ผู้พลัดถิ่น Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ผู้พลัดถิ่น/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 17 Mar 2026 13:12:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 UNHCR ระดมทรัพยากรทั่วภูมิภาคช่วยเหลือวิกฤติในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น https://thestandard.co/unhcr-aid-middle-east-crisis/ Thu, 05 Mar 2026 09:12:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1184661 ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ UNHCR พร้อมข้อความว่าระดมทรัพยากรช่วยเหลือวิกฤติในตะวันออกกลาง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เผยแพร่แถลงก […]

The post UNHCR ระดมทรัพยากรทั่วภูมิภาคช่วยเหลือวิกฤติในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ UNHCR พร้อมข้อความว่าระดมทรัพยากรช่วยเหลือวิกฤติในตะวันออกกลาง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เผยแพร่แถลงการณ์ วานนี้ (4 มีนาคม) โดยประกาศว่า เจ้าหน้าที่ UNHCR ได้เร่งระดมทรัพยากรจากอิหร่านและอัฟกานิสถานไปยังเลบานอน และซีเรีย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องพลัดถิ่น ท่ามกลางวิกฤติระดับภูมิภาคที่อยู่ในภาวะตึงเครียด

 

UNHCR ชี้ว่า หลายประเทศที่ได้รับผลกระทบ เป็นประเทศที่มอบที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศนับล้านคน และด้วยบทบาทของ UNHCR ที่ดำเนินงานอยู่ในภูมิภาค จึงพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

 

ขณะที่ UNHCR กำลังติดตามสถานการณ์ภายในอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยที่ผ่านมา ทางองค์กรได้มีการตั้งสำนักงานในอิหร่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 และเป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ มีสำนักงานในกรุงเตหะราน และสำนักงานภาคสนามทั้งหมด 5 แห่ง

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ UNHCR ไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้คนที่กำลังโยกย้ายถิ่นภายในประเทศอิหร่านได้ ขณะที่สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย UNHCR พร้อมให้ความช่วยเหลือตามคำขอจากรัฐบาลของประเทศที่ได้รับผลกระทบทันที

 

ทั้งนี้ อิหร่านเป็นประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยรวมถึงกลุ่มคนที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศกว่า 1.65 ล้านคน ซึ่ง UNHCR ยังคงให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ศูนย์แรกรับผู้ลี้ภัยและสายด่วนยังคงเปิดให้บริการ โดยให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ และยังคงสนับสนุนบริการที่สำคัญ อาทิ ด้านสาธารณสุข การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม ขณะที่ UNHCR ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในอิหร่านปลอดภัย

 

ที่ผ่านมา ในช่วงก่อนเกิดการสู้รบครั้งนี้ ผู้ลี้ภัยในอิหร่านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองของประเทศ อัตราเงินเฟ้อที่สูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้กัดกร่อนรายได้ให้เปราะบางยิ่งขึ้น

 

การเข้าถึงของแรงงานที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้หลายคนต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้รับความต้องการขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ โดยมาตรการควบคุมการอยู่อาศัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และการส่งกลับประเทศต้นทางสร้างความวิตกกังวล ส่งผลให้ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานบางส่วนต้องตัดสินใจเดินทางกลับไปยังประเทศต้นทางภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบาก

 

นอกจากนี้ UNHCR ยังเปิดเผยว่า กำลังทบทวนและเพิ่มความพร้อมที่จุดผ่านแดนสำคัญของอิหร่าน โดยเรียกร้องให้ทุกประเทศเปิดพรมแดนรับผู้ที่ต้องหนีจากการโจมตี เนื่องจากการปฏิเสธไม่รับผู้ที่จำเป็นต้องหนีจากอันตรายถึงชีวิตถือเป็นการผลักดันกลับซึ่งขัดต่อหลักการมอบความคุ้มครองระหว่างประเทศ

The post UNHCR ระดมทรัพยากรทั่วภูมิภาคช่วยเหลือวิกฤติในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ชี้แจงกรณี ฮุน มาเนต กล่าวหาไทยยึดดินแดน ชี้ชาวกัมพูชา ‘รุกล้ำ’ ไม่ใช่ ‘ผู้พลัดถิ่น’ ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด https://thestandard.co/hun-manet-thailand-cambodia-border/ Thu, 19 Feb 2026 01:51:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1179853 พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงข้อกล่าวหาจากนายกรัฐมนตรีกัมพูชาปมยึดดินแดน

วานนี้ (18 กุมภาพันธ์) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก […]

The post ทบ. ชี้แจงกรณี ฮุน มาเนต กล่าวหาไทยยึดดินแดน ชี้ชาวกัมพูชา ‘รุกล้ำ’ ไม่ใช่ ‘ผู้พลัดถิ่น’ ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงข้อกล่าวหาจากนายกรัฐมนตรีกัมพูชาปมยึดดินแดน

วานนี้ (18 กุมภาพันธ์) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 69 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทยและข้อตกลงหยุดยิง ในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกันไว้ เมื่อ 27 ธันวาคม 68 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ดังนี้

 

ประเด็นแรก กรณีที่ ฮุน มาเนต ระบุว่า “กองทัพไทยกำลังยึดครองดินแดนกัมพูชาอยู่ พร้อมทั้งได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม ส่งผลให้ผู้พลัดถิ่นราว 80,000 คน ไม่สามารถกลับบ้านได้”

 

โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า “กัมพูชาทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ที่ในอดีตไทยเคยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบของกัมพูชาเข้ามาพักพิง แต่เมื่อสงครามเสร็จสิ้น ประชาชนและทหารกัมพูชากลับไม่เดินทางกลับประเทศของตน ซ้ำยังมีการขยายชุมชนรุกล้ำเขตอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายไทยเองก็ได้มีการเรียกร้องหรือประท้วงผ่านกลไกคณะทำงานต่างๆ มาตลอด แต่กัมพูชากลับเพิกเฉย และไม่ยอมแก้ไขปัญหาในการนำประชาชนกลับไปยังพื้นที่ฝั่งประเทศกัมพูชา

ดังนั้นกลุ่มคนดังกล่าวจึงไม่ได้เรียกว่าเป็นผู้พลัดถิ่น ดังที่นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาได้กล่าวอ้าง แต่ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย และกระทำการรุกล้ำอธิปไตยของไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้ประชาชนชาวไทยเสียประโยชน์ในการเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าว”

 

ประเด็นต่อมา ที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวอ้างถึงการยึดครองดินแดนของไทย รวมถึงการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามในพื้นที่ควบคุมอยู่นั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะที่ให้ทั้งสองฝ่ายคงวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันหลังการสู้รบ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม

 

ซึ่งข้อเท็จจริงคือทุกพื้นที่เหล่านั้น กองทัพไทยจำเป็นต้องเข้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อยับยั้งการถูกโจมตี การถูกคุกคามต่อชีวิตของทหารและประชาชนคนไทย จึงถือเป็นสิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล มิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศใด สุดท้ายเมื่อมีการตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น การคงกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าว จึงชอบธรรมตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมที่กัมพูชาก็ทราบและเข้าใจดี

 

ส่วนการวางตู้คอนเทนเนอร์ และลวดหนาม เพื่อใช้เป็นเครื่องกีดขวางสำหรับในบางพื้นที่นั้น เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชั่วคราว สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้าและกระทบกระทั่งในส่วนทหารและประชาชน

 

ประเด็นสุดท้าย สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการชายแดนกัมพูชา-ไทย (JBC) เริ่มดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนนั้น พล.ต. วินธัย กล่าวว่า ฝ่ายไทยมีจุดยืนชัดเจน พร้อมดำเนินการและยินดีที่จะใช้กลไกทวิภาคีทุกระดับมาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและเสริมสร้างความร่วมมือในพื้นที่ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม ทั้งการลดระดับความตึงเครียดด้านทางทหาร ความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนจากทุ่นระเบิด รวมถึงความพร้อมของรัฐบาลไทยที่อยู่ในระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่

 

ทั้งนี้ กองทัพบกพร้อมเข้าสู่กระบวนการหารือร่วมกันโดยสันติวิธี ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมต่อทุกสถานการณ์ เพื่อพิทักษ์อธิปไตยและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมขอให้ฝ่ายกัมพูชาทบทวนข้อกำหนดในถ้อยแถลงร่วมและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันจะนำไปสู่ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและส่งเสริมความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน

The post ทบ. ชี้แจงกรณี ฮุน มาเนต กล่าวหาไทยยึดดินแดน ชี้ชาวกัมพูชา ‘รุกล้ำ’ ไม่ใช่ ‘ผู้พลัดถิ่น’ ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF ชี้ เด็กในฉนวนกาซากว่า 700,000 คนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น เพราะสงครามอิสราเอล-ฮามาส https://thestandard.co/unicef-say-gaza-strip-children-becoming-idps/ Tue, 14 Nov 2023 04:34:59 +0000 https://thestandard.co/?p=865437 UNICEF

องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่า เด็กในฉนวนกาซากว่า 700, […]

The post UNICEF ชี้ เด็กในฉนวนกาซากว่า 700,000 คนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น เพราะสงครามอิสราเอล-ฮามาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF

องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่า เด็กในฉนวนกาซากว่า 700,000 คนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นและถูกบังคับให้ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ท่ามกลางการโจมตีอย่างต่อเนื่องของกองทัพอิสราเอล และตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากทางกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน มีเด็กเสียชีวิตมากถึง 4,506 คนจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 11,078 คน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก

 

ทางด้าน สตีฟ โซซีบี ผู้ก่อตั้งกองทุนเพื่อเด็กชาวปาเลสไตน์ แสดงความกังวลว่า เด็กๆ ชาวปาเลสไตน์ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอัล-รันติซี สถานพยาบาลเพียงแห่งเดียวที่มีแพทย์เฉพาะทางเรื่องโรคมะเร็งในเด็ก กำลังเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงจากสงคราม ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับชีวิตของเด็กๆ ในโรงพยาบาล

 

โดยการสู้รบในระยะนี้โรงพยาบาลหลายแหล่งในฉนวนกาซาและพื้นที่โดยรอบตกเป็นเป้าโจมตีของกองทัพอิสราเอล เพราะพวกเขาเชื่อว่าสถานพยาบาลเหล่านี้ถูกใช้เป็นหน้าฉากในการเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธฮามาส

 

ล่าสุด โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดของอิสราเอลออกมาแสดงจุดยืนว่าเขตพื้นที่โรงพยาบาลในฉนวนกาซาควรได้รับการปกป้อง และเขาหวังว่ากองทัพอิสราเอลจะไม่กระทำการใดๆ ที่รุนแรงไปกว่านี้ หลังทำการปิดล้อมทางเข้าออกของโรงพยาบาลอัล-ชิฟา เนื่องจากเชื่อว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่บนอุโมงค์ลับซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานบัญชาการของกลุ่มฮามาส ทำให้มีผู้ที่ติดอยู่ภายในโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก

 

สถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาดำเนินมานานกว่า 5 สัปดาห์แล้ว ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการหยุดยิง พร้อมให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมเป็นสำคัญ

 

ภาพ: Mustafa Hassona / Anadolu via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post UNICEF ชี้ เด็กในฉนวนกาซากว่า 700,000 คนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น เพราะสงครามอิสราเอล-ฮามาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายงานล่าสุดชี้ ผู้พลัดถิ่นในประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 71.1 ล้านคนทั่วโลกเมื่อปี 2022 เนื่องจากสงคราม-วิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก https://thestandard.co/idps-at-record-highs-in-2022/ Fri, 12 May 2023 10:25:04 +0000 https://thestandard.co/?p=789023 ผู้พลัดถิ่น

รายงานล่าสุดของศูนย์เฝ้าติดตามสถานการณ์การพลัดถิ่นภายใน […]

The post รายงานล่าสุดชี้ ผู้พลัดถิ่นในประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 71.1 ล้านคนทั่วโลกเมื่อปี 2022 เนื่องจากสงคราม-วิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้พลัดถิ่น

รายงานล่าสุดของศูนย์เฝ้าติดตามสถานการณ์การพลัดถิ่นภายในประเทศ (IDMC) ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชี้ว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นในประเทศ (Internally Displaced People: IDPs) เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จนถึง 71.1 ล้านคนทั่วโลกเมื่อปี 2022 เนื่องมาจากสงครามและวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก

 

โดย IDMC ระบุว่า ตัวเลขสถิติดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นราว 20% นับตั้งแต่ปี 2021 พร้อมท้ังยังระบุว่า เกือบ 3 ใน 4 ของผู้พลัดถิ่นทั่วโลกอาศัยอยู่ใน 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงซีเรีย, อัฟกานิสถาน, ดีอาร์คองโก, ยูเครน และซูดาน โดยเฉพาะแค่ในยูเครน วิกฤตสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างรัสเซีย ก่อให้เกิดผู้พลัดถิ่นสูงเกือบ 17 ล้านคนเมื่อปี 2022 

 

นอกจากนี้รายงานของ IDMC ยังระบุด้วยว่า ปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงมีส่วนกระตุ้นให้เกิดผู้พลัดถิ่นภายในประเทศสูงถึง 28.3 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรายงานประจำปีตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาถึง 3 เท่า 

 

ขณะที่จำนวนการพลัดถิ่นอีก 32.6 ล้านคนในปีที่ผ่านมา เกิดจากผลกระทบของภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาวะภัยแล้ง ภาวะน้ำท่วม เหตุดินถล่ม คลื่นรังสีความร้อน เป็นต้น โดยล้วนเป็นผลพวงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งมีแนวโน้มยาวนานและรุนแรงยิ่งขึ้น

 

ทางด้าน แจน เอจแลนด์ เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยแห่งนอร์เวย์ และผู้ก่อตั้ง IDMC เมื่อปี 1998 ระบุว่า “ความขัดแย้งและภัยพิบัติในปีที่ผ่านมาได้โจมตีความเปราะบางและความไม่เท่าเทียมที่มีอยู่เดิมของผู้คน ทำให้เกิดการพลัดถิ่นในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 

 

“ขณะที่สงครามในยูเครนได้จุดชนวนให้เกิดวิกฤตความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้พลัดถิ่นภายในประเทศอย่างรุนแรงที่สุด สาเหตุต่างๆ เหล่านี้ได้บั่นทอนความก้าวหน้าและความพยายามในการแก้ไขปัญหาความอดอยากและภาวะทุพโภชนาการทั่วโลก”

 

แฟ้มภาพ: Melih Cevdet Teksen / Shutterstock

อ้างอิง:

The post รายงานล่าสุดชี้ ผู้พลัดถิ่นในประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 71.1 ล้านคนทั่วโลกเมื่อปี 2022 เนื่องจากสงคราม-วิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: HUMANS of NOWHERE | Full Documentary | THE STANDARD https://thestandard.co/humans-of-nowhere/ Fri, 19 Aug 2022 05:19:39 +0000 https://thestandard.co/?p=669222 วิกฤตการพลัดถิ่นฐานนอกประเทศ

ผ่านมาแล้วกว่า 8 ปีที่เวเนซุเอลาเผชิญกับภาวะล่มสลายทั้ง […]

The post ชมคลิป: HUMANS of NOWHERE | Full Documentary | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตการพลัดถิ่นฐานนอกประเทศ

ผ่านมาแล้วกว่า 8 ปีที่เวเนซุเอลาเผชิญกับภาวะล่มสลายทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง เงินเฟ้อพุ่งทะยานขั้นรุนแรง ประชาชนขาดแคลนทั้งอาหาร ยา และสิ่งจำเป็นพื้นฐาน จนผู้คนพากันอพยพหนีความอดอยากออกจากประเทศ ถึงขั้นกลายเป็น ‘วิกฤตการพลัดถิ่นฐานนอกประเทศ (External Displacement Crisis)’ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด

 

ย้อนไปในปี 2019 สองนักข่าวสัญชาติไทยจาก THE STANDARD ได้ออกเดินทางข้ามโลกไปเห็น ไปฟัง ไปสัมผัส ไปรู้สึก บางเศษเสี้ยวของชีวิตหลังความล่มสลายในพื้นที่ชายแดนโคลอมเบีย-เวเนซุเอลา กับวิกฤตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ด้วยความสงสัยว่าคนตัวเล็กๆ อย่างเราจะช่วยเหลืออะไรพวกเขาได้บ้าง

 

และนี่คือเรื่องราวที่พวกเขาอยากเล่าให้คุณฟังแบบไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

The post ชมคลิป: HUMANS of NOWHERE | Full Documentary | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF เผยยอด ‘เด็กพลัดถิ่น’ ทั่วโลกพุ่ง 36.5 ล้านราย สูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 https://thestandard.co/36-5m-children-displaced-globally-in-2021/ Sat, 18 Jun 2022 11:43:16 +0000 https://thestandard.co/?p=643560 UNICEF

วานนี้ (17 มิถุนายน) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ […]

The post UNICEF เผยยอด ‘เด็กพลัดถิ่น’ ทั่วโลกพุ่ง 36.5 ล้านราย สูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF

วานนี้ (17 มิถุนายน) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF รายงานว่ามีเด็กพลัดถิ่นฐานเพราะความขัดแย้ง ความรุนแรง และวิกฤตอื่นๆ สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 36.5 ล้านราย เมื่อนับถึงสิ้นปี 2021 ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 

 

ตัวเลขข้างต้นประกอบด้วยเด็กอพยพและเด็กลี้ภัย 13.7 ล้านราย และเด็กพลัดถิ่นภายในประเทศเพราะความขัดแย้งและความรุนแรงเกือบ 22.8 ล้านราย

 

ทว่าตัวเลขข้างต้นไม่นับรวมเด็กพลัดถิ่นเพราะผลกระทบและภัยพิบัติทางสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม และเด็กพลัดถิ่นในปี 2022 ซึ่งรวมถึงจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ตัวเลขที่สูงทำสถิตินี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงของสารพัดวิกฤตทับซ้อน ซึ่งครอบคลุม ‘ความขัดแย้งฉับพลันและยืดเยื้อ’ เช่น ความขัดแย้งในอัฟกานิสถาน และความเปราะบางในหลายประเทศอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือเยเมน ซึ่งล้วนเลวร้ายยิ่งขึ้นด้วยผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

แคเธอรีน รัสเซลล์ กรรมการบริหาร UNICEF แสดงความหวังว่าตัวเลขอันน่าตกใจนี้จะผลักดันรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ปกป้องเด็กจากการพลัดถิ่นฐานและรับรองการเข้าถึงการศึกษา การป้องกัน และบริการจำเป็นอื่นๆ ของเด็กพลัดถิ่น

 

รายงานเสริมว่ามีเด็กลี้ภัยเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่ได้สมัครเข้าโรงเรียนประถม และมีเด็กลี้ภัยไม่ถึง 1 ใน 4 ได้เข้าโรงเรียนมัธยม ขณะที่เด็กพลัดถิ่นและลี้ภัยจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ต้องการการสนับสนุนและบริการต่างๆ อย่างการดูแลสุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครอง

 

ทั้งนี้ UNICEF ระบุว่าเด็กที่เดินทางโดยลำพังหรือถูกพรากจากครอบครัว กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงจากการลักลอบค้ามนุษย์ การเอารัดเอาเปรียบ ความรุนแรง และการล่วงละเมิด โดยเด็กทั่วโลกครองสัดส่วนประมาณร้อยละ 28 ของเหยื่อการลักลอบค้ามนุษย์

 

อ้างอิง: สำนักข่าวซินหัว

The post UNICEF เผยยอด ‘เด็กพลัดถิ่น’ ทั่วโลกพุ่ง 36.5 ล้านราย สูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNHCR เผย ตัวเลขผู้พลัดถิ่นทั่วโลกแตะระดับ 100 ล้านคน และพบแนวโน้มตัวเลขพุ่งสูงขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา https://thestandard.co/globally-displaced-people-hit-100-million/ Thu, 16 Jun 2022 11:21:35 +0000 https://thestandard.co/?p=642807 ผู้พลัดถิ่น

วันนี้ (16 มิถุนายน) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสห […]

The post UNHCR เผย ตัวเลขผู้พลัดถิ่นทั่วโลกแตะระดับ 100 ล้านคน และพบแนวโน้มตัวเลขพุ่งสูงขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้พลัดถิ่น

วันนี้ (16 มิถุนายน) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยข้อมูลว่า จำนวนผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นทุกปีตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และแตะระดับสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ โดยในรายงานแนวโน้มประจำปีของ UNHCR ระบุว่าเมื่อปลายปี 2021 ผู้พลัดถิ่นจากสงคราม ความรุนแรง การประหัตประหาร และการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน มีจำนวน 89.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากสถิติเมื่อ 10 ปีก่อน

 

และหลังจากนั้นมา การรุกรานของรัสเซียในยูเครนก็ทำให้วิกฤตการณ์ถูกบังคับให้พลัดถิ่นขยายตัวเร็วที่สุด และเป็นหนึ่งในสถานการณ์การพลัดถิ่นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ จากทวีปแอฟริกาถึงประเทศอัฟกานิสถาน และประเทศอื่นๆ ทำให้ตัวเลขผู้พลัดถิ่นดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นไปแตะระดับ 100 ล้านคน

 

“ทุกๆ ปีตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สถิติไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” ฟิลลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าว “ชุมชนระหว่างประเทศต้องร่วมกันลงมือทำเพื่อจัดการกับปัญหาโศกนาฏกรรมของมนุษย์นี้ แก้ไขความขัดแย้ง ตลอดจนหาทางออกที่ยั่งยืน ไม่เช่นนั้นแนวโน้มที่เลวร้ายนี้จะยังคงดำเนินต่อไป”

 

UNHCR อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ปีที่แล้วเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น และที่ปะทุขึ้นใหม่ให้เห็นใน 23 ประเทศ โดยมีประชากรทั้งหมดกว่า 850 ล้านคนต้องเผชิญกับความตึงเครียดของความขัดแย้งในระดับกลางหรือสูง ในขณะเดียวกัน ความขาดแคลนทางอาหาร ภาวะเงินเฟ้อ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทำให้ผู้คนลำบากยิ่งขึ้น ทำให้การรับมือด้านมนุษยธรรมขยายตัว ในขณะที่งบประมาณที่คาดการณ์ไว้ในหลายสถานการณ์ยังคงขาดแคลนอีกมาก

 

และเมื่อดูตัวเลขปี 2021 มีผู้พลัดถิ่น 89.3 ล้านคน พบว่าในจำนวนนี้จัดเป็นกลุ่ม ‘ผู้ลี้ภัย’ 27.1 ล้านคน ผู้เดินทางเพื่อลี้ภัยเข้ามาใหม่เพิ่มขึ้นในประเทศยูกันดา ชาด และซูดาน และอีกหลายประเทศ UNHCR ยังระบุว่าผู้ลี้ภัยส่วนมากได้รับที่พักพิงจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีทรัพยากรที่จำกัดเช่นเดียวกับในอดีต ส่วนจำนวนของกลุ่ม ‘ผู้ขอลี้ภัย’ เมื่อปีที่แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 4.6 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11

 

นอกจากนี้ปี 2021 ยังเป็นปีที่ได้เห็นจำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจากความขัดแย้งเพิ่มขึ้นเป็น 53.2 ล้านคน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 จำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ เช่น ประเทศเมียนมา ความขัดแย้งในภูมิภาคทิเกรย์ของเอธิโอเปียและภูมิภาคอื่นๆ ที่กระตุ้นการต่อสู้ของผู้คนนับล้านภายในประเทศ อีกทั้งการจลาจลในภูมิภาคซาเฮลซึ่งเป็นเขตรอยต่อในทะเลทรายซาฮารา ผลักดันให้เกิดการพลัดถิ่นในประเทศครั้งใหม่ โดยเฉพาะในประเทศบูร์กินาฟาโซ และชาด

 

UNHCR ยังชี้ว่าความเร็วและจำนวนของการพลัดถิ่นยังคง ‘ล้ำหน้า’ ไปกว่าทางออกที่สามารถมอบให้ผู้พลัดถิ่น เช่น การเดินทางกลับประเทศด้วยความสมัครใจ การตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม หรือการผสมผสานกลมกลืนกับชุมชนที่พักพิง อย่างไรก็ตาม รายงานแนวโน้มประจำปีดังกล่าวยังคงแสดงให้เห็นถึงความหวัง เพราะจำนวนผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่ได้เดินทางกลับมาตุภูมิในปี 2021 มีจำนวนเพิ่มขึ้นและกลับไปสู่ระดับเดิมก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยการเดินทางกลับบ้านด้วยความสมัครใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 71 แม้ว่าด้วยจำนวนจะยังคงไม่มากนักก็ตาม

 

“ในขณะที่เราได้เห็นสถานการณ์ผู้ลี้ภัยครั้งใหม่ๆ และสถานการณ์เดิมที่ปะทุขึ้นอีก หรือที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เราก็ได้เห็นตัวอย่างจากหลายประเทศและชุมชนที่ทำงานร่วมกันเพื่อหาทางออกแก่ผู้พลัดถิ่น” กรันดีกล่าวเสริม “สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น ความร่วมมือระดับภูมิภาคในการเดินทางกลับมาตุภูมิของชาวไอวอรีโคสต์ แต่การตัดสินใจที่สำคัญเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดำเนินการอีกหรือยกระดับในที่อื่นๆ”

 

และแม้ว่าจำนวนโดยประมาณของบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2021 แต่ก็เป็นปี 2021 เช่นกันที่มีบุคคลกว่า 81,200 คนซึ่งได้รับสัญชาติหรือได้รับการยืนยันสัญชาติ นับเป็นจำนวนผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติที่ลดลงต่อปีมากที่สุดตั้งแต่มีการเริ่มต้นแคมเปญ #IBelong โครงการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติทั่วโลกของ UNHCR ในปี 2014

 

ภาพ: John Wreford / Shutterstock

อ้างอิง:

The post UNHCR เผย ตัวเลขผู้พลัดถิ่นทั่วโลกแตะระดับ 100 ล้านคน และพบแนวโน้มตัวเลขพุ่งสูงขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทแม่ของ Uniqlo ร่วมกับ UNHCR บริจาคเสื้อกันหนาว 1 ล้านชิ้นให้ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น https://thestandard.co/uniqlo-unhcr-collab/ Sun, 26 Dec 2021 06:24:50 +0000 https://thestandard.co/?p=576045 Uniqlo

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ได้ร่วมกับสำนักงานข้ […]

The post บริษัทแม่ของ Uniqlo ร่วมกับ UNHCR บริจาคเสื้อกันหนาว 1 ล้านชิ้นให้ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ได้ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ในการบริจาคเสื้อผ้า Uniqlo Heattech และเสื้อผ้ากันหนาวจำนวน 1 ล้านชิ้น รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นในช่วงฤดูหนาว

 

นอกจากนี้บริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นยังบริจาคเงินสนับสนุนให้แก่ UNHCR เป็นจำนวนเงิน 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 27 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้พลัดถิ่นภายในประเทศอัฟกานิสถานและพื้นที่ใกล้เคียง

 

ซึ่งเงินสนับสนุนในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์เพื่อบรรเทาภัยพิบัติในครั้งนี้ อาทิ ผ้าห่ม ตะเกียงโซลาร์ และอุปกรณ์ฉนวนเต็นท์ เพื่อให้ผู้คนที่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กที่ตกอยู่ในสภาวะบอบบาง สามารถป้องกันตัวเองจากอุณหภูมิติดลบในช่วงฤดูหนาวได้

 

การร่วมมือระหว่าง Fast Retailing และ UNHCR เกิดขึ้นอย่างจริงจังเมื่อปี 2006 ด้วยการสนับสนุนเสื้อผ้าให้แก่ผู้ลี้ภัยทั่วโลก จนกระทั่งปี 2011 เป็นบริษัทแรกในเอเชียที่ก้าวสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ระดับโลกกับ UNHCR ผ่านโครงการและแคมเปญภายใต้แบรนด์ที่อยู่ในบริษัททั้ง Uniqlo, GU และ Theory

 

เช่น โครงการการส่งมอบเสื้อผ้าผ่านโครงการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปสู่ค่ายผู้ลี้ภัย และแคมเปญ Every Giving Tuesday ของร้าน Uniqlo สาขายุโรปและอเมริกา บริจาค Heattech 1 ชิ้น ให้แก่ผู้ลี้ภัยผ่านทุกๆ ผลิตภัณฑ์ Heattech ที่ลูกค้าซื้อกลับบ้านไป จนถึงวันนี้บริษัทได้ส่งมอบเสื้อผ้าทั้งใหม่และรีไซเคิลจำนวนกว่า 46.1 ล้านชิ้น ให้แก่ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นใน 79 ประเทศทั่วโลก

 

ภาพ: Carsten Koall/Getty Images 

อ้างอิง: 

The post บริษัทแม่ของ Uniqlo ร่วมกับ UNHCR บริจาคเสื้อกันหนาว 1 ล้านชิ้นให้ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>