พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พงศ์เกษม-สัตยาประเสริฐ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 01 Mar 2022 11:21:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ครั้งแรก ยิ่งลักษณ์ ไลฟ์หลังอยู่ต่างประเทศ 4 ปี บอกห่วงคนไทย เปรียบเหมือนเพลงพี่เบิร์ด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็หนาวถึงคนทางนี้ https://thestandard.co/yingluck-shinawatra-facebook-live-280265/ Tue, 01 Mar 2022 09:23:01 +0000 https://thestandard.co/?p=600476 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

วานนี้ (28 กุมภาพันธ์) ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมน […]

The post ครั้งแรก ยิ่งลักษณ์ ไลฟ์หลังอยู่ต่างประเทศ 4 ปี บอกห่วงคนไทย เปรียบเหมือนเพลงพี่เบิร์ด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็หนาวถึงคนทางนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

วานนี้ (28 กุมภาพันธ์) ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดคุยผ่าน Facebook Live กับ พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ หรือ กาย อดีตผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ และอดีตโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ โดยใช้ชื่อหัวข้อการพูดคุยเป็นแฮชแท็กว่า #เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ซึ่งเป็นการสื่อสารผ่าน Facebook Live ครั้งแรกนับแต่พำนักในต่างประเทศ

 

ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า อาศัยอยู่ต่างประเทศเกือบ 4 ปีแล้ว จึงอยากถามไถ่ความรู้สึกของแฟนคลับและพี่น้องประชาชนซึ่งไม่ได้เจอกันนานว่า เป็นอย่างไรกันบ้าง เป็นที่มาแฮชแท็ก #เป็นอย่างไรกันบ้างคะ 

 

ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า เกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารในประเทศไทยตลอดด้วยความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเรื่องเศรษฐกิจ ราคาสินค้าแพงแต่รายได้ค่าแรงงานประชาชนไม่ขึ้น แล้วยังเจอการระบาดของโควิดมาซ้ำเติม ประชาชนไม่มีทางออก แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะอยู่ไกลและไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ได้แต่ส่งกำลังใจและติดตาม และขอร้องรัฐบาลให้ช่วยประชาชนซึ่งมีความยากลำบากจริงๆ 

 

ส่วนคำถามที่ว่า อยากเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่ ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตอนนี้หมดยุคแล้ว เป็นยุคของรุ่นใหม่ เด็กรุ่นใหม่ก็มีความสามารถเยอะ ส่วนตัวอายุ 50 กว่าแล้ว อย่างไรก็ตาม ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นอยู่กับประชาชน เราจะบอกเองว่าจะเอาใครมาเป็นนายกฯ ไม่ได้ ต้องฟังเสียงประชาชนว่าเขาอยากให้ใครมาบริหารประเทศ 

 

ส่วนตัวไม่ว่าจะอยู่สถานะไหนก็อยากจะช่วยเหลือประชาชนในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศบ้านเกิด มีความรักความผูกพัน แม้ว่าตัวจะต้องอยู่ต่างประเทศ แต่ใจอยู่ประเทศไทยตลอดเวลา 

 

หากไม่เกิดการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า จะสานต่อนโยบายจาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน การทำรถไฟความเร็วสูง การจัดการน้ำ ซึ่งหลังจากเป็นรัฐบาล 2-3 ปีแรก ได้มุ่งแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินและรายได้ของประชาชนแล้ว การเป็นรัฐบาลปีที่ 3-4 ได้คิดถึงการวางอนาคตข้างหน้า คือวางยุทธศาสตร์จังหวัด สร้างความแตกต่างแต่ละจังหวัด เพื่อกระจายความเจริญจากเมืองหลวงไปยังภูมิภาคต่างๆ ให้เกิดความเท่าเทียมกัน เป็นเรื่องที่พยายามทำอยู่แต่ไม่มีโอกาสได้สานต่อ และนโยบายบางนโยบายที่ริเริ่มก็ถูกยกเลิกไป เช่น แท็บเล็ตพีซี ได้ติดตามข่าวแล้วไม่อยากเห็นข่าวนักศึกษาฆ่าตัวตายเพราะกลุ้มใจเรื่องการเรียนออนไลน์ ถ้าได้แจกแท็บเล็ตพีซีก็คงมีการใช้ต่อเนื่องอยู่แล้ว วันนี้มี Work from Home มี Learn from Home ก็คงจะพร้อม 

 

ส่วนการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหญิงคนแรก และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ยากอยู่แล้ว เพราะตอนนั้นมาบริหารบ้านเมืองในช่วงเกิดความขัดแย้ง และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีเยอะ ซึ่งต้องสานต่อการแก้ปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ และทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน เผชิญกับความคาดหวังต่างๆ อย่างมาก 

 

ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งลำบากกว่า เพราะบางทีคนไม่ได้มองความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ว่ามาทำงานจากความตั้งใจจริง แต่ไปมองว่าเพศหญิงทำไม่ได้ อ่อนแอ ฉะนั้น เราต้องอดทน ต้องทำงานหนักเป็น 2 เท่า เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำได้ เราอดทน ความเป็นผู้หญิงไม่ได้ทำให้งานจะลดน้อยถอยลงไป โดยเฉพาะการเป็นรัฐมนตรีกลาโหมหญิงก็ท้าทายมาก ต้องทำงานกับเหล่าทัพ มีความหนักใจเพราะภาษาทหารจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง การสั่งงานต้องใช้ข้อกฎหมาย เพราะถ้าสั่งตรงๆ ก็คงไม่ทำ เขามองว่าบางส่วนเราไม่มีอำนาจ แล้วเขาต้องทำในหน้าที่ของเขา ฉะนั้น เราต้องใช้กฎหมาย ไปนั่งประชุมสภากลาโหม วางนโยบายตรงนั้น จึงจะเป็นไปตามกฎที่ถูกต้อง ถ้าโทรไปบอกก็คงไม่ได้ เขาไม่ปฏิบัติตาม 

 

เมื่อถามว่า ถ้าเจอหน้า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคุยกันได้หรือไม่ ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ต้องถามว่า พล.อ. ประยุทธ์ เจอหน้ายิ่งลักษณ์ยังคุยกันได้อยู่หรือเปล่า 

 

ยิ่งลักษณ์ยังกล่าวถึง บริการการแพทย์ฉุกเฉิน (UCEP) ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยที่เป็นรัฐบาลว่า ก่อนเป็นนายกฯ ได้ไปเยี่ยมชาวบ้านตามโรงพยาบาล เห็นว่ามีปัญหากรณีฉุกเฉินไม่สามารถเบิกประกันได้ อาจเสียชีวิตระหว่างรอว่าจะเบิกประกันได้หรือไม่ จึงต่อยอดจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ดูแลรักษาเรื่องสุขภาพ โดยต่อยอดมาที่เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต 

 

พอได้เป็นรัฐบาล จึงมีบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ป่วยที่ไหนไปรักษาได้ทุกโรงพยาบาล ฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมง เอกชนก็ต้องรับแล้วค่อยมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายทีหลัง แล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่เขามีประกันสุขภาพ หรือมีประกัน 30 บาทรักษาทุกโรค สิ่งสำคัญคือต้องช่วยชีวิตให้รอดจากวิกฤตก่อน 

 

ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องดูแลประชาชน ต้องคำนวณค่าครองชีพที่สูงขึ้น จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้แรงงานซึ่งมีรายได้น้อย ไม่มีสายป่านพยุงตัวเอง มีเพียงพอแก่การยังชีพ รัฐจะเพิ่มค่าแรงได้อย่างไร ซึ่งวิธีการที่ถาวรจะต้องทำให้ประเทศมีรายได้ มีนักท่องเที่ยว มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น นักธุรกิจจึงจะมีเงินในการไปขึ้นค่าแรง จะไปผลักให้ขึ้นค่าแรงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำ 2 อย่างควบคู่กันไป

 

ส่วนคำถามว่าด่าใครเป็นหรือไม่ ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เป็นมนุษย์ปุถุชนมีจิตใจ บางทีก็มีโมโห โกรธ แล้วก็เสียใจ แต่ส่วนใหญ่จะไประบายกับคนรอบข้าง เพราะไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจกับเรา เพราะตอนทำงานกับคนหมู่มาก โดยเฉพาะสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องใจเย็น เพราะคนอื่นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทำไมเขาต้องรับรู้กับการอารมณ์เสียของเรา ฉะนั้น ต้องไปคุยระบายกับคนรอบข้าง 

 

ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บางครั้งต้องเดินไปค่อยๆ หายใจลึกๆ นับ 1-10 แล้วค่อยกลับไปคุยใหม่ เพราะถ้าคุยด้วยอารมณ์โกรธ จะไม่ได้งานสักที  

 

ยิ่งลักษณ์ยังได้กล่าวถึงคนรุ่นใหม่กับการเมืองว่า ถ้าสนใจจะเป็นนักการเมืองก็ต้องคุยกันยาว ส่วนความสนใจการเมืองเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจ เห็นอะไรเยอะ ได้รับข้อมูลข่าวสารเยอะ อยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทางที่ดี อยากมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่ออนาคตของเขา เป็นสิ่งที่ดี เราในฐานะผู้ใหญ่ควรรับฟัง การพูดคุยกับเด็กรุ่นใหม่ต่างจากรุ่นเก่า เพราะเขาต้องการเหตุผล ความรู้ความเข้าใจ ฉะนั้น ผู้ใหญ่ต้องให้โอกาสเด็กแลกเปลี่ยนกัน ทำความเข้าใจให้มากที่สุด ต้องเปิดพื้นที่ให้เยาวชน   

 

ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า ไม่ได้อยู่บ้านเกิดมา 4 ปีแล้ว อยากจะบอกเหมือนเพลง เล่าสู่กันฟัง ของ ธงไชย แมคอินไตย์ อยากรู้เรื่องราว ถ้าบ้านเรามีความทุกข์ยากลำบาก ตนเองและพี่ชายก็รู้สึกสะเทือนใจ เป็นห่วง จึงอยากจะบอกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็หนาวถึงคนทางนี้ แม้จะทำอะไรไม่ได้แต่มีความคิดถึงและขอให้กำลังใจ ขอให้ประชาชนอดทน รักษาสุขภาพ จะประสบความสำเร็จเจอสิ่งดี หวังว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก ประชาชนมีรายได้ที่ดี 

 

สำหรับการพูดคุยครั้งนี้ เป็นครั้งแรก ส่วนในอนาคตจะมีอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโอกาสและความเหมาะสม หากประชาชนอยากให้พูดคุยอีกก็สามารถจัดพูดคุยอีกได้

 

นอกจากนั้น ยิ่งลักษณ์บอกด้วยว่า หากมีอะไรแลกเปลี่ยนสามารถคอมเมนต์ใน Facebook ได้ อ่านคอมเมนต์บางครั้งก็ยิ้ม มีความสุข ชื่นใจ และจำได้เวลามีคนคอยคอมเมนต์อย่างรวดเร็วเป็นลำดับต้นๆ เวลาโพสต์แต่ละครั้ง     

The post ครั้งแรก ยิ่งลักษณ์ ไลฟ์หลังอยู่ต่างประเทศ 4 ปี บอกห่วงคนไทย เปรียบเหมือนเพลงพี่เบิร์ด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็หนาวถึงคนทางนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยรักษาชาติ เตรียมประชุมกรรมการบริหารพรุ่งนี้ ส่งฝ่ายกฎหมายยื่น กกต. ขอชี้แจงข้อเท็จจริง https://thestandard.co/thailandelection2562-thai-safe-the-nation-party-12/ https://thestandard.co/thailandelection2562-thai-safe-the-nation-party-12/#respond Tue, 12 Feb 2019 12:44:49 +0000 https://thestandard.co/?p=197220

หลังมีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีม […]

The post ไทยรักษาชาติ เตรียมประชุมกรรมการบริหารพรุ่งนี้ ส่งฝ่ายกฎหมายยื่น กกต. ขอชี้แจงข้อเท็จจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังมีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ล่าสุด กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีการออกมติดังกล่าว เพราะยังอยู่ในระหว่างพิจารณาและจะแจ้งให้ทราบต่อไป

 

ขณะที่ นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติได้แถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งปักหลักรอรายงานข่าวและรอคอยการแสดงท่าทีของพรรคว่า ในวันนี้จะไม่มีการแถลงข่าว และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วันพรุ่งนี้ในเวลา 10.30 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสรรหาฯ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆ

 

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ ในช่วงเช้าโฆษกพรรคไทยรักษาชาติแจ้งว่า คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ โดย นายสุรชัย ชินชัย จะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ว่า กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อขอโอกาสในการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ชี้แจงแสดงเหตุผลข้อเท็จจริง รวมถึงข้อกฎหมายและทั้งใช้สิทธิ์ในการอ้างพยานหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ไทยรักษาชาติ เตรียมประชุมกรรมการบริหารพรุ่งนี้ ส่งฝ่ายกฎหมายยื่น กกต. ขอชี้แจงข้อเท็จจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-thai-safe-the-nation-party-12/feed/ 0
ส่องความหล่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง 62 อำนาจทางเพศผ่านสายตาที่ชวนคุณเข้าคูหากาใจเขา https://thestandard.co/thailandelection2562-eyes-attractive-candidates/ https://thestandard.co/thailandelection2562-eyes-attractive-candidates/#respond Wed, 06 Feb 2019 02:14:45 +0000 https://thestandard.co/?p=192155

ในสนามการเลือกตั้ง 2562 ที่คนไทยรอกันมานามนมนั้น ประเด็ […]

The post ส่องความหล่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง 62 อำนาจทางเพศผ่านสายตาที่ชวนคุณเข้าคูหากาใจเขา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในสนามการเลือกตั้ง 2562 ที่คนไทยรอกันมานามนมนั้น ประเด็นหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจคือบรรดา ‘หน้าตา’ ของผู้สมัครรับเลือกตั้งและสมาชิกพรรคที่พร้อมเพรียงกันมาร่วมช่วงชิงพื้นที่สื่อและที่นั่งในสภา ซึ่งไม่ได้หมายถึงหน้าตาทางสังคมแต่อย่างใด แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจกันมากคือ ‘หน้าตา’ อันหมายถึงบุคลิกภาพและความหล่อเหลาของบุคคลเหล่านั้น

 

เราค้นพบว่าในยุคที่เราใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลายกว่าเมื่อก่อน เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้เราได้เห็นภาพของผู้สมัครรับเลือกตั้งและสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวางขึ้น รู้จักตัวตนของเขามากขึ้นผ่านสื่อหลักและสื่อส่วนตัว เราได้เห็นตั้งแต่ไลฟ์สไตล์ของเขาที่อยู่นอกเหนือจากการรับบทผู้ท้าชิงที่พูดปราศรัยอย่างเข้มข้นและดุเดือด ไปจนถึงชีวิตรักและชีวิตครอบครัว หรือแม้แต่การได้เห็นผู้แทนเหล่านั้นในลุคอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียงใส่สูทผูกไทให้ดูน่าอึดอัดใจ อย่างเช่นที่เราได้ชื่นชมความหล่อเหลาและสุภาพของ ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ กันมาตั้งแต่สมัยที่คุณน้าของเขายังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อหลายปีก่อน หรือการมาถึงของ เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ผู้คนต่างหลงใหลในภาพกล้ามล่ำๆ ของเขาและวิถีการออกกำลังกายที่ปล่อยออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้ต้องการให้คุณรู้สึกว่าเรากำลังละลาบละล้วงทางเพศแต่อย่างใด แต่เราต้องการสำรวจรูปร่างหน้าตาของพวกเขาที่มีผลต่อการรับรู้ของประชาชน หรือส่วนที่ทำให้ผู้คนสนใจในตัวพวกเขาต่างหาก

 

Photo: Instagram @thanathorn.ig

 

แท้จริงแล้วคำว่า ‘ความหล่อ’ เป็นเรื่องปัจเจกบุคคลมากๆ หมายถึงทุกคนต่างมีนิยามและความหมายของความหล่อในแบบของตัวเองที่แตกต่างกันทั้งเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว หรือลักษณะทางกายภาพ คำถามที่เกิดขึ้นเล็กน้อยคือทำไมสังคมถึงให้ความสนใจ ‘ความหล่อ’ หรือ ‘เรือนร่าง’ ของเพศชายอย่างอัตโนมัติ เช่น การมีอยู่ของโพสต์จากเพจในเฟซบุ๊กที่รวบรวมภาพความหล่อของพวกเขา หรือการที่ประโยค ‘เอากับผมไหม?’ จากปากธนาธรกลายเป็นความหมายสองแง่สองง่ามที่หลากหลายกลุ่มนำไปแซวกันจนเป็นเรื่องสนุก ปัจจัยทั้งหมดนั้นไม่ใช่แค่เพราะเราอยู่ในช่วงเลือกตั้งที่ต้องเห็นพวกเขาตามสื่ออย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงถูกพูดถึงในแง่มุมต่างๆ แต่เราอาจหมายรวมถึง ‘อำนาจทางเพศ’ ที่ถูกปลูกฝังกันมานานในสังคมที่ทำให้ประเด็น ‘ความหล่อ’ กลายเป็นที่สนใจ

 

อำนาจทางเพศที่เรากำลังกล่าวถึงคืออำนาจของเพศชายในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) การที่เพศชายนั้นยังคงมีอำนาจเหนือเพศอื่นๆ ในสังคม รวมไปถึงคอนเซปต์ของเพศชายในกลุ่มคนหลากหลายทางเพศส่วนหนึ่งที่ยังคงแบ่งความเป็นชายเป็นหญิงในเพศวิถีของตนอีกด้วย (อาทิ การแบ่งแยกเกย์รุก และเกย์รับ) ที่ทำให้เพศชายได้รับการยอมรับมากกว่าเพศอื่นเสมอในแง่ของการเป็นผู้นำ และความหล่อดังกล่าวที่ผู้คนเห็นคือ ‘ภาพแทน’ หนึ่งของอำนาจนั้น เพราะการที่ผู้ลงสมัครเลือกตั้งสักคนหนึ่ง มีบุคลิกภาพที่ดี มีเครื่องหน้าแบบที่สังคมนิยม นั่นเท่ากับพวกเขาจะได้รับความสนใจในทันที เพราะสิ่งที่เราได้เห็นผ่านสายตาก่อนเป็นลำดับแรกเสมอคือ ‘ร่างกาย’ (Body) ก็เหมือนเวลาเราชี้ชวนให้เพื่อนเราดูคนอื่น “คนนั้นหล่อจัง” “คนนี้หุ่นดีจัง” นั่นแหละ และยิ่งถ้าเขาคนนั้นที่พวกเราคิดว่าหล่อ พ่วงมาด้วยภาวะของความเป็นผู้นำ อดทน กล้าหาญ เข้มแข็ง สิ่งเหล่านี้นับเป็นสูตรสำเร็จของเพศชายที่สังคมเข้าใจ ยิ่งสร้างพลังของอำนาจทางเพศนี้ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งหากลองมองในทางกลับกัน หากคุณได้พบเห็นผู้แทนผู้หญิง ผู้แทนเกย์ ผู้แทนเลสเบี้ยน หรือผู้แทนทรานส์ที่มีภาวะความเป็นผู้นำ มีบุคลิกภาพที่ดึงดูดคุณแบบนั้นบ้าง แน่นอนว่าอำนาจทางเพศของพวกเขาก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

 

งานวิจัยเรื่อง Halo Effects and the Attractiveness Premium in Perceptions of Political Expertise ของ คาร์ล แอล. พาลเมอร์ และโรลฟ์ ดี. ปีเตอร์สัน ในปี 2016 ได้อธิบายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน้าตาและภาพลักษณ์ของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งไว้ว่า ความน่าสนใจที่เกิดขึ้นในภาพของผู้แทนที่คุณเห็นในสื่อของพวกเขาจะมีกลไกคล้ายกับการที่เราเปิดหน้าหนังสือสักเล่มแล้วเลือกมองภาพก่อนที่จะเริ่มอ่านข้อความ เพราะสิ่งนั้นคล้ายกับจุดดึงดูดสายตาให้คุณสนใจ และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพของผู้แทนที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เราจะสนใจในภาพลักษณ์และตัวตนของเขาก่อนที่จะเริ่มสนใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ และภาพที่นำเสนอนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพของมนุษย์ที่คล้ายคลึงกัน ต้องมีความน่าเชื่อถือและความจริงใจ ซึ่งล้วนเป็นภาพของผู้แทนในสภาที่อยู่ในอุดมคติของประชาชน

 

ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว หมายความว่าเราตัดสินใจลงคะแนนให้ผู้แทนผ่านสายตามากกว่านโยบายของพวกเขาหรือเปล่า

 

คำตอบคือแล้วแต่คุณจะเป็นคนตัดสินใจ แน่นอนว่าการเมืองในประเทศไทย เราใส่ใจกับการเลือกพรรคที่รัก ไม่มักพรรคที่ชังกันมาเสมอ ฉะนั้นการมาถึงของผู้สมัครรับเลือกตั้งหน้าใหม่ๆ จึงเป็นความน่าสนใจที่น่าจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะมีแรงกระเพื่อมใหม่ๆ เกิดขึ้นหรือไม่จากนโยบายของพวกเขา

 

แต่เราขอข้ามผ่านนโยบายที่คุณต้องไปศึกษาและหาข้อมูลกันอีกที แล้วมาโฟกัสเพียงแค่ใบหน้าอันหล่อเหลา และสิ่งที่ว่าที่ผู้ลงสมัครเลือกตั้งเหล่านี้ต้องการนำเสนอตัวตนผ่านสายตาให้เราเห็น มาดูกันว่า ณ สนามเลือกตั้งที่รอคอยกันมากว่า 8 ปีเต็ม มีหนุ่มๆ คนไหนถูกพูดถึงอยู่บ้าง

 

Photo: Instagram @thanathorn.ig

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

หนุ่มวัย 40 ปีที่เข้ามาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายใต้สังกัดพรรคสีส้ม ‘อนาคตใหม่’ มีหลายๆ คนอ้างอิงความหล่อเหลาของเขาเหมือนดาราญี่ปุ่น ซึ่งจากการสังเกต เราค้นพบว่าธนาธรน่าจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งคนแรกๆ ที่ถูกกระทำให้กลายเป็น ‘วัตถุทางเพศ’ (Sex Object) ด้วยการมีข้อความล่วงละเมิดทางเพศ หรือการนำเอาภาพของเขาไปปะติดกับโลโก้ของค่ายหนังโป๊เกย์ญี่ปุ่น ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นความไม่เหมาะสม หรือในอีกแง่หนึ่งคือการเกิดภาพจำของตัวเขาจากกรณีดังกล่าว แต่ความน่าสนใจในความหล่อของเขามีมากกว่านั้น ด้วยไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจทั้งการเป็นนักธุรกิจ เล่นดนตรี ออกกำลังกายเอ็กซ์ตรีม ปั่นจักรยาน และการไม่มีมาดของเขามากนัก สังเกตเห็นได้จากการโพสต์รูปในอินสตาแกรมส่วนตัวที่เผยให้เห็นอิริยาบถต่างๆ ที่เรียบง่าย จึงทำให้ธนาธรเป็นหนุ่มหล่อผู้ก่อตั้งพรรคคนแรกๆ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

Photo: Instagram @paritw

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ

หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งไฟแรงที่น่าชื่นชมทั้งในเรื่องทัศนคติและความเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ที่น่าสนใจ ด้วยวัยเพียง 27 ปี รอยยิ้มและความคมเข้มของใบหน้าเป็นสิ่งที่เราสามารถจดจำเขาได้ตั้งแต่ครั้งแรกๆ แถมความโชคดีของพริษฐ์คือการที่เขาอยู่ในหน้าสื่อมานานหลายปี เราจึงพอจะรู้จักเขาในฐานะอื่นๆ มาบ้าง ทั้งเป็นหลานชายของอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือการที่เขาคบหาดูใจกับอดีตคนรักอย่าง ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ นางเอกจากวิกพระรามสี่ โดยพริษฐ์เองเดินหน้าสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในชื่อกลุ่ม ‘New Dem’ ซึ่งมีความน่าสนใจในการดึงเอาจุดเด่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมาตั้งคำถามกับค่านิยมเดิมๆ ของสังคมที่สืบทอดกันมา

 

Photo: Instagram @eggkanawat

 

คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์

อีกหนึ่งหนุ่มจากบ้านประชาธิปัตย์ที่มีดีกรีเป็นอดีตนักแสดงมาก่อนจากภาพยนตร์เรื่อง เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน เมื่อปี 2551 ปัจจุบันคณวัฒน์เป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 7 ประกอบไปด้วยเขตบางซื่อและเขตดุสิต ความน่าสนใจของหมอเอ้ก คณวัฒน์ คือการนำเสนอประเด็นการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ในฐานะที่เขาเองก็เป็นนายแพทย์ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในงานศึกษาวิจัยพืชชนิดดังกล่าว นับว่าเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ พ่วงด้วยดีกรีของการเป็นนายแบบและนักแสดงมาก่อน เราพบว่าทุกภาพในอินสตาแกรมส่วนตัวของเขานั้นน่ามองไปเสียหมด!

 

Photo: Instagram @klaothamatas และชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

 

เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์

หนึ่งในแกนนำจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งเราขอข้ามในส่วนของนโยบายพรรคหรือกิจกรรม ‘การเดินคารวะแผ่นดิน’ อันเป็นภาพจำของพรรคนี้ไปก่อน เรากลับพบว่าเขตรัฐเป็นอีกคนที่น่าสนใจในแง่การใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีการปกครองสองรูปแบบทั้งเสรีนิยมและเผด็จการ จากการที่เขาเติบโตมาในสังคมของสหรัฐอเมริกาและจีน ด้วยวัยเพียง 29 ปี บวกกับรูปร่างหน้าตาที่น่ามอง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือครั้งต่อๆ ไป

 

Photo: Instagram @wayots6 และ THE STANDARD

 

วาโย อัศวรุ่งเรือง

อดีตคนคว้าดาวจากเวที เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 6 (ปีเดียวกันกับ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ, โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช) ในกรณีที่คุณเคยชมรายการดังกล่าวจะพบว่าหมอเก่ง วาโย เป็นผู้ชายไม่กี่คนที่ ‘ตกรอบแรก’ ในการประกวดของรายการนี้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีเสน่ห์ แต่เขาอาจไม่ได้เป็นผู้เข้าประกวดในแบบที่ผู้ชมตามหา ปัจจุบันวาโยในวัย 32 ปีรับหน้าที่รองโฆษกประจำพรรคอนาคตใหม่ ทั้งยังมีดีกรีการศึกษาการันตีถึง 6 ใบในหลากหลายสาขา ทั้งด้านแพทยศาสตร์บัณฑิต นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กฎหมายการแพทย์ และบริหารธุรกิจ นับเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีความรอบรู้และน่าจับตามองมากกว่าความน่ารักและความหล่อตามแบบสมัยนิยมที่เขาเป็น

 

Photo: Instagram @pongkasem_s

 

พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ

ปิดท้ายด้วยอีกคนที่ก้าวออกจากหน้าจอตู้สู่สนามการเมือง พงศ์เกษมคืออดีตผู้ประกาศข่าวที่ไปปรากฏตัวมาแล้วหลายช่อง ตั้งแต่ช่อง 9 ช่อง 7 และงานสุดท้ายก่อนลาออกมาร่วมการเมืองอย่างผู้ประกาศข่าวช่องวัน นอกเหนือจากบุคลิกภาพที่ถูกเทรนมาเป็นอย่างดีเพื่อออกหน้ากล้อง สิ่งที่เชื่อมือเขาได้คือการพูดจาที่น่าฟัง ฉะฉาน และชัดเจน โดยพงศ์เกษมนั้นเข้าสู่เกมการเมืองนี้ในฐานะโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ

 

ที่เหลือก็อยู่ที่คุณแล้วว่า 24 มีนาคมนี้จะเข้าคูหากาใจคนไหน?

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post ส่องความหล่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง 62 อำนาจทางเพศผ่านสายตาที่ชวนคุณเข้าคูหากาใจเขา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-eyes-attractive-candidates/feed/ 0
ไทยรักษาชาติตั้ง ‘ณัฐวุฒิ’ ประธาน ลุยหาเสียง อนาคตใหม่เตรียมไพรมารีผู้สมัคร ส.ส. 13-14 ธ.ค.นี้ https://thestandard.co/thai-raksa-chart-party-election-campaign/ https://thestandard.co/thai-raksa-chart-party-election-campaign/#respond Wed, 12 Dec 2018 08:54:05 +0000 https://thestandard.co/?p=163738

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลัง คสช. ปลดล็อกคำสั่ง-ประกาศ […]

The post ไทยรักษาชาติตั้ง ‘ณัฐวุฒิ’ ประธาน ลุยหาเสียง อนาคตใหม่เตรียมไพรมารีผู้สมัคร ส.ส. 13-14 ธ.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลัง คสช. ปลดล็อกคำสั่ง-ประกาศ 9 ฉบับ ทำให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง ยกเว้นการหาเสียงเลือกตั้งเต็มรูปแบบ

 

วันนี้ (12 ธ.ค.) นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) มีมติให้แต่งตั้งประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อประสานกับว่าที่ผู้สมัครและกำหนดกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชน โดยตั้ง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

 

ซึ่งหลังจากนี้พรรคไทยรักษาชาติจะเดินหน้าลงพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครสมาชิกพรรค การตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากจะมีความชัดเจนในเรื่องของผู้สมัคร ส.ส. เขต อีกทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในปัญหาต่างๆ เพื่อที่พรรคจะได้นำเสียงสะท้อนเหล่านี้ มากำหนดเป็นนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต่อไป

 

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่เตรียมให้สมาชิกพรรคลงคะแนนหยั่งเสียงผ่านระบบออนไลน์ในเว็บไซต์ของพรรค หรือไพรมารีโหวตผู้สมัคร ส.ส. ในวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ เมื่อได้ทราบผลการหยั่งเสียง จะนำรายชื่อจากแต่ละเขตไปรับฟังความเห็นจากคณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจว่าใครคือผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ คาดว่าวันที่ 21 ธันวาคมนี้ พรรคอนาคตใหม่จะสามารถประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้ทั้งหมด

 

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดรับสมัครในวันที่ 18 ตุลาคม มีสมาชิกพรรคที่สนใจเสนอตัวเข้าคัดเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส. เกือบ 700 คน เกือบทั้งหมดเป็นคนหน้าใหม่ หรือ New Comer ในการเมืองไทย โดยคณะกรรมการสรรหาได้ดำเนินการคัดเลือกผู้สมัครเกือบ 700 คน จากการสัมภาษณ์ ทำแบบทดสอบ ตรวจสอบประวัติ บุคลิก พฤติกรรม ทัศนคติ แนวคิดในการทำงาน ประกอบกับการคำนึงถึงยุทธศาสตร์ของพรรคในแต่ละพื้นที่ จนได้บุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้เข้ารับการหยั่งเสียงเบื้องต้นภายในพรรค หรือ Primary Vote รวมทั้งสิ้น 417 คน โดยมีเขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้เข้ารับการหยั่งเสียงจำนวน 34 เขต เขตเลือกตั้งที่มีผู้เข้ารับการหยั่งเสียงคนเดียวจำนวน 230 เขต และเขตเลือกตั้งที่มีผู้เข้ารับการหยั่งเสียงเกิน 1 คน มีจำนวน 86 เขต

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ไทยรักษาชาติตั้ง ‘ณัฐวุฒิ’ ประธาน ลุยหาเสียง อนาคตใหม่เตรียมไพรมารีผู้สมัคร ส.ส. 13-14 ธ.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-raksa-chart-party-election-campaign/feed/ 0
คุยสดกับ ‘กาย พงศ์เกษม’ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ – THE STANDARD Daily 27 พฤศจิกายน 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily27112561/ https://thestandard.co/thestandarddaily27112561/#respond Tue, 27 Nov 2018 02:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=155575

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 เ […]

The post คุยสดกับ ‘กาย พงศ์เกษม’ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ – THE STANDARD Daily 27 พฤศจิกายน 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 เวลา 20.00 น. 

 

  • คุยสดกับ ‘กาย พงศ์เกษม’ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ จากสื่อมวลชนสู่การทำงานกับมวลชน บทบาทใหม่ในฐานะนักการเมือง พร้อมประเด็นข่าวน่าสนใจ
  • อดีต ส.ส. คนดังกว่า 100 คน เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐด้วยความแรงของพลังดูด
  • เมื่อประชาชนฝรั่งเศสไม่พอใจนโยบาย สู่การชุมนุม ของม็อบเสื้อกั๊กเหลือง เมืองไหนเกิดการประท้วงบ่อยที่สุด

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post คุยสดกับ ‘กาย พงศ์เกษม’ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ – THE STANDARD Daily 27 พฤศจิกายน 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily27112561/feed/ 0
เลือดข้นคน(การเมือง)ไม่จาง ใครเป็นใครในไทยรักษาชาติ https://thestandard.co/thai-raksa-chat-party/ https://thestandard.co/thai-raksa-chat-party/#respond Wed, 07 Nov 2018 11:56:16 +0000 https://thestandard.co/?p=143522

ตรวจรายชื่อหัวหน้า และกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติชุดใ […]

The post เลือดข้นคน(การเมือง)ไม่จาง ใครเป็นใครในไทยรักษาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตรวจรายชื่อหัวหน้า และกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติชุดใหม่ ข้อเท็จจริงที่พบ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือ การแตกหน่อ ก่อตัว ของคนใกล้ชิดและล้วนมีสายสัมพันธ์กับพรรคเดิมที่ตนเองเคยสังกัด และต่อไปนี้คือข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงทางการเมือง อันไม่อาจปฏิเสธได้เลย

 

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx. 

The post เลือดข้นคน(การเมือง)ไม่จาง ใครเป็นใครในไทยรักษาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-raksa-chat-party/feed/ 0
เปิดตัวไทยรักษาชาติ เหล้าเก่าในขวดใหม่ ลูกหลานนักการเมืองฟากเพื่อไทยขยับขึ้นนำ https://thestandard.co/thai-raksa-chart-party/ https://thestandard.co/thai-raksa-chart-party/#respond Wed, 07 Nov 2018 11:06:34 +0000 https://thestandard.co/?p=143468

หากนับกรอบเวลาตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งกำลังจะมีผลปร […]

The post เปิดตัวไทยรักษาชาติ เหล้าเก่าในขวดใหม่ ลูกหลานนักการเมืองฟากเพื่อไทยขยับขึ้นนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากนับกรอบเวลาตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งกำลังจะมีผลประกาศใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้กำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนฯ จะต้องสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง และหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ตามที่ฝ่ายรัฐบาลและ กกต. ได้วางโรดแมป และเน้นย้ำต่อหน้าสื่อก็หมายความว่า นักการเมืองต้องหาพรรคปักหลักก่อนวันที่ 26 พฤศจิกายน เพื่อให้ตัวเองไม่ขาดคุณสมบัติ

 

 

ความแจ่มชัดแรกที่กูรูการเมืองมองตรงกันคือ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นหัวหอกบริหาร หากได้รับการรับรองให้เป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายก่อน 26 พฤศจิกายน ก็ฟันธงได้เลยว่าการเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์แน่นอน เพราะต้องหาสมาชิกให้ทันก่อน 90 วัน แต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงมองว่าโอกาสขยับก็ยังมี

 

 

แต่ไม่ว่าจะขยับหรือไม่ วันนี้ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีนักการเมืองหลายคนจากเพื่อไทยขยับออกมาจับมือกันเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ เปิดตัว ‘ไทยรักษาชาติ’ เป็นพรรคการเมืองอีกหนึ่งทางเลือกในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง และแน่นอนว่าหากอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย หรือผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งจะเสนอตัวเป็นผู้แทน ก็ต้องมาสมัครสมาชิกพรรคนี้ก่อน 26 พฤศจิกายนเช่นกัน

 

การเกิดขึ้นของ ‘ไทยรักษาชาติ’ หรือ ทษช. ถูกมองว่าเป็นพรรคสาขาที่แยกตัวออกมาจากพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย ซึ่งปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่า แกนนำหลายคนล้วนเคยสังกัดค่ายเดิมมาทั้งนั้น

 

 

เหตุผลที่หลายคนได้รับฟังมาทั้งจากแหล่งข่าวและการวิเคราะห์จากสื่อถึงจังหวะการขยับนี้ก็คือ กลัวพรรคเพื่อไทยถูกยุบ ซึ่งหากเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างเลือกตั้ง จะทำให้ผู้สมัครและอดีต ส.ส. ทั้งหมด ‘ตาย’ ยกแผง กับอีกเหตุผลก็คือ ระบบกฎหมายที่ออกแบบให้พรรคการเมืองต้องอ่อนแอ ได้ผู้แทนจากเขตมาก ในทางกลับกันจะทำให้ได้ผู้แทนแบบสัดส่วนน้อยหรือไม่ได้เลย เพื่อกันไม่ให้คะแนนต้องตกน้ำ ก็ต้องแตกพรรค แยกสายแม่น้ำก่อนไหลมารวมกันในอนาคต

 

 

โฟกัสไปที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร มีรายชื่อที่น่าสนใจคือ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช (บุตรชายระเบียบรัตน์และเสริมศักดิ์) เป็นว่าที่หัวหน้าพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช (บุตรชายยงยุทธ) เป็นว่าที่เลขาธิการพรรค นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ (ผู้ประกาศข่าวช่องวัน) เป็นว่าที่โฆษกพรรค นายฤภพ ชินวัตร (บุตรชายพายัพ) เป็นรองหัวหน้าพรรค นายต้น ณ ระนอง (บุตรชายกิตติรัตน์) รองเลขาธิการพรรค นายพชร นริพทะพันธุ์ (บุตรชายพิชัย) นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ (ภรรยาธาริต เพ็งดิษฐ์) เป็นเหรัญญิกพรรค

 

 

รวมทั้งยังมีการปรากฏตัวของอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทยหลายคน เช่น นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายพิชิต ชื่นชาน อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ, พล.ต.ต. สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้อำนวยการกองสลากกินแบ่งรัฐบาล

 

 

โดยมีวาระการประชุมคือ การแก้ไขข้อบังคับข้อ 8 สำนักงานใหญ่พรรคเปลี่ยนสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่, เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะรวมทั้งหัวหน้าพรรค, เลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 

 

ร้อยโท ปรีชาพล เปิดใจกับสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฮั้วกันกับพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด พรรคไทยรักษาชาติพร้อมคุยทุกฝ่ายที่มีแนวทางยึดมั่นต่อหลักการประชาธิปไตย และจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีและสนับสนุนพรรคที่มีแนวทางประชาธิปไตย

 

ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตว่า ทีมงานของอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาช่วยงานกับพรรคไทยรักษาชาติ อาทิ นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (บุตรสาวเยาวเรศ ชินวัตร) เป็นนายทะเบียนพรรค และนายวิม รุ่งวัฒนจินดา เป็นรองเลขาธิการพรรค เป็นต้น

 

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการปรากฏตัวของแกนนำคนสำคัญที่สื่อจับตามองอย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายนพพล ปัทมะ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายพานทองแท้ ชินวัตร (บุตรชายทักษิณ ชินวัตร) แต่ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ เพื่อนสนิทพานทองแท้ ปรากฏตัวในงานเพื่อมาให้กำลังใจด้วย

 

 

คนที่ดูจะรับภาระหนักต่อจากนี้และตกที่นั่งลำบากก็คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะสมาชิกหลายคนดูจะปันใจออกห่าง ตามที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งในพรรคก่อนหน้านี้ แม้ว่า จาตุรนต์ ฉายแสง จะออกมาสำทับว่า “ไม่มี” และวันนี้ ร้อยโท ปรีชาพลก็ยืนยันว่า ไม่ใช่ความขัดแย้งที่ต้องออกมาตั้งพรรคใหม่ หากแต่เพราะมีเป้าหมายในการทำงานการเมืองและต้องการผลักดันแนวทาง “โลกต้องก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน” ด้วย

 

สำหรับ พรรคไทยรักษาชาติ เป็นพรรคการเมืองที่ถูกเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคไทยรวมพลัง โดยมีการประชุมใหญ่ของพรรคไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม และมีมติให้เปลี่ยนชื่อจากพรรคไทยรวมพลังเป็น พรรคไทยรักษาชาติ

 

 

อดีต ส.ส. หลายคนยังคงรอจังหวะการตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร จะปักหลักค่ายเดิม เดินเกมการเมือง วัดใจการยุบ-ไม่ยุบพรรค หรือจะไปเริ่มใหม่ เกิดทางการเมืองแบบสบายใจที่ไทยรักษาชาติ ซึ่งอนาคตก็ไม่อาจการันตีความเสี่ยงได้เหมือนกัน แต่อาจเสี่ยงน้อยกว่า เอาเป็นว่าก่อน 26 พฤศจิกายน ประชาชนน่าจะได้เห็นหน้าตาว่าใครเป็นใคร ในเกมการเมืองรอบนี้ชัดขึ้นอย่างแน่นอน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post เปิดตัวไทยรักษาชาติ เหล้าเก่าในขวดใหม่ ลูกหลานนักการเมืองฟากเพื่อไทยขยับขึ้นนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-raksa-chart-party/feed/ 0