ผามออีแดง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ผามออีแดง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 22 Dec 2025 02:43:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 กองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนักพื้นที่ ผามออีแดง-ภูมะเขือ ย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ไทยพร้อมป้องอธิปไตยตามหลักสากล https://thestandard.co/thai-cambodia-border-clash-update-december-2025/ Mon, 22 Dec 2025 02:43:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1156688 thai-cambodia-border-clash-update-december-2025

วันนี้ (22 ธันวาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปภาพรวมสถานการ […]

The post กองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนักพื้นที่ ผามออีแดง-ภูมะเขือ ย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ไทยพร้อมป้องอธิปไตยตามหลักสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-cambodia-border-clash-update-december-2025

วันนี้ (22 ธันวาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปภาพรวมสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยตลอดวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมายังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณผามออีแดงและภูมะเขือ ซึ่งมีการใช้ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดโจมตีกันอย่างหนาแน่น 

 

ฝ่ายไทยสามารถควบคุมจังหวะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง และมีการรวมอำนาจการยิงเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหลายครั้ง รวมถึงการใช้โดรนโจมตีที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามใช้รถถังยิงตอบโต้ในช่วงค่ำ แต่ยังไม่สามารถรุกคืบแนวรบเข้ามาได้

 

สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นจุดที่มีการสู้รบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะบริเวณซำแต โดนตรวล ภูผี และเขาสัตตะโสม ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการยิงปืนใหญ่และปืนครกตอบโต้กันตลอดทั้งวัน ส่วนที่บริเวณผามออีแดงและห้วยตามาเรีย มีการปะทะด้วยอาวุธประจำกายและปืนค. เป็นระยะ 

 

ขณะที่พื้นที่ภูมะเขือจนถึงพลาญหินแปดก้อน ฝ่ายกัมพูชายังคงเฝ้าตรวจและยิงกดดันอย่างต่อเนื่อง ด้านจังหวัดอุบลราชธานี สถานการณ์ในพื้นที่ช่องบกมีการยิงตรวจแนวเป็นระยะ ส่วนพื้นที่ช่องอานม้าฝ่ายกัมพูชาเริ่มถอนกำลังไปตั้งแนวรับที่สองห่างจากพื้นที่สู้รบประมาณ 10 กิโลเมตร

 

สำหรับพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายไทยสามารถสถาปนาที่หมายและตรึงกำลังได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะที่พลาญตาควายซึ่งฝ่ายไทยเข้ายึดเนิน 350 ได้สำเร็จ แม้จะมีเหตุการณ์รถ JCB เหยียบกับระเบิดระหว่างเคลียร์พื้นที่จนได้รับความเสียหาย แต่กำลังพลปลอดภัยดี 

 

นอกจากนี้ยังตรวจพบการเคลื่อนยานรบและมีการยิงจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชามายังทิศใต้ของปราสาทตาเมือนธม รวมถึงมีจรวดตกในพื้นที่บ้านหนองจูบ อำเภอพนมดงรัก จำนวน 4 ลูก แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความสูญเสีย ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณช่องสายตะกู ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนว

 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำว่าโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ การที่ฝ่ายกัมพูชานำพื้นที่โบราณสถานไปใช้ติดตั้งอาวุธ กล้องตรวจการณ์ หรือระบบต่อต้านโดรน ถือเป็นการละเมิดหลักสากลอย่างร้ายแรง พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทั้งหมดของฝ่ายไทยเป็นการป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ 

 

หลังมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อโจมตีเข้ามาในฝั่งไทย โดยทหารไทยจะยังคงยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และมุ่งรักษาสันติภาพตามแนวชายแดนอย่างเต็มความสามารถ

The post กองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนักพื้นที่ ผามออีแดง-ภูมะเขือ ย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ไทยพร้อมป้องอธิปไตยตามหลักสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 ชี้กัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่ช่องอานม้า ไม่แจ้งล่วงหน้า เสี่ยงอันตราย ด้านโฆษก ทบ. เตรียมนำทูตทหารดูความเสียหายจริง https://thestandard.co/thai-cambodia-border-military-tension/ Wed, 30 Jul 2025 11:28:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1101829 กองทัพภาคที่ 2 แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องอานม้า หลังพบการพาคณะทูตทหารเข้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปส […]

The post กองทัพภาคที่ 2 ชี้กัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่ช่องอานม้า ไม่แจ้งล่วงหน้า เสี่ยงอันตราย ด้านโฆษก ทบ. เตรียมนำทูตทหารดูความเสียหายจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องอานม้า หลังพบการพาคณะทูตทหารเข้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา (ณ เวลา 14.00 น.) ระบุว่า สถานการณ์การสู้รบ ภายหลังการเจรจาหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย ห้วงคืนวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ปรากฏการคุกคามของกำลังประเทศกัมพูชา ใน 4 เหตุการณ์ ดังนี้ 

 

  1. พื้นที่ช่องคานม้า อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจพบการเพิ่มเติมกำลังของกำลังประเทศกัมพูชา และตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินตรวจการณ์การวางกำลังของฝ่ายเรา จากนั้นในห้วงกลางคืนมีการปะทะกันด้วยปืนเล็ก

 

  1. พื้นที่ภูมะเขือ ตรวจพบการเพิ่มเติมกำลังของกำลังประเทศกัมพูชา และตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินตรวจการณ์การวางกำลังของฝ่ายเรา จากนั้นในห้วงกลางคืนมีการปะทะกันด้วยปืนเล็ก 

 

  1. พื้นที่ผามออีแดง กำลังประเทศกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุน (ค.100) โจมตีเข้ามายังฐานปฏิบัติการฝ่ายเรา แต่ฝ่ายเราไม่มีการตอบโต้แต่อย่างใด (กำลังพลปลอดภัย) 

 

  1. พื้นที่ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ตรวจพบการเพิ่มเติมกำลังของกำลังประเทศกัมพูชา 

 

  1. เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศและผู้สื่อข่าว เดินทางมายังจุดผ่อนปรนการค้าช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พ.อ. บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีให้การต้อนรับ ซึ่งการนำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศเดินทางเข้ามายังพื้นที่อันตราย โดยไม่บอกกล่าวถือว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก

 

ขณะที่ พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชานำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ลงไปดูพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารบริเวณจุดที่เคยมีการปะทะกันบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัด อุบลราชธานี ว่า มีภาพปรากฏถึงความเสียหายที่เกิดจากการใช้อาวุธจากทั้งสองฝ่าย  เป็นเรื่องปกติ เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ในบริบทของพื้นที่ทางยุทธการ และบริเวณนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายทางทหาร

 

ในส่วนของฝ่ายไทย มีแผนจะจัดกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน โดยจะไม่เน้นการสร้างภาพลวงแบบฉาบฉวย แต่จะเน้นสื่อสารเชิงคุณภาพ ซึ่งสิ่งที่จำเป็นจะต้องสื่อถึงประชาคมโลก คือ ความเสียหายต่อบ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล ที่ฝ่ายทหารกัมพูชา จงใจพุ่งเป้าโจมตีไปยังเป้าหมายเหล่านั้น จนมีพลเรือนและประชาชนเสียชีวิตบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ลึกไกลเข้ามาภายในประเทศไทย และห่างจากพื้นที่สู้รบเข้ามาในไทยไกลมากถึง 10-30 กิโลเมตร

       

พล.ต.วินธัยกล่าวด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย รวมถึงขัดต่อหลักปฏิบัติทางทหารตามกฎหมายสากล และหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเจตนาละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ ที่ห้ามการโจมตีพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบ

 

กองทัพบกไทยขอยืนยันอีกครั้งว่า เราปฏิบัติการเฉพาะต่อเป้าหมายทางทหารเป็นหลักเท่านั้น และยึดมั่นในกติกาสากล โดยขอย้ำว่าฝ่ายไทยไม่ได้รุกรานใคร แต่เรามีสิทธิชอบธรรมในการปกป้องประชาชนและผืนแผ่นดินของเรา

The post กองทัพภาคที่ 2 ชี้กัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่ช่องอานม้า ไม่แจ้งล่วงหน้า เสี่ยงอันตราย ด้านโฆษก ทบ. เตรียมนำทูตทหารดูความเสียหายจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>