ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 28 Oct 2026 07:37:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 Jennifer Lawrence เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม mes° https://thestandard.co/jennifer-lawrence-launches-mes-haircare/ Wed, 28 Oct 2026 07:37:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1272675 Jennifer Lawrence กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบรนด์ mes°

Jennifer Lawrence เป็นเซเลบริตี้อีกคนที่ก้าวเท้าเข้าสู่ […]

The post Jennifer Lawrence เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม mes° appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jennifer Lawrence กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบรนด์ mes°

Jennifer Lawrence เป็นเซเลบริตี้อีกคนที่ก้าวเท้าเข้าสู่วงการธุรกิจความงาม เมื่อเธอเปิดตัวแบรนด์ mes° แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะเชิงชีวภาพ โดยจับมือเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกับ Jasmina Aganovic ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแห่ง Arcaea บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และการคิดค้นพัฒนาวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ด้านความงามโดยเฉพาะ

 

Jennifer Lawrence เผยว่า “โลกต้องการมุมมองต่อความงามที่แตกต่าง นานเกินไปแล้วที่เราเชื่อว่าความงามเป็นเรื่องของการลงทุนลงแรงให้มาก ทั้งใช้โปรดักต์เยอะที่มีหลากหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน และต้องทุ่มเทในการดูแลรักษา ฉันว่ามันไม่ควรเป็นแบบนั้น

 

mes° เริ่มต้นจากความเชื่อ ไม่ใช่โปรดักต์ เราเชื่อว่าความงามควรเข้ากับชีวิตของคุณ ไม่ใช่ทางตรงข้าม ฉันอยากสร้างสิ่งที่ไปกันได้กับชีวิตจริงมากกว่าขอให้คุณจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้เข้ากับกิจวัตรความงาม”

 

mes° ใช้ปรัชญา ‘Unbothered Beauty’ ในการสร้างแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะของพวกเขาก็ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่อรักษาสภาพเส้นผมให้ยาวนานมากขึ้นจากการสระหรือจัดแต่งทรงเพียงหนึ่งครั้งเพื่อที่ผู้ใช้จะได้ประหยัดเวลาการจัดการกับผมของตัวเอง โดยไอเดียเหล่านี้มาจาก Jennifer Lawrence ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงและโปนดักต์อีกมากมายในการทุ่มเททำผมแต่ละครั้งเพื่อที่คงสภาพผมนั้นไว้ให้นานที่สุด เธอจึงตั้งคำถามว่า ‘ทำไมผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต้องใช้การลงทุนมากที่สุดด้วย’

 

ภาพ: mes°

 

อ้างอิง: https://www.morningstar.com/news/pr-newswire/20261027ny80991/jennifer-lawrence-launches-mes-a-new-biodesigned-haircare-brand-created-with-arcaea

The post Jennifer Lawrence เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม mes° appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ ผมเงาแบบดาราจีน ดันออยล์-ทรีตเมนต์โตพรวด ‘แพนทีน’ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายถ้านวัตกรรมตอบโจทย์ https://thestandard.co/pantene-hair-oil-treatment-market-grows/ Thu, 30 Jul 2026 10:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1236581 ภาพผู้บริหารแพนทีนในวงกลมบนภาพปก

จับตาตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี […]

The post เทรนด์ ผมเงาแบบดาราจีน ดันออยล์-ทรีตเมนต์โตพรวด ‘แพนทีน’ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายถ้านวัตกรรมตอบโจทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหารแพนทีนในวงกลมบนภาพปก

จับตาตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ขยายตัวต่อเนื่อง แม้โครงสร้างตลาดจะเปลี่ยนจากอดีตที่แชมพูเคยผูกขาดสัดส่วนหลัก มาเป็นทรีตเมนต์และออยล์บำรุงผม ซึ่งขับเคลื่อนใหม่ที่มีแววเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะออยล์และทรีตเมนต์ที่โตถึงสองเท่า

 

ฤทัยชนก ก่อศรีเจริญพันธ์ Senior Brand Manager ของแพนทีน ประเทศไทย กล่าวว่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับมูลค่าหมื่นล้านบาท โดยมีทรีตเมนต์และออยล์เป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด

 

แม้ว่าตลาดออยล์บำรุงผมจะยังมีมูลค่าไม่ถึงพันล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ประมาณหลักร้อยล้านบาท แต่กลับมีอัตราการเติบโตสูงถึง 2 เท่า ในขณะที่กลุ่มทรีตเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นแบบล้างออกหรือไม่ล้างออก เติบโตมากถึง 250% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาลงทุนกับการบำรุงเฉพาะจุดมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนสัดส่วนของตลาดอย่างชัดเจน จากในอดีตกลุ่มแชมพูซึ่งเคยครองสัดส่วนถึง 80% ของตลาด ปัจจุบันลดลงมาเหลือราว 70% ขณะที่ครีมนวดอยู่ที่ประมาณ 15–20% ส่วนที่เหลือเป็นทรีตเมนต์ ซึ่งมีขนาดตลาดขยายตัวขึ้นทุกปีจนยอดขายใกล้เคียงกับครีมนวดมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดขายครีมนวดจะหดตัว แต่ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด เพราะทรีตเมนต์มีราคาสูงกว่าครีมนวดประมาณเกือบ 2 เท่า และยังมีกลุ่มผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่มีเวลาทำทรีตเมนต์หลายขั้นตอนหรือยังไม่พร้อมจ่ายในราคาที่สูงกว่า ดังนั้นครีมนวดจึงยังไม่หายไปจากตลาดแน่นอน

 

ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ฤทัยชนก อธิบายว่า ผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายให้กับสินค้านวัตกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะไอเทมที่แก้ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะแบบเฉพาะบุคคล เน้นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ อีกทั้งกระแสผมเงาที่ได้รับอิทธิพลจากดารา ซีรีส์จีน และศิลปิน K-Pop ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ยังทำให้ผู้บริโภค

 

ด้วยเหตุนี้ ผู้เล่นทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ เช่น เกาหลีและญี่ปุ่น จึงเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ขาย แต่ต้องบอกว่าวันนี้ตลาดจะแข่งกันที่นวัตกรรมมากกว่าการลดราคา ซึ่งต่างจากช่วง 3–5 ปีก่อนที่จะแข่งขันกันหั่นราคากันอย่างหนัก อาจเป็นเพราะปัจจุบันผู้บริโภคยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับ Value Innovation โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียม หากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ได้จริง ผู้บริโภคพร้อมซื้อซ้ำทันทีโดยไม่ต้องรอโปรโมชัน 1 แถม 1

 

ทำให้แบรนด์สินค้าที่เกี่ยวกับเส้นผม มักเก็บโปรโมชัน 1 แถม 1 ไว้ใช้เฉพาะช่วงเทศกาลเช่น 11.11, 12.12 หรือช่วงเงินเดือนออกเท่านั้น อีกทั้ง พฤติกรรมการเลือกซื้อยังเปลี่ยนไปตามความคุ้มค่า หลายคนเลิกซื้อขวดเล็กเพราะคำนวณความคุ้มค่าต่อมิลลิลิตรมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าไซส์ใหญ่หรือขวดปั๊มได้รับความนิยมสูงขึ้น โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อ

 

เช่นเดียวกับ ‘แพนทีน’ ปัจจุบันแบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดรวมมากกว่า 10% โดยอยู่ในตำแหน่งเบอร์ 2 ของตลาดรวม แต่เป็นเบอร์ 1 ในเซกเมนต์ Beauty Shampoo หรือแชมพูที่เน้นคุณค่าด้านความงามไม่ใช่การแข่งที่ราคาเพียงอย่างเดียว โดยที่ผ่านมา แพนทีนหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาและเลือกเปิดตัวโปรดักต์ออยล์ในรูปแบบแคปซูล ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ต่อยอดจากจีน ใช้เวลาคิดค้นกว่า 7 ปี

 

ทั้งนี้ ตลาดออยล์ยังมีผู้เล่นน้อยมาก และแพนทีนเป็นหนึ่งในเจ้าแรกที่ออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้บิดหักได้ด้วยมือเปล่า ต่างจากแบรนด์อื่นที่มักต้องใช้กรรไกรตัด ซึ่งคาดว่าโปรดักต์ใหม่จะช่วยผลักดันยอดขายทั้งปีให้โตขึ้นถึง 2 เท่าจากที่ในช่วง 6 เดือนแรกยอดขายเติบโต 20%

 

สุดท้าย ฤทัยชนกยังอัปเดตถึงสถานการณ์ต้นทุนว่า จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง แน่นอนว่าในช่วงก่อนหน้านี้แบรนด์ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากต้นทุนแพ็กเกจจิ้งพลาสติกที่พุ่งขึ้นสูงถึงเท่าตัว รวมทั้งต้นทุนสารทำความสะอาดด้วย ส่งผลให้รวมๆ แล้วต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 20–30% แต่ถึงอย่างไรนั้น แพนทีนยังตัดสินใจไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่าย เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน

The post เทรนด์ ผมเงาแบบดาราจีน ดันออยล์-ทรีตเมนต์โตพรวด ‘แพนทีน’ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายถ้านวัตกรรมตอบโจทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
L’OREAL PROFESSIONEL Pro Hair Forum Bangkok 2026 ครั้งแรกในไทยที่เวทีระดับโลกของวงการแฮร์ถูกยกมาไว้กลางกรุงเทพฯ [Advertorial] https://thestandard.co/loreal-pro-hair-forum-bangkok/ Fri, 10 Jul 2026 08:30:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1228688 L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ

เป็นครั้งแรกในไทยที่เวทีระดับโลกของ L’Oréal Professionn […]

The post L’OREAL PROFESSIONEL Pro Hair Forum Bangkok 2026 ครั้งแรกในไทยที่เวทีระดับโลกของวงการแฮร์ถูกยกมาไว้กลางกรุงเทพฯ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ

เป็นครั้งแรกในไทยที่เวทีระดับโลกของ L’Oréal Professionnel ถูกยกมาไว้กลางกรุงเทพฯ สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์เส้นผมระดับโลกภายใต้เครือ L’Oréal Groupe ที่ช่างผมมืออาชีพและซาลอนชั้นนำไว้วางใจ ก็ได้เดินหน้าก้าวสเต็ปครั้งสำคัญให้กับวงการแฮร์ไทย ด้วยงาน L’Oréal Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับนานาชาติ

  

L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ 1

 

โดยเวทีนี้ได้จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อทั้งเทคนิคและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพวงการซาลอน ไปจนถึงยกระดับวงการเส้นผมไทยกับภูมิภาคให้โดดเด่นสู่ระดับโลก คอมมูนิตี้ครั้งนี้ได้รวมตัวเหล่าแฮร์อาร์ติสต์ระดับแนวหน้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม เครือข่ายซาลอนพันธมิตรจาก 10 ประเทศในภูมิภาค SAPMENA มาสัมผัสถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ ให้ขยับเข้าใกล้หมุดหมายแฟชั่นผมระดับสากล 

 

L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ 2

L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ 3

 

มากกว่าสีผม คือ mindset ใหม่ของซาลอน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในงานนี้ ไม่ใช่การขายโปรดักต์แบบฮาร์ดเซลล์ เพราะนี่คือการแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ทริคที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ตั้งแต่เทคนิคการทำสี การตัด ไปจนถึง mindset ของการทำซาลอนในยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Inspire, Transform และ Elevate ที่ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับทักษะของช่างผมมืออาชีพ และผลักดันวงการให้ไปไกลกว่าความสวยเพียงอย่างเดียว

 

L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ 4

 

เวทีเดียวของแฮร์อาร์ติสต์แถวหน้า ศูนย์รวมตัวจริงของวงการผมระดับอินเตอร์

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานนี้ คือการรวมตัวของแฮร์อาร์ติสต์ระดับโลกจากหลากหลายสาย ทั้งศิลปะผมชั้นสูงและซาลอนมืออาชีพ ที่ไม่ได้มาแค่โชว์ผลงาน แต่ลงลึกถึงวิธีคิดเบื้องหลัง ตั้งแต่การสร้างลุค การตีความเทรนด์ ไปจนถึงการยกระดับคุณค่าของงานมากกว่าความสวยที่มองเห็น 

 

พร้อมด้วยเจ้าของซาลอนและพาร์ตเนอร์จากกว่า 10 ประเทศ ที่เข้ามาแลกเปลี่ยน playbook กันอย่างจริงจัง ทั้งในมิติของการขยายธุรกิจ การสร้างมูลค่า และการปรับตัวในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ 5

 

จากเวทีสู่คลาส: ครบทั้งมุมมองและลงมือจริง

 

โครงสร้างของงานถูกออกแบบให้แต่ละไฮไลต์ทำหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน สะท้อนชัดว่าช่างผมยุคใหม่ต้องเก่งทั้งความคราฟต์และกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็น 

  • The Visionaries เปิดมุมมองและทิศทางของอุตสาหกรรม
  • The Icons ถ่ายทอดความรู้จากแฮร์อาร์ติสต์ระดับโลก 
  • The Spectacle นำเสนอศิลปะผมชั้นสูงผ่านโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ขณะที่คลาสเรียนภายในงานไม่ได้หยุดแค่การรับชม แต่เปิดโอกาสให้ได้ลงมือจริง ผ่านทั้ง Look & Learn, Hands-on และ Business Masterclass ครอบคลุมตั้งแต่ cutting, coloring, styling ไปจนถึงกลยุทธ์การบริหารธุรกิจ
  •  

L’OREAL PROFESSIONAL Pro Hair Forum Bangkok 2026 เวทีระดับโลกของช่างผมและซาลอนมืออาชีพ 6

 

และท้ายที่สุด งานนี้ก็สะท้อนอย่างชัดเจนว่า วงการเส้นผมกำลังก้าวข้ามจากเซอร์วิส ไปสู่ศาสตร์และศิลป์ ที่มีทั้งมูลค่า ทิศทาง และบทบาทบนเวทีโลก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ L’Oréal Professionnel พร้อมจะที่มุ่งยกระดับวงการและแวดวงช่างผมให้เติบโตอย่างมีคุณค่าในทุกมิติ ทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในระดับสากล

The post L’OREAL PROFESSIONEL Pro Hair Forum Bangkok 2026 ครั้งแรกในไทยที่เวทีระดับโลกของวงการแฮร์ถูกยกมาไว้กลางกรุงเทพฯ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอกลาผมหยักศก ผมหยิก ชี้ฟู! ด้วย ‘TRESemmé Silk Press’ ไอเทม ล็อคผมตรงอยู่ทรง 7 วัน [Advertorial] https://thestandard.co/tresemme-silk-press-straight-hair-7-days/ Mon, 22 Jun 2026 10:25:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1220386 ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน

ชาวผมหยักศก ผมหยิก หรือผมชี้ฟูแบบไร้การควบคุม น่าจะเข้า […]

The post บอกลาผมหยักศก ผมหยิก ชี้ฟู! ด้วย ‘TRESemmé Silk Press’ ไอเทม ล็อคผมตรงอยู่ทรง 7 วัน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน

ชาวผมหยักศก ผมหยิก หรือผมชี้ฟูแบบไร้การควบคุม น่าจะเข้าใจความรู้สึกของการต้องรับมือกับ ‘ผมดีด’ ทุกเช้าเป็นอย่างดี เพราะกว่าจะจัดการผมให้เรียบตรงสวยในแต่ละวันต้องแลกด้วย ‘เวลา’ ในการไดร์และหนีบ หรือไม่ก็ต้องยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าซาลอนไป ‘ยืดผม’ ซึ่งทางออกเหล่านี้มักพ่วงเอาปัญหาผมแห้งเสียจากความร้อนและสารเคมีมาเป็นของแถม

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 2

 

ข้อดี-ข้อเสียของการ ‘ยืดผม’ แบบเดิมๆ

 

จริงๆ แล้ว การยืดผม ก็มีข้อดีบางอย่างและเหมาะกับไลฟ์สไตล์บางคน

 

การยืดผมเคมี

 

เป็นการใช้สารเคมีเข้าไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างเส้นผมจากหยิกให้ตรง มีทั้งแบบ ‘ยืดถาวร’ และ ‘ยืดวอลลุ่ม’ ทั้งสองเทคนิคนี้อาจช่วยให้ผมเรียบตรง ไม่ชี้ฟูได้ชั่วคราว แต่ต้องแลกกับผมแห้งเสีย แตกปลาย และเปราะขาดง่ายจากฤทธิ์ของเคมีและความร้อน แถมเวลาผมใหม่ขึ้น จะเห็นความแตกต่างชัดเจนบริเวณโคนผมที่หยิกเป็นธรรมชาติกับปลายผมที่ยืดตรง อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้เลยคือการดูแลรักษา บางเทคนิคอาจต้องงดสระผม มัดผม หรือไม่ให้ผมโดนน้ำในช่วงแรกๆ เพื่อให้น้ำยาเซ็ตตัวได้เต็มที่

 

ยืดผมเคราติน

 

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากให้ผมโดนสารเคมีแรงๆ หรือคนที่ผมพังจนยืดเคมีไม่ไหว เป็นวิธีการยืดผมที่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างผมแต่จะใช้ทรีตเมนต์ฟื้นบำรุงลึกด้วยการเติมโปรตีนเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีอยู่แล้วในเส้นผมธรรมชาติ เส้นผมจึงเรียบตรง นุ่มลื่น มีน้ำหนัก เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมแห้งเสียสะสม ไร้น้ำหนัก ขาดความเงางาม หรือคนที่ยืดเคมีบ่อยครั้งจนผมพัง ข้อดีคือ เป็นวิธีที่อ่อนโยนต่อผมและทำให้ผมตรงสวยดูเป็นธรรมชาติ แต่เนื่องจากเป็นการบำรุงจากภายนอก ผลลัพธ์จึงอยู่ได้เพียงชั่วคราวและจะค่อยๆ หลุดออกจากการสระผม และคนที่ผมหยิกธรรมชาติอาจไม่เห็นผลมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น การดูแลค่อนข้างยุ่งยาก ต้องหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมของซัลเฟตเด็ดขาด เพราะจะเข้าไปชะล้างเคราตินให้หลุดไวขึ้น รวมถึงงดการลงว่ายน้ำในสระคลอรีนและน้ำทะเลด้วยเช่นกัน

 
ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 3

 

‘TRESemmé ผู้นำการดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘TRESemmé Silk Press’ ล็อคผมตรงอยู่ทรง 7 วัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมหยักศก ผมหยิก ชี้ฟูโดยเฉพาะ

 

ใครที่เหนื่อยกับการต้องวิ่งเข้าซาลอนเพื่อยืดผมอยู่บ่อยๆ ทั้งเสียเงิน เสียเวลานั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมงๆ และต้องแลกมาด้วยขั้นตอนการดูแลรักษาที่แสนยุ่งยาก บอกเลยว่าต้องเลิฟสิ่งนี้ เพราะ TRESemmé ผู้นำการดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพ เขามีนวัตกรรมใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนผมหยักศก ผมหยิก ชี้ฟูให้ประหยัดเวลาขึ้นแบบ 10 เต็ม 10 กับ TRESemmé Silk Press (เทรซาเม่ซิลค์เพลส) ไอเทมสุดล้ำที่จะช่วยให้คุณสะบัดผมตรงสวยได้อย่างสับๆ และกลับมา มั่นใจแบบตัวแม่ได้อีกครั้ง

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 9

 

ความล้ำขั้นสุดของ TRESemmé Silk Press ที่สามารถเสกผมดื้อชี้ฟูให้ตรงสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เกิดจากนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนผมหยิก ผมหยักศกตั้งแต่เกิด หรือแม้แต่ผมเสียชี้ฟู ด้วยการผสานเทคโนโลยีพลัง 20 อะมิโนเปปไทด์คอมเพล็กซ์ เข้าไปฟื้นบำรุงลึกถึงแกนผม มาพร้อมเทคโนโลยี Hair Magnetic Glue ช่วยผสานเส้นผมเส้นต่อเส้น ให้ผมเรียบลื่น เรียงตัวสวย และ ล็อคผมตรงอยู่ทรงนานถึง 7 วัน

 

ไลน์อัปผลิตภัณฑ์ของ TRESemmé Silk Press ประกอบไปด้วย

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 5

 

Step 1: Silk Press Pre-wash Treatment Ampoule

 

นวัตกรรมพลิกโฉมวงการแฮร์แคร์ ‘แอมพูลหมักผมสูตรเข้มข้น’ ช่วยให้ผมตรงสวยนาน 7 วันที่ขาดไม่ได้ ด้วยกรดอะมิโนเปปไทด์ 20 ชนิด ช่วยเสริมโครงสร้างเส้นผมถึงภายใน พร้อมปรับสภาพเส้นผมภายนอกให้เรียบลื่น ด้วยการปิดเกล็ดผมที่เปิดและจัดเรียงเส้นผมที่หยาบกระด้างให้เรียบลื่นจัดทรงง่าย

 

วิธีใช้ ชโลม ‘แอมพูล’ บนผมแห้งก่อนสระผม ให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ใช้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยล็อคผมตรงอยู่ทรงนาน 7 วัน

 

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 6

 

Step 2: Silk Press Shampoo

 

แชมพูสูตรซัลเฟตฟรี (Sulfate-free) ที่ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายเส้นผม ช่วยให้เส้นผมเรียบลื่น และเสริมพลังล็อคผมตรงอยู่ทรง 7 วัน ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 7

 

Step 3: Silk Press Sculpting Hair mask

 

แฮร์มาส์กบำรุงผม เหมาะสำหรับวันที่ต้องการความเงาเงาขั้นสุด เนื้อมาส์กจะเข้าไปบำรุงลึก ช่วยให้ผมตรง และเติมเต็มความเงาเงาให้เส้นผม แค่มาส์กทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก เพื่อปิดเกล็ดผม เติมความชุ่มชื้น และล็อคผมให้ตรงยาวนานขึ้น

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 8

 

ขั้นตอนสุดท้ายของการล็อคผมตรงอยู่ทรงนาน 7 วัน หลังเป่าผมหยดเซรั่มเพียง 1-2 หยดที่กลางถึงปลายผม เพื่อล็อคผมตรงเรียบสวยเหมือนออกมาจากซาลอน

 

ผลิตภัณฑ์ TRESemmé Silk Press สำหรับผมตรงเรียบลื่นและอยู่ทรงนาน 7 วัน 4

 

แค่ดูแลเส้นผมให้ครบทั้ง 4 สเต็ป ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผมเรียบตรง มีน้ำหนัก ทิ้งตัวดี ผมสวยเหมือนออกจากซาลอนได้ง่ายๆ 

 

ความน่าสนใจของ ‘TRESemmé Silk Press’ ที่ให้มากกว่าผมเรียบตรงสวย คือการคืน ‘ความมั่นใจ’ ให้กับคนที่เคยรู้สึกว่าผมตัวเองจัดการยาก หรือคนที่เคยโดนล้อเรื่องผมหยิก ให้เราสามารถกู้ชีพผมสวยด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน แล้วออกไปใช้ชีวิตแบบตัวมารดาได้อย่างมั่นใจในทุกวัน

The post บอกลาผมหยักศก ผมหยิก ชี้ฟู! ด้วย ‘TRESemmé Silk Press’ ไอเทม ล็อคผมตรงอยู่ทรง 7 วัน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 กลับมาอีกครั้ง พร้อมรวมผู้ประกอบการความงามจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/cosmoprof-cbe-asean-bangkok-2026/ Fri, 19 Jun 2026 13:02:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1220767 ภาพบรรยากาศงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 และ Cosmopack CBE ASEAN ที่รวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานความงาม

รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ความงามที่เราใช้กันทุก […]

The post Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 กลับมาอีกครั้ง พร้อมรวมผู้ประกอบการความงามจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 และ Cosmopack CBE ASEAN ที่รวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานความงาม

รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ความงามที่เราใช้กันทุกวัน ตั้งแต่สกินแคร์ เครื่องสำอาง ไปจนถึงน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง

และหนึ่งในสถานที่ที่รวบรวมทั้งแบรนด์ ผู้ผลิต นักพัฒนาสูตร ซัพพลายเออร์วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ประกอบการจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว กำลังจะเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ

 

ภาพบรรยากาศงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 และ Cosmopack CBE ASEAN ที่รวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานความงาม 1

 

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก กลับมาอีกครั้งพร้อมการขยายพื้นที่จัดงานถึง 2 ชั้น และการเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN แพลตฟอร์มใหม่ที่รวบรวมทุกภาคส่วนของ Beauty Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้อัปเดตเทรนด์ความงามล่าสุดจากทั่วโลก ค้นพบนวัตกรรมใหม่ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และเรียนรู้เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ความงาม ตั้งแต่การพัฒนาสูตร การคัดเลือกวัตถุดิบ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตสินค้าออกสู่ตลาดจริง

 

ภาพบรรยากาศงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 และ Cosmopack CBE ASEAN ที่รวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานความงาม 2

 

นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับการสร้างโอกาสทางธุรกิจแล้ว งานนี้ยังสะท้อนให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมความงามโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่

สำหรับใครที่สนใจโลกความงาม ไม่ว่าจะในฐานะผู้ประกอบการ นักลงทุน นักการตลาด หรือผู้ที่อยากมองเห็นอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ นี่คือหนึ่งในงานที่ไม่ควรพลาด

📅 24–26 มิถุนายน 2569

📍 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

🎟 ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรี และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ได้ที่ www.cosmoprofcbeasean.com

The post Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 กลับมาอีกครั้ง พร้อมรวมผู้ประกอบการความงามจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
HAIR FACTS: คุยเรื่อง Supplement ผิวและเส้นผม กับหมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ https://thestandard.co/life/dr-eung-skin-hair-supplements/ Wed, 13 May 2026 11:47:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1206884

หลายคนเชื่อว่าผมบาง ผมร่วง คือกรรมพันธุ์ที่แก้ไขอะไรไม่ […]

The post HAIR FACTS: คุยเรื่อง Supplement ผิวและเส้นผม กับหมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายคนเชื่อว่าผมบาง ผมร่วง คือกรรมพันธุ์ที่แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP แบรนด์ Functional Supplement สัญชาติไทย มองเรื่องนี้ต่างออกไป เธอเริ่มต้นธุรกิจจากปัญหาของตัวเอง เมื่อเผชิญภาวะผมร่วงจากความเครียดในช่วงที่ผ่านมา แล้วพบว่าในตลาดขณะนั้นยังขาด Supplement ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร่างกายแบบเป็นระบบอย่างแท้จริง และนอกจากนั้นเธอยังมองว่า Gap ไม่ใช่ว่าในตลาดไม่มีสินค้า แต่ผู้บริโภคมักยังสับสนว่าตัวไหนจำเป็น ตัวไหนเหมาะกับตัวเอง และควรดูอะไรนอกจากคำโฆษณา วันนี้หมอเอิงมาแชร์ข้อเท็จจริงกับ LIFE ว่าเส้นผมและหนังศีรษะต้องการอะไรจากภายใน และสารอาหารไหนมีหลักฐานจริง ไหนแค่กระแสกันแน่​?

 

HAIR FACTS หมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์

 

 
 

พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจ Functional Supplement เกี่ยวกับเส้นผม


“เริ่มจากตัวเองค่ะ เอิงมีความเชื่อมาตลอดว่าเราไม่ควรรอจนป่วยก่อนค่อยดูแลตัวเอง และเชื่อเรื่องการเสริมให้แข็งแรงดีกว่าพังหรือเสื่อมแล้วค่อยมารักษา จุดที่ทำให้เอิงสนใจ Functional Supplement คือย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เอิงผมร่วงเยอะมากจากความเครียด ตอนนั้นก็พยายามหาวิตามินที่จะช่วยเสริม ไปดูในท้องตลาดจะมีแค่วิตามินเดี่ยวๆ เช่น  Zinc Biotin เลยคิดว่าน่าจะมี Supplement ที่รวมเอาทั้งวิตามิน แร่ธาตุและสารสกัดหลายๆ ตัว ที่ทำงานเสริมกัน ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพแต่ละด้าน เลยเป็นที่มาของ SOLVEGROUP ที่เราเรียกตัวเองว่า Functional Supplement คือการรวมเอาวิตามินแร่ธาตุและสารสกัดหลายชนิดที่มีส่วนผสมที่เสริมฤทธิ์กัน  มีโดสที่เหมาะสม ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การทำงานของร่างกายแบบเป็นระบบตามหลักทางวิทยาศาสตร์ค่ะ”

 

พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP 1

 

มองเห็น Gap อะไรในตลาด Supplement ไทย

 
“ต้องย้อนกลับไปตอนเริ่มบริษัทเมื่อเจ็ดปีที่แล้วตอนนั้นในตลาดอาหารเสริมและวิตามินส่วนใหญ่ยังคงเป็นแค่วิตามินเดี่ยว ที่เน้นเรื่องโดส หรือปริมาณที่ใส่ แต่ตอนนั้นยังไม่มี Functional Supplement ที่นอกจากเรื่องชนิดของวิตามินและสารที่ใช้ รวมถึงปริมาณที่ใส่ เรายังดูเรื่องกลไกของร่างกาย การทำงานร่วมกันของส่วนผสมที่ออกฤทธิ์เสริมกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพอย่างตรงจุด และนอกจากนั้นเอิงมองว่า Gap ไม่ใช่ว่าในตลาดไม่มีสินค้า แต่ผู้บริโภคมักยังสับสนว่าตัวไหนจำเป็น ตัวไหนเหมาะกับตัวเอง และควรดูอะไรนอกจากคำโฆษณา สิ่งที่อยากเข้ามาทำคือทำให้ Supplement เข้าใจง่ายขึ้น  และมีมาตรฐานมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกสารสำคัญ การดูงานวิจัย การออกแบบสูตรให้มี Synergistic Effect หรือออกฤทธิ์เสริมกัน เราให้ความสำคัญกับความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ  ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่าย การสื่อสารแบบไม่ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังเกินจริง ให้มองว่า Supplement เป็นตัวเสริมไม่ใช่ทางลัด เพื่อให้ผู้บริโภค สามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างถูกต้องด้วย เพราะ Supplement ที่ดีไม่ควรแทนอาหาร ยา หรือการรักษา แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ทำควบคู่กับ Lifestyle ที่ดี”

 

พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP 2

 

Omega-3 ตัวใหม่ออกแบบภายใต้ Preventive Health เจาะปัญหาไหนของผู้หญิงยุคนี้

 

“Omega-3 ออกแบบจากแนวคิดว่า ผู้หญิงยุคนี้มี  Silent Stress หรือความเครียดแฝงในร่างกายค่อนข้างเยอะ ทั้งจากการทำงานหนัก นอนน้อย อาหารที่ทานไม่สมดุล ทำให้เกิดการอักเสบระดับต่ำที่เราอาจไม่รู้ตัว ซึ่งการอักเสบเล็กน้อยเหล่านี้เรียกว่า Chronic Inflammation เป็นสาเหตุที่ร่างกายเกิดความเสื่อม Omega-3 โดยเฉพาะ EPA และ DHA มีบทบาทที่ถูกศึกษาในเรื่อง กระบวนการอักเสบในร่างกาย ดูแลการทำงานของหัวใจ หลอดเลือด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Preventive Health คือไม่ใช่รอให้มีปัญหาแล้วค่อยดูแล แต่ดูแลพื้นฐานของร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งที่เราโฟกัสคือผู้หญิงวัยทำงาน 30+ ถึง 40+ ที่เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยง่าย เครียดง่าย พักผ่อนไม่เต็มที่ หรือเริ่มอยากดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ”

 

พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP 3

 

ผู้หญิงยุคนี้มักดูแลสุขภาพผิดพลาดตรงไหนมากที่สุด

 

“จริงๆ แล้วผู้หญิงยุคนี้ดูแลตัวเองดีขึ้นมากๆ นะคะ แต่ถ้าจะให้เสริมเรื่องการดูแลตัวเองมีหลักการที่จะทำให้การดูแลตัวเองดีขึ้นคือ ยิ่งเวลาเราอายุมากขึ้น ไม่ควรดูแลเป็นจุดๆ ค่ะ แต่ควรดูแลแบบองค์รวม ดูแลเป็นระบบควบคู่กัน ยกตัวอย่าง เรื่องผิว ถ้าเราอายุ 40 เราอาจจะไม่ได้ดูแลแค่เรื่องรอยดำ สีผิว ไม่สม่ำเสมอ หรือริ้วรอย และความหย่อนคล้อย แต่ควรดูแลควบคู่กันทุกสาเหตุ เป็นเพราะว่าพอเราอายุมากขึ้นความเสื่อม ขึ้นทุกชั้นผิว ดังนั้นเราควรจะดูแลควบคู่กันไปทั้งระบบ และการดูแลตัวเองเมื่ออายุมากขึ้นไม่ควรจะเน้นแค่ภายนอกอย่างเดียว ควรดูแลตัวเองจากภายในด้วย เช่น อยากผิวดี การนอนมีผล ควรนอนที่ดีให้มีคุณภาพ เน้นอาหารที่มีโปรตีนหลากหลายทานโปรตีนให้เพียงพอ ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง ทานไฟเบอร์จากผักหลายสี  เพื่อเราจะได้สารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลายค่ะ”

 

Supplement ตัวไหนมีหลักฐานชัดเจนที่สุดเรื่องผิว

 

“ถ้าพูดแบบ Evidence-Based เอิงมองว่า Collagen Peptides เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีงานวิจัยค่อนข้างเยอะในเรื่อง Skin Hydration, และ Skin Elasticity  คือเรื่องความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นของผิว โดยมี Systematic Review และ Meta-Analysis ที่พบว่าการรับประทาน Hydrolyzed Collagen ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ได้ โดยหลายงานใช้ระยะเวลาประมาณ 8-12 สัปดาห์  

 

แต่เอิงจะไม่พูดว่า Collagen คือคำตอบเดียวของผิว เพราะผิวเกี่ยวข้องกับหลายระบบ เช่น Oxidative Stress, Barrier Function, Collagen Synthesis, UV Exposure และการนอน ดังนั้นในสูตรที่ดี เรามักมองหลายมิติ เช่น Collagen, Vitamin C, Ceramide, Antioxidant เช่น Pycnogenol ที่ดูแลเรื่องเม็ดสีรวมถึง Astaxanthin ที่ดูแลเรื่อง Skin Aging, Moisture และ Elasticity  หรือเรื่องริ้วรอย สำหรับ Vitamin C มีบทบาทสำคัญต่อการสร้าง Collagen และ Antioxidant Function ในผิว ส่วน Ceramide มีงานวิจัยด้าน Skin Hydration หรือความชุ่มชื้นของผิว และ Skin Barrier ค่ะ”

 

พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP 4

 

Collagen, Biotin, Vitamin C ต่างกันอย่างไร กินร่วมกันได้ไหม

 

“สามตัวนี้ทำงานคนละหน้าที่ค่ะ Collagen Peptides คือวัตถุดิบเชิงโครงสร้าง เป็น Peptide/ Amino Acid ที่เกี่ยวข้องกับผิว ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น โดยงานวิจัยในคนมักประเมินผลที่ 8-12 สัปดาห์ Vitamin C เป็น Cofactor ในการสร้าง Collagen และเป็น Antioxidant ดังนั้นไม่ได้ทำหน้าที่เหมือน Collagen แต่ช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างและปกป้องโครงสร้างผิว Biotin เป็นวิตามินบีที่เกี่ยวกับ Metabolism และมักถูกพูดถึงเรื่องผม เล็บ แต่หลักฐานเรื่องการเสริม Biotin ในคนทั่วไปที่ไม่ได้ขาด อาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องผมร่วง ผมบาง แต่ทำให้ผมแข็งแรง กินร่วมกันได้ในคนทั่วไปค่ะ แต่ควรระวัง Biotin เพราะอาจรบกวนผลตรวจเลือดบางชนิด โดยเฉพาะ Thyroid  Hormone และ Cardiac Marker จึงควรแจ้งแพทย์หรือหยุดก่อนตรวจตามคำแนะนำของแพทย์”

 

สัญญาณอะไรที่เช็กได้ว่าขาด Nutrient ที่ส่งผลต่อผิวและผม

 
“จริงๆ แล้วผิวและผมเป็นเหมือน กระจกสะท้อนสุขภาพภายในค่ะ เพราะร่างกายจะเอาสารอาหารไปใช้กับอวัยวะสำคัญก่อน ถ้าร่างกายได้รับสารอาหารไม่พอ สิ่งที่เริ่มเปลี่ยนบ่อย ๆ ก็คือผิว ผม และเล็บ เช่น

  • โปรตีนไม่เพียงพอ อาจทำให้ผมบาง ผมร่วงง่าย เล็บเปราะ มวลกล้ามเนื้อลดลง หรือแผลหายช้าลง เพราะเส้นผมและ collagen ในผิวต้องใช้กรดอะมิโนเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้าง
  • ธาตุเหล็กต่ำ เป็นหนึ่งในภาวะที่สัมพันธ์กับผมร่วง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทำงานหรือคนที่มีประจำเดือนมาก อาจมีอาการเหนื่อยง่าย ซีด หน้ามืด หรือผมร่วงมากผิดปกติร่วมด้วยได้
  • สังกะสี (Zinc) ต่ำ อาจสัมพันธ์กับผมร่วง ผิวแห้ง สิวง่าย แผลหายช้า หรือเล็บเปราะ เพราะ Zinc มีบทบาทกับ skin barrier และการแบ่งตัวของเซลล์
  • Vitamin C ไม่เพียงพอ อาจทำให้ผิวดูหมอง แผลหายช้า หรือมีปัญหาเรื่อง Collagen Synthesis เพราะวิตามินซีเป็น Cofactor สำคัญในการสร้าง Collagen
  • วิตามินดีต่ำ บางการศึกษาพบความสัมพันธ์กับผมร่วงบางประเภท อ่อนเพลีย หรือภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนไป แต่ต้องประเมินร่วมกับอาการและผลเลือดด้วย
  • Biotin Deficiency พบไม่บ่อยในคนทั่วไป แต่ถ้าขาดจริงอาจมีผื่น ผมบาง หรือเล็บเปราะได้ อย่างไรก็ตาม ในคนที่ไม่ได้ขาด ทานแล้วผมจะแข็งแรงขึ้นค่ะ 
  • Omega-3 Intake ต่ำ อาจสัมพันธ์กับผิวแห้งหรือ Skin Barrier ที่ไม่แข็งแรง เพราะ Omega-3 เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของ Cell Membrane และ Inflammatory Pathways

 

แต่สิ่งสำคัญคือ อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่า ขาดวิตามินแน่นอนเสมอไป เพราะผมร่วงหรือผิวแย่อาจเกิดจากความเครียด การนอน ฮอร์โมน ไทรอยด์ การลดน้ำหนักเร็ว หรือโรคบางอย่างได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้ามีอาการชัดหรือเป็นต่อเนื่อง ควรหาสาเหตุร่วมด้วยค่ะ”

 

พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP 5

 

Supplement กับผิวต้องรอนานแค่ไหนถึงเห็นผล

 

“ถ้าพูดตามหลักวิทยาศาสตร์ ผิวไม่ได้เปลี่ยนในไม่กี่วันค่ะ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการ เปลี่ยนแปลงจากภายใน ก่อนที่เราจะเริ่มเห็นผลจากภายนอก โดยทั่วไป วงจรการผลัดเซลล์ผิวของผู้ใหญ่จะนานกว่าเด็กๆด้วย อยู่ประมาณ 28-40 วัน และจะช้าลงตามอายุ ความเครียด การนอน และ UV Exposure ดังนั้น Supplement ที่เกี่ยวข้องกับผิวจึงมักต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 8-12 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง

 

อย่าง Collagen Peptides หลายงานวิจัยในคนเริ่มประเมินผลที่ประมาณ 8-12 สัปดาห์ และพบการเปลี่ยนแปลงเรื่อง Skin Hydration, Elasticity และ Wrinkle Appearance ในบางกลุ่ม นอกจาก Collagen จริง ๆ ยังมี Nutrient และ Antioxidant หลายตัวที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับผิว เช่น

 

  • Vitamin C มีบทบาทสำคัญใน Collagen Synthesis เพราะเป็น Cofactor ของเอนไซม์ที่ใช้สร้าง Collagen รวมถึงทำหน้าที่เป็น Antioxidant ลด Oxidative Stress ที่เกี่ยวข้องกับ Skin Aging โดยงาน Review หลายชิ้นระบุว่า Vitamin C มีบทบาทต่อ Skin Barrier และ Photoprotection แต่ผลลัพธ์จากการเสริมจะขึ้นกับพื้นฐานโภชนาการเดิมของแต่ละคน 
  • Pycnogenol® มีงานวิจัยในผู้หญิงที่ศึกษาประมาณ 12 สัปดาห์ พบการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง skin hyperpigmentation หรือเรื่องเม็ดสี  ฝ้า กระ
  • Astaxanthin มีงานวิจัยในคนบางส่วนที่ศึกษาประมาณ 6-12 สัปดาห์ พบความเปลี่ยนแปลงในเรื่อง Skin Moisture, Elasticity และ Fine Wrinkles ในบางกลุ่ม โดยกลไกหลักเกี่ยวข้องกับ Antioxidant Activity และการลด Oxidative Damage จาก UV แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นกับโดสและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการศึกษา 

 

สิ่งสำคัญคือ Supplement ไม่ได้ทำงานแยกจาก lifestyle ค่ะ เพราะถ้ายังนอนน้อย เครียดสูง เจอ UV เยอะ สูบบุหรี่ หรือได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ผลลัพธ์ก็อาจไม่ชัด แม้จะเลือก Supplement ที่ดีแล้วก็ตาม ดังนั้นเอิงมองว่า Supplement เป็นตัวช่วยสนับสนุนการทำงานของผิวจากภายใน ทึ่ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนผิวแบบรวดเร็วหรือทันทีค่ะ และควรควบคู่กับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วยค่ะ” 

 

นอกจาก Supplement มี Habit หรือ Lifestyle อะไรที่หมอยึดถือ

 

“เอิงยึดอยู่ 6 เรื่อง ที่ถือว่าเป็นพื้นฐานแต่สำคัญมากค่ะดังนี้ 

 

  1. Sleep เพราะการนอนคือเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง และยังเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนหลายตัวในร่างกาย 
  2. Protein  ไฟเบอร์ และโภชนาการที่เหมาะสม เพราะผิว ผม กล้ามเนื้อ และฮอร์โมนต้องใช้วัตถุดิบ
  3. Movement ไม่จำเป็นต้องหนัก แต่ต้องสม่ำเสมอ และควรจะมีครบทั้งการออกกำลังกายแบบ Weight Training เพื่อช่วยกันกระตุ้นร่างกายให้มีมวลกล้ามเนื้อ รวมถึงการออกกำลังแบบคาร์ดิโอเพื่อช่วยระบบหัวใจและหลอดเลือด
  4. Stress Management เพราะความเครียดเรื้อรังส่งผลทั้งผิว ผม น้ำหนัก และการนอน เรื่องความเครียดจริงๆไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีแต่เราต้องเปลี่ยนมุมมองของความเครียดให้เป็นเรื่องบวกให้เป็นความท้าทาย เพราะความเครียดที่ส่งผลเชิงบวกหรือลบ ให้ผลกับร่างกายแตกต่างกันค่ะ
  5. Relationship มีความสัมพันธ์ที่ดี กับผู้คนรอบตัว หรือเรียกง่ายง่ายคือมี Support System
  6. Sun Protection เพราะต่อให้กินอะไรดีแค่ไหน ถ้าไม่ป้องกัน UV ผิวก็เสียหายสะสมอยู่ดี สำหรับเอิง Supplement คือ ตัวเสริมที่ดีมากเมื่อเราเลือกถูก  แต่รากฐานของสุขภาพยังเป็น Lifestyle หรือการใช้ชีวิตของเราค่ะ”

The post HAIR FACTS: คุยเรื่อง Supplement ผิวและเส้นผม กับหมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แดดไทยร้อนระดับพระอาทิตย์บิดแรง ทำ Dove เปิดตัว NPD ใหม่ ปกป้อง “ผม” เสียจากแดด ความร้อน https://thestandard.co/dove-hair-sun-protection/ Mon, 11 May 2026 09:30:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1201946 ภาพผลิตภัณฑ์ Dove UV Ferulic เซรั่มกันแดดผมใหม่ ปกป้องผมเสียจากแดดและความร้อน

ถึงจะเตรียมใจ เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ก่อนเป็นอย่างดีในทุก […]

The post แดดไทยร้อนระดับพระอาทิตย์บิดแรง ทำ Dove เปิดตัว NPD ใหม่ ปกป้อง “ผม” เสียจากแดด ความร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผลิตภัณฑ์ Dove UV Ferulic เซรั่มกันแดดผมใหม่ ปกป้องผมเสียจากแดดและความร้อน

ถึงจะเตรียมใจ เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ก่อนเป็นอย่างดีในทุก ๆ ปี แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเมื่อไร เชื่อเหลือเกินว่า ไม่น่าจะมีคนไทยคนไหนสามารถปรับตัวให้ชินกับอุณหภูมิที่ร้อนสูงจนแทบจะหายใจไม่ออกแบบนี้ได้แน่ ๆ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่ปัญหาโลกร้อน ส่งผลกระทบเชิงลบกับโลกใบนี้อย่างหนัก ยิ่งทำให้อุณหภูมิความร้อนในหน้าร้อนแต่ละปียิ่งทวีความรุนแรง และหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในปีนี้ที่ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมาประกาศเตือนประชาชนล่วงหน้าว่า ดัชนีความร้อน (Heat Index) ของไทยในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้ มีโอกาสพุ่งสูงทะลุ 52-60 องศาเซลเซียสจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน

 

จริงอยู่ที่ ดัชนีความร้อน ≠ อุณหภูมิจริง เพราะในที่นี้ Heat Index ก็คือ อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์สูง หรือระดับความร้อนที่ร่างกายเราจะรู้สึก แต่ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ดัชนีความร้อนที่สูงเช่นนี้ ไม่ส่งผลดีกับเราแน่ ๆ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะแดดโดยตรงได้

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Dove UV Ferulic เซรั่มกันแดดผมใหม่ ปกป้องผมเสียจากแดดและความร้อน 1

 

สำหรับผิว เรายังพอป้องกันด้วยการทาครีมกันแดดหรือสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดได้ แต่สำหรับ “เส้นผม” และหนังศรีษะ นี่ถือเป็นอีกจุดบอบบางที่ต้องการการดูแลและการป้องกันเป็นพิเศษไม่แพ้ผิวเลยด้วยซ้ำ เพราะมีข้อบ้งชี้แล้วว่า แสงแดดสามารถสร้างความเสียหายให้กับเส้นผมได้มากกว่าที่คุณคิด!

 

แสงแดดและความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผลเสียต่อเส้นผมจริงหรือ?

 

งานวิจัยเรื่อง UV damage of the hair ที่เผยแพร่เมื่อปี 2008 ผ่านแพลตฟอร์มของ NIH (National Institutes of Health) หรือสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ระบุประเด็นที่น่าสนใจ โดยชี้ชัดว่า แสงแดดส่งผลเสียต่อเส้นผมโดยตรง

 

อย่าง รังสี UVB ในแสงแดดก็เป็นตัวการหลักที่ทำให้เส้นผมสูญเสียโปรตีนสำคัญ หรือเคราติน ตามมาด้วย UVA ที่มีส่วนทำให้เส้นผมเงางามของคุณอาจได้รับผลกระทบจากสีผมที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปเมื่อต้องเผชิญกับรังสีจากแสงแดดในระดับนาโนเมตร (nm) ที่สูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Dove UV Ferulic เซรั่มกันแดดผมใหม่ ปกป้องผมเสียจากแดดและความร้อน 2

 

ผลลัพธ์ที่ตามมาต่อเส้นผมจึงใหญ่หลวงและเสียหายกว่าที่คิด ทั้งการที่โครงสร้างของเส้นผมอ่อนแอ ทำให้ผมเสีย แห้งกรอบ เปราะบาง และแตกหักง่าย 

 

ถึงขนาดที่มีการเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า แสงแดดทำให้ผมเสียในระดับความรุนแรงที่หนักกว่า การหนีบ ไดร์ หรือดัดสูงกว่า 4 เท่าด้วยซ้ำ!

 

เรื่องแดดและเส้นผมจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามหรือปล่อยปะละเลยได้อีกต่อไป หากคุณใส่ใจในรูปลักษณ์และอยาก Maintain เส้นผมและหนังศรีษะให้ดีอยู่เสมอ

 

Dove เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สู้หน้าร้อนท้าชนพระอาทิตย์ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ผู้นำ Hair Care Product “ที่เข้าใจในการดูแลเส้นผม” ผู้คนอย่างแท้จริง

 

เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในโซลูชันที่ช่วยให้ผู้บริโภค คนที่ใส่ใจในสุขภาพเส้นผม หนังศรีษะทุกคน ได้ดูแลเส้นผมของตัวเองอย่างสบายใจในวาระเร่งด่วน

 

พร้อมเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีในทุกโอกาส Dove ในฐานะแบรนด์ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ Hair Care จึงได้เปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่เพื่อตอบโจทย์การดูแลเส้นผม ป้องกันความเสียหายจากแสงแดดโดยตรงในซีรีส์ “Dove UV Ferulic”

 

โดฟ

 

Dove UV Ferulic เป็นไลน์อัพนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมใหม่ที่ Dove พัฒนาและคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถรับมือกับภัยจากแดดที่สร้างความเสียหายกับเส้นผมได้โดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย 

  1. แชมพู : Dove โดฟ แชมพู เฟอรูลิก+ ยูวี รีแพร์ แอนด์ โกลว์ แดเมจ เทอราพี
  2. คอนดิชันเนอร์บำรุง : Dove โดฟ คอนดิชันเนอร์ เฟอรูลิก+ ยูวี รีแพร์ แอนด์ โกลว์ แดเมจ เทอราพี
  3. ทรีทเม้นท์มาส์ก์ฟื้นฟูผม : Dove โดฟ เซรั่ม ทรีทเม้นท์ มาส์ก เฟอรูลิก+ ยูวี รีแพร์ แอนด์ โกลว์ แดเมจ เทอราพี
  4. เซรั่มกันแดดผม : Dove โดฟ ไบ-เฟส เซรั่ม+ออยล์ เฟอรูลิก+ ยูวี รีแพร์ แอนด์ โกลว์

 

การใช้งานตามสูตรที่ทาง Dove แนะนำเพื่อให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดี เสริมเกราะป้องกันจากแสงแดด สามารถไล่ใช้งานจากข้อ 1 ไปถึงข้อ 4 ตามลำดับได้เลย เริ่มต้นที่ ใช้แชมพู เฟอรูลิก+ ยูวี รีแพร์ แอนด์ โกลว์ แดเมจ เทอราพี สระผม เพื่อช่วยฟื้นและบำรุงผมที่เสียสะสมจากการทำร้ายของรังสียูวี ทั้งยังช่วยให้ผมสวยเงางามขึ้น 8x เท่า สำหรับผมที่ถูกทำร้ายสะสมจากรังสียูวี 

 

ตามด้วยคอนดิชันเนอร์หรือครีมนวดในการบำรุงเส้นผม โดยเน้นชโลมลงบนเส้นผมที่เปียก ตั้งแต่กึ่งกลางจรดปลายผม แล้วล้างออกให้สะอาด

 

ก่อนจะเสริมโครงสร้างเส้นผมด้วยเกราะป้องกันผมจากการทำร้ายของรังสียูวีด้วย  “ทรีทเม้นท์ มาส์ก” ที่อัดเเน่นด้วย Ferulic Capsule หลายล้านโมเลกุล ทำหน้าที่คืนชีพผมเสีย ผมพัง ผมกรอบ ให้กลับมานุ่มลื่นสวย เงางามแข็งแรง

 

แล้วตบท้ายด้วย “เซรั่มกันแดดผม” โดฟ ไบ-เฟส เซรั่ม+ออยล์ ที่ถือเป็นนวัตกรรม “กันเเดดผมเจ้าเเรก” ของโลกโดย Dove มาพร้อม HPF70 ปกป้องผมเสียจากแดดและรังสียูวียาวนานต่อเนื่อง 70 ชม. เพื่อให้ผมเงางามจากภายใน ปกป้องเส้นผมได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะแสงแดดของวัน

 

เรียกได้ว่า ปิดครบจบสูตรการดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดี ห่างไกลจาก “ความเสียหาย” และการทำลายจากแสงแดดได้แบบรอบด้านอย่างแท้จริง

 

ทั้งหมดนี้ ถือเป็นนวัตกรรมการดูแลเส้นผมโดย Dove ที่เกิดขึ้นจากการสังเกต และความใส่ใจ เพราะการดูแลเส้นผมไม่ได้จบลงแค่ห้องน้ำหรือในร้านแฮร์ซาลอนเท่านั้น 

 

ตรงกันข้าม การดูแลเส้นผมให้ดูดี มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ ต้องจัดเต็มในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยามออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน กลางแจ้ง และระหว่างวันนั่นเอง 

 

#DoveThailand #โดฟกู้ผมเสียขั้นสุด

The post แดดไทยร้อนระดับพระอาทิตย์บิดแรง ทำ Dove เปิดตัว NPD ใหม่ ปกป้อง “ผม” เสียจากแดด ความร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Summer Hair Guide: อินไซด์เรื่องทรงผมกับแฮร์สไตลิสต์ นาเดีย-เบญจพร https://thestandard.co/life/summer-hair-guide-nadia-banjaporn/ Fri, 24 Apr 2026 04:00:32 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1200493 นาเดีย-เบญจพร แฮร์สไตลิสต์แถวหน้า ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเทรนด์และเคล็ดลับดูแลผมรับซัมเมอร์

เมื่ออากาศร้อนชื้นกลายเป็นสภาพอากาศหลักของชีวิตประจำวัน […]

The post Summer Hair Guide: อินไซด์เรื่องทรงผมกับแฮร์สไตลิสต์ นาเดีย-เบญจพร appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาเดีย-เบญจพร แฮร์สไตลิสต์แถวหน้า ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเทรนด์และเคล็ดลับดูแลผมรับซัมเมอร์

เมื่ออากาศร้อนชื้นกลายเป็นสภาพอากาศหลักของชีวิตประจำวัน การมีผมที่ดูดีอาจไม่ใช่เรื่องของการจัดทรงให้เป๊ะ แต่คือการเข้าใจธรรมชาติของเส้นผม และเลือกวิธีดูแลให้สอดคล้องกับอากาศจริงมากกว่า THE STANDARD LIFE ชวนพูดคุยกับ นาเดีย-เบญจพร คำพับ แฮร์สไตลิสต์แถวหน้าของไทย ถึงวิธีดูแลเส้นผมในช่วงซัมเมอร์ให้ยังคงสุขภาพดี เงางาม และจัดทรงได้ง่าย โดยไม่ต้องพยายามมากเกินไป

 


 

ในมุมของนาเดีย เทรนด์ผมในช่วงซัมเมอร์นี้ไม่ได้อยู่ที่ความเนี้ยบ แต่เป็นความ ‘ดูดีแบบไม่ตั้งใจ’ ผมที่มีเท็กซ์เจอร์เล็กน้อย มีความพลิ้ว มีช่องว่างระหว่างเส้นผม และดูเหมือนตื่นมาก็สวยเลย กลายเป็นภาพจำใหม่ของความสวยที่เข้ากับอากาศร้อนชื้นมากกว่าผมตรงเรียบกริบแบบเดิม เพราะในสภาพอากาศแบบเมืองไทย ความเนี้ยบมักอยู่ได้ไม่นาน แต่ผมที่มี movement และความเป็นธรรมชาติกลับดูเข้ากับบริบทจริงของชีวิตมากกว่า

 

นาเดีย: “ตอนนี้เทรนด์จะเป็นผมที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ มีความ messy เล็กน้อย เหมือนตั้งใจแต่ไม่ตั้งใจ ฟีลตื่นมาก็สวยเลย แต่ยังคงมีสไตล์อยู่ ผมจะมีเท็กซ์เจอร์ มีความเว้น ความพลิ้ว ไม่เนี้ยบจนเกินไป ส่วนทรงที่เริ่มเอาต์ไปแล้วจะเป็นผมตรงเรียบกริบแบบสุขภาพดีเป๊ะๆ ซึ่งช่วงนี้คนไม่ค่อยทำกันแล้ว”

 

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ทรงผม แต่คือการ ‘เตรียมผม’ ให้พร้อมรับสภาพอากาศ นาเดียอธิบายว่าเราสามารถทำได้ทุกทรง แต่ต้องเริ่มจากการลดปัญหาผมฟูและความชื้นสะสม ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเส้นผม โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด การใช้โปรดักต์เนื้อเบาและไม่หนักจนเกินไป จะช่วยให้ผมยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ดูมันระหว่างวัน

 

นาเดีย-เบญจพร แฮร์สไตลิสต์แถวหน้า ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเทรนด์และเคล็ดลับดูแลผมรับซัมเมอร์ 1

 

นาเดีย: “จริงๆ อากาศร้อนแบบบ้านเรา ทำได้ทุกทรงเลย แต่สำคัญคือการเตรียมผมให้พร้อม ต้องมีการดูแลเพื่อป้องกันผมฟูหรือชี้ฟู และเลือกใช้โปรดักต์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเอง จะช่วยให้จัดทรงง่ายขึ้นมาก”

 

สำหรับคนที่มีปัญหาผมมันง่ายหรือเหงื่อออกมาก การเลือกผลิตภัณฑ์ยิ่งต้องละเอียดขึ้นอีกขั้น โปรดักต์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากอาจยิ่งทำให้ผมดูหนักและมันเร็วขึ้น นาเดียจึงแนะนำให้หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเบสเป็นน้ำหรือมีเนื้อบางเบาแทน เพื่อให้ผมยังคงความสดสะอาดและมีวอลลุ่ม โดยไม่ถูกกดทับจากความมันส่วนเกิน

 

นาเดีย: “แนะนำให้หลีกเลี่ยงโปรดักต์ที่มี oil เยอะ เพราะจะยิ่งทำให้ผมมันเร็วขึ้น ควรเลือกเป็นโปรดักต์ที่มีเบสเป็นน้ำ หรือเนื้อบางเบา จะช่วยให้ผมดูไม่หนักและไม่มันเกินไป”

 

ในแง่ของการปรับลุคโดยไม่ต้องตัดผมใหม่ เทคนิคเล็กๆ อย่างการเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้เส้นผมสามารถเปลี่ยนภาพรวมได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการม้วนผมเบาๆ เพื่อสร้าง movement หรือการใช้แฮร์โปรดักต์ช่วยให้ผมดูมีมิติมากขึ้น

 

นาเดีย-เบญจพร แฮร์สไตลิสต์แถวหน้า ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเทรนด์และเคล็ดลับดูแลผมรับซัมเมอร์ 2

 

นาเดีย: “ถ้าอยากเปลี่ยนลุคช่วงซัมเมอร์โดยไม่ต้องตัดผมเยอะ ง่ายมาก แค่เพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้ผม เช่น ม้วนผมนิดๆ ให้มี movement แล้วใช้โปรดักต์ช่วยเซตให้ดูมีมิติขึ้น หรือจะใช้กิ๊บเล็กๆ หนีบครึ่งหัว ก็ช่วยให้ลุคดูมีสไตล์ขึ้นทันที”

 

ส่วนเทรนด์สีผมในช่วงหน้าร้อน นาเดียมองว่าการเพิ่มประกายเล็กน้อยให้เส้นผม เช่น โทนบลอนด์อ่อน หรือสีที่สะท้อนแสง จะช่วยให้ผิวหน้าดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดด สีผมที่มีมิติจะช่วยให้ลุคโดยรวมดูมีชีวิตชีวามากกว่าสีผมที่ทึบแบน

 

นาเดีย: “ตอนนี้โปรดักต์ดูแลผมพัฒนาขึ้นมาก ทำสีหรือกัดผมแล้วผมไม่ได้เสียเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและดูแลอย่างต่อเนื่อง ผมก็ยังสามารถดูสุขภาพดีได้”

 

ซัมเมอร์อาจไม่ใช่ฤดูกาลของผมที่ต้องเป๊ะที่สุด แต่เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถปล่อยให้เส้นผมเป็นธรรมชาติได้มากขึ้น และเรียนรู้ที่จะดูแลมันในแบบที่สอดคล้องกับชีวิตจริง เพราะบางครั้ง ‘ผมที่ดูดีที่สุด’ อาจไม่ใช่ผมที่ถูกจัดแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือผมที่ยังคงความสบาย และเป็นตัวเองได้ในทุกวัน

The post Summer Hair Guide: อินไซด์เรื่องทรงผมกับแฮร์สไตลิสต์ นาเดีย-เบญจพร appeared first on THE STANDARD.

]]>
NONFICTION เปิดตัว Rose Pale Hair Serum Mist ใหม่ https://thestandard.co/nonfiction-rose-pale-serum-mist/ Sat, 16 Aug 2025 11:34:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1108153 nonfiction-rose-pale-serum-mist

แบรนด์ NONFICTION เปิดตัวไอเท็มใหม่ที่น่าจะถูกใจคนที่อย […]

The post NONFICTION เปิดตัว Rose Pale Hair Serum Mist ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
nonfiction-rose-pale-serum-mist

แบรนด์ NONFICTION เปิดตัวไอเท็มใหม่ที่น่าจะถูกใจคนที่อยากให้ผมหอมในทุกสถานการณ์ นี่คือไอเท็มที่ต่อยอดจากคอลเล็กชัน Rose Pale Hair Care Line จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง Rose Pale Hair Serum Mist ที่จะเป็นเพื่อนคนใหม่ของสาวๆ ช่วยดูแลเส้นผมที่หอมหวานและสดชื่นตลอดวัน แม้จะอยู่กลางแสงแดดและอากาศอบอ้าว

 

Rose Pale Hair Serum Mist มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นและอบอุ่นจากกลีบดอกกุหลาบดามัสก์ที่เพิ่งเบ่งบาน เพียงฉีดบางเบาก็ช่วยเติมความชุ่มชื่นและกลิ่นหอมให้เส้นผม พร้อมเพิ่มความเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือสัดส่วนที่ลงตัวระหว่างออยล์จากดอกกุหลาบดามัสก์และมอยส์เจอร์ในอัตรา 4:6 ที่ช่วยบำรุงผมอย่างล้ำลึกทันทีที่ใช้ โดยไม่ทิ้งความมันหรือหนักผม

 

สำหรับการใช้งาน Rose Pale Hair Serum Mist เป็นขั้นตอนสุดท้ายในกิจวัตรดูแลเส้นผม Rose Pale Hair Care Line โดยเริ่มจาก Rose Pale Shampoo ที่ทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน ตามด้วย Rose Pale Conditioner ที่เติมความชุ่มชื้นและคืนความเงางาม และจบด้วย Rose Pale Hair Serum Mist ที่บำรุงและมอบกลิ่นหอมยาวนาน Rose Pale Hair Serum Mist ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 1,590 บาท) สามารถแวะไปลองกลิ่นและสัมผัสไอเท็มจริงได้ที่ NONFICTION Pop-Up Store ชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

The post NONFICTION เปิดตัว Rose Pale Hair Serum Mist ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHANEL เปิดตัว Fragranced Hair Care สำหรับบุรุษ https://thestandard.co/chanel-men-fragranced-hair-care/ Mon, 30 Sep 2024 12:43:37 +0000 https://thestandard.co/?p=989883 CHANEL

CHANEL ก้าวล้ำนำเทรนด์อีกครั้งในปี 2024 ด้วยการเปิดตัว […]

The post CHANEL เปิดตัว Fragranced Hair Care สำหรับบุรุษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHANEL

CHANEL ก้าวล้ำนำเทรนด์อีกครั้งในปี 2024 ด้วยการเปิดตัว Fragranced Hair Care ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่มาพร้อมกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ โดยนวัตกรรมใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่สามารถต่อเวลาให้กลิ่นอะโรมาติกวูดดี้ที่สดชื่นของน้ำหอมติดทนนานยิ่งขึ้น 

 

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้มีสูตรเนื้อครีมบางเบา ไม่จำเป็นต้องล้างออก เหมาะสำหรับผมทุกประเภท ช่วยมอบความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น และเรียบลื่นให้กับเส้นผม พร้อมทั้งเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คงอยู่ยาวนาน เพียงใช้ 1-2 ปั๊มกับผมที่แห้งสนิท ก็สามารถขับเน้นกลิ่นอะโรมาติกวู้ดดี้อันสดชื่นของ BLEU DE CHANEL ได้อย่างโดดเด่น

 

นอกจากนี้ BLEU DE CHANEL ยังคงรักษาคอนเซปต์ของการเป็นตัวของตัวเอง ท้าทายกฎเกณฑ์ และค้นหาคำตอบจากภายใน ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จึงไม่เพียงแต่ดูแลเส้นผม แต่ยังเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้อีกด้วย

 

ภาพ: CHANEL

The post CHANEL เปิดตัว Fragranced Hair Care สำหรับบุรุษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Balmain Hair มรดกแห่งความงามจากรันเวย์สู่เส้นผม https://thestandard.co/life/balmain-hair/ Wed, 14 Aug 2024 07:47:19 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=970855 Balmain Hair

หลายคนอาจรู้จัก Balmain Hair เพราะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด […]

The post รู้จัก Balmain Hair มรดกแห่งความงามจากรันเวย์สู่เส้นผม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Balmain Hair

หลายคนอาจรู้จัก Balmain Hair เพราะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์แฟชั่น Balmain Paris ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 50 ปีในการผสมผสานผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเข้ากับเทรนด์ล่าสุดบนรันเวย์ ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากความลับเบื้องหลังเวที จนสะท้อนออกมาเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ เพื่อสร้างลุคสุดพิเศษแบบบนรันเวย์ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ความโดดเด่นของ Balmain hair มีอะไรบ้าง LIFE จะพาทุกคนไปรู้จักแบรนด์นี้ให้ดียิ่งขึ้น

 

Balmain Hair

 

What is it?

 

Balmain Hair เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์แฟชั่น Balmain Paris อันโด่งดัง ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว โดยมีจุดเด่นในการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการดูแลเส้นผมเข้ากับเทรนด์แฟชั่นล่าสุดจากรันเวย์ แบรนด์นี้มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างลุคสวยสไตล์รันเวย์ได้ในชีวิตประจำวัน จนได้รับการยอมรับจากสไตลิสต์ชั้นนำ อินฟลูเอ็นเซอร์ และเซเลบริตี้ทั่วโลก Balmain Hair ปรากฏบนหน้าความงามของสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัลที่มีอิทธิพลที่สุดทั่วโลก โดยคุณภาพและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นความหรูหราบริสุทธิ์จากบรรณาธิการและมืออาชีพในวงการ ซึ่งไม่มีแบรนด์ผมแบรนด์ใดที่มีความเชื่อมโยงกับแฟชั่นอย่างแข็งแกร่งเช่นนี้

 

 

The Ingredients

 

ในน้ำหอมสำหรับเส้นผมใหม่ล่าสุด Balmain Hair ใช้ส่วนผสมคุณภาพสูงในผลิตภัณฑ์ ได้แก่

  1. น้ำมันกระวาน (Cardamom Oil) มอบกลิ่นหอมอบอุ่นและคุณสมบัติในการบำรุงเส้นผม
  2. น้ำมันมะนาว (Lemon Oil) ช่วยให้เส้นผมสะอาด สดชื่น และเงางาม
  3. วานิลลา (Vanilla) มอบกลิ่นหอมหวานและช่วยปกป้องเส้นผม
  4. แบล็กเคอร์แรนต์ (Blackcurrant) อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง
  5. แพทชูลี (Patchouli) ช่วยสร้างสมดุลให้กับหนังศีรษะและมอบกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

 

 

The Product Range

 

  1. Ginger 1974 Hair Perfume น้ำหอมสำหรับเส้นผมที่มอบกลิ่นอบอุ่นด้วยเลเยอร์ของขิง มะกรูด และพริกไทยดำ ผสานกับความหอมหวานของวานิลลาและดอกไม้ ปิดท้ายด้วยกลิ่นหนังนุ่มและไวต์มัสก์

 

  1. Cardamom 1974 Hair Perfume สะท้อนความแข็งแกร่งแบบ Balmain ด้วยกลิ่นเฟมินีนที่ลึกลับเย้ายวน เปิดตัวด้วยกระวานและพริกไทยดำ ตามด้วยความหวานของวานิลลาและกุหลาบ จบด้วยกลิ่นอำพันและไวต์มัสก์

 

  1. Vetiver 1974 Hair Perfume น้ำหอมสำหรับเส้นผมที่มีกลิ่นอายแบบมัสคูลินแต่ยังคงความอ่อนหวาน เริ่มด้วยกลิ่นสดชื่นของเกรปฟรุตและรูบาร์บ ตามด้วยกลิ่นดอกไม้ และจบด้วยกลิ่นไม้อย่างหญ้าแฝกและซีดาร์

 

 

  1. คลิปหนีบผมรุ่น Pince à cheveux Medium Pearl ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับผมธรรมดาถึงผมหนา และสามารถใช้รวบผมเพื่อสร้างทรงผมแบบสบายๆ ได้หลากหลายสไตล์

 

 

The Sustainability Efforts

 

Balmain Hair ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ แบรนด์มุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ และพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ Balmain Hair ยังสนับสนุนโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมต่างๆ เพื่อคืนกำไรสู่ชุมชนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมความงาม

 

Balmain Hair

 

ภาพ: balmainhair / Instagram

 

The post รู้จัก Balmain Hair มรดกแห่งความงามจากรันเวย์สู่เส้นผม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก divi จากปัญหาผมร่วงสู่แบรนด์คุณภาพที่ใครๆ ก็อยากลอง https://thestandard.co/life/divi-hair-loss-problems/ Wed, 24 Jul 2024 10:00:10 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=962291 divi

แม้หลายแบรนด์จะอ้างว่าตนเป็น ‘ความลับที่ดีที่สุดในวงการ […]

The post รู้จัก divi จากปัญหาผมร่วงสู่แบรนด์คุณภาพที่ใครๆ ก็อยากลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
divi

แม้หลายแบรนด์จะอ้างว่าตนเป็น ‘ความลับที่ดีที่สุดในวงการความงาม’ แต่มีไม่กี่แบรนด์ที่สามารถอ้างยอดขาย 33 ล้านดอลลาร์ สำหรับผลิตภัณฑ์เดียวในปีแรก พร้อมกับการเติบโตแบบ 3 หลักในทุกๆ ปีต่อมา นี่คือความโดดเด่นและที่มาของ divi ที่ LIFE อยากพาผู้อ่านไปรู้จัก นี่คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ แต่กินเรียบในเรื่องยอดขาย มีการเปิดตัวเมื่อปลายปี 2021 โดย Dani Austin อินฟลูเอ็นเซอร์สายไลฟ์สไตล์จากรัฐเท็กซัส ผลิตภัณฑ์แรกของเธอคือเซรั่มบำรุงหนังศีรษะผสมเปปไทด์และคาเฟอีน (ราคา 48 ดอลลาร์สหรัฐ) ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าสำหรับการรักษาผมร่วงด้วยสารเคมี และนำชื่อเสียงด้านคุณภาพต่อยอดให้แบรนด์เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

What is it?

 

divi แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดย Dani Austin อินฟลูเอ็นเซอร์ไลฟ์สไตล์จากรัฐเท็กซัส แบรนด์นี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ ที่ประสบปัญหาผมร่วงตั้งแต่ปี 2019 หลังจากทดลองใช้วิธีการต่างๆ มากมาย รวมถึงวิกผมและส่วนผสมที่ทำเอง เธอตัดสินใจทำการวิจัยอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสุขภาพหนังศีรษะและการเจริญเติบโตของเส้นผม เธอร่วมมือกับนักเคมีเพื่อพัฒนาเซรั่มบำรุงหนังศีรษะที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ จุดมุ่งหมายของdivi คือการสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่สะอาด มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่การปกปิดปัญหา แบรนด์นี้ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ผล แต่ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ และตัวของ Dani Austin เองก็มั่นใจในการรักษาฐานลูกค้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในเป้าหมายที่จะบรรลุยอดขายประจำปี 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 อีกด้วย

 

 

The Ingredients

 

ส่วนผสมเด่นๆ ได้แก่

  • กรดอะมิโนช่วยเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม ต่อสู้กับผมชี้ฟู และลดผลกระทบจากผมแตกปลาย
  • คาเฟอีน กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม
  • เปปไทด์ส่งเสริมสุขภาพหนังศีรษะและการเจริญเติบโตของเส้นผม น้ำมันโรสแมรีมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่หนังศีรษะ
  • น้ำมันต้นชามีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
  • เบทาอีนช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม
  • เมนทอลให้ความรู้สึกสดชื่นที่หนังศีรษะ
  • โพสต์ไบโอติกสนับสนุนสุขภาพของไมโครไบโอมที่หนังศีรษะ
  • ชาเขียวมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กลูโคซามีนช่วยเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม 
  • สาหร่ายขนาดเล็กอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม
  • ไบโอตินช่วยในการสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในเส้นผม

 

 

The Product Range

 

ปัจจุบัน diviมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย รวมถึงเซรั่มบำรุงหนังศีรษะ แชมพู ครีมนวดผม และวิตามินบำรุงผม โดยไอเท็มที่เด่นๆ มีดังนี้

 

  1. Scalp Serum เซรั่มบำรุงหนังศีรษะที่ได้รับรางวัล ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับหนังศีรษะ ช่วยเพิ่มความหนาและความหนาแน่นของเส้นผม

 

  1. 3-in-1 Leave-In Conditioner ครีมนวดผมแบบไม่ต้องล้างออก ที่ช่วยสางผม ปกป้องผมจากความร้อนสูงถึง 450°F และให้ความชุ่มชื้นแบบเบาๆ

 

  1. Original Shampoo แชมพูสูตรอ่อนโยนที่ช่วยทำความสะอาดเส้นผม ขจัดสิ่งตกค้างบนหนังศีรษะ ให้ความชุ่มชื้น และบำรุงเส้นผม

 

  1. Volumizing Shampoo แชมพูสูตรเพิ่มวอลลุ่ม ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความฟู ความเด้ง และปริมาตรให้กับเส้นผม โดยเฉพาะสำหรับผมบาง

 

 

The Sustainability Efforts

 

diviแสดงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการการกุศลที่หลากหลาย โดยบริษัทบริจาค 1% จากทุกยอดขายให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรตามที่ลูกค้าเลือก ความพยายามด้านความยั่งยืนของdivi มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนสุขภาพจิต การช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง และการสนับสนุนผู้ที่ประสบปัญหาผมร่วง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของแบรนด์ โดยโครงการที่ diviสนับสนุนประกอบด้วย

 

  1. การสนับสนุนมูลนิธิ SeekHer เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้หญิง โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนการเข้าร่วมวงแห่งการเยียวยาสำหรับผู้หญิง 2,000 คน

 

  1. การร่วมมือกับ Fighting Pretty เพื่อมอบชุดดูแลให้กับผู้หญิงที่กำลังรับการรักษามะเร็ง โดยตั้งเป้าหมายที่ 600 ชุด

 

  1. การทำงานร่วมกับ Ahead of Beauty เพื่อสนับสนุนวิกผมให้กับผู้ที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษาทางการแพทย์ โดยมีเป้าหมายที่ 30 คน

 

  1. การสนับสนุนการวิจัยมะเร็งผ่าน City of Hope โดยมุ่งเน้นการให้ทุนสำหรับการตรวจแมมโมแกรมแก่ผู้ป่วย 8 ราย

 

 

ภาพ: diviofficial / Instagram

The post รู้จัก divi จากปัญหาผมร่วงสู่แบรนด์คุณภาพที่ใครๆ ก็อยากลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rihanna โชว์ลุคผมหยิกธรรมชาติขณะเดินทางไปนิวยอร์ก เป็นกลยุทธ์โปรโมต Fenty Hair แบบเนียนๆ https://thestandard.co/rihanna-show-naturally-curly-hair-promote-fenty-hair/ Tue, 11 Jun 2024 05:53:49 +0000 https://thestandard.co/?p=943795

ข่าวการเดินทางไปนิวยอร์กของแม่ค้าซูเปอร์สตาร์อย่าง Riha […]

The post Rihanna โชว์ลุคผมหยิกธรรมชาติขณะเดินทางไปนิวยอร์ก เป็นกลยุทธ์โปรโมต Fenty Hair แบบเนียนๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ข่าวการเดินทางไปนิวยอร์กของแม่ค้าซูเปอร์สตาร์อย่าง Rihanna มาพร้อมการปรากฏตัวด้วยลุคใหม่ของทรงผมหยิกลอนสั้นธรรมชาติ ซึ่งเรามองว่านี่อาจเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาดเพื่อโปรโมต Fenty Hair แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์ใหม่ที่เธอกำลังจะเปิดตัวในวันที่ 13 มิถุนายนนี้

 

เนื่องจาก Fenty Hair เปิดเผยว่า แบรนด์จะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับเส้นผมทุกประเภท การที่ Rihanna โชว์ลุคผมธรรมชาติของเธอเองก็เป็นการสื่อสารว่า แบรนด์นี้เป็นมิตรและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีเส้นผมแบบใด Rihanna ก็เป็นเหมือนพรีเซนเตอร์ที่บอกว่า เธอเข้าใจและใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยตัวเอง ดังนั้นการเลือกเปิดตัวลุคนี้ก่อนการเปิดตัวแบรนด์ไม่กี่วัน ยังเป็นการสร้างกระแสให้ผู้คนจับตามองและพูดถึงแบรนด์ใหม่นี้ เพิ่มความตื่นเต้นรอคอยให้กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

 

Rihanna รู้ดีว่าในฐานะคนดัง ทุกการกระทำของเธอย่อมเป็นที่จับตามอง การเปลี่ยนลุคครั้งนี้จึงเป็นการดึงดูดความสนใจและการรับรู้แบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการประกาศว่า Fenty Hair พร้อมจะมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับเส้นผมทุกสไตล์ โดยใช้ลุคทรงผมของตัวเองดึงความสนใจของมหาชนทั่วโลกได้อย่างชาญฉลาด ปัจจุบันบนอินสตาแกรมของแบรนด์ Fenty Hair มีผู้ติดตามเกือบ 160,000 คนแล้ว และเริ่มโพสต์ภาพผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจภายใต้แพ็กเกจจิ้งสไตล์มินิมัล สีสันสดใส ทั้งแชมพู, คอนดิชันเนอร์, มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเส้นผม, ทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม และผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อน บอกเลยว่านี่เป็นอีกเกมที่จะดุเดือดแน่นอนในตลาดความสวยความงาม

 

ภาพ: Courtesy of Splashnews.com

The post Rihanna โชว์ลุคผมหยิกธรรมชาติขณะเดินทางไปนิวยอร์ก เป็นกลยุทธ์โปรโมต Fenty Hair แบบเนียนๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก OUAI แบรนด์ดูแลเส้นผมที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงง่าย https://thestandard.co/life/ouai/ Wed, 13 Dec 2023 10:04:04 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=876412 OUAI

คนที่ชอบลองแฮร์แคร์ที่ไม่ซ้ำใคร อาจจะรู้จักแบรนด์ OUAI […]

The post รู้จัก OUAI แบรนด์ดูแลเส้นผมที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
OUAI

คนที่ชอบลองแฮร์แคร์ที่ไม่ซ้ำใคร อาจจะรู้จักแบรนด์ OUAI ดีอยู่แล้ว (อ่านว่า “เวย์”) เพราะเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมาสักพักแล้ว และยังเป็นที่นิยมด้วย OUAI เป็นแบรนด์ดูแลเส้นผมครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดไปจนถึงการเซ็ตจัดแต่งทรงผม จุดเด่นคือการออกแบบที่มีความร่วมสมัย และได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะของตัวเอง ทั้งดีไซน์ กลิ่น และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ใครที่อยากรู้จักกับแบรนด์ OUAI มากกว่านี้ เลื่อนไปอ่านรายละเอียดและที่มาต่อได้เลย 

 

 

What is it?

 

OUAI ก่อตั้งโดย Jen Atkin ช่างทำผมชื่อดังซึ่งเป็นที่รู้จักจากการทำงานร่วมกับลูกค้าที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น พี่น้องตระกูล Kardashian ทั้ง Kim, Khloe และ Kourtney, Jennifer Lopez, Gigi Hadid, Bella Hadid, Katy Perry, Jessica Alba และ Kendall Jenner เป็นต้น จุดมุ่งหมายของการก่อตั้งแบรนด์นี้เกิดจากความปรารถนาของ Atkin ที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่สามารถเติมช่องว่างระหว่างความหรูหราและการเข้าถึงได้ โดยอยากสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับร้านเสริมสวยที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้หญิงได้อย่างหลากหลาย จากปรัชญาของแบรนด์ ทำให้ไอเท็มที่ปล่อยออกมามีความเรียบง่าย ใช้งานง่าย ภายใต้ความเชื่อที่ว่าผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ควรมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

The Ingredients

 

ส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์​ OUAI ปราศจากสารที่เสี่ยงอันตรายต่อหนังศีรษะ เมื่อพลิกดูหลังกล่องจะพบว่าแบรนด์นี้ไม่มีส่วนผสมของพาราเบนและซัลเฟต หากเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทแชมพูหรือคอนดิชันเนอร์ ส่วนผสมจากธรรมชาติที่เติมเข้ามาก็จะเป็นแนวผลไม้และดอกไม้ที่มีสารสกัดดีๆ ที่มีส่วนช่วยบำรุงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง 

 

 

The Product Range

 

ไอเท็มเด่นๆ ที่เรียกว่าเป็นชิ้นเบสิกที่ควรลอง ได้แก่ แชมพู Fine Hair Shampoo แชมพูสูตรที่ปลอดภัยกับสีผม ที่จะมอบชีวิตชีวาแก่เส้นผมเรียบแบน เป็นสูตรสุดมหัศจรรย์ที่ทำได้ทุกสิ่งและจัดการกับทุกปัญหาเส้นผมของทุกคน และไอเท็มฮิตอย่าง Super Dry Shampoo ก็ไม่ควรพลาด มีส่วนผสมของแร่ธาตุจากภูเขาไฟและแป้งข้าวเจ้า ที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินออกจากหนังศีรษะ ให้เส้นผมมีวอลุ่ม สะอาด สดชื่น 

 

 

The Sustainability Efforts

OUAI ได้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเสมอมา เพราะแบรนด์นี้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจาก PCR (Post-Consumer Resin) ที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว ส่วนกระบวนจัดส่งก็เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก และต้องสามารถรีไซเคิลได้ 100% ลูกค้าของ OUAI ยังสามารถเลือกซื้อแบบรีฟีลเพื่อประหยัด และมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะไปในตัวด้วย นอกจากนี้แบรนด์ยังมีส่วนร่วมในโครงการริเริ่มเพื่อการกุศลต่างๆ ความมุ่งมั่นในหลักปฏิบัติด้านจริยธรรมนี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของแบรนด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ปรัชญาของแบรนด์ทั้งวันนี้และในอนาคต

 

 

ภาพ: OUAI / Instagram

The post รู้จัก OUAI แบรนด์ดูแลเส้นผมที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวคอลเล็กชัน Balmain Paris Hair Couture ที่ครบไลน์ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผมและแอ็กเซสซอรี https://thestandard.co/balmain-paris-hair-couture/ Thu, 16 Nov 2023 07:56:00 +0000 https://thestandard.co/?p=866316 Balmain Paris Hair Couture

FIRSTER by King Power ร่วมกับ Balmain Paris Hair Coutur […]

The post เปิดตัวคอลเล็กชัน Balmain Paris Hair Couture ที่ครบไลน์ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผมและแอ็กเซสซอรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Balmain Paris Hair Couture

FIRSTER by King Power ร่วมกับ Balmain Paris Hair Couture (บัลแมง ปารีส แฮร์ กูตูร์) เปิดตัวคอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 ที่นำเอาเสน่ห์แห่งยุคเรเนสซองส์มาเป็นคอนเซปต์ Touch The Hair Couture Experience ให้ทุกคนเข้าใกล้กลิ่นอายทรงผมเก๋ๆ แบบฉบับแฮร์กูตูร์ได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ผ่านผลิตภัณฑ์ดูแลผมและจัดแต่งทรงผม พร้อมแอ็กเซสซอรีสุดหรูแบบครบไลน์ที่ถ่ายทอดความงดงามของยุคเรเนสซองส์จากคอลเล็กชันเครื่องประดับ รวมถึงแพ็กเกจจิ้งที่มาในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชัน หรูหราไม่ซ้ำใคร

Balmain Paris Hair Couture เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์แฟชั่น Balmain Paris ที่มีมรดกตกทอดมายาวนานกว่า 50 ปี ในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเส้นผม ครอบคลุมทุกอย่างที่ผู้หญิงต้องการเพื่อสร้างสุดยอดลุคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเบื้องหลังแคตวอล์ก และนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และเครื่องประดับผมคุณภาพระดับโลกให้กับลูกค้าในเมืองไทยด้วย 


สำหรับคอลเล็กชันเครื่องประดับผมสุดหรู ‘Balmain Paris Hair Couture Fall/Winter 2023’ ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023 มีความโดดเด่นด้วยสีทองและสีเงิน ประกอบไปด้วย Limited Edition Silver Headband ที่คาดผมสีเงินสร้างสรรค์จากหนังวัวแท้ ประดับโลโก้เคลือบทอง 18K หรือจะเป็น Eclat Headband เครื่องประดับผมสุดหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากยุคเรเนสซองส์ชุบทอง 18K ประดับด้วยคริสตัลจาก Swarovski แท้, Pont Des Arts Chain Headband ที่คาดผมซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Love Lock หรือแม่กุญแจสลักชื่อที่ผู้คนมักนำไปคล้องบนสะพาน Parisian Pont Des Arts ประเทศฝรั่งเศส, Limited Edition Backstage Clip Pour Cheveux​ FW 2023 เครื่องประดับผมที่ได้แรงบันดาลใจจากเบื้องหลังรันเวย์ของ Balmain ผลิตจากทอง 18K ตกแต่งด้วยดีเทลสีเงิน โดดเด่นด้วยโลโก้ Balmain ที่ถูกสลักอย่างประณีต ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็น Balmain ได้อย่างแท้จริง และ Barrette Pour Cheveux Medium​ Silver/Gold เครื่องประดับผมชุบทอง 18K งานฝีมือสุดหรูที่จะยกระดับทุกทรงผมให้มีความหรูหรา สง่างาม ตกแต่งด้วยดีเทลสีเงิน ประดับโลโก้ตัว B สีทองโดดเด่นพร้อมเปล่งประกายสวยงาม ดึงดูดทุกสายตา

 

และอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเล็กชันประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023 คือ Balmain Paris Hair Couture Fall/Winter 2023 Care Set ที่มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งสุดลิมิเต็ดประจำซีซัน ภายใต้ชื่อ ‘Versailles’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากยุคเรเนสซองส์ 

 

พบกับคอลเล็กชันเหล่านี้ได้แล้ว โดยวางจำหน่ายเฉพาะที่ FIRSTER by King Power สาขาสยามสแควร์ ซอย 7 และสาขาคิง เพาเวอร์ มหานคร และล่าสุดกับ Shop In Shop สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ ฝั่งอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ รวมถึงช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่แอปพลิเคชัน FIRSTER BY KING POWER

 

 

ภาพ: FIRSTER by King Power

The post เปิดตัวคอลเล็กชัน Balmain Paris Hair Couture ที่ครบไลน์ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผมและแอ็กเซสซอรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก SKIN SYRUP แบรนด์จากแพทย์แผนไทยที่รวมสมุนไพรทั่วโลกมาดูแลเส้นผม https://thestandard.co/life/skin-syrup-herbal-hair-care/ Mon, 30 Oct 2023 04:24:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=860359 SKIN SYRUP

เมื่อ THE STANDARD LIFE ได้เห็นแพ็กเกจจิ้งที่ดูอินเตอร์ […]

The post รู้จัก SKIN SYRUP แบรนด์จากแพทย์แผนไทยที่รวมสมุนไพรทั่วโลกมาดูแลเส้นผม appeared first on THE STANDARD.

]]>
SKIN SYRUP

เมื่อ THE STANDARD LIFE ได้เห็นแพ็กเกจจิ้งที่ดูอินเตอร์สุดมินิมัล แต่ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นแบรนด์ไทยที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติทั้งจากมะกรูด อัญชัน และสมุนไพรหายากมากมาย ทำเอาเราต้องทึ่งกับแบรนด์ SKIN SYRUP มากๆ เมื่อค้นหาข้อมูลดูจึงพบว่านี่คือแบรนด์ไทยที่ได้พื้นที่วางจำหน่ายในร้านระดับโลกอย่าง SEPHORA ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยแพทย์แผนไทย ที่นำเอาความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมด้านสมุนไพร เวชกรรม และเภสัชกรรม มาหลอมรวมกับแพสชันที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในการดูแลสุขภาพเส้นผมที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม แต่ละผลิตภัณฑ์อุดมไปด้วยผสมเด่นๆ มากมายจากสมุนไพรทั้งไทยและต่างประเทศในทั่วทุกมุมโลก นี่เป็นแบรนด์ที่เกิดจาก ‘ใจ’ อย่างแท้จริง มีการตกทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก ผสานกับการปรับตัวในโลกการตลาดที่รู้ว่าผู้คนที่รักเส้นผมต้องการอะไร ใครที่อยากรู้จักกับแบรนด์นี้ให้มากขึ้นเรารวบรวมทุกเรื่องราวมาฝากแล้วดังนี้

 

SKIN SYRUP ABRACADABRA ANTI HAIR FALL SHAMPOO

 

What is it?

 

SKIN SYRUP เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยแพทย์แผนไทย ที่นำเอาความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมด้านสมุนไพร เวชกรรม และเภสัชกรรม มาหลอมรวมกับแพสชันที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในการดูแลสุขภาพเส้นผมที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมจนเกิดเป็นแบรนด์นี้ขึ้นมา ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์อุดมไปด้วยผสมเด่นๆ มากมายจากสมุนไพรทั้งไทยและต่างประเทศในทั่วทุกมุมโลก นี่เป็นแบรนด์ที่เกิดจาก ‘ใจ’ อย่างแท้จริง มีการตกทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก และมีเป้าหมายหลักในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะของคนในครอบครัว จึงเน้นสูตรที่มีความอ่อนโยนและปลอดภัย แถมยังรักษ์โลกด้วย

 

 

The Ingredients

 

โดยแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ รวมกับส่วนผสมหลักที่ได้มาจากธรรมชาติ เช่น มะกรูด อัญชัน และยังมีสมุนไพรหายาก เช่น ราชินีแห่งสมุนไพร โชวู, สนหางสิงห์, น้ำผึ้งป่า, รากโสม, กะเม็ง, โชแก้, แปะโป๋ว ล้วนเป็นส่วนผสมที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความอ่อนโยน ปลอดภัย และปราศจากสารเคมี โดยส่วนผสมเด่นๆ เช่น Everlasting Flower สารสกัดจากดอกไม้ที่พบได้เฉพาะแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเท่านั้น, Camellia Sinensis Leaf Extract สารสกัดจากใบชาเขียวที่มีสารต้านอนุมูลความเข้มข้นสูง, ถั่งเช่า ราชาแห่งสมุนไพรจีนที่พบได้บนยอดเขาหิมาลัยจากทิเบตและภูฏาน มีการรวบรวมจุดเด่นของสมุนไพรไทย จีน เกาหลี และแอฟริกา ที่ช่วยส่งเสริมกันมาผ่านการวิจัย พัฒนา และผลิตโดยนายแพทย์แผนไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร และทีม R&D จาก SKIN SYRUP Laboratory

 

SKIN SYRUP RESTORE

 

The Product Range

 

ผลิตภัณฑ์ที่ THE STANDARD LIFE คิดว่าน่าสนใจประกอบด้วย

 

  • Restore Shampoo ที่มีคุณประโยชน์ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี เพิ่มออกซิเจนในร่างกาย ต่อต้านสารปฏิชีวนะ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีสารอาหารที่ทำหน้าที่คล้ายคอลลาเจน ที่สำคัญช่วยฟื้นบำรุง ปรับสมดุล ขับสารพิษและสารเคมีตกค้าง ลดความมัน ช่วยลดผมร่วงได้

 

 

  • Restore Hair Tonic มีส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติ ช่วยดีท็อกซ์สารเคมีสะสม และปกป้องเส้นผมจากมลพิษได้ทุกสถานการณ์ ใช้คู่กับ Tonic Hair Coat Serum ที่มีสารสกัดจากสมุนไพรไทย-จีนกว่า 10 ชนิด ไม่ต้องกังวลความร้อนและฝุ่นที่ทำให้ผมเสียหายอีกต่อไป
  • Flake Free Anti-Dandruff Set ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสูตรขจัดรังแค เหมาะสำหรับโรคผื่นแพ้ต่อมไขมัน (เซ็บเดิร์ม) และโรคสะเก็ดเงินลดลง 30-45% อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติจากทั่วโลก แชมพูสูตรขจัดรังแคมีสารสกัดจากธรรมชาติ 98% ช่วยปรับสมดุลเส้นผมและหนังศีรษะ

 

SKIN SYRUP FLAKE FREE

 

The Sustainability Efforts

 

SKIN SYRUP นอกจากจะส่งต่อความรักให้กับผู้คนแล้ว ยังส่งต่อความรักให้กับโลก โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถ Recycle ได้ (Sustainable) และปฏิเสธการทดลองกับสัตว์โดยเด็ดขาด (Cruelty Free) รวมทั้งปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

ภาพ: SKIN SYRUP / Instagram

The post รู้จัก SKIN SYRUP แบรนด์จากแพทย์แผนไทยที่รวมสมุนไพรทั่วโลกมาดูแลเส้นผม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Coco & Eve แบรนด์คลีนบิวตี้สุดปังที่ใช้ส่วนผสมเด็ดจากเกาะบาหลี https://thestandard.co/life/coco-and-eve-clean-beauty/ Wed, 04 Oct 2023 04:55:10 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=850403 coco and eve

หากคุณมีโอกาสเดินเข้าไปในร้าน Sephora และสังเกตเห็นแบรน […]

The post รู้จัก Coco & Eve แบรนด์คลีนบิวตี้สุดปังที่ใช้ส่วนผสมเด็ดจากเกาะบาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
coco and eve

หากคุณมีโอกาสเดินเข้าไปในร้าน Sephora และสังเกตเห็นแบรนด์ Coco & Eve ที่มาในแพ็กเกจสีชมพู เขียว ม่วง สดใส และนึกสงสัยว่าแบรนด์นี้ดีไหมนะ? น่าใช้ไหมนะ? และมีที่มาอย่างไร? LIFE จึงอาสาพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ Coco & Eve ซึ่งเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองอีกหนึ่งแบรนด์ในวงการคลีนบิวตี้ ที่ก่อตั้งโดยเอมิลี ชาวออสเตรเลียที่หลงเสน่ห์ของการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจบนเกาะบาหลี เธอใช้เวลาหลายปีในการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ มาทดสอบ พัฒนา และปรับปรุงสูตรที่ได้ส่วนผสมเด็ดจากมะพร้าวในเกาะบาหลี มาเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์ Coco & Eve ในครั้งนี้ 

 

 

What is it?

 

Coco & Eve เป็นแบรนด์แฮร์แคร์และสกินแคร์จากประเทศออสเตรเลีย ที่ก่อตั้งโดย เอมิลี ผู้ที่ค้นพบแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แบรนด์จากการเดินทางไปยังชายหาด ภูเขาไฟ และเดินท่องเที่ยวทั่วป่าฝนในพื้นที่อันเขียวชอุ่มของบาหลี การสำรวจเกาะบาหลีในประเทศอินโดนีเซียในทุกช่วงวันหยุดของเอมิลี ทำให้เธอได้ค้นพบกับเสน่ห์ของการค้นหาสมดุลในร่างกายและจิตใจในเมืองอูบุด เธอได้ลองนวดด้วยน้ำมันที่ดีที่สุด ได้ลองเดย์สปาอันเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ และจากการฟื้นฟูกายใจในหลายๆ ครั้ง ทำให้เธออยากเอามนตร์เสน่ห์ของบาหลีมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ความงามที่สามารถใช้ส่วนผสมเด่นๆ ที่มีในเกาะบาหลี หลอมรวมเข้ากับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และนั่นจึงเป็นที่มาของแบรนด์ Coco & Eve ที่ใช้เวลาหลายปีในการทดสอบ พัฒนา และปรับปรุงสูตรที่ได้ส่วนผสมเด็ดจากมะพร้าวในเกาะบาหลีมาเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์ Coco & Eve ในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จและเป็นที่ชื่นชอบของคนที่รักเส้นผมและรักส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยเฉพาะมะพร้าว 

 

 

The Ingredients

 

Coco & Eve คัดสรรเฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุดเท่านั้น ตั้งแต่น้ำมันมะพร้าวจากเกาะหบาหลี โกโก้ ไปจนถึงมะม่วงสุก มะละกอ และฝรั่ง โดยใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงสูตรให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้แน่ใจว่าส่วนผสมนั้นมีประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่ได้คือ Like A Virgin Hair Masque และ Sunny Honey Bali Bronzing Foam ของแบรนด์ก็โดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัลมาได้ ทั้งรางวัล Nylon Best Hair Mask 2018, She Finds Beauty Awards 2020, Beauty Global Awards 2018 Winner, Beauty Awards 2018 Silver Winner และ Blink Beauty Winner 2018 

 

 

The Product Range

 

ผลิตภัณฑ์เด่นๆ ของ Coco & Eve ที่น่าลอง เช่น 

  • Pro Youth Shampoo แชมพูฟื้นบำรุงเส้นผมที่ช่วยต่อต้านสัญญาณแห่งวัยเช่น ผมที่สูญเสียความเงางาม ให้กลับมาแข็งแรงและดูมีน้ำหนัก
  • Like A Virgin Super Nourishing Coconut & Fig Hair Masque ทรีตเมนต์มาสก์เข้มข้นสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้เส้นผม ฟื้นฟูสุขภาพผมให้กลับมาแลดูแข็งแรงขึ้น
  • Glow Figure Bali Buffing Sugar สครับน้ำตาลที่จะช่วยปรับการไหลเวียนของเลือด ให้ผิวเนียนและฟื้นคืนผิวอ่อนล้าหมองคล้ำ มีส่วนผสมของน้ำตาลดอกมะพร้าวจากบาหลีและผงเปลือกหอย จัดการเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้ผิวสม่ำเสมอ ไม่พรากน้ำมันในผิวตามธรรมชาติ หรือทิ้งความเหนอะหนะ 

 

 

The Sustainability Efforts

 

Coco & Eve หลงใหลในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเส้นผม ผิวหนัง และร่างกาย ขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกอันมีค่าของเราที่มีอยู่เพียงใบเดียว ด้วยแรงบันดาลใจจากพืช สัตว์ป่า และผู้คน รวมถึงความสวยงามของบาหลี ทำให้แบรนด์มุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและยั่งยืน มีการจัดหาส่วนผสมอย่างมีความรับผิดชอบ หมายความว่ามีการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ที่มีจริยธรรมและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่านั้น เช่น พันธมิตรที่ได้รับการรับรองจาก Ecocert ส่วนผสมอย่าง มะพร้าว มะเดื่อ โกโก้ และมะม่วง ที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักของแบรนด์ ล้วนมาจากแหล่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งไม่มีผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม เชียบัตเตอร์ที่ใช้ในแบรนด์ยังได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนซึ่งได้มาจากแหล่งหมุนเวียน ในขณะที่มะละกอและพริคลีย์แพร์ก็ได้รับการรับรองจาก COSMOS เช่นกัน

 

 

ภาพ: cocoandeve/ Instagram

The post รู้จัก Coco & Eve แบรนด์คลีนบิวตี้สุดปังที่ใช้ส่วนผสมเด็ดจากเกาะบาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oribe ลักชัวรีแฮร์แคร์ระดับมืออาชีพ ที่ใส่ใจโลกแบบมืออาชีพ https://thestandard.co/life/oribe/ Tue, 26 Sep 2023 08:01:58 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=846398

เชื่อว่าสาวกลักชัวรีบิวตี้คงจะเคยผ่านหูผ่านตากับ Oribe […]

The post Oribe ลักชัวรีแฮร์แคร์ระดับมืออาชีพ ที่ใส่ใจโลกแบบมืออาชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เชื่อว่าสาวกลักชัวรีบิวตี้คงจะเคยผ่านหูผ่านตากับ Oribe (ออร์เบ) แบรนด์แฮร์แคร์สัญชาติอเมริกันในแพ็กเกจจิ้งสวยหรูสะดุดตา ที่ไม่เพียงแต่สวยแค่เปลือกนอก แต่ยังเนรมิตเส้นผมสวยแข็งแรงด้วยส่วนผสมชั้นเลิศ ชนิดที่ต้องขึ้นหิ้งเชลฟ์ซาลอนระดับท็อปทั่วโลก ทว่าอะไรที่ทำให้ Oribe สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการแฮร์แคร์มาตลอด 15 ปีได้ มาดูกัน

 

 

What is it?

 

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Oribe คือแฮร์สไตลิสต์ในตำนานผู้ล่วงลับอย่าง Oribe Canales หากนั่งไทม์แมชชีนกลับไปในยุค 90 คุณจะต้องจดชื่อเขาเข้าลิสต์แฮร์สไตลิสต์คิวทอง เพราะเขาได้สร้างตำนานจากการเป็นผู้ออกแบบทรงผมสุดไอคอนิกของเหล่านางแบบระดับโลกบนปกนิตยสารชั้นนำในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น Cindy Crawford, Naomi Campbell รวมไปถึง Jennifer Lopez สำหรับภาพปกอัลบั้มแรกของเธอ เรียกว่าเหล่าเซเลบริตี้จะต้องจองตัวกันข้ามปีเลยทีเดียว

 

 

ไม่เพียงแต่แฮร์สไตลิสต์ผู้คลั่งไคล้เส้นผมที่ผลักดันให้แบรนด์ประสบความสำเร็จยันทุกวันนี้ แต่เขายังได้ Daniel Kaner นักธุรกิจที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมความงามมากว่า 30 ปี มาเป็นพาร์ตเนอร์อีกด้วย

 

 

เขาทั้งสองมีเป้าหมายที่จะทำให้ Oribe เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยการผสมผสานเทคนิคการสไตลิ่งผมแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีและส่วนผสมที่ดีเพื่อการดูแลเส้นผมอย่างมืออาชีพ ที่สุดเสิร์ฟในภาพลักษณ์ที่หรูหรา กลิ่นที่หอมตรึงใจ และขณะเดียวกันก็ยังเป็นมิตรต่อโลก

 

 

The Ingredients

 

ผลิตภัณฑ์ Oribe ทั้งหมดได้รับการคิดค้นขึ้นจากส่วนผสมที่ปลอดภัย อ่อนโยน ผสมผสานระหว่างพืชพรรณและเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง ปราศจากซัลเฟต (SLS & SLES) ซิลิโคน และกลูเตน รวมทั้งยังเป็นแบรนด์วีแกน ไม่มีการทดลองกับสัตว์ การันตีด้วยการอนุมัติจาก PETA (People for the Ethical Treatment of Animals)

 

 

นอกจากส่วนผสมจะดีแล้ว อีกจุดเด่นของ Oribe คือกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร จนบรรดาแฟนๆ ถึงกับเรียกร้องให้ทำน้ำหอมกลิ่น Oribe เลยทีเดียว

 

The Product Range

 

ปัจจุบัน Oribe มีผลิตภัณฑ์มากถึง 8 คอลเล็กชัน ที่สามารถตอบทุกปัญหาผมได้อย่างตรงจุด อาทิ คอลเล็กชันที่ขายดีที่สุดของแบรนด์อย่าง Gold Lust ที่ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผมให้กลับสู่สภาพเงางามและสุขภาพดีด้วยการผสมผสานออยล์เข้ากับเทคโนโลยี เหมาะสำหรับผมบอบบางที่ถูกทำลาย

 

 

หากใครที่ชอบทำสีผมก็จะต้องตกหลุมรักกับคอลเล็กชัน Beautiful Color สำหรับผมทำสีทั่วไป และ Bright Blonde for Beautiful Color ผมบลอนด์ ผมฟอก หรือผมโทนหม่นเทาเขียวที่ล้วนช่วยล็อกสีผม ปรับสภาพให้ผมนุ่มสลวย และซ่อมแซมผมจากการถูกทำสีไปในตัว

 

 

Serene Scalp อีกคอลเล็กชันขายดีที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปไม่นาน ด้วยคุณสมบัติในการฟื้นฟูหนังศีรษะที่ช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น รักษาสมดุล พร้อมลดความมันส่วนเกิน ซึ่งค่อนข้างตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเราได้เป็นอย่างดี

 

 

The Sustainability Efforts

 

เห็นแพ็กเกจจิ้งมีความหรูหราแบบนี้ความจริงแล้วผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นมีกรรมวิธีการผลิตที่ใส่ใจโลกมากกว่าที่คิด ด้วยการใช้พลาสติกและอะลูมิเนียมหลังการบริโภค 100% และยังสามารถนำมารีไซเคิลได้ทั้งหมด ในส่วนของกล่องด้านนอกเป็นกระดาษที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ด้วยวัสดุที่ผ่านการรับรองโดย Forest Stewardship Council นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์รีฟิลจำหน่ายเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์อีกด้วย

 

 

แวะไปลองสัมผัส Oribe ทางช็อปมัลติแบรนด์ BFF ผู้นำเข้า Oribe อย่างเป็นทางการได้แล้ววันนี้

 

ภาพ: Courtesy of the Brands

อ้างอิง:

The post Oribe ลักชัวรีแฮร์แคร์ระดับมืออาชีพ ที่ใส่ใจโลกแบบมืออาชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Aveda แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมวีแกน ผ่านการรับรอง B Corp ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โปร่งใส และตรวจสอบได้ https://thestandard.co/aveda-b-corp-approved/ Wed, 01 Feb 2023 06:17:46 +0000 https://thestandard.co/?p=744585 Aveda

Aveda Corporation บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ดูแลเ […]

The post Aveda แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมวีแกน ผ่านการรับรอง B Corp ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โปร่งใส และตรวจสอบได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Aveda

Aveda Corporation บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคุณภาพสูงสูตรวีแกนที่ได้รับการรับรอง Leaping Bunny Approved พร้อมกับภารกิจการดูแลรักษาโลก ได้ประกาศว่าบริษัทได้กลายเป็นธุรกิจที่ได้รับการรับรอง Certified B Corporation (B Corp) ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นในด้านการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยาวนานกว่าหลายทศวรรษ นับเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นอันแรงกล้า รวมถึงความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ของ Aveda ในการทำธุรกิจคู่ไปกับพันธกิจของบริษัท โดย B Lab ได้ตรวจสอบ Aveda อย่างละเอียดถี่ถ้วนในผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมกับประเมินบริษัทบน 5 แกนหลักอันได้แก่ ธรรมาภิบาล แรงงาน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค ซึ่งได้คะแนนผลกระทบโดยรวมถึง 89.6 มากกว่าคะแนนเฉลี่ยของบริษัทที่ได้รับการประเมิณแบบเดียวกันซึ่งอยู่ที่ 50.9 ในอนาคตนับจากนี้ Aveda จะต้องยึดถือมาตรฐานขั้นสูงในด้านการตรวจสอบได้ รวมถึงต้องเข้าร่วมกระบวนการรับรองซ้ำทุก 3 ปี เพื่ออัปเดตผลกระทบของบริษัทเพื่อได้รับรองสถานะ B Corp อีกครั้ง

 

โดยที่ผ่านมา​​แบรนด์ Aveda ได้ริเริ่มมาตรฐานใหม่ๆ ในวงการความงามด้านการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมาหลายทศวรรษ โดยให้ความสำคัญกับ 6 ด้านหลักๆ อันได้แก่ ความสวยงามที่ปลอดภัย ความรับผิดชอบด้านการจัดหาและด้านบรรจุภัณฑ์​ การไม่ทดลองกับสัตว์และสูตรวีแกน การผลิตที่คำนึงถึงโลก และการปกป้องและมอบแหล่งน้ำสะอาดให้กับผู้คนที่ต้องการในชุมชนจัดหาของ Aveda รวมถึงชุมชนทั่วทุกมุมโลก

 

Aveda ยึดถือหลักการนี้แม้กระทั่งที่ศูนย์บัญชาการหลักของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 58 เอเคอร์ในมินนิโซตา ที่ได้รับการรองรับโดยสหพันธ์สัตว์ป่าแห่งชาติ และอยู่ร่วมกับอาณานิคมผึ้ง พร้อมด้วยสวนผักที่พนักงานเป็นคนดูแล สถานีการชาร์จยานพาหนะไฟฟ้า และเส้นทางวิ่งยาวหลายไมล์ นอกจากนี้ตึกออฟฟิศหลักยังผลักดันความยั่งยืนด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และลม ปูพรมด้วยไฟเบอร์รีไซเคิล มีถังขยะสำหรับการย่อยสลายและรีไซเคิลทั้งตึก และคาเฟ่ออร์แกนิกอีกด้วย

 

Aveda Aveda Aveda

The post Aveda แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมวีแกน ผ่านการรับรอง B Corp ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โปร่งใส และตรวจสอบได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dua Lipa ร่วมลงทุนในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Dizziak ที่ก่อตั้งโดย Loretta De Feo https://thestandard.co/dua-lipa-invests-haircare-brand-dizziak/ Tue, 25 Oct 2022 01:48:01 +0000 https://thestandard.co/?p=699551 Dua Lipa

เมื่อเหล่าเซเลบริตี้ลงทุน ลงแรง เปิดแบรนด์ใหม่ของตัวเอง […]

The post Dua Lipa ร่วมลงทุนในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Dizziak ที่ก่อตั้งโดย Loretta De Feo appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dua Lipa

เมื่อเหล่าเซเลบริตี้ลงทุน ลงแรง เปิดแบรนด์ใหม่ของตัวเองในตลาดความงาม ย่อมต้องแลกมาด้วยทรัพยากรจำนวนมาก โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลที่จะคิดค้น วิจัย และช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของเจ้าแบรนด์ แต่ยังมีวิธีที่ไม่ต้องเริ่มปลุกปั้นทุกอย่างด้วยตัวเองแบบสุดตัวขนาดนั้น เพราะทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ การเข้าร่วมลงทุนในแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งที่มีจุดมุ่งหมายและความเชื่อเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ Dua Lipa ร่วมลงทุนในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Dizziak ที่ก่อตั้งโดย Loretta De Feo เมื่อปี 2018 นั่นเอง 

 

 

Loretta De Feo ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผมในลอนดอน Dizziak เปิดเผยว่า Dua Lipa เป็นผู้ลงทุนในธุรกิจที่เธอก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ซึ่งหลังจากที่ Dua Lipa ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และรู้จักแบรนด์ Dizziak ที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์สากล ทำให้ทั้งคู่ตกลงร่วมมือกันในที่สุด แม้ว่าเงื่อนไขหรือตัวเลขทางการเงินที่ร่วมทุนนั้นจะไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ Loretta De Feo ก็บอกว่า เธอยังดูแลควบคุมธุรกิจของแบรนด์อย่างเต็มกำลังเช่นเคย 

 

 

หากถามว่าทำไม Dua Lipa ถึงร่วมลงทุนกับ Loretta De Feo คงต้องบอกว่า อาจเป็นเพราะสายสัมพันธ์ทางดนตรีที่ทำให้ทั้งคู่คลิกกัน เพราะตัวของ Loretta De Feo นั้นเป็นรุ่นพี่ในวงการดนตรีสดมาเป็นเวลากว่า 16 ปี และตัดสินใจมาลุยธุรกิจความงามในด้านที่เธอสนใจคือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอค่อนข้างผิดหวังกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีในท้องตลาด เธอลองมาหลากหลายแบรนด์จากทุกมุมโลก และไม่มีแบรนด์ไหนที่ถูกใจและตอบโจทย์ความต้องการของเธอจริงๆ นั่นจึงเป็นที่มาของ Dizziak นั่นเอง 

 

 

ด้าน Dua Lipa บอกว่า แบรนด์ Dizziak มีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ในหมวดหมู่ของตัวเอง เธอรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่จะร่วมเดินทางไปกับแบรนด์นี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอได้รู้จักกับแบรนด์ เธอก็ชื่นชอบในหลักการที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเพื่อสุขภาพผมที่ดี และสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกสภาพเส้นผมจริงๆ 

 

 

ภาพ:  Courtesy of Dizziak 

อ้างอิง:

The post Dua Lipa ร่วมลงทุนในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Dizziak ที่ก่อตั้งโดย Loretta De Feo appeared first on THE STANDARD.

]]>