พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 Jan 2025 05:41:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘อดีตกำนันนก’ คดีใช้ให้ลูกน้องคนสนิทสังหารสารวัตรศิว เพิ่มโทษเดิมนับต่อจากคดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ https://thestandard.co/former-village-headman-nok-life-imprisonment/ Thu, 30 Jan 2025 05:41:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1036085 อดีตกำนันนก

วันนี้ (30 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำ […]

The post ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘อดีตกำนันนก’ คดีใช้ให้ลูกน้องคนสนิทสังหารสารวัตรศิว เพิ่มโทษเดิมนับต่อจากคดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีตกำนันนก

วันนี้ (30 มกราคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3694/2566 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ประวีณ จันทร์คล้าย หรืออดีตกำนันนก อายุ 37 ปี อดีตกำนันในจังหวัดนครปฐม เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ใช้หรือจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 68, 80, 84 และ 288

 

อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 เวลากลางคืนจำเลยจ้างวานให้ ธนัญชัย หมั่นมาก หรือหน่อง ท่าผา คนสนิท (ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญในเวลาต่อมา) ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรศิว สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ในงานเลี้ยงวันเกิดภายในบ้านพักของจำเลยที่ตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และกระสุนยังถูก พ.ต.ท. วศิน พันปี รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในวันที่เกิดเหตุจำเลยได้จัดงานเลี้ยงขึ้นที่บ้าน โดยเชิญนายตำรวจและข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมาร่วมงานเลี้ยง โดยจัดวางโต๊ะ 2 ฝั่ง ฝั่งขวาเป็นโต๊ะ VIP มี พ.ต.ต. ศิวกร นั่งร่วมโต๊ะด้วย ซึ่งจำเลยนั่งหัวโต๊ะทั้งฝั่ง VIP และฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะยาวที่มีโต๊ะตั้งเรียงอยู่ 5 ตัว

 

ก่อนเกิดเหตุจำเลยขอให้ พ.ต.ต. ศิวกร ช่วยย้าย จ.ส.ต. พิสิฐ หรือจ่าอาร์ต ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของจำเลย ให้ไปเป็นสายตรวจรถจักรยานยนต์ โดย พ.ต.ต. ศิวกร บอกว่าขอให้รอดูช่วงเดือนตุลาคมนี้ก่อน เป็นช่วงที่มีการเกษียณอายุราชการของตำรวจในหน่วย ทำให้จำเลยไม่พอใจและท้าดวลดื่มสุรา

 

โดยในการดื่มสุรานั้นมีการใช้ผ้าผูกแขน พ.ต.ต. ศิวกร กับจำเลยไว้ในทำนองว่าไม่ให้ลุกหนี ซึ่งฝ่ายจำเลยดื่มแพ้ พ.ต.ต. ศิวกร พูดในทำนองว่าดื่มหมดก่อนทุกครั้ง ทำให้จำเลยรู้สึกเสียหน้า ท่าทีนิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นตบโต๊ะ จากนั้นลุกออกจากโต๊ะ VIP เดินกลับไปนั่งหัวโต๊ะของฝั่งโต๊ะยาวและมีอาการฉุนเฉียว โดย จ.ส.ต. พิสิฐและ พ.ต.ต. ศิวกร เดินตามมาขอโทษ ซึ่ง จ.ส.ต. พิสิฐ นั่งกอดเอวจำเลย ขณะที่ พ.ต.ต. ศิวกร นั่งอยู่ข้างๆ และพูดทำนองว่าดื่มกันสนุกๆ เฉยๆ ฝ่ายจำเลยบอกกับ จ.ส.ต. พิสิฐ ว่าให้รีบเดินทางกลับไป เดี๋ยวเลือดเปื้อนหน้า จากนั้น จ.ส.ต. พิสิฐ เดินทางกลับ ขณะที่ พ.ต.ต. ศิวกร กลับไปนั่งที่โต๊ะ VIP ในตำแหน่งหัวโต๊ะที่จำเลยนั่ง

 

โดยในระหว่างนั้นธนัญชัยเห็นเหตุการณ์ รับทราบว่ามีความไม่พอใจกันอยู่ระหว่างจำเลยกับ พ.ต.ต. ศิวกร รวมถึงได้ยินจำเลยถามหาอาวุธปืนและพูดว่าแบบนี้เอาไว้ไม่ได้ ซึ่งคนปกติทั่วไปเข้าใจว่าหมายถึงต้องฆ่าให้ตาย ธนัญชัยจึงเดินไปที่โต๊ะ VIP หันมาถามจำเลยว่า “ลูกพี่เอาไง” จำเลยพยักหน้า ธนัญชัยจึงใช้อาวุธปืน Glock ขนาด 9 มม. ยิงผู้ตายหลายนัด กระสุนปืนไปถูก พ.ต.ท. วศิน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนครปฐม และ พ.ต.ต. ศิวกร เสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68, 80, 84 และ 288 เป็นผู้ใช้ให้ฆ่าผู้อื่น อันเป็นโทษบทหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ในระหว่างการพิจารณาคดีจำเลยได้บรรเทาผลร้าย จนโจทก์ร่วม ซึ่งมีพ่อ แม่ ภรรยา และบุตร ของ พ.ต.ต. ศิวกร และ พ.ต.ท. วศิน พอใจจนยอมถอนคำร้องเรียกค่าเสียหาย ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และให้ริบของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และให้นับโทษต่อในคดี อท.206/2566 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีเกี่ยวพันกัน ก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดมีคำสั่งมอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนตามจำนวนที่เห็นสมควร เข้าให้คำแนะนำปรึกษาในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 24/2566 และ 25/2566 ของกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ตามที่กองบังคับการปราบปรามร้องขอ กรณีอดีตกำนันนกกับพวก ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามคดีอาญาของกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ที่ 24/2566

 

และกรณี พ.ต.ต. เกียรติศักดิ์ สมสุข อดีตสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน กับพวก รวม 6 คน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง, เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง, ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด, ร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ตามคดีอาญาของกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ที่ 25/2566

 

โดยมีการแต่งตั้งพนักงานอัยการคณะทำงาน ดังนี้

 

  1. กุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
  2. วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นคณะทำงาน
  3. ร.ต.อ. อมตะ ชนะพงษ์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 เป็นคณะทำงานและเลขานุการ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาคดีจนพนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งความเห็นให้

 

พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 3 ยื่นฟ้อง พ.ต.ต. เกียรติศักดิ์ จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 23 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 91, 92, 157, 184, 189 และ 200, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นตำรวจ 16 นาย ในความผิดต่อตำแหน่งราชการ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และพลเรือน 7 คน ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวม 23 คน 

 

โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-3 และ 5 คนละ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 4, 6-13, 15-20 และ 23 คนละ 1 ปี 4 เดือน, จำคุกจำเลยที่ 21 1 ปี 9 เดือน 21 วัน, จำคุกจำเลยที่ 22 (อดีตกำนันนก) 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 9-11, 19, 20 และ 23 ให้รอการลงโทษ 2 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 14

The post ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘อดีตกำนันนก’ คดีใช้ให้ลูกน้องคนสนิทสังหารสารวัตรศิว เพิ่มโทษเดิมนับต่อจากคดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ศาลยืนโทษประหารชีวิตสถานเดียว ผอ.กอล์ฟ ฆ่าชิงทองจังหวัดลพบุรี ปี 63 เหตุโหดเหี้ยมอันตรายผิดมนุษย์ https://thestandard.co/3-court-confirms-death-penalty-prasitthichai/ Wed, 26 Apr 2023 03:48:14 +0000 https://thestandard.co/?p=781405 ผอ.กอล์ฟ ประหารชีวิต

วันนี้ (26 เมษายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านค […]

The post 3 ศาลยืนโทษประหารชีวิตสถานเดียว ผอ.กอล์ฟ ฆ่าชิงทองจังหวัดลพบุรี ปี 63 เหตุโหดเหี้ยมอันตรายผิดมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอ.กอล์ฟ ประหารชีวิต

วันนี้ (26 เมษายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าชิงทองในห้างสรรพสินค้า หมายเลขดำที่ อ.300/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6, บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) และผู้เสียหายอีก 10 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง ประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ กอล์ฟ อายุ 41 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี

 

เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ, พยายามฆ่าผู้อื่นฯ, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน กรณีเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 จำเลยได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนฆ่าชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่าในห้างสรรพสินค้าจังหวัดลพบุรี

 

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 ว่าจำเลยมีความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6) ประกอบมาตรา 60, 289 (6) ประกอบมาตรา 80, 289 (7), 339 วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคท้ายประกอบมาตรา 340 ตรี, 371, 376, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490, พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

 

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 8 เดือน, ฐานมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือน, ฐานพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุสมควร จำคุก 3 ปี, ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพิ่มความสะดวกในการจะกระทำผิด ให้ประหารชีวิต, ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต, ฐานชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีและใช้อาวุธปืนและโดยใช้ยานพาหนะ ให้ประหารชีวิต เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว ปรับ 1,000 บาท

 

ริบของกลาง อาวุธปืนและเครื่องกระสุน หมวกโม่งคลุมศีรษะสีดำ รถจักรยานยนต์ เสื้อยืด โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้กระทำผิด รวมทั้งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บรรดาโจทก์ร่วม ที่ 1 จำนวน 1.8 แสนบาท, ที่ 2 จำนวน 9.9 หมื่นบาท, ที่ 3 จำนวน 1.3 แสนบาท, ที่ 4 จำนวน 2.2 ล้านบาท, ที่ 5 จำนวน 7.5 แสนบาท, ที่ 6-8 จำนวน 2.25 ล้านบาท และที่ 9-10 จำนวน 7.5 แสนบาท

 

โดยจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอลดโทษ

 

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วว่ามีเหตุสมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่ เห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมกรณีมาสืบให้รับฟังได้อย่างมั่นคงว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสามและผู้เสียหาย และชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำของโจทก์ร่วมแล้วหลบหนีไป

 

โดยจำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและสารภาพความผิด แต่ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงเพื่อขอออกหมายจับจำเลย ลำพังพยานหลักฐานที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบมาก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้แล้ว ฉะนั้นการที่จำเลยรับสารภาพเป็นเพราะเกิดจากจำนนต่อหลักฐาน การที่จำเลยชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และฆ่าผู้อื่น เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้

 

ลักษณะของการกระทำความผิดจึงเป็นไปโดยอุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณ ไร้มนุษยธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง

 

ถึงแม้จำเลยชดใช้ความเสียหายเพื่อบรรเทาผลร้ายสำนึกผิด หรือมีคุณความดีดังที่อุทธรณ์ก็ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะสมควรใช้ดุลพินิจลดโทษให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลชั้นต้นให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยโดยไม่ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้นย่อมเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

 

ต่อมาจำเลยยื่นฎีกา ขอให้ศาลลดโทษด้วย

 

โดยในวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำมาศาล ก่อนอ่านพิพากษาประสิทธิชัยมีโอกาสพูดคุยกับบิดามารดาสั้นๆ โดยระบุว่าแว่นสายตาที่ใช้อยู่สภาพไม่ทนทาน อยากเปลี่ยนแว่นใหม่ โดยผู้สื่อข่าวถามว่าในเรือนจำทำอะไรบ้าง ประสิทธิชัยกล่าวว่าสอนหนังสือให้เด็ก

 

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วเห็นว่า จำเลยฎีกายื่นปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ลดโทษ โดยอ้างเหตุผลประกอบ ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยกระทำอย่างอุกอาจในห้างสรรพสินค้าอันเป็นที่สาธารณะ กระทำต่อผู้บริสุทธิ์มีคนตายบาดเจ็บหลายคน รวมถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

 

อันเป็นพฤติการณ์อุกอาจโหดเหี้ยมอันตรายร้ายแรงผิดมนุษย์ จำเลยเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนควรมีจิตสำนึกที่ดีให้สมกับมีอาชีพเป็นครู ควรประพฤติตัวให้เป็นเยี่ยงอย่าง กลับกระทำอย่างอุกฉกรรจ์ ที่จำเลยขอปรานีให้ลดโทษจึงไม่มีเหตุสมควร ที่ศาลก่อนหน้าสั่งลงโทษประหารชีวิต ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืนตามเดิม

The post 3 ศาลยืนโทษประหารชีวิตสถานเดียว ผอ.กอล์ฟ ฆ่าชิงทองจังหวัดลพบุรี ปี 63 เหตุโหดเหี้ยมอันตรายผิดมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกฟ้อง ‘อภิสิทธิ์-สุเทพ’ สั่งสลาย นปช. ปี 2553 ชี้เป็นอำนาจศาลฎีกาฯ นักการเมือง https://thestandard.co/dismissal-abhisit-suthep-disband-mob53/ https://thestandard.co/dismissal-abhisit-suthep-disband-mob53/#respond Thu, 31 Aug 2017 05:06:54 +0000 https://thestandard.co/?p=23531

       วันนี้ (31 ส.ค.) ศาลอาญาได้น […]

The post ยกฟ้อง ‘อภิสิทธิ์-สุเทพ’ สั่งสลาย นปช. ปี 2553 ชี้เป็นอำนาจศาลฎีกาฯ นักการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     วันนี้ (31 ส.ค.) ศาลอาญาได้นัดฟังคำสั่งฎีกาคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หมายเลขดำ อ.4552/56 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

     จากกรณีออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เมื่อปี 2553 บริเวณ ถ.ราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ ตั้งแต่เดือน เม.ย. ถึง 19 พ.ค.2553 กระทั่ง นายพัน คำกอง ชาวยโสธร คนขับแท็กซี่ และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา เสียชีวิตบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ สถานีราชปรารภ วันที่ 15 พ.ค. 2553 และ นายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ถูกกระสุนยิงมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ที่รักษาการณ์ในพื้นที่ย่านราชปรารภ ที่มีการประกาศ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

     โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เคยพิพากษายกฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่า นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ออกคำสั่งขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ถือเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง ต้องให้สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นผู้ชี้มูลความผิดและยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

     ทั้งนี้ อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคดีไว้พิจารณา

 

     ล่าสุด ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่าการกระทำของนายอภิสิทธิ์เเละนายสุเทพเป็นการกระทำในฐานะนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผอ.ศอฉ. ตาม พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ด้วย ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัว ดังนั้น จึงเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นผู้มีอำนาจไต่สวน และหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ก็ต้องยื่นฟ้องคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ใช่อำนาจศาลอาญา พิพากษายื่นยกฟ้อง

     โดยนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึงศาลเมื่อเวลา 09.00 น. ซึ่งนายสุเทพเปิดเผยก่อนเข้ารับฟังคำสั่งฎีกาว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นสมัยที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ซึ่งวันนี้ก็จะมารอฟังว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร หลังจากที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับฟ้อง ซึ่งการตั้งข้อหาฆ่าคนตายถือเป็นข้อหาที่ร้ายแรง

     ส่วนกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้ไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ให้นำคดีนี้ออกมาพิจารณาใหม่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายสุเทพกล่าวว่า ตัวเองก็ไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะนายณัฐวุฒิต้องการที่จะเล่นงานตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งก็อโหสิกรรมให้

     สำหรับคดีดังกล่าวก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ เป็นองค์คณะไต่สวน โดยมอบให้ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558 มีการลงมติคดีดังกล่าวด้วยเสียงเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

 

อ้างอิง:

The post ยกฟ้อง ‘อภิสิทธิ์-สุเทพ’ สั่งสลาย นปช. ปี 2553 ชี้เป็นอำนาจศาลฎีกาฯ นักการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/dismissal-abhisit-suthep-disband-mob53/feed/ 0