ป้อมมหากาฬ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ป้อมมหากาฬ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 30 Aug 2026 09:25:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 นายกฯ ล่องเรือติดตามโครงการพระราชดำริฯ พัฒนาคลองเกาะรัตนโกสินทร์ ดัน ‘ภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ’ สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวกรุงเทพฯ https://thestandard.co/pm-rattanakosin-canals-landmarks/ Sun, 30 Aug 2026 09:19:04 +0000 https://thestandard.co/pm-rattanakosin-canals-landmarks/ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ล่องเรือพร้อมคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ติดตามโครงการพัฒนาคลองเกาะรัตนโกสินทร์

วันนี้ (30 สิงหาคม) ที่ท่าเรือวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เขต […]

The post นายกฯ ล่องเรือติดตามโครงการพระราชดำริฯ พัฒนาคลองเกาะรัตนโกสินทร์ ดัน ‘ภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ’ สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ล่องเรือพร้อมคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ติดตามโครงการพัฒนาคลองเกาะรัตนโกสินทร์

วันนี้ (30 สิงหาคม) ที่ท่าเรือวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เขตปทุมวัน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ล่องเรือพร้อมคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ในโครงการ ‘พระภิกษุสงฆ์ ล่องเรือชมคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์’ โดยมีสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

 

โดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวน 120 รูป จาก 5 วัด ได้แก่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหาร วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร วัดสุนทรธรรมทาน และวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ล่องเรือชมคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่คลองมหานาค คลองผดุงกรุงเกษม คลองโอ่งอ่าง และคลองบางลำพู พร้อมรับฟังการบรรยายจากหน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา บทบาท และความสัมพันธ์ของคูคลอง วัด และวิถีชุมชน

 

ตลอดเส้นทางได้รับความสนใจจากประชาชนริมสองฝั่งคลอง โดยประชาชนพนมมือไหว้พระสงฆ์และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนขึ้นเรือที่ท่าเรือพิพิธภัณฑ์บางลำพู จากนั้นนั่งรถไปยังวัดสระเกศ เพื่อถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัดสระเกศ

 

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้สามารถขุดลอกคูคลองเพื่อการระบายน้ำ และเชื่อมโยงการสัญจรในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ในปัจจุบัน รวมถึงมีแผนที่จะเชื่อมโยงการสัญจรทางน้ำไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและพระนครศรีอยุธยา

 

โดยน้อมนำหลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ เป็นแนวทางการดำเนินงาน สะท้อนความร่วมมือของทุกฝ่ายที่มีแผนยกระดับการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ป้อมมหากาฬ วัดราชนัดดารามวรวิหาร และวัดเทพธิดารามวรวิหาร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตามพระบรมราโชบาย

The post นายกฯ ล่องเรือติดตามโครงการพระราชดำริฯ พัฒนาคลองเกาะรัตนโกสินทร์ ดัน ‘ภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ’ สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมพร้อมงานใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 24-31 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/river-life-royal-celebration/ Wed, 22 Jul 2026 04:39:05 +0000 https://thestandard.co/river-life-royal-celebration/ ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’

วันนี้ (22 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 07.49 น. ที่ ปะรำพิธีสวนส […]

The post บวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมพร้อมงานใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 24-31 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’

วันนี้ (22 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 07.49 น. ที่ ปะรำพิธีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและขอขมาพระแม่คงคา เพื่อแสดงความกตัญญูและขออโหสิกรรมต่อสายน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตและรากฐานสำคัญของการดำรงชีพของประชาชนชาวไทย

 

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและความเรียบร้อยในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ชื่อกิจกรรม สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา และคลองหลอดวัดราชบพิธ

 

การประกอบพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง เป็นผู้ประกอบพิธี โดยมีคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริฯ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ได้มีการจัดซักซ้อมขบวนเรือเสมือนจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในยุครัตนโกสินทร์ โดยมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์รวม 225 รูป จาก 3 เส้นทางสายน้ำ ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร นำโดยสมเด็จพระราชาคณะ 5 รูป และพระเถระผู้ใหญ่ นอกจากนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังได้ประทานน้ำพระพุทธมนต์เพื่อนำมาแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มาร่วมทำบุญในวันดังกล่าวด้วย

 

อรรถพล เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นโดยมุ่งเน้นสะท้อนถึงความสำคัญของสายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบูรพมหากษัตริย์ไทยทรงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการและพัฒนามาโดยตลอด โครงการนี้นอกจากจะเป็นการทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังครอบคลุมถึงการฟื้นฟูและพัฒนาคูคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ การปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและกลุ่มเปราะบางที่อยู่อาศัยริมคลองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการพลิกฟื้นคลองในกรุงเทพมหานครให้มีความสวยงามเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางน้ำอีกครั้ง

 

สำหรับกิจกรรมภายในงานระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 จะประกอบไปด้วย

 

  • กิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม: การแสดงนิทรรศการมีชีวิตและการแสดงสตรีทอาร์ต (Street Art)
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน: การจัดถนนคนเดินและตลาดชุมชนริมคลอง
  • กิจกรรมสาธารณประโยชน์: การบำเพ็ญประโยชน์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนริมน้ำอย่างยั่งยืน

 

อรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเตรียมงาน ขณะนี้ทุกหน่วยงานมีความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยมีการซ้อมใหญ่ในวันนี้และจะมีการซักซ้อมเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของพระภิกษุสงฆ์และประชาชนผู้เข้าร่วมงานเป็นสำคัญ

 

ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมประวัติศาสตร์ ทำบุญตักบาตรทางเรือในเช้าวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และเข้าร่วมงาน สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์ ได้ตลอดการจัดงาน โดยสามารถติดตามรายละเอียดจุดตักบาตรและเส้นทางเดินทางได้ทาง Facebook กรุงเทพมหานคร (www.facebook.com/bangkokbma) และ Facebook กรมประชาสัมพันธ์ (www.facebook.com/prdofficial)

 

ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 1ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 2ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 3ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 4ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 5ภาพพิธีบวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 6

The post บวงสรวงพระแม่คงคา เตรียมพร้อมงานใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี’ 24-31 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอกาสทอง 3 วันต่อปี กทม. จับมือ คณะนิติฯ มธ. พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ฟื้นฟูสายน้ำช่วงสงกรานต์ https://thestandard.co/bangkok-thammasat-saen-saep-cleanup/ Wed, 15 Apr 2026 09:49:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1198184 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์

ในช่วง 3 วันของเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน […]

The post โอกาสทอง 3 วันต่อปี กทม. จับมือ คณะนิติฯ มธ. พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ฟื้นฟูสายน้ำช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์

ในช่วง 3 วันของเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน ที่เรือโดยสารในคลองแสนแสบหยุดให้บริการ กลายเป็นโอกาสทองทางสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ เมื่อกรุงเทพมหานครจับมือกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พลิกวิกฤตความพลุกพล่านของคลองสายหลักให้เป็นพื้นที่ฟื้นฟูสายน้ำ นำทีมนักพายลงลุยเก็บขยะ พร้อมชูประเด็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อหยุดยั้งการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงสู่พื้นที่สาธารณะ

 

ปฏิบัติการพายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะปลุกจิตสำนึกในการรักษาลำคลองอย่างเป็นรูปธรรม นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ที่มาร่วมลงพาย SUP Board ด้วยตนเองตลอดเส้นทาง

 

พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ที่พาคณาจารย์และนักศึกษากว่า 30 ชีวิต จากคณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมปฏิบัติภารกิจตั้งแต่บริเวณท่าเรือชิดลม ล่องไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่ป้อมมหากาฬ

 

ชัชชาติแสดงความยินดีและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำว่า ภาพความสำเร็จในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกระตุ้นจิตสำนึกในการดูแลรักษาแหล่งน้ำของชุมชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจนทำให้ลำคลองกลับมาสะอาดสวยงาม ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนและสร้างความน่าอยู่ให้กับเมืองของเราอย่างแท้จริง

 

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้ถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนใน ‘วิชาบริการกฎหมายเพื่อสังคม’ ของทางคณะนิติศาสตร์ เป้าหมายหลักจึงพุ่งเป้าไปที่มิติทางกฎหมาย ทั้งการรณรงค์ สร้างความเข้าใจ และผลักดันการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้กระทำผิดที่ก่อมลพิษทางน้ำ ควบคู่ไปกับการปลุกพลังชุมชนเพื่อเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับวิถีชีวิตคนริมคลอง

 

ตลอดเส้นทาง ทีมเก็บขยะได้แวะลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและจัดเสวนาเรื่องการอนุรักษ์คลองแสนแสบร่วมกับชาวบ้านใน 2 จุดสำคัญ ได้แก่ ชุมชนบ้านครัวใต้ และชุมชนมัสยิดมหานาค หวังสร้างแนวร่วมการดูแลรักษาสายน้ำอย่างยั่งยืนในระดับฐานรากในช่วงท้ายของกิจกรรม

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 1ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 2ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 3ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 4ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 5

The post โอกาสทอง 3 วันต่อปี กทม. จับมือ คณะนิติฯ มธ. พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ฟื้นฟูสายน้ำช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ พื้นที่ความทรงจำ กับอนาคตวันข้างหน้าในสภาพปัจจุบัน https://thestandard.co/fort-mahakan-park/ Fri, 10 Jun 2022 12:52:48 +0000 https://thestandard.co/?p=640611 สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

หลังความสำเร็จกับอีเวนต์ ‘ดนตรีในสวน’ ที่นับเป็น 1 ใน 2 […]

The post สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ พื้นที่ความทรงจำ กับอนาคตวันข้างหน้าในสภาพปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

หลังความสำเร็จกับอีเวนต์ ‘ดนตรีในสวน’ ที่นับเป็น 1 ใน 214 นโยบายของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องการให้กรุงเทพฯ กลายเป็นพื้นที่แห่งดนตรีและศิลปะ ชาวกรุงมีกิจกรรมนอกบ้านให้ทำมากขึ้น รวมถึงศิลปินมีพื้นที่ให้แสดงออก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) และสวนลุมพินี

 

สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

 

ทำให้ปัจจุบันกิจกรรมดนตรีในสวนถูกวางแพลนให้เกิดขึ้นยังสวนสาธารณะต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร หนึ่งในนั้นคือ ‘สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ’ ตั้งอยู่เขตพระนคร กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่องาน ‘นั่งห้อยขา จิบกาแฟ แล 3 คลอง’ (คลองมหานาค คลองโอ่งอ่าง และคลองบางลำพู)

 

โดยวันนี้ (10 มิถุนายน) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่โดยรอบ พบกิจกรรมหลักที่ประชาชนมาทำในสวนแห่งนี้คือ การออกกำลังกาย เดินเล่น และนั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้ ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นฟูป้อมมหากาฬและกำแพงเมืองเก่า ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะปรับปรุงเสร็จภายในปีนี้

 

สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

 

อย่างไรก็ตาม แพลนจัดงานดนตรีในสวนของพื้นที่สวนป้อมมหากาฬมีอันต้องพับแผนลงไปก่อน หลังมีรายงานว่า ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. สั่งเบรกกิจกรรมดังกล่าวไว้ก่อน แม้เดิมทีมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พร้อมให้เหตุผลกับสำนักข่าว ‘มติชน’ โดยสรุปไว้ว่า การจัดกิจกรรมนี้ไม่ควรคำนึงถึงงานรื่นเริงเพียงมุมเดียว แต่ต้องมององค์ประกอบและประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นการทำกิจกรรมในพื้นที่แห่งนี้ควรเคารพสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และผู้คน โดยตอนนี้ทีมงานต้องกลับมาคิดกันให้ละเอียดก่อน

 

สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

 

สำหรับป้อมมหากาฬตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ติดกับถนนมหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในอดีตเป็นที่อยู่ของชุมชนของผู้คนที่ตั้งรกรากอยู่มาตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านลิเกโบราณ รวมถึงเป็นแหล่งจำหน่ายดอกไม้ไฟหรือพลุต่างๆ และมีประวัติการชุมนุมและต่อสู้มายาวนานกว่า 20 ปี โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 หลังจากที่คณะรัฐบาลที่มี พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาว่ามีความต้องการปรับปรุงภูมิทัศน์และปรับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสวนสาธารณะ

 

โดยระหว่างนั้นผู้คนในชุมชนได้ต่อสู้คัดค้านเรื่อยมา แต่ทว่าก็ได้มีการรื้อถอนบ้านเรือนต่างๆ ออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2561 และในวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 กรุงเทพมหานครได้เปิดสวนสาธารณะแห่งใหม่คือ ‘สวนป้อมมหากาฬ’ ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ

 

สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

The post สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ พื้นที่ความทรงจำ กับอนาคตวันข้างหน้าในสภาพปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแล้ว ป้อมมหากาฬโฉมใหม่เวอร์ชันสวนสาธารณะ https://thestandard.co/mahakarn-fort/ https://thestandard.co/mahakarn-fort/#respond Wed, 25 Jul 2018 11:20:30 +0000 https://thestandard.co/?p=109885

ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินผ่านภายในสวนสาธารณะป้อมมหากา […]

The post เปิดแล้ว ป้อมมหากาฬโฉมใหม่เวอร์ชันสวนสาธารณะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินผ่านภายในสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ โดยกรุงเทพมหานครได้เปิดให้เข้าใช้พื้นที่ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา (25 ก.ค.) หลังจากทำการปรับปรุงให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

 

สวนสาธารณะแห่งใหม่นี้ กทม. ตั้งใจไว้ให้เป็นที่สำหรับศึกษาหาความรู้ทางประวัติศาสตร์ เป็นพื้นที่นันทนาการประกอบกิจกรรมการละเล่นทางวัฒนธรรม ซึ่งป้อมมหากาฬเป็น 1ใน 2 ป้อมที่ยังคงเหลืออยู่ในชานเมืองพระนคร

 

สำหรับพื้นที่สวนสาธารณะบริเวณป้อมมหากาฬ และอาคารพระยาญาณประกาศ จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปเที่ยวชมตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. ของทุกวัน

 

 

The post เปิดแล้ว ป้อมมหากาฬโฉมใหม่เวอร์ชันสวนสาธารณะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mahakarn-fort/feed/ 0
26 ปีในความจำ ‘ป้อมมหากาฬ’ หลัง กทม. ใช้งบปรับปรุงกว่า 69 ล้านบาท เตรียมเปิดใช้ 1 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/26-years-mahakan-fort/ https://thestandard.co/26-years-mahakan-fort/#respond Thu, 31 May 2018 09:38:30 +0000 https://thestandard.co/?p=94293

หลังกรุงเทพมหานครขอคืนพื้นที่ ยุติมหากาพย์การต่อสู้เพื่ […]

The post 26 ปีในความจำ ‘ป้อมมหากาฬ’ หลัง กทม. ใช้งบปรับปรุงกว่า 69 ล้านบาท เตรียมเปิดใช้ 1 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังกรุงเทพมหานครขอคืนพื้นที่ ยุติมหากาพย์การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่อยู่อาศัยกับชาวชุมชนป้อมมหากาฬมายาวนาน 26 ปี ล่าสุดสำนักการโยธา ใช้งบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์เบื้องต้นกว่า 69 ล้านบาท และได้เริ่มพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยการยกระดับพื้นดินให้สูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ 50-80 เซนติเมตร เพื่อวางระบบระบายน้ำและติดตั้งเสาไฟส่องสว่าง ทำทางเดินภายในป้อมมหากาฬ และปรับปรุงสวนหย่อมข้างคลองโอ่งอ่าง ที่อยู่ติดกับประตูระบายน้ำคลองหลอดวัดเทพธิดาราม ให้เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะภายใน

นอกจากนี้สำนักสิ่งแวดล้อมยังได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ ปูหญ้า จัดทำสวนสาธารณะชั่วคราว ขณะที่สำนักผังเมืองเตรียมติดตั้งป้ายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของป้อมมหากาฬ

โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้พื้นที่สวนหย่อมภายในป้อมมหากาฬส่วนที่พัฒนาเสร็จแล้วได้ตามปกติ

แม้ปัจจุบันภายในป้อมมหากาฬได้ตัดกระแสไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการในช่วงเวลาเย็น สำนักงานเขตพระนครก็ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาดูแลความปลอดภัยในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

 

The post 26 ปีในความจำ ‘ป้อมมหากาฬ’ หลัง กทม. ใช้งบปรับปรุงกว่า 69 ล้านบาท เตรียมเปิดใช้ 1 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/26-years-mahakan-fort/feed/ 0
สิ้น พ.ค. นี้ คนกรุงได้สวนใหม่ ป้อมมหากาฬ เตรียมดูแลคนเร่ร่อนเข้ามาพัก https://thestandard.co/pom-mahakan-replaced-with-public-park-this-may/ https://thestandard.co/pom-mahakan-replaced-with-public-park-this-may/#respond Mon, 07 May 2018 03:26:11 +0000 https://thestandard.co/?p=88823

เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา บรรยากาศที่ชุมชนป้อมมหาก […]

The post สิ้น พ.ค. นี้ คนกรุงได้สวนใหม่ ป้อมมหากาฬ เตรียมดูแลคนเร่ร่อนเข้ามาพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา บรรยากาศที่ชุมชนป้อมมหากาฬเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและมีคราบน้ำตาปรากฏบนใบหน้าของชาวชุมชนหลายคน ด้วยเป็นวันครบกำหนดที่กรุงเทพมหานครให้คนในชุมชนป้อมมหากาฬออกจากพื้นที่ นั่นหมายความว่าทุกชีวิต ทุกเรื่องราว ณ ที่แห่งนี้จะถูกปิดตำนานลง กลายเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์นับแต่นี้ โดยวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่หลายสิบคนได้นำเครื่องจักรเข้ามาเร่งรื้อสิ่งปลูกสร้างภายในชุมชนป้อมมหากาฬ โดยเฉพาะโครงสร้างของตัวบ้านที่เป็นไม้และอิฐปูน เพื่อเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด

 

THE STANDARD ติดตามความคืบหน้าล่าสุด หลังกรุงเทพมหานครได้รับคืนพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ป้อมมหากาฬ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บขยะและปรับหน้าดินเพื่อจัดทำเป็นสวนสาธารณะชั่วคราว

 

โดยจะมีการจัดสร้างสวนสาธารณะและอนุรักษ์ป้อมมหากาฬ ซึ่งได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ นายจักกพันธุ์เปิดเผยอีกว่า เบื้องต้นจะจัดสร้างสวนสาธารณะชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย คาดว่าจะสามารถใช้บริการได้ภายในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่ในระยะยาวนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือกับกรมศิลปากรทำแผนอนุรักษ์ฟื้นฟูป้อมมหากาฬตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง และรวมถึงออกแบบสวนสาธารณะแบบถาวรที่สอดรับกับแหล่ง

 

ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่า หากพื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะแล้วจะมีปัญหาคนเร่ร่อนเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะทำเป็นสวนเปิด คือสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา ดังนั้นในระยะยาวมีแผนจะจัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาดูแลเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว แต่เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานเขตพระนครจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปกำกับดูแลพื้นที่ก่อน

 

สำหรับแผนการปรับปรุงป้อมมหากาฬและกำแพงเมืองเก่า กรุงเทพมหานคร ได้จัดสรรงบประมาณไว้จำนวน 69 ล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณป้อมมหากาฬ แนวกำแพงเมืองและบริเวณโดยรอบ ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ของคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบป้อมมหากาฬ แนวกำแพงเมือง และบริเวณใกล้เคียงให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ส่งเสริมทัศนียภาพในโบราณสถานป้อมมหากาฬและแนวกำแพงมีคุณค่า โดดเด่นงดงามมากขึ้น รวมทั้งเพื่อใช้ประโยชน์เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนและประชาชนทั่วไป โดยมีแนวคิดหลักในการออกแบบที่เน้นความสำคัญของโบราณสถาน โดยปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่มีเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มโบราณสถานต่างๆ ซึ่งขณะนี้ กรุงเทพมหานครได้ส่งแบบและรายละเอียดโครงการปรับปรุงป้อมมหากาฬและกำแพงเมืองเก่าให้กรมศิลปากรพิจารณาในรายละเอียดเพื่อดำเนินการพัฒนาปรับปรุงป้อมมหากาฬต่อไป

 

อ้างอิง:

The post สิ้น พ.ค. นี้ คนกรุงได้สวนใหม่ ป้อมมหากาฬ เตรียมดูแลคนเร่ร่อนเข้ามาพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pom-mahakan-replaced-with-public-park-this-may/feed/ 0
สต๊อป ณัฐฐา อดีตชีวิตพริตตี้เงินล้านสู่การเป็นแม่ชี – THE STANDARD Daily 25 เมษายน 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily25042561/ https://thestandard.co/thestandarddaily25042561/#respond Thu, 26 Apr 2018 06:11:37 +0000 https://thestandard.co/?p=86556

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 25 เมษายน 2561 เวลา 20.0 […]

The post สต๊อป ณัฐฐา อดีตชีวิตพริตตี้เงินล้านสู่การเป็นแม่ชี – THE STANDARD Daily 25 เมษายน 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 25 เมษายน 2561 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

 

  • เปิดใจ สต๊อป ณัฐฐา อะไรทำให้อดีตพริตตี้เงินล้าน ที่โด่งดังจากวงการพริตตี้คนเเรกๆ ของเมืองไทย ตัดสินใจละทิ้งชื่อเสียงเงินทอง และชีวิตที่สะดวกสบายไปสู่การบวชชี
  • สิ้นสุดชุมชนป้อมมหากาฬ หลังการต่อสู้มากว่า 26 ปี
  • เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ทรัมป์ถึงญาติดีกับคิมจองอึน

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post สต๊อป ณัฐฐา อดีตชีวิตพริตตี้เงินล้านสู่การเป็นแม่ชี – THE STANDARD Daily 25 เมษายน 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily25042561/feed/ 0
ปิดฉากชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนแออัดที่ต้องกำจัดในสายตารัฐ https://thestandard.co/end-of-an-era-pom-mahakan/ https://thestandard.co/end-of-an-era-pom-mahakan/#respond Wed, 25 Apr 2018 13:27:19 +0000 https://thestandard.co/?p=86507

The post ปิดฉากชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนแออัดที่ต้องกำจัดในสายตารัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ปิดฉากชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนแออัดที่ต้องกำจัดในสายตารัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/end-of-an-era-pom-mahakan/feed/ 0
รื้อแล้ว! ชุมชนป้อมมหากาฬ ชาวชุมชนเร่งเก็บของย้ายที่อยู่ https://thestandard.co/pom-mahakan-was-demolished/ https://thestandard.co/pom-mahakan-was-demolished/#respond Wed, 25 Apr 2018 08:34:54 +0000 https://thestandard.co/?p=86365

วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายขีดเส้นตายที่ชาวชุมชนป้อมมหากาฬต […]

The post รื้อแล้ว! ชุมชนป้อมมหากาฬ ชาวชุมชนเร่งเก็บของย้ายที่อยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายขีดเส้นตายที่ชาวชุมชนป้อมมหากาฬต้องเก็บข้าวของทั้งหมดออกจากพื้นที่ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้นำทีมเข้ามาดูแลการขนย้ายสิ่งของในชุมชนป้อมมหากาฬ พร้อมด้วยรถขนย้ายขนาดใหญ่รวม 6 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน

 

 

ล่าสุดเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจัดกรรมสิทธิ์ ได้ทำการเข้ารื้อถอนบ้านเรือนในชุมชนป้อมมหากาฬแล้ว โดยเริ่มรื้อถอนตั้งแต่เวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา บรรยากาศการขนย้ายและรื้อถอนเป็นไปอย่างเงียบงัน ชาวชุมชนหลายคนรู้สึกอาลัยกับบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัยมานาน ขณะที่อีกหลายคนทำใจได้แล้วและพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่

 

 

นับจากนี้ชุมชนป้อมมหากาฬจะกลายเป็นเพียงอดีต ส่วนอนาคตที่รออยู่ พื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ตามแผนที่กรุงเทพมหานครได้วางไว้

 

 

The post รื้อแล้ว! ชุมชนป้อมมหากาฬ ชาวชุมชนเร่งเก็บของย้ายที่อยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pom-mahakan-was-demolished/feed/ 0
ปิดตำนานการต่อสู้ 26 ปี ของชุมชนป้อมมหากาฬ สิ้นชุมชน สิ้นประวัติศาสตร์ทางกายภาพ https://thestandard.co/end-of-pom-mahakan/ https://thestandard.co/end-of-pom-mahakan/#respond Mon, 23 Apr 2018 11:44:46 +0000 https://thestandard.co/?p=85788

ก่อนเขียนบทความนี้ ผมได้สัมภาษณ์นักกิจกรรมคนหนึ่งที่ทำง […]

The post ปิดตำนานการต่อสู้ 26 ปี ของชุมชนป้อมมหากาฬ สิ้นชุมชน สิ้นประวัติศาสตร์ทางกายภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนเขียนบทความนี้ ผมได้สัมภาษณ์นักกิจกรรมคนหนึ่งที่ทำงานกับป้อมมหากาฬมานาน ระหว่างการสัมภาษณ์เขาถึงกับหลั่งน้ำตา จะด้วยความรู้สึกผูกพันหรืออะไรก็ตาม แต่เขาไม่ใช่คนป้อมมหากาฬ ไม่ได้คิดว่าชุมชนถูกต้องเสมอไป ไม่โรแมนติกแบบนั้น แต่เขามองว่าชุมชนแห่งนี้มีความสำคัญต่อสังคมและประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้ทุ่มเทแรงกายแรงใจกับการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน และเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชนแห่งนี้มาโดยตลอด

 

ความรู้สึกนั้นสะท้อนผ่านชัดในคำสัมภาษณ์หนึ่งของชาวบ้านว่า “เราเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ไม่มีกำลังทรัพย์ใดๆ แต่ชุมชนมีกำลังใจ กำลังกายที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสวนสาธารณะป้อมมหากาฬแห่งนี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เรียนรู้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เราพร้อมและเราขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง” (สัมภาษณ์โดยนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทและอาจารย์ ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อปี 2559)

 

แต่ทว่าโอกาสนั้นได้หมดสิ้นลงแล้ว กับการต่อสู้อย่างยาวนานถึง 26 ปี

 

 

คนตัวเล็กที่ไร้อำนาจ

26 ปี นับเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานของชุมชนเล็กๆ อย่างป้อมมหากาฬ เรื่องราวของชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยสีสัน การต่อสู้ และความขัดแย้งมากมาย ระหว่างชุมชน-ภาครัฐ-นักวิชาการ-องค์กรอิสระ-และประชาชน ยิ่งในช่วงปลายสุดของปัญหาด้วยแล้วยังลามไปถึงความขัดแย้งระหว่างคนภายในชุมชนอีกด้วย

 

ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยมาก นับแต่กรอบแนวคิดต่อการมองสถานะชุมชนป้อมมหากาฬของรัฐ แนวคิดการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ภาวะผู้นำในชุมชน กระทั่งอำนาจทางการเมืองและทหารที่เข้ามาแทรกแซงในชุมชนในระยะหลัง ทั้งหมดนี้ซ้อนทับกันหลายชั้นหลายซ้อนจนนำไปสู่การล่มสลายของชุมชนแห่งนี้

 

 

ดังนั้น จึงไม่ง่ายเลยที่คุณหรือใครก็ตามจะแสดงความคิดเห็นว่า ชุมชนแห่งนี้ควรจะตั้งอยู่ต่อไป หรือสมควรแล้วที่จะต้องถูกรื้อถอน เพราะแต่ละฝ่ายย่อมรับรู้ข้อมูลข่าวสารไม่ตรงกัน ซึ่งส่งผลต่อการตีความ อีกทั้งคุณยังไม่รู้ว่าคุณจะวางตำแหน่งแห่งที่ของคุณลงอย่างไรภายใต้ ‘สงคราม’ ความขัดแย้งนี้ ซึ่งผมได้เฉียดเข้าไปอยู่ช่วงหนึ่ง ข้อเขียนนี้จึงเป็นเพียงทัศนะหนึ่งเท่านั้นบนจุดยืนคนทำงานทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี หรือเป็นประชาชนทั่วไปที่ไร้อำนาจในการเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ใช่นักวิชาการที่มักต้องสงวนความเป็นกลาง

 

 

จุดเริ่มต้นของการรื้อถอนบ้าน

ในโลกออนไลน์ มีบางคนแสดงทัศนะว่า ดีแล้วที่ชุมชนป้อมมหากาฬถูกรื้อถอนออกไป เพราะจะได้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนอื่นเข้ามาใช้ หรือบางคนก็มองว่าดีแล้วจะได้เปิดมุมมองให้เห็นโบราณสถานอื่น ดังเช่นกรณีของการรื้อศาลาเฉลิมไทย

 

ความเห็นดังกล่าว ถ้าเราไม่ใช่คนในชุมชนคงฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับคนในชุมชนแล้ว คงไม่ต้องพูดถึงว่ามันทำให้ชุมชนแห่งนี้ดูไร้ค่าเพียงใด แต่นี่ก็สะท้อนถึงวาทกรรมของภาครัฐที่ครอบงำความคิด จนมองไม่เห็นความซับซ้อนของปัญหาและคุณค่าของประวัติศาสตร์ชุมชน กระทั่งประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร เมืองเทวดาที่มีไพร่เป็นแค่องค์ประกอบของอำนาจ

 

 

จุดเริ่มต้นอันนำไปสู่ความตายของชุมชนป้อมมหากาฬนั้นเกิดขึ้นจากแนวคิดของแผนพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2502 ที่ต้องการ หนึ่ง ย้อนบรรยากาศของพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์กลับไปเป็นเหมือนกับกรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 5  สอง ลดจำนวนของประชากรในพื้นที่ลงเพื่อไม่ให้เมืองเกิดความหนาแน่น สาม เพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือสวนสาธารณะเพื่อเปิดมุมมองของโบราณสถาน ซึ่งป้อมมหากาฬได้ถูกวางอยู่ในแผนเพื่อให้เป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก

 

 

เจ้าหน้าที่รัฐของกรุงเทพมหานครทำงานภายใต้วาทกรรมชุดนี้ และคนในสังคมจำนวนหนึ่งก็คล้อยตามด้วย โดยไม่ตระหนักว่า แผนดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคของเผด็จการทหาร มันจึงย่อมไม่สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน พื้นที่ที่เปิดในเกาะรัตนโกสินทร์นั้นก็น่าตั้งคำถามว่าทำเพื่อใคร เพื่อนักท่องเที่ยว หรือเพื่อคนที่อยู่อาศัยในเกาะรัตนโกสินทร์จริงๆ เอาเป็นว่า ในเมื่ออุดมคติของการใช้ที่ดินในเขตรัตนโกสินทร์เป็นเช่นนี้ จึงนำไปสู่การคิดจะรื้อถอนชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่งที่ดินมีสถานะตามกฎหมายที่ไม่ได้เป็นของชาวบ้าน แต่เป็นของเจ้าของที่ดินหลายเจ้า และพวกเขายังเป็นคนจนไร้อำนาจอีกด้วย

 

ที่ดินในเขตป้อมมหากาฬมีเจ้าของหลายเจ้าเท่าที่ทราบ ได้แก่ ที่ดินของกรุงเทพมหานคร ที่ดินของกระทรวงการคลังที่ต่อมาโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นของกรุงเทพมหานคร ที่ดินของข้าราชบริพาร ที่ดินวัดราชนัดดา และที่ดินของตระกูลนานา ชาวบ้านเดิมอยู่อาศัยกันมาอย่างปกติสุข จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2535 ทางกรุงเทพมหานครต้องการพัฒนาพื้นที่เป็นสวนสาธารณะอย่างจริงจัง เมื่อขอความร่วมมือแล้วชาวบ้านไม่ย้ายออกไป จึงนำไปสู่การออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนปี 2535 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้อย่างยาวนานมาถึง 26 ปี

 

บางท่านที่อ่านถึงตรงนี้คงคิดว่า ก็ถูกต้องแล้วไงที่รัฐจะสั่งให้รื้อถอนออกไป เพราะที่ดินไม่ใช่ของชาวบ้านอย่างแท้จริง กระทั่งอ้างเรื่องบุญคุณที่เจ้าของที่ดินให้อยู่โดยไม่เก็บค่าเช่า (ความจริงมีการเก็บแต่อยู่ในอัตราที่ถูกมาก) เรื่องไม่ใช่เป็นความผิดของเจ้าของที่ดินอย่างแท้จริง หากแต่เป็นวาทกรรมที่กำกับความคิดให้สุดท้ายแล้ว กรุงเทพมหานครต้องการไล่ชาวบ้านออกไป

 

 

สิทธิในท้องถิ่นที่ผ่านการเปลี่ยนมือ แต่ผูกโยงด้วยความสัมพันธ์

กรณีของบ้านชาวชุมชนป้อมมหากาฬนั้น เราต้องแยกให้ออกระหว่างสิทธิในที่ดินของเจ้าของที่ดิน กับ บ้าน-คน-และวัฒนธรรมที่ติดกับพื้นที่ดิน กล่าวคือ ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ชุมชนป้อมมหากาฬเป็นชุมชนที่อยู่มาตั้งแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์โดยเป็นเหล่าข้าราชบริพารและชาวบ้านที่อาศัยสืบกันเรื่อยมา ในชุมชนมีเพียงบ้านไม้โบราณบางหลังที่เป็นแบบเรือนยกใต้ถุนที่คาดว่าจะสร้างมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในขณะที่บางหลังเป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยาที่สร้างขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5-7 และบางหลังที่สร้างขึ้นเมื่อราว 50-60 ปีที่ผ่านมา

 

บ้านต่างๆ เหล่านี้มีการเปลี่ยนมือและสิทธิกันเรื่อยมา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของชุมชนในเขตเมืองที่มีอัตราการย้ายเข้าออกอย่างสูง แต่อยากให้สังเกตว่า การอยู่อาศัยของชาวบ้านที่ผ่านมาก่อนหน้าปี 2535 นั้น เป็นไปโดยความยินยอมของเจ้าของที่ดินมาโดยตลอด เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของที่ดิน เจ้าของบ้าน และผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นเป็นระบบความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ระบบความสัมพันธ์จึงเป็นแบบจารีต นั่นหมายความว่า จริงๆ แล้วชาวบ้านนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า สิทธิในท้องถิ่น (Local Rights) ในการที่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้เพื่อสืบทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตนเอง

 

 

จนกระทั่งแนวคิดในการพัฒนาแบบสนแต่ของ ไม่สนคนเข้ามา และอีกหลายๆ ปัจจัย จึงทำให้ระบบความสัมพันธ์ข้างต้นต้องเปลี่ยนแปลงไป และก็อยากให้สังเกตเช่นกันว่า ความรุนแรงของการรื้อถอนชุมชนแห่งนี้จนต้องตายอย่างสนิทนั้นก็เกิดขึ้นภายใต้ยุคสมัยที่เราอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเผด็จการที่คนตัวเล็กไม่มีสิทธิมีเสียงอะไร และถ้าส่งเสียงก็อาจถูกกำราบด้วยอำนาจ  

 

ความจริงก่อนหน้าที่ชุมชนป้อมมหากาฬจะเดินทางมาจนถึงจุดนี้ ได้เคยมีการทำวิจัยชิ้นหนึ่งเพื่อเสนอ “แผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์พัฒนาชุมชนบ้านไม้โบราณป้อมมหากาฬ” โดย ชาตรี ประกิตนนทการ ต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะจะนำไปสู่การอนุรักษ์ชุมชน การพัฒนาพื้นที่ โดยที่ชุมชน โบราณสถาน และสวนสาธารณะสามารถเดินคู่ขนานกันไปได้ และการเสนอการจัดทำพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต นอกจากนี้ ในช่วงที่ปัญหารุนแรงมากขึ้น ยังมีนักวิชาการ ภาคเอกชน และองค์กรอิสระต่างๆ เข้ามาพยายามช่วยอีกมากมายเพื่อชี้เห็นความสำคัญของชุมชนแห่งนี้

 

แต่ทั้งหมดไม่เป็นผล เพราะกรอบแนวคิดในการพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์นั้นยังล้าสมัย ไม่เข้ากับบริบทโลกในโลกประชาธิปไตยที่พยายามอนุรักษ์ชุมชนคู่กับโบราณสถาน

 

 

ในช่วงปลายทางของความขัดแย้งเมื่อกลางปีที่แล้ว ตามที่สัมภาษณ์จากนักกิจกรรมในชุมชนได้เล่าว่า มีจัดตั้งกรรมการร่วมกำหนดกรอบการประเมินคุณค่าของสถาปัตยกรรมในพื้นที่ใหม่ ทำให้แบ่งบ้านออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มบ้านสีเทา เป็นที่ไม่มีลวดลายสลักใดๆ ซึ่งก็คือบ้านที่เพิ่งสร้างไม่กี่ปี มีจำนวน 11 หลัง กลุ่มบ้านที่มีการต่อเติมปรับปรุงอยู่ในพื้นที่ระหว่างตรอก และกลุ่มบ้านอนุรักษ์ เพราะมีความงดงามตามสถาปัตยกรรม มีจำนวน 18 หลัง

 

ในทัศนะของนักกิจกรรมให้ความเห็นว่า การแบ่งข้างต้นนี้สัมพันธ์กับแนวคิดในการประเมินว่าบ้านใดมีคุณค่าหรือไม่มีคุณค่า บ้านกลุ่มสีเทาและบ้านกึ่งเก่ากึ่งใหม่ กลายเป็นบ้านที่ถูกประเมินว่าไม่มีคุณค่า เพราะไม่เก่าพอ จึงไม่สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ ในขณะที่บ้านงดงามตามสถาปัตย์นั้นควรเก็บ ผลจากการแบ่งแบบนี้เอง ทำให้คนภายในชุมชนเกิดความรู้สึกของการถูกประเมินคุณค่าของบ้าน เกิดความไม่เท่าเทียม จนนำไปสู่การรื้อบ้านครั้งใหญ่ โดยเริ่มต้นจากกลุ่มบ้านสีเทา และตามมาด้วยบ้านกลุ่มอื่นๆ

 

แต่บ้านที่สำคัญที่สุดที่นำไปสู่การพังทลายของความรู้สึกคือ การรื้อบ้านเลขที่ 99 ของตระกูลอึ้งภากรณ์ ที่เป็นที่ตั้งของห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และเป็นบ้านอนุรักษ์ตามข้อเสนอของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะรื้อโดยความสมัครใจของเจ้าของบ้านเอง หากแต่การรื้อบ้านหลังนี้มีนัยมาก เพราะมันคือหัวใจของชุมชน

 

Photo: ชุมชนป้อมมหากาฬ / facebook

 

หมดชุมชนก็หมดประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ของคน เรื่องราวประวัติศาสตร์ของคนในป้อมมหากาฬไม่ได้มีความสำคัญในตัวของตัวเองเท่านั้น หากแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่แยกขาดไม่ได้จากประวัติศาสตร์ของกรุงเทพหรือกรุงรัตนโกสินทร์ ดังนั้น การสิ้นสุดลงของชุมชนแห่งนี้ก็คือการทำลายประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เอง

 

ถ้าใครได้อ่านหนังสือ ‘ชีวิต (คน) ป้อมมหากาฬ’ จะได้เห็นว่าชีวิตของคนทุกคนที่รวมอยู่ในป้อมมหากาฬนั้นต่างมีประวัติศาสตร์เป็นของตัวเอง เช่น คุณกบ-ธวัชชัย วรมหาคุณ อยู่อาศัยในบ้านที่มีอายุมากถึง 112 ปี โดยต้นตระกูลเป็นนักทำเครื่องดนตรีไทย เริ่มต้นจากสมัยคุณทวดขำ ไม่เสื่อมสุข ก่อนจะส่งต่อให้คุณตาอู๋ ไม่เสื่อมสุข แต่น่าเสียดายที่คุณกบไม่ได้สืบต่อ เพราะคุณตาอู๋เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะได้เข้าพิธีรับขันธ์ครอบครู บ้านหลังนี้ในสมัยก่อนจึงเป็นศูนย์กลางความรู้เกี่ยวกับการทำเครื่องดนตรีไทย

 

คุณติ่ง-ไพบูลย์ จุฬาลักษณ์ อายุ 69 ปี มีฝีมือในการซ่อมกรงนกเขาโดยเรียนรู้จากชาวอิสลามแถบนั้น ได้เล่าว่า ในสมัยก่อนนั้นเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า หากใครต้องการซื้อขายนกเขาก็ต้องมาที่ชุมชนป้อมมหากาฬ คนจากที่ต่างๆ ไม่ว่าจากเขตป้อมปราบหรือมหานาค ก็จะมาฟังเสียงนกหาซื้อนกกันที่นี่ นายติ่งเองตอนหลังมาเริ่มกิจการขายอาหารนกจนมีชื่อเสียง เพราะขายอาหารนกมีคุณภาพ บางคนถึงกับมาซื้อจากนครสวรรค์ แต่แล้วตลาดนกบริเวณป้อมมหากาฬก็ต้องมีอันสิ้นสุดลงเมื่อมีการไล่รื้อไปโดยกรุงเทพมหานคร

 

นายติ่งเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยได้รับผลกระทบจากการไล่รื้อชุดแรกๆ ซึ่งได้รับเงินค่าชดเชยไปบางส่วน จากนั้นได้ผ่อนบ้านที่ทางกรุงเทพมหานครจัดหาให้ แต่พบว่าไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่กรุงเทพฯ เคยให้สัญญาไว้ โดยบ้านตั้งอยู่ในท้องนา “รถก็ไม่มี น้ำไฟไม่มี”

 

Photo: ชุมชนป้อมมหากาฬ / facebook

 

ยังไม่นับรวมประวัติศาสตร์เรื่องอื่นในชุมชนป้อมมหากาฬที่สามารถสืบย้อนกลับไปได้อีก เช่น ชุมชนป้อมมหากาฬยังเป็นที่ตั้งของตรอกพระยาเพชรฯ ซึ่งตั้งชื่อตามนิวาสสถานของพระยาเพชรปาณี ข้าราชการกระทรวงวังที่เป็นชาวปี่พาทย์ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของลิเกทรงเครื่อง โดยนำลิเกแบบมลายูมาผสมกับละครนอกของชาวบ้าน เมื่อราว พ.ศ. 2440 ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงบันทึกเอาไว้

 

เรื่องนี้จึงเป็นร่องรอยชัดว่า เพราะเหตุใดในบ้านของคุณกบ ธวัชชัย ซึ่งเป็นประธานชุมชนนั้น ต้นตระกูลจึงได้ทำเครื่องดนตรีมาตั้งแต่ร้อยกว่าปีที่แล้ว หรือกระทั่งการเลี้ยงนกเขาก็เป็นวัฒนธรรมของชาวมลายูที่ทิ้งร่องรอยไว้เช่นกัน

ชุมชนแห่งนี้ คนที่อยู่ในชุมชนนี้ จึงไม่ใช่คนที่ปราศจากรากเหง้าทางประวัติศาสตร์อย่างที่ข้าราชการบางคนมักอ้างกัน

 

แน่นอนว่า ประวัติศาสตร์จากคนตัวเล็กข้างต้นมีเป้าหมายของมันคือการใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการต่อสู้ทางเดียวของคนที่ไร้อำนาจจะพอต่อกรกับรัฐได้ แต่ก็ไม่มีประวัติศาสตร์เล่มใดที่ไม่เคยมีเป้าหมายทางการเมือง กระทั่งพงศาวดาร แต่เรื่องราวของคนตัวเล็กนี้มันกำลังสะท้อนให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ของชุมชนที่ใดที่หนึ่งนั้นมาจากคน ไม่ใช่มาจากกระดาษ แถมยังมีสีสันและมิติของชีวิตที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ ความรู้สึก และบรรยากาศ

 

มันจึงนับเป็นชุดความรู้ที่มีคุณค่าอย่างมหาศาลที่บอกเล่าเรื่องราวของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยมิติของชีวิตคน ซึ่งเราไม่อาจสามารถหาอ่านได้จากประวัติศาสตร์ทางการ ที่เป็นประวัติศาสตร์ที่เน้นมิติของตัวหนังสือมากกว่าความรู้สึกที่กระดาษไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้

 

 

รื้อชุมชนเท่ากับการลดคุณค่าของ ‘ป้อมมหากาฬ’

คุณค่าของโบราณสถานไม่ได้อยู่เฉพาะก้อนอิฐ แต่ยังประกอบรวมถึงชุมชนและคนที่อาศัยร่วมกับโบราณสถานอีกด้วย

 

จะเห็นได้ว่า พื้นที่ตั้งชุมชนป้อมมหากาฬ เรียกว่า ‘ชานพระนคร’ ซึ่งถือเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างคลองรอบกรุงกับกำแพงเมืองนั้น จึงเกิดท่าเรือและชุมชนร้านค้าอย่างหนาแน่น รูปแบบการตั้งถิ่นฐานเช่นนี้พบได้ทั่วไปตามเมืองโบราณต่างๆ เช่น กรุงศรีอยุธยา

 

ชุมชนป้อมมหากาฬจึงเป็นตัวแทนของรูปแบบการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณชานพระนครที่หลงเหลือเพียงแห่งเดียว หากมีการรื้อถอนบ้านต่างๆ ออกไป สิ่งที่เราจะสูญเสียก็คือ ตัวแทนของรูปแบบการตั้งถิ่นฐานยุคต้นประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ

 

 

ผมพบว่าในโลกออนไลน์ แว่นในการประเมินคุณค่าของโบราณสถานหรือชุมชนของคนไทยในโลกออนไลน์ค่อนข้างมีจำกัด คือเรามักจะให้คุณค่ากับโบราณสถานประเภทวัด วัง บ้านขุนนาง บ้างไปแขวนกับบ้านในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะเราติดกับดักของความเป็นยุคทองทางประวัติศาสตร์ภายใต้กระแสการโหยหาอดีต แต่เรากลับไม่สนใจบ้านของสามัญชนมากนัก  

 

“ป้อมมหากาฬพร้อมด้วยปราการ” ได้รับการประกาศทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาเป็นโบราณสถานนับตั้งแต่ พ.ศ. 2492 ป้อมมหากาฬและกำแพงเมืองที่เหลืออยู่ไม่มากนี้ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน แต่ไม่ได้ประกาศให้ชุมชนป้อมมหากาฬเป็นชุมชนอนุรักษ์ เพราะแนวคิดดังกล่าวนั้นยังไม่เกิดในสมัยนั้น

 

ถ้าใครเคยไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือ อังกฤษ (ซึ่งเป็นประเทศที่ข้าราชการไทยชอบไปดูงานกัน) จะเห็นได้ว่า ทางการจะมีแนวคิดในการจัดการให้ชุมชนดั้งเดิมอยู่คู่กับโบราณสถาน หน้าที่ของทางการคือ การเข้าไปช่วยจัดการให้เกิดระเบียบ เหมาะกับการท่องเที่ยว หากจะมีการรื้อถอนก็จะเกิดขึ้นในกรณีที่ชุมชนแห่งนั้นได้เข้าไปบุกรุกทำลายโบราณสถาน

 

ดังนั้น ชุมชนปัจจุบันจึงสามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้ และถ้าพิจารณาว่าชุมชนป้อมมหากาฬคือตัวแทนของรูปแบบการตั้งถิ่นแบบดั้งเดิมที่สัมพันธ์กับป้อมมหากาฬด้วยแล้ว ชุมชนแห่งนี้คือสิ่งที่ช่วยเติมเต็มให้ประวัติศาสตร์ของตัวป้อมมหากาฬเองนั้นมีชีวิต

 

 

ทางเลือกใหม่

ถ้าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้คือประวัติศาสตร์ ผมไม่แน่ใจนักว่าในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่กรุงเทพมหานครจะทำขึ้นในพื้นที่ป้อมมหากาฬนั้นจะบรรจุไปด้วยเรื่องราวอะไรบ้าง จะมีเรื่องปัญหาการต่อสู้ของชุมชนป้อมมหากาฬมาตลอด 26 ปีหรือไม่ คงต้องรอติดตาม

 

แต่ ณ ตอนนี้ ผมคิดว่า ในเมื่อชุมชนป้อมมหากาฬไม่อาจจะหลงเหลือพื้นที่เชิงกายภาพอีกแล้ว ทางเลือกหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ การใช้ชุมชนเสมือนจริง หรือ ชุมชนในโลกออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ต่อการรวมกลุ่มกันของชุมชน ดังเช่น เฟซบุ๊ก ‘ชุมชนป้อมมหากาฬ’ ที่มีอยู่

 

 

ถึงจะฟังดูน่าเศร้าที่บ้านอันเป็นที่เกิดที่อาศัยไม่ได้มีอยู่จริงแล้ว แต่ชุมชนเสมือนจริงนี้อาจจะทรงพลังมากกว่า เพราะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนอีกต่อไป หากแต่ยังหมายถึงคนที่เคยอาศัยอยู่ในชุมชน เป็นลูกหลานหน่อเนื้อเชื้อไขของคนในชุมชน หรือคนภายนอกที่ได้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน พื้นที่บนโลกออนไลน์นี้อาจทำให้ลมหายใจของชุมชนนี้ยังมีชีวิตต่อไป และเป็นบทเรียนให้กับแนวทางการพัฒนาเมืองของสังคมไทยในอนาคต

 

ต้องเข้าใจว่าไม่มีใครปฏิเสธพื้นที่สีเขียว ไม่มีใครไม่อยากได้สวนสาธารณะ แต่ทั้งหมดนี้ควรได้มาด้วยกระบวนการที่เข้าใจคนที่อาศัยภายในชุมชน ผมคงรู้สึกไม่ดีนักที่จะเข้าไปเดินในสวนสาธารณะที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

 

– อำลา มหากาฬ –

 

เขียนเสร็จวันที่ 21 เมษายน 2561

ที่ลอนดอน

 

อ้างอิง:

  • ชาตรี ประกิตนนทการ. 2549. “แผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์พัฒนาชุมชนบ้านไม้โบราณป้อมมหากาฬ,” บทความนำเสนอในงานประชุมวิชาการนานาชาติ การอนุรักษ์และพัฒนามรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ในแนวทางบูรณาการข้ามศาสตร์. Available at: www.slideshare.net/TumMeng/executive-summary-61026019. [Accessed on: 21/4/2018]
  • นักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทและอาจารย์ ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. ชีวิต (คน) ป้อมมหากาฬ Mahakan Life. 2559. www.slideshare.net/TumMeng/mahakan-life [Accessed on: 21/4/2018]
  • มติชน. “กทม.ขีดเส้นตายรอบใหม่ ต้นกุมภาฯ 60 รื้อบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬ,” Available at: www.matichon.co.th/news/399474. [Accessed on: 21/4/2018]
  • วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. “ความเจ็บปวดที่ชุมชนป้อมมหากาฬ “เมืองประวัติศาสตร์ต้องมีชุมชน”,” มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. Available at: lek-prapai.org/home/view.php?id=5133. [Accessed on: 21/4/2018]
  • Facebook: ชุมชนป้อมมหากาฬ [Accessed on: 21/4/2018]

The post ปิดตำนานการต่อสู้ 26 ปี ของชุมชนป้อมมหากาฬ สิ้นชุมชน สิ้นประวัติศาสตร์ทางกายภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/end-of-pom-mahakan/feed/ 0
ชุมชนป้อมมหากาฬ จัดกิจกรรมอำลาชุมชนวันสุดท้าย https://thestandard.co/end-of-mahakan-fort/ https://thestandard.co/end-of-mahakan-fort/#respond Sun, 22 Apr 2018 14:35:31 +0000 https://thestandard.co/?p=85592

ชาวชุมชน ‘ป้อมมหากาฬ’ จัดกิจกรรมอำลาครั้งสุดท้าย เพื่อร […]

The post ชุมชนป้อมมหากาฬ จัดกิจกรรมอำลาชุมชนวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชาวชุมชน ‘ป้อมมหากาฬ’ จัดกิจกรรมอำลาครั้งสุดท้าย เพื่อร่วมบอกเล่าและบันทึกความทรงจำก่อนส่งพื้นที่ให้ กทม. ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

 

ทั้งนี้ชาวชุมชนป้อมมหากาฬได้ขอบคุณและอำลาเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อขอจบมหากาพย์เรื่องราวการต่อสู้กับการไล่รื้อชุมชนมานานหลายสิบปี เป็นหนึ่งในกิจกรรมวันนี้ที่จัดขึ้นเพื่อชาวชุมชนป้อมมหากาฬ ก่อนที่ทุกคนจะร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ณ บริเวณลานชุมชน มีทั้งคนในชุมชนที่ย้ายออกไปก่อนหน้านี้และที่ยังเหลืออยู่ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชนมาร่วมกิจกรรมนี้มากกว่า 50 คน

 

 

สมาชิกชุมชนคนหนึ่งบอกว่า นี่จะเป็นการจัดกิจกรรมครั้งสุดท้ายเพื่อแสดงความอาลัยให้กับชุมชนป้อมมหากาฬ แต่อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษากับการไล่รื้อชุมชนอื่นๆ ในอนาคตต่อไป โดยเฉพาะวิถีชีวิตของคนในชุมชน แม้ว่าตอนนี้หลายคนจะเริ่มหาที่อยู่ใหม่ได้บ้างแล้ว ทั้งที่อยู่ส่วนตัว รวมถึงอาศัยบุคคลอื่นอยู่ แต่ชาวชุมชนบอกว่าจะรักษาวิถีชาวป้อมต่อไป และจะหาที่อยู่ใหม่โดยรวบรวมคนป้อมมหากาฬกลับไปเป็นชุมชนดังเดิม

 

 

จากการสำรวจพื้นที่ในชุมชนป้อมมหากาฬ ตอนนี้ยังเหลือบ้านเรือนอีกประมาณ 10 หลังที่ยังไม่ได้รื้อถอน โดยยังมีชาวชุมชนอาศัยอยู่ประมาณ 30 คน ซึ่งการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างภายในชุมชน กทม. กำหนดให้ประชาชนรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 25 เมษายนนี้ โดยที่ กทม. จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและภาคส่วนอื่นๆ ในการเข้ารื้อย้ายบ้านเรือน เพื่อปรับภูมิทัศน์พื้นที่ป้อมมหากาฬให้เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถใช้พื้นที่ได้ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ จากนั้นวันที่ 7 พฤษภาคมทาง กทม. จะเข้าไปดำเนินการปรับภูมิทัศน์ชั่วคราวให้เรียบร้อยสวยงาม

 

The post ชุมชนป้อมมหากาฬ จัดกิจกรรมอำลาชุมชนวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/end-of-mahakan-fort/feed/ 0
รื้ออีกหลัง บ้านเก่าแก่ในชุมชนป้อมมหากาฬ https://thestandard.co/pom-mahakan-demolish-ancient-home/ https://thestandard.co/pom-mahakan-demolish-ancient-home/#respond Mon, 29 Jan 2018 06:55:57 +0000 https://thestandard.co/?p=65882

เจ้าของบ้านเลขที่ 113 ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนป้อมมหาก […]

The post รื้ออีกหลัง บ้านเก่าแก่ในชุมชนป้อมมหากาฬ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจ้าของบ้านเลขที่ 113 ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนป้อมมหากาฬ กำลังขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านของตนเอง เพื่อเตรียมทำการรื้อถอน

โดยนายธวัชชัย วนาภานุเบศ เจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนร่วม 40 ปี กล่าวว่าตนเองต้องการย้ายออกโดยสมัครใจ เนื่องจากเบื่อหน่ายกับการที่ต้องต่อสู้ในเรื่องที่กรุงเทพมหานครขอคืนพื้นที่ทำสวนสาธารณะมาตลอดระยะเวลา 25 ปี และถือว่าเป็นการยกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

ปัจจุบันชุมชนป้อมมหากาฬคงเหลือบ้านอีก15 หลังที่ยังไม่ได้ย้ายออก

 

The post รื้ออีกหลัง บ้านเก่าแก่ในชุมชนป้อมมหากาฬ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pom-mahakan-demolish-ancient-home/feed/ 0
เตรียมรื้อบ้านโบราณในชุมชนป้อมมหากาฬ https://thestandard.co/pom-mahakan-ancient-home-demolish/ https://thestandard.co/pom-mahakan-ancient-home-demolish/#respond Fri, 19 Jan 2018 10:37:53 +0000 https://thestandard.co/?p=63581

สภาพของบ้านไม้เลขที่ 127/1 ที่มีอายุกว่า 60 ปี ในพื้นที […]

The post เตรียมรื้อบ้านโบราณในชุมชนป้อมมหากาฬ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สภาพของบ้านไม้เลขที่ 127/1 ที่มีอายุกว่า 60 ปี ในพื้นที่ชุมชนป้อมมหากาฬ หนึ่งในบ้านที่สำนักการโยธา กทม. เตรียมรื้อถอนเพิ่มเติม

 

บ้านหลังนี้ปลูกสร้างขึ้นบนที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ ‘วิกลิเกพระยาเพชรปาณี’ วิกลิเกแห่งแรกในกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมากลายเป็นชื่อตรอกสำคัญในชุมชน คือ ‘ตรอกพระยาเพชรฯ’

 

 

ปัจจุบันอยู่ในรายชื่อบ้าน 1 ใน 18 หลังที่สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์เสนอให้ทำการอนุรักษ์ โดยผ่านการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการหลายฝ่าย ซึ่งมีการลงนามร่วมกันในคุณค่าด้านต่างๆ เนื่องจากเป็นบ้านในกลุ่มสถาปัตยกรรมรุ่นเก่าที่แสดงถึงอิทธิพลอาคารแบบตะวันตกและแบบประเพณีที่ผสมผสานกัน

 

แต่สุดท้ายบ้านหลังนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำในอดีตเท่านั้น

 

The post เตรียมรื้อบ้านโบราณในชุมชนป้อมมหากาฬ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pom-mahakan-ancient-home-demolish/feed/ 0
ปรับภูมิทัศน์ ‘ป้อมมหากาฬ’ https://thestandard.co/pommahakan-landscape/ https://thestandard.co/pommahakan-landscape/#respond Tue, 19 Sep 2017 02:45:12 +0000 https://thestandard.co/?p=28202

       18 ก.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที […]

The post ปรับภูมิทัศน์ ‘ป้อมมหากาฬ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     18 ก.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร เริ่มทำการปรับภูมิทัศน์บริเวณพื้นที่ว่างด้านหลังป้อมมหากาฬ

     หลังจากที่ก่อนหน้านี้กรุงเทพมหานครเริ่มปรับภูมิทัศน์บริเวณริมคลองโอ่งอ่าง โดยจัดทำสวนหย่อม ปูหญ้า และปลูกต้นไม้ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาพักผ่อน และใช้เป็นสถานที่รองรับประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

 

     ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใน พ.ศ. 2326 เป็นป้อม 1 ใน 14 ป้อมที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันรักษาพระนคร

     234 ปีผ่านไป สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงได้พัดพากรุงเทพฯ เดินทางมาไกลโข ข้าศึกที่เคยรุกรานไม่ได้เดินผ่านมาทางนี้อีกต่อไป แต่แฝงเร้นในรูปแบบนโยบายการค้าที่เอาเปรียบ การคอร์รัปชันที่แนบเนียนและแทรกซึมอธิปไตยอย่างยากจะจับได้ไล่ทันในโลกเสมือน

 

 

     เมื่อ ‘ฟังก์ชัน’ เดิมไม่ตอบโจทย์ ป้อมแห่งนี้จึงถึงคราวปรับเปลี่ยน

     นี่จึงเป็นที่มาของการรื้อไล่ชุมชนโบราณบางส่วน โดยคงเหลือไว้แต่บ้านที่จะอนุรักษ์

     แล้วปรับภูมิทัศน์ที่เหลือเป็นสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ที่ในอนาคตอันใกล้คงเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการ

 

The post ปรับภูมิทัศน์ ‘ป้อมมหากาฬ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pommahakan-landscape/feed/ 0