พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 27 Aug 2024 07:45:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กกต. รับรองสถานะพรรคประชาชนแล้ว รอตั้งผู้นำฝ่ายค้านหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย https://thestandard.co/ect-approves-peoples-party/ Tue, 27 Aug 2024 07:45:10 +0000 https://thestandard.co/?p=975984 พรรคประชาชน

วันนี้ (27 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางสัปดา […]

The post กกต. รับรองสถานะพรรคประชาชนแล้ว รอตั้งผู้นำฝ่ายค้านหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชน

วันนี้ (27 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ลงนามรับทราบการขอเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลเป็นพรรคประชาชน ตามมติที่ประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 การเปลี่ยนแปลงนโยบายพรรค ข้อบังคับพรรค ภาพเครื่องหมายของพรรค (โลโก้) และรายชื่อกรรมการบริหารพรรคแล้ว

 

ในส่วนโลโก้พรรคที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมและมีการร้องเรียนว่าคล้ายกับพรรคถูกยุบไปแล้ว หรือซ้ำกับเครื่องหมายการค้าของสินค้านั้น มีรายงานว่านายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่ารอยตัดของโลโก้และความหมายที่พรรคต้องการสื่อแตกต่างกับโลโก้ของพรรคที่ถูกยุบไป

 

ขณะเดียวกันพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดหลักเกณฑ์ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาว่าภาพเครื่องหมายของพรรคต้องไม่ซ้ำ พ้อง หรือคล้ายคลึง กับพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว หรือพรรคที่ถูกยุบไป ไม่ได้กำหนดให้นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องพิจารณาไปถึงกฎหมายอื่น และหากมีผู้เห็นว่าภาพเครื่องหมายของพรรคทำให้สินค้าของตนเสียหายก็สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้

 

ขณะนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ส่งเรื่องรับรองสถานะพรรคประชาชน เพื่อนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลโดยสมบูรณ์ต่อไป

 

รอตั้งผู้นำฝ่ายค้านหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย

 

ในวันเดียวกัน ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รักษาการประธานวิปฝ่ายค้าน เผยว่า กกต. รับรองพรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์แล้วหลังรอมานานกว่า 1 เดือนครึ่ง เบื้องต้น กกต. ได้ส่งหนังสือแจ้งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมข้อมูลด้านเอกสาร ป้ายชื่อ สถานะของ สส. และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพบว่าได้เปลี่ยนสถานะของ สส. พรรคก้าวไกล เป็นพรรคประชาชนแล้ว

 

ส่วนตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ปกรณ์วุฒิย้ำว่า ต้องเป็นชื่อของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อย่างแน่นอน ส่วนขั้นตอนการนำรายชื่อเสนอเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าเป็นช่วงหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้

The post กกต. รับรองสถานะพรรคประชาชนแล้ว รอตั้งผู้นำฝ่ายค้านหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรืองไกรร้อง กกต. ตรวจสอบ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีเหตุสิ้นสภาพไปแล้วหรือไม่ https://thestandard.co/ruangkrai-calls-ect-to-investigate-thinkakhao-party/ Sun, 18 Aug 2024 11:42:42 +0000 https://thestandard.co/?p=972511

วันนี้ (18 สิงหาคม) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ช่วง […]

The post เรืองไกรร้อง กกต. ตรวจสอบ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีเหตุสิ้นสภาพไปแล้วหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 สิงหาคม) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ช่วงนี้กำลังรวบรวมเรื่องนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ รัฐธรรมนูญหลายมาตรา ข้อเท็จจริงต่างๆ รวมทั้งมาตรฐานทางจริยธรรมด้วย รวมทั้งกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา มีประเด็นที่ต้องขอให้ กกต. ตรวจสอบว่าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลที่เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน และมี สส. ในนามพรรคประชาชนเข้าไปร่วมเป็นองค์ประชุมในวันดังกล่าวนั้น หากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีเหตุสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองไปแล้ว การเลือกนายกรัฐมนตรีจะชอบหรือไม่ จะเป็นโมฆะหรือไม่

 

เรืองไกรกล่าวว่า ในวันนี้ตนจึงส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบ ดังนี้

 

1. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตราที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้

 

มาตรา 33 ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนพรรคการเมืองต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

 

(1) ดำเนินการให้มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน

 

(2) จัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการกำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา โดยสาขาพรรคการเมืองแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขานั้นตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป

 

มาตรา 90 พรรคการเมืองสิ้นสุดลงเมื่อ

 

(1) สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา 91

 

มาตรา 91 พรรคการเมืองย่อมสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองเมื่อ

 

(1) ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามมาตรา 17 วรรคสาม หรือไม่สามารถดำเนินการตามมาตรา 33 (1) หรือ (2) ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

มาตรา 141/1 เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก่อนที่ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ พรรคการเมืองใดประสงค์จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในเรื่องดังต่อไปนี้ ให้แจ้งให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน และเมื่อได้แจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าได้รับอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้อง

 

(1) จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พร้อมทั้งแจ้งรายการตามมาตรา 33 หรือมาตรา 35

 

2. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2567 เว็บไซต์มติชน หัวข้อ ‘กกต. คอนเฟิร์ม ‘ถิ่นกาขาว’ ตั้งสาขาครบ 4 ภาคใน 1 ปี ตามกฎหมายกำหนดแล้ว แต่ยังไม่อัปเดตระบบ’ ลงข่าวไว้ส่วนหนึ่งว่า

 

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี จะยื่น กกต. ยุบพรรคประชาชน เนื่องจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชนจัดตั้งสาขาพรรคไม่ครบ 4 สาขา ว่า ตามกฎหมายพรรคการเมือง ทุกกิจกรรมของพรรคจะสมบูรณ์ทันทีเมื่อพรรคได้ดำเนินการ แต่เมื่อยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้องก็จะมีผลย้อนหลังให้การกระทำนั้นเสียไป ซึ่งในกรณีการจัดตั้งสาขาพรรคของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลนั้นพบว่า 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคในส่วนที่ขาดอยู่จนครบ และระยะเวลาการจัดตั้งก็อยู่ภายใน 1 ปีที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้มีการจะส่งเรื่องมาให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามขั้นตอน

 

3. กรณีตามข่าวที่ระบุว่า “…ซึ่งในกรณีการจัดตั้งสาขาพรรคของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลนั้นพบว่า 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคในส่วนที่ขาดอยู่จนครบ และระยะเวลาการจัดตั้งก็อยู่ภายใน 1 ปีที่กฎหมายกำหนด…” นั้น อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ เทียบเคียงกรณีตามประกาศ กกต. เรื่องพรรคสยามพลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

 

4. ตามประกาศ กกต. เรื่อง พรรคสยามพลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 (ลงราชกิจจานุเบกษา วันที่ 25 มกราคม 2567) มีความว่า

 

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของ กกต. ได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2565 เรื่อง การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคสยามพล ตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 นั้น

 

นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 พรรคสยามพลไม่สามารถดำเนินการให้มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่ กกต. กำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียน จึงเป็นเหตุให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

 

กกต. จึงประกาศให้พรรคสยามพลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

5. จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา พบประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ที่ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 ที่ระบุไว้บางส่วน ดังนี้

 

ตามที่มาตรา 140 แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2560 กำหนดให้พรรคการเมืองที่จัดตั้ง หรือเป็นพรรคการเมืองตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 และยังดำรงอยู่ในวันก่อนวันที่ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ใช้บังคับเป็นพรรคการเมืองตาม พรป. นั้น บัดนี้หัวหน้าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา 38 แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กรณีพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลได้ดำเนินการจัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค จัดทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองนโยบายของพรรค และการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลชุดใหม่ ซึ่งพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลได้ดำเนินการตามมาตรา 141/1 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 14 กันยายน 2561 ดังนี้

 

  1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค คำประกาศอุดมการณ์ และนโยบายของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล พ.ศ. 2561 ดังนี้

 

ข้อบังคับพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล พ.ศ. 2561

 

6. ข้อบังคับพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล พ.ศ. 2561 ข้อ 28 ระบุว่า

 

ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีประกาศ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ในราชกิจจานุเบกษา ต้องดำเนินการให้มีสาขาพรรคในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่ กกต. กำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา โดยสาขาพรรคแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือเขตจังหวัดตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป

 

7. กรณีตามข่าวของเว็บไซต์มติชน ตามข้อ 2. และ 3. ที่ระบุว่า “…ซึ่งในกรณีการจัดตั้งสาขาพรรคของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลนั้นพบว่า 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคในส่วนที่ขาดอยู่จนครบ และระยะเวลาการจัดตั้งก็อยู่ภายใน 1 ปีที่กฎหมายกำหนด…” นั้น อาจไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดบังคับไว้ เพราะหากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลเพิ่งจัดตั้งสาขาของพรรคเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2567 ทั้งที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับพรรคการเมืองไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ดังนั้นการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองให้ข่าวว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลเพิ่งมาตั้งสาขาพรรคเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2567 กรณีนี้ย่อมมีเหตุให้พิจารณาว่าการตั้งสาขาพรรคเมื่อต้นสิงหาคม 2567 นั้นเกินกำหนดระยะเวลาภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนพรรคการเมืองกำหนดระยะเวลา ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือไม่ และเป็นเหตุให้พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลต้องสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง ไปแล้วหรือไม่

 

8. ดังนั้นหากเทียบกับกรณีของพรรคสยามพลที่สิ้นสภาพตามประกาศ กกต. ดังกล่าว จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. ตรวจสอบต่อไปว่าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีเหตุต้องสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แล้วหรือไม่

 

9. หากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีเหตุต้องสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง ปัญหาการเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชนจะชอบหรือไม่ และบรรดา สส. ที่เข้าไปทำหน้าที่เป็นองค์ประชุมในนามพรรคประชาชน ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เพื่อโหวตเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 จะชอบหรือไม่ และผลโหวตให้บุคคลเป็นนายกฯ จะตกเป็นโมฆะหรือไม่

 

เรืองไกรสรุปในท้ายหนังสือว่า จึงเรียนมาเพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบว่าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แล้วหรือไม่ และส่งเรื่องต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯ ด้วยว่าชอบหรือไม่

The post เรืองไกรร้อง กกต. ตรวจสอบ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีเหตุสิ้นสภาพไปแล้วหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนยืนยันตั้งสาขาครบ 4 ภาค หากมีไม่ครบ กกต. คงไม่ปล่อยให้พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลอยู่มาได้นานกว่า 10 ปี https://thestandard.co/peoples-party-branches-in-all-4-regions/ Tue, 13 Aug 2024 10:48:55 +0000 https://thestandard.co/?p=970539

วันนี้ (13 สิงหาคม) ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชา […]

The post พรรคประชาชนยืนยันตั้งสาขาครบ 4 ภาค หากมีไม่ครบ กกต. คงไม่ปล่อยให้พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลอยู่มาได้นานกว่า 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 สิงหาคม) ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลและพรรคการเมืองไปยื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบพรรคประชาชนว่ามีการตั้งสาขาพรรคและการเปิดบัญชีรับเงินบริจาคที่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ โดยชี้แจงว่า ในประเด็นเรื่องการตั้งสาขาพรรค ตามกฎหมายกำหนดว่าจะต้องตั้งให้ครบทั้ง 4 ภาคภายใน 1 ปี ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ติดตามการมีอยู่ของสาขาพรรคแต่ละพรรคโดยตลอด หากพรรคใดมีปัญหาสาขาพรรคไม่ครบถ้วน หรือมีการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีหนังสือแจ้งเตือนจากนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ดำเนินการให้ครบถ้วนตามกฎหมาย กรณีนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่สำนักงาน กกต. จะปล่อยประเด็นนี้ให้หลุดไปได้ การที่พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ซึ่งเป็นชื่อเดิมของพรรคประชาชน ดำรงความเป็นพรรคมานานกว่า 10 ปี ก็เป็นเครื่องการันตีอยู่แล้วว่าการจัดตั้งสาขาพรรคไม่มีปัญหา

 

ส่วนเรื่องสถานที่ตั้งสาขา ศรายุทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่กฎหมายระบุว่าต้องมีที่ตั้ง แต่อาจเป็นอาคารที่ไปขอเช่า หรือบ้านกรรมการสาขาก็ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดทำการทุกวัน หากแต่เป็นสถานที่ที่กำหนดไว้เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารกับสำนักงาน กกต. อีกทั้งการจัดกิจกรรมของสาขาพรรคไม่จำเป็นต้องทำที่ทำการสาขาพรรคเท่านั้น ส่วนการไปถาม กกต. จังหวัดว่ามีสาขาพรรคประชาชนมาตั้งหรือไม่นั้น เป็นคำถามที่ผิด ต้องถามว่ามีพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมาตั้งสาขาหรือไม่ เพราะพรรคเพิ่งเปลี่ยนชื่อมาได้แค่ 4 วัน

 

ในประเด็นที่สอง เรื่องการเปิดบัญชีรับบริจาคในนามพรรคประชาชน ศรายุทธิ์กล่าวว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 9/2555 มีการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อการรับบริจาคไว้นานแล้ว มีทั้งบัญชีที่วงเล็บว่าเป็นค่าบำรุง และวงเล็บว่าสำหรับการบริจาค ตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน แต่ก็เป็นนิติบุคคลเดียวกัน มีความสืบเนื่องของนิติบุคคล พรรคประชาชนจึงใช้บัญชีดังกล่าวในการรับเงินค่าสมาชิก และเงินบริจาค แยกคนละบัญชีตามกฎหมาย

 

ส่วนการเปลี่ยนชื่อบัญชีเป็นพรรคประชาชนเป็นขั้นตอนทางธุรการที่พรรคดำเนินการแล้วหลังที่ประชุมใหญ่มีมติเปลี่ยนชื่อพรรค ขณะนี้กำลังรอธนาคารอนุมัติเปลี่ยนชื่อตามขั้นตอนปกติ ซึ่งใช้เวลาหลายวันทำการ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นใบเสร็จที่ออกในนามพรรคประชาชนตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนชื่อพรรค เพราะการเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคและข้อบังคับพรรคมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่มีมติ พรรคสามารถใช้ชื่อพรรคประชาชนได้ทันที

 

นอกจากนี้ การรับบริจาคผ่านผู้ให้บริการระบบการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นเรื่องที่ กกต. เคยตอบข้อหารือทางกฎหมายเป็นหนังสือให้แก่พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล และเผยแพร่คำตอบข้อหารือผ่านเว็บไซต์ของ กกต. ไว้แล้วว่า การออกใบเสร็จต้องออกวันที่ใด และยอดเงินบริจาคต้องระบุยอดบริจาคก่อนการหักค่าธรรมเนียมของธนาคาร ค่าบริการของผู้ให้บริการบัตรเครดิต หรือผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการรับบริจาคผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

 

ศรายุทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอยืนยันอย่างหนักแน่นชัดเจนว่า พรรคประชาชนจัดตั้งสาขาพรรคและมีบัญชีรับเงินบริจาคที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ไม่ได้หลบเลี่ยงหรือปฏิบัติตามขั้นตอนไม่ครบถ้วนตามที่บุคคลต่างๆ กล่าวอ้างแต่อย่างใด

The post พรรคประชาชนยืนยันตั้งสาขาครบ 4 ภาค หากมีไม่ครบ กกต. คงไม่ปล่อยให้พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลอยู่มาได้นานกว่า 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาที่ประชุมใหญ่อดีตพรรคก้าวไกลสู่พรรคประชาชน ดัน ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ นั่งหัวหน้าพรรค https://thestandard.co/peoples-party-09082024/ Fri, 09 Aug 2024 03:36:55 +0000 https://thestandard.co/?p=969266 พรรคประชาชน

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่ตึกไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บ […]

The post จับตาที่ประชุมใหญ่อดีตพรรคก้าวไกลสู่พรรคประชาชน ดัน ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ นั่งหัวหน้าพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชน

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่ตึกไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บรรยากาศก่อนการประชุมพรรคของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อดีตพรรคก้าวไกล เพื่อร่วมกำหนดทีมกรรมการบริหารพรรคและทิศทางการทำงานของพรรคใหม่ ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ยุบพรรคก้าวไกล และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

 

ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา สส. อดีตพรรคก้าวไกล รวมถึงสมาชิกพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มาร่วมการประชุมตั้งแต่เวลา 08.00 น. โดยมีรายงานว่า พรรคใหม่ของสมาชิกอดีตพรรคก้าวไกลมีชื่อว่า ‘พรรคประชาชน’ และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะอดีตรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ถูกจับตามองว่าจะได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงเวลา 12.00 น. 

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล ในฐานะบุคคลที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ กล่าวว่า พร้อมทำงานเต็มที่ ส่วนความรู้สึกในวันนี้เต็มเปี่ยมด้วยพลัง วันนี้เห็นทุกคนมาสมัครสมาชิกพรรค ย้ายมาบ้านใหม่ด้วยกัน เชื่อมั่นเต็มที่ สำหรับการสานต่องานจากพรรคก้าวไกล ขอให้รอแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง 

 

ขณะที่ ศิริกัญญา ตันสกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ขอให้รอมติของที่ประชุมที่จะออกมาในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าในที่ประชุมไม่มีการเสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคของพรรคใหม่เป็นมติที่เห็นพ้องต้องกันในที่ประชุม พร้อมปฏิเสธไม่ตอบคำถามถึงประเด็นว่าอาจมีการสกัดกั้นตัวเองชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

 

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะอดีตโฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยก่อนการประชุมใหญ่ว่า สส. อดีตพรรคก้าวไกลทั้ง 143 คน มาลงสมัครสมาชิกพรรคใหม่กันอย่างพร้อมเพียง และในวันนี้ก็คงจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทางเดินหน้าต่อ พร้อมยืนยันว่าไม่ท้อและเดินหน้าต่ออย่างแน่นอน 

 

ส่วนโปรไฟล์ตำแหน่งโฆษกพรรคใหม่นั้น พริษฐ์กล่าวว่า ขอให้รอรายละเอียดของที่ประชุมเกี่ยวกับก้าวต่อไปของพรรค ซึ่งบรรยากาศโดยรวมวันนี้ ทุกคนก็มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และยืนยันที่จะเดินหน้าทำงานกันต่อ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่สัญญาไว้กับประชาชน

 

รู้จัก ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ เต็งหนึ่งหัวหน้าพรรคประชาชน

 

สำหรับณัฐพงษ์มีชื่อเล่นว่า เท้ง เคยเป็นรองเลขาธิการอดีตพรรคก้าวไกล ฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล ปัจจุบันอายุ 37 ปี เกิดวันที่ 18 พฤษภาคม 2530 เป็นบุตรชายคนที่ 4 ของ สุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด (ประกอบธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์) และประธานกรรมการ บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด 

 

ณัฐพงษ์จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนทวีธาภิเศก เคยเป็นผู้บริหาร absolute.co.th ผู้ให้บริการคลาวด์ โซลูชัน ก่อนเข้ามาทำงานทางการเมือง ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. กทม. เขตเลือกตั้งที่ 28 สังกัดอดีตพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2562 ต่อมาในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ ของอดีตพรรคก้าวไกล

 

นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยในครั้งที่ตั้งพรรคก้าวไกล ตึกที่ใช้เป็นที่ทำการพรรคย่านบางแค กทม. ก็เป็นตึกของณัฐพงษ์อีกด้วย

The post จับตาที่ประชุมใหญ่อดีตพรรคก้าวไกลสู่พรรคประชาชน ดัน ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ นั่งหัวหน้าพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญายังมั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ 7 ส.ค. นี้ หลังมีกระแสข่าวก้าวไกลเตรียมพรรคสำรอง https://thestandard.co/sirikanya-on-mfp-backup-party/ Fri, 02 Aug 2024 06:12:32 +0000 https://thestandard.co/?p=966479

วันนี้ (2 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ศิริกัญญา ตันสกุล สส. […]

The post ศิริกัญญายังมั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ 7 ส.ค. นี้ หลังมีกระแสข่าวก้าวไกลเตรียมพรรคสำรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคก้าวไกลเตรียมพรรคสำรองในกรณีหากพรรคก้าวไกลถูกยุบ และมีการไปพูดคุยเจรจากับพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล

 

ศิริกัญญาระบุว่า เรามีการเตรียมการ แต่ยังคิดว่ามีความหวังในวันที่ 7 สิงหาคม ว่าการตัดสินจะเป็นคุณกับพรรคก้าวไกล ไม่ถูกยุบพรรค แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ซึ่งไม่ใช่การคุยเพียงพรรคการเมืองเดียว อาจจะคุยไว้หลายพรรค

 

ขณะที่ในกระแสข่าวดังกล่าวยังปรากฏชื่อศิริกัญญาเป็นตัวเต็งหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ในกรณีพรรคถูกยุบด้วย ศิริกัญญากล่าวว่า รายชื่อที่ผ่านมาอาจจะมีความไม่แน่นอน แต่อย่างไรพรรคก็เตรียมความพร้อม

 

“วันนี้หากมีใครได้ถามสมาชิกพรรคหรือ สส. คนอื่น ว่ามีความพร้อมหรือไม่ ก็จะแสดงความพร้อมเต็มที่ หากต้องรับบทบาทในหน้าที่ต่างๆ หากพรรคมีเหตุการณ์ที่ไม่ต้องการให้เป็น แต่ยังขอรอวันที่ 7 สิงหาคม เรายังคงมีความหวังว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ” ศิริกัญญากล่าว

 

ศิริกัญญายังกล่าวถึงกระแสข่าวกรณีนายกรัฐมนตรีสำรองของพรรคเพื่อไทย หาก เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินนั้น โดยมองว่าไม่เห็นด้วยที่จะมีองค์กรอิสระเข้ามาแทรกแซง และยังคงคาดหวังว่าเศรษฐาเองจะไม่ต้องหลุดจากตำแหน่งเพียงเพราะฝ่าฝืนจริยธรรม

 

“คาดว่าแต่ละพรรคคงเตรียมการสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ที่แตกต่างกันไป ไม่ได้มีความเห็นว่าจะต้องเป็นอย่างไรสำหรับในมุมของพรรคเพื่อไทย” ศิริกัญญากล่าว

The post ศิริกัญญายังมั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ 7 ส.ค. นี้ หลังมีกระแสข่าวก้าวไกลเตรียมพรรคสำรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>