ ประกอบด้วย

 

  1. ฟื้นฟูประชาธิปไตย รวมถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

 

  1. ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ

 

  1. ผลักดันการปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ กองทัพ และกระบวนการยุติธรรม ให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย โดยยึดหลักความโปร่งใส ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน

 

  1. เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ เป็นระบบสมัครใจ ทั้งนี้ ยังคงไว้ซึ่งการเกณฑ์ทหารในยามศึกสงคราม

 

  1. ร่วมผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคำนึงถึงหลักการด้านสิทธิมนุษยชน การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงทบทวนภารกิจของหน่วยงาน และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง

 

  1. ผลักดันการกระจายอำนาจทั้งในแง่ภารกิจและงบประมาณ เพื่อให้ท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต

 

  1. แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันโดยการสร้างระบบและวัฒนธรรมรัฐโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลรัฐในทุกหน่วยงาน

 

  1. ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเพิ่มรายได้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม

 

  1. ยกเครื่องกฎหมายเกี่ยวกับการทำมาหากิน และการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น ตัด ลด หรือพักใช้ชั่วคราวซึ่งการอนุมัติ อนุญาตที่ไม่จำเป็น และเป็นอุปสรรคเพื่อปรับปรุงใหม่ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องทางด้านการเงินและสร้างแต้มต่อให้กับ SMEs พร้อมกับมุ่งเน้นการเติบโต GDP ของ SMEs สนับสนุนอุตสาหกรรม และสินค้าไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

 

  1. ยกเลิกการผูกขาด และส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพรรคประชาชาติขอสงวนสิทธิ์ในการไม่เห็นด้วยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลด้านศาสนา

 

  1. ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ ด้วยการผลักดันกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม แก้ปัญหาแนวเขตป่าไม้ และที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน รวมถึงการทบทวนคดีที่เป็นผลจากนโยบายทวงคืนผืนป่า

 

  1. ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

 

  1. จัดทำงบประมาณแบบใหม่ โดยเน้นใช้วิธีการจัดงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting)

 

  1. สร้างระบบสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและภาระทางการคลังระยะยาว

 

  1. แก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเร่งด่วน

 

  1. นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ ผ่านการออกประกาศของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชา

 

  1. ส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ปลอดภัย คุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งน้ำ สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรเพื่อวางแผนการผลิตและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

 

  1. แก้ไขกฎหมายประมง ขจัดอุปสรรค เยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาอาชีพประมงให้ยั่งยืน

 

  1. ยกระดับสิทธิแรงงานทุกอาชีพให้มีสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมสอดคล้องกับค่าครองชีพและการเติบโตของเศรษฐกิจ

 

  1. ยกระดับระบบสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ทั้งการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ

 

  1. ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

  1. สร้างความร่วมมือและกลไกภายในและระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) โดยเร็วที่สุด

 

  1. ดำเนินการนโยบายการต่างประเทศ โดยการฟื้นฟูบทบาทผู้นำของไทยในอาเซียน ตามกรอบความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะกรอบพหุภาคี และรักษาสมดุลการเมืองระหว่างประเทศของไทยกับประเทศมหาอำนาจ

 

The post เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกล – 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ร่วมลงนาม MOU 23 ข้อ เตรียมจัดตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลจับมือ 9 พรรค ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก รวม 314 เสียง https://thestandard.co/9-parties-coalition-info/ Fri, 19 May 2023 07:17:20 +0000 https://thestandard.co/?p=792741

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ห […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลจับมือ 9 พรรค ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก รวม 314 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวที่พรรคก้าวไกล หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ สรุปว่าพรรคก้าวไกลได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับ 1 ว่าเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพี่น้องประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านคูหาเลือกตั้งให้พรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับ 1 จึงขอประกาศว่าพรรคก้าวไกลพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น้อมรับฉันทมติของพี่น้องประชาชน พลิกขั้วเปลี่ยนข้างจากฝ่ายค้านเดิมในการจัดตั้งรัฐบาล

 

พิธากล่าวว่า ตนเองได้โทรศัพท์ติดต่อไปหาแกนนำทั้งหมด 5 พรรคการเมือง ทั้งที่เป็นฝ่ายติดต่อไป และแกนนำของพรรคเหล่านั้นติดต่อมาที่พรรคก้าวไกล ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย และพรรคเป็นธรรม

 

ขณะที่เมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม) มีการแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาล โดยมี 2 พรรคการเมืองเข้าร่วมด้วยคือ พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง และพรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง 

 

ล่าสุดวันนี้ (19 พฤษภาคม) พรรคการเมืองที่ชื่อว่า พรรคใหม่ โดยที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้มีมติเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งจะเพิ่มเสียงรัฐบาลอีก 1 เสียง ทำให้ขณะนี้มีตัวเลขเสียงข้างมากรวม 314 เสียง

 

 

ก้าวไกลจับมือ 9 พรรค ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก รวม 314 เสียง

 

  • พรรคก้าวไกล 152 เสียง 
  • พรรคเพื่อไทย 141 เสียง
  • พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง
  • พรรคประชาชาติ 9 เสียง
  • พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง
  • พรรคเป็นธรรม 1 เสียง
  • พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง
  • พรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง
  • พรรคใหม่ 1 เสียง

 

ต้องการเสียง ส.ว. อีก 62 เสียงขึ้นไป เพื่อโหวตให้พิธาเป็นนายกฯ

 

อ้างอิง: THE STANDARD รวบรวม ณ วันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. 

 

เกาะติดรายงานพิเศษ เลือกตั้ง 2566 ได้ทุกช่องทางของ THE STANDARD

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลจับมือ 9 พรรค ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก รวม 314 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : พิธาประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ตั้งทีมเจรจารายละเอียดพร้อมเปิด MOU ร่วมรัฐบาล 22 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/pita-announces-peoples-government/ Thu, 18 May 2023 06:57:25 +0000 https://thestandard.co/?p=792238

วันนี้ (18 พฤษภาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าว […]

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธาประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ตั้งทีมเจรจารายละเอียดพร้อมเปิด MOU ร่วมรัฐบาล 22 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 พฤษภาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง, ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม และ เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์​กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ แถลงข่าวประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน ซึ่งจากผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นทางการ มีจำนวนผู้แทนราษฎรรวมกันทั้งสิ้น 313 คน

 

พิธากล่าวว่า พวกเราทุกพรรคขอขอบคุณทุกเสียงที่ประชาชนมอบให้ เสียงของประชาชนทุกเสียงคือเสียงแห่งความหวัง คือเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลชุดใหม่จะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ต่ออำนาจของประชาชน และเราจะเป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน

 

ทุกพรรคขอประกาศจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชนร่วมกัน ด้วยความเคารพในฉันทมติของประชาชน ดังนี้

 

  1. ทุกพรรคเห็นชอบที่จะสนับสนุนหัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตามเสียงข้างมากจากผลการเลือกตั้งของประชาชน

 

  1. ทุกพรรคจะร่วมกันจัดทำข้อตกลงร่วม (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแสดงถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน และวาระร่วมของทุกพรรค และจะแถลงต่อสาธารณะในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ เพื่อแก้ไขวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

 

  1. ทุกพรรคจะจัดตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อจากรัฐบาลเดิมได้แบบไร้รอยต่อ

 

หลังจากนั้นเปิดให้สื่อมวลชนถามคำถาม โดยพิธาให้ความเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชนจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและโดยราบรื่น จำนวน 313 เสียง มีความเพียงพอและเป็นความปกติของระบอบประชาธิปไตย

 

ขณะนี้ คณะทำงานทั้ง 2 ทีม ได้แก่ คณะเจรจาและคณะเปลี่ยนผ่านอำนาจ ได้เตรียมการวางแผนในหลายรูปแบบว่าจะมีฉากทัศน์ใดเกิดขึ้นบ้าง แต่ละฉากทัศน์จะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงพิจารณาว่าจุดยืนและนโยบายของทุกพรรคการเมือง จะทำงานร่วมกันอย่างไรโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง กระบวนการทั้งหมดจะคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและการมีส่วนร่วมของทุกพรรคการเมือง เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วง ทุกพรรคการเมืองสามารถสานต่อนโยบายที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน

 

สำหรับความเห็นของ ส.ว. หลายคนที่ออกมาแสดงจุดยืนว่าจะโหวตนายกฯ ตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรนั้น พิธากล่าวว่าขอขอบคุณ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร แต่เป็นเรื่องของระบบ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด

 

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงจุดยืนในการแก้ไข ม.112 พิธาระบุว่า จุดยืน ม.112 ในช่วงก่อนเลือกตั้งมีการดีเบตและพูดคุยกันเยอะแล้ว มีความชัดเจนครบแล้ว ซึ่งแต่ละพรรคได้พูดถึงจุดยืนร่วมกันแล้ว

 

ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์ว่าไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา ม.112 นั้น มองว่าเป็นเรื่องของภูมิใจไทย เพราะพรรคที่อยู่ตรงนี้มีเอกภาพ มีจุดยืนในการจัดตั้งรัฐบาล

 

ทั้งนี้ไม่มีความห่วงใย ตอนนี้กำลังจัดทำ 2 คณะ คือคณะกรรมการที่จะใช้ร่วมรัฐบาล และคณะกรรมการที่เปลี่ยนผ่านอำนาจ และการแถลงข่าววันนี้ไม่ได้มีเนื้อหา MOU เพราะจะแถลงวันที่ 22 พฤษภาคม แต่มาแถลงหลังหารือกันเมื่อวาน ส่วนเรื่อง ม.112 ขอให้รอฟังรายละเอียดวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

 

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีถ้าเสียงโหวตในสภาแล้วไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะทำอย่างไร พิธาตอบว่า เนื่องจากขณะนี้มีกรรมการ 2 คณะ และได้วางแนวทางไว้หลายรูปแบบ เพื่อลดความเสี่ยงในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้กังวลใจ พร้อมยืนยันว่าคะแนนโหวตจะผ่านแน่นอน    

 

ส่วนการทำความเข้าใจกับ ส.ว. ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการที่ตั้งมา

 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีพรรคอื่นมาร่วมอีกหรือไม่นั้น พิธาตอบว่า ขึ้นอยู่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจะเป็นผู้พิจารณา โดยจะพิจารณาในเรื่องจุดยืน นโยบาย ที่ทำร่วมกัน ซึ่งจะเอาประชาชนมาเป็นที่ตั้ง และต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาล โดยตนเองก็ไว้วางใจคณะกรรมการ ซึ่งเป็นตัวแทนของทุกพรรค เป็นการทำงานแบบทีมเวิร์ก

 

พิธายังบอกอีกว่า 313 เสียงเป็นไปตามระบบประชาธิปไตยที่เพียงพอ การตามหาอีก 60 กว่าเสียงยังไม่ได้เป็นเรื่องที่จะต้องทำในตอนนี้ และย้ำว่ายังมั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยจะมีตัวเลขที่เหมาะสม และมีเสถียรภาพ หาจุดตรงกลางให้ได้ และพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยยืนยันจะเหนียวแน่นกลมเกลียวไม่ปล่อยมือกันแน่นอน

 

ส่วนเนื้อหา MOU นั้น จะเป็นหลักการจะทำให้มีความครอบคลุมมิติการเมือง ปากท้อง และมิติของประเทศ

 

พิธายังตอบคำถามเรื่องการจัดสรร ตกลงเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยว่า ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการพูดคุยเรื่องของเก้าอี้ว่าต้องได้กระทรวงไหน แต่เอาวาระของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง และเอาปัญหาประชาชนมาเป็นตัวตั้ง แล้วค่อยมาดูว่ากระทรวงไหนจะทำงานร่วมกันให้เป็นเอกภาพได้ ทำงานเป็นองคาพยพเดียวกันได้เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุย และคงจะมีอัปเดตความคืบหน้าทุกๆ สัปดาห์ จนกว่าจะตั้งรัฐบาลได้ เพราะถ้าเอากระทรวงเป็นตัวตั้งก็ไม่มีประโยชน์อะไร

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการร้องเรียนคุณสมบัติของตัวพิธาที่เกิดขึ้นว่าอาจจะมีเสียงแตก กังวลหรือไม่ พิธาตอบว่า ไม่กังวล แต่ก็ไม่ประมาท เพราะการเมืองต้องเตรียมตัวว่ามีมิติไหนบ้าง และการเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องพร้อมให้ตรวจสอบและพร้อมเตรียมรับผลกระทบเหล่านั้น

 

ส่วนผลโหวตของ ส.ว. ก็เป็นเรื่องยินดี หากจะมีการโหวตให้ไม่ว่าจะเป็นตนเองหรือไม่ใช่ตนเอง แต่เป็นการเห็นถึงระบบประชาธิปไตยที่มีอำนาจสูงสุด

 

โดยหลังจากพิธาตอบคำถามเสร็จสิ้น แกนนำของแต่ละพรรคก็ได้พูดถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาล

 

เริ่มที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งความหวัง ความฝันให้ประชาชน ก่อนระบุว่าจะให้ตนพูดอีกกี่ร้อยครั้งก็จะยืนยันแบบนี้ 

 

นพ.ชลน่านบอกถึงแนวทางการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ว่าทุกเรื่องจะนำมาประกอบทั้งหมด อีกทั้งเงื่อนไขหลักยกเป็นหน้าที่ให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ ส่วนจุดใดร่วมกันได้ไม่ได้ หรือจุดใดต้องแก้ไข คงจะต้องมีการหารือกันก่อน ส่วนประเด็น ม.112 ที่หลายคนมองจะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านบอกว่า เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่คงจะมีการพูดคุยกัน แต่หากมีการลงนามข้อสรุปกันแล้ว ถือว่าทุกคนทุกพรรคเห็นทางออกร่วมกันได้

 

นพ.ชลน่านยังยืนยันจะทำภารกิจให้สำเร็จคือการผลักดันคะแนนเสียงในรัฐสภาให้ถึง 376 เสียง ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เราต้องช่วยกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีของประชาชน

 

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทยได้พูดเป็นสัญญาประชาคม ว่าสนับสนุนให้ทุกฝ่ายเดินตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อพรรคก้าวไกลได้ฉันทมติจากประชาชน พรรคไทยสร้างไทยยังย้ำว่า ยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าจะยกมือสนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี 

 

ส่วนข้อตกลงเรื่องนโยบายยังไม่ได้เริ่มนับ 1 หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยขอยืนยันว่าการทำนโยบายจะทำเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญกว่าการแบ่งกระทรวง เพราะตนเป็นคนหนึ่งที่มองว่าหากเป็นรัฐบาลเพื่อแบ่งกระทรวงในการทำมาหากินก็ไม่จำเป็นต้องมาเป็นรัฐบาล แต่มุ่งหมายทำเพื่อประชาชน ต้องการให้ประเทศไทยไปยืนอยู่บนแผนที่โลกให้ได้

 

สำหรับจุดยืน ม.112 นั้น พรรคไทยสร้างไทยชัดเจนว่าต้องรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ดังนั้น การจะทำอะไรให้สถาบันฯ เสื่อมเสียนั้นต้องปกป้อง ส่วนการที่มีผู้มีอำนาจมาใช้ ม.112 กลั่นแกล้ง ทำลายบุคคล ต้องนำมาพิจารณา เพื่อปกป้องสถาบันฯ ไม่ให้ใครนำไปเป็นอำนาจทำร้ายคนอื่น

 

ส่วนการจะลงรายละเอียดของจุดยืนแต่ละพรรคต้องคุยกัน ไม่ใช่เพียง ม.122 แต่ทุกนโยบาย

 

ด้าน วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า พรรคประชาชาติเราเคารพในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนคนไทยทุกคน การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาชนได้มอบและให้ความไว้วางใจและพรรคก้าวไกลมีเสียงข้างมากที่สุดของพรรคการเมืองทุกพรรค ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประชาชนต้องการผู้นำรัฐบาลที่มาจากพรรคก้าวไกล และด้วยความเคารพคะแนนเสียงของประชาชน พรรคประชาชาติจึงขอสนับสนุนพิธาในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคประชาชาติยินดีให้ความร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ให้สำเร็จ และอยากเรียกร้องทุกฝ่ายให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของประชาชนในประเทศนี้ ถ้าเราไม่เคารพเสียงการตัดสินใจของประชาชน เราก็จะติดกับดักปัญหาเดิมๆ ที่ไม่สามารถจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม

 

จึงอยากให้ทุกฝ่ายทั้ง ส.ส., ส.ว. และข้าราชการ คำนึงถึงพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดว่าเขาตัดสินใจอย่างไร และต้องการอะไร เพื่อเราจะได้เดินไปข้างหน้าไปด้วยกัน เพราะปัญหาวิกฤตของประเทศมีมากมายทั้งระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก จึงไม่อาจอยู่กับปัญหาเดิมๆ ได้ เราจะรักใครชอบใคร แต่เราต้องรักประชาชน ถ้าเราไม่รักประชาชนปัญหาเดิมๆ ก็จะกลับมาอีก และอยากให้ประชาชนให้กำลังใจพวกเรา เพื่อให้พวกเราทำงานให้กับประเทศ เพื่อให้รอดพ้นกับวิกฤตในครั้งนี้ให้ได้

 

และที่พิธาพูดเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจร่วมกัน แม้วันนี้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ตัดสินใจร่วมกัน แต่วันที่ 22 พฤษภาคม ท่านจะเห็นแสงที่จะก้าวไปข้างหน้า และขอฝากความหวังนี้ให้กับทุกคน

 

ขณะที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า เวลาลงไปหาเสียงก็จะบอกว่าให้ประชาชนเลือกพรรคเสรีรวมไทยทั้งคนทั้งพรรค เพื่อที่จะรวมตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศชาติ ซึ่งขณะนี้ผลการเลือกตั้งก็ออกมาแล้วว่าพี่น้องประชาชนสนับสนุนพรรคก้าวไกลมาบริหารประเทศ โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นตนจะเปลี่ยนคำพูดหรือคิดอย่างอื่นก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ต้องยืนยันตามเจตนารมณ์ของตนและพี่น้องประชาชนที่จะให้พรรคที่มีเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ 

 

วันนี้มาแสดงตัวตนต่อหน้าสื่อมวลชนว่าพรรคเสรีรวมไทยสนับสนุนก้าวไกล และให้พิธาเป็นนายกฯ วันนี้ต้องการแค่มาประกาศจุดยืนร่วมกันทั้ง 8 พรรค เพื่อสนับสนุนพิธาเป็นนายกฯ เท่านั้น ประเด็นอื่นยังไม่ถึงเวลาที่จะชี้แจง แม้จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันแล้ว เราก็ต้องทำงานร่วมกัน แต่ในบางประเด็นที่ไม่ตรงกันต้องคุยกัน

 

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธาประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ตั้งทีมเจรจารายละเอียดพร้อมเปิด MOU ร่วมรัฐบาล 22 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>