ผู้ชุมนุม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ผู้ชุมนุม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 05 Oct 2023 04:52:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: สด! ก้าวไกล ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมการเมือง | THE STANDARD https://thestandard.co/submit-a-draft-amnesty-law-for-political-protesters/ Thu, 05 Oct 2023 04:52:23 +0000 https://thestandard.co/?p=850915 ชัยธวัช ตุลาธน

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษก […]

The post ชมคลิป: สด! ก้าวไกล ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมการเมือง | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัช ตุลาธน

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมการเมือง

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: สด! ก้าวไกล ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมการเมือง | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจปราบจลาจลจีนในชุด PPE ปะทะกลุ่มผู้ชุมนุมต้านล็อกดาวน์ในกว่างโจว https://thestandard.co/china-police-ppe-riot/ Wed, 30 Nov 2022 12:37:39 +0000 https://thestandard.co/?p=718134 PPE

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วง […]

The post ตำรวจปราบจลาจลจีนในชุด PPE ปะทะกลุ่มผู้ชุมนุมต้านล็อกดาวน์ในกว่างโจว appeared first on THE STANDARD.

]]>
PPE

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านนโยบายโควิดกับตำรวจปราบจลาจล ที่เกิดขึ้นภายในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีนเมื่อคืนวานนี้ (29 พฤศจิกายน) หลังปรากฏคลิปวิดีโอการปะทะเผยแพร่ในโลกออนไลน์

 

การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนจีนในหลายเมืองรวมถึงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ออกมาร่วมชุมนุม และถือเป็นการกระทำต่อต้านรัฐครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในยุคของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง นับตั้งแต่ที่เขาขึ้นครองอำนาจเมื่อปี 2012

 

ขณะที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุปะทะดังกล่าวหลายคลิปทาง Twitter ซึ่งแสดงให้เห็นกลุ่มผู้ประท้วงที่เผชิญหน้ากับตำรวจปราบจลาจลที่สวมใส่ชุด PPE ป้องกันเชื้อโควิด พร้อมถือโล่ป้องกัน

 

โดยในคลิปวิดีโอหนึ่ง กลุ่มผู้ประท้วงได้ขว้างปาก้อนหินและสิ่งของใส่ตำรวจ และอีกคลิปวิดีโอปรากฏภาพแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งถูกยิงลงไปตกกลางฝูงชนภายในถนนสายหนึ่งจนทำให้ต้องพากันวิ่งหนี นอกจากนี้ยังมีภาพตำรวจจับกุมตัวผู้ชุมนุมได้หลายคน

 

ทั้งนี้ หนึ่งในประชาชนภายในเมืองเปิดเผยต่อ AFP ว่า เห็นตำรวจกว่า 100 นายรวมตัวกันที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งภายในเมือง ก่อนจะเข้าควบคุมการชุมนุมและจับกุมผู้ประท้วงชายไปอย่างน้อย 3 คน 

 

ภายหลังเหตุปะทะดังกล่าว ทางการท้องถิ่นในกว่างโจวได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด และยกเลิกการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ของเมืองในวันนี้ (30 พฤศจิกายน)

 

ขณะที่นับตั้งแต่เกิดเหตุประท้วงลุกลามในหลายเมือง ทางการจีนและสื่อหลักในประเทศไม่มีการแสดงท่าทีหรือรายงานเหตุประท้วง แต่ได้เร่งดำเนินการปรับมาตรการควบคุมและป้องกันโควิดให้ผ่อนคลายลงเพื่อลดความไม่พอใจของประชาชน

 

ภาพ: REUTERS

อ้างอิง:

The post ตำรวจปราบจลาจลจีนในชุด PPE ปะทะกลุ่มผู้ชุมนุมต้านล็อกดาวน์ในกว่างโจว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองโฆษก ตร. ยืนยัน ตำรวจอยู่ข้างประชาชนหากทำตามกฎหมาย ขอผู้ชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือใคร เน้นใช้วิธีสันติ-เจรจา https://thestandard.co/observe-the-assembly-from-pathumwan-intersection/ Sat, 18 Jun 2022 11:15:15 +0000 https://thestandard.co/?p=643534 การชุมนุม

วันนี้ (18 มิถุนายน) ที่บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน พ.ต.อ […]

The post รองโฆษก ตร. ยืนยัน ตำรวจอยู่ข้างประชาชนหากทำตามกฎหมาย ขอผู้ชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือใคร เน้นใช้วิธีสันติ-เจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
การชุมนุม

วันนี้ (18 มิถุนายน) ที่บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุม ที่ผู้ชุมนุมนัดรวมตัวเดินจากแยกปทุมวันไปยัง ตร. เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจอยู่ข้างประชาชน 

 

พ.ต.อ. กฤษณะกล่าวว่า ตำรวจทราบดีถึงข้อเรียกร้อง และยืนยันว่าตำรวจอยู่ข้างประชาชนที่ทำตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบของบ้านเมือง พร้อมฝากถึงผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าการชุมนุมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากว่า 4,000 ครั้ง มีการดำเนินคดีไปกว่า 1,400 คดี เฉพาะพื้นที่ กทม. ประมาณ 900 คดี เป็นบริเวณแยกดินแดงประมาณ 200 คดี โดย 30% เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง และ 50% เป็นคดีเกี่ยวกับเยาวชน 

 

ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่มีการใช้ประทัดยักษ์ขว้างใส่ตำรวจ ได้มีการออกหมายจับและได้ตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีแล้ว ซึ่งสิ่งที่ต้องการสื่อสารคือผู้ชุมนุมอาจจะสนุกหรือสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างผลกระทบต่อการจราจร แต่สุดท้ายจะถูกดำเนินคดีทุกราย ดังนั้นขอความร่วมมือว่าอย่าเสี่ยง อย่าออกมา อย่าเป็นเครื่องมือของใคร หากอยากเรียกร้องถึงรัฐบาลก็มีช่องทางโดยสันติอยู่แล้ว

 

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในวันนี้ ได้กำชับว่าหากสถานการณ์เสี่ยงรุนแรงขอให้มีความอดทน เน้นการเจรจา หลีกเลี่ยงการปะทะ เชื่อว่าได้เตรียมกำลังไว้เพียงพอในการรับมือสถานการณ์ 

 

ส่วนกรณีที่นักสิทธิมนุษยชนจะลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุมในวันนี้ ตำรวจก็ยินดีและพร้อมอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ตำรวจจะประเมินสถานการณ์ก่อนว่าการชุมนุมในวันนี้จะกระทบกับประชาชนและเส้นทางจราจรแค่ไหน ก่อนจะบอกได้ว่าจะให้ผู้ชุมนุมเดินขบวนไปยังจุดหมายได้หรือไม่ ซึ่งได้มีการประสานกับแกนนำเป็นระยะอยู่แล้ว โดยจะพยายามจำกัดความเสียหายให้น้อยที่สุด 

 

ส่วนการเตรียมพร้อมที่ ตร. มีรายงานว่า ได้มีการนำผ้าใบมาปิดทับบริเวณป้ายสำนักงานฯ ด้านหน้า พร้อมเตรียมกำลังตำรวจพร้อมโล่ รถจีโน่ 2 คัน และรถน้ำ 2 คันไว้ภายใน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ปิดทางเดินสกายวอล์กตั้งแต่แยกราชประสงค์ฝั่งไปทางชิดลม พร้อมทั้งนำตำรวจขึ้นไปประจำจุด 

 

ขณะที่ผู้ชุมนุมเริ่มทยอยมารวมตัวกันบริเวณแยกปทุมวันตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 น.

The post รองโฆษก ตร. ยืนยัน ตำรวจอยู่ข้างประชาชนหากทำตามกฎหมาย ขอผู้ชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือใคร เน้นใช้วิธีสันติ-เจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. ชี้ ตำรวจสลายชุมนุม ‘จะนะรักษ์ถิ่น’ หน้าทำเนียบ 6 ธ.ค. 64 เป็นการละเมิดสิทธิทั้งผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน https://thestandard.co/police-disperse-the-rally-chanarakthin-6-dec-2021/ Thu, 16 Jun 2022 05:19:43 +0000 https://thestandard.co/?p=642582 จะนะรักษ์ถิ่น

วันนี้ (16 มิถุนายน) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กส […]

The post กสม. ชี้ ตำรวจสลายชุมนุม ‘จะนะรักษ์ถิ่น’ หน้าทำเนียบ 6 ธ.ค. 64 เป็นการละเมิดสิทธิทั้งผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จะนะรักษ์ถิ่น

วันนี้ (16 มิถุนายน) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2564 ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล สืบเนื่องจากเครือข่ายฯ กว่า 30 คน ได้เดินทางมารวมตัวเพื่อทวงสัญญาจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา โดยให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) แบบมีส่วนร่วมก่อนดำเนินการโครงการนั้น 

 

กสม. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวมีปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ผู้ถูกร้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต มีการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นหรือไม่ โดยพิจารณาออกเป็น 3 ประเด็น ดังนี้ 

 

ประเด็นที่ 1 การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นมีการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เห็นว่า การชุมนุมของเครือข่ายฯ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2564 เป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธที่ไม่ถือว่าเป็นความรุนแรง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมการชุมนุมเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ โดยมีการเจรจากับผู้ชุมนุมหลายครั้ง เพื่อขอให้เคลื่อนย้ายไปชุมนุมนอกบริเวณพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล แต่เมื่อล่วงเลยเวลาที่กำหนดให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้าย กลับใช้วิธีเข้าสลายการชุมนุมและควบคุมตัวผู้ชุมนุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

 

โดยอ้างว่า เนื่องจากในวันที่ 7 ธันวาคม 2564 เป็นวันเปิดทำการ จะมีการใช้เส้นทางหนาแน่น และการชุมนุมมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยผิดกฎหมาย 

 

กสม. เห็นว่า เหตุผลตามที่กล่าวอ้างนี้ยังไม่อาจพิจารณาได้ว่าเป็นเหตุแห่งความจำเป็นในการเข้าสลายการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมของผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของผู้ชุมนุม ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองและคุ้มครองไว้ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

 

ประเด็นที่ 2 การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ต่อผู้ชุมนุมมีการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เห็นว่า ในการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมจากการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้การบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายควรพิจารณาถึงความได้สัดส่วนเพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุม ตลอดจนไม่กระทำการอันใดที่เป็นการจำกัดหรือสร้างภาระแก่ผู้ใช้เสรีภาพดังกล่าวเกินสมควรแก่เหตุ 

 

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวในฐานความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ส่งผลให้ผู้ชุมนุมที่ถูกจับต้องเดินทางไปรายงานตัวตามหมายเรียกอยู่เป็นระยะจนถึงปัจจุบัน 

 

กสม. เห็นว่า การดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมกรณีนี้ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เนื่องจากการชุมนุมมีวัตถุประสงค์เพื่อการติดตามและทวงถามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งสุดท้ายแล้วรัฐบาลได้รับข้อเสนอของผู้ชุมนุมไว้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การกระทำของพนักงานสอบสวนจึงเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ และสร้างภาระแก่ผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

 

ประเด็นที่ 3 การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์การชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น มีการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อสื่อมวลชนหรือไม่ จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงพบว่า ในการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศให้สื่อมวลชนออกจากพื้นที่การชุมนุม และมีการใช้อุปกรณ์ยิงแสงเลเซอร์ส่องไปยังสื่อมวลชนและอุปกรณ์ถ่ายภาพ ทำให้สื่อมวลชนไม่สามารถถ่ายภาพขณะเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการสลายการชุมนุมและควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ ทั้งยังอาจทำให้เซ็นเซอร์กล้องได้รับความเสียหาย และมีผลต่อการมองเห็นชั่วคราวของดวงตาได้

 

ดังนั้นหากการใช้สิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนอยู่ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าหน้าที่จะต้องอำนวยความสะดวกและไม่ปิดกั้นสื่อมวลชนในการทำหน้าที่รายงานสถานการณ์และข้อเท็จจริงอย่างเสรี โดยไม่สร้างอุปสรรคอันเป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนเกินความจำเป็น จึงเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองและคุ้มครองไว้ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

 

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 จึงมีข้อเสนอแนะแนวทางในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปได้ดังนี้ 

 

  1. ทบทวนแนวทางปฏิบัติในการควบคุมและจัดการการชุมนุม ซึ่งจะต้องไม่กระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุม และจัดสถานที่ที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุมที่ใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ 

 

  1. กำชับแนวทางปฏิบัติต่อการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม อันสืบเนื่องมาจากการใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ โดยให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง ซึ่งต้องคำนึงถึงความได้สัดส่วนและความจำเป็นตามแต่ละกรณี โดยหลีกเลี่ยงการตั้งข้อหาหรือฐานความผิดที่เป็นการจำกัดหรือสร้างภาระแก่ผู้ใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าวเกินสมควรแก่เหตุ

 

  1. กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมและดูแลสถานการณ์การชุมนุม อำนวยความสะดวกและเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนทำหน้าที่รายงานสถานการณ์และข้อเท็จจริงอย่างเสรี โดยไม่สร้างอุปสรรคอันเป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่เกินความจำเป็น หากการใช้สิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนอยู่ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้

 

ทั้งนี้ ให้ดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งรายงานผลการตรวจสอบกรณีนี้

The post กสม. ชี้ ตำรวจสลายชุมนุม ‘จะนะรักษ์ถิ่น’ หน้าทำเนียบ 6 ธ.ค. 64 เป็นการละเมิดสิทธิทั้งผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรยัน รัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ขอเห็นแก่บ้านเมืองอยู่ในช่วงฟื้นฟู ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย https://thestandard.co/prawit-wongsuwan-140665/ Tue, 14 Jun 2022 05:56:25 +0000 https://thestandard.co/?p=641579 ประวิตร วงษ์สุวรรณ

วันนี้ (14 มิถุนายน) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรั […]

The post ประวิตรยัน รัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ขอเห็นแก่บ้านเมืองอยู่ในช่วงฟื้นฟู ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร วงษ์สุวรรณ

วันนี้ (14 มิถุนายน) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมที่เริ่มกลับมาอีกครั้งว่า การชุมนุมเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งก็ยืนยันว่า รัฐบาลปัจจุบันก็มาตามกระบวนการประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง 

 

พล.อ. ประวิตร ขอร้องผู้ชุมนุมให้พิจารณาสถานการณ์บ้านเมือง เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังหลั่งไหลเข้าประเทศ อีกทั้งบ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู จึงไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย

 

ที่สำคัญเยาวชนที่ออกมาชุมนุมอาจเสียอนาคตหากเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยืนยัน รัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม

The post ประวิตรยัน รัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ขอเห็นแก่บ้านเมืองอยู่ในช่วงฟื้นฟู ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบช.น. บอกผู้ชุมนุมกระโดดลงแฟลตหนีตำรวจเองหลังบาดเจ็บ แจงปมขับชนผู้ชุมนุมแยกดินแดงแล้วหนี เพราะเจตนาขวางรถ-ทำร้ายเจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/protesters-jumped-from-the-building-to-escape-from-the-police/ Tue, 14 Sep 2021 05:10:54 +0000 https://thestandard.co/?p=536367

วันนี้ (14 กันยายน) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชากา […]

The post รอง ผบช.น. บอกผู้ชุมนุมกระโดดลงแฟลตหนีตำรวจเองหลังบาดเจ็บ แจงปมขับชนผู้ชุมนุมแยกดินแดงแล้วหนี เพราะเจตนาขวางรถ-ทำร้ายเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 กันยายน) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรจนครบาล (รอง  ผบช.น.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจควบคุมฝูงชนที่บริเวณแยกดินแดง ซึ่งหลายกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ ทั้งกรณีที่มีผู้ชุมนุมตกลงมาจากแฟลตดินแดง กรณีการขับรถชนผู้ชุมนุมหรือการใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมในเขตที่พักอาศัยของประชาชน 

 

พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมตกลงมาจากแฟลตดินแดงว่า ภาพที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนบุกเขาไปในแฟลตดินแดง และใช้เท้าถีบผู้ชุมนุมจนตกลงมา ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดินแดง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการรวบรวมหลักฐานและสอบพยานแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมบริเวณแยกดินแดง มีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ใช้แฟลตดินแดง โดยเฉพาะแฟลต 1 เป็นที่หลบซ่อน มีหนึ่งในผู้ชุมนุม พูดว่า “ตำรวจมา” ทำให้ผู้ชุมนุมที่แอบอยู่ตรงระเบียงวิ่งหนีลงมาทางบันได บางส่วนวิ่งหนีมาทางระเบียง และมี 4 คนกระโดดลงมาตรงหลังคาร้านลาบ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ

 

พล.ต.ต. ปิยะ ระบุว่า ในการบังคับใช้กฎหมายในวันดังกล่าวไม่ได้มีการเข้าไปในแฟลตดินแดงแต่อย่างใด ส่วนยุทธวิธีการการเข้าควบคุมพื้นที่ การเข้าไปในซอยยังพอกระทำได้ แต่การวิ่งเข้าไปในเคหสถาน วิ่งไปที่พักอาศัยของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะหลีกเลี่ยง เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าและอาจเกิดอันตรายร้ายแรง และเป็นกฎเหล็กที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติทุกวัน

 

“เว้นแต่กรณีที่มีความผิดปรากฏซึ่งหน้าหรือมีอันตรายร้ายแรง โดยเฉพาะมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือว่าพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับประชาชนที่อยู่บริเวณนั้น สมมติว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการจุดไฟจะเผาแฟลตดินแดง แล้ววิ่งเจ้าไปในแฟลต เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นต้องเข้าไประงับยับยั้งและจับตัว ตรงนี้เป็นข้อยกเว้น เท่าที่ปฏิบัติมา เราแทบไม่ได้ยกเว้นเลย” พล.ต.ต. ปิยะ ชี้แจงถึงข้อยกเว้นในการเข้าไปในเคหสถาน

 

ส่วนกรณีที่มีการสอบสวนและพบว่าเป็นการกระโดดเองลงมาจากแฟลต พล.ต.ต. ปิยะ ยังได้ชี้แจงถึงกระบวนการสอบสวนว่า มีเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้าไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน จำลองเหตุการณ์ และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยพยานบุคคลที่ให้การณ์สอดคล้องกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ 

 

“คงต้องชั่งน้ำหนักครับ เพราะมีการใช้สื่อสารออนไลน์ในลักษณะที่บิดเบือน และใช้ข้อความอันเป็นเท็จ โดยเฉพาะมีกลุ่ม มีกระบวนการ มีคนหลายคน เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่กองบัญชาการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ทำการจับกุมตัวถึงระยอง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการโพสต์ Fake News” พล.ต.ต. ปิยะ กล่าว

 

สำหรับกรณีที่มีคลิปตำรวจขับรถชนผู้ชุมนุมนั้น พล.ต.ต. ปิยะ ระบุว่า ต้องชมคลิปเต็ม พร้อมชี้แจงเหตุการณ์ว่า “ตอนต้นคลิปมีคนจำนวน 4-5 คนเข้าไปทุบทำลายรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขับหนีด้วยความเร็ว แล้วก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจากข้างหน้าและอีกหลายคันวิ่งตามมา จากนั้นจุดที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน คนหนึ่งวิ่งจากซ้ายไปขวา โดยเฉพาะคนที่อ้างว่าถูกรถชน มีเจตนาจงใจวิ่งไปขวางรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้รถหยุด และจากนั้นจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและทำลายทรัพย์สิน” 

 

พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “จริงๆ กลุ่มผู้ก่อเหตุ กลุ่มผุ้ชุมนุมมีผู้อยู่เบื้องหลังทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการจับกุมผู้ก่อเหตุ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในบ้านเมืองคงจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังคงต้องใช้มาตรการอื่นๆ ในการเจรจา ถ้าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเห็นแก่ประเทศชาติถอยสักก้าวหนึ่ง พาประเทศชาติให้รอดปลอดภัย หลังจากนั้นก็ต่อสู้ทางการเมืองในทางสันติวิธีจะดีกว่า”

The post รอง ผบช.น. บอกผู้ชุมนุมกระโดดลงแฟลตหนีตำรวจเองหลังบาดเจ็บ แจงปมขับชนผู้ชุมนุมแยกดินแดงแล้วหนี เพราะเจตนาขวางรถ-ทำร้ายเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ระลอกใหม่ เข้าใจต้นสายปลายเหตุของการเผชิญหน้าครั้งรุนแรง https://thestandard.co/chronology-new-israel-palestine-conflict/ Thu, 13 May 2021 09:25:37 +0000 https://thestandard.co/?p=488408 อิสราเอล ปาเลสไตน์

สถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ปะทุรุนแรงมากขึ้น […]

The post ลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ระลอกใหม่ เข้าใจต้นสายปลายเหตุของการเผชิญหน้าครั้งรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอล ปาเลสไตน์

สถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ปะทุรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายรูปแบบ ทั้งการใช้กำลังจู่โจมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมชาวปาเลสไตน์ และผู้ที่ประกอบพิธีทางศาสนาในมัสยิดอัลอักซอในช่วงเดือนรอมฎอน (ศาสนสถานสำคัญลำดับ 3 ของอิสลามในนครเยรูซาเลมตะวันออก) ตามมาด้วยการปะทะเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมและตำรวจอิสราเอลที่บุกเข้าไปในมัสยิด การยิงจรวดเข้ามาจากฉนวนกาซาโดยกลุ่มฮามาสและกองกำลังติดอาวุธอื่นๆ รวมทั้งการโจมตีของอิสราเอลเข้าไปยังฉนวนกาซาอย่างหนัก อีกทั้งยังมีการประท้วงก่อจลาจลขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วอิสราเอล ทำให้ขณะนี้มีพลเรือนชาวปาเลสไตน์ในกาซาเสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 63 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ส่วนฝั่งอิสราเอลมีรายงานว่ามีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 6 นาย ขณะที่สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ แม้นานาชาติต่างเรียกร้องให้มีการหยุดยิงก็ตาม

 

ทั้งนี้ ต้นสายปลายเหตุของความขัดแย้งที่ปะทุครั้งล่าสุด มีที่มาจากคำตัดสินของศาลแขวงเมืองเยรูซาเลมในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ตัดสินให้ครอบครัวชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 12 ครอบครัวในย่าน Sheikh Jarrah ออกไปจากบ้านที่อยู่อาศัยของตัวเอง และมอบบ้านเหล่านั้นให้กับครอบครัวชาวยิวที่ชนะคดี

 

ในคำสั่งมีผลให้ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 50 คน ย้ายออกไปภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2021 และคาดว่าในเดือนสิงหาคม 2021 จะมีการตัดสินคดีอีกชุดหนึ่งที่จะออกมาในลักษณะเดียวกันคือ ให้ชาวปาเลสไตน์ในย่านนั้นประมาณ 70 คนออกจากพื้นที่ด้วย

 

จากนั้นการประท้วงเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากศาลไม่รับคำร้องอุทธรณ์ของชาวปาเลสไตน์ และต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่เดือนเมษายน และครบกำหนดเส้นตายที่ต้องย้ายออก (วันที่ 2 พฤษภาคม) กองกำลังอิสราเอลได้เข้าจู่โจมบ้านเรือนเหล่านั้นใน Shiekh Jarrah บังคับให้ออกจากบ้าน ใช้แก๊สน้ำตาโยนเข้าไปในบ้านเพื่อให้คนที่อยู่ข้างในออกมาทั้งที่มีผู้สูงอายุด้วย ในขณะเดียวกันชาวยิวที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ได้โจมตีเจ้าของบ้านที่ประท้วงการใช้กำลังขับไล่พวกเขา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ชาวปาเลสไตน์เป็นจำนวนมาก เพราะกองกำลังของอิสราเอลมาขับไล่ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ถูกร้องไปที่ศาลสูงสุด (Supreme Court) และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา (กำหนดเดิมจะต้องตัดสินราวกลางเดือนพฤษภาคม แต่เลื่อนออกไปแล้ว)

 

วันที่ 4 พฤษภาคม จึงเริ่มมีการรวมตัวชุมนุมของชาวปาเลสไตน์มากขึ้นที่บริเวณทางเข้ามัสยิดอัลอักซอ การที่ผู้คนมารวมตัวกันจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งผู้คนจะนิยมมาปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนา มาละหมาดในยามค่ำคืนร่วมกัน แต่ถูกทางการอิสราเอลปิดกั้นการเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ ยิ่งสร้างความไม่พอใจมากขึ้น จนท้ายที่สุดผู้ชุมนุมก็ไม่ยอม และรวมตัวเข้าไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจนได้ รวมถึงประท้วงด้วย

 

ในที่สุดอิสราเอลได้จู่โจมเพื่อสลายการชุมนุมด้วยกำลัง รวมทั้งยิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุนโลหะหุ้มยางเข้าไปในมัสยิดขณะที่มีการละหมาด ส่วนที่มักมีการใช้คำว่าเกิดการปะทะนั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง กระนั้นก็ตามยิ่งทำให้มีผู้มาร่วมชุมนุมมากขึ้นหรือประมาณ 8-9 หมื่นคน

 

เหตุการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 300 คน และส่อเค้าว่าจะหนักขึ้น กลุ่มฮามาสในกาซาได้ออกคำเตือนพร้อมกับขีดเส้นตายให้อิสราเอลยุติการใช้กำลัง และถอนกำลังออกจากมัสยิดอัลอักซอภายในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 10 ช่วงนั้นในไทยยังไม่เป็นข่าวมากนัก เพราะสื่อกระแสหลักอย่าง BBC, CNN, Fox News ไม่ค่อยนำเสนอ ต่างจากสำนักข่าวใหญ่อย่าง Al Jazeera, RT, TRT, M East Eye ที่นำเสนอเรื่องนี้อย่างละเอียดและต่อเนื่อง

 

เมื่อครบกำหนดเส้นตายอิสราเอลไม่หยุด ฮามาสจึงเริ่มยิงจรวดเข้ามาในอิสราเอล อิสราเอลก็โจมตีกลับไปอย่างหนักหน่วงเช่นกัน ตอนนี้เหละครับที่สื่อใหญ่ตะวันตกเริ่มนำเสนอเรื่องนี้มากขึ้น ประเด็นหลักของการนำเสนอจึงถูกเบนออกไปว่า “อิสราเอลยิงสกัดขีปนาวุธฮามาส หรือไม่ก็อิสราเอลใช้สิทธิป้องกันตนเองโจมตีกาซา” บางสื่อจะเน้นย้ำว่าโจมตีกลุ่มฮามาสหัวรุนแรง ยิ่งทำให้ดูสร้างความชอบธรรมมากขึ้น

 

เหตุการณ์ที่มาที่ไปและข่าวสารที่เป็นอยู่ก็มีลำดับอย่างที่กล่าวมา ถ้ากลับไปดูที่คำตัดสินของศาลแขวงซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งล่าสุดจะพบว่า ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศและมติ UN ที่ผ่านๆ มา เช่น มติ 194, 181, 303, 478 และอื่นๆ โดยมติเหล่านี้ระบุให้เยรูซาเลมเป็นพื้นที่สากลภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ และการกำหนดสถานะสุดท้ายหรือการดำเนินการใดๆ ต้องมาจากการเจรจาระหว่างกัน รวมทั้งการคัดค้านความพยายามของอิสราเอลในการยึดครองเยรูซาเลม โฆษก UN ยังเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากที่อยู่อาศัยของพวกเขา พร้อมกับเตือนว่าพฤติกรรมที่อิสราเอลทำอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม”

 

อีกประเด็นที่มีการพูดถึงมาก คือเรื่องสิทธิในการป้องกันตนเอง (Self-Defense) ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิในการป้องกันตนเอง ในประเด็นนี้มีความน่าสนใจมาก หากพิจารณาถึงการโต้ตอบระหว่าง เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรงการต่างประเทศของสหรัฐฯ กับนักข่าว เมื่อนักข่าวถามว่า การตอบโต้ของอิสราเอลไปยังกาซาเช่นนี้เข้าหลักสิทธิในการป้องกันตนเองหรือไม่

 

ไพรซ์ ตอบว่า “ผมไม่ค่อยอยากจะให้ความเห็นเกี่ยวกับปฏิบัติการต่างๆ นอกเหนือไปจากการยิงจรวดที่มีเป้าหมายชัดเจนคือพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในอิสราเอล ดังนั้น ผมจึงไม่อยากไปพูดถึงปฏิบัติการที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่โดยหลักการกว้างๆ ของการป้องกันตนเองเป็นเรื่องที่เราสนับสนุนอิสราเอลและทุกประเทศอยู่แล้ว” เมื่อถูกถามย้ำอีกครั้ง เน็ด ไพรซ์ ตอบว่า “การป้องกันตนเองมักจะกระทำโดยใช้กำลังอยู่แล้ว” นัยของคำถามนี้อาจจะมองได้ว่าหากใช้สิทธิป้องกันตนเองตามหลักการแล้วจะต้องไม่ใช่เป็นฝ่ายที่เริ่มก่อน แต่กรณีของอิสราเอลอาจตีความได้ว่าเป็นฝ่ายกระทำก่อนในเหตุการณ์ที่เยรูซาเลม หรือแม้แต่การดำเนินการที่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศที่ไปขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกนอกพื้นที่ ในอีกด้านหนึ่งการตอบโต้ตามหลักแล้วต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสม

 

นักข่าวอีกคนจึงถามขึ้นว่า “หลักการป้องกันตนเองตามที่คุณได้พูดถึง มันสามารถใช้ได้กับกรณีการป้องกันตนเองของชาวปาเลสไตน์ด้วยใช่หรือไม่ พวกเขามีสิทธิในการป้องกันตนเองหรือไม่ คนปาเลสไตน์มีสิทธิในการป้องกันตนเองหรือไม่?” ไพรซ์ ตอบอย่างเลี่ยงๆ ว่า “พูดแบบกว้างๆ คือ เราเชื่อในแนวคิดว่าด้วยการป้องกันตนเอง เราเชื่อว่ามันใช้ได้กับทุกรัฐ ผมไม่อยากให้คำพูดของผมถูกตีความว่า…” ซึ่งในความหมายนี้ ปาเลสไตน์ยังไม่มีอธิปไตยเป็นของตนเอง ถ้าจะตีความก็คงมองได้ว่าไพรซ์คงไม่เห็นด้วยกับการให้สิทธิในการป้องกันตนเองกับชาวปาเลสไตน์

 

ความขัดแย้งที่ปะทุล่าสุดอาจบานปลายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่หากจะลำดับเหตุการณ์ให้ถูกต้อง ให้เห็นต้นสายปลายเหตุแบบชัดๆ อาจสรุปได้ตามลำดับเหตุการณ์ดังนี้


1. เริ่มจากสาเหตุคือการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากบ้านเรือนของพวกเขา 

 

2. การชุมนุมประท้วง 

 

3. การสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา และกระสุนโลหะหุ้มยางของกองกำลังอิสราเอล 

 

4. การปะทะเผชิญหน้าระหว่างตำรวจกับผู้ชุมชุมชาวปาเลสไตน์ 

 

5. การยิงจรวดของกลุ่มฮามาสเข้าไปในอิสราเอลหลังพ้นกำหนดเส้นตาย เวลา 18.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่กำหนดให้กองกำลังอิสราเอลต้องยุติการใช้กำลังกับชาวปาเลสไตน์ที่ชุมนุมประท้วง 

 

6. การตอบโต้ของอิสราเอลด้วยการโจมตีทางอากาศเข้าไปในกาซาอย่างหนักหน่วง 7. การประท้วงและจลาจลกำลังเกิดขึ้นหลายพื้นที่ในอิสราเอล

 

ภาพ: Mamoun Wazwaz / Anadolu Agency via Getty Images

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post ลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ระลอกใหม่ เข้าใจต้นสายปลายเหตุของการเผชิญหน้าครั้งรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว https://thestandard.co/police-arrest-4-redem-protesters-next-time-intercept-since-they-start-gathering/ Mon, 03 May 2021 05:39:41 +0000 https://thestandard.co/?p=483411 บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชากา […]

The post บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. / โฆษก บช.น. และ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปผลการดำเนินคดีของกลุ่มผู้ชุมนุม REDEM และ WeVo ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมได้ก่อความวุ่นวาย ปราศรัยด่าทอการทำงานของอธิบดีผู้พิพากษา แม้จะมีการประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีการขว้างปาสิ่งของ สาดสีใส่เข้าไปในศาล ซึ่งทางตำรวจได้มีการแจ้งเตือน ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การชุมนุมในที่สาธารณะ หลังจากเวลา 18.30 น. ยังมีความวุ่นวายต่อเนื่อง ตำรวจจึงประเมินว่า หากไม่ดำเนินการเข้ารักษาความสงบ อาจสร้างความเสียหายต่อผู้คน และขณะผลักดันผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญา มีการยิงพลุ หัวน็อต ขัดขวางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 

 

ผลการปฏิบัติการจับผู้ชุมนุม 4 ราย มีตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.ก. การชุมนุม ข้อหาก่อความวุ่นวาย และยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีอื่นๆ ส่วนการละเมิดอำนาจศาล ศาลอาญาอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งความดำเนินคดี 

 

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ระบุว่า มีความเป็นห่วงว่าการชุมนุมว่าจะกลายเป็นคลัสเตอร์ในการระบาดโควิด-19 เพราะทราบว่ามีผู้ชุมนุมติดเชื้อด้วย ส่วนมาตรการควบคุมผู้ชุมนุมครั้งต่อไป อาจจะต้องสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เริ่มต้นการรวมตัวในจุดนัดหมาย

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post บชน. แถลงจับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ชุมนุมหน้าศาลอาญา เผยครั้งหน้าเตรียมสกัดจับตั้งแต่เริ่มรวมตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ทนายฯ เผยมีผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญาถูกจับกุม 4 ราย ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับย้อนหลัง https://thestandard.co/lawyer-center-reveals-four-arrests-criminal-court/ Mon, 03 May 2021 02:24:01 +0000 https://thestandard.co/?p=483294 ศูนย์ทนายฯ เผยมีผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญาถูกจับกุม 4 ราย ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับย้อนหลัง

วานนี้ (2 พฤษภาคม) โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาช […]

The post ศูนย์ทนายฯ เผยมีผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญาถูกจับกุม 4 ราย ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับย้อนหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ทนายฯ เผยมีผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญาถูกจับกุม 4 ราย ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับย้อนหลัง

วานนี้ (2 พฤษภาคม) โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) รายงานว่า ภายหลังกลุ่ม REDEM ประกาศยุติกิจกรรมที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ปรากฏว่ายังมีมวลชนบางส่วนที่ยังอยู่และปราศรัยอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่าจะเข้าควบคุมสถานการณ์ กลุ่มมวลชนจึงประกาศยุติและเริ่มเก็บของที่ป้ายรถเมล์ศาลอาญาและฝั่งตรงข้าม ตำรวจจึงเข้าไปไล่มวลชนที่อยู่บริเวณนั้นออกทั้งหมด และเริ่มปิดไฟที่ถนนหน้าศาลอาญา

 

ต่อมาเวลา 19.20 น. เริ่มมีเสียงดังคล้ายประทัด ตำรวจเริ่มเข้าควบคุมพื้นที่ และแจ้งสื่อมวลชนที่อยู่บริเวณหน้าศาลอาญาว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนออกจากบริเวณนี้ หลังจากนั้นตำรวจและมวลชนมีการเผชิญหน้ากันที่บริเวณซอยรัชดา 32 มีการใช้ทั้งรถฉีดน้ำและกระสุนยาง

 

ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ในช่วงเวลา 02.00 น. มีผู้ถูกจับกุมที่บริเวณหน้าศาลอาญาจำนวน 4 ราย และนำตัวไปยัง สน.พหลโยธิน โดยตำรวจได้ทำบันทึกจับกุม คาดว่าจะมีการสอบคำให้การและขอฝากขังต่อศาลในวันนี้ (3 พฤษภาคม) ซึ่งการตั้งข้อหาอยู่ระหว่างการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ต่อไป โดยหนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมและยังไม่ได้รับการตั้งข้อหา ศูนย์ทนายความฯ ระบุว่า ตรวจดูในกระเป๋ามีเสื้อยืดและหนังสือจำนวนหนึ่งสำหรับขายในกิจกรรมการชุมนุมต่างๆ

 

ด้าน พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ชุมนุมกลุ่ม REDEM ได้ขว้างปาวัตถุสิ่งของ ก้อนหิน ก้อนอิฐ ขวดน้ำใส่สี ลูกแก้ว เข้าไปในรั้วศาลอาญา มีวัตถุประสงค์จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านในศาล และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ จากนั้นตำรวจได้แจ้งเตือนว่าการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เนื่องจากยังมีการระบาดของโควิด-19 แต่ผู้ชุมนุมไม่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งปาระเบิดปิงปอง พลุ ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ต่อมาทางกลุ่ม REDEM ได้ประกาศยุติการชุมนุม บางส่วนเดินทางกลับ ยังคงเหลือบางส่วนที่ก่อความวุ่นวายต่อเนื่อง

 

“สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมนอกจากผู้ที่ถูกจับกุมได้วันนี้ ก็จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีภายหลัง ในข้อหาฝ่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ, การรวมตัวกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่” พ.ต.อ. กฤษณะกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ศูนย์ทนายฯ เผยมีผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญาถูกจับกุม 4 ราย ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับย้อนหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายผู้ชุมนุมฯ ยื่นจดหมาย 3 สถานทูต จับตาการเมือง-สิทธิมนุษยชนไทย หลัง 7 ผู้ต้องขังไม่ได้สิทธิประกัน https://thestandard.co/protestor-network-submitted-a-letter-to-3-embassies/ Fri, 30 Apr 2021 06:56:40 +0000 https://thestandard.co/?p=482371 เครือข่ายผู้ชุมนุมฯ ยื่นจดหมาย 3 สถานทูต จับตาการเมือง-สิทธิมนุษยชนไทย หลัง 7 ผู้ต้องขังไม่ได้สิทธิประกัน

วันนี้ (30 เมษายน) สิรภพ อัตโตหิ หรือ แรปเตอร์, ภัสราวล […]

The post เครือข่ายผู้ชุมนุมฯ ยื่นจดหมาย 3 สถานทูต จับตาการเมือง-สิทธิมนุษยชนไทย หลัง 7 ผู้ต้องขังไม่ได้สิทธิประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายผู้ชุมนุมฯ ยื่นจดหมาย 3 สถานทูต จับตาการเมือง-สิทธิมนุษยชนไทย หลัง 7 ผู้ต้องขังไม่ได้สิทธิประกัน

วันนี้ (30 เมษายน) สิรภพ อัตโตหิ หรือ แรปเตอร์, ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมด้วยตัวแทนจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และเครือข่าย เดินทางเข้ายื่นหนังสือ 3 สถานทูต ประกอบด้วยสถานทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตเยอรมนี และสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องให้ทั้ง 3 สถานทูตติดตามสถานการณ์และเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 และยังไม่ได้รับการประกันตัว โดยเฉพาะพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ซึ่งได้อดอาหารและมีอาการป่วย เกรงว่าจะไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม 

 

สิรภพกล่าวว่า ต้องการให้สถานทูตติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและปัญหาของประเทศไทย ที่มีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องได้รับสิทธิประกันตัวและออกมาต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากทั้ง 7 คน ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิด จึงมองว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะเพกวินและรุ้งที่อดอาหารและมีอาการป่วย จึงอยากให้ตัวแทนสถานทูตได้เข้าเยี่ยมและได้เห็นด้วยสายตาตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น 

 

“ในวันนี้เรายื่นจดหมายโดยมีเนื้อความว่า เราอยากให้สถานทูตได้ติดตามปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกคุมขังทางการเมืองอยู่ตอนนี้ โดนเนื้อความในจดหมายได้มีการแจ้งถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสภาพร่างกายของเพกวินและรุ้ง ที่วันนี้เพกวินอดอาหารเป็นวันที่ 45 และรุ้งครบ 1 เดือนเรียบร้อยแล้ว สภาพร่างกายในตอนนี้ก็ย่ำแย่ ในเนื้อความจดหมายนอกจากจะให้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำตอนนี้ ด้วยกฎหมายตาม มาตรา 112 และกฎหมายทางการเมืองต่างๆ ยังต้องการให้ท่านทูตได้ไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่อยู่ในเรือนจำ เพื่อจะได้ทราบสถานการณ์ที่เป็นความจริงด้วยสายตาของตัวท่านเอง” สิรภพกล่าว 

 

ด้านภัสราวลีระบุว่า ในช่วงนี้รัฐบาลพยายามใช้สถานการณ์โควิด-19 ในการห้ามทำกิจกรรม ในการเรียกร้องการปล่อยตัว ยิ่งตอกย้ำให้นานาประเทศรู้ว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออกที่สามารถทำได้ตามประชาธิปไตยอยู่แล้ว ซึ่งไม่มีใครสมควรโดนจับกุม เพราะเป็นการแสดงออกตามสิทธิและเสรีภาพ 

 

ส่วนที่เดินทางเข้ายื่นทั้ง 3 สถานทูต เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศ เห็นแก่สิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ตอนนี้ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ และรัฐบาลไทยไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที่ถูกจับกุม จึงอยากขยายความจริงให้ทั่วโลกและให้ดังอยู่ตลอดเวลา

 

“เบื้องต้นเราเชื่อว่าทั้ง 3 ประเทศนี้เห็นแก่เรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก เรารู้สึกว่าตอนนี้เราไม่สามารถพึ่งพาใครได้ และรัฐบาลไทยเองก็เท่าที่เห็นไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับเพื่อนของเราที่อยู่ในเรือนจำและประชาชนที่ถูกจับกุมคดีการเมืองเลย เพราะฉะนั้นเราอยากขยายความจริงตรงนี้ให้ทั่วโลกได้รับรู้ และอยากให้ตัวแทนแต่ละประเทศได้เห็นด้วยสายตาตัวเอง เบื้องต้นคาดหวังว่าทั้ง 3 ประเทศจะช่วยจับตาดูอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกับคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทย ด้วยตอนนี้เองสถานการณ์โควิด-19 และหลายๆ อย่างที่รัฐบาลไทยอยากทำให้เรื่องนี้มันดูเงียบๆ ไปด้วย ก็เลยอยากจะยิ่งขยายเรื่องนี้ให้มันยังดังอยู่ตลอดเวลา เพราะเพื่อนเราที่อยู่ในเรือนจำยังไม่ได้รับความยุติธรรม 

 

ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไรที่อาจจะมีสิทธิถูกขังเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ถ้าหากถูกขังก็อย่างที่เคยบอก ว่ามันก็เป็นสิ่งที่คอยตอกย้ำให้รู้ว่าในประเทศเรามันเหลือความยุติธรรมอยู่แค่ไหน และมันยิ่งตอกย้ำให้ต่างชาติและทั่วโลกได้รู้ด้วยว่า ณ ตอนนี้ รัฐบาลไทยได้ใช้และบังคับกฎหมายโดยการปิดกั้นเสรีภาพประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ยังยืนยันว่าสิ่งที่ทุกคนออกมาพูด ออกมาแสดงความคิดเห็นนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรมีใครถูกขังเพราะพวกเขาคิดต่างจากรัฐเท่านั้น” ภัสราวลีกล่าว 

 

สำหรับการดูแลความปลอดภัย ทางตำรวจได้จัดกำลังมาคอยดูแลความเรียบร้อยตามปกติ ไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นแต่อย่างใด 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post เครือข่ายผู้ชุมนุมฯ ยื่นจดหมาย 3 สถานทูต จับตาการเมือง-สิทธิมนุษยชนไทย หลัง 7 ผู้ต้องขังไม่ได้สิทธิประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์และคลินิกที่ช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ ตกเป็นเป้าของกองทัพเมียนมา บุกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย https://thestandard.co/doctors-and-clinics-helping-injured-protesters-become-target/ Wed, 07 Apr 2021 05:08:46 +0000 https://thestandard.co/?p=473260 แพทย์และคลินิกที่ช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ ตกเป็นเป้าของกองทัพเมียนมา บุกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย

เมื่อวานนี้ (6 เมษายน) สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานถึงสถาน […]

The post แพทย์และคลินิกที่ช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ ตกเป็นเป้าของกองทัพเมียนมา บุกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์และคลินิกที่ช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ ตกเป็นเป้าของกองทัพเมียนมา บุกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย

เมื่อวานนี้ (6 เมษายน) สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานถึงสถานการณ์ที่บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงคลินิก สถานพยาบาลต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ จากการใช้กำลังความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐตกเป็นเป้าของกองทัพเมียนมา บุกจับกุมและควบคุมตัวอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

 

กองทัพเมียนมาเริ่มเล็งเป้ามาที่บุคลากรทางการแพทย์อีกครั้ง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้บุกเข้าไปยังบ้านพักแพทย์หลังหนึ่งในทางตอนเหนือของย่างกุ้ง บุกควบคุมตัวเขาอย่างผิดกฎหมาย มัดมือไพล่หลัง และใช้ถุงดำครอบศีรษะเขาไว้ ก่อนที่จะลากตัวเขาออกจากที่พัก โดยนายแพทย์คนดังกล่าวเข้าร่วมกลุ่มเคลื่อนไหวอารยะขัดขืนและช่วยเหลือประชาชนชาวเมียนมาที่ลุกขึ้นต้านเผด็จการทหาร

 

โดยบุคลากรทางการแพทย์ในเมียนมาถือเป็นประชาชนกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มเข้าร่วมอารยะขัดขืน นัดหยุดงาน เรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจให้ประชาชน พร้อมปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวทั้งหมด โดยเฉพาะสมาชิกรัฐบาลพลเรือนที่ถูกยึดอำนาจ โรงพยาบาลและคลินิกบางแห่งยังคงปิดให้บริการ เพื่อร่วมแสดงจุดยืนไม่สยบยอมต่ออำนาจอันมิชอบธรรมและพร้อมยืนเคียงข้างประชาชนผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย 

 

ในขณะที่สถานพยาบาลบางแห่งที่ยังคงเปิดทำการอยู่ ก็ได้รับการขัดขวางจากกองทัพและเจ้าหน้าที่รัฐในการช่วยเหลือและทำการรักษาผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บจากการประหัตประหารโดยรัฐ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์บางส่วนที่ยังคงช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงนักศึกษาแพทย์ที่เข้าร่วมอารยะขัดขืนต่างทยอยถูกทางการควบคุมตัว 

 

แพทย์เมียนมารายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า “ถ้าเราไม่รักษาคนเจ็บป่วย แล้วใครจะรักษาพวกเขา ทหารปิดกั้นช่องทางไม่ให้โรงพยาบาลกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และไม่ให้ทำการรักษาผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ พวกเขาบุกรุกและก่อกวนสถานบริการสาธารณสุขหลายแห่ง เราไม่สามารถยอมรับได้ พวกเราจะไม่หยุดในสิ่งที่พวกเรากำลังกระทำอยู่ ไม่ว่าพวกเขาจะข่มขู่หรือคุกคามพวกเราอย่างไรก็ตาม”

 

ล่าสุดสื่อท้องถิ่นรายงาน มียอดผู้เสียชีวิตจากการถูกประหัตประหารโดยระบอบเผด็จการทหารในเมียนมาแล้วอย่างน้อย 570 ราย ตลอดช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: Aung Kyaw Htet / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post แพทย์และคลินิกที่ช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ ตกเป็นเป้าของกองทัพเมียนมา บุกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้านัดทำกิจกรรมข้างทำเนียบรัฐบาล ถ่ายภาพหมู่ประชาชนล้อเลียนคณะรัฐมนตรี https://thestandard.co/tah-luh-fah-village-government-house-parody-cabinet/ Tue, 30 Mar 2021 11:01:50 +0000 https://thestandard.co/?p=470825 กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้านัดทำกิจกรรมข้างทำเนียบรัฐบาล ถ่ายภาพหมู่ประชาชนล้อเลียนคณะรัฐมนตรี

วันนี้ (30 มีนาคม) เวลา 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้าน […]

The post กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้านัดทำกิจกรรมข้างทำเนียบรัฐบาล ถ่ายภาพหมู่ประชาชนล้อเลียนคณะรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้านัดทำกิจกรรมข้างทำเนียบรัฐบาล ถ่ายภาพหมู่ประชาชนล้อเลียนคณะรัฐมนตรี

วันนี้ (30 มีนาคม) เวลา 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้ารวมตัวกันที่แยกนางเลิ้ง และเดินขบวนถือธงสัญลักษณ์ของหมู่บ้านทะลุฟ้ามายังถนนพระรามที่ 5 สะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล 

   

จากนั้นได้เริ่มทำกิจกรรมถ่ายภาพเชิงสัญลักษณ์ล้อเลียนคณะรัฐมนตรี ด้วยการปูพรมสีแดง ตั้งเก้าอี้ และนำภาพวาดของแกนนำแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขังภายในเรือนจำและยังไม่ได้รับการปล่อยตัว มาเป็นสัญลักษณ์ถือไว้ถ่ายรูป ซึ่งผู้ชุมนุมใช้ชื่อกิจกรรมว่า ‘คณะราษมนตรี’ ที่สื่อถึงคณะรัฐมนตรีประชาชน และแนวร่วมกลุ่มทะลุฟ้า ได้ประกาศยกระดับเป็นขบวนทะลุฟ้า V.3 และประกาศแนวทางการเคลื่อนไหวที่จะมีการเดินขบวนอีกครั้ง เพื่อสะสมมวลชน และจะมาปักหลักตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าอีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งข้อตกลงร่วมในการทำกิจกรรม โดยยืนยันจะต่อสู้ด้วยแนวทางสงบ ไม่ปะทะ ไม่ยั่วยุ และทุกคนทุกกลุ่มต้องไม่พกพาอาวุธ ต้องปราศรัยในเชิงหลักการ ไม่ด่าทอ ไม่ลดทอนความเป็นมนุษย์ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในหมู่บ้านที่ชุมนุม

 

มวลชนมีการสลับกันปราศรัยจากแนวร่วมถึงประเด็นการถูกจับกุมตัว และเน้นย้ำถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม ทั้งปล่อยตัวเพื่อนผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุม, ยกเลิก มาตรา 112, เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องออกไปโดยเร็วที่สุด ก่อนจะแยกย้ายหลังประกาศยุติการชุมนุม

 

The post กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้านัดทำกิจกรรมข้างทำเนียบรัฐบาล ถ่ายภาพหมู่ประชาชนล้อเลียนคณะรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าปิดล้อม-ควบคุมตัว ผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า ที่สะพานชมัยมรุเชฐ https://thestandard.co/police-blockade-detained-protesters-tah-luh-fah-village/ Sun, 28 Mar 2021 11:50:06 +0000 https://thestandard.co/?p=469982

วันนี้ (28 มีนาคม) ภายหลังจากที่มีมวลชนกลับมาจัดกิจกรรม […]

The post ตำรวจเข้าปิดล้อม-ควบคุมตัว ผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า ที่สะพานชมัยมรุเชฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มีนาคม) ภายหลังจากที่มีมวลชนกลับมาจัดกิจกรรมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า ที่บริเวณถนนพระราม 5 เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.

 

เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนประกาศให้เวลาผู้ชุมนุม 15 นาที ยุติการชุมนุม มิเช่นนั้นจะใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตั้งแนวจากหน้าบริเวณสำนักงาน ก.พ.ร. และเดินเรียงแถวหน้ากระดานมุ่งหน้าขึ้นมาสะพานชมัยมรุเชษฐ

 

เวลาประมาณ 18.25 น. ตำรวจเริ่มกระชับแนวและปิดล้อมมวลชนที่นั่งและนอนอยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อแสดงอารยะขัดขืน และเริ่มควบคุมตัวมวลชนที่บริเวณนั้น โดยเจ้าหน้าที่พยายามกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้าใกล้การปฏิบัติการ

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามประกาศเน้นย้ำว่าให้มวลชนทยอยเดินทางกลับบ้าน จะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี และระบุว่าการมาชุมนุมบริเวณนี้ผิดทั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และมาตรการการควบคุมโรคโควิด-19

The post ตำรวจเข้าปิดล้อม-ควบคุมตัว ผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า ที่สะพานชมัยมรุเชฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตรึงกำลัง เตรียมสลายและบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า https://thestandard.co/police-force-prepare-break-up-tha-luh-fah-village/ Sun, 28 Mar 2021 11:35:45 +0000 https://thestandard.co/?p=469976 ตำรวจตรึงกำลัง เตรียมสลายและบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า

วันนี้ (28 มีนาคม) ภายหลังจากที่มีมวลชนกลับมาจัดกิจกรรม […]

The post ตำรวจตรึงกำลัง เตรียมสลายและบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตรึงกำลัง เตรียมสลายและบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า

วันนี้ (28 มีนาคม) ภายหลังจากที่มีมวลชนกลับมาจัดกิจกรรมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า ที่บริเวณถนนพระราม 5 เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.

 

เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนประกาศให้เวลาผู้ชุมนุม 15 นาที ยุติการชุมนุม มิเช่นนั้นจะใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตั้งแนวจากหน้าบริเวณสำนักงาน ก.พ.ร. และเดินเรียงแถวหน้ากระดานมุ่งหน้าขึ้นมาสะพานชมัยมรุเชฐ

 

ต่อมามีหญิงสวมเสื้อแดงรายหนึ่งนั่งคุกเข่าต่อหน้าแนวตำรวจและยกมือชู 2 แขน พร้อมตะโกน “หยุดได้แล้ว” และขอร้องเจ้าหน้าที่ไม่ให้สลายการชุมนุม

The post ตำรวจตรึงกำลัง เตรียมสลายและบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมทวงคืน #หมู่บ้านทะลุฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกจับรวม 68 คน เป็นเยาวชน 6 คน พระ 2 รูป อยู่ระหว่างทำบันทึกจับกุมที่ ตชด.ภาค 1 https://thestandard.co/dissolve-tah-luh-fah-village-arrested-a-total-of-68-people/ Sun, 28 Mar 2021 08:41:41 +0000 https://thestandard.co/?p=469947 สลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกจับรวม 68 คน เป็นเยาวชน 6 คน พระ 2 รูป อยู่ระหว่างทำบันทึกจับกุมที่ ตชด.ภาค 1

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมน […]

The post สลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกจับรวม 68 คน เป็นเยาวชน 6 คน พระ 2 รูป อยู่ระหว่างทำบันทึกจับกุมที่ ตชด.ภาค 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกจับรวม 68 คน เป็นเยาวชน 6 คน พระ 2 รูป อยู่ระหว่างทำบันทึกจับกุมที่ ตชด.ภาค 1

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมของ #หมู่บ้านทะลุฟ้า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 มีนาคม) และคุมตัวผู้ร่วมชุมนุมไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี

 

ต่อมาเวลา 13.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า จากการสลายหมู่บ้านทะลุฟ้า มีคนถูกจับกุม 68 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 6 คน

 

สำหรับผู้ถูกจับกุม 62 คนอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ทำบันทึกจับกุม ส่วนเยาวชน 6 คนถูกแยกมาทำบันทึกจับกุมต่างหาก

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาว่าจะพาตัวไปที่ศาลเยาวชนหรือไม่ และสิ่งของในหมู่บ้านจะถูกนำไปไว้ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง ยกเว้นเต้นท์ที่จะถูกนำไปเก็บไว้สำนักงานเขตดุสิต

 

ส่วนพระ 2 รูปที่ถูกจับมาพร้อมคนอื่นๆ ในการสลายหมู่บ้านทะลุฟ้า ระบุว่าถูกบังคับให้ถอดจีวรเพื่อสึก โดยขณะนี้ทั้งสองทำบันทึกหลักฐานในการที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ชุดอื่นแทน

The post สลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกจับรวม 68 คน เป็นเยาวชน 6 คน พระ 2 รูป อยู่ระหว่างทำบันทึกจับกุมที่ ตชด.ภาค 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ #หมู่บ้านทะลุฟ้า หลังเข้าสลาย ควบคุมผู้ชุมนุมกว่า 70 คนไปยัง ตชด.ภาค 1 https://thestandard.co/police-disintegrate-tha-luh-fah-village-control-70-protesters/ Sun, 28 Mar 2021 03:32:59 +0000 https://thestandard.co/?p=469821 ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ #หมู่บ้านทะลุฟ้า หลังเข้าสลาย ควบคุมผู้ชุมนุมกว่า 70 คนไปยัง ตชด.ภาค 1

ภายหลังจากเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 มีนาคม) ตำรวจได้เข้าส […]

The post ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ #หมู่บ้านทะลุฟ้า หลังเข้าสลาย ควบคุมผู้ชุมนุมกว่า 70 คนไปยัง ตชด.ภาค 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ #หมู่บ้านทะลุฟ้า หลังเข้าสลาย ควบคุมผู้ชุมนุมกว่า 70 คนไปยัง ตชด.ภาค 1

ภายหลังจากเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 มีนาคม) ตำรวจได้เข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ในช่วงเวลา 06.00 น. และในเวลาต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ชุมนุมที่ปักหลักในหมู่บ้านทะลุฟ้าประมาณ 70 คน คุมตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ปทุมธานี รวมถึงได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการปักหลักชุมนุมอีกด้วย

 

หลังการตรวจสอบพื้นที่นานกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า เบื้องต้นพบยาเสพติด เป็นกัญชาและกระท่อมจำนวนหนึ่ง แต่ในรายละเอียดนั้นขอตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน และคาดว่าในเวลา 10.00 น. วันนี้จะมีการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ยืนยันว่าปฏิบัติการขอคืนพื้นที่เป็นปฏิบัติการที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ภายใต้การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ห้ามมีการชุมนุม

 

ล่าสุด เมื่อมีการนำตัวผู้ชุมนุมไปยัง ตชด.ภาค 1 โดยช่วงหนึ่งเกิดความโกลาหล เมื่อมีชายสูงอายุรายหนึ่งมีอาการป่วย ผู้ชุมนุมรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็งลงไปนอนกับพื้น ผู้ชุมนุมรายอื่นๆ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ขอให้เรียกรถพยาบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้ามาสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก สร้างความไม่พอใจให้ผู้ชุมนุม โดยมีการตะโกนตำหนิเจ้าหน้าที่ถึงความล่าช้าในการดำเนินการ

 

ผู้ชุมนุมพากันช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำฟิวเจอร์บอร์ดพัดร่างกายให้ความเย็น พยายามให้อากาศถ่ายเท มีผู้ร้องขอให้เปิดหน้าต่างและตะโกนแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “ทำอะไรสักอย่าง”

 

โดยที่ ปนัดดา สิริมาสกุล หรือ ต๋ง นักศึกษาหญิงซึ่งถูกคุมตัวมาพร้อมกัน กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่มีการเตรียมหน่วยแพทย์หรือแม้แต่พยาบาลไว้ในพื้นที่ก่อนที่จะนำพวกตนมาที่นี่ และเมื่อมีผู้ป่วยก็ดำเนินการช่วยเหลือล่าช้าอย่างมาก

The post ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ #หมู่บ้านทะลุฟ้า หลังเข้าสลาย ควบคุมผู้ชุมนุมกว่า 70 คนไปยัง ตชด.ภาค 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ https://thestandard.co/police-break-up-tha-luh-fah-village/ Sun, 28 Mar 2021 03:26:40 +0000 https://thestandard.co/?p=469816 ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์

วันนี้ (28 มีนาคม) เวลาประมาณ 06.00 น. มีรายงานว่าตำรวจ […]

The post ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์

วันนี้ (28 มีนาคม) เวลาประมาณ 06.00 น. มีรายงานว่าตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้าสลายการชุมนุม #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบรัฐบาล หลังปักหลักมาหลายสัปดาห์ที่บริเวณนี้

 

โดยเพจ UNME โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ‘เราโดนสลายแล้ว’ ซึ่งปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าปิดล้อมพื้นที่ และมีการควบคุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถผู้ต้องขัง โดยยังไม่ทราบว่าจะนำตัวไปที่ใด สั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมปิดการไลฟ์และให้เวลาเก็บของ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยอ้างถึง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และมาตรการควบคุมโควิด-19

 

ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์

ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์

 

อ้างอิง:

The post ตำรวจเข้าสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า หน้าทำเนียบ หลังปักหลักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย่างกุ้งไร้ผู้ชุมนุม! เดินเกมใหม่ ‘ประท้วงเงียบ’ ต้านรัฐประหาร ชะลอการสูญเสีย https://thestandard.co/yangon-silent-srike-against-the-coup/ Wed, 24 Mar 2021 08:17:58 +0000 https://thestandard.co/?p=468396 ย่างกุ้งไร้ผู้ชุมนุม! เดินเกมใหม่ ‘ประท้วงเงียบ’ ต้านรัฐประหาร ชะลอการสูญเสีย

วันนี้ (24 มีนาคม) ท้องถนนหลายสายในย่างกุ้ง แปลกตาไปกว่ […]

The post ย่างกุ้งไร้ผู้ชุมนุม! เดินเกมใหม่ ‘ประท้วงเงียบ’ ต้านรัฐประหาร ชะลอการสูญเสีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย่างกุ้งไร้ผู้ชุมนุม! เดินเกมใหม่ ‘ประท้วงเงียบ’ ต้านรัฐประหาร ชะลอการสูญเสีย

วันนี้ (24 มีนาคม) ท้องถนนหลายสายในย่างกุ้ง แปลกตาไปกว่าทุกครั้ง ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบและไร้วี่แววของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านกองทัพเมียนมา โดยหันมาเดินเกมใหม่ ‘ประท้วงเงียบ’ ไม่ออกจากที่พักอาศัย ไม่ออกไปทำงาน กิจการห้างร้านต่างๆ หยุดให้บริการชั่วคราว หลายภาคส่วนของประเทศหยุดชะงัก เพื่อดูท่าทีและชะลอความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตจากการใช้กำลังความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังลงถนนต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมายาวนานถึง 8 สัปดาห์ 

 

คาดว่ากลยุทธ์ใหม่นี้จะถูกใช้ในระยะเวลาอันสั้น ก่อนที่จะกลับมาลงถนนอีกครั้ง เบื้องต้นสื่อท้องถิ่น และสมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองของเมียนมา (AAPP) รายงานว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 260 ราย มีผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวสะสมอย่างน้อย 2,800 ราย ราว 400 ราย ทยอยได้รับการปล่อยตัวแล้ว

 

แต่อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมาประกาศจะเดินหน้าขจัดความวุ่นวายต่อไป แม้อาจจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกก็ตาม

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: AFPTV / AFP

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ย่างกุ้งไร้ผู้ชุมนุม! เดินเกมใหม่ ‘ประท้วงเงียบ’ ต้านรัฐประหาร ชะลอการสูญเสีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเจอกระแสโต้กลับ หลังแนะกองทัพเมียนมายกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุม ย้ำให้ปกป้องผลประโยชน์และพลเมืองของจีนในเมียนมา https://thestandard.co/china-faces-counterattack-after-suggesting-the-myanmar-army/ Tue, 16 Mar 2021 05:02:10 +0000 https://thestandard.co/?p=465415 จีนเจอกระแสโต้กลับ หลังแนะกองทัพเมียนมายกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุม ย้ำให้ปกป้องผลประโยชน์และพลเมืองของจีนในเมียนมา

วานนี้ (15 มีนาคม) ทางการจีนเผชิญกับกระแสโต้กลับ หลังแน […]

The post จีนเจอกระแสโต้กลับ หลังแนะกองทัพเมียนมายกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุม ย้ำให้ปกป้องผลประโยชน์และพลเมืองของจีนในเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเจอกระแสโต้กลับ หลังแนะกองทัพเมียนมายกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุม ย้ำให้ปกป้องผลประโยชน์และพลเมืองของจีนในเมียนมา

วานนี้ (15 มีนาคม) ทางการจีนเผชิญกับกระแสโต้กลับ หลังแนะให้กองทัพเมียนมายกระดับมาตรการที่ใช้กำลังและความรุนแรงปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมต้านรัฐประหาร โดยได้เน้นย้ำให้กองทัพปกป้องผลประโยชน์และบรรดาพลเมืองของจีนในเมียนมา 

 

โดยจีนระบุว่าโซนโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ของจีนในเขต Hlaing Thar Yar ในเมืองย่างกุ้ง ถูกปล้นสะดมและถูกเผาได้รับความเสียหาย ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ทางการจีนจึงเร่งให้กองทัพเมียนมาดำเนินมาตรการตอบโต้ในทันที 

 

อีกทั้งยังระบุอีกว่าโรงงาน 32 แห่งที่จีนเข้าไปลงทุนได้รับความเสียหายและถูกทำลาย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.14 พันล้านบาท) เป็นเหตุให้มีการประกาศกฎอัยการศึกในเวลาต่อมา โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมในเขตท้องถิ่นดังกล่าวเสียชีวิตจากการใช้กำลังความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพอย่างน้อย 38 รายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนสำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมาจะรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตในวันนั้นทั่วประเทศอยู่ที่ 73 รายในวันเดียว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 180 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

จากจุดยืนและท่าทีของรัฐบาลจีนส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียจำนวนไม่น้อยระบุว่าทางการจีนเห็นแต่ประโยชน์ของตนเอง อีกทั้งยังเพิกเฉยต่อการที่กองทัพและเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน มิหนำซ้ำยังแนะให้ยกระดับมาตรการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมยิ่งขึ้นไปอีก 

 

จนทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจุดยืนดังกล่าวของจีนอาจเป็นใบเบิกทางสำคัญที่อนุญาตให้กองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าประชาชนผู้เห็นต่างและรักในประชาธิปไตยได้ต่อไปอีก รวมไปถึงอาจมีการยกวีโต้คัดค้านในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในวาระสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาในอนาคต

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: Stringer / Anadolu Agency via Getty Images

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post จีนเจอกระแสโต้กลับ หลังแนะกองทัพเมียนมายกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุม ย้ำให้ปกป้องผลประโยชน์และพลเมืองของจีนในเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ชุมนุมแต่งดำ วางพวงหรีดไว้อาลัยความยุติธรรม รุ้ง ฝากข้อความขอให้สู้ต่ออย่างสันติ อหิงสา https://thestandard.co/black-dress-rally-rainbow-left-a-message-asking-peace/ Tue, 09 Mar 2021 13:57:18 +0000 https://thestandard.co/?p=463191 ผู้ชุมนุมแต่งดำ วางพวงหรีดไว้อาลัยความยุติธรรม รุ้ง ฝากข้อความขอให้สู้ต่ออย่างสันติ อหิงสา

วันนี้ (9 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แนวร่วมธรรมศ […]

The post ผู้ชุมนุมแต่งดำ วางพวงหรีดไว้อาลัยความยุติธรรม รุ้ง ฝากข้อความขอให้สู้ต่ออย่างสันติ อหิงสา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ชุมนุมแต่งดำ วางพวงหรีดไว้อาลัยความยุติธรรม รุ้ง ฝากข้อความขอให้สู้ต่ออย่างสันติ อหิงสา

วันนี้ (9 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และแนวร่วมกลุ่มราษฎร นัดหมายจัดกิจกรรมวางพวงหรีดไว้อาลัยความยุติธรรมที่หน้าศาล หลังเมื่อวานนี้มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแกนนำ ได้แก่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน, ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง จากคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116 รวม 11 ข้อหา จากกรณีจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 รวมถึงกรณี ปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ จากข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร ซึ่งแกนนำทั้งหมดถูกส่งตัวฝากขังเรือนจำพิเศษธนบุรีและเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

ขณะที่ภายในบริเวณศาลอาญามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล (สน.) พหลโยธิน และตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 1 กองร้อยมาประจำการ พร้อมอ่านประกาศข้อกำหนดเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และข้อกำหนดในพื้นที่ศาล 

 

ต่อมามวลชนได้ร่วมกันวางดอกไม้บริเวณหน้าศาล และร่วมกันเขียนข้อความแสดงออกบนกระดาษ A4 

 

ทั้งนี้ เบญจา อะปัญ ได้เป็นตัวแทนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้เรามาจัดกิจกรรมอย่างสันติ ยืนยันว่าไม่มีการชุมนุม ปราศรัย และจะมีสิ้นสุดการทำกิจกรรมในเวลา 18.00 น. 

 

โดยช่วงท้ายเวลา 17.45 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งรวมตัวทำกิจกรรมใส่ชุดดำ วางพวงหรีด ติดริบบิ้นไว้อาลัยความอยุติธรรม ได้อ่านแถลงการณ์จากปนัสยาที่เขียนถึงผู้ชุมนุมก่อนถูกคุมตัวไปยังเรือนจำใจความในแถลงการณ์ เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมเดินหน้าต่อสู้ เรียกร้องรัฐบาลปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ปฏิรูปสถาบันฯ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าตนเองจะไม่ได้อยู่ร่วมในการชุมนุมแล้วก็ตาม ขอให้ทุกคนสามัคคีเดินหน้าเรียกร้องต่อไป เชื่อว่าผู้ชุมนุมจะชนะ ถึงแม้จะใช้เวลาในการต่อสู่ยาวนานก็ตาม และขอให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสันติอหิงสา อย่าใช้กำลัง เพราะจะเป็นข้ออ้างให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมได้

 

หลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น ผู้ชุมนุมได้อ่านบทกวีที่แต่งขึ้นเพื่อสื่อถึงคณะตุลาการ มีเนื้อหาใจความว่า ตุลาการศาลเป็นผู้นำหลักของกระบวนการยุติธรรม ขอให้ดำรงตนเป็นผู้อยู่ในความยุติธรรมอย่างแท้จริง ก่อนจุดเทียนไว้อาลัยให้กระบวนการยุติธรรม โดยผู้ชุมนุมได้ตะโกนเรียกร้องให้ศาลปล่อยตัวแกนนำทุกคนออกจากเรือนจำ ก่อนที่จะยุติจัดกิจกรรมในเวลาประมาณ 18.20 น.

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ผู้ชุมนุมแต่งดำ วางพวงหรีดไว้อาลัยความยุติธรรม รุ้ง ฝากข้อความขอให้สู้ต่ออย่างสันติ อหิงสา appeared first on THE STANDARD.

]]>