ป่าสงวน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ป่าสงวน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 06 Oct 2025 06:30:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปารีณา ไกรคุปต์ โดนโทษ ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 1 เดือน คดีรุกป่าสงวน ก่อนอนุญาตให้ยื่นประกันสู้คดี https://thestandard.co/pareena-forest-verdict/ Mon, 06 Oct 2025 06:30:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1127038 ปารีณา ไกรคุปต์

วันนี้ (6 ตุลาคม) ที่ศาลจังหวัดราชบุรี ศาลได้อ่านคำพิพา […]

The post ปารีณา ไกรคุปต์ โดนโทษ ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 1 เดือน คดีรุกป่าสงวน ก่อนอนุญาตให้ยื่นประกันสู้คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปารีณา ไกรคุปต์

วันนี้ (6 ตุลาคม) ที่ศาลจังหวัดราชบุรี ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ สวอ1/2567 ที่พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด (จำเลยที่ 1) โดย ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี (จำเลยที่ 2) ในความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ, พ.ร.บ.ป่าไม้, ประมวลกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.น้ำบาดาล

 

ศาลพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้, ประมวลกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.น้ำบาดาล โดยมีคำสั่งลงโทษดังนี้:

 

  • บริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด (จำเลยที่ 1): ถูกปรับรวม 60,000 บาท
  • ปารีณา ไกรคุปต์ (จำเลยที่ 2): จำคุกรวม 4 ปี 1 เดือน

 

ศาลได้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสอง และบริวาร ออกจากป่าและที่ดินของรัฐที่เกิดเหตุทันที และให้ร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำบาดาล รวมถึงอุดและกลบหลุมบ่อน้ำบาดาล

 

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกและยึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (ป่าเขาสน) ใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี รวม 4 แปลง เนื้อที่ 681 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา โดยได้มีการก่อสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ บ้านพัก และขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล

 

อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิเคราะห์จากพยานหลักฐาน โดยเฉพาะคำเบิกความของผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายทางอากาศและพยานโจทก์ ว่า:

 

  1. ที่ดินพิพาทมีบุคคลเข้าครอบครองทำประโยชน์มาก่อน ตั้งแต่ก่อนที่จำเลยทั้งสองจะเข้าครอบครองต่อจากทวี ไกรคุปต์ บิดาของจำเลยที่ 2
  2. โจทก์ ไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้บุกรุก ก่อสร้าง หรือทำลายป่าตั้งแต่แรกเริ่ม
  3. ศาลจึง ยกฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำลายป่าตั้งแต่เริ่มแรก

 

แต่ ศาลเห็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐาน ร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และ ยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากที่ดินยังเป็นป่าตามนิยามของกฎหมาย แม้จำเลยจะครอบครองตามแบบ ภ.บ.ท.5 ซึ่งไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหา ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ศาลจึงลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานยึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต (ซึ่งเป็นบทหนักสุด) และฐานประกอบกิจการน้ำบาดาลฯ เมื่อรวมทุกกระทงความผิดและลดโทษกึ่งหนึ่ง เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาในบางข้อหา จึงมีคำสั่ง จำคุก ปารีณา ไกรคุปต์ รวม 4 ปี 1 เดือน และปรับจำเลยที่ 1 รวม 60,000 บาท

 

ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ปารีณา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวต่อศาล ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว โดยกำหนดหลักประกันเป็นเงิน 1 ล้านบาท

The post ปารีณา ไกรคุปต์ โดนโทษ ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 1 เดือน คดีรุกป่าสงวน ก่อนอนุญาตให้ยื่นประกันสู้คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.วุฒิสภาชี้ชัด พบเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปมโรงงานแป้งมันรุกที่ป่าสงวนฯ https://thestandard.co/senate-committee-tapioca-factory-investigation/ Sat, 20 Sep 2025 05:56:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1120971 senate-committee-tapioca-factory-investigation

วันนี้ (20 กันยายน) ที่รัฐสภา ชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณ […]

The post กมธ.วุฒิสภาชี้ชัด พบเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปมโรงงานแป้งมันรุกที่ป่าสงวนฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
senate-committee-tapioca-factory-investigation

วันนี้ (20 กันยายน) ที่รัฐสภา ชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีโรงงานแป้งมันในจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอดีตรัฐมนตรีเป็นจำเลย โดยยืนยันว่า กมธ. ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว

 

ชีวะภาพระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมบัญชีกลาง และ ส.ป.ก. พบว่ามีการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ที่ไปอำนวยความสะดวกให้โรงงาน โดยเฉพาะการไม่บังคับคดีตามคำพิพากษาในปี 2551 ที่ระบุให้จำเลยต้องออกจากพื้นที่ ฟื้นฟูบ่อบำบัด และชำระเงิน 26 ล้านบาทหากไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งทั้งหมดต้องแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน แต่กลับไม่มีการบังคับใช้

 

นอกจากนี้ ยังพบว่า ส.ป.ก. ได้ลงนามอนุญาตให้วิสาหกิจชุมชนแห่งหนึ่งเข้ามาใช้ที่ดิน ซึ่งขัดแย้งกับเงื่อนไขที่ระบุว่าจะต้องไม่ให้บุคคลใดมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ปัจจุบันโรงงานยังคงใช้บ่อบำบัด 7 แห่งตามปกติมานานกว่า 20 ปี

 

“วันนี้เมื่อถูกเพิกถอนแล้วจะต้องเอากลับคืนมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้จะต้องมาพูดคุยกัน ผมเห็นว่าควรจะต้องกลับมาเป็นป่าสงวนแห่งชาติ” ชีวะภาพกล่าว

 

ชีวะภาพย้ำว่า กมธ. จะสรุปเรื่องทั้งหมดส่งให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด ซึ่ง ส.ป.ก. จะต้องยกเลิกคำสั่งอนุญาตดังกล่าวทันที และยืนยันว่าเรื่องนี้จะถูกส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาต่อไป เนื่องจากเห็นถึงความซับซ้อนและพฤติกรรมการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน

The post กมธ.วุฒิสภาชี้ชัด พบเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปมโรงงานแป้งมันรุกที่ป่าสงวนฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ชีวะภาพนำ กมธ. ลุยสอบโรงงานแป้งมันสำปะหลัง รุกป่าสงวนที่โคราช-อุบลฯ ผู้เกี่ยวข้องเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน https://thestandard.co/senator-cheewaphap-cassava-factory/ Tue, 19 Aug 2025 10:42:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1108978 senator-cheewaphap-cassava-factory

วันนี้ (19 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ชีวะภาพ ชีวะธรรม สมา […]

The post สว. ชีวะภาพนำ กมธ. ลุยสอบโรงงานแป้งมันสำปะหลัง รุกป่าสงวนที่โคราช-อุบลฯ ผู้เกี่ยวข้องเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
senator-cheewaphap-cassava-factory

วันนี้ (19 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา โดยที่ประชุมกรรมาธิการมีวาระพิจารณากรณีโรงงานแป้งมันสำปะหลัง  บุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติในหลายจังหวัด 

 

ชีวะภาพเปิดเผยว่า กรรมาธิการฯ ได้นำกรณีข้อร้องเรียนโรงงานแป้งมันสำปะหลัง บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ เข้าหารือ ซึ่งไม่ได้มีแค่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีที่เดียวที่ผู้ส่งข้อมูลมาให้ แต่ยังมีคดีค้างเก่าที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่บุกรุกใหญ่กว่ากรณีที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยผู้ต้องหาเป็นรัฐมนตรีว่าการรายเดียวกัน 

 

ชีวะภาพระบุว่า กรรมาธิการฯ ต้องศึกษาข้อมูลโดยละเอียด ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น หรือเครื่องมือทางการเมือง ว่ากันไปตามถูกผิด ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมาย ซึ่งโรงงานแป้งมันดังกล่าวมี 3 กลุ่มใหญ่ ที่บุกรุกพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในอำเภอเสิงสาง มีการบุกรุกทำบ่อบำบัดจำนวน 18 บ่อ เนื้อที่หลายร้อยไร่ โดยเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างป่าสงวนแห่งชาติป่าดงอีจานใหญ่ และเขตสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยหากยังไม่มีการออกเป็น ส.ป.ก.4-01 ก็ยังถือว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯ อยู่

 

ชีวะภาพกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทราบว่า ที่ผ่านมา ทาง ส.ป.ก. ได้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับโรงงานดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ต้องแจ้งดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวนฯ ด้วย แต่เท่าที่ทราบมีการไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ต้องจ่ายเงินชดเชยฟื้นฟูพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท 

 

ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญได้แปลภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า ยังมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อยู่ และยังไม่ได้มีการฟื้นฟูแต่อย่างใด ที่สำคัญจุดอื่นบริเวณนอกโรงงาน เราตรวจสอบพบว่า อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. จึงต้องดำเนินการทั้งหมด ส่วนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็ต้องตรวจสอบต่อไป และได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าได้ดำเนินการอย่างไรแล้ว 

 

ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าจะเชิญ ส.ป.ก. มาชี้แจงความคืบหน้าการบังคับคดี รวมทั้งกรมป่าไม้ ในส่วนการมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ไปจัดสรรให้ประชาชน แต่การนำไปก่อสร้างโรงงานมันสำปะหลัง ถือว่าขัดต่อกฎหมายและมีการดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีแล้วหรือไม่ 

 

“ที่สำคัญคือผู้ต้องหา 2 คดี เป็นบุคคลเดียวกัน และวันนี้ก็เป็นรัฐมนตรีว่าการในรัฐบาลชุดนี้ นี่คือสิ่งที่เราต้องทำให้สังคมรับรู้รับทราบข้อเท็จจริงให้ได้” ชีวะภาพกล่าว

The post สว. ชีวะภาพนำ กมธ. ลุยสอบโรงงานแป้งมันสำปะหลัง รุกป่าสงวนที่โคราช-อุบลฯ ผู้เกี่ยวข้องเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความเสียหายจากไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์ตลอด 10 ปี https://thestandard.co/forest-fire-damage-thailand/ Tue, 14 Jan 2025 06:11:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1030237 ไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์

ไฟป่าเป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาสู่ความสูญเสียทั้งพืชพรรณ สั […]

The post ความเสียหายจากไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์ตลอด 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์

ไฟป่าเป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาสู่ความสูญเสียทั้งพืชพรรณ สัตว์ป่า ระบบนิเวศ ตลอดจนปล่อยฝุ่นควันมลพิษ และเจ้าหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงภัยเข้าไปควบคุมเพลิง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่เพลิงลุกไหม้ต่อเนื่องยาวนานถึง 9 วัน

 

สาเหตุของไฟป่าเกิดขึ้นได้ทั้งด้วยฝีมือมนุษย์หรือตามธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็ทำให้ป่าแห้งแล้ง เสี่ยงติดไฟง่ายขึ้น รวมถึงควบคุมเพลิงได้ยากขึ้นด้วย THE STANDARD นำเสนอข้อมูลเชิงสถิติจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ไฟป่าสร้างความเสียหายเพียงใดต่อพื้นที่อนุรักษ์ในไทยตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

 

ไฟป่า

The post ความเสียหายจากไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์ตลอด 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป่าทับลาน ปัญหาที่มีทางออก https://thestandard.co/thap-lan-a-problem-with-a-solution/ Wed, 10 Jul 2024 04:00:23 +0000 https://thestandard.co/?p=955788

เมื่อมีข่าวว่า ทางการมีนโยบายจะกันพื้นที่อุทยานแห่งชาติ […]

The post ป่าทับลาน ปัญหาที่มีทางออก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อมีข่าวว่า ทางการมีนโยบายจะกันพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 265,286 ไร่ออกไปจากอุทยานเพื่อไปจัดสรรที่ดิน ก็กลายเป็นข่าวใหญ่และมีกระแส ‘#Saveทับลาน’ กระหึ่มบนโลกออนไลน์

 

ประเด็นนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 

คนที่เห็นด้วยบอกว่า จะได้คืนความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่ถูกราชการยึดที่ดินไปทำอุทยานมานานแล้ว

 

คนที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่า ป่าจะถูกทำลาย สุดท้ายนายทุนจะฮุบผืนป่าแทน

 

ความเห็นของผู้เขียนคือ ทั้งสองฝ่ายพูดถูกทั้งคู่ เพียงแต่ว่าพูดไม่หมด

 

อุทยานแห่งชาติทับลานมีพื้นที่ 1,398,000 ไร่ ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย, อำเภอวังน้ำเขียว, อำเภอครบุรี, อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

 

แต่อุทยานที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้สร้างปัญหาและความขัดแย้งในพื้นที่มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา

 

เมื่อ 50-60 ปีก่อน ผืนป่าบริเวณนั้นรัฐบาลได้เปิดเป็นสัมปทานป่า มีการตัดไม้มหาศาล ชักลากไม้ออกมา พอยกเลิกสัมปทานป่า บรรดาคนงานลูกจ้างที่มาตั้งแคมป์ทำงานกลางป่าก็ไม่ได้ออกไปด้วย พากันตั้งรกรากในป่าสงวน จับจองพื้นที่ มีการเพาะปลูก จนขยายกลายเป็นหมู่บ้านในเวลาต่อมา

 

อีกด้านหนึ่งเป็นปัญหาความมั่นคง ในเวลานั้นป่าทับลานเป็นเขตอิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่สู้รบกับรัฐบาล ยุทธศาสตร์หนึ่งของกองทัพคือ ชักชวนชาวบ้านเข้าไปอยู่เพื่อยึดพื้นที่ป่าไม่ให้ตกเป็นของฝ่ายคอมมิวนิสต์ อาทิ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว เดิมทีนั้นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ไปตั้งชุมชนไทยสามัคคีขึ้นมา และมีกระบวนการตั้งหมู่บ้านตั้งแต่ปี 2521 

 

ปี 2521 มีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ให้สิทธิ์ที่ดินทำกินกับชาวบ้าน ซึ่งมีบางส่วนทับซ้อนกับเขตป่าสงวนและป่าไม้ถาวร  

 

ต่อมาทางการมีความพยายามจะอนุรักษ์ป่าทั่วประเทศ จึงมีการประกาศพื้นที่ป่าสงวนบางแห่งให้เป็นอุทยาน ซึ่งขอบเขตของพื้นที่ กรมป่าไม้ก็เอาแผนที่ 1:50,000 มากางแล้ววงพื้นที่ เจ้าหน้าที่แทบจะไม่ได้มาสำรวจดูว่าบริเวณนั้นมีคนอยู่ในป่าหรือทับที่ดินของชาวบ้านที่อาศัยมาก่อนหรือไม่

 

จนเมื่อปี 2524 มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งทับซ้อนพื้นที่ทั้ง 3 เขตที่ได้แบ่งไว้ในตอนแรก ได้แก่ เขตป่าสงวน เขตป่าไม้ถาวร และเขตปฏิรูปที่ดิน จึงได้เกิดปัญหาอุทยานทับที่ดินทำกินของชาวบ้านที่อยู่อาศัยมาก่อน

 

เมื่อชาวบ้านทวงถามก็ได้รับคำตอบว่า ประกาศไปก่อน แล้วค่อยกันพื้นที่ออกให้ตอนหลัง แต่ในความเป็นจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านมานาน

 

ในปี 2541 ชาวบ้านชุมนุมประท้วงใหญ่ ครม. สมัยนั้นจึงมีมติให้กันพื้นที่อุทยานออก โดยการพิสูจน์สิทธิ์ว่าชาวบ้านอยู่มาก่อนหรือหลังประกาศอุทยาน ซึ่งรวมถึงอุทยานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอื่นๆ ทั่วประเทศที่มีปัญหาคล้ายคลึงกันด้วย

 

แต่หน่วยงานราชการก็ไม่กล้าทำอะไร ขยับอะไรแบบช้าๆ เพราะกลัวว่าจะเป็นบรรทัดฐานให้กับป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ

 

ปัญหาจึงคาราคาซังมาหลายสิบปี แนวเขตอุทยานก็ไม่มีการปรับปรุงให้ชัดเจน เพราะต้องรอพิสูจน์สิทธิ์ก่อน และเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยปละละเลย ทำให้เกิดการขยายพื้นที่บุกรุกอุทยานเพิ่มขึ้นตั้งแต่การเกษตรและสิ่งก่อสร้างมากมาย โดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของผู้บุกรุกก็ตาม 

 

ในขณะเดียวกัน พื้นที่หลายแห่งในอุทยานก็ได้รับความนิยม อากาศสดชื่น ภูมิประเทศงดงาม จึงมีการบุกรุกจับจองทำเป็นรีสอร์ตจำนวนมาก

 

คนที่บุกรุกป่าไม่ใช่ชาวบ้านเท่านั้น แต่มีทั้งนักการเมือง คนในเครื่องแบบ และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจำนวนมาก พื้นที่ในอุทยานที่ถูกบุกรุกก็เปลี่ยนมือจากชาวบ้านมาเป็นคนกลุ่มนี้ที่ไปกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากจากชาวบ้านในราคาถูกๆ เพื่อรอเวลาให้มีการกันพื้นที่เหล่านี้ออกจากอุทยาน เปลี่ยนสภาพเป็น ส.ป.ก. ซึ่งสามารถเปลี่ยนมือซื้อ-ขาย ออกเอกสารสิทธิ์ได้ ซึ่งถึงเวลานั้นราคาที่ดินคงขยับตัวขึ้นหลายเท่า

 

น่าสังเกตว่า การเพิกถอนอุทยาน 2 แสนกว่าไร่เกิดขึ้นในสมัยที่พรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งได้คุม 2 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และมีนักการเมืองอยู่ในพื้นที่

 

ตลอดเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ทางการได้ละเลยในการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ใช้วิธีซื้อเวลาไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน จนก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย

 

ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มีแนวทางในการแก้ปัญหานี้ คือ

 

สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นก่อน โดยการเพิกถอนพื้นที่อุทยานที่ประกาศทับที่ดินของชาวบ้านที่อยู่อาศัยมาก่อนประมาณแสนไร่

 

ส่วนอีกแสนกว่าไร่ที่เกิดจากการบุกรุกป่าหลังประกาศเขตอุทยาน ไม่น่าจะได้รับการเพิกถอน จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์และมีหลักฐานชัดเจน

 

ความขัดแย้งครั้งนี้มีแนวทางแก้ปัญหาไม่ได้ซับซ้อนมาก อยู่ที่ว่าทุกฝ่ายจะจริงใจในการแก้ปัญหาหรือไม่

 

หากการแก้ไขปัญหาครั้งนี้สำเร็จ ก็น่าจะเป็นบรรทัดฐานในการแก้ปัญหาการประกาศพื้นที่อุทยานทับที่ดินทำกินชาวบ้านที่อยู่มาก่อนอีกหลายแห่งทั่วประเทศ

 

ต้องยอมรับความจริงว่า การคืนความยุติธรรมให้กับชาวบ้านจากเรื่องที่ดินทำกินเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างเร่งด่วน

 

ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า การรักษาผืนป่าอย่างจริงจังก็เป็นความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคสมัยที่โลกกำลังเดือดขึ้นเรื่อยๆ

The post ป่าทับลาน ปัญหาที่มีทางออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พัชรวาทชี้ เพิกถอนพื้นที่ทับลานคืนประชาชนแค่ 50,000 ไร่ ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำคนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ไม่มีสิทธิ https://thestandard.co/patcharawat-returned-people-50000-rai/ Tue, 09 Jul 2024 04:27:21 +0000 https://thestandard.co/?p=955295

วันนี้ (9 กรกฎาคม) พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรั […]

The post พัชรวาทชี้ เพิกถอนพื้นที่ทับลานคืนประชาชนแค่ 50,000 ไร่ ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำคนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ไม่มีสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการล่ารายชื่อคัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานที่ทับซ้อนกับที่ดินประชาชนกว่า 265,000 ไร่ว่า ขณะนี้กำลังทำประชาพิจารณ์โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของชาวบ้านประมาณ 50,000 ไร่ ส่วนนี้จะดูแลชาวบ้านเป็นหลัก ส่วนตัวเลข 265,000 ไร่เป็นพื้นที่เขตอุทยานทับลานทั้งหมด ไม่ใช่ที่ดินทำกินทั้งหมด 

 

ทั้งนี้คณะกรรมการอุทยานฯ จะเป็นผู้พิจารณา พร้อมย้ำว่าจะเร่งรัดให้พิจารณาภายใน 30 วัน ส่วนกระแสที่ประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วยเราก็พร้อมรับฟังแล้วนำมาพิจารณาภายหลัง โดยขั้นตอนกระบวนการทำประชาพิจารณ์​จะแล้วเสร็จในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 โดยรายละเอียดขอให้ถามอธิบดีกรมอุทยานฯ

 

คนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ ไม่ได้รับการยกเว้น 

 

ด้าน อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อดำเนินการแบ่งพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมา-ปราจีนบุรี จำนวนกว่า 265,000 ไร่ ไปให้ ส.ป.ก. ดูแลว่า ปัญหาพื้นที่พิพาทในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมีมานานกว่า 40 ปีแล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวก่อนเป็นอุทยานแห่งชาติเป็นป่าสงวนมาก่อน และจัดพื้นที่ให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้เข้าไปทำกิน เนื้อที่ประมาณ 58,000 ไร่ แต่หลังจากนั้นได้มีการประกาศอุทยานแห่งชาติไปทับพื้นที่ในส่วนนี้ซึ่งถือเป็นความบกพร่องของกรมป่าไม้ในอดีต จึงมีการเรียกร้องให้กันพื้นที่ออกจากอุทยาน และมีการสำรวจพื้นที่ใหม่อีกครั้งในปี 2543 แต่กระบวนการดังกล่าวไปไม่ถึงจุดหมาย 

 

อรรถพลระบุว่า หลายรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน และมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และมีมติให้กันพื้นที่ชุมชนจำนวนกว่า 265,000 ไร่ ให้เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในวันที่ 14 มีนาคม 2566 แต่บุคคลใดที่ถูกดำเนินคดีในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่ได้รับการยกเว้น

 

สรุปรับฟังความเห็นประชาชน-ออนไลน์ ภายใน 30 วัน 

 

อรรถพลยังเปิดเผยว่า จากมติดังกล่าวทำให้กรมอุทยานฯ ต้องมาดำเนินการปรับปรุงแนวเขต แต่จะทำได้ต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้งจากในพื้นที่และประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะสิ้นสุดในวันที่ 12 กรกฎาคม ก่อนจะรวบรวมเสนอให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติพิจารณาภายใน 30 วัน เพื่อมีมติเสนอต่อ ครม. ต่อไป โดยสิ่งสำคัญจะต้องยึดหลักข้อเท็จจริง ทั้งเรื่องการอยู่อาศัยทำกินและการดูแลรักษาผืนป่า เนื่องจากในจำนวน 265,000 ไร่ มีทั้งคนที่อยู่อาศัยอยู่เดิมจากการจัดสรรพื้นที่ และคนที่มาซื้อต่อเป็นมือที่ 2 มือที่ 3 รวมถึงกลุ่มรีสอร์ตที่ถูกดำเนินคดีกว่า 12,000 ไร่ 

 

ส่วนที่หลายคนมองว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เป็นการเอื้อนายทุน อรรถพลชี้แจงว่า รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้กับชาวบ้าน จึงเห็นว่าควรทำให้เป็นที่ดินของรัฐ และ ส.ป.ก. ก็ถือเป็นที่ดินของรัฐ ดังนั้น ส.ป.ก. จึงต้องเข้ามาพิจารณาตรวจสอบว่าใครมีสิทธิ ในส่วนของกรมอุทยานเองก็จะต้องไปพิจารณาร่วมกันในชั้นของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อเสนอต่อ ครม. พร้อมย้ำว่าบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายก็จะไม่มีคุณสมบัติถือครองที่ดินอยู่อย่างนั้น เพราะกังวลว่าหากมีการจัดสรรที่ไปแล้วจะเกิดผลกระทบให้นายทุนกลุ่มรีสอร์ตเข้าไปดำเนินการถือครองได้ 

 

ส่วนประชาชนจะต้องได้รับการจัดสรรพื้นที่จำนวนเท่าไรและใครจะได้บ้างนั้น อรรถพลระบุว่า ต้องไปหารือในชั้นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพราะคุณสมบัติแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอยู่มาแต่เดิม บางคนมาซื้อขายเปลี่ยนมือ บางคนเข้ามากว้านซื้อ จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติผู้ครอบครองที่ดินของรัฐ 

 

เมื่อถามว่า มติ ครม. ให้ดำเนินการตามแผนที่ที่มีการรังวัดใหม่ในปี 2543 เสียงของประชาชนจะสามารถเปลี่ยนแปลงมติดังกล่าวได้หรือไม่ อรรถพลระบุว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา และเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอุทยานฯ ซึ่งตอนนี้มีการรับฟังความเห็นทั้งชาวบ้านในพื้นที่และในโลกออนไลน์ แต่ทุกอย่างต้องไปยุติที่คณะกรรมการอุทยานฯ เพื่อเสนอต่อ สคทช. หรือ ครม. หากมีมติให้ดำเนินการตามแผนที่ปี 2543 กรมอุทยานก็ต้องมาดำเนินการรังวัดเพื่อปรับแผนที่ท้ายกฎหมายใหม่

The post พัชรวาทชี้ เพิกถอนพื้นที่ทับลานคืนประชาชนแค่ 50,000 ไร่ ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำคนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ไม่มีสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุทิน รับปากทบทวนแบ่งที่ดินสร้างศูนย์ต่อสู้อากาศยาน จ.ภูเก็ต ให้ชาวบ้าน หลังพบรุกที่ดินป่าสงวน ยืนยันหน่วยงานพิจารณาแล้วต้องใช้ 3,000 ไร่ https://thestandard.co/land-to-build-an-anti-aircraft-center-phuket/ Thu, 26 Oct 2023 08:15:31 +0000 https://thestandard.co/?p=858945 สุทิน คลังแสง

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส. […]

The post สุทิน รับปากทบทวนแบ่งที่ดินสร้างศูนย์ต่อสู้อากาศยาน จ.ภูเก็ต ให้ชาวบ้าน หลังพบรุกที่ดินป่าสงวน ยืนยันหน่วยงานพิจารณาแล้วต้องใช้ 3,000 ไร่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุทิน คลังแสง

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส. ภูเก็ต พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้สดถาม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงเหตุผลการใช้ประโยชน์ที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน จังหวัดภูเก็ต เพื่อใช้เป็นศูนย์ต่อสู้อากาศยานของกองทัพเรือจำนวน 3,000 กว่าไร่ สอดคล้องกับนโยบายการลดกำลังทหารและภัยความมั่นคงใหม่หรือไม่ 

 

ด้านสุทินกล่าวว่า กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้กองทัพเรือใช้ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดสำคัญในด้านทะเลอันดามันที่เราจะต้องคุ้มครองเป็นพิเศษ และมีสนามบินภูเก็ตเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ติดชายฝั่งทะเล โดยกองทัพไทยได้มอบให้กองทัพเรือรับผิดชอบจุดยุทธศาสตร์ดังกล่าว และทางกองทัพเรือได้สำรวจในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง พบว่าจุดดังกล่าวสามารถเคลื่อนกำลังหรือวางกำลังมาปกป้องได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และเป็นพื้นที่ต่อสู้อากาศยานได้ดีที่สุด เนื่องจากห่างจากสนามบินเพียง 12 กิโลเมตร

 

ส่วนการใช้ที่ดินดังกล่าวจำนวน 3,000 ไร่นั้น สุทินกล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาอย่างถูกต้องแล้ว สำหรับการนำที่ทหารมาช่วยเหลือประโยชน์ให้กับประชาชนตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้น ตนจะไปติดตามและรับไปตรวจสอบ ทบทวน หากเกินความจำเป็นหรือไม่ได้ใช้งาน จะแบ่งมาให้กับพี่น้องในชุมชน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับปากว่าจะนำมาคืนให้กับชาวบ้าน

 

สำหรับนโยบายการแบ่งที่ดินของกระทรวงกลาโหมให้ประชาชนได้ใช้งานนั้น มีเกณฑ์การแบ่ง เช่น พื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้ทางยุทธศาสตร์การซ้อมรบต้องกันไว้ให้ทหาร ส่วนที่ที่ไม่ได้ใช้ส่วนใหญ่ หากเป็นที่ของกรมธนารักษ์จะต้องเข้าสู่กระบวนการใช้ตามกฎหมายของกรมธนารักษ์ เช่น การให้เช่า เป็นต้น และบางส่วนอาจเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ แม้ทางทหารจะคืนที่ดินนั้นไป กรมป่าไม้ก็จะต้องเป็นผู้พิจารณา ทหารไม่สามารถใช้ตามใจหรือละเลยสิ่งแวดล้อมทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรมได้ 

 

ส่วนคำถามที่ว่า กระทรวงกลาโหมจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างศูนย์ฝึกแห่งนี้จำนวนเท่าไร ได้ศึกษาผลกระทบต่อประชาชน และมีหน่วยงานที่เยียวยาประชาชนแล้วหรือไม่ สุทินยืนยันว่า ได้ศึกษาผลกระทบแล้ว พบว่ามีประชาชนใช้สิ่งปลูกสร้างถาวรอาศัยอยู่ 25 ครอบครัว มีสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่มีคนอาศัยอยู่ 23 ครอบครัว และสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว 22 ครอบครัว ซึ่งจะต้องรับผิดชอบไม่ให้ครอบครัวเหล่านี้ได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต 

 

สุทินกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการพิสูจน์สิทธิ หากพบประชาชนอาศัยอยู่ก่อนกฎหมายออกมา จะได้สิทธิที่อยู่อาศัยนั้นไป แต่จากการตรวจสอบพบว่า ประชาชนส่วนนี้ไม่อยู่ในเกณฑ์เงื่อนไขที่จะได้รับสิทธิที่อยู่อาศัย และอยู่ในช่วงพิพาทกับกรมป่าไม้ ชาวบ้านจะไม่มีสิทธิอยู่ แม้ไม่มีกองทัพเรือเข้าไปก็จะยังมีปัญหากับกรมป่าไม้ แต่ทางกองทัพเรือยืนยันว่า เมื่อเข้าไปดำเนินการแล้วจะมีการเยียวยาและรับผิดชอบผลกระทบของราษฎร โดยจะเปิดศูนย์รวบรวมสิทธิ ซึ่งในระยะสั้นพืชผลและสิ่งปลูกสร้างที่ราษฎรได้ทำไว้ กองทัพเรือจะไม่เข้าไปทำลายและปล่อยให้มีการเก็บเกี่ยวพืชผล ส่วนในระยะยาวจะหาที่ดินแห่งใหม่ให้พี่น้องประชาชนได้อาศัย แต่เนื่องจากในจังหวัดภูเก็ตมีที่ดินจำนวนน้อย จึงได้หาที่ดินในจังหวัดอื่นเพื่อมารองรับแทน

 

ขณะที่การศึกษาด้านผลกระทบ สุทินระบุว่า มีการศึกษาแต่ยังไม่ถึงขั้นทำ EIA ส่วนงบประมาณในปี 2567 ใช้งบประมาณ 1,550 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างโครงสร้างและถนนหนทาง ในปี 2568 ใช้งบประมาณ 380 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างกองบังคับการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และเป็นที่อยู่อาศัยของกำลังพล 

 

สำหรับการก่อสร้างศูนย์ต่อสู้อากาศยานของกองทัพเรือที่จังหวัดภูเก็ต สุทินยืนยันว่า จำเป็นต้องเป็นที่นี่เนื่องจากจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด และกองทัพเรืออยากใช้ที่นี่ แม้จะมีค่ายทหารในจังหวัดพังงา แต่มีระยะทาง 60 กิโลเมตร

The post สุทิน รับปากทบทวนแบ่งที่ดินสร้างศูนย์ต่อสู้อากาศยาน จ.ภูเก็ต ให้ชาวบ้าน หลังพบรุกที่ดินป่าสงวน ยืนยันหน่วยงานพิจารณาแล้วต้องใช้ 3,000 ไร่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลให้ประกัน ‘สุนทร วิลาวัลย์’ หลังถูกออกหมายจับแต่มามอบตัว วงเงิน 6 แสนบาท อัยการไม่ค้านประกัน https://thestandard.co/court-granted-bail-to-sunthorn-wilawan/ Tue, 21 Jun 2022 11:39:41 +0000 https://thestandard.co/?p=644683 สุนทร วิลาวัลย์

วันนี้ (21 มิถุนายน) พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามก […]

The post ศาลให้ประกัน ‘สุนทร วิลาวัลย์’ หลังถูกออกหมายจับแต่มามอบตัว วงเงิน 6 แสนบาท อัยการไม่ค้านประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุนทร วิลาวัลย์

วันนี้ (21 มิถุนายน) พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สุนทร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ อท.69/2565 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 151 และประมวลกฎหมายที่ดิน ในคดีร่วมกับพวกรวม 10 คน มีส่วนร่วมบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อช่วงปี 2545 

 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำสั่งประทับฟ้อง และกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิ พร้อมสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. 

 

ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยใช้หลักประกันเป็นเงินสด 600,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 

 

ด้านประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ตอบข้อซักถามในประเด็นที่ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นคัดค้านประกันตัวสุนทร จากเดิมที่เคยหนีคดีจนศาลต้องออกหมายจับฉบับที่ 2 จากการส่งตัวฟ้องในวันนี้หรือไม่ว่า ข้อเท็จจริงในส่วนนี้พบว่า วันนี้สุนทรเดินทางมามอบตัวกับอัยการเอง ทางอัยการจึงให้เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาหรือไม่ ซึ่งทางอัยการก็ไม่ได้ยื่นคัดค้านไป

 

“วันนี้ผู้ต้องหามามอบตัวที่สำนักงานอัยการ แต่ทางพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เขารู้ข้อมูลนี้ว่าจะมีการมอบตัว ก็เดินทางมาแสดงหมายจับและรับตัวสุนทรไปลงบันทึกจับกุมตามกระบวนการก่อนส่งตัวให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาล”

The post ศาลให้ประกัน ‘สุนทร วิลาวัลย์’ หลังถูกออกหมายจับแต่มามอบตัว วงเงิน 6 แสนบาท อัยการไม่ค้านประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาประชุม ครม. นัดแรกปี 2565 ผ่านออนไลน์ คลังชงมาตรการหนุนนำเข้ารถ EV ประกันสังคมชงลดเงินสมทบมาตรา 40 ยาว 6 เดือน https://thestandard.co/cabinet-meeting-040165/ Tue, 04 Jan 2022 03:13:29 +0000 https://thestandard.co/?p=578628 ประชุม ครม.

วันนี้ (4 มกราคม) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตร […]

The post จับตาประชุม ครม. นัดแรกปี 2565 ผ่านออนไลน์ คลังชงมาตรการหนุนนำเข้ารถ EV ประกันสังคมชงลดเงินสมทบมาตรา 40 ยาว 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม ครม.

วันนี้ (4 มกราคม) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของปีผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หลังจากที่ทำเนียบรัฐบาลออกคำสั่งให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอน โดยงดการประชุมและพบปะนัดหมายต่างๆในทำเนียบรัฐบาลอย่างน้อย 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-14 มกราคม 2565 

 

สำหรับการประชุม ครม. ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนจะหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอน หลังจากที่ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วมาอยู่ที่ 1,780 ราย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากสิ้นสุดช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนมีการเดินทางและรวมตัวกันในกิจกรรมต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวัง และการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง 

 

สำหรับวาระเพื่อพิจารณาที่น่าสนใจ ได้แก่

 

1. กระทรวงแรงงานเสนอร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทน ในกรณีชราภาพเป็นการเฉพาะในช่วงที่มีการลดอัตราเงินสมทบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เหลือ 60% เป็นระยะเวลา 6 เดือน

 

โดยลดอัตราเงินสมทบเหลือ 180 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาทต่อเดือน ได้สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร

 

มีผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับประโยชน์จากการลดอัตราเงินสมทบ จำนวน 10.57 ล้านคน รวมวงเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จำนวน 1,408.56 ล้านบาท

 

2. กระทรวงการคลังเสนอร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) โดยรายละเอียดเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลดอัตราภาษีที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ที่นําเข้ามาเพื่อทดลองตลาด ตามมาตรการสนับสนุนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย

 

กระทรวงการคลังเสนอการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2565 ครั้งที่ 1

 

3. กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 2,125.56 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย (จำนวน 17 จังหวัด)

 

4. กระทรวงกลาโหมเสนอขอผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีในการปลูกป่าทดแทนเพื่อการอนุรักษ์รักษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย และโครงการร้อยใจรักษ์ จังหวัดเชียงใหม่

 

5. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอการป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 4

 

6. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอขอก่อหนี้ผูกพันรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ในโครงการ ‘อาคารที่ทำการพร้อมอาคารที่จอดรถยนต์และอาคารที่พักข้าราชการตำรวจฯ’ จำนวน 6 อาคาร

 

7. สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอการขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 เรื่อง ขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า

 

8. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนวทางการยกร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ….

 

9. กระทรวงคมนาคมรายงานผลการพิจารณาเจรจาการบินระหว่างไทย-แคนาดา

The post จับตาประชุม ครม. นัดแรกปี 2565 ผ่านออนไลน์ คลังชงมาตรการหนุนนำเข้ารถ EV ประกันสังคมชงลดเงินสมทบมาตรา 40 ยาว 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ยื่นศาลฎีกาวินิจฉัยปารีณา ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายเเรง รุกที่ป่าสงวน ขอสั่งพ้น ส.ส. ถอนสิทธิ์เลือกตั้ง https://thestandard.co/parena-supreme-court-violate-bad-ethics-invasion-at-the-reserved-forest/ Tue, 16 Mar 2021 12:23:13 +0000 https://thestandard.co/?p=465669

วันนี้ (16 มีนาคม) ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการป้องกั […]

The post ป.ป.ช. ยื่นศาลฎีกาวินิจฉัยปารีณา ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายเเรง รุกที่ป่าสงวน ขอสั่งพ้น ส.ส. ถอนสิทธิ์เลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มีนาคม) ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม

 

ภายหลังจาก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าว 9 เสียง เห็นชอบตามความเห็นชอบของคณะกรรมการไต่สวนว่าการกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงและกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งอันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 11 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคสอง ให้เสนอเรื่อง ปารีณา ไกรคุปต์ (ผู้คัดค้าน), สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงดังกล่าวต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 

 

คำร้องระบุว่า สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ซึ่งมีผลใช้บังคับกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 219 ด้วย โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561

 

ป.ป.ช. ผู้ร้องมีฐานะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 324 (1) ที่กำหนดให้ผู้ร้องมีหน้าที่และอำนาจไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญหรือตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

 

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 (1) ได้กำหนดให้ ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ผู้ร้องจึงมีหน้าที่และอำนาจดำเนินคดี กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย โดยมีอำนาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการในศาลแทนได้ ซึ่งในการพิจารณาคดีของศาลฎีกาตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 6 กำหนดให้นำสำนวนการไต่สวนของผู้ร้องเป็นหลักในการพิจารณา

 

ปารีณา ไกรคุปต์ ผู้คัดค้าน ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดราชบุรี รวม 4 สมัย โดยผู้คัดค้านยังคงเป็น ส.ส. อยู่ในวันที่มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฯ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับและมีผลใช้บังคับกับผู้คัดค้านซึ่งดำรงตำแหน่ง ส.ส. ด้วย

 

ผู้คัดค้านซึ่งดำรงตำแหน่ง ส.ส. มีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับการเสนอและพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ร่วง พ.ร.บ. ต่างๆ การควบคุมบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การตั้งกรรมาธิการ การเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ การให้ความเห็นขอบแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและต้องดำรงตนมิให้มีการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมที่กำหนดขึ้นอย่างเคร่งครัดว่าประชาชนโดยทั่วไป เพื่อเป็นแบบอย่างอันดีงามให้กันประชาชนตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานทางจริยธรรม

 

คดีนี้ปรากฏว่า ป.ป.ช. ผู้ร้องได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหาว่าผู้คัดค้านยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก. โดยไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด อันส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประกอบกับผู้คัดค้านได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ว่ามีทรัพย์สินเป็นที่ดินประเภท ภ.ท.บ. จำนวน 29 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งผู้ร้องได้มีมติการประชุมครั้งที่ 35/2563 วันที่ 12 มีนาคม 2563 พิจารณาเรื่องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้คัดค้าน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. และกรณีมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท 5 โดยเห็นว่าการที่ผู้คัดด้านได้รับโอนสิทธิ์เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ จำนวน 29 แปลง เนื้อที่ 853 ไร่ 75 ตารางวา ในขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ. 2561 หมวด 1 ข้อ 7 และข้อ 8 หมวด 2 ข้อ 12 และข้อ 17 

 

จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนเรื่อง ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนว่าข้อกล่าวหามีมูล ผู้ร้องโดยคณะกรรมการไต่สวน จึงแจ้งให้ผู้คัดค้านไปรับทราบข้อกล่าวหาและให้โอกาสขี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและนำสืบพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งผู้คัดค้านได้รับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งสิทธิ์ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกฎหมายแล้วโดยชอบ และได้มีหนังสือขี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการไต่สวนแล้ว 

 

คณะกรรมการไต่สวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตามที่มีการ กล่าวหาและนำเสนอผู้ร้องพิจารณาข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานแล้วมีมติว่าการกระทำของผู้คัดค้าน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

ผู้ร้องจึงมีอำนาจในการไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวและมีอำนาจเสนอเรื่องต่อศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ. 2561 และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 234 (1) และมาตรา 235 (1) ประกอบ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1) และมาตรา 87 

 

ทั้งนี้ระหว่างที่ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยที่ 4 ผู้คัดค้านได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินและใช้ประโยชน์ เพื่อประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ในชื่อ เขาสนฟาร์มและเขาสนฟาร์ม 2 ต่อเนื่องตลอดมาก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยที่ 4 ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรทำกิน ปรากฏตามบันทึกการตรวจยึดของกรมป่าไม้ ซึ่งผู้คัดด้านได้ยึดถือครอบครองปลูกสร้างอาคารและเข้าทำประโยชน์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ เมื่อที่ดินดังกล่าวยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน และยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือออกเอกสารสิทธิ์ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) จึงยังคงมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2527 และยังเป็นที่ดินที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จึงถือว่าเป็นที่ป่า ตามความในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

 

นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของผู้ร้องว่าการถือครองที่ดินดังกล่าวได้มีการกระจายการถือครองที่ดินโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นมาถือครองที่ดินในเอกสารการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) แทนและมีหลักฐานชัดเจนว่าภายหลัง เมื่อปี พ.ศ. 2555 ได้มีการโอนกลับไปเป็นชื่อของผู้คัดค้านทั้งหมดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 และผู้คัดด้านได้เป็นผู้ยื่นชำระภาษีบำรุงท้องที่ทั้ง 29 แปลงดังกล่าวมาตั้งแต่ที่ได้รันโอนสิทธิกลับคืนมา 

 

ทั้งนี้ยังปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการของผู้คัดด้านในเรื่องการขอใช้ไฟฟ้า การชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน การขออนุญาตประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์เขาสนฟาร์มและขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อันเป็นการแสดงถึงเจตนาของผู้คัดค้านที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์จากที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว 

 

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2561 ผู้คัดค้านได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2546 โดยการอาศัยชื่อคนงานและบุคคลอื่นในการครอบครองหรือถือครองที่ดินตนเอง ทั้งที่ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. 2562 สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้ปิดประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินราชบุรีให้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งผู้ครอบครองพื้นที่บริเวณใกล้เคียงได้ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่มีการประกาศให้เข้าทำประโยชน์ แต่ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านหรือบุคคล ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ทำประโยชน์ในที่ดินของผู้คัดค้าน ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งการที่ผู้คัดค้านยังคงใช้ประโยชน์ในที่ดิน แต่กลับไม่ดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน โดยการไม่ขอเข้าทำประโยชนให้ถูกต้อง ย่อมส่อให้เห็นถึงเจตนาของผู้คัดค้านที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินบริเวณที่ยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ดังกล่าว เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินตามเจตนารมณ์ของกฎหมายปฏิรูปที่ดิน และเพื่อเป็นการปิดโอกาสหรือหวงกันมิให้บุคคลอื่นเข้าใช้ประโยชนในที่ดินที่ตนยืดถือครอบครอง โดยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นของตนมาโดย หากมีการดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ผู้คัดค้านจะไม่มีสิทธิ์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว เพราะขาดคุณสมบัติในการเป็นเกษตรกร และไม่อาจถือครองที่ดินเกิน 50 ไร่ ซึ่งปรากฏว่าผู้คัดค้านได้ใช้ประโยชน์ที่ดินและมีรายได้จากการใช้ประโยชน์ในที่ดินจากประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนประมาณ 109,962,076.14 บาท ซึ่งปรากฏตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้คัดค้านมีมูลค่ารวมกว่า 136 ล้านบาทเศษ จึงไม่มีคุณสมบัติ หรืออยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะมีสิทธิได้รับการอนุญาตและออกเอกสารสิทธิ์ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  

 

ดังนั้นการที่ผู้คัดค้านครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าว จึงเป็นการยึดถือครอบครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและยังถูกหน่วยงานของรัฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดทางอาญาฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2498 ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และตาม พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญาอันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สิ่งแวดล้อม หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ที่มีลักษณะขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์สาธารณะและมีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรงก่อให้เกิดความร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

 

The post ป.ป.ช. ยื่นศาลฎีกาวินิจฉัยปารีณา ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายเเรง รุกที่ป่าสงวน ขอสั่งพ้น ส.ส. ถอนสิทธิ์เลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอาที่ป่าสงวนฯ มาหลอกขายทหารชั้นผู้น้อย กินเงินทอนส่วนต่างล้านบาท https://thestandard.co/forest-reserve-crook/ Wed, 19 Feb 2020 06:52:21 +0000 https://thestandard.co/?p=332699

เมื่อเหตุการณ์จ่าทหารก่อเหตุกราดยิงที่ห้างดังในจังหวัดน […]

The post เอาที่ป่าสงวนฯ มาหลอกขายทหารชั้นผู้น้อย กินเงินทอนส่วนต่างล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเหตุการณ์จ่าทหารก่อเหตุกราดยิงที่ห้างดังในจังหวัดนครราชสีมาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากผ่านไป สังคมได้เริ่มถอดปมปัญหาของสิ่งที่เกิดขึ้นจนพบว่าสาเหตุมาจากขบวนการทุจริตในกระบวนการกู้เงินสวัสดิการทหารบก 

 

‘ขบวนการเงินทอน’ ผ่านการกู้เงินสวัสดิการทหารบกมีรูปแบบคล้ายกันทั่วประเทศ คือมีนายหน้าจัดสรรบ้านและที่ดินในราคาต่ำ และให้ทหารชั้นผู้น้อยไปกู้เงินสวัสดิการทหารบกโดยได้รับการอนุมัติวงเงินสูงกว่าราคาทรัพย์สิน ส่วนต่างที่เหลือจะมีการตกลงกับผู้กู้ไว้ล่วงหน้าว่าจะได้เท่าไร 

 

“ในแวดวงทหาร ทุกคนรู้กันหมดว่าการกู้เงินสวัสดิการจะได้รับเงินทอน หลายคนก็กู้เงินเพื่อหวังเงินทอน” ทหารชั้นประทวนนายหนึ่งบอกกับเรา

 

 

 

เงินกู้ 1.5 ล้าน – บ้าน + เงินทอน 5 แสน อีก 1 ล้านบาทหายไปไหน 

กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นคือมีทหารชั้นผู้น้อย 2 นายมาร้องขอความช่วยเหลือกับ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

 

อัจฉริยะกล่าวว่าบ้านหลังที่ทหาร 2 นายไปทำสัญญาซื้อมานี้กู้เงินกรมสวัสดิการทหารบก 1.5 ล้านบาท แต่ราคาประเมินของบ้านหลังนี้ราคาเพียง 3 แสนบาท บวกกับเงินทอนที่ทหารชั้นผู้น้อยได้คืนมาอีก 2 แสนบาท เท่ากับว่าจะมีเงินส่วนต่างจำนวน 1 ล้านบาทที่หายไป ซึ่งไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน แต่กล้าพูดว่าเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกรู้เรื่องนี้ดี นอกจากนี้ทหาร 2 รายนี้ยังเคยสอบถามไปยังกรมสวัสดิการทหารบกแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถช่วยเหลือแก้ไขใดๆ ได้

 

“ถามว่าเจ้าหน้าที่ส่วนกลางกรมสวัสดิการทหารบกรู้ไหมว่าที่ดินนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผมบอกเลยว่าเขาไม่ใช่คนโง่ ผู้เสียหายก็ไปร้องเรียนกับเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกคนปัจจุบัน แต่เขาก็ไม่ช่วย” อัจฉริยะกล่าว

 

‘นายเจี๊ยบ’ ขาใหญ่จัดหาบ้านให้ทหารชั้นผู้น้อยกู้เงิน

อัจฉริยะกล่าวกับ THE STANDARD ว่า “ขบวนการนี้จะมีนายหน้าชื่อนายเจี๊ยบ เป็นขาใหญ่ที่ดังมากอยู่ในกรมสวัสดิการทหารบก ถือเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศเรื่องการกว้านซื้อที่ดิน การจัดหานายหน้า เอาทหารชั้นผู้น้อยมาซื้อ 

 

“นายเจี๊ยบจะหลอกทหารชั้นผู้น้อยให้มาดูที่ดิน แล้วกำหนดเงินทอนที่จะได้รับได้ด้วยว่าจะเอาเท่าไร ทหารชั้นผู้น้อยมีหน้าที่เซ็นชื่ออย่างเดียว จากนั้นนายเจี๊ยบก็จะมีส่วนต่างหรือเงินทอนกลับมาให้ทหารชั้นผู้น้อยที่กู้เงิน 

 

“หลังจากนั้นเมื่อทางนี้หลงเชื่อเซ็นชื่อและได้เงินทอนแล้ว แต่กรณีนี้ปรากฏว่าที่ดินที่ซื้อไปเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งกรมป่าไม้ตรวจสอบยืนยันแล้วและมีคำสั่งให้ระงับการซื้อขายทั้งหมด

 

“เวลาส่งเงินคืนต้องจ่ายเงินรวมดอกเบี้ยประมาณ 3.4 ล้านบาทตามสัญญา แต่สุดท้ายเขาไม่ได้บ้านและที่ดิน แถมยังโดนข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติด้วย

 

“รูปแบบมันเป็นแบบนี้ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินปกติ วงเงินกู้สูงกว่าราคาบ้านและที่ดิน เงินส่วนต่างหรือเงินทอนก็ได้รับทั้งผู้กู้และคนในขบวนการที่เกี่ยวข้อง” อัจฉริยะกล่าว

 

 

 

ทหารไม่ต่ำกว่า 100 นายเป็นเหยื่อซื้อบ้านในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

สำหรับโครงการนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีประมาณ 209 แปลง บ้านแต่ละหลังพื้นที่ 30-40 ตารางวา มีผู้เสียหายเยอะมาก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท มีชาวบ้านทั่วไปซื้อไว้เยอะมาก ส่วนทหารที่ซื้อโครงการนี้มีมากกว่า 100 นาย

 

หนึ่งในทหารชั้นผู้น้อยเล่าให้ฟังว่า เดือนมิถุนายน ปี 2559 มีนายหน้าชักชวนให้ไปดูบ้านที่อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ตนก็สนใจ เพราะอยากจะมีบ้านสักหลังไว้หลังเกษียณ จึงทำเรื่องผ่านนายหน้า โดยแค่นั่งรถไปและเซ็นชื่ออย่างเดียว ที่เหลือเขาจัดการให้ทุกอย่าง

 

เงินทอนที่ได้จำนวน 2 แสนบาท ให้ผ่านรูปแบบการทำสัญญาเช่า 100 เดือน 

 

ต่อมาปี 2562 ตนเดินทางไปรับราชการที่จังหวัดพิษณุโลก ก็เลยเดินทางไปดูบ้านที่เคยทำสัญญาไว้ เพราะตั้งใจจะรีไฟแนนซ์เอาบ้านไปเข้ากับ ธกส. แต่พอไปดูบ้านจึงพบว่าบ้านที่ทำสัญญาซื้อขายจริงกลับเป็นบ้านคนละหลังกับที่พาไปดู สภาพบ้านก็ผุพัง ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้

 

ตนจึงไปแจ้งความกับ สภ.พรานกระต่าย ร้อยเวรก็แจ้งว่าที่ดินแปลงนี้เป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขาตั้งกรรมการตรวจสอบกันตั้งแต่ปี 2558 แล้ว โดยที่ดินแปลงนี้กองทัพบกก็ไปซื้อไว้จำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่ากี่แปลง เพื่อทำเรื่องกู้เงินให้กำลังพลผ่อน

 

เขาบอกว่าจะมีเงินทอนให้ 2 แสนบาท ตนกู้เงิน 1.5 ล้านบาท ส่วนราคาบ้านจริงรวมที่ดินประมาณ 3 แสนบาท 

 

“ที่ผมออกมาเรียกร้องไม่ได้ต้องการทำให้ผู้บังคับบัญชาเสื่อมเสีย แต่มาเรียกร้องตามสิทธิของผมในที่แปลงนี้ ถ้าผมผ่อนส่งหมดก็จะถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ 

 

“ผมยินดีที่จะผ่อนส่งรวมดอกเบี้ยประมาณ 3 ล้านบาท แต่ปรากฏว่ามันกลายเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ กลายเป็นว่าถ้าผมผ่อนส่งจนครบแล้วไม่เพียงจะไม่ได้บ้านและที่ดิน ซ้ำยังถูกดำเนินคดีด้วย” ทหารชั้นประทวนผู้เสียหายกล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เอาที่ป่าสงวนฯ มาหลอกขายทหารชั้นผู้น้อย กินเงินทอนส่วนต่างล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปารีณาไม่ขอพูดอะไร หลังกฤษฎีกาตีความที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวน https://thestandard.co/parina-the-land-is-in-forest-reserves/ Wed, 12 Feb 2020 10:37:24 +0000 https://thestandard.co/?p=330487

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จังหวัดราชบ […]

The post ปารีณาไม่ขอพูดอะไร หลังกฤษฎีกาตีความที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังกฤษฎีกาตีความการถือครองที่ดินว่าขอรอทนายความออกมาชี้แจง ขณะนี้อยู่ในขั้นการศึกษารายละเอียด แล้วจะออกมาแถลงข่าวพร้อมกันทีเดียว ส่วนที่ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินวันนี้ ปารีณายังยืนยันว่าไม่ขอชี้แจงอะไร เพราะต้องรอทนาย ถ้ามีข้อสงสัยให้สอบถาม ทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้บุกรุกที่ 

 

ส่วนรู้สึกเครียดหรือไม่นั้น ปารีณาไม่ตอบเรื่องนี้ โดยย้ำว่าเรื่องนี้เป็นข้อกฎหมาย ใครทำอะไรไปต้องรับผิดชอบ หลังจากนี้จะตอบคำถามอะไรกับสื่อก็ต้องระมัดระวัง ใครพูดอะไรที่ผิดก็จะฟ้อง ส่วนตนเองก็จะระมัดระวัง ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตัวเอง

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าปล่อยสุนัขมาไล่ระหว่าง ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปารีณาบอกว่าไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใคร ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่รู้ว่าจะปล่อยไปทำไม ที่ดินของตนเองไม่เคยเลี้ยงสุนัขไว้ ถ้าใครพบเห็นให้ไปถ่ายรูปมาว่าเป็นสุนัขพันธุ์ใด

 

นอกจากนี้ปารีณายังกล่าวด้วยว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง ของในไร่หายไปเยอะ และได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว อยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามคดีให้ด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ปารีณาไม่ขอพูดอะไร หลังกฤษฎีกาตีความที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกาชี้ ที่ดินปารีณายังเป็น ‘ป่าสงวน’ https://thestandard.co/ordinance-say-parinas-land-is-still-forest-reserve/ Wed, 12 Feb 2020 05:28:55 +0000 https://thestandard.co/?p=330262

ความคืบหน้ากรณีการครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์มของ ปารีณา ไก […]

The post กฤษฎีกาชี้ ที่ดินปารีณายังเป็น ‘ป่าสงวน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้ากรณีการครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์มของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ 

 

ล่าสุด ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทำหนังสือตอบข้อหารือของอธิบดีกรมป่าไม้เกี่ยวกับการดำเนินการในที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 682 ไร่ ที่ปารีณาครอบครองและได้ส่งคืน ส.ป.ก. แล้วจำนวน 6 ประเด็น สาระสำคัญมีการยกคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดี ตีความชัดว่าที่ ส.ป.ก. ของปารีณาที่เขาสนฟาร์มมีสถานะเป็น ‘ป่า’ มีการระบุว่ายังไม่เพิกถอนสภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติจนกว่าจัดสรรกระจายสิทธิ ส.ป.ก. แล้วเสร็จ และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ขณะที่ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่าในวันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ธวัชชัย ลัดกรูด ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) กรมป่าไม้ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดินปารีณา จะเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อชี้จุดเกิดเหตุที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี จำนวน 46 ไร่เศษ พร้อมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจะไปตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก. อีก 682 ไร่ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย

 

ด้าน วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่าจะลงพื้นที่ชี้แนวเขตที่ตนเคยกล่าวหาปารีณาไว้ว่าครอบครองที่ดิน 1,700 ไร่ ว่าทั้งหมดก็ยังอยู่ครบ ไม่ได้หายไปไหน โดยจะพาไปรังวัดว่าจริงอย่างที่ตนพูดหรือไม่ 

 

“ถ้าคุณปารีณามั่นใจในความบริสุทธิ์ ก็ขอให้มานำชี้แนวเขตกับเจ้าหน้าที่เลยว่ามีการบุกรุกที่ป่าไม้หรือไม่” วีระกล่าว 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post กฤษฎีกาชี้ ที่ดินปารีณายังเป็น ‘ป่าสงวน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีกรมป่าไม้เข้าทำเนียบพบวิษณุ ยันที่ดินปารีณาไม่ใช่คืนแล้วไม่ผิด รอกฤษฎีกาชี้ขาดใช้กฎหมายใด https://thestandard.co/pareena-kraikupts-poultry-farm-case/ Wed, 11 Dec 2019 11:15:55 +0000 https://thestandard.co/?p=311551 ปารีณา ไกรคุปต์ ป่าสงวน

วันนี้ (11 ธันวาคม) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี อรรถพล […]

The post อธิบดีกรมป่าไม้เข้าทำเนียบพบวิษณุ ยันที่ดินปารีณาไม่ใช่คืนแล้วไม่ผิด รอกฤษฎีกาชี้ขาดใช้กฎหมายใด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปารีณา ไกรคุปต์ ป่าสงวน

วันนี้ (11 ธันวาคม) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเข้าพบ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือกรณีการครอบครองพื้นที่ป่าไม้ของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

 

“สบายใจได้ครับ ดำเนินการไปด้วยความยุติธรรม” อธิบดีกรมป่าไม้ พูดขึ้นเมื่อพบกับสื่อมวลชน 

 

นักข่าวถามว่า พื้นที่ 682 ไร่นั้น วิษณุเห็นว่าควรใช้กฎหมายของหน่วยงานใด 

 

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เราใช้การตัดสินด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยทางกรมป่าไม้และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จะส่งข้อเท็จจริงไปให้ เมื่อถึงเวลาทางคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเรียกไปให้ข้อเท็จจริง 

 

อาจารย์วิษณุได้พูดไว้ตรงตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่สื่ออาจจะนำเสนอไปไม่ครบ เพราะท่านบอกว่าให้คืน แต่ต้องไปดูว่าที่ดินอยู่ภายใต้กฎหมายใด ก็ให้ใช้กฎหมายนั้น ซึ่งก็ได้คุยกันว่าต่อไปจะดำเนินการอย่างไร ฉะนั้นเพื่อความรอบคอบให้ไปยุติที่คณะกรรมการกฤษฎีกา” อรรพลกล่าว

 

นักข่าวถามย้ำว่า วิษณุไม่ได้หมายความว่าเมื่อคืนที่ดินแล้วจะไม่มีความผิดใช่หรือไม่ อรรถพลยืนยันว่าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น การคืนที่ดินนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างไร ให้ดูกฎหมายอื่นประกอบด้วย ดังนั้น อาจจะเป็นการเสนอข่าวไม่ครบถ้วนของสื่อ

 

ส่วนกรณีที่นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพล ถือครองเอกสาร ภ.บ.ท.5 จะเป็นพื้นที่ป่าหรือที่ ส.ป.ก. หรือไม่นั้น การถือครอง ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่จะผิดทุกที่ เราต้องเข้าไปดูว่าเขาถือครอบครองแบบไหน หากไม่มีเอกสาร สิทธิตามกฎหมายที่ดินก็ยังถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ จึงต้องเข้าไปดูว่า เขามีสิทธิครอบครองหรือไม่ หรือได้มาอย่างไร

 

โดยปัจจุบันมีชาวบ้านถือครองพื้นที่ ภ.บ.ท.5 ทั่วประเทศจำนวนมาก จึงไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลว่าจะผิดกฎหมาย 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post อธิบดีกรมป่าไม้เข้าทำเนียบพบวิษณุ ยันที่ดินปารีณาไม่ใช่คืนแล้วไม่ผิด รอกฤษฎีกาชี้ขาดใช้กฎหมายใด appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ปี รอยเลือด คราบน้ำตาของคนดงมะไฟ: การต่อสู้รอบใหม่เพื่อคัดค้านโรงโม่หินในถิ่นเกิด https://thestandard.co/dong-mafai-conflict/ Fri, 06 Dec 2019 11:27:41 +0000 https://thestandard.co/?p=310193 โรงโม่หินดงมะไฟ

หากต้องให้ใครสักคนต่อสู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งกว่าครึ่งชีว […]

The post 25 ปี รอยเลือด คราบน้ำตาของคนดงมะไฟ: การต่อสู้รอบใหม่เพื่อคัดค้านโรงโม่หินในถิ่นเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงโม่หินดงมะไฟ

หากต้องให้ใครสักคนต่อสู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งกว่าครึ่งชีวิตของเขา เพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘ความยุติธรรม’ ที่ในความเป็นจริงแล้วเขาควรได้รับตั้งแต่เริ่มต้นมีสถานะความเป็น ‘มนุษย์’ 

 

แต่ทว่าในความเป็นจริงเขายังไม่ได้รับ หรือแม้แต่มองเห็นคุณค่าเหล่านั้นเลย สิ่งนี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลว ผุพัง และโครงสร้างที่มีปัญหาต่อคนบางกลุ่ม 

 

ในขณะที่กลุ่มคนที่เรียกว่า ‘นายทุน’ ดูเหมือนจะได้รับการอำนวยความสะดวก และความยุติธรรมมาถึงโดยไม่ต้องร้องขอ หรือต้องใช้เวลานานในการเรียกร้องเท่าขนาดครึ่งชีวิตของใครบางคน

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

เป็นเวลายาวนานกว่า 25 ปีแล้ว สำหรับการต่อสู้อย่างเข้มแข็งในนาม ‘กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได’ เพื่อยืนยันสิทธิชุมชนอนุรักษ์ บำรุงรักษา การจัดการ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยใช้สิทธิคัดค้านการทำเหมืองหินปูน และเรียกร้องให้หยุดการทำเหมืองหินปูน และโรงโม่หิน อย่างต่อเนื่อง 

 

ปัจจุบันเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ตั้งอยู่บน ‘ภูผาฮวก’ มีพื้นที่ทำเหมืองกว่า 175 ไร่ และโรงโม่หินอีก 50 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ชุมชนท้องถิ่นเรียกป่าแถบนั้นว่า ‘ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ ผาจันได’ ซึ่งมีเขาหินปูนที่สวยงาม มีระดับความสูงประมาณ 260-300 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นแนวทิวเขาที่เป็นต้นน้ำแหล่งน้ำซับซึมและอุดมสมบูรณ์หลายลูก ประกอบด้วย ภูผาฮวก, ผาจันได, ภูผายา, ผาโขง และผาน้ำลอด ทั้งหมดอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง 

 

ที่สำคัญต้นน้ำจากทิวเขาหินปูนเหล่านั้นได้เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยสำคัญหลายสาย เช่น ลำห้วยปูน ลำห้วยสาวโฮ และลำห้วยคะนาน เป็นต้น จากภูเขาเชื่อมโยงป่าใหญ่น้อยด้วยลำห้วย ไร่นา และชุมชน ซึ่งได้พึ่งพิงและใช้ประโยชน์แหล่งน้ำในการทำนา เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ตลอดปีโดยเฉพาะในฤดูแล้ง 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

 หลังการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีท่าทีว่าการต่อสู้ของชาวดงมะไฟ จะบรรลุผลตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน 

 

การต่อสู้รอบใหม่จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากปี 2562 บริษัทกำลังเร่งดำเนินการต่อใบอนุญาตขอเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินบนภูผาฮวกอีก 10 ปี ซึ่งถ้าบริษัทสามารถต่อใบอนุญาตได้สำเร็จ ภูเขา และป่าไม้จะถูกระเบิด ระบบนิเวศถูกทำลาย และแหล่งอาหารของชุมชนก็จะสูญหาย ส่วนนายทุนก็จะขนเอาแร่ไปขายต่อไปอีกจนถึงปี 2573 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

สุนี ไชยรส ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมา เพราะไม่เคารพการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการตัดสินใจโครงการ ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ได้รองรับสิทธิชุมชนไว้ในเรื่องการทำประชาพิจารณ์

 

“ที่มาของความขัดแย้งเกิดขึ้นเพราะมีการปลอมใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าและใบประทานบัตร ทำให้ชาวบ้านต้องไปฟ้องศาลปกครอง กระทั่งชนะคดี แต่ไม่สามารถทำให้บริษัทเหมืองหยุดประกอบกิจการได้”

 

โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินกิจการระเบิดภูเขา ทำเหมืองและโรงโม่หิน พร้อมทั้งขนถ่ายลำเลียงแร่เข้าออกระหว่างพื้นที่เรื่อยมา เพราะได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยอ้างว่าคดียังไม่ถึงที่สุด 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

สมควร เรียงโหน่ง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เล่าว่าชาวบ้านเริ่มลุกขึ้นต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2536 เมื่อเริ่มมีบริษัทเอกชนเข้ามายื่นขอสัมปทานภูผายา ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อทำเหมืองหิน คนในชุมชนไม่เห็นด้วยจึงเริ่มรวมตัวกันคัดค้าน เพราะบนเขานั้นมีสำนักสงฆ์ และมีการสำรวจพบภาพเขียนสีประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งสำคัญทางโบราณคดีในเวลาต่อมา

 

ปีถัดมา บริษัทเอกชนได้ย้ายมายื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองหินที่ภูผาฮวก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง ตำบลดงมะไฟ เพื่อทำเหมืองหินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน

 

ขณะที่ชุมชนรวมตัวกันเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนัก เป็นเหตุให้ บุญรอด ด้วงโคตะ และ สนั่น สุขวรรณ ถูกลอบยิงเสียชีวิต จนปัจจุบันยังจับคนร้ายไม่ได้

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

ภรรยากำนันทองม้วน

 

ปี 2542 กำนันทองม้วน คำแจ่ม แกนนำต่อสู้คนสำคัญ และ สม หอมพรมมา ถูกยิงเสียชีวิต แต่ชาวบ้านตำบลดงมะไฟ จำนวน 6 หมู่บ้าน ยังคงรวมตัวกันยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านเหมืองหิน บนภูผาฮวกต่อไป

 

ตลอดการต่อสู้กว่า 25 ปีของชาวบ้านมีรอยเลือดและคราบน้ำตาปรากฏให้เห็นบนเส้นทางนี้มาโดยตลอด แต่ทว่าพวกเขาเลือกที่จะสู้เพื่อปกป้องถิ่นเกิดของตนเอง แม้จะเผชิญต่อสถานการณ์ที่สร้าง ‘ความกลัว’ ให้กับพวกเขา บางคนสู้ตั้งแต่สาวยันแก่ ตั้งแต่ลูกยังเล็กกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เส้นของความกลัวได้ถูกก้าวข้ามไปแล้ว 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ลำดวน วงศ์คำจันทร์ ชาวบ้านดงมะไฟ และแม่ผู้ต่อสู้ในขบวนการนี้มายาวนาน เล่าว่า เธอต่อสู้ตั้งแต่ลูกสาวของเธอยังเล็ก จนปัจจุบันลูกสาวของเธอได้เติบโต และย้ายไปทำงานอยู่ที่เกาหลีใต้แล้ว 

 

“ลูกไม่เคยบอกให้แม่หยุด ลูกไม่ได้ว่าอะไร เขาเห็นเราต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก พอโทรไปเล่าให้เขาฟังว่าวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ชาวบ้านจะไปเดินสู้กันอีก ลูกสาวบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ร่วมด้วย” 

 

ลำดวนบอกว่า เธอเคยกลัวที่จะสู้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ลากลงจากรถกระบะ ลากเหมือนหมูเหมือนหมา เหมือนไม่ใช่คน ตอนนั้นได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ท้อถอย เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นก็เพื่อบ้านเกิดตัวเอง ทำให้ชีวิตการต่อสู้ของเธอได้ก้าวข้ามผ่านความกลัวไปแล้ว และด้วยพลังสตรีที่ออกมาสู้ร่วมกัน ทำให้เธอมีเพื่อนร่วมสู้ระหว่างทาง

 

“แม่สู้ด้วยใจ สู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี เวลาเหนื่อยท้อก็ร้องเพลงกัน ใจที่สู้มันทำให้แม่ไม่กลัวอะไรแล้ว กลัวแต่จะไม่ได้รักษาธรรมชาติเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลาน ไม่รู้ว่าจะชนะไหม ก็สู้มาตั้งนาน รู้แต่ว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด ถึงวันนั้นก็ไม่เสียใจอะไรแล้ว”

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ระหว่างการต่อสู้ผ่านช่องทางกฎหมายต่างๆ ชาวบ้านก็ได้อาศัยช่องทางอื่นด้วย โดยขอให้ทางการเข้ามาทำการสำรวจแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ ต่อมากรมศิลปากรได้ระบุว่าในตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญ เพราะมีการอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาถึงยุคประวัติศาสตร์ จนกลายมาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ในปัจจุบัน 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่น รวมทั้งยังเป็นแหล่งโบราณคดีตามกฎหมาย แต่แหล่งโบราณคดีเหล่านี้บางส่วนซ้อนทับอยู่กับเขตคำขอประทานบัตรทำเหมืองหินปูนของบริษัทเอกชนด้วย อาทิ

 

‘ภูผายา’ ด้านทิศตะวันออกของผาเป็นที่ตั้งของถ้ำพระและถ้ำเสือ มีการสำรวจพบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย นอกจากนี้ ยังพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปบุเงินกำหนดอายุว่าอยู่ในยุคประวัติศาสตร์สมัยวัฒนธรรมล้านช้าง ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 22-24 ทั้งนี้ ชุมชนเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ร่วมกันสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

นอกจากนี้ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจแหล่งโบราณคดีถ้ำเลียงผาและถ้ำหินแตก ซึ่งเป็นถ้ำย่อยที่อยู่ในบริเวณกลุ่มถ้ำน้ำลอด-ถ้ำศรีธน และพบโบราณวัตถุ อันได้แก่ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยเขียนสีน้ำเงินใต้เคลือบ ซึ่งจัดเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายสมัยเหล็ก 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

นับต้ังแต่ปี พ.ศ. 2558 โครงการเหมืองแร่หินปูนฯ ได้เริ่มทำการระเบิดเพื่อเปิดหน้าเหมือง การดำเนินการในระยะน้ี ทำให้มีเศษหินกระเด็นออกมายังบริเวณโดยรอบโครงการ ซึ่งกระเด็นไปถึงพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านนอกเขตปักหมุด ทำให้มีเศษหินจากเหมืองตกลงไปในแปลงนาข้าว สวนยางพารา ไร้อ้อย ไรมันสำปะหลัง สร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตร บางสวนไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ เจ้าของท่ีต้องปล่อยทิ้งร้าง 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

การมีเศษหินกระเด็นลงไปนั้น เป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับเจ้าของท่ีดินในการจ้างคนเอาเศษหินออกจากแปลงเกษตร ถ้าไม่นำออกก็จะทำการไถพรวนไม่ได้ หรือถ้ารถท่ีจ้างมาไถพรวนดินไปแล้วอุปกรณ์รถไปกระทบเศษหิน จะทำให้อุปกรณ์เสียหาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เป็นรายจ่ายท่ีเจ้าของไร่ต้องแบกรับ นอกจากความเสียหายต่อพืชผลการเกษตรแล้ว หินท่ีกระเด็นออกมา ยังมีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุกับชาวบ้านท่ีอยู่ในท่ีดินทำกินของตนเองอีกด้วย

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ขณะที่ช่วงเวลา 16.00-17.00 น. เป็นเวลาทำการระเบิด จะมีการแจ้งเตือนก่อนอย่างน้อย 30 นาที ชาวบ้านท่ีกำลังทำงานอยู่ในแปลงเกษตรโดยรอบ เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณต้องรีบออกจากพื้นที่ให้ไกลจากภูเขา เพื่อป้องกันอันตรายท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากเศษหินกระเด็น หินร่วง รวมใช้เวลาต้ังแต่ออกจากพื้นที่การเกษตร รอจนกว่าจะระเบิดเสร็จ แล้วจึงสามารถเข้าไปทำงานต่อได้ เสียเวลา 2 ชั่วโมงในแต่ละวันท่ีทำการระเบิด ถึงแม้การระเบิดในระยะต่อมาจะมีเศษหินกระเด็นออกมาน้อยลง เนื่องจากเหมืองแร่หินปูนเริ่มมีการขุดลึกลงไป แต่ชาวบ้านยังคงมีความกังวลใจต่ออุบัติเหตุท่ีอาจจะเกิดข้ึน

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

พื้นท่ีสัมปทานโครงการเหมืองแร่หินปูนฯ มีถ้ำสำคัญและสวยงามหลายแห่ง ซึ่งหลายถ้ำยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างเป็นทางการจากกรมศิลปากร หน่ึงในน้ันคือ ถ้ำผาน้ำลอด ซึ่งมีความสำคัญคือ เป็นทางผ่านของสายน้ำท่ีไหลมารวมกันจากป่าสงวน เก่ากลอย-นากลาง ร่องน้ำสายน้ีจะไหลในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะไหลผ่านแปลงเกษตรของชาวบ้านไปทางภูผาโขง จากน้ันจะไหลไปรวมกับลำห้วยปูน ซึ่งเป็นลำห้วยสำคัญท่ีหล่อเลี้ยงพื้นท่ีการเกษตรของชาวบ้าน โดยลำห้วยสายน้ีจะไหลไปบรรจบกับคลองคะนานและคลองโมง ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป

 

นี่คือผลกระทบส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง เพื่อปกป้องพื้นที่ทำกิน และวิถีชีวิตของตนเองเอาไว้ 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชาวบ้านก็ได้ร้องเรียนและต่อสู้มาโดยตลอด การทำประชาพิจารณ์เท็จที่มีเจ้าหน้าที่ส่วนราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง กระทั่งนำไปสู่การฟ้องร้องคดี จนกระทั่งความจริงเปิดเผยว่ามีการสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อนำเอาผลประชาพิจารณ์ไปขอให้มีการออกประทานบัตร มีเพียงผู้ถูกดำเนินคดีไม่กี่ราย ขณะที่เหมืองยังคงเปิดทำการ และคดีความก็ยังไม่ถึงที่สุด มีการยื่นขอประทานบัตรใหม่ 

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

การต่อสู้ของชาวบ้านดูเหมือนจะเหนื่อยล้าลง แต่ ‘หัวใจ’ ของคนในชุมชนอย่างที่แม่ลำดวนว่า ได้นำพาพวกเขาให้ลุกขึ้นต่อสู้รอบใหม่ โดยในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ชาวบ้านจะเริ่มออกเดินทางตามหาความยุติธรรมอีกครั้ง โดยรวมตัวกันไปที่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู

 

เพื่อถามหาความยุติธรรม ที่พวกเขาควรจะได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง พวกเขาที่บางคนสู้มาตั้งแต่สาวยันแก่นั่นเอง

 

โรงโม่หินดงมะไฟ

 

ลำดับเหตุการณ์การต่อสู้: 

 

  • ปี 2536 เริ่มมีบริษัทเอกชนเข้ามายื่นขอสัมปทานภูผายา ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อทำเหมืองหิน คนในชุมชนไม่เห็นด้วยจึงเริ่มรวมตัวกันคัดค้าน เพราะบนเขานั้นมีสำนักสงฆ์ และมีการสำรวจพบภาพเขียนสีประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งสำคัญทางโบราณคดีในเวลาต่อมา
  • ปี 2537 บริษัทเอกชนได้ย้ายมายื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองหิน ที่ภูผาฮวก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง ตำบลดงมะไฟ เพื่อทำเหมืองหินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน
  • ปี 2538 ชุมชนรวมตัวกันเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนัก เป็นเหตุให้ บุญรอด ด้วงโคตะ และ สนั่น สุขวรรณ ถูกลอบยิงเสียชีวิต จนปัจจุบันยังจับคนร้ายไม่ได้
  • ปี 2541 ชุมชนยื่นหนังสือคัดค้านการขอสัมปทาน ขณะที่บริษัทเดินหน้ารังวัดขอบเขตเหมือง โดยไม่สนใจเสียงคัดค้าน
  • ปี 2542 กำนันทองม้วน คำแจ่ม แกนนำต่อสู้คนสำคัญ และ สม หอมพรมมา ถูกยิงเสียชีวิต แต่ชาวบ้านตำบลดงมะไฟ จำนวน 6 หมู่บ้าน ยังคงรวมตัวกันยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านเหมืองหินบนภูผาฮวกต่อไป
  • ปี 2543 อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ให้อนุญาตประทานบัตรเหมืองหินแก่บริษัทบนภูผาฮวก มีระยะเวลาทำเหมืองหิน 10 ปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2543 ถึงกันยายน 2553 

 

ปี 2544

 

  • คนในชุมชนชุมนุมประท้วง และใช้มาตรการปิดถนนที่เป็นเส้นทางขนเครื่องจักรกลของคนงานเหมือง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุม จนสามารถขนเครื่องจักรกลเข้าสู่พื้นที่ทำเหมืองบนภูผาฮวกได้
  • ชาวบ้านยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนประทานบัตรทำเหมืองหิน
  • แกนนำชุมชนถูกจับกุมดำเนินคดี 12 คน ข้อหาวางเพลิงเผาที่พักคนงานเหมือง และโรงเก็บอุปกรณ์ ซึ่งศาลตัดสินจำคุก 2 ราย อีก 10 ราย ศาลยกฟ้องในเวลาต่อมา
  • ปี 2547 ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำขอประทานบัตร แต่ปี 2553 ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษา คืนประทานบัตรให้บริษัททำเหมืองหิน แต่อายุประทานบัตรก็หมดอายุลงพอดี เป็นเหตุให้บริษัทต้องเริ่มขอต่อใบอนุญาตใหม่ รวมถึงการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อเข้าทำเหมืองแร่ในพื้นที่อีกครั้ง 
  • ปี 2553 บริษัทได้รับการต่อใบอนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และต่ออายุประทานบัตรอีกครั้ง คือตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2553 ถึง 24 กันยายน 2563 แม้ชุมชนจะยืนยันการคัดค้านอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องก็ตาม
  • ปี 2555 ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่จำนวน 78 ราย ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง และเพิกถอนใบอนุญาตต่ออายุประทานบัตรของบริษัททำเหมือง
  • ปี 2558 ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับพระราชทาน ‘ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต’ ตามโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ซึ่งเกิดจากชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการอนุรักษ์ บำรุงรักษาป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง 
  • ปี 2559 บริษัทดำเนินการระเบิดหิน ภูผาฮวก และเริ่มลำเลียง ขนถ่ายแร่ไปขาย 
  • ปี 2561 ศาลปกครองอุดรธานี ได้มีคำพิพากษา (14 มีนาคม 2561) เพิกถอนหนังสืออนุญาตให้บริษัทเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เนื้อที่กว่า 175 ไร่ ระยะเวลา 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตต่ออายุประทานบัตร ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ออกให้บริษัท โดยให้มีผลนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา แต่เนื่องจากภายหลังคู่ความได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด และอยู่ระหว่างการยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ คุ้มครองชั่วคราวของชาวบ้าน บริษัทก็ได้ดำเนินกิจการระเบิดภูเขา ทำเหมืองและโรงโม่หิน พร้อมทั้งขนถ่ายลำเลียงแร่ เข้า-ออก ระหว่างพื้นที่เหมืองเรื่อยมา
  • ปี 2562-ปัจจุบัน บริษัทกำลังเร่งดำเนินการต่อใบอนุญาตขอเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินบนภูผาฮวกอีก 10 ปี ซึ่งถ้าบริษัทสามารถต่อใบอนุญาตได้สำเร็จ ภูเขา และป่าไม้จะถูกระเบิด ระบบนิเวศถูกทำลาย และแหล่งอาหารของชุมชนก็จะสูญหาย ส่วนนายทุนก็จะขนเอาแร่ไปขายต่อไปอีกจนถึงปี 2573

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง: 

The post 25 ปี รอยเลือด คราบน้ำตาของคนดงมะไฟ: การต่อสู้รอบใหม่เพื่อคัดค้านโรงโม่หินในถิ่นเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แค่นำมาคืนก็จบ ส.ป.ก. สั่งปารีณาคืนที่ดิน 682 ไร่ภายใน 7 วัน ไม่ตอบชัดแนวเขต ส.ป.ก. กับป่าไม้ทับซ้อนกันหรือไม่ https://thestandard.co/pareenas-land-ownership-case/ Fri, 06 Dec 2019 04:38:02 +0000 https://thestandard.co/?p=310007 ปารีณา ไกรคุปต์

วันนี้ (6 ธันวาคม) วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนั […]

The post แค่นำมาคืนก็จบ ส.ป.ก. สั่งปารีณาคืนที่ดิน 682 ไร่ภายใน 7 วัน ไม่ตอบชัดแนวเขต ส.ป.ก. กับป่าไม้ทับซ้อนกันหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปารีณา ไกรคุปต์

วันนี้ (6 ธันวาคม) วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แถลงข่าวการตรวจสอบการถือครองที่ดินของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งใช้หลักฐาน ภบท.5 ในเขตตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โดยจากการตรวจสอบพบว่า ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน มีเนื้อที่รวม 682 ไร่ เข้าครอบครองเมื่อประมาณปี 2548-2549 โดยได้รับจากบิดา (ทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรี และ ส.ส. หลายสมัย)

 

ปารีณา ไกรคุปต์

 

ทั้งนี้ ส.ป.ก. พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการที่ปารีณาขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลแล้วปรากฏว่า ปารีณามีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมการบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด ซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ จึงไม่ใช่เกษตรกรผู้มีสิทธิ์จะได้รับการจัดสรรที่ดินจาก ส.ป.ก. 

 

ดังนั้น ส.ป.ก. จะแจ้งให้ปารีณาคืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก. นำมาปฏิรูปที่ดินภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งจะออกหนังสือในวันที่ 9 ธันวาคมนี้

 

แต่หากครบกำหนดแล้วปารีณาไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก. จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขต ส.ป.ก.

 

ปารีณา ไกรคุปต์

ปารีณา ไกรคุปต์

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักข่าวพยายามซักถามเลขาฯ ส.ป.ก. คือที่ดินในเขต ส.ป.ก. 682 ไร่ กับที่ดินเขตป่าสงวนและป่าไม้ 46 ไร่เศษ เป็นพื้นที่เดียวกัน หรือมีพื้นที่ทับซ้อนกันบ้างหรือไม่ เพราะหากที่ดินในส่วนของป่าไม้อยู่ในแนวเขต ส.ป.ก. อาจส่งผลต่อคดีรุกป่าของปารีณา

 

วิณะโรจน์ชี้แจงเพียงว่า ยืนยันว่าที่ดินทั้ง 682 ไร่อยู่ในเขต ส.ป.ก. โดยไม่ระบุชัดว่าที่ดิน 46 ไร่เศษที่กรมป่าไม้ตรวจพบก่อนหน้านี้ทับซ้อนกับแนวเขต ส.ป.ก. หรือไม่ โดยไม่อยากกล่าวมาก เพราะจะส่งผลต่อคดี

 

ปารีณา ไกรคุปต์

ปารีณา ไกรคุปต์

 

เมื่อนักข่าวถามจี้ในประเด็นเดิมว่า ตกลงพื้นที่ป่าไม้อยู่นอกเขตหรือในเขตเดียวกับพื้นที่ ส.ป.ก. ตามแผนที่ซึ่งนำมาแสดงในวันแถลงข่าว

 

วิณะโรจน์กล่าวว่า พื้นที่ป่าไม้อยู่นอกเขตพื้นที่ ส.ป.ก. (เส้นสีเหลือง) แต่ ส.ป.ก. ถือแนวเขตตามกฎหมาย พ.ร.ฎ. กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน 2554 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทุกฝ่ายยอมรับ และจะไม่ขอก้าวล่วงข้ามหน่วยงาน พร้อมระบุว่า ส.ป.ก. ถือแผนที่ของเรา และกรมป่าไม้ถือแผนที่ซึ่งสอดคล้องกับเรา 

 

เมื่อถามต่อว่า ถ้าพื้นที่ป่าไม้เกิดอยู่ในพื้นที่เดียวกับเขต ส.ป.ก. จะทำให้ปารีณาพ้นความผิดหรือไม่

 

วิณะโรจน์กล่าวว่า ขอให้เป็นดุลยพินิจของศาล

 

นักข่าวถามต่อว่า สมมติปารีณานำพื้นที่ ส.ป.ก. มาคืนแล้ว การทำงานในส่วนของ ส.ป.ก. ถือว่าจบเลย โดยจะไม่มีการนำแผนที่ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้มาซ้อนกันเพื่อหาความชัดเจนใช่หรือไม่

 

วิณะโรจน์กล่าวว่า ถือว่าจบหน้าที่ของ ส.ป.ก. เนื่องจากปารีณาเข้ามาครอบครองโดยไม่ได้รับการอนุญาตจาก ส.ป.ก. โดยวิธีการถ้าเข้ามาครอบครองโดยไม่มีคุณสมบัติก็ต้องยึดคืน

 

นักข่าวถามต่ออีกว่า แล้วกรณีอื่นๆ เช่น นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล ซึ่งถือครองพื้นที่ ส.ป.ก. อีกประมาณ 2 ล้านไร่ ถ้าเข้าข่ายแบบปารีณา แค่เอามาคืนก็คือจบใช่ไหม

 

วิณะโรจน์กล่าวขอบคุณและปิดการแถลงข่าวทันที

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post แค่นำมาคืนก็จบ ส.ป.ก. สั่งปารีณาคืนที่ดิน 682 ไร่ภายใน 7 วัน ไม่ตอบชัดแนวเขต ส.ป.ก. กับป่าไม้ทับซ้อนกันหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ ‘ปารีณา’ รุกป่า รอผลตรวจสอบเป็นป่าสงวน-ส.ป.ก. สัดส่วนเท่าใด https://thestandard.co/pareena-protected-national-woodland-case/ Fri, 29 Nov 2019 08:47:24 +0000 https://thestandard.co/?p=308395 ปารีณา รุกป่า

ความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์มที่จังหวัดราชบุรี […]

The post กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ ‘ปารีณา’ รุกป่า รอผลตรวจสอบเป็นป่าสงวน-ส.ป.ก. สัดส่วนเท่าใด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปารีณา รุกป่า

ความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์มที่จังหวัดราชบุรี ของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ

 

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 วัฒนา มังธิสาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการแผนที่และสารบบที่ดิน ของสำนักงานที่กดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ ธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมคณะทำงาน แถลงข่าวหลังเข้าตรวจวัดแนวเขตที่ดินและพื้นที่ฟาร์มไก่ของปารีณา 

 

ยืนยันว่าการทำงานไม่มีบิดเบือนใดๆ มีการอธิบายโดยหลักวิชาการได้ แต่แผนที่แนวเขตเดิมมีการรังวัดมากว่า 40 ปีแล้ว จึงต้องมีการตรวจสอบรังวัดแนวเขตใหม่ว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในแนวเขตใดบ้าง

 

“ที่ดินที่เป็นข่าวตอนนี้ยืนยันว่าอยู่ในที่หลวงแน่นอน แต่อยู่ในส่วน ส.ป.ก. หรือ เขตป่าสงวน สัดส่วนเท่าไรต้องรอการตรวจสอบ” วัฒนา กล่าว

 

ในวันเดียวกัน ปารีณาเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรจอมบึง จังหวัดราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่เข้าตรวจ และทำรังวัดในพื้นที่ฟาร์มไก่ของตน

 

ขณะที่วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2562) ปารีณาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าไม่ได้บุกรุก และขอให้รอศาลเป็นผู้ตัดสิน ตอนนี้ก็รอกระบวนการในการตรวจสอบก็แล้วกัน 

 

ทั้งนี้ตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.จอมบึง ซึ่งตำรวจก็ต้องไปดูว่าเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้มีหมายศาลหรือไม่ โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ และภาพถ่ายที่เขาเข้ามาเดินในฟาร์มตอนช่วงเย็น โดยที่ไม่ได้ติดต่อก่อนว่าจะเข้ามาทำรังวัดที่ดิน ทั้งที่เจ้าหน้าที่ควรต้องมีหมายศาลเหมือนกับครั้งแรกที่เข้ามา

 

รายงานข่าวแจ้งว่า กรมป่าไม้สามารถระบุขนาดที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกเขตป่าสงวนได้แล้ว และเตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ ‘ปารีณา’ รุกป่า รอผลตรวจสอบเป็นป่าสงวน-ส.ป.ก. สัดส่วนเท่าใด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมป่าไม้เตรียมเรียกปารีณาชี้แนวเขตที่ดิน ภทบ.5 ทั้ง 85 แปลง หลังถูกร้องรุกป่าสงวน https://thestandard.co/ruangkrai-politics-131119-2/ Wed, 13 Nov 2019 08:32:24 +0000 https://thestandard.co/?p=303455

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒน […]

The post กรมป่าไม้เตรียมเรียกปารีณาชี้แนวเขตที่ดิน ภทบ.5 ทั้ง 85 แปลง หลังถูกร้องรุกป่าสงวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบที่ดินหมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 1,700 ไร่เศษ ว่ารุกพื้นที่ป่าสงวน ขณะที่ปารีณายอมรับว่า เข้าไปทำประโยชน์ด้านเกษตรกรรมในที่ดินป่าไม้ โดยเสียภาษี ภบท.5 หรือภาษีดอกหญ้ามาเป็นเวลานับ 10 ปี

 

ล่าสุดวานนี้ (12 พฤศจิกายน) มีรายงานว่า อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีป่าไม้ ได้มอบหมายให้ป่าไม้จังหวัดราชบุรี ประสาน ส.ป.ก. ราชบุรี ร่วมพิจารณาและเตรียมพร้อมตรวจสอบ ทั้งนี้ เจ้าของที่ดินทั้ง 85 แปลง จำนวน 1,706 ไร่ ทับซ้อนกันอยู่ ระหว่างที่ดินป่าสงวนแห่งชาติกับ ส.ป.ก. ต้องนำชี้ขอบเขตที่ดิน เพื่อจะได้นำแนวเขตมาตรวจสอบกับแนวเขตที่ดินของรัฐเช่น ป่าสงวนฯ ปี 2527 หรือ ส.ป.ก. ปี 2554 เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าที่ดินดังกล่าวมีสถานภาพเป็นอย่างไร และอยู่ในแนวเขตที่ดินของรัฐทั้งแปลงหรือเนื้อที่เท่าใด และจะเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดินหรือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์นำเอกสารมาชี้แจงและนำชี้ด้วย

 

สำหรับการพิสูจน์ที่ดิน ภบท.5 ต้องให้ผู้ถือครองสิทธิ์มาชี้ขอบเขต ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าผู้ถือครอง ภบท.5 เป็นชื่อปารีณาหรือชื่อคนอื่น ซึ่งเจ้าของต้องมาแสดงตัว ถ้าปารีณาเป็นเจ้าของจะต้องมาแสดงตัว เพื่อนำชี้แนวเขตทั้ง 85 แปลง เพื่อใช้พิกัดพิสูจน์ว่า พื้นที่ใดเป็น ส.ป.ก. หรือพื้นที่ใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post กรมป่าไม้เตรียมเรียกปารีณาชี้แนวเขตที่ดิน ภทบ.5 ทั้ง 85 แปลง หลังถูกร้องรุกป่าสงวน appeared first on THE STANDARD.

]]>