พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 Nov 2023 08:25:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ตู่ ภพธร-สตาร์ ศรัณย์ลภัส โคจรมาเจอกันครั้งแรกในหนังรักเรื่องใหม่ See You Again 8 ธ.ค. นี้ ทาง MONOMAX https://thestandard.co/see-you-again-monomax/ Thu, 30 Nov 2023 08:25:46 +0000 https://thestandard.co/?p=871927

“รัก พราก จาก ลา เพื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง”   See Y […]

The post ตู่ ภพธร-สตาร์ ศรัณย์ลภัส โคจรมาเจอกันครั้งแรกในหนังรักเรื่องใหม่ See You Again 8 ธ.ค. นี้ ทาง MONOMAX appeared first on THE STANDARD.

]]>

“รัก พราก จาก ลา เพื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง”

 

See You Again ขอเจอเธออีกสักครั้ง ภาพยนตร์โรแมนติกส่งท้ายปีภายใต้การกำกับของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง จาก Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ (2550), Happy Birthday (2551) และ นาคี 2 (2561) ที่จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของสองคู่รักที่ต้องแยกจาก แต่กลับได้มาเจอกันอีกครั้งผ่านการ ‘กลับชาติมาเกิดใหม่’ โดยภาพยนตร์มีกำหนดฉาย 8 ธันวาคมนี้ ทาง MONOMAX 

 

 

See You Again ขอเจอเธออีกสักครั้ง ว่าด้วยเรื่องราวของ ไท (ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ) ที่สูญเสีย วี (ขิม-จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์) ภรรยา ไปจากอาการป่วย เขาจึงต้องใช้ชีวิตต่อโดยที่ไม่อาจลืมคนรักเก่าได้ 

 

วันเวลาผ่านไป วันใหม่ (สตาร์-ศรัณย์ลภัส คำพา) ลูกสาวของสองเพื่อนสนิทอย่าง ชิน (แก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล) และ เพลิน (เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน) ที่ไทคอยช่วยดูแลมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง ก่อนที่ไทจะเริ่มสังเกตเห็นว่าวันใหม่มีหลายอย่างที่คล้ายกับวีจนน่าประหลาดใจ เรื่องราวความรักบริสุทธิ์ที่ดูเป็นไปไม่ได้จึงเริ่มต้นขึ้น 

 

 

นอกจากชื่อของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ภาพยนตร์ยังได้ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ และ Happy Birthday มารับหน้าที่เขียนบท พร้อมด้วย บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง มานั่งแท่นผู้จัด และดูแลการผลิตโดยบริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

 

เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือที่น่าจับตามอง นำโดย ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ, ขิม-จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์, สตาร์-ศรัณย์ลภัส คำพา, แก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล, เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน, น้าโย่ง-พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา, บีม-บุณยกร รัตนอำนวยชัย, กันต์-กันต์ชนุตม์ เก่งการค้า และ ด.ญ.แสนดี หิรัญสถิตย์พร

 

 

ผู้กำกับ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เล่าถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นอีกหนึ่งผลงานที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความรักที่บริสุทธิ์กับความรักต่างวัย เป็นหนังแนวโรแมนติกอีกเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วจะยิ้ม บางครั้งความรักที่สูญเสียไปอาจจะหวนกลับมาอีกครั้งก็ได้ แต่ถ้าเรามีความรักที่ให้กันทุกอย่างก็จบ สำหรับตู่เป็นตัวแทนผู้ชายอบอุ่นที่ละมุนมาก ส่วนน้องสตาร์เป็นนางเอกใหม่ที่ทุ่มเทตั้งใจทำงานและพร้อมที่จะพัฒนาฝีมือ ผมขอฝากให้ติดตามกันด้วยนะครับ”

 

 

ด้าน ตู่ ภพธร เล่าถึงบทบาทที่ตัวเองได้รับว่า “ตัวละครไทเป็นคนที่รักแฟนมากๆ บอกเล่าเรื่องราวที่ต้องสูญเสียคนรัก เวลาผ่านมานานแค่ไหนก็ยังนึกถึง ยังเสียใจ และยังมูฟออนไม่ได้ แต่ว่ามีเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตของเขาก็คือวันใหม่ ซึ่งเป็นลูกสาวเพื่อนสนิท เรียกว่ามีเด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิตทำให้ไทมีความสุข ยิ้มได้ ผมคิดว่าเป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องน่าสนใจมากๆ แล้วทุกคนแสดงกันเต็มที่ที่สุด พี่อ๊อฟก็ท็อปฟอร์มเหมือนเดิม ผมฝากผลงานเรื่อง See You Again ขอเจอเธออีกสักครั้ง ด้วยนะครับ”

 

ขณะที่ สตาร์ ศรัณย์ลภัส เล่าว่า “เป็นเรื่องแรกเลยค่ะที่ได้มาแสดง ทำการบ้านเยอะมากค่ะเพื่อรับบทวันใหม่ ต้องร่าเริง สนุกสนาน เด็ดเดี่ยวมั่นคง โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อไท แต่ต่อให้จะพยายามเข้มแข็งสักแค่ไหน วันใหม่ก็เป็นเพียงหญิงสาวที่ร้องไห้ได้และเสียใจเป็น จริงๆ แล้วถ้าจะมองวันใหม่เป็นคนสองมุมก็มองได้ เพราะความผูกพันบางอย่างจึงยากจะอธิบายค่ะ อย่างไรสตาร์ฝากผลงานเรื่องแรกของสตาร์ด้วยนะคะ เต็มที่และพยายามทำให้ออกมาดีที่สุดค่ะ”

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: www.youtube.com/watch?v=K-BdZY1oCnE

 

The post ตู่ ภพธร-สตาร์ ศรัณย์ลภัส โคจรมาเจอกันครั้งแรกในหนังรักเรื่องใหม่ See You Again 8 ธ.ค. นี้ ทาง MONOMAX appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ‘เหยียด’ สู่ ‘นิยม’ มนต์รักหนองผักกะแยง อีกบทพิสูจน์ความปังของพลังอีสานบนหน้าจอทีวีไทย https://thestandard.co/mon-rak-nong-phak-ka-yaeng/ Fri, 04 Jun 2021 09:12:46 +0000 https://thestandard.co/?p=496395 มนต์รักหนองผักกะแยง

เรตติ้งดีวันดีคืนสำหรับ มนต์รักหนองผักกะแยง ละครค่ำทางช […]

The post จาก ‘เหยียด’ สู่ ‘นิยม’ มนต์รักหนองผักกะแยง อีกบทพิสูจน์ความปังของพลังอีสานบนหน้าจอทีวีไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มนต์รักหนองผักกะแยง

เรตติ้งดีวันดีคืนสำหรับ มนต์รักหนองผักกะแยง ละครค่ำทางช่อง 3 ที่เปิดตัวไปด้วยเลข 3 และทะยานขึ้นสู่หลัก 4 เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในอีพีล่าสุดมียอดผู้ชมผ่านทางออนไลน์ถึง 2.9 แสนคน และติดอันดับ 2 เทรนด์ทวิตเตอร์ในช่วงที่ละครออกอากาศ ทำให้ละครค่ำช่อง 3 แตะฝั่งฝันเป็นเรื่องแรกในครึ่งปีแรกของปี 2564

 

ถ้าให้ลองวิเคราะห์ความสำเร็จของละครเรื่องนี้ก็น่าจะมาจากการเป็นละครเบาสมองในภาวะที่ผู้คนเครียดมามากพอแล้วจากสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งภาพท้องทุ่งเขียวๆ ก็ช่วยบรรเทาความโหยหาธรรมชาติในช่วงกักตัวของคนเมืองไปได้บ้าง ทำให้ละครเรื่องนี้คว้าเรตติ้งไปสูงถึง 6.91 ในกรุงเทพฯ และ 5.15 ในหัวเมืองใหญ่ แม้บทโทรทัศน์จะไม่ได้ซับซ้อน แต่ข้อดีคือการพูดถึงปัญหาการ ‘เหยียด’ ความเป็นอีสานแบบคนในอย่างตรงไปตรงมา ผ่านตัวละคร ธรากร หรือ บักเขียว (ณเดชน์ คูกิมิยะ) เด็กเรียนดี กีฬาเด่น จากหนุ่มจากบ้านหนองกะแยง แต่พอย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯ เขียวกลายเป็นไอ้บ้านนอก ไอ้ลาว เด็กอีสานพูดไทยไม่ชัด เป็นตัวตลกในโรงเรียน จนเขียวคิดโทษว่าเป็นความผิดยายที่เป็นคนอีสาน และไม่คิดกลับไปบ้านหนองกะแยงอีก แต่เพราะชีวิตที่ล้มเหลวในเมืองหลวง ทำให้เขาต้องกลับไปบ้านเกิด กลายเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในละคร

 

มนต์รักหนองผักกะแยง

 

ภาพจำของความเป็นอีสานสำหรับคนเมืองคือความแห้งแล้ง กันดาร และความเป็นอื่นจากการที่เคยเป็นพื้นที่อาณานิคมชาวลาวของสยามจนเกิดการด้อยค่าวัฒนธรรม คนอีสานมักถูกมองว่าตลก ใสซื่อ ยากจน ไร้การพัฒนา เป็นแรงงานอพยพ ซึ่งสื่อบันเทิงเองก็มักผลิตชุดความคิดนี้ผ่านตัวละครคาแรกเตอร์ซ้ำๆ ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้อีสานพัฒนาไปไกลมากแล้วก็ตาม 

 

การเคลื่อนย้ายของแรงงานอีสานไปยังภูมิภาคต่างๆ ทำให้วัฒนธรรมอีสานค่อยๆ ซึมซาบไปทุกพื้นที่ จนเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แมสที่สุด เมื่อเทียบกับวัฒนธรรมของภูมิภาคอื่นๆ อีกทั้งประชากรชาวอีสานคือประชากรกลุ่มใหญ่ ทำให้ความบันเทิงแบบ ‘อีสาน’ เป็นที่ยอมรับในวงกว้างแบบคนทั่งประเทศดูรู้เรื่อง ฟังเข้าใจ อย่างที่เราได้ชมหนังและละครเป็นภาษาอีสานแทบทั้งเรื่อง ในขณะที่ภาษาถิ่นของภาคอื่นๆ อาจจะทำไม่ได้แบบนี้ 

 

มนต์รักหนองผักกะแยง

มนต์รักหนองผักกะแยง

 

ปี 2561 เรียกว่าเป็นปีทองของหนังอีสาน จากความสำเร็จของหนังเรื่อง ไทบ้าน เดอะซีรีส์ หนังตลกเบาสมองฉายภาพความเป็นอีสานยุคใหม่ที่ ‘โดนใจ’ ลูกอีสานและลามไปถึงคนในภูมิภาคอื่นๆ จนกลายเป็นสร้างภาคต่อเป็นจักรวาลไทบ้านในปีต่อๆ มา ตามมาด้วย ฮักแพง ผู้สาวขาเลาะ เดอะอินดี้มูฟวี่ และ นาคี 2 ซึ่งเรื่องหลังนี้ทำรายได้ถึง 400 ล้านบาทในยุคที่อุตสาหกรรมหนังไทยซบเซา ในขณะหน้าจอทีวี ละครอีสานทำสถิติกระตุกเรตติ้งได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น คุณชายตำระเบิด ทางช่อง 7 ละครสูตรสำเร็จเล่าเรื่องพ่อค้าส้มตำถูกหวย ความแปลกแยกเมื่อย้ายเข้ามาสู่เมืองใหญ่ และการกลับไปใช้ชีวิตพอเพียงในที่สุด ส่วนช่อง One31 ก็มี มงกุฎดอกหญ้า เรื่องราวการสู้ชีวิตในเมืองหลวงสอดแทรกเพลงอีสานจากนักร้องชื่อดังและนางฟ้าลำแคน ที่ว่าด้วยเรื่องดราม่าผ่านวัฒนธรรมบันเทิงพื้นบ้านของอีสาน และ สูตรรักแซ่บอีหลี เรื่องรักกุ๊กกิ๊กระหว่างการต่อสู้กอบกู้ธุรกิจน้ำปลาร้า ในขณะที่ช่อง 3 บทบาทของนางเอกคาแรกเตอร์อีสานจากละครเรื่อง สาวใช้คนใหม่ เทพธิดาปลาร้า และ สะใภ้เจ้าสัว ก็คว้าเรตติ้งระดับโอเคนัมเบอร์วันกู้หน้าให้กับทางสถานีมาได้ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งละครอีสานของทุกช่องออกมาในแนวตัวละครอันเดอร์ด็อกแทบทั้งสิ้น 

 

มนต์รักหนองผักกะแยง

 

กลับมาที่ มนต์รักหนองผักกะแยง ผู้เขียนชื่นชมในแง่ของรายละเอียดที่สอดแทรกวัฒนธรรมอีสานอย่างการส่ายข้าว (การแผ่ข้าวเหนียวหลังนึ่งเสร็จใหม่ๆ) งานบุญผะเหวด งานบุญซำฮะ หรือ บุญเบิกบ้าน ฯลฯ รวมทั้งการเลือกนักแสดงที่มีสายเลือดอีสานจริงๆ ทำให้บทสนทนา ‘เข้าปาก’ มีศัพท์อีสานสายลึกอย่างกะด้อกะเดี้ย (มากเกินไป ออกหน้าออกตา) ซิแตกหรือซะแตก (แดก) ตาลิโตน (น่าสงสาร) ฯลฯ ทำให้เรารู้จักความเป็นอีสานลึกกว่าที่เคย และเพิ่มอรรถรสความสมจริง ซึ่งเป็นแนวถนัดของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจาก รอยไหม คุณชายรัชชานนท์ นาคี และ รากนครา 

 

มนต์รักหนองผักกะแยง

 

ในเรื่องผู้กำกับยังสร้างบรรยากาศความอบอุ่นในครอบครัวผ่านฉากการรวมตัวทำกิจกรรมในบ้านนอกเหนือจากการกินข้าว อย่างฉากการปอกผลไม้แบ่งกันกินแล้วเมาท์เรื่องชาวบ้านซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในละครทีวียุคปัจจุบัน รวมถึงฉากความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน ทำให้หนองกะแยงเป็นเหมือนดินแดนยูโทเปียอีสานไปโดยปริยาย จุดนี้น่าจะตรงความตั้งใจของผู้กำกับที่อยากย้ำประเด็นที่ดีที่สุดคือ ‘บ้านของเรา’

 

อย่างไรก็ดีผู้เขียนคิดว่าภาพที่ดีเกินไปทำให้เป็นการ Romanticize (ทำให้เย้ายวนใจ) สังคมชนบท ซึ่งปัจจุบันปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว 

 

มนต์รักหนองผักกะแยง

มนต์รักหนองผักกะแยง

 

ถ้าลองเทียบบรรยากาศหมู่บ้านอีสานร่วมสมัยต้องยกให้ภาพยนตร์เรื่อง ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ที่แม้จะอยู่ในสังคมเกษตรกรรม แต่เทคโนโลยีและการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ค่อยๆ สอดแทรกและผสมกลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนโดยที่ก็ไม่ละทิ้งค่านิยมแบบเก่าๆ ลงไป ผู้เขียนค่อนข้างสะดุดแนวคิดของชมพู่ (โบว์-เมลดา สุศรี) ที่ปฏิเสธการเปิดคาเฟ่ของบักเขียวที่ไร่แบ่งฝันปันรัก ทั้งๆ ที่ธุรกิจนี้มันน่าจะไปได้ดีกับเกษตรอินทรีย์ด้วยซ้ำ เพราะเชื่อว่าธุรกิจที่แปลกใหม่ ความเจริญ เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัฒนธรรมท้องถิ่นเสมอไป

 

โดยรวมแล้ว มนต์รักหนองผักกะแยง คือละครที่ดูสนุก ผ่อนคลาย และชุบชูใจความเป็นอีสานได้ดี ส่วนตอนจบจะทำให้เราได้เห็นความเป็นอีสานในรูปแบบใหม่ได้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post จาก ‘เหยียด’ สู่ ‘นิยม’ มนต์รักหนองผักกะแยง อีกบทพิสูจน์ความปังของพลังอีสานบนหน้าจอทีวีไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั๊ก บงกช หวนคืนจอช่อง 3 ในรอบ 15 ปีกับละคร ‘ลายกินรี’ กำกับโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ https://thestandard.co/lai-kinnaree/ Fri, 20 Sep 2019 11:40:26 +0000 https://thestandard.co/?p=289056 ลายกินรี

ถ้า กรงกรรม คือละครเขย่าจอที่สุดของช่อง 3 เมื่อต้นปีที่ […]

The post ตั๊ก บงกช หวนคืนจอช่อง 3 ในรอบ 15 ปีกับละคร ‘ลายกินรี’ กำกับโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลายกินรี

ถ้า กรงกรรม คือละครเขย่าจอที่สุดของช่อง 3 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปีหน้าฟ้าใหม่เราอาจจะเห็นปรากฏการณ์นี้อีกครั้งจากละครของค่ายแอคอาร์ต ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตของโปรดักชันและเข้มข้นกับบทอย่างมาก และ ลายกินรี คือละครเรื่องต่อไปที่จะได้ชมจากค่ายนี้ โดยเป็นการหยิบเอาวรรณกรรมพีเรียดสืบสวนสอบสวนมาดัดแปลงเป็นละคร

 

ลายกินรี คือนิยายจากผู้แต่งอย่าง พงศกร หรือนายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ ที่ใส่เอาความชอบส่วนตัวในเรื่องผ้าลงไปในวรรณกรรมของเขาทุกๆ เรื่อง และถูกหยิบขึ้นมาดัดแปลงเป็นละครเรื่อยๆ ตั้งแต่ กี่เพ้า, สาปภูษา, กลกิโมโน, ลูกไม้ลายสนธยา และละครเรื่องนี้คือการหยิบเอานิยายที่ตีพิมพ์ในปี 2560 มาขึ้นจอ โดยเป็นเรื่องราวที่ย้อนไปในยุคกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมและการสืบสวนสอบสวนระหว่างชาวบ้านและฝรั่งอั้งม้อที่เข้ามามีบทบาทในกรุงศรีอยุธยาช่วงนั้น โดยตัวละครหลักที่ต้องมาตามสืบเรื่องราวประหนึ่งโคนันคือ แม่หญิงพุดซ้อน รับบทโดย ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาแสดงกับคู่ขวัญของเธอ ณเดชน์ คูกิมิยะ ร่วมด้วยนักแสดงสมทบมากมายทั้ง นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, เดียร์น่า ฟลีโป, ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล และเดวิด อัศวนนท์

 

หนึ่งความน่าสนใจในละครเรื่องนี้คือการจีบหนึ่งในนักแสดงสาวคนเก่งของวงการบันเทิงไทยอย่าง ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล ให้กลับมาเล่นละครอีกครั้งในรอบ 8 ปี นับจากการไปปรากฏตัวในละครเรื่อง สาวน้อย เมื่อปี 2554 และเป็นการหวนสู่จอช่อง 3 อีกครั้งในรอบ 15 ปี นับแต่ละครเรื่อง รักแผลงฤทธิ์  ประกบ นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช บทบาทที่เธอได้รับก็เป็นบทบาทสำคัญอย่าง เจ้าจอมกินรี เจ้าของผ้าที่มีเงื่อนงำให้พวกเราต้องไปร่วมค้นหาคำตอบกัน และเหนือสิ่งอื่นใด เราคิดถึงการแสดงสุดจัดจ้านของเธออย่างมาก

 

ลายกินรี อยู่ภายใต้การดูแลของค่ายแอคอาร์ต โดย อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่ตอนนี้สุขภาพของเขากลับมาเข้าที่เข้าทางจนพร้อมลุยงานอีกครั้ง และยังนั่งแท่นผู้กำกับเองอีกด้วย โดย ลายกินรี มีแผนจะออกอากาศในปี 2563 ทางช่อง 3 ที่คิดว่าจะเป็นอีกหมัดเด็ดที่น่าจะฮุกคนดูได้

 

ลายกินรี

ลายกินรี

 

ภาพ: Act Art Generation 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ตั๊ก บงกช หวนคืนจอช่อง 3 ในรอบ 15 ปีกับละคร ‘ลายกินรี’ กำกับโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ผัวชนบทกับลูกสะใภ้ชั้นต่ำ ทำไม ‘กรงกรรม’ จึงเป็นละครที่น่าดูที่สุดในชั่วโมงนี้ https://thestandard.co/krongkram/ https://thestandard.co/krongkram/#respond Wed, 27 Feb 2019 09:10:03 +0000 https://thestandard.co/?p=210218

นับเป็นโปรเจกต์ละครเรื่องหนึ่งที่เราตั้งตารอคอยชมที่สุด […]

The post แม่ผัวชนบทกับลูกสะใภ้ชั้นต่ำ ทำไม ‘กรงกรรม’ จึงเป็นละครที่น่าดูที่สุดในชั่วโมงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นโปรเจกต์ละครเรื่องหนึ่งที่เราตั้งตารอคอยชมที่สุดตั้งแต่เปิดกล้อง และล่าสุดเพิ่งจะออกอากาศเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) เป็นตอนแรกกับเรื่อง กรงกรรม ผลงานการกำกับล่าสุดของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง โดยมี อู๋-ธนากร โปษยานนท์ มารับไม้กำกับต่อในช่วงที่พงษ์พัฒน์รักษาอาการป่วย

 

เหตุผลที่ต้องตั้งตารอคอยไม่ใช่แค่ละครเรื่องนี้เป็นการหวนกลับสู่จอทีวีอีกครั้งของ ใหม่ เจริญปุระ หรือการที่ เบลล่า-ราณี แคมเปน สลัดภาพแม่หญิงการะเกดมารับบทเป็นกะหรี่กร้านโลก แต่ความน่าดูของละครเรื่องนี้คือการหยิบจับเอานิยายที่สร้างภาพชีวิตชนบทในยุค 60s มอบประสบการณ์ร่วมของสังคมไทยในยุคหนึ่งให้ออกมามีชีวิตและเลือดเนื้ออย่างน่าสนใจ

 

 

กรงกรรม คือบทประพันธ์ดั้งเดิมที่มาจากชื่อเดียวกันโดยนักเขียนผู้ใช้นามปากกาว่า ‘จุฬามณี’ หรือนิพนธ์ เที่ยงธรรม และเขาเองก็มีผลงานสร้างชื่ออยู่มากมายจากอีกสองนามปากกาคือ เฟื่องนคร และชอนตะวัน งานเขียนของเขาถูกนำมาเป็นละครโทรทัศน์อยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องที่แจ้งเกิดเขาเข้าสู่วงการวรรณกรรมนั้นคือ ชิงชัง ถึงแม้จะเป็นงานเขียนเล่มแรกของเขา แต่เรื่องราวย้อนยุคและความเข้มข้นของความสัมพันธ์ในครอบครัวชนบทพาให้งานเขียนของเขาติด 1 ใน 20 ผู้เข้ารอบสุดท้ายของทมยันตี อะวอร์ด และได้รับการตีพิมพ์เป็นเล่มในปี 2551 แถมบทประพันธ์นี้ได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตเป็นละครโดยค่ายเอ็กแซ็กท์ และออกอากาศทางช่อง 5 ในปี 2552

 

ย้อยและแย้ม สองศรีพี่น้องจากบ้านหนองนมวัว

 

นอกเหนือจาก ชิงชัง แล้ว อีกเรื่องที่นิพนธ์เขียนไว้คือ สุดแค้นแสนรัก เมื่อปี 2553 ที่มีตัวละคร ‘อีแย้ม’ ในตำนาน ที่เมื่อนำมาดัดแปลงเป็นละครในปี 2558 ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ในชั่วข้ามคืนถึงเรื่องราวความสนุก ความเคียดแค้นของครอบครัวที่ไม่ถูกกัน ภายใต้บรรยากาศที่มีท้องทุ่งของอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพื้นหลัง ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องราวอันเข้มข้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดในงานเขียนของนิพนธ์คือการมอบบรรยากาศบ้านทุ่งและชนบทแก่ผู้อ่านอย่างไม่ตื้นเขิน นำเสนอความสัมพันธ์แบบบ้านใกล้เรือนเคียง อำนาจท้องถิ่น วิถีชีวิต ความสัมพันธ์ของคนรักและครอบครัวได้ออกมาอย่างน้ำเน่า ถูกใจทั้งผู้อ่านและผู้ชม นับเป็นข้อดีของผู้เขียนที่ทำได้อย่างถึงพริกถึงขิง ซึ่งแน่นอนว่าคุณน่าจะยังไม่ลืมความสวยซ่อนร้ายของ 4 สาวพี่น้องใน ชิงชัง หรือฉากอีแย้มบุกงานศพของอัมพรที่ทำเอาผู้ชมแทบตกเก้าอี้ในความรุนแรงของอารมณ์

 

การมาถึงของ กรงกรรม คืออีกหนึ่งงานเขียนที่น่าสนใจของนิพนธ์ ซึ่งเป็นเรื่องราวในจักรวาลเดียวกันของเรื่อง สุดแค้นแสนรัก กล่าวคือเป็นเรื่องราวภาคก่อน สุดแค้นแสนรัก ราว 5 ปี คือในช่วงปี 2510 โดยตัวละครหลักที่ชื่อ ‘ย้อย’ มีศักดิ์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแย้ม ซึ่งรับบทโดย ใหม่ เจริญปุระ เธอแต่งงานออกเรือนกับตระกูลคนจีนและย้ายจากหนองนมวัวมาใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นชุมชนตลาดริมน้ำขนาดใหญ่ในสมัยนั้น

 

โดย กรงกรรม เป็นการเล่าเรื่องที่ว่าด้วยกรรมของตัวละครต่างๆ ที่พานพบกัน นำมาสู่โศกนาฏกรรมและการสูญเสียผ่านผู้คนในตระกูลแบ้ เจ้าของธุรกิจค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอที่มีลูกชาย 4 คน โดยย้อยทำหน้าที่เป็นแม่ที่คอยบงการชีวิตลูกๆ ทุกอย่างเพื่อหวังให้พวกเขามีชีวิตที่ดี แต่การปรากฏตัวของ ‘เรณู’ คือจุดพลิกผันของเรื่องราวที่ทำให้พวกเขาต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน เกิดเป็นเรื่องราวทั้งหมดที่ตามมาในกรงแห่งกรรมที่ขังพวกเขาไว้

 

 

สิ่งหนึ่งที่เราอยากชมมากที่สุดคือการหวนคืนสู่จอโทรทัศน์ในรอบ 16 ปีของใหม่ ซึ่งเธอเองก็ห่างหายจากการแสดงไปพักใหญ่ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ใหม่กะหม่ำ โดนกะโดน เมื่อปี 2554 ใหม่นับเป็นนักร้องและนักแสดงที่ความสามารถรอบด้าน ฝีมือการแสดงของเธอไม่เป็นรองใคร และบทนี้ก็ท้าทายความสามารถของเธอมากในการที่จะต้องมารับบทผู้หญิงที่มีลูกชาย 4 คนที่มุทะลุ ขี้โวยวาย และรักศักดิ์ศรีของตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด และตัวละครอีกตัวที่ต้องมาต่อกรกับย้อยอยู่ตลอดเรื่องนั่นคือ เบลล่า-ราณี แคมเปน ในบท ‘เรณู’ สาวขายบริการที่ตกหลุมรักกับ อาใช้ (รับบทโดย เพ็ชร-ฐกฤต ตวันพงค์) ลูกชายคนโตของย้อย

 

 

หลังจากออกอากาศตอนแรก เราพบว่าการดำเนินเรื่องนั้นรวดเร็วฉับไวแบบที่ไม่ต้องกลัวว่าคนดูจะเบื่อหรือลุ้นอะไร เพียงแต่มีการตัดภาพแฟลชแบ็กเล่าเรื่องเพื่อความสมบูรณ์ที่เรารู้สึกว่าบ่อยมากไปหน่อยจนคุณอาจจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

ส่วนการแสดงของนักแสดงทุกคนก็นับว่าทำการบ้านกันมาอย่างหนัก โดยเฉพาะใหม่ ที่เราเชื่อเหลือเกินว่าเธอตั้งใจเล่นบทนี้อย่างมากจนโดดเด่นออกมา แต่อาจต้องรอดูไปอีกหลายๆ ตอนก่อนว่าคาแรกเตอร์นี้ของย้อยจะพาเธอไปได้ไกลกว่านี้อีกหรือไม่ เพราะในช่วงแรกเรากลับพบว่าการแสดงของใหม่นั้นค่อนข้างไม่มีจุดผ่อนหนักผ่อนเบา ซัดอินเนอร์ อารมณ์ และภาษากายออกมาอย่างเต็มที่ในทุกๆ ฉาก ซึ่งต้องคอยชมกันต่อไป ส่วนเบลล่า เราพบว่านี่เป็นอีกขั้นการแสดงที่ดีของเธอที่สามารถแสดงอารมณ์อันรวดร้าวผ่านแววตาที่เข้มแข็งและอ่อนแออยู่ในทีได้ยอดเยี่ยม และเราอยากเชียร์ตัวละครนี้ต่อไปนานๆ

 

เรื่องบทต้องขอปรบมือให้ผู้เขียนอย่าง ยิ่งยศ ปัญญา มือเขียนบทโทรทัศน์แถวหน้าของวงการที่สามารถสร้างประเด็นเล็กๆ น้อยๆ เก็บรายละเอียดตัวละครได้ค่อนข้างยอดเยี่ยม และในเมื่อเป็นละครของค่ายอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เรื่องหนึ่งที่คุณเชื่อขนมกินได้เลยก็คือโปรดักชันและงานภาพที่สวยงาม ทำให้บรรยากาศของเรื่องนั้นโดดเด่นขึ้นมา

 

นอกจากนี้การย้อนกลับไปสำรวจสังคมยุค 60s ของไทย และสถานที่ที่มักจะไม่ค่อยปรากฏให้เรารับรู้การมีอยู่ของมันอย่าง ฐานทัพตาคลี ฐานทัพของกองทัพสหรัฐอเมริกาในสมัยสงครามเวียดนามที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในเรื่องก็เป็นอีกแง่มุมเล็กๆ ในประวัติศาสตร์ที่เราไม่เคยรู้ โดยตาคลีนั้นเป็นบ้านเกิดและที่อยู่เดิมของเรณู สถานที่ที่เธอเคยทำงานขายบริการในบาร์ให้กับฝรั่ง มีฉากหลังคล้ายๆ กับตัวละครอย่าง ‘บุญรอด’ ที่มีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกัน (แต่บุญรอดอยู่อู่ตะเภา)

 

 

แน่นอนว่าในยุคนั้นไม่มีใครยอมรับผู้หญิงอย่างเรณูได้ หากให้พูดถึงเรื่องความเสื่อมเกียรติของงานบริการหรือการเป็นผู้หญิงชั้นเลวที่ไม่บริสุทธ์ล้วนนับเป็นเรื่องที่ ‘รับไม่ได้’ ของคนในยุคก่อน ฉะนั้นการที่ย้อยไม่ยินยอมรับหญิงโสเภณีอย่างเรณูเป็นลูกสะใภ้ได้ผลิตซ้ำเรื่องราวชวนหัวของความสัมพันธ์ ‘แม่ผัว-ลูกสะใภ้’ และละครยังแสดงให้เห็นความคิดเรื่อง ‘ชนชั้นทางสังคม’ ออกมาตั้งแต่ในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งงานกับคนที่เหมาะสมทางฐานะที่จะพบว่าย้อยนั้นแคร์หน้าตาทางสังคมมากกว่าอะไรดี หรือการเดียดฉันท์ความเป็นอื่นที่ไม่เหมาะสมตามครรลอง เมื่อเพียงรู้ว่าเรณูมาจากตาคลีและแต่งตัวผิดแผกจากผู้หญิงทั่วไปก็ถูกตีราคาว่าเป็นคนชั้นต่ำอย่างทันทีทันใด

 

 

อีกเรื่องหนึ่งที่เรากล่าวไปข้างต้นว่าเป็นจุดเด่นของเรื่องราวที่จุฬามณีเขียนคือการสร้างบรรยากาศชนบทของประเทศไทยในอดีตให้ออกมาธรรมชาติและจริงใจที่สุด เราได้เห็นมิติของสังคมชนบทที่ชัดเจน ทั้งการที่มีประชากรจำนวนไม่มาก ทุกคนรู้จักและไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ หรือการที่ตัวละครหลักจะเกิดอาการหน้าบางเวลามีใครพูดถึงพวกเขา ซึ่งนั่นหมายถึงพลังของการซุบซิบนินทาที่เกิดขึ้นในสังคมมาแต่ไหนแต่ไร เราจะเห็นจากการที่ตัวละครอย่าง ป้าขายกล้วยทอด (รับบทโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) มีอำนาจมากพอในการขยายเรื่องเล่าบางเรื่องให้ไปสู่ในวงกว้าง แถมเธอยังมีสิทธิ์บิดเบือนหรือเสริมแต่งให้เรื่องราวเป็นอย่างไรก็ได้เพื่อกระจายออกไปสู่วงกว้าง

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราคงต้องมารอชมกันอย่างยาวๆ ว่า กรงกรรม จะครองใจผู้ชมได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่มีมาตรฐานมากพอที่จะได้รับคำชื่นชมคืองานสร้างและการแสดงที่เอ่อล้นออกมาให้เห็นล้วนเป็นงานที่ละเมียดละไม ตั้งใจ และไม่ดูถูกผู้ชมอย่างแท้จริง

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post แม่ผัวชนบทกับลูกสะใภ้ชั้นต่ำ ทำไม ‘กรงกรรม’ จึงเป็นละครที่น่าดูที่สุดในชั่วโมงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/krongkram/feed/ 0
แนะนำละครไทยน่าดูประจำปี 2562 ครบครันที่สุด ทุกค่าย ทุกช่อง! https://thestandard.co/thai-drama-2562/ https://thestandard.co/thai-drama-2562/#respond Thu, 24 Jan 2019 12:10:35 +0000 https://thestandard.co/?p=185726

THE STANDARD POP รวบรวมโปรเจกต์ละครไทยปี 2562 มาให้คุณไ […]

The post แนะนำละครไทยน่าดูประจำปี 2562 ครบครันที่สุด ทุกค่าย ทุกช่อง! appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD POP รวบรวมโปรเจกต์ละครไทยปี 2562 มาให้คุณได้ติดตามกัน ครบทุกช่อง ทุกค่าย และต่างมีความน่าสนใจที่หลากหลาย ทั้งพาเหรด ‘นักแสดงอิสระ’ ที่ต่างรับงานหลากหลายช่อง เพิ่มมิติใหม่ๆ ให้กับวงการอย่างน่าสนใจ หรือรวมไปถึงการลุยละครของค่าย Change 2561 ของ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ที่หยิบยกเอาบทประพันธ์ชั้นครูมากมายมานำเสนอ แถมยังโผล่ไปอยู่เกือบทุกช่อง! รวมไปถึงอีกสิ่งน่าสนใจคือการเข้ามาลุยตลาดละครอย่างเต็มตัวของช่อง PPTV ที่พร้อมสู้ศึกกับช่องใหญ่ๆ อย่างไม่หวั่นเกรง

 

ช่อง 3 งัดไม้เด็ด ส่งละครพีเรียดกู้เรตติ้ง

เริ่มต้นกันที่ช่อง 3 หลังจากที่ครองตำแหน่งเจ้าของช่องที่มีละครเรตติ้งสูงสุดของปีเมื่อปีที่แล้วอย่าง บุพเพสันนิวาส ก็ดูยังไม่มีวี่แววว่าละครเรื่องไหนจะทำผลงานให้เรตติ้งช่องกระเตื้องขึ้นมาได้อีก โดยเฉพาะละครล็อตแรกของปีที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นจากละครดองค้างปีค้างชาติ บ่วงนฤมิต ที่เรตติ้งต่ำจนน่าใจหาย ไม่รู้เพราะตัวละครที่ดองไว้จนเก่า หรือกระแสสังคมในกรณีของนางเอกสาว แมท ภีรนีย์ ที่ส่งผลกระทบกับละครขนาดนี้

 

Photo: Instagram @verasalon

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรายังเอาใจช่วยเธอในไม้เด็ดของช่อง 3 ปีนี้อย่าง ลิขิตรักข้ามดวงดาว ละครฟอร์มดีที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากซีรีส์เกาหลียอดฮิต You Who Came From the Stars ประกบคู่ครั้งแรกกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ และที่เราอยากชมเป็นพิเศษ เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับจริงๆ คือ ภีรนีย์เป็นผู้หญิงที่รับบทคอเมดี้ได้ถึงกึ๋น ดูจากบทก่อนๆ ของเธออย่างบท ‘ลูกจัน’ ใน รักนี้…เจ้จัดให้ (2557) ที่เธอทำได้ยอดเยี่ยม แต่เราต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าจะได้ฉายเมื่อไร เพราะว่าหนึ่งในนักแสดงนำอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ละครเรื่องนี้เลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การถ่ายทำละครเรื่องนี้ก็ยังดำเนินไปอย่างปกติ โดยมีการอัปเดตภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวของผู้กำกับ ใหม่-ภวัต พนังคศิริ

 

นอกจากนี้ในช่วงต้นปีเรายังจะได้ชม ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง การกลับสู่หน้าจออีกครั้งของ มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ห่างหายไปเกือบ 2 ปีเต็มนับจากบท ‘หลาวเปิง’ ใน บ่วงบรรจถรณ์ เวอร์ชันรีเมกที่เงียบกริบเมื่อปี 2560 ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้คือ การพลิกแพลงความโมเดิร์นของตัวละคร ยัดเข้าไปในฉากหลังยุคอยุธยาที่น่าสนใจ ทั้งยังอาจจะเจริญรอยตาม ‘พี่มากโมเดล’ ที่มีแก๊งอยุธยาคิวต์บอยมาเป็นจุดขาย จะออกหัวออกก้อยเราก็ไม่รู้

 

 

หมัดเด็ดที่สุดของช่อง 3 ปีนี้เราขอยกให้ 2 เรื่องที่น่าดูชมที่สุด เริ่มจาก กรงกรรม ละครพีเรียดจากค่ายแอคอาร์ตของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่ว่าด้วยเรื่องของการเวียนว่ายของกรรมที่ทำต่อกันไว้ของตัวละครจำนวน ‘เยอะมาก’ แต่ความน่าสนใจคือ การกลับมาเล่นละครอีกครั้งกับช่อง 3 ของ ใหม่ เจริญปุระ ในรอบ 29 ปี กับบท ‘ย้อย’ ตัวดำเนินเรื่องหลักที่ต้องฟาดฟันกับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ที่พร้อมพลิกบทบาทเป็นโสเภณีร้ายๆ ครั้งแรก และเชื่อว่าเธอจะสลัดภาพแม่หญิงการะเกดออกไปได้จนหมด และสำหรับประเด็นอาการป่วยของผู้กำกับ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ในช่วงหนึ่งที่ส่งผลให้เขาต้องพักรักษาตัวและไม่สามารถมานั่งแท่นผู้กำกับต่อได้ ละครเรื่องนี้จึงได้ อู๋-ธนากร โปษยานนท์ มาช่วยกำกับในอีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือของเรื่อง

 

Photo: Instagram @noproblemfg

 

อีกหมัดเด็ดของช่อง 3 ที่น่าดูเหลือเกินคือ กลิ่นกาสะลอง ละครพีเรียดข้ามยุคข้ามเวลาของ ญาญ่า อุรัสยา และ เจมส์ มาร์ ความน่าสนใจคือ การได้ สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับลูกหม้อของช่องวัน 31 มาลองเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ให้กับช่อง 3 นับเป็นการเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งของสันต์เองที่เคยกำกับละคร ฟ้าเพียงดิน ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกในชีวิตของเขาให้กับวิกพระราม 4 เมื่อปี 2544 และที่เราบอกว่าละครเรื่องนี้คือหมัดเด็ดก็เพราะ ญาญ่า อุรัสยาจะเติบโตขึ้นไปอีกด้วยบทสาวเหนือ ‘ซ้องปีป’ แฝดร้ายสุดขั้วของนางเอก ซึ่งเราอยากเห็นนางเอกสาวคนนี้ในบทแบบนี้มานานแล้ว

 

ก้าวต่อไปของช่องวัน คือละครรีเมกเกือบทั้งหมด!

ปีที่แล้วต้องยกให้เป็นปีที่ช่องวันเร่งเครื่องเหยียบมิดไมล์เพื่อจะได้ต่อสู้กับคู่แข่งช่องใหญ่ๆ และแน่นอนว่าพวกเขาทำได้แล้ว ทั้งการมาถึงของ เมีย 2018, พรหมไม่ได้ลิขิต, เรือนเบญจพิษ และ เลือดข้นคนจาง ละครช่วงใหม่ที่กวาดสายตาคนในออนไลน์ไปอย่างท่วมท้น และในปีนี้ต้องบอกว่าพวกเขามีโปรเจกต์มากมายหลากหลายแนวให้เราได้ชมแรงกระเพื่อมใหม่ๆ ของละครไทย

 

ภาพจากละคร หน้ากากแก้ว

 

เริ่มต้นจากละครที่คาบเกี่ยวมาจากปีที่แล้ว หน้ากากแก้ว ที่เรตติ้งกระเตื้องไปพร้อมๆ กับความสนุกและชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่พลิกแพลงไปมาอย่างน่าติดตาม พร้อมทั้งการแสดงของ ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ที่สะใจเหลือเกิน เหลืออีกเพียงไม่กี่ตอน ละครก็จะจบแล้ว เราขอยืนยันตรงนี้ว่า แนท อนิพรณ์ ไม่สามารถทำให้เราติดตามเธอไปตลอดรอดฝั่งได้ ด้วยความด้อยประสบการณ์ของเธอในช่วงแรกๆ ของละคร เธอจึงไม่ได้นำพาผู้ชมเข้าถึงตัวละครใดๆ เลย แต่อย่างน้อยๆ ในช่วงหลังที่ตัวละครของ ‘ลูกแก้ว’ ฟื้นขึ้นมาแล้ว เธอจะตีตื้นการแสดงขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ เราคอยเอาใจช่วยอยู่

 

หน้าปกหนังสือ ใบไม้ที่ปลิดปลิว และ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ขณะกำลังฟิตติ้งบท ‘นิรา’

 

Photo: Instagram @djpchod

 

โปรเจกต์หนึ่งที่ฮือฮาอย่างมาก หลังจากฟิตติ้งกันไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือการหยิบเอาบทประพันธ์สุดดราม่าของ ทมยันตี เรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว มาทำเป็นละคร โดยเป็นครั้งแรกที่ค่าย Change 2561 ของ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา จะป้อนละครให้ช่องวัน ละครว่าด้วยเรื่องราวความรักช้ำๆ ของ ‘นิรา’ ผู้หญิงข้ามเพศคนหนึ่งที่มีต่ออาแท้ๆ ของเธอ บทหนักๆ นี้จะได้ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มานำแสดง ซึ่งเธอต้องใช้แสนยานุภาพทางการแสดงอย่างมากในการรับบทเป็นผู้หญิงข้ามเพศ แน่นอนว่าท้าทายตัวเธอ และคาดหวังว่าจะส่งให้เธอยืนหนึ่งบนเวทีรางวัลต้นปีหน้าได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีชื่อของ เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน รับหน้าที่เขียนบทโทรทัศน์อีกด้วย รวมถึงการกลับมารับเล่นละครอีกครั้งของ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี ในรอบ 11 ปี!

 

 

ล็อตต่อไปของละครช่องวัน 31 คุณจะได้ชม ทะเลริษยา ละครเก่าจากปี พ.ศ. 2549 ที่ได้ อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล รับบท ‘ภาวิณี’ ที่เป็นบทเดิมของ นก-สินจัย เปล่งพานิช พร้อมโปรยขายของกันสุดฤทธิ์ว่าเป็นบทบาทที่ร้ายกาจที่สุดของเธอ แน่นอนว่าฝีมือการแสดงเธอไปไกลมากๆ แล้วคงไม่ร้ายอ่อนแรงเหมือนตอนเรื่อง อาทิตย์ชิงดวง หรอก นอกจากนี้ยังเป็นการร่วมงานกันในละครยาวครั้งแรกของพิยดาและ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง หลังจากร่วมชายคา บางรักซอย 9 และ ซอย 9/1 กันมากว่า 10 ปี ส่วนอีกเรื่องคือ รักไม่ลืม ที่ได้ โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัว ประกบกับ มิลลี่-คามิลลา กิตติวัฒน์ กับเรื่องราวความรักของคนความจำเสื่อม หลงๆ ลืมๆ เจือด้วยความบู๊แอ็กชันตามล่าห้ำหั่นที่น่าจะเข้าสูตรฮิตได้ไม่ยาก

 

ภาพจากละคร หัวใจศิลา

 

ช่องวันปีนี้ยังมีละครรีเมกอีกเพียบ ทั้งการที่ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร จะมาพิสูจน์พลังทางการแสดงของเขาใน หัวใจศิลา ละครเก่าที่เคยออกฉายเมื่อ 12 ปีก่อน โดยธนภพจะมารับบท ‘ศิลา’ บทเดิมที่ บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เคยแสดงไว้ ความน่าสนใจที่สุดของละครเรื่องนี้นอกเหนือจากบทพระเอกแล้ว ยังเป็นการประชันฝีมือของสองสาวนักแสดงที่โคจรมาเจอกันครั้งแรกบนจออย่าง นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ฟาดพลังถลึงตากันจอแตกแน่นอน!

 

ภาพจากละคร หีบหลอนซ่อนวิญญาณ

 

ปีนี้ช่องวัน 31 ยังส่ง หีบหลอนซ่อนวิญญาณ โดยมี เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบทผีเอื้องจันทร์ ผีตัวหลักของเรื่อง พร้อมยังเป็นการกระโดดข้ามช่องครั้งแรกของสองสาว กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล และ นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล ที่จะมาเสริมให้ละครแข็งแรงขึ้นอีกด้วย, ฤกษ์สังหาร นิยายขึ้นหิ้งอีกเรื่องของวรรณวรรธน์ ที่แฟนๆ รอคอยกันมาเนิ่นนานว่าเมื่อไรจะมีคนหยิบนิยายเรื่องนี้มาทำละครสักที จนในที่สุดก็ตกไปอยู่ในมือของผู้กำกับอย่าง สันต์ ศรีแก้วหล่อ (เลือดขัตติยา, พิษสวาท, ล่า) ที่มั่นใจได้เลยว่าจะต้องออกมาน่าสนใจ โดยตัวนิยายเองที่เป็นเรื่องราวเชิงการเมืองและไสยศาสตร์น่าจะถูกใจคนดูไม่น้อย โดยตอนนี้วางตัว ฌอห์ณ จินดาโชติ รับบทนำ, ภูตพิศวาส การกลับมาอีกครั้งของภูตสาวผีดิบที่กัดคอดูดเลือดเป็นอาหาร น่าสนใจตรงที่เป็นการนำเอาสองนักแสดงดาวรุ่งของช่องวัน ทั้ง ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ และ ใบเฟิร์น-อัญชสา มงคลสมัย มาแสดงร่วมกัน ซึ่งถ้าเกิดฮิตเปรี้ยงปร้างขึ้นมา ว่าที่พระ-นางแถวหน้าคนใหม่คงไม่พ้นสองคนนี้แน่นอน เพราะด้วยฝีมือทางการแสดงแล้ว พวกเขาไม่แพ้ใครแน่นอน, แก้วขนเหล็ก อีกโปรเจกต์ที่ได้พระเอกอย่าง โอม-อัชชา นามปาน กระโดดจากช่อง 3 มารับบทนำในเรื่องประกบกับ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ และ ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ ที่เป็นการร่วมงานกับช่องนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน

 

ช่อง 7 มุ่งหาคนเมืองกระเตื้องเรตติ้ง

ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณปีนี้เรายังจะได้เห็นก้าวใหม่ๆ จากละครช่องนี้อย่างแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่ามีละครหลายๆ เรื่องที่ช่องตั้งใจขายกลุ่มคนเมืองมากขึ้น ทั้งยังจะได้เห็นผลงานของนักแสดงหน้าใหม่ๆ ที่พร้อมชิมลางโชว์ฝีมือทางการแสดงให้คุณได้ชม และเราภาวนาให้ละครช่อง 7 สีได้มีบทบาทเข้าชิงรางวัลของละครให้มากขึ้นในปีนี้

 

 

โปรเจกต์ที่น่าสนใจที่สุดคือการหวนกลับมาบ้านเดิมของ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ที่เธอจะกลับมาโชว์ศักยภาพทางการแสดงใน เพลิงเสน่หา ละครพีเรียดย้อนยุคที่เธอจะมาประชันการแสดงกับ เคลลี่ ธนะพัฒน์ และ เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี นับเป็นความเซอร์ไพรส์ที่แฟนๆ รอคอย หลังจากเธอวนเวียนไปฝากผลงานเยี่ยมๆ ระดับมาสเตอร์พีซไว้ในช่องอื่นๆ มาแล้ว ทั้ง ‘อีลำยอง’ ใน ทองเนื้อเก้า และ ‘คุณอุบล’ ใน พิษสวาท และนี่เป็นการกลับหวนสู่จอเจ็ดสีในรอบ 8 ปี นับจากละครเรื่อง เส้นตายสลายโสด ที่เป็นละครเรื่องสุดท้ายของเธอกับวิกหมอชิต

 

ส่วนอีกสาวเบอร์ต้นของช่องอย่าง มิน พีชญา ก็พร้อมแสดงความสามารถของเธออย่างเต็มที่ใน สองนรี ละครเก่าที่ แอน ทองประสม เคยแสดงไว้เมื่อปี 2542 และพีชญาจะมารับบท ‘ปณิธี’ สาวสองร่างสุดแซ่บ ประกบคู่กับสองหนุ่ม ธันวา สุริยจักร และเกรท สพล การันตีความละเมียดละไมในโปรเจกต์นี้ด้วยค่ายพอดีคำ

 

Photo: Instagram @sammycowelll

 

นอกจากนี้เรายังจะได้ชมละครรีเมกอีกเรื่องที่น่าดูสุดๆ อย่าง หลงเงาจันทร์ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ถนนโล่งในตอนจบมาแล้วจากเวอร์ชันเก่าในปี 2549 ส่วนเวอร์ชันล่าสุดนี้บทของ ‘พิมพ์’ สาวอ่อนแอผู้น่าสงสารตกเป็นของ แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่ไม่รู้ว่าเวอร์ชันนี้เธอจะพูดไดอะล็อก ‘พิมพ์ไม่สู้’ ได้น่าสงสารจนเรียกคะแนนจากผู้ชมได้มากแค่ไหน

 

ภาพจากละคร เมียน้อย (บน) และ ก่อนอรุณจะรุ่ง (ล่าง)

 

GMM 25 ยังเน้นละครประเด็นแรง

ฟากบ้าน GMM 25 ปีนี้นอกจากจะมีซีรีส์ของ GMMTV รอจ่อคิวฉายมากมายแล้ว ดูเหมือนว่าละครของช่องนี้ก็จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปอีก ทั้งในเรื่องเนื้อหาที่ยังคงมีละครให้ ‘ตัวละครหญิง’ ได้แสดงพลังงานและอำนาจทางเพศของตัวเองกันออกมา โดยเฉพาะสองเรื่องแรกของล็อตประเดิมต้นปี ทั้ง เมียน้อย บทประพันธ์ของ ทมยันตี ซึ่งในเรื่องนี้น่าจะเป็นการเติบโตทางการแสดงของ มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ที่เธอจะต้องก้าวผ่านการเป็นนักแสดงหญิงหน้าใส กร้านโลกขึ้นด้วยบทที่หนักหน่วง แถมยังได้ประกบกับนักแสดงระดับฝีมืออีกมากมาย ฉะนั้นเราควรจับตาดูเธอเอาไว้ให้ดี

 

ส่วนอีกเรื่องอย่าง ก่อนอรุณจะรุ่ง ที่จุดขายหลักๆ ของเรื่องที่การประพันธ์บทเองครั้งแรกของ อาจารย์ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ที่ฝากผลงานการเขียนบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยมมาแล้วหลายเรื่อง ทั้ง ดอกส้มสีทอง, ทรายสีเพลิง, ดอกโศก และ บุพเพสันนิวาส และกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่อาจารย์ศัลยาพล็อตเรื่องขึ้นมา ว่าด้วยเรื่องของ ‘อรุณฉาย’ เด็กสาวที่ถูกพ่อตัวเองข่มขืน และหลังจากนั้นคือการสำรวจชีวิตของเธอและครอบครัวที่ต้องฝ่าฟันโศกนาฏกรรมนี้ไปให้ได้ นอกเหนือจากบทที่เชื่อขนมกินได้ว่าต้องยอดเยี่ยม เรายังคิดถึงการแสดงของ กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน ที่หวนกลับมาแสดงละครดราม่าจัดๆ อีกครั้งหนึ่ง

 

GMM 25 ยังมีผลงานจากค่าย Change 2561 ของพี่ฉอด สายทิพย์ รอลงจอฉายอีกเพียบ ทั้ง นางมาร ซึ่งคงต้องนับว่าเป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของค่ายนี้ที่หยิบเอาบทประพันธ์ของ เพไนย เพียงศูนย์ ที่เคยนำมาทำเป็นละครเมื่อ 17 ปีก่อน โดยในเวอร์ชันใหม่นี้ได้ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ, รัดเกล้า อามระดิษ, ใหม่ สุคนธวา และ กระติ๊บ ชวัลกร มาร่วมสังคายนาเรื่องราวของความแค้นข้ามโลกข้ามภพ ซึ่งมีผู้กำกับมากฝีมืออย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กุมบังเหียนขับเคลื่อนความแซ่บนี้

 

 

รวมไปถึงละครที่เคยดังถึงขีดสุดมาแล้วในอดีต ทั้ง ตกกระไดหัวใจพลอยโจน นำมารีเมกใหม่ พา ‘คุณนายเต่าร้อง’ บทเก่าที่น่ารักเหลือเกินของ แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยนักแสดงสาว ยิปโซ-อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ ประกบคู่กับ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ในบทนายอำเภอชาติ ที่ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี เคยแสดงไว้

 

ส่วนอีกเรื่องที่ GMM 25 นำมารีเมกเช่นกันนั่นคือ รักนี้หัวใจเราจอง ละครเก่าเมื่อปี 2550 ที่ได้ เคน ธีรเดช ประกบคู่กับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ โดยในเวอร์ชันใหม่นี้บท ‘นายถั่วพู’ ตกเป็นของ โทนี่ รากแก่น ส่วนบท ‘ราวีน่า’ อยู่ในมือของ แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช ซึ่งเรายังหวั่นใจในพลังงานของชญานิษฐ์ในบทนางเอกเต็มตัว หลังจากที่เธอรับบทนำสำคัญใน ไร้เสน่หา ในปีที่ผ่านมา และเธอยังทำได้ไม่โดดเด่นนัก ฉะนั้นเราจะรอชมการปล่อยของของเธอในเรื่องนี้ เพราะเราเชื่อว่าเธอจะสามารถแบกบทโรแมนติกคอเมดี้เช่นนี้ได้อย่างน่าสนใจ

 

Photo: Instagram @golfanuwatfans

 

ส่วนอีกเรื่องที่เปิดเผยออกมานิดหน่อยคือ เนื้อใน บทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน ที่ยังไม่เคยนำมาทำเป็นละคร และนี่เป็นครั้งแรกที่ตัวละคร ‘ปลี’ จะได้ออกมาโลดแล่นนอกหนังสือ แต่ทีนี้ด้วยเนื้อหาที่รุนแรงว่าด้วยการต่อสู้เชิงอำนาจทางเพศของตัวละคร ไม่รู้ว่าผู้กำกับและทีมเขียนบทจะตีความออกมาเป็นอย่างไรให้ร่วมสมัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรายชื่อนักแสดงที่จะมาร่วมเผยเนื้อในของมนุษย์นั้นน่าสนใจมากๆ! โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ คริส หอวัง, ไอซ์ อภิษฎา, รถเมล์ คะนึงนิจ, ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์ และดิว อริสรา ในเรื่องเดียวกัน คงฟาดฟันพลังหญิงกันอย่างเต็มที่ ส่วนที่แฟนนิยายแอบครวญกันเบาๆ คือ พลังของฝ่ายชายที่ยังไม่แข็งแรงและน่าสนใจมากพอ ทั้ง กอล์ฟ อนุวัฒน์ และ อาร์ต พศุตม์ รอชมตัวอย่างเต็มๆ กันอีกที

 

 

ละครช่อง 8 มาเรื่อยๆ อย่างเรียงๆ

ส่วนช่อง 8 เองก็ยังลุยหน้าละครต่อไป หลังจากที่ สาปกระสือ และ ซิ่นลายหงส์ ทำหน้าที่ในการเป็นละครกู้เรตติ้งช่องได้อย่างยอดเยี่ยม และในปีนี้ช่อง 8 ก็เตรียมส่ง ปมรักสลับหัวใจ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ความแข็งแรงของละครเรื่องนี้คือนักแสดงนำที่น่าสนใจ ทั้ง แอนดริว เกร็กสัน และ เชียร์ ฑิฆัมพร ที่จะมาในเรื่องราวดราม่าโรแมนติกที่แอนดริวจะต้องรับบทฝาแฝดผู้หลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน

 

 

นอกจากนี้ช่อง 8 ยังปล่อย ดงผู้ดี เวอร์ชันรีเมกที่เคยแจ้งเกิด ‘หนูขม’ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน โดยเวอร์ชันล่าสุดนี้ได้ค่ายสามัญการละครของ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง มารับหน้าที่กำกับ และที่สำคัญบทพระเอกของเรื่องอย่าง ‘อาชาติสยาม’ ก็ยังตกเป็นของ สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์ ซึ่งเป็นบทเดียวกันกับเมื่อ 10 ปีที่แล้วนั่นแหละ! ส่วนละคร เพลิงริษยา ก็เป็นอีกเรื่องที่พระเอกตัวสูงชะลูด ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง ข้ามช่องมาเล่นเป็นครั้งแรก ประกบกับ โซฟี่-อัปสรสิริ อินทรคูสิน น้องสาวคนเก่งของ ชิน ชินวุฒิ ที่กระโดดจากบ้านหมอชิตมารับบทร้ายครั้งแรก นอกจากนี้ช่อง 8 ยังจะมีละครของ ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง ที่ข้ามช่องมาแสดงในเรื่อง บุษบาเปื้อนฝุ่น ประกบกับ แซนดี้-ชลิดา กล่ำปาน นางเอกใหม่ของช่อง แถมตัวบทยังมีความเป็นนางเอกสู้ชีวิต น่าจะถูกใจแฟนๆ ละครค่ำได้ไม่น้อย

 

รองเท้านารี และ ภมร สองนิยายที่กำลังจะกลายเป็นละครช่องอมรินทร์ทีวี

 

ก้าวใหม่ของอมรินทร์ทีวีคือละครสองรส

ส่วนช่องที่จะเริ่มลุยตลาดละครอย่างน่าสนใจในปีหน้าก็คงต้องพูดถึงช่องอมรินทร์ทีวี ที่จะเริ่มหันมาจับตลาดละครบ้าง ซึ่งยังคงเป็นผลงานจากบ้าน Change 2561 ของพี่ฉอดอีกเช่นกัน (ขยันจริงๆ) โดยเปิดเผยชื่อละครออกมาแล้วทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่ รองเท้านารี และ สามีสีทอง โดยเรื่องแรกนั้นเป็นนิยายจากบ้านอมรินทร์เอง ซึ่งประพันธ์โดยดาริส อันมีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงโสด 4 คน 4 สไตล์ โดยอุปมาอุปไมยการเลือกคู่ครองของพวกเธอผ่านรองเท้า 4 คู่ เพื่อหาคู่ที่เหมาะสมที่สุด และ 4 สาวที่ว่าจะรับบทโดย โฟร์ ศกลรัตน์, แก้ว จริญญา, ยิปโซ อริย์กันตา และ โฟกัส จีระกุล ซึ่งคาดว่าจะออกอากาศในช่วงเดือนตุลาคม

 

ส่วน สามีสีทอง เป็นการนำเอาบทประพันธ์เรื่อง ภมร ของ กฤษณา อโศกสิน มาตีความใหม่และนำเสนอให้ร่วมสมัย โดยในนิยายนั้นว่าด้วยเรื่องของความไม่สมบูรณ์แบบของครอบครัว 3 ครอบครัวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน และเราจะได้เห็นนักแสดงรุ่นใหญ่มากมายมาปะทะกันอย่างสุดฝีมือ ทั้ง นุสบา ปุณณกันต์, ศรราม เทพพิทักษ์, ลภัสรดา ช่วยเกื้อ, วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์, แคทรียา อิงลิช และ ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช โดยมีคิววางแผนฉายในช่วงกลางปีนี้

 

 

แรงกระเพื่อมใหม่วงการละครไทย

ถ้าคุณคิดว่าละครไทยยังมีความหลากหลายไม่มากพอ ในปีนี้เราขอให้คุณอย่าประมาทช่อง PPTV ที่พร้อมจัดทัพละครมากมายมาให้คุณได้ชมในปีนี้ ซึ่งมีรายชื่อของนักแสดงอิสระมากมายรวมอยู่ในนั้น

 

เริ่มต้นจากการหยิบเอาบทประพันธ์ของ แก้วเก้า ที่ชื่อ กลับไปสู่วันฝัน มาทำเป็นละคร ซึ่งมีความน่าสนใจอย่างมากกับละครแฟนตาซีดราม่า ว่าด้วยเรื่องของ ‘พิมพ์ฉัตร’ สาวใหญ่วัย 50 ปีที่ได้รับโอกาสให้ย้อนวัยกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง และนี่จะเป็นการเลือกบทที่น่าสนใจมากๆ อีกครั้งของ ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ที่จะรับบท ‘พิมพ์ฉัตร’ ร่วมด้วย ออย ธนา, สมาร์ท กฤษฎา, บีม กวี ส่วนอีกเรื่องที่ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนักคือ วุ่นรักนักข่าว การโคจรมาเจอกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการของ นุ่น วรนุช และ แอนดริว เกร็กสัน เป็นผลงานของบ้านทีวีธันเดอร์ที่จะผลิตให้กับช่อง PPTV ในปีนี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ไทย สองพระ-นางคู่นี้จะไม่เคยเจอกันมาก่อน

 

ทางด้านรายชื่อผู้จัดเองก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะละครเรื่อง ปาฏิหาริย์กาลเวลา กับการมานั่งแท่นผู้กำกับของ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ในช่องนี้ เราคงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ อย่างแน่นอน โดยเรื่องราวยังไม่เปิดเผยอะไรมากมาย แต่เราจะได้หนุ่มกอล์ฟ อนุวัฒน์ ประกบกับ รถเมล์ คะนึงนิจ, กวาง วรรณปิยะ และ ไอซ์ ศรัณยู

 

 

รวมไปถึงผลงานของผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ที่ชื่อ ลวง ล่า ฆ่า รัก ละครแนวสืบสวนสอบสวนที่ได้ พิ้งกี้ สาวิกา กลับมารับบทนางเอกเดี่ยวๆ อีกครั้งประกบคู่กับ อาร์ต พศุตม์ และด้วยสายสัมพันธ์อันดีงามระหว่างบ้าน PPTV และกันตนา เราจึงจะได้เห็นอดีตละครเย็นยอดฮิตกลับมารีเมกอีกครั้งอย่าง ธิดาซาตาน กวาดเอาลูกศิษย์ลูกหาจากชายคา The Face Thailand มาแสดงกันเพียบ ทั้ง ฟิลลิปส์ ณัทธนพล (แชมป์ The Face Men Thailand คนแรก) ประกบคู่กับ 4 สาว 4 ธาตุ สกาย มาเรีย, เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์, เจสซี่ กิระนา จากบ้าน The Face และอีกหนึ่งสาวจากบ้าน The Star อย่าง แอปเปิ้ล ลาภิสรา ส่วนอีกเรื่องที่กันตนาจะป้อนให้กับทางช่อง PPTV คือ ฝ่าดงพยัคฆ์ ละครบุกป่าฝ่าดงที่มี แมน ธฤษณุ, น้ำหวาน รักษ์ณภัค และ ติช่า กันติชา นำแสดง นี่เรายังนึกภาพติช่าบุกป่าฝ่าดงจับปืนถือมีดไม่ออกเลยจริงๆ นะ

 

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของละครไทยในปี 2562 นี้ เราต้องมาคอยจับตาดูกันว่าปีนี้เทรนด์ละครไทยที่ได้ทั้งเรตติ้งและกระแสจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหน แต่ความน่าชื่นใจเรื่องหนึ่งคือ การที่เราได้เห็นการเคลื่อนไหวของนักแสดงหลายๆ คนที่เริ่มหันมารับงานอิสระไม่ขึ้นตรงกับช่อง ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ให้กับวงการโทรทัศน์ที่น่าสนใจ

 

ภาพประกอบ : Weerapat L.

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post แนะนำละครไทยน่าดูประจำปี 2562 ครบครันที่สุด ทุกค่าย ทุกช่อง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-drama-2562/feed/ 0
นาคี ๒ สร้างปรากฏการณ์ 4 วันรายได้ทะลุ 218 ล้านบาท! https://thestandard.co/nakee-2-4-days-income-218-million-baht/ https://thestandard.co/nakee-2-4-days-income-218-million-baht/#respond Mon, 22 Oct 2018 13:24:29 +0000 https://thestandard.co/?p=135803

นาคี ๒ กลายเป็นหนึ่งในหนังไทยสร้างปรากฏการณ์ของปีไปแล้ว […]

The post นาคี ๒ สร้างปรากฏการณ์ 4 วันรายได้ทะลุ 218 ล้านบาท! appeared first on THE STANDARD.

]]>

นาคี ๒ กลายเป็นหนึ่งในหนังไทยสร้างปรากฏการณ์ของปีไปแล้ว กวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุตัวเลข 218 ล้านบาท หลังจากเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเพียง 4 วัน นอกจากนี้ นาคี ๒ ยังถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ทำสถิติรายได้เปิดตัวสูงสุด 3 วันแรก (ทั่วประเทศ) ที่ตัวเลข 150 ล้านบาท

 

ปรากฏการณ์ตลอด 4 วันของหนังไทยภาคต่อ ที่สร้างต่อยอดจากละครฮิตของช่อง 3 ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องน่าสนใจให้ศึกษาในแง่การตลาดด้วยเช่นกัน เนื่องเพราะรายได้ส่วนใหญ่ของหนังมาจากผู้ชมในพื้นที่จากต่างจังหวัดเป็นหลัก

 

ขณะที่รายได้เมื่อนับเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ นาคี ๒ ยังขึ้นแท่นเป็นหนังไทยเปิดตัวสูงสุดของปี 2561 ด้วยรายได้สุดสัปดาห์แรกที่ 73.54 ล้านบาท แซงหน้าภาพยนตร์ น้อง.พี่.ที่รัก ที่เคยครองแชมป์ไว้ที่ตัวเลข 66.76 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันปรากฏการณ์ นาคี ๒ ไม่ได้หยุดแค่เฉพาะในเมืองไทย เพราะประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเชื่อและวัฒนธรรมร่วมเกี่ยวกับ ‘พญานาค’ อย่าง สปป.ลาว ซึ่งหนังเข้าฉายพร้อมๆ กับประเทศไทยเอง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน โดยนอกจากเรื่องราวในหนัง ผู้ชมและนักวิจารณ์จำนวนมากยังได้ชื่นชมถึงงาน CG ของเรื่องที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมในระดับคุณภาพ

นาคี ๒ นำแสดงโดยคู่ขวัญของวงการบันเทิงไทยในเวลานี้อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ร่วมด้วย แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค และ ลักขณา อมิตรสูญ และสำคัญที่สุด หนังกำกับโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งทุ่มเทกำกับหนังเรื่องนี้จนกระทั่งล้มป่วยอย่างกะทันหัน ซึ่งผลจากความสำเร็จของผลงานภาพยนตร์ในครั้งนี้ น่าจะทำให้ทั้งผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานยิ้มกว้างที่สุดในเวลานี้  

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post นาคี ๒ สร้างปรากฏการณ์ 4 วันรายได้ทะลุ 218 ล้านบาท! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/nakee-2-4-days-income-218-million-baht/feed/ 0
อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ อาการดีขึ้น พูดคุยกับครอบครัวได้แล้ว ผลซีทีสแกนไม่น่าเป็นห่วง https://thestandard.co/pongpat-wachirabunjong-get-better-after-ischemic-stroke/ https://thestandard.co/pongpat-wachirabunjong-get-better-after-ischemic-stroke/#respond Fri, 17 Aug 2018 12:01:32 +0000 https://thestandard.co/?p=114391

หลังจาก อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดง ผู้กำกับ และศิ […]

The post อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ อาการดีขึ้น พูดคุยกับครอบครัวได้แล้ว ผลซีทีสแกนไม่น่าเป็นห่วง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจาก อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดง ผู้กำกับ และศิลปินร็อกระดับตำนาน มีอาการป่วยแบบกะทันหันขณะที่เจ้าตัวกำลังกำกับละครเรื่อง กรงกรรม เมื่อช่วงสายของวันที่ 16 สิงหาคม 2561 จนต้องส่งตัวไปรักษาด่วนที่ห้องไอซียู โดยแพทย์ระบุภายหลังว่าเกิดจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ จนเป็นเหตุให้ต้องเลื่อนการจัดคอนเสิร์ต ‘OF My Life Concert’ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคมออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลให้กับแฟนเพลง แฟนละคร และเพื่อนร่วมวงการเป็นอย่างมาก

 

ล่าสุดหลังจากรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นเวลา 1 คืน มีข่าวดีออกมาเป็นระยะว่าอาการของยอดผู้กำกับละครวัย 56 ปีดีขึ้นตามลำดับ โดยเริ่มตื่นขึ้นมาพูดคุยกับภรรยาและลูกได้เป็นระยะ

 

กระทั่งในเวลา 12.30 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ทีมแพทย์ได้พาอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เข้าไปทำซีทีสแกนเพื่อตรวจสภาพร่างกายอย่างละเอียด และผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ด้านรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับอาการต้องรอทีมแพทย์แถลงให้ทราบอีกครั้ง

 

ส่วนเรื่องความคืบหน้าการถ่ายทำละครเรื่อง กรงกรรม และภาพยนตร์ นาคี 2 ที่เจ้าตัวเคยรับหน้าที่กำกับไว้ก่อนจะมีอาการป่วย อาร์ม-วิบูลย์ ลีรัตนขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในฐานะเพื่อนสนิทร่วมวงการบันเทิง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่างานทุกอย่างของอ๊อฟสามารถเดินหน้าต่อได้ตามปกติ

 

โดยละครพีเรียด-ดราม่าเรื่อง กรงกรรม ที่นำแสดงโดย เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, เบลล่า-ราณี แคมเปน และใหม่ เจริญปุระ ที่กำลังถ่ายทำอยู่ หลังจากนี้ อู๋-ธนากร โปษยานนท์ นักแสดงมากฝีมือที่ล่าสุดเพิ่งก้าวขึ้นรับงานกำกับละครเรื่องแรกใน เสน่ห์นางงิ้ว (2561) จะเข้ามารับหน้าที่ผู้กำกับแทน

 

ส่วนภาพยนตร์เรื่อง นาคี 2 ซึ่งต่อยอดความสำเร็จมาจากละคร นาคี โดยวางตัวนักแสดงนำระดับซูเปอร์สตาร์ของช่อง 3 อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะหลังจากเปิดกล้องได้พักใหญ่และกำลังอยู่ในขั้นตอนสร้างสรรค์ด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก ทางบริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และเครือเมเจอร์ จะรับหน้าที่ดูแลเรื่องการเข้าฉาย โดย นาคี 2 มีกำหนดการฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ อาการดีขึ้น พูดคุยกับครอบครัวได้แล้ว ผลซีทีสแกนไม่น่าเป็นห่วง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pongpat-wachirabunjong-get-better-after-ischemic-stroke/feed/ 0
สรุปผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ คว้ารางวัล​ละครยอดเยี่ยม https://thestandard.co/9th-nataraj-awards-announcement/ https://thestandard.co/9th-nataraj-awards-announcement/#respond Sun, 05 Aug 2018 13:22:48 +0000 https://thestandard.co/?p=111893

จบลงแล้วสำหรับการงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 ประจำ […]

The post สรุปผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ คว้ารางวัล​ละครยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>

จบลงแล้วสำหรับการงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 ประจำปี 2560 โดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ รูปแบบของผลการตัดสินรางวัลได้รวบรวมมาจากการลงคะแนนเสียงของบุคลากรคุณภาพด้านวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์เพื่อมอบรางวัลเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานในแวดวงโทรทัศน์ไทย โดยงานในปีนี้จัดขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ช่อง 3HD) THE STANDARD ได้สรุปผลและขอแสดงความยินดีกับเจ้าของรางวัลทุกท่าน

 

รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ต่อ​-ธนภพ ลีรัตนขจร จาก​ Project S The Series ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ GMM25​

 

รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ หมิว​-ลลิตา ปัญโญภาส จากละคร​ ล่า ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ one31

 

รางวัล​ละครยอดเยี่ยม ได้แก่ Project S The Series ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ออกอากาศทางช่อง GMM 25

 

รางวัล​นักแสดง​ดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม​ ได้แก่ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ​ จากละคร รักกันพัลวัน ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ 3

 

รางวัลนักแสดงดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ จากละคร หลงไฟ ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ GMM25

 

รางวัล​นักแสดง​สมทบ​หญิงยอดเยี่ยม​ ได้แก่ มิว​-นิษฐา จิรยั่งยืน จากละคร​ รากนครา ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ 3

 

รางวัล​นักแสดง​สมทบ​ชาย​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ หลุยส์ สก๊อต จากละคร เพลิงบุญ​ ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ 3

 

รางวัล​ทีมนักแสดง​ยอดเยี่ยม​ ​ได้แก่ Project S The Series​ ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ออกอากาศ​ช่อง​ GMM25

 

รางวัล​ละครชุดยอดเยี่ยม​ ได้แก่ Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย ออกอากาศ​ช่อง​ GMM25

 

รางวัล​ผู้กำกับยอดเยี่ยม​ ได้แก่ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง จากละคร​ รากนครา ออกอากาศ​ทาง​ช่อง​ 3

 

รายการข่าวยอดเยี่ยม​ ได้แก่ ไทยรัฐ​นิวส์​โชว์ ออกอากาศทางช่องไทยรัฐทีวี 32

 

ผู้ประกาศ​ข่าวหญิง​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ ​เขมสรณ์​ หนูขาว จากช่องไทยรัฐ​ทีวี 32  

 

ผู้ประกาศ​ข่าวชาย​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ ภาษิต อภิญญาวาท จากช่อง 3  

 

รางวัล​ทอล์กโชว์​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ เจาะ​ใจ​ ออกอากาศทางช่อง 9

 

รางวัล​วาไรตี้​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ MasterChef​ Thailand ออกอากาศทางช่อง​ 7

 

รางวัล​เกมโชว์​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ ปริศนา​ฟ้าแลบ​ ออกอากาศทางช่อง​ Workpoint23

 

รางวัล​พิธีกรยอดเยี่ยม​ ได้แก่ สัญญา​ คุณากร​ จากรายการ​ เจาะใจ​ ออกอากาศทางช่อง 9  

 

รางวัล​บทโทรทัศน์​ยอดเยี่ยม​ ได้แก่ รากนครา​ ออกอากาศทางช่อง​ 3

 

รางวัล​เพลงละครยอดเยี่ยม​ ได้แก่ เพลง​ เสียแรง​ ขับร้องโดย ปาน-ธน​พร​ แวกประยูร จากละคร​ เพลิงบุญ ออกอากาศทางช่อง 3

The post สรุปผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ คว้ารางวัล​ละครยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/9th-nataraj-awards-announcement/feed/ 0