พนันออนไลน์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พนันออนไลน์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 16 Jul 2026 02:46:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปปง. สั่งยึด-อายัดทรัพย์เพิ่ม ‘ชนนพัฒฐ์’ แก๊งพนันออนไลน์บิ๊กล็อต เสียหายรวมกว่า 180 ล้าน https://thestandard.co/amlo-seize-chonnapat-gambling-assets/ Thu, 16 Jul 2026 02:46:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1231303 ภาพเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. แถลงข่าว

วานนี้ (15 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอ […]

The post ปปง. สั่งยึด-อายัดทรัพย์เพิ่ม ‘ชนนพัฒฐ์’ แก๊งพนันออนไลน์บิ๊กล็อต เสียหายรวมกว่า 180 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. แถลงข่าว

วานนี้ (15 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย วิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. ในฐานะโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งมี เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ

 

โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในหลายคดีสำคัญ ทั้งการฉ้อโกงประชาชน การพนันออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ สรุปผลการดำเนินงานที่น่าสนใจได้เป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

 

  • มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราว (30 รายคดี มูลค่ารวม 1,086 ล้านบาท)

 

คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 30 รายคดี รวมทรัพย์สิน 1,705 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่ารวมประมาณ 1,086 ล้านบาท โดยมีคดีสำคัญดังนี้:

 

  • คดีเครือข่ายนอมินีทุนจีน บริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ จำกัด (โดยนีโอฮับ กับพวก): พฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ชักชวนจัดสัมมนาอ้างผลตอบแทนสูง พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีน มีการใช้บุคคลและนิติบุคคลไทยเป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินแทน คณะกรรมการฯ มีคำสั่ง (ย. 124/2569) ให้ยึดทรัพย์สิน เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุด รวม 1,135 รายการ มูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท
  • คดีแก๊งต้มตุ๋นหลอกโอนเงิน (บัญชีบุลากร กับพวก): คณะกรรมการฯ มีคำสั่ง (ย. 123/2569) ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินประเภทที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินในบัญชีธนาคาร รวม 6 รายการ มูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท
  • คดีพนันออนไลน์เครือข่ายใหญ่ (ชนนพัฒฐ์ กับพวก): คดีนี้เดิมมีการยึดอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง มูลค่า 170 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ล่าสุดตรวจสอบพบทรัพย์สินเพิ่มเติม คณะกรรมการฯ จึงมีคำสั่ง (ย. 151/2569) ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 11 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะ และที่ดิน) มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท
  • คดีลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า (ประดิษฐ์ กับพวก): ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร คณะกรรมการฯ มีคำสั่ง (ย. 134/2569) ยึดทรัพย์สินประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 4 รายการ มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท

 

  • ส่งเรื่องให้อัยการฟ้องศาลเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (11 รายคดี มูลค่ารวม 145 ล้านบาท) ที่ประชุมมีมติส่งสำนวนให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งให้ทรัพย์สินรวม 145 รายการ ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำขอเพิกถอนการยึดอายัดแต่พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ คดีเด่นประกอบด้วย:

 

  • กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ (บัญชีวิศิษฎ์ กับพวก): พฤติการณ์ใช้โซเชียลมีเดียหลอกลงทุน มีการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ และเงินโยงใยไปถึงเครือข่ายยาเสพติด การพนันออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ บอร์ดธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลยึดทรัพย์สิน 33 รายการ (ที่ดิน ยานพาหนะ บัญชีธนาคาร) มูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท (คำสั่ง ย.105/2569)
  • คดีลัทธิผู้วิเศษหลอกสะเดาะเคราะห์ (ชวิศร์ กับพวก): พฤติการณ์อ้างตนเป็นผู้วิเศษ ชักชวนทำกิจกรรมธรรมะหลอกให้โอนเงินค่าลดกรรม คณะกรรมการฯ มีมติส่งอัยการยื่นศาลยึดทรัพย์สิน 14 รายการ มูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย.100/2569)
  • คดีฉ้อโกงประชาชน (สิฬิฬินณนี กับพวก): มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 2 รายการ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและบัญชีธนาคาร) มูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย.99/2569)

 

  • ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเยียวยาชดใช้คืนผู้เสียหาย (17 รายคดี มูลค่ารวม 285 ล้านบาท) ปปง. ตระหนักถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับความเสียหาย โดยมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงรวม 17 รายคดี มูลค่าประมาณ 285 ล้านบาท โดยมีคดีไฮไลต์ดังนี้:

 

  • คดีหลอกลวงศาสตร์ฮวงจุ้ย (ธนวันต์ หรือ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง กับพวก): พฤติการณ์อ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย หลอกขายหินแกะสลักอ้างนำเข้าจากจีนและผ่านพิธีปลุกเสก คณะกรรมการฯ มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิและนำทรัพย์สินรวม 105 รายการ มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท ไปเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 44 ราย (คำสั่ง ย.22/2569)
  • คดีเครือข่ายพนันออนไลน์โยงฉ้อโกง (สันติธร กับพวก): คดีจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ซึ่งตรวจสอบพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงประชาชน บอร์ดธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 32 ราย โดยนำทรัพย์สิน 255 รายการ มูลค่าประมาณ 107 ล้านบาท ไปคืนหรือชดใช้คืน (คำสั่ง ย.211/2568)

 

สำนักงาน ปปง. ย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด และเร่งนำทรัพย์สินเหล่านั้นกลับมาเยียวยาผู้เสียหายตามกระบวนการทางกฎหมายให้รวดเร็วที่สุด

The post ปปง. สั่งยึด-อายัดทรัพย์เพิ่ม ‘ชนนพัฒฐ์’ แก๊งพนันออนไลน์บิ๊กล็อต เสียหายรวมกว่า 180 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุญลือ จี้ สมช.-กอ.รมน. เข้มด่านชายแดน สกัด ‘ด่านผี’ และของผิดกฎหมาย เร่งปราบพนันออนไลน์-แก๊งสแกมเมอร์ พร้อมทบทวนแผนยุทธศาสตร์ชาติ https://thestandard.co/boonlue-border-crime-strategy-review/ Tue, 07 Jul 2026 12:51:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1227865 บุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กำลังอภิปรายในรัฐสภา

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา บุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราช […]

The post บุญลือ จี้ สมช.-กอ.รมน. เข้มด่านชายแดน สกัด ‘ด่านผี’ และของผิดกฎหมาย เร่งปราบพนันออนไลน์-แก๊งสแกมเมอร์ พร้อมทบทวนแผนยุทธศาสตร์ชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กำลังอภิปรายในรัฐสภา

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา บุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อภิปรายซักถามการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยเรียกร้องให้ยกระดับการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน ปราบปรามการลักลอบค้าของผิดกฎหมาย และเร่งจัดการอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน

 

บุญลือกล่าวว่า ต้องการทราบผลการดำเนินงานและนโยบายด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตกและภาคใต้ตอนบน ครอบคลุมจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะด่านสิงขร ไปจนถึงจังหวัดระนอง พร้อมขอให้หน่วยงานชี้แจงตัวชี้วัดและผลการดำเนินงานของด่านชายแดนแต่ละแห่งอย่างเป็นรูปธรรม

 

เขากล่าวว่า แม้ด่านชายแดนจะเปิดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าขายและการดำรงชีวิตของประชาชน แต่ได้รับข้อมูลว่าบางพื้นที่ยังมีปัญหาการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย จึงขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ไม่ปล่อยให้เกิดช่องทางลักลอบหรือ “ด่านผี” ที่ใช้ขนส่งสินค้าหรือสิ่งผิดกฎหมายผ่านแนวชายแดน

 

นอกจากนี้ บุญลือยังตั้งข้อสังเกตถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปประเทศ โดยระบุว่าหลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ควรมีการทบทวนและปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน พร้อมขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดส่งรายละเอียดการปรับปรุงแผนให้คณะกรรมาธิการพิจารณา

 

สำหรับประเด็นความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ บุญลือขอให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการพนันออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์ที่ยังสร้างความเสียหายแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

The post บุญลือ จี้ สมช.-กอ.รมน. เข้มด่านชายแดน สกัด ‘ด่านผี’ และของผิดกฎหมาย เร่งปราบพนันออนไลน์-แก๊งสแกมเมอร์ พร้อมทบทวนแผนยุทธศาสตร์ชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง ระบุจับคนผิดไม่พอ ต้องคืนเงินประชาชน https://thestandard.co/pm-seize-scam-assets/ Fri, 12 Jun 2026 09:59:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1217704 นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวการยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวงที่สำนักงาน ปปง.

วันนี้ (12 มิถุนายน) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานป้องกันแล […]

The post นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง ระบุจับคนผิดไม่พอ ต้องคืนเงินประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวการยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวงที่สำนักงาน ปปง.

วันนี้ (12 มิถุนายน) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว การยึดและอายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญ และการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล โดยมี เทพสุ บวรโชติดารา เลขาฯ ปปง. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว

 

นายกฯ กล่าวว่า หลังจากก่อนหน้านี้มีการแถลงผลปฏิบัติการ พิฆาตยาเสพติด เครือข่าย หนูเฉิน และเครือข่ายคนจีนผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นการปราบปรามยาเสพติดล็อตใหญ่ วันนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน คือ การยึดและอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชน นำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อถูกหลอกลวง ความทุกข์ที่สุดคือการที่คิดว่าจะไม่ได้เงินคืน ซึ่งเป้าหมายของเราไม่ได้เพียงแค่จับดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว พวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องเร่งนำทรัพย์สินที่ประชาชนถูกหลอกลวงได้นำกลับคืน

 

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าทุกท่านไม่ให้ความร่วมมือ จึงต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลใดๆ ทุกครั้งที่ทำงานใหญ่แบบนี้ท่านคงเคยประสบปัญหาการปัดเป่าคดี การผ่อนหนักเป็นเบา ผ่อนเบาเป็นหาย แต่ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยความสัมพันธ์ และความเชื่อมั่นที่ตนมีต่อทีมงานปปง.ทุกคน ทำให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับความสำเร็จของกระบวนการนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

ที่มีคำถามว่ารู้ไหมว่าผมเป็นใคร เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นใคร ทุกท่านพูดได้เต็มปากว่าเป็นใครไม่สน สิ่งเหล่านี้พวกเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่พยายามให้ยาความจำกับเขา แต่ให้เขาไปทบทวนความจำในคุก ไม่ต้องให้เขาถามว่ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร แต่ต้องให้เขาถามว่า ทำไมถึงคิดผิดที่ต้องทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ทำไมถึงกล้าที่จะมาทำร้ายประชาชนชาวไทยที่มีกฎหมายควบคุม และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลสารทุกข์สุขดิบอยู่

 

นี่คือเป้าหมายของเรา ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลแรกจนถึงรัฐบาลที่สอง มูลค่าทรัพย์สินที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าต่างๆ เราได้ทำการยึดทรัพย์มาจำนวนมากกว่า 40,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง และความไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใดๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่มอบหมายให้กับพวกท่าน ที่ให้เป็นทั้งผู้บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิชิตอันธพาล อภิบาลประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปตราบใดที่คนเหล่านี้ยังไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

 

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้กระทำความผิดมีทั้งชาวไทย และต่างชาติ ต้องถือว่าเป็นความผิดมหันต์ที่มารังแกคนไทย ซึ่งต้องเพิ่มความเข้มข้นความเด็ดขาดในการปราบปรามคดี และการยึดทรัพย์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีแต่เป็นรมว.มหาดไทยด้วย กำกับดูแลสำนักงานปปง. ด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกท่านสบายใจว่าเมื่อปฏิบัติภารกิจซึ่งกระทำด้วยเจตนาที่ต้องการปกป้องประเทศ และประชาชน ท่านจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่รับผิดชอบการกระทำของท่านทุกคน

 

พร้อมกันนี้ จะเร่งแก้ไขกฎหมายทุกด้านที่เป็นช่องโหว่ให้มีความรัดกุมมากที่สุด ตน และรมว.ยุติธรรม ตกลงกันแล้วกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าถ้าตรงไหนมีช่องโหว่จะใช้มติคณะรัฐมนตรีอุดช่องโหว่นั้น อาจจะออกเป็นมาตรการประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่ทันใจจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยใช้มติของคณะรัฐมนตรีในการช่วยสนับสนุนภารกิจของทุกท่าน

 

ถ้าคนกระทำผิดยังคิดว่าจะมีช่องโหว่ออกมาพูดลอยหน้าลอยตาโดยไม่ยำเกรงกฎหมาย จากนี้ไปคอต้องตก ต้องสลดสำนึกในการกระทำ ยืนยันว่า รัฐบาลและหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่ให้หลาบจำ เพราะสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือชื่อเสียงของประเทศไทย ความเชื่อมั่นของต่างชาติ หรือแม้แต่คู่ค้าของประเทศหากมีเรื่องเหล่านี้จะเกิดผลกระทบทำให้เขาไปเลือกประเทศอื่นส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสมากมาย วันนี้เราจึงต้องเรียกแขกทั้งหมดให้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อที่เขามาแล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ของเขามีความคุ้มค่า และปลอดภัย นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำ

 

สำหรับการยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมรอบนี้ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินวิริยะกับพวก หลังพบมีธุรกรรมเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 128 รายการ มูลค่ากว่า 173 ล้านบาท และยึดและอายัดทรัพย์สินธัญชนกกับพวก หลังพบพฤติกรรมลักลอบหนีภาษี จำนวน 104 รายการ มูลค่า 94 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีของแตงไทย เครือข่ายของยิมเลียก รวมมูลค่าจำนวน 20,288 ล้านบาท และยังนำเงินส่งคืนผู้เสียหายรวม 4 ราย 25 ล้านบาท

The post นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง ระบุจับคนผิดไม่พอ ต้องคืนเงินประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. จับมือ Meta สกัดภัยไซเบอร์ ปิดเพจพนันกว่า 1.5 แสนราย ยกระดับกวาดล้างสแกมเมอร์ทุกรูปแบบ https://thestandard.co/thai-police-meta-gambling-scam-crackdown/ Wed, 29 Apr 2026 03:42:47 +0000 https://thestandard.co/thai-police-meta-gambling-scam-crackdown/ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้แทน Meta แถลงข่าวความร่วมมือปราบปรามภัยไซเบอร์

วันนี้ (29 เมษายน) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห […]

The post ตร. จับมือ Meta สกัดภัยไซเบอร์ ปิดเพจพนันกว่า 1.5 แสนราย ยกระดับกวาดล้างสแกมเมอร์ทุกรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้แทน Meta แถลงข่าวความร่วมมือปราบปรามภัยไซเบอร์

วันนี้ (29 เมษายน) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัท Meta ในการสกัดกั้นเพจพนันออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Facebook ภายหลังจากการประชุมร่วมกันเมื่อวานนี้ (28 เมษายน)

 

โดยการประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พ.ต.อ.จักร ถนัดอักษร ผู้กำกับการกลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วยคุณเบน ลีชัยอนันต์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประเทศไทย จากบริษัท Facebook ประเทศไทย รวมถึงคุณ Avinash Raju และคุณ Fatima Laraib ผู้แทนจาก Meta Platforms, Inc.

 

จากผลการหารือพบว่า ที่ผ่านมาบริษัท Meta ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการระงับและปิดกั้นหน้าเพจ Facebook ที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 27 เมษายน 2569 ทาง Meta ได้ดำเนินการปิดกั้นเพจที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 158,365 เพจ

 

ซึ่งถือเป็นอัตราการให้ความร่วมมือและการปฏิบัติตาม (Compliance Rate) ในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับภูมิภาค สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อกวาดล้างอาชญากรรมบนโลกออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้กล่าวถึงก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ Meta Platforms, Inc. ว่า จะมีการยกระดับการปฏิบัติงานไปอีกขั้น โดยมุ่งเน้นการค้นหาเชิงรุกเพื่อระงับและปิดกั้นเพจ คอนเทนต์ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม Facebook อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

 

ทั้งนี้ จะไม่จำกัดกรอบการทำงานอยู่เพียงแค่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์เท่านั้น แต่จะขยายผลครอบคลุมไปถึงขบวนการหลอกลวงหรือสแกมเมอร์ (Scam Center) ในทุกรูปแบบ เช่น การหลอกลวงให้ร่วมลงทุน หรือการหลอกลวงให้ทำงานออนไลน์ โดยจะมีการนำเครื่องมือและฐานข้อมูลมาใช้ในการตรวจสอบพฤติกรรมที่น่าสงสัย เพื่อดำเนินการปิดกั้นในทันที อันจะนำไปสู่การลดจำนวนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด

 

นอกเหนือจากมาตรการปราบปรามแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ร่วมมือกับ Facebook ประเทศไทย, Meta Platforms, Inc. และหน่วยงานพันธมิตรอีกหลายแห่ง ในการจัดทำโครงการด้านการศึกษาภายใต้ชื่อหลักสูตร พลเมืองดิจิทัล 101 (Digital Citizenship 101) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเทคโนโลยีและยกระดับความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

 

โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่คณะครูและเยาวชนไทยใน 437 โรงเรียนนำร่อง เพื่อปลูกฝังให้เกิดความรู้เท่าทันภัยออนไลน์และการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมีกำหนดการที่จะเปิดให้บุคลากรทางการศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเรียนได้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้

The post ตร. จับมือ Meta สกัดภัยไซเบอร์ ปิดเพจพนันกว่า 1.5 แสนราย ยกระดับกวาดล้างสแกมเมอร์ทุกรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ตร. ขานรับมติอัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ‘สส.ชนนพัฒฐ์’ คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ ชี้บทพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมทำงานตามหลักฐาน https://thestandard.co/police-attorney-general-mp-indictment/ Wed, 08 Apr 2026 06:42:33 +0000 https://thestandard.co/police-attorney-general-mp-indictment/ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวกรณี อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง สส. ชนนพัฒฐ์ คดีฟอกเงินและพนันออนไลน์

วันนี้ (8 เมษายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต. […]

The post โฆษก ตร. ขานรับมติอัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ‘สส.ชนนพัฒฐ์’ คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ ชี้บทพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมทำงานตามหลักฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวกรณี อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง สส. ชนนพัฒฐ์ คดีฟอกเงินและพนันออนไลน์

วันนี้ (8 เมษายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยและให้ความเห็นถึงกรณีที่อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดสั่งฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา สังกัดพรรคกล้าธรรม พร้อมกับพวก ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในสำนวนคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ในความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวถึงรายละเอียดคดีนี้ว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ทางอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม สืบเนื่องมาจากความเห็นแย้งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และล่าสุด ภายหลังจากการพิจารณาสำนวนและพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วน อัยการสูงสุดได้มีความเห็นเด็ดขาดสั่งฟ้องผู้ต้องหาในทั้ง 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีฟอกเงินในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองสงขลา และคดีร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.หาดใหญ่

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำถึงนัยสำคัญของคำสั่งฟ้องในครั้งนี้ว่า ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความถูกต้องและรัดกุมของข้อเท็จจริง รวมถึงพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและยืนยันมาโดยตลอด ซึ่งในที่สุดข้อเท็จจริงเหล่านี้ก็ได้ผ่านการพิสูจน์ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างครบถ้วน

 

“คดีนี้ถือว่าผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองหลายชั้น ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ รวมถึงการที่ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำความเห็นแย้ง จนกระทั่งส่งเรื่องมาถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาชี้ขาดและมีคำสั่งในที่สุด กระบวนการทั้งหมดนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรมของไทยได้ทำหน้าที่ไปตามครรลอง และอิงตามพยานหลักฐานอย่างถูกต้อง โปร่งใส” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

The post โฆษก ตร. ขานรับมติอัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ‘สส.ชนนพัฒฐ์’ คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ ชี้บทพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมทำงานตามหลักฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้อง ‘ชนนพัฒฐ์’ พร้อมพวก คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ 2 สำนวนรวด สั่งตำรวจเร่งคุมตัวส่งฟ้องศาล https://thestandard.co/chonnanaphat-prosecuted-money-laundering-gambling/ Wed, 08 Apr 2026 02:36:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1195710 ภาพแฟ้ม แสดงบรรยากาศที่สำนักงานอัยการสูงสุด

วันนี้ (8 เมษายน) ไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอ […]

The post อัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้อง ‘ชนนพัฒฐ์’ พร้อมพวก คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ 2 สำนวนรวด สั่งตำรวจเร่งคุมตัวส่งฟ้องศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแฟ้ม แสดงบรรยากาศที่สำนักงานอัยการสูงสุด

วันนี้ (8 เมษายน) ไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน และจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมี ชนนพัฒฐ์ หรือกฤต หรือกิต หรือกริช นาคสั้ว กับพวก เป็นผู้ต้องหา โดยคดีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 สำนวนหลักในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ซึ่งอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว มีรายละเอียดดังนี้

 

สำนวนที่ 1: คดีฐานร่วมกันฟอกเงิน (พื้นที่ สภ.เมืองสงขลา) คดีนี้สืบเนื่องจากคดีมูลฐานที่ชนนพัฒฐ์ (ผู้ต้องหาที่ 1) และภัทรศักดิ์ แสงสว่าง (ผู้ต้องหาที่ 2) ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งศาลแขวงสงขลาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกภัทรศักดิ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568

 

ในส่วนของความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดสงขลาเมื่อปลายปี 2565 ซึ่งเดิมอัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง แต่ต่อมารองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีความเห็นแย้งและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดชี้ขาด โดยอัยการสูงสุดได้สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมจนครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของชนนพัฒฐ์มีความเกี่ยวข้องกับการโอนและซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้จากการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานฐานฟอกเงิน แม้จะไม่มีการดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐานในสำนวนเดียวกันก็ตาม จึงมีคำสั่งชี้ขาดให้ สั่งฟ้องชนนพัฒฐ์ และภัทรศักดิ์ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ พร้อมสั่งการให้ประสาน ปปง. ดำเนินการยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 รายการ

 

สำนวนที่ 2: คดีฐานจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ (พื้นที่ สภ.หาดใหญ่) คดีนี้มีการกล่าวหาชนนพัฒฐ์ (ผู้ต้องหาที่ 1) และณัฐวุฒิ จันทร (ผู้ต้องหาที่ 2) ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเดิมพนักงานสอบสวนและอัยการจังหวัดสงขลามีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองเมื่อปลายปี 2566 แต่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีความเห็นแย้งและส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ สั่งฟ้องชนนพัฒฐ์ และณัฐวุฒิ ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ตาม พ.ร.บ.การพนันฯ โดยในส่วนของณัฐวุฒิ อัยการสูงสุดได้ใช้อำนาจอนุญาตให้ฟ้องแม้พ้นกำหนดเวลาผัดฟ้องตามกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากพยานหลักฐานชี้ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นการชักชวนเล่นพนันจริง ไม่ใช่การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ตรวจสอบอาวุธปืนของกลางจำนวน 5 กระบอก ว่าเป็นของผู้ต้องหาหรือไม่ เพื่อนำสืบในชั้นศาลต่อไป

 

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุทิ้งท้ายว่า หลังจากที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดเด็ดขาดแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการตามคำสั่ง โดยเร่งติดตามและนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว, ภัทรศักดิ์ แสงสว่าง และณัฐวุฒิ จันทร มาส่งมอบให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

The post อัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้อง ‘ชนนพัฒฐ์’ พร้อมพวก คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ 2 สำนวนรวด สั่งตำรวจเร่งคุมตัวส่งฟ้องศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ https://thestandard.co/amlo-seize-assets-alongkot/ Thu, 12 Mar 2026 01:44:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1186637 เจ้าหน้าที่ ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน

วานนี้ (11 มีนาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆ […]

The post มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน

วานนี้ (11 มีนาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยมีเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ ที่ประชุมได้มีมติสำคัญในการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดในหลายฐานความผิด ทั้งยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงเป็นปกติธุระ และการพนันออนไลน์ โดยมีสรุปผลการดำเนินการที่สำคัญดังนี้

 

1. การยึดและอายัดทรัพย์สิน (จำนวน 34 คดี รวม 808 รายการ มูลค่ากว่า 303 ล้านบาท) คณะกรรมการธุรกรรมมีมติสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมในคดีสำคัญหลายรายคดี อาทิ:

 

  • เครือข่ายพนันออนไลน์ www.gimi88.com (รายชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก): ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 12 รายการ (เช่น หุ้น เงินฝาก) มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (รวมมูลค่าที่ยึดอายัดเดิม 158 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง)
  • แก๊งหลอกลงทุนเทรดหุ้น (รายเอื้ออังกูรฯ กับพวก): ขบวนการนี้หลอกลวงให้โอนเงินผ่านบัญชีม้า แปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT) โอนผ่านแพลตฟอร์ม Huione Pay แล้วแปลงกลับเป็นเงินสดลักลอบนำออกนอกประเทศ ปปง. สั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 211 รายการ (เช่น รถยนต์ สินทรัพย์ดิจิทัล เงินฝาก) มูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท (รวมมูลค่าที่ยึดอายัดเดิม 46 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง)
  • เครือข่ายพนันออนไลน์ ‘หลังบ้านศิวิไล’ (รายกวินท์ฯ กับพวก): ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน เงินฝาก) มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท
  • เครือข่ายพนันออนไลน์ (รายกฤษฎาฯ และกฤตภพฯ กับพวก): ยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมรวม 183 รายการ (เช่น ที่ดิน หุ้น สิทธิเรียกร้องกรมธรรม์) มูลค่ารวมกว่า 70 ล้านบาท
  • เครือข่ายพนันออนไลน์ www.auto888vip.com (รายทวีศักดิ์ฯ กับพวก): ยึดและอายัดทรัพย์สิน 49 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดิน) มูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท

 

2. การส่งเรื่องให้อัยการร้องขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (จำนวน 17 คดี รวม 953 รายการ มูลค่ากว่า 310 ล้านบาท) ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการทางศาล เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ของผู้มีส่วนได้เสียไม่มีน้ำหนักเพียงพอ โดยมีคดีที่น่าสนใจ ได้แก่:

 

  • คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ (พระราชวิสุทธิประชานาถ หรืออลงกตฯ กับพวก): ความผิดฐานเบียดบังทรัพย์และฟอกเงิน ส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สิน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน) มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
  • คดีหมอดู ‘ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย’ (รายสุพิชฌาย์ฯ กับพวก): เชื่อมโยงความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระและฟอกเงิน ส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สิน 362 รายการ มูลค่าประมาณ 131 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
  • คดีเครือข่ายยาเสพติดฟอกเงินผ่านนิติบุคคล (รายไมตรีฯ กับพวก): ส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สิน 26 รายการ มูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน

 

3. การคุ้มครองสิทธิและคืนเงินผู้เสียหาย (จำนวน 11 คดี รวม 266 รายการ มูลค่ากว่า 422 ล้านบาท) คณะกรรมการฯ มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งนำทรัพย์สินไปชดใช้คืนผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงประชาชน อาทิ:

 

  • คดีหลอกลงทุนอัตราแลกเปลี่ยน (รายเฉลิมชัยฯ กับพวก): ชดใช้คืนผู้เสียหาย 3 ราย จากทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท
  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นไปรษณีย์และตำรวจ (รายพิมภาดาฯ และ MR.ZHENG กับพวก): ชดใช้คืนผู้เสียหายรวม 20 ราย จากทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 115 ล้านบาท
  • คดีบริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ (ชักชวนซื้อห้องชุด): ชดใช้คืนผู้เสียหาย 429 ราย จากทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. แจ้งเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้เสียหายในคดีฉ้อโกง สามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเพื่อขอรับการคุ้มครองสิทธิได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.amlo.go.th

 

ส่วนกรณีข่าวประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน CIA นั้น ปปง. ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ (เช่น ก.ล.ต. และทางการสิงคโปร์) เพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

The post มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI จับเว็บพนันพันล้าน โยง ‘ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว’ ยันพยานหลักฐานแน่น-เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครอง https://thestandard.co/dsi-busts-gambling-chonnapat-link/ Fri, 06 Mar 2026 08:51:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1185074 ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง

วันนี้ (6 มีนาคม) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พล.ต.ท.รุ […]

The post DSI จับเว็บพนันพันล้าน โยง ‘ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว’ ยันพยานหลักฐานแน่น-เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง

วันนี้ (6 มีนาคม) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง แถลงข่าวผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ ซึ่งสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 1,000 ล้านบาท

 

พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงถึงผลการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่าง DSI และ ปปง. ในการทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ ซึ่งสืบสวนพบว่าเป็นเครือข่ายของ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง โดยเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมายหลายจุดเมื่อวานนี้ (5 มีนาคม) เพื่อติดตามจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหมายจับ

 

สำหรับกรณีการออกหมายเรียกชนนพัฒฐ์ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 มีนาคม 69 ซึ่งอาจไปตรงกับช่วงเปิดสมัยประชุมสภานั้น พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่าไม่ได้มีนัยสำคัญทางการเมืองซ่อนเร้น แต่เป็นไปตามกรอบเวลาของกฎหมายที่ต้องออกหมายเรียกหลังจากวันเข้าตรวจค้น 7 วัน ซึ่งหากผู้ถูกออกหมายเรียกไม่มาตามกำหนด ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 มีนาคม และจะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อไปจนกว่าจะถึงช่วงปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามีเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกรัฐสภา

 

รมว.ยุติธรรม กล่าวย้ำด้วยความมั่นใจว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่แน่นหนา มิเช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายค้นและหมายจับให้ และในเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงนักการเมืองรายอื่นๆ เพิ่มเติม แต่ทางเจ้าหน้าที่จะยังคงสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง

 

ทางด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยสืบเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแสเรื่องการฟอกเงินและเว็บพนัน ซึ่งไปสอดคล้องกับฐานข้อมูลการสืบสวนคดีพิเศษของ DSI ในปี 2566 (มีการออกหมายจับ 36 ราย ดำเนินคดีแล้ว 24 ราย) จากการสืบสวนขยายผลพบว่า เครือข่ายนี้มีการถ่ายโอนเงินและกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในปี 2568 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าเงินหมุนเวียนสูงถึง 1,000 ล้านบาท

 

ด้วยพยานหลักฐานที่ปรากฏ DSI จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ 25 หมาย และสนธิกำลังกับ ปปง. เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 10 จุด (สงขลา 5 จุด, ปทุมธานี 1 จุด, นนทบุรี 2 จุด, กทม. 2 จุด) เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ทำหน้าที่แอดมินเครือข่ายเว็บพนันได้ในพื้นที่เขตดินแดง กทม. ขณะเดินทางกลับมาจากกัมพูชา โดยถูกแจ้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันและร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำผิดหลายรายการ ประกอบด้วย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 3 แห่ง กระเป๋าแบรนด์เนม 9 ใบ และเอกสารแสดงการถือครองทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้ส่งมอบให้ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

 

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวย้ำถึงกรณีของชนนพัฒฐ์ว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ภายในประเทศ และแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง แต่พนักงานสอบสวนก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการสืบสวนว่า จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบการเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันเดิมที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 39 ล้านบาท โดยคดีใหม่นี้เริ่มสืบสวนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับ 27 ราย แต่ศาลอนุมัติ 25 ราย ส่วนอีก 2 รายรวมถึงชนนพัฒฐ์ ศาลเห็นว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งจึงให้ออกเป็นหมายเรียกแทน ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันและฟอกเงิน โดยนัดหมายให้มารับทราบข้อกล่าวหาที่ DSI ในวันที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น.

 

จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ นารีรัตน์ (แอดมิน) พบหลักฐานสำคัญเป็นแชตสนทนาและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการพนันจำนวน 30 คลิป ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปถึงนักการเมือง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบหมายค้นอีก 5 จุดที่เป็นลักษณะบริษัทห้างร้าน พบว่ามีการจดทะเบียนประกอบธุรกิจบังหน้า (เช่น บริษัทคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล) แต่สถานที่จริงกลับตั้งอยู่ในชุมชนแออัด และไม่มีความสอดคล้องกับประเภทธุรกิจที่จดแจ้งไว้ ซึ่ง DSI จะตรวจสอบรายชื่อผู้จดทะเบียนทั้งหมดว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่

 

จุดสำคัญในการตรวจค้นครั้งนี้คือคฤหาสน์หรูในพื้นที่ 1.8 ไร่ ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเดิมเป็นที่ดินที่ ปปง. เคยอายัดไว้ แต่กลับพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างอาคาร 3 หลังเกิดขึ้นใหม่ในระหว่างการดำเนินคดี แม้ในวันตรวจค้นจะไม่พบตัวชนนพัฒฐ์ (พบเพียงผู้ดูแล 6 คน) แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นบ้านพักของชนนพัฒฐ์ และได้ตรวจพบหลักฐานสำคัญหลายอย่าง ทั้งการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เชื่อมโยงกับเว็บพนัน รายได้จากเว็บพนัน รวมถึงหลักฐานการตกแต่งบัญชีภาษีโดยมีบุคคลใกล้ชิดคอยช่วยเหลือ ซึ่งหลังจากนี้ DSI จะขยายผลการตรวจสอบไปยังเส้นทางเงินดิจิทัลเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป

 

กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมา ปปง. ได้ทำงานร่วมกับ DSI อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 2566 โดยได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ไปแล้วมูลค่ากว่า 168 ล้านบาทเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา (คดียังอยู่ในชั้นศาล)

 

สำหรับปฏิบัติการล่าสุด ปปง. จะนำพยานหลักฐานและทรัพย์สินทั้งหมดที่ DSI ตรวจยึดได้ มาดำเนินการสืบสวนขยายผลและใช้มาตรการทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเด็ดขาดต่อไป

The post DSI จับเว็บพนันพันล้าน โยง ‘ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว’ ยันพยานหลักฐานแน่น-เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ชัยวุฒิตั้งข้อสังเกตพรรคด้อม-เก่งออนไลน์ อาจใช้เครือข่ายเดียวกับเว็บพนัน เชื่อไม่มีกลั่นแกล้งทางการเมือง https://thestandard.co/chaiwut-online-gambling-network/ Thu, 15 Jan 2026 04:01:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1165473 ชัยวุฒิตั้งข้อสังเกต **พรรคด้อม**-เก่งออนไลน์ อาจใช้เครือข่ายเดียวกับเว็บพนัน เชื่อไม่มีกลั่นแกล้งทางการเมือง

วันนี้ (15 มกราคม) ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักช […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยวุฒิตั้งข้อสังเกตพรรคด้อม-เก่งออนไลน์ อาจใช้เครือข่ายเดียวกับเว็บพนัน เชื่อไม่มีกลั่นแกล้งทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยวุฒิตั้งข้อสังเกต **พรรคด้อม**-เก่งออนไลน์ อาจใช้เครือข่ายเดียวกับเว็บพนัน เชื่อไม่มีกลั่นแกล้งทางการเมือง

วันนี้ (15 มกราคม) ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองกับเว็บพนันออนไลน์และกลุ่มทุนสีเทา ​จากการจับกุม ผู้สมัคร สส. ที่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงในโลกออนไลน์ ว่า พรรคการเมืองที่มี ‘ด้อม’ หรือกลุ่มแฟนคลับในโลกออนไลน์จำนวนมาก และมีความเชี่ยวชาญในการหาเสียงผ่านสื่อโซเชียลจนชนะโพลออนไลน์มาโดยตลอดนั้น กลุ่มคนเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องหรือใช้เครือข่ายเดียวกันกับขบวนการพนันออนไลน์ เนื่องจากมีรูปแบบการยิงโฆษณาและการทำการตลาดที่คล้ายคลึงกัน

 

ชัยวุฒิยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำเนินการจับกุมนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนพนันออนไลน์ โดยย้ำว่าต้องเอาจริงเอาจังในการปราบปรามเรื่องนี้ให้หมดสิ้น เพื่อลดปัญหาการพนันออนไลน์ในประเทศไทย

 

ส่วนประเด็นเรื่องทุนสีเทา ชัยวุฒิกล่าวเสริมว่า จากการติดตามข่าวสารพบว่ามีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับทุกพรรคการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายต้องถูกจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง หรือเป็นนักการเมืองเสียเอง จะต้องถูกกันออกจากพื้นที่ทางการเมือง ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารประเทศโดยเด็ดขาด

 

ชัยวุฒิยืนยันว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในช่วงนี้ ไม่ใช่เกมการเมืองหรือการกลั่นแกล้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

“​การจับกุมไม่ใช่การกลั่นแกล้งครับ เพราะก็ต้องทำทุกพรรคอยู่แล้ว วันนี้เราต้องดำเนินเรื่องนี้ให้จริงจัง ผมไม่อยากให้ทุนเทา หรือเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย เข้ามาซื้อเสียง เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง” ชัยวุฒิกล่าว

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

 

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยวุฒิตั้งข้อสังเกตพรรคด้อม-เก่งออนไลน์ อาจใช้เครือข่ายเดียวกับเว็บพนัน เชื่อไม่มีกลั่นแกล้งทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน https://thestandard.co/amlo-seized-assets-abbot-feng-shui/ Wed, 14 Jan 2026 05:47:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1165076 ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่าย ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน

วันนี้ (14 มกราคม) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน […]

The post ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่าย ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน

วันนี้ (14 มกราคม) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีมติจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน ทั้งยาเสพติด ทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อโกงประชาชน และพนันออนไลน์ รวมมูลค่าการดำเนินการทั้งสิ้นกว่า 1,148 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดคดีสำคัญ ดังนี้:

 

1. มติยึดและอายัดทรัพย์สินใหม่ (16 รายคดี รวม 252 ล้านบาท)

 

คณะกรรมการฯ มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมในคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ได้แก่:

 

  • คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และ หมอบี : (อลงกต และเสกสันน์) กรณีเบียดบังเงินบริจาคของวัดไปใช้ส่วนตัว พบความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และฟอกเงิน ยึดทรัพย์สิน 20 รายการ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (เช่น รถยนต์ สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน)
  • คดีเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย: (สุพิชฌาย์ กับพวก) เชื่อมโยงธนวันต์ฯ กรณีฉ้อโกงประชาชนและพนันออนไลน์ ยึดและอายัดทรัพย์สิน 369 รายการ มูลค่าประมาณ 124 ล้านบาท (เช่น วัตถุมงคล เครื่องประดับ ที่ดิน)
  • คดีพนันออนไลน์ผ่านแอปฯ ไลน์: (ฉัตรชัย กับพวก) พฤติการณ์ไลฟ์สดจัดเล่นพนัน ยึดและอายัดทรัพย์สิน 396 รายการ มูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท
  • คดีค้ายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ: เครือข่ายสิทธิพงษ์ฯ ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

 

2. มติส่งเรื่องให้อัยการเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (17 รายคดี รวม 769 ล้านบาท)

 

เนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถนำสืบที่มาของทรัพย์สินได้เพียงพอ ปปง. จึงส่งเรื่องดำเนินการตามกฎหมายในคดีสำคัญ อาทิ:

 

  • คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง: (พระธรรมวชิรานุวัตร หรือแย้ม) กรณีทุจริตเบียดบังเงินวัดไปซื้อทรัพย์สินในชื่อผู้เกี่ยวข้อง รวม 205 รายการ มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
  • คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ: (ทวีศักดิ์ กับพวก) เชื่อมโยงเครือข่าย พัด สุภาภา (ลี ยงพัด) และทุนจีนในกัมพูชา ส่งเรื่องดำเนินการเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท
  • เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์: อาทิ เว็บไซต์ 888point .com และ หวยแบงค์ .com รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ส่งศาลกว่า 347 ล้านบาท

 

3. การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย (14 รายคดี รวม 127 ล้านบาท)

 

ปปง. มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อนำทรัพย์สินคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงและลักทรัพย์ที่เป็นปกติธุระ ได้แก่:

 

  • เครือข่ายไฮบริดสแกมข้ามชาติ: (วาสนา กับพวก) มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท
  • คดีลักทรัพย์และฉ้อโกงอื่นๆ: อาทิ รายยงยุทธ และ สุรเชษฐ์ รวมมูลค่าประมาณ 41 ล้านบาท

 

สำนักงาน ปปง. ยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยยึดหลักความรอบคอบและพยานหลักฐาน เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเท่าเทียม

The post ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน https://thestandard.co/surachet-police-chief-neglect-bribes/ Tue, 16 Dec 2025 07:38:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1155325 สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน

วันนี้ (16 ธันวาคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บ […]

The post สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน

วันนี้ (16 ธันวาคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ท. สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. คณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่ง ตร. ที่ 177/2568 ซึ่งมี พล.ต.อ. สราวุฒิ การพานิช อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นประธาน

 

โดยมาร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. กรณีที่ละเว้น ประวิงเวลา ไม่มีการดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญากับตำรวจ 32 นาย กรณีรับส่วยเว็บพนัน ที่จ่ายโดยพิมพ์วิไล ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ตนเองได้ไปยื่นต่อ รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แล้ว วันนี้จึงได้มายื่นกับ กร.ตร. ด้วย

 

ทั้งนี้ ในจำนวนตำรวจ 32 นายนั้น มีตัวสำคัญคือ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. ซึ่งมีเส้นเงินไปถึงภรรยา พี่ชาย และพี่สาว ซึ่งทาง กร.ตร. ก็ได้ชี้มูลความผิดกับ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ไปแล้ว แต่ในทางกลับกัน กรณีนี้ของตนเองกลับถูกกลั่นแกล้งจนถึงขั้นถูกไล่ออกจากราชการ เพราะถูกกล่าวหาว่ารับเงินเว็บพนัน จึงต้องมาร้องเรียนเพื่อให้ตนเองได้รับความยุติธรรม และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องปราบตำรวจที่รับส่วยเว็บพนันให้ได้

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ยังชี้แจงกรณีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษายกฟ้อง บัญชีม้าของ พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตรอง ผกก.ป.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ลูกน้องคนสนิท ว่าบัญชีที่ พ.ต.ท. คริษฐ์ ถือใช้ไม่ได้มีเส้นเงิน หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน จึงไม่ถือว่าเป็นบัญชีม้า ฉะนั้นตนเองจึงไม่มีส่วนกับการรับเงินส่วยเว็บพนันด้วยเช่นกัน

 

โดยในวันเดียวกันนี้ เวลา 15:00 น. จะเดินทางไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องรองประธานศาลปกครองสูงสุด และองค์คณะตุลาการศาลปกครองทั้งหมดรวม 61 คน ที่ทำหน้าที่พิจารณา และมีความเห็นในคดีของตนเอง ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ มีมติอันชอบด้วยกฎหมายเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง

The post สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก สั่งยกเลิก MOU ดีอี- Prime Opportunity Fund VCC หลังเช็คไทม์ไลน์ พบพิรุธต้องสงสัย https://thestandard.co/chaiyanok-cancels-de-prime-mou/ Tue, 25 Nov 2025 08:22:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1147335 ไชยชนกสั่งยกเลิก MOU ดีอี - Prime Opportunity Fund VCC

วานนี้ (24 พฤศจิกายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทร […]

The post ไชยชนก สั่งยกเลิก MOU ดีอี- Prime Opportunity Fund VCC หลังเช็คไทม์ไลน์ พบพิรุธต้องสงสัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนกสั่งยกเลิก MOU ดีอี - Prime Opportunity Fund VCC

วานนี้ (24 พฤศจิกายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีการเผยแพร่เอกสารเส้นทางการเชื่อมโยงกระบวนการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก ซึ่งมีเอกสารข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี และ บริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore โดยตนได้ทำการยกเลิก MOU ฉบับนี้แล้ว และส่งหนังสือเวียนถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับทราบ และหากมีการกระทำใดๆ ภายใต้ MOU นี้ ขอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งข้อมูลโดยทันที

 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบได้พบข้อพิรุธในหลายๆเรื่อง อาทิ การจัดทำ MOU ดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 และมีการลงนามใน MOU วันที่ 27 มีนาคม 2567 ซึ่งใช้เวลาดำเนินการเพียง 3 วัน โดย MOU มีรายละเอียดตามที่มีสื่อมวลชนเผยแพร่ในปัจจุบัน

 

ในส่วนของร่าง MOU นั้น มีการส่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา โดยมีการระบุข้อคิดเห็นจากหน่วยงานว่า ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ตาม MOU จะเป็นของเอกชน 100% ไม่ได้ตกเป็นของรัฐบาลไทยแต่อย่างใด และขอให้มีการปรับแก้ไขให้ ทรัพย์สินทางปัญญา ต้องตกเป็นของรัฐบาลไทย

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของตำแหน่งผู้บริหาร บริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore ที่ใช้ในการลงนาม โดยมีชื่อ George Tan ตำแหน่ง Chief Commerce Officer ของบริษัท CAI แต่ลงท้ายบริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore

 

กระทรวงดีอี ได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมใน MOU ได้ระบุการจัดทำ “โครงการนำร่องสู่การพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลของประเทศไทย” หรือ Thailand International Digital Business & Finance Centre (TIDC) โดยจัดทำโครงการในเชิง Sandbox หรือที่เรียกว่า The Digital Economy Regulatory Sandbox (DERS) โดยปัจจุบันยังไม่พบกฎหมาย หลักเกณฑ์ใดๆ ในการกำกับดูแลในเรื่องของโครงการดังกล่าว ซึ่งกระทรวงฯ ได้จัดทำหนังสือเพื่อให้หน่วยงานในสังกัดรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องนี้และส่งมอบข้อมูลในทันที

 

ขณะเดียวกันสิ่งที่ตนมีความกังวลเป็นพิเศษคือเรื่องของเป้าหมายของ MOU ที่บางข้อได้ระบุถึงการทำธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้อง Sport trading online gaming ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์อยู่ในนั้น ซึ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการจะทำ Sand Box จำเป็นที่จะต้องส่งร่าง MOU ไปให้กระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีหน่วยงานใดได้รับร่างดังกล่าว รวมทั้งหน่วยงานกฎหมายของกระทรวงเอง

 

“กระทรวงดีอี อยู่ในระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลสัญญาระหว่าง Prime Opportunity Fund VCC Singapore กับ NT เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเรากำลังดำเนินการพิจารณาทั้งในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ภายใต้ พ.ร.ก. มาตรา 13 รวมทั้งส่งข้อมูลให้กับทาง ดีเอสไอ, ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่ามีการนำ MOU ดังกล่าวไปใช้อย่างไรต่อไป” ไชยชนก กล่าว

The post ไชยชนก สั่งยกเลิก MOU ดีอี- Prime Opportunity Fund VCC หลังเช็คไทม์ไลน์ พบพิรุธต้องสงสัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงาน 2 เดือน บุกทลายเว็บพนันกว่า 950 คดี ยึดทรัพย์กว่า 240 ล้าน ปิดกั้น 75,000 URL ผิดกฎหมาย https://thestandard.co/police-bust-950-gambling-cases/ Fri, 21 Nov 2025 07:24:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1145837 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงาน 2 เดือน บุกทลายเว็บพนันกว่า 950 คดี ยึดทรัพย์กว่า 240 ล้าน ปิดกั้น 75,000 URL ผิดกฎหมาย (No changes are required as there are no proper nouns immediately following a verb in this headline according to the specified rule.)

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไ […]

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงาน 2 เดือน บุกทลายเว็บพนันกว่า 950 คดี ยึดทรัพย์กว่า 240 ล้าน ปิดกั้น 75,000 URL ผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงาน 2 เดือน บุกทลายเว็บพนันกว่า 950 คดี ยึดทรัพย์กว่า 240 ล้าน ปิดกั้น 75,000 URL ผิดกฎหมาย (No changes are required as there are no proper nouns immediately following a verb in this headline according to the specified rule.)

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ตามนโยบายของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยมีผู้แทนจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และคณะทำงานร่วมแถลงข่าว

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยสถิติการทำงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 18 พฤศจิกายน ว่า สามารถปิดกั้น URL ผิดกฎหมายได้ถึง 75,250 รายการ (ส่วนใหญ่เป็น Facebook และ Website พนัน) จับกุมคดีพนันออนไลน์ได้ 956 คดี ผู้ต้องหา 1,003 ราย

 

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังรับแจ้งความคดีออนไลน์กว่า 1,000 เคส มูลค่าความเสียหาย 635.9 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่สามารถ อายัดเงินได้ทันท่วงทีถึง 475 เคส คิดเป็นมูลค่ากว่า 202.5 ล้านบาท

 

ในการแถลงข่าว ได้มีการยกตัวอย่าง 2 ปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่

 

1. ภ.1 บุกยึดเงินสด 30 ล้าน: เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ตำรวจภูธรภาค 1 บุกทลายเครือข่าย SBOBET.LIVE และ UFACLUB1 ใน กทม. จับกุมผู้ต้องหา 10 ราย พร้อมยึดของกลางบัญชีม้ากว่า 100 เล่ม และ เงินสดกว่า 30.3 ล้านบาท

 

2. ไซเบอร์ฯ บุกเหนือ ทลาย ‘Heng168’: เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน บช.สอท. เปิดยุทธการปิดล้อมพื้นที่เชียงใหม่ ทลายเว็บพนัน Heng168 จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย ยึดทรัพย์สินทั้งบ้านหรู Pool Villa ที่ดิน และของแบรนด์เนม รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

 

วิทยา นีติธรรม โฆษก ปปง. ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2568 ศปปง.ตร. ได้ส่งเรื่องยึดทรัพย์คดีฟอกเงินไปแล้วกว่า 2,411 ล้านบาท โดยคดีสูงสุดยังคงเป็น ยาเสพติด พนันออนไลน์ และฉ้อโกงประชาชน

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงาน 2 เดือน บุกทลายเว็บพนันกว่า 950 คดี ยึดทรัพย์กว่า 240 ล้าน ปิดกั้น 75,000 URL ผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคกล้าธรรม ยืนยันไม่แทรกแซง-ไม่ปกป้อง สส.สงขลา ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ จากปมเว็บพนัน ชี้ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย https://thestandard.co/klatham-mp-assets-seized/ Sat, 15 Nov 2025 06:44:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1143693 พรรคกล้าธรรม ยืนยันไม่แทรกแซง-ไม่ปกป้อง สส.สงขลา ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ จากปมเว็บพนัน ชี้ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2568) นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรร […]

The post พรรคกล้าธรรม ยืนยันไม่แทรกแซง-ไม่ปกป้อง สส.สงขลา ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ จากปมเว็บพนัน ชี้ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคกล้าธรรม ยืนยันไม่แทรกแซง-ไม่ปกป้อง สส.สงขลา ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ จากปมเว็บพนัน ชี้ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2568) นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราาฎร (สส.) สงขลา พรรคกล้าธรรม ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์จากข้อสงสัยเชื่อมโยงคดีพนันออนไลน์ โดยยืนยันว่า พรรคฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่

 

น.อ.อนุดิษฐ์ ย้ำจุดยืนของพรรคว่า พรรคกล้าธรรมยืนยัน ไม่แทรกแซง ไม่ปกป้อง ไม่ขัดขวาง การตรวจสอบ พร้อมให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

 

ประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ กล่าวว่า ชนนพัฒฐ์ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการยุติธรรม โดยพรรคจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดก็ต้องรับผิดชอบ แต่หากเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ต้องได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม โดยไม่มีการยกเว้นให้ใคร

 

อย่างไรก็ตาม น.อ.อนุดิษฐ์ เรียกร้องให้สังคมมองภาพใหญ่ด้วยความเป็นธรรม และตั้งคำถามถึงปัญหาสองมาตรฐานทางการเมือง โดยชี้ว่า ปัจจุบันมี สส.จากหลายพรรคทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่เคยถูกศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก แต่ยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ในขณะที่บางบุคคลซึ่งมีคดีติดตัวกลับออกมาเรียกร้องให้ สส.ชนนพัฒฐ์ ลาออกทันที

 

“คำถามคือ เรากำลังใช้มาตรฐานเดียวกันจริงหรือไม่ หากผู้แทนที่กำลังต่อสู้คดีของตัวเองยังทำหน้าที่ต่อไปได้ หลักเดียวกันก็ควรใช้กับทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะบางฝ่ายเท่านั้น” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว พร้อมระบุว่า นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหามาตรฐานร่วมของสภาที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

 

น.อ.อนุดิษฐ์ ได้ย้ำหลักการสำคัญ 3 ประการของพรรคกล้าธรรม เพื่อเรียกร้องให้เกิดการยกระดับมาตรฐานทางการเมือง:

 

1. ไม่เลือกปฏิบัติ: ทุกคนต้องถูกตรวจสอบอย่างเท่าเทียม

2. เคารพกระบวนการยุติธรรม: คำพิพากษาศาลชั้นต้นหรืออุทธรณ์คือข้อเท็จจริงตามกฎหมาย แม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ไม่ควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

3. นักการเมืองต้องเป็นตัวอย่างที่ดี: หากจะเรียกร้องให้คนอื่นลาออก ก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง

 

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยอยู่กับสองมาตรฐานมานาน และการใช้คดีของผู้อื่นเพื่อสร้างประโยชน์ทางการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น การยกระดับความเชื่อมั่นของสภาคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยต้องเริ่มจากการตรวจสอบตนเองก่อน เพราะ สีเขียวก็ไม่เอาสีเทาเช่นกัน

The post พรรคกล้าธรรม ยืนยันไม่แทรกแซง-ไม่ปกป้อง สส.สงขลา ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ จากปมเว็บพนัน ชี้ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอแก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง https://thestandard.co/huai-khwang-chinese-gambling-bust/ Fri, 14 Nov 2025 04:12:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1143213 ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอ แก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ […]

The post ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอแก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอ แก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดเผยผลการปฏิบัติการสนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่นำไปสู่การทลายเครือข่ายจีนเทาที่ลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ข้ามชาติ

 

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) และ ป.ป.ส. ได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจสอบห้องพักในคอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง แขวงดินแดง กรุงเทพฯ หลังได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มชาวจีนมั่วสุมต้องสงสัยว่าเสพยาเสพติด

 

เจ้าหน้าที่ต้องใช้ยุทธวิธีบุกเข้าจับกุมเนื่องจากผู้ต้องหามีความระแวดระวังตัวและไม่ยอมเปิดประตูห้อง จนกระทั่งเวลา 13.30 น. เมื่อมีคนร้าย 1 ราย เข้ามาที่ห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงบุกตามเข้าไปทันที ผลการตรวจค้นพบชายชาวจีน 3 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย โดยไม่พบยาเสพติดใดๆ ในห้องพัก และไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาทั้งสี่คน

 

อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นกลับพบ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 4 เครื่อง และ โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง ซึ่งมีข้อมูลการทำหลังบ้านของเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ เช่น การปั่นสล็อต, แทงฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, และบาคาร่า พร้อมของกลางอื่น ๆ อาทิ อุปกรณ์โทเคน OTP และบุหรี่เถื่อน 7 กล่อง

 

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้แก่ Li Youngzhao, Luo Li, LIU JIANQUAN สัญชาติจีน และ Chit Maw Maw Htay สัญชาติเมียนมา ในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินทางอิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันนำของต้องเสียภาษีสรรพสามิตเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชำระภาษี และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

จากการขยายผลเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การว่าเพิ่งย้ายจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่กลับพบโพยลับ ในโทรศัพท์มือถือของเครือข่ายชาวจีน ที่ใช้เพื่ออำพรางตัวเป็นนักเรียน โดยระบุถึงวิธีการหลอกตบตาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

 

เช่น การให้ตอบว่ากำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง และห้ามทำงานในรัศมี 3-5 กิโลเมตรจากที่พักที่กำหนดในช่วงที่มีการตรวจสอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจัดตั้งเครือข่ายอย่างเป็นระบบ

 

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเข้ามาประเทศไทยเพื่อฝึกภาษาไทยและท่องเที่ยว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่สืบสวนพบ หลังการจับกุมตัว พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินการขยายผลคดีนี้อย่างละเอียดต่อไป

The post ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอแก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยรัฐยังอุบชื่อนักการเมือง ส. กล่าวหาเอี่ยวเว็บพนัน ขณะพรุ่งนี้ กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญ ‘ชนนพัฒฐ์-สมยศ’ 2 สส. แจงปมพนันออนไลน์ https://thestandard.co/politicians-probe-online-gambling/ Wed, 12 Nov 2025 08:26:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1142451 ปิยรัฐยังอุบชื่อนักการเมือง ส. กล่าวหาเอี่ยวเว็บพนัน ขณะพรุ่งนี้ กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญ ‘ชนนพัฒฐ์-สมยศ’ 2 สส. แจงปมพนันออนไลน์

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา ปิยรัฐ จงเทพ สส. ก […]

The post ปิยรัฐยังอุบชื่อนักการเมือง ส. กล่าวหาเอี่ยวเว็บพนัน ขณะพรุ่งนี้ กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญ ‘ชนนพัฒฐ์-สมยศ’ 2 สส. แจงปมพนันออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยรัฐยังอุบชื่อนักการเมือง ส. กล่าวหาเอี่ยวเว็บพนัน ขณะพรุ่งนี้ กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญ ‘ชนนพัฒฐ์-สมยศ’ 2 สส. แจงปมพนันออนไลน์

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา ปิยรัฐ จงเทพ สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า มีนักการเมืองดัง อักษรย่อ ‘ส.’ เชื่อมโยงกับเว็บพนัน

 

ปิยรัฐกล่าวว่า พรุ่งนี้ (13 พฤศจิกายน) ในการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ มีวาระเรื่องร้องเรียนที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ได้มาร้องกับกรรมาธิการฯ ไว้ก่อนหน้านี้ โดยเราได้ข้อมูลที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก ในทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่มาสู่การดำเนินการชี้มูลของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ไปแล้ว กับนายตำรวจกว่า 200 นาย

 

นอกจากนี้ ยังปรากฏชื่อบางส่วนเป็นบุคคลภายนอก ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณกว่า 30 คน โดยตนเองได้ตรวจพบว่า ปรากฏชื่อเป็นนักการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่ง ‘ช.’ คงทราบกันแล้ว ส่วน ‘ส.’ นั้น ไม่คิดว่า เป็นรายชื่อใหม่ ดังนั้น พรุ่งนี้คงจะได้ระแคะระคายกันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีรายชื่อนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังอีกประมาณ 2-3 คน และเรากำลังตามเรื่องกันว่า ดำเนินการถึงขั้นไหนแล้ว

 

ปิยรัฐยังเปิดเผยด้วยว่า นักการเมือง ส. อยู่ในการเมืองระดับชาติ เป็น สส. ที่ทางนิตินัยอยู่พรรคหนึ่ง และพฤตินัยอยู่พรรคหนึ่ง มีความเชื่อมโยงกับ ช. คือเป็น สส. เหมือนกัน อุดมการณ์อาจจะคล้ายกัน ทั้งนี้ ขอให้รอติดตามในวันพรุ่งนี้ (13 พฤศจิกายน) ซึ่งคงจะมีรายชื่อออกมา ทั้ง ช. และ ส. นั้น ยังมีความเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินที่มาจากบุคคลเดียวกัน

 

“ถ้า ช. มีความผิด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ถึงขนาดชี้มูลความผิดต้องอายัดทรัพย์ ผมคิดว่า ส. ก็คงต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่าง ไม่เช่นนั้นจะเป็นที่ครหากับสังคม” ปิยรัฐกล่าว

 

ปิยรัฐกล่าวต่อด้วยว่า ชื่อ ส. ดังกล่าว เป็นผู้ชาย ซึ่งพรุ่งนี้คาดว่า จะมีการระบุชื่อได้ เพราะในหลักฐาน และพยาน คิดว่ามีการดำเนินคดีไปแล้วในเบื้องต้น แต่พรุ่งนี้จะปรึกษากับประธานคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมของคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ในวันพรุ่งนี้ (13 พฤศจิกายน) จะมีวาระการประชุมป กรณีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 200 นาย ในกรณีรับส่วยจากกระบวนการเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมได้แก่ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม และ สมยศ พลายด้วง สส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุมด้วย

The post ปิยรัฐยังอุบชื่อนักการเมือง ส. กล่าวหาเอี่ยวเว็บพนัน ขณะพรุ่งนี้ กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญ ‘ชนนพัฒฐ์-สมยศ’ 2 สส. แจงปมพนันออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จเรตำรวจฯ ชี้ชุดสอบสวนคดีเว็บพนัน สส.ชนนพัฒฐ์ บกพร่อง เร่งรีบ-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก.สงขลา สั่งยุติ-แค่ว่ากล่าวตักเตือน https://thestandard.co/inspector-finds-flawed-mp-probe/ Fri, 07 Nov 2025 06:49:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1140663 จเรตำรวจฯ ชี้ชุดสอบสวนคดีเว็บพนัน สส.ชนนพัฒฐ์ บกพร่อง เร่งรีบ-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก. สงขลา สั่งยุติ-แค่ว่ากล่าวตักเตือน

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบรายงาน ผลการต […]

The post จเรตำรวจฯ ชี้ชุดสอบสวนคดีเว็บพนัน สส.ชนนพัฒฐ์ บกพร่อง เร่งรีบ-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก.สงขลา สั่งยุติ-แค่ว่ากล่าวตักเตือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จเรตำรวจฯ ชี้ชุดสอบสวนคดีเว็บพนัน สส.ชนนพัฒฐ์ บกพร่อง เร่งรีบ-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก. สงขลา สั่งยุติ-แค่ว่ากล่าวตักเตือน

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบรายงาน ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ที่รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 กรณี อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ร้องเรียนขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงคณะพนักงานสอบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์ imiwin และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีผู้ต้องหาคือ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)พรรคกล้าธรรม กับพวก

 

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ จตช. ได้รวบรวมพยานเอกสารและบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล 10 ปาก โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้คณะพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ชนนพัฒฐ์ กับพวกในความผิดตามที่ถูกกล่าวหาถูกต้องแล้ว

 

แต่กรณีการสอบสวนเพิ่มเติม พ.ต.ต.ประชิต ทิพมณี ผู้กล่าวหา และ ร.ต.อ.นวพล ลื่อดิลกวัฒนา พยาน อย่างเร่งรีบ ตามที่ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร้องขอความเป็นธรรมนั้น เป็นไปอย่าง สั้น ๆ ไม่ชัดเจน คลุมเครือ และไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ ประกอบคำให้การ พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนให้ชัดเจน สิ้นกระแสความ ประกอบกับ:

  • พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล ยืนยันว่า การสอบปากคำเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ บก.น.7 บช.น. เป็นไปอย่างเร่งรีบ เพื่อให้ พ.ต.ท.พิเชษฐไชย เดินทางไปสนามบินดอนเมืองให้ทัน
  • ต่อมาพบว่า วัน เวลา และสถานที่ที่บันทึกในคำให้การเพิ่มเติมคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยในเอกสารระบุวันที่ 24 มิถุนายน 2565 สถานที่เป็น สภ.เมืองสงขลา ซึ่งแตกต่างจากความเป็นจริง
  • คำให้การเพิ่มเติมมีข้อความกำกวม ไม่ชัดเจน อาจทำให้ผู้ที่อ่านเข้าใจหลงผิดในประเด็นการสืบสวนสอบสวนได้

 

คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ พนักงานสอบสวนบกพร่อง ขาดความรอบคอบในการสอบสวนหลักฐานในคดี สอบสวนไม่สิ้นกระแสความ และเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 (มาตรการการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการสอบสวน)

 

คณะกรรมการ จตช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้าราชการตำรวจมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย โดยแยกพิจารณาใน 2 คดีอาญาหลัก ดังนี้:

 

1. คดีอาญา สภ.เมืองสงขลา ที่ 352/2565: คณะพนักงานสอบสวน 4 นาย ประกอบด้วย พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์, พ.ต.ท.พิเชษฐไชย หนูผุด, พ.ต.ท.อเสก สีแก้วเขียว และ พ.ต.ท.จตุพลพัฒช์ ปุณยมนตรี มีกรณีบกพร่องอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย
2. คดีอาญา สภ.หาดใหญ่ ที่ 1010/2565: ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน ผู้บังคับบัญชา มีกรณีบกพร่องอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย

 

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเสนอรายงานผลการตรวจสอบให้ ผบ.ตร. โปรดพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 117 โดยให้ผู้บังคับบัญชา ภ.9 พิจารณากรณีดังกล่าวต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้ลงนามในหนังสือรายงานผลการตรวจสอบดำเนินการทางวินัย และมีคำสั่งให้ ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย ว่ากล่าวตักเตือน และลงโทษภาคทัณฑ์ ข้าราชการตำรวจ 6 นาย ดังนี้:

  • ให้ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย: พ.ต.ท.พิเชษฐไชย หนูผุด, พ.ต.ท.จตุพลพัฒช์ ปุณยมนตรี, พ.ต.ท.อเสก สีแก้วเขียว และ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน
  • ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน: พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์ (หัวหน้าสถานีตำรวจ) โดยให้เหตุผลว่าบกพร่องต่อหน้าที่ แต่มีเหตุลดหย่อนผ่อนโทษ เนื่องจากมีภารกิจมากและไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัยมาก่อน (ส่วน พ.ต.ท.พิเชษฐไชย เสียชีวิตไปแล้ว)
  • ลงโทษภาคทัณฑ์: ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ (รอง สว. สอบสวน สภ.หาดใหญ่) เนื่องจากบกพร่องต่อหน้าที่

 

โดยการพิจารณาลงโทษดังกล่าวอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 124, 179 และ 180 ประกอบกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจ

The post จเรตำรวจฯ ชี้ชุดสอบสวนคดีเว็บพนัน สส.ชนนพัฒฐ์ บกพร่อง เร่งรีบ-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก.สงขลา สั่งยุติ-แค่ว่ากล่าวตักเตือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนวนคดี สส.พรรคกล้าธรรมมีช่องโหว่ อัยการสูงสุดสั่งสอบ ตร. เพิ่ม 8 ประเด็น หาหลักฐานเชื่อมโยง ‘เจ้าของเว็บไซต์-นายจ้าง’ พนันออนไลน์ https://thestandard.co/mp-linked-online-gambling-case/ Fri, 07 Nov 2025 05:32:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1140641 สำนวนคดี สส.พรรคกล้าธรรมมีช่องโหว่ อัยการสูงสุดสั่งสอบ ตร. เพิ่ม 8 ประเด็น หาหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าของเว็บไซต์-นายจ้าง พนันออนไลน์

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้าคดีของ […]

The post สำนวนคดี สส.พรรคกล้าธรรมมีช่องโหว่ อัยการสูงสุดสั่งสอบ ตร. เพิ่ม 8 ประเด็น หาหลักฐานเชื่อมโยง ‘เจ้าของเว็บไซต์-นายจ้าง’ พนันออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนวนคดี สส.พรรคกล้าธรรมมีช่องโหว่ อัยการสูงสุดสั่งสอบ ตร. เพิ่ม 8 ประเด็น หาหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าของเว็บไซต์-นายจ้าง พนันออนไลน์

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้าคดีของ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวกรวม 2 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

 

โดยคดีดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 โดยงอุมา ทองรอด อธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด (ปฏิบัติราชการแทน อสส. ในขณะนั้น) ได้มีหนังสือแจ้งกลับไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อชี้ขาดความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองราย

 

ตามหนังสือชี้ขาดความเห็นแย้ง อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า การสอบสวนยังไม่สิ้นกระแสความ จึงได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดใน 8 ประเด็นสำคัญ ดังนี้:

 

1. สอบสวนพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ:
ให้สอบสวน พันตำรวจตรี ชัยกฤต จันหา ผู้กล่าวหา และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นาย คือ พันตำรวจตรี นวพล ลื่อดิลกวัฒนา, พันตำรวจตรี ประชิต ทิพมณี และ พันตำรวจตรี วัธนดิศ ธนกุลนันท์ ในประเด็นวิธีการจัดให้มีการเล่นการพนันโดยละเอียด และวิธีการที่ผู้ต้องหาทั้งสองกับพวกนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จในคดีนี้อย่างไร ตลอดจนให้ส่งผลการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมตัวที่คอนโด ดิ แอททรีบิวท์ ในคดีอาญาที่ 791/2565 และ 792/2565 ของ สภ.หาดใหญ่ พร้อมพยานเอกสารประกอบ

 

2. สอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง:
ให้สอบสวนกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ประกอบด้วย สิทธิกร, ภัทรศักดิ์, ทิพย์สุดา, อนิรุธ และ พัฒน์ฐา เป็นพยานให้ได้ความโดยละเอียดตามรูปคดี

 

3. สอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบข้อมูล:
ให้สอบสวน พันตำรวจตรี วัธนดิศ ธนกุลนันท์ สส.กชช.ทว/จนท.ศปอส.ตร. ชุดที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ทำการตรวจสอบข้อมูลการสนทนาในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาที่ 1 ให้ได้ความโดยละเอียดตามรูปคดี

 

4. ตรวจสอบบันทึกคำให้การซัดทอด:
ให้ตรวจสอบว่าผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ 791/2565 และ 792/2565 ที่ถูกจับกุมตัว ได้ให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไว้หรือไม่ ว่าผู้ต้องหาที่ 1 เป็นเจ้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์และนายจ้าง ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้จัดการ ตามที่ปรากฏในคำให้การของ พ.ต.ต.นวพล หรือไม่ หากมีให้ส่งรวมสำนวนเพื่อประกอบการพิจารณา

 

5. ตรวจสอบกรรมสิทธิ์สถานที่เกิดเหตุ:
ให้สอบสวนว่า บ้านที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา และคอนโด เป็นของบุคคลใด และมีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้งสองอย่างไร รวมถึงให้สอบสวนเจ้าของกรรมสิทธิ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่า พร้อมส่งเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์และสัญญาเช่าประกอบการพิจารณา

 

6. ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน (i2):
ให้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากทุกบัญชีธนาคาร เพื่อให้ได้ความเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินระหว่างผู้ต้องหาที่ 1, 2 และบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด แล้วนำข้อมูลเข้าโปรแกรม ไอทู (i2) เพื่อเชื่อมโยงธุรกรรมทางการเงิน

 

7. ตรวจสอบผลคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง:
ให้ตรวจสอบผลการดำเนินคดีของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ 791/2565 และ 792/2565 หากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ให้คัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาที่เจ้าหน้าที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้องรวมสำนวนเพื่อประกอบการพิจารณา

 

8. ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา:
ให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบประวัติและผลคดีของผู้ต้องหาที่ 1 และส่งผลการตรวจสอบรวมสำนวนเพื่อประกอบการพิจารณาอัยการสูงสุดจึงส่งสำนวนคดีอาญาดังกล่าวคืนให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อดำเนินการตามคำสั่ง และส่งสำนวนพร้อมผลการสอบสวนเพิ่มเติมกลับมาเพื่อพิจารณาชี้ขาดต่อไป

 

มีรายงานว่าชุดทำคดีได้ตั้งข้อสังเกตุว่า ประเด็นที่ อสส. สั่งสอบสวนเพิ่มเติมนั้น อาจสื่อให้เห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการรวบรวมเอกสารที่ควรมีในสำนวน เช่น คำซัดทอดของผู้ต้องหาอื่น ๆ ที่ฝ่ายสืบสวนได้ทำไว้ แต่ไม่ได้ส่งเข้าในสำนวน ซึ่งหากการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วเสร็จ และอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง คดีก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยเร็ว

 

อ้างอิงภาพ : เฟซบุ๊ก ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.กฤต

The post สำนวนคดี สส.พรรคกล้าธรรมมีช่องโหว่ อัยการสูงสุดสั่งสอบ ตร. เพิ่ม 8 ประเด็น หาหลักฐานเชื่อมโยง ‘เจ้าของเว็บไซต์-นายจ้าง’ พนันออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. เร่งสกัด ‘เงินเทา’ สั่งแบงก์เข้มตรวจสอบข้อมูลลูกค้า สอดส่อง ‘บัญชีพนัน-สแกมเมอร์’ https://thestandard.co/bot-fights-illicit-funds-scams/ Tue, 04 Nov 2025 09:18:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1139641 ธปท.เร่งสกัด ‘เงินเทา’ สั่ง แบงก์เข้มตรวจสอบข้อมูลลูกค้า สอดส่อง ‘บัญชีพนัน-สแกมเมอร์’

ธปท. ยกระดับมาตรการสกัดเงินเทาให้เข้มข้นขึ้น ทั้งติดตาม […]

The post ธปท. เร่งสกัด ‘เงินเทา’ สั่งแบงก์เข้มตรวจสอบข้อมูลลูกค้า สอดส่อง ‘บัญชีพนัน-สแกมเมอร์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท.เร่งสกัด ‘เงินเทา’ สั่ง แบงก์เข้มตรวจสอบข้อมูลลูกค้า สอดส่อง ‘บัญชีพนัน-สแกมเมอร์’

ธปท. ยกระดับมาตรการสกัดเงินเทาให้เข้มข้นขึ้น ทั้งติดตามเส้นทางการรับโอนเงินต้องสงสัย และคุมเข้มผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้การกำกับทุกราย รวม e-Wallet สั่งแบงก์เข้ม CDD สอดส่อง ‘บัญชีพนัน-สแกมเมอร์’

 

(4 พฤศจิกายน) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศยกระดับกระบวนการติดตามและตรวจสอบธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ให้เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันและเร่งแก้ไขปัญหาทุนเทา รวมทั้งสกัดกั้นการใช้ระบบการเงินในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ได้แก่

 

(1) ยกระดับการติดตามและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence) ซึ่งรวมถึงการให้ธนาคารพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยในการรับหรือโอนเงินจากบัญชีเงินฝาก อาทิ บัญชีที่ใช้ในการพนันออนไลน์ บัญชีที่ถูกใช้โดย scammer

 

พร้อมรายงานความผิดปกติให้ ธปท. ทราบ โดย ธปท. จะพิจารณาปรับปรุง/ออกคำสั่งและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการให้ชัดเจนขึ้น และช่วยสนับสนุนภารกิจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในระยะต่อไป

 

(2) ยกระดับการกำกับดูแลและตรวจสอบผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึง Authorized Money Transfer Agent, Authorized Money Changer, ผู้ให้บริการ e-Wallet และการตรวจสอบธุรกรรมทองคำที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้อย่างครอบคลุม ทันต่อรูปแบบภัยทุจริตทางการเงินที่ปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ธปท. ยังได้เร่งผลักดันการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ในการป้องกันหรือจำกัดธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ให้ได้ผลในวงกว้างและรวดเร็วขึ้นต่อไป

The post ธปท. เร่งสกัด ‘เงินเทา’ สั่งแบงก์เข้มตรวจสอบข้อมูลลูกค้า สอดส่อง ‘บัญชีพนัน-สแกมเมอร์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนัน G2G69BET เงินสะพัดร้อยล้าน รวบนักมวยดังดีกรีแชมป์พร้อมเครือข่าย 8 ราย https://thestandard.co/champion-boxer-gambling-bust/ Tue, 28 Oct 2025 05:07:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1136434 ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนัน G2G69BET เงินสะพัดร้อยล้าน รวบนักมวยดังดีกรีแชมป์พร้อมเครือข่าย 8 ราย

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญ […]

The post ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนัน G2G69BET เงินสะพัดร้อยล้าน รวบนักมวยดังดีกรีแชมป์พร้อมเครือข่าย 8 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนัน G2G69BET เงินสะพัดร้อยล้าน รวบนักมวยดังดีกรีแชมป์พร้อมเครือข่าย 8 ราย

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.2) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

 

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นักมวยชื่อดัง ดีกรีแชมป์เวทีใหญ่และยอดมวยหลายสถาบัน ที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารเว็บไซต์

 

การทลายเครือข่ายในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.5) ได้สืบสวนติดตามเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่าย G2G69BET และพบข้อมูลเส้นทางการเงินที่น่าสนใจ โดยมีเส้นเงินจำนวนมหาศาลเชื่อมโยงไปยังผู้บริหารเว็บไซต์รายหนึ่ง ซึ่งพบว่าเป็นนักมวยชื่อดัง

 

หลังการรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้สำเร็จ พ.ต.อ.อุกฤช ศรีนิติวรวงศ์ ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวฯ สอท.5 จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 9 จุด ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดลำพูน

 

ผลการปฏิบัติการ มีดังนี้:

 

  • พื้นที่จังหวัดชลบุรี: สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย โดยมี วีระพงษ์ (นักมวยชื่อดัง) อายุ 28 ปี ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารเว็บไซต์/ผู้รับผลประโยชน์ และผู้ต้องหาอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นแอดมิน, คนกดเงินสด และเจ้าของบัญชีม้า ทั้งบัญชีรับและบัญชีจ่าย

 

ของกลางที่สำคัญ: บัตรเอทีเอ็ม 15 ใบ, โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม และคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์

 

  • พื้นที่จังหวัดลำพูน: สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นารีรักษ์ อายุ 30 ปี และ เนรมิต อายุ 23 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินเว็บไซต์ดังกล่าว รวมถึงเว็บพนันอื่น ๆ อีกหลายเว็บไซต์

 

ของกลางที่สำคัญ: โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่ม และคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์สื่อสาร

 

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาต และผู้ต้องหาในพื้นที่ชลบุรีถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เพิ่มเติม

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ รวมถึงเส้นทางการเงินและเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

The post ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนัน G2G69BET เงินสะพัดร้อยล้าน รวบนักมวยดังดีกรีแชมป์พร้อมเครือข่าย 8 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>