ผู้ไร้ที่พึ่ง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ผู้ไร้ที่พึ่ง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Feb 2020 09:49:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปิดจ็อบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง https://thestandard.co/corruption-in-protection-center-fund/ https://thestandard.co/corruption-in-protection-center-fund/#respond Fri, 04 May 2018 02:21:48 +0000 https://thestandard.co/?p=88271

  ภาพประกอบ: Pichamon Wannasan

The post ปิดจ็อบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ภาพประกอบ: Pichamon Wannasan

The post ปิดจ็อบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/corruption-in-protection-center-fund/feed/ 0
เตรียมไล่ออก ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ปมทุจริตเงินสงเคราะห์ https://thestandard.co/prepare-to-dismiss-for-khonkaen-protect-center-director/ https://thestandard.co/prepare-to-dismiss-for-khonkaen-protect-center-director/#respond Wed, 02 May 2018 10:15:13 +0000 https://thestandard.co/?p=87922

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและ […]

The post เตรียมไล่ออก ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ปมทุจริตเงินสงเคราะห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบวินัยขั้นร้ายแรงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย หลังดำเนินการสอบวินัยขั้นร้ายแรง 2 แห่ง คือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่

 

โดยในส่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น คณะกรรมการสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา และเตรียมเสนอคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม. พิจารณาโทษไล่ออกจากราชการกับผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคม รวม 2 คน ด้านศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่ คณะอนุกรรมการฯ ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนแล้ว คาดว่าจะสรุปผลเพื่อพิจารณาโทษได้ภายในเดือนนี้

 

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯ จะประชุมวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบทางละเมิด เพื่อคำนวณความเสียหายที่ผู้ถูกกล่าวโทษจะต้องชดใช้ โดยอาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณา เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

 

สำหรับพฤติการณ์การทุจริตที่ตรวจสอบพบ คือการปลอมแปลงเอกสาร และจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินไม่ครบถ้วน มีความชัดเจนในเรื่องการทุจริต ส่วนจะเกี่ยวพันถึงข้าราชการระดับสูงหรือไม่ คงต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงชุดใหญ่ที่กำลังสอบข้าราชการระดับบริหารของกระทรวง พม. ต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ทั้ง ผอ.ศูนย์ฯ และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคมของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ได้ถูกพักราชการไปตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ไม่ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการใดๆ

 

ด้านนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เน้นย้ำว่า “อยากให้เชื่อมั่นตามที่ รมว.พม. ย้ำว่า ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก เพราะมีกระบวนการดำเนินการทางกฎหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว”

 

อ้างอิง:

The post เตรียมไล่ออก ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ปมทุจริตเงินสงเคราะห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prepare-to-dismiss-for-khonkaen-protect-center-director/feed/ 0
ป.ป.ท. พบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งเพิ่มเป็น 53 จังหวัด คิดเป็น 87% ของงบประมาณ ส่อทุจริตศูนย์นิคมฯ อีก 6 แห่ง วงเงินกว่า 125 ล้านบาท https://thestandard.co/pacc-found-protection-center-corruption/ https://thestandard.co/pacc-found-protection-center-corruption/#respond Mon, 26 Mar 2018 09:55:16 +0000 https://thestandard.co/?p=79857

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( […]

The post ป.ป.ท. พบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งเพิ่มเป็น 53 จังหวัด คิดเป็น 87% ของงบประมาณ ส่อทุจริตศูนย์นิคมฯ อีก 6 แห่ง วงเงินกว่า 125 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สรุปการดำเนินงานตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง พบส่อทุจริต 4 นิคมฯ 1 ศูนย์ประสานงานโครงการฯ และ 1 ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง

 

วันนี้ (26 มี.ค.) เวลา 13.00 น. พันโท กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ในส่วนของตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง, ศูนย์ประสานงานโครงการฯ, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งได้รับงบประมาณรวมวงเงินประมาณ 370,000,000 บาท ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ดำเนินการตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง, ศูนย์ประสานงานโครงการฯ จำนวน 6 แห่ง รวมวงเงินงบประมาณ 125,092,000 บาท ดังนี้

 

1. นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จังหวัดอุดรธานี งบประมาณ 7,030,000 บาท รับไว้ไต่สวน

 

2. นิคมสร้างตนเองห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี งบประมาณ 5,030,000 บาท ส่ง ป.ป.ช.

 

3. นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น งบประมาณ 11,700,000 บาท ส่ง ป.ป.ช. โดยพบพฤติการณ์ที่ตรวจสอบพบเช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองฯ แต่มีลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกสงเคราะห์จำนวนหลายครั้งในการจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.

 

4. นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดสตูล งบประมาณ 10,980,000 บาท โดยพบพฤติการณ์ที่ตรวจสอบพบเช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองฯ แต่มีลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกสงเคราะห์จำนวนหลายครั้งอยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติมและจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.

 

5. ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 23,747,000 บาท

 

6. ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 66,605,000 บาท โดยพบพฤติการณ์ที่ตรวจสอบพบเช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองฯ แต่มีลักษณะการกระทำความผิดที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะในเบื้องต้นพบว่าประมาณ 90% ที่สุ่มตรวจไม่ได้รับเงินเลย

 

นอกจากนี้ ป.ป.ท. ยังเปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเพิ่มเติม ล่าสุดพบว่ามีการทุจริตแล้ว 53 จังหวัด จาก 76 ศูนย์ หรือคิดเป็น 87% ของงบประมาณ

 

โดยจังหวัดที่ตรวจสอบพบความผิดปกติที่ผ่านมา จำนวน 49 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น, เชียงใหม่, บึงกาฬ, หนองคาย, สุราษฎร์ธานี, ตราด, น่าน, สระแก้ว, อุดรธานี, สระบุรี, อยุธยา, กระบี่, ตรัง, ร้อยเอ็ด, ยะลา, พัทลุง, ชุมพร, สุรินทร์, อ่างทอง, พิษณุโลก, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สงขลา, นราธิวาส, มหาสารคาม, ลำพูน, นครราชสีมา, อำนาจเจริญ, ยโสธร, อุบลราชธานี, นครพนม, กาฬสินธุ์, พิจิตร, ราชบุรี, นครปฐม, มุกดาหาร, ลำปาง, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ตาก, อุทัยธานี, สตูล, ลพบุรี, หนองบัวลำภู, ศรีสะเกษ, กำแพงเพชร, พังงา, สกลนคร และจันทบุรี

 

และล่าสุดพบความผิดปกติการใช้จ่ายงบประมาณในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 4 จังหวัด ประกอบด้วย เลย, ชลบุรี, ภูเก็ต และปัตตานี

 

รวมตรวจสอบพบความผิดปกติจำนวน 53 จังหวัด งบ 107,049,000 บาท คิดเป็นประมาณ 87% ของงบศูนย์คุ้มครองฯ

 

ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ท. รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงจำนวน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น, เชียงใหม่, บึงกาฬ, หนองคาย, สุราษฎร์ธานี, ตราด, น่าน, เชียงราย และอุบลราชธานี และอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวน 23 จังหวัด คิดเป็นประมาณ 13% ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ

The post ป.ป.ท. พบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งเพิ่มเป็น 53 จังหวัด คิดเป็น 87% ของงบประมาณ ส่อทุจริตศูนย์นิคมฯ อีก 6 แห่ง วงเงินกว่า 125 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pacc-found-protection-center-corruption/feed/ 0
โกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งลามแล้ว 49 จังหวัด เตรียมโยงบิ๊กข้าราชการที่อยู่เบื้องหลัง https://thestandard.co/protect-canter-cheating-in-49-provinces/ https://thestandard.co/protect-canter-cheating-in-49-provinces/#respond Mon, 19 Mar 2018 09:39:18 +0000 https://thestandard.co/?p=78345

หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ศูนย์คุ้มครอง […]

The post โกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งลามแล้ว 49 จังหวัด เตรียมโยงบิ๊กข้าราชการที่อยู่เบื้องหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งอย่างเข้มข้น ล่าสุด พ.ท. กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เปิดเผยผลการตรวจสอบพบว่า มีการทุจริตเพิ่มขึ้นเป็น 49 จังหวัด ซึ่งนอกจากศูนย์คุ้มครองค้นไร้ที่พึ่งแล้ว ยังตรวจพบการทุจริตในศูนย์นิคมสร้างตนเอง ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

 

โดยกระบวนการตรวจสอบจนถึงวันนี้ถือว่าเป็นไปตามแผนที่ ป.ป.ท. ได้วางไว้ คาดว่าจะตรวจสอบทั้ง 76 จังหวัดเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคม ขณะนี้มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้วใน 7 จังหวัด และกำลังทยอยจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาจัดตั้งคณะอนุกรรมการจนครบทุกจังหวัดที่มีการทุจริต

 

พ.ท. กรทิพย์ ยังเปิดเผยรายละเอียดด้วยว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าอย่างมาก มั่นใจว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปสู่ข้าราชการระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม ซึ่งขณะนี้ทาง ป.ป.ท. ได้ทำการตรวจสอบทั้งพยานบุคคล และเส้นทางการเงินของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้ประชาชนอดใจรอ

The post โกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งลามแล้ว 49 จังหวัด เตรียมโยงบิ๊กข้าราชการที่อยู่เบื้องหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/protect-canter-cheating-in-49-provinces/feed/ 0
ปมโกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง สั่งย้ายออกนอกพื้นที่แล้ว 22 ราย ชิงลาออก 1 คน https://thestandard.co/protection-center-corruption-move-commands/ https://thestandard.co/protection-center-corruption-move-commands/#respond Fri, 16 Mar 2018 04:50:52 +0000 https://thestandard.co/?p=77669

หลังจากที่เมื่อวานนี้ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังค […]

The post ปมโกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง สั่งย้ายออกนอกพื้นที่แล้ว 22 ราย ชิงลาออก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่เมื่อวานนี้ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ซึ่งพบความผิดเข้าข่ายทุจริตแล้ว 21 จังหวัด จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและนิคมสร้างตนเองทั้งหมด 56 จังหวัดที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยมีการสั่งย้ายผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งไปแล้ว 16 คน

 

ล่าสุด นางไพรวรรณ พลวัน รักษาการปลัดกระทรวง พม. เปิดเผยต่อกรณีการตรวจสอบนี้ว่า พม. ได้ดำเนินการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่มายังส่วนกลางแล้ว 16 แห่ง 22 คน และมี 5 ราย ที่ไม่ได้สั่งย้ายเพราะว่าชิงลาออกไป 1 คน และเกษียณอายุราชการไปแล้ว 4 คน

 

เบื้องต้นพบว่า ข้าราชการ 22 คน ที่ถูกย้ายออกนอกพื้นที่นั้น อาจจะมีส่วนพัวพันในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่วนใหญ่จะเป็นการจ่ายเงินให้กับประชาชนไม่ครบ ซึ่งกำลังดำเนินการการตรวจสอบทางวินัย

 

ส่วนอีก 5 ราย ที่เกษียณและลาออกไปนั้น ถ้าหากพบว่ามีมูลของการทุจริตก็ต้องมีการดำเนินการในเรื่องของวินัยด้วยเช่นกัน

 

Photo: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

อ้างอิง:

The post ปมโกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง สั่งย้ายออกนอกพื้นที่แล้ว 22 ราย ชิงลาออก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/protection-center-corruption-move-commands/feed/ 0
พม. ลงดาบ สั่งย้าย ผอ. 16 ศูนย์ฯ ปมทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง https://thestandard.co/m-society-order-move-16-protection-center-director/ https://thestandard.co/m-society-order-move-16-protection-center-director/#respond Thu, 15 Mar 2018 04:29:24 +0000 https://thestandard.co/?p=77320

หลังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เด […]

The post พม. ลงดาบ สั่งย้าย ผอ. 16 ศูนย์ฯ ปมทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง คู่ขนานไปกับการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.

 

ล่าสุด (14 มี.ค.) พม. แถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบพบความผิดเข้าข่ายทุจริตแล้ว 21 จังหวัด จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและนิคมสร้างตนเองทั้งหมด 56 จังหวัดที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ขณะที่บางจังหวัดไม่พบการทุจริต ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของ ป.ป.ท. เช่น อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา โดยมีการสั่งย้ายผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งไปแล้ว 16 คน ให้เข้ามาทำงานในส่วนกลาง พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ได้แก่ บึงกาฬ, สุราษฎร์ธานี, พัทลุง, ยะลา, สงขลา และเชียงใหม่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

 

นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ขยายผลสอบไปยังนิคมสร้างตนเอง และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงทั่วประเทศ เนื่องจากพบเบาะแสการทุจริต โดยแต่ละแห่งได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดย 7 ใน 16 คนที่ถูกสั่งย้ายมาจากนิคมสร้างตนเอง

 

ก่อนหน้านี้ ป.ป.ท. ได้ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง พบความผิดปกติแล้วจำนวน 44 จังหวัด งบประมาณรวมกว่า 97 ล้านบาท และมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว 7 จังหวัด

 

อ้างอิง:

The post พม. ลงดาบ สั่งย้าย ผอ. 16 ศูนย์ฯ ปมทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/m-society-order-move-16-protection-center-director/feed/ 0
ยิ่งแฉยิ่งฉาว ยิ่งสาวยิ่งเจอ! ปมทุจริตเงินคนจนลามแล้ว 24 จังหวัด ใช้ชื่อเมียกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเบิกงบ https://thestandard.co/government-corruption-24-provinces/ https://thestandard.co/government-corruption-24-provinces/#respond Tue, 06 Mar 2018 08:45:27 +0000 https://thestandard.co/?p=75282

กลายเป็นมหากาพย์สำหรับการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้ […]

The post ยิ่งแฉยิ่งฉาว ยิ่งสาวยิ่งเจอ! ปมทุจริตเงินคนจนลามแล้ว 24 จังหวัด ใช้ชื่อเมียกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเบิกงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นมหากาพย์สำหรับการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอชไอวีของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงกลโกงนี้มาจาก น้องแบม-ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาฝึกงานของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะลุกลามบานปลายกลายเป็นการโกงกินที่ขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศ (อ่านบทสัมภาษณ์น้องแบมได้ที่นี่)

 

ล่าสุดวันนี้ พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยถึงกรณีการทุจริตที่กำลังตกเป็นข่าวนี้ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากพบว่ามีมูลหรือกระทำผิดจริงก็จะดำเนินการย้ายทันที และน่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

 

และขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจทุกจังหวัด โดยการตรวจสอบของ พม. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่วนจำนวนผู้ทุจริตนั้นตอบไม่ได้ แต่เบื้องต้นมีประมาณ 24 จังหวัด เพิ่มจากเดิมที่ตรวจสอบได้ 14 จังหวัด ซึ่งอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะต้องดำเนินการเอาจริง

 

ด้าน พ.ต.ท. วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เปิดเผยว่า หลังจากคณะชุดทำงานของ ป.ป.ท. ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในระยะแรก 37 จังหวัดที่ได้งบประมาณเกิน 1 ล้านบาท พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแล้ว 14 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่, อุดรธานี, ขอนแก่น, สระบุรี, หนองคาย, บึงกาฬ, พระนครศรีอยุธยา, กระบี่, ตรัง, น่าน, ตราด, ร้อยเอ็ด และสระแก้ว ไปก่อนหน้านี้นั้น

 

และต่อมาพบความผิดปกติเพิ่มอีก 10 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ซึ่งได้รับงบอุดหนุนสูงถึง 10.45 ล้านบาท, พัทลุง ได้งบ 10.45 ล้านบาท, สุรินทร์ ได้งบ 2.5 ล้านบาท,พิษณุโลก ได้งบ 2.5 ล้านบาท, ชัยภูมิ ได้งบ 1.9 ล้านบาท, ชุมพร ได้งบ 1.3 ล้านบาท, อ่างทอง ได้งบ 1.03 ล้านบาท, บุรีรัมย์ ได้งบ 8 แสนบาท, สงขลา ได้งบ 4.7 แสนบาท และนราธิวาส ได้งบ 4.5 แสนบาท

 

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ได้มีการตรวจสอบพบพฤติกรรมการทุจริตรูปแบบใหม่ของศูนย์ฯ 14 จังหวัดคือ มีการนำชื่อบรรดาข้าราชการท้องถิ่น อาทิ นำชื่อภรรยาผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันมาเบิกงบดังกล่าว โดยที่คุณสมบัติไม่ได้เข้าเกณฑ์ เช่น ไม่ได้ยากไร้หรือป่วย แต่กลับมีชื่อได้รับเงินดังกล่าวด้วย

 

ด้าน พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตอบคำถามถึงกรณีที่ นางสาวปณิดา ยศปัญญา นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ของ พม. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต ระบุว่า ถูกอาจารย์ประจำภาควิชาที่ศึกษาอยู่ตำหนิและทำร้ายร่างกายด้วยการทุบหลัง หลังจากที่เปิดเผยเรื่องทุจริตดังกล่าวว่า การที่อาจารย์จะลงโทษนักศึกษาคนดังกล่าว ทางกระทรวงศึกษาธิการควรตั้งกรรมการไปสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะถือว่าเด็กทำเรื่องที่ดี แล้วถามว่าอาจารย์ไปทำเช่นนั้นได้อย่างไร มหาวิทยาลัยควรให้การดูแลนักศึกษาคนดังกล่าวด้วย

 

ล่าสุด น้องแบมให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD Daily ว่า “ไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่ระดับประเทศขนาดนี้ ยอมรับว่าตกใจ แต่เราจะยอมให้คนจนถูกเอาเปรียบได้อย่างไร เราต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง”

 

ชมคลิปการสัมภาษณ์น้องแบมได้ที่  thestandard.co/thestandarddaily05032561/

 

อ้างอิง:

The post ยิ่งแฉยิ่งฉาว ยิ่งสาวยิ่งเจอ! ปมทุจริตเงินคนจนลามแล้ว 24 จังหวัด ใช้ชื่อเมียกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเบิกงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/government-corruption-24-provinces/feed/ 0
คุยสดๆ กับน้องแบม เด็กฝึกงานผู้เปิดโปงขบวนการทุจริตระดับประเทศ – THE STANDARD Daily 5 มีนาคม 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily05032561/ https://thestandard.co/thestandarddaily05032561/#respond Tue, 06 Mar 2018 03:28:00 +0000 https://thestandard.co/?p=75117

THE STANDARD Daily  ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2561 เวลา […]

The post คุยสดๆ กับน้องแบม เด็กฝึกงานผู้เปิดโปงขบวนการทุจริตระดับประเทศ – THE STANDARD Daily 5 มีนาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily  ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2561 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

 

  • เปิดใจฮีโร่! คุยสดๆ กับน้องแบม เด็กฝึกงานผู้เปิดโปงขบวนการทุจริตระดับประเทศ
  • เหตุผลที่ The Shape of Water คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ออสการ์ ครั้งที่ 90 

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth 

The post คุยสดๆ กับน้องแบม เด็กฝึกงานผู้เปิดโปงขบวนการทุจริตระดับประเทศ – THE STANDARD Daily 5 มีนาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily05032561/feed/ 0
ตีแผ่กลโกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง เปิดช่องโหว่ระบบราชการ สังคมไทยควรเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ https://thestandard.co/corruption-in-low-income-destitute-allowance-government/ https://thestandard.co/corruption-in-low-income-destitute-allowance-government/#respond Wed, 28 Feb 2018 10:18:41 +0000 https://thestandard.co/?p=74029

กรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่งกลายเป็ […]

The post ตีแผ่กลโกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง เปิดช่องโหว่ระบบราชการ สังคมไทยควรเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่งกลายเป็นประเด็นที่คนในสังคมให้ความสนใจจับตามองเป็นพิเศษในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงกลโกงนี้มาจาก น้องแบม-ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาฝึกงานของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะลุกลามบานปลายกลายเป็นการโกงกินที่ขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศ

 

ในขณะที่สังคมเชิดชูยกย่องความกล้าหาญของน้องแบมและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องดังกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวภัยคุกคาม ในอีกด้าน การตรวจสอบทุจริตยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการตรวจพบการทุจริตในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 14 จังหวัดแล้ว และอาจมีข้าราชการระดับสูงหลายคนเกี่ยวข้องกับมหากาพย์การทุจริตเรื่องนี้ด้วย

 

แม้ผลลัพธ์จะยังไม่ชี้ชัดว่าใครถูก-ผิด แต่ระหว่างนี้มีหลายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น และสังคมน่าจะได้เรียนรู้ร่วมกันได้เพื่อป้องกันไม่ให้การทุจริตลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

 

ที่มาของกลโกงเงินสงเคราะห์

ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 เพื่อจัดสรรสวัสดิการสังคมให้กับคน 3 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ ให้ทุนประกอบอาชีพแก่ผู้มีรายได้น้อย และให้เงินสงเคราะห์แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์

 

โดยในหลักเกณฑ์การขอรับเงินอุดหนุนระบุไว้ว่า ผู้ขอเงินอุดหนุนต้องมีสัญชาติไทย หัวหน้าครอบครัวที่เป็นผู้หารายได้เสียชีวิต ทอดทิ้ง สูญหาย หรือต้องโทษจำคุก เจ็บป่วยร้ายแรง พิการจนไม่สามารถทำงานได้ ครอบครัวประสบภาวะยากลำบากในการดำรงชีพ ไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ด้วยเหตุอื่นใด หรือเกิดภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่

 

ขั้นตอนการจ่ายเงินสงเคราะห์ดังกล่าวจะเริ่มจากเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหรืออาสาสมัครออกไปพบเจอผู้เดือดร้อน หรือผู้เดือดร้อนเข้ามาขอความช่วยเหลือเองที่ศูนย์ฯ จากนั้นทางศูนย์ฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและบันทึกข้อมูล แล้วนำกลับมาวิเคราะห์หาแนวทางการช่วยเหลือ

 

ซึ่งการช่วยเหลือมีตั้งแต่ให้เงิน ให้สิ่งของอุปโภคบริโภค ให้เข้ารับการศึกษา ให้เข้ารับการรักษาพยาบาล ก่อนจะเสนอให้อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือผู้ได้รับมอบหมาย นั่นคือผู้อำนวยการศูนย์ฯ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติต่อไป

 

สำหรับการให้สงเคราะห์ด้วยเงิน ผู้อำนวยการศูนย์ฯ จะเป็นผู้พิจารณาว่าครอบครัวผู้เดือดร้อนควรจะได้รับวงเงินสงเคราะห์เท่าไร โดยเริ่มตั้งแต่ 1,000-3,000 บาทต่อครั้ง และจะให้ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปีงบประมาณ จากนั้นจึงจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปมอบเงิน ซึ่งตามระเบียบการเบิกจ่ายจะทำได้ใน 2 แนวทางคือ จ่ายเป็นเช็คและเงินสด

 

 

โดย 3 ปีที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 1,367.96 ล้านบาท มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว 682,133 คน แบ่งเป็นปีงบประมาณ 2559 จำนวน 298,022 คน วงเงิน 599.74 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2560 จำนวน 246,872 คน วงเงิน 493.74 ล้านบาท และปี 2561 (งวดที่ 1) อีกจำนวน 137,239 คน วงเงิน 274.47 ล้านบาท

 

แน่นอนว่าหากเงินจำนวนนี้ถูกนำไปช่วยเหลือผู้ไร้ที่พึ่งที่กำลังเดือดร้อนจริงก็น่าจะช่วยบรรเทาทุกข์และสร้างสวัสดิการที่ดีให้กับพวกเขาได้ไปสักระยะ แต่ในทางกลับกัน หากมีการทุจริตเกิดขึ้น นั่นหมายถึงชะตากรรมของคนนับแสนกำลังถูกย่ำยีซ้ำจากข้าราชการที่มีหน้าที่ช่วยเหลือคุ้มครองพวกเขาโดยตรง

 

 

เปิดช่องโหว่เงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง: ระบบรั่วหรือคนชั่ว

จากการชี้แจงหลังมีการตรวจสอบการทุจริต โดย นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ทั้งๆ ที่ระเบียบการจ่ายเงินสงเคราะห์มีความชัดเจนและดีอยู่แล้ว

 

โดยมาตรการเพื่อให้การทำงานรัดกุมยิ่งขึ้น หลังจากนี้ทางกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  1. ให้ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
  2. จ่ายเงินหรือมอบสิ่งของในสถานที่ราชการโดยมีพยานรับรู้
  3. ให้ใช้แบบบันทึกข้อมูลผู้ประสบภัยทางสังคมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
  4. ใบสำคัญรับเงิน ให้กรอกรายละเอียดจำนวนเงินให้ครบถ้วน
  5. ให้ผู้รับลงลายมือชื่อรับเงินด้วยตนเอง หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือ
  6. ให้บันทึกภาพขณะมอบเงินหรือสิ่งของ
  7. ให้สุ่มติดตาม ตรวจสอบ การรับมอบเงินช่วยเหลือด้วยการโทรศัพท์หรือไปเยี่ยมบ้าน

 

นอกจากนี้ยังมอบมาตรการการจ่ายเงินโดยเน้นให้จ่ายผ่านธนาคารด้วยระบบ E-Payment จ่ายเป็นเช็ค หรือกรณีที่ประชาชนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล ไม่สะดวกรับเงินผ่าน E-Payment หรือเช็คก็ให้จ่ายเป็นเงินสด แต่ต้องถ่ายภาพให้เห็นจำนวนเงินสดที่มอบ และเชิญภาคีเครือข่ายหรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาร่วมเป็นพยานในการจ่ายเงินทุกครั้งด้วย

 

ส่วนระบบติดตามผลการดำเนินงานหลังจากนี้จะเน้นย้ำให้หัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ ลงพื้นที่ติดตามผลการจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นระยะ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะมีการจัดชุดคณะนิเทศติดตาม โดยกำหนดแผนในการติดตามเป็นรายปี

 

อีกด้านจากการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พลตำรวจเอก จรัมพร สุระมณี พบช่องโหว่ของโครงการดังกล่าวในเบื้องต้นว่าจุดอ่อนอยู่ที่การเขียนแผนยุทธศาสตร์เพื่อนำเงินไปจ่ายให้กับผู้ยากไร้ในลักษณะที่ได้รับงบประมาณมาแล้ว จึงทำการสำรวจจำนวนผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้ยากไร้ นอกจากนี้ยังให้อำนาจผู้อำนวยการศูนย์ฯ ใช้ดุลพินิจเบ็ดเสร็จทั้งในฐานะผู้สำรวจ ผู้มีสิทธิ์ ผู้อนุมัติจ่ายเงิน โดยไม่มีการกลั่นกรองจากหน่วยงานอื่น

 

“ขณะนี้ยังไม่อยากฟันธงหรือชี้ชัดว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ บอกได้เพียงว่าเป็นอาชญากรรมพื้นฐานที่มีการทำบ่อย ทำซ้ำจนเป็นขบวนการ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบอีกว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐสามารถจ่ายได้หลายรูปแบบ หลายกรณี ได้แก่ เงินสงเคราะห์บุตร เงินส่งเสริมอาชีพ เงินสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์”

 

นอกจากนี้ พันตำรวจโท วันนพ จินตนกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. ยังเปิดเผยข้อมูลว่า จากการตรวจสอบพบว่าพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดมีด้วยกัน 4 รูปแบบคือ หนึ่ง ปลอมแปลงเอกสารทั้งหมด เช่น บัตรประชาชน เอกสารอื่นๆ โดยชาวบ้านไม่ทราบเรื่อง แล้วนำเอกสารไปยื่นเบิกงบ สอง ให้ชาวบ้านยื่นเอกสารจริง แต่ไม่ได้รับเงิน สาม ให้ชาวบ้านยื่นเอกสารจริงและได้รับเงิน แต่ได้ไม่ครบจำนวน สี่ ให้ชาวบ้านที่ไม่มีคุณสมบัติยื่นเอกสาร

 

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่าโครงการดังกล่าวมีช่องโหว่ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การใช้ดุลพินิจของผู้อำนวยการศูนย์ฯ ขั้นตอนการเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานที่ตรวจสอบยาก รวมไปถึงการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งแม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ แต่ผลเสียหายที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้อาจร้ายแรงกว่าที่คิด

 

 

แพตเทิร์นกลโกงใหม่: คอร์รัปชันในระบบราชการ

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่าเป็นเรื่องปกติที่แพตเทิร์นของการคอร์รัปชันจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ เพื่อให้ยากต่อการตรวจจับ จากเดิมที่เป็นการคอร์รัปชันขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เป็นการโกงจากระดับบนลงไประดับล่าง แต่โครงการนี้เป็นการทุ่มเงินลงไปข้างล่างก่อน แล้วระดับล่างจึงมีการทุจริตกัน จากนั้นจึงส่งส่วยกลับมาที่ข้างบน ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจสอบ เพราะข้อมูลและเอกสารต่างๆ จะมีปริมาณมากและถูกกองอยู่ในระดับล่าง

 

“ความน่ากลัวของการทุจริตรูปแบบนี้คือยากต่อการตรวจจับ และที่สำคัญกว่านั้น มันอาจเป็นการโกงกินในระบบราชการที่เรียกว่าคอร์รัปชันในระบบราชการ ซึ่งมีมานานแล้ว แต่กำลังพัฒนารูปแบบใหม่ๆ เป็นการกินอย่างเป็นระบบ และเกื้อกูลกันระหว่างระดับล่างกับระดับบนโดยที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้กันดีอยู่แล้ว

 

“ทีนี้ความน่ากลัวมันอยู่ที่การเริ่มดึงประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวพันอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในผลประโยชน์ที่เกิดจากการโกงอย่างต่อเนื่อง มันจะเป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ไม่ถูกต้องให้ซึมลึกฝังแน่นเข้าไปอีก

 

“ถ้าทุกคนวิน-วินก็ไม่มีใครออกมาเปิดโปง ในเมื่อแกได้ ฉันได้ ทุกฝ่ายยอมรับได้ การโกงกินก็จะกลับมา”

 

ในขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้แสดงความกังวลต่อท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ออกมาชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความเข้าใจผิด ซึ่งอาจจะทำให้การตรวจสอบและการหามาตรการป้องกันในอนาคตทำได้ยากยิ่งขึ้น

 

“สิ่งที่เราอยากเห็นในตอนนี้คือให้กระบวนการตรวจสอบมันลุล่วงไปโดยโปร่งใส ไม่มีการแทรกแซง ในวันนี้ ป.ป.ท. เข้าไปตรวจสอบแล้ว ในวันข้างหน้าหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องควรจะมีส่วนในการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, ป.ป.ช. หรือ ปปง. เพื่อดูว่าเรื่องนี้เป็นการปิดบังซ่อนเร้นเงินที่ได้มาจากการทุจริตไหม เพราะฉะนั้นถ้าหน่วยงานต่างๆ ทุ่มเทกำลังเข้าไปตรวจสอบให้เต็มที่ ทุกอย่างก็จะมีความชัดเจนมากกว่านี้”

 

นอกจากนี้ ดร.มานะยังระบุว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นถือเป็นการคอร์รัปชันขนาดย่อยที่เม็ดเงินในแต่ละศูนย์ถือว่าไม่เยอะมาก แต่เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะอาจเป็นการคอร์รัปชันในระบบราชการที่กินพื้นที่กว้าง ดังนั้นหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบต้องตอบคำถามให้ได้ว่านี่คือรูปแบบใหม่ของการคอร์รัปชันในระบบราชการใช่หรือไม่ จากนั้นจึงตีแผ่กลโกงเหล่านี้ให้สังคมได้รับรู้

 

“ถ้าทุกคนช่วยกันปกปิดแล้วบอกว่ามันเป็นเรื่องของคนไม่กี่คน เกิดขึ้นไม่กี่พื้นที่ การแก้ไขปัญหาก็จะไม่เกิด นั่นหมายถึงรัฐบาลต้องมีความใจกว้างด้วย และวันนี้คงต้องทวงถามคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 ที่บอกว่าถ้าข้าราชการทุจริต ผู้บังคับบัญชาต้องร่วมรับผิดชอบด้วย จะเกิดขึ้นกับกรณีนี้ไหม”

 

 

เป็นคนดีมีต้นทุน: กรณีน้องแบม สู่ภาพสะท้อนของคนตัวเล็กๆ ที่ต่อสู้กับระบบที่ไม่เป็นธรรม

สำหรับคนที่ติดตามข่าวกรณีนี้มาตั้งแต่ต้นคงจะทราบแล้วว่า ก่อนที่เรื่องนี้จะถูกเปิดโปงและมีหน่วยงานอิสระเข้ามาตรวจสอบ น้องแบม ผู้จุดประเด็นนี้ให้สังคมในวงกว้างได้รับรู้กลับต้องเผชิญชะตากรรมที่กล้ำกลืน ทั้งถูกข่มขู่ คุกคาม ถูกเค้นสอบจากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เข้าใจว่าเธอกุเรื่องขึ้นมาเอง คำดูถูกว่า ‘ทำไมไม่เรียนให้จบก่อนล่ะ ถ้าอยากจะไปร้องเรียนเอาผิดเขา’ จนมาถึงการต้องก้มลงกราบเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก

 

สะท้อนภาพชัดเจนว่าการเป็นคนดีในบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ซึ่งน้องแบมยอมรับว่ากว่าจะตัดสินใจไปยื่นเรื่องร้องเรียน เธอต้องใช้เวลานานมากในการตัดสินใจ และรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็กัดฟันเดินหน้าต่อด้วยความคิดว่า

 

“ตอนนั้นคือคิดถึงอนาคตของตัวเราเองด้วย แล้วก็คิดถึงประชาชน 2,000 คนที่เรากรอกเอกสารเป็นลายมือเรา ปลอมเรื่องเท็จให้เขา ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักบ้านเขา ไม่รู้รายได้ที่เขามี เหมือนรู้สึกผิดที่เราต้องมาทำอะไรแบบนี้ แล้วมันขัดกับสิ่งที่เราเรียนมา

 

เมื่อ THE STANDARD ถามเธอว่า คิดว่าการเป็นคนดีมีต้นทุนที่สูงไหมเมื่อเทียบกับการอยู่เฉยๆ แล้วไม่ต้องเดือดร้อน น้องแบมเปิดใจว่า “หนูคิดว่าไม่นะ เพราะหนูได้รับคำขอบคุณและกำลังใจจากชาวบ้านที่เขาเดือดร้อนจริงๆ มาเยอะ รู้สึกดีใจมากกว่า เพราะจากที่ดูข่าว ทางชาวบ้านที่ ป.ป.ท. ลงไปสอบถามรายละเอียดเขาก็พูดว่า ป้าไม่รู้ว่าเป็นเด็กสถาบันไหน แต่ป้าขอบคุณมากที่มาเปิดโปง ถ้าไม่เปิดโปง ป้าคงไม่รู้ว่าป้าโดนหลอก คือบางคนก็ได้เงินไม่ครบ หรือบางคนก็ไม่ได้เงินเลยทั้งที่มีชื่อเขาปรากฏอยู่”

 

นอกจากนี้เธอยังฝากบอกคนที่กำลังตัดสินใจจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่า “อยากจะบอกว่าถ้าเราเมินเฉย สิ่งที่คุณทำเพื่อประชาชนมันก็เสียเปล่า แล้วประชาชนจะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้ ถ้าพวกเราเมินเฉยกันแบบนี้ ช่วยๆ กันเถอะค่ะ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ประเทศเรากำลังมีปัญหาในหลายๆ เรื่อง”

 

ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า กรณีน้องแบมถือเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะหากประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่แบบนี้มากๆ เราคงเอาชนะคอร์รัปชันได้ ซึ่งเมื่อเกิดกรณีแบบนี้แล้ว สังคมต้องช่วยกันพูดต่อและยกย่องให้คนเห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งดีงามอย่างไร ส่วนเรื่องการปกป้องคุ้มครองน้องแบม ส่วนตัวมองว่าเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว สังคมจะเป็นเกราะคุ้มครองให้กับความปลอดภัยของเธอได้แน่นอน

 

“ในเคสนี้ สิ่งที่ดีที่สุดเลยคือทำให้เราได้เห็น active citizen หรือพลเมืองตื่นรู้สู้โกง คือเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศไทยที่รังเกียจการโกง ปฏิเสธการโกง และพร้อมที่จะต่อสู้กับคนโกง ทำให้เราเห็นอนาคตของการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ”

 

ภาพประกอบ: Thiencharas.w

อ้างอิง:

The post ตีแผ่กลโกงเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง เปิดช่องโหว่ระบบราชการ สังคมไทยควรเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/corruption-in-low-income-destitute-allowance-government/feed/ 0
กลโกงเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง https://thestandard.co/cheating-low-income-destitute-allowance/ https://thestandard.co/cheating-low-income-destitute-allowance/#respond Wed, 28 Feb 2018 00:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=73743

    ภาพประกอบ: Thiencharas.w

The post กลโกงเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

ภาพประกอบ: Thiencharas.w

The post กลโกงเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cheating-low-income-destitute-allowance/feed/ 0