ป.ป.ส. – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 18 Nov 2025 03:24:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ยึดกรดอะซีติก 22 ตัน ท่าเรือแหลมฉบัง สกัดขบวนการผลิตยาบ้า 1,400 ล้านเม็ด https://thestandard.co/22-tons-drug-precursor-seized/ Tue, 18 Nov 2025 03:24:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1144372 ยึดกรดอะซีติก 22 ตัน ท่าเรือแหลมฉบัง สกัดขบวนการผลิตยาบ้า 1,400 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมน […]

The post ยึดกรดอะซีติก 22 ตัน ท่าเรือแหลมฉบัง สกัดขบวนการผลิตยาบ้า 1,400 ล้านเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยึดกรดอะซีติก 22 ตัน ท่าเรือแหลมฉบัง สกัดขบวนการผลิตยาบ้า 1,400 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, ยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดี กรมศุลกากร และ ธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและยึดสารเคมีต้องสงสัย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด No Chemical No Drugs

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส. และ กรมศุลกากร ซึ่งได้รับรายงานการข่าวและเฝ้าระวังการนำเข้าสารเคมีที่มีความเสี่ยงจะถูกนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยพบว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งนำเข้าสารเคมี กรดอะซีติก (Acetic Acid) จำนวนมากถึง 740 ถัง น้ำหนักรวม 22,200 กิโลกรัม จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามา ณ ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง โดย ไม่มีใบอนุญาตนำเข้า และ ไม่มีการขึ้นทะเบียนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 

กรดอะซีติก เป็นสารเคมีสำคัญที่ใช้เป็นตัวทำปฏิกิริยาในกระบวนการผลิตสารตั้งต้นเพื่อนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดร้ายแรง เช่น เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า, ไอซ์) และเฮโรอีน การยึดสารเคมีในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสารเคมีล็อตนี้สามารถนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดได้ในปริมาณมหาศาล โดยมีรายละเอียดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากสารเคมีนี้หลุดรอดออกไปสู่กระบวนการผลิตยาเสพติด ดังนี้:

  • สามารถใช้ผลิตสารตั้งต้น เพื่อนำไปผลิต ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) ได้ประมาณ 27,750 กิโลกรัม
  • สามารถใช้ผลิตสารตั้งต้น เพื่อนำไปผลิต ยาบ้า ได้มากถึงประมาณ 1,400 ล้านเม็ด
  • สามารถใช้เป็นสารตั้งต้น เพื่อนำไปผลิต เฮโรอีน ได้ถึงประมาณ 74,000 กิโลกรัม

 

กรดอะซีติก จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องขอขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตนำเข้าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

 

นอกจากนี้ ยังเป็นสารเคมีในบัญชีที่ 2 ตามประกาศกระทรวงยุติธรรม ภายใต้มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมีไปใช้ผลิตยาเสพติด (คำสั่ง คสช. ที่ 32/2559) ที่กำหนดให้ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะ

 

แม้ว่า กรดอะซีติก จะเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น การผลิตพลาสติก ยาง การพิมพ์ สีย้อม การถนอมอาหาร และการสังเคราะห์สารเคมีอินทรีย์ แต่เนื่องจากสามารถนำไปใช้เป็นตัวทำปฏิกิริยาในการผลิตเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนได้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการรั่วไหลไปสู่การผลิตยาเสพติดนอกประเทศ

The post ยึดกรดอะซีติก 22 ตัน ท่าเรือแหลมฉบัง สกัดขบวนการผลิตยาบ้า 1,400 ล้านเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอแก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง https://thestandard.co/huai-khwang-chinese-gambling-bust/ Fri, 14 Nov 2025 04:12:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1143213 ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอ แก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ […]

The post ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอแก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอ แก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดเผยผลการปฏิบัติการสนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่นำไปสู่การทลายเครือข่ายจีนเทาที่ลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ข้ามชาติ

 

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) และ ป.ป.ส. ได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจสอบห้องพักในคอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง แขวงดินแดง กรุงเทพฯ หลังได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มชาวจีนมั่วสุมต้องสงสัยว่าเสพยาเสพติด

 

เจ้าหน้าที่ต้องใช้ยุทธวิธีบุกเข้าจับกุมเนื่องจากผู้ต้องหามีความระแวดระวังตัวและไม่ยอมเปิดประตูห้อง จนกระทั่งเวลา 13.30 น. เมื่อมีคนร้าย 1 ราย เข้ามาที่ห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงบุกตามเข้าไปทันที ผลการตรวจค้นพบชายชาวจีน 3 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย โดยไม่พบยาเสพติดใดๆ ในห้องพัก และไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาทั้งสี่คน

 

อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นกลับพบ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 4 เครื่อง และ โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง ซึ่งมีข้อมูลการทำหลังบ้านของเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ เช่น การปั่นสล็อต, แทงฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, และบาคาร่า พร้อมของกลางอื่น ๆ อาทิ อุปกรณ์โทเคน OTP และบุหรี่เถื่อน 7 กล่อง

 

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้แก่ Li Youngzhao, Luo Li, LIU JIANQUAN สัญชาติจีน และ Chit Maw Maw Htay สัญชาติเมียนมา ในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินทางอิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันนำของต้องเสียภาษีสรรพสามิตเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชำระภาษี และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

จากการขยายผลเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การว่าเพิ่งย้ายจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่กลับพบโพยลับ ในโทรศัพท์มือถือของเครือข่ายชาวจีน ที่ใช้เพื่ออำพรางตัวเป็นนักเรียน โดยระบุถึงวิธีการหลอกตบตาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

 

เช่น การให้ตอบว่ากำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง และห้ามทำงานในรัศมี 3-5 กิโลเมตรจากที่พักที่กำหนดในช่วงที่มีการตรวจสอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจัดตั้งเครือข่ายอย่างเป็นระบบ

 

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเข้ามาประเทศไทยเพื่อฝึกภาษาไทยและท่องเที่ยว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่สืบสวนพบ หลังการจับกุมตัว พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินการขยายผลคดีนี้อย่างละเอียดต่อไป

The post ตำรวจบุกจับยาเสพติด เจอแก๊งจีนเทาเปิดเว็บพนันข้ามชาติกลางห้วยขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธตอบสื่อปมคดีร้อน DSI ทั้ง เขากระโดง ฮั้ว สว. และสืบสวน เฉิน จื้อ CEO Prince Group เผยขอโฟกัสยาเสพติด https://thestandard.co/justice-minister-focuses-on-drugs/ Wed, 05 Nov 2025 09:59:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1140005 รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธตอบสื่อปมคดีร้อน DSI ทั้ง เขากระโดง ฮั้ว สว. และสืบสวน **เฉิน จื้อ** CEO Prince Group เผยขอโฟกัสยาเสพติด

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรม […]

The post รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธตอบสื่อปมคดีร้อน DSI ทั้ง เขากระโดง ฮั้ว สว. และสืบสวน เฉิน จื้อ CEO Prince Group เผยขอโฟกัสยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธตอบสื่อปมคดีร้อน DSI ทั้ง เขากระโดง ฮั้ว สว. และสืบสวน **เฉิน จื้อ** CEO Prince Group เผยขอโฟกัสยาเสพติด

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ Kick off 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด เพื่อติดตามผลการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่เป้าหมายแบบ Real-time จำนวน 21 จังหวัด 161 จุดปฏิบัติการ โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง

 

จากการติดตามผลการดำเนินงานเบื้องต้น พบว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับบุคคลทั้งหมด 156 จุด และพื้นที่ 5 จุด โดยสามารถดำเนินการเป้าหมายบุคคลไปแล้ว 142 คน ซึ่งในจำนวนนี้ พบเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 7 คน โดยยังมีเป้าหมายอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 14 จุด

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์เกี่ยวกับภารกิจยาเสพติด ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีสำคัญที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่ปรากฏว่า พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและให้ความเห็นในทุกประเด็น

 

ประเด็นที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามและ รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธการตอบคำถาม มีดังนี้:

  • คดีสืบสวน ‘เฉิน จื้อ CEO Prince Group’: ความคืบหน้าในการสืบสวนกรณี นายเฉิน จื้อ หรือ วินเซนต์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ประเทศกัมพูชา ซึ่ง DSI ได้เข้าบันทึกสอบปากคำพยานและรวบรวมเอกสารไปก่อนหน้านี้
  • ปมโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล: กรณีที่วานนี้ (4 พฤศจิกายน) กลุ่มผู้พิการซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติ และกลุ่มผู้ค้าสลากรากหญ้า ได้เข้าร้องทุกข์ DSI ให้ช่วยตรวจสอบเอาผิดกลุ่มคณะบุคคลที่ฮุบโควตา
  • ความคืบหน้าคดี ‘เขากระโดง’: คดีสืบสวนการครอบครองที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
  • คดีพิเศษ ‘อั้งยี่ฟอกเงิน ฮั้ว สว.’: ความคืบหน้าของคดีพิเศษที่มีการสืบสวนกรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน ฮั้วสมาชิกวุฒิสภา

 

โดย รมว.ยุติธรรม ระบุเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอตอบในเรื่องมิติยาเสพติด” ก่อนจะยิ้มรับฟังคำถามอื่น ๆ ของผู้สื่อข่าว แต่เลือกที่จะไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนจะเดินทางไปประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินต่อ

The post รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธตอบสื่อปมคดีร้อน DSI ทั้ง เขากระโดง ฮั้ว สว. และสืบสวน เฉิน จื้อ CEO Prince Group เผยขอโฟกัสยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวมกว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน https://thestandard.co/pm-anutin-drug-suppression-results/ Tue, 21 Oct 2025 11:23:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1133504 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน

วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด […]

The post นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวมกว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน

วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายใต้นโยบายเร่งด่วน ขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้บริหารระดับสูงของ ตร. เข้าร่วม

 

อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตประชาชน โดยสั่งการให้ อัปเดต – อัปเกรด การทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ พร้อมแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามทั้งในและนอกประเทศ

 

ภายใต้แผนยุทธการ ทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด ถล่มจุดพัก ทุบคลัง ปิดเส้นลำเลียง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพียง 12 วัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมหน่วยงานความมั่นคง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 16 ราย จาก 10 คดีสำคัญ ยึดของกลางยาเสพติดล็อตใหญ่ ประกอบด้วย

 

  • ยาบ้า ได้กว่า 33.84 ล้านเม็ด
  • ไอซ์ 800 กิโลกรัม
  • คีตามีน 500 กิโลกรัม

 

พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก และกำลังเดินหน้าขยายผลตามยึดทรัพย์กลุ่มผู้บงการเครือข่ายต่อไป

 

อนุทิน กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการจัดหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการวางกลไกเชิงระบบ ที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อใช้เป็นแนวทางถาวรในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกรูปแบบ

 

พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท กล้าหาญ เพื่อขจัดภัยร้ายที่คุกคามความมั่นคงของชาติ และรักษาความสงบสุขของสังคมไทย โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมนี้ได้มาติดตามผลงานถึง 3 ครั้ง และสังเกตเห็นการปรับเปลี่ยนเส้นทางขนถ่ายยาเสพติดที่กระจายไปหลายภาคมากขึ้น บ่งบอกถึงการปราบปรามที่เข้มข้นขึ้น

 

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ โดยย้ำว่าผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจนี้ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านช่องทาง สายด่วนยาเสพติด 191 และสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน

 

นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 1 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 2 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 3 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 4 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 5 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 6 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 7 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 8 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 9 นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึด ยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวม กว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน 10

The post นายกฯนำแถลงผลงานปราบยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 33.8 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีน รวมกว่า 1.3 ตัน ใน 12 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. แถลงผลยึดไอซ์ล็อตใหญ่กว่า 500 กก. ซุกห้องอับเฉาเรือไดร์ฟวิ่งภูเก็ต รวบผู้ต้องหา 4 ราย https://thestandard.co/oncb-500kg-ice-phuket-boat/ Mon, 29 Sep 2025 05:49:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1124232

วันนี้ (29 กันยายน) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ […]

The post ป.ป.ส. แถลงผลยึดไอซ์ล็อตใหญ่กว่า 500 กก. ซุกห้องอับเฉาเรือไดร์ฟวิ่งภูเก็ต รวบผู้ต้องหา 4 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพเรือภาคที่ 3, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), กองบังคับการตำรวจน้ำ และ บช.ปส. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการสำคัญ ยึดไอซ์ได้มากถึง 502 กิโลกรัม และคีตามีน 600 กรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 คน (เสียชีวิต 1 คน ขณะพยายามหลบหนี) บนเรือบรรทุกผู้โดยสารสัญชาติไทยชื่อ อิลิกเซอร์ (Elixir) บริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมขยายผลยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 5 ล้านบาท ในพื้นที่จังหวัดระนอง

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) ได้สืบทราบข้อมูลเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางเรือ เตรียมขนยาเสพติดปริมาณมหาศาลไปยังประเทศที่สาม จึงประสานไปยัง ป.ป.ส.

 

ชุดปฏิบัติการร่วมจากหลายหน่วยงานจึงได้ติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบเรือต้องสงสัยชื่ออิลิกเซอร์ (Elixir) แล่นมาจากจังหวัดระนอง และมาจอดอยู่ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต โดยมีลักษณะผิดปกติและบุคคลในเรือมีพิรุธ ชุดปฏิบัติการจึงเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 พบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ใน ห้องอับเฉาใต้ท้องเรือ

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า ในระหว่างการจับกุม มีผู้ต้องหา 1 ราย กระโดดลงน้ำหลบหนีและเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้ใช้นักประดาน้ำเก็บกู้ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญกลับคืนมาได้

 

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า เรืออิลิกเซอร์ได้แล่นออกจากจังหวัดระนองไปรับ ไอซ์ 40 กระสอบ (คาดว่า 1 ตัน) บริเวณใกล้เกาะสอง ประเทศเมียนมา จากนั้นนำเรือมาจอดรอลูกค้าที่บริเวณน่านน้ำจังหวัดสตูล แต่เนื่องจากไม่มีผู้มารับ จึงนำเรือกลับมาที่อ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต โดยมีชายอีก 2 คน นำเครื่องบรรจุภัณฑ์สุญญากาศและถุงชาเปล่าขึ้นมาบนเรือ เพื่อบรรจุไอซ์ใหม่โดยใช้เวลา 3 วัน

 

ต่อมา กลุ่มผู้ต้องหาได้นำไอซ์ 20 กระสอบ (ประมาณ 500 กิโลกรัม) ส่งมอบให้เรือสปีดโบ๊ทบริเวณน่านน้ำจังหวัดสตูล ส่วนไอซ์ที่เหลือประมาณ 20 กระสอบ (502 กก.) เตรียมลำเลียงต่อไปยัง ประเทศอินโดนีเซีย แต่เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย จึงต้องจอดรออยู่ที่อ่าวฉลอง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการด้านข่าวและการสืบสวนร่วมกับหน่วยงานภาคี ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติยังคงลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านช่องทางทางเรืออย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว มีการจับกุมในน่านน้ำไทยแล้ว 6 คดี ของกลาง ไอซ์รวม 7.3 ตัน และพบการจับกุมในน่านน้ำสากลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 9 คดี ของกลางไอซ์ 18.1 ตัน

 

สำนักงาน ป.ป.ส. จึงจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับความเข้มงวดในการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เป็นจุดเสี่ยง เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงไปยังประเทศที่สาม เช่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย พร้อมสืบสวนขยายผลดำเนินคดีถึงระดับนายทุนผู้สั่งการและดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป

The post ป.ป.ส. แถลงผลยึดไอซ์ล็อตใหญ่กว่า 500 กก. ซุกห้องอับเฉาเรือไดร์ฟวิ่งภูเก็ต รวบผู้ต้องหา 4 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวเวียดนาม ลักลอบผลิตยาอีสูตรใหม่เพื่อจำหน่ายในสถานบันเทิง https://thestandard.co/oncb-vietnamese-ecstasy-network/ Thu, 21 Aug 2025 05:02:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1109602

วันนี้ (21 สิงหาคม) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการส […]

The post ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวเวียดนาม ลักลอบผลิตยาอีสูตรใหม่เพื่อจำหน่ายในสถานบันเทิง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 สิงหาคม) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับ ปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวเวียดนาม พร้อมของกลางเคตามีน 5.2 กิโลกรัม, ยาอี และอุปกรณ์ผลิตยาครบชุด

 

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการเฝ้าระวังเครือข่ายนักค้ายาเสพติดชาวเวียดนามที่อาจเข้ามาเคลื่อนไหวในไทย หลังจากการประชุมทวิภาคีไทย-เวียดนาม พบว่ามีการกวาดล้างและจับกุมผู้ผลิตยาเสพติดในเวียดนามอย่างหนัก ทำให้คาดว่านักค้ายาเหล่านี้อาจย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย

 

การจับกุมเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจยึดคีตามีนจำนวน 5.2 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนมาในพัสดุระหว่างประเทศจากเนเธอร์แลนด์ โดยทำทีเป็นถุงขนม เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลและเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งวันที่ 18 สิงหาคม ได้เข้าจับกุมชายชาวเวียดนาม 2 คน ที่มาติดต่อรับพัสดุ

 

จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่าย่านลาดพร้าว พบผู้ต้องหาชาวเวียดนามเพิ่มอีก 2 คน รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน พร้อมของกลาง ยาอี 514 เม็ด, ผงยาอี, เครื่องอัดเม็ดยาอัตโนมัติที่สามารถผลิตได้วันละกว่า 1 แสนเม็ด และหัวตอกโลโก้ยี่ห้อต่างๆ

 

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่าเตรียมนำคีตามีนมาผสมกับ MDMA เพื่อผลิตเป็นยาอีสำหรับจำหน่ายในสถานบันเทิงเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งยาที่ผสมแล้วหากเสพร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำหวานอาจส่งผลให้หัวใจวายเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายาอีบางส่วนถูกลักลอบส่งกลับไปยังเวียดนามแล้วด้วย

 

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ย้ำว่า ป.ป.ส. ยังคงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่พยายามใช้ไทยเป็นทางผ่านอย่างต่อเนื่อง

The post ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวเวียดนาม ลักลอบผลิตยาอีสูตรใหม่เพื่อจำหน่ายในสถานบันเทิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. เปิดห้องมั่นคง เตรียมขนย้ายยาเสพติดของกลางล็อตใหญ่น้ำหนักรวม 26.04 ตัน เพื่อเผาทำลายในวันที่ 22 ส.ค. 68 https://thestandard.co/oncb-destroy-drugs-26-tons/ Wed, 20 Aug 2025 04:59:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1109209 ป.ป.ส. ยาเสพติด

วันนี้ (20 สิงหาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรา […]

The post ป.ป.ส. เปิดห้องมั่นคง เตรียมขนย้ายยาเสพติดของกลางล็อตใหญ่น้ำหนักรวม 26.04 ตัน เพื่อเผาทำลายในวันที่ 22 ส.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. ยาเสพติด

วันนี้ (20 สิงหาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้แถลงข่าวเปิดห้องมั่นคง ณ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด (สวพ.) โดยมี อภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาคีและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อตรวจสอบและเตรียมขนย้ายยาเสพติดของกลางลอตใหญ่รวมกว่า 26.04 ตัน จาก 1,304 คดี เพื่อนำไปเผาทำลายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้

 

อภิกิตกล่าวว่า การทำลายยาเสพติดในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 ของปีงบประมาณ 2568 และเป็นครั้งที่ 10 ของการทำลายยาเสพติดภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยมีคณะทำงานจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมตรวจสอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

 

สำหรับของกลางที่นำมาทำลายในครั้งนี้มีน้ำหนักสุทธิเฉพาะตัวยาเสพติดรวม 21.60 ตัน ประกอบด้วย ยาบ้า กว่า 139 ล้านเม็ด, ไอซ์ 6.07 ตัน, คีตามีน 1.43 ตัน, เฮโรอีน 173 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

 

กระบวนการทั้งหมดจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20-21 สิงหาคม โดยคณะทำงานจะร่วมกันตรวจสอบและบรรจุยาเสพติดลงหีบห่อ ก่อนจะขนย้ายไปยังบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 22 สิงหาคม โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง เมื่อถึงปลายทางจะมีการตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม

 

รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ำว่าตลอด 10 ครั้งที่ผ่านมา สามารถทำลายยาเสพติดไปแล้วรวมกว่า 203 ตัน และ ป.ป.ส. ยังคงเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันที่จะดำเนินการกับของกลางอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน

 

อ้างอิง:

The post ป.ป.ส. เปิดห้องมั่นคง เตรียมขนย้ายยาเสพติดของกลางล็อตใหญ่น้ำหนักรวม 26.04 ตัน เพื่อเผาทำลายในวันที่ 22 ส.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย ‘ร.ต.ต. ป้ายแดง’ เอี่ยวขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด https://thestandard.co/oncb-seizes-assets-5m-drug-network/ Mon, 16 Jun 2025 09:03:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1085542

วันนี้ (16 มิถุนายน) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิกา […]

The post ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย ‘ร.ต.ต. ป้ายแดง’ เอี่ยวขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มิถุนายน) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้สั่งการด่วนให้ขยายผลและตรวจสอบทรัพย์สินของเครือข่าย ‘ร.ต.ต. ป้ายแดง’ ที่ร่วมขบวนการขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด และถูกจับกุมได้ที่ด่านในจังหวัดเชียงราย โดยเบื้องต้นสามารถยึดทรัพย์สินได้แล้วกว่า 50 ล้านบาท

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวย้ำอย่างเด็ดขาดว่า ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบพลัน และยึดทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยจะไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาดของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร และข้อสั่งการของ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการทำลายเครือข่ายและตัดวงจรทางการเงินของผู้ค้ายาเสพติด

 

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2568 โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส., กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ ณรงค์เดช ณ พัทลุง, สนธยา ศรีสุวรรณ และ โกมล บุญทอง พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 5,000,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

 

จากการสืบสวนพบว่า ณรงค์เดช ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.) สังกัดศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 8 และเพิ่งสำเร็จการฝึกอบรมมาได้เพียง 3 เดือน ก่อนจะร่วมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ จึงได้สั่งการให้สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและยึดทรัพย์สินของณรงค์เดชโดยทันที ผลการตรวจค้นบ้านพัก 2 แห่งในแฟลตตำรวจศูนย์ฝึกฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถอายัดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบได้เป็นจำนวนมาก อาทิ เงินสด 200,000 บาท, ทองคำแท่ง 5 บาท, โฉนดที่ดิน 3 แปลง เนื้อที่รวม 44 ไร่, รถยนต์ 2 คัน และบัญชีธนาคารอีก 8 เล่ม รวมมูลค่าทรัพย์สินเบื้องต้นกว่า 50 ล้านบาท

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่ซุกซ่อนไว้ทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดอายัดเพิ่มเติม และขอย้ำเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะในฐานะผู้ค้า ผู้ลำเลียง หรือผู้ให้การสนับสนุน จะไม่มีการละเว้น จะถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเฉียบพลัน มีโทษสถานหนัก และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จะถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินทั้งหมด เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดให้สิ้นตามนโยบายของรัฐบาล

The post ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย ‘ร.ต.ต. ป้ายแดง’ เอี่ยวขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิชาการ มธ. กังวลคำพูด ‘ทักษิณ’ หลังประกาศจัดการว้าแดง เสี่ยงผิดกฎหมายระหว่างประเทศ https://thestandard.co/thaksin-wa-red-remarks-international-law-risk/ Wed, 28 May 2025 11:28:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1079613 รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร เตือนคำกล่าวของทักษิณอาจกระทบความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา

จากกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา […]

The post นักวิชาการ มธ. กังวลคำพูด ‘ทักษิณ’ หลังประกาศจัดการว้าแดง เสี่ยงผิดกฎหมายระหว่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร เตือนคำกล่าวของทักษิณอาจกระทบความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา

จากกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานอาเซียน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน‘ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตอนหนึ่งว่า แหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธว้าแดง เขตรัฐฉาน อีกภายใน 1-2 เดือน รมว.การต่างประเทศ จะต้องเข้าไปพบปะกับผู้นำเมียนมาให้จัดการ หากทำไม่ได้ ประเทศไทยคงต้องขออนุญาตจัดการด้วยตนเอง และหากยังผลิตจะถือว่าเป็นศัตรู

 

รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร ภาควิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและการต่างประเทศเมียนมา เปิดเผยว่า เห็นด้วยในหลักการว่าต้องมีการจัดการกับกลุ่มว้าแดงเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในประเทศไทย แต่ต้องเป็นการทำงานอย่างรัดกุมและคำนึงถึงประเด็นระหว่างประเทศที่มีความอ่อนไหวด้วย ส่วนตัวรู้สึกกังวลและไม่ค่อยเห็นด้วยกับการสื่อสารของคุณทักษิณที่พูดว่า หากรัฐบาลทหารเมียนมาจัดการไม่ได้จะขอเป็นฝ่ายเข้าไปจัดการด้วยตนเอง ตรงนี้อาจจะก่อให้เกิดการตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นสัญญาณที่ออกมาจากรัฐบาลไทยหรือไม่ หรือเป็นสัญญาณที่ออกมาจากฝ่ายความมั่นคงไทยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ในหลายๆ เรื่อง

 

รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ กล่าวว่า การใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดตามที่คุณทักษิณกล่าวอ้างนั้นอาจทำให้ผู้ฟังคาดเดาไปว่า ไทยอาจจะแทรกแซงโดยส่งกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของไทยเข้าไปปราบปรามยาเสพติดหรือไม่ เรื่องนี้ควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาจเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของเมียนมา และสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอาจทำให้กองทัพเมียนมารู้สึกไม่ไว้วางใจ และหวาดระแวงว่า ทางการไทยจะมีนัยทางการเมืองในการเข้าไปสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมากลุ่มใดหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยที่พยายามจะเข้าไปมีบทบาทในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มต่อต้านกับรัฐบาลทหาร

 

รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการผลิตยาเสพติดของกลุ่มว้าแดงอย่างมีนัยสำคัญมาราว 20 ปีก่อน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีหน่วยงานติดตามและดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับรัฐบาลและระดับท้องถิ่นที่ผู้บัญชาการกองกำลังต่างๆ เป็นผู้ดูแล รวมไปถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในการเรียกร้องกับรัฐบาลเมียนมาให้ช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็มีการทำมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 

ทว่า รัฐบาลทหารเมียนมาก็มีข้อจำกัดในการเข้าไปบริหารจัดการ ด้วยรูปแบบการปกครองพื้นที่ของว้าแดงซึ่งมีความอิสระในการปกครองตนเอง เพราะได้ทำข้อตกลงหยุดยิงและมีการแบ่งสรรทางอำนาจต่างๆ กับรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1990 มากไปกว่านั้นคือมิติของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย จึงทำให้กองทัพไม่อยากเข้าไปกดดันหรือแทรกแซงว้าแดงมากนัก ยังไม่นับว่าภายหลังจากการรัฐประหารในปี 2021 เป็นต้นมา ได้ทำให้อิทธิพลของกองทัพลดน้อยถอยลงไปอย่างมากในบริเวณพื้นที่ชนกลุ่มน้อยต่างๆ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธอย่างว้าแดงกลับมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ช่องทางหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยทำมาโดยตลอดในทางการทูต คือการคุยกับรัฐบาลจีน โดยเฉพาะรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งอยู่ในพื้นที่ยูนนาน ให้ช่วยดูแลและจัดการเรื่องยาเสพติดร่วมกัน และร้องขอรัฐบาลจีนให้หยุดส่งสารเคมีที่เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในการผลิตยาเสพติดให้กับกลุ่มว้าแดง 

 

มากไปกว่านั้น คือการบริหารจัดการพื้นที่ภายในประเทศในเรื่องการป้องปรามการเสพ การซื้อ และการลักลอบขนย้ายยาเสพติด และการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการปราบปรามยาเสพติดบริเวณแนวชายแดนของกลุ่มผู้ค้ายา จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการเยียวยา บรรเทาผู้เสพยาเสพติด 

 

รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตัวแสดงที่สำคัญในการจัดการและแก้ไขปัญหายาเสพติดคือชนกลุ่มน้อยที่เป็นเครือข่ายของฝ่ายความมั่นคงไทย หรือเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยบริเวณตามแนวชายแดน ควรจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญในการติดต่อประสานงาน และขับเคลื่อนร่วมกันเป็นเครือข่ายในการสนับสนุนการป้องปรามยาเสพติด รวมไปถึงการใช้กลไกที่สำคัญอย่างคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ซึ่งเป็นเวทีในการหารือเรื่องความมั่นคง ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการพูดคุยแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด 

 

“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งที่คุณทักษิณพูดเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะต้องดำเนินการให้มีความเข้มแข็ง จับต้องได้ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินการความสัมพันธ์ทางการทูตกับทั้งรัฐบาลกลางเมียนมา รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของจีน สิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นตัวเลือกในเบื้องต้นก่อนที่จะคิดถึงการใช้ความรุนแรง ที่อาจจะก่อให้เกิดการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน” รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ กล่าว

The post นักวิชาการ มธ. กังวลคำพูด ‘ทักษิณ’ หลังประกาศจัดการว้าแดง เสี่ยงผิดกฎหมายระหว่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. แจง เชิญ ‘ทักษิณ’ ปาฐกถาปราบยาเสพติด ชี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ ปัดเชิญเป็นที่ปรึกษาทำงาน https://thestandard.co/oncb-invites-thaksin-drug-policy-speech/ Mon, 26 May 2025 12:31:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1078782 ป.ป.ส.

วันนี้ (26 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ […]

The post ป.ป.ส. แจง เชิญ ‘ทักษิณ’ ปาฐกถาปราบยาเสพติด ชี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ ปัดเชิญเป็นที่ปรึกษาทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส.

วันนี้ (26 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ชี้แจงถึงกรณีการเชิญ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมอง และความท้าทาย ต่อการแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน’ ในการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (ครส.) ครั้งที่ 3/2568 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ณ สำนักงาน ป.ป.ส.

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การเชิญทักษิณมาปาฐกถาเป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธาน ครส. โดย ป.ป.ส. เป็นผู้ดำเนินการออกหนังสือเชิญในฐานะหน่วยงาน ซึ่งท่านมองว่าทักษิณเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ในการกำหนดนโยบายยาเสพติดของประเทศไทยจนประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงที่ประเทศไทยสามารถประกาศชัยชนะเหนือปัญหายาเสพติดได้

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ำว่า ในฐานะข้าราชการประจำ ตนมองว่าการปาฐกถาของทักษิณจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และกรรมการ ครส. ในการรับฟังองค์ความรู้และแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต ซึ่งจะนำมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนากลไกของรัฐในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลไกการขับเคลื่อน ‘STOP SEAL SAVE’ และการเอ็กซเรย์พื้นที่ 12 จังหวัด เพื่อความปลอดภัยและความสุขของประชาชน

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ ยอมรับว่าตนเองและผู้บริหารรุ่นปัจจุบันหลายคนยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จึงต้องการรับฟังจากปากของทักษิณโดยตรงเกี่ยวกับนโยบายประกาศสงครามยาเสพติด และการตัดตอนที่เคยได้ยินมา เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวคิดและวิธีการดำเนินการในสมัยนั้นอย่างแท้จริง

 

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการมองในมิติทางการเมือง พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ ยืนยันว่า ตนเป็นข้าราชการประจำ ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมองในมิติทางการเมืองแต่อย่างใด และไม่มีความกดดันจากการเชิญทักษิณมาปาฐกถา ท่านยังกล่าวเสริมว่า การรับฟังผู้มีประสบการณ์ที่เคยทำสำเร็จแล้ว จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของ ป.ป.ส. ให้ประสบผลสำเร็จ

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเชิญทักษิณมาเป็นที่ปรึกษาหรือกรรมการในบอร์ด โดยกล่าวว่า “ตนมิบังอาจเชิญท่านมาเป็นที่ปรึกษา เพียงแค่ได้ฟังท่านมาให้คำแนะนำ ก็คงจะได้แนวคิดพอสมควรแล้ว”

 

การประชุมและปาฐกถาพิเศษจะจัดขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30-16.30 น. โดย ทักษิณ ชินวัตร จะกล่าวปาฐกถาในช่วงเวลา 13.40-14.20 น. ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) กรุงเทพมหานคร และมีการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในส่วนภูมิภาคด้วย

The post ป.ป.ส. แจง เชิญ ‘ทักษิณ’ ปาฐกถาปราบยาเสพติด ชี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ ปัดเชิญเป็นที่ปรึกษาทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบหนุ่มไทยลอบขนเฮโรอีน 17.6 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ซุกมากับอาหารสัตว์-กาแฟ ข้ามแดนหนองคาย https://thestandard.co/heroin-smuggling-nongkhai-border-arrest/ Sat, 17 May 2025 05:33:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1075257 เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายตรวจยึด เฮโรอีน ซุกในอาหารสัตว์และกาแฟจากชายไทย

วานนี้ (16 พฤษภาคม) ด่านศุลกากรหนองคาย ร่วมกับหน่วยงานส […]

The post รวบหนุ่มไทยลอบขนเฮโรอีน 17.6 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ซุกมากับอาหารสัตว์-กาแฟ ข้ามแดนหนองคาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายตรวจยึด เฮโรอีน ซุกในอาหารสัตว์และกาแฟจากชายไทย

วานนี้ (16 พฤษภาคม) ด่านศุลกากรหนองคาย ร่วมกับหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ตำรวจภูธรเมืองหนองคาย, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตหนองคาย และตำรวจตระเวนชายแดน จับกุมหนุ่มไทยพร้อมเฮโรอีนน้ำหนักรวมกว่า 17.6 กิโลกรัม มูลค่าปลายทางกว่า 61 ล้านบาท

 

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 18.30 น. คุณากร (สงวนนามสกุล) ได้เดินทางจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทยพร้อมกระเป๋าสัมภาระ 2 ใบ ซึ่งภายในบรรจุอาหารสัตว์ ถุงกาแฟ และของอุปโภคบริโภคต่างๆ เจ้าหน้าที่ศุลกากรสังเกตเห็นลักษณะบรรจุภัณฑ์ที่น่าสงสัย จึงได้นำกระเป๋าดังกล่าวเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ และพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงกาแฟ 5 ถุง และถุงอาหารสัตว์ (อาหารแมว, อาหารกระต่าย) อีก 13 ถุง เมื่อนำตัวอย่างไปทดสอบด้วยน้ำยา ONCB051 พบว่าแสดงผลเป็นสีม่วง ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน)

 

จากการสอบสวนเบื้องต้น คุณากร ให้การว่า ตนเดินทางไปนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับน้องชายที่ถูกจับกุมใน สปป.ลาว ข้อหาครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ต่อมาได้รับการติดต่อจากหญิงชื่อ พิณทิพย์ (สงวนนามสกุล) หรือ อาย ผ่านทางแอปพลิเคชัน WhatsApp แจ้งว่าจะมีคนนำกระเป๋ามาให้

 

จากนั้นเวลาประมาณ 14.40 น. ของวันเดียวกัน มีชายผิวสี (ไม่ทราบสัญชาติ) นำกระเป๋าสัมภาระดังกล่าวมาให้ตน พร้อมสั่งให้นำกระเป๋าไปส่งที่บริษัทขนส่งภายในประเทศ โดยมีปลายทางที่จังหวัดสงขลา ซึ่งข้อมูลผู้รับจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหลังข้ามมาถึงประเทศไทยแล้ว ตนจึงนำกระเป๋าขึ้นรถประจำทางเดินทางกลับเข้าไทย เมื่อผ่านช่องตรวจของศุลกากรจึงถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจและพบยาเสพติดดังกล่าว

 

ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้มีน้ำหนักรวมประมาณ 17.6 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 5,280,000 บาท แต่หากสามารถลักลอบนำไปจำหน่ายยังปลายทางได้ คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 61,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวคุณากรพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

The post รวบหนุ่มไทยลอบขนเฮโรอีน 17.6 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ซุกมากับอาหารสัตว์-กาแฟ ข้ามแดนหนองคาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. สั่งคุมเข้ม ‘กระท่อม’ ทั่วประเทศ ลุยปราบการใช้ผิดกฎหมาย กังวลเป็นบันไดสู่ยาเสพติดอื่น https://thestandard.co/thai-government-kratom-policy/ Thu, 08 May 2025 11:59:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1072542 thai-government-kratom-policy

วันนี้ (8 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการค […]

The post ป.ป.ส. สั่งคุมเข้ม ‘กระท่อม’ ทั่วประเทศ ลุยปราบการใช้ผิดกฎหมาย กังวลเป็นบันไดสู่ยาเสพติดอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-government-kratom-policy

วันนี้ (8 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. ครั้งที่ 4/2568 โดยมีประเด็นเร่งด่วนคือการแก้ไขปัญหาพืชกระท่อม ซึ่งแม้จะถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 แล้ว แต่ยังคงมีการควบคุมตามพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. 2565

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะมาตรา 24 และ 25 ที่ห้ามขายใบกระท่อมให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร รวมถึงการบังคับให้มีการติดป้ายประกาศ และห้ามขายในสถานที่หรือวิธีการที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับเป็นพินัย นอกจากนี้ การนำเข้า-ส่งออกใบกระท่อมตามมาตรา 10 ซึ่งกฎกระทรวงอยู่ระหว่างการประกาศใช้ ก็ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีการนำใบกระท่อมไปผสมกับวัตถุปรุงแต่ง สี กลิ่น รส หรือยาอันตราย เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ แล้วผลิตเป็นเครื่องดื่มเพื่อจำหน่าย ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ซึ่งมีโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับ 

 

โดย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งในประเด็นนี้ เนื่องจากเกรงว่าการใช้พืชกระท่อมในลักษณะที่ผิดกฎหมาย อาจนำไปสู่การเสพยาเสพติดประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับพืชกระท่อมอย่างแพร่หลาย

 

ด้วยเหตุนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. จึงได้มีข้อสั่งการไปยังผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. กทม. และสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1-9 ให้ดำเนินการดังนี้:

 

 * ประสานงานกับฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ เพื่อตรวจตราการจำหน่ายพืชกระท่อมให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. พืชกระท่อมฯ หรือประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายอาหาร หรือกฎหมายยา

 * สำรวจข้อมูลแหล่งผลิตน้ำต้มใบกระท่อม ลักษณะการขาย หรือการลักลอบจำหน่ายที่ผิดกฎหมาย และนำข้อมูลดังกล่าวไปเป็นเป้าหมายใน ‘ยุทธการเด็ดปีกนักค้ารายย่อย’ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

 

นอกเหนือจากประเด็นพืชกระท่อม ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าในประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น ยุทธการเด็ดปีกนักค้ารายย่อย การตรวจสอบทรัพย์สิน กฎหมายและมาตรการควบคุมกัญชา และแนวทางการป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ ได้เน้นย้ำตอนท้ายการประชุมให้ผู้บริหารทุกท่านให้ความสำคัญกับการวางแผนการทำงานที่ชัดเจน และมุ่งมั่นพัฒนางานในความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของสำนักงาน ป.ป.ส. บรรลุเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

The post ป.ป.ส. สั่งคุมเข้ม ‘กระท่อม’ ทั่วประเทศ ลุยปราบการใช้ผิดกฎหมาย กังวลเป็นบันไดสู่ยาเสพติดอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. เตือนภัยยาเสพติด ‘ขนม-ลาบูบู้’ ระบาดช่วงสงกรานต์ คร่า 2 ชีวิต https://thestandard.co/oncb-warns-new-drug-labooboo-songkran/ Sun, 20 Apr 2025 03:54:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1066227 ป.ป.ส.เตือนภัยยาเสพติดชนิดใหม่ "ขนม-ลาบูบู้" ที่ระบาดช่วงสงกรานต์ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย

วันนี้ (20 เมษายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม […]

The post ป.ป.ส. เตือนภัยยาเสพติด ‘ขนม-ลาบูบู้’ ระบาดช่วงสงกรานต์ คร่า 2 ชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส.เตือนภัยยาเสพติดชนิดใหม่ "ขนม-ลาบูบู้" ที่ระบาดช่วงสงกรานต์ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย

วันนี้ (20 เมษายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เตือนภัยยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีชื่อเรียกในกลุ่มผู้เสพว่า ‘ขนม’ หรือ ‘ลาบูบู้’ หลังได้รับรายงานจากศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีว่า พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการหมดสติ กล้ามเนื้อเกร็ง หยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้น จำนวน 3 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการใช้ยาเสพติดดังกล่าว และเสียชีวิตแล้วถึง 2 ราย อีก 1 รายยังคงอาการสาหัสอยู่ในห้องไอซียู

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า จากข้อมูลเบื้องต้นของศูนย์พิษวิทยาฯ คาดการณ์ว่าสารเสพติดขนมหรือลาบูบู้ อาจเป็นการผสมกันระหว่างยากลุ่มกระตุ้นประสาทและยากลุ่มกดประสาท ทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์กันอย่างรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจยืนยันชนิดของสารเสพติดจากห้องปฏิบัติการ

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์นี้มีความคล้ายคลึงกับกรณี เคนมผง ที่เคยคร่าชีวิตผู้เสพจำนวนมากเมื่อปี 2565 นอกจากนี้จากการตรวจพิสูจน์ของสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ยังพบยาอีที่มีลักษณะคล้ายตัวการ์ตูน ลาบูบู้ ซึ่งตรวจพบสาร MDMA (ยาอี), คีตามีน และกาเฟอีน โดยข้อสังเกตคือ ยาอีลาบูบู้ นี้มีปริมาณ MDMA ในความเข้มข้นสูงกว่ายาอีทั่วไป (พบ MDMA เพียง 40-50%) และมีการผสมคีตามีนและกาเฟอีน ทำให้ฤทธิ์ยาแรงขึ้นและเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น

 

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ เตือนทิ้งท้ายว่า ยาเสพติดทุกชนิดเป็นอันตรายต่อร่างกายและสังคม พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติด แหล่งพักยา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้แจ้งสายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ

 

อ้างอิง: 

The post ป.ป.ส. เตือนภัยยาเสพติด ‘ขนม-ลาบูบู้’ ระบาดช่วงสงกรานต์ คร่า 2 ชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. เปิดห้องมั่นคง ตรวจรับยาเสพติด 27.82 ตัน เตรียมเผาทำลาย 10 เม.ย. นี้ ย้ำนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดจริงจัง https://thestandard.co/oncb-27-tons-of-drugs-destruction/ Tue, 08 Apr 2025 11:09:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1061925

วันนี้ (8 เมษายน) ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติ […]

The post ป.ป.ส. เปิดห้องมั่นคง ตรวจรับยาเสพติด 27.82 ตัน เตรียมเผาทำลาย 10 เม.ย. นี้ ย้ำนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดจริงจัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 เมษายน) ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด (สวพ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส. ) อภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้นำในการเปิดห้องมั่นคงเพื่อดำเนินการตรวจรับยาเสพติดของกลางจำนวนมหาศาลกว่า 27.82 ตัน พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจรับยาเสพติดของกลาง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย., บช.ปส., กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สพฐ.ตร. และหน่วยงานสนับสนุน

 

การเปิดห้องมั่นคงครั้งนี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2568 โดยได้รับเกียรติจาก แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

 

อภิกิต รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การดำเนินการในวันนี้เป็นการเริ่มต้นกระบวนการทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 8 ของสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน โดยสอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ครบวงจร ตั้งแต่การสกัดกั้น ปราบปราม ไปจนถึงการจัดการยาเสพติดของกลางอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

 

ยาเสพติดของกลางที่นำมาตรวจรับในครั้งนี้มีน้ำหนักรวมกว่า 27.82 ตัน จาก 80 คดี ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลจากปฏิบัติการ SEAL STOP SAFE ในพื้นที่ 51 อำเภอชายแดน ยาเสพติดทั้งหมดได้ผ่านการตรวจพิสูจน์ชนิดและปริมาณแล้ว และถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัยสูงสุด ประกอบด้วย ยาบ้า 126 ล้านเม็ด, ไอซ์กว่า 10.6 ตัน, เฮโรอีน, คีตามีน และยาเสพติดชนิดอื่นๆ

 

อภิกิตกล่าวต่อว่า กระบวนการตรวจรับและส่งมอบยาเสพติดของกลางจะดำเนินไประหว่างวันที่ 8-9 เมษายน 2568 โดยคณะกรรมการตรวจรับยาเสพติดของกลาง และคณะทำงานทำลายยาเสพติดของกลาง จะร่วมกันตรวจสอบชนิดและปริมาณยาเสพติดให้ตรงตามบัญชี ก่อนที่จะบรรจุลงหีบห่อและประทับตราภายใต้การรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 

 

จากนั้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 เมษายน คณะทำงานฯ จะทำการขนย้ายยาเสพติดทั้งหมดไปยัง บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินการเผาทำลายในเวลา 13.30 น. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 เมษายน จะมีการตรวจสอบขี้เถ้าหลังการเผา เพื่อยืนยันว่ายาเสพติดทั้งหมดได้ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์

 

อภิกิตยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการดำเนินการเป็นไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 อย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดจะถูกทำลายจนสิ้นซาก และไม่มีการรั่วไหลกลับเข้าสู่สังคมอย่างแน่นอน

The post ป.ป.ส. เปิดห้องมั่นคง ตรวจรับยาเสพติด 27.82 ตัน เตรียมเผาทำลาย 10 เม.ย. นี้ ย้ำนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดจริงจัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ส. ยึดผงสีขาวกว่า 1,500 กิโลกรัมของบริษัทจีน ริมน้ำโขง จ.เชียงราย เร่งส่งพิสูจน์สารตั้งต้นยาเสพติด https://thestandard.co/oncb-seizes-1500kg-white-powder/ Tue, 11 Mar 2025 02:06:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1050672 ผงสีขาว

ช่วงบ่ายวันที่ 10 มีนาคม เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามย […]

The post ป.ป.ส. ยึดผงสีขาวกว่า 1,500 กิโลกรัมของบริษัทจีน ริมน้ำโขง จ.เชียงราย เร่งส่งพิสูจน์สารตั้งต้นยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผงสีขาว

ช่วงบ่ายวันที่ 10 มีนาคม เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับตำรวจสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เชียงแสน จังหวัดเชียงราย, ทหารเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย, ทหารกองกำลังผาเมือง และด่านศุลกากรเชียงแสน ตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าเพื่อการส่งออกของเอกชน ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ติดกับแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว 

 

หลังจากสืบทราบว่าได้มีบริษัทเอกชนชาวจีนพยายามส่งวัตถุต้องสงสัยบรรจุในถุงกระสอบสีขาวขนาดใหญ่ 2 ใบ อ้างว่าเป็นเครื่องจักรจะนำไปส่งที่โรงโม่หินแห่งหนึ่งในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา แต่เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วมีลักษณะต้องสงสัยจากการตรวจสอบไม่พบว่าเป็นเครื่องจักร อีกทั้งพบถังสีน้ำเงิน 6 ถัง แต่ละถังบรรจุผงสีขาวลักษณะสีขุ่นและมีกลิ่นฉุน รวมกว่า 1,500 กิโลกรัม

 

จากการใช้น้ำยาตรวจทดสอบเบื้องต้นผงสีขาวเปลี่ยนเป็นสีดำและสีฟ้าอ่อน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นสารเคมีชนิดใด จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างวัตถุดังกล่าวใส่ขวดพลาสติกจำนวน 7 ขวด ส่งไปตรวจที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อยืนยันว่าเป็นสารเคมีหรือเป็นสารตั้งต้นยาเสพติดให้โทษหรือไม่อย่างไรต่อไป

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบก่อน หากแน่ชัดว่าเป็นสารที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดจะมีการขยายผลการจับกุมต่อไป

 

อ้างอิง:

The post ป.ป.ส. ยึดผงสีขาวกว่า 1,500 กิโลกรัมของบริษัทจีน ริมน้ำโขง จ.เชียงราย เร่งส่งพิสูจน์สารตั้งต้นยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ป.ป.ส. เคยแจ้ง กฟภ. อายัดเงินหลักประกันซื้อขายไฟปี 65 แต่วันนี้ยังใช้อยู่! | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow040268-2/ Wed, 05 Feb 2025 03:33:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1038200 thestandardnow040268-2

เปิดหลักฐาน ป.ป.ส. เคยแจ้ง กฟภ. อายัดเงินหลักประกันสัญญ […]

The post ชมคลิป: ป.ป.ส. เคยแจ้ง กฟภ. อายัดเงินหลักประกันซื้อขายไฟปี 65 แต่วันนี้ยังใช้อยู่! | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandardnow040268-2

เปิดหลักฐาน ป.ป.ส. เคยแจ้ง กฟภ. อายัดเงินหลักประกันสัญญาซื้อขายไฟบริษัทในเมืองบาปเมียนมาตั้งแต่ปี 65 แต่วันนี้ยังใช้อยู่!

 

คุยกับ พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)

 

 

The post ชมคลิป: ป.ป.ส. เคยแจ้ง กฟภ. อายัดเงินหลักประกันซื้อขายไฟปี 65 แต่วันนี้ยังใช้อยู่! | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเอกสาร กฟภ. ถึง ป.ป.ส.-ปปง.-ตร.-ดีเอสไอ-กต. ปมตัดการขายไฟฟ้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดนไทย https://thestandard.co/pea-docs-border-scam-electricity/ Thu, 30 Jan 2025 08:30:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1036211

วันนี้ (30 มกราคม) หลังจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐม […]

The post เปิดเอกสาร กฟภ. ถึง ป.ป.ส.-ปปง.-ตร.-ดีเอสไอ-กต. ปมตัดการขายไฟฟ้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) หลังจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่ากระทรวงมหาดไทยเคยชงเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการตัดการขายไฟฟ้าไปยังประเทศเมียนมาหากพบว่ามีการส่งไฟฟ้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่บัดนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนให้ความเห็นกลับมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ รับรองบริษัทคู่สัญญาจากเมียนมาให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับประเทศใกล้เคียงได้

 
จากการตรวจสอบข้อมูลจาก กฟภ. พบว่า กฟภ. เคยทำเรื่องขอความอนุเคราะห์พิจารณาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งพิจารณาผลกระทบและเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีระงับการให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2567 แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ เช่น ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14, ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์, ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา, ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี, ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นต้น

 
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 กฟภ. ยังทำหนังสือขอความอนุเคราะห์พิจารณาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของประเทศกรณีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยและใกล้เคียง ถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย)

 
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 กฟภ. ยังส่งหนังสืออีกฉบับถึงอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องขอความอนุเคราะห์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กำหนดมาตรการควบคุมกำกับดูแลการซื้อขายไฟฟ้า ณ จุดซื้อขายบริเวณบ้านวังผา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ประเทศไทย – ชเวโก๊กโก่ อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

 
ขณะที่วันที่ 17 ธันวาคม 2567 กฟภ. ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องขอความอนุเคราะห์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กำหนดมาตรการควบคุมกำกับดูแลการซื้อขายไฟฟ้า ณ จุดซื้อขายบริเวณสะพานมิตรภาพและบ้านเหมืองแดง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย – อำเภอท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
 

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 กฟภ. ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เรื่องขอความอนุเคราะห์พิจารณาตรวจสอบบริษัทผู้ขอซื้อไฟฟ้า และกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดและกระบวนการฟอกเงินของผู้ได้รับสัมปทาน รวมถึงประเด็นความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน

The post เปิดเอกสาร กฟภ. ถึง ป.ป.ส.-ปปง.-ตร.-ดีเอสไอ-กต. ปมตัดการขายไฟฟ้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มอบนโยบาย ป.ป.ส. ตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเป็นซีอีโอแก้ยาเสพติด https://thestandard.co/national-drug-control-governors-strategy/ Wed, 18 Dec 2024 11:11:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1021058 ยาเสพติด

วันนี้ (18 ธันวาคม)​ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็น […]

The post นายกฯ มอบนโยบาย ป.ป.ส. ตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเป็นซีอีโอแก้ยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยาเสพติด

วันนี้ (18 ธันวาคม)​ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการติดตามเร่งรัดการบำบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ป้องกัน และปราบปราม ยาเสพติด ครั้งที่ 2/2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถนนดินแดง กรุงเทพฯ โดยมี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะผู้บริหาร ป.ป.ส., หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย

 

นายกรัฐมนตรีรับฟังภาพรวมการพัฒนาระบบเก็บข้อมูลกลางที่จะรวบรวมข้อมูลยาเสพติดของแต่ละหน่วยงานมาไว้ด้วยกัน โดยจะมีทั้งข้อมูลสถานการณ์ แผนปฏิบัติการดำเนินการป้องกัน รวมถึงการประเมินผล ซึ่งขณะนี้ระบบคืบหน้าไปแล้ว 80% 

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่รัฐบาลยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะฉะนั้นต้องใช้ทุกหน่วยร่วมกันแก้ไขปัญหา ไม่สามารถใช้เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ และวันที่แถลงนโยบายรัฐบาลพูดว่า เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จะโฟกัสเรื่องนี้ให้มีผลเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ที่ผ่านมาเราขยายผลโมเดลจากจังหวัดน่านและจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมาย 25 จังหวัด และจะขยายผลไปทั่วประเทศ โดยต้องแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดเป็นซีอีโอเพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และเราต้องทำให้คนที่ติดยาเสพติดหายติดยาและทำให้สังคมปลอดยาเสพติด เพื่อจะได้ไม่ต้องวนกลับมาลูปเดิมอีก อย่าไปคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี เขาทำพลาดไป คนเราเวลาเจอปัญหาจะรู้สึกอย่างไรและจะแก้ปัญหาอย่างไรเราไม่มีทางทราบ แต่เมื่อเราเป็นข้าราชการ เรามีหน้าที่สนับสนุนให้เขาออกมาจากวงจรนั้นให้ได้ 

 

ต่อมานายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายติดตามรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหายาเสพติดและผลการดำเนินงานด้านยาเสพติดของ ป.ป.ส. แต่ละจังหวัด รวมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและห้องรับร้องเรียน สายด่วน ป.ป.ส. 1386

 

ยาเสพติด ยาเสพติด

The post นายกฯ มอบนโยบาย ป.ป.ส. ตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเป็นซีอีโอแก้ยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มอบอุปกรณ์ป้องกัน-ตอบโต้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด กำชับดูแลจ่ายรางวัลนำจับเป็นสินน้ำใจให้เหมาะสม https://thestandard.co/pm-boosts-anti-drug-efforts/ Thu, 18 Jul 2024 06:26:42 +0000 https://thestandard.co/?p=959614 ยาเสพติด

วันนี้ (18 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธ […]

The post นายกฯ มอบอุปกรณ์ป้องกัน-ตอบโต้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด กำชับดูแลจ่ายรางวัลนำจับเป็นสินน้ำใจให้เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยาเสพติด

วันนี้ (18 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์ป้องกันและตอบโต้กลุ่มผู้ค้า ยาเสพติด แก่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.อ. เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เช่น กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว อากาศยานไร้คนขับ กล้องอำพรางแบบเคลื่อนที่ ชุดเฝ้าตรวจระยะไกลทางยุทธวิธีชนิดกระเป๋าหิ้ว เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น

 

ด้าน พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) รายงานว่า ตามที่นายกฯ อนุมัติบอร์ด ป.ป.ส. ให้กองทัพภาคที่ 3 ตั้งหน่วยบัญชาการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนในภาคเหนือ และให้ ป.ป.ส. จัดสรรเครื่องมือและเน้นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติปลอดภัย และภารกิจที่รับมอบหมายสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนต้องมีประสิทธิภาพ

 

จากนั้นนายกฯ สอบถามการทำงานของอุปกรณ์แต่ละชนิดกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวว่า เรื่องยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ สืบเนื่องจากที่ทางรัฐบาลร่วมกับกองทัพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), ป.ป.ส. และกระทรวงสาธารณสุข กวาดล้างยาเสพติดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้หมด มีจังหวัดน่านและร้อยเอ็ดที่กำหนดให้เป็นจังหวัดสีขาวทั้งหมด ซึ่งเราทราบกันดีว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก เกิดมายาวนาน ถึงเวลาที่เราต้องกำจัดให้หมดไป จากการที่รัฐบาลและทุกหน่วยงานได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาต้นตอ

 

นายกฯ กล่าวอีกว่า ยาเสพติดส่วนมากมาจากฝั่งตรงข้าม ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว หรือเมียนมาก็ตาม ฉะนั้นอุปกรณ์เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วมีเรื่องเศร้าคือการสูญเสียของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนได้มาเน้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าเรื่องของอุปกรณ์เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งยังสั่งการให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ไปดูการขนถ่ายยาเสพติดในประเทศที่มีความซับซ้อน เพื่อพัฒนาและหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่แค่ยาบ้าอย่างเดียว เรื่องของเฮโรอีนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตลาดเฮโรอีนที่สำคัญจะผ่านไทยและส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ในบ่ายวันเดียวกันนี้ตนจะพูดคุยกับเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไร ในการที่จะตัดตอนเรื่องการส่งเฮโรอีนออกไป

 

นายกฯ กล่าวอีกว่า เราต้องให้ขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์จะต้องพร้อม เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญ และอีกเรื่องถ้าเราจับกุมได้จะต้องให้รางวัล เรื่องนี้ต้องไปดูแลให้ดี เรื่องการแบ่งสันปันส่วนให้มีความพร้อมเหมาะสม เราอยากให้ทำงานกันอย่างร่วมมือร่วมใจกันอย่างไม่มีข้อติดใจกันว่าจะแบ่งผลประโยชน์กัน เมื่อยึดทรัพย์มาแล้วก็ให้ไปส่วนหนึ่ง หรือตอนที่จับได้จะต้องแบ่งเป็นสินน้ำใจไปส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วน และขอเป็นกำลังใจให้ เหนือสิ่งอื่นใดเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีเรื่องหนึ่งที่กองกำลังผาเมืองรายงานมาจากสถานการณ์เมียนมาที่สู้รบกัน ทำให้ชนกลุ่มน้อยเพิ่มกำลังการผลิตยาเสพติดเพิ่มขึ้น ตรงนี้จะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ถือเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ไม่ใช่แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย เป็นประเด็นความมั่นคงในประเทศเขา ซึ่งเราไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นข้อแก้ตัวในการที่เราไม่ทำงานกัน

 

กำชับ ปปง. เร่งรัดยึดทรัพย์ ตัดต้นตอแหล่งเงิน ผลิตยาเสพติด

 

จากนั้นนายกฯ เดินทางไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับฟังการดำเนินงานด้านยาเสพติด พร้อมกล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดเป็นสำคัญ ทั้งการฟื้นฟู แก้ไข เยียวยา ซึ่งปัจจุบันฝ่ายจับสามารถจับเพิ่มขึ้นได้ 4-5 เท่า แต่ราคายาบ้ายังไม่ลดลง แสดงว่ามีเข้ามาเยอะมาก ต้นทุนยังไม่ลด เพราะฉะนั้นหากสามารถจับได้ ยึดทรัพย์ ตัดต้นตอออกไป เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการให้คืบหน้าก้าวหน้าให้มากที่สุด และให้กระทำโดยเร็ว อย่าให้เป็นข้อครหานินทาได้ หรือทรัพย์ถูกนำไปแปรโดยง่ายดาย

 

นายกฯ ย้ำด้วยว่า ต้องทำงานแบบบูรณาการ เร่งต่อจิ๊กซอว์ให้จบโดยเร็ว อย่าทำงานแบบไซโล ภายในสิ้นไตรมาส 3 นี้จะต้องทำให้ได้ และยาเสพติดเป็นสารตั้งต้นหลายอย่าง โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ต้องตัดต้นตอแหล่งเงิน ต้นตอการผลิต และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเห็นปัญหาเหล่านี้ลดความรุนแรงลงตามเป้าหมายที่กำหนด ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย จากปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์สูงสุดของรัฐบาล

 

ยาเสพติด ยาเสพติด ยาเสพติด

The post นายกฯ มอบอุปกรณ์ป้องกัน-ตอบโต้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด กำชับดูแลจ่ายรางวัลนำจับเป็นสินน้ำใจให้เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.สาธารณสุข ยืนยัน ดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดเป็นความต้องการประชาชน เมินม็อบเรียกร้องใช้สันทนาการ-ไม่ขัดแย้งภูมิใจไทย https://thestandard.co/minister-public-health-marijuana-drugs/ Tue, 09 Jul 2024 05:30:34 +0000 https://thestandard.co/?p=955323 กัญชา ยาเสพติด

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน ร […]

The post รมว.สาธารณสุข ยืนยัน ดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดเป็นความต้องการประชาชน เมินม็อบเรียกร้องใช้สันทนาการ-ไม่ขัดแย้งภูมิใจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัญชา ยาเสพติด

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการนำ กัญชา กลับมาเป็น ยาเสพติด ว่า ตอนนี้ผ่านเรื่องแล้ว และต้องเอาเข้าคณะกรรมการ ป.ป.ส. ซึ่งต้องส่งเรื่องให้พิจารณาก่อนการประกาศว่าสารหรือพืชชนิดใดเป็นยาเสพติดประเภท 5 โดย รมว.สาธารณสุข จะเป็นผู้ประกาศได้เอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก ป.ป.ส. ก่อน คาดว่าจะประชุมกันภายในเดือนนี้ หากเห็นว่าเป็นยาเสพติด ต้องทำกฎหมายรอง กฎกระทรวง และประกาศอีก 4 ฉบับ ที่รวมถึงการปลูก โดยต้องนำเข้า ครม. แต่การประกาศเป็นยาเสพติดประเภท 5 ไม่ต้องเข้า ครม. เพราะเรื่องยาเสพติดมีอันตราย มีความเกี่ยวข้องกับผู้คน กฎหมายจึงเขียนให้รัฐมนตรีกระทำโดยเร็ว

 

ดังนั้นเมื่อทำไม่ทันแล้ว จึงต้องรีบออกประกาศมายับยั้ง ตนเองคิดว่าถ้าเราเห็นว่ากัญชามีปัญหา คนส่วนใหญ่เห็นว่ายังเป็นปัญหา จึงใช้แนวทางในการออกประกาศว่าเป็นยาเสพติดประเภท 5 เพื่อให้ทันเวลาในกรอบระยะเวลา 2+1 ปี ตามเงื่อนไขกฎหมาย โดยหากจะออกเป็นกฎหมายก็ไม่สามารถทำทัน เพราะการออกกฎหมายแต่ละฉบับใช้เวลา 2 ปี พร้อมย้ำว่า แก่นของปัญหาคือพี่น้องประชาชนที่บริโภคกัญชาเหล่านี้มีไอคิวลดลง คนส่วนใหญ่ยังกลัวอยู่

 

สมศักดิ์กล่าวยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายทุนใหญ่ที่สั่งมา แต่เอื้อประชาชนโดยรวม กลุ่มผู้ชุมนุมวันนี้ ตนเองเคยเจอมาแล้ว และต้องการนันทนาการ สันทนาการ สำหรับคนป่วยที่ต้องการใช้กัญชา ต้องให้เข้าถึงได้ ไม่ยุ่งยาก แต่วิธีการขึ้นอยู่กับผู้ที่เขียน

 

ส่วนกรณีที่มีผู้ชุมนุมคัดค้านการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดนั้น สมศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องของประชาชนในภาพรวมที่กังวลต่อผลกระทบของกัญชา โดยเฉพาะต่อเยาวชนที่จะกระทบต่อสติปัญญา แต่กลุ่มผู้คัดค้านนั้น ตนเองเคยไปพบด้วยแล้ว และทราบว่าต้องการให้สามารถนำกัญชาไปใช้ในการนันทนาการ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น ซึ่งไม่สามารถทำได้ และข้อมูลจากการทำประชาพิจารณ์ ประชาชนผู้สนับสนุนให้นำกลับไปเป็นยาเสพติดด้วย แต่สำหรับการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ เพื่อรักษาโรคนั้น ยังสามารถทำได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้สั่ง

 

สมศักดิ์กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีการปิดกั้นกัญชาเป็นยาเสพติดตลอดไป หากโอกาสหน้าหรือรัฐบาลหน้าต้องการเปลี่ยนแปลง ประชาชนก็สามารถเสนอกฎหมาย หรือ สส. เสนอกฎหมายได้ แต่รัฐบาลชุดนี้รับผิดชอบและมองเห็นผลเสียมากกว่าผลดีต่อประชาชน

 

ส่วนการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเป็นการหักต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น สมศักดิ์มั่นใจว่าจะไม่กระทบพรรคภูมิใจไทย และจะมีความเข้าใจกัน ซึ่งตนเองก็เคยเอาใจช่วยแล้ว แต่กฎหมายไม่สามารถพิจารณาได้ทัน ดังนั้นก็จะต้องรับผิดชอบต่อสังคม

The post รมว.สาธารณสุข ยืนยัน ดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดเป็นความต้องการประชาชน เมินม็อบเรียกร้องใช้สันทนาการ-ไม่ขัดแย้งภูมิใจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>