ฝ่ายค้าน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ฝ่ายค้าน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 24 Sep 2026 06:19:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สภาถกวุ่น รมต. ไม่มาตอบกระทู้สด 2 ใน 3 เรื่อง ฝ่ายค้านชงริบโควตารัฐบาลชดเชย https://thestandard.co/parliament-ministers-questions-opposition-quota/ Thu, 24 Sep 2026 06:19:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1258843 ภาพ สส. กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (24 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี โส […]

The post สภาถกวุ่น รมต. ไม่มาตอบกระทู้สด 2 ใน 3 เรื่อง ฝ่ายค้านชงริบโควตารัฐบาลชดเชย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ สส. กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (24 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี โสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง สส. ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ในวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา เนื่องจากรัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่ได้เดินทางมาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์และมาตรการควบคุมอาวุธปืน

 

 
 

ทำให้ประธานวิปฝ่ายค้านเสนอมาตรการยึดโควตากระทู้ของพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์ถัดไปเพื่อชดเชยการไม่มาตอบกระทู้ของฝ่ายค้าน ขณะที่ตัวแทนรัฐบาลชี้แจงว่าเกิดจากปัญหาการประสานงานที่กระชั้นชิดเกินไป

 

‘กรณ์’ ทวงถามความคืบหน้าปราบสแกมเมอร์ จี้ รมว.คลัง ปลดประธาน ก.ล.ต.

 

วาระกระทู้ถามสดของฝ่ายค้านเริ่มต้นโดย กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถาม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงความคืบหน้าในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และทุนสีเทา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชนกว่า 1.2 แสนล้านบาท จาก 1.3 ล้านคดี แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ขอเลื่อนการตอบกระทู้

 

กรณ์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ประธานกรรมาธิการชุดใหญ่ 2 ชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ให้บังคับใช้กฎหมาย Global Magnitsky Act เพื่อลงโทษบุคคลและนิติบุคคลรวม 28 รายชื่อ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์และฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นปรากฏชื่อ วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไทยรวมอยู่ด้วย จึงตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลสหรัฐฯ ขอความร่วมมือในการสืบสวน รัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างไร

 

นอกจากนี้ กรณ์ ยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พร้อมยกกรณีที่ประธาน ก.ล.ต. คนปัจจุบัน ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยื่นเรื่องฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผูกพันกับกลุ่มทุนเทาที่มี เบน สมิธ เป็นสักขีพยาน ซึ่งต่อมารัฐบาลสั่งยกเลิก MOU ดังกล่าวเนื่องจากมิชอบด้วยกฎหมาย

 

“หากวันนี้ตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. ว่างลง แล้วมีผู้สมัครที่มีประวัติแปดเปื้อน ถูก DSI ฟ้อง ป.ป.ช. เรื่องเซ็น MOU กับทุนเทาจนรัฐต้องสั่งยกเลิก รัฐมนตรีจะยังอนุมัติแต่งตั้งบุคคลนี้หรือไม่ ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ให้อำนาจรัฐมนตรีพิจารณาความเหมาะสมและหลักธรรมาภิบาล เมื่องานไม่เดิน ผลงานไม่ออก จึงเหลือเพียงเงื่อนไขเดียวคือ ผู้ใช้อำนาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเกี่ยวโยงกับกลุ่มที่ควรถูกปราบปรามหรือไม่” กรณ์ กล่าว

 

พรรคประชาชนกังขา พ.ร.ก.คุมปืน ลัดขั้นตอนสภา

 

ด้าน จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส. กทม. พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้แทน ได้ขอเลื่อนการตอบเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ

 

จรยุทธ ระบุว่า มาตรการควบคุมอาวุธปืนที่ออกมาตั้งแต่ปี 2566 สร้างความสับสนให้แก่ผู้ประกอบการ นักกีฬายิงปืน และประชาชนทั่วไป รวมถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจยึดอาวุธปืนของทหารพรานที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

 

จรยุทธ ได้ตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเลือกใช้ช่องทางการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แทนที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายในรูปแบบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ตามปกติ ทั้งที่มาตรการใหม่หลายประการยังต้องอาศัยการออกกฎหมายลำดับรองและการเตรียมบุคลากรบังคับใช้

 

ทั้งนี้ จรยุทธ ยืนยันว่าพรรคประชาชนเห็นด้วยกับการเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย แต่การออกมาตรการต้องคำนึงถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ทหาร ทนายความ หรือครูในพื้นที่ชายขอบด้วย

 

ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ถกปม รมต. เลื่อนตอบกระทู้

 

ภายหลังรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางมาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านทั้ง 2 กระทู้ ส่งผลให้เหลือเพียงกระทู้ของฝ่ายรัฐบาล คือ ปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งกระทู้ถามเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยมี ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบแทน

 

ทำให้ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่า ที่ผ่านมามีการขอความร่วมมือให้ฝ่ายค้านแจ้งล่วงหน้าว่าจะถามรัฐมนตรีคนใด ซึ่งในกรณีของ กรณ์ ได้มีการแจ้งล่วงหน้าแล้วแต่รัฐมนตรีก็ยังไม่มาตอบกระทู้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นผลพวงจากการที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าหากอยากให้มาตอบกระทู้ต้องรอให้มีบุญถึงก่อน

 

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้เสนอทางออกว่า หากสัปดาห์ใดรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ของฝ่ายค้าน ควรมีการทดโควตากระทู้ของรัฐบาลในสัปดาห์ถัดไปมาให้ฝ่ายค้านแทน เพื่อเป็นมาตรการลงโทษฝ่ายบริหาร

 

ด้าน กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า สส. ฝ่ายรัฐบาลก็มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิถามกระทู้เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เช่นกัน พร้อมระบุว่าในกรณีของ กรณ์ มีการแจ้งล่วงหน้าจริง แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญ ส่วนกรณีของ จรยุทธ ทางพรรคประชาชนไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถประสานงานเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบได้ทัน

 

ขณะที่ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงและกล่าวขออภัยต่อที่ประชุม โดยยอมรับว่าอาจเกิดจากการประสานงานที่ผิดพลาด พร้อมอธิบายว่าได้รับการประสานงานล่วงหน้าในส่วนกระทู้ของ กรณ์ ซึ่งตนได้พยายามโทรศัพท์ประสานงานแล้ว แต่รัฐมนตรีติดประชุมสำคัญที่นัดหมายไว้ก่อน ขณะที่กระทู้เรื่องอาวุธปืนเพิ่งทราบก่อนถึงวาระเพียง 5-10 นาที ทำให้ไม่สามารถประสานงานได้ทัน อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อกำชับให้คณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับสภาต่อไป

 

ในช่วงท้าย โสภณ ซารัมย์ ประธานการประชุม ได้เน้นย้ำให้วิปทั้งสองฝ่ายนำข้อตกลงที่ปรึกษาหารือร่วมกันมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในสภาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การประชุมดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อย ก่อนจะเข้าสู่วาระกระทู้ถามสดในเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อไป

 

The post สภาถกวุ่น รมต. ไม่มาตอบกระทู้สด 2 ใน 3 เรื่อง ฝ่ายค้านชงริบโควตารัฐบาลชดเชย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กเสียง รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน ‘กล้าธรรม’ ส่งสัญญาณรอร่วมรัฐบาล https://thestandard.co/kla-tham-opposition-government-shift/ Tue, 22 Sep 2026 04:53:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1257989 ภาพนักการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ความพลิกผันครั้งใหญ่ทางการเมืองเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังกลา […]

The post เช็กเสียง รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน ‘กล้าธรรม’ ส่งสัญญาณรอร่วมรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ความพลิกผันครั้งใหญ่ทางการเมืองเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังกลางดึกคืนวันที่ 21 กันยายน พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้ปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้านแล้ว หลังพบว่า สส. พรรคกล้าธรรมลงมติสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ของรัฐบาล ซึ่งขัดกับมติของวิป และสร้างคำถามต่อเจตจำนงในการตรวจสอบรัฐบาล

ดูภาพข่าว 

ก่อนหน้านี้พรรคกล้าธรรมเองถูกตั้งฉายาว่าเป็น ‘ฝ่ายคอย’ กล่าวคือเป็นเสมือนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่คอยเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดยังไม่ปรากฏการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลจากแกนนำคือพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าไม่ช้าก็เร็วการเทียบเชิญคงเกิดขึ้น และจะทำให้รัฐบาลมีเสียงในสภาฯ ที่เป็นปึกแผ่นมากกว่า 350 เสียงก็เป็นได้

 

ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เพิ่ม ‘พรรคไทรวมพลัง’ เข้าสู่องค์ประกอบ หลังจากก่อนหน้านี้แม้จะจัดเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่มีทิศทางการลงมติสำคัญๆ มาในเชิงตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เสียงในสภาฯ ของฝ่ายค้านจะยังคงเหลือที่ 141 เสียง ซึ่งจะเป็นตัวเลขสำคัญหากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป

 

ทั้งนี้ ไม่ควรลืมว่าในพรรคประชาชนยังมี ‘งูเห่า’ อีก 1 เสียง คือ สุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี ของพรรค ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าลงมติสนับสนุนรัฐบาลอย่างเปิดเผยเสมอ

 

และต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า ปัจจุบันตัวเลข สส. ทั้งหมดในสภาฯ อยู่ที่ 499 คน เนื่องจาก อธิการ แก้วเครือศรี ว่าที่ สส. อุดรธานี ของพรรคภูมิใจไทย 1 คน ยังไม่ได้รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่

 


 

 

ภาพนักการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 1

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post เช็กเสียง รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน ‘กล้าธรรม’ ส่งสัญญาณรอร่วมรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พริษฐ์’ ประกาศปรับพรรคกล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน หลังลงมติหนุนงบฯ 2570 ชี้ขัดเจตนารมณ์ตรวจสอบรัฐบาล พร้อมดึง ‘ไทรวมพลัง’ เสริมทัพเตรียมซักฟอกรัฐบาล https://thestandard.co/parit-removes-kla-tham-opposition-whip/ Tue, 22 Sep 2026 01:51:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1257829 ภาพ พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน

วานนี้ (21 กันยายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษ […]

The post ‘พริษฐ์’ ประกาศปรับพรรคกล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน หลังลงมติหนุนงบฯ 2570 ชี้ขัดเจตนารมณ์ตรวจสอบรัฐบาล พร้อมดึง ‘ไทรวมพลัง’ เสริมทัพเตรียมซักฟอกรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน

วานนี้ (21 กันยายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังเกิดข้อตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน

 

พริษฐ์ ระบุว่า การทำงานร่วมกันของพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้านตั้งอยู่บนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน เนื่องจากแต่ละพรรคอาจมีจุดยืนหรืออุดมการณ์ทางนโยบายที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เป็นจุดร่วมคือการทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

 

สาเหตุสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมได้มีมติให้ สส. ในสังกัด ลงมติเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านอย่างชัดเจน (มติวิปฝ่ายค้านกำหนดให้ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง ตามมติของแต่ละพรรค) อีกทั้งยังสร้างความไม่ชัดเจนต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านจึงได้หารือร่วมกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้กลไกการตรวจสอบรัฐบาลในสภาดำเนินไปโดยพรรคการเมืองที่มีเจตนารมณ์ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ ยืนยันว่า เนื่องจากพรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนจำนวน 58 คน ตนจึงยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. ในการทำงานสภาในฐานะผู้แทนราษฎร เช่น การจัดสรรเวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป หรือโควต้าการปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน

 

สำหรับขั้นตอนต่อไป ประธานวิปฝ่ายค้านเตรียมนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ต่อผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอน โดยโครงสร้างใหม่จะประกอบด้วย 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่

 

  • พรรคประชาชน
  • พรรคประชาธิปัตย์
  • พรรคไทยภักดี
  • พรรคเสรีรวมไทย
  • พรรคไทรวมพลัง (เพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังมีทิศทางการลงมติสอดคล้องกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ อาทิ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570)

 

พริษฐ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ภารกิจเฉพาะหน้าสำคัญของทั้ง 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน คือการผนึกกำลังร่วมกันยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเร็วที่สุด

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1BiHGLAUJo/

The post ‘พริษฐ์’ ประกาศปรับพรรคกล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน หลังลงมติหนุนงบฯ 2570 ชี้ขัดเจตนารมณ์ตรวจสอบรัฐบาล พร้อมดึง ‘ไทรวมพลัง’ เสริมทัพเตรียมซักฟอกรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านถล่ม กกต. วาระรับทราบรายงาน หลังเลื่อนมา 2 สัปดาห์ ขณะ สส. ภูมิใจไทยซักละเอียดกรณีเอกสารหลุด https://thestandard.co/ec-report-leaked-documents-senate-election/ Wed, 16 Sep 2026 12:07:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1256007 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่วาระพิจารณารายงานผลการปฏิ […]

The post ฝ่ายค้านถล่ม กกต. วาระรับทราบรายงาน หลังเลื่อนมา 2 สัปดาห์ ขณะ สส. ภูมิใจไทยซักละเอียดกรณีเอกสารหลุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปี 2567 และ 2568 แล้วหลังถูกเลื่อนออกไปราว 2 สัปดาห์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และข้อซักถามจากพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อมติของ กกต. เมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 คน โดยไม่มีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยในสำนวนคดีคนใดถูกสั่งฟ้องไปยังศาลฎีกา

ดูภาพข่าว 

 
 

ในช่วงท้าย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนชี้แจงการอภิปรายของสมาชิก โดยยืนยันว่า สำนักงาน กกต. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการป้องกันการทุจริตเลือก สว. และได้ออกระเบียบเพื่อป้องกันการแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. ให้อ่านประวัติจากเอกสาร สว. 3 เท่านั้น เพื่อไม่ให้มีการพบปะกัน แต่ท้ายสุดระเบียบนี้ก็ถูกยกเลิกไป ทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนตามมา

 

“สุดท้ายระเบียบนี้ถูกยกเลิก แต่เราไม่ได้อุทธรณ์ เพราะจะทำให้ขยายเวลาในการเลือก สว. ออกไปอีก เป็นการที่ประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกมีสิทธิเสรีภาพที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการแนะนำตัวได้ เช่น ทั้งบริษัทเดียวกัน หมู่บ้านเดียวกัน นั่งรถคันเดียวกันมา นอนโรงแรมเดียวกัน คุยกันได้ ประชุมร่วมกันได้ เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย” แสวงกล่าว

 

ภูมิใจไทยซัก กกต. กรณีเอกสารสำนวนคดีหลุดสู่บุคคลภายนอก

 

อย่างไรก็ตาม ได้มี สส. พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นสอบถามเพิ่มเติม เช่น กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้ กกต. ชี้แจงกรณีเอกสารในสำนวนคดีหลุดออกไปสู่บุคคลภายนอก รวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหาที่ไม่ละเอียด

 

แสวงชี้แจงว่า บุคคลที่ผ่านเอกสารมีหลายชั้น ตั้งแต่คณะกรรมการฯ ชุดที่ 26, ความเห็นเลขาธิการ กกต., คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 และ กกต. ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยในแต่ละชั้น ซึ่งคงยังตอบอะไรมากไม่ได้ เป็นเรื่องภายในที่สำนักงาน กกต. มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่กระทบกับบุคคลภายนอก และสำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างการสืบสวน

 

ด้าน ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ชี้แจงว่า ขณดำเนินการสืบสวนสอบสวน สำนวนอยู่ที่ตนเองประมาณ 4 เดือน ไม่ได้หลุดไปไหน ส่วนข้อกล่าวหาได้ชี้แจงไปในหนังสือละเอียดมาก ทั้งพฤติการณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่จะทำให้ท่านเข้าใจ ซึ่งคิดว่าทำละเอียดที่สุดแล้ว

 

“เก็บอย่างดี ไข่ในหินครับ ใส่ไว้ในตู้” ร.ต.อ.ชนินทร์ยืนยัน

 

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน สอบถามเพิ่มเติมถึงกรณีคลิปเหตุการณ์ในโรงแรมบีทู ซึ่งมีนายกท้องถิ่นจากหนองคายยอมรับว่า ตนเองเป็นเจ้าของเสียงในคลิปที่พูดว่า “เราทำเพื่อข้างบน” และ “จะมีเจ้าหน้าที่ข้างในมาดูแลพวกเรา” จึงขอสอบถามว่า บุคคลนี้ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี แล้ว กกต. จะสืบสวนต่อไปหรือไม่

 

ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดเผยข้อมูลในแต่ละช่วง หน่วยงานสืบสวนของเราก็มีการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ปรากฏข้อมูลในสำนวนอยู่แล้ว ซึ่งตนเองได้รายงานเลขาธิการ กกต. และ กกต. เพื่อทราบแล้ว อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลที่เปิดเผยออกมายังไม่ปรากฏในสำนวน เราสามารถตั้งเป็นสำนวนเพื่อดำเนินการได้

 

รุมประท้วงร่วมชั่วโมง พาดพิง ‘รัตนา บ่อถ้ำ’ เจ้าหน้าที่พรรค

 

นอกจากนี้ ยังมีความวุ่นวายในระหว่างการอภิปรายของ ชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน ที่ชี้ให้เห็นว่า รัตนา บ่อถ้ำ ซึ่งปรากฏชื่อในสำนวนคดี และคำให้การของพยานว่าเป็นผู้ตรวจสอบลายมือชื่อของผู้สมัคร สว. ในขบวนการฮั้ว และทำหน้าที่จ่ายเงินนั้น มีความเกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของพรรคภูมิใจไทย ทำให้มี สส. พรรคภูมิใจไทย จำนวน 7-8 คน ลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่อง รวมระยะเวลาที่มีการประท้วงระหว่างการอภิปรายนานกว่า 50 นาที

 

สำหรับวาระพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. ปี 2567 และ 2568 เดิมทีจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้เดินทางมายังอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมชี้แจงต่อที่ประชุมแล้ว

 

ทว่าได้มี สส. พรรคประชาชาติ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนภาคใต้เพื่อพิจารณาก่อน ทำให้ สส. พรรคร่วมฝ่ายค้านแย้งว่า เป็นการใช้สถานการณ์ภาคใต้เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับ กกต. ซึ่งเชื่อมโยงถึงคดีทุจริตการเลือก สว. หรือไม่

 

จากนั้นสัปดาห์ต่อมา สภาฯ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน ทำให้วาระพิจารณารายงานของ กกต. ถูกเลื่อนมาพิจารณาในวันนี้ โดยที่ประชุมกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายในวาระนี้ทั้งหมด 5 ชั่วโมง

 

 

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 1

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 2

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 3

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 4

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 5

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 6

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 7

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 8

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 9

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 10

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 11

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 12

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 13

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 14

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 15

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 16

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 17

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 18

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 19

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงาน กกต. 20

The post ฝ่ายค้านถล่ม กกต. วาระรับทราบรายงาน หลังเลื่อนมา 2 สัปดาห์ ขณะ สส. ภูมิใจไทยซักละเอียดกรณีเอกสารหลุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
“นี่แค่จุดเริ่มต้น คดีนี้อีกยาว” กกต.ส่งฟ้องบางส่วน ฮั้ว สว. ไร้นักการเมืองภูมิใจไทย ‘มองข้ามพฤติการณ์ที่เป็นขบวนการ’ https://thestandard.co/abhisit-slams-ec-senate-rigging/ Tue, 15 Sep 2026 08:51:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1255258 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ประเด็น กกต. สั่งไม่ฟ้องคดีฮั้ว สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกร้อง ‘ […]

The post “นี่แค่จุดเริ่มต้น คดีนี้อีกยาว” กกต.ส่งฟ้องบางส่วน ฮั้ว สว. ไร้นักการเมืองภูมิใจไทย ‘มองข้ามพฤติการณ์ที่เป็นขบวนการ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ประเด็น กกต. สั่งไม่ฟ้องคดีฮั้ว สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกร้อง ‘คดีฮั้วเลือก สว.’ ทั้งหมด 77 คนต่อศาลฎีกา ในจำนวนนี้เป็น สว. 26 คน และ สส. พรรคภูมิใจไทย 1 คน แต่สั่งไม่ฟ้องกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน

 

 
 

ตัวเลข 77 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย ในจำนวนนี้ไม่มี สส. กรรมการบริหารพรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

สำหรับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดที่ กกต. พิจารณาในครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 427 ราย ไม่ใช่จำนวน 229 ราย ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 สั่งฟ้อง ซึ่งมีทั้ง สว. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยอยู่ในนั้นด้วย

 

การที่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรอดหมด ยังส่งผลให้ ‘ฝั่งสีน้ำเงิน’ รอดพ้นจากการถูกร้องยุบพรรค เพราะหากมีกรรมการบริหารพรรคสักคนหนึ่งถูก กกต. สั่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเลือกตั้ง ฝ่ายตรงข้ามย่อมนำเรื่องนี้ไปต่อยอดร้องยุบพรรคภูมิใจไทยได้

 

รายการ THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดยอ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ สัมภาษณ์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังทราบมติของ กกต. รวมถึงแนวทางหลังจากนี้ที่พรรคจะดำเนินการ

 

เปิด 7 ข้อกล่าวหา ในการลงมติ กกต.

 

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าว โดยไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการลงมติของ 7 กกต. โดยบอกเพียงว่าเป็น ‘เสียงข้างมาก’ ต่อ 7 ข้อกล่าวหา ดังนี้

 

ข้อกล่าวหาที่ 1 กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาที่ 2 ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาที่ 3 ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขการแนะนำตัวตามที่ กกต. กำหนด ตามมาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาที่ 4 ผู้ใดจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1) หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาที่ 5 ผู้ใดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3) หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาที่ 6 ผู้ใดเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัคร เพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัคร ตามมาตรา 79 หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาที่ 7 ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่

 

กกต. ลงมติแยก 7 ข้อกล่าวหา แต่มองข้าม ‘พฤติการณ์ที่เป็นขบวนการ’

 

อภิสิทธิ์เริ่มจำแนก 7 ข้อกล่าวไว้เป็น 2 กลุ่มได้แก่

 

  • ▪ข้อกล่าวหาที่ 1–2: เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรค สส. รัฐมนตรี หรือนักการเมือง เข้าไปวางแผน บงการ หรือช่วยเหลือผู้สมัคร สว. (กกต. มีมติยกร้อง/ไม่สั่งฟ้องทั้งหมด)
  • ▪ ข้อกล่าวหาที่ 3–7: พฤติการณ์การแนะนำตัวไม่เป็นไปตามระเบียบ (ข้อ 3), การเสนอ แลกเปลี่ยน จูงใจ หรือจ่ายเงินจ้างโหวต (ข้อ 4–7) (กกต. สั่งฟ้องเฉพาะบางส่วน)

 

“ข้อผิดพลาดเชิงวิธีคิดของ กกต. คือการจับแยกข้อกล่าวหาที่ 1–2 ออกจากข้อกล่าวหาที่ 3–7 อย่างเด็ดขาด” อภิสิทธิ์กล่าว

 

อภิสิทธิ์กล่าวว่า กกต. เลือกตัดส่วนพิจารณาข้อกล่าวหาที่ 1-2 แยกออกจากข้อกล่าวหาที่ 3-7 ทำให้มองเป็นเพียงพฤติกรรมเดี่ยวๆ รายบุคคล โดยไม่เอะใจถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นสอดคล้องกันทั่วประเทศ ราวกับว่ามองข้ามภาพรวมของพฤติการณ์ที่เป็นขบวนการอย่างชัดเจน

 

โดย กกต. ไปตั้งต้นว่าข้อกล่าวหาที่ 1-2 อิงอยู่กับคำให้การของพยานรหัส 16 เมื่อมองว่าพยานปากนี้ขาดความน่าเชื่อถือ กกต. จึงตัดจบและสั่งไม่ฟ้องทันที โดยไม่ไปตรวจดูพยานแวดล้อมอื่น

 

อภิสิทธิ์ตั้งคำถามอีกว่า เหตุใด กกต. จึงไม่สอบสวนต่อ เช่น สอบถามผู้ถูกกล่าวหาตรงๆ ว่า การโทรหากันวันละนับสิบสายในช่วงลงคะแนนคุยเรื่องอะไร หรือการเดินทางไปรวมตัวกันที่โรงแรมมีแรงบันดาลใจอะไร

 

“กกต. ยอมรับเองว่าพบข้อมูลการโทรศัพท์ติดต่อกัน หรือการปรากฏตัวของนักการเมืองในสถานที่ต่างๆ แต่กลับอ้างว่าไม่รู้เขาโทรคุยเรื่องอะไรกัน หรือไม่รู้เขาไปทำอะไรกัน” อภิสิทธิ์ขยายความ

 

ส่วนข้อกล่าวหาที่ 3-7 ปรากฏหลักฐานพฤติกรรมชัดเจนว่า มีการรวมตัวจัดทำโพยในโรงแรมหลายจังหวัด มีข้อมูลตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ และมีการจ่ายเงินค่าที่พัก

 

นอกจากนั้น ตัวเลขบนบัตรเลือกตั้ง สว. มีการเขียนตัวเลขสลับไปมาในรูปแบบเดียวกันอย่างผิดธรรมชาติ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นเองโดยบังเอิญแทบเป็นไปไม่ได้ แสดงถึงการทำโพยและทำงานเป็นขบวนการอย่างชัดเจน

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า หาก กกต. พิจารณาพฤติการณ์ในข้อ 3-7 ว่าเป็นขบวนการ ก็จะต้องตั้งคำถามต่อทันทีว่า ‘ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้’ ซึ่งจะเชื่อมโยงกลับไปสู่ข้อกล่าวหาที่ 1-2 ทันที การจับแยกส่วนจึงทำให้ฝ่ายการเมืองหลุดรอดได้ง่าย

 

ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ได้วิจารณ์ว่า กกต. กำลังทำ 2 สิ่งที่เอื้อให้ฝ่ายการเมืองหลุดรอดคดีได้ง่ายขึ้น ได้แก่

 

  • เน้นให้ความเป็นธรรมรายบุคคล แต่มองข้ามการทำเป็น ‘ขบวนการ’: แม้จะจำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายคน แต่การพิจารณาเพียงมิติเดียวโดยไม่มองภาพรวมของการตั้งขบวนการ ถือเป็นจุดบกพร่องสำคัญ
  • พิจารณาฝ่ายการเมืองโดยไม่เชื่อมโยงข้อวินิจฉัยส่วนอื่น: การพิจารณาในส่วนของนักการเมืองโดยแยกขาด และไม่นำข้อวินิจฉัยในส่วนอื่นๆ มาดูความเชื่อมโยงร่วมกัน

 

‘พยานรหัส 16 ไม่น่าเชื่อถือ’ คือเหตุผลหลักที่ยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย

 

เอกราช ช่างเหลา กำลังถูกพูดถึงหลังเป็นพยานรหัส 16/26 ในคดีฮั้ว สว. โดยเอกราชเป็นอดีต สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกขับออกจากสมาชิกภาพพรรคเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ก่อนย้ายซบพรรคกล้าธรรมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568

 

จากนั้น วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เอกราชได้เดินทางมาให้ถ้อยคำต่อ กกต. และยื่นเรื่องขอ ‘กันตัวเองเป็นพยาน’ (ก่อนที่พรรคภูมิใจไทยจะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในวันที่ 18 มิถุนายน 2568)

 

โดยเนื้อหาคำให้การครั้งแรก ได้ให้การซัดทอดและพาดพิงถึงกรรมการบริหารพรรค, ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, และแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่ามีการวางแผนและจัดทำระบบกระบวนการเลือก สว.

 

อย่างไรก็ตาม เอกราชได้ส่งหนังสือขอกลับคำให้การไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 โดยอ้างในหนังสือว่า ถูก ‘ชายไม่ทราบชื่อข่มขู่บังคับ’ ให้กล่าวหาพรรคภูมิใจไทย และขอแจ้งว่าสิ่งที่เคยให้การไว้ในครั้งแรกนั้น ‘ไม่เป็นความจริงทั้งหมด’

 

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ให้เหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกร้องในกลุ่มที่เป็นนักการเมืองจากพรรคภูมิใจไทย 21 คนว่า พยานรหัส 16/26 ’เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ’ เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2

 

แม้จะพบว่ามีการโทรศัพท์หากัน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าพูดคุยกันในเรื่องใด จึงยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1

 

ซึ่งข้อกล่าวหาที่ 1 เมื่อ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่ายังรับฟังไม่ได้ จึงมีผลต่อเนื่องไปยังข้อกล่าวหาที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับความช่วยเหลือในการเลือก สว. เพราะยังไม่สามารถรับฟังได้ว่าบุคคลที่มีชื่อในสำนวนได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว

 

“พยานคนนี้มีมูลเหตุโกรธเคืองกับพรรคภูมิใจไทย จากการถูกขับออกจากพรรค จึงต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา พยานกลับคำ ผมลงโทษมาเยอะ แต่พยานปากนี้ หรือ 3 ปากไม่มีความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรก” ประธาน กกต. กล่าว

 

3 ข้อกังขาทางกฎหมาย ’กกต. ทำผิดพลาดในการประเมินพยานรหัส 16’

 

“หาก กกต. เห็นว่าพยานรหัส 16 ให้การเท็จ เหตุใดคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 หรือ กกต. จึงไม่ดำเนินคดีข้อหาให้การเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นตามกฎหมายเลือกตั้ง หรือถอนสิทธิ์การกันเป็นพยานเพื่อนำกลับมาเป็นผู้ต้องหา” อภิสิทธิ์กล่าว

 

จากนั้น อภิสิทธิ์ได้ฉายภาพประเด็นนี้ด้วย 3 ข้อกังขาคือ

 

1. เหตุใดจึงไม่ดำเนินคดีข้อหาให้การเท็จ: หาก กกต. และคณะทำงานชุด 36 เห็นว่าคำให้การครั้งแรกของเอกราชเป็นเรื่องไม่จริง เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินคดีกับเอกราชในข้อหาให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน

2. เหตุใดไม่ดำเนินคดีข้อหากลั่นแกล้งตามกฎหมายเลือกตั้ง: ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (พ.ร.ป. สว.) การกล่าวหาผู้อื่นว่ากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ มีโทษอาญาความผิดฐานกลั่นแกล้งผู้อื่นโดยเฉพาะ แต่ กกต. กลับไม่ได้ดำเนินคดีในส่วนนี้

3. เหตุใดจึงไม่ถอนสถานะการกันเป็นพยาน: เดิมทีเอกราชมีสถานะเป็นผู้ต้องหา แต่ได้รับการ “กันตัวไว้เป็นพยาน” เพราะคำให้การซัดทอดครั้งแรก เมื่อเจ้าตัวส่งหนังสือยอมรับเองว่าคำให้การนั้นเป็นเท็จ เหตุใด กกต. จึงไม่ถอนสิทธิ์การกันเป็นพยาน แล้วนำตัวนายเอกราชกลับเข้าสู่สถานะผู้ต้องหาเพื่อสั่งฟ้องดำเนินคดีตามปกติ

 

อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่พรรคภูมิใจไทยยังมีอำนาจเป็นรัฐบาล หากเอกราชไม่มีข้อมูลจริง จะกล้าออกมาให้การซัดทอดตั้งแต่แรกหรือ ข้ออ้างที่ว่าถูกกดดันหลังจากพ้นจากพรรคจึงยังมีน้ำหนักน่าสงสัย

 

หาก กกต. สงสัยในตัวเอกราช สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การตัดจบสั่งไม่ฟ้อง แต่ควรดำเนินคดีหรือส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ซึ่งใช้ระบบไต่สวน เมื่อเรื่องเข้าสู่ชั้นศาล จะมีอำนาจเรียกเอกราชมาไต่สวนและสาบานตน เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนต่อหน้าศาลว่า คำให้การครั้งแรกหรือหนังสือกลับคำให้การครั้งที่สอง อันไหนคือความจริงกันแน่

 

ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ยังกล่าวถึง กกต. ว่า ทำผิดพลาดในการประเมินพยาน โดยมองเอกราชแบบแยกส่วนเดี่ยวๆ (การตีความตัวบทกฎหมายทีละมาตรา ทีละประโยค หรือทีละคำ โดยตัดบริบทแวดล้อม เจตนารมณ์ หรือข้อเท็จจริงในสังคมออกไป) ทั้งที่คำให้การครั้งแรกของเอกราชสอดคล้องอย่างพอดีกับพยานหลักฐานเชิงแวดล้อมทั่วประเทศ

 

ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการพักรวมกันในโรงแรมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี, ข้อมูลตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ และการโทรติดต่อกันถี่ผิดปกติช่วงวันลงคะแนน รวมทั้งลักษณะตัวเลขในบัตรลงคะแนนที่เขียนสลับไปมาเหมือนกันอย่างผิดธรรมชาติ

 

“การตัดทิ้งพยานรหัส 16 แล้วสรุปว่าไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ก็เหมือนเห็นเหตุการณ์ล้มบอลทุกสนามแล้วบอกว่าไม่มีคนวางแผน แต่ละสนามแค่นัดกันล้มเอง” อภิสิทธิ์กล่าวย้ำ

 

กกต. เน้นแต่ ‘มาตรา 77’ แต่ละเลย ‘มาตรา 62’

 

อภิสิทธิ์ระบุเพิ่มว่า กกต. มุ่งพิจารณาเฉพาะความผิดมาตรา 77 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.ป.สว. (เรื่องการจ่ายเงินจ้างโหวต) ในข้อกล่าวหาที่ 4-7

 

แต่ละเลยการส่งศาลฎีกาตาม พ.ร.ป.สว. มาตรา 62 (การกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครคนอื่น) ทั้งที่มาตรา 62 ไม่ต้องมีหลักฐานเส้นทางการเงิน และในอดีต กกต. เคยใช้มาตรา 62 ส่งศาลฎีกาตัดสินลงโทษมาแล้ว (กรณีผู้สมัคร สว.ชลบุรี สมยอมแลกคะแนน-ฝ่าฝืนกฎหมาย ผ่านแชตไลน์)

 

ทั้งนี้ ในชั้น กกต. กฎหมายกำหนดให้ใช้เกณฑ์ ‘หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า’ เพื่อส่งเรื่องให้ศาลไต่สวน แต่ กกต. กลับนำมาตรฐาน ‘การพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัย’ ซึ่งเป็นหน้าที่ชั้นตัดสินของศาล มาใช้เป็นเหตุผลในการตัดฟ้องฝ่ายการเมือง

 

“กกต. แสดงพฤติกรรมเสมือนทำหน้าที่เป็นองค์คณะผู้พิพากษาตัดสินคดีเสียเอง ทั้งที่การสั่งฟ้องส่งศาลฎีกาในระบบไต่สวนไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว แต่เป็นการส่งให้ศาลพิสูจน์ความจริง” อภิสิทธิ์กล่าวเพิ่ม

 

นี่แค่จุดเริ่มต้น คดีนี้อีกยาว

 

“วันนี้ยังไงก็ไม่ใช่ว่าจะจบ มันไม่จบหรอก คดีนี้ยังต้องสู้กันอีกยาวนานในหลากหลายช่องทาง” อภิสิทธิ์กล่าวถึงคดีฮั้ว สว.

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า หากในชั้นไต่สวนของศาลฎีกา มีการให้การซัดทอดพยานหลักฐานใหม่ปรากฏขึ้น หรือเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น ข้อเท็จจริงนั้นจะกลายเป็น ‘ความปรากฏ’ ที่บังคับให้ กกต. ต้องนำกลับมาตั้งเรื่องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

อีกทั้งก่อนหน้านี้ หาก กกต. สั่งไม่ฟ้องเลยแม้แต่คนเดียว คดีอั้งยี่และฟอกเงินของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเดินหน้ายากเพราะขาดความผิดมูลฐาน แต่ กกต. มีมติสั่งฟ้อง สว. 26 คน ก็เป็นการเปิดช่องให้ DSI ใช้เป็นหลักพิงเรื่องความผิดมูลฐานเพื่อเดินหน้าสอบสวนคดีอั้งยี่และฟอกเงินต่อได้บางส่วน

 

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นฟ้อง กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างอิงจากกรณีคดีที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่เคยมีการยื่นโต้แย้งคำสั่ง/คำวินิจฉัยของ กกต. และศาลได้รับคำร้องไว้พิจารณา

The post “นี่แค่จุดเริ่มต้น คดีนี้อีกยาว” กกต.ส่งฟ้องบางส่วน ฮั้ว สว. ไร้นักการเมืองภูมิใจไทย ‘มองข้ามพฤติการณ์ที่เป็นขบวนการ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ ท้าฝ่ายค้านเปิดชื่อ ‘เส้นใหญ่ไม่ต้องสอบ’ ขออย่าพูดลอยๆ หวังสร้างคะแนนนิยม https://thestandard.co/phiphat-challenge-opposition-exam-fraud/ Thu, 10 Sep 2026 04:24:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1253067 ภาพพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

วันนี้ (10 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประก […]

The post พิพัฒน์ ท้าฝ่ายค้านเปิดชื่อ ‘เส้นใหญ่ไม่ต้องสอบ’ ขออย่าพูดลอยๆ หวังสร้างคะแนนนิยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

วันนี้ (10 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่าอดีตเลขานุการมีความเชื่อมโยงกับคดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ไม่อยากจะตอบก่อน ขอรอผลสอบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนักการเมืองออกมาพูดอย่างไรก็พูดได้หมด พอพูดไป ถ้าไม่จริงก็ถูกฟ้องร้องเอง ตนเองไม่ใช่คู่กรณี ก็คงไม่เข้าไปก้าวก่ายมาก

 

ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สุดท้ายอยู่ที่กระบวนการทางกฎหมาย จะทำการสอบสวนและดำเนินคดีจนถึงที่สุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในหลายสถานที่ว่า เรื่องการสอบท้องถิ่นต้องว่ากันให้ถึงที่สุด มีต้นตออยู่ตรงไหนจะต้องสาวไปให้ถึงจุดท้ายสุดให้ได้ นั่นคือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์มาโดยตลอด งานนี้ไม่มีคำว่าฮั้ว ใครผิดก็ต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ

 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีคนพูดว่ามีเส้นใหญ่มาก ไม่ต้องเข้าสอบก็มีชื่อรับการบรรจุ พิพัฒน์ย้อนถามว่า ที่มีชื่อโดยไม่ได้เข้าสอบต้องไปถามผู้ให้สัมภาษณ์ว่ารู้ได้อย่างไร หรือลูกหลาน พี่น้องเขาไม่ต้องสอบแล้วได้รับการบรรจุหรือไม่ ฝากไปถามเขา ในเมื่อเขารู้เยอะขนาดนี้ ขอให้ช่วยออกมาชี้หน่อยว่าเป็นใครและรู้ได้อย่างไร เพราะคนสอบเป็นแสน ไม่ใช่สอบอยู่แค่ 2 คน

 

“คุณจะพูดออกมาแบบลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานและหลักเกณฑ์อะไรเป็นตัวชี้วัด มันไม่ได้ คิดอยากจะหาเสียงก็ว่าไป ผมคิดว่ามันไม่ถูก อย่าหาเสียงหรือหาความชอบใส่ตัวเองในสิ่งที่มันไม่ชัดเจน ขอฝากไปถึงน้องๆ ว่าอะไรที่มันชัดเจนค่อยมาพูด อะไรที่คิดว่าคุณคิดมาเอง ก็เก็บไว้เล่าให้เพื่อนฟังได้ แต่อย่าเพิ่งรีบสื่อสาร ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมา อะไรที่สาวถึงตรงไหน นายกฯ พูดชัดเจนแล้วว่า สาวถึงตัวใคร คนนั้นก็รับผิดไป ส่วนนี้สุดท้ายความยุติธรรมมันต้องได้รับการตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน” พิพัฒน์กล่าว

The post พิพัฒน์ ท้าฝ่ายค้านเปิดชื่อ ‘เส้นใหญ่ไม่ต้องสอบ’ ขออย่าพูดลอยๆ หวังสร้างคะแนนนิยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปต้นจนจบ สภาฯ ชุลมุน เมื่อ กกต. เป็นเหตุ ทำเอา สส. เถียงกันยาวถึงตี 2 https://thestandard.co/parliament-chaos-ec-budget-debate/ Thu, 10 Sep 2026 02:12:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1252834 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

สรุปต้นจนจบสถานการณ์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณ […]

The post สรุปต้นจนจบ สภาฯ ชุลมุน เมื่อ กกต. เป็นเหตุ ทำเอา สส. เถียงกันยาวถึงตี 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

สรุปต้นจนจบสถานการณ์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 กันยายน) ที่ขับเคี่ยวลากยาวไปจนถึงเวลา 02.09 น. ของวันใหม่

 

เกิดความวุ่นวายอะไรขึ้น แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงคดีฮั้ว สว. THE STANDARD สรุปสถานการณ์แบบม้วนเดียวจบ

 

คดีฮั้ว สว. สู่เกมยื้อเวลาวาระ กกต.

 

  • เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา สภาฯ มีนัดรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของ กกต. ปี 2567 และ 2568

 

  • เป็นที่จับตาว่า ฝ่ายค้านตั้งใจจะใช้เวทีนี้ในการอภิปรายตรวจสอบรัฐบาลและ กกต. ในประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

 

  • แต่ สส. ฝ่ายรัฐบาลได้เสนอญัตติด่วนเรื่องปัญหาชายแดนใต้ขึ้นมาพิจารณาก่อน ทำให้วาระของ กกต. ต้องล่าช้าออกไป

 

  • ความล่าช้าดังกล่าวทำให้ฝ่ายค้านกล่าวหารัฐบาลว่าจงใจหลบเลี่ยงการอภิปรายเรื่อง กกต.

 

  • อีกทั้งวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่ กกต. จะลงมติว่าจะสั่งฟ้อง สว. หรือไม่ ฝ่ายค้านจึงหวังจะได้อภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ ก่อนหน้านั้น

 

กระแสข่าวรัฐบาลลากยาวพิจารณางบ กกต. โต้รุ่ง

 

  • ในสัปดาห์นี้ (7-9 กันยายน) สภาฯ มีกำหนดพิจารณางบประมาณ ปี 70 และจะพิจารณาวาระชายแดนใต้กับ กกต. ต่อในวันที่ 10 ก.ย.

 

  • แต่การพิจารณางบประมาณ 2 วันแรกกลับเป็นไปอย่างล่าช้า ฝ่ายค้านจึงเตรียมแผนสำรองด้วยการใช้โอกาสในมาตรา 32 (มาตรา 32 ว่าด้วยงบประมาณขององค์กรอิสระ หน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ) เพื่ออภิปรายถึง กกต.

 

  • จากนั้นมีข่าวลือปรากฏว่า สส. พรรคร่วมรัฐบาลนำโดยพรรคภูมิใจไทย เตรียมนัดหมายลากยาวการพิจารณางบไปเรื่อยๆ จนถึงมาตรา 32 ให้จบภายในคืนวันที่ 9 กันยายนให้ได้

 

  • โดยคาดหมายว่าจะลากยาวไปถึงเวลา 03.00 – 05.00 น. เพื่อให้ช่วงเวลาที่ฝ่ายค้านอภิปรายเรื่อง กกต. และคดีฮั้ว สว. ไปตกในช่วงเช้ามืดที่ประชาชนนอนหลับแล้ว และไม่ได้ติดตามการประชุมสภาฯ

 

ฝ่ายค้านแก้เกม ‘ขอนับองค์ประชุม’ กลางดึก

 

  • เวลา 23.43 น. นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.พรรคประชาชน ขอนับองค์ประชุมระหว่างพิจารณามาตรา 25 (งบกระทรวงสาธารณสุข)

 

  • ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าฝ่ายค้านยินดีถอนการขอนับองค์ประชุมและถอนชื่อผู้อภิปราย หากมีความชัดเจนว่าสภาฯ จะเอาอย่างไรและจบกี่โมง

 

  • ปกรณ์วุฒิชี้แจงว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมาฝ่ายค้านยอมให้ความร่วมมือถอนชื่อแล้ว แต่พอวันถัดมารัฐบาลก็มาเติมชื่ออีกเพื่อยื้อเวลา

 

  • ในเวลา 00.28 น. สส. พรรคประชาชน เสนอนับองค์ประชุมอีกครั้งในรูปแบบขานชื่อ จนเกิดข้อถกเถียงกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล

 

สส. วิวาทะกลางดึก เสียงโห่เริ่มดัง

 

  • บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด มีเสียงโห่จาก สส. ฝั่งรัฐบาลแทรกระหว่างที่ปกรณ์วุฒิกำลังหารือ จน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ที่ทำหน้าที่ประธานอยู่ต้องสั่งให้เงียบ

 

  • มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากฝั่ง สส. รัฐบาลในทำนองว่า “เด็กกำลังงอแง ขอขวดนมหน่อย” ระหว่างปกรณ์วุฒิกำลังขอให้สมาชิกแสดงตนแบบขานชื่อ

 

  • บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.ภูมิใจไทย ตอบโต้ฝ่ายค้านว่า โตแล้วอย่าเล่นเป็นเด็ก การขอนับองค์ประชุมน่าอาย พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ดึงเวลาเพื่อปกป้อง กกต.

 

  • ทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวนกลับว่ารัฐบาลกำลังหลอกตัวเอง เพราะสาเหตุของความวุ่นวายคือความพยายามหลีกเลี่ยงการอภิปราย กกต. พร้อมทิ้งท้ายว่า “คนขี้ขลาดควรจะอายมากกว่า”

 

  • ด้าน กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. ภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่าตนพยายามประนีประนอมและยอมกัดก้อนเนื้อตัวเองเพื่อให้สภาเดินหน้า ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจยื้อเวลา แต่สมาชิกมีความเดือดร้อนจึงต้องลุกขึ้นอภิปราย

 

ถอยคนละก้าว ปิดประชุมราว 2.00 น.

 

  • สถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ จนท้ายที่สุด พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน เสนอทางออกให้พิจารณางบให้จบภายในเย็นวันที่ 10 กันยายน และนัดหารือเรื่องวาระ กกต. ต่อไป

 

  • กรวีร์ตอบรับข้อตกลง โดยฝ่ายค้านจะได้เวลา 6 ชั่วโมงในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ต่อ และรัฐบาลจะเป็นผู้บริหารเวลาที่เหลือ ที่ประชุมยอมถอยคนละก้าว สมาชิกยอมถอนชื่อเพื่อลดเวลาการอภิปราย

 

  • สภาฯ พิจารณาจนจบมาตรา 26 และสั่งปิดการประชุมในเวลา 02.09 น. โดยนัดประชุมเพื่อพิจารณาต่อในมาตรา 27 งบประมาณของหน่วยราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี เวลา 09.00 น. ของเช้าวันนี้ (10 กันยายน)

The post สรุปต้นจนจบ สภาฯ ชุลมุน เมื่อ กกต. เป็นเหตุ ทำเอา สส. เถียงกันยาวถึงตี 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาถกเดือดงบกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านชี้การเมืองแทรกแซง DSI กระทบคดีฮั้ว สว. https://thestandard.co/parliament-justice-budget-dsi-interference/ Wed, 09 Sep 2026 11:23:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1252753 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณางบประมาณกระทรวงยุติธรรม

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ( […]

The post สภาถกเดือดงบกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านชี้การเมืองแทรกแซง DSI กระทบคดีฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณางบประมาณกระทรวงยุติธรรม

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ในช่วงการพิจารณามาตรา 21 งบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านได้ข้อสังเกตถึงการแทรกแซงทางการเมืองในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่อาจส่งผลกระทบต่อคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก่อนหมดอายุความ

 

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ที่ต้องดูแลผู้ต้องขังกว่า 300,000 คน รวมถึงการตั้งคำถามถึงเหตุผลการตัดงบประมาณกล้องวงจรปิด ซึ่งมีความสำคัญในการตรวจสอบความเป็นอยู่และเป็นหลักฐานกรณีผู้ต้องขังป่วยหรือเสียชีวิต ดังเช่นกรณีของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง’ อดีตนักกิจกรรมทางการเมือง

 

เสนอตัดงบโครงการไม่จำเป็น 17.35 ล้าน ของกรมคุมประพฤติ

 

ศศินันท์ได้มุ่งประเด็นไปที่กรมคุมประพฤติ ซึ่งมีหน้าที่ฟื้นฟูผู้กระทำผิดไม่ให้กระทำผิดซ้ำ โดยเสนอให้ตัดลดงบประมาณใน 5 โครงการที่ไม่จำเป็น รวมเป็นเงิน 17.35 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

  • โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 219 หรือประมาณ 15 ล้านบาทภายในปีเดียว โดยไม่มีการชี้แจงความจำเป็นเร่งด่วน
  • โครงการประชุมอาสาสมัครคุมประพฤติ ซึ่งมีค่าเดินทางสูงกว่า 600,000 บาท โดยเสนอให้ปรับลดลงร้อยละ 50 เนื่องจากสามารถใช้การประชุมออนไลน์ทดแทนได้
  • งบชดเชยรถประจำตำแหน่ง 4 ราย รวมถึงตำแหน่งอธิบดี วงเงิน 1.296 ล้านบาท โดยเสนอให้ปรับลดลงร้อยละ 50 และหันมาใช้รถส่วนกลาง
  • โครงการอบรมสัมมนา เสนอปรับลดร้อยละ 20 เนื่องจากควรมีตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนว่าการอบรมสามารถลดอัตราการกระทำผิดซ้ำได้หรือไม่
  • โครงการทูบีนัมเบอร์วัน เสนอปรับลดงบประมาณลงกึ่งหนึ่ง หรือ 202,450 บาท

 

ในช่วงท้ายของการอภิปราย

ศศินันท์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะอธิบดีกรมคุมประพฤติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. พร้อมยกป้ายตัวเลข ‘229’ โดยระบุว่าเป็นตัวเลขสำคัญ และคดีดังกล่าวเหลือเวลาอีกเพียง 3-4 วันก่อนหมดอายุความ จึงเรียกร้องให้จับตาการใช้อำนาจรัฐที่อาจก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย

 

แย้งข้อกล่าวหา DSI ทำงานอิงการเมือง

 

ด้าน ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายตอบโต้ในประเด็นการทำงานของ DSI โดยเห็นด้วยว่า DSI ควรมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ศุภชัยได้โต้แย้งข้อสังเกตของฝ่ายค้านเรื่องการเมืองแทรกแซง DSI โดยระบุว่า คดีฮั้ว สว. นั้นเริ่มต้นสืบสวนและถูกพยายามดึงให้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่ในยุครัฐบาลก่อนหน้า ไม่ใช่ในรัฐบาลชุดที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งอัยการเองก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งข้อกล่าวหาบางข้อ และมองว่าไม่ใช่คดีอาชญากรรมระดับชาติที่อยู่ในอำนาจของ DSI

 

ศุภชัยยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนที่ 26 และ 36 ในคดีฮั้ว สว. ว่าสำนวนการสอบสวนอาจถูกบิดเบือนจากการแทรกแซงของอำนาจทางการเมืองในขณะนั้น จนนำมาสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสังคม พร้อมยืนยันว่าต่อให้พนักงานสอบสวนถูกโยกย้ายไปที่ใด ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องไปเป็นพยานศาลตามกระบวนการยุติธรรม

 

โวยโยกย้ายเจ้าหน้าที่ในคดีฮั้ว สว. คือการแทรกแซงแท้จริง

 

ทำให้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ใช้สิทธิอภิปรายโต้แย้งศุภชัย โดยกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีฮั้ว สว. จนศุภชัยลุกขึ้นประท้วงว่า พ.ต.อ.ทวีซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มีสิทธิชี้แจง เนื่องจากไม่ถูกพาดพิง

 

พ.ต.อ.ทวีจึงอภิปรายต่อโดยระบุว่า เห็นด้วยกับการปรับลดงบประมาณและต้องการให้ DSI มีอำนาจสอบสวนต่อไป พร้อมสวนกลับประเด็นการแทรกแซงว่า การแทรกแซงที่แท้จริงคือการสั่งย้ายบุคคลที่ทำคดีฮั้ว สว. ออกจากหน่วยงานในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และต้องมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำการแทรกแซง

 

ภายหลังการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม ผลปรากฏว่าเสียงข้างมาก 279 เสียง เห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขณะที่มีผู้ไม่เห็นชอบ 139 เสียง งดออกเสียง 55 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง

 

The post สภาถกเดือดงบกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายค้านชี้การเมืองแทรกแซง DSI กระทบคดีฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิริพงศ์ ยันรัฐบาลไม่ถ่วงงบฯ 70 ชี้ฝ่ายค้านอภิปรายเยอะเอง ถามกดดัน กกต. ปมฮั้ว สว. ‘ใครได้ประโยชน์’ https://thestandard.co/sirippong-budget-ec-senate-pressure/ Wed, 09 Sep 2026 05:37:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1252593 สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (9 กันยายน) เวลา 11.15 น. ที่อาคารรัฐสภา สิริพงศ […]

The post สิริพงศ์ ยันรัฐบาลไม่ถ่วงงบฯ 70 ชี้ฝ่ายค้านอภิปรายเยอะเอง ถามกดดัน กกต. ปมฮั้ว สว. ‘ใครได้ประโยชน์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (9 กันยายน) เวลา 11.15 น. ที่อาคารรัฐสภา สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีความพยายามดึงเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ไปจนถึงวันที่ 10 กันยายน เพื่อไม่ให้เข้าสู่วาระการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นั้น

 

 
 

สิริพงศ์กล่าวว่า ตนคิดว่าการอภิปรายงบประมาณทุกคนก็ติดตามกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของ สส.ที่จะอภิปรายตามมาตราต่าง ๆ ปกติรัฐบาลพยายามที่จะกระชับเวลาอยู่แล้ว เดิมกำหนดเวลาจะจบในวันที่ 9 กันยายน แต่อยู่ที่ สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าจะพยายามลดทอนเวลาของตัวเองได้หรือไม่ หากทำได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้า สส.ต้องการอภิปรายกันเยอะ เวลาก็อาจจะล่วงเลยไป

 

ส่วนตัวคิดว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายอาจจะมีความกังวลหรือต้องการหยิบยกขึ้นมาพูดในช่วงนี้ เพื่อเป็นการกดดันการทำงาน หรือต้องการให้กระแสสังคมได้มองไปในทิศทางที่เขาต้องการ ซึ่งไม่เป็นไร ยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลทำเต็มที่ พยายามควบคุมและบริหารเวลาอย่างเต็มที่ อย่างเมื่อคืนวันที่ 8 กันยายน พยายามควบคุมและปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงเวลา 01.00 น. มา 2 วันแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้มีการตัดจบอะไรเลย พยายามไปให้ไกลที่สุด ให้ได้หลายมาตราที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่ได้มีกำหนดการที่จะไม่ให้ฝ่ายค้านเข้าสู่ญัตติในเรื่องรายงานของ กกต.ใช่หรือไม่ สิริพงศ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิปทั้งสองฝ่ายมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ต้องไปดูว่าผู้อภิปรายทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างไร ถ้าผู้อภิปรายฝ่ายค้านยังมีจำนวนมาก อย่างกระทรวงมหาดไทยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งถ้าอภิปรายกันเยอะขนาดนี้แล้วยังมาบอกว่ารัฐบาลถ่วงเวลา คงไม่ใช่ หรือถ้าจะบอกให้ฝ่ายค้านพูดอย่างเดียว รัฐบาลไม่มีสิทธิ์พูดเลย คงไม่ใช่เช่นกัน ต้องเท่าเทียมกัน

 

ถามฝ่ายค้านพยายามกดดัน กกต.ต่อเนื่อง

 

สิริพงศ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญชวนประชาชนมาร่วมเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เป็นการกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้ว สว.หรือไม่ว่า ประเด็นนี้ตนคิดว่าสังคมต้องทำความเข้าใจ วันนี้เราถูกกล่าวหาว่ามีกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับ สว. ตนจึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนทำความเข้าใจว่า หากวันนี้การดำเนินการของ กกต.ไม่ว่าจะอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าผลออกมาเป็นที่ไม่พอใจของฝ่ายตรงกันข้าม เขาก็จะบอกว่าเป็นเพราะ กกต.ได้รับความกดดันจากรัฐบาล นี่คือคำพูดที่เรามักได้ยินอยู่เป็นประจำ

 

แต่ขณะเดียวกัน วันนี้ฝ่ายค้านทำให้เห็นเลยว่ากำลังกดดัน กกต. โดยการเชิญคนออกมาเดินบนท้องถนน ก่อนหน้านี้ก็มีการทำลักษณะนี้ คือการไปออกกำลังกายที่หน้าสำนักงาน กกต. ซึ่งประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จก็แล้วแต่ ซึ่งเขาบอกว่านี่เป็นการกดดัน กกต.

 

สิริพงศ์ กล่าวว่า ความพยายามในการกดดัน กกต.ของฝ่ายค้านมีการทำมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่ทำกับเครือข่ายของฝ่ายค้านด้วย ซึ่งการทำในครั้งนั้น อย่างการไปออกกำลังกายหน้าสำนักงาน กกต.อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง แต่การดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากก็ต้องขอความกรุณา เช่น การที่จะชุมนุมในสถานที่สาธารณะ หากไม่ได้รบกวนการสัญจรของประชาชนก็อาจจะทำได้ แต่การที่จะไปปิดถนนหรือเดินขบวนเป็นระยะทางไกลๆ ใช้เวลานาน ๆ อาจจะกระทบต่อชีวิตของประชาชนก็ต้องขอฝากด้วย

 

ดังนั้น จึงอยากขอว่าความพยายามในการกดดัน กกต.ครั้งนี้ หากผลไม่ออกมาเป็นอย่างที่เขาคาดไว้แล้วมันจะเป็นอย่างไร หรือถ้าผลออกมาเป็นไปอย่างที่เขาคาดหวัง ผลที่ตามมาใครได้ประโยชน์ สมมติกลุ่ม สว.ต่าง ๆ ถูกดำเนินคดี ถูกให้ออกไป แล้วใครได้ประโยชน์ คนที่ได้ประโยชน์ย่อมเป็นกลุ่ม สว.สำรอง ซึ่งเป็นพวกของใคร ตรงนี้ขอชวนให้ทุกคนได้คิดว่าสิ่งที่พูดไปทั้งหมดนี้ตรงไปตรงมาหรือไม่

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ผู้นำฝ่ายค้านเป็นคนนำขบวน เชิญชวนประชาชนมาร่วมในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้ สิริพงศ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าในการสื่อสารกับประชาชน เขาอาจจะบอกได้ว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ถ้าสำหรับคนที่ติดตามการเมืองมาย่อมรู้คำตอบอยู่แล้วว่าในการดำเนินการหวังมาซึ่งสิ่งใด

 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ภาพการทดลองใช้ TH-AI passport ให้ทายสีที่ตรงกับคำที่ระบุไปให้มากที่สุด ซึ่งพบว่า เมื่อพิมพ์ไปว่า สว. AI ตอบกลับว่า สีน้ำเงินว่า ส่วนตัวได้ทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ฟังก์ชั่นโปรที่ซื้อใช้ส่วนตัว ในราคาราว 2,500 บาทต่อปี และทดลองเล่นเกมทายคำกับสีเดียวที่เข้ากันมากที่สุด โดยถามว่า กล้วย AI ตอบว่า สีเหลือง ถามว่า แอปเปิ้ล AI ตอบว่า สีแดง และเมื่อถามไปว่า สว. AI ตอบว่า สีส้ม จากนั้นนายสิริพงศ์ ได้โชว์ประวัติการใช้ AI ให้กับสื่อมวลชนดู

 

ตอกกลับกระแสแซะ TH-AI passport ใช้ AI PRO ถาม สว. ได้สีส้ม

 

สิริพงศ์ ยังกล่าวว่า วันนี้ต้องทำความเข้าใจกับการใช้ AI บางคนจะบอกว่า AI ให้คำตอบใดๆ ออกมาจะทำให้คนฉลาดหรือโง่ ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าตนอาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ด้าน AI แต่ก็เติบโตมากับการทดลองใช้ AI และคิดว่าทุกท่านผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว โดยยกตัวอย่างคือการใช้แอปพลิเคชันนำทาง อาจจะถูกนำไปลงคลอง หรือทางตัน นั่นเกิดจากรูปแบบการทำ AI ที่เรียกว่า Last language model คือการนำข้อมูลที่มีอยู่มาประมวลใช้

 

ฉะนั้นประสบการณ์แต่ละประเทศ จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการสอนและข้อมูลที่ได้รับ วันนี้จะเห็นได้ว่าแอปพลิเคชันที่เคยนำทางไปทางตัน วันนี้นำทางได้ดีขึ้น ถูกต้องขึ้น เกิดจากการที่คนใช้งานจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับ TH-AI passport ก็มาจากข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานใส่ลงไปในระบบ ไม่สามารถยึดถือเป็นคำตอบได้

 

สิริพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าหลายคนควรจะรู้จักการใช้ AI ที่ถูกต้อง นั่นคือการตั้งคำถาม การหาคำตอบและการตั้งข้อสังเกต วันที่เราใช้ AI กันแรกๆ เราถามไปหลายคำถาม AI ก็ตอบมาไม่ตรง และเราก็ถามกลับไปว่าใช่หรือไม่ นี่จึงถือเป็นกระบวนการเรียนรู้

 

“ดังนั้นหากใช้ AI อย่างถูกต้อง ซึ่งในโครงการ TH-AI passport ตนคิดว่าน่าจะมีสอนอยู่ ถ้าเรียนรู้ที่จะใช้วิธีตามวิทยาศาสตร์ ตั้งคำถาม หาคำตอบและพิสูจน์ว่าคำตอบถูกต้องหรือไม่ หากทำแบบนี้ไม่มีทางโง่ แต่ถ้าท่านเชื่อในสิ่งที่เขาตอบ เชื่อใน สิ่งที่คนพูดท่านเชื่อในสิ่งที่เค้าว่าโดยไม่กลั่นกรอง ไม่ตั้งคำถาม อันนั้นท่านโง่แน่นอน”

The post สิริพงศ์ ยันรัฐบาลไม่ถ่วงงบฯ 70 ชี้ฝ่ายค้านอภิปรายเยอะเอง ถามกดดัน กกต. ปมฮั้ว สว. ‘ใครได้ประโยชน์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ หลังเปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 https://thestandard.co/opposition-criticizes-budget-scrutiny/ Mon, 07 Sep 2026 08:59:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1251748 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ […]

The post ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ หลังเปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในวันแรกของกรอบเวลา 7-9 กันยายน ประเด็นสำคัญของวันนี้อยู่ที่การตั้งข้อสังเกตต่อการปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท แล้วนำไปจัดสรรไว้ในงบกลาง

ดูภาพข่าว 

พรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่า เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร และมีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าการจัดสรรดังกล่าวมีเหตุผลรองรับ ทั้งเพื่อเตรียมชำระหนี้คดีคลองด่านและจัดทำกองทุนสมทบเพื่อดึงเงินนอกระบบเข้าสู่เศรษฐกิจ

 

ห่วงรัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการปรับลดงบประมาณได้เพียง 11,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.29 การจัดสรรงบประมาณนำร้อยละ 54 ของส่วนที่ปรับลด หรือ 6,000 ล้านบาท ไปไว้ในงบกลางหมวดสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเข้มข้น

 

ขณะที่ ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอปรับลดงบกลาง 50,000 ล้านบาท โดยระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับแนวคิดกองทุนสมทบ (Matching Fund) แต่รัฐบาลไม่ควรตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ในงบกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการขอความเห็นชอบจากสภา

 

วิจารณ์เงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

 

ด้าน กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณรวมร้อยละ 10 เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำไปจัดสรรใหม่ในการแก้ปัญหาโครงสร้าง 5 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สังคมสูงอายุ หนี้ครัวเรือน ประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยี

 

กรณ์วิจารณ์ว่าการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทยังคงวนเวียนอยู่กับโครงการเดิมและจัดซื้อพัสดุ โดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางภาวะการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงเหลือร้อยละ 14 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัดงบประมาณ 150,000 ล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้อยู่ต่ำกว่าเพดานหนี้สาธารณะร้อยละ 1

 

อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตถึงความสุ่มเสี่ยงในการขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งข้อสงสัยว่างบกลาง 60,000 ล้านบาท และงบบริการคลาวด์ภาครัฐ 4,500 ล้านบาท อาจไม่ใช่รายจ่ายลงทุนที่แท้จริง

 

กมธ. สงวนความเห็นลดภาระการคลังประเทศ

 

ในฟากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ที่ได้สงวนความเห็น เช่น วีระ ธีระภัทรานนท์ เสนอปรับลดงบประมาณ 7,400 ล้านบาท เพื่อให้เป็นงบประมาณแบบไม่เพิ่มวงเงิน (Zero growth budget) ป้องกันการติดกับดักทางด้านการคลังและหนี้สาธารณะ

 

วีระเสนอให้นำเงินนอกงบประมาณที่สะสมอยู่กว่า 4 ล้านล้านบาทมาเติมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจแทนการสร้างภาระงบประมาณเพิ่ม

 

ขณะที่ วทันยา บุนนาค กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาทสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่ามีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. เงินกู้ และเปรียบเสมือนการตีเช็คเปล่าให้นายกรัฐมนตรีโดยปราศจากการตรวจสอบที่รัดกุม

 

วทันยาระบุว่าในจำนวนนี้มีการตั้งเป็นรายจ่ายลงทุนถึง 9,600 ล้านบาทโดยไม่มีรายละเอียดโครงการรองรับ

 

รัฐบาลชี้แจงงบกลางไม่ซ้ำซ้อน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน

 

จากนั้น ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในฐานะกรรมาธิการว่า การแปรญัตติเพิ่มงบกลาง 6,000 ล้านบาท มีไว้เพื่อเตรียมชำระหนี้คดีคลองด่านของกรมควบคุมมลพิษรวม 10,000 ล้านบาท โดยเตรียมไว้สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 6,000 ล้านบาท หากการเจรจาสิ้นสุด

 

สำหรับงบกลาง 12,000 ล้านบาท เป็นการจัดตั้งกองทุนสมทบเพื่อดึงเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่มีอยู่ราว 1 ล้านล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต่างจากเงินกู้ 4 แสนล้านบาทที่มุ่งอุดหนุนประชาชนโดยตรง

 

ประเด็นกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณเป็น 9,000 ล้านบาทแล้ว และต้องการให้กองทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ก่อน หากไม่เพียงพอจึงจะขอใช้งบกลางได้ การลดภาระกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการจะใช้แนวทางแก้ไขกฎหมายซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น

 

ทั้งนี้ รัฐบาลจะจำกัดภาระความเสี่ยงจากภัยพิบัติให้อยู่ที่ไม่เกิน 15,500 ล้านบาทต่อปีผ่านระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และกำลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้งบกลางชำระหนี้ค้างจ่ายเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท จำนวน 1,000 ล้านบาท ส่วนการกำหนดสัดส่วนรายจ่ายลงทุนร้อยละ 60 ในงบกลาง เป็นการอ้างอิงจากสถิติการใช้จ่ายจริงย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2568

 

การพิจารณายังคงดำเนินไปจนถึงช่วงค่ำว่าวันนี้ โดยยังมีวาระพิจารณางบสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นต้น

 

 

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 1

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 2

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 3

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 4

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 5

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 6

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 7

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 8

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 9

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 10

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 11

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 12

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 13

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 14

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 15

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 16

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 17

The post ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ หลังเปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 70 วาระ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามฝ่ายค้าน ตรวจสอบ กกต. หรือกดดัน ชี้สภาไม่ควรชี้นำคดีเลือก สว. https://thestandard.co/supachai-warns-parliament-ec-senate/ Fri, 04 Sep 2026 07:43:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1250869 ภาพ ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความตั้งคำถามฝ่ายค้านเรื่อง กกต. และคดีเลือก สว.

วันนี้ (4 กันยายน) ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภ […]

The post ‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามฝ่ายค้าน ตรวจสอบ กกต. หรือกดดัน ชี้สภาไม่ควรชี้นำคดีเลือก สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความตั้งคำถามฝ่ายค้านเรื่อง กกต. และคดีเลือก สว.

วันนี้ (4 กันยายน) ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้าน ตั้งคำถามว่า ‘ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?’ การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด

 

เมื่อวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีวาระการประชุมพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี 2567 ซึ่งครอบคลุมภารกิจของ กกต. ทั้งการเลือกตั้ง การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การสืบสวนไต่สวน งานพรรคการเมือง และการบริหารองค์กร

 

อย่างไรก็ตาม สามารถคาดการณ์ได้จากการกล่าวของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านว่า การอภิปรายกลับมุ่งเน้นคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. จึงเกิดคำถามว่า สภากำลังตรวจสอบผลการปฏิบัติงานประจำปี หรือกำลังกดดันกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด

 

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากมีการนำข้อมูลหรือรายละเอียดจากสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนไต่สวนที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้ประกอบการอภิปราย ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารเหล่านั้นว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้เปิดเผยมีอำนาจเปิดเผยหรือไม่ และสมควรหรือไม่ที่จะนำเนื้อหาภายในสำนวนมาไล่ถามองค์กรที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาสำนวนนั้นเสียเอง

 

โดยเฉพาะเมื่อผู้ตั้งคำถามเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งใช้อำนาจตรวจสอบในนามของฝ่ายนิติบัญญัติ ยิ่งควรระมัดระวังไม่ให้การตรวจสอบถูกมองว่าเป็นการนำข้อมูลจากกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้สร้างแรงกดดันต่อผู้มีหน้าที่วินิจฉัย

 

เอกสิทธิ์ในการอภิปรายไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นใบอนุญาตให้ละเลยคำถามเรื่องที่มาของเอกสาร ความชอบด้วยกฎหมาย และความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ปรากฏชื่ออยู่ในสำนวน กกต. ต้องถูกตรวจสอบเรื่องความล่าช้า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพได้ แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและกรอบกฎหมาย ไม่ใช่นำข้อมูลบางส่วนมาสรุปล่วงหน้าว่าใครผิด หรือเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนมากก่อนพิจารณาพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน

 

กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละบุคคลอย่างรอบด้านและเป็นธรรม การมีชื่อในคำร้องหรือในสำนวนไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิดหลักการมีเพียงสองทาง หลักฐานเพียงพอ ต้องดำเนินการโดยไม่เกรงใจใคร และหลักฐานไม่เพียงพอ ต้องกล้ายุติเรื่องโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแส

 

สภามีหน้าที่ตรวจสอบ กกต. แต่ไม่ควรทำหน้าที่แทน กกต. ตั้งคำถามได้ แต่อย่าชี้นำ เร่งรัดได้ แต่อย่ากำหนดคำตอบล่วงหน้า และกระแสสังคมไม่อาจแทนที่พยานหลักฐาน หากต้องการให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง ต้องเคารพความเป็นอิสระขององค์กร แม้ผลการพิจารณาจะไม่ตรงกับความคาดหวังของฝ่ายใด ตรวจสอบได้ แต่อย่ากดดันให้ได้คำตอบตามต้องการ และก่อนจะนำสำนวน มาตั้งคำถามกับคนอื่น ก็ควรตอบคำถามให้ได้เสียก่อนว่า สำนวนนั้นมาจากไหน ได้มาอย่างไร และมีสิทธินำมาเปิดเผยหรือไม่

 

เพราะกฎหมายต้องอยู่เหนือกระแส พยานหลักฐานต้องอยู่เหนือการเมือง และความเป็นอิสระของ กกต. ต้องอยู่เหนือแรงกดดันจากทุกฝ่าย การอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้านก็จะเป็นดังที่ผมทำนายไว้ เพราะจะกลายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจองค์กรอิสระคือ กกต. แทนที่จะเป็นการตรวจสอบตามปกติ ซึ่งมิใช่หน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร

The post ‘ศุภชัย’ ตั้งคำถามฝ่ายค้าน ตรวจสอบ กกต. หรือกดดัน ชี้สภาไม่ควรชี้นำคดีเลือก สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์เคารพการตัดสินใจหลัง รร.พูลแมน ยกเลิกจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน 29 ส.ค.นี้ ด้าน รร.ชี้แจงยึดความปลอดภัย หวั่นกระทบแขกเข้าพัก https://thestandard.co/parit-pullman-cancel-opposition-forum/ Thu, 27 Aug 2026 08:55:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1247298 พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อที่รัฐสภา

วันนี้ (27 สิงหาคม) ที่รัฐสภา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชี […]

The post พริษฐ์เคารพการตัดสินใจหลัง รร.พูลแมน ยกเลิกจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน 29 ส.ค.นี้ ด้าน รร.ชี้แจงยึดความปลอดภัย หวั่นกระทบแขกเข้าพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อที่รัฐสภา

วันนี้ (27 สิงหาคม) ที่รัฐสภา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรมผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน หัวข้อ ‘การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น: ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ’ ในวันที่ 29 สิงหาคม

 

พริษฐ์กล่าวว่า เพิ่งได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่รัฐสภาช่วงเช้าว่า โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ แจ้งขอให้เลื่อนหรือยกเลิกการจัดงานที่โรงแรม ซึ่งตนเคารพการตัดสินใจและเคารพสิทธิของโรงแรมที่เป็นเอกชน ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ได้ประสานรายละเอียดครบถ้วนและได้รับการยืนยันก่อนประชาสัมพันธ์ โดยปฏิเสธเรื่องการเล่นเกมการเมือง พร้อมระบุแผนสำรองที่เตรียมไว้ตั้งแต่ต้นด้วยการย้ายไปจัดกิจกรรมที่อาคารรัฐสภาแทนตามกำหนดเดิม ซึ่งสถานที่ใหม่สามารถรองรับผู้ร่วมงานได้มากขึ้นจึงจะเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม

 

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าคนอาจจะคิดว่าเป็นเกมการเมือง เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าอาจจะจัดไม่ได้ ถูกกดดัน แล้วเลื่อนไปจัดที่อื่น พริษฐ์กล่าวว่า การคิดจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านที่โรงแรมพูลแมน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ตนคิดว่าทุกคนก็รู้ว่าถูกกล่าวหาว่าเป็นสถานที่ซุ่มทำโพยฮั้ว สว. แห่งหนึ่ง แต่ตนก็คำยืนยันจากโรงแรมว่าจัดได้ ถึงได้ประชาสัมพันธ์งาน เราทำทุกขั้นตอนตามปกติ มีการประสานรายละเอียดกันเยอะมาก โดยเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเรื่องสถานที่ที่ต้องย้ำว่าสถานที่ไม่ได้มีการกระทำอะไรที่เป็นความผิด

 

ขณะเดียวกัน โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งเรื่องการไม่ดำเนินการจัดงานสัมมนาดังกล่าว โดยระบุเหตุผลว่า แม้เดิมจะได้รับการยืนยันการจัดงานสัมมนาสำหรับผู้เข้าร่วม 150 ท่าน ในฐานะการประชุมภาครัฐตามปกติ แต่ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา งานได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนอย่างมาก จนอาจทำให้งานถูกเข้าใจและมองว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง

 

ประกอบกับช่วงดังกล่าวโรงแรมมีผู้เข้าพักและใช้บริการจำนวนมาก จึงต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงและปลอดภัยของผู้เข้าพัก ทั้งนี้โรงแรมยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น และพร้อมช่วยประสานงานจัดหาสถานที่จัดงานแห่งใหม่ที่มีความเหมาะสมอย่างเต็มที่

The post พริษฐ์เคารพการตัดสินใจหลัง รร.พูลแมน ยกเลิกจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน 29 ส.ค.นี้ ด้าน รร.ชี้แจงยึดความปลอดภัย หวั่นกระทบแขกเข้าพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาฯ 285 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ท่ามกลางเสียงฝ่ายค้านวิจารณ์ช่องโหว่ทางกฎหมาย-เศรษฐกิจ https://thestandard.co/parliament-approves-loan-decree/ Thu, 27 Aug 2026 00:43:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1246946 ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) […]

The post สภาฯ 285 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ท่ามกลางเสียงฝ่ายค้านวิจารณ์ช่องโหว่ทางกฎหมาย-เศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตลอดทั้งวันจากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง โดยเฉพาะการนำเงินกู้ครึ่งหนึ่งไปใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ดูภาพข่าว 

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 20.28 น. ในวาระพิจารณา พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ พ.ร.ก. ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 285 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง

 

  • รัฐบาลขอบคุณสภาฯ ยืนยันใช้งบประมาณอย่างสุจริต-ไม่เอื้อใคร

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรหลังการอภิปราย โดยยืนยันถึงเจตนารมณ์ที่สุจริต มุ่งเป้าทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใด และจะร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการรั่วไหล

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่ารับทราบดีว่าเงินกู้มีต้นทุน แต่ได้พิจารณาแล้วว่ามีความคุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ และรัฐบาลสามารถกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้น พร้อมขอบคุณทุกข้อเสนอแนะจากสมาชิกรัฐสภาที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินโครงการต่อไป

 

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเป้าหมายของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ว่ามี 3 หลักคิดสำคัญ คือ

 

  • การประคองประชาชนและเศรษฐกิจในปัจจุบัน
  • การใช้โอกาสเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว โดยให้เอกชนร่วมลงทุน
  • การดึงดูดการลงทุนพลังงานสะอาดจากต่างประเทศ เพื่อให้ประโยชน์ตกถึงประชาชนโดยตรง เช่น การส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนผลิตและขายไฟฟ้าคืนได้

 

เอกนิติยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้มีระเบียบกลางและเกณฑ์คัดกรองโครงการที่เข้มงวด โปร่งใส และจะไม่มีการกู้เงินนำมากองไว้ล่วงหน้า แต่จะกู้และจ่ายตามความจำเป็นจริง โดยคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังและแบบจำลองหนี้สาธารณะตลอดเวลา

 

  • กังขาโครงการพลังงานสะอาดส่อล็อกสเปค

 

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายวิจารณ์ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ตีความความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง เปิดช่องให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อดำเนินนโยบายทั่วไปได้ง่ายขึ้น

 

ศิริกัญญาตั้งคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยระบุว่าโครงการแรกที่ผ่านการอนุมัติคือ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ซึ่งเป็นมาตรการแจกเงินร่วมจ่ายในลักษณะเดียวกับโครงการคนละครึ่ง ไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง นอกจากนี้

 

ศิริกัญญายังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพลังงานสะอาดในหน่วยงานท้องถิ่นที่อาจมีการล็อกสเปคหรือกำหนดเงินทอน โดยอ้างอิงถึงหนังสือเวียนที่ส่งรายชื่อโครงการตัวอย่างไปยังท้องถิ่นก่อนที่หลักเกณฑ์จะประกาศใช้ พร้อมเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ออกมาตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต

 

  • เพื่อไทยเตือนรัฐบาลบริหารโปร่งใส อย่าซ้ำเติมหนี้ประเทศ

 

ด้าน สุทิน คลังแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนความจำเป็นของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลจำเป็นต้องผ่าทางตันวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากปัญหาพลังงาน แม้ว่าการกู้เงินจะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นและเป็นความเสี่ยงทางการเมือง แต่หากไม่ดำเนินการ เศรษฐกิจจะยิ่งหดตัวและรายได้ประเทศจะลดลง

 

สุทินเห็นด้วยกับโครงการแจกโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชนและโครงการปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ประชาชนฐานราก พร้อมเตือนรัฐบาลว่าการดำเนินโครงการต้องมีความโปร่งใสและคุ้มค่าอย่างแท้จริง เพราะมีโอกาสทั้งประสบความสำเร็จหรือกลายเป็นวิกฤตหนี้ซ้ำเติมประเทศหากทำไม่ได้ตามแผน

 

  • อภิสิทธิ์แนะรัฐแก้ปัญหาพลังงานที่ต้นเหตุ

 

ขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายคัดค้าน พ.ร.ก.ฉบับนี้ ด้วย 4 เหตุผลหลัก ได้แก่

 

  • เป็นการหลีกเลี่ยงและลดทอนอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยอ้างอิงความเห็นผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 ท่านในชั้นศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นตรงกันว่า พ.ร.ก.นี้ไม่เข้าข่ายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • พ.ร.ก.นี้ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของราคาพลังงาน รัฐบาลควรใช้วิธีการปรับลดกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นและบริหารจัดการค่าไฟฟ้าแทนการกู้เงินมาเยียวยา
  • การกู้เงินจะทำให้หนี้สาธารณะแตะเพดาน 70% ทำให้เศรษฐกิจเปราะบางและมั่นคงน้อยลง
  • แผนงาน 2 แสนล้านบาทหลัง ขาดความชัดเจนและยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบ โดยเฉพาะเป้าหมายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ไม่สอดคล้องกับกำลังการผลิตจริง การพึ่งพิงอุปกรณ์นำเข้า และการละเลยบทบาทของพลังงานชีวภาพอย่างไบโอดีเซล

 

สำหรับการพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 วินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก. ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากวุฒิสภาอนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็จะมีผลบังคับใช้เป็นพระราชบัญญัติต่อไป

 

 

ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 1ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 2ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 3ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 4ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 5ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 6ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 7ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 8ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 9ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 10ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 11ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 12ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 13ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 14ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 15ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 16ภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 17

The post สภาฯ 285 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ท่ามกลางเสียงฝ่ายค้านวิจารณ์ช่องโหว่ทางกฎหมาย-เศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ขอบคุณฝ่ายค้านที่ไปอุดหนุนธุรกิจเพื่อน หลังนัดจัดเสวนาเปิดหลักฐาน ฮั้ว สว.ที่ รร.พูลแมน ไม่รู้มีนัยอะไรหรือไม่ https://thestandard.co/anutin-thanks-opposition-pullman-seminar/ Wed, 26 Aug 2026 08:19:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1246742 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (26 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรั […]

The post อนุทิน ขอบคุณฝ่ายค้านที่ไปอุดหนุนธุรกิจเพื่อน หลังนัดจัดเสวนาเปิดหลักฐาน ฮั้ว สว.ที่ รร.พูลแมน ไม่รู้มีนัยอะไรหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (26 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมจัดเสวนาเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า “ก็ดีสิ”

 

เมื่อถามว่า การเลือกจัดกิจกรรมที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ถือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “โอ๊ย… ขอบคุณที่ไปอุดหนุน” พร้อมหัวเราะ และระบุว่า ถือเป็นการไปอุดหนุนกิจการของเพื่อน ก่อนถามกลับว่า “พูลแมนที่เป็นของเจ้าของคิง เพาเวอร์ ใช่หรือไม่ เราสนิทกันดี ขอบคุณที่ไปอุดหนุน”

 

เมื่อถามย้ำว่า การตั้งใจเลือกโรงแรมดังกล่าวมีนัยสำคัญอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ทราบ ไม่เกี่ยวอะไรกับผม”

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเวทีดังกล่าวคือ ‘เวทีผู้นำฝ่ายค้าน’ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตความเชื่อมั่นทางการเมืองไทย วิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระ และประเด็นคดีโกงการเลือก สว. ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

The post อนุทิน ขอบคุณฝ่ายค้านที่ไปอุดหนุนธุรกิจเพื่อน หลังนัดจัดเสวนาเปิดหลักฐาน ฮั้ว สว.ที่ รร.พูลแมน ไม่รู้มีนัยอะไรหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ เชื่อ ชลัฐ ไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ชี้ สส. ไม่มีสิทธิยุ่งเลือก สว. ลั่นพร้อมแจงฝ่ายค้านในสภา หากมีหลักฐาน เตรียมฟ้องหากกล่าวหาลอยๆ https://thestandard.co/pipat-chalat-senate-rigging/ Wed, 26 Aug 2026 07:44:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1246699 พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเน […]

The post พิพัฒน์ เชื่อ ชลัฐ ไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ชี้ สส. ไม่มีสิทธิยุ่งเลือก สว. ลั่นพร้อมแจงฝ่ายค้านในสภา หากมีหลักฐาน เตรียมฟ้องหากกล่าวหาลอยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการเชื่อมโยงนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย บุตรชายของนายพิพัฒน์ กับคดีฮั้ว สว. ว่า เรื่องคดีฮั้ว สว. ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งและไม่ได้ซักถาม จึงขอถามกลับว่า นายชลัฐไปยุ่งหรือไปคุยกับ สว. คนไหน เรื่องอะไร ใครตอบได้บ้าง

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า มีการพูดคุยกับ สว. 19 คน พิพัฒน์กล่าวด้วยความตกใจว่า “19 คน” พร้อมระบุว่า ชลัฐคงไม่เข้าไปยุ่งในส่วนนั้น เพราะชลัฐเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เรื่องของการลงพื้นที่ และในส่วนของ สว. ก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น การเป็น สส. ไม่ควรเกี่ยวข้องกับเรื่อง สว. เพราะ สว. ไม่สามารถสั่งการพรรคการเมืองได้ ดังนั้น ใครจะว่าอย่างไรก็ต้องกลับไปถามคนที่ให้ข้อมูลว่า พูดออกมานั้นมีอะไรอยู่ในใจ หรือมีเจตนาอย่างไร

 

“แต่ที่สำคัญ สส. ที่สังกัดพรรคการเมือง ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับ สว. ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นตามข้อกฎหมาย ดังนั้น ตนเชื่อว่านายชลัฐไม่ได้รู้จักบุคคลเหล่านั้น หากอยากได้ข้อมูลที่แท้จริง ให้ไปสอบถามชลัฐโดยตรง เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ติดตามข่าวมากนัก เนื่องจากงานกระทรวงก็มีมากอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าพรรคการเมืองกับ สว. ไม่มีความเกี่ยวข้องกันตามข้อเท็จจริง” พิพัฒน์กล่าว

 

เมื่อถามต่อว่า พร้อมที่จะตอบฝ่ายค้านหรือไม่ หากฝ่ายค้านจะยกเรื่องฮั้ว สว. มาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายพิพัฒน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไปแล้ว เราก็ต้องเดินตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไป พร้อมย้ำว่า เราเป็นพรรคการเมือง เป็นสมาชิกของพรรคการเมือง และนายชลัฐก็เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับ สว. อยู่แล้ว รวมถึงการเลือก สว. เราก็เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้

 

“นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ตนอยากสื่อสาร ส่วนใครจะโยงเรื่องการเมืองให้ถึงตนอย่างไร ก็พร้อมที่จะตอบในสภา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีหลักฐานหรือไม่ ถ้ากล่าวหาลอย ๆ ก็คงต้องเจอกันอีกเวที แต่ยืนยันว่าผมไม่เคยกังวล”

 

เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านไม่มีหลักฐาน ก็เตรียมที่จะดำเนินการฟ้องร้องใช่หรือไม่ พิพัฒน์กล่าวว่า ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น ในเมื่อก้าวก่ายสิทธิหรือใส่ร้ายเรา เราก็ต้องป้องกันตัวเอง เพราะเราต้องรักษาสิทธิของเรา ไม่ใช่นึกจะพูดก็พูด ข้อมูลเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ขอยืนยันว่า สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเราสังกัดพรรคการเมือง เราไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายกับการเลือก สว. ได้

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินเข้าตึกสันติไมตรี เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยนายพิพัฒน์กล่าวถึงเรื่องคดีฮั้ว สว. ว่า ให้ถามนายกรัฐมนตรี

The post พิพัฒน์ เชื่อ ชลัฐ ไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ชี้ สส. ไม่มีสิทธิยุ่งเลือก สว. ลั่นพร้อมแจงฝ่ายค้านในสภา หากมีหลักฐาน เตรียมฟ้องหากกล่าวหาลอยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก่อนซักฟอก นายกฯ เตรียมล้อมวง ครม.-สส.รัฐบาล กระชับสัมพันธ์-คุยงาน ยันรัฐมนตรีพร้อมแจง https://thestandard.co/pm-cabinet-mps-no-confidence-meeting/ Wed, 26 Aug 2026 03:57:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1246503 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 11.00 น. ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน […]

The post ก่อนซักฟอก นายกฯ เตรียมล้อมวง ครม.-สส.รัฐบาล กระชับสัมพันธ์-คุยงาน ยันรัฐมนตรีพร้อมแจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 11.00 น. ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จะเรียกรัฐมนตรีทั้งหมดมาพูดคุยกันก่อนหรือไม่ว่า มีการพูดคุยกันอยู่ โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็คุยกันอยู่ว่า ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีจะพบกันสักรอบ หลังจากนั้นจะเชิญ สส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมาพบปะหารือกัน โดยแบ่งเป็นการพูดคุย 2 วง วงแรกเป็นคณะรัฐมนตรี วงที่ 2 เป็น สส.

 

“ก็ดี เพราะทำงานมาแล้ว 6 เดือน ยังไม่มีเวลานั่งทานข้าวด้วยกัน นอกจากเจอกันในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี สร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ให้มีความร่วมมือกันมากขึ้น ที่ผ่านมาก็ถือว่าดีขึ้นมาโดยตลอด”

 

เมื่อถามว่า ได้กำชับให้รัฐมนตรีทำการบ้านสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “โอ้ ไม่ต้องกำชับรัฐมนตรี รัฐมนตรีรัฐบาลผมทุกคนทำทุกอย่าง ทำการบ้าน วางแผนล่วงหน้าไปข้างหน้าอยู่ตลอด”

 

เมื่อถามว่า การทานข้าวร่วมกันถือเป็นการตรวจการบ้านรัฐมนตรีหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เป็นการพบปะพูดคุยในเรื่องการทำงาน โดยพบกันทุกวันอังคารอยู่แล้ว และบางสัปดาห์รัฐมนตรีหลายคนก็นัดมาพบตนที่ทำเนียบรัฐบาล มาทานข้าวกลางวัน มาหารือกันเรื่องการทำงานต่อเนื่องอยู่แล้ว การพบปะกันก็เหมือนสิ่งที่สร้างความคุ้นเคยให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเราต้องทำงานร่วมกัน 35 คน

 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ เคยบอกว่าจะวัด KPI รัฐมนตรี รวมถึงการให้ประชาสัมพันธ์ผลงานด้วย อนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็พูดผ่านแล้ว

 

เมื่อถามว่า รัฐบาลถูกวิจารณ์หลายเรื่อง นายกฯ ต้องตอบอยู่คนเดียว จำเป็นต้องตั้งทีมมาชี้แจงหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มันก็เฉียดไปเฉียดมา ไม่เป็นไรหรอก”

 

เมื่อถามอีกว่า รับมือไหวใช่หรือไม่สำหรับตอบคำถาม อนุทิน กล่าวว่า “ก็ถามผมอยู่ทุกวัน เขาคงเห็นว่าผมชอบมั้ง”

The post ก่อนซักฟอก นายกฯ เตรียมล้อมวง ครม.-สส.รัฐบาล กระชับสัมพันธ์-คุยงาน ยันรัฐมนตรีพร้อมแจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสมัยประชุม สส.ภูมิใจไทยพร้อมทำงาน เชื่อฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ปัดตั้ง ‘องครักษ์’ พิทักษ์รัฐมนตรี ชี้ทุกคนพร้อมแจง https://thestandard.co/bhumjaithai-ready-parliament-no-bodyguards/ Tue, 25 Aug 2026 10:31:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1246309 แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว

วันนี้ (25 สิงหาคม) เวลา 16.20 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย […]

The post เปิดสมัยประชุม สส.ภูมิใจไทยพร้อมทำงาน เชื่อฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ปัดตั้ง ‘องครักษ์’ พิทักษ์รัฐมนตรี ชี้ทุกคนพร้อมแจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว

วันนี้ (25 สิงหาคม) เวลา 16.20 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ว่า พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการประชุมนี้ ซึ่งทราบอยู่แล้วว่าในสัปดาห์แรกจะมีการพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ส่วนสัปดาห์ถัดไปจะมีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระสองและวาระสาม

 

ขณะเดียวกันก็ทราบดีว่าฝ่ายค้านจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมในการประชุมและอภิปรายทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหนก็ตาม

 

ส่วนหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคภูมิใจไทยจะต้องเตรียมองครักษ์ไว้หรือไม่ แนน บุณย์ธิดากล่าวว่า คงไม่ต้องใช้คำว่า ‘องครักษ์’ แต่หากมีใครก็ตามที่อภิปรายไม่ได้อยู่ในขอบเขตข้อบังคับการประชุม หรืออยู่นอกเนื้อหาของญัตติที่มีการอภิปราย สมาชิกทุกคนก็มีสิทธิทักท้วงได้อยู่แล้ว

 

ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย คาดว่าเบื้องต้นมีการพูดคุยกันไว้แล้วว่าใครจะอภิปรายในประเด็นใด แต่เชื่อว่าไม่ว่าประเด็นไหน คณะรัฐมนตรีก็มีความพร้อมอยู่แล้ว

 

แนน บุณย์ธิดายังกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร แต่วันนี้การทำงานของ สส.พรรคภูมิใจไทยจะเข้มข้นขึ้น ทั้งงานพื้นที่และงานสภา ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเห็นมิติใหม่ๆ ของการทำงานจาก สส.พรรคภูมิใจไทย

 

เมื่อถามว่า ในสมัยการประชุมนี้ภูมิใจไทยจะมีการยื่นร่างกฎหมายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่หลายฉบับที่อยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น และมีอีกหลายฉบับที่กำลังจะยื่นเข้าสภา รวมถึงมีส่วนที่เป็นกฎหมายจาก ครม. ซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเช่นกัน โดยภาพรวมมีหลายฉบับและรอเข้าสภา

 

แนน ยังกล่าวถึงกรณีภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน พาดพิงถึงการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นการทำการเมืองแบบพรรคภูมิใจไทย การเมืองแบบไม่เหนียมอาย การเมืองแบบหยาบๆ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการตรวจสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นว่า หากจะวิจารณ์อะไรต้องรู้จักต้องให้เกียรติคนทำงาน ข้าราชการ เพราะข้าราชการบางคน ทำงานมาหลายปีไม่ว่าจะเป็นใครตำแหน่งใด

 

แนนกล่าวอีกว่า ทุกคนมีฝีมือ มีผลงานจากการทำงานของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งการที่มองอะไรการเมืองทั้งหมด ถือเป็นการไม่ให้เกียรติคนทำงาน โดยเฉพาะเมื่อตั้งแง่ว่าได้มาเพราะการเมือง แต่ย้ำว่าทุกคนที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ก็ต้องมีฝีมือ เพราะทุกคนก็ต้องการความก้าวหน้าในชีวิตราชการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหากไปโยงเรื่องการเมือง อยู่ที่ไหนแล้วได้เป็นอะไร ไม่ได้เป็นการให้เกียรติข้าราชการ ว่าเขาก็ทำงานมานาน

The post เปิดสมัยประชุม สส.ภูมิใจไทยพร้อมทำงาน เชื่อฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ปัดตั้ง ‘องครักษ์’ พิทักษ์รัฐมนตรี ชี้ทุกคนพร้อมแจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เมิน ณัฐพงษ์ เตรียมยื่นซักฟอก ลั่นไม่ต้องเก็งข้อสอบ ปัดตอบรัฐบาลเอี่ยวปมฮั้ว สว. https://thestandard.co/anutin-dismisses-no-confidence-sw-collusion/ Sat, 15 Aug 2026 10:50:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1242356 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (15 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐ […]

The post อนุทิน เมิน ณัฐพงษ์ เตรียมยื่นซักฟอก ลั่นไม่ต้องเก็งข้อสอบ ปัดตอบรัฐบาลเอี่ยวปมฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (15 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะมีการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาหน้าแน่นอน กังวลหรือไม่ อนุทิน ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า มันเป็นข่าวใหม่หรอ เราก็ทราบอยู่แล้วว่าในสมัยประชุมสภา ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาได้ปีละ 1 ครั้ง ตามมาตรา 152 ซึ่งเป็นการอภิปรายแบบลงมติ และมาตรา 151 แบบไม่ลงมติ ดังนั้นเราต้องเคารพในสิทธิและหน้าที่ที่ผู้นำฝ่ายค้านต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำจะเอาผลงานที่ไหน

 

เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีการพูดคุยกันหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย และเราพูดคุยกันแทบจะทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้เราก็ทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่แล้ว และทุกคนก็ทราบว่าในการเปิดสมัยประชุมสภา วันที่ 25 ส.ค.นี้ เรามีร่าง พ.ร.บ.งบประมานรายจ่ายประจำปี 2570 และมีเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ ที่จะต้องเข้าสภา นอกจากวาระการประชุมประจำแล้ว ถือเป็นหน้าที่ของ สส.ฝ่ายตรวจสอบ ที่จะดำเนินการอะไรก็ได้

 

เมื่อถามว่า มีการเก็งข้อสอบว่าอย่างไรบ้าง อนุทิน กล่าวว่า เราทำงานทุกวัน รัฐบาลทำงานทุกวัน รัฐมนตรีทำงานทุกวัน เพราะฉะนั้นใครถามอะไรมาก็ไม่ต้องเตรียมหรือเกร็ง เพราะคนที่ทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบใดๆก็ตาม เมื่อถูกซักถามเขาก็ต้องตอบได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอซักฟอก เหมือนที่ตนกำลังตอบผู้สื่อข่าวอยู่ตอนนี้ ถามอะไรมาก็ตอบได้หมด

 

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจใช่หรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ รัฐบาลจะผ่านฉลุยอย่างแน่นอน อนุทิน กล่าวว่า เราต้องมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฏหมาย เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน

 

เมื่อถามว่า ณัฐพงษ์ ระบุว่า จะมีเรื่องคดีฮั้ว สว.ด้วย มองว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวครับ รัฐบาลหรือพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่น่าจะมีส่วนร่วมใดๆทั้งสิ้น ในการได้มาของ สว. มันเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมีการปล่อยข้อมูลในโลกโซเชียล มองเรื่องนี้อย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ก็อย่างนี้ไงโลกโซเชียลถึงต้องมีงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่า อย่าไปเชื่ออะไรในโซเชียลให้มาก ต้องคอยกลั่นกรอง พินิจ พิเคราะห์ พิจารณา

 

เมื่อถามว่า จะมีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านมาโหวตให้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ผมไม่ได้คิดตรงนั้น เสียงของรัฐบาลมีความเข้มแข็ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

The post อนุทิน เมิน ณัฐพงษ์ เตรียมยื่นซักฟอก ลั่นไม่ต้องเก็งข้อสอบ ปัดตอบรัฐบาลเอี่ยวปมฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวทีฝ่ายค้านพุ่งเป้าฮั้ว สว. กดดัน กกต.-องค์อิสระ ชงแก้รัฐธรรมนูญคืนเจตจำนงให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุล https://thestandard.co/opposition-senator-collusion-ec-reform/ Sat, 15 Aug 2026 08:36:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1242332 ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง

เวทีเสวนาของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมุ่งเป้าไปที่ค […]

The post เวทีฝ่ายค้านพุ่งเป้าฮั้ว สว. กดดัน กกต.-องค์อิสระ ชงแก้รัฐธรรมนูญคืนเจตจำนงให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง

เวทีเสวนาของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมุ่งเป้าไปที่ความล้มเหลวของกลไกตรวจสอบถ่วงดุลและที่มาขององค์กรอิสระที่ขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน พร้อมทั้งเปิดประเด็นการทุจริตในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งฝ่ายค้านมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการรวบอำนาจที่อาจนำไปสู่ผลกระทบทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับประเทศ

ดูภาพข่าว 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

วันนี้ (15 สิงหาคม) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดกิจกรรม ‘เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล’ ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน

 

ร่วมด้วยวิทยากรจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

 

ประเทศดีต้องมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ

 

ณัฐพงษ์กล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศว่า แม้จะมีนักการเมืองที่มองเห็นปัญหาตรงกัน แต่รัฐธรรมนูญกลับไม่ได้เปิดช่องให้เข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้อำนาจรัฐไม่ยึดโยงและไม่ให้ความสำคัญกับประชาชนในฐานะศูนย์กลางของประเทศ

 

ณัฐพงษ์ตั้งคำถามว่าปัญหาของไทยเกิดจากการขาดกฎหมายหรือขาดการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และตั้งข้อสังเกตถึงการเข้าสู่อำนาจว่า ผู้ที่เข้าสู่อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่ถูกต้องมักใช้อำนาจนั้นต่อเติมกำแพงป้องกันตนเองเพื่อรักษาตำแหน่ง

 

ณัฐพงษ์ยังเน้นย้ำถึงปัญหาการตรวจสอบขององค์กรอิสระ โดยยกกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกคำร้องคดีหุ้นของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

แม้ฝ่ายค้านจะยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แต่ก็ไม่เกิดผล ซึ่งอาจสืบเนื่องมาจากการเป็นกลุ่มการเมืองเดียวกัน รวมถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานให้ความเห็นเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งในวันที่ 26 สิงหาคมนี้

 

ณัฐพงษ์ระบุว่าประชาชนจะเชื่อมั่นกระบวนการได้อย่างไร ในเมื่อที่มาของตุลาการยังมาจาก สว. ที่มีปัญหาเรื่องการฮั้วและไม่ยึดโยงกับประชาชน พร้อมสรุปว่าการสร้างประเทศที่ดีไม่อาจพึ่งพาเพียงคนดี แต่ต้องอาศัยกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ

 

เตือน กกต. อย่าใช้อำนาจตามอำเภอใจ เร่งส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. ให้ศาล

 

ในเวทีเสวนา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้เปรียบเทียบการแก้ปัญหาคอร์รัปชันว่าเหมือนการสร้างกำแพงและสะพาน โดยตนสนับสนุนให้สร้างสะพานเชื่อมโยงอำนาจสู่ท้องถิ่นและประชาชน

 

พ.ต.อ.ทวีวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่ามี 16 หมวดที่ทำหน้าที่เหมือนรัฐอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่ได้คำนึงถึงความมั่นคงของมนุษย์ในท้องถิ่น

 

พ.ต.อ.ทวียังเน้นย้ำเรื่องคดีโกงการเลือก สว. ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการกินรวบประเทศไทย เนื่องจาก สว. มีอำนาจในการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่างๆ เช่น ประธานศาลสูงสุด, เลขาธิการ ปปง., เลขาธิการ ป.ป.ท. และประธาน กสทช.

 

พ.ต.อ.ทวีเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ โดยอ้างถึงมาตรา 266 ที่ระบุว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา และวรรค 1 กำหนดให้ศาลพิจารณาจากสำนวนสืบสวนไต่สวนของ กกต.

 

พ.ต.อ.ทวีระบุว่าสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริต เช่น การลงคะแนนที่เหมือนกันหมดในรอบเช้าและบ่าย ซึ่ง กกต. ควรส่งหลักฐานทั้งหมดให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ความจริง และเสนอแนะว่าผู้สมัครที่ได้รับความเสียหายสามารถไปร้องทุกข์เพื่อส่งเรื่องให้ศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน

 

แนะแก้รัฐธรรมนูญต้องแก้ที่มา-อำนาจองค์กรอิสระ

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แสดงความเห็นสอดคล้องว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีผลทำลายระบอบการเมืองและพรรคการเมืองให้มีความอ่อนแอ องค์กรอิสระกลายเป็นองค์กรที่ขึ้นตรงกับผู้มีอำนาจและห่างเหินจากประชาชน รัฐธรรมนูญที่อ้างว่าออกแบบมาเพื่อปราบโกง กลับส่งเสริมให้เกิดการทุจริตอย่างหยั่งรากลึก

 

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขที่มาและอำนาจของ สว. และองค์กรอิสระ รวมถึงผลักดันให้มี ป.ป.ช. ภาคประชาชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน พร้อมเสนอช่องทางให้ประชาชน 5 หมื่นรายชื่อสามารถถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและนักการเมืองที่ประพฤติมิชอบได้

 

ภาวะ ‘ประชาธิปไตยผีดิบ’ ระบบตรวจสอบถ่วงดุลขาดเจตจำนง

 

ด้าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของพรรคการเมืองในยุคหลังรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้กลไกทางเทคนิคเข้ายึดครององค์กรอิสระอย่างแนบเนียนผ่านกระบวนการเลือก สว. ทำให้ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ ‘ประชาธิปไตยผีดิบ’ (Zombie Democracy) ที่มีเพียงรูปแบบแต่ขาดเจตจำนงในการตรวจสอบถ่วงดุล

 

สาทิตย์ย้ำว่าคดีการฮั้ว สว. เป็นเรื่องสำคัญที่ กกต. ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีประเด็นเรื่องส่วนได้ส่วนเสียของ กกต. 4 คนที่ได้รับเลือกมาจาก สว. ชุดก่อน หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด การเลือก สว. จะต้องตกเป็นโมฆะ และผู้กระทำผิดรวมถึงพรรคการเมืองที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษ

 

ห่วงอิทธิพลองค์กรอิสระจากการแต่งตั้งแทรกแซงรัฐ-ทุน กินรวบประเทศ

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสนอให้เรียกองค์กรอิสระว่า ‘องค์กรแต่งตั้ง’ และชี้ให้เห็นว่าองค์กรเหล่านี้ไม่เพียงมีอิทธิพลทางการเมือง แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น ปัญหาการกำกับดูแลค่าธรรมเนียม GP ของแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ยังขาดความชัดเจน

 

วีระยุทธระบุว่าอำนาจในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในมือของรัฐบาล แต่อยู่ในมือของกลุ่มบุคคลในองค์กรแต่งตั้งเหล่านี้ ซึ่งหากมีกลไก สว. เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะยิ่งเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนและการเมืองกินรวบประเทศได้มากขึ้น

 

ในช่วงท้ายของการเสวนา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้กล่าวสรุปถึงคดีทุจริตกระบวนการเลือก สว. โดยชี้แจงเหตุผลในการเลือกจัดกิจกรรมที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากคำให้การของพยานหลายคนระบุว่าสถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นศูนย์ทำโพยและจุดรวมตัวของผู้สมัคร สว. จากหลายจังหวัดก่อนการเลือกระดับประเทศในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567

 

พริษฐ์ยังกล่าวถึงพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงบุคคลที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สว. รวมถึงคลิปเสียงที่ถูกอ้างอิงถึงสิทธิกร ธงยศ สว. ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่เคยมีการนำเสนอข้อมูลเส้นทางการเงินเกี่ยวกับการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัครรายอื่น และมีพยานยืนยันว่าพบเห็นสิทธิกรที่โรงแรมแห่งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว

 

 

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 1

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 2

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 3

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 4

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 5

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 6

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 7

ภาพผู้นำฝ่ายค้านและวิทยากรร่วมเสวนาบนเวทีปฏิรูปสถาบันทางการเมือง 8

The post เวทีฝ่ายค้านพุ่งเป้าฮั้ว สว. กดดัน กกต.-องค์อิสระ ชงแก้รัฐธรรมนูญคืนเจตจำนงให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยชนะย้ำความพร้อมฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาลช่วงปลายปี เน้นตรวจสอบผลงานเอกนิติ-ศุภจี ด้านปากท้องประชาชน https://thestandard.co/opposition-interpellate-government-ekaniti-suppajee/ Wed, 05 Aug 2026 08:11:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1238463 ภาพกราฟิกแสดงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมีชื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นเป้าหมายหลัก

แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเริ่มวางกรอบระยะเวลาเปิดอภิปรายไม่ […]

The post ชัยชนะย้ำความพร้อมฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาลช่วงปลายปี เน้นตรวจสอบผลงานเอกนิติ-ศุภจี ด้านปากท้องประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมีชื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นเป้าหมายหลัก

แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเริ่มวางกรอบระยะเวลาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ช่วงระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคมที่จะถึงนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พุ่งเป้าตรวจสอบการบริหารกระทรวงของ 2 รองนายกรัฐมนตรี คือ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในประเด็นความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าวกับข้าราชการ

 

ชัยชนะ เดชเดโช สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบลงมติตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านต่างก็มีความพร้อม ส่วนเรื่องระยะเวลานั้นต้องรอพรรคประชาชนกำหนด เนื่องจากหลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2 และ 3 ก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นก็สามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ตลอด

 

สำหรับประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์จะเน้น ชัยชนะระบุว่า เป็นเรื่องปากท้องเศรษฐกิจภายใต้การรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ ที่ไม่สามารถชี้แจงกรณีราคาสินค้าที่ไม่ปรับลดลง แม้ราคาน้ำมันจะลดแล้ว รวมถึงเงินของประชาชนชาวนา ที่รัฐบาลระบุว่าไม่มีเงินชดเชย เช่นเดียวกับเอกนิติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงให้ได้

 

“ผมคิดว่าข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ เดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคม ผมว่าสนุกแน่ และไม่ใช่เป็นละครในสภาฯ แน่ นี่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง และเป็นการเปิดโปงข้อมูลในบางเรื่องที่ไม่ได้รับการเปิดโปงมาในสังคม” ชัยชนะกล่าว

 

ขณะที่จะสามารถพลิกขั้วอำนาจไปสู่ ‘แดง-เขียว-ส้ม’ ได้หรือไม่นั้น ชัยชนะระบุว่า ต้องไปถามที่มาของข่าว ส่วนตัวตอบไม่ได้และไม่ทราบเรื่องการพลิกขั้ว เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ได้เจรจากับใคร เช่นเดียวกับพรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม จึงต้องไปสอบที่มาของข่าวว่ามาจากไหน แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน

 

“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้า ทั้งสองท่าน ทราบข่าวว่าท่านมีปัญหาทั้ง 2 กระทรวง กับข้าราชการประจำ มีปัญหาด้านนโยบาย สุดท้ายแล้ว กินน้ำมันตับปลาเยอะๆ สมองจะได้ดี จะได้มีสมองในการบริหารประเทศชาติต่อไป” ชัยชนะกล่าว

 

ชัยชนะยังกล่าวถึงกรณีการรับสมัครพยาบาลอาสา ที่ปิดรับสมัครไปเมื่อ 31 กรกฎาคมมที่ผ่านมา ซึ่งมีวิธีการสอบเป็นการสัมภาษณ์อย่างเดียว โดยมองว่า นโยบายนี้รัฐบาลควรนำเงินค่าจ้างอาสาพยาบาลมาเพิ่มเป็นสวัสดิการให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือจ้างพนักงานราชการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่ได้บรรจุกว่า 7,000 ตำแหน่งดีกว่า พร้อมประเมินว่าไม่ใช่การสร้างหัวคะแนน แต่เป็นการสร้างเครือข่าย

 

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมีแนวทางเปิดให้บุคคลทั่วไปสอบวัดความรู้ด้วยการสอบข้อเขียนหรือความรู้ทางด้านรักษาพยาบาล ไม่ใช่การอบรมแล้วสอบสัมภาษณ์แล้วดูแลผู้ป่วย ซึ่งซ้ำซ้อนกับ อสม.

The post ชัยชนะย้ำความพร้อมฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาลช่วงปลายปี เน้นตรวจสอบผลงานเอกนิติ-ศุภจี ด้านปากท้องประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>