ป้าทุบรถ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ป้าทุบรถ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 17 Nov 2021 13:43:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลพิพากษาสั่งจำคุก ‘2 ป้าทุบรถ’ 3 เดือน ปรับ 12,000 บาท/คน รอลงอาญา 2 ปี https://thestandard.co/sentenced-car-destroy-conflict/ Thu, 30 May 2019 09:20:01 +0000 https://thestandard.co/?p=256065

วันนี้ (30 พ.ค.) ที่ศาลจังหวัดพระโขนง นัดฟังคำพิพากษาใน […]

The post ศาลพิพากษาสั่งจำคุก ‘2 ป้าทุบรถ’ 3 เดือน ปรับ 12,000 บาท/คน รอลงอาญา 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พ.ค.) ที่ศาลจังหวัดพระโขนง นัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 3917/2561 ระหว่างพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ กับมณีรัตน์ แสงภัทรโชติ ที่ 1 และ รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ที่ 2 จำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2561 รชนิกร เลิศวาสนา ได้ขับรถยนต์กระบะมาจอดขวางหน้าบ้านของมณีรัตน์และรัตนฉัตร จนจำเลยทั้งสองคนไม่สามารถขับรถออกจากบ้านได้ จึงบันดาลโทสะใช้ขวานและเสียมทุบรถของรชนิกรได้รับความเสียหาย

 

โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 2 มีความผิดจริงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 และ 83 จำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 18,000 บาท แต่ทั้งนี้ ทางนำสืบของจำเลยทั้ง 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 เดือนและปรับคนละ 12,000 บาท และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด เพราะความเครียดและความโกรธสะสมมาเป็นเวลานาน ความผิดที่กระทำไม่ร้ายแรง จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตนเป็นพลเมืองดี ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

 

ด้านอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของจำเลยในคดีดังกล่าวเปิดเผยว่า ในกรณีของคดีความการทุบรถนั้น ผู้กระทำได้ยอมรับว่าทำจริงๆ โดยได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 37,000 บาท แต่ทางเราได้เลือกเยียวยาไป 50,000 บาท ซึ่งมีหลักฐานต่างๆ ประกอบอยู่อย่างชัดเจน พร้อมขอบคุณประชาชนที่คอยให้กำลังใจคุณป้าทั้งสองคน รวมถึงผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระโขนง ที่ได้เมตตาให้ความเป็นธรรมกับคุณป้าทั้งสองคนกับการตัดสินในครั้งนี้

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ศาลพิพากษาสั่งจำคุก ‘2 ป้าทุบรถ’ 3 เดือน ปรับ 12,000 บาท/คน รอลงอาญา 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใครคือผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2018? บทสรุปสุดยอดข่าวใหญ่ประจำปี https://thestandard.co/most-powerful-person-2018/ https://thestandard.co/most-powerful-person-2018/#respond Fri, 28 Dec 2018 06:17:39 +0000 https://thestandard.co/?p=172328

The post ใครคือผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2018? บทสรุปสุดยอดข่าวใหญ่ประจำปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ใครคือผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2018? บทสรุปสุดยอดข่าวใหญ่ประจำปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/most-powerful-person-2018/feed/ 0
2018 ปีที่เรื่องใหญ่เริ่มต้น และสำเร็จได้จากพลังของคนตัวเล็กๆ https://thestandard.co/thailand-news-2018/ https://thestandard.co/thailand-news-2018/#respond Tue, 25 Dec 2018 12:49:42 +0000 https://thestandard.co/?p=170653

คงไม่ดูโลกสวยจนเกินไปหากจะกล่าวว่า “คนธรรมดาก็ทำสิ่งที่ […]

The post 2018 ปีที่เรื่องใหญ่เริ่มต้น และสำเร็จได้จากพลังของคนตัวเล็กๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

คงไม่ดูโลกสวยจนเกินไปหากจะกล่าวว่า “คนธรรมดาก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงอะไรแย่ๆ ในสังคมได้” เพราะปรากฏการณ์ข่าวสารที่เกิดขึ้นในปี 2018 พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

 

การเปิดโปงคดีทุจริตระดับชาติเริ่มจากนักศึกษาฝึกงานและเจ้าอาวาสวัดเล็กๆ ในต่างจังหวัด

 

เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยระดับหัวหน้าชุดตัดสินใจด้วยความกล้าหาญปกป้องผืนป่าตามหน้าที่ โดยที่ยังไม่ทราบล่วงหน้าว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง

 

สองป้าวัยเริ่มชราที่ต่อสู้ปกป้องสิทธิของตนตามกฎหมายอย่างเต็มที่จนนำไปสู่การสะท้อนปัญหาและความล้มเหลวของการบริหารงานเมืองหลวง

 

ศิลปินใต้ดินไร้ชื่อเสียงที่หาญกล้านำเสนอผลงานสะท้อนใจคนแต่ท้าทายผู้มีอำนาจ

 

ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจของคนในสังคมโลกซึ่งพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดถ้ำ โดยไม่มีเชื้อชาติ หรือความเชื่อมาแบ่งแยกกีดกัน

 

ปี 2018 จึงเป็นปีที่เรื่องใหญ่เริ่มต้น และสำเร็จได้จากคนตัวเล็ก แต่เป็นคนตัวเล็กที่มีความเชื่อและความหวัง เต็มไปด้วยความกล้าหาญ และพร้อมที่จะเสียสละแม้บางครั้งอาจต้องแลกด้วยชีวิต

 

 

ทีมถ้ำหลวง-จ่าสมาน ปฏิบัติการกู้ภัยครั้งใหญ่ของโลก

ทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 จากข่าวเด็กติดถ้ำธรรมดา ต่อมาจึงพบว่านี่คือปฏิบัติการกู้ภัยที่ซับซ้อนและยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

 

 

ภารกิจค้นหาและกู้ภัยยาวนานกว่า 17 วัน โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งไทยและต่างชาติประมาณ 7,000 คน เพื่อช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต แต่น่าเศร้าที่ต้องมี 1 วีรบุรุษผู้สละชีวิตที่ถ้ำหลวง

 

 

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ชุดแรก 20 นายระดมพลด่วนจากสัตหีบ ถึงเชียงรายเกือบตี 2 ของคืนวันที่ 24 มิถุนายน หรือล่วงเข้าเช้าวันที่ 25 มิถุนายน และเริ่มปฏิบัติการทันทีตั้งแต่เวลาตี 4 ลุยดำนำ้เข้าไปในถ้ำจนถึงบริเวณสามแยก ซึ่งหน่วยกู้ภัยเดิมไม่สามารถเข้าไปได้ ภารกิจดูเหมือนจะราบรื่น ไม่เกินศักยภาพของหน่วยซีล แต่แล้วฝนที่ตกลงมาหนักมากตลอดคืน ประกอบกับสภาพถ้ำที่มืดมาก ซีลต้องถอยออกมาจากสามแยก และถอยหนีน้ำมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณโถง 3

 

 

ผู้บัญชาการหน่วยซีลซึ่งทำงานร่วมกับทีมนักดำน้ำต่างชาติ พยายามต่อสู้กับกระแสน้ำ ในระหว่างนั้นทุกหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนที่อยู่นอกถ้ำพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ระดับน้ำในถ้ำลดลง หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้มันเพิ่มขึ้นโดยการติดตั้งตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เจาะบาดาล ทำฝายกั้นน้ำ รวมถึงปิดตาน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปเติมในถ้ำ แม้จะทำทุกอย่างแต่น้ำยังลดลงแค่วันละ 1-2 เซนติเมตร ขณะที่เวลาก็ล่วงผ่านไปเลยสัปดาห์ก็ยังไม่ทราบชะตากรรมของทั้ง 13 ชีวิต

 

 

นักดำน้ำจากหลายประเทศที่มาช่วย ทั้งสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน อังกฤษ เยอรมนี ฟินแลนด์ เดนมาร์ก วางแผนประเมินว่าเมื่อทั้ง 13 ชีวิตไปถึงสามแยกแล้วน่าจะต้องเลี้ยวซ้าย เพราะพบรอยเท้าแล้วในบริเวณนั้น

 

แผนคือวางแนวเชือกไปเรื่อยๆ ทีละ 200 เมตร เวียนกันทีละประเทศ เมื่อแต่ละประเทศช่วยต่อระยะเข้าไป สุดท้ายนักดำน้ำจากอังกฤษรับระยะในช่วงนั้นและไปเจอทั้ง 13 ชีวิต ที่เนินนมสาว นักดำน้ำอังกฤษบอกว่าเมื่อไปถึงน้องๆ พวกเขาวิ่งลงมาหาเลย

 

ปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 ชีวิต ใช้เวลา 10 วัน เมื่อพบทุกคนรอด ต่อไปคือต้องนำออกมาอย่างปลอดภัย ซึ่งในเวลานั้นสาธารณชนทราบภายหลังว่านี่คือขั้นตอนที่ยากที่สุด

 

 

ภารกิจลำเลียงทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิตทำต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 8-10 กรกฎาคม สองชุดแรกออกมาครั้งละ 4 คน ส่วนชุดสุดท้ายออกมา 5 คน

 

 

ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) ต้องคัดสรรอุปกรณ์จากทั่วโลก ระดมนักดำน้ำที่เก่งที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก คิดเป็น 1 ใน 4 ของทีมดำนำ้ทั้งหมด ร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล พร้อมทีมงานหมุนเวียนรวมประมาณ 7,000 ชีวิตต่อสู้กับกระแสและระดับน้ำในถ้ำ

 

ตลอดภารกิจ 17 วัน แบ่งเป็นการค้นหาซึ่งต้องแข่งกับนาทีชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ 10 วัน และการกู้ภัยซึ่งถูกบีบด้วยอากาศที่เบาบางข้างใน และกระแสน้ำที่มาพร้อมพายุฝนอีก 7 วัน ระหว่างนั้นเราได้สูญเสีย จ่าเอก สมาน กุนัน หรือจ่าแซม เจ้าหน้าที่หน่วยซีลนอกราชการผู้อาสาช่วยเหลือในภารกิจที่ถ้ำหลวง ซึ่งทุกคนพร้อมใจยกย่องเขาเป็น ‘วีรบุรุษถ้ำหลวง’

 

 

วิเชียร ชิณวงษ์ ผู้พิทักษ์แห่งป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

จุดเริ่มต้นของข่าวมาจากเฟซบุ๊กเพจ ‘คนอนุรักษ์’ ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งจำนวน 4 ราย ทั้งชายและหญิง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง

 

ตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มนี้คือ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบบริเวณเต็นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองคือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง พร้อมอุปกรณ์ทำครัว อาวุธปืนและเครื่องกระสุน

 

 

นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คือหัวหน้าชุดที่นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนักธุรกิจใหญ่ของประเทศไทย

 

นายวิเชียร เล่าย้อนเหตุการณ์ขณะจับกุมว่า นายเปรมชัยและพวกได้แสดงตัวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือนให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็ไม่มีการย้ายออก โดยอ้างว่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการเดินป่าช่วงกลางคืน จึงทำให้เชื่อว่ามีความผิดปกติ และเมื่อมีเสียงปืนดังขึ้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมนายเปรมชัย

 

ยอมรับว่านายเปรมชัยและพวกพวกมีความพยายามเจรจาต่อรอง ซึ่งตนเองได้ปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่มีใครต้องการได้เงินจากนายเปรมชัยแม้แต่บาทเดียว

 

 

 

“ไม่กลัวการถูกย้าย ผมทำงานเพื่อปกป้องป่า ผมแค่ทำตามหน้าที่รับผิดชอบตรงไปตรงมา โดยชอบธรรม ก็มองว่าไม่มีอะไรต้องกังวล วันข้างหน้าจะมีอะไรไหมก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะการรักษาทรัพยากรป่าไม้ เป็นเรื่องที่ต้องกระทบผลประโยชน์ของใครบางคน ถ้าเจ้าหน้าที่ท้อถอย ถอดใจ ทรัพยากรป่าไม้คงจะเหลืออยู่ไม่เท่าไร ในส่วนของผมและเจ้าหน้าที่ทุกนายก็พร้อมเสมอที่จะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มความสามารถ” นายวิเชียร กล่าว

 

 

สำหรับนายวิเชียร หรือหัวหน้าวิเชียร ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติความกล้าหาญ และความมีจริยธรรม จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) จากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพล

 

คดีเปรมชัย คืบหน้าไปถึงไหน?

ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย และพวก อัยการจังหวัดทองผาภูมิ สั่งฟ้อง 6 ข้อหา คือ

  1. ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
  2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  4. ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
  5. ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย

และ 6. ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

โดยศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดสืบพยานโจทก์ จำนวน 32 ปาก รวม 10 นัด คือวันที่ 27-30 พฤศจิกายน วันที่ 6-7 ธันวาคม วันที่ 11-13 ธันวาคม และวันที่ 18 ธันวาคม 2561

 

จากนั้นนัดสืบพยานจำเลย จำนวน 17 ปาก รวม 6 นัด คือวันที่ 19-21 และ 25-27  ธันวาคม 2561 ซึ่งตามกระบวนการทางกฎหมาย ในปี 2562 สังคมจะทราบผลการพิจารณาคดี

 

 

น้องแบม นักศึกษาฝึกงานเปิดโปงโกงเงินคนจน

นางสาวปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ร้องเรียนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระหว่างไปฝึกงานที่ศูนย์ดังกล่าวจนกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ

 

นำไปสู่การตรวจสอบโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จนพบพฤติการณ์ทุจริตของศูนย์กว่าค่อนประเทศ รวม 67 ศูนย์ และมีเพียง 9 จังหวัดที่ไม่พบการทุจริต คือ สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครศรีธรรมราช นนทบุรี แพร่ นครสวรรค์ สุโขทัย และอุตรดิตถ์  มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมากกว่า 300 คน ถูกดำเนินการสอบสวน

 

การเปิดโปงของนักศึกษาฝึกงาน ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในเวลานั้น ตกเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหา โดยวันที่ 10 เมษายน 2561 ที่ประชุม ครม. มีมติให้นายพุฒิพัฒน์ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

 

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีมติให้อายัดทรัพย์สินของนายพุฒิพัฒน์ กับพวกที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตยักยอกเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งและผู้มีรายได้น้อย รวม 12 ราย จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท พร้อมดำเนินคดีอาญาความผิดฐานฟอกเงิน

 

 

โดยต่อมา นายพุฒิพัฒน์ พร้อมสาวคนสนิทกินยาพิษผสมไวน์ฆ่าตัวตาย แต่แพทย์สามารถรักษาชีวิตของสาวคนสนิทได้เพียงรายเดียว โดยญาติของอดีตปลัดท่านนี้เปิดเผยว่า ไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตายหนีความผิด เพราะยังไม่มีหน่วยงานไหนชี้มูลว่าผิด โดยญาติคาดว่าสาเหตุมาจากน้อยใจเรื่องติดต่อบุคคลหนึ่งเพื่อชี้แจงขอคำปรึกษา แต่ไม่ใช่การติดต่อเพื่อหาช่องทางหนีคดี หลายครั้งไม่มีเสียงตอบรับเลย จนอาจทำให้เกิดความเครียดและกดดัน

 

ขณะที่น้องแบม หรือนางสาวปณิดา ได้เข้ารับราชการตำแหน่ง นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 4 จังหวัดขอนแก่น เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

 

พระครูใบฎีกา จุดเริ่มต้นคดีเงินทอนวัด

คดีเงินทอนวัด เป็นคดีเขย่าวงการสงฆ์ไทยจนสะเทือนเลื่อนลั่น แต่น้อยคนจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากการร้องเรียนเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2560 ของ พระครูใบฎีกา อนันต์ เขมานนฺโท เจ้าอาวาสวัดห้อยตะแกละ จ.เพชรบูรณ์ ร้องเรียนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หลังพบพิรุธข้าราชการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติทอนเงินสร้างพระอุโบสถ

 

 

สำหรับ ‘เงินทอนวัด’ คือเงินอุดหนุนให้กับวัดต่างๆ ผ่านโครงการบำรุงศาสนาและเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม วัดต้องเขียนโครงการเพื่อเสนอของบฯ เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอนุมัติ ทางวัดต้องเบิกเงินจำนวนหนึ่งคืนเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อเป็นสินบน

 

จุดเริ่มต้นจากการทอนเงินวัดในต่างจังหวัด แต่เมื่อขยายผลพบว่าเกี่ยวข้องถึงระดับพระผู้ใหญ่ในวัดดังของประเทศ โดยคดีเงินทอนวัดแบ่งออกเป็นล็อตๆ ล่าสุดอยู่ที่ล็อตที่ 4

 

 

สำหรับคดีเงินทอนวัน 3 ล็อตแรก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 340 ล้านบาท และเป็นการตรวจสอบทุจริตงบใน 3 งบประมาณ คือ งบบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด งบอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่ถูกดำเนินคดีในล็อตที่ 3 นี้ ถือเป็นการทุจริตงบสูงที่สุดกว่า 150 ล้านบาท

 

 

ส่วนล็อตที่ 4 ช่วง พ.ศ. 2554 -2559 พบเข้าข่ายทุจริต 30 วัด และกำลังดำเนินการตรวจสอบวัดเป้าหมายที่เหลือ ซึ่งมีวัดที่มีชื่อเสียงในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ซึ่งเป็นวัดที่ไม่เคยปรากฏในรายชื่อจากการดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 1-3 มาก่อน และผู้เกี่ยวข้องเป็นพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาส รวมถึงข้าราชการสำนักพระพุทธฯ

 

 

ป้าทุบรถ ผู้ชี้ประเด็นความล้มเหลวการบริหารงาน กทม.

 

https://www.youtube.com/watch?v=BFLaUvp3-q4&feature=youtu.be

 

ย้อนช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ คลิปหญิงสูงวัยสองรายใช้ขวานจามใส่รถที่จอดขวางหน้าบ้าน ภายในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ซอยศรีนครินทร์ 55 เขตประเวศ กรุงเทพฯ จากประเด็นป้าหัวร้อนในตอนต้นกลายเป็นภาพสะท้อนความล้มเหลวของการบริหารงาน และบังคับใช้กฎหมายของ กทม.

 

คุณป้าสองท่านนั้นคือ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ วัย 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ วัย 61 ปี แม้จะถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ แต่ทั้งสองก็ใช้โอกาสที่เป็นข่าวดังต่อสู้กับปัญหาก่อสร้างตลาด 5 แห่งรอบบ้านโดยผิดกฎหมายมาเป็นเวลานับ 10 ปี

 

แม้ในปี 2556 ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองแล้ว แต่เขตประเวศ และ กทม. กลับปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จนต้องติดคำพิพากษา และคำสาปแช่งไว้ที่ประตูรั้ว

 

 

การต่อสู้ของสองป้าทุบรถเรียกความเห็นใจแก่คนในสังคมได้ โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาชี้ว่า ตลาดทั้ง 5 แห่งรอบบ้านคุณป้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้ กทม. รื้อภายใน 60 วัน พร้อมให้จ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่ปี 2553 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 รายละกว่า 360,000 บาท นอกจากนี้ กทม. ยังได้พิจารณาความผิดทางวินัยข้าราชการที่ปล่อยปละละเลยอีกจำนวน 7 ราย

 

 

ต่อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ศาลจังหวัดพระโขนง  ได้ตัดสินปรับ น.ส.รชนีกร เลิศวาสนา อายุ 37 เป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคาร และก่อความเดือดร้อนรำคาญ เป็นเงิน 5,000 บาท และจำคุก 15 วัน แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี

 

 

อย่างไรก็ตาม เวลาต่อมาศาลปกครองได้ยกฟ้องคดีที่ป้าทุบรถ ขอให้เพิกถอนข้อบัญญัติ กทม. สร้างอาคารสูง-อาคารพาณิชย์ รอบสวนหลวง ร.9 ได้

 

แม้ศาลจะยกฟ้อง แต่ในเนื้อหาของคำพิพากษาก็ระบุให้ดัดแปลงการใช้พื้นที่ต้องยึดรายละเอียด แผนผังโครงการ สัญญาแนบท้ายการจัดสรรที่ดิน โฉนดของผู้ถือครองที่ดินเป็นหลัก ซึ่งก็ถือว่าเป็นการคุ้มครองประชาชนผู้อยู่อาศัยได้ส่วนหนึ่ง แต่สองป้าทุบรถระบุว่า ก็ไม่สามารถวางใจได้ เพราะที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ก็เกิดจากคนที่ไม่รักษากฎหมาย อาศัยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย

 

พร้อมเรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยโดยรอบสวนหลวง ร.9 คอยตรวจสอบการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร หากว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และกระทบสิทธิของตนเองก็ต้องออกมาต่อสู้ อย่าละเลย ต้องออกมาเรียกร้องปกป้องสิทธิของตนเอง

 

 

กราฟฟิตี้-แรปประเทศกูมี ศิลปินใต้ดินสะท้อนความอัดอั้นของสังคม

พ.ศ. 2561 มีคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจและมากด้วยเงินทุน ซึ่งสังคมจับตาและวิพากษ์วิจารณ์ใหญ่ๆ 2 คดี หนึ่งคือ คดีนาฬิกาหรูของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาล คสช.

 

สองคือคดีล่าเสือดำของนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

 

คดีเหล่านี้ถูกดำเนินการผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งบางครั้งก็เร็วไม่ทันใจคนในสังคม แต่ก็มีบางครั้งที่ล่าช้าจนคนชินชาที่จะฟังข้ออ้าง-ข้อแก้ตัว

 

 

สำหรับคดีนาฬิกาพลเอก ประวิตร ถูกกระตุ้นเตือนด้วยผลงานกราฟฟิตี้ล้อเลียนของ  Headache Stencil ซึ่งพ่นไว้บริเวณสะพานลอยคนข้ามระหว่างซอยสุขุมวิท 56 กับ 58 ต่อมาภายหลังถูกลบไปแล้วโดยเจ้าหน้าที่เทศกิจ ขณะที่ตำรวจไล่ดูกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวผู้พ่นภาพดังกล่าว

 

“คนหลายคนคิดว่าผมพ่นรูปลุง แปะสติกเกอร์ลุง เพราะเกาะกระแสความดังของลุง…ไม่ใช่เลยครับ สิ่งที่ผมทำนั้น เพื่อจะให้ทุกคนจดจำหน้าลุงไว้ ให้เวลาและสังคมมันตัดสินว่าสิ่งที่ลุงทำมันถูกหรือผิด ดีหรือเลว ผมอยากให้คนได้จดจำหน้าของลุงไว้จนวันตาย เผื่อจะสามารถทำให้คนเข็ดขยาดกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ปฏิวัติรัฐประหาร’”

 

Headache Stencil 1/2/2018

 

อาจกล่าวได้ว่าผลงานกราฟฟิตี้ล้อเลียนของ Headache Stencil เป็นตัวกระตุ้นให้ศิลปินกราฟฟิตี้กลุ่มอื่นๆ ทำตาม ในกรณีคดีล่าเสือดำของนายเปรมชัย ซึ่งถูกสังคมจับตาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอยู่ในเวลานั้น

 

 

ไม่เพียงแค่กราฟฟิตี้เท่านั้น เพลงแรปใต้ดิน ‘ประเทศกูมี’ จากกลุ่มศิลปินที่ใช้ชื่อว่า Rap Against Dictatorship ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองและเสียดสีสังคมกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งตรวจสอบโดยอ้างว่าอาจสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย

 

แม้ต่อมาจะไม่มีการดำเนินคดีเอาผิด หรือออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพลงนี้มาสอบสวน แต่ปรากฏการณ์นี้ก็เรียกเสียงวิจารณ์จากสังคมได้ไม่น้อยถึงความขึงขังเอาจริงเอาจังกับเพลงเพลงเดียวที่เสียดสีผู้มีอำนาจและวิจารณ์สังคม

 

ปรากฏการณ์ข่าวสารใหญ่ๆ ที่ได้รับความสนใจในปี 2018 มีทั้งข่าวใหญ่แต่คนทั่วไปไม่ได้สังเกตว่ามันเริ่มจากคนตัวเล็กๆ หรือในบางข่าวที่ดังขึ้นมาได้ก็เพราะว่าคนตัวเล็กๆ มุ่งมั่นกล้าหาญทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่

 

อย่างไรก็ดียังมีอีกหลายเรื่อง-หลายคดีที่ถูกเริ่มขึ้นจากพวกเขา แต่เรายังต้องติดตามต่อไป เราอาจมีส่วนช่วยส่งเสียง-กดดัน-ทวงถาม เพื่อผลักดันให้สิ่งที่พวกเขาเริ่มไว้สำเร็จได้ไม่สูญเปล่า

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post 2018 ปีที่เรื่องใหญ่เริ่มต้น และสำเร็จได้จากพลังของคนตัวเล็กๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailand-news-2018/feed/ 0
ศาลชั้นต้นพิพากษาคุก 15 วัน ปรับ 5,000 สาวจอดกระบะขวางหน้าบ้านป้าทุบรถ แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี https://thestandard.co/sentenced-to-15-days-jail-fined-5000-thb-car-destroy-case/ https://thestandard.co/sentenced-to-15-days-jail-fined-5000-thb-car-destroy-case/#respond Mon, 26 Nov 2018 10:38:18 +0000 https://thestandard.co/?p=153999

หลังเหตุการณ์ป้าทุบรถกลายเป็นไวรัลทางโซเชียลมีเดียเมื่อ […]

The post ศาลชั้นต้นพิพากษาคุก 15 วัน ปรับ 5,000 สาวจอดกระบะขวางหน้าบ้านป้าทุบรถ แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังเหตุการณ์ป้าทุบรถกลายเป็นไวรัลทางโซเชียลมีเดียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมีการดำเนินคดีกันตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ได้นัดอ่านพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1441/2561 ที่พนักงานอัยการโจทก์และ นางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี กับ นางสาวมณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 61 ปี ร่วมกันเป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นางสาวรชนีกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคาร และก่อความเดือดร้อนรำคาญ

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 เวลากลางวัน จำเลยได้จอดรถยนต์นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร จอดขวางทางเข้า-ออกประตูหน้าบ้านของโจทก์ เลขที่ 337/208 หมู่บ้านเสรีวิลล่า ซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกได้

 

ขณะที่วันนี้ นางสาวรัตนฉัตร และ นางสาวมณีรัตน์ โจทก์ร่วมเดินทางมาศาลพร้อมด้วย นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ และจำเลยเดินทางมาศาล

 

ภายหลังนายอนันต์ชัยเปิดเผยว่า วันนี้ศาลพิพากษาว่า นางสาวรชนีกร จำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยในประเด็นสำคัญที่จำเลยอ้างว่าใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาทีนั้น ทางฝ่ายโจทก์อ้างตัวเองเบิกความเป็นพยานว่า นางสาวรชนีกร จำเลยจอดรถขวางหน้าบ้าน ไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นาน โจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถของจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยจอดรถใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น

 

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ร่วมทั้งสอง อันเป็นการทำให้โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน ทั้งเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจรการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 57 (10)(15),148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

 

ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้นเป็นความเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษตามมาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก เพื่อให้คดีเลิกกัน

 

ดังนั้น นางสาวรัชนีกร จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ 397 วรรคสอง เป็นบทที่หนักสุด จำคุก 15 วัน ปรับ 5,000 บาท

 

ทั้งนี้ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี

 

นายอนันต์ชัยยังกล่าวอีกว่า ส่วนคดีหมายเลขดำที่ อ.3917/2561 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวมณีรัตน์ และ นางสาวรัตนฉัตร เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์

 

กรณีที่จำเลยทั้งสองใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ของนางสาวรชนีกรที่จอดขวางหน้าบ้านตัวเองนั้น ที่ผ่านมาศาลได้เคยนัดไกล่เกลี่ยแต่ไม่ลงตัว ซึ่งเราก็ได้ให้การปฏิเสธไป โดยป้าทั้งสองให้การยอมรับว่าได้ใช้ขวานและเสียมทุบรถจริง แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 09.00 น.

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ศาลชั้นต้นพิพากษาคุก 15 วัน ปรับ 5,000 สาวจอดกระบะขวางหน้าบ้านป้าทุบรถ แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sentenced-to-15-days-jail-fined-5000-thb-car-destroy-case/feed/ 0
กทม. มีมติยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฯ คดีป้าทุบรถ ยืนยันไม่จ่ายเงินเยียวยาเพียงฝ่ายเดียว https://thestandard.co/bangkok-metropolitan-administration-appeal-car-destroy-case/ https://thestandard.co/bangkok-metropolitan-administration-appeal-car-destroy-case/#respond Wed, 30 May 2018 10:05:21 +0000 https://thestandard.co/?p=94091

วันนี้ (30 พ.ค.) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. […]

The post กทม. มีมติยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฯ คดีป้าทุบรถ ยืนยันไม่จ่ายเงินเยียวยาเพียงฝ่ายเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พ.ค.) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม. เตรียมส่งรายละเอียดทั้งหมดให้อัยการพิจารณาอุทธรณ์ประเด็นต่างๆ กรณีศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือป้าทุบรถ และพวกรวม 4 คน ชนะคดี ให้รื้อถอนตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ย่านสวนหลวง ร.9

 

ขณะที่ นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองว่า ได้พิจารณาใน 3 ประเด็นคือ

 

1. ส่วนของสำนักการโยธาที่ต้องใช้หนังสือรับรองการก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ เพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งจากการตรวจสอบแล้ว สำนักการโยธาได้พิจารณา และใช้อำนาจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย โดยยึดประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 พ.ศ. 2530 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งคู่มือปฏิบัติของราชการและกรมที่ดิน ซึ่งไม่ได้ห้ามก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ไม่เหมือนกับโครงการที่ 1 ที่ระบุว่าจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น

 

2. สำนักงานเขตประเวศ ได้บังคับใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.) พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม 2535 2.) พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และ 3.) พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ซึ่งยืนยันว่าสำนักงานเขตประเวศได้ดำเนินการตามกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ

 

3. เรื่องค่าเสียหาย ซึ่งศาลฯ มีคำสั่งให้จ่ายเงินเยียวยารวมทั้งหมด 1,473,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2556 ซึ่งค่าเสียหายส่วนนี้หากพิจารณาในฐานความผิดละเมิด กทม. จะไม่รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะหากพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว พบมีผู้ละเมิดร่วมด้วย คือผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน และเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง

 

ดังนั้นจะให้ กทม. รับผิดชอบค่าเสียหายเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ อีกทั้งการคำนวณจำนวนเงินของศาลคิดรวม 365 วัน ตลอดระยะเวลา 7 ปี แต่ตลาดเปิดขายจริงเพียงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น นับ 1 ปีมีเพียง 102 วัน ดังนั้นหากจะให้ กทม. รับผิดชอบค่าเสียหาย กทม. ยินดีจ่ายเงินเยียวยาให้ แต่ต้องมีการแบ่งสัดส่วนตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

 

ทั้งนี้จะเสนอแนวทางการอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบ ก่อนเสนออัยการพิจารณาในการอุทธรณ์ทั้ง 3 ประเด็น ก่อนวันที่ 15 มิถุนายนนี้

 

ขณะที่ผลการพิจารณาความผิดทางวินัยนั้น นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัด กทม. เปิดเผยว่า พบความผิดวินัยไม่ร้ายแรง มีบทลงโทษว่ากล่าวตักเตือน ตัดเงินเดือน อาจจะ 1-3 เดือนและลดขั้นเงินเดือน เบื้องต้นมีข้าราชการเกี่ยวข้อง 5 ราย ได้แก่ อดีตผู้อำนวยการเขตประเวศและคนปัจจุบัน หัวหน้าฝ่ายโยธาเขต หัวหน้าฝ่ายอนามัย รวมถึงหัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล

The post กทม. มีมติยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฯ คดีป้าทุบรถ ยืนยันไม่จ่ายเงินเยียวยาเพียงฝ่ายเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bangkok-metropolitan-administration-appeal-car-destroy-case/feed/ 0
กทม. ไม่อุทธรณ์คดี ‘ป้าทุบรถ’ ขอ 10 วัน พิจารณาหลักการเยียวยา https://thestandard.co/car-destroy-aunts-10-days-to-consider-remedies/ https://thestandard.co/car-destroy-aunts-10-days-to-consider-remedies/#respond Thu, 17 May 2018 05:39:56 +0000 https://thestandard.co/?p=91216

ความคืบหน้าหลังศาลปกครองกลาง พิพากษาให้ กทม. สั่งเจ้าขอ […]

The post กทม. ไม่อุทธรณ์คดี ‘ป้าทุบรถ’ ขอ 10 วัน พิจารณาหลักการเยียวยา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าหลังศาลปกครองกลาง พิพากษาให้ กทม. สั่งเจ้าของ 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ รื้อถอนอาคารตลาดทั้งหมดให้แล้วเสร็จใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด พร้อมดูแลไม่ให้มีการวางแผงลอย ความสะอาด เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ รวมถึงให้ กทม. ชดใช้เยียวยา กรณีกระทำละเมิดอนุญาตให้เกิดการสร้างตลาดไม่ชอบ ทำให้ป้าสูญเสียความสงบสุขตลอด 7 ปีเศษ ตั้งแต่ปี 2553 ถึงกุมภาพันธ์ 2561 รายละ 368,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่คดีถึงที่สุด

 

ก่อนหน้านี้ กทม. จะขออุทธรณ์ แต่ล่าสุดยืนวันแล้วจะไม่อุทธรณ์ โดยขอเวลา 10 วัน พิจารณาหลักการการเยียวยา ไล่เบี้ยข้าราชการร่วมจ่ายเงินชดใช้


นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง คดีการจัดตั้งตลาดรอบบ้านพักของ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ ระบุว่า ภายหลังการหารือร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานเขตประเวศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังศาลมีคำสั่งให้ กทม. รื้อถอนตลาด และจ่ายค่าชดใช้เป็นเงิน 1.4 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

 

สรุปได้ว่า จะขอเวลา 10 วัน พิจารณารายละเอียดตามคำพิพากษาที่มี 114 หน้า โดยเฉพาะประเด็นรื้อถอน ซึ่งขณะนี้ กทม. ยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ โดยต้องเจรจากับเจ้าของตลาดก่อน เพื่อแจ้งให้รื้อถอนเอง เนื่องจากเป็นพื้นที่เอกชน แต่หากเจ้าของตลาดไม่ยินยอม สามารถไปร้องต่อศาลในฐานะผู้ร้องสอด เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อไปได้ตามกฎหมาย   

ส่วนการจ่ายเงินชดใช้ให้กับครอบครัวนางสาวบุญศรี เรื่องนี้คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นรายบุคคล เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 15 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่เขตประเวศ ผู้อำนวยการเขตประเวศทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมถึงสำนักการโยธา สำนักสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งฐานความผิดแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ตามระยะเวลาการปฏิบัติราชการ หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน บุคคลทั้ง 15 คนนี้ต้องเป็นผู้ชดใช้ พร้อมความผิดตั้งแต่ละเมิด ละเลยในหน้าที่ หรืออาจได้รับโทษทางวินัย เพราะบางส่วนเกษียณอายุราชการไปแล้ว   

พร้อมทั้งยืนยันว่า กทม. พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกขั้นตอน แต่ขอเวลาศึกษารายละเอียด และยืนยันว่าจะไม่อุทธรณ์

 

ด้าน พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แจงกรณีให้สัมภาษณ์วานนี้ที่จะเตรียมอุทธรณ์เรื่องค่าชดเชยที่ต้องจ่าย ยอมรับว่าเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน เมื่อได้อ่านสำเนาคำพิพากษาของศาลโดยละเอียด ในคำสั่งระบุว่าให้กรุงเทพฯ เป็นผู้จ่ายเงิน แต่ตนเองเข้าใจว่าระบุชื่อ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ต้องเป็นคนจ่าย

The post กทม. ไม่อุทธรณ์คดี ‘ป้าทุบรถ’ ขอ 10 วัน พิจารณาหลักการเยียวยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/car-destroy-aunts-10-days-to-consider-remedies/feed/ 0
สโรชา กิตติสิริพันธุ์ นักเขียนผู้พิการทางสายตา – THE STANDARD Daily 16 พฤษภาคม 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily16052561/ https://thestandard.co/thestandarddaily16052561/#respond Thu, 17 May 2018 02:01:13 +0000 https://thestandard.co/?p=91157

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 20. […]

The post สโรชา กิตติสิริพันธุ์ นักเขียนผู้พิการทางสายตา – THE STANDARD Daily 16 พฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

 

  • เปิดชีวิต สโรชา กิตติสิริพันธุ์ บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักเขียนผู้พิการทางสายตาแห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เมื่อการมองไม่เห็นไม่ใช่อุปสรรคของการทำในสิ่งที่ฝัน
  • พร้อมประเด็นข่าวน่าสนใจ ป้าทุบรถชนะ! ศาลสั่ง กทม. รื้อตลาดล้อมบ้าน 5 แห่ง / 
    ครม. ผ่านร่างกฎหมายให้กัญชาทดลองในคนได้

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post สโรชา กิตติสิริพันธุ์ นักเขียนผู้พิการทางสายตา – THE STANDARD Daily 16 พฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily16052561/feed/ 0
สรุป 6 ประเด็นคำพิพากษาศาลปกครองกลางหลังป้าทุบรถชนะคดี https://thestandard.co/car-destroy-aunts-administrative-court-judgement/ https://thestandard.co/car-destroy-aunts-administrative-court-judgement/#respond Wed, 16 May 2018 16:09:34 +0000 https://thestandard.co/?p=91142

  กรณีป้าทุบรถกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลแค่ข้ามคืน […]

The post สรุป 6 ประเด็นคำพิพากษาศาลปกครองกลางหลังป้าทุบรถชนะคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

กรณีป้าทุบรถกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลแค่ข้ามคืน จุดเริ่มต้นจากการใช้ขวานทุบรถคู่กรณีที่จอดกีดขวางทางเข้าออก โดยอ้างว่าเป็นการปกป้องสิทธิของตนเอง นำไปสู่ปัญหาการทุบตลาด ที่เป็นต้นตอใหญ่นำมาสู่ปัญหาอื่นๆ ที่รบกวนการใช้ชีวิตของสมาชิกในครอบครัว จนลุกลามเป็นข่าวหน้าหนึ่งแทบทุกสำนัก

 

ล่าสุด ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษาในคดีที่ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านในหมู่บ้านเสรีวิลล่า สวนหลวง ร.9 พร้อมพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตประเวศ สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยให้ กทม. ทำการเพิกถอนใบอนุญาตของตลาดทั้ง 5 แห่ง ย้อนหลังไปตั้งแต่วันยื่นขอ รวมทั้งให้ กทม. ชดใช้ค่าเสียหาย 386,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ย้อนหลังไปตั้งแต่ 30 กันยายน 2556 รวมทั้งให้มีการรื้อตลาดทั้งหมด นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด

 

THE STANDARD เปิดดูรายละเอียดคำพิพากษากว่า 114 หน้า พบว่ามี 6 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx

The post สรุป 6 ประเด็นคำพิพากษาศาลปกครองกลางหลังป้าทุบรถชนะคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/car-destroy-aunts-administrative-court-judgement/feed/ 0
กทม. ขออุทธรณ์ หลังศาลปกครองสั่งชดใช้บ้านป้าทุบรถ เผยผลสอบข้าราชการปล่อยเปิดตลาด มีโทษแค่ตัดเงินเดือน https://thestandard.co/car-destroy-case-appeal/ https://thestandard.co/car-destroy-case-appeal/#respond Wed, 16 May 2018 09:07:16 +0000 https://thestandard.co/?p=91048

หลังศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาคดีที่ นางสาวบุญศรี แสงหยก […]

The post กทม. ขออุทธรณ์ หลังศาลปกครองสั่งชดใช้บ้านป้าทุบรถ เผยผลสอบข้าราชการปล่อยเปิดตลาด มีโทษแค่ตัดเงินเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาคดีที่ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านภายในหมู่บ้านเสรีวิลล่า สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ พร้อมพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าฯ กทม. ผู้อำนวยการเขตประเวศ สำนักงานเขตประเวศและกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีปล่อยให้เกิดการสร้างตลาด 5 แห่ง รอบบ้านพักโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

โดยศาลปกครองกลาง พิพากษาให้ กทม. สั่งเจ้าของ 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ รื้อถอนอาคารตลาดทั้งหมดให้แล้วเสร็จใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด พร้อมดูแลไม่ให้มีการวางแผงลอย ความสะอาด เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ รวมถึงให้ กทม. ชดใช้เยียวยา กรณีกระทำละเมิดอนุญาตให้เกิดการสร้างตลาดไม่ชอบ ทำให้ป้าสูญเสียความสงบสุขตลอด 7 ปีเศษ ตั้งแต่ปี 2553 ถึงกุมภาพันธ์ 2561 รายละ 368,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่คดีถึงที่สุด

 

วันเดียวกันนี้ (16 พ.ค. 61) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า กทม. จะรื้อถอนตลาดทั้ง 5 แห่งภายใน 60 วันตามคำสั่งศาล ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นด้วยอย่างยิ่งให้รื้อถอน

 

แต่การชดใช้ค่าเสียหายจะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาล เนื่องจากไม่ใช่ความผิดที่เกิดขึ้นจากตน และจะหารือกับฝ่ายกฎหมายในการขออุทธรณ์ ซึ่งกำหนดภายใน 30 วัน

 

“การจะให้ผมชดใช้ค่าเสียหาย ผมมองว่าผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย อยู่ดีๆ จะมาให้ผมจ่ายเยียวยาอย่างไร แต่ยืนยันว่าเมื่อมีคำพิพากษาออกมาแล้ว ผมอยากจะทำตามคำสั่งศาลทันที” พล.ต.อ. อัศวิน กล่าว

 

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนการกระทำความผิดทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปล่อยให้จัดตั้งตลาดนั้น พล.ต.อ. อัศวิน เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัด กทม. ในฐานะประธานพิจารณา ซึ่งรายงานเบื้องต้นว่าได้พิจารณาความผิดทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยความผิดที่พบคือความผิดวินัยไม่ร้ายแรง อาจมีโทษตัดเงินเดือน

 

เบื้องต้นมีข้าราชการเกี่ยวข้อง 7 ราย อาทิ อดีตผู้อำนวยการเขตประเวศและคนปัจจุบัน หัวหน้าฝ่ายโยธาเขต หัวหน้าฝ่ายอนามัย หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เป็นต้น

 

ขณะที่ป้าบุญศรีกล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า ต้องขอขอบคุณศาลที่เมตตาให้ได้รับความเป็นธรรม และอยากฝาก กทม. รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่าอย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่อยู่อาศัยอื่นๆ อีก ขอให้กรณีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพราะแต่ละคนกว่าจะซื้อบ้านได้ก็ต้องใช้เวลา และต้องการความสงบสุข

 

ส่วนป้ายต่างๆ ที่ติดอยู่หน้าบ้าน ป้าบุญศรีบอกว่าจะยังไม่รื้อออก เพราะมีเนื้อหารายละเอียดที่อยากเก็บไว้ พร้อมทั้งจะนำคำพิพากษาในวันนี้ไปติดไว้บริเวณหน้าบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้

The post กทม. ขออุทธรณ์ หลังศาลปกครองสั่งชดใช้บ้านป้าทุบรถ เผยผลสอบข้าราชการปล่อยเปิดตลาด มีโทษแค่ตัดเงินเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/car-destroy-case-appeal/feed/ 0
ศาลปกครองกลางสั่งปรับ ผอ.เขตประเวศ เตือนผู้ว่า กทม. ให้ทำตามคำสั่งปมบ้านป้าทุบรถ https://thestandard.co/administrative-court-fine-prawet-director-and-give-bkk-governor-warning/ https://thestandard.co/administrative-court-fine-prawet-director-and-give-bkk-governor-warning/#respond Thu, 08 Mar 2018 03:04:59 +0000 https://thestandard.co/?p=75617

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 มี.ค.) คณะกรรมการตรวจสอบข้อเ […]

The post ศาลปกครองกลางสั่งปรับ ผอ.เขตประเวศ เตือนผู้ว่า กทม. ให้ทำตามคำสั่งปมบ้านป้าทุบรถ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 มี.ค.) คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตลาดรอบบ้านป้าทุบรถมีผลสรุปว่า 5 ตลาดที่เป็นข้อพิพาทไม่ได้มีการจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีข้าราชการในยุคต่างๆ ของ กทม. เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีมูลทางวินัยก็จะตั้งกรรมการสอบสวน

 

ขณะที่ในปี 2555 เจ้าของบ้านได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้อำนวยการเขตประเวศเป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2 ตามคดีหมายเลขดำที่ ส.1/2555 และได้มีคำสั่งวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

 

ล่าสุด ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งกำชับเตือนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการเขตประเวศให้ปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้ผู้อำนวยการเขตประเวศใช้อำนาจดำเนินการไม่ให้ผู้ใดก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ที่เกิดจากการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ที่เป็นมูลคดีพิพาทไว้ชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการเขตประเวศชำระค่าปรับต่อศาลปกครองเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล

 

ให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ใช้อำนาจหน้าที่ในการติดตามผล การดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา และรายงานให้ศาลทราบต่อไป

 

คำสั่งศาลปกครองดังกล่าวเป็นผลมาจากที่สำนักบังคับคดีปกครองได้มีบันทึกรายงานผลการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ถูกฟ้องที่ 2 ปฏิบัติตามคำสั่งศาลล่าช้าเกินสมควรโดยไม่มีเหตุอันสมควรจริง

 

อ้างอิง:

The post ศาลปกครองกลางสั่งปรับ ผอ.เขตประเวศ เตือนผู้ว่า กทม. ให้ทำตามคำสั่งปมบ้านป้าทุบรถ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/administrative-court-fine-prawet-director-and-give-bkk-governor-warning/feed/ 0
ป้าทุบรถเข้ารับทราบข้อหา ปฏิเสธไม่ได้ข่มขู่และพกพาอาวุธ แจ้งความกลับต่อคู่กรณี สร้างความเดือดร้อนรำคาญ https://thestandard.co/from-car-destroy-postpone-acknowledgment-of-allegations-2/ https://thestandard.co/from-car-destroy-postpone-acknowledgment-of-allegations-2/#respond Mon, 05 Mar 2018 09:59:13 +0000 https://thestandard.co/?p=75068

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปหญิงสูงวัย 2 คน ซึ่งในเวลาต่อ […]

The post ป้าทุบรถเข้ารับทราบข้อหา ปฏิเสธไม่ได้ข่มขู่และพกพาอาวุธ แจ้งความกลับต่อคู่กรณี สร้างความเดือดร้อนรำคาญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปหญิงสูงวัย 2 คน ซึ่งในเวลาต่อมาเรียกกันว่า ‘ป้าทุบรถ’ ซึ่งได้ร่วมกันก่อเหตุใช้ขวานและเสียมทุบรถยนต์กระบะที่จอดขวางหน้าประตูบ้านในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า จนได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทั่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ (5 มี.ค.)

 

ล่าสุด นางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ (ถือเสียม) และนางสาวมณีรัตน์ แสงรัตนโชติ (ถือขวาน) ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนจำนวน 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเดินทางมาพร้อมกับนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ

 

นายอนันต์ชัยเปิดเผยว่า ลูกความยอมรับข้อหาทำให้เสียทรัพย์ แต่ปฏิเสธ 2 ข้อหา คือ พกพาอาวุธและข่มขู่ทำให้คู่กรณีตกใจกลัว โดยระบุว่าเสียมและขวานไม่ใช่อาวุธ พร้อมยืนยันว่าลูกความกระทำลงไปจากคำสั่งศาลปกครองที่สั่งคุ้มครองชั่วคราว เป็นการปกป้องสิทธิ ส่วนข้อหาข่มขู่ การที่ป้าแสดงพฤติกรรมแบบนั้นไม่ใช่การข่มขู่ จึงไม่ถือว่าเข้าข้อกฎหมายที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี

 

ขณะเดียวกันวันนี้จะแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณีเจ้าของรถกระบะในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397

 

ส่วนการจะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จและแจ้งความเกินกว่าเหตุกับเจ้าของรถกระบะ ให้เวลาทบทวนภายใน 7 วันว่าจะมาแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ แต่หากคู่กรณีมาพูดคุยก็พร้อมจะรับฟังเหตุผลและอโหสิกรรมให้

 

ส่วนกรณีที่ทางเขตประเวศสั่งให้ปิดตลาด 5 แห่งรอบบ้าน ฝั่งเจ้าของบ้านยืนยันเห็นใจพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งศูนย์การค้าบริเวณใกล้เคียงก็มีการเชิญชวนให้ผู้ค้าไปขายได้ แต่การที่จะให้เปิดตลาดในพื้นที่บ้านต่อ ไม่เห็นด้วย เพราะผิดกฎหมาย พื้นที่ดังกล่าว พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ระบุชัดเจนว่า พื้นที่ตลาดเป็นพื้นที่จัดสรรเพื่อการอยู่อาศัย ห้ามเปิดตลาดหรือทำการค้าใดๆ โดยหากจะเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นผู้จัดสรรที่ดินเท่านั้น ผู้อื่นไม่มีสิทธิ์

 

ทั้งนี้ยังฝากขอบคุณประชาชนและหน่วยงานทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจในการต่อสู้ และฝากไปยังหน่วยงานรัฐอย่าชี้นำประชาชนให้กระทำความผิดหรือเอื้อประโยชน์ต่อตัวเอง

The post ป้าทุบรถเข้ารับทราบข้อหา ปฏิเสธไม่ได้ข่มขู่และพกพาอาวุธ แจ้งความกลับต่อคู่กรณี สร้างความเดือดร้อนรำคาญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/from-car-destroy-postpone-acknowledgment-of-allegations-2/feed/ 0
ผู้ว่า กทม. เผย 7 วันรู้ต้องสอบวินัยข้าราชการคนไหนบ้าง หลังผลสอบชี้ 5 ตลาดรอบบ้านป้าตั้งผิดกฎหมาย https://thestandard.co/market-around-car-destroy-conflict-area-illegal-2/ https://thestandard.co/market-around-car-destroy-conflict-area-illegal-2/#respond Mon, 05 Mar 2018 07:23:01 +0000 https://thestandard.co/?p=74976

หลังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงปมตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ ได […]

The post ผู้ว่า กทม. เผย 7 วันรู้ต้องสอบวินัยข้าราชการคนไหนบ้าง หลังผลสอบชี้ 5 ตลาดรอบบ้านป้าตั้งผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงปมตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ ได้สรุปผลในวันนี้ว่า ตลาดทั้ง 5 แห่งโดยรอบบริเวณบ้านป้าทุบรถมีการก่อตั้งโดยผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2551 และจากการตรวจสอบพบว่าเกิดขึ้นในยุคของ 2 อดีต ผอ. สำนักการโยธา และ 4 ผอ. เขตประเวศ รวมถึงคนปัจจุบันด้วย

 

ล่าสุด พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ทราบว่าคณะกรรมการได้สรุปผลการสอบสวนมาให้ตนแล้ว ซึ่งในวันนี้จะได้หารือกับฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการ 2 เรื่อง คือ 1. จะต้องมีการส่งสรุปผลการตรวจสอบให้กับศาลปกครองกลางในวันพรุ่งนี้ และ 2. จะดูเนื้อหารายละเอียดว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ผลสรุปเรื่องตลาดออกมาว่าอย่างไร รวมทั้งหากมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาดูว่าเกี่ยวข้องแบบไหน และหากเข้าข่ายผิดวินัยก็จะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบ โดยท่านปลัด กทม. พร้อมระบุด้วยว่าผิดตรงไหน ขนาดไหน ก็ว่าไปตามนั้น

 

“ผมยืนยันว่าจะให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายและเป็นกลาง โดยคาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะมีความชัดเจน หลังจากได้รับผลสรุปการสอบสวนแล้ว”

 

ขณะที่ในส่วนของการฟ้องร้องโดยเจ้าของบ้าน ขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งผู้ว่า กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้เหลือเพียงการสืบพยานอีก 1 ปาก ในส่วนของสำนักงานที่ดิน กทม. ว่า ที่ดินบริเวณโดยรอบในหมู่บ้านเสรีวิลล่าสามารถจัดตั้งตลาดได้หรือไม่?

The post ผู้ว่า กทม. เผย 7 วันรู้ต้องสอบวินัยข้าราชการคนไหนบ้าง หลังผลสอบชี้ 5 ตลาดรอบบ้านป้าตั้งผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/market-around-car-destroy-conflict-area-illegal-2/feed/ 0
สรุปผลสอบ ชี้ 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถจัดตั้งผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2551 มี ขรก. ระดับสูง กทม. เกี่ยวข้อง https://thestandard.co/market-around-car-destroy-conflict-area-illegal/ https://thestandard.co/market-around-car-destroy-conflict-area-illegal/#respond Mon, 05 Mar 2018 05:52:34 +0000 https://thestandard.co/?p=74906

หลังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงปมตลาดรอบบ้านป้าทุบรถที่ […]

The post สรุปผลสอบ ชี้ 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถจัดตั้งผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2551 มี ขรก. ระดับสูง กทม. เกี่ยวข้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงปมตลาดรอบบ้านป้าทุบรถที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ทำการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นเวลากว่า 12 วัน

 

ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการที่มี นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล เป็นประธานกรรมการ ได้สรุปผลการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตลาดทั้ง 5 แห่งมีการจัดการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีข้าราชการระดับผู้บริหารเกี่ยวข้อง 6 คน ประกอบด้วยอดีตผู้อำนวยการสำนักการโยธาธิการและผังเมือง 2 คนที่ดำรงตำแหน่ง และผู้อำนวยการเขตประเวศ 4 คน ซึ่งรวมคนปัจจุบันด้วย

 

ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการต้องทำบันทึกเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อให้มีคำสั่งสอบสวนข้าราชการต่อไป โดยรวมถึงข้าราชการระดับปฏิบัติการอีกกว่า 10 ราย แต่คณะกรรมการไม่ข้อเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากต้องนำส่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตรวจสอบความผิดอีกครั้ง

 

สำหรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏพบว่า พื้นที่ทั้งหมดเริ่มจัดตั้งตลาดตั้งแต่ปี 2551 คือตลาดสวนหลวง ต่อมาช่วงปี 2553- 2554 มีตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต, ตลาดยิ่งนรา และตลาดรุ่งวาณิชย์เกิดขึ้น และสุดท้ายคือตลาดร่มเหลือง ทั้งหมดพบว่าไม่ผ่านการขอจัดตั้งตลาด

 

ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้อำนวยการเขตประเวศทั้ง 4 คนมีการดำเนินการทางกฎหมายและสั่งปรับเจ้าของตลาดในทุกสมัย แต่หนัก-เบาต่างกัน

 

ส่วนการขอก่อสร้างอาคารพาณิชย์พบว่า ตลาดรุ่งวาณิชย์เป็นแห่งเดียวที่ไม่ผ่านการขออนุญาต แต่ก็ผิดระเบียบการจัดตั้งตลาด ซึ่งเมื่อตรวจสอบเอกสารพบว่าเจ้าของตลาดดำเนินการขออนุญาตตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งเป็นสมัยที่ นายจุมพล สำเภาพล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักการโยธาธิการและผังเมือง

 

การตรวจสอบข้อเท็จจริงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเชื่อมโยงกับ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นได้หรือไม่

 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบความผิดในกลุ่มข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วจะดำเนินการอย่างไร คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่าสามารถเรียกกลับมารับโทษได้ทั้งทางอาญา ทางวินัย และทางแพ่ง

 

สำหรับที่มาการสอบสวนข้อเท็จจริงการจัดตั้งตลาด 5 แห่งรอบบ้านบุญศรี และรัตนฉัตร แสงหยกตระการ หรือที่หลายคนเรียกว่าป้าทุบรถเป็นกระแสข่าวดัง เมื่อเกิดเหตุการณ์แชร์คลิปขณะป้าทั้งสองได้ทุบรถที่จอดกีดขวางหน้าบ้าน ซึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากการจัดตั้งตลาด ทำให้มีการสอบสวนและดำเนินการเรื่องต่างๆ ตามมา

The post สรุปผลสอบ ชี้ 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถจัดตั้งผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2551 มี ขรก. ระดับสูง กทม. เกี่ยวข้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/market-around-car-destroy-conflict-area-illegal/feed/ 0
ป้าทุบรถ-ผู้ว่าฯ กทม. ไปตามนัดศาลปกครองไต่สวนคดีตลาดล้อมบ้าน นัดแรก https://thestandard.co/car-destroy-litigants-meet-court-trial/ https://thestandard.co/car-destroy-litigants-meet-court-trial/#respond Fri, 02 Mar 2018 11:59:17 +0000 https://thestandard.co/?p=74581

จากกรณีที่ศาลปกครองกลางแผนกคดีสิ่งแวดล้อม นัดไต่สวนคดีท […]

The post ป้าทุบรถ-ผู้ว่าฯ กทม. ไปตามนัดศาลปกครองไต่สวนคดีตลาดล้อมบ้าน นัดแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่ศาลปกครองกลางแผนกคดีสิ่งแวดล้อม นัดไต่สวนคดีที่ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ กับพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าฯ กทม. กับพวกรวม 4 คน พร้อมด้วยนายสุรกิจ นามวรกานต์ กับพวกที่เป็นผู้ค้าตลาดสดบริเวณรอบบ้านของนางสาวบุญศรี รวม 7 คน ในฐานะผู้ร้องสอดว่า กทม. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการปล่อยปละละเลยให้มีการก่อสร้างตลาด และปล่อยปละการควบคุมการประกอบกิจการตลาดในหมู่บ้านจัดสรร เป็นเหตุผลผู้ฟ้องได้รับความเดือดร้อนรำคาญ

 

โดยการไต่สวนในครั้งนี้ วันนี้ (2 มี.ค.) นางสาวบุญศรีได้เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว และเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบ ส่วนด้าน กทม. พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เดินทางมาด้วยตัวเองพร้อมกับผู้อำนวยการเขตประเวศ

 

หลังการไต่สวนผ่านไประยะหนึ่ง ผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าในวันนี้เป็นการพูดคุยของทั้ง 3 ฝ่ายผ่านการรับฟังของศาล ซึ่งในส่วนของ กทม. ได้ชี้แจงต่อศาลว่าขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปไม่เกินวันที่ 5 มีนาคมนี้ เนื่องจากต้องใช้ความรอบคอบในการพิจารณารายละเอียดอย่างรอบด้าน โดยรับปากว่าหากผลการพิจารณาจากคณะกรรมการดังกล่าวเสร็จสิ้น จะส่งรายละเอียดให้กับศาลเพื่อประกอบการไต่สวนด้วย

 

สำหรับตลาดทั้ง 5 แห่งบริเวณหมู่บ้านเสรีวิลล่า ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้ให้หยุดดำเนินการชั่วคราวทั้งหมด จนกว่าจะมีคำตัดสินจากศาล จึงจะดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกไม่นานนัก นอกจากนี้ยังเยียวยาผู้ค้าด้วยการหาตลาดรองรับไว้ 4 แห่งแล้ว และได้พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ค้าต่างๆ โดยยืนยันอีกครั้งว่าต้องยึดคำสั่งศาลเป็นที่ตั้ง

 

“เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่มีใครได้ขาย จนกว่าจะมีคำสั่งศาล” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินทางกลับขณะที่การไต่สวนยังคงดำเนินต่อไป

 

ด้านหลานสาวของ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ ให้สัมภาษณ์กับทาง THE STANDARD หลังคำชี้แจงของผู้ว่าฯ กทม. ว่า ในเบื้องต้นรู้สึกพอใจกับความคืบหน้าในบางส่วน แต่ยังมองว่า กทม. ดำเนินการล่าช้า และยังคงปล่อยให้เรื่องค้างคาและยืดเยื้อ ส่วนรายละเอียดในการไต่สวนต้องรอความคืบหน้าหลังจากนางสาวบุญศรีออกมาจากห้องไต่สวนก่อน เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปรับฟังการไต่สวนได้

The post ป้าทุบรถ-ผู้ว่าฯ กทม. ไปตามนัดศาลปกครองไต่สวนคดีตลาดล้อมบ้าน นัดแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/car-destroy-litigants-meet-court-trial/feed/ 0
เลื่อนชี้ชะตา 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ รอสรุปผล 5 มี.ค. นี้ เจ้าของตลาดพร้อมทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย https://thestandard.co/postponed-5-market-decisions/ https://thestandard.co/postponed-5-market-decisions/#respond Wed, 28 Feb 2018 10:37:50 +0000 https://thestandard.co/?p=74042

ความคืบหน้าล่าสุดกรณีตลาดเขตประเวศทั้ง 5 แห่ง ที่มีข้อพ […]

The post เลื่อนชี้ชะตา 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ รอสรุปผล 5 มี.ค. นี้ เจ้าของตลาดพร้อมทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าล่าสุดกรณีตลาดเขตประเวศทั้ง 5 แห่ง ที่มีข้อพิพาทกับเจ้าของบ้านในหมู่บ้านเสรีวิลล่า หรือป้าทุบรถ ล่าสุดนายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งตลาด ระบุว่า

 

จากการตรวจสอบเอกสารเพื่อทราบความเป็นมาของตลาดแต่ละแห่งว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารตั้งแต่เมื่อไรพบว่า ข้อเท็จจริงในเอกสารมีปริมาณมาก ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติขอขยายเวลาเพื่อตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ ให้รับทราบ คาดว่าจะแล้วเสร็จ 5 มีนาคมนี้

 

ทั้งนี้ในเบื้องต้นพบว่า มีตลาด 4 แห่งที่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กับสำนักการโยธา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจการอนุมัติการก่อสร้างในขณะนั้น ส่วนการขออนุญาตจัดตั้งตลาดถือเป็นหน้าที่ของสำนักงานเขตประเวศ ซึ่งกรณีที่มีการปล่อยให้มีการเปิดตลาดโดยไม่มีการอนุญาต ต้องมีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง หากพบข้อเท็จจริงจะต้องเสนอผู้ว่าฯ เพื่อพิจารณาความผิดต่อไป

 

ด้านเจ้าของตลาดสวนหลวงเปิดเผยว่า ในการจัดตั้งตลาดนั้น ยอมรับว่าขาดความรู้เรื่องข้อกฎหมาย ทำให้ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ที่ผ่านมาพยายามยื่นเอกสารให้ถูกต้อง แต่ไม่ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ขณะนี้ตลาดเตรียมเร่งปรับปรุงอาคารและทำให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลเพื่อยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดอีกครั้ง เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีที่ทำกิน และหากศาลมีคำตัดสินอย่างไรก็พร้อมยอมรับ

The post เลื่อนชี้ชะตา 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ รอสรุปผล 5 มี.ค. นี้ เจ้าของตลาดพร้อมทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/postponed-5-market-decisions/feed/ 0
ผู้ค้าทุบแผงทิ้ง ปิดตามคำสั่ง! พาสำรวจตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ หลังครบเส้นตายวันนี้ https://thestandard.co/demolish-market-in-car-destroy-area/ https://thestandard.co/demolish-market-in-car-destroy-area/#respond Wed, 28 Feb 2018 06:52:47 +0000 https://thestandard.co/?p=73868

THE STANDARD เกาะติดรายงานข่าวกรณีป้าทุบรถ ตั้งแต่เหตุก […]

The post ผู้ค้าทุบแผงทิ้ง ปิดตามคำสั่ง! พาสำรวจตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ หลังครบเส้นตายวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD เกาะติดรายงานข่าวกรณีป้าทุบรถ ตั้งแต่เหตุการณ์เริ่มต้นจากการแชร์คลิปขวานทุบรถสะเทือนโลกออนไลน์ จนนำไปสู่ปมปัญหาตลาดที่สร้างในเขตที่อยู่อาศัย อันเป็นสาเหตุใหญ่ที่นำมาสู่ปัญหาอื่นๆ ตั้งแต่การจอดรถกีดขวางหน้าบ้าน และความไม่สะดวกในแง่การอยู่อาศัย ซึ่งเจ้าของบ้านได้ฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนับ 10 ปี

 

หลังการออกมาแถลงข้อเท็จจริงของป้า เรื่องราวก็ถูกนำเสนอผ่านสื่อหลายสำนัก ทำให้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องลงไปตรวจสอบในพื้นที่ สั่งให้ นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ตรวจสอบตลาดรอบบ้านป้าทั้ง 5 แห่ง โดยได้มีการเรียกเจ้าของตลาดเข้ามาพบ รวมทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหานี้ทั้งหมดด้วย

 

กระทั่งในเวลาต่อมา ได้สั่งให้ 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดสวนหลวง, ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งตลาด ปิดทำการค้าขายทันทีภายใน 7 วัน  โดยระหว่างนี้จะผ่อนผันให้ผู้ค้าได้ระบายขายสินค้าที่ค้างสต็อกอยู่ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

 

ส่วนอีก 2 ตลาด ได้แก่ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตและตลาดยิ่งนรา มีความผิดในการใช้พื้นที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตที่ขอทำการพาณิชย์ จึงให้ไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 7 วัน โดยห้ามขายสินค้าอาหารสดอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีกำหนดเส้นตายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เช่นกัน

 

 

สำรวจ 5 ตลาด ปิดขายของทั้งหมดแล้ว สุดเงียบเหงา

จากการลงพื้นที่สำรวจตลาด บริเวณหมู่บ้านเสรีวิลล่า สวนหลวง ของทีมข่าว ซึ่งครบกำหนดเส้นตาย 7 วันในวันนี้ ตามที่มีคำสั่งให้แต่ละตลาดต้องดำเนินการ หากกางแผนที่โดยให้บ้านป้าทุบรถเป็นจุดศูนย์กลาง เราพบบรรยากาศทั้ง 5 ตลาดมีคำสั่งจากเขตประเวศมาติดบริเวณหน้าตลาดให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ละตลาดดังต่อไปนี้

 

 

ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต: หากหันหน้าเข้าบ้านป้าทุบรถ จะพบว่าตลาดอยู่ทางด้านซ้าย ติดกับกำแพงของบ้านป้า มีนายยศนนท์ ลิ้มธรรมเลิศ เป็นเจ้าของ ได้มีการรื้อผ้าใบด้านหน้าตลาดออกทั้งหมด รวมทั้งมีการจัดการพื้นที่โดยรอบใหม่ โดยมีช่างเข้ามาทุบเอาแผงปูนที่ตั้งขายของออก ใช้เครื่องเจาะทำลายพื้นผิว และติดป้ายหน้าตลาดว่าห้ามมีการตั้งแผงขายของ โดยภายในบริเวณแผงขายของบางส่วนที่อยู่ในโซนของโครงสร้างเหล็กยังคงมีร้านอยู่จำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันกลุ่มแม่ค้าพ่อค้าบางส่วนจับกลุ่มพูดคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และทยอยเก็บข้าวของออก

 

 

“ผมขายมาสิบกว่าปี ขายดอกไม้ วันนี้เน่าหมด ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาขายเมื่อไร ก็อยากให้เห็นใจคนทำมาหากินด้วย เราทำอาชีพสุจริต จะให้ไปปล้นเขาหรือ ก็ไม่ใช่ แต่ขอทำมาหากิน ให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวก็พอ” ผู้ค้าชายสูงอายุ ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อคนหนึ่งกล่าว

 

 

ตลาดยิ่งนรา: คือตลาดที่อยู่ถัดมาทางซ้ายของตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต พบว่าบริเวณโดยรอบถูกปิดล้อมด้วยแผงเหล็กล้อเลื่อน มีนายรังสรรค์ จรรยาวัฒนกุล เป็นผู้ถูกออกคำสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามหนังสือที่เขตประเวศติดไว้ที่หน้าตลาด ขณะที่แผงขายของในโซนตลาดมีกลุ่มแม่ค้าบางรายเข้ามาประกอบอาหาร เช่น ปอกผลไม้ เตรียมขาย ซึ่งหากมองจากภายนอก ไม่พบการขนย้ายของออกไปมากนักเหมือนตลาดอื่นๆ หากแต่มีการกั้นและปิดไม่ให้มีการขายของได้แล้ว

 

 

ตลาดรุ่งวาณิชย์: ถัดจากตลาดยิ่งนรามาด้านหน้า เป็นตลาดที่มีการนำเอาแผงเหล็กมากั้นปิดรอบบริเวณเช่นเดียวกัน มีนายธเนตร รุจิราวาณิชย์ เป็นเจ้าของ ในโซนของตลาดค่อนข้างจะโล่ง เนื่องจากมีการจัดเก็บแผงทั้งหมดออกไปเป็นจำนวนมาก ขณะที่ด้านหลังตลาดเจ้าหน้าที่ได้นำผ้าใบมาล้างทำความสะอาด

 

 

“ผมขายอยู่ข้างๆ ตลาดมานาน ก็ได้อาศัยอานิสงส์ของตลาดที่คนมีกำลังซื้อมาจับจ่ายหลายปี ทำให้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ต้องยอมรับว่าจากนี้ไปคงไม่เหมือนเดิม ก็ต้องปรับตัวหาที่ขายใหม่” พ่อค้าขายตับย่าง หมูปิ้ง บอกทีมข่าว

 

 

ตลาดสวนหลวง: หากหันหน้าเข้าบ้านป้า ตลาดจะอยู่ด้านขวา ซึ่งมีตลาดเดียว พบว่าวันนี้มีกลุ่มผู้ค้าจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ตลาด ช่วยกันทำความสะอาดในบริเวณโดยรอบตลาด ทั้งล้างและลอกท่อระบายน้ำ แต่ได้ติดป้ายที่ทำด้วยกระดาษ A4 มาติดหน้าตลาดห้ามการบันทึกภาพวิดีโอและภาพนิ่ง ซึ่งตลาดดังกล่าวมีนายสุรกิจ นามวรกานต์ เป็นเจ้าของ

 

 

ตลาดร่มเหลือง: เป็นตลาดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านป้า ไม่มีโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นอาคารหรือโรงเรือนแต่อย่างใด มีนายเกียรติรัตน์ สุวรรณวัฒนาสุข เป็นเจ้าของตลาด มีการนำเอาสังกะสีมากั้นล้อมตลาดที่เป็นพื้นที่โล่งไว้ รวมทั้งผ้าใบกางปิดทางเข้าออก ทีมข่าวได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายด้านใน พบว่ามีการนำเอาโครงสร้างเหล็กที่ทำเป็นแผงขายของมาตั้งกองรวมไว้ และเคลียร์พื้นที่ให้โล่งแล้ว

 

 

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณหน้าบ้านป้าทุบรถในวันนี้ ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนที่ขับรถและเดินผ่านไปมา บางรายยังลดกระจกเพื่อถ่ายภาพและสอบถามทีมข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางรายไปถ่ายรูปที่หน้าบ้านป้า ขณะที่ผู้ค้าหลายรายต่างเดินทางมาดูตลาดที่ตนเองขายของ ซึ่งยอมรับว่าตกที่นั่งลำบากในการค้าขาย ขณะที่ซูเปอร์มาเก็ตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านป้า ติดกับตลาดร่มเหลืองยังคงเปิดทำการปกติ มีเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอดส่องดูแลตามปกติ

 

 

รอผลสอบข้อเท็จจริงวันนี้ ผอ.เขต หาพื้นที่ใหม่ให้ผู้ค้าได้ขาย

อย่างไรก็ตามจากนี้ คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องทั้งหมด ที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ลงนามแต่งตั้ง ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดนี้ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยระบุให้รายงานผลสอบใน 7 วัน ซึ่งตรงกับวันนี้เช่นเดียวกัน โดยมีรายงานว่าจะมีการประชุมในช่วงบ่ายของวันนี้

 

 

ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ ถึงการแก้ปัญหาสำหรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ สำนักงานเขตได้จัดสรรพื้นที่ค้าขายไปยังตลาดรถไฟ ถนนศรีนครินทร์ ตลาดนัมเบอร์วัน ย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 ตลาดราชพฤกษ์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 35 ตลาดที่จัดสรรสามารถรองรับผู้ค้าได้รวม 600 คน ทั้งนี้ยังมีในส่วนของห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ที่เสนอพื้นที่โล่งจำนวน 18 ไร่ ให้รองรับกลุ่มผู้ค้าอีกด้วย คาดว่าจะสามารถรองรับผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคมนี้ สำนักงานเขตและผู้ค้าในตลาดจะทำกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ

 

สำหรับคดีเกี่ยวกับการฟ้องร้องระหว่างบ้านของป้าและตลาด ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคดีสิ่งแวดล้อมระหว่างนางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ กับพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 4 คน และมีนายสุกิจ นามวรกานต์ กับพวกรวม 7 คน เป็นผู้ร้องสอด กรณีนางสาวบุญศรีเห็นว่าผู้ว่าฯ กทม. กับพวกละเลยให้มีการก่อสร้างอาคารและตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ โดยผิดกฎหมาย ในวันที่ 2 มีนาคม เวลา 13.30 น.

 

 

ในส่วนที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้เจ้าของบ้าน 2 ราย คือ นางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และนางสาวราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี ผู้ก่อเหตุทุบรถมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ได้มีการขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไป ซึ่ง 3 ข้อหาได้แก่ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตไปรับทราบข้อกล่าวหา

 

 

เปิดเนื้อหาหนังสือคำสั่งเขตประเวศ ก่อนถึงเส้นตายวันนี้

สำหรับสำเนาหนังสือคำสั่งที่ได้นำไปติดไว้ที่หน้าตลาดทั้ง 5 ตลาด มีรายละเอียดดังนี้ สำเนาหนังสือคำสั่ง ผอ.เขตประเวศ ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่อง คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้แก้ไขหรือปรับปรุง ข้อความว่า

 

เรียนเจ้าของตลาดร่มเหลือง ด้วยนายสมบัติ เครือกีรติธรรม ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เจ้าพนักงานสาธารณสุข ตรวจสอบสถานประกอบกิจการของท่าน ตั้งอยู่อาคารไม่มีเลขที่ ซอยศรีนครินทร์ 55 พบว่าจัดตั้งตลาดประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรา 38 พ.ร.บ. การสาธารณสุข 2535 ประกอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องตลาด พ.ศ. 2546 ออกคำสั่งให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งตลาดพร้อมเอกสารหลักฐานที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตประเวศ ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

 

หากครบกำหนดระยะเวลาไม่มายื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ถูกต้องหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ออกใบอนุญาตให้จะต้องหยุดการประกอบกิจการทันที หากฝ่าฝืนเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะเข้าดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นบังคับใช้กฎหมาย

 

 

ทั้งนี้ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตรา 45 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 25,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 80 แห่ง พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535

 

อนึ่ง หากท่านไม่พอใจคำสั่งนี้หรือเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง

 

ขอแสดงความนับถือ ลงนาม นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนายการเขตประเวศ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานท้องถิ่น

The post ผู้ค้าทุบแผงทิ้ง ปิดตามคำสั่ง! พาสำรวจตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ หลังครบเส้นตายวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/demolish-market-in-car-destroy-area/feed/ 0
ป้าทุบรถเลื่อนรับทราบข้อหา สน.ประเวศ วันนี้ เตรียมขึ้นไต่สวนศาลปกครอง 2 มีนาคม https://thestandard.co/from-car-destroy-postpone-acknowledgment-of-allegations/ https://thestandard.co/from-car-destroy-postpone-acknowledgment-of-allegations/#respond Mon, 26 Feb 2018 04:21:46 +0000 https://thestandard.co/?p=73157

หลังเกิดเหตุการณ์ป้าทุบรถที่หมู่บ้านเสรีวิลล่า โดยเจ้าข […]

The post ป้าทุบรถเลื่อนรับทราบข้อหา สน.ประเวศ วันนี้ เตรียมขึ้นไต่สวนศาลปกครอง 2 มีนาคม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังเกิดเหตุการณ์ป้าทุบรถที่หมู่บ้านเสรีวิลล่า โดยเจ้าของรถกระบะคันสีขาวที่จอดขวางทางเข้า-ออกได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สน.ประเวศ และในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก นางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และนางสาวราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี ผู้ก่อเหตุ มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ซึ่ง 3 ข้อหาคือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ล่าสุด THE STANDARD ได้รับการยืนยันจาก นางสาวเดบบี้ แสงหยกตระการ หลานสาวของคุณป้าว่าในวันนี้จะไม่มีการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก โดยจะขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากมีภารกิจสำคัญบางประการ ซึ่งตามขั้นตอนก็คงจะอยู่ที่พนักงานสอบสวนว่าจะใช้ดุลพินิจอย่างไร และนัดหมายให้รับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งเมื่อใด

 

“เนื่องจากในช่วงนี้มีภารกิจที่ต้องเตรียมการในเรื่องสำคัญของคดีและการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายอย่างจึงให้ทนายความขอเลื่อน แต่ในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งศาลปกครองได้นัดไต่สวน ยืนยันจะไปตามนัดหมายของศาลอย่างแน่นอน ขณะที่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่จะครบเส้นตายในการที่ กทม. ให้เจ้าของตลาดต้องดำเนินการเก็บของออกจากพื้นที่ก็อยากให้สื่อช่วยกันติดตาม ไม่ใช่แค่การขนของ แต่การดำเนินการกับตลาดที่ไม่มีใบอนุญาตควรจะต้องเด็ดขาด”

 

สำหรับคดีเกี่ยวกับการฟ้องร้องระหว่างบ้านของป้าและตลาด ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคดีสิ่งแวดล้อมระหว่างนางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ กับพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 4 คน และมีนายสุกิจ นามวรกานต์ กับพวกรวม 7 คน เป็นผู้ร้องสอด กรณีนางสาวบุญศรีเห็นว่าผู้ว่าฯ กทม. กับพวกละเลยให้มีการก่อสร้างอาคารและตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ โดยผิดกฎหมาย ในวันที่ 2 มีนาคม เวลา 13.30 น.

 

ด้านแนวทางการต่อสู้คดี นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เชื่อว่าทั้งสองคนจะยอมรับผิด แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เนื่องจากต้องรับความกดดันเรื่องการจอดรถขวางทางเข้า-ออกบ้านมานานนับสิบปี และวันเกิดเหตุก็บีบแตรเพื่อส่งสัญญาณถึงเจ้าของรถให้มาเลื่อนรถเป็นระยะเวลานานพอสมควร แต่กลับถูกเจ้าของรถเพิกเฉย พร้อมอ้างว่ายังซื้อของไม่เสร็จ ซึ่งลูกความทั้ง 2 คนจะแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของรถกระบะฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ด้วย

 

ขณะที่บรรยากาศบริเวณตลาด ภายหลังมีคำสั่งจาก กทม. ให้ดำเนินการเก็บของออกจากพื้นที่สำหรับตลาดที่ไม่มีใบอนุญาต ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเริ่มมีผู้ค้าเข้าไปดำเนินการเก็บของแล้ว ส่วนประชาชนที่มาซื้อของบางรายแสดงความเห็นว่าไม่ต้องการให้มีการเลิกตลาด อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือโครงสร้างของตลาดที่มีการก่อสร้างจะมีการดำเนินการรื้อถอนอย่างไรหรือไม่ หรืออาจมีเพียงการเก็บแผงออกจากตลาดเพื่อประวิงเวลาในการขออนุญาตให้ถูกต้องในภายหลัง

The post ป้าทุบรถเลื่อนรับทราบข้อหา สน.ประเวศ วันนี้ เตรียมขึ้นไต่สวนศาลปกครอง 2 มีนาคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/from-car-destroy-postpone-acknowledgment-of-allegations/feed/ 0
กทม. ลงพื้นที่ตรวจตลาดบ้านป้าทุบรถ เตรียมสรุปข้อเท็จจริง 28 ก.พ. นี้ เบื้องต้นพบขอเปิดอาคาร แต่กลับเปิดตลาด https://thestandard.co/market-survey-prepare-facts/ https://thestandard.co/market-survey-prepare-facts/#respond Sat, 24 Feb 2018 10:11:18 +0000 https://thestandard.co/?p=72878

วันนี้ (24 ก.พ.) นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภา กท […]

The post กทม. ลงพื้นที่ตรวจตลาดบ้านป้าทุบรถ เตรียมสรุปข้อเท็จจริง 28 ก.พ. นี้ เบื้องต้นพบขอเปิดอาคาร แต่กลับเปิดตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 ก.พ.) นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภา กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบกิจการตลาดบริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 เขตประเวศ พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ กทม. แต่งตั้งขึ้น และนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ลงพื้นที่สำรวจสภาพตลาดรอบบ้านป้าบุญศรี และ รัตนฉัตร แสงหยกตระการ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงกายภาพ

 

นายนิรันดร์กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สั่งให้สำนักงานเขตประเวศรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตลาด เช่น ประวัติการก่อตั้ง การดำเนินคดีของ กทม. กับผู้ฝ่าฝืนในช่วงเวลาต่างๆ ส่งมาให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

 

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในการพิจารณาข้อเท็จจริง ตนและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ทั้งหมดจึงเดินทางมาดูสภาพที่แท้จริงของตลาด เบื้องต้นพบว่ามีการใช้งานผิดประเภท เช่น ขออนุญาตเปิดเป็นอาคาร แต่กลับสร้างเป็นตลาด

 

หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รับเอกสารจากทางสำนักงานเขตแล้ว จะพิจารณาดูว่าเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายใดบ้าง ซึ่ง กทม. ยึดตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ. ผังเมืองฯ, พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. สาธารณสุข

 

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าตรงนี้เป็นพื้นที่จัดสรรเพื่อที่อยู่อาศัย กรณีนี้ต้องรอคำสั่งศาลปกครอง  

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการมา 2 อย่างคือ ดูว่าตลาดถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายหรือไม่ และมีการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะพิจารณาเพียง 2 ประเด็นนี้

 

อย่างไรก็ตาม ผลสรุปจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นเพียงข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยต้องสรุปผลรายงานต่อ พล.ต.อ. อัศวิน ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่ง  หากข้อเท็จจริงเพียงพอ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโทษทางวินัยต่อไป

 

ขณะเดียวกันก็ทราบมาว่า ผู้ร้องได้ไปใช้สิทธิ์ฟ้องร้องที่ ป.ป.ช. อยู่แล้ว เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของผู้ว่าฯ กทม. และผู้อำนวยการเขต

 

สำหรับเหตุการณ์ #ป้าทุบรถ ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการประกอบกิจการตลาดบริเวณซอยศรีนครินทร์ 55

 

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ปลัดกรุงเทพมหานครออกคำสั่งให้ทั้ง 50 สำนักงานเขตออกสำรวจตลาดที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย พร้อมรายงานผลไปยังผู้บริหาร กทม. รับทราบ

 

โดยผู้ว่าฯ กทม. เผยก่อนหน้านี้ว่า จากการตรวจสอบตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ พบมีอยู่ประมาณ 1,000 แห่ง แต่มีเพียง 364 แห่งเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดถูกต้องตามกฎหมาย

The post กทม. ลงพื้นที่ตรวจตลาดบ้านป้าทุบรถ เตรียมสรุปข้อเท็จจริง 28 ก.พ. นี้ เบื้องต้นพบขอเปิดอาคาร แต่กลับเปิดตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/market-survey-prepare-facts/feed/ 0
สำหรับป้า… ไม่มีน้ำตาสำหรับความไม่ถูกต้อง https://thestandard.co/no-tear-from-car-destroy-aunts-for-inaccuracy/ https://thestandard.co/no-tear-from-car-destroy-aunts-for-inaccuracy/#respond Fri, 23 Feb 2018 16:00:49 +0000 https://thestandard.co/?p=72738

The post สำหรับป้า… ไม่มีน้ำตาสำหรับความไม่ถูกต้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post สำหรับป้า… ไม่มีน้ำตาสำหรับความไม่ถูกต้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/no-tear-from-car-destroy-aunts-for-inaccuracy/feed/ 0
ความในใจจากป้าทุบรถ ถึงผู้ว่าฯ กทม. https://thestandard.co/from-car-destroy-aunts-to-bangkok-governor/ https://thestandard.co/from-car-destroy-aunts-to-bangkok-governor/#respond Fri, 23 Feb 2018 15:14:28 +0000 https://thestandard.co/?p=72732

The post ความในใจจากป้าทุบรถ ถึงผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ความในใจจากป้าทุบรถ ถึงผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/from-car-destroy-aunts-to-bangkok-governor/feed/ 0